3. ความคดิ รวบยอดหลกั
3.1 ธรณวี ทิ ยาทวั่ ไป และกาเนดิ ทรพั ยากรธรณี (หนิ /ดนิ /แร/่ ธาตหุ ายาก/พลงั งาน/ซากดกึ ดาบรรพ์)
ธรณีวิทยาและกาเนดิ ทรัพยากรธรณี ประกอบไปดว้ ยเนื้อหาเช่น สว่ นประกอบของเปลือกโลกและอายุ
ทางธรณีวิทยา วัฏจกั รของหิน ลกั ษณะเนอ้ื ของหิน การเรยี งลาดบั และโครงสรา้ งของหนิ เป็นต้น
3.2 แผนทธี่ รณวี ทิ ยาและศกั ยภาพแหลง่ ทรพั ยากรธรณี
แผนทีธ่ รณีวิทยาและศักยภาพแหล่งทรัพยากรธรณีตามการจาแนกของกรมทรัพยากรธรณี ตาม
ยทุ ธศาสตร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม
3.3 แหลง่ ทรพั ยากรธรณี และศักยภาพแหลง่ หนิ /แร่
ไทยเป็นแหล่งผลิตแร่ที่สาคญั ประมาณ 40 ชนดิ ปริมาณการผลติ แรอ่ ยู่ทป่ี ระมาณ 120 ล้านตันในปี
2560 โดยเหมอื งแรไ่ ทยท่เี ปิดทาเหมืองปัจจุบันจานวน 585 เหมือง
3.4 แผนทส่ี ารสนเทศทรัพยากรธรณี (GIS) : เหมืองแร่ในอดตี ,เหมอื งแรใ่ นปจั จบุ ันและการพัฒนาในอนาคต
GIS ในฐานะทีเ่ ปน็ เครื่องมือที่มีประโยชน์ในการจดั การและบรหิ ารการใช้ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่ิงแวดล้อม และติดตามการเปลีย่ นแปลงข้อมลู ด้านพ้นื ท่ี
3.5 ธรณพี บิ ตั ภิ ยั กบั ชวี ติ ประจาวนั
ธรณพี ิบัติภัยกับชีวิตประจาวัน : กรณีศึกษาดนิ สไลด/์ ดนิ ถล่ม กรณีศึกษาหลมุ ยุบ
3.6 STRONG Model
ตน่ื รู้ (Realize : R)
มีความรคู้ วามเข้าใจและตระหนกั รู้ถึงรากเหงา้ ของปญั หาและภยั ร้ายแรงของการทจุ ริตด้านทรัพยากรธรณี
ความรู้ (Knowledge : N)
มีความรเู้ กย่ี วกับสถานการณ์การทุจริตดา้ นทรัพยากรธรณีทีเ่ กิดขนึ้ ตระหนักถงึ ผลกระทบต่อบคุ คลและ
ส่วนรวม
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 มีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเก่ยี วกับธรณีวทิ ยาและทรัพยากรธรณี
4.2 มีทกั ษะในการแลกเปลยี่ นเรียนรู้
4.3 สามารถวเิ คราะหส์ ภาพทรัพยากรธรณีในพ้นื ท่ีใกล้ตวั ได้
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ออกแบบกจิ กรรมใหส้ ะทอ้ นโมเดล STRONG)
5.1 วทิ ยากรบรรยายสร้างความตระหนักเกี่ยวกับธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี โดยใช้เอกสาร คลปิ วีดโี อ
และอินโฟกราฟกิ ประกอบการบรรยาย (30 นาที)
5.2 ผเู้ ข้ารบั การอบรมร่วมกันอภิปรายกลุ่มและแลกเปล่ียนเรียนรูเ้ กยี่ วกับการใชป้ ระโยชน์ของทรัพยากร
ธรณีในท้องถ่ินของตนเอง (30 นาที)
5.3 ผู้เขา้ รับการอบรมศึกษาดูงานแหล่งทรัพยากรธรณีในพื้นทแ่ี ล้วนามาแลกเปลย่ี นเรียนรรู้ ่วมกนั ใน
ประเดน็ การใช้ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรณีอย่างรู้คุณค่า (120 นาท)ี
5.4 ผู้เข้ารับการอบรมสืบคน้ ทรัพยากรธรณี (หิน/ดนิ /แร/่ ธาตุหายาก/พลังงาน/ซากดึกดาบรรพ์) ใน
ประเทศไทยตามประเดน็ ที่กาลังเป็นท่ีสนใจของสงั คม นามาวเิ คราะห์สภาพทรัพยากรธรณี (หิน/ดนิ /แร่/ธาตหุ า
ยาก/พลงั งาน/ซากดกึ ดาบรรพ)์ จากข้อมลู ทส่ี บื คน้ มาได้ แลว้ นาเสนอผลงานเกี่ยวกับการใชป้ ระโยชนข์ อง
ทรัพยากรธรณีในท้องถ่นิ ของตนเองและสภาพทรัพยากรธรณี และแลกเปลีย่ นเรียนรูร้ ่วมกนั (120 นาที)
5.5 สรุปสาระสาคญั เกีย่ วกับการใชป้ ระโยชน์ของทรัพยากรธรณีในทอ้ งถิน่ ของตนเอง และสภาพทรัพยากร
ธรณี (หนิ /ดิน/แร/่ ธาตุหายาก/พลงั งาน/ซากดึกดาบรรพ์) (60 นาที)
6. สื่อการเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
6.1 เอกสารเกยี่ วกับทรัพยากรธรณี
6.2 คลปิ วดี โี อเกี่ยวกับทรัพยากรธรณี
6.3 อนิ โฟกราฟิกเก่ยี วกบั ทรัพยากรธรณี
6.4 เวบ็ ไซตพ์ ิพิธภัณฑ์ทางธรณวี ทิ ยา
6.5 แหลง่ ทรพั ยากรธรณใี นพ้ืนท่ี
7. การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการวดั เคร่ืองมอื วัด แหลง่ ขอ้ มลู เกณฑ์การผา่ น
7.1 มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ การทดสอบ แบบทดสอบ ผูเ้ ขา้ รบั การ รอ้ ยละ 80
เบ้ืองตน้ เก่ียวกบั ธรณวี ทิ ยา ฝกึ อบรม (เกณฑค์ ะแนน)
ทรพั ยากรธรณี การสังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
7.2 มีทักษะในการแลกเปลีย่ น การปฏบิ ัติงานกล่มุ หรอื การปฏิบตั ิงานกล่มุ ผู้เขา้ รับการ ร้อยละ 80
เรยี นรู้ การอภิปราย หรอื การอภิปราย ฝึกอบรม (เกณฑค์ ะแนน)
การประเมินตนเอง แบบประเมนิ ตนเอง
7.3 สามารถวเิ คราะหส์ ภาพ ผูเ้ ขา้ รับการ รอ้ ยละ 80
ทรพั ยากรธรณีในพ้นื ทีใ่ กลต้ วั ได้ ฝกึ อบรม (เกณฑ์คะแนน)
8. บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้
8.1 ผลทเ่ี กดิ ข้นึ กับผู้เรยี นตามจดุ ประสงค์การเรียนรขู้ ้อ 1
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
8.2 ผลท่เี กดิ ขึ้นกับผเู้ รยี นตามจดุ ประสงค์การเรียนรขู้ ้อ 2
................................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
8.3 ผลท่ีเกิดขึ้นกับผเู้ รยี นตามจดุ ประสงค์การเรยี นรูข้ ้อ 3
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................................. ....................................
8.4 ส่ิงที่ควรปรบั ปรุงและพฒั นา
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
แผนการจดั การเรยี นรหู้ ลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา พ.ศ. 2564
เรอ่ื ง การพทิ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตทิ างธรณี
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 คณุ คา่ ของทรพั ยากรธรณี กบั โอกาสในการพฒั นาประเทศ
และการฟน้ื ฟเู กยี่ วกบั ทรพั ยากรธรณี
กลมุ่ ผเู้ ขา้ รบั การฝกึ อบรม : กลมุ่ วทิ ยากร ป.ป.ช. / บคุ ลากรภาครฐั และรฐั วสิ าหกจิ เวลา 2 ชว่ั โมง
1. ผลการเรยี นรู้
สามารถอธบิ ายคุณค่าและความมีจากดั ของทรัพยากรธรณี รวมทั้งตระหนักถึงความสาคัญและมสี ่วนรว่ ม
ในการฟ้ืนฟแู หล่งทรพั ยากรธรณี
2. ผงั ความคดิ รวบยอดหลัก
ทรพั ยำกรธรณี กำรสำรวจ และกำรใช้
ประโยชน์
คณุ คา่ ของทรพั ยากรธรณี ทรพั ยำกรธรณีกบั กำรพฒั นำประเทศ
กบั โอกาสในการพฒั นาประเทศ
ควำมสำคญั ของทรพั ยำกรธรณตี ่อ
และการฟื้ นฟเู กี่ยวกบั ประเทศดำ้ นต่ำง ๆ ดำ้ นเศรษฐกจิ และ
ทรพั ยากรธรณี สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม กำรเมอื ง
STRONG Model กำรมสี ว่ นรว่ มอนุรกั ษ์ และกำรฟ้ืนฟู
ต่นื รู้ (Realize : R) เกย่ี วกบั ทรพั ยำกรธรณี
พอเพยี ง (Sufficient : S)
ควำมรู้ (Knowledge : N) กรณีศกึ ษำกำรเพม่ิ มลู คำ่ ทรพั ยำกรธรณี
(หนิ ออ่ น/หนิ แกรนติ /อญั มณ)ี
3. ความคดิ รวบยอดหลัก
3.1 ทรัพยากรธรณี การสารวจ และการใชป้ ระโยชน์
การขออนุญาตสารวจแร่ แผนงานและวธิ ีการสารวจแร่ การลงมอื สารวจและการรายงานผลการสารวจ
3.2 ทรัพยากรธรณีกบั การพฒั นาประเทศ
การพฒั นาประเทศจากจากแหลง่ ทรพั ยากรธรณีในประเทศ ได้แก่ แหล่งทรัพยากรปโิ ตรเลยี ม และ
เหมอื งแร่ในประเทศไทย
3.3 ความสาคญั ของทรพั ยากรธรณี ตอ่ ประเทศดา้ นตา่ ง ๆ ด้านเศรษฐกจิ สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม การเมอื ง
การตระหนักถงึ ความสาคัญของทรัพยากรธรณจี ากสถานการณ์อตุ สาหกรรมเหมืองแร่ของไทยปี 2563
และแนวโน้มอตุ สาหกรรมเหมืองแร่ไทยในระยะต่อไป
3.4 การมสี ว่ นรว่ มอนุรักษ์ และการฟ้นื ฟเู กยี่ วกบั ทรัพยากรธรณี
กรณีศึกษาการใช้ทรัพยากรธรณที เ่ี ป็นการละเมิดหรือผิดกฎหมาย และแนวทางการอนุรักษท์ างธรณวี ิทยา
ของกรมทรัพยากรธรณี
3.5 กรณศี ึกษาการเพ่ิมมลู คา่ ทรพั ยากรธรณี (หนิ อ่อน/หนิ แกรนติ /อัญมณ)ี
แนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยให้สอดคล้องกบั แผนพฒั นาเศรษฐกจิ ไทยแลนด์ 4.0 (Thailand 4.0)
3.6 STRONG Model
ตน่ื รู้ (Realize : R)
มคี วามรคู้ วามเข้าใจและตระหนกั รถู้ ึงรากเหง้าของปัญหาและภัยร้ายแรงของการทุจริตด้านทรัพยากรธรณี
พอเพียง (Sufficient : S)
ปรบั วิธีคิดทแ่ี ยกแยะผลประโยชนส์ ว่ นตนและสว่ นรวมได้อยา่ งถูกต้อง เชน่ ทรัพยากรธรณที ี่เปน็ พืน้ ท่ี
สาธารณะ ทรัพยากรธรณที ี่เป็นพนื้ ที่ส่วนตัว
ความรู้ (Knowledge : N)
มีความรู้เก่ยี วกับสถานการณ์การทุจรติ ดา้ นทรัพยากรธรณีทเี่ กิดขนึ้ ตระหนักถึงผลกระทบตอ่ บุคคลและ
ส่วนรวม
4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 อธิบายคณุ ค่าและความมีจากัดของทรัพยากรธรณี
4.2 สร้างความตระหนักถึงความสาคัญและมีสว่ นรว่ มในการฟื้นฟูแหลง่ ทรพั ยากรธรณี
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ออกแบบกจิ กรรมใหส้ ะทอ้ นโมเดล STRONG)
5.1 วิทยากรอธิบายคณุ ค่าและความมจี ากดั ของทรพั ยากรธรณี โดยใชส้ ่อื อนิ โฟกราฟกิ และวดิ ีทศั น์ (60นาท)ี
5.2 ผเู้ ข้ารบั การอบรมสบื คน้ กรณีศกึ ษาเก่ยี วกับปญั หาการทุจริตดา้ นทรัพยากรธรณี โดยใช้เวบ็ ไซต์ เช่น
เวบ็ ไซตก์ รมทรัพยากรธรณี เว็บไซตก์ รมอุตสาหกรรมพน้ื ฐานและการเหมืองแร่ เป็นต้น วเิ คราะหแ์ ละอภิปราย
เกีย่ วกับปัญหาการทจุ ริต ผลกระทบและแนวทางการแก้ไข (60 นาที)
5.3 ผเู้ ข้ารับการอบรมนาเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเกีย่ วกบั การทุจริตด้านทรัพยากรธรณี โดยใช้ PowerPoint
หรือโปรแกรมนาเสนอรูปแบบอ่ืน (60 นาที)
5.4 ผู้เขา้ รบั การอบรมสรา้ งความตระหนักถึงความสาคัญและมสี ว่ นรว่ มในการฟน้ื ฟูแหลง่ ทรพั ยากรธรณี
โดยใชส้ ่ือวดิ ีทัศน์ (60 นาที)
6. ส่อื การเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
6.1 เอกสารความรเู้ กี่ยวกบั ทรัพยากรธรณี
6.2 วดิ ีทัศน์เกีย่ วกบั แหล่งธรณีและแหลง่ แร่ทองคาในประเทศไทย
6.3 Infographic
6.4 Motion Graphic
6.5 Application
6.6 เวบ็ ไซต์กรมทรพั ยากรธรณี และกรมอตุ สาหกรรมพ้นื ฐานและการเหมืองแร่
7. การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการวดั เครือ่ งมือวดั แหลง่ ขอ้ มูล เกณฑ์การผา่ น
ร้อยละ 80
7.1 อธิบายคณุ คา่ และความมี การสังเกตพฤติกรรมการ แบบสังเกตพฤติกรรมการ ผเู้ ข้ารบั การ
จากดั ของทรพั ยากรธรณี
นาเสนอผลงาน นาเสนอผลงาน ฝกึ อบรม
7.2 เกดิ ความตระหนกั ถงึ การสงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ผเู้ ข้ารับการ รอ้ ยละ 80
ความสาคญั และมสี ่วนร่วมใน แบบประเมนิ การสร้าง ฝึกอบรม
การฟ้นื ฟูแหล่งทรัพยากรธรณี
ความตระหนัก…
8. บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้
8.1 ผลทีเ่ กิดข้ึนกับผ้เู รียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ข้อ 1
............................................................................................................................. ....................................................
..................................................................................................................................................... ............................
8.2 ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนตามจุดประสงค์การเรยี นรขู้ ้อ 2
........................................................................................................................................................................ .........
......................................................................................................................... ........................................................
8.3 ผลทีเ่ กิดข้ึนกับผ้เู รยี นตามจุดประสงค์การเรยี นรขู้ ้อ 3
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
8.4 สิง่ ท่คี วรปรับปรุงและพฒั นา
..................................................................................................................................... ............................................
...................................................................................... ...........................................................................................
แผนการจดั การเรยี นรหู้ ลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา พ.ศ. 2564
เรอ่ื ง การพทิ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตทิ างธรณี
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ความเสย่ี งในการทจุ รติ เกยี่ วกบั ทรพั ยากรธรณี
กลมุ่ ผเู้ ขา้ รบั การฝกึ อบรม : กลมุ่ วทิ ยากร ป.ป.ช. / บคุ ลากรภาครฐั และรฐั วสิ าหกจิ เวลา 4 ชว่ั โมง
1. ผลการเรยี นรู้
มคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ยี วกับกฎหมายทรัพยากรธรณี สามารถวิเคราะหร์ ปู แบบ วิธีการและรเู้ ท่าทนั การ
ทจุ รติ ทางทรัพยากรธรณี
2. ผงั ความคดิ รวบยอดหลกั กฎหมำยต่ำง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ทรพั ยำกรธรณี
ความเสี่ยงในการทุจริต รปู แบบกำรทจุ รติ และกรณีศกึ ษำกำรทจุ รติ
เกี่ยวกบั ทรพั ยากรธรณี (กำรทำเหมอื งนอกเขตพน้ื ทอ่ี นุญำต/ กำรประเมนิ ผล
กระทบต่อสขุ ภำพและสงิ่ แวดลอ้ ม EHIA/ กำรพฒั นำ
STRONG Model ทรพั ยำกรธรณีนอกเขตพน้ื ทอ่ี นุญำต)
โปรง่ ใส (Transparent : T)
3. ความคดิ รวบยอดหลกั
3.1 กฎหมายตา่ ง ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ทรพั ยากรธรณี
กฎหมายภายใตก้ ารดูแลของกรมทรัพยากรธรณี กฎหมายภายใตก้ ารดูแลของหนว่ ยงานภายในกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม และกฎหมายอนื่ ๆ ทเี่ กี่ยวข้อง
3.2 รูปแบบการทจุ รติ และกรณีศกึ ษาการทจุ รติ (การทาเหมอื งนอกเขตพน้ื ท่ีอนุญาต/ การประเมนิ ผล
กระทบต่อสุขภาพและสง่ิ แวดล้อม EHIA/ การพฒั นาทรพั ยากรธรณีนอกเขตพน้ื ที่อนญุ าต)
การให้สัมปทานสารวจและทาเหมอื งแร่ถ่านหนิ ลกิ ไนตใ์ นภาคเหนอื และกรณีศึกษาการใชท้ รพั ยากรธรณี
ที่เป็นการละเมดิ หรือผดิ กฎหมาย
3.3 STRONG Model
โปรง่ ใส (Transparent : T) - บคุ คลทุกระดบั องค์กร และชมุ ชนตอ้ งปฏบิ ตั ิงานบนฐานของความโปรง่ ใส
ตรวจสอบได้ ดังนั้น จงึ ต้องมีและปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายภายใตก้ ารดแู ลของกรมทรัพยากรธรณี กฎหมายภายใต้การ
ดูแลของหน่วยงานภายในกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม และกฎหมายอ่นื ๆ ทเี่ ก่ยี วข้อง
4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 มีความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั กฎหมายทรัพยากรธรณี
4.2 สามารถวิเคราะหร์ ูปแบบ วิธีการและรเู้ ท่าทนั การทุจริตทางทรัพยากรธรณี
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ออกแบบกจิ กรรมใหส้ ะท้อนโมเดล STRONG)
5.1 วิทยากรบรรยายและสัมมนาเรือ่ งกฎหมายทรพั ยากรธรณีท่ีควรทราบ โดยใช้ PowerPoint/ Infographic/
Motion Graphic (60 นาท)ี
5.2 ผู้เข้ารับการอบรมสืบค้นกรณศี ึกษาเกีย่ วกับปญั หาการละเมิดกฎหมายทรัพยากรธรณี วิเคราะห์และ
อภิปรายเกี่ยวกับรปู แบบ วิธกี าร และรเู้ ทา่ ทนั การทจุ ริตทางทรัพยากรธรณี โดยใช้เว็บไซต์ เช่น เว็บไซตก์ รม
ทรพั ยากรธรณี เวบ็ ไซตก์ รมอุตสาหกรรมพ้ืนฐานและการเหมืองแร่ เวบ็ ไซตภ์ าควิชาธรณีวทิ ยาและธรณีศาสตร์
มหาวิทยาลัย (60 นาที)
5.3 ผู้เขา้ รับการอบรมนาเสนอผลงานเกี่ยวกับกรณีศึกษาปัญหาการละเมิดกฎหมายทรัพยากรธรณี โดยใช้
PowerPoint หรือโปรแกรมนาเสนอรูปแบบอ่ืน (60 นาที)
5.4 ผ้เู ขา้ รบั การอบรมสรุปสาระสาคญั เกี่ยวกับกฎหมายทรพั ยากรธรณีและกรณศี ึกษาปัญหาการละเมิด
กฎหมายทรพั ยากรธรณี โดยใช้ concept map/ ตาราง/ รปู แบบอ่นื (60 นาที)
6. ส่ือการเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
6.1 เอกสารความรู้เกี่ยวกบั กฎหมายทรัพยากรธรณี
6.2 วดี ิทัศน์เก่ยี วกบั เเหลง่ เรยี นรู้ทางธรณจี ังหวดั ต่าง ๆ
6.3 Infographic
6.4 Motion Graphic
6.5 Application
6.6 พิพิธภณั ฑ์ธรณีวทิ ยา
6.7 เวบ็ ไซต์กรมทรพั ยากรธรณี และกรมอุตสาหกรรมพ้นื ฐานและการเหมอื งแร่
6.8 เว็บไซต์ ภาควชิ าธรณีวทิ ยาและธรณศี าสตร์ มหาวทิ ยาลัย
6.9 เว็บไซต์ สานักงาน ป.ป.ช.
7. การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั เครอ่ื งมอื วดั แหล่งข้อมลู เกณฑ์การผา่ น
7.1 มคี วามรคู้ วามเข้าใจ ผ้เู ขา้ รบั การ ร้อยละ 80
เกย่ี วกบั กฎหมายทรพั ยากรธรณี - การทดสอบ - แบบทดสอบ ฝึกอบรม (เกณฑ์คะแนน)
- การประเมนิ ตนเอง - แบบประเมนิ ตนเอง
7.2 วิเคราะห์รูปแบบ วิธีการ ผู้เข้ารับการ รอ้ ยละ 80
และรเู้ ท่าทันการทุจรติ ทาง - การสงั เกตพฤตกิ รรม - แบบการสังเกต ฝึกอบรม (เกณฑค์ ะแนน)
ทรพั ยากรธรณี การปฏิบตั ิงานกลมุ่ หรอื พฤตกิ รรมการ
การอภิปราย ปฏบิ ตั งิ านกลมุ่ หรือ
การอภปิ ราย
- การประเมินตนเอง - แบบประเมินตนเอง
8. บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้
8.1 ผลทเี่ กดิ ขึน้ กับผู้เรยี นตามจุดประสงค์การเรยี นรู้ข้อ 1
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
8.2 ผลท่ีเกดิ ขน้ึ กับผู้เรียนตามจดุ ประสงค์การเรียนรขู้ ้อ 2
................................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
8.3 ผลทีเ่ กิดข้ึนกับผเู้ รยี นตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ข้อ 3
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................................. ....................................
8.4 สิ่งทีค่ วรปรับปรุงและพฒั นา
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
แผนการจดั การเรยี นรหู้ ลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา พ.ศ. 2564
เรอ่ื ง การพทิ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตทิ างธรณี
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 ปกปอ้ งทรพั ยากรทางธรณี
กลมุ่ ผเู้ ขา้ รบั การฝกึ อบรม : กลมุ่ วทิ ยากร ป.ป.ช. / บคุ ลากรภาครฐั และรฐั วสิ าหกจิ เวลา 5 ชว่ั โมง
1. ผลการเรยี นรู้
มคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั วิธีการปกป้องทรพั ยากรธรณี มีทกั ษะในการสงั เกตปรากฏการณก์ ารทจุ ริต
และสามารถเฝ้าระวงั พ้ืนทที่ มี่ ีความเส่ยี งในการทุจรติ แจ้งเบาะแสการทจุ ริตต่อหนว่ ยงานทมี่ หี นา้ ท่ีได้อย่างถูกต้อง
เกิดเจตคตหิ วงแหน มีความรู้สกึ ถึงการเป็นเจ้าของ และเกิดพฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ มปกปอ้ งทรัพยากรธรณี
สามารถแยกแยะประโยชน์สว่ นตนและประโยชนส์ ่วนรวมได้
2. ผงั ความคดิ รวบยอดหลัก
ปกป้องทรพั ยากร การสร้างจติ สานึกสาธารณะ เพื่อ
ทางธรณี แยกแยะประโยชนส์ ่วนตนและ
STRONG Model ประโยชนส์ ว่ นรวม
- พอเพยี ง (Sufficient : S)
- เอือ้ อาทร (Generosity : G) การเฝา้ ระวงั แจ้งเบาะแส การทุจรติ
- มุ่งไปข้างหนา้ (Onward : O) ทรัพยากรธรณี
การมสี ว่ นรว่ มในการปกปอ้ ง
ทรพั ยากรธรณี
กรณีศึกษาการมสี ว่ นร่วมในการ
ปกป้องทรพั ยากรธรณี
3. ความคดิ รวบยอดหลัก
3.1 การสรา้ งจิตสานึกสาธารณะ เพือ่ แยกแยะประโยชนส์ ว่ นตนและประโยชนส์ ว่ นรวม
การปอ้ งกันการใชท้ รัพยากรธรณีที่ไมเ่ หมาะสม ใช้หลักการปอ้ งกัน 3 ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่
- การป้องกนั คมุ้ ครองทรัพยากรธรณี
- การแกไ้ ขและฟ้นื ฟูทรัพยากร
- การอนรุ ักษ์ทรัพยากร (การใช้อย่างยั่งยืน / การกักเก็บ / การรักษา / การพัฒนา/การสงวน / การแบ่งเขต)
3.2 การเฝา้ ระวงั แจง้ เบาะแสการทจุ รติ ทรพั ยากรธรณี
ช่องทางการแจ้งเร่ืองร้องเรียนต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม
3.3 การมสี ว่ นรว่ มในการปกปอ้ งทรพั ยากรธรณี
การมสี ่วนร่วมของประชาชน และขนั้ ตอนการมีสว่ นรว่ มของประชาชนมสี ่วนรว่ มอย่างไร
3.4 กรณศี ึกษาการมสี ว่ นรว่ มในการปกปอ้ งทรพั ยากรธรณี
3.5 STRONG Model
S - ปรับวธิ คี ิดทีแ่ ยกแยะผลประโยชนส์ ว่ นตัวและสว่ นรวมได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และเป็นอตั โนมตั ิ เพ่ือ
การมสี ่วนรว่ มในการปกปอ้ งทรพั ยากรธรณี
G - พฒั นาสงั คมไทยใหม้ นี า้ ใจ โอบอ้อมอารี เอ้ือเฟ้ือเผ่อื แผ่ โดยไม่หวงั ผลประโยชน์ตอบแทน ส่งเสรมิ การ
ทากจิ กรรมด้านการพิทักษ์ทรัพยากรธรณี ใหป้ ระชาชนมีสว่ นรว่ มในการปกป้องทรัพยากรธรณี
O - มีส่วนรว่ มในการเฝา้ ระวังพน้ื ทีท่ ่ีมีความเสย่ี งในการทจุ ริตดา้ นทรพั ยากรธรณี
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 มคี วามเข้าใจ และสามารถเสนอแนะวิธกี ารปกป้องทรัพยากรธรณีได้
4.2 มที กั ษะในการสังเกตปรากฏการณ์การทุจรติ สามารถเฝ้าระวงั และแจ้งเบาะแสการทุจริตตอ่ หนว่ ยงาน
ที่มีหน้าท่ีได้
4.3 เกดิ เจตคติหวงแหน มีความร้สู ึกถงึ การเปน็ เจ้าของ และเกดิ พฤติกรรมการมสี ่วนร่วมปกป้อง
ทรพั ยากรธรณี และสามารถแยกแยะประโยชนส์ ่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ออกแบบกจิ กรรมใหส้ ะท้อนโมเดล STRONG)
5.1 วิทยากรบรรยายเพือ่ สรา้ งความเข้าใจ ให้ผ้เู รยี นเกดิ เจตคตหิ วงแหน มีความรสู้ ึกถงึ การเปน็ เจ้าของ
และเกิดพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ มปกปอ้ งทรพั ยากรธรณี สามารถแยกแยะประโยชนส์ ว่ นตนและประโยชน์ส่วนรวม
ได้ โดยใช้สือ่ อนิ โฟกราฟฟิกหรอื วิดที ศั น์ (60 นาที)
5.2 ผู้เข้ารับการอบรมสบื คน้ กรณศี ึกษาเกีย่ วกบั วธิ ีการเฝ้าระวังการทจุ รติ ทรพั ยากรธรณี และแนะนา
วธิ ีการ หรอื ช่องทางที่ถูกต้องเหมาะสมในการแจง้ เบาะแสการทุจรติ โดยใชเ้ ว็บไซต์ (60 นาที)
5.3 ผูเ้ ขา้ รบั การอบรมรว่ มกันวิเคราะหก์ รณีศึกษาเก่ยี วกบั วิธกี ารเฝ้าระวังการทจุ ริตทรพั ยากรธรณี โดย
ใชเ้ ว็บไซต์ ส่ือวดิ ที ัศน์ หรือส่อื ออนไลน์รูปแบบอนื่ (60 นาที)
5.4 ผู้เขา้ รับการอบรมอภปิ รายและแลกเปล่ยี นเรียนรเู้ กยี่ วกับการสร้างความตระหนักรู้ เพอ่ื สง่ เสรมิ การมี
ส่วนรว่ มในการปกป้องทรัพยากรธรณี โดยใชเ้ วบ็ ไซต์ สอื่ วิดที ัศน์ หรอื สื่อออนไลน์รปู แบบอน่ื (60 นาที)
5.5 ผู้เขา้ รบั การอบรมนาเสนอผลงานเกยี่ วกบั วธิ ีการเฝา้ ระวังการทุจรติ ทรัพยากรธรณี โดยใช้ PowerPoint
หรอื โปรแกรมนาเสนอรปู แบบอืน่ (60 นาที)
5.6 ผู้เข้ารบั การอบรมสรปุ สาระสาคญั เก่ียวกับวิธีการเฝ้าระวังการทุจริตทรัพยากรธรณี โดยใช้ concept map
หรือรูปแบบอ่ืน (60 นาที)
6. สอื่ การเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
6.1 เอกสารความรู้เก่ียวกับวิธีการปกป้องทรพั ยากรธรณี
6.2 สื่อออนไลนเ์ กย่ี วกบั กรณศี กึ ษาเหมอื งทองคา
6.3 แอปพลิเคช่นั
6.4 อนิ โฟกราฟฟกิ
6.5 โมชนั่ กราฟฟิก
7. การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธกี ารวัด เครือ่ งมือวดั แหลง่ ขอ้ มลู เกณฑ์การผา่ น
7.1 มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ และ การตอบคาถามในชั้น แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผู้เขา้ รับการ ร้อยละ 80
สามารถเสนอแนะวิธีการปกป้อง เรียน การตอบคาถาม ฝกึ อบรม รอ้ ยละ 80
ทรัพยากรธรณี
7.2 ทกั ษะในการสงั เกต การตอบคาถามในชนั้ - แบบบนั ทึกผลตอบ ผเู้ ขา้ รบั การ ร้อยละ 80
ปรากฏการณก์ ารทุจรติ และ เรียน คาถามในชั้นเรยี น ฝกึ อบรม
สามารถเฝา้ ระวงั แจง้ เบาะแสการ - แบบสังเกต
ทุจริตต่อหนว่ ยงานท่ีมหี น้าท่ีได้ การบนั ทึกผลการ พฤตกิ รรมการตอบ
เรียนรู้ คาถาม
7.3 เกดิ เจตคตหิ วงแหน มี แบบบันทึกผลการ ผู้เขา้ รบั การ
ความรสู้ กึ ถงึ การเป็นเจา้ ของ และ เรียนรู้ ฝึกอบรม
เกดิ พฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ มปกปอ้ ง
ทรัพยากรธรณี และสามารถ
แยกแยะประโยชนส์ ่วนตนและ
ประโยชนส์ ว่ นรวม
8. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้
8.1 ผลที่เกิดขน้ึ กบั ผู้เรียนตามจุดประสงค์การเรียนรขู้ ้อ 1
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
8.2 ผลที่เกิดขึน้ กับผูเ้ รียนตามจดุ ประสงค์การเรยี นรขู้ ้อ 2
................................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
8.3 ผลท่เี กดิ ข้ึนกับผู้เรยี นตามจุดประสงค์การเรียนรขู้ ้อ 3
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................................. ....................................
8.4 สิ่งท่ีควรปรับปรงุ และพฒั นา
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
แผนการจดั การเรยี นรหู้ ลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา พ.ศ. 2564
เรอ่ื ง การพทิ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ นา้ และนา้ บาดาล
หนว่ ยการเรยี นรู้ 1 การขดั กนั ระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
กลมุ่ ผเู้ ขา้ รบั การฝกึ อบรม : กลมุ่ วทิ ยากร ป.ป.ช. / บคุ ลากรภาครฐั และรฐั วสิ าหกจิ เวลา 3 ชว่ั โมง
1. ผลการเรยี นรู้
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในเร่ืองของการขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรน้าและน้าบาดาลในชีวิตจริง พร้อมทั้งให้มีทักษะในการส่ือสารเพื่อชี้ประเด็น และนามา
อภิปรายเพื่อวิเคราะห์การขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม เกี่ยวกับการใช้ ทรัพยากรน้า
และน้าบาดาล
2. ผงั ความคดิ รวบยอดหลัก
การขดั กนั ของ ผลประโยชน์ สว่ นตวั และ
ผลประโยชน์ สว่ นรวม
- นยิ าม ความหมายและประเภท
นา้ ผวิ ดิน - กรอบแนวคดิ การขัดกันระหว่าง STRONG Model
ประโยชนส์ ว่ นตนกับประโยชน์ ส่วนรวม
- วฏั จักรของนา้ - S และ G : ความพอเพยี งและ
- ประเภทของแหลง่ นา้ การขดั กนั ระหวา่ ง ความเออื้ อาทรตอ่ กันในการใช้
- คณุ คา่ และการใช้ ประโยชน์ ผลประโยชนส์ ว่ นตน ทรัพยากรนา้
- องคป์ ระกอบ ปริมาณและคณุ ภาพ
- ความแตกต่าง ระหวา่ งภูมภิ าค/ภูมิศาสตร์ - R : ความตื่นรู้ในการรกั ษา
ประโยชนส์ าธารณะ
และผลประโยชน์
- N : ความรใู้ นการใช้ทรพั ยากรนา้
นา้ บาดาล สว่ นรวม
ความเสี่ยงและโอกาสที่จะเกิดการ
- กาเนิดน้าบาดาล ทุจริต และระบบหรือช่องทางใน
การติดต่อสอบถาม ปรึกษา หรือ
- ประเภทแหล่ง นา้ บาดาล ชี้ช่องแจ้งเบาะแส
- องค์ประกอบ ปริมาณและคณุ ภาพ
- ความแตกต่าง ระหวา่ งภมู ภิ าค/ ภมู ิศาสตร์
- พระราชบัญญตั ิ ทรพั ยากรนา้ พ.ศ. 2561
- กฎหมายเก่ียวกับ การควบคุมคณุ ภาพ ทรัพยากรนา้
- กฎหมายเกยี่ วกบั การควบคุมคณุ ภาพส่ิงแวดล้อม
3. ความคดิ รวบยอดหลกั
3.1 นา้ ผวิ ดนิ
- วัฏจกั รของน้า
นา้ ทอี่ ยู่ในบรรยากาศหรืออยู่สงู กวา่ ระดบั ผวิ ดินข้ึนไป เชน่ ไอ หมอก เมฆ เหลา่ นี้บางส่วนตกลง
มาสพู่ ้ืนโลก และถกู กลบั เกบ็ เป็นนา้ ในแม่นา้ ลาคลอง หนอง บงึ ทะเล มหาสมุทรฯ บางส่วนไหลลงสูแ่ ม่นา้ หรอื
ทะเล แตบ่ างส่วนไหลซึมลงไปใต้ดนิ และถูกกกั เกบ็ ไวท้ ้งั ในดิน กรวด ทรายและในหนิ เกิดเปน็ นา้ ใต้ดนิ
- ประเภทของแหล่งนา้
แหลง่ นา้ ประเภทที่ 1 ได้แก่ แหลง่ น้าท่ีคุณภาพน้ามสี ภาพตามธรรมชาติ โดยปราศจากน้าทิ้ง
จากกิจกรรมทุกประเภทและสามารถเป็นประโยชน์เพือ่
(1) การอุปโภคและบรโิ ภค โดยต้องผา่ นการฆ่าเชือ้ โรคตามปกติก่อน
(2) การขยายพนั ธตุ์ ามธรรมชาติของสิ่งมีชีวติ ระดบั พืน้ ฐาน
(3) การอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ของแหล่งน้า
แหลง่ นา้ ประเภทท่ี 2 ไดแ้ ก่ แหลง่ นา้ ทีไ่ ดร้ บั นา้ ทิง้ จากกจิ กรรมบางประเภท
(1) การอุปโภคและบรโิ ภค โดยตอ้ งผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกตกิ ่อน และผ่าน
กระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้าทว่ั ไปก่อน
(2) การอนุรักษส์ ตั ว์น้า
(3) การประมง
(4) การว่ายนา้ และกีฬาทางน้า
แหลง่ นา้ ประเภทที่ 3 ไดแ้ ก่ แหลง่ น้าทีไ่ ด้รับน้าทิง้ จากกจิ กรรมบางประเภท
(1) การอุปโภคและบรโิ ภค โดยต้องผ่านการฆ่าเชอื้ โรคตามปกตกิ ่อน และผา่ น
กระบวนการปรับปรุงคณุ ภาพนา้ ทั่วไปก่อน
(2) การเกษตร
แหล่งนา้ ประเภทที่ 4 ไดแ้ ก่ แหล่งน้าทไ่ี ดร้ บั น้าทงิ้ จากกจิ กรรมบางประเภท
(1) การอุปโภคและบรโิ ภค โดยตอ้ งผา่ นการฆ่าเช้ือโรคตามปกติก่อน และผ่าน
กระบวนการปรบั ปรุงคุณภาพน้าเปน็ พิเศษก่อน
(2) การอุตสาหกรรม
แหล่งนา้ ประเภทที่ 5 ไดแ้ ก่ แหล่งนา้ ท่ีไดร้ บั น้าทงิ้ จากกจิ กรรมบางประเภท เพื่อการคมนาคม
- คณุ ค่าและการใช้ประโยชน์
สามารถนามาใชใ้ นการอปุ โภคและบริโภค การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติของส่ิงมีชวี ติ
ระดบั พืน้ ฐาน การอนรุ ักษส์ ตั วน์ า้ การประมง การว่ายนา้ และกีฬาทางน้า การเกษตร การอุตสาหกรรม
การคมนาคม
- องค์ประกอบปรมิ าณและคุณภาพ
การกาหนดมาตรฐานดัชนีคณุ ภาพนา้ ในแหล่งน้าผวิ ดิน
1. คณุ ภาพน้าในแหลง่ นา้ ประเภทที่ 1 ตอ้ งมสี ภาพตามธรรมชาติ และสามารถใชป้ ระโยชน์ได้
2. คุณภาพนา้ ในแหลง่ นา้ ประเภทท่ี 2 ตอ้ งมีมาตรฐานตามเอกสารหนา้ 10 - 12
3. คุณภาพนา้ ในแหลง่ นา้ ประเภทท่ี 3 ตอ้ งมีมาตรฐานตามเอกสารหนา้ 10 - 12
4. คณุ ภาพน้าในแหล่งน้าประเภทที่ 4 ต้องมีมาตรฐานตามเอกสารหนา้ 10 - 12
5. คณุ ภาพนา้ ในแหลง่ น้าประเภทที่ 5 ตอ้ งมมี าตรฐานต่ากวา่ คุณภาพน้าในแหลง่ น้าประเภทท่ี 4
- ความแตกตา่ งระหว่างภูมิภาค/ ภูมิศาสตร์
ภมู ศิ าสตร์ คอื ศาสตรท์ างด้านพื้นที่และบริเวณต่างๆ บนพื้นผิวโลก เป็นวิชาท่ศี กึ ษา
ปรากฏการณ์ทางกายภาพ และมนษุ ย์ ทเี่ กิดขึน้ ณ บรเิ วณทีท่ าการศกึ ษา รวมไปถงึ สง่ิ แวดลอ้ มท่ีอยู่บริเวณ
โดยรอบ
ภมู ภิ าค คอื ภาคเป็นพนื้ ที่ดินแดนทคี่ ่ันสาหรับลักษณะทวั่ ไปท่ีสามารถเปน็ ทางภมู ศิ าสตร์
วฒั นธรรมทางการเมืองหรือเศรษฐกิจโดยท่วั ไปแลว้ ภูมภิ าคจะมีความหมายเหมอื นกันกับพื้นที่หรือโซน มนั ถูก
กาหนดโดยพน้ื ที่ทางภูมิศาสตรท์ ค่ี รอบคลมุ หน่งึ หรือมากกว่าหนึ่งคณุ ลักษณะ
3.2 นา้ บาดาล
- กาเนดิ นา้ บาดาล
นา้ บาดาลมตี น้ กาเนิดมาจาก 3 แหล่ง ใหญๆ่ คือ
1. น้าจากบรรยากาศ ได้แก่ ฝน น้าค้าง ลูกเหบ็ และ หิมะ
2. นา้ บาดาลท่มี าจากการเย็นตัวจากหนิ หลอมเหลวภายใต้ผวิ โลกวัตถุหลอมเหลวต่างๆ ทอ่ี ยู่
ภายใตเ้ ปลอื กโลกประกอบดว้ ยก๊าซและไอนา้ ปรมิ าณมากมาย
3. นา้ บาดาลทเ่ี กิดข้นึ พร้อมกับการกาเนิดชน้ั หินในขณะทแ่ี รธ่ าตุตา่ งๆ เกดิ การตกตะกอนและจะ
แข็งตัวกลายเปน็ หินในท่ีสุด น้าจะถูกขงั หรือแทรกตวั ตามรูพรุนท่อี ยู่ในเนอ้ื หนิ
- ประเภทแหลง่ น้าบาดาล
การจัดกล่มุ ชนิดของนา้ บาดาล ตามคณุ สมบตั ิทางเคมี
กลมุ่ แรกเราเรียกวา่ แคลเซียมไบคารบ์ อร์เนต พวกนี้จะอยู่แถวทสี่ ูงหรือรมิ ภูเขา รสชาตจิ ืด แต่
บางทีอาจจะเปน็ น้ากระด้าง
กล่มุ ที่สองเราเรียกว่าโซเดยี มไบคาร์บอเนต พวกนี้ จะอยแู่ ถวทีร่ าบลุ่ม รสชาตดิ ี บางคร้ังอาจจะ
หวานติดลิน้ นดิ ๆ เหมือนน้าด่ืมบางยีห่ ้อท่ีเรารู้จกั กนั ดี
กลมุ่ ที่สามเรยี กวา่ โซเดียมคลอไรด์ พวกนจ้ี ะอยูต่ ดิ ชายฝ่ังทะเลรสชาตกิ รอ่ ยถงึ เค็มไม่นยิ มนามาดืม่
- องคป์ ระกอบ ปริมาณและคุณภาพ
ด้านกายภาพจะวดั คา่ ความขุ่น สี รสและกล่ิน
ดา้ นเคมีจะวัดค่า คา่ ความเป็นกรดดา่ งหรือค่าพเี อช (pH) ความกระด้าง (hardness) เหล็ก (iron) และ
แมงกานสี (manganese) คลอไรด์ (chlorides) ฟลอู อไรด์ (fluoride) ไนไตรท์และไนเตรท (nitrite,nitrate) ตะก่ัว (lead)
สารหนู (arsenic)
- ความแตกต่างระหว่างภูมิภาค/ภูมศิ าสตร์
ภูมศิ าสตร์ คือ ศาสตร์ทางด้านพ้นื ทแ่ี ละบรเิ วณตา่ งๆ บนพ้ืนผิวโลก เป็นวชิ าทีศ่ กึ ษา
ปรากฏการณ์ทางกายภาพ และมนษุ ย์ท่ีเกดิ ข้นึ ณ บริเวณที่ทาการศกึ ษา รวมไปถึงส่ิงแวดลอ้ มทีอ่ ยู่บริเวณ
โดยรอบ
ภมู ิภาค คอื ภาคเป็นพืน้ ทดี่ ินแดนท่คี น่ั สาหรบั ลักษณะทวั่ ไปทีส่ ามารถเป็นทางภูมิศาสตร์
วัฒนธรรมทางการเมืองหรอื เศรษฐกิจโดยท่ัวไปแล้วภมู ิภาคจะมีความหมายเหมอื นกันกับพน้ื ทหี่ รือโซน มันถกู
กาหนดโดยพน้ื ท่ีทางภูมศิ าสตรท์ คี่ รอบคลมุ หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งคุณลักษณะ
- พระราชบญั ญตั ทิ รัพยากรน้า พ.ศ. 2561
- กฎหมายเกยี่ วกับการควบคุมคุณภาพทรัพยากรน้า
- กฎหมายเกี่ยวกบั การควบคุมคุณภาพสิง่ แวดล้อม
3.3 การขดั กนั ของ ผลประโยชน์ สว่ นตวั และ ผลประโยชน์ สว่ นรวม
- นยิ าม ความหมายและประเภท
สถานการณ์ทสี่ ง่ ผลตอ่ การตัดสินใจกระทาการสง่ิ ใดส่งิ หนึ่งของบุคคล ในฐานะพนักงานหรือ
เจา้ หน้าท่ขี องรฐั ด้วยการใชต้ าแหน่งหนา้ ท่แี สวงหาผลประโยชน์ เพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการของตนเอง
และพวกพ้อง ทาให้ไม่สามารถปฏบิ ัตหิ นา้ ทไ่ี ด้อย่างตรงไปตรงมา เกิดการตัดสินใจกระทาในสิ่งทไ่ี มถ่ กู ตอ้ ง
ละเมดิ ต่อหลักกฎหมายและหลกั ธรรมาภิบาล
- กรอบแนวคดิ การขดั กนั ระหว่าง ประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ สว่ นรวม
รูปแบบการขดั กันระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนกบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม
1) การรับผลประโยชน์
2) การหาผลประโยชนใ์ ห้ตนเอง
3) การทางานหลงั เกษยี ณ
4) การทางานพิเศษ
5) การรับรขู้ ้อมลู ภายใน
6) การนาทรัพย์สินของหน่วยงานไปใชช้ ่วั คราวในกิจการท่เี ปน็ ส่วนของตน
7) การนาโครงการสาธารณะลงในเขตเลอื กตงั้ เพอ่ื ประโยชน์ทางการเมือง
3.4 STRONG Model
- S และ G : ความพอเพยี งและความเอ้ืออาทรต่อกันในการใช้ทรพั ยากรน้า
- R : ความตืน่ รูใ้ นการรกั ษาประโยชน์สาธารณะ ไม่ท้งิ สง่ิ ปฏิกลู ลงในแหลง่ นา้ ไม่สรา้ งส่งิ ก่อสรา้ ง
หรือกระทาการใด ๆ ที่เป็นการล่วงลา้ ลานา้
- N : ความรู้ใน การใช้ทรัพยากรน้า/ความรู้ในการบาบัดน้าเสียจากครัวเรือน/ความรู้เก่ียวกับการ
ขออนุญาตขุดเจาะน้าบาดาล/ความรู้ และทักษะในการสื่อสารกับคนในชุมชน ความเสี่ยงและโอกาสที่จะเกิด การ
ทุจริตจากการพัฒนาหรือการใช้ประโยชน์ด้านทรัพยากรน้าและน้าบาดาล รวมถึงระบบหรือช่องทางในการติดต่อ
สอบถาม ปรึกษา หรือชี้ช่องแจง้ เบาะแส
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 เพื่อใหผ้ ู้เข้ารบั การอบรมมีความรคู้ วามเขา้ ใจในเรอื่ งของการขดั กนั ของผลประโยชนส์ ่วนตนและ
ผลประโยชน์สว่ นรวม เกีย่ วกบั การใชท้ รพั ยากรนา้ และนา้ บาดาลในชีวติ จริง
4.2 เพือ่ เพิม่ ทักษะใหผ้ ูเ้ ขา้ รับการอบรมในการสอ่ื สารเพ่ือชปี้ ระเด็น และนามาอภปิ รายเพ่ือวเิ คราะห์การ
ขดั กันของผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม เกยี่ วกับการใช้ทรัพยากรนา้ และน้าบาดาล
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ออกแบบกจิ กรรมใหส้ ะท้อนโมเดล STRONG)
1. วิทยากรบรรยายสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม เก่ียวกับการใช้ทรัพยากรน้าและน้าบาดาลในชีวิตจริงโดยใช้เอกสาร คลิปวีดีโอ
ท้งั ออนไลน์และออฟไลน์ และอินโฟกราฟฟิก ประกอบการบรรยาย (30 นาท)ี
2. ผู้เข้ารับการอบรมร่วมกันอภิปรายกลุ่มเกี่ยวกับการขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์
ส่วนรวมเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรน้าและน้าบาดาล จัดทาข้อสรุปของกลุ่ม นาเสนอกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน และ
แลกเปลยี่ นเรียนรู้รว่ มกัน (60 นาท)ี
3. ผู้เข้ารับการอบรมศึกษาดูงานเก่ียวกับการใช้ทรัพยากรน้าและน้าบาดาลในพ้ืนที่แล้วนามาแลกเปลี่ยน
เรยี นรรู้ ่วมกันในประเด็นการใชป้ ระโยชน์จากนา้ ผิวดนิ และน้าบาดาลเพ่ือประโยชน์ของสว่ นรวม (75 นาที)
4. วิทยากรและผู้เข้ารับการฝึกอบรมร่วมกันสรุปความรู้และสาระสาคัญเกี่ยวกับการขัดกันระหว่าง
ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม เกย่ี วกับการใชท้ รัพยากรนา้ และนา้ บาดาล (15 นาท)ี
6. สอ่ื การเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
1. เอกสารเกีย่ วกับทรัพยากรนา้ และน้าบาดาล
2. คลปิ วดี โี อเก่ยี วกับทรพั ยากรน้าและนา้ บาดาล
3. อนิ โฟกราฟฟิกเก่ยี วกบั ทรัพยากรนา้ และน้าบาดาล
7. การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี ารวัด เคร่ืองมอื วดั แหลง่ ข้อมลู เกณฑก์ ารผ่าน
การตรวจสอบผลงาน แบบประเมนิ ผลงาน ผู้เขา้ รับการ ร้อยละ 60
จุดประสงค์การเรยี นรู้ ฝกึ อบรม
1. เพอื่ ใหม้ ีความรคู้ วาม เขา้ ใจ การตรวจสอบผลงาน แบบประเมินผลงาน รอ้ ยละ 60
การขดั กันของผลประโยชน์ส่วน ผเู้ ข้ารับการ
ตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ฝกึ อบรม
เก่ียวกับการใช้ทรพั ยากรน้าและ
นา้ บาดาลในชีวติ จริง
2. เพื่อใหม้ ที กั ษะในการสอื่ สาร
เพอื่ ชป้ี ระเดน็ และ น้าอภิปราย
เพอื่ วิเคราะห์ การขดั กนั ของ
ผลประโยชน์ สว่ นตนและ
ผลประโยชน์ ส่วนรวมเกย่ี วกับ
การใช้ ทรพั ยากรน้าและน้า
บาดาล
8. บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้
8.1 ผลท่เี กดิ ขึน้ กับผู้เรียนตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้ข้อ 1
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
8.2 ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ กับผเู้ รียนตามจุดประสงค์การเรยี นรู้ข้อ 2
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
8.3 ผลที่เกิดขึ้นกับผ้เู รยี นตามจดุ ประสงค์การเรยี นรขู้ ้อ 3
................................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
8.4 สง่ิ ที่ควรปรบั ปรุงและพัฒนา
............................................................................................................................. ....................................................
........................................................................................................................................................................ .........
แผนการจดั การเรยี นรหู้ ลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศึกษา พ.ศ. 2564
เรื่อง การพทิ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ นา้ และน้าบาดาล
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 ความเสย่ี งและการทจุ รติ ดา้ นทรพั ยากรนา้ และนา้ บาดาล
กลมุ่ ผเู้ ขา้ รบั การฝกึ อบรม : วทิ ยากร ป.ป.ช. บคุ ลากรภาครฐั และรฐั วสิ าหกจิ เวลา 3 ชวั่ โมง
1. ผลการเรยี นรู้
มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์คุณภาพน้า การนาผลการวิเคราะห์ไปใช้ประโยชน์
ต่อการประกอบอาชีพ รวมถึงรู้เท่าทันการละเมิด หรือการกระทาความผิดเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรน้าและ
น้าบาดาลในชวี ติ และสามารถแยกแยะผลประโยชน์สว่ นตวั และส่วนรวมได้อย่างถูกต้อง
2. ผงั ความคดิ รวบยอดหลัก การขดุ ลอกแหลง่ นา้
การสบู นา้ จากแหลง่ นา้ สาธารณะ
การพฒั นาและ การคมนาคมทางนา้
การใชป้ ระโยชน์ การประมง
นา้ ผวิ ดนิ
ความเส่ียงและการทุจริต คณุ ภาพและการใช้ ผลการพฒั นาทง้ั ในเชงิ บวก
ด้านทรัพยากรนา้ ประโยชนน์ า้ และ และเชงิ ลบ
และนา้ บาดาล
นา้ บาดาลในชมุ ชน การใชป้ ระโยชนน์ า้ และนา้ บาดาล
แยกแยะผลประโยชน์ ในแตล่ ะภมู ภิ าค
สว่ นตวั และสว่ นรวม
ความพอเพยี งและความเออื้ อาทร
การสอื่ สาร การสอ่ื สารเพอ่ื สรา้ งความตระหนกั รู้
ความตน่ื รู้ และปรบั พฤตกิ รรม
ความรใู้ นการใชท้ รพั ยากรนา้ และนา้ บาดาล
การศกึ ษาความเสยี่ งและโอกาสทจ่ี ะเกดิ การทจุ รติ
การศกึ ษาผลจากการละเวน้
ระบบหรอื ชอ่ งทางในการตดิ ตอ่
3. ความคดิ รวบยอดหลัก
3.1 การพฒั นาและการใช้ประโยชนน์ า้ ผวิ ดิน
3.1.1 การขดุ ลอกแหล่งนา้ เช่น การขุดบ่อ การขุดสระ
3.1.2 การสบู นา้ จากแหล่งนา้ สาธารณะ โดยเฉพาะการสบู นา้ จากแหลง่ นา้ สาธารณะเพ่อื ทาการเกษตร
3.1.3 การคมนาคมทางน้า เชน่ คลอง แมน่ ้า และทะเล
3.1.4 การประมง เช่น คลอง แม่นา้ และทะเล
3.2 คุณภาพและการใช้ประโยชน์นา้ และนา้ บาดาลในชุมชน
3.2.1 ผลการพฒั นาทงั้ ในเชงิ บวกและเชงิ ลบ เปน็ การบรหิ ารจัดการด้านคุณภาพของนา้ บาดาล
โดยพจิ ารณาจากเกณฑม์ าตรฐานคุณภาพนา้ บาดาลสาหรับกจิ กรรมต่าง ๆ ทั้งการอปุ โภค
บริโภค การอุตสาหกรรม และการเกษตรกรรม
3.2.2 การใช้ประโยชน์น้าและน้าบาดาลในแตล่ ะภูมภิ าค จากทมี่ าตรฐานคุณภาพของน้าและ
นา้ บาดาลทีแ่ ตกต่างกนั ในแต่ละภูมิภาค สง่ ผลให้มีการใช้ประโยชนน์ ้าและน้าบาดาล
สาหรับกจิ กรรมต่าง ๆ ท่ีแตกต่างกนั
3.3 การสอ่ื สาร
3.3.1 การสอ่ื สารเพ่ือสร้างความตระหนกั รแู้ ละปรบั พฤติกรรม โดยการเสริมสรา้ งองค์ความรู้
ความเข้าใจ มีทักษะในการวเิ คราะห์นาไปสู่การปฏิบัตแิ ละการปรับเปลยี่ นพฤติกรรม
3.4 การแยกแยะผลประโยชน์สว่ นตัวและสว่ นรวม
3.4.1 ความพอเพียงและความเอ้อื อาทรต่อกนั ในการใช้ทรัพยากรน้า
3.4.2 ความต่ืนรู้ในการรักษาประโยชน์สาธารณะ ไม่ทิง้ ส่ิงปฏกิ ลู ลงในแหลง่ นา้ ไม่สรา้ ง
สิง่ ก่อสร้างหรอื กระทาการใด ๆ ท่เี ปน็ การลว่ งล้าลานา้
3.4.3 ความรู้ในการใชท้ รัพยากรน้า/ความรใู้ นการบาบดั น้าเสียจากครัวเรือน/ความรู้เกี่ยวกับ
การขออนุญาตขุดเจาะน้าบาดาล/ความรูแ้ ละทกั ษะในการสื่อสารกบั คนในชมุ ชน
3.4.4 การศึกษาความเสี่ยงและโอกาสที่จะเกิดการทจุ ริตจากการพัฒนาหรอื การใช้ประโยชน์
ด้านทรพั ยากรน้าและน้าบาลดาล เชน่ การอนมุ ตั ิ อนุญาต และการละเมิดหรอื การบกุ รกุ
ลานา้ สาธารณะ
3.4.5 การศกึ ษาผลจากการละเวน้ การปฏบิ ัติตามระเบียบ กฎหมาย
3.4.6 ระบบหรือช่องทางในการติดต่อสอบถาม ปรึกษา หรือชี้ช่องแจ้งเบาะแส ท่ีเข้าถึงง่ายและ
สะดวก
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. เพอื่ ให้รเู้ ทา่ ทนั การละเมิด หรอื การกระทาความผิดเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรน้าและน้าบาดาลในชวี ติ จริง
2. เพือ่ ใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจและทักษะในการวิเคราะห์คุณภาพนา้ และนาผลการวเิ คราะห์ไปใช้
ประโยชน์ต่ออาชพี ได้
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ออกแบบกจิ กรรมใหส้ ะท้อนโมเดล STRONG)
1. วทิ ยากรบรรยายให้ความรู้เกีย่ วกับการวเิ คราะห์คุณภาพน้า และนาผลการวิเคราะห์ไปใช้ประโยชน์ต่อ
อาชีพ รวมถึงสร้างความตระหนักเพื่อให้รู้เท่าทันการละเมิดหรือการกระทาความผิดเก่ียวกับการใช้ทรัพยากรน้า
และน้าบาดาลในชีวิตจริง เพื่อให้เกิดการป้องกันและต่อต้านการทุจริตอย่างถูกต้องโดยใช้เอกสาร คลิปวีดีโอทั้ง
ออนไลน์และออฟไลน์ และอนิ โฟกราฟฟิก ประกอบการบรรยาย (30 นาท)ี
2. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมร่วมกันอภิปรายกลุ่ม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และจัดทาผลงานกลุ่มเกี่ยวกับ
การพฒั นาและการใชป้ ระโยชน์นา้ ผวิ ดิน คุณภาพและการใช้ประโยชนน์ ้าและนา้ บาดาลในชุมชนท้งั ในเชงิ บวกและ
เชงิ ลบในแตล่ ะภูมิภาคของตนเอง รวมถึงแนวทางในการป้องกนั และตอ่ ต้านการทุจริต (45 นาท)ี
3. ผู้เข้ารบั การฝึกอบรมรว่ มกนั นาเสนอผลงานเก่ยี วกบั การพฒั นาและการใช้ประโยชนน์ า้ ผิวดิน คุณภาพ
และการใชป้ ระโยชน์นา้ และนา้ บาดาลในชุมชนทัง้ ในเชงิ บวกและเชงิ ลบในแต่ละภมู ิภาคของตนเอง รวมถึงแนวทาง
ในการป้องกนั และตอ่ ตา้ นการทจุ ริต โดยใช้สื่อการนาเสนอ เช่น Power point (45 นาท)ี
4. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมศึกษาดูงานการสารวจแหล่งน้าในชุมชนหรือท้องถิ่น เช่น แม่น้า ลาคลอง อ่างเก็บน้า
แหล่งน้าประปาชุมชน ท่าเรือ แหล่งทาการประมงในชุมชนหรือท้องถ่ิน แล้วนามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันใน
ประเด็นการวิเคราะห์คุณภาพน้า และนาผลการวิเคราะห์ไปใช้ประโยชน์ต่ออาชีพ รวมถึงการละเมิดหรือการ
กระทาความผิดเกย่ี วกบั การใช้ทรพั ยากรน้าและน้าบาดาล ระบบหรือช่องทางในการตดิ ต่อสอบถาม (90 นาท)ี
5. วิทยากรและผู้เข้ารับการฝึกอบรมร่วมกันสรุปสาระสาคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงและการทุจริตด้าน
ทรพั ยากรน้าและนา้ บาดาล (15 นาท)ี
6. สอ่ื การเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
1. เอกสารเก่ียวกบั ทรัพยากรน้าและนา้ บาดาล
2. คลิปวีดโี อเกี่ยวกับทรัพยากรนา้ และนา้ บาดาล
3. อินโฟกราฟฟิกเกี่ยวกับทรพั ยากรนา้ และน้าบาดาล
4. แหล่งนา้ ในพ้นื ที่ชมุ ชุนหรือทอ้ งถ่ิน
7. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั เครอื่ งมือวดั แหลง่ ข้อมลู เกณฑ์การผา่ น
ผู้เข้ารับการ 80%
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ การสังเกต แบบสงั เกต ฝกึ อบรม
1. เพ่ือให้รู้เท่าทันการละเมิด หรือการ พฤตกิ รรมการ พฤตกิ รรมการ 80%
ก ร ะ ท า ค ว า ม ผิ ด เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ใ ช้ ปฏบิ ัติงานกลมุ่ หรือ ปฏิบตั งิ านกลมุ่ หรือ ผลงาน
ทรพั ยากรนา้ และน้าบาดาลในชวี ติ จรงิ การอภปิ ราย การอภปิ ราย
2. เพือ่ ใหม้ ีความร้คู วามเข้าใจและทกั ษะ การประเมิน แบบประเมนิ ผลงาน
ในการวิเคราะห์คุณภาพน้า และนาผล ผลงาน
การวิเคราะห์ไปใช้
ประโยชน์ต่ออาชพี ได้
8. บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้
8.1 ผลที่เกิดขน้ึ กับผเู้ รียนตามจุดประสงค์การเรยี นร้ขู ้อ 1
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
8.2 ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ กับผู้เรียนตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ข้อ 2
................................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
8.3 ส่งิ ท่เี ป็นจุดแขง็ ของการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................................................ .....................
8.4 สิง่ ทค่ี วรปรับปรงุ และพัฒนา
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
แบบประเมนิ ความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ทรพั ยากรนา้ และนา้ บาดาล
(ใชป้ ระเมนิ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ขอ้ 1)
คาชแี้ จง พจิ ารณาคณุ ภาพผลงานของผูเ้ รยี นแล้วบนั ทึกคะแนนลงในรายการประเมนิ ให้ครบทุกข้อ
รายการประเมิน คะแนน ผลการ
รวม ประเมิน
ความรู้ความเขา้ ใจ ความรู้ความเข้าใจ ความรู้ความเขา้ ใจ (คะแนน (80% =
เต็ม 15) 12 คะแนน)
ช่ือ – นามสกุล เกี่ยวกบั ทรพั ยากรน้า เก่ยี วกับทรัพยากร การใช้ประโยชน์
(คะแนนเตม็ 5) นา้ บาดาล ทรพั ยากรนา้ บาดาล
(คะแนนเตม็ 5) ในทอ้ งถิ่น
(คะแนนเตม็ 5)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ผลงานสะท้อนคุณภาพตามรายการประเมินอยา่ งถกู ต้อง เชื่อมโยงกนั มีเหตผุ ล
ให้ 5 คะแนน เมอ่ื ผลงานสะท้อนคุณภาพตามรายการประเมินอย่างถูกตอ้ ง เช่ือมโยงกัน
ให้ 4 คะแนน เม่อื ผลงานสะทอ้ นคณุ ภาพตามรายการประเมินอย่างถูกตอ้ ง แต่ขาดการเช่ือมโยง
ให้ 3 คะแนน เมอื่ ผลงานยังไม่สะทอ้ นคุณภาพตามรายการประเมนิ
ให้ 2 คะแนน เมื่อ ผลงานยังไม่สะทอ้ นคณุ ภาพตามรายการประเมนิ ถูกต้อง และขาดการเชือ่ มโยง
ให้ 1 คะแนน เมื่อ
แบบประเมนิ วเิ คราะหส์ ภาพทรพั ยากรนา้ และนา้ บาดาลในระดบั ภูมภิ าค
(ใชป้ ระเมนิ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูข้ อ้ 2)
คาชแ้ี จง พิจารณาคณุ ภาพผลงานของผเู้ รียนแล้วบันทึกคะแนนลงในรายการประเมินให้ครบทุกข้อ
ชือ่ – นามสกลุ รายการประเมนิ คาดการณอ์ นาคต คะแนน ผลการ
ของสภาพทรัพยากร รวม ประเมนิ
จาแนกความแตกต่าง เชื่อมโยงขอ้ มลู (คะแนน (80% =
ของสภาพทรพั ยากร ขอ้ เท็จจริงของ น้า เต็ม 15) 12 คะแนน)
และนา้ บาดาล
นา้ สภาพทรพั ยากรนา้ ในระดับภมู ภิ าค
และน้าบาดาล และน้าบาดาล (คะแนนเต็ม 5)
ในระดับภมู ภิ าค ในการวิเคราะห์
(คะแนนเตม็ 5) (คะแนนเต็ม 5)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ผลงานสะทอ้ นคณุ ภาพตามรายการประเมนิ มีข้อมูลสนับสนนุ มเี หตุผล
ให้ 5 คะแนน เมื่อ ผลงานสะทอ้ นคุณภาพตามรายการประเมนิ มีข้อมูลสนับสนุน
ให้ 4 คะแนน เมื่อ ผลงานสะทอ้ นคุณภาพตามรายการประเมิน แต่ใชข้ ้อมลู สนับสนนุ ไม่เพยี งพอ
ให้ 3 คะแนน เมอ่ื ผลงานยังไม่สะทอ้ นคุณภาพตามรายการประเมิน ขาดข้อมูลสนบั สนุน
ให้ 2 คะแนน เมอื่ ผลงานยังไม่สะท้อนคุณภาพตามรายการประเมิน ขาดข้อมูลและเหตุผลสนบั สนนุ
ให้ 1 คะแนน เมื่อ
แผนการจดั การเรยี นรหู้ ลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา พ.ศ. 2564
เรอ่ื ง การพทิ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติ นา้ และนา้ บาดาล
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ผพู้ ทิ กั ษส์ ายนา้
กลมุ่ ผเู้ ขา้ รบั การฝกึ อบรม : กลมุ่ วทิ ยากร ป.ป.ช. บคุ ลากรภาครฐั และรฐั วสิ าหกจิ เวลา 6 ชวั่ โมง
1. ผลการเรยี นรู้
มคี วามรูส้ ึกเป็นเจา้ ของเจตคตหิ วงแหนทรัพยากร้นแ้ ละ้น้บาดาลโดยการแสดงออกถงึ การมีสว่ นร่วมในการ
เฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส การกระทาความผิดเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรน้าและน้าบาดาล และสามารถรว่ มตรวจสอบ
และแก้ไขการละเมิดทรัพยากรน้าและน้าบาดาลได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
2. ผงั ความคดิ รวบยอดหลัก
ผลกระทบทเ่ี กดิ จากการใชแ้ ละพฒั นาทไี่ มถ่ กู ตอ้ ง
STRONG Model การปลกู ฝงั ความรสู้ กึ เปน็ เจา้ ของ
ผ้พู ทิ กั ษส์ ายนา้ การปฏบิ ตั ติ นเปน็ แบบอยา่ ง Role Model
การรว่ มกจิ กรรมสาธารณะประโยชน์
การเฝา้ ระวงั แจง้ เบาะแส (ขนั้ พนื้ ฐาน)
ผลกระทบทเ่ี กดิ จากการใชแ้ ละพฒั นาทไี่ มถ่ กู ตอ้ ง
ระบบหรอื ชอ่ งทางในการตดิ ตอ่ สองถาม ปรกึ ษา หรอื ชช้ี อ่ งแจง้ เบาะแส
3. ความคดิ รวบยอดหลกั
1. ผลกระทบท่เี กดิ จากการใชแ้ ละพัฒนาท่ไี มถ่ ูกตอ้ ง เนื่องจากมกี ารพัฒนานา้ บาดาลเพ่ือการอปุ โภค
บริโภค เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมมากเกนิ กวา่ ปริมาณนา้ ท่ธี รรมชาติจะเพ่มิ เตมิ และเกดิ ผลกระทบตามมา
เชน่ ดินทรุด การรุกลา้ องน้าเค็มสู่แหล่งน้าจดื ตลอดจนการปนเป้อื นของสารพิษในนา้ บาดาล ปญั หาเหลา่ นจ้ี ึง
จาเป็นต้องได้รบั การแก้ไขโดยเร่งดว่ น
2. STRONG Model
2.1 การปลูกฝังความรู้สึกเป็นเจ้าของ มีการเสนอแนะให้บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมใน
โรงเรียน โดยโรงเรียนควรมีคณะกรรมการบริหารจัดการน้าโดยการมีส่วนร่วมในลักษณะไตรภาคี ประกอบด้วย
ตัวแทนจาก กรมทรพั ยากรน้าบาดาล โรงเรยี น และชมุ ชน
2.2 การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง Role Model มีกรณีศึกษาการพัฒนาอย่าย่ังยืน ที่ควรใช้เป็นตัว
แบบท่ีดี คอื การบริหารจัดการทรัพยากรน้าบาดาลในเขตวิกติการณ์น้าบาดาล มมี าตรการควบคุมการใช้นา้ บาดาล
2.3 การร่วมกิจกรรมสาธารณะประโยชน์เกี่ยวกับการพิทักษ์ทรัพยากรน้าในชุมชนหรือท้องถิ่น
วิธีการเติมน้าที่ประชาชนทั่วไป และหน่วยงานส่วนท้องถ่ินสามารถนาไปดาเนินการด้เอง เช่น การเติมน้าฝนผ่าน
หลงั คาลงใต้ดนิ การเตมิ น้าผา่ นบ่อ การเตมิ นา้ ผา่ นสระ
2.4 การเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส (ขั้นพื้นฐาน) สานักงาน ป.ป.ช. ได้ดาเนินงานโครงการปักหมุด
พน้ื ทเี่ สยี่ งตอ่ การทจุ ริต
2.5 ผลกระทบที่เกิดจากการใช้และพัฒนาท่ีไม่ถูกต้อง เนอ่ื งจากมีการพัฒนาน้าบาดาลเพ่ือการอุโภค
บริโภค เกษตรกรรมและอตุ สาหกรรมมากเกนิ กวา่ ปรมิ าณน้าทธ่ี รรมชาติจะเพม่ิ เติม และเกดิ ผลกระทบตามมา เชน่
ดินทรุด การรุกล้าองน้าเค็มสู่แหล่งน้าจืด ตลอดจนการปนเปื้อนของสารพิษในน้าบาดาล ปัญหาเหล่าน้ีจึงจาเป็นต้อง
ไดร้ ับการแกไ้ ขโดยเรง่ ด่วน
2.6 ระบบหรือช่องทางในการติดต่อ สองถาม ปรึกษา หรือชี้ช่องแจ้งเบาะแส สานักงาน ป.ป.ช.
ไดด้ าเนินงานโครงการปักหมุดพ้ืนที่เสี่ยงต่อการทจุ รติ
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. เพอื่ ให้มีเจตคติหวงแหนทรัพยากรน้าและน้าบาดาลโดยการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการเฝา้ ระวัง
แจ้งเบาะแส การกระทาความผดิ เก่ยี วกับการใชท้ รพั ยากรน้าและน้าบาดาล
2. เพอ่ื ใหส้ ามารถรว่ มตรวจสอบและแก้ไขการละเมิดทรพั ยากรนา้ และน้าบาดาลได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ออกแบบกจิ กรรมใหส้ ะทอ้ นโมเดล STRONG)
1. วิทยากรบรรยายปลูกฝังความรู้สึกเป็นเจ้าของ และสร้างเจตคติหวงแหนทรัพยากรน้าและน้าบาดาล
โดยใช้ คลิปวดี โี อ และอนิ โฟกราฟฟิกประกอบการบรรยาย (30 นาท)ี
2. วิทยากรบรรยายเกี่ยวกับ กระบวนการ รวมทั้งระบบหรือช่องทางในการติดต่อสอบถามปรึกษา หรือช้ี
ชอ่ งแจ้งเบาะแส โดยใชค้ ลิปวดี ีโอ และอนิ โฟกราฟฟกิ ประกอบการบรรยาย (30 นาที)
3. ผู้เข้ารับการอบรมสืบค้นสารวจสถานการณ์การใช้และพัฒนาทรัพยากรน้าและน้าบาดาลที่ไม่ถูกต้อง
นาข้อมูลมาวเิ คราะห์ ผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ แล้วนาเสนอเพ่ือและแลกเปล่ยี นเรียนร้รู ่วมกัน (60 นาที)
4. ผู้เข้ารับการอบรมร่วมกันอภิปรายกลุ่มเกี่ยวกับการเฝ้าระวังแจ้งเบาะแส การกระทาความผิดเก่ียวกับ
การใชท้ รพั ยากรนา้ และน้าบาดาล แล้วนาเสนอเพอ่ื และแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ร่วมกัน (60 นาที)
5. ผเู้ ขา้ รบั การอบรมศกึ ษาดงู านการตรวจสอบและแก้ไขการละเมดิ ทรัพยากรน้าและนา้ บาดาล แล้วนามา
แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ร่วมกัน (120 นาที)
6. วทิ ยากรและผู้เขา้ รบั การอบรมรว่ มกนั สรปุ ความร้รู ่วมกนั (60 นาท)ี
6. ส่ือการเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
1. เอกสาร
2. ภาพยนต์สน้ั หรือคลปิ วีดิโอ(ทง้ั ออนไลน์และออฟไลน์)\
3. สถานการณป์ ญั หา
3. อนิ โฟกราฟฟิก
7. การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี ารวัด เคร่อื งมือวัด แหล่งข้อมลู เกณฑก์ ารผ่าน
70%
1. เพือ่ ใหม้ เี จตคตหิ วงแหน 1 การทดสอบหลัง 1 แบบทดสอบหลัง ผู้เขา้ รับการ
เรยี นหรอื หลงั ทา อบรม
ทรัพยากรนา้ และนา้ บาดาลโดย เรยี นหรือหลงั ทา กิจกรรม
2 แบบสงั เกตการ
การแสดงออกถงึ การมสี ว่ นร่วม กิจกรรม ปฏบิ ตั ิงานกลมุ่
การอภปิ ราย
ในการเฝ้าระวงั แจง้ เบาะแส การ 2 การสงั เกตจากการ
1 แบบทดสอบหลงั
กระทาความผดิ เกยี่ วกบั การใช้ ปฏิบัตงิ านกลมุ่ เรียนหรอื หลังทา
กิจกรรม
ทรัพยากรนา้ และนา้ บาดาล 2 แบบสังเกตการ
ปฏบิ ตั ิงานกลมุ่
2. เพือ่ ให้สามารถรว่ มตรวจสอบ 1 การทดสอบหลัง ผูเ้ ขา้ รับการ 70%
การอภิปราย อบรม
และแก้ไขการละเมดิ ทรพั ยากร เรียนหรือหลงั ทา
นา้ และนา้ บาดาลไดอ้ ยา่ งมี กิจกรรม
ประสิทธภิ าพ 2 การสงั เกตจากการ
ปฏบิ ตั งิ านกลมุ่
8. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้
8.1 ผลท่เี กิดข้ึนกับผู้เรยี นตามจุดประสงค์การเรียนรู้ข้อ 1
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
8.2 ผลที่เกิดขน้ึ กับผู้เรยี นตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้ข้อ 2
................................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
8.3 สิ่งทีเ่ ปน็ จดุ แขง็ ของการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
8.4 สงิ่ ท่คี วรปรับปรุงและพัฒนา
............................................................................................................................ .....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
แบบประเมนิ ความรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกบั ทรพั ยากรนา้ และนา้ บาดาล
(ใชป้ ระเมนิ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูข้ อ้ 1)
คาชแี้ จง พจิ ารณาคณุ ภาพผลงานของผเู้ รียนแลว้ บันทกึ คะแนนลงในรายการประเมนิ ให้ครบทุกข้อ
รายการประเมิน
ความรูค้ วามเข้าใจ ความรู้ความเข้าใจ ความรคู้ วามเข้าใจ คะแนน ผลการ
การใช้ประโยชน์ รวม ประเมิน
ช่ือ – นามสกุล เก่ยี วกับทรัพยากรนา้ เกย่ี วกบั ทรัพยากร ทรัพยากรน้าบาดาล (คะแนน (80% =
เต็ม 15) 12 คะแนน)
(คะแนนเตม็ 5) นา้ บาดาล ในท้องถิน่
(คะแนนเต็ม 5)
(คะแนนเตม็ 5)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ผลงานสะทอ้ นคณุ ภาพตามรายการประเมินอยา่ งถกู ต้อง เชื่อมโยงกนั มีเหตผุ ล
ให้ 5 คะแนน เมอ่ื ผลงานสะท้อนคุณภาพตามรายการประเมินอยา่ งถูกตอ้ ง เช่ือมโยงกัน
ให้ 4 คะแนน เมื่อ ผลงานสะท้อนคณุ ภาพตามรายการประเมินอย่างถูกตอ้ ง แต่ขาดการเช่ือมโยง
ให้ 3 คะแนน เมื่อ ผลงานยังไม่สะทอ้ นคุณภาพตามรายการประเมนิ
ให้ 2 คะแนน เมื่อ ผลงานยงั ไม่สะท้อนคณุ ภาพตามรายการประเมนิ ถูกต้อง และขาดการเชือ่ มโยง
ให้ 1 คะแนน เมอ่ื
แบบประเมนิ วเิ คราะหส์ ภาพทรพั ยากรน้าและนา้ บาดาลในระดบั ภูมภิ าค
(ใชป้ ระเมนิ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้ขู ้อ 2)
คาชแ้ี จง พิจารณาคณุ ภาพผลงานของผเู้ รียนแลว้ บนั ทึกคะแนนลงในรายการประเมินให้ครบทกุ ข้อ
ชือ่ – นามสกลุ รายการประเมนิ คาดการณ์อนาคต คะแนน ผลการ
ของสภาพทรพั ยากร รวม ประเมนิ
จาแนกความแตกต่าง เชอ่ื มโยงข้อมูล (คะแนน (80% =
ของสภาพทรพั ยากร ข้อเท็จจรงิ ของ น้า เต็ม 15) 12 คะแนน)
และน้าบาดาล
นา้ สภาพทรพั ยากรนา้ ในระดบั ภมู ภิ าค
และน้าบาดาล และนา้ บาดาล (คะแนนเตม็ 5)
ในระดับภมู ภิ าค ในการวเิ คราะห์
(คะแนนเตม็ 5) (คะแนนเต็ม 5)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ผลงานสะท้อนคุณภาพตามรายการประเมนิ มีข้อมูลสนับสนนุ มเี หตุผล
ให้ 5 คะแนน เมื่อ ผลงานสะทอ้ นคุณภาพตามรายการประเมนิ มีข้อมูลสนบั สนุน
ให้ 4 คะแนน เมื่อ ผลงานสะทอ้ นคณุ ภาพตามรายการประเมนิ แต่ใชข้ ้อมลู สนับสนนุ ไม่เพยี งพอ
ให้ 3 คะแนน เมอ่ื ผลงานยังไม่สะท้อนคุณภาพตามรายการประเมิน ขาดข้อมูลสนบั สนุน
ให้ 2 คะแนน เมอื่ ผลงานยังไม่สะท้อนคณุ ภาพตามรายการประเมนิ ขาดข้อมูลและเหตุผลสนบั สนนุ
ให้ 1 คะแนน เมื่อ
หน่วยที่ 1
01 02 03
ความหมาย การเปลยี่ นแปลง กฎหมาย /
กรณีศกึ ษา
นิยาม ผลกระทบตอ่ ภาคสว่ นตา่ ง ๆ
- การทาธุรกรรมทางการเงิน - พ.ร.บ. คอมพวิ เตอร ์ฯ
- การซอื้ ขายสนิ คา้ - การกูย้ มื เงินออนไลน์
- Platform ในการประชมุ อบรม - ชอ่ งทางรอ้ งเรยี นออนไลน์
การเรยี นการสอน
ฯลฯ
01 นิยามความหมายของ
Digital Disruption
ความหมายของ Digital Disruption
● การเปลยี่ นแปลงทนี่ าวธิ กี ารทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพกวา่ มาทาลาย
รูปแบบทมี่ อี ยูด่ ง้ั เดมิ ซงึ่ เป็ นผลมาจากเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ทพี่ ฒั นาไป
อยา่ งรวดเรว็
● การเขา้ มาของแหล่งขอ้ มูลมหาศาล ทสี่ ามารถเขา้ ถงึ ไดด้ ว้ ยการ
สอื่ สารอนิ เทอรเ์ น็ตทเี่ ชอื่ มตอ่ กนั ทว่ั โลก ทาใหโ้ ลกเปลยี่ นแปลงใน
ทุกดา้ นอย่างไม่อาจคาดเดาได้ รวมไปถงึ การเรยี นรูแ้ ละระบบ
การศกึ ษา
02 ความเปลยี่ นแปลงทาง
Digital Disruption
กฎหมาย -
03 กรณีศกึ ษา
Digital Disruption
โอกาสและภยั
ท่เี กดิ จาก
Digital Disruption
โอกาสและภยั ที่เกดิ จาก Digital Disruption
กจิ กรรม...
https://www.menti.com/ed9wi1oaky
17
+โอกาสเชิงบวก
● Digitize Process จะลดขนั้ ตอนการทาธุรกรรมกบั ภาครัฐและลดโอกาสในการ
ทจุ ริต
● Cashless society ทาให้สามารถตรวจสอบเสน้ ทางการเงินได้งา่ ยข้นึ
● National identity ช่วยตรวจสอบตวั ตนของผู้ทาธรุ กรรมได้แมน่ ยาข้นึ
● Social Media ชว่ ยเผยแพรข่ อ้ มลู สสู่ าธารณะชว่ ยใหป้ ระชาชนท่วั ไปมีส่วนรว่ ม
ในการตรวจสอบการทุจรติ มากขนึ้
18
19