The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ก.ย. 65)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ก.ย. 65)

สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ก.ย. 65)

Keywords: การประมวลองค์ความรู้เกี่ยวกับที่ดิน

ข้อมูล ณ วนั ท่ี 21 ก.ย. 2565
2565

ประมวลองคค์ วามรูเ้ กย่ี วกับท่ีดิน
สานกั มาตรฐานการออกหนังสือสาคญั

การออกหนงั สือแสดงสทิ ธใิ นท่ีดนิ

ข้อ 1. คาถาม : นายเต๋าเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในท่ีดินตามหลักฐานโฉนดที่ดินแปลงหน่ึงซึ่งออกโดยการนาเดิน
สารวจ มีข้อกาหนดห้ามโอน ๑๐ ปี ภายในระยะเวลาห้ามโอนดังกล่าวนายเต๋าจะขอให้พนักงานเจ้าหน้าท่ี
จดทะเบียนให้นางสาวจอยเข้าถือกรรมสิทธิ์รวมพร้อมท้ังจดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธิ์รวมได้หรือไม่ หรือหาก
นายเต๋าประสงค์จะดาเนินการแบ่งแยกในนามเดมิ ที่ดินดงั กล่าวจะกระทาได้หรือไม่ อยา่ งไร

คาตอบ : มาตรา ๕๘ ทวิวรรคห้า แห่งประมวลกฎหมายที่ดนิ บัญญัติว่า “ภายในสิบปีนับแต่วันที่ได้รับ
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ตามวรรคหน่ึงห้ามมิให้บุคคลตามวรรคสอง (๓) ผู้ได้มาซึ่งสิทธิ
ในที่ดินดังกล่าวโอนที่ดินนั้นให้แก่ผู้อ่ืนเว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกหรือโอนให้แก่ทบวงการเมืององค์การ
ของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดต้ังองค์การของรัฐบาลรัฐวิสาหกิจท่ีจัดตั้งขึ้นโดย พระราชบัญญัติหรือ
โอนให้แก่สหกรณ์เพ่ือชาระหน้ีโดยได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์” พนักงานเจ้าหน้าท่ีจึงไม่สามารถ
จดทะเบียนให้นางสาวจอยบุตรนายเต๋าเข้าถือกรรมสิทธิ์รวมแล้วจดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธ์ิรวมโฉนดท่ีดิน
แปลงดงั กล่าวตามความประสงคข์ องนายเต๋าได้

ส่วนกรณีการแบ่งแยกในนามเดิมนั้น เน่ืองจากการแบ่งแยกในนามเดิมมิใช่เป็น “การโอน”
กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในท่ีดิน ดังน้ัน หากนายเต๋าประสงค์จะแบ่งแยกที่ดินออกเป็นหลายแปลงก็
สามารถดาเนินการได้โดยโฉนดที่ดินที่แบ่งแยกออกเป็นโฉนดที่ดินฉบับใหม่ จะต้องจดแจ้งการห้ามโอนให้
ปรากฏไวด้ ้วยเช่นกัน

ท่ีมาของคาตอบ : มาตรา ๕๘ ทวิ วรรคหา้ แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ

ข้อ 2. คาถาม : ในการออกโฉนดที่ดินโดยอาศัยหลักฐานการแจ้งการครอบครองท่ีดิน (ส.ค. ๑) ถ้าผลการ
รังวัดได้เนื้อท่ีแตกต่างไปจากเน้ือที่ตามหลักฐานการแจ้งการครอบครองท่ีดิน (ส.ค. ๑) พนักงานเจ้าหน้าท่ี
จะออกโฉนดทด่ี นิ ให้ผขู้ อตามผลการรังวัดดังกลา่ วได้หรือไม่ อยา่ งไร

คาตอบ : มาตรา ๕๙ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน บัญญัติหลักเกณฑ์ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาออก
หนังสอื รบั รองการทาประโยชน์ให้ไดเ้ ท่าจานวนเน้ือที่ท่ีได้ทาประโยชน์ ทั้งน้ี ตามท่ีระเบียบของคณะกรรมการ
จัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) หมวด ๒ ข้อ ๘ กาหนดกล่าวคือ ถ้าปรากฏว่าที่ดินที่มีอาณาเขต
ระยะของแนวเขต และท่ีดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑)

-2-

เช่ือได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน แต่เน้ือท่ีที่คานวณได้แตกต่างไปจากเนื้อท่ีตามหลักฐานการแจ้งการครอบครอง
ท่ีดิน (ส.ค. ๑) ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีออกหนังสือรับรองการทาประโยชน์ได้เท่าจานวนเน้ือท่ีท่ีได้ทาประโยชน์แล้ว
แต่ไม่เกินเนื้อท่ีที่คานวณได้ แต่ถ้าในกรณีที่ระยะของแนวเขตท่ีดินผิดพลาดคลาดเคล่ื อนให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ออกหนังสือรับรองการทาประโยชน์เท่าจานวนเนื้อที่ท่ีได้ทาประโยชน์แล้ว เม่ือผู้มีสิทธิในท่ีดิน
ข้างเคยี งได้ลงช่ือรับรองแนวเขตไว้เป็นการถกู ต้องครบถว้ นทกุ ด้าน

ทม่ี าของคาตอบ : ๑. มาตรา ๕๙ ตรี แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
๒. ระเบยี บของคณะกรรมการจัดท่ดี ินแหง่ ชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) หมวด ๒ ขอ้ ๘

ข้อ 3. คาถาม : การขอออกโฉนดท่ีดินเฉพาะรายตามหลักฐานการแจ้งการครอบครอง (ส.ค.๑) เป็นหลายแปลง
ในคราวเดยี วกันสามารถกระทาได้หรอื ไม่ อยา่ งไร

คาตอบ : การขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายหลายแปลงในคราวเดียวกันตามหลักฐานการแจ้งการ
ครอบครอง (ส.ค. ๑) สามารถกระทาได้โดยการสร้างใบไต่สวนตามจานวนแปลงที่ขอออกโฉนดที่ดิน
แลว้ หมายเหตใุ นหลักฐานที่ดนิ เดมิ ใหป้ รากฏว่าได้ออกโฉนดทดี่ นิ ไปท้ังหมดกีแ่ ปลงเปน็ โฉนดที่ดินเลขท่เี ท่าไร

ท่ีมาของคาตอบ : หนังสือกรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๗๑๒/ว ๓๐๙๙๕ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๒๘ เรื่อง
การออกโฉนดทดี่ นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการทาประโยชนแ์ ปลงเดยี วหรือหลายแปลงหรือเปน็ บางส่วน

ข้อ 4. คาถาม : นาย ก. ขอออกโฉนดที่ดินโดยอาศัยหลักฐาน น.ส. ๓ แต่นายอาเภอและผู้แทนองค์การบริหาร
ส่วนตาบลในฐานะผู้มีอานาจในการดูแลรักษาและดาเนินการคุ้มครองป้องกันที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน คัดค้านว่า นาย ก. นารังวัดทับที่สาธารณประโยชน์เป็นบางส่วนระหว่างรอการ
ตรวจสอบ เจ้าพนักงานทีด่ นิ จะดาเนนิ การออกโฉนดท่ดี นิ สว่ นที่ไมม่ ีการคดั คา้ นให้นาย ก. ไปกอ่ นไดห้ รือไม่

คาตอบ : การออกโฉนดท่ีดินเป็นบางส่วนในท่ีดินท่ีมีหลักฐาน น.ส. ๓ ห้ามมิให้กระทาตามหนังสือ
กรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๗๑๒/ว ๓๐๙๙๕ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๒๘ เจ้าพนักงานที่ดินจึงไม่สามารถออก
โฉนดทีด่ นิ เป็นบางสว่ นในสว่ นทไ่ี ม่คดั ค้านให้แกผ่ ้ขู อได้

ที่มาของคาตอบ : หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๓๐๙๙๕ ลงวันท่ี ๓๐ ธันวาคม ๒๕๒๘ เร่ือง
การออกโฉนดทด่ี นิ หรือหนงั สือรบั รองการทาประโยชนแ์ ปลงเดียวหรือหลายแปลงหรือเป็นบางส่วน

ข้อ 5. คาถาม : ในการรังวัดออกโฉนดท่ีดิน หากช่างรังวัดลงที่หมายในระวางแผนท่ีรูปถ่ายทางอากาศแล้ว
ปรากฏว่าทับเลขท่ีดินตอ้ งดาเนินการอย่างไร

คาตอบ : การลงท่ีหมายในระวางแผนท่ีทับเลขท่ีดินกรมท่ีดินได้วางแนวทางปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่
ตรวจสอบหลักฐานทางสานักงานที่ดินให้ได้ข้อยุติก่อนว่าได้มีการแจกโฉ นดที่ดินหรือใบไต่สวนแล้วหรือไม่
ถ้าตรวจสอบแล้วไม่พบหรือไม่ได้ข้อยุติโดยเป็นกรณีที่มีเลขหน้าสารวจให้สอบถามกรมท่ีดินเพ่ือตรวจสอบ

-3-

หลักฐานทางส่วนกลางถ้ากรมท่ีดินไม่มีหลักฐานยืนยันว่าได้มีการแจกใบไต่สวนหรือโฉนดที่ดินไปแล้ว หรือ
กรณีไม่มีเลขหน้าสารวจให้เจ้าหน้าที่สอบสวนและบันทึกเจ้าของท่ีดินผู้ขอให้ยินยอมรับผิดชอบความเสียหาย
อนั อาจเกิดขึน้ จากกรณีลงระวางทับเลขท่ดี นิ ดังกล่าว

ท่ีมาของคาตอบ : หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๗๐๐๔ ลงวันท่ี ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๐
และหนงั สอื กรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๒๗๓๑๘ ลงวนั ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๔๗

ข้อ 6. คาถาม : องค์การบริหารส่วนตาบล ก. ได้ครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินแปลงหนึ่งโดยไม่มี
หลกั ฐานสาหรบั ท่ดี ิน สามารถขอออกโฉนดทด่ี ินได้หรือไม่ อยา่ งไร

คาตอบ : องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นทบวงการเมือง มีฐานะเป็นนิติบุคคล จึงเป็นบุคคลตามท่ี
กฎหมายกาหนดสามารถขอออกโฉนดทด่ี นิ ในนามตนเองได้ โดยมีหลักเกณฑด์ งั น้ี

๑. ถ้าเป็นที่ดินที่ได้ครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินมาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดิน
ใช้บังคับ (ก่อนวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗) สามารถขอออกโฉนดท่ีดินได้ท้ังการขอออกโฉนดท่ีดินเป็นการ
เฉพาะรายและโดยการเดนิ สารวจ

๒. ถ้าเป็นที่ดินท่ีได้ครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินภายหลังวันที่ประมวลกฎหมายท่ีดิน
ใช้บังคับ สามารถนาเดินสารวจออกโฉนดท่ีดินเท่านั้น โดยโฉนดที่ดินที่ออกในกรณีน้ีต้องอยู่ในบังคับ
หา้ มโอน ๑๐ ปี นบั แตว่ นั ทไ่ี ดร้ บั โฉนดทดี่ นิ

ท้ังนี้ ทั้งสองกรณีพนักงานเจ้าหน้าท่ีจะออกโฉนดท่ีดินได้ไม่เกิน ๕๐ ไร่ ถ้าเกิน ๕๐ ไร่
จะตอ้ งได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด

ท่มี าของคาตอบ : มาตรา ๕๘ ทวิ และมาตรา ๕๙ ทวิ แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี นิ

ข้อ 7. คาถาม : หากในการดาเนินการเปล่ียน น.ส. ๓ ก. เป็นโฉนดที่ดินแปลงหนึ่งตามมาตรา ๕๘ ตรี
แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน เจา้ พนกั งานท่ีดินลงนามออกโฉนดท่ีดินเมอ่ื วนั ที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๐ ประกาศวันท่ี
๗ มกราคม ๒๕๔๐ ว่าจะแจกโฉนดท่ีดินในวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๐ เจ้าของท่ีดินมารับโฉนดที่ดินพร้อมชาระเงิน
ค่าธรรมเนียมการออกโฉนดที่ดินเมื่อวันท่ี ๙ มกราคม ๒๕๔๐ น.ส. ๓ ก. สาหรับท่ีดินแปลงน้ีเป็นอันยกเลิกเมื่อใด
และโฉนดทีด่ ินมีผลตั้งแตเ่ ม่อื ใด

คาตอบ : มาตรา ๕๘ ตรี วรรคท้าย แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน บัญญัติว่า “เมื่อได้จัดทาโฉนดที่ดิน
แปลงใดพร้อมท่จี ะแจกแล้วให้เจ้าพนกั งานทด่ี ินประกาศกาหนดวันแจกโฉนดที่ดินแปลงน้ันแก่ผู้มีสิทธิ และให้ถือว่า
หนังสือรับรองการทาประโยชน์สาหรับท่ีดินแปลงนั้นได้ยกเลิกตั้งแต่วันกาหนดแจกโฉนดที่ดินตามประกาศ
ดังกลา่ ว...” น.ส. ๓ ก. สาหรับทด่ี ินแปลงนจี้ ึงยกเลกิ และโฉนดทดี่ ินมผี ลตัง้ แตว่ นั ที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๐

ท่มี าของคาตอบ : มาตรา ๕๘ ตรี วรรคท้าย แห่งประมวลกฎหมายท่ดี ิน

-4-

ข้อ 8. คาถาม : การนาโฉนดตราจองและตราจองที่ตราว่า “ได้ทาประโยชน์แล้ว” มาขอออกเป็นโฉนดท่ีดิน
ต้องดาเนินการประกาศแจกโฉนดท่ีดินหรือไม่

คาตอบ : โฉนดตราจองและตราจองท่ีตราว่า “ได้ทาประโยชน์แล้ว”เป็นหนังสือแสดงกรรมสิทธ์ิ
ในท่ีดินประเภทหนึ่งตามนัยมาตรา ๑ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน ดังนั้น การรังวัดเปลี่ยนโฉนดตราจองหรือ
ตราจองท่ีตราว่า “ได้ทาประโยชน์แล้ว” เป็นโฉนดที่ดินจึงไม่ใช่การรังวัดเพื่อออกโฉนดท่ีดิน แต่เป็นการรังวัด
สอบเขตท่ีดิน ตามมาตรา ๖๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพ่ือเปลี่ยนประเภทหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน
และเพื่อให้ทราบแนวเขตทีด่ นิ เท่านน้ั ไม่ตอ้ งดาเนนิ การประกาศแจกโฉนดท่ีดนิ แต่ประการใด

ทีม่ าของคาตอบ : ๑. มาตรา ๑ แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดิน
๒. หนังสือกรมท่ีดินท่ีมท 0619/ว 15111 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2539

เร่อื ง การรงั วัดเปลยี่ นโฉนดตราจอง หรอื ตราจองทีต่ ราวา่ “ได้ทาประโยชน์แล้ว”เป็นโฉนดทด่ี ิน

ข้อ 9. คาถาม : การออกโฉนดท่ดี ินแบบทอ้ งถิ่นเป็นการดาเนนิ การออกโฉนดที่ดินประเภทใด
คาตอบ : การออกโฉนดที่ดินแบบท้องถิ่นเป็นการออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙

แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ดาเนินการเป็นกลุ่ม โดยจังหวัดจะแจ้งความประสงค์ให้กรมที่ดินทราบ
และกรมที่ดินโดยสานักมาตรฐานการออกหนังสือสาคัญจะจัดทาโครงการและจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปดาเนินการ
ออกโฉนดทด่ี นิ ให้

ทม่ี าของคาตอบ : ระเบียบกรมท่ดี ิน วา่ ด้วยการออกโฉนดทด่ี นิ แบบท้องถ่ิน พ.ศ. ๒๕๕๓

ข้อ 10. คาถาม : พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์เป็นการเฉพาะราย
ใหแ้ กบ่ ุคคลตามมาตรา ๕๙ ทวิ วรรคหนงึ่ ได้ในกรณี

คาตอบ : มาตรา ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติว่า “ผู้ซ่ึงครอบครองและทาประโยชน์
ในท่ีดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายน้ีใช้บังคับโดยไม่มีหนังสือสาคัญแสดงกรรมสิทธ์ิที่ดิน และมิได้แจ้งการ
ครอบครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ แต่ไม่รวมถึงผู้ซึ่งมิได้
ปฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๒๗ ตรี ถ้ามีความจาเปน็ จะขอออกโฉนดทด่ี ิน หรอื หนงั สอื รบั รองการทาประโยชน์เป็นการเฉพาะราย
โดยความจาเปน็ ดงั กลา่ วถกู กาหนดไวต้ ามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดนิ แห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๓๒ ข้อ ๗ ดงั น้ี

๑. ทดี่ ินน้ันถูกเวนคนื ตามกฎหมายว่าดว้ ยการเวนคนื อสงั หารมิ ทรัพย์
๒. ผู้ครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินจะโอนท่ีดินนั้นให้แก่ทบวงการเมือง องค์การของ
รฐั บาลตามกฎหมายวา่ ด้วยการจดั ตง้ั องค์การของรัฐบาล หรือรฐั วิสาหกิจทจ่ี ัดตง้ั ข้นึ โดยพระราชบญั ญตั ิ
๓. มีความจาเป็นอย่างอ่ืนโดยได้รับอนุมัติจากผูว้ ่าราชการจงั หวดั

-5-

ทีม่ าของคาตอบ : ๑. มาตรา ๕๙ ทวิแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
๒. ระเบียบของคณะกรรมการจดั ทดี่ ินแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๓๒ ขอ้ ๗

ขอ้ 11 คาถาม : การรงั วดั ซา้ ใบไตส่ วนและการรงั วัดสอบเขตใบไตส่ วนแตกตา่ งกันหรือไม่ อย่างไร
คาตอบ : การรังวัดซาใบไต่สวนเกิดจากกรณีที่ว่าเจ้าของที่ดินได้นาพนักงานเดินสารวจเพ่ือขอรับ

โฉนดทด่ี ินในคราวที่มีการเดนิ สารวจทั้งตาบลไว้แต่ไม่มาขอรับใบไต่สวนเกิน ๑๐ ปี นับต้ังแต่วันท่ีทาการรังวัด
ท่ีปรากฏในใบไต่สวนต่อมาผู้ขอรังวัดซึ่งจะเป็นเจ้าของเดิมหรือคนใหม่ก็ตามมีความประสงค์จะรับโฉนด ก็ให้
ย่ืนคาขอ (คาส่ังกรมท่ีดินที่ ๑/๒๕๑๕ ลงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๑๕ เร่ือง การออกโฉนดที่ดินซึ่งมีช่ือ ไม่ตรง
ตามใบไต่สวน) ออกโฉนดที่ดินประเภทรังวัดซ้าใบไต่สวนโดยดาเนินการเหมือนกับการออกโฉนดเฉพาะราย
ทุกประการโดยสร้างใบไต่สวนขึ้นใหม่ส่วนเลขท่ีดินหน้าสารวจให้ใช้ตามใบไต่สวนเดิมส่วนผู้ขอรังวัดหากมี
ช่ือแตกต่างจากเดมิ ใหบ้ นั ทกึ ถ้อยคาแสดงหลักฐานอา้ งอิงการไดม้ าไว้ดว้ ย

การรังวัดสอบเขตใบไต่สวนเกดิ ขึน้ เน่อื งจากเจ้าของท่ีดินได้เคยนาพนักงานเดินสารวจเพ่ือ
ขอรับโฉนดท่ีดินในคราวที่มีการเดินสารวจท้ังตาบลไว้และรับใบไต่สวนไปแล้ว แต่ไม่มารับโฉนดเกิน ๑๐ ปี
นับต้ังแต่วันท่ีทาการรังวัดต่อมาเมื่อเจ้าของเดิมหรือเจ้าของคนใหม่ (หมายถึงมีการเปล่ียนแปลงโดย
จดทะเบียนต่อพนกั งานเจา้ หน้าทแ่ี ละจดแจ้งในใบไต่สวนแล้ว) ประสงค์จะรบั โฉนดทด่ี นิ ก็ต้องให้ยื่นคาขอรังวัด
สอบเขตใบไต่สวนเน่ืองจากเขตการครอบครองอาจเปล่ียนแปลงได้หรือสภาพที่ดินเปลี่ยนไปจากเดิมการรังวัด
คงปฏิบัติเช่นเดียวกับการออกโฉนดเฉพาะรายเว้นแต่หลักฐานการสอบสวนคงใช้ใบไต่สวนเดิม (คาสั่งท่ี
๑๓/๒๔๗๙ ลงวันที่ ๓๐ ตลุ าคม ๒๔๗๙ เร่อื งการใช้ใบรบั รองเขตทดี่ ิน)

ท่ีมาของคาตอบ : ๑. คาสั่งกรมท่ีดินที่ ๑/๒๕๑๕ ลงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๑๕ เร่ือง การออก
โฉนดทดี่ ินซ่ึงมีชอื่ ไมต่ รงตามใบไต่สวน

๒. คาสง่ั ท่ี ๑๓/๒๔๗๙ ลงวันที่ ๓๐ ตลุ าคม ๒๔๗๙ เร่อื ง การใชใ้ บรบั รองเขตทดี่ นิ

ข้อ 12. คาถาม : การประทับตราประจาต่อในโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทาประโยชน์ มีหลักเกณฑ์
ในการดาเนินการอย่างไร

คาตอบ : ๑. ก่อนแจกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ให้ประทับตราประจาต่อ
ลงในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ทั้งฉบับสานักงานท่ีดินและฉบับเจ้าของท่ีดินท่ีหน้า ๒

-6-

ริมกระดาษเบ้ืองบนด้านซ้ายมือ โดยวางโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ฉบับเจ้าของที่ดินซ้อน
บนฉบับสานักงานท่ีดินเหล่ือมกันประมาณนิ้วคร่ึง ประทับตราให้ชัดเจนด้วยชาดน้ามันสีแดง ให้ดวงตราคาบ
อยู่กับริมด้านซ้ายของโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ฉบับละประมาณครึ่งดวง ส่วนใบแทน
ก็ให้ประทับตราประจาต่อเช่นเดียวกัน (คาสั่งกรมท่ีดิน ที่ ๘/๒๔๖๖ ลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๔๖๖, หนังสือ
กรมทดี่ นิ ที่ มท ๐๖๐๖/ว ๒๕๐๓๑ ลงวันท่ี ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๑๔ และหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๖๐๖/๓๑๐๖๓
ลงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๑๖)

๒. ก่อนเพิ่มสารบัญจดทะเบียนโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ ให้ประทับ
ตราประจาต่อลงในสารบัญจดทะเบียนแผ่นเดิมและแผ่นเพ่ิมใหม่ที่ริมกระดาษเบื้องบนด้านขวามือ โดยวาง
กระดาษสารบัญจดทะเบียนซ้อนกันให้ริมกระดาษด้านขวามือเหลื่อมกันประมาณคร่ึงน้ิว แล้วจึงใช้
ตราประจาต่อประทับเบื้องบนด้านขวา ให้ดวงตราคาบอยู่กับริมกระดาษสารบัญจดทะเบียนแผ่นละประมาณ
ครึ่งน้ิวเม่ือมีการเพ่ิมสารบัญจดทะเบียนแผ่นต่อๆไปให้ประทับตราประจาต่อเช่นเดียวกัน แต่ให้เล่ือน
ประทับตราถดั ลงมาเบือ้ งลา่ งหรือเล่อื นขึน้ ไปเบ้ืองบนแล้วแต่กรณี (ตามนัยคาสั่งกรมที่ดินที่ ๑/๒๕๑๐ ลงวันท่ี
๒๕ กรกฎาคม 25๑๐)

ทมี่ าของคาตอบ : ๑. คาสัง่ กรมท่ดี ินท่ี ๘/๒๔๖๖ ลงวนั ที่ ๑๕ มกราคม ๒๔๖๖
๒. หนังสอื กรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๖๐๖/ว ๒๕๐๓๑ ลงวันท่ี ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๑๔
๓. หนังสือกรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๖๐๖/๓๑๐๖๓ ลงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๑๖
๔. คาสั่งกรมที่ดินท่ี ๑/๒๕๑๐ ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๐

การดาเนินการตามมาตรา ๘ แหง่ พระราชบัญญัติแกไ้ ขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายที่ดนิ
ขอ้ 13. คาถาม : กรณีท่ีวัดนาหลักฐาน ส.ค. ๑ ซึ่งมีช่ือวัดนั้นเป็นผู้แจ้งการครอบครองท่ีดินมาย่ืนคาขอออก
โฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ภายหลังวันท่ี ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ต้องให้วัดไปย่ืนคาร้อง
ต่อศาลยุติธรรม ตามนัยมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๑๑)
พ.ศ.๒๕๕๑ หรือไม่ เพราะเหตุใด

คาตอบ : ส.ค. ๑ ฉบับท่ีวัดนามายื่นคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์เป็นเพียง
หลักฐานว่าวัดนั้นได้ครอบครองทาประโยชน์ในที่ดินเป็นท่ีวัดมาก่อน วันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
เท่าน้ันสานักงานที่ดินสามารถรับคาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์เป็นการเฉพาะราย
ตามมาตรา ๕๙ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน ได้โดยไม่จาเป็นต้องใช้หลักฐาน ส.ค. ๑ และไม่ต้องให้วัดไป

-7-

ยื่นคาร้องต่อศาลยุติธรรมตามนัยมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับท่ี ๑๑)
พ.ศ. ๒๕๕๑ แต่อย่างใดเน่ืองจากแม้วัดจะไม่ได้แจ้งการครอบครองวัดก็ได้ความคุ้มครองตามมาตรา ๓๔
แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๕ และเป็นผู้มีสิทธิในท่ีดินที่จะขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ตามมาตรา ๕๙
แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ ิน

ที่มาของคาตอบ : ๑. มาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๑๑)
พ.ศ. ๒๕๕๑

๒. หนังสือกรมที่ดิน ด่วนท่ีสุด ท่ี มท ๐๕๑๖.๒ (๑)/ว ๒๗๖๑ ลงวันที่ ๒๗ มกราคม
๒๕๕๓ เรอ่ื ง แนวทางปฏิบตั ิเพื่อดาเนินการตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมาย
ท่ดี นิ (ฉบบั ท๑ี่ ๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ ภายหลังวันท่ี ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๓

๓. หนังสือกรมท่ีดิน ด่วนท่ีสุด ที่ มท ๐๕๑๖.๒ (๑)/ว ๑๔๗๘๙ ลงวันท่ี ๑๐
พฤษภาคม ๒๕๕๓ เร่ือง แนวทางปฏิบัติเพ่ือดาเนินการตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายที่ดนิ (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ ภายหลังวันท่ี ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ (แกไ้ ขเพิ่มเตมิ )

การออกโฉนดทีด่ ินในเขตเขา ภเู ขา และท่ดี ินท่ีมคี วามลาดชนั โดยเฉลย่ี เกนิ ๓๕ % ขึน้ ไป
ข้อ 14. คาถาม : คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ใช้หลักเกณฑ์ใดในการกาหนดว่าที่ใดเป็นท่ีเขา ที่ภูเขา

คาตอบ : ๑. ลักษณะและชื่อที่ปรากฏในแผนที่แสดงภูมิประเทศของกรมแผนที่ทหารมาตราส่วน
๑ : ๕๐,๐๐๐

๒. การเรียกของประชาชนในท้องถิ่น
๓. การตรวจสอบสภาพพื้นท่ีจริงประกอบการพิจารณากับหลักฐานแผนท่ีรูปถ่ายเพื่อให้
เห็นถึงโครงสรา้ งของท่ีดนิ
๔. โครงสร้างทางธรณีวิทยา
๕. ผลการแปลตคี วามรปู ถา่ ยทางอากาศหรอื ภาพจากดาวเทียม
ที่มาของคาตอบ : ๑. มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี ๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ เห็นชอบตามข้อเสนอของ
คณะกรรมการ ป.ป.ป. (ในขณะนั้น)

๒. หนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๑๙/๓๕๔๓๖ ลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๒
เร่อื ง การดาเนินการเพิกถอน น.ส. ๓ ก. ตอบข้อหารอื จังหวัดเชยี งราย

ข้อ 15. คาถาม : การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินโดยอาศัยหลักฐาน ส.ค. ๑ ที่มีด้านใดด้านหนึ่งหรือ
หลายดา้ นจดท่ีภเู ขา หรือควน และเน้ือทท่ี ี่ทาการรังวัดใหม่แตกต่างไปจากเนื้อที่ตามหลักฐาน ส.ค. ๑ พนักงาน

-8-

เจา้ หนา้ ที่จะต้องถือปฏบิ ตั ติ ามระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ข้อ ๑๐
โดยถอื ระยะทป่ี รากฏในหลักฐานการแจ้งการครอบครองเป็นหลกั ในการออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการ
ทาประโยชน์

คาตอบ : พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรา ๕๙ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดินและ

ระเบยี บของคณะกรรมการจัดท่ีดินแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ข้อ ๘ และ ข้อ ๙ แต่ไม่ต้องถือปฏิบัติตาม

ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ข้อ ๑๐ เนื่องจากระเบียบของ

คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ข้อ ๑๐ กาหนดเฉพาะกรณีแจ้งจดท่ีป่าหรือ

ท่ีรกรา้ งว่างเปลา่ เทา่ น้ัน

ที่มาของคาตอบ : ๑. ระเบยี บของคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ข้อ ๑๐
๒. บันทึกสานักมาตรฐานการออกหนังสือสาคัญ ท่ี มท ๐๕๑๖.๒(๔)/๑๓๕

ลงวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๓ เรื่อง การออก น.ส. ๓ ก. ตาม ส.ค. ๑ ซ่ึงแจ้งจดภูเขา (กรณีตอบข้อหารือ
จงั หวัดนครศรีธรรมราช)

๓. หนังสือกรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๕๑๖.๕/๕๙๙๒ ลงวันท่ี ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
เร่ือง การออกโฉนดทีด่ ินในเขตปฏริ ปู ท่ดี ินตอบขอ้ หารือสานักงานการปฏิรปู ที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม

ข้อ 16. คาถาม : ท่ดี ินมหี ลักฐาน น.ค. ๓ เป็นทีล่ าดชนั และอยูใ่ นเขตเขาออกโฉนดทีด่ นิ ไดห้ รอื ไม่
คาตอบ : หนังสือแสดงการทาประโยชน์ (น.ค.๓) เป็นเอกสารหลักฐานท่ีกรมพัฒนาสังคมและ

สวัสดิการออกให้แก่สมาชิกนิคมสร้างตนเองท่ีมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา ๑๑ วรรคแรก แห่งพระราช
บัญญัติจัดท่ีดินเพ่ือการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ และเมื่อสมาชิกนิคมสร้างตนเองได้รับหนังสือแสดงการ
ทาประโยชน์ (น.ค.๓) แล้ว มาตรา ๑๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑
บัญญัติให้สมาชิกนิคมน้ันมีสิทธิท่ีจะขอให้ออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ได้ตามประมวล
กฎหมายท่ีดิน ซึ่งการขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์นั้นมาตรา ๕๖ แห่งประมวล
กฎหมายท่ีดินบัญญัติว่าแบบหลักเกณฑ์และวิธีการออกให้กาหนดโดยกฎกระทรวงดังน้ันที่ดินที่มีหลักฐาน
น.ค. ๓ เมื่อนามาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์จึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ท่ีประมวลกฎหมายท่ีดินหรือกฎกระทรวงกาหนดไว้กรณีท่ีดินอยู่ในเขตเขาหากข้อเท็จจริงปรากฏว่าเขตเขา
ดังกล่าวเป็นที่ดินบริเวณท่ีเขาหรือที่ภูเขาและปริมณฑลที่เขาหรือภูเขา ๔๐ เมตร ตามประกาศ
กระทรวงมหาดไทยเรื่องกาหนดเขตหวงห้ามที่เขาหรือภูเขาตามความในมาตรา ๙ (๒) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๔๙๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่ือง กาหนดบริเวณ
ที่หวงห้ามตามมาตรา ๙ (๒) แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน ลงวันท่ี ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๓ ข้อ ๒ (๑) ท่ีดิน

-9-

ดังกล่าวก็ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตาม ข้อ ๑๔ (๒) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ.๒๕๓๗) ออกตาม
ความในพระราชบัญญตั ใิ ห้ใช้ประมวลกฎหมายท่ดี นิ พ.ศ. ๒๔๙๗

ที่มาของคาตอบ : ๑. พระราชบญั ญัตจิ ัดท่ดี ินเพอื่ การครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๑
๒. ประมวลกฎหมายทด่ี ินมาตรา ๕๖
๓. กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติ

ให้ใช้ประมวลกฎหมายทีด่ นิ พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ้ ๑๔ (๒)
๔. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่ือง กาหนดบริเวณที่หวงห้ามตามมาตรา ๙ (๒)

แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ลงวนั ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๓ ข้อ ๒ (๑)
๕. หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๒๙.๔/๓๐๖๕๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ เรื่อง

หารือการระวังชี้แนวเขตและรับรองแนวเขตที่เขาหรือภูเขาตอบ ข้อหารือจังหวัดระยองเวียนโดยหนังสือ
กรมทด่ี ิน ที่ มท ๐๗๒๙.๔/ว ๓๓๙๔๔ ลงวนั ที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔

ข้อ 17. คาถาม : การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่มีความลาดชันโดยเฉล่ียเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ข้ึนไป
มีแนวทางการดาเนนิ การอยา่ งไร

คาตอบ : ๑. ตรวจสอบรายละเอียดของพื้นที่ความลาดชันเฉลี่ย ๓๕ เปอร์เซ็นต์ข้ึนไป จากขอบเขต
ของดินซ่ึงใช้หมายเลข ๔๒ (Slope Complex) จากแผนท่ีดินระดับภาค มาตราส่วน ๑ : ๕๐๐,๐๐๐ หรือ
แผนท่ีดินระดบั จังหวดั ขนาดมาตราส่วน ๑ : ๑๐๐,๐๐๐ หรือ ๑ : ๕๐,๐๐๐ ซึ่งพ้ืนที่ที่มีความลาดชันมากกว่า
๓๕ เปอรเ์ ซน็ ต์ จะแสดงขอบเขตเอาไวโ้ ดยใหช้ ่อื วา่ Slope Complex หรอื พ้นื ท่ลี าดชันเชิงซ้อนเช่นกัน

๒. สานักงานท่ีดินสามารถส่งเร่ืองผ่านสถานีพัฒนาท่ีดินในพ้ืนท่ีเพ่ือให้กรมพัฒนาที่ดิน
ตรวจสอบว่าท่ีดินเป็นท่ีเขาภูเขาหรือท่ีดินที่มีลาดชันเฉล่ียเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ข้ึนไปโดยหลักฐานท่ีต้องส่งให้
กรมพฒั นาทดี่ ินได้แก่

- กรณีเป็นงานรังวัดทาแผนท่ีช้ันหน่ึงให้ส่งสาเนาแผนท่ีภูมิประเทศมาตราส่วน
๑ : ๕๐,๐๐๐ ชุด L7017 เฉพาะบริเวณที่ต้องการตรวจสอบซ่ึงได้แสดงขอบเขตหรือรูปแปลงที่ดินโดยหมายสี
แสดงตาแหน่งดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนพร้อมระบุหมายเลขระวางในระบบพิกัดฉาก UTM และค่าพิกัดฉาก
UTM รอบแปลงทดี่ นิ

- กรณีเป็นงานรังวัดทาแผนท่ีช้ันสองให้ส่งสาเนาระวางแผนท่ีเพ่ือการออกโฉนดที่ดิน
มาตราส่วน ๑ : ๔,๐๐๐ ชุด L7017 เฉพาะบริเวณท่ีต้องการตรวจสอบซึ่งได้แสดงขอบเขตหรือรูปแปลงที่ดิน

- 10 -

โดยหมายสีแสดงตาแหน่งดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนพร้อมระบุหมายเลขระวางในระบบพิกัดฉาก UTM และ
จุดตัดเสน้ กริดเพ่ือให้สามารถระบตุ าแหนง่ ท่ดี นิ ขอบเขตทีด่ ินทีต่ ้องการตรวจสอบในระบบ UTM ได้

- ให้พนกั งานเจา้ หน้าทลี่ งนามรับรองในระวางและเอกสารทส่ี ง่ ให้ทาการตรวจสอบ
๓. การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในพ้ืนท่ีท่ีมีความลาดชันโดยเฉล่ีย ๓๕ เปอร์เซ็นต์
ข้ึนไป ต้องพิจารณาตามนัยหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๑๓/ว ๑๙๗๗๙ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๓๑ เร่ือง
นโยบายปา่ ไม้แหง่ ชาติ
ที่มาของคาตอบ : ๑. หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๓/ว ๒๒๒๓๙ ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๓๑
เร่ือง นโยบายปา่ ไมแ้ ห่งชาติ

๒. หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๗๑๓/ว ๑๙๗๗๙ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๓๑
เรอื่ ง นโยบายปา่ ไม้แหง่ ชาติ

การออกหนงั สอื แสดงสทิ ธิในทด่ี นิ ในเขตปฏริ ูปท่ดี นิ
ข้อ 18. คาถาม : การออกโฉนดที่ดินในพื้นที่นอกเขตดาเนินการที่ไม่มีแนวเขตติดต่อกับพ้ืนที่เขตดาเนินการ
พนกั งานเจา้ หน้าท่ตี อ้ งมหี นังสอื แจ้งให้ ส.ป.ก. จงั หวดั ไปร่วมในการระวังชีแ้ ละลงชื่อรบั รองเขตที่ดนิ หรอื ไม่

คาตอบ : ไม่ต้อง
ที่มาของคาตอบ : บันทึกข้อตกลงระหว่างกรมท่ีดินกับสานักงานการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรม
(ส.ป.ก.) เร่ือง วิธีปฏิบัติเก่ียวกับการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อ ๔.๒
และข้อ ๕.๑

ข้อ 19. คาถาม : กรณีท่ีไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าที่ดินท่ีขอออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินอยู่ในเขต
พืน้ ท่เี ขตดาเนินการหรือไม่ พนกั งานเจา้ หน้าท่ีต้องดาเนนิ การประการใด

คาตอบ : มหี นงั สอื แจ้งเร่อื งการรังวัดและระวังชีแ้ นวเขตไปยงั ส.ป.ก. จังหวัด พรอ้ มสาเนาเอกสารดังต่อไปน้ี
- สาเนาคาขอออกหนงั สือแสดงสิทธใิ นทด่ี ิน
- สาเนาหลกั ฐานเก่ียวกับที่ดิน
- รูปแผนท่ีสังเขปประกอบคาขอออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินตามบันทึกคาชี้แจงเร่ือง

ตรวจและช้ีตาแหน่งในแผนท่ีระวาง (ร.ว. ๑๐) ที่มีช่ือระวางแผนที่และโซนของแผนที่พร้อมการระบุค่าพิกัดฉาก
ยู ที เอ็ม ของจดุ ตดั เส้นกริด มุมลา่ งดา้ นซ้ายและมุมบนดา้ นขวาทค่ี รอบคลุมบริเวณดังกลา่ ว

- 11 -

ท่ีมาของคาตอบ : บันทึกข้อตกลงระหว่างกรมที่ดินกับสานักงานการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรม
(ส.ป.ก.) เร่ือง วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตปฏิรูปท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อ ๔.๒
และข้อ ๕.๑

การออกหนงั สือแสดงสิทธใิ นทดี่ นิ ในเขตปา่ ชายเลน
ข้อ 20. คาถาม : คณะกรรมการป้องกันและหยุดย้ังการบุกรุกท่ีดินในเขตป่าชายเลน ประกอบด้วยผู้ใด
มีอานาจหน้าทอี่ ยา่ งไร

คาตอบ : คณะกรรมการป้องกันและหยุดยัง้ การบุกรุกทีด่ ินในเขตป่าชายเลน ประกอบด้วย
๑. รองผ้วู า่ ราชการจงั หวดั เปน็ ประธาน
๒. อยั การจังหวดั เป็นกรรมการ
๓. ผู้อานวยการสานักจัดการทรัพยากรป่าไม้หรือสานักจัดการทรัพยากรป่าไม้สาขา

ในพื้นท่ที ร่ี บั ผิดชอบเปน็ กรรมการ
๔. ผู้บังคับการตารวจภธู รจงั หวดั เปน็ กรรมการ
๕. นายอาเภอท้องท่ี เปน็ กรรมการ
๖. ประมงจังหวัด เป็นกรรมการ
๗. ผู้อานวยการส่วนบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนในสังกัดกรมทรัพยากรทางทะเล

และชายฝงั่ เปน็ กรรมการ
๘. ผบู้ ริหารองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ เป็นกรรมการ
๙. เจา้ พนกั งานที่ดนิ จงั หวัด เปน็ กรรมการและเลขานุการ
คณะกรรมการป้องกันและหยุดย้ังการบุกรุกท่ีดินในเขตป่าชายเลนจึงมีอานาจพิจารณา

ในเร่อื งการออกโฉนดที่ดนิ หรือหนงั สอื รบั รองการทาประโยชน์ในเขตป่าชายเลน
ทีม่ าของคาตอบ :๑. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๖๑๙/ว ๓๖๐ ลงวันท่ี ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕

เร่อื ง การบุกรกุ ท่ดี นิ ในเขตป่าชายเลน
๒. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ท่ี มท ๐๕๑๖.๒/ว ๒๙๔๕ ลงวันท่ี ๘ กันยายน ๒๕๕๒

เรือ่ ง คณะกรรมการปอ้ งกนั และหยดุ ยัง้ การบกุ รุกทด่ี นิ ในเขตป่าชายเลน

- 12 -

ขอ้ 21. คาถาม : หากขอ้ เทจ็ จรงิ ปรากฏจากการตรวจสอบว่า ท่ดี นิ ที่ขอรังวัดออกโฉนดที่ดินโดยไม่มีหลักฐาน
สาหรับท่ีดินในเขตอนุรักษ์พ้ืนท่ีป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีไม่มีสภาพเป็นป่าชายเลนมาก่อนการกาหนด
เปน็ เขตอนุรักษ์พืน้ ท่ีปา่ ชายเลนพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีจะออกโฉนดทด่ี นิ ให้ได้หรือไม่

คาตอบ : คาพพิ ากษาศาลปกครองสูงสดุ คดีหมายเลขแดงที่ อ. ๓๕๙/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน
๒๕๕๐ ได้วางแนวทางปฏิบัติไว้ว่ากรณีข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าได้มีการทาประโยชน์ในที่ดินเต็มทั้งแปลง
มาก่อนที่คณะรัฐมนตรีมีมติสงวนไว้เพ่ือรักษาทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่มีสภาพเป็นป่าชายเลนการขีด
แนวเขตกาหนดเป็นพ้ืนที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีย่อมมีผลทาให้ที่ดินซ่ึงมีสภาพเป็นพ้ืนท่ีป่าชายเลน
ในระวางดังกล่าวในขณะน้ัน มีสถานะเป็นพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีเท่าน้ันไม่มีผลทาให้ท่ีดิน
ซ่ึงไม่มีสภาพเป็นป่าชายเลนกลับไปมีสถานะเป็นพ้ืนที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี หากผลการตรวจสอบ
เป็นท่ียุติและปรากฏข้อเท็จจริงเป็นไปตามคาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว พนักงานเจ้าหน้าท่ีย่อม
สามารถดาเนนิ การออกโฉนดทด่ี นิ ใหแ้ กผ่ ูข้ อได้

ที่มาของคาตอบ : คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดคดีหมายเลขแดงท่ี อ. ๓๕๙/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒
พฤศจิกายน ๒๕๕๐

การออกโฉนดทด่ี นิ ในเขตป่าไม้
ข้อ 22. คาถาม : การออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์กรณีที่ดินมีแนวเขตติดต่อกับ
เขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือเขตท่ีได้จาแนก
ใหเ้ ปน็ เขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรสี งวนแห่งชาติ อยู่ในหลักเกณฑท์ ี่จะตอ้ งดาเนินการแต่งต้ังกรรมการ
ตรวจพิสูจน์ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ 10 (3) หรือไม่ กรณีใดท่ีอยู่ในหลักเกณฑ์
ที่พนักงานเจ้าหน้าท่ตี ้องดาเนนิ การ

คาตอบ : กรณีท่ีดินมิได้มีอาณาเขตติดต่อคาบเก่ียว กล่าวคือมิได้ล้าหรืออยู่ในเขตป่ามีเพียงแนวเขต
ติดต่อโดยมีป่าสงวนแห่งชาติเป็นข้างเคียง ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดิน
เพราะในบนั ทกึ ข้อตกลงระหว่างกรมท่ดี นิ กบั กรมปา่ ไม้ พ.ศ. ๒๕๓๔ ข้อ ๖.๔ ได้กาหนดให้กรมป่าไม้มอบหมายให้
เจ้าหน้าท่อี อกไประวงั ช้ีแนวเขตในฐานะเป็นข้างเคยี งอยู่แลว้ สาหรับกรณีท่ีตอ้ งดาเนินการคือ

1. กรณียังไม่มีการขีดเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตท่ีได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีลงในระวางฯ หากท่ีดินท่ีขอ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ต้ังอยู่ในตาบลท่ีมีป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ พื้นที่
รกั ษาพนั ธสุ์ ตั วป์ า่ พืน้ ท่หี า้ มลา่ สตั วป์ า่ หรือพืน้ ทีท่ ่ีได้จาแนกใหเ้ ปน็ เขตปา่ ไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี

2. กรณีท่ีมีการขีดเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า
เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือเขตท่ีได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีลงในระวางฯ แล้วหากที่ดินที่

- 13 -

ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์มีอาณาเขตติดต่อคาบเก่ียวหรืออยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตท่ีได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร
ตามมติคณะรัฐมนตรี

ที่มาของคาตอบ : ๑. กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายที่ดนิ พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ 10 (3)

๒. หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/๒๔๖๗๓ ลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๙
เรื่อง หารือการแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงให้มาลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินหรือคัดค้านการรังวัดและ
ดาเนินการตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล
กฎหมายทีด่ ิน พ.ศ. ๒๔๙๗

ข้อ 23. คาถาม : การแต่งต้งั คณะกรรมการตรวจพสิ ูจน์ทดี่ ิน ตามกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติใหใ้ ช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๐ (๓) ดาเนนิ การในกรณีใดบ้าง

คาตอบ : ๑. ท่ีดินตั้งอยู่ในตาบลที่มีป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ พื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่า
พ้ืนท่ีห้ามล่าสัตว์ป่าหรือพ้ืนท่ีท่ีได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี และกรมป่าไม้หรือ
กรมพัฒนาที่ดินยังไม่ได้ขีดเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า
หรือเขตที่ได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ลงในระวางรูปถ่ายทางอากาศเพื่อการออก
หนงั สือรับรองการทาประโยชน์ (ต้องตง้ั คณะกรรมการทกุ กรณีไมว่ า่ จะอยู่ในเขตป่าไมห้ รือไมอ่ ยู่ในเขตป่าไม้)

๒. ทด่ี ินทีข่ อออกหนังสอื รบั รองการทาประโยชน์มีอาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยวหรืออยู่ในเขต
ป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือเขตท่ีได้จาแนกให้เป็นเขต
ป่าไมถ้ าวรตามมติคณะรฐั มนตรี (กรณีท่ีขีดเขตปา่ ในระวางฯ แล้ว)

๓. กรณีที่ดินมิได้มีอาณาเขตติดต่อคาบเก่ียว กล่าวคือมิได้ล้าหรืออยู่ในเขตป่ามีเพียงแนว
เขตติดต่อโดยมีป่าสงวนแห่งชาติเป็นข้างเคียง ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะต้องต้ังคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ท่ีดิน
เพราะในบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมที่ดินกับกรมป่าไม้ พ.ศ. ๒๕๓๔ ข้อ ๖.๔ ได้กาหนดให้กรมป่าไม้
มอบหมายให้เจ้าหน้าท่ีออกไประวังชี้แนวเขตในฐานะเป็นข้างเคียงอยู่แล้ว (หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท
๐๕๑๖.๒/๒๔๖๗๓ ลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ เร่ือง หารือการแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงให้มาลงชื่อ
รบั รองแนวเขตท่ีดินหรือคดั ค้านการรังวัดและดาเนินการตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ.๒๕๓๗) ออกตาม
ความในพระราชบัญญัติใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗)

ที่มาของคาตอบ : กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้
ประมวลกฎหมายที่ดนิ พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ 10 (3)

- 14 -

ข้อ 24. คาถาม : คณะกรรมการตรวจพิสูจน์ท่ีดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตาม
ความในพระราชบัญญตั ใิ หใ้ ช้ประมวลกฎหมายท่ีดนิ พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๐ (๓) ประกอบดว้ ยผู้ใด

คาตอบ :๑. บุคคลตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๐ (๓) ประกอบแนวทางปฏิบัติตามหนังสือกรมที่ดิน
ด่วนมาก ท่ี มท ๐๕๑๖.๔/๓๔๕๙๘ ลงวันท่ี ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เรื่อง การดาเนินการเกี่ยวกับเขตป่าไม้
ตามประมวลกฎหมายทีด่ ิน

๒. บุคคลตามหนังสือกรมที่ดิน ด่วนท่ีสุด ที่ มท ๐๕๑๖.๕/ว ๓๑๒๑๓ ลงวันท่ี ๒๙
ธันวาคม ๒๕๕๘ ได้แก่ ตัวแทนคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และ/หรือผู้แทนหน่วยทหารท่ีใช้
ประโยชน์ในท่ีดินในเขตป่าไม้ รว่ มเป็นกรรมการดว้ ย

ทม่ี าของคาตอบ : ๑. กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ใหใ้ ช้ประมวลกฎหมายทดี่ ิน พ.ศ. ๒๔๙๗

๒. หนงั สอื กรมที่ดนิ ด่วนมาก ที่ มท ๐๕๑๖.๔/๓๔๕๙๘ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน
๒๕๕๒ เรอ่ื ง การดาเนนิ การเกี่ยวกบั เขตปา่ ไมต้ ามประมวลกฎหมายที่ดนิ

3. หนังสือกรมท่ีดิน ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๕๑๖.๕/ว ๓๑๒๑๓ ลงวันที่ ๒๙
ธันวาคม ๒๕๕๘

ข้อ 25. คาถาม : การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์กรณีท่ีดินมีแนวเขตติดต่อกับ
เขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือเขตที่ได้จาแนกให้
เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีสงวนแห่งชาติ อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องดาเนินการแต่งต้ังกรรมการ
ตรวจพิสูจน์ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ 10 (3) หรือไม่ กรณีใดที่อยู่ในหลักเกณฑ์
ท่ีพนักงานเจ้าหน้าทต่ี อ้ งดาเนินการ

คาตอบ : กรณีที่ดินมิได้มีอาณาเขตติดต่อคาบเก่ียว กล่าวคือมิได้ล้าหรืออยู่ในเขตป่ามีเพียง
แนวเขตติดตอ่ โดยมีป่าสงวนแหง่ ชาติเปน็ ข้างเคียง ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดิน
เพราะในบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมท่ีดินกับกรมป่าไม้ พ.ศ. ๒๕๓๔ ข้อ ๖.๔ ได้กาหนดให้กรมป่าไม้มอบหมาย
ใหเ้ จา้ หน้าที่ออกไประวงั ช้แี นวเขตในฐานะเป็นขา้ งเคียงอยู่แล้ว สาหรบั กรณีทีต่ ้องดาเนินการคือ

1. กรณียังไม่มีการขีดเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า
เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือเขตท่ีได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีลงในระวางฯ หากท่ีดินท่ีขอ
ออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ตั้งอยู่ในตาบลที่มีป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ พื้นที่
รกั ษาพันธส์ุ ตั วป์ า่ พืน้ ท่หี ้ามลา่ สตั ว์ป่า หรือพน้ื ที่ทไ่ี ดจ้ าแนกใหเ้ ปน็ เขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี

2. กรณีที่มีการขีดเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

- 15 -

เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือเขตที่ได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีลงในระวางฯ แล้ว หากที่ดิน
ที่ขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์มีอาณาเขตติดต่อคาบเก่ียวหรืออยู่ในเขตป่าสงวน
แห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือเขตที่ได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้
ถาวรตามมติคณะรฐั มนตรี

ท่ีมาของคาตอบ : ๑. กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายท่ดี ิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ้ 10 (3)

๒. หนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/๒๔๖๗๓ ลงวันท่ี ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๙
เร่อื ง หารือการแจ้งผู้มสี ทิ ธใิ นท่ีดินขา้ งเคียงให้มาลงช่ือรับรองแนวเขตที่ดินหรือคัดค้านการรังวัดและดาเนินการ
ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญตั ใิ ห้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดนิ พ.ศ. ๒๔๙๗

ข้อ 26. คาถาม : ในการดาเนินการออกโฉนดท่ีดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์ุ
สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือเขตที่ได้จาแนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีโดยอาศัยหลักฐาน
น.ส. ๓ ก. ซ่ึงในการออก น.ส. ๓ ก. ดังกล่าวได้มีการแต่งตั้งกรรมการตรวจพิสูจน์ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓
(พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ 10 (3) แล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องดาเนินการต้ังกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินตามกฎกระทรวง
ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ 10 (3) อีกหรอื ไม่

คาตอบ : ถึงแม้ว่าในการออกหนังสือรับรองการทาประโยชน์ในเขตป่าไม้จะได้มีการดาเนินการ
แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ท่ีดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ข้อ ๑๐ (๓) ไปแล้วก็ตาม
หากต่อมาภายหลังมีผู้นาหนังสือรับรองการทาประโยชน์ดังกล่าวมาขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายก็จะต้อง
ดาเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ท่ีดินอีกคร้ังตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ข้อ ๑๖
และ ข้อ ๑๐ (๓) เน่ืองจากเป็นการดาเนินการต่างประเภทและต่างคราวกันและกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓
(พ.ศ. ๒๕๓๗) ก็มิไดบ้ ัญญัติยกเวน้ ในกรณนี ้แี ตอ่ ยา่ งใด

ท่ีมาของคาตอบ : ๑. กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗

๒. หนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๑๙/๓๔๕๗๘ ลงวันท่ี ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑
ตอบข้อหารอื จงั หวดั แพร่

การออกโฉนดทด่ี นิ ในเขตที่ดนิ ของรัฐ
ข้อ 27. คาถาม : กรณีผู้ขอนาหลักฐานที่ดินเดิมมาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์
หากที่ดินท่ีมีอาณาเขตที่มีอาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยวหรืออยู่ในเขตท่ีดินของรัฐ พนักงานเจ้าหน้าท่ีต้อง
ดาเนนิ การอย่างไร

- 16 -

คาตอบ : ๑. ตรวจสอบหลักฐานที่ดินเดิมและหลักฐานทางทะเบียนที่ดินว่าผู้ขอเป็นผู้มีสิทธิในท่ีดิน
และหลักฐานที่ดินเดิมดังกล่าวถูกต้องตรงตามหลักฐานที่ทางราชการมีอยู่หรือไม่ ประการใด โดยบันทึกการ
ตรวจสอบไวใ้ นเร่ืองราวด้วย

๒. ตรวจสอบว่าที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานท่ีดินเดิมที่นามาแสดงหรือไม่
โดยตรวจสอบเบื้องต้นเก่ียวกับระยะแนวเขตท่ีดินและให้เจ้าหน้าที่บันทึกถ้อยคาเจ้าของท่ีดิน เจ้าของที่ดิน
ข้างเคียง ตลอดจนผู้ปกครองท้องท่ีไว้เป็นหลักฐานหากมีความแตกต่างหรือเปล่ียนแปลงไป รวมทั้งบันทึก
เหตุแห่งความแตกต่างหรือเปลี่ยนแปลงไว้ให้ชัดเจนว่าเป็นเพราะเหตุใด มีความเก่ียวเน่ืองกับที่ดินข้างเคียง
ตามที่แจ้งไว้ในหลักฐานเดมิ อยา่ งไร ในกรณีทมี่ กี ารเปล่ียนแปลงใหช้ ดั เจนพร้อมแนบหลักฐานการเปล่ียนแปลง
เขตการปกครอง (ถ้าม)ี ไว้ในเรอื่ งด้วย

๓. ตรวจสอบสภาพการทาประโยชน์ว่ามีความเป็นไปได้ตรงกับท่ีได้แจ้งในหลักฐานท่ีนามา
แสดงในการขอออกโฉนดทดี่ ินหรอื หนังสือรับรองการทาประโยชน์หรือไม่ เช่น ในหลักฐานท่ีดินเดิมแจ้งสภาพ
การทาประโยชน์เป็นท่ีนา แต่ที่ดินที่นามาทาการตรวจสอบเป็นท่ีป่าชายเลนซ่ึงใช้ประโยชน์ในการทานาไม่ได้
อันเป็นเหตุให้สงสยั ได้วา่ ทด่ี นิ ทน่ี าทาการตรวจสอบนัน้ เปน็ ที่ดนิ ไมต่ รงตามหลักฐานทีด่ นิ เดิม เปน็ ตน้

๔. กรณีท่ีช่ือผู้ขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ไม่ตรงกับชื่อ
ในหลักฐานที่ดินเดิมท่ีผู้ขอนามาย่ืนขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโ ยชน์ให้สอบสวนและ
บันทึกถ้อยคา ผู้ขอ ผู้ปกครองท้องที่และผู้ท่ีเช่ือถือได้ว่ามีการครอบครองและทา ประโยชน์ในที่ดิน
ต่อเน่อื งมาจาก ผมู้ ชี ื่อในหลักฐานที่ดินเดิมอยา่ งไร ต้ังแตเ่ ม่อื ใด

๕. กรณีมีเหตุอันสมควรสงสัยเป็นอย่างย่ิงว่าที่ดินท่ีขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือ
รบั รองการทาประโยชน์อาจไม่ตรงกับหลักฐานท่ีผู้ขอนามาแสดงให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงาน
ที่ดินจังหวัดสาขา ดาเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย ๓ คน เพื่อพิจารณาตรวจสอบสภาพท่ีดินและ
การครอบครองทาประโยชน์เพอ่ื ให้ได้ขอ้ เท็จจริง ท่ีดินท่ีขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์
เป็นที่ดินท่ีตรงตาแหน่งตามหลักฐานท่ีผู้ขอนามาแสดงหรือไม่อย่างไร มีหลักฐานใดประกอบในการตรวจสอบ
เมื่อตรวจสอบแลว้ ให้คณะกรรมการรายงานผลต่อผ้แู ต่งต้ังเพื่อประกอบการพจิ ารณาดาเนินการใหแ้ ก่ผขู้ อต่อไป

๖. หากการดาเนนิ การตามข้อ ๑ - ๕ ยังไม่ได้ข้อยุติว่าที่ดินที่ขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือ
รบั รองการทาประโยชน์ตรงตามหลักฐานท่ีผู้ขอนามาแสดง และเป็นที่ดินท่ีอยู่ในหลักเกณฑ์จะออกโฉนดท่ีดิน
หรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ได้ ให้ดาเนินการตรวจสอบกับระวางแผนท่ีรูปถ่ายทางอากาศหรือระวาง
รูปถ่ายทางอากาศฉบับท่ีทาข้ึนก่อนสุดเท่าที่ทางราชการมีอยู่ โดยตรวจสอบกับแผนท่ีภาพถ่ายทางอากาศ
ของกรมแผนทีท่ หารวา่ เปน็ ที่ดินที่สามารถออกโฉนดทดี่ นิ หรือหนงั สือรบั รองการทาประโยชน์หรอื ไม่

- 17 -

ท่ีมาของคาตอบ : ระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการตรวจสอบที่ดินเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รับรองการทาประโยชน์ กรณีเป็นท่ีดินท่ีมีอาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยวหรืออยู่ในเขตท่ีดินของรัฐด้วยวิธีอ่ืน
พ.ศ. ๒๕๕๑

การออกโฉนดทด่ี ินท่ีงอกริมตล่งิ
ขอ้ 28. คาถาม : การพจิ ารณาว่าท่ดี นิ แปลงใดเป็นทง่ี อกหรือไม่ ต้องพิจารณาตามหลกั เกณฑ์ใด

คาตอบ : การพิจารณาว่าทด่ี นิ แปลงใดเปน็ ที่งอกตามมาตรา ๑๓๐๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์ หรอื ไม่ ตอ้ งพิจารณาตามหลักเกณฑด์ ังนี้

- ต้องเป็นทงี่ อกทีเ่ กดิ ขึน้ เองตามธรรมชาตไิ มใ่ ช่โดยการถม
- ตอ้ งเป็นการงอกจากผืนแผน่ ดินออกไป ไมใ่ ชเ่ ปน็ การตื้นเขนิ มาจากลาน้าเข้าหาแผน่ ดิน
- ต้องเป็นเจ้าของท่ีดินแปลงเดียวกัน ไม่มีท่ีดินอื่นค่ันอยู่ เช่นท่ีดินของบุคคลอ่ืนหรือ
ทางสาธารณประโยชน์
- เวลานา้ ขน้ึ ตามปกตินา้ ทว่ มไม่ถึง
ท่มี าของคาตอบ : ๑. มาตรา ๑๓๐๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์

๒. คาพิพากษาฎีกาที่ ๕๓๔/๒๔๘๕ ที่ ๑๗๖๙/๒๔๙๒ ท่ี ๑๙๕/๒๕๒๓ และ
ท่ี ๒๓๙๓/๒๕๒๓

การระวงั ชี้และรับรองแนวเขตทด่ี ิน
ข้อ 29. คาถาม : ในการรังวัดแบ่งแยกในนามเดิมท่ีดินตามหลักฐานโฉนดที่ดินแปลงหน่ึงมีแนวเขตที่ดิน
ติดต่อกับ “เขาพัทยา” ซ่ึงกระทรวงมหาดไทยได้อนุญาตให้กองทัพเรือใช้เป็นที่ต้ังสถานีโทรคมนาคมของ
กองทัพเรือ พนักงานเจ้าหน้าท่ีของสานักงานท่ีดินจะต้องมีหนังสือแจ้งหน่วยงานใดให้ไประวังชี้แนวเขตและ
ลงชือ่ รับรองแนวเขตทด่ี ิน

คาตอบ : ที่เขาหรือที่ภูเขาเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่รกร้างว่างเปล่าตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๑) (ตามนัยคาพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๑๔๒/๒๕๓๑) และโดยที่
กระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศฉบับลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๓ กาหนดให้ท่ีเขาหรือภูเขาและปริมณฑล
รอบท่ีเขาหรือภูเขา ๔๐ เมตร เป็นที่หวงห้ามตามมาตรา ๙ (๒) แห่งประมวลกฎหมายท่ีดินท่ีเขาหรือท่ีภูเขา
จึงเป็นที่รกร้างว่างเปล่าที่มีการหวงห้ามซ่ึงถ้าไม่มีกฎหมายกาหนดไว้เป็นอย่างอ่ืนผู้ มีอานาจหน้าท่ีในการดูแล
รักษาและคุ้มครองป้องกันคือทบวงการเมืองที่ได้รับมอบหมาย จากรัฐมน ตรีกร ะทรว งมหาดไทย ตามนั ย

- 18 -

มาตรา ๘ วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน ตามคาสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๑๒/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๑๘
มกราคม ๒๕๔๓ ได้แก่กรุงเทพมหานครจังหวัดเมืองพัทยาเทศบาลองค์การบริการส่วนตาบลผู้รับผิดชอบ
พ้ืนท่ีน้ัน ๆ ดังน้ัน กรณีการรังวัดสอบเขตที่ดินโฉนดท่ีดินและการรังวัดรวมโฉนดและแบ่งแยกในนามเดิม
โฉนดที่ดนิ ซึง่ มีแนวเขตทด่ี ินติดต่อกับท่ีดิน “เขาพัทยา” ที่กองทัพเรือขอใช้ประโยชน์จากกระทรวงมหาดไทย
เพ่ือใช้เป็นท่ีตั้งสถานีโทรคมนาคมของกองทัพเรือสานักงานที่ดินจังหวัดจึงต้องมีหนังสือ แจ้งเมืองพัทยา
ในฐานะผู้ดูแลและรับผดิ ชอบและฐานทัพเรือสัตหีบในฐานะผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวให้ไประวังชี้แนวเขต
และลงชอ่ื รับรองแนวเขตทีด่ นิ

ท่ีมาของคาตอบ : หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๗๒๙.๔/๓๐๖๕๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๔
ตอบข้อหารือจังหวัดระยอง เวียนให้ทราบและถือปฏิบัติตามหนังสือกรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๗๒๙.๔/ว ๓๓๙๔๔
ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔
ข้อ 30. คาถาม ปัจจุบันการระวังช้ีและลงช่ือรับรองแนวเขตท่ีวัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
วดั เทพศริ นิ ทราวาส วัดราชบพิตสถิตมหาสมี าราม วดั ราชประดษิ ฐ์สถิตมหาสมี าราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ
เปน็ อานาจหน้าทขี่ องผใู้ ด

คาตอบ วดั บวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพติ รดุสิตวนาราม วัดเทพศิรินทราวาส วัดราชบพิตสถิตมหาสีมาราม
วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ สานักพระราชวัง (โดยสานักงานพระคลังข้างที่)
ได้ส่งมอบคืนท่ีดินวัดนาไปดูแลจัดการต่าง ๆ ด้วยวัดเองแล้วแต่วันท่ี 25 เมษายน 2561 การทานิติกรรม
เกี่ยวกับท่ีดินวัด ได้แก่ การขอรังวัดรับโฉนดท่ีดิน การขอสอบเขต การขอแบ่งแยก และการรับรองเขตที่ดิน
รวม 4 ประการ จึงอยู่ในอานาจของเจ้าอาวาสแห่งวัดน้ัน ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
พ.ศ. 2505 อย่างไรก็ตาม มาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกาหนดให้คณะสงฆ์ต้องอยู่ภายใต้การ
ปกครองของมหาเถรสมาคม กรณีจึงต้องเป็นไปตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งท่ี 16/2528 เม่ือวันท่ี 20
มิถุนายน 2528 ดังนั้น การระวังช้ีและลงช่ือรับรองแนวเขตที่วัดทั้ง 6 วัดดังกล่าวข้างต้น ให้เจ้าอาวาส
ดาเนินการมอบฉันทะให้สานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือตัวแทนของสานักงานพระพุทธศาสนา
แหง่ ชาตเิ ป็นผ้ดู าเนนิ การแทนวดั ในการระวังช้ีและลงช่อื รับรองแนวเขตท่วี ัด
ทมี่ าของคาตอบ : 1. มาตรา 20, 31 แห่งพระราชบัญญัตคิ ณะสงฆ์ พ.ศ. 2505

2. ระเบียบกรมทดี่ นิ วา่ ด้วยการรับรองแนวเขตท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๕๔
3. มตขิ องมหาเถรสมาคม คร้ังท่ี ๑๖/๒๕๒๘ เม่อื วันที่ ๒๐ มถิ นุ ายน ๒๕๒๘
4. หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท 0516.5/ว 17379 ลงวันท่ี 31 กรกฎาคม 2563 เร่ือง
การทานติ ิกรรมเกย่ี วกบั ทด่ี นิ ของวัดที่อย่ใู นความปกครองของสานักพระคลังข้างท่ี

- 19 -

ขอ้ 31. คาถาม : การระวงั ช้แี ละรบั รองเขตที่ดินในเขตปฏริ ูปทีด่ นิ เป็นอานาจหนา้ ที่ของผ้ใู ด
คาตอบ : (๑) การระวังช้ีและรับรองเขตท่ีดินในเขตปฏิรูปท่ีดินเป็นอานาจหน้าที่ของเลขาธิการ

สานักงานการปฏริ ูปทีด่ นิ เพ่อื เกษตรกรรม ซ่งึ ได้มอบหมายใหก้ ารปฏิรปู ทีด่ นิ จังหวดั ดาเนนิ การ
(๒) กรณเี ปน็ ทดี่ ินไมม่ หี ลักฐานสาหรับท่ีดิน
- หากอยู่ในเขตดาเนินการปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหรือผู้ได้รับมอบหมาย

รว่ มกบั ผคู้ รอบครองและทาประโยชนใ์ นท่ีดินเปน็ ผ้รู ะวงั ช้ีและลงชื่อรับรองเขตท่ดี ิน
- หากอยู่นอกเขตดาเนินการปฏิรูปที่ดิน ผู้ครอบครองและทาประโยชน์ในที่ดิน

เปน็ ผ้รู ะวงั ชแ้ี ละลงชื่อรบั รองเขตท่ดี ิน

ทม่ี าของคาตอบ : ระเบียบกรมท่ดี ิน ว่าด้วยการรับรองแนวเขตทีด่ นิ พ.ศ. ๒๕๕๔

การสอบสวนเปรียบเทียบ
ขอ้ 32. คาถาม : การสอบสวนเปรยี บเทียบมหี ลักเกณฑ์อย่างไร

คาตอบ : ๑. ตอ้ งเป็นการออกโฉนดที่ดนิ หรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์เทา่ นัน้
๒. การโต้แย้งคัดค้านต้องเป็นการโต้แย้งเรื่องสิทธิในท่ีดินของผู้ขอออกโฉนดท่ีดินหรือ

หนงั สอื รบั รองการทาประโยชน์
๓. ที่ดินนั้นตอ้ งเปน็ ทีด่ นิ ทสี่ ามารถออกโฉนดทดี่ นิ หรอื หนงั สือรบั รองการทาประโยชน์ได้

ที่มาของคาตอบ : มาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายทดี่ ิน

ข้อ 33. คาถาม : การท่ีเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขามีคาส่ังสอบสวน
เปรียบเทียบว่า ไม่สามารถช้ีชัดได้ว่าผู้ร้องหรือผู้คัดค้านใครเป็นผู้มีสิทธิครอบครองดีกว่ากันจึงให้คู่กรณีไป
ดาเนินการฟ้องร้องต่อศาลเองภายในกาหนด ๖๐ วัน นับแต่วันทราบคาส่ังถ้าไม่ฟ้องภายในกาหนดให้ยกเลิก
คาขอออกโฉนดทด่ี ินเป็นการส่งั การไปตามทเ่ี ห็นสมควรตามนยั มาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน หรือไม่
เพราะเหตุใด

คาตอบ : มาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินกาหนดให้มีการสอบสวนเปรียบเทียบกรณี
มีข้อโต้แย้งสิทธิในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ข้อยุติเรื่อง
สิทธิในท่ีดินและให้สามารถดาเนินการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ต่อไปได้ ดังนั้น
การสอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินจึงต้องเป็นการสอบสวนเปรียบเทียบ
ในเร่ืองสิทธิในท่ีดินว่าฝ่ายผู้ขอหรือผู้คัดค้านฝ่ายใดควรจะมีสิทธิในท่ีดินดีกว่ากันและควรดาเนินการออก
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ให้แก่ฝ่ายใด โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและ

- 20 -

พยานหลักฐาน รวมทั้งพยานบุคคลท่ีผู้ขอหรือผู้โต้แย้งคัดค้านนามาแสดง หากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือ
เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาได้สั่งการให้คู่กรณีไปดาเนินการฟ้องร้องต่อศาล โดยไม่ได้ส่ังการในเร่ืองสิทธิ
ในที่ดินของผู้ขอและผู้โต้แย้งคัดค้านให้เป็นที่ยุติว่าฝ่ายใดควรมีสิทธิในที่ดินดีกว่ากัน และควรออกโฉนดที่ดิน
หรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ให้แก่ฝ่ายใดแล้วเมื่อไม่มีการฟ้องร้องภายในกาหนด ย่อมไม่อาจดาเนินการใด ๆ
ต่อไปไดดังน้ันคาส่ังของเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดจึงมิได้เป็นไปตามนัยมาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
แต่อยา่ งใด

ท่ีมาของคาตอบ : มาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายทด่ี นิ

ขอ้ 34. คาถาม : พนกั งานเจา้ หนา้ ทผี่ มู้ ีอานาจทาการสอบสวนเปรียบเทียบ และผมู้ อี านาจในการสั่งสอบสวน
เปรียบเทยี บ ตามมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายที่ดนิ คือผใู้ ด

คาตอบ : พนักงานเจ้าหนา้ ทีผ่ ู้มีอานาจทาการสอบสวนเปรียบเทียบ ไดแ้ ก่
(๑) เจ้าพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายในสานักงานที่ดินจังหวัด

สานักงานท่ีดินจังหวัดสาขา หรือสานักงานที่ดินจังหวัด/สาขา ส่วนแยก กรณีเป็นการออกโฉนดท่ีดินเป็นการ
เฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ และ ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายท่ดี นิ

(๒) นายอาเภอในท้องที่ซึ่งรัฐมนตรียังไม่ได้ประกาศยกเลิกอานาจนายอาเภอในการ
ปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายที่ดิน ในกรณีการออกหนังสือรับรองการทาประโยชน์เป็นการเฉพาะราย
ตามมาตรา ๕9 และ ๕9 ทวิ แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ

(๓) ผู้อานวยการศูนย์เดินสารวจออกโฉนดท่ีดิน ในกรณีการเดินสารวจออกโฉนดท่ีดิน
ตรามาตรา ๕8 และ ๕8 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดนิ

ผมู้ อี านาจในการส่ังสอบสวนเปรยี บเทียบ ไดแ้ ก่
(๑) เจา้ พนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานท่ดี ินจังหวดั สาขา
(๒) นายอาเภอในท้องท่ีซึ่งรัฐมนตรียังไม่ได้ประกาศยกเลิกอานาจนายอาเภอในการ
ปฏบิ ตั ิการตามประมวลกฎหมายทด่ี ิน
ท่มี าของคาตอบ : 1. มาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

2. หนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท 0516.2/ว 35728 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2545
เร่ือง แนวทางปฏิบัติกรณีมีผู้โต้แย้งคัดค้านการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ตามมาตรา 60 แห่งประมวล
กฎหมายทด่ี ิน

- 21 -

ข้อ 35. คาถาม : คาสัง่ สอบสวนเปรียบเทียบมรี ปู แบบอยา่ งไร
คาตอบ : ๑. คาสั่งสอบสวนเปรียบเทียบเป็นคาส่ังทางปกครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติ

วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ จึงต้องอยู่ในบังคับของมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗
แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ด้วย กล่าวคือ ต้องทาเป็นหนังสือ ระบุ วัน
เดอื น ปี ทที่ าคาสงั่ ช่อื และตาแหน่ง พร้อมลายมือช่ือของผู้ทาคาส่ังน้ัน นอกจากนี้ต้องจัดให้มีเหตุผล ซึ่งอย่าง
น้อยต้องมีข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสาคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง รวมท้ังข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้
ดลุ พนิ ิจ

๒. ไม่ต้องแจ้งสิทธิอุทธรณ์คาสั่งตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙ เพราะผู้ไม่พอใจคาส่ังสามารถฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้โดยไม่ต้องอุทธรณ์ตามข้ันตอนและ
ระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เน่ืองจากประมวล
กฎหมายท่ีดินได้กาหนดระยะเวลาการฟ้องคดีไว้โดยเฉพาะและมีหลักเกณฑ์ท่ีประกันความเป็นธรรมหรือมี
มาตรฐานในการปฏบิ ัติราชการไม่ต่ากว่าหลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙

ที่มาของคาตอบ : 1. มาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายทีด่ นิ
2. พระราชบัญญัตวิ ิธปี ฏิบตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

การออกใบแทนหนงั สอื แสดงสิทธใิ นท่ีดนิ
ข้อ 36. คาถาม : การดาเนินการออกใบแทนโฉนดท่ีดินกรณีใบต่อรายการจดทะเบียนสูญหาย พนักงาน
เจา้ หน้าทีต่ อ้ งดาเนินการประกาศการออกใบแทนหรอื ไม่ เพราะเหตุใด

คาตอบ : กรณีใบแทรกโฉนดท่ีดินสูญหายหรือเป็นอันตายชารุด ดาเนินการออกใบแทนได้
โดยไม่ต้องประกาศ เพราะรายการจดทะเบียนไม่ใช่สาระสาคัญตามความในข้อ 17 (2) แห่งกฎกระทรวง
ฉบบั ที่ 43 (พ.ศ. 2537)

ท่ีมาของคาตอบ : ๑. มาตรา ๖๓ แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี ิน
๒. กฎกระทรวง ฉบบั ที่ 43 (พ.ศ. 2537)ฯ ขอ้ 17 (2)
๓. หนงั สอื กรมทดี่ นิ ที่ 716/2498 ลงวันท่ี 15 กุมภาพันธ์ 2498 ตอบข้อหารือ

จังหวัดลาปาง และ ที่ มท 0609/13695 ลงวนั ท่ี 27 กรกฎาคม 2521 ตอบขอ้ หารือจังหวดั สรุ าษฎร์ธานี

ข้อ 37. คาถาม : โฉนดที่ดินแปลงหนึ่งมีชื่อนาง ก. นาง ข. และนาง ค. เป็นผู้ถือกรรมสิทธ์ิ หากโฉนดท่ีดิน
แปลงดงั กล่าวสูญหาย ผู้ถอื กรรมสิทธริ์ วมเพียงบางคนก็สามารถย่ืนคาขอออกใบแทนโฉนดท่ีดินได้ หรือไม่

- 22 -

คาตอบ : โฉนดท่ดี ินมชี ่อื ผถู้ อื กรรมสิทธิ์หลายคน ผู้ถือกรรมสิทธ์ิรวมเพียงบางคนก็สามารถย่ืนคาขอ
ออกใบแทนได้ แต่เจ้าพนักงานที่ดินจะออกใบแทนให้แก่ผู้ขอได้ก็ต่อเมื่อสอบสวนพยานหลักฐานต่าง ๆ
จนเป็นทเี่ ชื่อถือไดว้ ่าโฉนดท่ดี ินเปน็ อันตราย ชารุด หรอื สูญหายไปจรงิ

ที่มาของคาตอบ : มติที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายของกรมท่ีดินในการ
ประชุมครั้งที่ 6/2539 เมอ่ื วันที่ 1 สิงหาคม 2539

ข้อ 38. คาถาม : เจ้าของที่ดินแปลงสามยทรัพย์ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิจดทะเบียนภารจายอมตามคาพิพากษา
ของศาล แต่ไม่ได้โฉนดที่ดินแปลงภารยทรัพย์มาจดทะเบียน จะขอออกใบแทนโฉนดที่ดินเพ่ือจดทะเบียน
ภารจายอมตามคาพพิ ากษาได้หรอื ไม่

คาตอบ : คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่า คาว่าผู้มีสิทธิจดทะเบียนตามคาพิพากษาของศาล
ตามข้อ ๑๗ (๓) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล
กฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 หมายความรวมถึงผู้มีสิทธิจดทะเบียนตามคาพิพากษาซ่ึงมิใช่เจ้าของท่ีดินด้วย
กรณีผู้มีสิทธิจดทะเบียนภาระจายอมตามคาพิพากษา หากไม่ได้โฉนดทีดินมาดาเนินการ พนักงานเจ้าหน้าที่
สามารถออกใบแทนเพ่อื จดทะเบยี นตามคาพิพากษาได้

ทม่ี าของคาตอบ : หนงั สอื กรมท่ดี ิน ท่ี มท ๐๕๑๖.๕/ว ๑๒๖๔๖ ลงวนั ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ข้อ 39. คาถาม : หนังสือรับรองการทาประโยชน์ตามแบบ น.ส. 3 เป็นอันตราย ชารุด สูญหาย พนักงาน
เจา้ หน้าท่มี ีหลกั เกณฑ์อย่างไรในการพิจารณาว่าจะใช้แบบพมิ พ์ตามแบบ น.ส. 3 หรือ น.ส. 3 ข.

คาตอบ : ต้องพิจารณาว่าผู้มีอานาจในการลงนามในใบแทนหนังสือรับรองการทาประโยชน์เป็นผู้ใด
หากเป็นท้องท่ีซ่ึงยังมิได้ยกเลิกอานาจของนายอาเภอในการปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายที่ดินก็ใช้แบบพิมพ์
ตามแบบ น.ส. 3 แต่ถ้ามีการยกเลิกอานาจนายอาเภอแล้ว การออกใบแทนให้ใชแ้ บบพิมพต์ ามแบบ น.ส. 3 ข.

ที่มาของคาตอบ : หนงั สือกรมทด่ี ิน ท่ี มท 0719.3/ว 24384 ลงวันที่ 10 สงิ หาคม 2543

ข้อ 40. คาถาม : ผู้ขอจดทะเบียนได้มาโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๗
ไมส่ ามารถนาหลักฐานหนงั สือรบั รองการทาประโยชน์มาได้จะขอออกใบแทนไดห้ รือไม่

คาตอบ : การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้มาโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์มาตรา ๑๓๖๗ ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องนาหนังสือรับรองการทาประโยชน์มายื่นคาขอต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่ถ้าไม่ได้หนังสือรับรองการทาประโยชน์นั้นมาก็เป็นหน้าที่ของผู้ขอจะต้องขวนขวายนาหนังสือ
รับรองการทาประโยชน์นั้นมาจดทะเบียนไม่สามารถขอออกใบแทนได้เพราะไม่อยู่ในหลั กเกณฑ์ท่ีจะ
ออกใบแทนให้ได้แต่ถ้าเป็นกรณีท่ีศาลมีคาส่ังหรือคาพิพากษาอันถึงที่สุดเก่ียวกับหนังสือรับรองการ
ทาประโยชน์หรือผู้ใดมีสิทธิจดทะเบียนตามคาพิพากษาของศาลและข้อเท็จจริงปรากฏตามคาส่ังหรือ

- 23 -

คาพิพากษาของศาลดังกล่าวว่าศาลได้พิเคราะห์และวินิจฉัยในประเด็นแห่ง คดีแล้วรับฟังได้ว่าโจทก์หรือ
จาเลยซ่ึงเป็นผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินน้ันพนักงานเจ้าหน้าท่ีจึงจะสามารถออกใบแทน
หนังสือรับรองการทาประโยชน์เพื่อจดทะเบียนการได้มาโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชยม์ าตรา ๑๓๖๗ ใหไ้ ด้

ที่มาของคาตอบ : ๑. ประมวลกฎหมายท่ดี ินมาตรา ๖๓
๒. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยม์ าตรา ๑๓๖๗
๓. กฎกระทรวงฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติ

ใหใ้ ช้ประมวลกฎหมายท่ดี นิ พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอ้ ๑๒, ๑๗ (๓)
๔. หนงั สอื กรมท่ีดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๑๒๖๗๓ ลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖

เร่ือง แนวทางปฏิบัติเก่ียวกับการออกใบแทนหนังสือรับรองการทาประโยชน์เพ่ือจดทะเบียนได้มาโดยการ
ครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์มาตรา ๑๓๖๗

การจัดทาหนงั สือแสดงสิทธใิ นที่ดนิ ขึ้นใหม่ตามมาตรา 64 แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
ข้อ 41. คาถาม : กรณีที่หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินฉบับสานักงานท่ีดินสูญหายก่อนดาเนินการจัดทาขึ้นใหม่
ตามมาตรา 64 แหง่ ประมวลกฎหมายทดี่ ิน จะต้องแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานก่อนหรือไม่
เพราะเหตใุ ด

คาตอบ : ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ข้อ 61 วรรคสอง
กาหนดว่า “ถ้าหนังสือท่ีสูญหายเป็นเอกสารสิทธิตามกฎหมายหรือหนังสือสาคัญที่เป็นการแสดงเอกสารสิทธิ
ก็ให้ดาเนินการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน”กรณีท่ีหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินฉบับสานักงานท่ีดินสูญหาย
ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ก่อนดาเนินการจัดทาขึ้นใหม่ตามมาตรา 64 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน จึงต้องแจ้ง
ความตอ่ พนักงานสอบสวนไว้เปน็ หลักฐานกอ่ น

ที่มาของคาตอบ : ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ข้อ 61
วรรคสอง

ข้อ 4๒. คาถาม : กรณี น.ส. 3 ก. ฉบับเจ้าของท่ีดินและฉบับสานักงานท่ีดินพร้อมสารบบท่ีดินสูญหาย
ท้ังหมด ในการดาเนินการจัดทา น.ส. 3 ขึ้นใหม่ พนักงานเจ้าหน้าท่ีต้องให้เจ้าหน้าที่ออกไปทาการรังวัด
ตรวจสอบยังที่ดิน ตามหนังสอื กรมท่ีดิน ท่ี มท 0606/1646 ลงวันท่ี 3 มีนาคม 2510 หรือไม่ ประการใด

คาตอบ : กรณีตามหนงั สือกรมทด่ี นิ ท่ี มท 0606/1646 ลงวนั ที่ 3 มีนาคม 2510 ซ่ึงให้พนักงาน
เจา้ หนา้ ทีอ่ อกไปทาการรงั วัดตรวจสอบยงั ท่ีดนิ นนั้ เนื่องจากรปู แผนที่ น.ส. 3 เป็นแผนที่รูปลอย ไม่มีหลักฐาน
ให้ตรวจสอบ การจัดทาข้ึนใหม่จึงต้องอาศัยรูปแผนท่ีจากการรังวัดตรวจสอบดังกล่าว แต่ถ้าเป็นกรณีหนังสือ

- 24 -

รับรองการทาประโยชน์ตามแบบ น.ส. 3 ก. แล้ว สามารถใช้รูปแผนท่ีจากระวางรูปถ่ายทางอากาศในการ
จัดทา น.ส. 3 ก. ขึน้ ใหม่ได้ โดยไม่ต้องทาการรังวดั เพอ่ื จดั ทารปู แผนทแ่ี ต่อย่างใด

ที่มาของคาตอบ : หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท 0516.2/34998 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545
ตอบข้อหารือจังหวัดนราธิวาส เรื่อง การออกใบแทน น.ส. 3 ก. กรณีฉบับสานักงานท่ีดินและสารบบท่ีดิน
สูญหายทง้ั หมด

การเพิกถอนหรือแกไ้ ขหนังสือแสดงสิทธใิ นทด่ี ิน
ข้อ 43. คาถาม : นาย บ. นาเดินสารวจออกโฉนดที่ดินโดยให้ถ้อยคาต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีไปโดยสาคัญผิด
ในข้อเท็จจริงว่าตนได้ท่ีดินดังกล่าวมาหลังวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับพนักงานเจ้าน้าที่จึงออก
โฉนดที่ดินให้ นาย บ. ไปโดยได้หมายเหตุการณ์ห้ามโอน ๑๐ ปี ตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๓) และ
วรรคห้า แห่งประมวลกฎหมายที่ดินหากต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานใหม่ว่าที่ดินดังกล่าว
เป็นมรดกตกทอดมาจากมารดาโดยมารดาได้ครอบครองทาประโยชน์มาก่อน วันท่ีประมวลกฎหมายที่ดิน
ใช้บังคบั ซงึ่ ไม่อยูใ่ นบงั คับหา้ มโอนจะเป็นการออกโฉนดที่ดินไปโดยคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายซ่ึงจะต้อง
พิจารณาแกไ้ ขตามมาตรา ๖๑ แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดิน หรอื ไม่ หรอื ต้องดาเนนิ การประการใด

คาตอบ : การออกโฉนดที่ดินไปโดยมีข้อกาหนดห้ามโอน ๑๐ ปี ดังกล่าว เป็นการคลาดเคลื่อน
ในข้อเทจ็ จรงิ สามารถแกไ้ ขให้ถูกตอ้ งได้ ฉะน้ันเมอ่ื ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งเจ้าพนักงานที่ดินย่อมมีอานาจแก้ไข
เรื่องราวการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้เป็นการถูกต้องตามข้อเท็จจริงได้โดยแก้ไขเรื่องราวในใบไต่สวน (น.ส. ๕)
ข้อ ๓, ๔ ให้ถูกต้องแล้วขีดฆ่ารายการห้ามโอน ๑๐ ปี ในสารบัญแก้ทะเบียนหลังใบไต่สวนและโฉนดที่ดิน
เสรจ็ แลว้ ให้เจา้ พนกั งานท่ดี ินลงลายมือชือ่ พรอ้ มวันเดือนปกี ากบั ไว้

ทม่ี าของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายทด่ี ิน มาตรา ๕๘ ทวิ
2. บันทึกสานักมาตรฐานการออกหนังสือสาคัญ ท่ี มท ๐๕๑๖.๒/๓๕๐ ลงวันที่

๕ สงิ หาคม ๒๕๕๒ นาเรยี นอธิบดี

ขอ้ 44. คาถาม : น.ส. 3 ก. ซง่ึ ไดอ้ อกในบริเวณทีด่ นิ ทไ่ี ด้สรา้ งระวางแผนท่เี พ่ือการออกโฉนดที่ดินไว้แล้วโดยมิได้ผ่าน
การพจิ ารณาของอธบิ ดีกรมที่ดิน เปน็ หนังสือรบั รองการทาประโยชนท์ ่ีได้ออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรอื ไม่

คาตอบ : การออก น.ส. 3 ก. ในบริเวณที่ดินท่ีได้สร้างระวางแผนท่ีเพื่อการออกโฉนดท่ีดินไว้แล้ว
โดยมิได้ผ่านการพิจารณาของอธิบดีกรมที่ดิน ตามระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12
(พ.ศ. 2532) มิได้เป็นสาเหตุให้การออก น.ส. 3 ก. ดังกล่าว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันจะเป็นเหตุให้ต้อง
เพกิ ถอนหรือแกไ้ ขตามมาตรา 61 แต่อยา่ งใด เปน็ แต่เพียงมิได้ปฏบิ ตั ใิ ห้ครบถ้วนตามระเบียบเทา่ น้นั

ทม่ี าของคาตอบ : มาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดนิ

- 25 -

ข้อ 45. คาถาม : นาย น. ผู้ถือสิทธิครอบครองท่ีดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก. ได้ขายท่ีดินให้แก่ นาย ต.
โดยไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีแต่ส่งมอบการครอบครองท่ีดินและมอบหลักฐาน น.ส. ๓ ก.
ดังกล่าวให้ยึดถือไว้ต่อมานาง ค. ได้รับให้ที่ดินดังกล่าวจากนาย ต. ซ่ึงเป็นบิดาโดยได้ครอบครองและ
ทาประโยชน์ต่อเนื่องตลอดมาทางราชการได้มีการเปลี่ยน น.ส. ๓ ก. เป็นโฉนดท่ีดิน ตามมาตรา ๕๘ ตรี
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดนิ โดยออกเปน็ ชอื่ นาย น. โฉนดที่ดินดังกลา่ วได้ออกโดยชอบดว้ ยกฎหมายหรอื ไม่

คาตอบ : การออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นการดาเนินการ
โดยย้ายรูปแปลงหนังสือรับรองการทาประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ลงในระวางแผนท่ีรูปถ่ายทางอากาศระบบพิกัด
ฉาก ยู ที เอ็ม โดยจะออกให้แก่ผู้มีช่ือและเป็นผู้มีสิทธิในหนังสือรับรองการทาประโยชน์ ตามมาตรา ๕๘ ตรี
วรรคส่ี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน การออกโฉนดที่ดินจึงต้องออกให้แก่ผู้มีสิทธิในท่ีดินซึ่งเป็นผู้ท่ีได้
ครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินเท่านั้น โฉนดที่ดินที่ออกตามวิธีน้ีจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย และ
น.ส. ๓ ก. เดิมเป็นอันยกเลิกตั้งแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินประกาศกาหนดวันแจกโฉนดท่ีดิน เมื่อ นาย น.
ได้ขายท่ีดินให้แก่นาย ต. โดยไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่ส่งมอบการครอบครองที่ดินและมอบ
หลักฐาน น.ส. ๓ ก. ให้ยดึ ถอื นาย ต. จึงเป็นผมู้ สี ิทธคิ รอบครองในทดี่ ินตามหลกั ฐาน น.ส. ๓ ก. ต่อมา นาง ค.
ได้รับให้ท่ีดินดังกล่าวจาก นาย ต. ซึ่งเป็นบิดาโดยได้ครอบครองและทาประโยชน์ต่อเน่ืองตลอดมา นาง ค.
จึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในท่ีดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก. เม่ือทางราชการได้ดาเนินการเปล่ียน น.ส. ๓ ก.
เป็นโฉนดท่ีดิน ตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายท่ีดินโดยออกเป็นช่ือ นาย น. ตามหลักฐาน
น.ส. ๓ ก. จงึ เปน็ การออกโฉนดทีด่ ินให้กบั ผูม้ ชี ่อื แต่ไม่มีสิทธิในที่ดิน ตามมาตรา ๕๘ ตรี วรรคสี่ แห่งประมวล
กฎหมายที่ดินโฉนดที่ดินฉบับน้ีจึงออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องดาเนินการเพิกถอนตามมาตรา ๖๑
แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน

ท่มี าของคาตอบ : ๑. ประมวลกฎหมายท่ดี ินมาตรา ๕๘ ตรี และมาตรา ๖๑
๒. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยม์ าตรา ๑๓๖๗
๓. หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๑๒๖๗๓ ลงวันท่ี ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖

เรื่อง แนวทางปฏิบัติเก่ียวกับการออกใบแทนหนังสือรับรองการทาประโยชน์เพื่อจดทะเบียนได้มาโดยการ
ครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๗

ข้อ 46. คาถาม : การขอรังวดั แบง่ กรรมสิทธร์ิ วมท่ีดินตามหลักฐานโฉนดทีด่ ินพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ออกหมาย
แจ้งบุคคลอ่ืนซึ่งมิใช่เจ้าของที่ดินข้างเคียงท่ีแท้จริงมาระวังแนวเขตจะต้องเพิกถอนการจดทะเบียน
แบ่งกรรมสิทธ์ริ วมและโฉนดทด่ี ินแปลงแยกหรือไม่

คาตอบ : กรณีน้ีจึงมิใช่เป็นกรณีผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้รับการติดต่อจากพนักงานเจ้าหน้าท่ี
ให้มาระวังแนวเขตแล้วแต่ไม่มาหรือมาแต่ไม่ยอมลงชื่อรับรองแนวเขตโดยไม่ได้คัดค้านการรังวัดหรือเป็น

- 26 -

กรณีที่ไม่อาจติดต่อผู้มีสิทธิในท่ีดินข้างเคียงให้มาระวังแนวเขตได้ตามมาตรา ๖๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
แต่เป็นกรณีพนักงานเจ้าหน้าท่ีมิได้ออกหมายแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงท่ีแท้จริงมาระวังแนวเขตการรังวัด
สอบเขตตามมาตรา ๖๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ที่พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะสั่งแก้ไขแผนท่ีและเน้ือท่ีได้
ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบสามประการ คือ ๑. การครอบครองไม่ตรงกับแผนท่ีหรือเนื้อท่ีในโฉนดที่ดิน
๒. ผู้มีสิทธิในท่ีดินข้างเคียงได้รับรองเขตแล้วหรือได้มีการดาเนินการตามมาตรา ๖๙ ทวิ วรรคสาม ในกรณี
ที่ไม่อาจติดต่อผู้มีสิทธิในท่ีดินข้างเคียงให้มาระวังแนวเขตได้หรือในกรณีท่ีผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงได้รับการ
ติดต่อจากพนักงานเจ้าหน้าท่ีให้มาระวังแนวเขตแล้วแต่ไม่มาหรือมาแต่ไม่ยอมลงช่ือรับรองแนวเขต โดยไม่ได้
คัดค้านการรังวัดโดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้น้ันมาลงชื่อรับรองแนวเขตหรือคัดค้านภายใน ๓๐ วัน
นับแต่วันที่ได้ส่งหนังสือและ ๓. ไม่เป็นการสมยอมเพ่ือหลีกเลี่ยงกฎหมาย เม่ือปรากฏว่าผู้มีสิทธิในท่ีดิน
ขา้ งเคียงยงั มไิ ดร้ บั รองเขตการส่ังแก้ไขรูปแผนท่ีและเนื้อที่ในโฉนดท่ีดิน รวมไปถึงการรังวัดแบ่งกรรมสิทธ์ิรวม
และการออกโฉนดท่ีดินเป็นแปลงย่อยจึงเป็นการดาเนินการท่ีไม่ชอบด้วย มาตรา ๖๙ ทวิ แห่งประมวล
กฎหมายท่ีดินจะต้องดาเนินการเพิกถอนการดาเนินการท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมายและเพิกถอนการจดทะเบียน
แบง่ กรรมสิทธิ์รวมและโฉนดที่ดินแปลงแบ่งแยกทกุ แปลง ตามมาตรา ๖๑ แหง่ ประมวลกฎหมายที่ดนิ

ทมี่ าของคาตอบ : มาตรา ๖๙ ทวิ และมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน

ขอ้ 47. คาถาม : กรณที ่ีศาลไดม้ คี าพิพากษาตามยอมตามที่คู่กรณีได้ตกลงกันโดยมิได้มีการวินิจฉัยว่าหนังสือ
แสดงสิทธิในท่ีดินไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร พนักงานเจ้าหน้าที่จะถือเอาคาพิพากษาตามยอมดังกล่าวมา
ดาเนินการตามมาตรา ๖๑ วรรคแปด แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ ได้หรอื ไม่

คาตอบ : การเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินและรายการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตาม
คาพิพากษาของศาล ตามมาตรา ๖๑ วรรคแปด แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ต้องเป็นกรณีที่ศาลได้ทาการ
ไต่สวนและพิจารณาวินิจฉัยว่าหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินและรายการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ได้ดาเนินการไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีคาพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอนกรณีท่ีศาลได้มีคาพิพากษา
ตามยอมตามที่คู่กรณีได้ตกลงกัน โดยมิได้มีการวินิจฉัยว่าหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินและรายการจดทะเบียน
สิทธิและนิติกรรมดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร จึงไม่อาจถือเอาคาพิพากษาตามยอมดังกล่าวมา
ดาเนนิ การตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน ได้

ทม่ี าของคาตอบ : มาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายทด่ี ิน

ขอ้ 48. คาถาม : หนงั สือรบั รองการทาประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ซึง่ ออกในเขตป่าไม้ โดยไม่ได้ต้ังคณะกรรมการ
ตรวจพิสจู นท์ ่ีดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ข้อ ๑๐ (๓) เป็นหนังสือรับรองการทาประโยชน์

- 27 -

ท่ีออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายซ่ึงจะต้องพิจารณาดาเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
หรอื ไม่

คาตอบ : หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินซ่ึงออกในเขตป่าไม้ โดยไม่ได้ต้ังคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดิน
ตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๐ (๓) ถือได้ว่าเป็นคาสั่งทางปกครองที่ออกโดยฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ท่ีต้องให้เจ้าหน้าที่อ่ืนให้ความเห็นชอบก่อนซ่ึงสามารถดาเนินการให้เป็นการ
สมบูรณ์ได้ตามนัยมาตรา ๔๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งคณะกรรมการเพ่ือดาเนินการตรวจพิสูจน์ที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓
(พ.ศ.๒๕๓๗) หากผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบให้ออก น.ส. ๓ ก. ได้ ก็ดาเนินการตามมาตรา ๔๑
แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไป แต่หากไม่เห็นชอบให้ออก น.ส. ๓ ก. หรือเห็นว่าไม่อยู่ในหลักเกณฑ์
ท่ีจะออก น.ส. ๓ ก. ได้ก็ถือว่าเป็น น.ส. ๓ ก. ท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องดาเนินการตามมาตรา ๖๑
แหง่ ประมวลกฎหมายที่ดนิ ตอ่ ไป

ที่มาของคาตอบ : 1. มาตรา ๔๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙

2. มาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายท่ดี นิ
3. บนั ทกึ กองหนังสือสาคัญ ที่ มท 0729.3/375 ลงวันที่ 31 มกราคม 2545
เรือ่ ง กรณผี ู้ใช้นาม “ราษฎรผูเ้ สยี ภาษตี าบลถ้าพรรณรา” รอ้ งเรียนฯ

การออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน
ขอ้ 49. คาถาม : คณุ ลักษณะของใบเหยยี บย่าตามประมวลกฎหมายท่ีดิน

คาตอบ : ใบเหยียบย่าออกตาม พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๗ วรรคสอง
แห่ง พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ บัญญัติว่าบุคคลที่ได้รับอนุญาตไว้ตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว
จะตอ้ งขอรับรองการทาประโยชน์ภายในระยะเวลาที่ มาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗
กาหนดไว้ หากพ้นกาหนดระยะเวลาให้ถือว่าปลอดจากการจับจอง เม่ือถือว่าปลอดจากการจับจองจึงนามา
เปน็ หลกั ฐานประกอบการออกได้เฉพาะมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) หรือ มาตรา ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
ส่วนใบเหยียบย่าตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑) หมายถึง ใบเหยียบย่าที่ออกภายหลังวันท่ีประมวลกฎหมาย
ทดี่ นิ ใชบ้ งั คับตามมาตรา ๑๔ แห่ง พ.ร.บ. ใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายท่ดี ิน พ.ศ. ๒๔๙๗

ที่มาของคาตอบ : 1. พ.ร.บ.ออกโฉนดท่ีดนิ (ฉบบั ท่ี ๖) พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๗
2. พ.ร.บ.ใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายท่ดี ิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๗, ๑๔
3. ประมวลกฎหมายทด่ี ิน มาตรา ๕๘

- 28 -

ข้อ 50. คาถาม : ได้มีพระราชกฤษฎีกากาหนดให้พ้ืนที่ท่ีมีบุคคลครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินไป
กาหนดใหเ้ ปน็ ปา่ คมุ้ ครองออกตามพระราชบัญญตั สิ งวนและค้มุ ครองปา่ พ.ศ. ๒๔๘๑ เม่ือ พ.ศ. ๒๔๙๐ ต่อมา
ได้มีการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) โดยใน ส.ค. ๑ ระบุว่าได้ท่ีดินมาโดยการจับจองมีใบเหยียบย่า
เม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๙ หลังจากน้ันในท้องที่น้ีได้มีพระราชกฤษฎีกากาหนดให้เป็นเขตปฏิรูปท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๔๓
ท่สี านกั งานการปฏริ ปู ที่ดนิ ไดเ้ ขา้ ดาเนินการแล้ว จะออกโฉนดท่ีดนิ จาก ส.ค. ๑ ดังกล่าวไดห้ รอื ไม่ อย่างไร

คาตอบ : จากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ ๑๒๔/๒๕๓๘ เร่ือง การกาหนดเขต
ปฏริ ปู ท่ดี นิ ทีจ่ ะมีผลเป็นการเพกิ ถอนปา่ สงวนแห่งชาติ, ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่ืองเสร็จที่ ๓๐๗/๒๕๔๙
เร่ือง สถานะของป่าสงวนแห่งชาติในบริเวณที่มีการกาหนดเขตปฏิรูปที่ดิน มาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติ
ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๒๖ (๔) แห่ง พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘
บันทึกข้อตกลงระหว่างกรมท่ีดินกับ ส.ป.ก. พ.ศ. ๒๕๕๘ และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองป่า พ.ศ. ๒๔๘๑
แต่ “ป่าคุ้มครอง” ตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวยังคงมีสภาพเป็นป่าสงวนแห่งชาติตามมาตรา ๓๖ แห่ง พ.ร.บ. ป่าสงวน
แหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ เมอื่ มี พ.ร.ฎ. กาหนดเขตปฏิรูปที่ดิน และ ส.ป.ก. เข้าดาเนินการในท้องท่ีน้ันจึงมีผลเป็น
การเพิกถอนป่าคุ้มครองซึ่งเปล่ียนมาเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา ๒๖ (๔) แห่ง พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ การออกโฉนดท่ีดินในเขตดาเนินการจึงปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมที่ดิน
กบั ส.ป.ก. พ.ศ. ๒๕๕๘ ไม่ต้องตง้ั คณะกรรมการตามกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ.๒๕๓๗)ฯ ขอ้ ๑๐ (๓)

ทมี่ าของคาตอบ : 1. ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่ืองเสรจ็ ที่ ๑๒๔/๒๕๓๘
2. ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเรือ่ งเสรจ็ ท่ี ๓๐๗/๒๕๔๙
3. บันทึกข้อตกลงระหว่างกรมที่ดินกับสานักงานการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรม

(ส.ป.ก.) เรอ่ื ง วธิ ปี ฏิบตั ิเกย่ี วกับการออกหนงั สือแสดงสทิ ธใิ นท่ดี นิ ในเขตปฏิรปู ทีด่ นิ พ.ศ. 2558

ขอ้ 51. คาถาม : ขอ้ แตกต่างในการออกโฉนดท่ดี นิ หรอื หนังสือรับรองการทาประโยชน์ตามประมวลกฎหมาย
ทด่ี ินให้กับบคุ คลตามมาตรา ๕๙ หรอื มาตรา ๕๙ ทวิ แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี ิน

คาตอบ : มาตรา ๕๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นการออกให้กับผู้มีสิทธิครอบครองท่ีชอบด้วย
กฎหมายซ่ึงอาจครอบครองก่อนหรือหลังวันท่ีประมวลกฎหมายท่ีดินใช้บังคับก็ได้ ส่วนมาตรา ๕๙ ทวิ
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน มิใช่ออกให้กับผู้มีสิทธิครอบครอง แต่เป็นการออกให้กับผู้ซ่ึงครอบครองและ
ทาประโยชน์ในที่ดินมาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ มิได้มีสิทธิครอบครองในที่ดินโดยชอบด้วย
กฎหมายแต่อยา่ งใด

ท่มี าของคาตอบ : ประมวลกฎหมายทดี่ ิน มาตรา ๕๙, ๕๙ ทวิ

- 29 -

ข้อ 52. คาถาม : ศาลได้ขายทอดตลาดท่ีดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก. ให้กับบุคคลอ่ืนไปแล้วเมื่อวันท่ี ๑
มกราคม ๒๕๕๘ แต่ก่อนหน้านั้น ผู้มีช่ือตาม น.ส. ๓ ก. ได้ใช้สาเนา น.ส. ๓ ก. ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่รับรอง
ความถูกต้องประกอบการเดินสารวจออกโฉนดที่ดินและพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจกโฉนดท่ีดินไปแล้วเมื่อวันท่ี ๑
มกราคม ๒๕๕๙ โฉนดที่ดินดังกล่าวออกไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และจะดาเนินการกับ น.ส. ๓ ก.
ดงั กล่าวอย่างไร

คาตอบ : เมื่อศาลได้ขายทอดตลาด ผู้ซื้อได้จากการขายทอดตลาดเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินต้ังแต่มีการเคาะไม้
ผู้ซ้ือได้จึงเป็นผู้มีสิทธิในท่ีดินแปลงนี้แล้ว การออกโฉนดที่ดินโดยการแจกโฉนดที่ดินให้กับผู้นาเดินสารวจ
ในภายหลังจงึ ไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย

ท่ีมาของคาตอบ : มติคณะกรรมการแกไ้ ขปญั หาขอ้ กฎหมายกรมท่ดี ิน คร้งั ท่ี ๕/๒๕๔๖ เม่ือวันท่ี ๒๔
มถิ ุนายน ๒๕๔๖

ขอ้ ๕3. คาถาม : แบบใบแทนแบบหมายเลข ๓ เม่อื ประมวลกฎหมายทีด่ ินใชบ้ งั คับไดม้ กี ารแจง้ การครอบครองท่ีดิน
(ส.ค. ๑) สูญหาย

คาตอบ : แบบหมายเลข ๓ ท่ีแจง้ ส.ค. ๑ แล้วมีสถานะเป็นหนังสือรับรองการทาประโยชน์ (น.ส. ๓)
เม่ือสูญหายและท้องที่น้ันยกเลิกอานาจหน้าที่ของนายอาเภอแบบพิมพ์ที่ใช้จึงต้องเป็นแบบ น.ส. ๓ ข.
ตามกฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๒ ประกอบข้อ ๑๒

ทมี่ าของคาตอบ : หนงั สือกรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๗๑๙.๓/ว ๒๔๓๘๔ ลงวนั ท่ี ๑๐ สงิ หาคม ๒๕๔๓

ข้อ 54. คาถาม : นาเดินสารวจออกโฉดท่ีดินแปลงหนึ่งท่ีออกโดยการเดินสารวจออกโฉนดท่ีดินโดยอาศัย
หลักฐาน น.ส. ๓ แปลงหน่ึง แต่ปรากฏว่าตาแหน่งที่ดินที่นาเดินนี้เป็นท่ีดิน น.ส. ๓ อีกแปลงหนึ่งของผู้นาเดิน
สารวจทไ่ี ด้จดทะเบียนซอ้ื มาโดยถูกต้องตามกฎหมาย โฉนดที่ดินทอ่ี อกให้ชอบด้วยกฎหมายหรอื ไม่ ประการใด

คาตอบ : ท่ีดินตาม น.ส. ๓ ทงั้ สองแปลงเป็นของผู้นาเดินสารวจ การนา น.ส. ๓ คนละแปลงมาประกอบการ
นาเดินสารวจจึงเป็นเพียงคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริงเท่านั้นมิใช่กรณีออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ที่ไม่มีสิทธิท่ีจะต้อง
ดาเนินการตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายทดี่ นิ แต่อยา่ งใด

ที่มาของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายท่ีดนิ มาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๑)
2. กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ขอ้ ๑๔

ขอ้ 55. คาถาม : มกี ารครอบครองและทาประโยชน์ในท่ดี ินตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามท่ีดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
พ.ศ. ๒๔๗๘ กาหนดเขตที่ดินในท้องที่ของตาบลเกษตรไว้เพื่อใช้ในราชการทหาร เมื่อประมวลกฎหมาย

- 30 -

ที่ดินใช้บังคับผู้ครอบครองท่ีดินดังกล่าวไม่ได้แจ้ง ส.ค. ๑ ท่ีดินน้ีอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะนามาออกโฉนดท่ีดิน
ได้หรอื ไม่

คาตอบ : แม้ว่าที่ดินแปลงนี้ผู้ครอบครองที่ดินจะเข้าครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินภายหลัง
พ.ร.บ.ออกโฉนดท่ีดิน ฉบับท่ี ๖ (พ.ศ. ๒๔๗๙) ใช้บังคับ โดยไม่ได้ขออนุญาตจับจองที่ดิน แต่ท่ีดินท่ีอยู่ในบังคับ
ตามมาตรา ๔ แหง่ พ.ร.บ. น้ี หมายถงึ เฉพาะทดี่ นิ อนั เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๐๔ (๑)
เท่าน้ันหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีการครอบครองท่ีดินมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๐ จริง ท่ีดินของผู้ครอบครองนี้ก็มิใช่
ทีร่ กรา้ งว่างเปลา่ ตามพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามไว้เพ่ือใช้ในราชการทหาร สามารถออกโฉนดที่ดินได้ตามมาตรา ๕๘
หรือ ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน แลว้ แต่กรณี

ทีม่ าของคาตอบ : คาพพิ ากษาฎกี าท่ี ๔๗๑๕/๒๕๕๕

ข้อ 56. คาถาม : ครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ เมื่อประมวลกฎหมายท่ีดินใช้บังคับ
ผู้ครอบครองที่ดินไมไ่ ด้แจ้ง ส.ค. ๑ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้มีพระราชกฤษฎีกากาหนดให้ที่ดินบริเวณนี้เป็น
เขตอุทยานแห่งชาติผู้ครอบครองที่ดินจะนาท่ีดนิ ของตนมาขอออกโฉนดทด่ี ินไดห้ รือไม่

คาตอบ : บุคคลท่ีครอบครองและทาประโยชน์ในที่ดินมาก่อน พ.ร.บ. ออกโฉนดที่ดิน ฉบับที่ ๖
(พ.ศ. ๒๔๗๙) แม้ไม่ดาเนินการข้ึนทะเบียน ก็ยังมีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๑๓
แห่งพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ฉบับท่ี ๖ (พ.ศ. ๒๔๗๙) รวมท้ังยังอาจดาเนินการออกหนังสือสาคัญสาหรับ
ท่ีดินได้ตามมาตรา ๑๕ แห่ง พ.ร.บ. ออกโฉนดท่ีดิน ฉบับท่ี ๗ (พ.ศ. ๒๔๘๖) ท่ีดินของ นาย ก.จึงไม่ใช่ที่ดินรกร้าง
ว่างเปล่าการออกพระราชกฤษฎีกากาหนดให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ไม่มีผลทาให้ท่ีดินเป็นอุทยานแห่งชาติ
จึงอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถออกโฉนดท่ีดินได้ตามมาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) หรือ มาตรา ๕๙ ทวิ
แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ

ทมี่ าของคาตอบ : เทียบเคียงความเห็นคณะกรรมการกฤษฎกี าเร่ืองเสรจ็ ท่ี ๑๙๐/๒๕๕๘

ข้อ 57. คาถาม : หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการออกโฉนดท่ีดินตามมาตรา ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
จะออกโฉนดท่ดี ินให้ได้ในกรณใี ด

คาตอบ : เป็นการออกใหก้ ับผซู้ ึง่ ไดค้ รอบครองและทาประโยชน์ในท่ดี นิ มากอ่ นวนั ทป่ี ระมวลกฎหมาย
ที่ดินใช้บังคับ โดยมิใช่เป็นผู้ซ่ึงไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ที่มีความเป็นไปตาม
เง่ือนไขในข้อ ๗ แห่งระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ฉบับ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)ฯ มิใช่เป็นการออก
ใหเ้ พราะบคุ คลนัน้ มสี ิทธิในท่ดี ิน

ทมี่ าของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายทด่ี ิน มาตรา ๒๗ ตรี, ๕๙ ทวิ
2. ระเบยี บของคณะกรรมการจดั ทีด่ ินแห่งชาติ ฉบบั ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)ฯ ขอ้ ๗

- 31 -

ขอ้ 58. คาถาม : การออกใบแทนกรณรี ปู แผนท่ีใบตอ่ สูญหาย
คาตอบ : กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕37) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล

กฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๗ (๒) กาหนดว่า ในกรณีโฉนดที่ดินชารุด ถ้าเจ้าของที่ดินนาโฉนดที่ดิน
ที่ชารุดนั้นมามอบและโฉนดท่ีดินท่ีชารุดน้ันยังมีตาแหน่งที่ดิน เลขที่โฉนดท่ีดิน ชื่อและตราประจาตาแหน่ง
ของผู้ว่าราชการจังหวัดและหรือชื่อและตราประจาตาแหน่งของเจ้าพนักงานที่ดินตามแบบโฉนดที่ดินปรากฏอยู่
ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ให้ออกใบแทนให้ไปได้ ถ้าขาดข้อความสาคัญดังกล่าวให้นาความใน (๑) มาใช้บังคับแต่
รูปแผนที่ใบต่อไม่ใช่ข้อความสาคัญที่หมายถึงตาแหน่งท่ีดิน เลขท่ีโฉนดที่ดิน ชื่อและตราประจาตาแหน่ง
ผู้ว่าราชการจังหวัด และหรือชื่อและตราประจาตาแหน่งของเจ้าพนักงานที่ดินตามแบบโฉนดที่ดินที่เมื่อ
สูญหายจึงถือว่าชารุด เมื่อยังมีตาแหน่งท่ีดินเลขโฉนดที่ดินช่ือและตราประจาตาแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด
และหรือช่ือและตราประจาตาแหน่งของเจา้ พนกั งานทีด่ ินตามแบบโฉนดท่ีดินสามารถตรวจสอบได้ การออก
ใบแทนในกรณนี จ้ี งึ ออกตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๗ (๒)

ท่มี าของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายทด่ี นิ มาตรา ๕๗
2. กฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕37)ฯ ข้อ ๑๗ (๑), (๒)

ขอ้ 59. คาถาม : เงือ่ นไขการออกโฉนดทีด่ ินตามมาตรา ๕๙ ทวิ แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ ิน กรณมี ีเนื้อท่ีเกินกว่า ๕๐ ไร่
คาตอบ : จะออกได้ต่อเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ท่ีผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายได้ตรวจสอบแล้ว

ปรากฏว่า ผ้คู รอบครองได้ทาประโยชน์ในท่ีดินด้วยตนเองและสภาพการทาประโยชน์ในท่ีดินนั้นเป็นหลักฐาน
ม่ันคงและมีผลผลิตอันเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ตามระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒
(พ.ศ. 2532)ฯ ข้อ ๕ ดังน้ันผู้ท่ีผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายอาจเป็นเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือ
รองผวู้ า่ ราชการจังหวัด กไ็ ด้

ทีม่ าของคาตอบ : ระเบยี บคณะกรรมการจัดทดี่ นิ แห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. 2532)ฯ ข้อ ๕

ข้อ 60. คาถาม : ออกโฉนดที่ดินหรือ น.ส. ๓ ก. ที่อาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยวกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่มี
การต้ังคณะกรรมการตรวจพสิ ูจนท์ ีด่ ินตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๐(๓)

คาตอบ : ในกรณีที่โฉนดที่ดินหรือ น.ส. ๓ ก. ท่ีออกไปโดยมิได้มีการต้ังคณะกรรมการ ตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕37)ฯ น้ัน มิใช่ว่าจะต้องเพิกถอนโฉนดท่ีดินหรือ น.ส. ๓ ก. แปลงน้ันแต่เพียงประการ
เดียวหากที่ดินแปลงน้ันไม่มีเหตุอันไม่ชอบด้วยกฎหมายในประการอ่ืนแล้ว การพิจารณาแก้ไขการออกโฉนดที่ดิน
หรือ น.ส. ๓ ก. ซึง่ ออกไปโดยมไิ ด้ให้เจา้ หน้าที่อ่ืนให้ความเห็นชอบก่อนตามนัยมาตรา ๔๑ (๔) แห่งพระราชบัญญัติ
วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ นั้น ก็ควรพิจารณาแก้ไขได้โดยตั้งคณะกรรมการออกไปตรวจพิสูจน์
ก่อนเสร็จแล้วสรุปข้อเท็จจริงว่าท่ีดินแปลงนั้นอยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะออกโฉนดที่ดินได้หรือไม่ตามข้อ ๑๑

- 32 -

ของกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ หากผู้วา่ ฯ เห็นชอบใหอ้ อกโฉนดทดี่ ินหรือ น.ส. ๓ ก. ได้เจา้ พนักงานท่ีดิน
จังหวัดในฐานะเจ้าหน้าท่ีผู้ทาคาสั่งทางปกครองก็ทาความเห็นยืนยันการออกโฉนดท่ีดินหรือ น.ส. ๓ ก. นั้นต่อไป
แต่หากผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นชอบหรือไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะออกโฉนดท่ีดินหรือ น.ส. ๓ ก. ได้แล้ว
จงึ พิจารณาดาเนนิ การตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

ท่ีมาของคาตอบ : 1. พระราชบัญญตั ิวิธปี ฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕, ๔๑
2. กฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ
3. หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๗๑๙/๓๔๕๗๘ ลงวันท่ี ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑

ตอบขอ้ หารอื จังหวัดแพร่

ข้อ 61. คาถาม : หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมีช่ือผู้ถือกรรมสิทธิ์หลายคนสูญหาย การย่ืนคาขอออกใบแทน
จะต้องยื่นคาขอรว่ มกันทุกคนหรอื ไม่

คาตอบ : หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมีช่ือผู้ถือกรรมสิทธิ์หลายคน ผู้ถือกรรมสิทธ์ิรวมเพียงบางคน
สามารถย่ืนคาขอออกใบแทนได้ แต่เจ้าพนักงานท่ีดินจะออกใบแทนให้แก่ผู้ขอได้ต่อเมื่อสอบสวนพยานหลักฐาน
ตา่ ง ๆ จนเป็นท่ีเช่ือถอื ไดว้ า่ โฉนดท่ีดนิ เป็นอนั ตราย ชารุดหรือสูญหายไปจรงิ

ที่มาของคาตอบ : มติคณะกรรมการพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายกรมที่ดิน ครั้งที่ ๖/๒๕๓๙ ลงวันท่ี
๑ สิงหาคม ๒๕๓๙

ข้อ 62. คาถาม : น.ส.๓ ก. ฉบับสานักงาน ฉบับผู้ถือ และสารบบสูญหาย มีผู้ยื่นคาขอออกใบแทน น.ส. ๓ ก.
จะดาเนนิ การอย่างไร

คาตอบ : การออกใบแทน น.ส. ๓ ก. หาก น.ส. ๓ ก. ฉบับสานักงาน ฉบับผู้ถือ และสารบบสูญหาย
พนักงานเจ้าหน้าท่ีสามารถใช้ระวางรูปถ่ายทางอากาศในการจัดทา น.ส. ๓ ก. ขึ้นใหม่ได้ ซึ่งต่างกับกรณี น.ส. ๓
กรณี น.ส. ๓ ฉบับผู้ถือ ฉบับสานักงานท่ีดิน และสารบบสูญหายท้ังหมดจะต้องไปรังวัดตรวจสอบโดยอนุโลม
ตามคาสัง่ กรมทด่ี ิน ท่ี ๓/๒๕๐๗ ลงวันท่ี ๓๐ เมษายน ๒๕๐๗ ข้อ ๒ (ง) โดยค่าใช้จ่ายให้เรียกเก็บจากเจ้าหน้าที่
ผู้รับผิดชอบในการเก็บรักษาสารบบและเอกสารท่ีหายและใช้หลักฐานน้ันมาดาเนินการออกใบแทน
(ท่ี มท ๐๖๐๖/๑๖๔๖ ลงวันท่ี ๓ มี.ค. ๒๕๑๐ ตอบข้อหารือจังหวัดระนอง เวียนตามหนังสือ ท่ี ๐๖๐๖/ว ๒๑๐๑
ลงวนั ที่ ๒๐ ม.ี ค. ๒๕๔๐)

ที่มาของคาตอบ : หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๖/๑๖๔๖ ลงวันท่ี ๓ มีนาคม ๒๕๑๐ ตอบข้อหารือ
จังหวัดระนอง เวยี นตามหนังสือกรมท่ดี นิ ที่ ๐๖๐๖/ว ๒๑๐๑ ลงวนั ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๔๐

- 33 -

ขอ้ 63. คาถาม : ท่ีดินท่ีอยู่เขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามเพ่ือใช้ในราชการของทหารของจังหวัดกาญจนบุรี
ซึ่งเป็นบริเวณที่ใชใ้ นราชการการซ้อมรบ ปรากฏว่ามีราษฎรรายท่ีหนึ่งเข้าไปยึดถือครอบครองทาไร่อ้อยมาต้ังแต่
รุ่นบิดาคือ ประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๐ ส่วนรายที่สองเข้าไปทารีสอร์ทเพื่อให้ประชาชนท่ัวไปเช่าเมื่อประมาณ
พ.ศ. ๒๕๓๗ มาจนถึงปจั จุบัน กรณีดังกล่าวจะดาเนนิ การกบั ผเู้ ขา้ ไปยดึ ถือครอบครองอย่างไร

คาตอบ : ท่ีดินท่ีอยู่เขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามเพ่ือใช้ในราชการของทหารของจังหวัดกาญจนบุรี
ซึ่งเป็นบริเวณที่ใช้ในราชการการซ้อมรบมีสถานะเป็นที่ราชพัสดุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๑๓๐๔ (๓) แต่ท่ีดินดังกล่าวถือว่าเป็นท่ีดินของรัฐซ่ึงตามมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ห้ามมิให้
บุคคลใดเขา้ ไปยึดถอื ครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ (ในต่างจังหวัดคือผู้ว่าราชการจังหวัด)
แต่รายที่หนึ่งได้ยึดถือครอบครองมาก่อนประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันท่ี ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕
ใช้บังคับ ก่อนการสั่งให้ออกไปจากท่ีดินจะต้องเรียกให้ผู้ครอบครองที่ดินมาทาความตกลงก่อนตามระเบียบ
คณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๑๕)ฯ ข้อ ๓ (๑) ก. ส่วนรายท่ีสองเป็นการเข้าครอบครอง
ภายหลังประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ ใช้บังคับย่อมมีความผิดทันที
ตามมาตรา ๑๐๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายท่ดี นิ

ท่ีมาของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔
2. ประมวลกฎหมายท่ีดนิ มาตรา ๙
3. ระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบบั ท่ี ๓ (พ.ศ. ๒๕๑๕)ฯ

ข้อ 64. คาถาม : หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินหมายถึงหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน
ประเภทใด

คาตอบ : ประมวลกฎหมายท่ีดินในหมวด ๔ มาตรา ๕๖ บัญญัติว่าภายใต้บังคับมาตรา ๕๖/๑ แบบ
หลักเกณฑ์ และวิธีการออกใบจองหนังสือรับรองการทาประโยชน์ใบไต่สวนหรือโฉนดที่ดินรวมทั้งใบแทนของ
หนงั สอื ดังกล่าว ให้เป็นไปตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

ดังนั้น หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินตามประมวลกฎหมายท่ีดิน จึงมี ๔ ประเภทตามท่ีปรากฏในตัวบท
ซึง่ รวมใบแทนของหนังสือแสดงสิทธิในท่ดี ินดังกลา่ วด้วย

ทมี่ าของคาตอบ : ประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา ๕๖

ข้อ 65. คาถาม : ภายใต้หลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายท่ีดิน การออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการ
ทาปะโยชน์ในเขตที่ดินของรัฐโดยอาศัยหลักฐาน น.ส. ๓ เจ้าพนักงานที่ดินจะพิจารณาออกโฉนดท่ีดินหรือ
หนังสอื รบั รองการทาประโยชนใ์ นเขตทดี่ นิ ของรัฐได้เมื่อใด

- 34 -

คาตอบ : การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตท่ีดินของรัฐ จะต้องปฏิบัติตามมาตรา ๕๖/๑ กล่าวคือ
เจ้าพนักงานที่ดินจะออกได้ต่อเมื่อตรวจสอบกับระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศ หรือระวางรูปถ่ายทางอากาศ
ฉบับที่ทาข้ึนก่อนสุดเท่าท่ีทางราชการมีอยู่ ทั้งนี้ท่ีดินจะต้องเป็นแปลงเดียวกัน ขณะท่ีพนักงานเจ้าหน้าท่ี
พิสูจน์การทาประโยชนจ์ ะตอ้ งมีการทาประโยชน์ตามสมควรแก่ท้องถ่นิ

ท่ีมาของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายทีด่ ิน มาตรา ๕๖/๑
2. กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๐, ๑๔

ข้อ 66. คาถาม : ลักษณะของท่ดี นิ ทสี่ ามารถออกโฉนดท่ีดนิ ตามประมวลกฎหมายทีด่ นิ
คาตอบ : ท่ีดินรกร้างว่างเปล่าท่ีนาข้ึนทะเบียนเพ่ือให้สร้างสถานีตารวจเป็นที่ราชพัสดุตาม ป.พ.พ.

๑๓๐๔ (๓) เช่นเดียวกับการถอนสภาพแล้วนาไปสร้างโรงพยาบาล เป็นทรัพย์ที่ใช้เพ่ือประโยชน์ของแผ่นดิน
โดยเฉพาะเข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ออกโฉนดท่ีดิน ส่วนที่ดินราชพัสดุที่รัฐยึดมาจากเอกชนเอาไปสร้างตึก
ให้เอกชนเช่ามิได้ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินจึงไม่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ
ที่ดินรกร้างว่างเปลา่ ท่รี ฐั สามารถนาไปจดั ให้กบั ประชาชนจงึ สามารถออกโฉนดทด่ี ินได้

ท่มี าของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔
2. กฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๔

ข้อ 67. คาถาม : นา ส.ค. ๑ ไปยื่นคาขอออกโฉนดท่ีดินท่ีมีอาณาเขตติดต่อกับป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าเขาใหญ่”
ซ่ึงเป็นที่ดินของรัฐ และกรมป่าไม้ได้ขีดเขต “ป่าเขาใหญ่” ลงในระวางแล้ว พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะต้องปฏิบัติ
อยา่ งไรก่อนทจ่ี ะออกโฉนดที่ดิน

คาตอบ : ในทอ้ งท่ีที่มีการขีดเขตป่าสงวนแห่งชาติในระวางแผนที่แล้ว ถ้าที่ดินท่ีนารังวัดมีแนวติดต่อ
ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๐ (๓) เพราะตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓
(พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๐ (๓) จะต้องตั้งคณะกรรมการเฉพาะที่มีอาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยว หรืออยู่ในเขตป่าสงวน
แห่งชาติแต่การออกในกรณีนี้จะต้องปฏิบัติตามมาตรา ๕๖/๑ กล่าวคือจะต้องตรวจสอบกับระวางแผนท่ีรูปถ่าย
ทางอากาศหรือระวางรูปถ่ายทางอากาศฉบับที่ทาขึ้นก่อนสุดเท่าท่ีทางราชการมีอยู่ หรือตรวจสอบด้วยวิธีอื่น
ตามระเบยี บที่อธบิ ดีกรมท่ดี ินกาหนด

ที่มาของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายทด่ี นิ มาตรา ๕๖/๑
2. กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ขอ้ ๑๐ (๓)

- 35 -

ข้อ 68. คาถาม : คาขอออกโฉนดท่ีดินโดยอาศัยหลักฐาน ส.ค. ๑ ได้ย่ืนคาขอไว้ก่อนวันท่ี ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
เม่ือปรากฏว่าเร่ืองราวการออกโฉนดท่ีดินมีเหตุขัดข้องจึงขอยกเลิกคาขอออกโฉนดที่ดิน และสานักงานท่ีดินได้สั่ง
ไปแล้ว ตอ่ มาไดม้ าย่นื คาขอออกโฉนดทด่ี นิ อกี คร้งั การออกโฉนดท่ีดนิ ในกรณนี ี้เจ้าพนักงานทีด่ ินจะดาเนนิ การอยา่ งไร

คาตอบ : จะออกโฉนดทด่ี ินไดจ้ ะต้องมคี าพิพากษาหรือคาส่ังถึงท่ีสุดว่า ผู้นั้นเป็นผู้ซ่ึงได้ครอบครองและ
ทาประโยชน์ในทีด่ นิ โดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนวันท่ีประมวลกฎหมายท่ีดินใช้บังคับ เพราะย่ืนคาขภายหลัง
วันท่ี ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ จึงอยู่ในเง่ือนไขจะต้องปฏิบัติตามมาตรา ๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้
ประมวลกฎหมายท่ีดนิ (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑

ที่มาของคาตอบ : 1. พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายทดี่ นิ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘
2. หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๕๑๖.๕/ว ๓๔๙๗๖ ลงวนั ที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔

ข้อ 69. คาถาม : คาขอออกโฉนดท่ีดินจากหลักฐาน ส.ค. ๑ ท่ีย่ืนคาขอภายหลังท่ีมาตรา ๘ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับ ที่เจ้าพนักงานท่ีดิน
สามารถสัง่ ยกเลกิ คาขอได้

คาตอบ : ได้แก่คาขอท่ีย่ืนโดยไม่ทราบตาแหน่ง ไม่สามารถช้ีระวางได้ คาขอออกโฉนดท่ีดินที่ตรวจสอบ
กับแปลงข้างเคียง ส.ค. ๑ ไม่รับกัน เชื่อว่าไม่ตรงตามตาแหน่งที่ขอรังวัด คาขอออกโฉนดที่ดินจากการแจ้ง
ส.ค. ๑ ไมช่ อบด้วยกฎหมาย เช่น แจง้ ในท่สี าธารณะหรือปา่ คมุ้ ครองหรอื ป่าสงวนแห่งชาติ

ทีม่ าของคาตอบ : หนังสอื กรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๕/ว ๓๔๙๗๖ ลงวนั ท่ี ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔

ข้อ 70. คาถาม : รองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาเป็นท่ียุติว่า น.ส. ๓ ก. ออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จึงมีคาส่ังเพิกถอนและส่งคาสั่งเพิกถอนโดยทางไปรษณีย์เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ ตามภูมิลาเนา
ที่ให้ไว้กับคณะกรรมการสอบสวนเพื่อแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ แต่ในการส่งเจ้าหน้าท่ีของสานักมาตรฐานการ
ออกหนังสือสาคัญมิได้ส่งโดยการลงทะเบียนตอบรับ เม่ือเจ้าหน้าท่ีไปรษณีย์นาส่งคาส่ังพร้อมหนังสือแจ้งจาก
รองอธิบดีซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อให้อุทธรณ์ ปรากฏว่าในวันที่เจ้าหน้าท่ีของไปรษณีย์นาส่งผู้อุทธรณ์ไปพักผ่อน
อยู่ตา่ งจงั หวัดไม่มใี ครอยบู่ ้านพ่ีชายของผู้อุทธรณ์ซึ่งได้ปลูกบ้านอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในร้ัวเดียวกันแต่คนละบ้านเลขที่
กบั ผู้อุทธรณไ์ ดร้ บั หนังสือดังกลา่ วไวแ้ ทน การส่งหนังสอื แจ้งดงั กลา่ วชอบดว้ ยกฎหมายหรอื ไม่

คาตอบ : การส่งคาส่ังทางปกครองเพ่ือแจ้งให้อุทธรณ์ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการเพิกถอน พ.ศ. ๒๕๕๓
ข้อ ๙ กาหนดให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เมื่อการส่งโดยไม่ได้ลงทะเบียนตอบรับไปตาม
ภูมิลาเนาท่ีให้ไว้กบั คณะกรรมการสอบสวน พี่เขยซึ่งอยู่ในร้ัวบ้านเดียวกันรับไว้แทน กรณีดังกล่าวจึงถือว่าหนังสือ
แจ้งคาส่ังไปถึงแล้วแต่การไปถึงกรณีนี้มิใช่นับวันท่ีไปถึง การส่งโดยไม่มีการลงทะเบียนจะต้องถือว่าไปถึง
เมื่อครบ ๗ วนั นบั แต่วันท่สี ่งกรณีส่งภายในประเทศ ตามมาตรา ๗๑ แห่ง พ.ร.บ. วิปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙

ทีม่ าของคาตอบ : ความเหน็ คณะกรรมการกฤษฎีกา เร่อื งเสร็จที่ ๔๗๘/๒๕๕๔

- 36 -

ข้อ 71. คาถาม : ที่ดินแปลงหนึ่งได้ครอบครองและทาประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๕
ที่ดินแปลงนี้ไม่มีหลักฐาน ส.ค. ๑ ไม่อยู่ในเขตป่าสงวน เขตปฏิรูปท่ีดิน แต่เคยมีพระราชกฤษฎีกากาหนดให้เป็น
เขตนิคมสร้างตนเองเม่ือ พ.ศ. ๒๕๑๕ แต่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒ รัฐมนตรีได้ประกาศให้นิคมสร้างตนเองสิ้นสภาพแล้ว
ผู้ครอบครองท่ีดินมีความประสงค์จะโอนท่ีดินจานวน ๒๐ ไร่ ให้องค์การสวนยางพาราซึ่งเป็นองค์กรของรัฐ
เพื่อทาแปลงสาธิตการทายางพารา ส่วนที่ดินเหลืออีก ๓๐ ไร่ ผู้ครอบครองทาประโยชน์ประสงค์จะออกโฉนด
ท่ีดินในคราวเดียวกนั ท้งั แปลง ไดห้ รือไม่

คาตอบ : ท่ีดินจานวน ๒๐ ไร่ท่ีโอนให้กับองค์การสวนยางพารา ซ่ึงเป็นองค์กรของรัฐออกให้ได้
ตามมาตรา ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบระเบียบคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒
(พ.ศ. ๒๕๓๒) ข้อ ๗ (๒) ออกให้ได้โดยไม่ต้องขออนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ในจานวน ๓๐ ไร่ ท่ีเหลือออก
ได้ตามมาตรา มาตรา ๕๙ ทวิ แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดิน แต่ต้องขออนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดตามระเบียบ
คณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ข้อ ๗ (๓) ไปในคราวเดียวกัน แต่ต้องออก
แยกแปลง

ท่มี าของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายทด่ี นิ มาตรา ๕๙ ทวิ
2. ระเบียบคณะกรรมการจดั ท่ดี นิ แห่งชาติ ฉบบั ท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)ฯ ข้อ ๗

ข้อ 72. คาถาม : นา ส.ค. ๑ ยื่นคาขอรังวัดออกโฉนดที่ดินที่สานักงานท่ีดิน เมื่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีออกไปทาการ
รังวัดแล้วปรากฏว่าท่ีดินแปลงนี้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจังหวัดจึงได้ต้ังคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ท่ีดินตาม
กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๙๗
ข้อ ๑๐ (๓) และคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวได้ทาการสอบสวนแล้วมีความเห็นเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด
แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาแล้วมีคาส่ังไม่ให้ออกโฉนดท่ีดิน ผู้ขอจะอุทธรณ์คาส่ังต่อเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด
ได้หรือไม่

คาตอบ : จะต้องมีคาสั่งไม่รับอุทธรณ์ เพราะการสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเพียงกระบวนพิจารณา
ทางปกครองที่กาหนดเป็น “เงื่อนไข” ในการออกโฉนดท่ีดิน มิใช่เป็นเร่ืองที่ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อานาจในการ
ออกคาสั่งทางปกครอง เมอื่ ไม่เป็นคาส่งั ทางปกครองจึงไม่สามารถรบั อทุ ธรณ์ได้

ทีม่ าของคาตอบ : 1. พระราชบัญญัตวิ ิธปี ฏิบัตริ าชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕
2. หนังสอื กรมทีด่ ิน ท่ี มท ๐๕๑๖.๒/ว ๐๓๘๖๙ ลงวันที่ ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๔๙

ขอ้ 73. คาถาม : นาเดินสารวจออกโฉนดที่ดินในเขตป่าไม้ตามมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๐๔
โดยไม่มหี ลักฐานสาหรบั ที่ดนิ (ส.ค. ๑) โฉนดที่ดินท่อี อกให้กับ นาย ก. ในกรณีน้ชี อบดว้ ยกฎหมายหรอื ไม่

- 37 -

คาตอบ : ป่าตามมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวันท่ี ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ เป็นเพียงเขตพื้นที่ท่ีคณะรัฐมนตรี
มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะน้ันรับไป
ทาการสารวจและพจิ ารณาจาแนกไว้เป็นที่จดั สรรยังไม่มลี กั ษณะเปน็ “ป่าไมถ้ าวร”

ทม่ี าของคาตอบ : 1. คาพิพากษาศาลปกครองสงู สดุ ที่ อ.๓๖๗/๒๕๕๓
2. ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรอื่ งเสร็จท่ี ๗๗๕/๒๕๖๑

ขอ้ 74. คาถาม : หนงั สือรบั รองการทาประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) มีชื่อผู้ถือสิทธิครอบครองหลายคน ไดส้ ูญหายไป ผู้ถือ
สิทธิครอบครองคนหน่ึงไปย่ืนคาขอออกใบแทนท่ีสานักงานท่ีดินปรากฏ น.ส. 3 ก. ฉบับสานักงานที่ดินและ
สารบบท่ีดนิ ก็สญู หาย กรณีนจี้ ะรบั คาขอออกใบแทนได้หรือไม่

คาตอบ : ในกรณีท่ีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับสานักงานที่ดินเป็นอันตรายชารุด สูญหาย และ
ฉบับเจ้าของท่ีดินก็เป็นอันตรายชารุด สูญหาย จนไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าตรงกับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ฉบับใด ให้ดาเนินการตามขอ้ ๑๗ (๑) แห่งกฎกระทรวงฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒537)ฯ แต่ไม่ต้องออกใบแทนและ
เรียกเก็บคา่ ธรรมเนยี มอยา่ งเร่ืองหนงั สือแสดงสิทธิในที่ดนิ ฉบบั เจา้ ของทีด่ นิ เปน็ อนั ตรายชารุด สูญหาย เว้นแต่
ค่าใบแทน

ที่มาของคาตอบ : 1. กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒537)ฯ ขอ้ ๑๗ (๑), (๒)
2. ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยการจดั ทาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินขึ้นใหม่ใน

กรณที หี่ นงั สอื แสดงสทิ ธิในท่ดี ินฉบบั สานักงานทีด่ นิ เปน็ อนั ตราย ชารุด สูญหาย พ.ศ. ๒๕๒๔ ข้อ ๘

ข้อ 75. คาถาม : การออกโฉนดที่ดินท่ีสืบเน่ืองจาก น.ส. ๓ ก. ในเขตป่าไม้ถาวรจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการ
ตรวจพสิ ูจนต์ ามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗
ข้อ ๑๐ (๓) แต่ปรากฏว่าท้องที่ดังกล่าวไม่มีเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอาเภอเนื่องจากยกเลิกอานาจหน้าที่
นายอาเภอตามประมวลกฎหมายที่ดนิ การตง้ั คณะกรรมการตรวจพิสูจนใ์ นกรณดี งั กลา่ วจะดาเนินการอยา่ งไร

คาตอบ : กรรมการตรวจพิสูจน์จะต้องประกอบด้วยกรรมการโดยตาแหน่ง คือ ป่าไม้อาเภอหรือผู้ท่ี
ป่าไม้จังหวัดมอบหมายสาหรับท้องที่ที่ไม่มีป่าไม้อาเภอในฐานะของผู้แทนกรมป่าไม้ เจ้าพนักงานที่ดิน
อาเภอปลัดอาเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง) และกรรมการอ่ืนตามที่เห็นสมควร ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ.
๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๐ (๓) เม่ือท้องท่ีดังกล่าวไม่มีตาแหน่งเจ้าหน้าท่ีบริหารงานท่ีดินอาเภอจึงไม่ต้องแต่งต้ังใน
ตาแหน่งน้ี

ที่มาของคาตอบ : กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ขอ้ ๑๐(๓)

- 38 -

ข้อ 76. คาถาม : นาท่ีดินรกร้างว่างเปล่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๑) มีการจัดทา
วางผงั แบง่ แปลง ทาการจัดทีด่ นิ ผนื ใหญ่กันพื้นที่บางส่วนจานวนหนึ่งเพ่ือให้เป็นป่าชุมชนร่วมกัน เม่ือจัดที่ดิน
เสร็จสนิ้ จึงปิดโครงการ ปรากฏต่อมาในภายหลงั ว่าสว่ นท่ีเคยกันไว้เป็นป่าชุมชนนั้นมีผู้เข้าไปยึดถือครอบครอง
และมีการนาเดินสารวจออกโฉนดที่ดินกรณีน้ีจะสามารถออกโฉนดที่ดินในท่ีดินส่วนที่เคยกันไว้เป็น
ป่าชุมชนได้หรอื ไม่

คาตอบ : ที่ดินท่ีมีการกันไว้เป็นป่าชุมชนเข้าลักษณะใช้เพ่ือประโยชน์ร่วมกัน ตกเป็นสาธารณสมบัติ
ของแผ่นดนิ ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔(๒) ไม่สามารถออกโฉนดทด่ี ินได้

ที่มาของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔
2. หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท ๐๕๑๖.๓/ว ๒๙๑๖๗ ลงวันท่ี ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๖

เร่อื ง การเดนิ สารวจในเขตจดั ทดี่ ิน

ขอ้ 77. คาถาม : การเดินสารวจออกโฉนดที่ดนิ โดยอาศยั น.ค. ๓ หรือ กสน. ๕ มีแนวทางปฏิบตั อิ ย่างไร
คาตอบ : การเดินสารวจออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้มีหลักฐาน น.ค. ๓ และ กสน. ๕ กรมท่ีดินได้วาง

แนวทางปฏบิ ัติให้ตรวจสอบท่นี าเดินสารวจว่าตรงตามแผนผังแสดงการจัดที่ดินและบัญชีรายช่ือตามท่ีกรมพัฒนา
สังคมและสวัสดิการ หรือกรมส่งเสริมสหกรณ์ และหลักฐานท่ีนามาใช้จะต้องเป็น “ต้นฉบับหรือใบแทน” น.ค.๓
หรือ กสน. ๕ เท่าน้ันและหาก น.ค. ๓ หรือ กสน. ๕ อยู่ในเขตป่าหรือท่ีสาธารณะให้แจ้งกรมพัฒนาสังคม
และสวัสดิการ หรือกรมส่งเสริมสหกรณ์ในพื้นท่ีตรวจสอบรวมท้ังเมื่อออกโฉนดท่ีดินแล้วให้แจ้งหน่วยงาน
ของกรมพัฒนาสงั คมและสวสั ดิการ หรอื กรมสง่ เสรมิ สหกรณ์ เพอื่ หมายเหตุ

ท่ีมาของคาตอบ : หนงั สอื กรมทดี่ ินที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๗๔๗๑ ลงวันท่ี ๘ มีนาคม ๒๕๔๗

ข้อ 78. คาถาม : นาทาการรังวัดออกโฉนดท่ีดินโดยอาศัยหลักฐาน ส.ค. ๑ ในที่ดินอันเป็นท่ีสร้างบ้านพัก
ขา้ ราชการปรากฏวา่ มีธนารกั ษพ์ ้นื ทแี่ ละผู้บัญชาการมณฑลทหารบก (พืน้ ท่)ี คัดคา้ น เจา้ พนักงานท่ีดินจะต้อง
ดาเนนิ การสอบสวนเปรยี บเทียบตามมาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายทีด่ นิ ไดห้ รอื ไม่

คาตอบ : ท่ีดินราชพัสดุท่ีใช้เป็นบ้านพักข้าราชการเป็นเพียงทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดา เป็นท่ีดิน
ท่ีสามารถออกโฉนดที่ดินได้ จึงสามารถสอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายดินได้
โดยสอบสวนระหวา่ งผู้ขอกับธนารกั ษ์ในพนื้ ทีแ่ ละผใู้ ชป้ ระโยชนใ์ นทีด่ ินราชพัสดนุ ั้น

ทีม่ าของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายทด่ี นิ มาตรา ๖๐
2. กฎกระทรวง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแลบารุงรักษา ใช้และ

จัดหาผลประโยชน์เกีย่ วกบั ทร่ี าชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ ขอ้ ๘

- 39 -

3. หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๓๒๑๙๑ ลงวันท่ี ๑๙ พฤศจิกายน
๒๕๕๑ เรื่อง การระวงั ชแี้ ละลงช่ือรบั รองแนวเขตที่ดินและการตรวจสอบข้อมูลทรี่ าชพัสดุ

ข้อ 79. คาตอบ : ในกรณีออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ที่มีข้างเคียงจดท่ีภูเขา อยู่ใน
อานาจหน้าท่ีของบุคคลใดมาระวังชี้และลงชอื่ รบั รองแนวเขต

คาตอบ : นายกองค์การบริหารส่วนตาบลกรณีที่ดินอยู่ในเขตท้องที่ของอาเภอนั้นโดย
ไม่จาเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากนายอาเภอ ถือว่าที่เขา ที่ภูเขา เป็นที่รกร้างว่างเปล่าปัจจุบัน
รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคาสั่ง ที่ ๕๐๕/๒๕๕๒ ลงวันท่ี ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ มอบอานาจให้
องค์การบริหารส่วนตาบลมีอานาจหน้าท่ีดูแลรักษาท่ีรกร้างว่างเปล่าไม่ใช่อานาจหน้าท่ีของนายอาเภอแต่
อยา่ งใด

ทม่ี าของคาตอบ : หนังสอื กรมที่ดนิ ที่ ๐๗๒๙.๔/ว ๓๓๙๔๔ ลงวนั ท่ี ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๔

ข้อ 80. คาถาม : ในเขตตามพระราชกฤษฎีกากาหนดใหเ้ ป็นเขตจดั รปู ทดี่ ิน มแี นวทางปฏิบตั ิยา่ งไร
คาตอบ : หากต้องการจะให้ออกโฉนดท่ีดินในนามเจ้าของท่ีดินต้องให้เจ้าของท่ีดินนาทาการรังวัดและ

ลงชื่อในฐานะผู้นาทาการสารวจและไม่ว่าจะออกโฉนดท่ีดินให้กับกระทรวงเกษตรหรือในนามเจ้าของที่ดิ น
จะตอ้ งแจกโฉนดท่ีดินให้หวั หน้าสานกั งานจัดรปู ท่ดี ินจังหวัดทกุ รายการออกโฉนดทดี่ ินในเขตจัดรูปที่ดินไม่ต้อง
ประกาศแจกโฉนดท่ีดินเม่ือได้ออกโฉนดที่ดินแล้วท่ีดินนั้นจะต้องถูกห้ามโอน ๕ ปี นับแต่วันที่หัวหน้าสานักงาน
จัดรูปทด่ี นิ จงั หวดั ไดร้ บั โฉนดทีด่ ิน ตามมาตรา ๔๔ แหง่ พ.ร.บ.จัดรูปท่ีดนิ เพ่อื เกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๗

ที่มาของคาตอบ : ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตโครงการจัดรูป
ท่ดี ิน พ.ศ. ๒๕๑๙

ข้อ 81. คาถาม : สมาชิกนิคมสร้างตนเองได้รับ น.ค. ๓ แล้วได้นาไปยื่นคาขอออกโฉนดท่ีดิน เจ้าพนักงานท่ีดิน
จังหวัดมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกไปทาการรังวัด ประกาศแจกโฉนดท่ีดินรวมทั้งเจ้าพนักงานที่ดิน
ไดล้ งนามในโฉนดท่ีดินพร้อมที่จะแจกแล้ว ปรากฏว่าผู้ยื่นคาขอดังกล่าวได้เสียชีวิตไปอย่างกะทันหันจะ
สามารถแจกโฉนดทด่ี ินต่อไปได้หรือไม่

คาตอบ : ไม่สามารถแจกโฉนดที่ดินได้ เพราะการเป็นสมาชิกนิคมสร้างตนเองเป็นสิทธิเฉพาะตัว
ตามนัยมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติจัดท่ีดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ เม่ือสมาชิกดังกล่าวเสียชีวิต
จึงไมอ่ าจแจกให้กับทายาทเพอื่ ใหจ้ ดทะเบียนในภายหลงั

ทีม่ าของคาตอบ : พระราชบัญญัติจัดที่ดนิ เพ่อื การครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๓๐

- 40 -

ข้อ 82. คาถาม : พ้ืนท่ีท่ีมีความลาดชันโดยเฉล่ียเกินกว่า ๓๕ เปอร์เซนต์ ซ่ึงต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินเจ้าของ
ทดี่ นิ ไดร้ ับการจัดที่ดินตามหลกั ฐาน น.ค. ๓ เมื่อวันท่ี ๑๓ ธันวาคม ๒๕๓๐ จะนาขอออกโฉนดท่ีดินตามประมวล
กฎหมายทดี่ นิ ไดห้ รือไม่

คาตอบ : บุคคลมีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายท่ีได้รับการจัดท่ีดินตามหลักฐาน น.ค. ๓ ให้ถือ
ในวันที่ได้รับการจัดให้เข้าอยู่อาศัย แม้จะได้รับ น.ค. ๓ ภายหลังจากท่ีดินถูกกาหนดให้เป็นพื้นที่ที่มีความ
ลาดชนั เกนิ กว่า ๓๕ เปอร์เซนต์ ก็ไมม่ ผี ลให้ทด่ี นิ ดังกล่าวตกเป็นท่ีตอ้ งหา้ ม

ที่มาของคาตอบ : หนังสอื กรมที่ดิน ท่ี มท ๐๗๑๙/๓๓๒๗๕ ลงวันท่ี ๒๙ กันยายน ๒๕๒๙ ตอบข้อหารือ
กรมประชาสงเคราะห์

ข้อ 83. คาถาม : รองอธิบดีซึ่งอธิบดีกรมที่ดินมอบหมายได้มีคาสั่งให้เพิกถอน น.ส. ๓ ก. แล้ว ผู้มีส่วนได้
เสียซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินได้อุทธรณ์ รองอธิบดีซ่ึงอธิบดีมอบหมายพิจารณาแล้วให้ยกอุทธรณ์และรายงาน
ความเหน็ ไปยังกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นพ้องให้ยกอุทธรณ์ แต่ปรากฏว่า
ในคาส่ังให้ยกเลิกคาขอออก น.ส. 3 ก. ดังกล่าวได้อ้างเหตุผลในข้อกฎหมายไม่ถูกต้องจะต้องดาเนินการอย่างไร
ตอ่ ไปจึงจะถกู ต้อง

คาตอบ : มีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับคาส่ังทางปกครองทราบแต่ไม่ต้องแจ้งให้ใช้สิทธิอุทธรณ์คาส่ัง
ดงั กล่าวอกี เพราะเปน็ เพยี งการแก้ไขคาสงั่ ให้ถูกต้องมิใชเ่ ป็นการออกคาส่ังทางปกครองใหม่

ที่มาของคาตอบ : คาสง่ั ศาลปกครองสงู สุด ที่ ๑๒๒/๒๕๔๕

ข้อ 84. คาถาม : วัดราษฎร์ศรัทธาธรรมรับให้ที่ดินมาจากราษฎรเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑ โดยไม่มีหลักฐาน
สาหรับที่ดิน เจ้าอาวาสรูปก่อนได้ยินยอมให้เทศบาลตัดถนนผ่านที่ดินของวัดเพื่อไปออกอีกท างหนึ่งเมื่อ
พ.ศ. ๒๕๑๐ และยังมีการใช้มาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาเจ้าอาวาสรูปปัจจุบันประสงค์จะนาท่ีดินท่ีรับให้ทั้งหมด
มาออกโฉนดทดี่ ินกรณีนี้จะออกโฉนดท่ดี นิ ได้โดยวธิ กี ารใด และจะออกท้ังแปลงได้หรือไม่

คาตอบ : การท่ีวัดรับให้แล้วเข้าครอบครองท่ีดินภายหลังประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งตามมาตรา ๒
ถือว่าเป็นท่ีดินของรัฐ การเข้าครอบครองจึงไม่ก่อให้เกิดสิทธิตามมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
พ.ศ. ๒๕๐๕ เมื่อมีการใช้ประโยชน์ในท่ีดินในส่วนท่ีเจ้าอาวาสรูปก่อนยินยอมให้มีการตัดเป็นทางจึงเข้าลักษณะ
เป็นการใช้เพ่ือประโยชน์ร่วมกัน ท่ีดินในส่วนน้ีจึงเป็นที่ดินต้องห้ามไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ส่วนการออก
โฉนดที่ดินเม่ือเป็นท่ีดินไม่มีหลักฐาน และเป็นการเข้าครอบครองภายหลังประมวลกฎหมายท่ีดิน การออกโฉนด
ท่ีดนิ จึงออกได้เฉพาะมาตรา ๕8 เท่านน้ั ไม่สามารถดาเนินการตามมาตรา ๕9 แห่งประมวลกฎหมายทด่ี นิ ได้

ทม่ี าของคาตอบ : ประมวลกฎหมายท่ดี ิน มาตรา ๒, ๕๘

- 41 -

ข้อ 85. คาถาม : เจ้ามรดกได้เข้าครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินแปลงหน่ึงเมื่อวันท่ี ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗
เนอื้ ท่ี ๒๐ ไร่ โดยไม่มหี ลักฐานสาหรับที่ดินเสียชวี ิตลงเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๕๗ ทายาทโดยธรรมมี ๓ คน จึงตกลงแบ่งท่ีดิน
ใหเ้ ป็นของพ่ี ๗ ไร่ เป็นของน้องคนสุดท้อง ๓ ไร่ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ มีโครงการเดินสารวจออกโฉนดที่ดิน
พ่คี นโตไดน้ าเดินสารวจออกโฉนดที่ดินในนามตนเองท้ัง ๑๐ ไร่ กรณีดังกล่าวจะแบ่งแยกแล้วจดทะเบียนโอนให้น้อง
ตามข้อตกลงไดห้ รอื ไม่ เพระเหตใุ ด

คาตอบ : ที่ดินแปลงนี้เข้าครอบครองในวันท่ี ๑ ธ.ค. ๒๔๙๗ ซ่ึงเป็นวันท่ีประมวลกฎหมายท่ีดินมี
ผลใช้บังคับการเข้าครอบครองในวันนี้จึงเป็นการเข้าครอบครองหลังวันที่ประมวลกฎหมายท่ีดินใช้บังคับแล้ว
การออกโฉนดที่ดินจึงติดห้ามโอน ๑๐ ปี ตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๓) แต่ท่ีดินแปลงน้ีเป็นทรัพย์มรดก
การแบ่งแยกเพื่อโอนให้กับน้องคนสุดท้อง จึงมิใช้เป็นการโอนไปยัง “ผู้อ่ืน” แต่เป็นการโอนให้กับเจ้าของท่ี
แท้จริงในฐานะทายาทจึงโอนได้

ทม่ี าของคาตอบ : คาพิพากษาฎีกาท่ี ๑๓๔๙/๒๕๔๒

ข้อ 86. คาถาม : ที่ดินตาม ส.ค. ๑ มีเน้ือท่ี ๕ ไร่ ข้างเคียงท้ัง ๔ ทิศ จดแจ้งบุคคล ผู้แจ้งการครอบครอง
เสยี ชวี ิตไปแล้วท่ีดินจึงตกเป็นของทายาท คนข้างบ้านเห็นว่าทายาทเจ้ามรดกรายนี้ปล่อยทิ้งร้างจึงเข้าไป
ยึดถือครอบครองเมือ่ พ.ศ. ๒๕๕๐ ทาประโยชน์ในที่ดนิ แลว้ เสรจ็ ได้เพยี ง ๒ ไร่ ส่วนท่ีเหลือยังคงปล่อยท้ิงร้าง
ไม่มีการทาประโยชน์ต่อมาเมื่อกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ได้ยื่นคาขอรังวัดออกโฉนดท่ีดิน ผลการรังวัดปรากฏว่าเจ้าของ
ทด่ี นิ ด้านท่ีจดบคุ คลลงนามรับรองแนวเขตครบท้ัง ๔ ด้าน พนักงานเจ้าหน้าที่ทาการรังวัดและคานวณได้เนื้อที่
๖ ไร่ เจา้ พนักงานทดี่ นิ จะออกโฉนดทดี่ ินได้หรือไม่ อยา่ งไร

คาตอบ : ท่ีดินมีหลักฐาน ส.ค. ๑ แต่ได้เข้ายึดถือครอบครอง เข้าลักษณะการแย่งการครอบครองจึงมิใช่
เป็นการครอบครองต่อเน่ืองจากผู้ครอบครองมาก่อนวันท่ีประมวลกฎหมายท่ีดินใช้บังคับ การออกโฉนดท่ีดิน
จงึ มิใช่กรณอี อกสืบเนอื่ งจาก ส.ค. ๑ ไม่อยู่เงอ่ื นไขของระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒
(พ.ศ. ๒๕๓๒)ฯ ข้อ ๘ แต่ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๔
ในจานวน ๒ ไร่ เท่าที่ทาประโยชน์แลว้ ตามมาตรา ๕๘ และ ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๓) ติดหา้ มโอน ๑๐ ปี

ทีม่ าของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายท่ีดิน มาตรา ๕๘ และ ๕๘ ทวิ
2. พระราชบญั ญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ฉบับท่ี ๑๑ (พ.ศ. 2497) มาตรา ๘
3. กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๔
4. คาส่ังศาลปกครองสงู สุดที่ ๗๔๘/๒๕๔๘

- 42 -

ข้อ 87. คาถาม : ผู้ครอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินตาม ส.ค. ๑ จานวน ๑ แปลง ประสงค์จะออกโฉนดที่ดิน
ในคราวเดยี วกนั จานวน ๕ แปลง เพ่ือเตรียมไว้แบ่งให้กับบุตร ๕ คน การนา ส.ค. ๑ แปลงน้ีมายื่นคาขอออก
โฉนดท่ดี นิ เจ้าพนกั งานทด่ี ินจะดาเนินใหย้ ่นื คาขอและดาเนนิ การออกโฉนดท่ดี ินไดต้ ามความประสงคห์ รือไม่

คาตอบ : การออกโฉนดท่ีดินจะออกโฉนดที่ดินแปลงใดได้แปลงนั้นจะต้องมีคาขอ ตามข้อ ๗ (๑)
แห่งกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒537)ฯ เมื่อกรณีต้องการออกโฉนดท่ีดิน ๕ แปลง จึงต้องย่ืน ๕ คาขอ
และเมื่อย่ืน ๕ คาขอ การไต่สวนเพ่ือออกโฉนดที่ดินตามใบไต่สวน (น.ส. ๕) จึงต้องมีตามจานวนแปลงที่ขอ
ออกโฉนดที่ดนิ

ที่มาของคาตอบ : กฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ขอ้ ๑

ข้อ 88. คาถาม : การนา ส.ค. ๑ ไปขอออกโฉนดที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซ่ึงผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตั้ง
คณะกรรมการออกไปตรวจพิสูจน์ที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๐ (๓) คณะกรรมการ
ได้ร่วมกันตรวจพิสูจน์สอบสวนแล้วเห็นว่า ผู้ขอได้ครอบครองทาประโยชน์ในท่ีดินมาโดยชอบด้วยกฎหมาย
ก่อนวันท่ีทางราชการประกาศให้ที่ดินเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ยกเว้นผู้แทนจากกรมป่าไม้ได้โต้แย้งคัดค้านการ
ออกโฉนดท่ีดินและขอให้ดาเนินการสอบสวนเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และขอให้
สง่ เข้า กบร. เพ่อื พิสจู น์สทิ ธิอกี จะดาเนนิ การในเรอ่ื งน้ีอย่างไร

คาตอบ : การคัดค้านของผู้แทนกรมป่าไม้ในฐานะกรรมการตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)
ถือว่าเป็นการให้ความเห็นในฐานะกรรมการ ไม่ถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิจึงไม่มีกรณีจะต้องสอบสวนเปรียบเทียบ
ตามหนังสือกรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๑๑๕๐ ลงวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๔ แต่การออกโฉนดที่ดินในเขตป่าสงวน
แห่งชาติ ตามหนังสอื กรมทดี่ ิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๑๙๔๗๓ ลงวนั ท่ี ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๗ ไดก้ าหนดประเภทท่ีดินก่อน
ออกจะต้องเข้า กบร. พิจารณาก่อน ไม่มีท่ีดินใน ๕ ประเภทตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ
จึงไม่ต้องนาเขา้ กบร. แต่แนวทางน้ีกรมท่ีดินได้ตอบขอ้ หารือในเวลาต่อมาว่า หากเปน็ การออกในเขตป่าไม้ จะนาเข้า
กบร. กไ็ ด้ ถอื เป็นดุลพนิ ิจของผู้ว่าราชการจงั หวัดในฐานะเป็นผู้บรหิ าร

ทีม่ าของคาตอบ : 1. กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ขอ้ ๑๐ (๓)
2. หนงั สอื กรมทดี่ นิ ท่ี มท ๐๗๑๙/ว ๑๑๕๐ ลงวนั ท่ี ๑๗ มกราคม ๒๕๓๔
3. หนังสือกรมทด่ี ิน ท่ี มท ๐๕๑๖.๒/ว ๑๙๔๗๓ ลงวนั ท่ี ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๗

ขอ้ 89. คาถาม : น.ส. ๓ ก. เป็นของเจ้ามรดก ก่อนตายเจ้ามรดกได้กู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้โดยมีการทาสัญญากู้เงิน
พร้อมระบุด้วยว่าได้มอบ น.ส. ๓ ก. ของเจ้ามรดกไว้กับเจ้าหน้ีเพื่อเป็นหลักประกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนจานอง
หลังจากเจ้ามรดกตายแล้ว บุตรผู้ตายในฐานะผู้จัดการมรดกไม่ทราบเรื่องการกู้ยืมเงินและการส่งมอบ น.ส. ๓ ก.
ให้กับเจ้าหนี้ไว้เป็นประกัน จึงไปยื่นคาขอออกใบแทนตามคาขอ (ท.ด. ๙) ปฏิญาณตนพร้อมนาพยานให้ทาการ

- 43 -

สอบสวนครบกาหนดประกาศไม่มบี ุคคลใดคัดคา้ น สานักงานที่ดินจึงออกใบแทนและแจกให้ไป เจ้าหน้ีทราบเร่ือง
จงึ ได้นา น.ส. ๓ ก. ฉบับผู้ถือมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีและร้องขอให้เพิกถอนใบแทน กรณีดังกล่าวน้ีใบแทน
ทอี่ อกไปจะต้องดาเนินการอยา่ งไร หรอื ไม่ เพราะเหตุใด

คาตอบ : บุตรในฐานะที่เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายย่อมอยู่ในฐานะเจ้าของเมื่อปฏิญาณตน เจ้าหน้าที่
สอบสวนผู้จัดการมรดกซ่ึงเช่ือโดยสุจริตใจว่า น.ส. ๓ ก. ได้สูญหายไปจริงเพราะตนเองไม่ทราบเร่ืองท่ีบิดา
นา น.ส. 3 ก. ไว้เป็นประกันเงินกู้และมอบไว้กับเจ้าหนี้มาก่อน เมื่อนาพยานให้ทาการสอบสวน ประกาศ
ครบกาหนด ไมม่ กี ารคัดค้านใบแทนจึงออกไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ทั้งน้ีพิจารณาเทียบเคียงจากหนังสือ
กรมท่ีดนิ ที่ มท ๐๖๐๙/ว ๑๖๒๓ ลงวันท่ี ๒๖ มกราคม ๒๕๒๑ เรื่อง พบโฉนดที่ดินภายหลังจากแจกใบแทนแล้ว
เม่ือเจ้าของนาโฉนดที่ดินมาคืนให้ทาการหมายเหตุขีดคร่อมซ่ึงแสดงให้เห็นว่า หากเจ้าของเชื่อโดยสุจริตใจว่า
หายจริง แมค้ วามจรงิ อยกู่ ับบุคคลอ่นื ไม่หายจริง กถ็ อื ว่าใบแทนออกไปโดยชอบแล้ว

ทมี่ าของคาตอบ : 1. กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ข้อ ๑๗ (๑), (๒)
2. หนงั สือกรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๖๐๙/ว ๑๖๒๓ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๒๑
3. หนังสือกรมท่ีดิน ลับ ท่ี มท ๐๕๑๖.๒/๗๕๖ ลงวันท่ี ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐

แจ้งจงั หวัดสุรนิ ทร์

ข้อ 90. คาถาม : โฉนดที่ดินออกเมื่อ ร.ศ. ๑๒๙ ข้างเคียงด้านเหนือติดต่อกับแม่น้าเจ้าพระยา ต่อมาในท่ีดิน
เกิดที่งอก เม่ือพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดินใช้บังคับผู้ถือกรรมสิทธ์ิในโฉนดท่ีดินในขณะนั้นได้
แจง้ การครอบครอง (ส.ค. ๑) ในส่วนของท่งี อกจานวนเน้ือที่ ๕ ไร่ และขายให้บุคคลอื่นแต่ผู้ซ้ือยังมิได้นาไปออกเป็น
โฉนดที่ดิน ต่อมาโฉนดท่ีดินแปลงน้ีได้จดทะเบียนขายท่ีดินให้กับบุคคลที่สาม ซ่ึงบุคคลที่สามน้ีทราบว่าที่ดิน
ด้านทิศเหนือเป็นท่ีงอก จึงย่ืนคาขอออกโฉนดท่ีดินในส่วนที่งอก กรณีตามปัญหานี้ จะสามารถออกโฉนดที่ดิน
ในส่วนท่เี ปน็ ทง่ี อกให้กบั บุคคลทสี่ าม ได้หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

คาตอบ : ท่ีงอกริมตล่งิ งอกจากทีด่ นิ แปลงใด ย่อมเป็นทรัพย์ของท่ีดินแปลงน้ันตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๘ แต่เมื่อผู้ถือกรรมสิทธ์ิในโฉนดที่ดินได้แยกขายท่ีดินตาม ส.ค. ๑ ในส่วนที่งอกให้กับ
บุคคลอื่นที่ดินที่งอกส่วนนี้จึงไม่ถือว่าเป็นที่งอกของโฉนดที่ดินอีกต่อไปไม่อาจออกโฉนดที่ดินให้กับบุคคล
ท่ีสามท่ีมีช่ือถอื กรรมสทิ ธ์ใิ นท่ดี นิ แปลงน้ใี นภายหลงั ได้

ทมี่ าของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๘
2. คาพิพากษาฎีกาท่ี ๙๒/๒๕๐๗

ข้อ 91. คาถาม : ย่ืนคาขอเปลี่ยน น.ส. ๓ เป็น น.ส. ๓ ก. เมื่อไปรังวัดปรากฏว่ามีผู้คัดค้านแนวเขต แต่ผู้ย่ืน
คาขอไมส่ ามารถชี้แนวเขตของตนได้ กรณีน้เี จา้ พนักงานทด่ี นิ จะต้องดาเนินการอย่างไร

- 44 -

คาตอบ : เม่อื มกี ารคดั ค้านแนวเขต การปฏิบัติของเจ้าหน้าท่จี ะต้องสอบสวนไกลเ่ กลีย่ โดยถอื หลักฐานแผนท่ี
ตลอดจนเอกสารในสารบบ และ น.ส. ๓ เป็นหลักฐานในการพิจารณา ไม่มีหน้าที่จะต้องสอบสวนให้เป็นท่ียุติ
ว่าใครผิดใครถูก เมื่อได้สอบสวนโดยพิจารณาจากหลักฐานทางแผนท่ี และจากการสอบสวนจากการพยาน
บุคคลท่เี กีย่ วขอ้ งแล้ว คู่กรณีไมส่ ามารถตกลงกนั ได้ กแ็ จง้ ให้คูก่ รณไี ปฟ้องศาลภายใน ๙๐ วนั

ท่มี าของคาตอบ : 1. ประมวลกฎหมายท่ีดนิ มาตรา ๖๙ ทวิ
2. หนงั สือกรมท่ีดนิ ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๖๓๗๑ ลงวนั ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๓๐ ตอบขอ้

หารอื จังหวดั เชยี งใหม่

ข้อ 92. คาถาม : ที่ดินราชพัสดุในใจกลางที่ดินมีโบราณสถานเป็นตึกสร้างสมัยรัชการท่ี ๕ จานวน ๑ หลัง
ต้ังอยู่ ซึ่งกรมศิลปากรเป็นผู้แล ผู้ครอบครองที่ดินตามหลักฐาน ส.ค. ๑ นาทาการรังวัดออกโฉนดท่ีดิน
มีข้างเคียงด้านทิศเหนือจดที่ราชพัสดุแปลงนี้ การออกโฉนดที่ดินในกรณีน้ีจะต้องให้หน่วยงานใดระวังชี้และ
ลงนามรบั รองแนวเขตทด่ี นิ หากไดร้ ับหนังสอื แจ้งแล้วไมไ่ ประวงั แนวเขตจะดาเนนิ การอยา่ งไร

คาตอบ : ท่ีดินโบราณสถานซึ่งเป็นท่ีราชพัสดุซ่ึงกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธ์ิ ส่วนกรมศิลปากร
เป็นเพียงผู้ช้ีเขตโบราณสถาน เม่ือที่ดินที่ออกโฉนดที่ดินจาก ส.ค. ๑ มีข้างเคียงจดที่ราชพัสดุ มิได้มีส่วนราชการ
ใช้ประโยชน์ในที่ดินมีเพียงตัวทรัพย์อันเป็นโบราณสถาน การแจ้งข้างเคียงท่ีราชพัสดุด้านน้ีจึงแจ้งเพียง
ธนารักษ์พื้นที่นั้น หน่วยงานของกรมศิลปากรไม่มีหน้าที่ดูแลที่ดินแต่อย่างใด และเม่ือออกโฉนดท่ีดินจาก
ส.ค. ๑ มขี า้ งเคยี งจดทด่ี ินของสว่ นราชการ เม่ือได้รับหนังสือแจ้งแล้วไมไ่ ปให้ออกโฉนดทีด่ นิ ต่อไป

ท่มี าของคาตอบ : 1. หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๓/ ๒๒๙๘๒ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๓๒ เร่ือง
การระวังชแี้ นวเขตโบราณสถาน

2. คาสงั่ กรมที่ดิน ท่ี ๑๓๐๔/๒๕๔๒ ลงวนั ท่ี ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๒

ขอ้ 93. คาถาม : การครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ได้รับอนุญาตให้ทากินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
เป็นการชัว่ คราว ต่อมาได้ส่งมอบพื้นท่ีและประกาศให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินซ่ึงมีผู้ยื่นคาขอออก ส.ป.ก. 4 – ๐๑
ต่อมาสานักพุทธศาสนาจังหวัดได้ย่ืนคาขอออกโฉนดท่ีดินในท่ีดินของวัดร้าง นารังวัดล้าเข้าในเขตที่มีผู้ย่ืนคาขอ
ออก ส.ป.ก. ๔ – ๐๑ กรณีดังกล่าวนี้หากจะต้องดาเนินการเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๐ แห่งประมวล
กฎหมายที่ดินสอบสวนเปรยี บเทยี บอยา่ งไร

คาตอบ : คู่กรณีในการสอบสวนเปรียบเทียบต้องเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับท่ีดินที่อาจออกหนังสือ
แสดงสทิ ธิในที่ดินแปลงท่ีพิพาทได้ ท่ีดิน ส.ป.ก. หากจะออกต้องออกให้ ส.ป.ก. ดังนั้นคู่กรณีในการสอบสวน
เปรียบเทียบจึงเปน็ ปฏริ ปู ทด่ี นิ จงั หวดั มิใช่ผูย้ ื่นคาขอออก ส.ป.ก.

ทีม่ าของคาตอบ : คาพพิ ากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.๓๒๒/๒๕๕๕

- 45 -

ขอ้ 94. คาถาม : การออกโฉนดที่ดินในเขตเขาและปริมณฑล ๔๐ เมตร ผู้ขอมีหลักฐานที่ได้มาโดยถูกต้อง
จะสามารถออกโฉนดทดี่ ินไดห้ รอื ไม่

คาตอบ : ที่ดินที่อยู่ในเขตเขา หรือปริมณฑล ๔๐ เมตร เป็นที่ดินต้องห้ามมิให้บุคคลทาด้วยประการ
ใดให้เป็นการทาลายหรือทาให้เสื่อมสภาพท่ีดิน ที่หิน ท่ีกรวด หรือท่ีทราย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงาน
เจ้าหน้าที่ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๔๙๙ และต้องห้ามมิให้ออกโฉนดท่ีดิน
ตามกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๔๓ (พ.ศ. 2537)ฯ ขอ้ ๑๔ (๒)

ทมี่ าของคาตอบ : 1. มาตรา ๕ แหง่ พระราชบัญญตั ใิ หใ้ ช้ประมวลกฎหมายที่ดนิ พ.ศ. ๒๔๙๗
2. กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗)ฯ
ขอ้ ๘. ที่ดินทีจ่ ะพงึ ออกโฉนดที่ดินต้องเป็นท่ีดินท่ีผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครอง

และทาประโยชนแ์ ล้ว และเป็นท่ีดินที่จะพึงออกโฉนดที่ดินได้ตามกฎหมาย แต่ห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินสาหรับ
ที่ดนิ ดงั ตอ่ ไปน้ี

ฯลฯ
(๒) ที่เขา ท่ีภูเขา หรือท่ีสงวนหวงห้าม หรือท่ีดินซ่ึงทางราชการเห็นว่า
ควรสงวนไว้เพอื่ ทรพั ยากรธรรมชาติ
๓. กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ
ข้อ ๑๔ ที่ดินที่จะออกโฉนดท่ีดินต้องเป็นท่ีดินที่ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครอง
และทาประโยชน์แล้ว และเป็นท่ีดินที่สามารถออกโฉนดท่ีดินได้ตามกฎหมาย แต่ห้ามมิให้ออกโฉนดท่ีดิน
สาหรับท่ดี นิ ดังต่อไปน้ี
(๑) ท่ีดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น ทางน้า ทางหลวง
ทะเลสาบ ท่ีชายตลง่ิ

(๒) ท่ีเขา ที่ภูเขา และพ้ืนที่ท่ีรัฐมนตรีประกาศหวงห้ามตามมาตรา ๙ (๒)
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ไม่รวมถึงท่ีดินซ่ึงผู้ครอบครองมีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายตาม
ประมวลกฎหมายทดี่ นิ

(๓) ท่ีเกาะ แต่ไม่รวมถึงที่ดินของผู้ซ่ึงมีหลักฐานแจ้งการครอบครองท่ีดิน
มีใบจอง ใบเหยียบย่า หนังสือรับรองการทาประโยชน์ โฉนดตราจอง ตราจองท่ีตราว่า “ได้ทาประโยชน์แล้ว”
หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพหรือที่ดินที่คณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ
ได้อนุมัติให้จัดแก่ประชาชน หรือที่ดินซึ่งได้มีการจัดหาผลประโยชน์ตามมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑
แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ ิน โดยคณะกรรมการจดั ทีด่ นิ แห่งชาตไิ ด้อนมุ ัติแลว้

- 46 -

(๔) ที่สงวนหวงห้ามตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้
ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๒๐ (๓) และ (๔) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไข
เพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๒๖ หรือกฎหมายอนื่

(๕) ที่ดินที่คณะรัฐมนตรีสงวนไว้เพ่ือรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือ
เพ่อื ประโยชน์สาธารณะอย่างอนื่

4. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กาหนดเขตหวงห้ามท่ีเขาหรือภูเขา ตาม
ความในมาตรา ๙ (๒) แห่งประมวลกฎหมายท่ีดนิ ฉบับลงวนั ท่ี ๒๗ มีนาคม ๒๔๙๙

ขอ้ 95 คาถาม : ผู้ถอื สทิ ธคิ รอบครองเสยี ชีวิต ทายาทสามารถนาเดนิ สารวจออกโฉนดท่ีดนิ ได้หรือไม่
คาตอบ : ในการนาเดินสารวจออกโฉนดท่ีดิน ตามมาตรา ๕๘ และ ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

ผู้มชี อ่ื ในหลกั ฐานใบจอง ใบเหยยี บยา่ หนังสือรบั รองการทาประโยชน์ โฉนดตราจอง ตราจองท่ีตราว่า “ได้ทา
ประโยชน์แล้ว” หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพ่ือการครองชีพสามารถนาเดินสารวจได้
หากมีเหตุขัดข้องไม่สามารถดาเนินการได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอานาจให้บุคคลอื่นนาทาการเดินสารวจ
แทนได้ แต่หากผู้มีชื่อในหลักฐานที่ดินเสียชีวิต กรมที่ดินได้วางแนวทางปฏิบัติตามนัยหนังสือกรมท่ีดิน ท่ี มท
๐๗๑๙.๑/ว ๑๕๕๔๐ ลงวันท่ี ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ในกรณีของใบจอง ให้ปฏิบัติตามระเบียบกรมที่ดิน
ว่าด้วยการเดนิ สารวจออกโฉนดที่ดนิ และสอบเขตที่ดนิ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๒.

ที่มาของคาตอบ : 1. มาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ นิ
บุคคลซ่ึงพนักงานเจ้าหน้าท่ีอาจออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทา

ประโยชน์ตามวรรคหน่งึ ให้ได้ คือ
(1) ผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองท่ีดิน มีใบจอง ใบเหยียบย่า หนังสือ

รับรองการทาประโยชน์โฉนดตราจอง ตราจองท่ีตราว่า “ได้ทาประโยชน์แล้ว” หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมาย
ว่าด้วยการจัดท่ีดินเพ่ือการครองชพี

ฯลฯ
2. ระเบียบกรมท่ีดิน ว่าด้วยการเดินสารวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตที่ดิน
(ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔

ข้อ ๒. ในกรณีเจ้าของที่ดินท่ีมีหลักฐานใบจอง (น.ส. ๒) ตาย ทายาทผู้มีสิทธิ
ตามกฎหมายหรือผู้รับพินัยกรรมสามารถนาทาการเดินสารวจออกโฉนดที่ดินได้โดยไม่ต้องไปจดทะเบียน
โอนมรดกในชั้นใบจองก่อน โดยให้ปฏิบัติตามนัยหนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท ๐๗๑๙.๑/ว ๑๕๕๔๐ ลงวันท่ี ๒๓
พฤษภาคม ๒๕๔๓ โดยอนุโลม

- 47 -

ข้อ 96. คาถาม : การออกโฉนดที่ดินตามหลักฐาน ส.ค. ๑ ผลการรังวัดได้เนื้อที่มากกว่าหลักฐานเดิม พนักงาน
เจา้ หน้าทส่ี ามารถออกให้แกผ่ ้ขู อไดจ้ านวนเท่าใด

คาตอบ : เม่ือผู้ขอนา ส.ค. ๑ มารังวัดออกโฉนดที่ดิน ผลการรังวัดได้เน้ือมากกว่าหลักฐานเดิม
ตามมาตรา ๕๙ ตรี แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน กาหนดว่า ถ้าปรากฏว่าเน้ือที่ท่ีทาการรังวัดใหม่แตกต่างไป
จากเน้ือท่ีตามใบแจ้งการครอบครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินให้ได้เท่าจานวนเนื้อท่ีท่ีได้ทา
ประโยชน์ ท้ังน้ตี ามระเบียบท่ีคณะกรรมการกาหนด โดยในระเบียบคณะกรรมการจัดท่ีดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒
(พ.ศ. ๒๕๓๒) หมวด ๒ ข้อ ๘ ในการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ ถ้าปรากฏว่าที่ดิน
มีอาณาเขตระยะของแนวเขต และท่ีดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการแจ้งการครอบครองตาม
มาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน
แตเ่ นอื้ ทที่ ค่ี านวณได้แตกต่างไปจากเน้ือที่ตามหลักฐานการแจ้งการครอบครองดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์เท่าจานวนเนื้อที่ที่ได้ทาประโยชน์แล้ว แต่ไม่เกินเนื้อที่
ที่คานวณได้ และ ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ที่ดินนั้นมีด้านหนึ่งด้านใดหรือหลายด้านจดท่ีป่าหรือที่รกร้างว่างเปล่า
และระยะท่ีวัดได้เกินกว่าระยะท่ีปรากฏในหลักฐานการแจ้งการครอบครองให้ถือระยะท่ีปรากฏในหลักฐาน
การแจง้ การครอบครองเป็นหลักในการออกโฉนดท่ดี ินหรือหนังสือรบั รองการทาประโยชน์

ที่มาของคาตอบ : 1. มาตรา ๕๙ ตรี แหง่ ประมวลกฎหมายทดี่ ิน
2. ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ว่าด้วย

เง่ือนไขการออกโฉนดทด่ี ินหรอื หนังสอื รบั รองการทาประโยชน์ หมวด ๒
ข้อ ๘ ในการออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ ถ้าปรากฏว่า

ท่ีดินมีอาณาเขตระยะของแนวเขต และที่ดินข้างเคียงทุกด้านถูกต้องตรงกับหลักฐานการแจ้งการครอบครอง
ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ เชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลง
เดียวกัน แต่เนื้อที่ท่ีคานวณได้แตกต่างไปจากเน้ือที่ตามหลักฐานการแจ้งการครอบครองดังกล่าว ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์เท่าจานวนเนื้อท่ีที่ได้ทาประโยชน์แล้ว แต่ไม่เกิน
เนอ้ื ท่ีที่คานวณได้

ฯลฯ
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ท่ีดินนั้นมีด้านหนึ่งด้านใดหรือหลายด้านจดที่ป่าหรือรกร้างว่าง
เปล่าและระยะที่วัดได้เกินกว่าระยะท่ีปรากฏในหลักฐานการแจ้งการครอบครองให้ถือระยะท่ีปรากฏในหลักฐาน
การแจ้งการครอบครองเปน็ หลักในการออกโฉนดท่ีดนิ หรือหนังสอื รบั รองการทาประโยชน์

ขอ้ 97. คาถาม : ผูม้ สี ิทธใิ นท่ีดนิ ประเภทใด ท่สี ามารถขอออกโฉนดทด่ี นิ ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้

- 48 -

คาตอบ : ในกรณีท่มี พี ระราชกฤษฎกี ากาหนดเขตปฏิรูปทีด่ ินแลว้ และในเขตปฏิรปู ที่ดินดังกล่าวไม่ว่า
จะเป็นพื้นที่ท่ี ส.ป.ก. เข้าไปดาเนินการแล้วหรือยังไม่ได้เข้าไปดาเนินการก็ตาม พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะออกหนังสือ
แสดงสิทธิในทีด่ นิ ใหแ้ ก่ราษฎรท่ีครอบครองและทาประโยชน์อยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับไม่ได้
ถ้าราษฎรดังกล่าวไม่ได้แจ้งการครอบครองท่ีดิน (ส.ค. ๑) ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล
กฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ หรือมิได้แจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินตามมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวล
กฎหมายท่ดี ินซงึ่ แก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ใิ หใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายทีด่ นิ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ ไว้ก่อน
มีการกาหนดเขตปฏริ ปู ที่ดนิ เพือ่ เกษตรกรรม ตามนัยหนงั สือคณะกรรมการกฤษฎีกา ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๖๐๑/
๒๐๙ ลงวนั ท่ี ๒๙ มีนาคม ๒๕๓๗

ทีม่ าของคาตอบ : 1. มาตรา ๕ แหง่ พระราชบญั ญัตใิ หใ้ ช้ประมวลกฎหมายทด่ี นิ พ.ศ. ๒๔๙๗
2. หนังสือคณะกรรมการกฤษฎีกา ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๖๐๑/๒๐๙ ลงวันที่ ๒๙

มีนาคม ๒๕๓๗

ข้อ 98. คาถาม : วัดนา ส.ค.๑ มายื่นขอออกโฉนดท่ีดิน วัดเป็นนิติบุคคลอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องปฏิบัติ
ตามแนวทางเพ่ือดาเนินการตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน (ฉบับที่ ๑๑)
พ.ศ. ๒๕๕๑ ภายหลงั วนั ท่ี ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๓ (ฉบบั แกไ้ ขเพ่มิ เติม) ข้อ ๑๗ หรอื ไม่

คาตอบ : แนวทางปฏิบัติเพ่ือดาเนินการตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวล
กฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ ภายหลังวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ (ฉบับแก้ไขเพ่ิมเติม) ตามนัยหนังสือ
กรมท่ีดิน ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๕๑๖.๒(๑)/ว ๑๔๗๘๙ ลงวันท่ี ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ข้อ ๑๗ กรณีท่ีมีวัด
ในพระพุทธศาสนานาหลักฐาน ส.ค. ๑ ซึ่งมีชื่อวัดนั้นเป็นผู้แจ้งการครอบครอบที่ดินมาเป็นหลักฐาน
ในการขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์ ให้ถือว่า ส.ค. ๑ ฉบับที่วัดนามาย่ืนน้ันเป็นเพียง
หลักฐานว่า วดั นั้นได้ครอบครองทาประโยชน์ในทด่ี นิ เปน็ ที่วัดมาก่อนประมวลกฎหมายท่ีดินใช้บังคับเท่าน้ัน โดยให้
สานกั งานท่ีดินรับคาขอออกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทาประโยชน์เป็นการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน โดยไมจ่ าเปน็ ตอ้ งใช้หลกั ฐาน ส.ค. ๑ และไม่ตอ้ งให้วัดไปยน่ื คาร้องต่อศาลยุติธรรม
ตามนัยมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ แต่อย่างใด
เน่ืองจากแม้วัดจะไม่ได้แจ้งการครอบครองวัดก็ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
พ.ศ. ๒๕๐๕ ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และเป็นผู้มีสิทธิในที่ดิน
ท่ีจะขอออกโฉนดทดี่ ินหรอื หนงั สอื รบั รองการทาประโยชนต์ ามมาตรา ๕๙ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน

ที่มาของคาตอบ : หนังสือกรมที่ดิน ด่วนที่สุด ท่ี มท ๐๕๑๖.๒(๑)/ว ๑๔๗๘๙ ลงวันที่ ๑๐
พฤษภาคม ๒๕๕๓

- 49 -

ข้อ 99. คาถาม : คาส่ังเจา้ พนักงานทด่ี นิ ที่มคี าส่งั ไมร่ ับคาอทุ ธรณ์ เปน็ คาส่ังทางปกครองหรอื ไม่
คาตอบ : คณะกรรมการวิธีปฏิบตั ิราชการทางปกครองได้พิจารณาวนิ ิจฉัย เร่ืองเสร็จที่ ๘๔๔/๒๕๔๗

ในประเด็นการท่ีเจ้าพนักงานผู้มีอานาจทาคาส่ังทางปกครองมีคาส่ังไม่รับคาอุทธรณ์ไว้พิจารณาเป็นคาสั่ง
ทางปกครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ หรือไม่ เห็นว่า การอุทธรณ์คาสั่ง
ทางปกครองเป็นสิทธิตามกฎหมายของคู่กรณีท่ีสามารถขอให้เจ้าหน้าท่ีพิจารณาทบทวนคาส่ังทางปกครองได้
ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกาหนด ดังน้ัน การท่ีอธิบดีกรมที่ดินมีคาสั่งไม่รับคาอุทธรณ์ของธนาคาร
อาคารสงเคราะห์ไว้พิจารณาจึงเป็นการใช้อานาจตามกฎหมายซึ่งมีผลเป็นการปฏิเสธสิทธิของคู่กรณีที่จะ
ได้รับการทบทวนคาสั่งเพิกถอนแก้ไขรายการจดทะเบียนที่ดินและแก้ไขโฉนดที่ดิน กรณีจึงเป็นคาส่ัง
ที่มีผลกระทบต่อสิทธิและหน้าท่ีของบุคคล อันเป็นคาส่ังทางปกครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติ
วิธปี ฏบิ ตั ิราชการทางปกครอง

อนงึ่ คณะกรรมการวธิ ปี ฏิบัตริ าชการทางปกครองมคี วามเหน็ เพมิ่ เติมในประเด็นดังกล่าวว่า
เมือ่ คาส่งั ไม่รบั พิจารณาคาอทุ ธรณ์เป็นคาสั่งทางปกครอง คู่กรณีย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คาส่ังดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่
ผู้ทาคาสั่งตามมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ และเมื่อข้อเท็จจริงตามกรณี
ท่ีหารือมานี้ปรากฏว่า ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้อุทธรณ์คาส่ังไม่รับพิจารณาคาอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมที่ดิน
และอธิบดีกรมท่ีดินพิจารณาแล้วไม่เห็นด้วยกับคาอุทธรณ์และได้รายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังผู้มีอานาจ
พิจารณาคาอุทธรณ์ซ่ึงได้แก่หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน กระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้
ตามข้อ ๓๒ (๒) ของกฎกระทรวงว่าด้วยกลุ่มภารกิจ พ.ศ. ๒๕๔๕ ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงว่าด้วยกลุ่มภารกิจ (ฉบับท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๖ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยซ่ึงเป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความม่ันคงภายใน จึงมีหน้าที่
พิจารณาคาอุทธรณ์ดังกล่าวต่อไป ท้ังนี้ ตามมาตรา ๔๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการ
ทางปกครอง

ทม่ี าของคาตอบ : 1. มาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธปี ฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
“คาส่งั ทางปกครอง” หมายความว่า
(1) การใช้อานาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์

ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะ ก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือ
หน้าท่ีของบุคคลไม่ว่าจะเป็นการถาวรหรือช่ัวคราว เช่น การส่ังการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัย
อุทธรณก์ ารรบั รอง และการรบั จดทะเบยี น แต่ไม่หมายความรวมถงึ การออกกฎ

2. บันทึกคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เร่ือง การปฏิบัติตาม
พระราชบญั ญตั ิวิธปี ฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กรณีเจ้าหน้าท่ีผู้ทาคาสั่งทางปกครองมีคาสั่งไม่รับ
อทุ ธรณ์ของคู่กรณไี ว้พจิ ารณา


Click to View FlipBook Version