คำนำ
องค์ความรู้ เรื่อง การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดของเจ้าพนักงานของรัฐ ตามมาตรา 128
แห่งพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 จัดทาข้ึน
เพื่อให้ผู้อ่านทราบถึงหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดของเจ้าพนักงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128 ซ่ึงมุ่งหวังท่ีจะ
ควบคุมพฤติกรรม “เจ้าพนักงานของรัฐ” ในการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใด ในขณะที่ยังเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ
หรอื พน้ จากการเป็นเจ้าพนักงานของรัฐแล้วยังไม่ถึงสองปี ซ่ึงในบางคร้ังอาจต้องตกอยู่ในสถานการณ์ท่ีมีผู้ให้ทรัพย์สิน
หรือประโยชน์อนื่ ใด อนั อาจเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้รับทรัพย์สินนั้น ปฏิบัติหน้าที่หรือดาเนินการใช้ดุลยพินิจ
วนิ จิ ฉยั หรือสั่งการ ทอ่ี าจเกิดความเอนเอยี งไม่เป็นธรรม จนอาจนาไปสู่การทุจรติ คอร์รปั ชนั
คณะผ้จู ดั ทาหวังเปน็ อยา่ งยิง่ ว่า องค์ความรู้ เร่ือง การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดของเจ้าพนักงานของรัฐ
ตามมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการจัดการความรู้ของกรมท่ีดิน ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จะเป็นประโยชน์
ต่อบุคลากรกรมท่ีดิน สามารถนาไปปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากมีความผิดพลาดประการใด
ขอนอ้ มรบั ไว้ ณ โอกาสนี้
ศนู ย์ปฏบิ ตั ิการต่อต้านการทุจริต กรมท่ดี นิ
กองฝึกอบรม
กรมท่ีดนิ กระทรวงมหาดไทย
สำรบัญ
หนำ้
กฎหมำยทเ่ี ก่ียวข้องกับกำรรับทรัพย์สนิ หรือประโยชนอ์ น่ื ใด 1
1. พระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ พ.ศ. 2561 1
2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาติ เรือ่ ง หลักเกณฑ์ 2
การรบั ทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ พ.ศ. 2563
3. ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรีว่าดว้ ยการให้หรือรบั ของขวัญของเจ้าหน้าท่ขี องรฐั พ.ศ. 2544 3
4. ประมวลกฎหมายอาญา 5
5. พระราชบัญญตั ริ ะเบียบข้าราชการพลเรอื น พ.ศ. 2551 5
6. พระราชบญั ญตั มิ าตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 5
บทกำหนดโทษ 6
1. โทษทางจริยธรรมและโทษทางวนิ ยั หรือเปน็ เหตใุ ห้พ้นจากตาแหน่ง 6
- พระราชบัญญัติขา้ ราชการพลเรอื น พ.ศ. 2551 6
- ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรอื น 6
- ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรวี ่าดว้ ยการให้หรือรับของขวญั ของเจา้ หน้าท่ีของรัฐ พ.ศ. 2544 6
2. โทษทางอาญา 7
- พระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 7
- ประมวลกฎหมายอาญา 7
- ตารางเปรียบเทียบกฎหมายท่เี กีย่ วกบั การรับทรัพยส์ นิ หรือประโยชนอ์ น่ื ใด 8
กำรรับทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์อ่ืนใดตำมกฎหมำยคณะกรรมกำร ป.ป.ช. 10
1. คานยิ ามของมาตรา 128 10
2. หลักสาคัญของมาตรา 128 11
3. ข้อยกเว้นในการรบั ทรพั ยส์ นิ หรือประโยชน์อื่นใด 13
4. การดาเนินการกรณีท่ีเจา้ พนักงานของรฐั รบั ทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์อื่นใดทีไ่ มเ่ ปน็ ไปตาม 15
หลักเกณฑแ์ ละจานวนท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
5. ตัวอยา่ งการรายงานทรัพย์สนิ หรือประโยชน์อนื่ ใดอนั อาจคานวณเป็นเงนิ ได้ 17
6. ผลของการฝา่ ฝืนมาตรา 128 และบทกาหนดโทษ 19
7. ผงั แนวทางการปฏบิ ตั ิตามหลกั เกณฑใ์ นการรับทรัพย์สนิ หรือประโยชนอ์ ่นื ใด 20
หลักเกณฑใ์ นกำรรับทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์อ่ืนใดของเจ้ำพนักงำนของรัฐตำมมำตรำ 128 21
เปรียบเทียบกบั หลักเกณฑ์ตำมกฎหมำยอน่ื
1. การรบั ทรัพยสนิ หรือประโยชนอ่นื ใดตามความในมาตรา 128 กบั การใหห้ รือการรับของขวญั 21
ของเจ้าหน้าที่ของรฐั ตามระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรวี ่าด้วยการให้หรอื การรบั ของขวญั ของ
เจา้ หน้าที่ของรฐั พ.ศ. 2544
2. การรบั ทรัพย์สินหรือประโยชนอ์ ่นื ใดตามความในมาตรา 128 กับการเรียกรับสินบน 25
ของเจา้ พนกั งานของรฐั
3. ขอ้ พิจารณาระหว่างการรับทรัพย์สินหรอื ประโยชนอ์ ื่นใดตามความในมาตรา 128 28
กบั การดาเนินการเรย่ี ไรและการรบั บริจาคของเจ้าพนกั งานของรฐั
สำรบญั (ตอ่ )
บทสรุป หน้ำ
30
ภำคผนวก 32
1. ประกาศคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตแหง่ ชาติ เรือ่ ง หลักเกณฑ์ 33
การรับทรพั ยส์ นิ หรือประโยชนอ์ ่นื ใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ พ.ศ. 2563 36
2. แบบรายงานทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่นื ใดอนั อาจคานวณเป็นเงนิ ได้ 38
บรรณำนุกรม
ตำมมำตรำ ๑๒๘ แหง่ พระรำชบัญญตั ิ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยกำรปอ้ งกนั
และปรำบปรำมกำรทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑
กฎหมำยท่ีเกย่ี วข้องกับกำรรบั ทรัพย์สนิ
หรือประโยชน์อนื่ ใด
กฎหมายที่เก่ียวข้องกับบทบัญญัติของกฎหมายที่เก่ียวกับการห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐ
รับทรัพยส์ ินหรือประโยชนอ์ ่ืนใด ตามมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการทจุ ริต พ.ศ. 2561
1. พระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวำ่ ด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริต พ.ศ. 2561
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ได้บัญญตั หิ ้ามเจา้ พนกั งานของรฐั รบั ทรพั ยส์ นิ หรอื ประโยชนอ์ ื่นใดซึ่งจะเป็นต้นเหตุนาไปสู่การดาเนินการที่เป็น
การขดั กนั ระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชนส์ ว่ นรวม ดังน้ี
“เจ้ำพนักงำนของรัฐ” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองตุลาการ
ศาลรัฐธรรมนูญ ผดู้ ารงตาแหนง่ ในองค์กรอิสระ และคณะกรรมการ ป.ป.ช.
มำตรำ 128 ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณ
เป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับท่ีออก
โดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา
ตามหลักเกณฑ์และจานวนท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
ความในวรรคหนึง่ มใิ ห้ใช้บังคับกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดจากบุพการี ผู้สืบสันดาน
หรอื ญาติทีใ่ ห้ตามประเพณี หรอื ตามธรรมจรรยาตามฐานานรุ ปู
บทบัญญัติในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของผู้ซ่ึงพ้นจาก
การเป็นเจา้ พนกั งานของรัฐมาแล้วยังไม่ถึงสองปีดว้ ยโดยอนุโลม
มำตรำ 173 เจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าท่ีของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าท่ีขององค์การ
ระหวา่ งประเทศ ผูใ้ ดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสาหรับตนเองหรือผู้อ่ืนโดยมิชอบ
เพ่ือกระทาการหรอื ไม่กระทาการอย่างใดในตาแหนง่ ไมว่ ่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าท่ีต้องระวางโทษ
จาคกุ ตง้ั แตห่ า้ ปถี งึ ย่ีสบิ ปี หรอื จาคกุ ตลอดชีวิต และปรบั ตัง้ แต่หนึง่ แสนบาทถงึ สแ่ี สนบาท
มำตรำ 174 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าท่ีของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าท่ี
ขององค์การระหว่างประเทศ กระทาการหรือไม่กระทาการอย่างใดในตาแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สิน
หรอื ประโยชน์อื่นใด ซ่งึ ตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนท่ีตนได้รับแต่งตั้งในตาแหน่งนั้น ต้องระวางโทษ
จาคุกตั้งแต่หา้ ปีถึงยี่สิบปี หรอื จาคกุ ตลอดชีวิต และปรบั ตง้ั แตห่ นึง่ แสนบาทถึงสีแ่ สนบาท
มำตรำ 175 ผ้ใู ดเรยี ก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์อื่นใดสาหรับตนเอง หรือผู้อ่ืน
เปน็ การตอบแทนในการทจ่ี ะจูงใจหรือไดจ้ งู ใจ เจ้าพนกั งานของรฐั เจา้ หน้าท่ขี องรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่
ขององค์การระหว่างประเทศ โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทาการ
หรือไม่กระทาการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน
หนง่ึ แสนบาท หรือท้ังจาทั้งปรับ
-2-
2. ประกำศคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริตแห่งชำติ เร่ือง หลักเกณฑ์กำรรับ
ทรัพย์สนิ หรอื ประโยชนอ์ ่ืนใดโดยธรรมจรรยำของเจำ้ พนักงำนของรัฐ พ.ศ. 2563
ประกาศฉบับนี้ได้กาหนดคานิยามความหมายของ การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใด
โดยธรรมจรรยา ญาติ หรือประโยชนอ์ ่นื ใดอันอาจคานวณเปน็ เงนิ ได้ ไวด้ งั นี้
“กำรรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดโดยธรรมจรรยำ” หมายความว่า การรับทรัพย์สินหรือ
ประโยชนอ์ ่ืนใดอันอาจคานวณเปน็ เงินไดจ้ ากบุคคลท่ีใหก้ ันในโอกาสเทศกาลหรือวันสาคัญ และให้หมายความ
ร ว ม ถึ ง ก า ร รั บ ท รั พ ย์ สิ น ห รื อ ป ร ะ โ ย ช น์ อ่ื น ใ ด อั น อ า จ ค า น ว ณ เ ป็ น เ งิ น ไ ด้ ใ น โ อ ก า ส ก า ร แ ส ด ง ค ว า ม ยิ น ดี
การแสดงความขอบคุณ การต้อนรับ การแสดงความเสียใจ หรอื การให้ตามมารยาทท่ีถือปฏิบัติกนั ในสงั คมด้วย
“ญำติ” หมายความว่า พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน ลุง ป้า น้า อา
คูส่ มรส ผู้บพุ การหี รอื ผู้สืบสนั ดานของค่สู มรส บุตรบญุ ธรรมหรือผู้รบั บุตรบญุ ธรรม
“ประโยชน์อื่นใดอันอำจคำนวณเป็นเงินได้” หมายความว่า ส่ิงท่ีมีมูลค่า ได้แก่ การลดราคา
การรับความบนั เทิง การรบั บริการ การรับการฝึกอบรม หรือสิ่งอ่ืนใดในลักษณะเดียวกันนอกจากการกาหนด
คานิยามความหมายไว้ตามข้างต้นแล้ว ประกาศฉบับน้ียังได้วางหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สิน ท่ีไม่เป็นการ
ต้องหา้ มตามพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู ฯ มาตรา 128 ไวใ้ นกรณีต่าง ๆ เพ่ือให้เจ้าพนักงานของรัฐต้อง
ทราบและถือปฏบิ ตั ดิ ังตอ่ ไปนี้
ขอ้ 5 หา้ มมิให้เจา้ พนักงานของรฐั ผ้ใู ดรบั ทรัพยส์ ินหรอื ประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้
นอกเหนือจากการรับทรัพยส์ ินหรือประโยชนอ์ นั ควรไดต้ ามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอานาจ
ตามบทบญั ญตั ิแหง่ กฎหมาย เวน้ แตก่ ารรับทรพั ย์สนิ หรือประโยชนอ์ ื่นใดโดยธรรมจรรยาท่กี าหนดไวใ้ นประกาศน้ี
ขอ้ 6 เจา้ พนักงานของรัฐจะรบั ทรัพยส์ นิ หรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาได้ ดงั ต่อไปนี้
(1) ทรัพยส์ นิ หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้จากผู้ใดซึ่งมิใช่ญาติ ท่ีมีราคา
หรอื มูลคา่ ในการรบั จากแต่ละบคุ คล แต่ละโอกาสไม่เกินสามพนั บาท
(2) ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้ท่ีการให้นั้น เป็นการให้
ในลกั ษณะใหก้ ับบุคคลทั่วไป
ข้อ 7 การรบั ทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้ท่ีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์
หรือมีราคาหรอื มมี ลู ค่ามากกว่าท่ีกาหนดไว้ในข้อ 6 ซ่ึงเจ้าพนักงานของรัฐได้รับมาโดยมีความจาเป็นอย่างย่ิง
ท่ีต้องรับไว้เพ่ือรักษาไมตรี มิตรภาพ หรือความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล เจ้าพนักงานของรัฐผู้น้ันต้องแจ้ง
รายละเอียดขอ้ เทจ็ จรงิ เกี่ยวกบั การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดนั้นต่อหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสูงสุด
ของรฐั วิสาหกจิ หรือผบู้ ริหารสูงสุดของหน่วยงานอ่ืนของรัฐ สถาบัน หรือองค์กรที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้น้ันสังกัด
ภายในสามสบิ วนั นับแต่วนั ท่ีได้รับสิ่งนนั้ ไว้ เพ่ือให้วินิจฉัยว่า มีเหตุผลความจาเป็นความเหมาะสม และสมควร
ท่ีจะให้เจ้าพนักงานของรฐั ผูน้ นั้ รบั ทรัพยส์ ินหรือประโยชนอ์ ่ืนใดนั้นไว้เปน็ สทิ ธิของตนหรือไม่
ในกรณีท่ีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หรือผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่น
ของรัฐ สถาบนั หรือองคก์ รที่เจา้ พนักงานของรัฐผนู้ ้ันสงั กัด มคี าสงั่ ว่าไม่สมควรรบั ทรพั ยส์ นิ หรอื ประโยชน์อ่ืนใดดังกล่าว
ก็ให้คืนทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดนั้นแก่ผู้ให้โดยทันที ในกรณีท่ีไม่สามารถคืนให้ได้ ให้เจ้าพนักงานของรัฐ
ผูน้ น้ั สง่ มอบทรพั ยส์ นิ หรอื ประโยชน์อื่นใดดงั กล่าวให้เปน็ สิทธิของหน่วยงานท่ีเจ้าพนักงานของรัฐผ้นู นั้ สังกัดโดยเร็ว
-3-
เม่ือได้ดาเนินการตามวรรคสองแล้ว ให้ถือว่าเจ้าพนักงานของรัฐผู้น้ันไม่เคยได้รับทรัพย์สิน
หรอื ประโยชนอ์ ่นื ใดดังกล่าว
ในกรณีท่ีเจ้าพนักงานของรัฐผู้ได้รับทรัพย์สินไว้ตามวรรคหนึ่ง เป็นผู้ดารงตาแหน่งหัวหน้าส่วนราชการ
ระดับกระทรวงหรอื เทยี บเทา่ หรอื เป็นกรรมการหรือผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจหรือกรรมการหรือผู้บริหารสูงสูด
ของหน่วยงานอ่ืนของรัฐ ให้แจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดนั้น
ต่อผู้มีอานาจแต่งตั้งถอดถอน ส่วนผู้ดารงตาแหน่งประธานกรรมการและกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
หรือผดู้ ารงตาแหน่งทีไ่ มม่ ผี ู้บงั คบั บญั ชาทม่ี ีอานาจถอดถอน ใหแ้ จ้งต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท้ังนี้ เพื่อดาเนินการ
ตามวรรคหนึง่ และวรรคสอง
ในกรณีท่ีเจ้าพนักงานของรัฐผู้ได้รับทรัพย์สินไว้ตามวรรคหน่ึง เป็นผู้ดารงตา แหน่ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ให้แจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินหรือ
ประโยชน์อื่นใดน้ัน ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ท่ีเจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นเป็นสมาชิก
แล้วแต่กรณี เพือ่ ดาเนนิ การตามวรรคหน่งึ และวรรคสอง
ในกรณีที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้ได้รับทรัพย์สินไว้ตามวรรคหนึ่ง เป็นผู้ดารงตาแหน่ง
ผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น ขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน ให้แจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดน้ันต่อผู้มีอานาจ
แตง่ ตงั้ ถอดถอน เพือ่ ดาเนนิ การตามวรรคหนง่ึ และวรรคสองการรายงานตามขอ้ นี้ ใหร้ ายงานตามแบบแนบท้าย
ประกาศฉบบั นี้
ข้อ 8 หลักเกณฑก์ ารรับทรพั ยส์ ินหรือประโยชน์อ่นื ใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้ของเจ้าพนักงานของรัฐ
ตามประกาศฉบบั น้ี ให้ใชบ้ งั คับกับผูซ้ ึง่ พ้นจากการเปน็ เจ้าพนกั งานของรฐั มาแลว้ ไมถ่ ึงสองปีด้วย
3. ระเบียบสำนกั นำยกรัฐมนตรีว่ำดว้ ยกำรให้หรือรับของขวญั ของเจ้ำหนำ้ ทข่ี องรัฐ พ.ศ. 2544
ตามระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้หรือการรับของขวัญของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ได้ให้นิยาม
คาว่า “ของขวัญ” “ปกติประเพณีนิยม” “หน่วยงานของรัฐ” “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” “ผู้บังคับบัญชา” และ “บุคคล
ในครอบครวั ” และระเบยี บสานกั นายกรัฐมนตรีวา่ ด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ พ.ศ. 2544
มีสาระสาคญั ดังนี้
“ของขวัญ” หมายความว่า เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดที่ให้แก่กันเพ่ืออัธยาศัยไมตรี
และให้หมายความรวมถึง เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดท่ีให้เป็นรางวัลให้โดยเสน่หา หรือเพื่อการสงเคราะห์
หรือให้เป็นสินน้าใจ การให้สิทธิพิเศษซึ่งมิใช่เป็นสิทธิท่ีจัดไว้สาหรับบุคคลท่ัวไปในการได้รับการลดราคา
ทรัพย์สินหรือการให้สิทธิพิเศษในการได้รับบริการหรือความบันเทิง ตลอดจนการออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
หรือท่องเที่ยว ค่าที่พักค่าอาหาร หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันและไม่ว่าจะให้เป็นบัตร ตั๋ว หรือหลักฐานอื่นใด
การชาระเงนิ ใหล้ ่วงหน้า หรือการคืนเงนิ ให้ในภายหลงั
“ปกติประเพณีนิยม” หมายความว่า เทศกาลหรือวันสาคัญซ่ึงอาจมีการให้ของขวัญกัน
และให้หมายความรวมถึง โอกาสในการแสดงความยินดี การแสดงความขอบคุณ การต้อนรับ การแสดงความเสียใจ
หรือการให้ความช่วยเหลอื ตามมารยาทท่ถี ือปฏิบตั กิ ันในสังคมด้วย
-4-
“หน่วยงำนของรัฐ” หมายความว่า ส่วนราชการหรือหน่วยงานท่ีอยู่ในกากับดูแลของรัฐ
ทกุ ระดบั ทั้งในราชการส่วนกลาง ราชการสว่ นภูมภิ าค ราชการสว่ นทอ้ งถิ่น และรัฐวิสาหกจิ
“เจ้ำหนำ้ ทข่ี องรฐั ” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานและลกู จ้างของหนว่ ยงานของรัฐ
“ผ้บู งั คับบญั ชำ” ใหห้ มายความรวมถึง ผู้ซงึ่ ปฏิบตั หิ น้าทหี่ ัวหน้าหน่วยงาน ท่ีแบ่งเป็นการภายใน
ของหน่วยงานของรัฐ และผู้ซ่ึงดารงตาแหน่งในระดับท่ีสูงกว่าและได้รับมอบหมายให้มีอานาจบังคับบัญชา
หรือกากบั ดแู ลด้วย
“บุคคลในครอบครัว” หมายความว่า คู่สมรส บุตร บิดา มารดา พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือ
รว่ มบิดาหรอื มารดาเดียวกัน
ขอ้ 4 ระเบียบนี้ไม่ใช้บังคับกับกรณีการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ซง่ึ อยู่ภายใตบ้ งั คบั กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ข้อ 5 เจา้ หนา้ ท่ขี องรัฐจะให้ของขวัญแกผ่ บู้ งั คับบัญชาหรือบุคคลในครอบครัวของผู้บังคับบัญชา
นอกเหนือจากกรณปี กตปิ ระเพณนี ยิ มทีม่ กี ารให้ของขวญั แก่กนั มิได้
การให้ของขวัญตามปกติประเพณีนิยมตามวรรคหน่ึง เจ้าหน้าที่ของรัฐจะให้ของขวัญ
ที่มีราคาหรือมูลค่าเกินจา นวนท่ีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกา หนดไว้สาหรับ
การรับทรพั ย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ มไิ ด้
เจา้ หน้าทขี่ องรัฐจะทาการเร่ียไรเงินหรือทรัพย์สินอ่ืนใดหรือใช้เงินสวัสดิการใด ๆ เพ่ือมอบให้
หรือจัดหาของขวัญให้ผ้บู ังคบั บัญชาหรอื บุคคลในครอบครวั ของผู้บงั คบั บัญชาไมว่ า่ ในกรณีใด ๆ มไิ ด้
ขอ้ 6 ผู้บังคับบัญชาจะยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลในครอบครัวของตนรับของขวัญ
จากเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ซึ่งเปน็ ผูอ้ ยู่ในบงั คับบญั ชามิไดเ้ วน้ แตเ่ ป็นการรบั ของขวัญตามข้อ 5
ข้อ 7 เจ้าหน้าท่ีของรัฐจะยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลในครอบครัวของตนรับของขวัญ
จากผู้ท่ีเก่ียวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าท่ีของรัฐมิได้ถ้ามิใช่เป็นการรับของขวัญ ตามกรณีที่กาหนด
ไว้ในขอ้ 8
ผู้ท่เี ก่ียวขอ้ งในการปฏบิ ัติหน้าท่ีของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ผู้มาติดต่องาน
หรอื ผู้ซึ่งไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการปฏบิ ัตงิ านของเจา้ หน้าทขี่ องรัฐในลักษณะดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ผู้ซึ่งมีคาขอให้หน่วยงานของรัฐดาเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น การขอใบรับรอง
การขอให้ออกคาส่งั ทางปกครอง หรือการร้องเรียน เป็นตน้
(2) ผูซ้ ่ึงประกอบธุรกิจหรือมีสว่ นไดเ้ สยี ในธุรกิจที่ทากับหน่วยงานของรัฐ เช่น การจัดซ้ือจัดจ้าง
หรือการได้รับสมั ปทาน เป็นตน้
(3) ผู้ซึ่งกาลังดาเนินกิจกรรมใด ๆ ท่ีมีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ควบคุมหรือกากับดูแล
เช่น การประกอบกจิ การโรงงาน หรือธุรกิจหลักทรัพย์เป็นต้น
(4) ผู้ซ่ึงอาจได้รับประโยชน์หรือผลกระทบจากการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ของเจ้าหน้าทขี่ องรฐั
ขอ้ 8 เจ้าหน้าท่ีของรัฐจะยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลในครอบครัวของตนรับของขวัญ
จากผูท้ ่เี กี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าท่ีของรัฐได้เฉพาะกรณีการรับของขวัญที่ให้ตามปกติประเพณีนิยม
-5-
และของขวัญนั้นมีราคาหรือมูลค่าไม่เกินจานวนท่ีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
กาหนดไว้สาหรับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าท่ีของรัฐตามกฎหมาย
ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการป้องกนั และปราบปรามการทุจริต
ขอ้ 9 ในกรณีท่ีบุคคลในครอบครัวของเจ้าหน้าที่ของรัฐรับของขวัญแล้ว เจ้าหน้าท่ีของรัฐทราบ
ในภายหลงั วา่ เป็นการรบั ของขวญั โดยฝ่าฝนื ระเบยี บนี้ให้เจา้ หน้าทีข่ องรฐั ปฏบิ ัติตามหลกั เกณฑท์ ค่ี ณะกรรมการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกาหนดไว้ สาหรับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด
โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าท่ขี องรฐั ทม่ี ีราคาหรอื มูลคา่ เกนิ กว่าทก่ี าหนดไว้ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
วา่ ดว้ ยการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ
ขอ้ 12 เพ่ือประโยชน์ในการเสริมสร้างให้เกิดทัศนคติในการประหยัดแก่ประชาชนทั่วไป
ในการแสดงความยนิ ดี การแสดงความปรารถนาดี การแสดงการต้อนรบั หรอื การแสดงความเสียใจในโอกาสต่าง ๆ
ตามปกตปิ ระเพณนี ิยม ใหเ้ จา้ หนา้ ทขี่ องรฐั พยายามใชว้ ิธีการแสดงออก โดยใช้บัตรอวยพร การลงนามในสมุดอวยพร
หรือใช้บตั รแสดงความเสยี ใจ แทนการใหข้ องขวญั ให้ผบู้ งั คับบัญชามหี น้าทเี่ สริมสร้างค่านิยม การแสดงความยินดี
การแสดงความปรารถนาดี การแสดงการต้อนรบั หรอื การแสดงความเสียใจ ด้วยการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง แนะนา
หรือกาหนดมาตรการจูงใจท่ีจะพัฒนาทัศนคติ จิตสานึก และพฤติกรรมของผู้อยู่ในบังคับบัญชาให้เป็นไป
ในแนวทางประหยดั
4. ประมวลกฎหมำยอำญำ
มำตรำ 149 ผใู้ ดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิก
สภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสาหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ
เพอ่ื กระทาการหรอื ไม่กระทาการอยา่ งใดในตาแหน่งไม่ว่าการน้ันจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าท่ี ต้องระวางโทษ
จาคุกต้งั แต่ห้าปีถึงยี่สบิ ปี หรือจาคุกตลอดชวี ติ และปรบั ตงั้ แต่หนง่ึ แสนบาทถงึ ส่แี สนบาท หรือประหารชวี ิต
5. พระรำชบัญญัตริ ะเบียบข้ำรำชกำรพลเรือน พ.ศ. 2551
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติห้ามเจ้าพนักงานของรัฐ
รับทรพั ย์สนิ หรือประโยชนอ์ ่ืนใด ไว้ดังนี้
“ข้ำรำชกำรพลเรือน” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติน้ี
ให้รบั ราชการโดยไดร้ บั เงนิ เดือนจากเงนิ งบประมาณในกระทรวง กรมฝา่ ยพลเรือน
มำตรำ 83 ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องไมก่ ระทาการใด อันเปน็ ข้อห้าม ดังต่อไปน้ี
(3) ต้องไมอ่ าศัยหรอื ยอมใหผ้ ูอ้ ื่นอาศยั ตาแหนง่ หน้าท่ีราชการของตนหาประโยชน์
ให้แกต่ นเองหรือผู้อื่น
(5) ต้องไม่กระทาการหรือยอมให้ผู้อ่ืนกระทาการหาผลประโยชน์อันอาจทาให้
เสียความเทย่ี งธรรมหรอื เสือ่ มเสยี เกยี รตศิ ักดข์ิ องตาแหน่งหน้าท่ีราชการของตน
6. พระรำชบัญญตั ิมำตรฐำนทำงจริยธรรม พ.ศ. 2562
เจ้ำหนำ้ ทข่ี องรฐั หมายความว่า ข้าราชการ พนกั งาน ลูกจา้ ง หรือผูป้ ฏิบัตงิ านอน่ื ในหนว่ ยงานของรัฐ
หมวด 1 มาตรฐานทางจรยิ ธรรมและประมวลจรยิ ธรรม
-6-
มำตรำ 5 มาตรฐานทางจริยธรรม คือ หลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรม
ของเจ้าหนา้ ที่ของรฐั ซ่ึงจะต้องประกอบดว้ ย
(4) คดิ ถงึ ประโยชนส์ ว่ นรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมจี ิตสาธารณะ
มาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา 5 ให้ใช้เป็นหลักสาคัญในการจัดทาประมวล
จริ ยธรรมของหน่ วยงานของรั ฐ ท่ี จะก าหนดเป็ นหลั กเกณฑ์ ในการปฏิ บั ติ ตนของเจ้ าหน้ าท่ี ของรั ฐเกี่ ยวกั บ
สภาพคุณงามความดีท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยึดถือสาหรับการปฏิบัติงาน การตัดสินความถูกผิด การปฏิบัติ
ที่ควรกระทาหรือไม่ควรกระทา ตลอดจนการดารงตนในการกระทาความดีและละเว้นความช่ัว ซ่ึงได้กาหนด
ใหม้ คี ณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมเป็นผู้กาหนดหลักเกณฑ์การจัดทาประมวลจริยธรรม คู่มือ หรือแนวทางปฏิบัติ
เพ่ือให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลใช้เป็นหลักเกณฑ์สาหรับการจัดทาประมวลจริยธรรมและข้อกาหนดจริยธรรม
ทั้งน้ี คณะกรรมการมาตรฐานจรยิ ธรรมยงั มไิ ด้ดาเนินการจดั ทาหลกั เกณฑก์ ารจัดทาประมวลจริยธรรมให้แล้วเสร็จ
บทกำหนดโทษ
1. โทษทำงจริยธรรมและโทษทำงวินยั หรอื เป็นเหตุให้พน้ จำกตำแหนง่
1.1 พระรำชบัญญตั ริ ะเบียบข้ำรำชกำรพลเรือน พ.ศ. 2551
มำตรำ 84 ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดไมป่ ฏิบัติตามข้อปฏิบตั ิตามมาตรา 81 และมาตรา 82
หรือฝ่าฝนื ข้อห้ามตามมาตรา 83 ผนู้ ้นั เปน็ ผู้กระทาผิดวินัย
มำตรำ 88 ข้าราชการพลเรือนสามญั ผู้ใดกระทาผิดวินัย จะต้องได้รับโทษทางวนิ ัย เวน้ แต่
มเี หตอุ ันควรงดโทษตามท่ีบัญญัตไิ วใ้ นหมวด 7 การดาเนินการทางวินัย
โทษทำงวนิ ัยมี 5 สถำน ดังต่อไปนี้
(1) ภาคทณั ฑ์
(2) ตัดเงนิ เดอื น
(3) ลดเงินเดอื น
(4) ปลดออก
(5) ไลอ่ อก
1.2 ประมวลจริยธรรมข้ำรำชกำรพลเรือน
หมวด 3 กลไกและระบบการบังคับใช้ประมวลจริยธรรม
สวนที่ 2 ระบบการบงั คับใชป้ ระมวลจรยิ ธรรม
ข้อ 18 การฝ่าฝืนจริยธรรมตามความในหมวด 2 ของประมวลจริยธรรมน้ี เป็นความผิดวินัย
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ
พ.ศ. 2547 หรือระเบยี บกระทรวงการคลังว่าดว้ ยลกู จ้างประจาของส่วนราชการ พ.ศ. 2537 แล้วแต่กรณี
1.3 ระเบยี บสำนักนำยกรัฐมนตรวี ำ่ ด้วยกำรให้หรอื รบั ของขวญั ของเจำ้ หนำ้ ทีข่ องรฐั พ.ศ. 2544
ข้อ 10 ในกรณีทเี่ จ้าหน้าท่ีของรัฐผู้ใดจงใจปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ของขวัญ หรือรับของขวัญ
โดยฝา่ ฝนื ระเบยี บนี้ใหด้ าเนนิ การดงั ต่อไปน้ี
-7-
(1) ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นข้าราชการการเมือง ให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้น้ัน
ประพฤติปฏิบัติไม่เป็นไปตามคุณธรรมและจริยธรรม และให้ดาเนินการตามระเบียบที่นายกรัฐมนตรีกาหนด
โดยความเหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรวี ่าด้วยมาตรฐานทางคณุ ธรรมและจริยธรรมของขา้ ราชการการเมือง
(2) ในกรณีท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นข้าราชการประเภทอ่ืนนอกจาก (1) หรือพนักงาน
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หรือพนักงานของรัฐวิสาหกิจ ให้ถือว่าเจ้าหน้าท่ีของรัฐผู้น้ันเป็นผู้กระทา
ความผิดทางวินัย และให้ผูบ้ ังคับบัญชามีหน้าท่ดี าเนนิ การใหม้ กี ารลงโทษทางวินัยเจา้ หนา้ ท่ีของรฐั ผู้น้ัน
ข้อ 11 ให้สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่สอดส่องและให้คาแนะนาในการปฏิบัติ
ตามระเบียบนี้แก่หน่วยงานของรัฐ ในกรณีท่ีมีผู้ร้องเรียนต่อสานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ว่าเจ้าหน้าท่ี
ของรัฐผู้ใดปฏิบัติในการให้ของขวัญหรือรับของขวัญฝ่าฝืนระเบียบนี้ให้สา นักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี
แจ้งไปยังผบู้ ังคบั บัญชาของเจ้าหน้าท่ีของรัฐผู้นั้นเพือ่ ดาเนนิ การตามระเบียบน้ี
2. โทษทำงอำญำ
2.1 พระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวำ่ ดว้ ยกำรปอ้ งกนั และปรำบปรำมกำรทุจรติ พ.ศ. 2561
มำตรำ 129 การกระทาอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติในหมวดนี้ ให้ถือว่าเป็นการกระทา
ความผดิ ต่อตาแหน่งหนา้ ทร่ี าชการหรือความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่ในการยตุ ิธรรม
มำตรำ 169 เจา้ พนักงานของรฐั ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 128 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี
หรอื ปรับไมเ่ กินหกหมน่ื บาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ
มำตรำ 174 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศหรือเจ้าหน้าท่ีของ
องคก์ ารระหวา่ งประเทศกระทาการหรือไม่กระทาการอย่างใดในตาแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สิน หรือประโยชน์
อืน่ ใด ซึ่งตนได้เรยี ก รบั หรือยอมจะรับไว้กอ่ นทต่ี นไดร้ บั แต่งต้ังในตาแหน่งน้ัน ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่ห้าปี
ถงึ ยี่สิบปี หรือจาคกุ ตลอดชีวิต และปรบั ตั้งแต่หน่ึงแสนบาทถงึ ส่ีแสนบาท หรอื ประหารชีวติ
มำตรำ 175 ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสาหรับตนเอง
หรือผู้อ่ืนเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจ เจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ
หรือเจ้าหน้าท่ีขององค์การระหว่างประเทศ โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทาการ
หรือไม่กระทาการในหน้าท่ีอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน
หน่งึ แสนบาท หรอื ท้ังจาทัง้ ปรบั
2.2 ประมวลกฎหมำยอำญำ
มำตรำ 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือ
สมาชิกสภาเทศบาลเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสาหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ
เพอ่ื การทาการหรือไมก่ ระทาการอยา่ งใดในตาแหน่งไมว่ า่ การนั้นจะชอบหรอื ไมช่ อบด้วยหน้าท่ี ต้องระวางโทษ
จาคกุ ตง้ั แตห่ ้าปถี ึงยีส่ ิบปี หรือจาคกุ ตลอดชวี ิต และปรับตง้ั แต่หนง่ึ แสนบาทถงึ สี่แสนบาท หรือประหารชวี ิต
-8-
ตำรำงเปรยี บเทยี บกฎหมำยทเ่ี กยี่ วกบั กำรรบั ทรัพย์สินหรือประโยชนอ์ ่นื ใด
ลำดบั กฎหมำย เจ้ำพนักงำนของรัฐทถี่ ูกบังคบั ใช้ บทกำหนดโทษ/
สภำพบังคบั
1 พระรำชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ว่ำดว้ ยกำรป้องกนั และปรำบปรำมกำรทจุ ริต พ.ศ. 2561
มำตรำ 128 - เจ้าพนกั งานของรัฐ ฝ่ำฝืนมำตรำ 128
“เจ้าพนักงานของรัฐ” หมายความว่า ตอ้ งรบั โทษทางอาญา ดังน้ี
เจ้าหน้าที่ของ รัฐ ผู้ดา รงตาแหน่ง - จาคุกไมเ่ กนิ สามปี
ทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ - หรือปรบั ไมเกินหกหมืน่ บาท
ผู้ ด า ร ง ต า แ ห น่ ง ใ น อ ง ค์ ก ร อิ ส ร ะ - หรือท้ังจาท้ังปรับตามมาตรา 169
แ ล ะ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ป้ อ ง กั น แ ล ะ และให้ถือว่าเป็นการกระทาความผิด
ปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ ต่อตาแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิด
ต่ อ ต า แ ห น่ งห น้ า ที่ ใ น กา ร ยุ ติ ธ ร ร ม
ตามมาตรา 129
มำตรำ 173 - เจ้าพนักงานของรัฐ ฝ่ำฝืนมำตรำ 173
- เจา้ หน้าที่ของรัฐต่างประเทศ ต้องรบั โทษ ดังนี้
- เจ้าหนา้ ที่ขององค์การระหว่างประเทศ - จาคกุ ตัง้ แต่หา้ ปีถึงยี่สบิ ปี
- จาคุกตลอดชวี ติ
- ปรับหน่งึ แสนบาทถงึ สแ่ี สนบาท
มำตรำ 174 - เจา้ พนักงานของรัฐ ฝ่ำฝนื มำตรำ 174
- เจ้าหน้าท่ีของรัฐต่างประเทศ ตอ้ งรับโทษ ดงั น้ี
- เจ้าหนา้ ทขี่ ององคก์ ารระหวา่ งประเทศ - จาคุกต้ังแตห่ า้ ปีถึงย่สี บิ ปี
- จาคกุ ตลอดชวี ติ
- ปรบั หนงึ่ แสนบาทถงึ ส่แี สนบาท
มำตรำ 175 - ผใู้ ด (อาจเปน็ เจ้าพนักงานของรฐั ฝ่ำฝืนมำตรำ 175
หรือไม่ไดเ้ ปน็ เจ้าพนกั งานของรฐั กไ็ ด)้ ตอ้ งรบั โทษ ดังน้ี
- จาคกุ ไม่เกินห้าปี
- ปรบั ไมเ่ กนิ หนงึ่ แสนบาท
- หรือทงั้ จาท้งั ปรับ
2 ประกำศคณะกรรมกำรป้องกนั และปรำบปรำมกำรทจุ ริตแห่งชำติ
เรอ่ื ง หลักเกณฑ์กำรรบั ทรพั ยส์ ินหรือประโยชน์อืน่ ใดโดยธรรมจรรยำของเจ้ำพนักงำนของรัฐ พ.ศ. 2563
ขอ้ 7 - เจ้าพนกั งานของรฐั หากฝ่าฝนื ประกาศฯ จะเปน็ การฝ่าฝนื
- ผซู้ ่งึ พ้นจากการเปน็ เจ้าพนักงานของรฐั ตามมาตรา 128 ต้องรบั โทษทางอาญา
มาแล้วไมถ่ ึงสองปี จาคกุ ไม่เกินสามปี หรอื ปรบั ไมเ่ กิน
หกหมื่นบาท หรือท้ังจาทง้ั ปรบั
ตามมาตรา 169
-9-
ลำดับ กฎหมำย เจำ้ พนักงำนของรฐั ท่ถี ูกบังคับใช้ บทกำหนดโทษ/
สภำพบงั คบั
3 ระเบยี บสำนกั นำยกรฐั มนตรวี ำ่ ด้วยกำรให้หรือรับของขวญั ของเจ้ำหนำ้ ทขี่ องรัฐ พ.ศ. 2544
ข้อ 5 - เจา้ หนา้ ทขี่ องรัฐ กรณีท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจปฏิบัติ
ขอ้ 6 - บคุ คลในครอบครัวของเจ้าหน้าทขี่ องรัฐ ฝา่ ฝนื ระเบียบนีใ้ ห้ดาเนนิ การ ดงั น้ี
ข้อ 7 - ข้าราชการการเมืองให้ถือว่าผู้น้ัน
ข้อ 8 ประพฤตปิ ฏบิ ตั ไิ มเ่ ป็นไปตามคุณธรรม
และจริยธรรม
- ในกรณที ี่เจ้าหน้าทข่ี องรฐั เป็นข้าราชการ
ประเภทอ่นื นอกจากข้าราชการการเมือง
ให้ถือว่าเจ้าหน้าท่ีของรัฐผู้น้ันเป็น
ผกู้ ระทาความผดิ ทางวินัย
4 ประมวลกฎหมำยอำญำ
มำตรำ 149 - เจา้ พนักงาน ฝำ่ ฝนื มำตรำ 149
- สมาชิกสภานิตบิ ญั ญัติแหง่ รัฐ ต้องรบั โทษ ดงั น้ี
- สมาชิกสภาจงั หวัด - จาคุกตั้งแตห่ า้ ปีถึงยี่สบิ ปี
- สมาชิกสภาเทศบาล - จาคุกตลอดชวี ติ
- ปรบั หน่ึงแสนบาทถงึ สแ่ี สนบาท
- ประหารชีวติ
5 พระรำชบญั ญัติระเบียบขำ้ รำชกำรพลเรือน พ.ศ. 2551
มำตรำ 83 - “ข้าราชการพลเรือน” หมายความว่า ฝ่ำฝนื มำตรำ 83
บุคคล ซึ่งได้รับบรรจุและแต่งต้ังตาม ต้องรับโทษทางวินัย ตามมาตรา 84
พระราชบัญญัตินี้ ให้รับราชการโดย โดยโทษทางวินยั มีด้วยกนั 5 สถาน
ได้รับเงินเดือนจากเงิน งบประมาณใน
กระทรวง กรมฝ่ายพลเรอื น
6 ประมวลจรยิ ธรรมขำ้ รำชกำรพลเรอื น
ขอ้ 6 “ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการ เปน็ ความผิดวินัยตามพระราชบัญญัติ
พลเรือน พนักงานราชการ และลูกจ้าง ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ในสังกัดราชการพลเรือน หรือระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี
ว่าดว้ ยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547
หรือระเบียบ กระทรวงการคลัง
ว่าด้วยลูกจ้างประจาของ ส่วนราชการ
พ.ศ. 2537 แลว้ แตก่ รณี ตามข้อ 18
- 10 -
กำรรับทรพั ย์สินหรือประโยชน์อ่นื ใด
ตำมกฎหมำยคณะกรรมกำร ป.ป.ช.
มำตรำ 128 ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณ
เป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับท่ีออก
โดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดโดยธรรมจรรยา
ตามหลักเกณฑ์และจานวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดจากบุพการี ผู้สืบสันดาน
หรือญาตทิ ่ีใหต้ ามประเพณี หรอื ตามธรรมจรรยาตามฐานานรุ ูป
บทบัญญัติในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดของผู้ซึ่งพ้นจาก
การเปน็ เจ้าพนักงานของรฐั มาแล้วยังไม่ถงึ สองปดี ว้ ยโดยอนโุ ลม
1. คำนิยำมของมำตรำ 128
เจ้ำพนักงำนของรัฐ หมายความว่า เจ้าหน้าท่ีของรัฐ ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาล
รฐั ธรรมนูญ ผู้ดารงตาแหน่งในองค์กรอสิ ระ และคณะกรรมการ ป.ป.ช.
เจำ้ หนำ้ ทข่ี องรัฐ หมายความว่า ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถ่ินซ่ึงมีตาแหน่งหรือเงินเดือนประจา
ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐหรือในรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารท้องถ่ิน รองผู้บริหารท้องถ่ินผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น
และสมาชิกสภาทอ้ งถน่ิ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องท่ี
หรอื เจ้าพนักงานอื่นตามท่ีกฎหมายบญั ญัติ และให้หมายความรวมถึงกรรมการ อนุกรรมการ ลูกจ้างของส่วนราชการ
หน่วยงานของรัฐ หรอื รัฐวสิ าหกจิ และบุคคลหรือคณะบุคคลบรรดาซึ่งมีกฎหมายกาหนดให้ใช้อานาจหรือได้รับมอบ
ให้ใช้อานาจทางปกครองที่จัดต้ังข้ึนในระบบราชการรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐด้วย แต่ไม่รวมถึง
ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมอื ง ตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญผู้ดารงตาแหน่งในองค์กรอิสระ และคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ทรพั ย์สนิ หมายความวา่ วัตถุทมี่ รี ูปรา่ ง รวมทั้งวัตถุท่ีไม่มีรูปร่างซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้
เช่น บ้าน ที่ดิน เป็นวตั ถุมีรูปรา่ ง ลิขสทิ ธ์ิ สทิ ธบิ ตั ร กระแสไฟฟา้ ทสี่ ่งตามสาย เป็นวตั ถไุ ม่มีรปู ร่าง
กำรรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดโดยธรรมจรรยำ หมายความว่า การรับทรัพย์สินหรือ
ประโยชน์อ่ืนใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้จากบุคคลท่ีให้กันในโอกาสเทศกาลหรือวันสาคัญ และให้หมายความรวมถึง
การรับทรัพยส์ ินหรอื ประโยชน์อื่นใดอนั อาจคานวณเป็นเงินได้ในโอกาสการแสดงความยินดี การแสดงความขอบคุณ
การตอ้ นรับ การแสดงความเสยี ใจ หรอื การใหต้ ามมารยาททีถ่ อื ปฏบิ ัตกิ นั ในสังคมด้วย
ญำติ หมายความว่า พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน ลุง ป้า น้า อา คู่สมรส
ผู้บุพการหี รอื ผ้สู ืบสนั ดานของคู่สมรส บตุ รบญุ ธรรมหรอื ผรู้ ับบตุ รบุญธรรม
บุพกำรี หมายถึง ญาติทางสายโลหติ โดยตรงขึน้ ไป ไดแ้ ก่ บดิ ามารดา ปูย่ ่า ตายาย ทวด
ผู้สืบสนั ดำน หมายถงึ ผสู้ บื สายโลหิตโดยตรงลงมา ได้แก่ ลกู หลาน เหลน ล้ือ
- 11 -
ประโยชน์อื่นใดอันอำจคำนวณเป็นเงินได้ หมายความว่า ส่ิงท่ีมีมูลค่า ได้แก่ การลดราคา
การรับความบันเทงิ การรับบรกิ าร การรบั การฝกึ อบรม หรอื ส่งิ อนื่ ใดในลักษณะเดยี วกัน
ประเพณี หมายความว่า สิ่งที่นิยมถือประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมาจนเป็นแบบแผน
ขนบธรรมเนียมหรือจารีตประเพณี
ประเพณี แบ่งไดเ้ ปน็ จารตี ประเพณี ขนบประเพณี และธรรมเนยี มประเพณี
- จารตี ประเพณี คือ ประเพณีท่ีสังคมถือว่าถ้าใครในสังคมฝ่าฝืนหรืองดเว้นไม่กระทาตาม ถือว่า
เปน็ ความผดิ ความชวั่ จารีตประเพณเี ปน็ จรรยาและศีลธรรมของสังคม
- ขนบประเพณี คือ ประเพณีท่ีสังคมได้ตั้งหรือวางเป็นระเบียบแบบแผนขึ้นไว้ จะโดยตรงหรือ
โดยอ้อมแล้วแตก่ รณี
- ธรรมเนยี มประเพณี คอื ประเพณที สี่ ังคมถอื วา่ เป็นเรอ่ื งธรรมดาสามัญ ไม่ถือว่าผิด เป็นแต่นิยม
กันวา่ ควรประพฤติ
ฐำนำนุรูป หมายความว่า สมควรแก่ฐานะ
2. หลกั สำคัญของมำตรำ 128
ห้ำมเจ้ำพนักงำนของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดอันอำจคำนวณเป็นเงินได้จำกผู้ใด
สำมำรถพจิ ำรณำองคป์ ระกอบของกฎหมำย ได้ดังน้ี
1. เปน็ เจำ้ พนักงำนของรฐั
เจา้ พนักงานของรัฐตามนิยามท่ีบัญญัติไวใ้ นมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ท่ีต้องปฏิบัติตามกฎหมายในการรับทรัพย์สิน
หรือประโยชน์อื่นใดในมาตรา 128 ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ผดู้ ารงตาแหนง่ ในองคก์ รอิสระและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดังน้ัน จากนิยาม
เจา้ พนกั งานของรัฐข้างต้นจึงไดแ้ ก่บคุ คลผดู้ ารงตาแหน่ง ดังต่อไปน้ี
1) เจ้าหนา้ ท่ีของรัฐ ได้แก่ ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถ่ินซ่ึงมีตาแหน่งหรือเงินเดือนประจา
ผูป้ ฏิบัตงิ านในหนว่ ยงานของรฐั หรอื ในรฐั วิสาหกิจ ผูบ้ ริหารท้องถนิ่ รองผู้บริหารทอ้ งถน่ิ ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถ่ิน
และสมาชิกสภาทอ้ งถิ่นขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
หรอื เจา้ พนกั งานอนื่ ตามทีก่ ฎหมายบัญญัติ และให้หมายความรวมถึงกรรมการ อนุกรรมการ ลูกจ้างของส่วนราชการ
หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ และบุคคลหรือคณะบุคคล บรรดาซ่ึงมีกฎหมายกาหนดให้ใช้อานาจ
หรอื ได้รับมอบให้ใช้อานาจทางปกครองทจ่ี ัดตั้งขน้ึ ในระบบราชการ รฐั วิสาหกิจ หรือกจิ การอนื่ ของรฐั ด้วย
2) ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง ได้แก่ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
สมาชิกวฒุ ิสภา ขา้ ราชการการเมอื งอื่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบียบขา้ ราชการรฐั สภา
3) ผู้ดารงตาแหน่งในองค์กรอิสระ ได้แก่ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน
กรรมการสทิ ธิมนษุ ยชนแห่งชาติ กรรมการตรวจเงนิ แผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผน่ ดนิ
4) ผดู้ ารงตาแหน่งระดบั สงู ไดแ้ ก่ ผู้ดารงตาแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง
กรม หรือส่วนราชการท่ีมีฐานะเป็นนิติบุคคลซึ่งมิใช่ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองสาหรับข้าราชการพลเรือน
- 12 -
และปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพสาหรับข้าราชการทหาร
และผูบ้ ัญชาการตารวจแห่งชาติ และให้หมายความรวมถึงผู้วา่ ราชการจังหวัด ปลัดกรุงเทพมหานคร กรรมการ
และผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หัวหน้าหน่วยงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ผู้ ดารงตาแหน่งอื่น
ตามที่กฎหมายกาหนด ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
หรอื ผซู้ ่ึงดารงตาแหนง่ เทยี บเทา่ ตามทคี่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
5) ผู้ช่วยผ้บู รหิ ารท้องถิน่ ไดแ้ ก่ ผู้ซ่งึ ดารงตาแหน่งดงั ตอ่ ไปนี้
(1) กรงุ เทพมหานคร ไดแ้ ก่
(ก) ประธานทป่ี รกึ ษา ท่ปี รกึ ษา เลขานุการและผู้ชว่ ยเลขานกุ ารผ้วู ่าราชการกรุงเทพมหานคร
(ข) เลขานุการประธานสภากรงุ เทพมหานคร
(ค) เลขานุการรองประธานสภากรงุ เทพมหานคร
(2) เมอื งพทั ยา ไดแ้ ก่
(ก) ประธานที่ปรกึ ษา ทีป่ รึกษา เลขานุการและผู้ช่วยเลขานกุ ารนายกเมืองพัทยา
(ข) เลขานุการและผชู้ ว่ ยเลขานุการประธานสภาเมืองพทั ยา
(3) องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด ไดแ้ ก่ ทป่ี รึกษาและเลขานุการนายกองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด
(4) เทศบาลนคร ได้แก่ ท่ปี รึกษาและเลขานุการนายกเทศมนตรี
(5) เทศบาลเมอื ง ไดแ้ ก่ ที่ปรึกษาและเลขานุการนายกเทศมนตรี
(6) เทศบาลตาบล ได้แก่ ที่ปรกึ ษาและเลขานุการนายกเทศมนตรี
(7) องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล ไดแ้ ก่ เลขานุการนายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล
6) ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนูญ
7) คณะกรรมการ ป.ป.ช.
2. ห้ำมรบั ทรัพยส์ ินหรอื ประโยชน์อืน่ ใดอันอำจคำนวณเป็นเงนิ ได้
เจ้าพนักงานของรัฐที่กล่าวไว้ตาม ข้อ 1. ไม่สามารถรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจ
คานวณเปน็ เงนิ ได้ ไมว่ า่ จะเป็นการรับของขวัญ อุปกรณ์เครื่องใช้ บัตรของขวัญ บัตรกานัล บัตรลดราคาสินค้า
หรือบริการ การรับความบันเทิง การรับบริการท่ีพัก การรับบริการโดยไม่คิดค่าบริการหรือคิดค่าบริการน้อยกว่าท่ีคิด
แกบ่ คุ คลอ่ืน หรือสง่ิ อื่นใดในลกั ษณะเดียวกนั
โดยของขวัญและผลประโยชนอ์ ่นื ใดสามารถคิดราคาเปน็ เงนิ หรอื อาจไม่สามารถคิดราคาได้
- ของขวัญท่ีสามารถคิดราคาได้ (Tangible gifts) หมายความรวมถึง สินค้าบริโภค
ความบันเทิงการต้อนรับให้ท่ีพักการเดินทาง อุปกรณ์เครื่องใช้ เช่น สินค้าตัวอย่าง บัตรของขวัญ เครื่องใช้ส่วนตัว
บัตรกานัล บัตรลดราคาสนิ ค้าหรือบริการ และเงนิ เป็นต้น
- ของขวัญและประโยชน์อ่ืนใดท่ีคิดเป็นราคาไม่ได้ (Intangible gifts and benefits) หมายถึง
ส่ิงใด ๆ หรือบริการใด ๆ ที่ไม่สามารถคิดเป็นราคาที่จะซื้อขายได้ อาทิ การให้บริการส่วนตัว การปฏิบัติด้วย
ความชอบส่วนตวั การเขา้ ถงึ ประโยชนห์ รือการสญั ญาว่าจะให้ หรือการสัญญาว่าจะได้รับประโยชน์มากกว่าคนอืน่ ๆ
3. จำกผใู้ ด
กฎหมายได้แบ่งประเภทของบคุ คลไว้ 2 ประเภท คือ
- 13 -
1. บุคคลธรรมดา ได้แก่ คน หรือมนุษย์
2. นิติบุคคล ได้แก่ บุคคลท่ีกฎหมายสมมติข้ึนโดยรับรองให้มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับ
บุคคลธรรมดา นิติบุคคลนั้นจะเกิดข้ึนได้โดยอาศัยอานาจของบทบัญญัติแห่งกฎหมายไม่ว่าจะเป็นประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 65 องค์กร
หรือหน่วยงานใดทีไ่ ม่มกี ฎหมายรองรับไม่เป็นผทู้ รงสิทธิหนา้ ทต่ี ามกฎหมาย
4. หลกั เกณฑ์ตำมขอ้ 1 ข้อ 2 และข้อ 3 ใช้บังคับกับผู้ซึ่งพ้นจำกกำรเป็นเจ้ำพนักงำนของ
รฐั มำแล้วยังไมถงึ สองปีดว้ ย โดยอนโุ ลม
ผู้ที่พ้นจากการเป็นเจ้าพนักงานของรัฐมาแล้วยังไม่ถึงสองปี ยังต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
ในการรับทรัพยส์ นิ และประโยชนอ์ ื่นใด กล่าวคอื หา้ มมิใหร้ ับทรพั ยส์ ินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้
จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับท่ีออกโดยอาศัย
อานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์
และจานวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
3. ขอ้ ยกเวน้ ในกำรรบั ทรพั ยส์ นิ หรือประโยชน์อ่ืนใด
เจ้ำพนกั งำนของรัฐสำมำรถรับทรพั ยส์ ินหรอื ประโยชนอ์ น่ื ใดไดใ้ นกรณี ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. กำรรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดตำมกฎหมำย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอำศัย
อำนำจตำมบทบัญญตั แิ หง่ กฎหมำย ตัวอย่าง เช่น
- เจ้าพนักงานของรัฐสามารถรับเงินเดือน เงินประจาตาแหน่ง หรือค่าจ้างได้ เน่ืองจากมี
กฎหมายเกีย่ วกับเงินเดอื นและเงินประจาตาแหนง่ หรอื ระเบียบฯ ทเี่ กีย่ วกบั ค่าจา้ งไว้
- เจ้าพนักงานของรัฐสามารถรับเงินค่าเบ้ียเลี้ยงเดินทาง ค่าท่ีพัก ค่าพาหนะในการเดินทาง
ไปราชการได้ เชน่ เจ้าหน้าทท่ี ้องถิน่ สามารถรับค่าเบ้ยี เล้ยี งเดินทางไปราชการได้ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าดว้ ยคา่ ใชจ้ ่ายในการเดินทางไปราชการของเจา้ หน้าท่ีทอ้ งถ่นิ พ.ศ. 2555 และท่แี กไ้ ขเพิม่ เตมิ
- เจ้าพนักงานของรฐั สามารถเบิกค่าท่พี ัก คา่ เดินทาง หรอื รับประทานอาหาร ในการฝึกอบรม
สัมมนาได้ เช่น ข้าราชการทหารนายหน่ึง ได้รับอนุมัติให้เข้ารับการฝึกอบรมซ่ึงจัดโดยหน่วยราชการ
จึงมีสิทธิเบิกค่ายานพาหนะในการเดินทางเข้ารับการฝึกอบรมได้ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่าย
ในการฝกึ อบรม การจดั งาน และการประชมุ ระหว่างประเทศ พ.ศ. 2549 และที่แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ
- เจ้าพนกั งานของรัฐสามารถรับเงินค่าสมนาคุณวิทยากรได้ เช่น กรมราชทัณฑ์เชิญอาจารย์
จากสถาบนั อุดมศึกษาของรัฐเป็นวิทยากรในโครงการฝึกอบรมอาจารย์ผู้นั้นจึงมีสิทธิรับเงินสมนาคุณวิทยากร
ได้ตามระเบยี บกระทรวงการคลงั ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝกึ อบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ
พ.ศ. 2549 และที่แกไ้ ขเพ่มิ เติม
2. กำรรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดจำกบุพกำรีผู้สืบสันดำนหรือญำติท่ีให้ตำมประเพณี
หรือตำมธรรมจรรยำตำมฐำนำนรุ ปู
ตามมาตรา 128 วรรคสอง กาหนดให้เจา้ พนกั งานของรัฐสามารถรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใด
จากบพุ การี ผ้สู ืบสนั ดาน หรอื ญาติท่ใี ห้ตามประเพณี หรอื ตามธรรมจรรยาตามฐานานุรปู ได้ ตวั อยา่ งเช่น
- 14 -
- กรณีการรับจากบุพการี อาทิ มารดามีทรัพย์สิน 100 ล้านบาท มอบบ้านพร้อมท่ีดินมูลค่า
10 ลา้ นบาท ให้บุตรซงึ่ เป็นเจา้ พนักงานของรัฐ
- กรณีการรับจากผสู้ บื สันดาน อาทิ บุตรไดร้ บั เงนิ รางวลั จากสลากกินแบ่งรัฐบาลมูลค่า 6 ล้านบาท
และไดม้ อบเงนิ จานวน 3 ล้านบาท ให้มารดาซงึ่ เปน็ เจา้ พนักงานของรฐั
- กรณกี ารรับจากญาติ อาทิ ลุงมีท่ีนา จานวน 100 ไร่ มอบทนี่ า จานวน 10 ไร่ ให้หลานซึ่งเป็น
เจ้าพนักงานของรัฐ
จากกรณีตัวอย่าง จะเห็นได้ว่า การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดจากบุพการีหรือญาติ
จะต้องพิจารณาจากฐานานุรูปของผู้ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์ อ่ืนใดนั้นว่ามีความสามารถ ท่ีจะให้ทรัพย์สิน
หรือประโยชน์อ่ืนใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐน้ันได้หรือไม่ และการให้ต้องสมควรแก่ฐานะของผู้ให้ กล่าวคือสอดคล้อง
กับความหมายของคาว่า “ฐานานุรูป” อีกท้ังการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดตามกรณีตัวอย่างดังกล่าว
เป็นการให้ตามประเพณีสังคมถือประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา ดังน้ัน การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด
ของเจ้าพนักงานของรัฐในกรณีตัวอย่างท่ีกล่าวมานั้น จงึ สามารถกระทาได้
3. กำรรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยำ ตำมหลักเกณฑ์และจำนวน
ท่คี ณะกรรมกำร ป.ป.ช. กำหนด
การรับทรัพย์สินหรือรับประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจานวน
ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด น้ัน ได้ถูกกาหนดไว้ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ
พ.ศ. 2563 มีหลกั เกณฑด์ งั น้ี
3.1 รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณเป็นเงนิ ได้ซง่ึ มิใชญ่ าติที่มีราคาหรือมูลค่า
ในการรบั จากแตล่ ะบคุ คล แตล่ ะโอกาส ไมเ่ กนิ 3,000 บาท
หมายถึง การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้จากบุคคลอ่ืน
ซ่งึ มใิ ช่ญาตขิ องเจา้ พนกั งานของรฐั ท่ไี ดร้ บั เนอ่ื งในโอกาสเทศกาลหรือวันสาคัญ หรือในโอกาสแสดงความยินดี
การแสดงความขอบคุณ การต้อนรับ การแสดงความเสียใจ รวมถึงการให้ตามมารยาทท่ีถือปฏิบัติกันในสังคม
อาทิ การรับในเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ วันเกิดของผู้รับ วันขึ้นบ้านใหม่ วันมงคลสมรส การรับของ
ทรี่ ะลกึ งานศพ เป็นตน้ โดยมูลค่าในการรับจากแต่ละบคุ คลแต่ละโอกาสดังกล่าว ไม่เกนิ 3,000 บาท
3.2 รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้ที่เป็นการให้ในลักษณะ
ให้กบั บุคคลทวั่ ไป
หมายถึง การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้ที่การให้นั้น
เปน็ การให้โดยทวั่ ไปซ่งึ การให้ในลักษณะนี้เป็นการให้โดยไม่กาหนดตัวผู้รับเป็นการเฉพาะเจาะจง และไม่ต้อง
คานงึ ถงึ มลู คา่ ของทรัพยส์ นิ หรอื ประโยชน์อื่นใดท่ีได้รับ อาทิ เจ้าพนักงานของรัฐได้รับรางวัลจากการจับสลาก
การรบั เงินรางวัลจากสลากกินแบ่งรัฐบาล การรบั ส่วนลดจากการซ้ืออสังหาริมทรพั ย์ การรับส่วนลดจากการซื้อ
รถยนต์ การรับรางวลั จากการแข่งขนั การรับของแจกในฐานะผู้ประสบภัยพบิ ัติ เปน็ ตน้
- 15 -
4. กำรดำเนินกำรกรณีท่ีเจำ้ พนักงำนของรฐั รับทรัพยส์ นิ หรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เป็นไปตำมหลักเกณฑ์
และจำนวนท่คี ณะกรรมกำร ป.ป.ช. กำหนด
โดยการรับน้ันเป็นการรับจากบุคคลท่ัวไปซ่ึงมิใช่ญาติท่ีมีราคาหรือมูลค่าในการรับจากแต่ละบุคคล
แต่ละโอกาสเกนิ 3,000 บาท ซึ่งเจา้ พนักงานของรฐั ได้รับมาโดยมีความจาเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับไว้ เพื่อรักษา
ไมตรี มติ รภาพ หรือความสัมพันธอ์ ันดรี ะหว่างบุคคล เจา้ พนักงานของรัฐจะต้องดาเนนิ การ ดงั นี้
1) แจ้งรายละเอยี ดข้อเทจ็ จริงเกี่ยวกบั การรบั ทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่นื ใดน้ัน ต่อหัวหนา้ สว่ นราชการ
ผู้บรหิ ารสูงสดุ ของรัฐวสิ าหกจิ หรอื ผบู้ รหิ ารสงู สดุ ของหน่วยงานอื่นของรัฐ สถาบัน หรือองค์กรท่ีเจ้าพนักงานของรัฐ
ผู้นน้ั สงั กัด ภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับสิ่งน้ันไว้ เพ่ือให้วินิจฉัยว่ามีเหตุผลความจาเป็น ความเหมาะสม
และสมควรทีจ่ ะใหเ้ จ้าพนักงานของรัฐผนู้ ั้นรับทรพั ยส์ ินหรอื ประโยชน์อ่ืนใดน้นั ไว้เปน็ สิทธขิ องตนหรือไม่
2) กรณีที่หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หรือผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่น
ของรฐั สถาบัน หรือองค์กรทเ่ี จ้าพนกั งานของรัฐผ้นู นั้ สงั กัดมีคาสั่งว่าไมส่ มควรรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใด
ดังกล่าว ก็ใหค้ นื ทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์อืน่ ใดนน้ั แก่ผ้ใู หโ้ ดยทนั ที
ในกรณที ่ีไมส่ ามารถคืนให้ได้ ใหเ้ จ้าพนักงานของรฐั ผู้น้ันส่งมอบทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใด
ดังกล่าวให้เป็นสิทธิของหน่วยงานท่ีเจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นสังกัดโดยเร็ว เมื่อได้ดาเนินการแล้ว ให้ถือว่า
เจา้ พนักงานของรัฐผนู้ ัน้ ไมเ่ คยไดร้ บั ทรพั ยส์ ินหรือประโยชนด์ ังกล่าว
3) กรณที เี่ จ้าพนักงานของรัฐผู้ได้รับทรัพย์สินเป็นผู้ดารงตาแหน่งดังต่อไปน้ี ให้แจ้งรายละเอียด
ข้อเทจ็ จริงเก่ยี วกับการรบั ทรัพยส์ ินหรือประโยชน์น้นั ต่อผูม้ อี านาจแตง่ ตั้งถอดถอน
(1) หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทยี บเทา่
(2) กรรมการ หรือผบู้ รหิ ารสงู สุดของรัฐวิสาหกจิ
(3) กรรมการ หรือผบู้ ริหารสงู สดุ ของหน่วยงานอ่ืนของรัฐ
ส่วนผู้ดารงตาแหน่งประธานกรรมการและกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญหรือผู้ดารงตาแหน่ง
ทไี่ ม่มผี บู้ ังคับบัญชาท่ีมีอานาจถอดถอน ให้แจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ท้ังนี้ เพื่อให้
ดาเนินการตาม 1) และ 2)
4) ในกรณที ีเ่ จา้ พนักงานของรฐั ผู้ได้รบั ทรพั ย์สินเป็นผู้ดารงตาแหน่งดังต่อไปน้ี ให้แจ้งรายละเอียด
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดน้ันต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา
ทเี่ จา้ พนักงานของรัฐผนู้ ั้นเป็นสมาชิก เพื่อใหด้ าเนนิ การตาม 1) และ 2)
(1) สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร
(2) สมาชกิ วุฒสิ ภา
5) ในกรณีทเ่ี จา้ พนกั งานของรฐั ผไู้ ดร้ ับทรัพย์สนิ เป็นผู้ดารงตาแหน่งดังต่อไปนี้ ให้แจ้งรายละเอียด
ข้อเท็จจริงเก่ียวกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดน้ันต่อผู้มีอานาจแต่งตั้งถอดถอน เพ่ือให้ดาเนินการ
ตาม 1) และ 2)
(1) ผบู้ ริหารท้องถิน่
(2) รองผบู้ ริหารทอ้ งถ่นิ
(3) ผูช้ ่วยผ้บู ริหารท้องถ่นิ
- 16 -
(4) สมาชิกสภาท้องถน่ิ ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
สาหรบั การรายงานการรับทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์อืน่ ใด ใหร้ ายงานตามแบบรายงานที่ปรากฏอยู่
ในแนบท้ายประกาศคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริตแห่งชาติ เร่ืองหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สิน
หรือประโยชนอ์ น่ื ใดโดยธรรมจรรยาของเจา้ พนกั งานของรฐั พ.ศ. 2563
- 17 -
5. ตัวอยำ่ งกำรรำยงำน
แบบรำยงำนทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์อื่นใดอนั อำจคำนวณเปน็ เงินได้
ตำมประกำศคณะกรรมกำรปอ้ งกันและปรำบปรำมกำรทุจริตแหง่ ชำติ
เร่ือง หลกั เกณฑ์กำรรบั ทรัพยส์ ินหรอื ประโยชนอ์ ื่นใดโดยธรรมจรรยำของเจำ้ พนักงำนของรฐั พ.ศ. 2563
วันที่ 3 มกรำคม 2565
เรียน อธิบดกี รม…
ข้าพเจ้า นำยสจุ ริต นามสกุล เท่ียงธรรม
ตาแหน่ง นักวชิ ำกำรเงนิ และบัญชีปฏบิ ตั กิ ำร สงั กดั กรม…
ขอรายงานการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือ
มีราคาหรือมีมูลค่ามากกว่าท่ีกาหนดไว้ในข้อ 6 ซ่ึงข้าพเจ้าได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้
โดยมรี ายละเอยี ดดงั นี้
ไดร้ ับเมอ่ื วันที่ 30 ธนั วำคม 2564 เวลำ 20.00 น.
ไดร้ บั เน่อื งจากกรณี เทศกำลปใี หม่
สถานทีร่ ับ บำ้ นพัก
ชอ่ื – นามสกลุ ของผู้ใหท้ รพั ยส์ ินหรอื ประโยชนอ์ ่นื ใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้
นำยม่ังคง่ั รำ่ รวย
ทอี่ ยู่ ตำบลปำกเกรด็ อำเภอปำกเกรด็ จังหวดั นนทบรุ ี
มีความเก่ยี วข้องเปน็ เพ่อื นสนทิ
รายละเอียดและมลู ค่าโดยประมาณของทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้ และแนบ
รปู ถา่ ยทรพั ย์สนิ หรอื เอกสารหลักฐานเก่ยี วกบั ประโยชน์อน่ื ใดมาพรอ้ มน้ดี ว้ ย
กระเช้ำของขวัญ มูลคำ่ โดยประมำณ 4,000 บำท
เหตุผล หรอื ความจาเป็นท่จี าต้องรบั ทรัพยส์ นิ หรือประโยชนอ์ ่นื ใดอนั อาจคานวณเป็นเงินได้
เพอ่ื รกั ษำไมตรมี ติ รภำพ เนือ่ งจำกเปน็ บุคคลทส่ี นิทสนมกนั มำช้ำนำน และเคยชว่ ยเหลอื เกอื้ กูลกัน
จงึ เรียนมาเพ่อื โปรดพจิ ารณาอนุญาต
ลงชือ่ ......สุจรติ ..เทีย่ งธรรม.....ผู้รายงาน
(...นายสุจริต...เท่ียงธรรม....)
/อนุญาต...
- 18 -
lktf อนญุ ำต เนื่องจากมเี หตผุ ล และความจาเปน็ ทจ่ี ะต้องรับไวเ้ พือ่ รกั ษาไมตรี มิตรภาพ หรือความสัมพันธอ์ ันดีระหวา่ ง
บคุ คล โดยสมควรรบั ไวเ้ ปน็ ทรพั ย์สนิ หรือสทิ ธสิ ่วนบคุ คล
ไมอ่ นุญำต โดยใหส้ ่งคนื แก่ผ้ใู ห้ทรัพยส์ ินหรอื ประโยชนอ์ ื่นใดอนั อาจคานวณเปน็ เงนิ ไดโ้ ดยทันที ในกรณที ่ีไมส่ ามารถคนื
ให้ได้ ให้เจา้ พนักงานของรฐั ผูน้ ้นั ส่งมอบทรัพยส์ นิ หรือประโยชนด์ ังกล่าวใหเ้ ป็นสทิ ธขิ องหน่วยงานท่ีเจา้ พนักงานของรัฐ
ผู้นั้นสังกัดโดยเรว็
ลงชื่อ..............................................
ตาแหนง่ อธิบดกี รม...
วันท่ี 4 มกราคม 2565
คำเตอื น เจ้ำพนักงำนของรัฐผู้ใดฝ่ำฝืนมำตรำ 128 ต้องระวำงโทษจำคุกไม่เกินสำมปีหรือปรับไม่เกินหกหม่ืนบำท
หรือท้งั จำทง้ั ปรบั
- 19 -
6. ผลของกำรฝำ่ ฝืนมำตรำ 128 และบทกำหนดโทษ
1. โทษตำมพระรำชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนูญวำ่ ดว้ ยกำรปอ้ งกนั และปรำบปรำมกำรทุจริต
พ.ศ. 2561
เจ้าพนกั งานของรฐั ทก่ี ระทาการฝา่ ฝืนบทบัญญัติมาตรา 128 ซึ่งบัญญตั ิไวใ้ นหมวด 6 ว่าด้วย
การขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ่วนบคุ คลและประโยชนส์ ว่ นรวม ตามพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
การป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ พ.ศ. 2561 ใหถ้ อื วา่ เป็นการกระทาความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่ราชการ
หรือความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามมาตรา 129 และต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปีหรือ
ปรับไม่เกินหกหม่นื บาท หรอื ท้งั จาทงั้ ปรับ ตามมาตรา 169
2. โทษตำมกฎหมำยอำญำ
เจ้าพนักงานของรัฐที่กระทาการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 128 หากได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์
อ่ืนใดมาโดยมิชอบ โดยมีเจตนาพิเศษเพื่อกระทาการหรือไม่กระทาการอย่างใดในตาแหน่งไม่ว่าการน้ันจะชอบหรือ
มิชอบดว้ ยหน้าท่ี เจา้ พนกั งานของรัฐผู้นั้นย่อมมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานรับสินบนตามประมวลกฎหมาย
อาญามาตรา 149 ตอ้ งระวางโทษจาคุกตงั้ แตห่ ้าปถี งึ ย่ีสิบปี หรือจาคกุ ตลอดชวี ิต และปรับต้ังแต่หนึ่งแสนบาท
ถงึ สแ่ี สนบาท หรอื ประหารชวี ติ
- 20 -
7. ผงั แนวทำงกำรปฏบิ ตั ิตำมหลกั เกณฑ์ในกำรรับทรพั ยส์ ินหรือประโยชน์อน่ื ใด
ห้าม เจา้ พนักงานของรัฐและผู้ซึ่งพ้นจากการเปน็ เจ้าพนักงานของรัฐมาแล้วยังไม่ถึงสองปี
รบั ทรัพย์สินหรือประโยชนอ์ ่ืนใดอันอาจคานวณเป็นเงนิ ได้
กรณีดังตอ่ ไปนีส้ ามารถรับทรพั ย์สิน กรณดี ังต่อไปนสี้ ามารถรับทรัพยส์ ินหรือประโยชนอ์ ่ืนใดได้
หรือประโยชน์อนื่ ใดได้ โดยไม่ตอ้ ง แต่ตอ้ งรายงานผบู้ งั คับบัญชา
รายงานตอ่ ผบู้ ังคบั บญั ชา
- รับทรพั ยส์ นิ หรือประโยชนอ์ ันควรได้ รับมาแล้ว โดยไมเ่ ป็นไปตามหลกั เกณฑห์ รอื มีราคาหรอื
ตามกฎหมาย กฎ หรอื ขอ้ บังคบั ที่ออก มูลคา่ มากกวา่ ทีก่ าหนด โดยมีความจาเปน็ อยา่ งยิ่งท่ีตอ้ ง
โดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัติแห่ง รักษาไมตรมี ติ รภาพ หรือความสมั พนั ธอ์ ันดรี ะหว่างบุคคล
กฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหนา้ ที่ หรือละเว้นการปฏิบตั ิหน้าท่ี
- รับทรพั ย์สินหรอื ประโยชนอ์ ืน่ ใดจาก
บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือญาติที่ให้ แจ้งรายละเอยี ดขอ้ เท็จจรงิ ภายใน ๓๐ วนั
ตามประเพณีหรือตามธรรมจรรยา ตอ่ หวั หนา้ ส่วนราชการ หรอื ผบู้ ริหารสงู สดุ ของหนว่ ยงานที่
ตามฐานานรุ ปู เจา้ พนักงานของรฐั ผ้นู ั้นสังกัด เพื่อให้วินิจฉัยว่าสมควรจะให้รับไว้
- รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด
โดยธรรมจรรยา ตามหลักเกณฑ์ท่ี เป็นสทิ ธขิ องตนหรอื ไม่
คณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด ไดแ้ ก่
๑) การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด กรณีที่หัวหน้าสว่ นราชการ หรือผู้บรหิ ารสูงสุดของ
อันอาจคานวณเป็นเงินได้จากผู้ใดซ่ึง หน่วยงาน ท่ีเจา้ พนกั งานของรัฐผู้นั้นสังกัด มีคาส่ังวา่
มิใช่ญาติท่ีมีราคา หรือมูลคา่ ในการรับ
จากแต่ละบุคคลแต่ละโอกาสไม่เกิน “ไม่สมควรรับ” ทรพั ยส์ ินหรอื ประโยชน์อ่ืนใด
สามพันบาท ให้คนื ทรพั ย์สินหรอื ประโยชน์อ่ืนใดนัน้ แก่ผ้ใู หโ้ ดยทันที
๒) การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่น ในกรณีท่ีไม่สามารถคนื ใหไ้ ด้ ให้เจา้ พนักงานของรฐั ผนู้ นั้
ใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้ท่ีการให้ ส่งมอบทรพั ยส์ ินหรอื ประโยชนอ์ ่ืนใดดงั กลา่ วให้เป็นสิทธิ
นนั้ เป็นการให้ในลักษณะให้กับบุคคล ของหน่วยงานที่เจ้าพนกั งานของรัฐผู้นัน้ สงั กดั โดยเรว็
ท่วั ไป
หากฝ่าฝืน
- ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ สามปหี รือปรับไมเ่ กนิ หกหมืน่ บาทหรือท้งั จาทง้ั ปรับ
- ให้ถอื วา่ เป็นการกระทาผิดต่อตาแหน่งหน้าทีร่ าชการหรอื ความผิดตอ่ ตาแหน่งหนา้ ทใี่ นการยุตธิ รรม
- 21 -
หลักเกณฑใ์ นกำรรับทรพั ย์สนิ หรอื ประโยชนอ์ ่นื ใด
ของเจำ้ พนกั งำนของรัฐ ตำมมำตรำ 128
เปรยี บเทียบกับหลักเกณฑต์ ำมกฎหมำยอ่ืน
1. กำรรับทรัพย์สินหรือประโยชนอ่ืนใดตำมควำมในมำตรำ 128 กับกำรให้หรือกำรรับของขวัญของ
เจำ้ หน้ำทข่ี องรฐั ตำมระเบยี บสำนกั นำยกรัฐมนตรวี ่ำด้วยกำรให้ หรอื กำรรับของขวญั ของเจ้ำหนำ้ ทข่ี องรัฐ พ.ศ. 2544
การรับทรัพย์สินหรือประโยชนอื่นใดของเจ้าพนักงานของรัฐ นอกจากจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
ในการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาและตามกฎหมายมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 แล้วก็ตามแต่ในการให้
หรือรับทรัพย์สินของเจ าพนักงานของรัฐท่ีเป็นข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ
ทเ่ี ปน็ สว่ นราชการ หรอื หน่วยงานที่อยู่ในการกากับดูแลของฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลทุกระดับท้ังในราชการสวนกลาง
ราชการสวนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถ่ิน และรัฐวิสาหกิจ ในการให้หรือการรับของขวัญของเจ้าพนักงาน
ของรัฐข้างต้น จะต้องปฏิบัติตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าท่ี
ของรัฐ พ.ศ. 2544 ซึ่งมีหลักการที่กาหนดให้เจ้าหน้าท่ีของรัฐจะต้องปฏิบัติเป็นการเพ่ิมเติมในส่วนที่มิได
กาหนดไว้ในหลักเกณฑ์ของการรับทรัพย์สินหรือประโยชนอื่นใดของเจ้าพนักงานของรัฐท่ีจะต้องปฏิบัติตาม
ก ฎ ห ม า ย แ ล ะ ต้ อ ง ป ฏิ บั ติ ต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ใ น ก า ร รั บ ท รั พ ย์ สิ น ห รื อ ป ร ะ โ ย ช น์ อื่ น ใ ด โ ด ย ธ ร ร ม จ ร ร ย า
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ซ่ึงเจ้าพนักงานของรัฐก็จะต้องปฏิบัติตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญ
ของเจ้าหน้าทีข่ องรัฐ พ.ศ. 2544 ด้วย โดยมขี อ้ สงั เกตดงั ต่อไปน้ี
- 22 -
พระรำชบญั ญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ระเบียบสำนกั นำยกรัฐมนตรี
วำ่ ดว้ ยกำรป้องกันและปรำบปรำม ว่ำดว้ ยกำรให้หรอื รับของขวญั ของ ขอ้ สังเกต
กำรทุจรติ พ.ศ. 2561 เจำ้ หน้ำท่ขี องรฐั พ.ศ. 2544
มำตรำ 4 ข้อ 3
“เจ้าพนักงานของรัฐ” หมายความว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” หมายความว่า “เจ้าพนักงานของรัฐ” ตามนิยามของ
เจ้าหน้าที่ ของรัฐ ผู้ ดารงตาแหน่ ง ข้าร าช การ พนักง านแล ะลูกจ้าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ทางการเมืองตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ของหน่วยงานของรัฐ “ผู้บังคับบัญชา” ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ผู้ ด า ร ง ต า แ ห น่ ง ใ น อ ง ค์ ก ร อิ ส ร ะ ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ พ.ศ. 2561 มีความหมายครอบคลุม
และคณะกรรมการ ป.ป.ช. หัวหน้าหน่วยงานที่แบ่งเป็นการภายใน เจ้าพนกั งานของรฐั ทกุ ตาแหน่ง“เจ้าหน้าที่
ของหน่วยงานของรัฐ และผู้ซึ่งดารง ของรฐั ” ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีฯ
ตาแหน่งในระดับท่ีสูงกว่าและได้รับ ครอบคลุมเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ
มอบหมายให้มีอานาจบังคับบัญชาหรือ ซึ่งอยู่ในกากับของฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล
กากบั ดูแลด้วย จะเห็นได้ว่าเจ้าพนักงานของรัฐตามนิยาม
มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด วยการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
จะครอบคลมุ มากกว่า ซ่ึงผู้บังคับบัญชา
ก็ อ ยู่ ใ น ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง นิ ย า ม ค า ว่ า
เจ้าพนักงานของรัฐตามมาตรา 4
แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่ า ด้ ว ย ก า ร ป้ อ ง กั น แ ล ะ ป ร า บ ป ร า ม
การทจุ ริต พ.ศ. 2561 ด้วย
มำตรำ 128 ข้อ 5
ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดรับ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะให้ของขวัญแก่ มาตรา 128 กาหนดหลักเกณฑ์
ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจ ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลในครอบครัว เร่ืองของการห้ามเจ้าพนักงานของรัฐ
คานวณเป็นเงินได้จากผู้ใดนอกเหนือจาก ของผู้บังคับบัญชานอกเหนือจากกรณี รับทรัพย์สินหรือประโยชน อ่ืนใดและ
ทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ ปกติประเพณีนิยมท่ีมีการให้ของขวัญ ข้อยกเว้นในการรับทรัพย์สินหรือ
ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออก แก่กันมิได้ ประโยชน์อ่ืนใด ซึ่งกาหนดเฉพาะตัว
โ ด ย อ าศั ย อ าน า จ ตา ม บ ทบั ญ ญั ติ การให้ของขวัญตามปกติประเพณี เจ้าพนักงานของรัฐเท่านั้นไม่รวมถึง
แห่งกฎหมายเว้นแต่การรับทรัพย์สิน นิยมตามวรรคหน่ึง เจ้าหน้าท่ีของรัฐ การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใด
หรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยา จะให้ของขวัญที่มีราคาหรือมูลค่าเกิน ของบคุ คลในครอบครวั เจ้าพนกั งานของรฐั
ต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ แ ล ะ จ า น ว น ที่ จานวนที่คณะกรรมการป้องกันและ ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีฯ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด ปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาติกาหนดไว้ ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 8 กล่าวโดยสรุป
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับ สาหรับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ คือเป็นการกาหนดหลักเกณฑ์การให้
การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใด อ่ืนใด โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ ของขวัญและการเร่ียไรหรือการใช้เงิน
จากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือญาติที่ให้ ของรัฐตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ สวัสดิการเพ่ือมอบหรือจัดหาของขวัญ
ตามประเพณี หรือตามธรรมจรรยา ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้ผู้บงั คับบัญชาและบคุ คลในครอบครัว
ตามฐานานรุ ปู มิได้เจ้าหน้าท่ีของรัฐจะทาการเร่ียไรเงิน ตลอดจนการกาหนดหลักเกณฑ์ในการ
บทบัญญัติในวรรคหน่ึงให้ใช้บังคับ ห รื อ ท รั พ ย์ สิ น อื่ น ใ ด ห รื อ ใ ช้ เ งิ น ยิ นยอมหรื อรู้ เห็ นเป็ นใจให้ บุ คคล
- 23 -
พระรำชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู ระเบยี บสำนักนำยกรฐั มนตรี
ว่ำด้วยกำรปอ้ งกนั และปรำบปรำม ว่ำดว้ ยกำรให้หรือรบั ของขวญั ของ ข้อสงั เกต
กำรทุจรติ พ.ศ. 2561 เจำ้ หนำ้ ที่ของรัฐ พ.ศ. 2544
กบั การรับทรพั ย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใด สวัสดิการใด ๆ เพื่อมอบให้หรือจัดหา ในครอบครัวของเจ้าหน้าที่ของรัฐและ
ของผู้ซ่ึงพ้นจากการเป็นเจ้าพนักงาน ของขวัญให้ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคล ผ้บู งั คบั บญั ชาในการรบั ของขวัญ
ของรัฐมาแล้วยังไม่ถึงสองปีด้วยโดย ในครอบครัวของผู้บังคับบัญชาไม่ว่า ซึ่งก็ต้องดาเนินการตามหลักเกณฑ์
อนโุ ลม กรณีใด ๆ มิได้ การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด
ตามทคี่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
ขอ้ 6
ผู้บังคับบัญชาจะยินยอมหรือรู้เห็น
เป็นใจให้บุคคลในครอบครัวของตนรับ
ของขวัญจากเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ซึ่งเป็น
ผอู้ ยู่ในบังคับบัญชามิได้ เว้นแต่เป็นการ
รับของขวัญตามข้อ 5
ขอ้ 7
เ จ้ า ห น้ า ที่ ข อ ง รั ฐ จ ะ ยิ น ย อ ม ห รื อ
รู้ เ ห็ น เ ป็ น ใ จ ใ ห้ บุ ค ค ล ใ น ค ร อ บ ค รั ว
ของตนรับของขวัญจากผู้ท่ีเกี่ยวข้อง
ในการปฏบิ ัตหิ น้าท่ีของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ
มิได้ ถ้ามิใช่เป็นการรับของขวัญตามกรณี
ท่ีกาหนดไวใ้ นขอ้ 8 ฯลฯ
ข้อ 8
เจ้ า หน้ า ท่ี ข องรั ฐจะ ยิ น ยอม หรื อ
รู้เห็นเป็นใจให้บุคคลในครอบครัวของตน
รับของขวัญจากผู้ที่เก่ียวข้องในการปฏิบัติ
หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐได้เฉพาะกรณี
การรับของขวัญท่ีให้ตามปกติประเพณีนิยม
และของขวั ญนั้ นมีราคาหรื อมูลค่ า
ไม่เกินจานวนที่คณะกรรมการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกาหนดไว้
สาหรับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์
อื่นใด โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ
ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
การป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ
- 24 -
พระรำชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ระเบียบสำนกั นำยกรัฐมนตรี
ว่ำด้วยกำรปอ้ งกนั และปรำบปรำม วำ่ ด้วยกำรให้หรอื รบั ของขวัญของ ข้อสังเกต
กำรทจุ ริต พ.ศ. 2561 เจำ้ หนำ้ ท่ีของรัฐ พ.ศ. 2544
ข้อ 9
ใน ก ร ณี ท่ี บุ ค ค ล ใ น ค ร อ บ ค รั ว ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ของเจ้าหน้าที่ของรัฐรับของขวัญแล้ว กาหนดเฉพาะตัวเจ้าพนักงานของรัฐ
เจ้าหน้าท่ีของรัฐทราบในภายหลังว่า ท่ีรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใด
เป็นการรับของขวญั โดยฝ่าฝืนระเบียบนี้ มาแ ล้ว ไม่ เป็ นไ ปต าม ห ลั กเ กณ ฑ์
ใหเ้ จ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ท่ีกาหนด (ไมร่ วมถึงบุคคลในครอบครัว)
ท่คี ณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปราม โดยเจ้าพนักงานของรัฐผู้น้ันต้องเป็น
การทุจริตแห่งชาติ กาหนดไว้สาหรับ ผรู้ ายงานการรับทรัพย์สินหรอื ประโยชน์
การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อื่นใดต่อผบู้ ังคับบญั ชา
โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีฯ
ท่ีมีราคาหรือมูลค่าเกินกว่าท่ีกาหนดไว้ กาหนดรวมไปถึงกรณีที่เจา้ พนักงานของ
ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย รัฐทราบภายหลังว่าบุคคลในครอบครัว
การป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริต รับของ ขวัญมาโ ดยไม่เป็นไปตาม
หลกั เกณฑ์ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
ซึ่งเจ้าพนักงานของรัฐ ผู้น้ันต้องรายงาน
การรั บทรั พย์ สิ นห รื อปร ะโยช น์ อื่ นใ ด
ของบุคคลในครอบครัวต่อผู้บังคับบัญชา
ตามประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.
โดยอนโุ ลม
มำตรำ 169 ขอ้ 10
เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดฝ่าฝืน ในกรณีที่เจ้าหน้าท่ีของรัฐผู้ใดจงใจ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
มาตรา 128 ต้องระวางโทษจาคุก ปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ของขวัญหรือรับ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม
ไม่เกนิ สามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท ของขวัญโดยฝ่าฝืนระเบียบนี้ให้ดาเนินการ การทุจริต พ.ศ. 2561 มีบทกาหนด
หรอื ทั้งจาทั้งปรบั ดังต่อไปนี้ โทษทางอาญาสาหรับเจ้าพนักงานของรัฐ
มำตรำ 129 (1) ในกรณีท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็น ที่ฝ่า ฝืนม าต ร า 128 แ ล ะบั ญญั ติ
กา ร ก ร ะ ท าอั นเ ป็ น ก าร ฝ่า ฝื น ข้าราชการการเมือง ให้ถือว่าเจ้าหน้าท่ี ให้ถือว่าเป็นการกระทาความผิดต่อ
บทบัญญัติในหมวดน้ี ให้ถือว่าเป็น ของรัฐผู้น้ันประพฤติปฏิบัติไม่เป็นไป ตาแหนง่ หน้าทร่ี าชการ หรือความผิดต่อ
การกระทาความผิดต่อตาแหน่งหน้าท่ี ตามคุณธรรมและจริยธรรมและให้ ตาแหน่งหนา้ ทใ่ี นการยตุ ิธรรม
ราชการหรือความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่ ดาเนินการตามระเบียบท่ีนายกรัฐมนตรี แต่ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีฯ
ในการยุติธรรม กาหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีบทกาหนดโทษทางเฉพาะเรื่องการฝ่าฝืน
ว่าดว้ ยมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม
ของข้าราชการการเมอื ง สาหรับขา้ ราชการการเมอื ง และกาหนด
(2) ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็น โทษทางวินัยสาหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ข้าราชการประเภทอ่ืนนอกจาก (1) หรือ ทีม่ ใิ ช่ข้าราชการการเมือง หรือพนักงาน
พนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ
หรือพนักงานของรัฐวิสาหกิจ ให้ถือว่า พนักงานของรฐั วิสาหกจิ
- 25 -
พระรำชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนูญ ระเบยี บสำนักนำยกรฐั มนตรี ขอ้ สังเกต
วำ่ ด้วยกำรปอ้ งกนั และปรำบปรำม ว่ำดว้ ยกำรใหห้ รอื รับของขวัญของ
กำรทุจริต พ.ศ. 2561 เจำ้ หนำ้ ทีข่ องรัฐ พ.ศ. 2544
เ จ้ า ห น้ า ที่ ข อ ง รั ฐ ผู้ นั้ น เ ป็ น ผู้ ก ร ะ ท า
ความผิดทางวินัยและให้ผู้บังคับบัญชา
มหี น้าทีด่ าเนินการให้มกี ารลงโทษทางวินัย
เจ้าหน้าทขี่ องรฐั ผนู้ ้นั
2. กำรรบั ทรัพย์สินหรือประโยชนอนื่ ใดตำมควำมในมำตรำ 128กบั กำรเรียกรับสินบนของเจ้ำพนกั งำนของรฐั
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ตามท่ีบัญญัตไิ วในมาตรา 128 เจา้ พนักงานของรฐั จะรับทรพั ย์สนิ ไดกต็ อ่ เมอ่ื การรบั ทรพั ย์สนิ หรือประโยชน์อื่นใดน้ัน
ได้มกี ฎหมาย กฎ หรือขอ้ บังคบั ทอ่ี อกโดยอาศัยอานาจตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมายอนุญาตให้เจ้าพนักงานของรัฐ
รับไดและการรับทรัพย์สินหรือประโยชนอ่ืนใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจานวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.
กาหนด แต่ถ้าการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นมีลักษณะเรียกรับ หรือยอมจะรับ
ทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดสาหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทาการหรือไม่กระทาการอย่างใดในตาแหน่ง
ไม่ว่าการนัน้ จะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 149 แห่งประมวลกฎหมายอาญาด้วย
ดังนั้น การรับสินน้าใจของเจ้าพนักงานของรัฐจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
หากเจ้าพนักงานของรัฐไมสามารถแยกแยะในการรับทรัพย์สินไดวาการรับทรัพย์สินนั้นเป็นเร่ืองสินน้าใจหรือ
สินบนแลว จะทาให้เจาพนักงานของรัฐผู้รับทรัพย์สินน้ัน ปฏิบัติผิดกฎหมายและจะเป็นโทษกับเจ้าพนักงานของรัฐ
ผู้รับทรัพย์สินนั้นด้วย และในกรณีที่เจ้าพนักงานของรัฐสามารถแยกแยะหรือจาแนกไดในเร่ืองหลักเกณฑ์
ของการรับทรัพย์สินไดแล้ว ก็จะเป็นการที่สามารถป้องกันเจ้าพนักงานของรัฐไมให้มีการละเมิดประมวลจริยธรรม
รวมถึงสามารถแก้ไขปัญหาเจ้าพนักงานของรัฐในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการขัดกันระหว่างประโยชน์
ส่วนบคุ คลกบั ประโยชนสวนรวมและการปอ้ งกันการทจุ รติ ของเจ้าพนกั งานของรัฐได
การท่ีกฎหมายกาหนดให้การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าพนักงานของรัฐเป็นความผิด
เน่ืองจากการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าพนักงานของรัฐ อาจ ทาให้ประชาชนหรือสังคมเกิด
ความเคลอื บแคลงสงสัยไดว้ ่าจะมกี ารใช้อานาจหนา้ ทห่ี รือการดาเนินการใด ๆ เพ่ือเอ้ือประโยชน์ให้แก่ผู้ให้ทรัพย์สินนั้น
หรือไม่ทาให้เกิดความไม่เชื่อม่ันต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้น แม้ว่าในความเป็นจริง
เจ้าพนกั งานของรฐั ผ้นู ้ันอาจไดร้ ับทรัพย์สินมาจริง โดยมิได้มีการใช้อานาจหน้าที่หรือดาเนินการใด ๆ เพื่อให้เกิด
ประโยชน์แก่ผ้ใู ห้ทรัพยส์ ินนนั้ ก็ตาม แตก่ ารจะพสิ จู น์ให้ประชาชนส้นิ สงสัยนั้นกระทาได้ยาก ดังนั้นจะเห็นได้ว่า
การรบั ทรพั ย์สนิ หรอื ประโยชน์อื่นใดน้ันอาจนาไปสู่การทุจริตในรูปแบบของการรับสินบนโดยใช้อานาจหน้าท่ี
หรือใชด้ ุลยพนิ จิ เพอ่ื เออ้ื ประโยชนใ์ หแ้ ก่ผทู้ ี่ใหท้ รัพย์สินได้ โดยมีข้อสังเกตของการรับทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์อ่ืนใด
กบั การรับสินบนพอสังเขปดังตอ่ ไปนี้
- 26 -
ประเดน็ ที่ กำรรับทรัพย์สนิ กำรรับสนิ บน ข้อสังเกต
พจิ ำรณำ หรอื ประโยชน์อ่ืนใด
กฎหมำย
พระรำชบัญญัติประกอบ ประมวลกฎหมำยอำญำ หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สิน
รฐั ธรรมนญู ว่ำด้วยกำรป้องกัน มำตรำ 149 ได้บัญญัติไว้ว่า ห รื อ ป ร ะ โ ย ช น์ อื่ น ใ ด
และปรำบปรำมกำรทุจริต ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน... ตามมาตรา 128 กาหนด
พ.ศ. 2561 1) เรียก 2) รับ 3) ยอม ก า ร รั บ ท รั พ ย์ สิ น ฯ ไ ว้
มำตรำ 128 ไดบ้ ัญญัตไิ วว้ ่า จ ะ รั บ ท รั พ ย์ สิ น ห รื อ โดยไม่คานึงถึงการรับไว้
หา้ มมิให้เจา้ พนักงานของรัฐ ประโยช น์อื่นใด สาหรับ เพื่อกระทาการหรือไม่กระทาการ
ผใู้ ดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ ตนเองหรือผู้อ่ืนโดยมิชอบ อย่างหน่ึงอย่างใด จึงแตกต่าง
อน่ื ใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้ เพื่อกระทาการหรือไม่กระทา จากการรับสินบนตามมาตรา
จากผู้ใดนอกเหนือจากทรัพย์สิน การ อย่าง ใดในตาแห น่ง 149 แห่งประมวลกฎหมาย
หรือประโยชน์อันควรได้ ไม่ว่าการนน้ั จะชอบหรือมิชอบ อาญาท่ีกาหนดการรับทรัพย์สินฯ
ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ดว้ ยหน้าที่ต้องระวางโทษ... ไวท้ เี่ กดิ จากการปฏิบัติหน้าท่ี
ท่ีออกโดยอาศัยอานาจตาม เรียก หมายถึง เรียกเอา ของเจ้าพนักงานของรัฐหรือ
บทบั ญญัติแห่ง กฎห มาย ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด จากการใช้อานาจหน้าที่ของ
เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือ “ทรพั ย์สนิ ” อาจจะเป็นเงนิ ทอง เจ้าพนักงานของรัฐในการ
ประโยชน์อ่ืนใดโดยธรรมจรรยา ส่ ว น “ป ร ะ โ ย ช น์ ” ปฏิบัติหน้าที่และไดเรียกรับ
ตามหลักเกณฑ์และจานวนท่ี หมายรวมถึง ประโยชน์ทุกชนิด ทรัพย์สินจากการปฏิบัติ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด... จะเปน็ ประโยชน์ในทางทรัพย์สิน หน้าที่นั้น ๆ ไม่ว่าจะชอบ
หรือมิใช่ทรัพย์สินก็ได้ เช่น หรอื มิชอบด้วยหนา้ ท่ี
รบั ทางานให้ เป็นต้น การเรียก การรับทรัพย์สินหรือ
ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ ป ร ะ โ ย ช น์ อื่ น ใ ด ข อ ง
อาจจะทาโดยวาจา หรือวิธีอื่น เจา้ พนกั งานของรฐั ตามมาตรา
เช่น สมาชิกสภาเทศบาล 128 ไม่จาเป็นต้องพิจารณาว่า
เขียนจดหมายถึง นาย บ. ตนเองน้ันจะต้องมีหน้าท่ี
ให้ช่วยปลดเปล้ืองหน้ีสิน กระทาการอยา่ งใดในตาแหนง่
ให้ก็เป็นการเรียกทรัพย์สิน หรือไม่ก็ตาม หากตนเองน้ัน
เหมือนกันและเพียงแต่เรียก รบั ทรพั ย์สินหรอื ประโยชน์อ่ืนใด
แม้จะยังไม่ได้ทรัพย์หรือ ไว้โดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์
ประโยชน์ตามที่เรียกก็เป็น และเง่ือนไขของมาตรา 128
ความผิดสาเรจ็ แลว้ ก็ ถื อได้ ว่ าตนเองนั้ นฝ่ า ฝื น
รับ หมายถึง เอาไว้ซึ่ง ตามบทบญั ญัตนิ ้ีแล้ว
ทรพั ยส์ ินหรือประโยชนอ์ ื่นใด มำตรำ 128 ห้ามรับ
ทผ่ี ู้อ่ืนมอบหรือยอมให้ ทรพั ย์สนิ หรือประโยชนอ์ ื่นใด
ยอ มจะ รับ ห มายถึ ง มำตรำ 149 หา้ มเรียก
ตกลงที่จะเอาไว้หรือรับไว้ซ่ึง รับ ยอมจะรับทรัพยส์ ินหรอื
ทรัพยส์ ินหรือประโยชน์อื่นใด ประโยชน์อ่นื ใด
ในอนาคต
- 27 -
ประเดน็ ที่ กำรรบั ทรัพยส์ ิน กำรรับสนิ บน ขอ้ สังเกต
พจิ ำรณำ หรอื ประโยชนอ์ นื่ ใด
ผ้อู ยู่ภำยใต้บังคบั
เจ้าพนักงานของรฐั เจ้าพนักงานสมาชิกสภานิติ ผอู้ ยู่ภายใต้บังคับของมาตรา
โทษ
บัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภา 149 แห่งประมวลกฎหมาย
ตัวอย่ำง
จงั หวดั หรือสมาชิกสภาเทศบาล อาญาอยู่ภายใต้คานิยาม
ผูม้ ีหน้าท่ี คาว่า “เจ้าพนักงานของรัฐ”
ตามพระราชบัญญัตปิ ระกอบ
รฐั ธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. 2561
- จำคุกไม่เกนิ 3 ปีหรือปรับ จำคุกต้ังแต่ 5 - 20 ปีหรือ หำกรบั สนิ บนจะมโี ทษสูงสุด
ไม่เกิน 60,000 บำทหรือ ตลอดชีวิต และปรับต้ังแต่ คือ “ประหำรชีวติ ”
ทง้ั จำและปรับ 100,000 - 400,000 บำท
- การกระทาอันเป็นการ หรือประหำรชวี ติ
ฝ่า ฝืน บ ทบั ญ ญัติ ม าต ร า
128 ถือว่าเป็นการกระทา
ความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่
ร า ช ก า ร ห รื อ ค ว า ม ผิ ด ต่ อ
ตาแหน่งหน้าท่ีในการยุติธรรม
นาย ก. เจ้าพนักงานของรัฐใช้ นาย ค. เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ จากตัวอย่าง จะเห็นได้ว่า
อานาจในตาแหน่งโดยชอบ มีอานาจหน้าที่พิจารณาท่ีจะ ความผิดในเรื่องของการรับสินบน
ว่าจ้างนาย ข. เป็นผู้ก่อสร้าง วา่ จ้างผรู้ ับเหมาก่อสร้างเป็น มีลักษณะเป็นการรับทรัพย์สิน
อาคารใหแ้ กท่ างราชการและ ผู้ก่อสร้างอาคารให้แก่ทางราชการ เพื่อแลกกับการที่เจ้าพนักงาน
มีการทาสัญญาไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนทาสัญญา นาย ค. ของรัฐผู้น้ันจะกระทาการ
นาย ข. ดีใจท่ีได้เป็นผู้รับเหมา ไดร้ บั เงินจานวนหนึ่งจากนาย ง. หรือไม่กระทาการอย่างใด
งานก่อสร้างน้ัน จึงนาเงิน จึงได้เชิญนาย ง. มาทาสัญญา ในต าแห น่ง ห น้าที่ น้ัน ๆ
จานวนหน่งึ ไปมอบให้แก่นาย ก. ใหไ้ ด้เป็นผรู้ ับเหมาก่อสรา้ งนั้น แต่ค วามผิดในเรื่อง ของ
โดยนาย ก. ได้รับเงินจานวน กรณีนี้ นำย ค. จะมีควำมผิด ก า ร รั บ ท รั พ ย์ สิ น ห รื อ
นั้นไว้ ฐำนรับสินบน เพรำะนำย ค. ประโยชน์อ่ืนใดนั้น เมื่อมี
กรณนี ีน้ ำย ก. ไม่มีควำมผิด รับทรัพย์สินสำหรับตนเอง การรับทรัพย์สินท่ีไม่เป็นไป
ฐำนรบั สินบนเพรำะนำย ก. โดยมิชอบและใช้อำนำจ ตามหลักเกณฑ์ท่ีกฎหมาย
ไ ม่ ไ ด้ รั บ ท รั พ ย์ สิ น จ ำ ก หน้ำท่ีเพื่อเอื้อประโยชน์ กาหนดไว้ ก็จะมีความผิด
นำย ข. เพ่ือกระทำกำรใด ให้แก่ นำ ย ง. เข้ำเ ป็น ทันที โดยท่ีเจ้าพนักงานของรัฐ
ใ นต ำ แ ห น่ง แล ะ ไ ม่ ไ ด้ มี ผู้รับเหมำก่อสร้ำง โดยเหน็ แก่ ผู้น้ันจะใช้หรือไม่ใช้อานาจ
กำรใช้อำนำจหน้ำท่ีเพื่อ ประโยชน์จำกทรัพย์สิน หน้าท่ีกระทาการอย่างใด
เอื้อประโยชน์ให้แก่นำย ข. ท่ีไ ด้รับมำ จ ำ ก นำ ย ง . ในตาแหนง่ หรอื ไม่ก็ตาม
แต่นำย ก. จะมีควำมผิด และยังมีควำมผิดในเรื่อง
ในเรอื่ งกำรรับทรพั ยส์ ินหรือ ก ำ ร รั บ ท รั พ ย์ สิ น ห รื อ
ประโยชน์อื่นใดตำมกฎหมำย ประโยชน์อ่ืนใดตำมกฎหมำย
- 28 -
ประเดน็ ท่ี กำรรับทรพั ยส์ นิ กำรรบั สนิ บน ข้อสงั เกต
พจิ ำรณำ หรอื ประโยชนอ์ ืน่ ใด
ประกอบรฐั ธรรมนูญว่ำด้วย ประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วย
กำรป้องกันและปรำบปรำม กำรป้องกันและปรำบปรำม
กำรทจุ ริต กำรทุจริตดว้ ย
กฎหมายได้กาหนดหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินของเจ้าพนักงานของรัฐไว้ เพื่อให้เจ้าพนักงานของรัฐ
ไดทราบว่าในกรณีใดบ้างที่เจ้าพนักงานของรัฐจะรับทรัพย์สินได กรณีใดบ้างที่เป็นการรับทรัพย์สินแล้ว
เป็นการเกิดผลประโยชน ทับซ้อนหรือเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน ส วนบุคคลกับประโยชน์ ส่วนรวม
หรือในบางกรณีเป็นการเรียกรับสินบน ดังนั้น หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ท่ีกฎหมายได กาหนดขึ้นมาข้างต้น
ก็เพื่อให้การปฏิบัติหน้าท่ีราชการของเจ้าพนักงานของรัฐเกิดความโปร่งใสและยึดถือประโยชน์ส่วนรวม
ซึ่งจะทาใหก้ ารบริหารราชการแผน่ ดนิ เกิดความเจริญก้าวหน้าสร้างความผาสุกให้กบั ประชาชนส่วนรวม
3. ข้อพิจำรณำระหว่ำงกำรรับทรัพย์สินหรือประโยชน อ่ืนใดตำมควำมในมำตรำ 128
กบั กำรดำเนนิ กำรเรยี่ ไรและกำรรับบรจิ ำคของเจำ้ พนักงำนของรัฐ
การรับทรัพย์สินหรือประโยชน อื่นใดของเจ้าพนักงานของรัฐอีกรูปแบบหน่ึงที่พบเห็นได้
ในชวี ิตประจาวนั คอื การดาเนนิ การเร่ยี ไรหรอื การรบั บริจาคเงินหรือทรัพย์สิน เช่น การนาเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับมา
ไปดาเนินการเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือเพ่ือการสาธารณกุศล เป็นต้น โดยพระราชบัญญัติควบคุม
การเรี่ยไร พุทธศักราช 2487 ได้กาหนดความหมายของการเรี่ยไรไว้ว่า “การเร่ียไร” หมายความรวมถึง การซ้ือขาย
แลกเปล่ียน ชดใช้ หรือบริการ ซ่ึงมีการแสดงโดยตรง หรือโดยปริยาย ว่ามิใช่เป็นการซ้ือขาย แลกเปล่ียน ชดใช้
หรอื บริการธรรมดา แต่เพอ่ื รวบรวมทรพั ยส์ นิ ท่ีได้มาท้งั หมดหรือบางส่วนไปใช้ในกิจการอย่างหน่ึงน้นั ด้วย
ผลจากการดาเนินการเรย่ี ไรนาไปส่กู ารไดร้ บั ทรัพยส์ ินหรอื ประโยชนอ์ นื่ ใดของเจ้าพนกั งานของรัฐ
หากเจ้าพนกั งานของรฐั ได้ดาเนนิ การเรีย่ ไรตามหลกั เกณฑ์และขั้นตอนที่กาหนดไว้ตามพระราชบัญญัติควบคุม
การเรี่ยไร พุทธศักราช 2487 ซ่ึงเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวท่ีได้มาจากการเร่ียไร ถือเป็นทรัพย์สิน
หรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ซึ่งเจ้าพนักงานของรฐั สามารถรบั เงินหรอื ทรพั ย์สินนัน้ ไดโ้ ดยไม่เปน็ การฝา่ ฝืนมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติ
ประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ พ.ศ. 2561
หากเจ้าพนักงานของรัฐดาเนินการเรี่ยไรที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง โดยอาศัย
วัฒนธรรมการเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ช่วยเหลือเก้ือกูลกันในสังคมไทยเป็นช่องทางในการแสวงหาประโยชน์ ท่ีมิชอบ
ทาให้เกิดความไม่เป็นกลางในการปฏิบัติหน้าท่ีราชการหรือใช้อานาจหน้าที่โดยมิชอบ และนาไปสู่การทุจริต
และประพฤติมิชอบ อันก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยท่ัวไป ซ่ึงการกระทาดังกล่าวถือว่าเป็นการฝ่าฝืน
ประมวลจริยธรรมท่ีกาหนดไว้สาหรับเจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้น อาจถูกดาเนินคดีอาญาข้อหาฉ้อโกงได้ และเป็นการฝ่าฝืน
มาตรา 128 แห่งพระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ดว้ ย
อีกกรณีหนึ่งของการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดของเจ้าพนักงานของรัฐก็คือการรับบริจาคเงิน
หรือทรพั ย์สิน ซงึ่ มีประเด็นในการพจิ ารณาในการรับทรพั ย์สินหรือประโยชนอ่นื ใดของเจ้าพนักงานของรัฐ ดงั น้ี
- 29 -
ประการแรก การรับเงินหรือทรัพย์สินท่ีมีผู้บริจาคให้ทางราชการ ซึ่งระเบียบกระทรวงการคลัง
วา่ ดว้ ยการรบั เงนิ หรือทรัพย์สนิ ทีม่ ีผบู้ รจิ าคให้ทางราชการ พ.ศ. 2526 ได้กาหนดหลักเกณฑ์แนวทางการรับเงิน
หรือทรพั ยส์ นิ การจ่ายเงนิ การเก็บรักษาและการตรวจสอบ ใหห้ น่วยงานของรัฐตอ้ งดาเนินการตามหลักเกณฑ์
ดังกล่าว หากหน่วยงานของรัฐมอบหมายให้เจ้าพนักงานของรัฐกระทาการรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินน้ันไว้
เงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวที่ได้มาจากการบริจาคเป็นทรัพย์สินของหน่วยงานของรัฐมิใช่เป็นทรัพย์สินส่วนตัว
ของเจ้าพนักงานของรัฐ เพียงแตเ่ จา้ พนักงานของรฐั กระทาการรบั เงินหรอื ทรพั ย์สนิ ทไี่ ด้รับบริจาคมาตามหน้าท่ี
ท่ีหน่วยงานของรัฐน้ันมอบหมายให้ดาเนินการเพ่ือประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐ จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับ
หลักเกณฑก์ ารรบั ทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์อ่ืนใดของเจ้าพนักงานของรัฐตามมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติ
ประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561
ประการที่สอง การรับเงินหรือทรัพย์สินท่ีมีผู้บริจาคให้กับเจ้าพนักงานของรัฐเป็นการส่วนตัว
ถือเป็นการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐในอีกลักษณะหนึ่ง ดังน้ัน ในการที่จะรับ
หรือไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดซึ่งได้มาจากการรับบริจาคดังกล่าว เจ้าพนักงานของรัฐผู้น้ันจะต้อง
ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดของเจ้าพนักงานของรัฐตามมาตรา 128
แห่งพระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ พ.ศ. 2561
- 30 -
บทสรุป
หลักการสาคัญที่ “เจ้าพนักงานของรัฐ” และ “ผู้ท่ีพ้นจากการเป็นเจ้าพนักงานของรัฐยังไม่ถึงสองปี”
ควรร้แู ละยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการรบั ทรพั ย์สนิ หรอื ประโยชนอ์ ื่นใด ประกอบดว้ ยสาระสาคัญ ดงั นี้
1. “ขอ้ หำ้ ม” : เจ้าพนักงานของรัฐทุกตาแหน่ง และผู้ซ่ึงพ้นจากการเป็น
ห้ำมใคร ? : เจา้ พนักงานของรฐั มาแลว้ ยังไม่ถึงสองปี
: รับทรัพย์สนิ หรือประโยชน์อนื่ ใดอนั อาจคานวณเป็นเงนิ ได้
หำ้ มทำอะไร ? ขณะเป็นเจ้าพนกั งานของรัฐและพน้ จากการเป็นเจ้าพนกั งาน
หำ้ มเมอื่ ไหร่ ? : ของรัฐมาแล้วยงั ไมถ่ งึ สองปี
2. “ข้อยกเวน้ ” - การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย
ยกเวน้ อะไร ? กฎ หรือข้อบังคับท่ีออกโดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัติ
แห่งกฎหมาย
3. “รับโดยไม่เป็นไปตำม :
หลกั เกณฑ์” จะรับโดยไม่ - การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดจากบุพการี
เปน็ ไปตำมหลักเกณฑ์ได้ ผู้สื บ สั น ด า น ห รื อ ญ า ติที่ ใ ห้ ต า ม ปร ะ เ พ ณี ห รื อ
ต่อเมื่อ ตามธรรมจรรยาตามฐานานรุ ูป
- การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดโดยธรรมจรรยา
ตามหลกั เกณฑท์ ่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด คอื
1) การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดอันอาจคานวณ
เป็นเงินได้จากผู้ใดซึ่งมิใช่ญาติที่มีราคาหรือมูลค่า
ใ น ก า ร รั บ จ า ก แ ต่ ล ะ บุ ค ค ล แ ต่ ล ะ โ อ ก า ส ไ ม่ เ กิ น
สามพนั บาท
2) การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณ
เป็นเงินได้ที่การให้น้ันเป็นการให้ในลักษณะให้กับ
บคุ คลทวั่ ไป
- ตอ้ งเป็นกรณีท่ี เจา้ พนักงานของรฐั ได้รับมาโดยมีความจาเป็น
อย่างย่ิงที่ต้องรั บไว้เพ่ือรักษาไมตรีมิตรภาพหรื อ
ความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล
สง่ิ ทต่ี ้องกระทำ : - เจ้าพนักงานของรัฐน้ันต้องแจ้งรำยละเอียดข้อเท็จจริง
เมอื่ รับมำแล้ว เ กี่ ย ว กั บ ก า ร รั บ ท รั พ ย์ สิ น ห รื อ ป ร ะ โ ย ช น์ อื่ น ใ ด นั้ น
4. “บทกำหนดโทษ” - 31 -
ต่อหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสูงสุด ของรัฐวิสาหกิจ
หรือผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ สถาบัน
ห รื อ อ ง ค์ ก ร ท่ี เ จ้ า พ นั ก ง า น ข อ ง รั ฐ ผู้ น้ั น สั ง กั ด
ภ ำ ย ใ น ส ำ ม สิ บ วั น นั บ แ ต่ วั น ที่ ไ ด้ รั บ สิ่ ง น้ั น ไ ว้
เพื่อให้วินิจฉยั วา่ มีเหตุผลมีความจาเป็น ความเหมาะสม
และสมควรท่ีจะให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้น้ันรับทรัพย์สิน
หรอื ประโยชน์อ่ืนใดนัน้ ไว้เป็นสทิ ธขิ องตนหรือไม่
- ในกรณีท่ีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสูงสุดของ
รัฐวิสาหกิจ หรือผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอ่ืนของรัฐ
สถาบัน หรือองค์กรท่ีเจ้าพนักงานของรัฐผู้น้ันสังกัด
มีคาสั่งว่าไม่สมควรรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใด
ดังกล่าว ก็ให้คืนทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดนั้น
แก่ ผู้ให้โ ดยทัน ที ใน ก ร ณีท่ีไ ม่สามาร ถคืน ให้ไ ด้
ใ ห้ เ จ้ า พ นั ก ง า น ข อ ง รั ฐ ผู้ น้ั น ส่ ง ม อ บ ท รั พ ย์ สิ น ห รื อ
ประโยชน์อ่ืนใดดังกล่าวให้เป็นสิทธิของหน่วยงาน
ทเี่ จ้าพนกั งานของรัฐผู้นั้นสังกัดโดยเร็ว
- เมือ่ ได้ดำเนินกำรตำมข้ำงต้นแลว้ ใหถ้ อื ว่ำเจ้ำพนกั งำน
ของรัฐผนู้ ั้นไม่เคยไดร้ บั ทรพั ย์สินหรอื ประโยชน์อืน่ ใด
: - ฝา่ ฝนื มาตรา 128 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี
หรือปรบั ไม่เกนิ หกหมืน่ บาทหรอื ท้งั จาทั้งปรบั (มาตรา 169)
- ฝ่าฝืนบทบัญญัติในหมวดนี้ให้ถือว่าเป็นการกระทาผิด
ต่อตาแหนง่ หนา้ ทีร่ าชการหรือความผิดต่อตาแหน่งหน้าท่ี
ในการยุติธรรม (มาตรา 129)
- 32 -
- 33 -
- 34 -
- 35 -
- 36 -
- 37 -
- 38 -
บรรณำนกุ รม
สานกั การขัดกนั แหง่ ผลประโยชน์ สานกั งานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติ.
คูม่ อื การป้องกันการกระทาความผิดเก่ยี วกบั การขัดกันระหวา่ งประโยชน์ส่วนบคุ คลกบั ประโยชน์
ส่วนรวมตามมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญตั ิ ประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการป้องกนั และปราบปราม
การทุจริต พ.ศ. 2561. กรุงเทพมหานคร : สานกั งานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ
แหง่ ชาติ, 2563
คณะผูจ้ ัดทำ
องคค์ วำมรู้ : การรบั ทรัพยส์ ินหรือประโยชน์อื่นใดของเจา้ พนกั งานของรัฐ
ตามมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการปอ้ งกนั และปราบปราม
การทุจริต พ.ศ. 2561
ทีป่ รึกษำ : 1. นายนิสติ จันทร์สมวงศ์ อธบิ ดีกรมที่ดนิ
2. นางพนิตาวดี ปราชญน์ คร
รองอธิบดกี รมทด่ี ิน
3. นายเปลย่ี น แกว้ ฤทธิ์ ผู้บรหิ ารด้านการจัดการความร้ขู องกรมทด่ี ิน (CKO)
4. นางสพุ ินดา นาคบวั รองอธิบดี หัวหน้าศูนยป์ ฏบิ ตั ิการตอ่ ต้านทุจริต
ผู้อานวยการกองฝึกอบรม
คณะทำงำน : ศนู ยป์ ฏิบตั กิ ำรต่อต้ำนกำรทุจริต กรมที่ดนิ
1. นางสาวศริ วิ รรณ เปก๊ ทอง นกั วชิ าการท่ีดนิ ชานาญการพิเศษ
2. นางสาวพันธิพา พลู กิจ นกั วชิ าการทด่ี ินชานาญการ
3. นางสาวณัชชมล แสนเรอื ง นิติกรปฏิบตั กิ าร
4. นางสาวสกลุ วรรณ หวนั ตาหลา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบตั ิการ
: กองฝกึ อบรม
1. นางวราภรณ์ แก้วแฝก หัวหน้ากลุ่มงานสง่ เสริมและพัฒนาการเรยี นรู้
2. นางปารดา พรหมประสทิ ธ์ิ นกั ทรพั ยากรบคุ คลชานาญการ
3. นางสาวกันยารตั น์ กรวิทยโยธนิ นกั ทรพั ยากรบุคคลชานาญการ