บทที่ 6
การขยายพนั ธ์ุพชื โดยการตอนกงิ่
เนื้อเร่ืองในบทเรียน
เร่ืองที่ 1 ความหมายและความสาคญั ของการตอนกงิ่
ความหมายของการตอนกงิ่ ( L a y e r i n g )
การตอนก่ิง คือ การทาใหก้ ่ิงออกรากในขณะท่ีก่ิงน้นั ยงั ติดอยกู่ บั ตน้ แม่ เม่ือออกรากแลว้ จงึ ตดั ออกได้
เป็นตน้ ใหม่ การตอนก่ิงอาจเป็นการขยายพนั ธุท์ ี่เกิดข้ึนตามธรรมชาตเิ ช่นในสตรอเบอรี่ หรือเป็ นการชกั นาให้
ก่ิงเกิดรากดว้ ยฝีมือมนุษยก์ ไ็ ด้
การตอนกิ่งเป็ นการตดั ท่อลาเลียงอาหารของพชื ส่วนท่อน้ายงั มีอยตู่ ามปกติ จึงทาใหก้ ่ิงทท่ี าการตอน
ไดร้ ับน้าอยตู่ ลอดเวลา ดว้ ยเหตนุ ้ีจึงทาใหก้ ิ่งตอนสดอยเู่ สมอจนกวา่ จะออกราก
การออกรากของก่ิงตอน จะข้นึ อยกู่ บั ความชื้น การถ่ายเทอากาศ และระดบั อณุ หภูมิทีเ่ หมาะสม แต่ถา้
ปล่อยใหด้ ินหรือวสั ดุหุม้ ก่ิงแหง้ โดยมิไดด้ ูแล ยอ่ มจะเป็ นอุปสรรคตอ่ การเกิดรากได้ ดงั น้นั ฤดูกาลทีเ่ หมาะสม
ทสี่ ุดในการตอนกิ่ง ควรเป็นฤดูฝน
การตอนกิ่ง ใชแ้ กป้ ัญหา โดยเฉพาะพชื บางชนิดทไี่ ม่สามารถออกรากไดโ้ ดยใชว้ ธิ ีตดั ชา แต่ออกราก
ไดโ้ ดยวธิ ีตอนกิ่ง สามารถทาไดง้ า่ ยท้งั กลางแจง้ และในเรือนเพาะชา นอกจากน้ี ก่ิงตอนยงั มีจานวนราก
มากกวา่ ก่ิงตดั ชา เมื่อนาไปปลูก จงึ มีโอกาสต้งั ตวั ไดเ้ ร็วและมีเปอร์เซ็นตก์ ารตายนอ้ ยกวา่ ก่ิงตดั ชา ประการ
สาคญั อีกอยา่ งหน่ึง คือ พชื ตน้ ใหม่ที่ไดจ้ ากการตอน จะมีลกั ษณะเป็นไมพ้ มุ่ เต้ีย จึงสะดวกตอ่ การดูแลปฏบิ ตั ิ
บารุงรกั ษาและเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะไมป้ ระดบั จะไดท้ รงพมุ่ ทีส่ วยงาม เป็นตน้ แตก่ ิ่งตอนมีขอ้ เสีย คือ พชื ที่
นาไปปลูกเม่ือโตเตม็ ที่จะลม้ งา่ ย เพราะไม่มีรากแกว้
ประโยชน์ของการตอนกิ่ง
1. เม่ือตอ้ งการขยายพนั ธุพ์ ชื ชนิดท่ีขยายพนั ธุด์ ว้ ยวธิ ีน้ีอยแู่ ลว้ ตามธรรมชาติ เช่น สตรอเบอร่ี
2. เพอ่ื ใชข้ ยายพนั ธุพ์ ชื ทช่ี ากิ่งแลว้ ออกรากไม่งา่ ยนกั และสายตน้ มีคุณคา่ คุม้ กบั ตน้ ทุนและคา่ แรงใน
การตอน เช่น ลาไย ล้ินจี่ ขยายพนั ธุด์ ว้ ยการตอนก่ิงแบบควนั่
3. การตอนก่ิงสามารถขยายพนั ธุไ์ ดต้ น้ ขนาดใหญ่ในเวลาไม่นานนกั
4. ใชใ้ นกรณีที่ตอ้ งการตน้ พชื ขนาดใหญ่จานวนไม่มากและใชอ้ ุปกรณ์นอ้ ย โดยเฉพาะเมื่อไม่มีปัญหา
เรื่องพน้ื ทปี่ ลูกตน้ แม่กลางแจง้
เรื่องที่ 2 วธิ ขี ยายพนั ธ์ุพชื โดยการตอนกง่ิ
การตอนกิ่งมีหลายวธิ ี จะเลือกใชว้ ธิ ีใดน้นั ข้ึนอยกู่ บั ชนิดของพชื เป็ นสาคญั รวมไปถึงความสะดวกใน
การปฏบิ ตั งิ านและความชานาญของผปู้ ฏิบตั ิ การตอนโดยทว่ั ไปมี 6 รูปแบบ คอื
1. การตอนก่ิงแบบฝังยอด (tip layering)
2. การตอนก่ิงแบบทบั กิ่ง (simple layering)
3. การตอนก่ิงแบบซบั ซอ้ นหรืองเู ล้ือย (compound or cerpentine layering)
4. การตอนกิ่งโดยวธิ ีขดุ ร่อง (trench layering)
5. การตอนกิ่งแบบสุมโคน (mound layering or stooling)
6. การตอนก่ิงบนอากาศ (air layering or pot layering or Chinese layering)
อุปกรณ์ทใี่ ช้ในการตอนก่ิง
1. มีดขยายพนั ธุห์ รือคตั เตอร์ (Cutter) หรือมีดติดตาต่อก่ิง
2. ถุงพลาสติกขนาด 2x4 น้ิว หรือ 3x5 นิ้ว
3. วสั ดุหุม้ กิ่งตอน เช่น กาบมะพรา้ ว ถ่านแกลบหรือขยุ มะพร้าว
4. เชือกมดั วสั ดุหุม้ ก่ิงตอน เช่น เชือกฟาง
5. ฮอร์โมนเร่งราก
การตอนก่ิงแบบฝงั ยอด (Tip Layering)
การตอนกิ่งแบบน้ี รากจะออกตรงบริเวณใกลก้ บั ยอดที่นาฝังลงดิน เหมาะกบั พชื บางชนิด
เช่น ตน้ ประทดั จนี มีข้นั ตอนดงั น้ี
1. ใชเ้ สียมหรือพลวั่ กาบออ้ ย ขดุ ดินใหเ้ ป็นหลุมลึก
ประมาณ 7 – 8 เซนตเิ มตร
2. สอดปลายยอดเขา้ ไปในหลุม แลว้ กลบดินทบั
3. รดน้าทุกวนั และดูแลอยา่ ใหว้ ชั พชื ข้ึนบดบงั แสง
4. ประมาณ 30 – 45 วนั เมื่อยอดใหม่โผล่ข้ึนมาจากดิน
จะมีราก พรอ้ มทีจ่ ะยา้ ยปลูกไดท้ นั ที
รูปแสดงการตอนกิ่งแบบฝังยอด
การตอนกิ่งแบบฝงั กง่ิ ให้ยอดโผล่พ้นดิน (Simple Layering)
การตอนก่ิงแบบน้ีเหมาะสาหรับพชื ทมี่ ีกิ่งยาวและมีลกั ษณะดดั โคง้ ไดง้ า่ ย เช่น มะลิชนิดตา่ ง ๆ
เป็นตน้ มีข้นั ตอนดงั น้ี
1. เลือกกิ่งทม่ี ีอายมุ ากกวา่ 1 ปี ทาแผลใหเ้ กิดข้ึนโดยการบิดใหแ้ ตกหรือใชม้ ีดปาด
2. โนม้ ก่ิงลงหาพน้ื ดิน แลว้ กลบดินบริเวณบางส่วนของก่ิง โดยใหย้ อดโผล่ข้นึ เหนือดิน ยาวประมาณ
15 – 30 เซนตเิ มตร
3. ใชไ้ มป้ ัก ผกู มดั ยอดใหต้ รง เพอื่ ใหร้ ากเกิดข้นึ เร็วบริเวณก่ิงที่กลบดิน
4. รดน้าทกุ วนั และดูแลอยา่ ใหว้ ชั พชื ข้นึ บดบงั แสง
5. ประมาณ 50 - 60 วนั จะมีรากเกิดข้นึ บริเวณท่ีเป็นแผล พรอ้ มทจ่ี ะยา้ ยปลูกไดท้ นั ที
รูปแสดงการตอนกิ่งแบบฝังกิ่งใหย้ อดโผล่พน้ ดิน
การตอนกิ่งแบบงูเลอื้ ย (Compound Layering)
การตอนกิ่งแบบน้ี คลา้ ยกบั วธิ ีที่ 3 เหมาะกบั ชนิดตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ ไมด้ อกไมป้ ระดบั เช่น มะลิ เลบ็ มือนาง
การเวก พลูชนิดต่าง ๆ ตนี ตกุ๊ แก และไมผ้ ลชนิดต่างๆ เช่น องุน่ มนั เทศ พริกไทย เป็นตน้ มีข้นั ตอนดงั น้ี
1. เลือกกิ่งยาวและมีลกั ษณะดดั โคง้ ไดง้ ่าย แบ่งเป็ นตอน ๆ ยาวประมาณ 30 เซนตเิ มตร
2. ใชม้ ีดปาดใหเ้ กิดแผล แลว้ กลบดินทบั เป็นตอน ๆ ตลอดความยาวของกิ่ง
3. รดน้าทกุ วนั และดูแลอยา่ ใหว้ ชั พชื ข้ึนบดบงั แสง
4. ประมาณ 30 – 45 วนั เม่ือยอดใหม่โผล่ข้นึ มาจากดิน จะมีรากพรอ้ มที่จะยา้ ยปลูกไดท้ นั ที
การตอนกิ่งแบบขุดร่อง (Trench Layering)
การตอนกิ่งแบบน้ี เหมาะสาหรับไมผ้ ลเมืองหนาวบางชนิด เช่น ทอ้ สาล่ี และเชอรี่ เป็นตน้ มีข้นั ตอน
ดงั น้ี
1. ขดุ ร่องลึก ประมาณ 5 เซนตเิ มตร เพอ่ื เตรียมสาหรับโนม้ ก่ิงไวก้ ่อน
2. เมื่อกิ่งตน้ แม่ เริ่มแตกยอดอ่อน ใหโ้ นม้ กิ่งขนาดตดิ กบั ผวิ หนา้ ดิน ใชต้ ะขอเหลก็ เสน้ รูปตวั (U) ปักยดึ
โคนกิ่งไว้ ใหก้ ิ่งนอนราบกบั พน้ื ร่องทเ่ี ตรียมไว้
3. ตดั ปลายกิ่งออกเลก็ นอ้ ย แลว้ ใชด้ ินร่วนกลบใหห้ นา ประมาณ 3 – 5 เซนตเิ มตร
4. รดน้าทุกวนั และดูแลอยา่ ใหว้ ชั พชื ข้นึ บดบงั แสง
5. เม่ือตากิ่งเร่ิมแตกยอดพน้ ผวิ ดินทีก่ ลบคร้ังแรก ใหก้ ลบดินเพม่ิ ข้ึนอีก และตอ้ งรีบกลบก่อนที่ยอดจะ
เริ่มคล่ีใบ
6. ในช่วง 2 – 3 สปั ดาห์ ใหก้ ลบดินแบบน้ีอยเู่ รื่อย ๆ ไป จนกวา่ จะแน่ใจวา่ บริเวณของก่ิงที่แตก ยอด
น้นั ไม่ไดร้ ับแสงแดด การกลบดินแต่ละคร้ังใหก้ ลบประมาณ ½ ของยอดทโ่ี ผล่ออกมาพน้ ดิน
7. การเกิดราก จะเกิดข้นึ ทีบ่ ริเวณฐานของก่ิงทแี่ ตกยอดใหม่ ซ่ึงใชร้ ะยะเวลาประมาณ 50 - 60 วนั
8. การยา้ ยปลูก ใหข้ ดุ เอาดินที่กลบออก แลว้ ตดั ก่ิงออกเป็นทอ่ น ๆ ตามจานวนตน้ ท่ีเกิดใหม่ นาไปชา
ในถุงดา ดูแลรกั ษาจนกวา่ ตน้ สมบูรณ์ดีจึงนาไปปลูกต่อไป
การตอนแบบสุมโคน (Mound or Stool Layering)
การตอนก่ิงแบบน้ี จะตอ้ งตดั ตน้ พชื ทีต่ อ้ งการออกใหเ้ หลือส้นั ติดผวิ ดิน ในขณะที่ตน้ พชื อยใู่ นระยะพกั
ตวั ส่วนมากทากบั ตน้ พชื ท่มี ีก่ิงแขง็ แรง ไม่สะดวกตอ่ การโนม้ ก่ิงลงมายงั พน้ื ดินหรือตดั กิ่งไดย้ ากแต่มี
ความสามารถทีจ่ ะแตกกิ่งกา้ นจากตน้ ตอคอดิน พชื ทนี่ ิยมทาส่วนมากเป็ นไมผ้ ล เช่น พทุ รา แอปเป้ิ ล ลาไย ล้ินจี่
เป็นตน้ มีข้นั ตอน ดงั น้ี
1. เม่ือตดั ตน้ ที่ตอ้ งการออกแลว้ จะสงั เกตเห็นตามท่โี คนตน้ เร่ิมแตกเป็ นตน้ อ่อน
2. เม่ือตน้ อ่อนที่เกิดใหม่ ยาวประมาณ 6 – 12 เซนติเมตร ใชด้ ินร่วนสุมโคน ประมาณ ½ ของยอดท่เี กิด
ใหม่
3. เมื่อตน้ สูง ประมาณ 25 เซนติเมตร ใหส้ ุมโคนคร้งั ที่ 2 และคร้งั ท่ี 3 เม่ือ กิ่งยาวประมาณ 50
เซนตเิ มตร
4. รดน้าทกุ วนั และดูแลอยา่ ใหว้ ชั พชื ข้ึนบดบงั แสง
5. หลงั จากน้นั ประมาณ 2 สปั ดาห์ จงึ ตดั กิ่งไปปลูกหรือชา โดยตดั ใหช้ ิดโคนตน้ และมีรากตดิ ไปดว้ ย
ใหม้ ากท่สี ุด
6. เมื่อตดั ก่ิงไปแลว้ จะตอ้ งเอาดินที่สุมโคนออก ใหถ้ ึงตน้ ตอเดิม เพอื่ ใหต้ อเดิมแตกยอดใหม่อีก และทา
การสุมโคนต่อไปเมื่อตอ้ งการตน้ ใหม่
ตดั ตน้ ตามขอ้ 1
ตน้ อ่อนตามขอ้ 2 ตน้ อ่อนตามขอ้ 3
ตน้ อ่อนตามขอ้ 5 ตน้ อ่อนตามขอ้ 6
การตอนก่ิงบนอากาศ
1. การตอนกิ่งแบบปาดก่ิง
2. การตอนก่ิงแบบกรีดกิ่ง
3. การตอนกิ่งแบบควนั่ กิ่ง
วิธีการตอนกง่ิ แบบปาดก่ิง
1. เลือกกิ่งทแี่ ก่พอควร อวบนวล มีสีเขียว
2. ปาดขา้ งกิ่ง ใชล้ วดหรือกิ่งไมเ้ ลก็ ๆสอดใหส้ ุดรอยแผล
3. ทาฮอร์โมนเร่งรากส่วนบนของแผล หุม้ ดว้ ยขยุ มะพร้าว หุม้ ทบั อีกทีดว้ ย
การตอนก่งิ แบบปาดกิง่
วธิ ีการตอนก่ิงแบบกรีดกงิ่
1. เลือกก่ิงแก่พอสมควร อวบนวล มีสีเขยี ว
2. กรีดกิ่งใหล้ ึกถึงเน้ือไมป้ ระมาณ 2-3 รอย รอบๆกิ่งยาวประมาณ 2-3 เซนตเิ มตร
3. ทาฮอร์โมนท่ีรอยกรีด
4. หุม้ ดว้ ยขยุ มะพร้าวท่ีช้ืน
5. หุม้ ทบั อีกทดี ว้ ยผา้ พลาสติก แลว้ ใชเ้ ชือกมดั ปลายใหแ้ น่น
การตอนกิง่ แบบกรีดก่งิ
วธิ ีการการตอนกง่ิ แบบคว่ันกิ่ง
1. เลือกก่ิงทส่ี มบรู ณ์ เหมาะตอ่ การขยายพนั ธุ์ ก่ิงท่ไี ม่อ่อนและแก่เกินไป มีขนาดเทา่ กบั แท่งดินสอดา
และยาวประมาณ 6-12 นิ้ว
2. ใชม้ ีดตอนกิ่ง หรือคตั เตอร์คมๆควน่ั ก่ิงใหร้ อยควนั่ ดา้ นบนอยใู่ ตข้ อ้ หรือตา รอยควน่ั ควรห่างกนั
เทา่ กบั เสน้ รอบวงของกิ่ง
3. กรีดระหวา่ งรอยควน่ั แกะเปลือกออก
4. ขดู เมือกลื่นๆบนกิ่งออกใหห้ มด ( ขดู จากยอดลงมาหาโคน )
5. กรีดเหนือรอยแผล 2-3 รอย ทงิ้ ไวป้ ระมาณ 10 นาที แลว้ ทาฮอร์โมนเร่งราก ตรงรอยกรีดและรอยแผล
ส่วนบน
6. หุม้ ดว้ ยขยุ มะพร้าว แลว้ ห่อทบั ดว้ ยพลาสติก มดั เชือกใหแ้ น่นท้งั บนและล่าง
การตอนกงิ่ แบบคว่ันก่งิ
การตอนกง่ิ ในอากาศ (Air Layering)
การตอนกิ่งในอากาศ โดยเฉพาะแบบควนั่ กิ่ง เหมาะสาหรบั ไมด้ อกไม้ ประดบั เช่น กุหลาบ โมก
โกสน เล็บครุฑ แสงจนั ทร์ และไมผ้ ลบาง ชนิด เช่น มะม่วง ลาไย มงั คุด มะเฟือง ฯลฯ เป็นตน้ มีข้นั ตอนดงั น้ี
1. เลือกกิ่งทม่ี ีอายไุ ม่เกิน 1 ปี หรืออยใู่ นวยั หนุ่มสาว ซ่ึงจะออกรากไดด้ ีกวา่ ก่ิงท่มี ีอายมุ าก และควร เป็น
กิ่งกระโดงหรือก่ิงน้าคา้ ง ทสี่ มบูรณ์ ปราศจากโรคและแมลง
2. ควนั่ เปลือกกิ่ง ความยาวของรอยแผล ประมาณเสน้ รอบวงของกิ่ง ท้งั ดา้ นบนและล่างของก่ิง แลว้
ลอกเอาเปลือกออกและขดู เยอ่ื เจริญทีเ่ ป็นเมือกลื่นๆ รอบกิ่งออกใหห้ มด
3. นาตมุ้ ตอน ขยุ มะพรา้ วเก่าทแ่ี ช่น้าจนอิ่มตวั แลว้ บบี น้าออกพอหมาด ๆ อดั ลงในถุงพลาสติกแลว้ ผกู
ปากถุงใหแ้ น่น) มาผา่ ตามความยาวแลว้ นาไปหุม้ รอยแผลของกิ่ง มดั ดว้ ยเชือกท้งั บนและล่างรอยแผลที่ควนั่
4. เมื่อกิ่งตอนงอกรากซ่ึงจะเกิดตรงบริเวณรอยควนั่ ดา้ นบน และรากเร่ิมแก่เป็นสีเหลือง หรือมีสีน้าตาล
ปลายรากมีสีขาวและมีจานวนรากมากพอ จึงตดั กิ่งตอนไปชาหรือปลูกได้
5. ตดั ก่ิงตอนไปชาในภาชนะ ในกระถางหรือถุงพลาสติก เพอื่ รอการปลูกตอ่ ไป
วสั ดุอุปกรณ์ เลือกก่ิงตามขอ้ 1
ควนั่ กิ่งตามขอ้ 2
ควน่ั กิ่งตามขอ้ 2
ควน่ั กิ่งตามขอ้ 2 หุม้ ก่ิงตามขอ้ 3
เร่ืองที่ 3 ปัจจยั ในการออกรากของการตอนกงิ่
ปัจจัยในการออกรากของก่ิงตอน
1. รอยแผลบนก่ิงตอน การทาใหเ้ กิดรอยแผลบนกิ่งตอน ทาไดห้ ลายวธิ ีข้ึนอยกู่ บั ลกั ษณะของเปลือก
ไม้ ถา้ เป็นไมท้ ี่มีเปลือกอ่อนนิยมใชว้ ธิ ีควน่ั แลว้ ลอกเปลือกออก ถา้ เป็ นไมท้ ล่ี อกเปลือกยากหรือมีก่ิงขนาดเลก็
นิยมใชว้ ธิ ีกรีดหรือบาก เช่นไมอ้ วบน้า เป็นตน้
2. วสั ดุห่อหุม้ กิ่งตอน ตอ้ งมีความทนตอ่ สภาพดินฟ้ าอากาศ รกั ษาความช้ืนไดด้ ี มีน้าหนกั เบา ทาให้
รากเจริญเติบโตไดด้ ี ที่นิยมไดแ้ ก่ พลาสติกกบั ขยุ มะพรา้ ว
3. ตาแหน่งของรอยแผลท่กี รีด ปาดหรือควนั่ โดยหลกั การท่ีถูกตอ้ งแลว้ รอยแผลดา้ นบนจะตอ้ งอยชู่ ิด
ใตข้ อ้ ซ่ึงจะช่วยใหก้ ิ่งตอนออกรากไดด้ ีและเร็วข้ึน
4. การใชฮ้ อร์โมนสงั เคราะหเ์ ร่งราก เช่น IAA IBA และ NAA โดยอาศยั หลกั การเดียวกบั การใช้
ฮอร์โมนแลว้ นาไปทาบริเวณรอยแผลของกิ่งตอนดา้ นบนก่อนทาการหุม้ ก่ิง
5. ความสมบรู ณ์ของกิ่งตอน ควรเลือกก่ิงท่ไี ม่ไม่อ่อนมากเกินไป มีแสงแดดส่องถึงปลอดจากโรคและ
แมลงรบกวน
6. ความช้ืนภายในกระเปาะหุม้ ก่ิงตอนและการถ่ายเทอากาศภายในวสั ดุหุม้ ก่ิงตอน
หนังสืออ้างองิ
วทิ ยา ไม่ซาผล และคณะ. 2532. หลกั การขยายพนั ธุพ์ ชื . ฟาร์อีสพบั บลิเคชนั่ : กรุงเทพฯ. หนา้ 66-77.
สนนั่ ขาเลิศ. 2541. หลกั และวธิ ีปฏิบตั ิการขยายพนั ธุพ์ ชื . สหมิตรการพมิ พ์ : กรุงเทพฯ. หนา้ 31-32.
http://www.sut.ac.th/e%2Dtexts/Agri/work/bough/bough.html
http://www.kanngan.com/40241/Menu.htm หนงั สืออา้ งอิงใน : กรมอาชีวศกึ ษา กระทวงศึกษาธิการ. คูม่ ือการ
เรียนการสอน รายวชิ าหลกั การขยายพนั ธุพ์ ชื .โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพร้าว. 2524. หนา้ 16-40.
กลุ่มหนงั สือเกษตร. ขยายพนั ธุด์ ว้ ยภาพ. คณะเกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. 2523. หนา้ 8-130.
จนิ ตนา เรืองฤทธ์ิ และปัญญา โพธ์ิฐิตริ ตั น์. สูตรการเพม่ิ ผลผลิตการเกษตร. หนา้ 43-44.
จลุ จกั ร โนพนั ธุ์ และวทิ ยา สิริอนุวฒั น์. หนงั สือเรียน วชิ าการงานรายวชิ า ง 321-322 โครงงานเกษตรกรรม . โรง
พมิ พค์ ุรุสภาลาดพรา้ ว. 2522. หนา้ 49-55.
พานิช ทนิ นิมิตร. หลกั การเกษตร. โรงพมิ พก์ รุงสยามการพมิ พ.์ 2527. หนา้ 111-112
สมชาย สุคนธสิงห์. เกษตรยคุ ใหม่. หจก.ฟันน่ิง พบั บลิชชิ่ง. 2531. หนา้ 15-19.
สมั ฤทธ์ิ เฟื่องจนั ทร์. หลกั พชื สวน. โรงพมิ พก์ รุงสยามการพมิ พ.์ 2527. หนา้ 89.
กจิ กรรมท้ายบทท่ี 6
จงตอบคาถามต่อไปนี้
1. จงบอกความหมายของการตอนก่ิง
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
2. จงบอกประโยชนข์ องการตอนก่ิง
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
3. จงอธิบายวธิ ีการตอนกิ่งบนอากาศแตล่ ะวธิ ีพร้อมยกตวั อยา่ งพชื ที่เหมาะสม
วิธีการตอนกิง่ บนอากาศ วธิ ีการปฏบิ ัติ พืชที่นิยม
4. จงอธิบายปัจจยั ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การเกิดรากของกิ่งตอน
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
5. จงบอกวสั ดุ-อุปกรณ์ทต่ี อ้ งใชใ้ นการตอนก่ิงพรอ้ มท้งั อธิบายหนา้ ท่แี ละการใชง้ าน
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
6. จงอธิบายวธิ ีการตอนกิ่งแบบฝังยอด (tip layering) พร้อมวาดรูปประกอบ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
7. จงอธิบายวธิ ีการตอนก่ิงแบบทบั ก่ิง (simple layering) พรอ้ มวาดรูปประกอบ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
8. จงอธิบายวธิ ีการการตอนกิ่งแบบซบั ซอ้ นหรืองเู ล้ือย (compound or cerpentine layering) พรอ้ มวาดรูป
ประกอบ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
9. จงอธิบายวธิ ีการการตอนกิ่งโดยวธิ ีขดุ ร่อง (trench layering) พรอ้ มวาดรูปประกอบ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
10. จงอธิบายวธิ ีการการตอนก่ิงแบบสุมโคน (mound layering or stooling) พรอ้ มวาดรูปประกอบ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
11. จงเขยี น Mind mapping เรื่องการตอนก่ิง
บทปฏบิ ตั กิ ารบทท่ี 6
จุดประสงค์การเรียนรู้
นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิการขยายพนั ธุพ์ ชื โดยการตอนก่ิงบนอากาศได้
เนื้อหา
ใหน้ กั เรียนตอนกิ่งบนอากาศ โดยทารอยแผลในกิ่งตอนแบบต่างๆ คอื ควน่ั กรีด และปาด แบบละ 5 กิ่ง
วสั ด-ุ อปุ กรณ์
1. มีดคตั เตอร์สะอาด
2. วสั ดุทใ่ี ชห้ ุม้ ก่ิงตอน เช่น ขยุ มะพรา้ ว เชือก ถุงพลาสตกิ เป็นตน้
3. ฮอร์โมนเร่งราก
4. พชื ท่ีใชใ้ นการตอนกิ่ง เช่น เล็บครุฑ โกสน ยโ่ี ถ ชวนชม ชมพู่ นอ้ ยหน่า เป็ นตน้
5. ป้ ายเขยี น วนั เดือน ปี ที่ตอนกิ่งและวธิ ีการทารอยแผล
ลาดบั ข้นั ตอนการปฏบิ ัติ
1. เลือกพชื ทีจ่ ะตอนก่ิงอยา่ งนอ้ ย 3 ชนิด ท่ีเหมาะสมกบั การทารอยแผลแตล่ ะแบบ
2. ทารอยแผลบนกิ่งตอน
3. ทาฮอร์โมนทร่ี อยแผล
4. ห่อหุม้ รอยแผลก่ิงตอนดว้ ยวสั ดุท่ีเตรียมไว้
5. ผกู ป้ ายวนั เดือน ปี ทีต่ อนกิ่งและวธิ ีการทารอยแผล
6. ดูแลรกั ษาและสงั เกตการออกรากของกิ่งตอน
7. จดบนั ทกึ ขอ้ มูลการเจริญเตบิ โต การออกรากของกิ่งตอนแตล่ ะชนิด
8. ตดั ก่ิงตอนโดยสงั เกตปริมาณรากกบั ขนาดของก่ิงหรือจานวนใบบนกิ่งใหส้ มั พนั ธก์ นั
9. นากิ่งตอนไปปลูกโดยการเดด็ ใบออก เพอ่ื ลดการคายน้า แกะถุงพลาสติกออก นาปลูกลงภาชนะ
10. สรุปผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรม ระยะเวลาที่ใชใ้ นการตอนกิ่งแตล่ ะชนิด
ตารางบนั ทกึ การเจริญเตบิ โต กา
วัน เดือน ปี ลักษณะการเจริญ
กง่ิ ท่ี 2
ทตี่ อนกิง่ / ก่ิงที่ 1 พชื .......................................... พืช.....
บนั ทึก พืช..........................................
ารออกรากของกิ่งตอนแบบควั่น
ญเตบิ โตของรากบนกิ่งตอน/ก่งิ ที่ กง่ิ ที่ 5
กิ่งท่ี 3 ก่ิงท่ี 4 พชื ..........................................
...................................... พชื .........................................
ตารางบนั ทึกการเจริญเตบิ โต กา
วัน เดือน ปี ลักษณะการเจริญ
ก่งิ ที่ 2
ทตี่ อนกิง่ / ก่ิงที่ 1 พชื .......................................... พืช.....
บนั ทึก พืช..........................................
ารออกรากของกง่ิ ตอนแบบกรีด
ญเติบโตของรากบนกงิ่ ตอน/กิ่งที่ กง่ิ ที่ 5
กงิ่ ท่ี 3 กิ่งท่ี 4 พชื ..........................................
...................................... พืช.........................................
ตารางบันทึกการเจริญเตบิ โต กา
วัน เดือน ปี ลกั ษณะการเจริญ
ก่ิงที่ 2
ทตี่ อนกิง่ / ก่ิงที่ 1 พชื .......................................... พืช.....
บนั ทึก พืช..........................................
ารออกรากของกิ่งตอนแบบปาด
ญเติบโตของรากบนกิง่ ตอน/ก่ิงที่ กง่ิ ที่ 5
ก่งิ ท่ี 3 กิง่ ท่ี 4 พชื ..........................................
...................................... พชื .........................................
สรุปผล
...................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
การประเมนิ ผล
1. แบบทดสอบ
2. สงั เกตการปฏบิ ตั ิ
3. ผลงานท่ีปฏิบตั ิ