The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

#l# สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ##

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

กฎหมาย ระเบียบ และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับอาคารชุด

#l# สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ##

Keywords: อาคารชุด

คำนำสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รวบรวมกฎหมายและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับอาคารชุด เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้เป็นคู่มือในการจดทะเบียนอาคารชุด และการดำเนินการตามกฎหมายอาคารชุด ได้แก่ กฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ คำสั่ง และหนังสือเวียนแนวทางปฏิบัติที่เป็นปัจจุบัน ประกอบด้วย1. พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒2. พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑3. พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑4. พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. ๒๕345. พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ๒๕426. กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนอาคารชุดการออก หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด การจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๕๓7. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๕๓8. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. ๒๕๕99. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดแบบสัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขาย ห้องชุด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒10. คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๓๒๒๓/๒๕๖๖ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒11. ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๕๔12. ระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการออกใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และการจัดทำหนังสือ กรรมสิทธิ์ห้องชุดขึ้นใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๕๑3. ระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการเพิกถอนหรือแก้ไขการออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับห้องชุด หรือการจดแจ้งรายการในสารบัญสำหรับจดทะเบียน พ.ศ. ๒๕๕๕๑4. หนังสือเวียนแนวทางปฏิบัติ


สารบัญเรื่อง หน้า1. พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ 12. พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑ 343. พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด 54(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑4. พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. ๒๕34 985. พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ๒๕42 1056. กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนอาคารชุด 111การออก หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด การจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๕๓7. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๕๓ 1208. กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. ๒๕๕9 1259. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดแบบสัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขาย 130ห้องชุด ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒10. คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๓๒๒๓/๒๕๖๖ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ 142 ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒11. ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๕๔ 14612. ระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการออกใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด 174และการจัดทำหนังสือ กรรมสิทธิ์ห้องชุดขึ้นใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๕๑3. ระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการเพิกถอนหรือแก้ไขการออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด 179การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับห้องชุด หรือการจดแจ้งรายการในสารบัญสำหรับจดทะเบียน พ.ศ. ๒๕๕๕๑4. หนังสือเวียนแนวทางปฏิบัติ 185


พระราชบัญญัติอาคารชุดพ.ศ. 2522 ----------------ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไวณ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2522 เปนปที่ 34 ในรัชกาลปจจุบันพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯใหประกาศวาโดยที่เปนการสมควรมีกฎหมายวาดวยอาคารชุดจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติบัญญัติแหงชาติทําหนาที่รัฐสภาดังตอไปนี้มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกวา \"พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522\" มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป (*ประกาศใน รจ. 2522/67 หนา 29 พิ วันลงรจ. 30 เมษายน 2522) มาตรา 3 บรรดาบทกฎหมายกฎ หรือขอบังคับอื่นในสวนที่มีบัญญัติไวแลวในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแยงกับบทแหงพระราชบัญญัตินี้ใหใชพระราชบัญญัตินี้แทนมาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้1


2\"อาคารชุด\" หมายความวา อาคารที่บุคคลสามารถแยกการถือกรรมสิทธิ์ออกไดเปนสวน ๆ โดยแตละสวนประกอบดวยกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนบุคคลและกรรมสิทธิ์รวมในทรัพยสวนกลาง\"ทรัพยสวนบุคคล\" หมายความวา หองชุดและหมายความรวมถึงสิ่งปลูกสราง หรือที่ดินที่จัดไวใหเปนของเจาของหองชุดแตละราย\"หองชุด\" หมายความวา สวนของอาคารชุดที่แยกการถือกรรมสิทธิ์ออกไดเปนสวนเฉพาะของแตละบุคคล\"ทรัพยสวนกลาง\" หมายความวา สวนของอาคารชุดที่มิใชหองชุดที่ดินที่ตั้งอาคารชุดและที่ดินหรือทรัพยสินอื่นที่มีไวเพื่อใชหรือเพื่อประโยชนรวมกันสําหรับเจาของรวม\"หนังสือกรรมสิทธิ์หองชุด\" หมายความวา หนังสือสําคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนบุคคล และกรรมสิทธิ์รวมในทรัพยสวนกลาง\"เจาของรวม\" หมายความวา เจาของหองชุดในอาคารชุดแตละอาคารชุด\"นิติบุคคลอาคารชุด\" หมายความวา นิติบุคคลที่ไดจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ \"ขอบังคับ\" หมายความวา ขอบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด \"พนักงานเจาหนาที่\" หมายความวา ผูซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งใหปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ \"รัฐมนตรี\" หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้มาตรา5 ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และใหมีอํานาจแตงตั้งพนักงานเจาหนาที่ออกกฎกระทรวงกําหนดคาธรรมเนียมและคาใชจายไมเกินอัตราทายพระราชบัญญัตินี้และกําหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้กฎกระทรวงนั้น เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับไดหมวด 1 การจดทะเบียนอาคารชุด------มาตรา 6 ผูมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารใดประสงคจะจดทะเบียนที่ดินและอาคารนั้น ใหเปนอาคารชุดตามพระราชบัญญัตินี้ใหยื่นคําขอจดทะเบียนอาคารชุดตอพนักงานเจาหนาที่พรอมดวย(1) โฉนดที่ดิน(2) แผนผังอาคารชุด


3(3) อัตราสวนที่เจาของหองชุดแตละหองชุดมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลางตามมาตรา 14 (4) รายละเอียดเกี่ยวกับหองชุด ทรัพยสวนบุคคลและทรัพยสวนกลาง(5) คํารับรองของผูยื่นคําขอวาอาคารที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดนั้นไมติดการจํานอง เวนแตการจํานองอาคารรวมกับที่ดิน(6) หลักฐานอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวงมาตรา 7 เมื่อพนักงานเจาหนาที่ไดรับคําขอจดทะเบียนอาคารชุดตามมาตรา 6 แลวถามีรายชื่อเจาหนี้จํานองหรือเจาหนี้ซึ่งมีบุริมสิทธิเหนือที่ดินและอาคารที่ขอจดทะเบียนนั้นปรากฏอยูในโฉนดที่ดิน ใหพนักงานเจาหนาที่ประกาศคําขอนั้นพรอมกับมีหนังสือแจงไปยังเจาหนี้ดังกลาวใหมาแจงแกพนักงานเจาหนาที่พรอมทั้งแสดงหลักฐานภายในสามสิบวันนับแตวันไดรับหนังสือแจงในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้พนักงานเจาหนาที่มีอํานาจเขาไปตรวจที่ดินและอาคารที่ขอจดทะเบียนในเวลากลางวันระหวางพระอาทิตยขึ้นถึงพระอาทิตยตก หรือเรียกบุคคลใด ๆ มาใหถอยคําหรือใหสงเอกสารตามความจําเปนไดและใหพนักงานเจาหนาที่เปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาเมื่อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นวาเปนการถูกตองและที่ดินนั้นปราศจากภาระผูกพันใด ๆ หรือในกรณีที่ที่ดินนั้นติดการจํานองแตผูรับจํานองยินยอมใหจดทะเบียนอาคารชุดใหพนักงานเจาหนาที่รับจดทะเบียนอาคารชุดไดแตในกรณีที่อาคารติดการจํานองโดยไมครอบถึงที่ดิน หามมิใหรับจดทะเบียนอาคารชุด ในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่เห็นวาการขอจดทะเบียนอาคารชุดดังกลาวไมถูกตอง ใหพนักงานเจาหนาที่มีคําสั่งไมรับจดทะเบียนอาคารชุดและมีหนังสือแจงไปยังผูยื่นคําขอพรอมดวยเหตุผลโดยไมชักชาการจดทะเบียนอาคารชุดใหพนักงานเจาหนาที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาตรา 8 การขอจดทะเบียนตามมาตรา 6 การประกาศการแจงเจาหนี้และการจดทะเบียนตามมาตรา 7 ใหเปนไปตามหลักเกณฑวิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวงมาตรา 9 เมื่อพนักงานเจาหนาที่รับจดทะเบียนอาคารชุดแลวใหพนักงานเจาหนาที่สงโฉนดที่ดินที่ยื่นมาตามมาตรา 6 ไปยังเจาพนักงานที่ดินทองที่ที่อาคารชุดนั้นตั้งอยูภายในสิบหาวันเพื่อใหจดแจงในสารบัญสําหรับจดทะเบียนของโฉนดที่ดินวาที่ดินนั้นอยูภายใตบังคับแหงพระราชบัญญัตินี้และใหเก็บรักษาโฉนดที่ดินนั้นไวในกรณีที่ที่ดินติดการจํานองแตผูรับจํานองยินยอมใหจดทะเบียนอาคารชุดใหพนักงานเจาหนาที่


4บันทึกความยินยอมของผูรับจํานองตามมาตรา 7 วรรคสาม และจํานวนเงินที่ผูรับจํานองจะไดรับชําระหนี้จากหองชุดแตละหองชุดตามมาตรา 22 ไวดวยมาตรา 10 เมื่อมีการจดทะเบียนอาคารชุดและเจาพนักงานที่ดินไดจดแจงในโฉนดที่ดินตามมาตรา 9 แลว หามมิใหจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินดังกลาวอีกตอไป เวนแตกรณีที่บัญญัติไวตามพระราชบัญญัตินี้และหามมิใหขอจดทะเบียนอาคารชุดนั้นกอภาระผูกพันเกี่ยวกับอาคารชุดดังกลาวมาตรา 11 ในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่มีคําสั่งไมรับจดทะเบียนอาคารชุดผูยื่นคําขอมีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตอรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแตวันที่ทราบคําสั่งใหรัฐมนตรีวินิจฉัยภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับอุทธรณคําวินิจฉัยของรัฐมนตรีใหเปนที่สุดหมวด 2 กรรมสิทธิ์ในหองชุด-----มาตรา12 กรรมสิทธิ์ในหองชุดจะแบงแยกมิไดมาตรา13 เจาของหองชุดมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนบุคคลที่เปนของตน และมีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพยสวนกลางพื้นหองผนังกั้นหองที่แบงระหวางหองชุดใดใหถือวาเปนกรรมสิทธิ์รวมของเจาของรวมระหวางหองชุดนั้น และการใชสิทธิเกี่ยวกับทรัพยดังกลาวใหเปนไปตามขอบังคับเจาของหองชุดจะกระทําการใด ๆ ตอทรัพยสวนบุคคลของตนอันอาจจะเปนการกระทบกระเทือนตอโครงสรางความมั่นคงการปองกันความเสียหายตอตัวอาคารหรือการอื่นตามที่กําหนดไวในขอบังคับมิไดมาตรา 14 กรรมสิทธิ์สวนที่เปนของเจาของรวมในทรัพยสวนกลางใหเปนไปตามอัตราสวนระหวางราคาของหองชุดแตละหองชุดกับราคารวมของหองชุดทั้งหมดในขณะที่ขอจดเบียนอาคารชุดตามมาตรา 6


5มาตรา 15 ทรัพยสินตอไปนี้ใหถือวาเปนทรัพยสวนกลาง(1) ที่ดินที่ตั้งอาคารชุด(2) ที่ดินที่มีไวเพื่อใชหรือเพื่อประโยชนรวมกัน(3) โครงสรางและสิ่งกอสรางเพื่อความมั่นคงและเพื่อการปองกันความเสียหายตอตัวอาคารชุด(4) อาคารหรือสวนของอาคารและเครื่องอุปกรณที่มีไวเพื่อใชหรือเพื่อประโยชนรวมกัน(5) เครื่องมือและเครื่องใชที่มีไวเพื่อใชหรือเพื่อประโยชนรวมกัน(6) สถานที่ที่มีไวเพื่อบริการสวนรวมแกอาคารชุด(7) ทรัพยสินอื่นที่มีไวเพื่อใชหรือเพื่อประโยชนรวมกันมาตรา 16 ทรัพยสวนกลางที่เปนอสังหาริมทรัพยจะถูกฟองใหแบงแยกบังคับจํานอง หรือบังคับใหขายทอดตลาดแยกจากทรัพยสวนบุคคลมิไดมาตรา 17 การจัดการและการใชทรัพยสวนกลางใหเปนไปตามพระราชบัญญัตินี้และตามขอบังคับมาตรา18 เจาของรวมตองรวมกันออกคาใชจายที่เกิดจากบริการสวนรวมและที่เกิดจากเครื่องมือ เครื่องใชที่มีไวเพื่อประโยชนรวมกัน ตามสวนแหงประโยชนที่มีตอหองชุด ทั้งนี้ตามที่กําหนดไวในขอบังคับเจาของรวมตองรวมกันออกคาภาษีอากรและคาใชจายที่เกิดจากการดูแลรักษาและการดําเนินการเกี่ยวกับทรัพยสวนกลางตามอัตราสวนที่เจาของรวมแตละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลางตามมาตรา 14 “มาตรา 19คนตางดาวและนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือวาเปนคนตางดาวอาจถือกรรมสิทธิ์ในหองชุดไดถาเปนคนตางดาวและนิติบุคคลดังตอไปนี้(1) คนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหมีถิ่นที่อยูในราชอาณาจักรตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมือง(2) คนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหเขามาในราชอาณาจักร ตามกฎหมายวาดวยการสงเสริมการลงทุน (3) นิติบุคคลตามที่กําหนดไวในมาตรา97และมาตรา98แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งจดทะเบียนเปนนิติบุคคลตามกฎหมายไทย (4) นิติบุคคลซึ่งเปนคนตางดาวตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่281ลงวันที่24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515และไดรับบัตรสงเสริมการลงทุนตามกฎหมายวาดวยการสงเสริมการลงทุน


6 (“มาตรา 19”แกไขโดย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534) “(5) คนตางดาวหรือนิติบุคคลที่กฎหมายถือวาเปนคนตางดาวซึ่งนําเงินตราตางประเทศเขามาในราชอาณาจักรหรือถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยูนอกประเทศหรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราตางประเทศ” (มาตรา 19 “(5)”แกไขโดย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 3) “มาตรา19 ทวิ อาคารชุดแตละอาคารชุดจะมีคนตางดาวและหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19ถือกรรมสิทธิ์ในหองชุดไดเมื่อรวมกันแลวตองไมเกินอัตรารอยละสี่สิบเกาของเนื้อที่ของหองชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้นในขณะที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามมาตรา6 อาคารชุดใดที่จะมีคนตางดาวและหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19 ถือกรรมสิทธิ์ในหองชุดเกินกวาอัตราที่กําหนดไวในวรรคหนึ่ง อาคารชุดนั้นจะตองตั้งอยูในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเทศบาล หรือเขตราชการสวนทองถิ่นอื่นที่กําหนดในกฎกระทรวง และมีที่ดินที่ตั้งอาคารชุดรวมกับที่ดินที่มีไวเพื่อใชหรือเพื่อประโยชนรวมกันสําหรับเจาของรวมทั้งหมดไมเกินหาไรการไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในหองชุดตามวรรคสองของคนตางดาวและนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19 ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง” (“มาตรา 19 ทวิ”แกไขโดย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 4) “มาตรา19 ตรีการโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดใหแกคนตางดาวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19ใหผูขอโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดแจงรายชื่อคนตางดาวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19 พรอมทั้งอัตราสวนเนื้อที่ของหองชุดที่คนตางดาวหรือนิติบุคคลดังกลาวถือกรรมสิทธิ์อยูแลวตอพนักงานเจาหนาที่ และใหคนตางดาวหรือนิติบุคคลผูขอรับโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดแสดงหลักฐานดังตอไปนี้ตอพนักงานเจาหนาที่ดวย(1) สําหรับคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา 19 (1) ตองแสดงหลักฐานการเปนผูไดรับอนุญาตใหมีถิ่นที่อยูในราชอาณาจักรตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมือง(2) สําหรับคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา 19 (2) ตองแสดงหลักฐานการเปนผูไดรับอนุญาตใหเขามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายวาดวยการสงเสริมการลงทุน(3) สําหรับนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19 (3) ตองแสดงหลักฐานการจดทะเบียนเปนนิติบุคคลตามกฎหมายไทย(4) สําหรับนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19 (4) ตองแสดงหลักฐานการเปนผูไดรับบัตรสงเสริม


7การลงทุนตามกฎหมายวาดวยการสงเสริมการลงทุน (“มาตรา 19 ตรี” บัญญัติเพิ่มโดย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534) “(5) สําหรับคนตางดาวและนิติบุคคลตามมาตรา 19 (5) ตองแสดงหลักฐานการนําเงินตราตางประเทศเขามาในราชอาณาจักรหรือหลักฐานการถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยูนอกประเทศหรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราตางประเทศในจํานวนไมนอยกวาคาหองชุดที่จะซื้อ” (มาตรา 19 ตรี“(5)”แกไขโดย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 5) “มาตรา 19 จัตวา เมื่อพนักงานเจาหนาที่ไดรับเอกสารและหลักฐานตามมาตรา 19 ตรีและตรวจสอบเอกสารหลักฐานดังกลาวแลวเห็นวาเปนเอกสารและหลักฐานที่ถูกตองตามบทบัญญัติมาตรา 19 ตรี และอัตราสวนการถือกรรมสิทธิ์ในหองชุดของคนตางดาวหรือนิติบุคคลตามมาตรา 19 ทั้งผูที่ถือกรรมสิทธิ์อยูแลวและผูที่ขอรับโอนไมเกินอัตราที่กําหนดไวในมาตรา 19 ทวิวรรคหนึ่ง หรืออยูในหลักเกณฑตามมาตรา 19 ทวิ วรรคสองและวรรคสาม ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับหองชุดตามหมวด 4 ใหแกคนตางดาว หรือนิติบุคคลผูขอรับโอนนั้น” (“มาตรา 19 จัตวา”แกไขโดย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 6) “มาตรา19เบญจคนตางดาวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา19 ตองจําหนายหองชุดในกรณีดังตอไปนี้ “(1) เมื่อคนตางดาวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา19ไดมาซึ่งหองชุดโดยไดรับมรดกในฐานะเปนทายาทโดยธรรม หรือผูรับพินัยกรรม หรือโดยประการอื่น แลวแตกรณีเมื่อรวมกับหองชุดที่มีคนตางดาวและหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา19ถือกรรมสิทธิ์อยูแลวในอาคารชุดนั้นเกินอัตราที่กําหนดตามมาตรา 19 ทวิวรรคหนึ่ง หรือไมอยูในหลักเกณฑตามมาตรา 19 ทวิวรรคสองหรือวรรคสาม” (มาตรา 19 เบญจ “(1)”แกไขโดย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 7) (2) เมื่อคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา 19 (1) ถูกเพิกถอนการอนุญาตใหมีถิ่นที่อยูในราชอาณาจักรหรือใบสําคัญถิ่นที่อยูของคนตางดาวใชไมได(3) เมื่อคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา 19 (1) (2) และ(5) ถูกสั่งเนรเทศออกไปนอกราชอาณาจักรและไมไดรับการผอนผันหรือถูกสงไปประกอบอาชีพ ณ ที่ใดแทนการเนรเทศ (4) เมื่อคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา19 (2) ไมไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการสงเสริมการลงทุนใหอยูในราชอาณาจักร (5) เมื่อนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19 (4) ถูกเพิกถอนบัตรสงเสริมการลงทุน


8คนตางดาวหรือนิติบุคคลซึ่งตองจําหนายหองชุดตามวรรคหนึ่ง ตองแจงเปนหนังสือใหพนักงานเจาหนาที่ทราบภายในกําหนดเวลาหกสิบวันนับแตวันที่มีเหตุตองจําหนายตามวรรคหนึ่งทั้งนี้สําหรับกรณี (1) ใหจําหนายเฉพาะหองชุดที่เกินอัตราที่กําหนดสําหรับกรณี (2) (3) (4) และ (5) ใหจําหนายหองชุดที่มีกรรมสิทธิ์อยูทั้งหมดการจําหนายหองชุดตามวรรคสาม ใหจําหนายภายในกําหนดเวลาไมเกินหนึ่งปนับแตวันที่ไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในหองชุด หรือวันที่ถูกเพิกถอนการอนุญาตใหมีถิ่นที่อยูในราชอาณาจักร หรือใบสําคัญถิ่นที่อยูใชไมไดหรือวันที่ถูกสั่งเนรเทศ หรือวันที่ถูกคณะกรรมการสงเสริมการลงทุนเพิกถอนการอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักร หรือวันที่ถูกเพิกถอนบัตรสงเสริมการลงทุน แลวแตกรณีถาไมจําหนายภายในกําหนดเวลาดังกลาวใหอธิบดีกรมที่ดินมีอํานาจจําหนายหองชุดนั้น และใหนําบทบัญญัติเรื่องการบังคับจําหนายที่ดินตามความในหมวด 3 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน และกฎกระทรวงที่ออกตามบทบัญญัติดังกลาวมาใชบังคับแกการจําหนายหองชุดดังกลาวดวยโดยอนุโลม” (“มาตรา19เบญจ” บัญญัติเพิ่มโดย พ.ร.บ.อาคารชุด(ฉบับที่2) พ.ศ. 2534) “มาตรา 19 ฉ เมื่อเจาพนักงานผูมีอํานาจมีคําสั่งเพิกถอนการอนุญาตใหคนตางดาวมีถิ่นที่อยูในราชอาณาจักร หรือเมื่อขอเท็จจริงปรากฏแกเจาพนักงานวาใบสําคัญถิ่นที่อยูของคนตางดาวใชไมไดสําหรับคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา 19 (1) หรือเมื่อเจาพนักงานผูมีอํานาจมีคําสั่งเนรเทศคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา 19 (1) (2) หรือ (5) ออกไปนอกราชอาณาจักร หรือมีคําสั่งเพิกถอนการอนุญาตใหคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา 19 (2) อยูในราชอาณาจักร หรือมีคําสั่งเพิกถอนบัตรสงเสริมการลงทุนสําหรับนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19 (4) แลวแตกรณีใหเจาพนักงานดังกลาวขางตนแจงใหอธิบดีกรมที่ดินทราบภายในหกสิบวันนับแตวันที่มีคําสั่งหรือวันที่ทราบขอเท็จจริงดังกลาว” (“มาตรา19 ฉ” บัญญัติเพิ่มโดย พ.ร.บ.อาคารชุด(ฉบับที่2) พ.ศ. 2534) “มาตรา 19 สัตต คนตางดาวหรือนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือวาเปนคนตางดาวนอกจากที่ระบุไวในมาตรา 19 ไดมาซึ่งหองชุดโดยไดรับมรดกในฐานะเปนทายาทโดยธรรม หรือผูรับพินัยกรรม หรือโดยประการอื่นแลวแตกรณีตองแจงเปนหนังสือใหพนักงานเจาหนาที่ทราบภายในกําหนดเวลาหกสิบวันนับแตวันที่ไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในหองชุดและตองจําหนายหองชุดนั้นภายในกําหนดเวลาไมเกินหนึ่งปนับแตวันที่ไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในหองชุดถาไมจําหนายภายในกําหนดเวลาดังกลาวใหนําความในมาตรา 19 เบญจ


9วรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลม” (“มาตรา19 สัตต” บัญญัติเพิ่มโดย พ.ร.บ.อาคารชุด(ฉบับที่2) พ.ศ. 2534) “มาตรา 19 อัฏฐ ผูใดไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในหองชุดในขณะที่มีสัญชาติไทยถาตอมาผูนั้นเสียสัญชาติไทยเพราะการสละสัญชาติไทยการแปลงสัญชาติหรือถูกถอนสัญชาติไทย ตามกฎหมายวาดวยสัญชาติและมิใชเปนคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา 19 ตองแจงเปนหนังสือใหพนักงานเจาหนาที่ทราบถึงการเสียสัญชาติไทยและการที่ไมอาจถือกรรมสิทธิ์ในหองชุดตอไปไดภายในกําหนดเวลาหกสิบวันนับแตวันที่เสียสัญชาติไทยและตองจําหนายหองชุดที่มีกรรมสิทธิ์อยูทั้งหมดภายในกําหนดเวลาไมเกินหนึ่งปนับแตวันที่เสียสัญชาติไทยถาไมจําหนายภายในกําหนดเวลาดังกลาวใหนําความในมาตรา 19 เบญจวรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลม” (“มาตรา19อัฏฐ” บัญญัติเพิ่มโดย พ.ร.บ.อาคารชุด(ฉบับที่2) พ.ศ. 2534) “มาตรา 19 นวผูใดไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในหองชุดในขณะที่มีสัญชาติไทยถาตอมาผูนั้นเสียสัญชาติไทยเพราะการสละสัญชาติไทยการแปลงสัญชาติหรือถูกถอนสัญชาติไทย ตามกฎหมายวาดวยสัญชาติและเปนคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา 19 ถาประสงคจะมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดตอไป ตองแจงเปนหนังสือใหพนักงานเจาหนาที่ทราบถึงการเสียสัญชาติไทย และตองนําหลักฐานวาเปนคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา 19 มาแจงตอพนักงานเจาหนาที่ภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่เสียสัญชาติไทยแตถาการมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดของคนตางดาวนั้นเกินอัตราตามมาตรา 19 ทวิวรรคหนึ่ง หรือไมอยูในหลักเกณฑตามมาตรา 19 ทวิ วรรคสองหรือวรรคสาม ตองจําหนายหองชุดที่เกินอัตราที่กําหนด หรือไมอยูในหลักเกณฑภายในกําหนดเวลาไมเกินหนึ่งปนับแตวันที่เสียสัญชาติไทยถาไมจําหนายภายในกําหนดเวลาดังกลาว ใหนําความในมาตรา 19 เบญจวรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลม” (มาตรา 19 นว “วรรคหนึ่ง”แกไขโดย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 มาตรา 8) ถาคนตางดาวตามวรรคหนึ่งไมประสงคจะมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดตอไป ตองแจงเปนหนังสือใหพนักงานเจาหนาที่ทราบถึงการเสียสัญชาติไทยภายในกําหนดเวลาหกสิบวันนับแตวันที่เสียสัญชาติไทย และตองจําหนายหองชุดที่มีกรรมสิทธิ์อยูทั้งหมดภายในกําหนดเวลาไมเกินหนึ่งปนับแตวันที่เสียสัญชาติไทยถาไมจําหนายภายในกําหนดเวลาดังกลาวใหนําความในมาตรา 19 เบญจวรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลม” (“มาตรา19 นว” บัญญัติเพิ่มโดย พ.ร.บ.อาคารชุด(ฉบับที่2) พ.ศ. 2534)


10 “มาตรา 19 ทศ นิติบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยและมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดอยูแลวถาตอมาสภาพของนิติบุคคลนั้นเปลี่ยนแปลงไปเปนนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือวาเปนคนตางดาวและมิใชเปนนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา19 ตองแจงเปนหนังสือใหพนักงานเจาหนาที่ทราบถึงการเปลี่ยนสภาพและการที่ไมอาจถือกรรมสิทธิ์ในหองชุดตอไปไดภายในกําหนดเวลาหกสิบวันนับแตวันที่เปลี่ยนสภาพ และตองจําหนายหองชุดที่มีกรรมสิทธิ์อยูทั้งหมดภายในกําหนดเวลาไมเกินหนึ่งปนับแตวันที่เปลี่ยนสภาพ ถาไมจําหนายภายในกําหนดเวลาดังกลาวใหนําความในมาตรา 19 เบญจวรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลม (“มาตรา19 ทศ” บัญญัติเพิ่มโดย พ.ร.บ.อาคารชุด(ฉบับที่2) พ.ศ. 2534) “มาตรา 19 เอกาทศ นิติบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยและมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดอยูแลวถาตอมาสภาพของนิติบุคคลนั้นเปลี่ยนแปลงไปเปนนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือวาเปนคนตางดาวและอาจถือกรรมสิทธิ์ในหองชุดไดเพราะเปนนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19 ถาประสงคจะมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดตอไป ตองแจงเปนหนังสือใหพนักงานเจาหนาที่ทราบถึงการเปลี่ยนสภาพ และตองนําหลักฐานวาเปนนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19 มาแจงตอพนักงานเจาหนาที่ภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่เปลี่ยนสภาพ แตถาการมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดของนิติบุคคลนั้นเกินอัตราที่กําหนดตามมาตรา 19 ทวิตองจําหนายหองชุดที่เกินอัตราที่กําหนดภายในกําหนดเวลาไมเกินหนึ่งปนับแตวันที่เปลี่ยนสภาพ ถาไมจําหนายภายในกําหนดเวลาดังกลาวใหนําความในมาตรา 19 เบญจวรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลมถานิติบุคคลตามวรรคหนึ่งไมประสงคจะมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดตอไป ตองแจงเปนหนังสือใหพนักงานเจาหนาที่ทราบถึงการเปลี่ยนสภาพภายในกําหนดเวลาหกสิบวันนับแตวันเปลี่ยนสภาพและตองจําหนายหองชุดที่มีกรรมสิทธิ์อยูทั้งหมดภายในกําหนดเวลาไมเกินหนึ่งปนับแตวันที่เปลี่ยนสภาพ ถาไมจําหนายภายในกําหนดเวลาดังกลาวใหนําความในมาตรา 19 เบญจวรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลม” (“มาตรา19เอกาทศ” บัญญัติเพิ่มโดย พ.ร.บ.อาคารชุด(ฉบับที่2) พ.ศ. 2534) “มาตรา19 ทวาทศ คนตางดาวหรือนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือวาเปนคนตางดาวซึ่งมีหนาที่ตองแจงใหพนักงานเจาหนาที่ทราบถึงการที่ตองจําหนายหองชุดตามมาตรา19เบญจ หรือการไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในหองชุดตามมาตรา 19 สัตต หรือการเสียสัญชาติไทยตามมาตรา 19 อัฏฐและมาตรา 19 นว หรือการเปลี่ยนสภาพของนิติบุคคลตามมาตรา 19 ทศและมาตรา 19 เอกาทศแลวแตกรณีถาไมแจงใหพนักงานเจาหนาที่ทราบภายในเวลาที่กําหนด มีความผิดตองระวางโทษปรับไมเกินวันละหารอยบาทตลอดเวลาที่ยังฝาฝนอยู” (“มาตรา19 ทวาทศ” บัญญัติเพิ่มโดย พ.ร.บ.อาคารชุด(ฉบับที่2) พ.ศ. 2534)


11 “มาตรา 19 เตรส บุคคลใดถือกรรมสิทธิ์ในหองชุดในฐานะเปนเจาของแทนคนตางดาวหรือแทนนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือวาเปนคนตางดาวไมวาคนตางดาวหรือนิติบุคคลดังกลาวจะมีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ในหองชุดตามพระราชบัญญัตินี้หรือไมก็ตาม มีความผิดตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองปหรือปรับไมเกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ และใหนําความในมาตรา 19 เบญจวรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลมเมื่อกรณีมีเหตุอันควรสงสัยวา บุคคลใดไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในหองชุดอันเปนการฝาฝนบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัตินี้ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจสอบสวนและเรียกบุคคลที่เกี่ยวของมาใหถอยคําหรือใหสงเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวของมาพิจารณาไดตามความจําเปนบุคคลใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามความในวรรคสอง มีความผิดตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับไมเกินหกพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ” (“มาตรา19เตรส” บัญญัติเพิ่มโดย พ.ร.บ.อาคารชุด(ฉบับที่2) พ.ศ. 2534) หมวด 3 หนังสือกรรมสิทธิ์หองชุด------มาตรา 20 เมื่อไดรับจดทะเบียนอาคารชุดตามมาตรา 7 แลวใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดตามแผนผังอาคารชุดที่จดทะเบียนนั้นโดยไมชักชาการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับหองชุดจะกระทํามิไดจนกวาจะจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดตามมาตรา 31 เวนแตเปนการจดทะเบียนไถถอนจํานองที่พนักงานเจาหนาที่ไดจดแจงการจํานองไวตามมาตรา 22 หรือเปนการโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดทั้งหมดใหแกบุคคลคนเดียวหรือหลายคนโดยถือกรรมสิทธิ์รวมมาตรา 21 หนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดอยางนอยตองมีสาระสําคัญดังตอไปนี้(1) ตําแหนงที่ดินและจํานวนเนื้อที่ของที่ดินของอาคารชุด(2) ที่ตั้ง เนื้อที่และแผนผังของหองชุด ซึ่งแสดงความกวางความยาวและความสูง(3) อัตราสวนแหงกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลาง(4) ชื่อตัวและชื่อสกุลของผูมีกรรมสิทธิ์ในหองชุด


12(5) สารบัญสําหรับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม(6) ลายมือชื่อพนักงานเจาหนาที่(7) ประทับตราประจําตําแหนงของพนักงานเจาหนาที่หนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดใหทําเปนคูฉบับรวมสองฉบับ มอบใหผูมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดฉบับหนึ่ง อีกฉบับหนึ่งเก็บไวที่สํานักงานของพนักงานเจาหนาที่สําหรับฉบับที่เก็บไวที่สํานักงานของพนักงานเจาหนาที่นั้นจะจําลองเปนรูปถายก็ไดในกรณีเชนนี้ใหลงลายมือชื่อและประทับตราประจําตําแหนงของพนักงานเจาหนาที่ดวยแบบ หลักเกณฑและวิธีการออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดรวมทั้งใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดใหกําหนดโดยกฎกระทรวงมาตรา 22 ในกรณีที่อสังหาริมทรัพยตามมาตรา 15 (1) หรือ (2) ติดการจํานองอยูกอนจดทะเบียนอาคารชุดแตผูรับจํานองไดยินยอมใหจดทะเบียนอาคารชุดตามมาตรา 7 วรรคสาม เมื่อออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุด พนักงานเจาหนาที่จะตองระบุใหผูขอจดทะเบียนเปนผูมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดและจดแจงการจํานองนั้นในหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดทุกฉบับ พรอมทั้งระบุจํานวนเงินที่ผูรับจํานองจะไดรับชําระหนี้จากหองชุดแตละหองชุดโดยคํานวณจํานวนเงินดังกลาวตามอัตราสวนแหงกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลางไวในสารบัญสําหรับจดทะเบียนดวยเมื่อไดออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดตามวรรคหนึ่งแลวใหถือวาหองชุดแตละหองเปนประกันหนี้จํานองเฉพาะสวนที่ระบุไวในหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดนั้นมาตรา 23 ในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่ไดจดแจงการจํานองอสังหาริมทรัพยในหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดตามมาตรา 22 แลวการจําหนายหองชุดแตละหองในครั้งแรกโดยผูขอจดทะเบียนอาคารชุดซึ่งเปนเจาของกรรมสิทธิ์ในหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดจะจําหนายหองชุดนั้นใหผูรับโอนกรรมสิทธิ์หองชุดไดรับโอนไปโดยปลอดจํานองมาตรา 24 เมื่อปรากฏวาการออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับหองชุด หรือการจดแจงรายการในสารบัญสําหรับจดทะเบียนคลาดเคลื่อนหรือไมชอบดวยกฎหมายใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจเพิกถอนหรือแกไขไดแลวแตกรณีใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจสอบสวนและเรียกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดเอกสารที่ไดจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เอกสารที่ไดจดแจงรายการในสารบัญสําหรับจดทะเบียน หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวของมา


13พิจารณาแตกอนที่จะดําเนินการเพิกถอนหรือแกไขใหพนักงานเจาหนาที่แจงใหผูมีสวนไดเสียทราบลวงหนาไมนอยกวาสิบหาวันเพื่อใหโอกาสคัดคาน ถาไมคัดคานภายในกําหนดสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงใหถือวาไมมีการคัดคาน ในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่เรียกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดมาดําเนินการไมไดใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจออกใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดไดเมื่อพนักงานเจาหนาที่ผูมีอํานาจตามวรรคหนึ่งพิจารณาประการใดแลวใหดําเนินการไปตามนั้นในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดใหเพิกถอนหรือแกไขอยางใดแลวใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการตามคําพิพากษาหรือคําสั่งนั้นมาตรา 25 หนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดของผูใดสูญหายหรือชํารุดในสาระสําคัญ ใหเจาของขอรับใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดนั้นไดมาตรา 26 ในกรณีที่มีการออกใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดตามมาตรา 24 หรือมาตรา 25 แลว ใหหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดฉบับเดิมเปนอันยกเลิกเวนแตศาลจะสั่งเปนอยางอื่นมาตรา 27 ในกรณีที่หนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดฉบับที่เก็บไวที่สํานักงานของพนักงานเจาหนาที่สูญหายหรือชํารุดในสาระสําคัญ ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจเรียกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดฉบับเจาของหองชุดมาพิจารณาแลวจัดทําขึ้นใหมโดยอาศัยหลักฐานเดิมหมวด 4 การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม------มาตรา 28 ใหพนักงานเจาหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้เปนพนักงานเจาหนาที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับหองชุดมาตรา 29 ผูใดประสงคจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับหองชุดตามพระราชบัญญัตินี้ให นําหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดมาจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่ในกรณีที่ขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดใหผูขอนําหนังสือรับรองรายการหนี้อันเกิดจากคาใชจายตามมาตรา 18 จากผูจัดการของนิติบุคคลอาคารชุดที่เกี่ยวของมาแสดงตอ


14พนักงานเจาหนาที่ดวยและใหพนักงานเจาหนาที่รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไดเมื่อมีการชําระหนี้นั้นครบถวนแลวใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจเรียกผูจัดการของนิติบุคคลอาคารชุดมาใหขอเท็จจริงเกี่ยวกับรายการหนี้ตามวรรคสองความในวรรคสองมิใหใชบังคับแกกรณีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดกอนจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดมาตรา 30 ใหนําบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดิน หมวด 6 การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และกฎกระทรวงที่ออกตามบทบัญญัติดังกลาวมาใชบังคับแกการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับหอง ชุดโดยอนุโลมหมวด 5 นิติบุคคลอาคารชุด------มาตรา 31 การโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดใหแกบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยไมเปนการโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดทั้งหมดในอาคารชุดใหแกบุคคลคนเดียว หรือหลายคนโดยถือกรรมสิทธิ์รวมจะกระทําไดตอเมื่อผูขอโอนและผูขอรับโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดดังกลาวยื่นคําขอโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดพรอมกับคําขอจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดโดยมีสําเนาขอบังคับและหลักฐานในการจดทะเบียนอาคารชุดตอพนักงานเจาหนาที่เมื่อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นวาเปนการถูกตอง ใหพนักงานเจาหนาที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดใหแกผูขอรับโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดและจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดตามวรรคหนึ่งพรอมกันไปและใหประกาศการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดในราชกิจจานุเบกษาการขอและการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการ ที่กําหนดในกฎกระทรวงความในวรรคหนึ่งมิใหใชบังคับแกการโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุด ภายหลังที่ไดจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดแลวมาตรา 32 ขอบังคับอยางนอยตองมีสาระสําคัญดังตอไปนี้


15(1) ชื่อนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งตองมีคําวา \"นิติบุคคลอาคารชุด\" ไวดวย(2) วัตถุประสงคตามมาตรา 33 (3) ที่ตั้งสํานักงานของนิติบุคคลอาคารชุด(4) จํานวนเงินคาใชจายของนิติบุคคลอาคารชุดที่เจาของรวมตองชําระลวงหนา (5) ทรัพยสวนกลางนอกจากที่บัญญัติไวในมาตรา15ถามี (6) การจัดการทรัพยสวนกลาง (7) การใชทรัพยสวนบุคคลและทรัพยสวนกลาง (8) อัตราสวนที่เจาของรวมแตละหองชุดมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลางตามที่ขอจดทะเบียนอาคารชุด(9) การเรียกประชุมใหญและวิธีการประชุมใหญของเจาของรวม(10) อัตราสวนคาใชจายรวมกันของเจาของรวมตามมาตรา 18 (11) การแตงตั้งอํานาจหนาที่วาระการดํารงตําแหนงและการพนจากตําแหนงของผูจัดการ(12) ขอความอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ซึ่งขอบังคับที่ไดจดทะเบียนไวแลวจะสมบูรณตอเมื่อไดนําไปจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่มาตรา 33 นิติบุคคลอาคารชุดที่ไดจดทะเบียนตามมาตรา 31 ใหมีฐานะเปนนิติบุคคลนิติบุคคลอาคารชุดมีวัตถุประสงคเพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพยสวนกลางและใหมีอํานาจกระทําการใด ๆ เพื่อประโยชนตามวัตถุประสงคดังกลาว ทั้งนี้ตามมติของเจาของรวมภายใตบังคับแหงพระราชบัญญัตินี้มาตรา 34 ในกรณีที่อาคารชุดถูกเวนคืนบางสวนตามกฎหมายวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย ใหเจาของรวมซึ่งถูกเวนคืนหองชุดหมดสิทธิในทรัพยสวนกลางที่เหลือจากการถูกเวนคืน ในกรณีนี้ใหนิติบุคคลอาคารชุดจัดการใหเจาของรวมซึ่งไมถูกเวนคืนหองชุดรวมกันชดใชราคาใหแกเจาของรวมซึ่งหมดสิทธิไปดังกลาว ทั้งนี้ตามอัตราสวนที่เจาของรวมแตละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลางเพื่อประโยชนในการชดใชราคาใหแกเจาของรวมซึ่งหมดสิทธิไปตามวรรคหนึ่ง ใหถือวาหนี้เพื่อชดใชราคาดังกลาวมีบุริมสิทธิเหนือทรัพยสวนบุคคลของเจาของหองชุดซึ่งไมถูกเวนคืนหองชุดเชนเดียวกับคาใชจายตามมาตรา 18 วรรคสอง


16มาตรา 35 ใหนิติบุคคลอาคารชุดมีผูจัดการคนหนึ่ง ซึ่งจะเปนบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ไดในกรณีที่นิติบุคคลเปนผูจัดการใหนิติบุคคลนั้นแตงตั้งบุคคลธรรมดาคนหนึ่งเปนผูดําเนินการแทนนิติบุคคลในฐานะผูจัดการมาตรา 36 ผูจัดการมีอํานาจหนาที่ดังตอไปนี้(1) ปฏิบัติการใหเปนไปตามวัตถุประสงคตามมาตรา 33 หรือมติของที่ประชุมเจาของรวม หรือคณะกรรมการตามมาตรา 37 ทั้งนี้โดยไมขัดตอขอบังคับ(2) ในกรณีจําเปนและรีบดวน ใหผูจัดการมีอํานาจโดยความริเริ่มของตนเองจัดการในกิจการเพื่อความปลอดภัยของอาคารดังเชนวิญูชนจะพึงรักษาและจัดการทรัพยสินของตนเอง(3) เปนผูแทนของนิติบุคคลอาคารชุด(4) หนาที่อื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวงผูจัดการตองปฏิบัติกิจการในหนาที่ดวยตนเอง เวนแตกิจการซึ่งตามขอบังคับ หรือมติของที่ประชุมเจาของรวม ตามมาตรา 48 (3) กําหนดใหมอบหมายใหผูอื่นทําแทนไดมาตรา 37 เจาของรวมจะจัดใหมีคณะกรรมการควบคุมการจัดการนิติบุคคลอาคารชุด ประกอบดวยกรรมการไมเกินเกาคนซึ่งแตงตั้งโดยมติของที่ประชุมใหญตามมาตรา 44 ก็ไดการแตงตั้งวาระการดํารงตําแหนงการพนจากตําแหนงของกรรมการอํานาจหนาที่และการประชุมของคณะกรรมการ ใหเปนไปตามมติของที่ประชุมใหญตามมาตรา 44 มาตรา 38 บุคคลดังตอไปนี้มีสิทธิไดรับการแตงตั้งเปนกรรมการ(1) เจาของรวม หรือคูสมรสของเจาของรวม(2) ผูแทนโดยชอบธรรม ผูอนุบาลหรือผูพิทักษในกรณีที่เจาของรวมเปนผูเยาวคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถแลวแตกรณี(3) ผูจัดการหรือผูแทนอื่นของนิติบุคคลในกรณีที่นิติบุคคลเปนเจาของรวมมาตรา 39 นิติบุคคลอาคารชุดอาจใชสิทธิของเจาของรวมครอบไปถึงทรัพยสวนกลางทั้งหมดในการตอสูบุคคลภายนอก หรือเรียกรองเอาทรัพยสินคืน เพื่อประโยชนของเจาของรวมทั้งหมดไดมาตรา 40 ใหเจาของรวมชําระเงินใหแกนิติบุคคลอาคารชุดเพื่อดําเนินกิจการของนิติบุคคลอาคาร


17ชุดดังตอไปนี้(1) เงินคาใชจายของนิติบุคคลอาคารชุดที่เจาของแตละหองชุดจะตองชําระลวงหนา(2) เงินทุนเมื่อเริ่มตนกระทํากิจการอยางใดอยางหนึ่งตามขอบังคับ หรือตามมติของที่ประชุมใหญ(3) เงินอื่นเพื่อปฏิบัติตามมติของที่ประชุมใหญภายใตเงื่อนไขซึ่งที่ประชุมใหญกําหนดมาตรา 41 เพื่อประโยชนในการบังคับชําระหนี้อันเกิดจากคาใชจายตามมาตรา 18 ใหนิติบุคคลอาคารชุดมีบุริมสิทธิดังนี้(1) บุริมสิทธิเกี่ยวกับคาใชจายตามมาตรา 18 วรรคหนึ่ง ใหถือวาเปนบุริมสิทธิในลําดับเดียวกับบุริมสิทธิตามมาตรา 259 (1) แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยและมีอยูเหนือสังหาริมทรัพยที่เจาของหองชุดนั้นนํามาไวในหองชุดของตน(2) บุริมสิทธิเกี่ยวกับคาใชจายตามมาตรา 18 วรรคสอง ใหถือวาเปนบุริมสิทธิในลําดับเดียวกับบุริมสิทธิตามมาตรา 273 (1) แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยและมีอยูเหนือทรัพยสวนบุคคลของแตละเจาของหองชุดบุริมสิทธิตาม (2) ถาผูจัดการไดสงรายการหนี้ตอพนักงานเจาหนาที่แลวใหถือวาอยูในลําดับกอนจํานองมาตรา 42 ใหมีการประชุมเจาของรวมทั้งหมดเรียกวา ประชุมใหญภายในหกเดือนนับแตวันที่ไดจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด ตอจากนั้นใหมีการประชุมใหญปละหนึ่งครั้งเปนอยางนอยมาตรา 43 การประชุมใหญตองมีผูมาประชุมซึ่งมีเสียงลงคะแนนรวมกันไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนเสียงลงคะแนนทั้งหมดจึงจะเปนองคประชุมมาตรา 44 มติของที่ประชุมใหญตองไดรับคะแนนเสียงขางมากของเจาของรวมที่เขาประชุม เวนแตพระราชบัญญัตินี้จะไดกําหนดไวเปนอยางอื่นมาตรา 45 ในการลงคะแนนเสียง ใหเจาของรวมแตละรายมีคะแนนเสียงเทากับอัตราสวนที่ตนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลางถาเจาของรวมคนเดียวมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนคะแนนเสียงทั้งหมดใหลดจํานวนคะแนนเสียงของผูนั้นลงมาเหลือเทากับจํานวนคะแนนเสียงของบรรดาเจาของรวมอื่น ๆ รวมกัน


18มาตรา 46 เมื่อมีขอบังคับกําหนดใหเจาของรวมเพียงบางคนตองเสียคาใชจายในการใดโดยเฉพาะ ใหเจาของรวมเหลานี้เทานั้นมีสวนออกเสียงในมติที่เกี่ยวกับคาใชจายในการนั้น โดยแตละคนมีคะแนนเสียงตามอัตราสวนที่กําหนดไวในขอบังคับตามมาตรา 18 วรรคหนึ่งมาตรา 47 เจาของรวมอาจมอบฉันทะเปนหนังสือใหผูอื่นออกเสียงแทนตนไดแตผูรับมอบฉันทะคนหนึ่งจะรับมอบฉันทะใหออกเสียงในการประชุมครั้งหนึ่งเกินสามรายมิไดผูจัดการและคูสมรสของผูจัดการจะเปนประธานในที่ประชุมหรือจะรับมอบฉันทะใหออกเสียงแทนเจาของรวมคนใดมิไดมาตรา 48 มติเกี่ยวกับเรื่องดังตอไปนี้ตองไดรับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนคะแนนเสียงของเจาของรวมทั้งหมด(1) การอนุญาตใหเจาของรวมคนใดคนหนึ่งทําการกอสรางตอเติมที่มีผลตอทรัพยสวนกลางหรือลักษณะภายนอกของอาคาร โดยคาใชจายของผูนั้นเอง(2) การแตงตั้งหรือถอดถอนผูจัดการ(3) การกําหนดกิจการที่ผูจัดการมีอํานาจมอบหมายใหผูอื่นทําการแทนไดถาเจาของรวมมาประชุมมีจํานวนไมพอที่จะถือเปนเสียงขางมากตามวรรคหนึ่งใหเรียกประชุมใหมภายในสิบหาวันนับแตวันเรียกประชุมครั้งกอน การประชุมครั้งใหมนี้ใหออกเสียงลงมติตามจํานวนคะแนนเสียงขางมากของผูเขาประชุมมาตรา 49 มติเกี่ยวกับเรื่องดังตอไปนี้ตองไดรับคะแนนเสียงไมนอยกวาสามในสี่ของจํานวนคะแนนเสียงของเจาของรวมทั้งหมด(1) การแกไขเปลี่ยนแปลงอัตราสวนคาใชจายรวมกันในขอบังคับตามมาตรา 32 (10) (2) การซื้ออสังหาริมทรัพยหรือรับใหอสังหาริมทรัพยซึ่งมีคาภาระติดพัน เปนทรัพยสวนกลาง(3) การแกไขเพิ่มเติมขอบังคับเกี่ยวกับการใชหรือการจัดการทรัพยสวนกลาง(4) การกอสรางอันเปนการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือปรับปรุงทรัพยสวนกลาง นอกจากที่กําหนดไวในขอบังคับ(5) การจําหนายทรัพยสวนกลางที่เปนอสังหาริมทรัพย


19มาตรา 50 ในกรณีที่อาคารชุดเสียหายทั้งหมดหรือเปนบางสวน แตเกินครึ่งหนึ่งของจํานวนหองชุดทั้งหมดถาเจาของรวมมีมติโดยคะแนนเสียงตามมาตรา 48 ใหกอสรางหรือซอมแซมอาคารสวนที่เสียหายนั้น ใหนิติบุคคลอาคารชุดจัดการกอสรางหรือซอมแซมอาคารสวนที่เสียหายใหคืนดีในกรณีที่อาคารชุดเสียหายเปนบางสวนแตนอยกวาครึ่งหนึ่งของจํานวนหองชุดทั้งหมดถาสวนใหญของเจาของหองชุดที่เสียหายมีมติใหกอสรางหรือซอมแซมอาคารสวนที่เสียหายนั้น ใหนิติบุคคลอาคารชุดจัดการกอสรางหรือซอมแซมอาคารสวนที่เสียหายใหคืนดีคาใชจายในการกอสรางหรือซอมแซมอาคารที่เสียหายสําหรับที่เปนทรัพยสวนกลาง ใหเจาของรวมทุกคนในอาคารชุดเฉลี่ยออกตามอัตราสวนที่เจาของรวมแตละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลาง สวนคาใชจายในการกอสรางหรือซอมแซมสําหรับที่เปนทรัพยสวนบุคคลใหตกเปนภาระของเจาของหองชุดที่เสียหายนั้นหองชุดที่กอสรางขึ้นใหมตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองใหถือวาแทนที่หองชุดเดิมและใหถือวาหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดเดิมเปนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดสําหรับหองชุดที่กอสรางขึ้นใหมนั้น ถารายละเอียดในหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดเดิมไมตรงกับหองชุดที่กอสรางขึ้นใหมใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจแกไขใหถูกตองถามีมติไมกอสรางหรือซอมแซมอาคารสวนที่เสียหายตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ใหนํามาตรา 34 มาใชบังคับโดยอนุโลมเมื่อเจาของหองชุดที่ไมกอสรางหรือซอมแซมสวนที่เสียหายไดรับคาชดใชราคาทรัพยสวนกลางจากเจาของรวมแลว หนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดของหองชุดดังกลาวเปนอันยกเลิกและใหเจาของสงคืนพนักงานเจาหนาที่ภายในสามสิบวันนับแตวันไดรับชดใชราคาทรัพยสวนกลางเพื่อหมายเหตุการยกเลิกในหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดทั้งฉบับเจาของหองชุดและฉบับที่เก็บไวที่สํานักงานพนักงานเจาหนาที่และใหพนักงานเจาหนาที่ประกาศการยกเลิกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดนั้นในราชกิจจานุเบกษาหมวด 6 การเลิกอาคารชุด------มาตรา 51 อาคารชุดที่ไดจดทะเบียนไวอาจเลิกไดดวยเหตุใดเหตุหนึ่งดังตอไปนี้(1) ในกรณีที่ยังไมไดจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดผูขอจดทะเบียนอาคารชุดหรือผูรับโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดทั้งหมดในอาคารชุดแลวแตกรณีขอเลิกอาคารชุด


20(2) เจาของรวมมีมติเปนเอกฉันทใหเลิกอาคารชุด(3) อาคารชุดเสียหายทั้งหมดและเจาของรวมมีมติไมกอสรางอาคารนั้นขึ้นใหม(4) อาคารชุดถูกเวนคืนทั้งหมดตามกฎหมายวาดวยการเวนคืนอสังหาริมทรัพยมาตรา 52 ในกรณีที่อาคารชุดเลิกเพราะเหตุตามมาตรา 51 (1) ใหผูขอเลิกยื่นคําขอจดทะเบียนเลิกอาคารชุดตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดตอพนักงานเจาหนาที่เมื่อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นวาเปนการถูกตอง ใหพนักงานเจาหนาที่จดทะเบียนเลิกอาคารชุดและใหประกาศการจดทะเบียนเลิกอาคารชุดนั้นในราชกิจจานุเบกษาเมื่อจดทะเบียนเลิกอาคารชุดตามมาตรานี้แลวใหนํามาตรา 54 และมาตรา 55 มาใชบังคับโดยอนุโลมมาตรา 53 ในกรณีที่อาคารชุดเลิกเพราะเหตุตามมาตรา 51 (2) หรือ (3) ใหผูจัดการนิติบุคคลอาคารชุดยื่นคําขอจดทะเบียนเลิกอาคารชุดตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดตอพนักงานเจาหนาที่พรอมดวยหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดและสําเนารายงานการประชุมของเจาของรวมที่มีมติใหเลิกอาคารชุดนั้นหรือที่มีมติไมกอสรางอาคารชุดนั้นขึ้นใหมโดยมีผูจัดการนิติบุคคลอาคารชุดรับรองวาเปนสําเนาถูกตองแลวแตกรณีภายในสามสิบวันนับแตวันที่ที่ประชุมเจาของรวมลงมติเมื่อพนักงานเจาหนาที่พิจารณาเห็นวาเปนการถูกตองก็ใหรับจดทะเบียนเลิกอาคารชุดและใหประกาศการจดทะเบียนเลิกอาคารชุดนั้นในราชกิจจานุเบกษามาตรา 54 เมื่อไดจดทะเบียนเลิกอาคารชุดตามมาตรา 52 หรือมาตรา 53 แลวใหหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดของอาคารชุดนั้นเปนอันยกเลิกและใหพนักงานเจาหนาที่หมายเหตุการยกเลิกในฉบับเจาของหองชุดและฉบับที่เก็บไวที่สํานักงานพนักงานเจาหนาที่ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจมีหนังสือเรียกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดฉบับเจาของหองชุดที่ยกเลิกคืนจากเจาของหรือผูครอบครองเพื่อดําเนินการตามวรรคหนึ่งและใหเจาของหองชุดหรือผูครอบครองสงหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดแกพนักงานเจาหนาที่ภายในสามสิบวันนับแตวันไดรับหนังสือเรียกมาตรา 55 ใหพนักงานเจาหนาที่สงหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดที่ยกเลิกฉบับที่เก็บไวที่สํานักงานของพนักงานเจาหนาที่ซึ่งไดหมายเหตุการยกเลิกตามมาตรา 54 แลว พรอมสําเนาคําขอจดทะเบียนเลิกอาคารชุดไปใหเจาพนักงานที่ดินทองที่จดแจงในสารบัญสําหรับจดทะเบียนของโฉนดที่ดินเดิม โดยแสดง


21ชื่อเจาของรวมที่มีชื่อในคําขอจดทะเบียนขอเลิกอาคารชุดเปนผูถือกรรมสิทธิ์รวมตามอัตราสวนที่เจาของรวมแตละคนถือกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลาง พรอมทั้งรายการภาระผูกพันอื่นที่ปรากฏในหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดนั้นเมื่อเจาพนักงานที่ดินไดจดแจงโฉนดที่ดินตามวรรคหนึ่งแลวใหที่ดินนั้นพนจากการอยูภายใตบทบังคับตามพระราชบัญญัตินี้และใหเจาพนักงานที่ดินคืนโฉนดที่ดินนั้นใหแกผูถือกรรมสิทธิ์ “คนตางดาวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา 19 ที่มีชื่อเปนผูถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินอันสืบเนื่องมาจากการจดทะเบียนเลิกอาคารชุดตามวรรคหนึ่ง ตองจําหนายที่ดินนั้นเฉพาะสวนของตนภายในกําหนดเวลาไมเกินหนึ่งปนับแตวันที่จดทะเบียนเลิกอาคารชุดถาไมจําหนายภายในกําหนดเวลาดังกลาวใหนําความในมาตรา19เบญจวรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลม” (มาตรา 55 “วรรคสาม” บัญญัติเพิ่มโดย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534) มาตรา 56 ในกรณีที่อาคารชุดเลิกเพราะเหตุตามมาตรา 51 (4) ใหหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดของอาคารชุดนั้นเปนอันยกเลิกใหพนักงานเจาหนาที่จดทะเบียนเลิกอาคารชุดและใหประกาศการจดทะเบียนเลิกอาคารชุดนั้นในราชกิจจานุเบกษาในกรณีตามวรรคหนึ่งการจดแจงในสารบัญสําหรับจดทะเบียนของหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดและของโฉนดที่ดินเดิม ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวงมาตรา 57 เมื่อมีการจดทะเบียนเลิกอาคารชุดใหนิติบุคคลอาคารชุดเปนอันเลิกและใหที่ประชุมเจาของรวมตั้งผูชําระบัญชีภายในสิบสี่วัน นับแตวันที่จดทะเบียนเลิกอาคารชุดมาตรา 58 ผูชําระบัญชีมีอํานาจจําหนายทรัพยสวนกลางที่เปนสังหาริมทรัพยเวนแตที่ประชุมเจาของรวมจะมีมติเปนอยางอื่นมาตรา 59 ใหนําบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยลักษณะ 22 หุนสวนและบริษัท หมวด 5 การชําระบัญชีหางหุนสวนจดทะเบียน หางหุนสวนจํากัดและบริษัทจํากัด มาใชบังคับแกการชําระบัญชีของนิติบุคคลอาคารชุดโดยอนุโลมมาตรา 60 เมื่อไดชําระบัญชีเสร็จแลวถามีทรัพยสินเหลืออยูเทาใดใหแบงใหแกเจาของรวมตามอัตราสวนที่เจาของรวมแตละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลาง


22หมวด 7 คาธรรมเนียมและคาใชจาย------มาตรา 61 การขอและการจดทะเบียนอาคารชุดหรือนิติบุคคลอาคารชุดการขอและการจดทะเบียนเลิกอาคารชุดการเปลี่ยนแปลงขอบังคับ การออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดหรือใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดการขอและการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือการทําธุรกิจอื่นเกี่ยวกับหองชุดใหผูขอเสียคาธรรมเนียมและคาใชจายตามที่กําหนดในกฎกระทรวงมาตรา 62 ใหนําบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดิน หมวด 11 คาธรรมเนียมมาตรา 104 มาตรา 105 และมาตรา 106 มาใชบังคับแกคาธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลมผูรับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย รองนายกรัฐมนตรี (“CD 749 พระราชบัญญัติ” เนื่องจากกฎหมายมีการแกไข– เพิ่มเติม –ยกเลิก - พาดพิง ทั้งพระราชบัญญัติและกฎกระทรวง เมื่อพนป 2002 จะลาสมัยปละกวา 200 พระราชบัญญัติฯ ประมาณ 3,000 หนา ใหนํา CD นี้ไปแลกซื้อ CD ใหมตามกติกาใบคูปองของ CD : สูตรไพศาล) อัตราคาธรรมเนียมและคาใชจาย


23-------------------(1) คาจดทะเบียนอาคารชุด ฉบับละ 500.00 บาท(2) คาจดทะเบียนเลิกอาคารชุด ฉบับละ 500.00 บาท(3) คาจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด ฉบับละ 500.00 บาท(4) คาจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงขอบังคับ ฉบับละ 100.00 บาท(5) คาออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดหรือ ใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุด หองชุดละ 100.00 บาท(6) คาจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ก. เรียกตามจํานวนทุนทรัพย รอยละ 2 อยางต่ําไมต่ํากวา 20.00 บาท ข. ไมมีทุนทรัพย 20.00 บาท(7) คาธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด (1) คาคําขอ 2.00 บาท (2) คาคัดสําเนาเอกสารตาง ๆ รวมทั้งคาคัดสําเนาเอกสาร เปนพยานในคดีแพง โดยเจาหนาที่เปนผูคัด หนาละ 5.00 บาท (3) คารับรองเอกสารที่คัด ฉบับละ 5.00 บาท (4) คาตรวจหลักฐานทะเบียน หองชุด หองชุดละ 10.00 บาท (5) คารับอายัดหองชุด หองชุดละ 10.00 บาท (8) คาใชจาย (1) คาปดประกาศไดแกผูปดประกาศ รายละ 10.00 บาท (2) คาพยานไดแกพยาน คนละ 2.00 บาท


24-----------------------------------------------------------------------หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่ในปจจุบัน ปญหาในดานที่อยูอาศัยภายในเมืองไดเพิ่มทวีมากขึ้น และระบบกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพยตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยไมอาจสนองความตองการของประชาชน ซึ่งตองอยูอาศัยในอาคารเดียวกันโดยรวมกันมีกรรมสิทธิ์หองชุดในอาคารนั้นแยกจากกันเปนสัดสวนไดสมควรวางระบบกรรมสิทธิ์หองชุดขึ้น เพื่อใหผูที่อยูในอาคารเดียวกันสามารถถือกรรมสิทธิ์หองชุดในอาคารสวนที่เปนของตนแยกจากกันเปนสัดสวนและสามารถจัดระบบคาใชจายในการบํารุงรักษาอาคารรวมกันไดนอกจากนั้นสมควรวางมาตรการควบคุมการจัดตั้งอาคารชุดใหเหมาะสมเพื่อเปนหลักประกันใหแกผูที่จะมาซื้อหองชุดเพื่ออยูอาศัยจึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น----------------------เหตุผลทาย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่2) พ.ศ. 2534 หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่เปนการสมควรใหคนตางดาวหรือนิติบุคคลที่มีสิทธิในที่ดินเสมือนคนตางดาวบางประเภทอาจไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในหองชุดไดทั้งนี้เพื่อประโยชนในการสงเสริมการลงทุนอันจะกอใหเกิดความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้----------------------เหตุผลทาย พ.ร.บ.อาคารชุด (ฉบับที่3) พ.ศ. 2542 หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่เปนการสมควรแกไขเพิ่มเติมหลักเกณฑการไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในหองชุดของคนตางดาวและนิติบุคคลที่กฎหมายถือวาเปนคนตางดาว เพื่อใหสอดคลองกับบทบัญญัติของกฎหมายวาดวยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่เปลี่ยนแปลงขอจํากัดเกี่ยวกับการนําเงินตราตางประเทศเขามาในราชอาณาจักร โดยกําหนดใหผูนําเงินตราตางประเทศเขามาในราชอาณาจักรตองขายหรือฝากเงินตราตางประเทศนั้นแกธนาคารที่ไดรับอนุญาตและแกไขอัตราสวนการถือกรรมสิทธิ์หองชุดในแตละอาคารชุดของคนตางดาวและนิติบุคคลที่กฎหมายถือวาเปนคนตางดาวใหเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่ออํานวยความสะดวกในการซื้อหองชุดของบุคคลดังกลาว ตลอดจนเปนการเพิ่มกําลังซื้อใหกับธุรกิจอสังหาริมทรัพยของประเทศที่กําลังประสบปญหาสภาวะซบเซา ซึ่งเปนมาตรการหนึ่งในการ


25ฟนฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม นอกจากนั้นไดเพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ใหอํานาจในการตรากฎหมายที่มีบทบัญญัติเปนการจํากัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อใหเปนไปตามมาตรา 335 (1) ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ (ประกาศใน รจ. 116 ก ตอนที่ 31 วันลง รจ. 27 เมษายน 2542)กฎกระทรวง (พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 -------------------- อาศัยอํานาจตามความในมาตรา5 มาตรา6 (6) มาตรา8 มาตรา21 มาตรา31 และตามมาตรา61 แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว ดังตอไปนี้หมวด 1 จดทะเบียนอาคารชุดสวนที่1 การขอจดทะเบียนอาคารชุดขอ1.ผูมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารใดประสงคจะขอจดทะเบียนที่ดินและอาคารนั้นใหเปนอาคารชุด ใหยื่นคําขอตามแบบ อ.ช. 1 ทายกฎกระทรวงนี้ตอพนักงานเจาหนาที่ณ สํานักงานที่ดินจังหวัด หรือสํานักงานที่ดินสาขา แหงทองที่ที่ที่ดินและอาคารนั้นตั้งอยู แลวแตกรณี (กฎกระทรวงฉบับที่1 นี้ ลงใน รจ. เลมวันที่24 มิถุนายน พ.ศ. 2523) ขอ2. คําขอตามขอ1ใหยื่นพรอมดวยเอกสารดังตอไปนี้ (1) โฉนดที่ดิน


26 (2) แผนผังแสดงเขตที่ดินและที่ตั้งของอาคารชุดแตละอาคารชุดและสิ่งปลูกสราง โดยมีมาตราสวน 1: 100 หรือ1:100 ตามความเหมาะสม (3) แผนผังแสดงรายละเอียดของอาคารชุดแตละชั้นโดยระบุความกวาง ความยาว ความสูง และเนื้อที่ รวมทั้งหมายเลขประจําของหองชุดแตละหองชุด (4) แผนผังและรายการแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพยสวนบุคคลและทรัพยสวนกลาง ในอาคารชุดนั้น (5) บัญชีแสดงรายการเกี่ยวกับอัตราสวนที่เจาของหองชุดแตละหองชุดมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลาง (6) คํารับรองเปนหนังสือของผูยื่นคําขอวาอาคารนั้นไมติดการจํานอง เวนแตการจํานองอาคารรวมกับที่ดินสวนที่2 การประกาศคําขอจดทะเบียนและการแจงเจาหนี้ขอ3. ในกรณีที่ดินและอาคารที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดติดการจํานองหรือตกอยูภายใตบังคับแหงบุริมสิทธิอันไดจดทะเบียนไวในโฉนดที่ดิน ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการ ดังนี้ (1) ประกาศคําขอจดทะเบียนอาคารชุดโดยปดไวในที่เปดเผย ณ สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขา ที่วาการเขตหรือที่วาการอําเภอหรือกิ่งอําเภอและที่ทําการแขวงหรือที่ทําการกํานันแหงทองที่ที่ที่ดินและอาคารนั้นตั้งอยู และ ณ บริเวณที่ดินที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดแหงละหนึ่งฉบับ (2) มีหนังสือแจงพรอมทั้งสงสําเนาประกาศไปใหเจาหนี้จํานอง หรือเจาหนี้ซึ่งมีบุริมสิทธิเหนือที่ดินและอาคารดังกลาว มาแจงพรอมทั้งแสดงหลักฐานแหงหนี้ตอพนักงานเจาหนาที่ภายในสามสิบวันนับแตวันไดรับหนังสือแจงขอ4. เมื่อไดดําเนินการตามขอ3 แลว ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการดังนี้ (1) ถาเจาหนี้จํานองไดมาแจงและแสดงหลักฐานแหงหนี้ตอพนักงานเจาหนาที่ภายในกําหนดเวลา ใหพนักงานเจาหนาที่ชี้แจงใหทราบถึงคําขอจดทะเบียนอาคารชุดรายนั้นพรอมทั้งจํานวนเงินที่เจาหนี้


27ดงกลาวจะไดรับชําระหนี้จากหองชุดแตละหองชุด ในการนี้ ใหบันทึกคําชี้แจงและคํายินยอมหรือไมยินยอมของเจาหนี้ลงลายมือชื่อไวเปนหลักฐาน (2) ถาเจาหนี้ซึ่งมีบุริมสิทธิเหนือที่ดินและอาคารมาแจง และแสดงหลักฐานตอพนักงานเจาหนาที่ภายในกําหนดเวลา ใหพนักงานเจาหนาที่ชี้แจงใหทราบถึงคําขอจดทะเบียนอาคารชุดรายนั้น และบันทึกคําชี้แจงใหเจาหนี้ลงลายมือชื่อไว (3) ถาเจาหนี้จํานองและเจาหนี้ซึ่งมีบุริมสิทธิเหนือที่ดินและอาคารมิไดมาแจงและแสดง หลักฐานแหงหนี้ตอพนักงานเจาหนาที่ภายในกําหนดเวลา ใหพนักงานเจาหนาที่บันทึกการนั้นไวในคําขอสวนที่3 การรับและไมรับจดทะเบียนอาคารชุดขอ5 เมื่อไดดําเนินการตามขอ4 แลว ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการดังตอไปนี้ (1) ในกรณีที่มีเจาหนี้จํานอง ถาเจาหนี้จํานองไมยินยอมใหจดทะเบียนที่ดินและอาคารเปนอาคารชุด หรือไมมาแจงและแสดงหลักฐานแหงหนี้ตอพนักงานเจาหนาที่ใหพนักงานเจาหนาที่สั่งไมรับ จดทะเบียนและแจงใหผูยื่นคําขอทราบโดยไมชักชา (2) ในกรณีที่มีเจาหนี้ซึ่งมีบุริมสิทธิเหนือที่ดินและอาคาร ไมวาเจาหนี้ดังกลาวจะไดมาแจงและแสดงหลักฐานแหงหนี้ตอพนักงานเจาหนาที่หรือไมก็ตาม ใหพนักงานเจาหนาที่แจงใหผูยื่นคําขอทราบเพื่อใหผูยื่นคําขอดําเนินการใหที่ดินและอาคารนั้นปราศจากภาระผูกพันภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจง ถาผูยื่นคําขอไมดําเนินการใหเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาดังกลาว ใหพนักงานเจาหนาที่สั่งไมรับจดทะเบียนขอ6 ที่ดินและอาคารที่จะรับจดทะเบียนเปนอาคารชุดได ตองเปนไปตามหลักเกณฑดังตอไปนี้ (1) ที่ดินและอาคารนั้นตองเปนกรรมสิทธิ์ของผูยื่นคําขอโดยปราศจากภาระผูกพันใด ๆ นอกจากการจํานองซึ่งเขาเกณฑตาม (2) (2) ในกรณีที่ที่ดินหรือทั้งที่ดินและอาคารติดการจํานอง ตองปรากฏวาผูรับจํานองยินยอม


28ใหจดทะเบียนเปนอาคารชุดโดยยินยอมที่จะรับชําระหนี้จากหองชุดแตละหองชุดตามจํานวนเงินที่ตกลงกันแลว (3) อาคารนั้นไดรับอนุญาตตามกฎหมายวาดวยการควบคุมอาคารและสามารถใชเปนหองชุดและทรัพยสวนกลางไดขอ7 การจดทะเบียนอาคารชุด ใหบันทึกสาระสําคัญตาง ๆ ลงไวในทะเบียนอาคารชุด แลวออกหนังสือสําคัญการจดทะเบียนอาคารชุดใหผูยื่นคําขอหนึ่งฉบับ และเก็บคูฉบับไว ณ สํานักงานของพนักงานเจาหนาที่หนึ่งฉบับหมวด 2 หนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดสวนที่1 แบบและการออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดขอ8 แบบหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดใหใชแบบ อ.ช. 2 ทายกฎกระทรวงนี้ขอ9 การออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุด ใหดําเนินการดังตอไปนี้ (1) เมื่อพนักงานเจาหนาที่ไดรับจดทะเบียนอาคารชุดแลว ใหออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดแกเจาของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารที่ไดจดทะเบียนแลวนั้น โดยอาศัยหลักฐานจากแผนผังอาคารชุดและรายละเอียดอื่น ๆ ที่ยื่นประกอบคําขอจดทะเบียนอาคารชุดนั้น (2) ในกรณีที่มีการจํานองติดอยู ใหจดแจงการจํานองนั้นในหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุด ทุกฉบับ พรอมทั้งระบุจํานวนเงินที่ผูรับจํานองจะไดรับชําระหนี้จากหองชุดแตละหองไวในสารบัญสําหรับจด


29ทะเบียนโดยคํานวณจํานวนเงินดังกลาว ตามอัตราสวนแหงกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลางสวนที่2 แบบและการออกใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดขอ10 แบบใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดใหใชแบบ อ.ช. 2 ทายกฎกระทรวงนี้ โดยใหมีคําวา “ใบแทน” พิมพดวยหมึกสีแดงไวดานหนาเหนือตราครุฑขอ11 การออกใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุด ใหปฏิบัติดังนี้ (1) ในกรณีหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดสูญหาย ใหเจาของหองชุดยื่นคําขอตอพนักงาน เจาหนาที่โดยนําพยานหลักฐานมาใหพนักงานเจาหนาที่สอบสวนจนเปนที่เชื่อถือได แลวใหพนักงาน เจาหนาที่ประกาศใหบุคคลทั่วไปทราบมีกําหนดสามสิบวัน ประกาศนั้นใหปดไวเปดเผย ณ สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขา ที่วาการเขตหรือที่วาการอําเภอหรือกิ่งอําเภอและที่ทําการแขวงหรือที่ทําการกํานันแหงทองที่หองชุดตั้งอยู และ ณ ที่หองชุดนั้นแหงละหนึ่งฉบับ ถามีผูคัดคานภายในเวลาที่กําหนดและนําพยานหลักฐานมาแสดง ใหพนักงานเจาหนาที่สอบสวนแลวสั่งการไปตามควรแกกรณี ถาไมมีผูใดคัดคานภายในกําหนด ใหออกใบแทนไดตามคําขอ (2) ในกรณีหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดชํารุด ถาเจาของหองชุดนําหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดมามอบ และนําหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดนั้นยังมีตําแหนงที่ดิน ที่ตั้งหองชุด ลายมือชื่อและตราประจําตําแหนงของพนักงานเจาหนาที่ตามแบบหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดปรากฏอยูและสามารถทําการตรวจสอบไดใหพนักงานเจาหนาที่ออกใบแทนได แตถาขาดสาระสําคัญดังกลาวใหนําความใน (1) มาใชบังคับ (3) ในกรณีศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์หองชุด แตผูยื่นคําขอไมสามารถนําหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดมาเพื่อดําเนินการตามคําพิพากษาหรือคําสั่งศาลไดใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจออกใบแทนไดตาม (1) โดยอนุโลม (4) ในกรณีอธิบดีกรมที่ดินจะใชอํานาจจําหนายหองชุดของคนตางดาว ตามมาตรา19 แตไมไดหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดคืนมาหรือไดนํามาแตชํารุด ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจออกใบแทนไดตาม (1) หรือ(2) โดยอนุโลม (5) ในกรณีพนักงานเจาหนาที่ใชอํานาจเพิกถอนหรือแกไขหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับหองชุด หรือการจดแจงรายการในสารบัญสําหรับจดทะเบียนแตไมไดหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดคืนมาหรือไดมาแตชํารุด ใหออกใบแทนตามคูฉบับที่เก็บไว ณ สํานักงาน


30ของพนักงาน เจาหนาที่ (6) ใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุด ใหพนักงานเจาหนาที่ลงลายมือชื่อและตราประทับประจําตําแหนง และในสารบัญสําหรับจดทะเบียน ใหระบุวัน เดือน ป ที่ออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดฉบับเดิมดวยหมึกสีแดงถามีรายการจดทะเบียน ใหคัดรายการดวยหมึกสีแดงและใหพนักงานเจาหนาที่ลงลายมือชื่อและประทับตราใตรายการสุดทายถาไมมีรายการจดทะเบียนใหพนักงานเจาหนาที่ลงลายมือชื่อ และประทับตราใตวัน เดือน ป ที่ออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดฉบับเดิมสําหรับหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดฉบับที่เก็บไวที่สํานักงานเจาหนาที่ในสารบัญสําหรับจดทะเบียน ใหมีคําวา “ไดออกใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดไปแลว พรอมทั้งระบุวัน เดือน ป ที่ออกดวยหมึกสีแดง และใหพนักงานเจาหนาที่ลงลายมือชื่อกํากับไวหมวด 3 การจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดสวนที่1 การขอจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดขอ12ผูประสงคจะจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด ใหยื่นคําขอตามแบบ อ.ช. 3 ทายกฎกระทรวงนี้ตอพนักงานเจาหนาที่ ณ สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินสาขาแหงทองที่ที่อาคารชุดนั้นตั้งอยู แลวแตกรณีขอ 13 คําขอตามขอ12 ใหยื่นพรอมดวยหลักฐานดังตอไปนี้ (1) หลักฐานในการจดทะเบียนอาคารชุด (2) สําเนาขอบังคับ (3) ชื่อและที่อยูของผูจัดการนิติบุคคลอาคารชุด ในกรณีที่นิติบุคคลเปนผูจัดการ ใหระบุชื่อและที่อยูของบุคคลธรรมดาซึ่งเปนดําเนินการแทนนิติบุคคลพรอมทั้งหลักฐานการแตงตั้งตามมาตรา35 และหลักฐานแสดงการกอตั้งนิติบุคคลนั้นดวย (4) บัญชีรายชื่อคณะกรรมการควบคุมการจัดการนิติบุคคลอาคารชุดตามมาตรา 37 ถามีสวนที่2


31การรับจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดและการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงขอบังคับขอ14เมื่อพนักงานเจาหนาที่ไดพิจารณาเห็นวาหลักฐานตามขอ13 ถูกตองแลวใหรับจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดนั้นไดโดยบันทึกสาระสําคัญลงไวในทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดและบันทึกการจดทะเบียนไวในขอบังคับดวยแลวออกหนังสือสําคัญการจดทะเบียนบุคคลอาคารชุดใหผูยื่นคําขอหนึ่งฉบับ และเก็บ คูฉบับไว ณ สํานักงานเจาหนาที่หนึ่งฉบับขอ15 นิติบุคคลอาคารชุดใดประสงคจะจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงขอบังคับที่ไดจดทะเบียนไวแลวใหยื่นคําขอตอเจาพนักงานเจาหนาที่ตามแบบ อ.ช. 4 ทายกฎกระทรวงนี้ พรอมดวยสําเนาขอบังคับที่มีการเปลี่ยนแปลงใหมเมื่อพนักงานเจาหนาที่ไดพิจารณาเห็นวาเปนการถูกตองแลวใหรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงขอบังคับไวในทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดตามขอ14แลวบันทึกการจดทะเบียนไวในขอบังคับฉบับที่เปลี่ยนแปลงดวยหมวด 4 คาธรรมเนียมและคาใชจายขอ16 คาธรรมเนียม (1) คาจดทะเบียนอาคารชุด ฉบับละ 500.00 บาท (2) คาจดทะเบียนเลิกอาคารชุด ฉบับละ 200.00 บาท (3) คาจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด ฉบับละ 300.00 บาท (4) คาจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงขอบังคับ ฉบับละ 100.00 บาท (5) คาออกหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดหรือ ใบแทนหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุด หองชุดละ50.00บาท “(6) คาจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ก. คาจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมีทุนทรัพย เรียกตามราคาประเมินทุนทรัพยเพื่อเรียกเก็บ


32 คาธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิตกรรม รอยละ 2 แตอยางต่ําตองไมนอยกวา 20.00 บาท ข. คาจดทะเบียนโอนมรดกหรือใหทั้งนี้ เฉพาะในระหวางผูบุพการีกับผูสืบสันดาน หรือระหวางคูสมรส เรียกตามราคาประเมิน รอยละ 0.5 ทุนทรัพยเพื่อเรียกเก็บคาธรรมเนียม จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม รอยละ 0.5 ค. คาจดทะเบียนการจํานอง หรือบุริมสิทธิ คิดตามราคาที่จํานอง หรือบุริมสิทธิที่จดทะเบียน รอยละ 1 ง. คาจดทะเบียนการเชา คิดตามคาเชา ตลอดเวลาที่เชา หรือเงินกินเปลา หรือ ทั้งสองอยางรวมกัน รอยละ 1 ในกรณีเชาตลอดชีวิต ใหคํานวณคาเชา เทากับระยะเวลาการเชาสามสิบป เศษของรอย ตาม ก. ข. ค. และง. ใหคิดเปนหนึ่งรอย จ. คาจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ไมมีทุนทรัพยหอง ชุดละ 20.00 บาท” (ขอ16 “(6)” แกไขโดยกฎ ฉ.2 (พ.ศ. 2529) ลงวันที่18 ธันวาคม 2529 รจ. 103/232) (ขอ16 (6) “ก. กับ ข.” แกไขอีกโดยกฎ ฉ.3 ( พ.ศ. 2536) ลงวันที่13 มิถุนายน 2536) (7) คาธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด ก. คาคําขอ 20.00 บาท ข. คาคัดสําเนาเอกสารตาง ๆ รวมทั้งคาคัดสําเนาเอกสาร เปนพยานในคดีแพง โดยเจาหนาที่เปนผูจัด หนาละ 5.00 บาท ค. คารับรองเอกสารที่คัด ฉบับละ 5.00 บาท ง. คาตรวจหลักฐานทะเบียนหองชุด หองชุดละ 10.00 บาท จ. คารับอายัดหองชุด หองชุดละ 10.00 บาทขอ17 คาใชจาย


33 (1) คาปดประกาศไดแกผูปดประกาศ รายละ 10.00 บาท (2) คาพยานไดแกพยาน คนละ 2.00 บาท ใหไว ณ วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2522 ประเทือง กีรติบุตร รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย


หนา ๕๘เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๑ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.ใหไว ณ วนทั ี่ ๒๗ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๕๑เปนปที่ ๖๓ ในรัชกาลปจจุบันพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหประกาศวาโดยที่เปนการสมควรแกไขเพิ่มเติมกฎหมายวาดวยอาคารชุดพระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมายจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติบัญญัติแหงชาติ ดังตอไปนี้มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบญญั ัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป34


หนา ๕๙เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑มาตรา ๓ ใหเพิ่มบทนิยามคําวา “การประชุมใหญ” “คณะกรรมการ” “กรรมการ” และ “ผูจัดการ” ระหวางบทนิยามคําวา “ขอบังคับ” และคําวา “พนักงานเจาหนาที่” ในมาตรา ๔ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒““การประชุมใหญ” หมายความวา การประชุมใหญสามัญหรือการประชุมใหญวิสามัญของเจาของรวม แลวแตกรณี“คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด“กรรมการ” หมายความวา กรรมการนิติบุคคลอาคารชุด“ผูจัดการ” หมายความวา ผูจัดการนิติบุคคลอาคารชุด” มาตรา ๔ ใหยกเลิกความในมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“มาตรา ๖ ผูมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารใดประสงคจะจดทะเบียนที่ดินและอาคารนั้นใหเปนอาคารชุดตามพระราชบัญญัตินี้ ใหยื่นคําขอจดทะเบียนอาคารชุดตอพนักงานเจาหนาที่ พรอมหลักฐานและรายละเอียด ดังตอไปนี้(๑) โฉนดที่ดิน(๒) แผนผังอาคารชุด รวมทั้งเสนทางเขาออกสูทางสาธารณะ(๓) รายละเอียดเกี่ยวกับหองชุด ทรัพยสวนบุคคล และทรัพยสวนกลาง ไดแก จํานวนพื้นที่ ลักษณะการใชประโยชนและอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด(๔) อัตราสวนที่เจาของหองชุดแตละหองชุดมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลางตามมาตรา ๑๔(๕) คํารับรองของผูยื่นคําขอวาอาคารที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดนั้นปราศจากภาระผูกพันใด ๆ เวนแตการจํานองอาคารรวมกับที่ดิน(๖) รางขอบังคับของนิติบุคคลอาคารชดุ(๗) หลักฐานอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง” มาตรา ๕ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนมาตรา ๖/๑ และมาตรา ๖/๒ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒“มาตรา ๖/๑ ในกรณีที่ผูมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารตามมาตรา ๖ ทําการโฆษณาขายหองชุดในอาคารชุด ตองเก็บสําเนาขอความหรือภาพที่โฆษณา หรือหนังสือชักชวนที่นําออกโฆษณา35


หนา ๖๐เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑แกบุคคลทั่วไปไมวาจะทําในรูปแบบใดไวในสถานที่ทําการจนกวาจะมีการขายหองชุดหมด และตองสงสําเนาเอกสารดังกลาวใหนิติบุคคลอาคารชุดจัดเก็บไวอยางนอยหนึ่งชุดการโฆษณาขายหองชุดในอาคารชุดในสวนที่เกี่ยวกับหลักฐานและรายละเอียดที่กําหนดไวในมาตรา ๖ ขอความหรือภาพที่โฆษณาจะตองตรงกับหลักฐานและรายละเอียดที่ยื่นพรอมคําขอจดทะเบียน และตองระบุรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพยสวนกลางนอกจากที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๕ ใหชัดเจน ใหถือวาขอความหรือภาพที่โฆษณา หรือหนังสือชักชวนเปนสวนหนึ่งของสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาซื้อขายหองชุด แลวแตกรณี หากขอความหรือภาพใดมีความหมายขัดหรือแยงกับขอความในสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาซื้อขายหองชุดใหตีความไปในทางที่เปนคุณแกผูจะซื้อหรือผูซื้อหองชุดมาตรา ๖/๒ สัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาซื้อขายหองชุดระหวางผูมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารตามมาตรา ๖ กับผูจะซื้อหรือผูซื้อหองชุดตองทําตามแบบสัญญาที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด สัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาซื้อขายหองชุดตามวรรคหนึ่งสวนใด มิไดทําตามแบบสัญญาที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดและไมเปนคุณตอผูจะซื้อหรือผูซื้อหองชุด สัญญาสวนนั้นไมมีผลใชบังคับ” มาตรา ๖ ใหยกเลิกวรรคสองของมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๗ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๔ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความต อไปนี้แทน “มาตรา ๑๔ อัตราสวนในกรรมสิทธิ์รวมในทรัพยสวนกลางของเจาของรวมใหเปนไปตามอัตราสวนระหวางเนื้อที่ของหองชุดแตละหองชุดกับเนื้อที่ของหองชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้นในขณะที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามมาตรา ๖” มาตรา ๘ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปน (๘) (๙) (๑๐) และ (๑๑) ของมาตรา ๑๕ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒“(๘) สํานักงานของนิติบุคคลอาคารชุด(๙) อสังหาริมทรัพยที่ซื้อหรือไดมาตามมาตรา ๔๘ (๑)36


หนา ๖๑เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑(๑๐) สิ่งกอสรางหรือระบบที่สรางขึ้นเพื่อรักษาความปลอดภัยหรือสภาพแวดลอมภายในอาคารชุด เชน ระบบปองกันอัคคีภัย การจัดแสงสวาง การระบายอากาศ การปรับอากาศ การระบายน้ํา การบําบัดน้ําเสีย หรือการกําจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล(๑๑) ทรัพยสินที่ใชเงินตามมาตรา ๑๘ ในการดูแลรักษา” มาตรา ๙ ใหเพิ่มความตอไปน้ีเปนมาตรา ๑๗/๑ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒“มาตรา ๑๗/๑ ในกรณีที่มีการจัดพื้นที่ของอาคารชุดเพื่อประกอบการคาตองจัดระบบการเขาออกในพื้นที่ดังกลาวเปนการเฉพาะไมใหรบกวนความเปนอยูโดยปกติสุขของเจาของรวมหามผูใดประกอบการคาในอาคารชุด เวนแตเปนการประกอบการคาในพื้นที่ของอาคารชุดที่จัดไวตามวรรคหนึ่ง” มาตรา ๑๐ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๘ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอไปนี้แทน “มาตรา ๑๘ เจาของรวมตองรวมกันออกคาภาษีอากรตามอัตราสวนที่เจาของรวมแตละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลางตามมาตรา ๑๔เจาของรวมตองรวมกันออกคาใชจายที่เกิดจากการใหบริการสวนรวมและที่เกิดจากเครื่องมือ เครื่องใช ตลอดจนสิ่งอํานวยความสะดวกที่มีไวเพื่อใชหรือเพื่อประโยชนรวมกัน และคาใชจายที่เกิดจากการดูแลรักษาและการดําเนินการเกี่ยวกับทรัพยสวนกลาง ตามอัตราสวนที่เจาของรวมแตละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลางตามมาตรา ๑๔ หรือตามสวนแหงประโยชนที่มีตอหองชุด ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในขอบังคับใหผูมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารตามมาตรา ๖ เปนเจาของรวมในหองชุดที่ยังไมมีการโอนกรรมสิทธิ์ใหแกบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และตองรวมออกคาใชจายตามวรรคหนึ่งและวรรคสองสําหรับหองชุดดังกลาวดวย” มาตรา ๑๑ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนมาตรา ๑๘/๑ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒37


หนา ๖๒เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑“มาตรา ๑๘/๑ ในกรณีที่เจาของรวมไมชําระเงินตามมาตรา ๑๘ ภายในเวลาที่กําหนด ตองเสียเงินเพิ่มในอัตราไมเกินรอยละสิบสองตอปของจํานวนเงินที่คางชําระโดยไมคิดทบตน ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในขอบังคับเจาของรวมที่คางชําระเงินตามมาตรา ๑๘ ตั้งแตหกเดือนขึ้นไปตองเสียเงินเพิ่มในอตราไม ั เกินรอยละยี่สิบตอปและอาจถูกระงับการใหบริการสวนรวมหรือการใชทรัพยสวนกลางตามที่กําหนดในขอบังคับ รวมทั้งไมมีสิทธิออกเสียงในการประชุมใหญเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งใหถือเปนคาใชจายตามมาตรา ๑๘” มาตรา ๑๒ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๙ ทวิแหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเตมโดยพระราชบ ิ ัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“มาตรา ๑๙ ทวิ อาคารชุดแตละอาคารชุดจะมีคนตางดาวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา ๑๙ ถือกรรมสิทธิ์ในหองชุดไดเมื่อรวมกันแลวตองไมเกินอัตรารอยละสี่สิบเกาของเนื้อที่ของหองชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้นในขณะที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามมาตรา ๖” มาตรา ๑๓ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๙ จัตวา แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“มาตรา ๑๙ จัตวา เมื่อพนักงานเจาหนาที่ไดรับเอกสารและหลักฐานตามมาตรา ๑๙ ตรี และตรวจสอบแลวเห็นวาเปนเอกสารและหลักฐานที่ถูกตองตามมาตรา ๑๙ ตรี และอัตราสวนการถือกรรมสิทธิ์ในหองชุดของคนตางดาวหรือนิติบุคคลตามมาตรา ๑๙ ทั้งผูที่ถือกรรมสิทธิ์อยูแลวและผูที่ขอรับโอนไมเกินอัตราที่กําหนดไวในมาตรา ๑๙ ทวิ ใหพนักงานเจาหนาที่ดําเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับหองชุดตามหมวด ๔ ใหแกคนตางดาวหรือนิติบุคคลผูขอรับโอนนั้น” มาตรา ๑๔ ใหยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๑๙ เบญจ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ และใหใชความตอไปน้แทนี“(๑) เมื่อคนตางดาวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา ๑๙ ไดมาซึ่งหองชุดโดยไดรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม หรือผูรับพินัยกรรม หรือโดยประการอื่น แลวแตกรณี เมื่อรวมกับหองชุดที่มีคนตางดาวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไวในมาตรา ๑๙ ถือกรรมสิทธิ์อยูแลวในอาคารชุดนั้นเกินอัตราที่กําหนดตามมาตรา ๑๙ ทวิ” 38


หนา ๖๓เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑มาตรา ๑๕ ใหยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๙ นว แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“มาตรา ๑๙ นว ผูใดไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในหองชุดในขณะที่มีสัญชาติไทย ถาตอมาผูนั้นเสียสัญชาติไทย เพราะการสละสัญชาติไทย การแปลงสัญชาติ หรือการถูกถอนสัญชาติไทยตามกฎหมายวาดวยสัญชาติ และเปนคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา ๑๙ ถาประสงคจะมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดตอไปตองแจงเปนหนังสือใหพนักงานเจาหนาที่ทราบถึงการเสียสัญชาติไทย และตองนําหลักฐานวาเปนคนตางดาวตามที่ระบุไวในมาตรา ๑๙ มาแจงตอพนักงานเจาหนาที่ภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่เสียสัญชาติไทย แตถาการมีกรรมสิทธิ์ในหองชุดของคนตางดาวนั้นเกินอัตราตามมาตรา ๑๙ ทวิ ตองจําหนายหองชุดที่เกินอัตราท่กีําหนดภายในกําหนดเวลาไมเกินหนึ่งปนับแตวันที่เสียสัญชาติไทย ถาไมจําหนายภายในกําหนดเวลาดังกลาว ใหนําบทบัญญัติในมาตรา ๑๙ เบญจ วรรคสี่ มาใชบังคับโดยอนุโลม” มาตรา ๑๖ ใหยกเลิกมาตรา ๑๙ ทวาทศ และมาตรา ๑๙ เตรส แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔มาตรา ๑๗ ใหยกเลิกความในมาตรา ๒๙ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“มาตรา ๒๙ ผูใดประสงคจะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับหองชุดตามพระราชบัญญัตินี้ ใหนําหนังสือกรรมสิทธิ์หองชุดมาจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่ ในกรณีที่ขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุด พนักงานเจาหนาที่จะรับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไดเมื่อหองชุดดังกลาวปลอดจากหนี้อันเกิดจากคาใชจายตามมาตรา ๑๘ โดยตองมีหนังสือรับรองการปลอดหนี้คราวที่สุดจากนิติบุคคลอาคารชุดมาแสดงผูจัดการตองดําเนินการออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ตามวรรคสองใหแกเจาของรวมภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับคํารองขอและเจาของรวมไดชําระหนี้อันเกิดจากคาใชจายตามมาตรา ๑๘ ครบถวนแลว39


หนา ๖๔เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ความในวรรคสองมิใหใชบังคับแกกรณีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ในหองชุดกอนจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด” มาตรา ๑๘ ใหยกเลิกความในมาตรา ๓๒ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“มาตรา ๓๒ ขอบังคับอยางนอยตองมีสาระสําคัญ ดังตอไปนี้(๑) ชื่อนิติบุคคลอาคารชดซุึ่งตองมีคําวา “นิติบุคคลอาคารชุด” ไวดวย(๒) วัตถุประสงคตามมาตรา ๓๓(๓) ที่ตั้งสํานักงานของนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งจะตองตั้งอยูในอาคารชุด(๔) จํานวนเงินคาใชจายของนิติบุคคลอาคารชุดที่เจาของรวมตองชําระลวงหนา(๕) การจัดการทรัพยสวนกลาง(๖) การใชทรัพยสวนบุคคลและทรัพยสวนกลาง(๗) อัตราสวนที่เจาของรวมแตละห องชุดมีกรรมสิทธิ์ในทรัพยสวนกลางตามที่ขอจดทะเบียนอาคารชุด(๘) อัตราสวนคาใชจายรวมกันของเจาของรวมตามมาตรา ๑๘(๙) ขอความอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวงการแกไขหรือเพิ่มเติมขอบังคับที่ไดจดทะเบียนไว จะกระทําไดก็แตโดยมติของที่ประชุมใหญเจาของรวม และผูจัดการตองนําไปจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่ภายในสามสิบวันนับแตวันที่ที่ประชุมใหญเจาของรวมมีมติในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่เห็นวาการแกไขหรือเพิ่มเติมขอบังคับนั้นไมขัดตอกฎหมาย ใหพนักงานเจาหนาที่รับจดทะเบียนการแกไขหรือเพิ่มเติมขอบังคับนั้น” มาตรา ๑๙ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนมาตรา ๓๕/๑ มาตรา ๓๕/๒ และมาตรา ๓๕/๓ แหงพระราชบญญั ัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒“มาตรา ๓๕/๑ ผูจัดการตองมีอายุไมต่ํากวายี่สิบหาปบริบูรณ และตองไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) เปนบุคคลลมละลาย(๒) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ40


หนา ๖๕เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑(๓) เคยถูกไลออก ปลดออก หรือใหออกจากราชการ องคการหรือหนวยงานของรัฐหรือเอกชน ฐานทุจริตตอหนาที่(๔) เคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ(๕) เคยถูกถอดถอนจากการเปนผูจัดการเพราะเหตุทุจริต หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพรองในศีลธรรมอันดี(๖) มีหนี้คางชําระคาใชจายตามมาตรา ๑๘ในกรณีที่ผูจัดการเปนนิติบุคคล ผูดําเนินการแทนนิติบุคคลนั้นในฐานะผูจัดการตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามวรรคหนึ่งดวยมาตรา ๓๕/๒ การแตงตั้งผูจัดการใหเปนไปตามมติที่ประชุมใหญเจาของรวมตามมาตรา ๔๙ และใหผูจัดการซึ่งไดรบแตั งตั้งนําหลักฐาน หรือสัญญาจางไปจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่ภายในสามสิบวันนับแตวันที่ที่ประชุมใหญเจาของรวมมีมติมาตรา ๓๕/๓ ผูจัดการพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ตายหรือสิ้นสภาพการเปนนิติบุคคล(๒) ลาออก(๓) สิ้นสุดระยะเวลาตามที่กําหนดไวในสัญญาจาง(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๓๕/๑(๕) ไมปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ หรือไมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไวในสัญญาจางและที่ประชุมใหญเจาของรวมมีมติใหถอดถอนตามมาตรา ๔๙(๖) ที่ประชุมใหญเจาของรวมมีมติใหถอดถอน” มาตรา ๒๐ ใหยกเลิกความในมาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“มาตรา ๓๖ ผูจัดการมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้(๑) ปฏิบัติการใหเปนไปตามวัตถุประสงคตามมาตรา ๓๓ ตามขอบังคับหรือตามมติของที่ประชุมใหญเจาของรวมหรือคณะกรรมการ ทั้งนี้ โดยไมขัดตอกฎหมาย41


หนา ๖๖เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑(๒) ในกรณีจําเปนและรีบดวน ใหผูจัดการมีอํานาจโดยความริเริ่มของตนเองสั่งหรือกระทําการใด ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารดังเชนวิญูชนจะพึงรักษาและจัดการทรัพยสินของตนเอง(๓) จัดใหมีการดูแลความปลอดภัยหรือความสงบเรียบรอยภายในอาคารชุด(๔) เปนผูแทนของนิติบุคคลอาคารชุด(๕) จัดใหมีการทําบัญชีรายรับรายจายประจําเดือน และติดประกาศใหเจาของรวมทราบภายในสิบหาวันนับแตวันสิ้นเดือนและตองติดประกาศเปนเวลาไมนอยกวาสิบหาวันตอเนื่องกัน(๖) ฟองบังคับชําระหนี้จากเจาของรวมที่คางชําระคาใชจายตามมาตรา ๑๘ เกินหกเดือนขึ้นไป (๗) หนาที่อื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวงผูจัดการตองปฏิบัติหนาที่ดวยตนเอง เวนแตกิจการซึ่งตามขอบังคับหรือมติของที่ประชุมใหญเจาของรวมตามมาตรา ๔๙ (๒) กําหนดใหมอบหมายใหผูอื่นทําแทนไดและตองอยูปฏิบัติหนาที่ตามเวลาที่กําหนดไวในขอบังคับ มาตรา ๓๗ ใหมีคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดประกอบดวยกรรมการไมนอยกวาสามคนแตไมเกินเกาคน ซึ่งแตงตั้งโดยที่ประชุมใหญเจาของรวมกรรมการมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสองป ในกรณีกรรมการพนจากตําแหนงกอนวาระหรือมีการแตงตั้งกรรมการเพ่ิมขึ้นในระหวางที่กรรมการซึ่งแตงตั้งไวแลวยังมีวาระอยูในตําแหนง ใหผูซึ่งไดรับแตงตั้งดํารงตําแหนงแทนหรือเปนกรรมการเพิ่มขึ้นอยูในตําแหนงเทากับวาระที่เหลืออยูของกรรมการซึ่งไดรับแตงตั้งไวแลวเมื่อครบกําหนดวาระตามวรรคสอง หากยังมิไดมีการแตงตั้งกรรมการขึ้นใหมใหกรรมการซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระนั้นปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวากรรมการซึ่งไดรับแตงตั้งใหมเขารับหนาที่กรรมการซึ่งพนจากตําแหนงอาจไดรับแตงตั้งอีกได แตจะดํารงตําแหนงเกินสองวาระติดตอกันไมได เวนแตไมอาจหาบุคคลอื่นมาดํารงตําแหนงไดการแตงตั้งกรรมการ ใหผูจัดการนําไปจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่ภายในสามสิบวันนับแตวันท่ทีี่ประชุมใหญเจาของรวมมีมติ” มาตรา ๒๑ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนมาตรา ๓๗/๑ มาตรา ๓๗/๒ มาตรา ๓๗/๓ มาตรา ๓๗/๔ มาตรา ๓๗/๕ และมาตรา ๓๗/๖ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒“มาตรา ๓๗/๑ บุคคลดังตอไปนี้มีสิทธิไดรับแตงตั้งเปนกรรมการ42


หนา ๖๗เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑(๑) เจาของรวมหรือคูสมรสของเจาของรวม(๒) ผูแทนโดยชอบธรรม ผูอนุบาล หรือผูพิทักษในกรณีที่เจาของรวมเปนผูเยาว คนไรความสามารถ หรือคนเสมือนไรความสามารถ แลวแตกรณี(๓) ตัวแทนของนิติบุคคลจํานวนหนึ่งคน ในกรณีที่นิติบุคคลเปนเจาของรวมในกรณีที่หองชุดใดมีผูถือกรรมสิทธ์ิเปนเจาของรวมหลายคน ใหมีสิทธิไดรับแตงตั้งเปนกรรมการจํานวนหนึ่งคนมาตรา ๓๗/๒ บุคคลซึ่งจะไดรับแตงตั้งเปนกรรมการตองไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปนี้(๑) เปนผูเยาว คนไรความสามารถ หรือคนเสมือนไรความสามารถ(๒) เคยถูกที่ประชุมใหญเจาของรวมใหพนจากตําแหนงกรรมการ หรือถอดถอนจากการเปนผูจัดการเพราะเหตุทุจริต หรือมความประพฤต ี ิเสื่อมเสีย หรือบกพรองในศีลธรรมอันดี(๓) เคยถูกไลออก ปลดออก หรือใหออกจากราชการ องคการหรือหนวยงานของรัฐหรือเอกชน ฐานทุจริตตอหนาที่(๔) เคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษมาตรา ๓๗/๓ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ กรรมการพนจากตําแหนง เมื่อ(๑) ตาย(๒) ลาออก(๓) ไมไดเปนบุคคลตามมาตรา ๓๗/๑ หรือมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๓๗/๒(๔) ที่ประชุมใหญเจาของรวมมีมติตามมาตรา ๔๔ ใหพนจากตําแหนงมาตรา ๓๗/๔ ใหคณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานกรรมการและจะเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนรองประธานกรรมการก็ไดมาตรา ๓๗/๕ ใหประธานกรรมการเปนผูเรียกประชุมคณะกรรมการ และในกรณีที่กรรมการตั้งแตสองคนขึ้นไปรองขอใหเรียกประชุมคณะกรรมการ ใหประธานกรรมการกําหนดวันประชุมภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับการรองขอมาตรา ๓๗/๖ การประชุมของคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเปนองคประชุม43


หนา ๖๘เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑ในการประชุมคณะกรรมการถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุม ถาไมมีรองประธานกรรมการหรือมีแตไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานในที่ประชุมการวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากันใหประธานในที่ประชุมออกเสยงเพี ิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเปนเสียงชี้ขาด” มาตรา ๒๒ ใหยกเลิกความในมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“มาตรา ๓๘ คณะกรรมการมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้(๑) ควบคุมการจัดการนิติบุคคลอาคารชุด(๒) แตงตั้งกรรมการคนหนึ่งขึ้นทําหนาที่เปนผูจัดการ ในกรณีที่ไมมีผูจัดการหรือผูจัดการไมสามารถปฏิบัติหนาที่ตามปกติไดเกินเจ็ดวัน(๓) จัดประชุมคณะกรรมการหนึ่งครั้งในทุกหกเดือนเปนอยางนอย(๔) หนาที่อื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง” มาตรา ๒๓ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนมาตรา ๓๘/๑ มาตรา ๓๘/๒ และมาตรา ๓๘/๓ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒“มาตรา ๓๘/๑ ใหนิติบุคคลอาคารชุดจัดทํางบดุลอยางนอยหนึ่งครั้งทุกรอบสิบสองเดือน โดยใหถือวาเปนรอบปในทางบัญชีของนิติบุคคลอาคารชุดนั้นงบดุลตามวรรคหนึ่งตองมีรายการแสดงจํานวนสินทรัพยและหนี้สินของนิติบุคคลอาคารชุดกับทั้งบัญชีรายรับรายจาย และตองจัดใหมีผูสอบบัญชีตรวจสอบ แลวนําเสนอเพื่ออนุมตัิในที่ประชุมใหญเจาของรวมภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปทางบัญชีมาตรา ๓๘/๒ ใหนิติบุคคลอาคารชุดจัดทํารายงานประจําปแสดงผลการดําเนินงานเสนอตอที่ประชุมใหญเจาของรวมพรอมกับการเสนองบดุล และใหสงสําเนาเอกสารดังกลาวใหแกเจาของรวมกอนวันนัดประชุมใหญลวงหนาไมนอยกวาเจ็ดวันมาตรา ๓๘/๓ ใหนิติบุคคลอาคารชุดเก็บรักษารายงานประจําปแสดงผลการดําเนินงานและงบดุล พรอมทั้งขอบังคับไวที่สํานักงานของนิติบุคคลอาคารชุดเพื่อใหพนักงานเจาหนาที่หรือเจาของรวมตรวจดูได44


หนา ๖๙เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑รายงานประจําปแสดงผลการดําเนินงานและงบดุลตามวรรคหนึ่ง ใหนิติบุคคลอาคารชุดเก็บรักษาไวไมนอยกวาสิบปนับแตวันที่ไดรับอนุมัติจากที่ประชุมใหญเจาของรวม” มาตรา ๒๔ ใหยกเลิกความในมาตรา ๔๒ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“มาตรา ๔๒ ใหผูจัดการจัดใหมีการประชุมใหญ โดยถือวาเปนการประชุมใหญสามัญครั้งแรก ภายในหกเดือนนับแตวันที่ไดจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดเพื่อแตงตั้งคณะกรรมการ และพิจารณาใหความเห็นชอบขอบังคับและผูจัดการที่จดทะเบียนตามที่ไดยื่นขอจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดไวแลว ในกรณีที่ที่ประชุมใหญสามัญไมเห็นชอบกับขอบังคับหรือผูจัดการตามวรรคหนึ่งใหที่ประชุมใหญสามัญพิจารณาแกไขหรือเปลี่ยนแปลงขอบังคับ หรือถอดถอนและแตงตั้งผูจัดการดวย” มาตรา ๒๕ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนมาตรา ๔๒/๑ มาตรา ๔๒/๒ และมาตรา ๔๒/๓ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒“มาตรา ๔๒/๑ ใหคณะกรรมการจัดใหมีการประชุมใหญสามัญปละหนึ่งครั้งภายในหนึ่งรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปทางบัญชีของนิติบุคคลอาคารชุดเพื่อกจการิ ดังตอไปนี้(๑) พิจารณาอนุมัติงบดุล(๒) พิจารณารายงานประจําป(๓) แตงตั้งผูสอบบัญชี(๔) พิจารณาเรื่องอื่น ๆมาตรา ๔๒/๒ ในกรณีมีเหตุจําเปน ใหบุคคลดังตอไปนี้มีสิทธิเรียกประชุมใหญวิสามัญเมื่อใดก็ได(๑) ผูจัดการ(๒) คณะกรรมการโดยมติเกินกวากึ่งหนึ่งของที่ประชุมคณะกรรมการ(๓) เจาของรวมไมนอยกวารอยละยี่สิบของคะแนนเสียงเจาของรวมทั้งหมดลงลายมือชื่อทําหนังสือรองขอใหเปดประชุมตอคณะกรรมการ ในกรณีนี้ ใหคณะกรรมการจัดใหมีการประชุมภายในสิบหาวันนับแตวันรับคํารองขอ ถาคณะกรรมการมิไดจัดใหมีการประชุมภายในกําหนดเวลาดังกลาว เจาของรวมตามจํานวนขางตนมีสิทธิจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญเองได โดยใหแตงตั้งตัวแทนคนหนึ่งเพื่อออกหนังสือเรียกประชุม45


หนา ๗๐เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑มาตรา ๔๒/๓ การเรียกประชุมใหญตองทําเปนหนังสือนัดประชุมระบุสถานที่ วัน เวลา ระเบียบวาระการประชุม และเรื่องที่จะเสนอตอที่ประชุมพรอมดวยรายละเอียดตามสมควรและจัดสงใหเจาของรวมไมนอยกวาเจ็ดวันกอนวันประชุม” มาตรา ๒๖ ใหยกเลิกความในมาตรา ๔๓ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอไปน  ี้แทน“มาตรา ๔๓ การประชุมใหญตองมีผูมาประชุมซึ่งมีเสียงลงคะแนนรวมกันไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนเสียงลงคะแนนทั้งหมด จึงจะเปนองคประชุมในกรณีที่เจาของรวมมาประชุมไมครบองคประชุมตามที่กําหนดไวในวรรคหนึ่ง ใหเรียกประชุมใหมภายในสิบหาวันนับแตวันเรียกประชุมครั้งกอน และการประชุมใหญครั้งหลังนี้ไมบังคับวาจะตองครบองคประชุมผูจัดการหรือคูสมรสของผูจัดการจะเปนประธานในการประชุมใหญมิได” มาตรา ๒๗ ใหยกเลิกความในมาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอไปนี้แทน“มาตรา ๔๗ เจาของรวมอาจมอบฉันทะเปนหนังสือใหผูอื่นออกเสียงแทนตนได แตผูรับมอบฉันทะคนหนึ่งจะรับมอบฉันทะใหออกเสียงในการประชุมครั้งหนึ่งเกินสามหองชุดมิไดบุคคลดังตอไปนี้จะรับมอบฉันทะใหออกเสียงแทนเจาของรวมมิได(๑) กรรมการและคูสมรสของกรรมการ(๒) ผูจัดการและคูสมรสของผูจัดการ(๓) พนักงานหรือลูกจางของนิติบุคคลอาคารชุดหรือของผูรับจางของนิติบุคคลอาคารชุด(๔) พนักงานหรือลูกจางของผูจัดการ ในกรณีที่ผูจัดการเปนนิติบุคคลมาตรา ๔๘ มติเกี่ยวกับเรื่องดังตอไปนี้ ตองไดรับคะแนนเสียงไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนคะแนนเสียงของเจาของรวมทั้งหมด(๑) การซื้ออสังหาริมทรัพยหรือรับการใหอสังหาริมทรัพยที่มีคาภาระติดพันเปนทรัพยสวนกลาง46


หนา ๗๑เลม ๑๒๕ ตอนท ี่๔๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๖ มีนาคม ๒๕๕๑(๒) การจําหนายทรัพยสวนกลางที่เปนอสังหาริมทรัพย(๓) การอนุญาตใหเจาของรวมทําการกอสราง ตกแตง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงหรือตอเติมหองชุดของตนเองที่มีผลกระทบตอทรัพยสวนกลางหรือลักษณะภายนอกของอาคารชุดโดยคาใชจายของผูนั้นเอง(๔) การแกไขเปลี่ยนแปลงขอบังคับเกี่ยวกับการใชหรือการจัดการทรพยั สวนกลาง(๕) การแกไขเปลี่ยนแปลงอัตราสวนคาใชจายรวมกันในขอบังคับตามมาตรา ๓๒ (๘)(๖) การกอสรางอันเปนการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือปรับปรุงทรัพยสวนกลาง(๗) การจัดหาผลประโยชนในทรัพยสวนกลางในกรณีที่เจาของรวมเขาประชุมมีคะแนนเสียงไมครบตามที่กําหนดไวในวรรคหนึ่ง ใหเรียกประชุมใหมภายในสิบหาวันนับแตวันเรียกประชุมครั้งกอน และมติเกี่ยวกับเรื่องที่บัญญัติไวตามวรรคหนึ่งในการประชุมครั้งใหมนี้ตองไดรับคะแนนเสียงไมนอยกวาหนึ่งในสามของจํานวนคะแนนเสียงของเจาของรวมทั้งหมดมาตรา ๔๙ มติเกี่ยวกับเรื่องดังตอไปนี้ ตองไดรับคะแนนเสียงไมนอยกวาหนึ่งในสี่ของจํานวนคะแนนเสียงของเจาของรวมท ั้งหมด (๑) การแตงตั้งหรือถอดถอนผูจัดการ(๒) การกําหนดกิจการที่ผูจัดการมีอํานาจมอบหมายใหผูอื่นทําแทน” มาตรา ๒๘ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปน หมวด ๖/๑ พนักงานเจาหนาที่ มาตรา ๖๐/๑ มาตรา ๖๐/๒ และมาตรา ๖๐/๓ แหงพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. ๒๕๒๒“หมวด ๖/๑พนักงานเจาหนาที่มาตรา ๖๐/๑ ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจ ดังตอไปนี้47


Click to View FlipBook Version