The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (ปี --)

สำนักจัดการที่ดินของรัฐ

Keywords: ด้านบริหารงานที่ดิน

สาํ นกั จดั การทีดนิ ของรัฐ 100

หมวด ๓
การใชป ระโยชน

ขอ ๗ นายอําเภอและองคกรปกครองสวนทองถิ่นไมมอี ํานาจใช หรือยินยอมให
บุคคลอ่ืนใชที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับพลเมืองใชรวมกัน เวนแตจะไดรับ
ความเหน็ ชอบจากผูวา ราชการจงั หวดั และปฏิบตั ิตามประมวลกฎหมายที่ดนิ กฎหมายอ่ืนที่เก่ยี วขอ ง
และระเบียบทีก่ ระทรวงมหาดไทยกําหนด

ขอ ๘ การขอถอนสภาพทดี่ ินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับพลเมืองใชรวมกัน
ตามมาตรา ๘ วรรคสอง การขออนุญาตใชประโยชนในท่ีดินของรัฐตามมาตรา ๙ และการขอ
สมั ปทานตามมาตรา ๑๒ แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน ใหป ฏิบตั ติ ามกฎ หรือระเบียบวาดวยการนั้นท่ี
กระทรวงมหาดไทยกําหนด

ขอ ๙ ทบวงการเมอื งตามประมวลกฎหมายทดี่ ินอาจขอเปล่ียนสภาพการใชท่ีดินอันเปน
สาธารณสมบัตขิ องแผนดินสําหรับพลเมอื งใชรวมกนั จากการใชเ พื่อประโยชนอยางหนึ่งเปน อีกอยาง
หนึ่งได ท้ังน้ี ใหปฏิบัตติ ามระเบียบวาดวยการเปลี่ยนสภาพทดี่ ินอนั เปนสาธารณสมบัติของแผน ดิน
สาํ หรับพลเมืองใชร วมกันท่กี ระทรวงมหาดไทยกาํ หนด

หมวด ๔
การจดั ทาํ ทะเบียน

ขอ ๑๐ ท่ีดินตามขอ ๕ เวนแตทีช่ ายตลิ่ง ทางบก ทางน้ํา ลํากระโดง ลํารางสาธารณะหรือ
ทางระบายนํ้า รวมท้ังที่เรียกช่ืออยางอื่นในทํานองเดียวกัน ใหนายอําเภอรวมกับองคกรปกครอง
สว นทองถนิ่ ดาํ เนนิ การจดั ทาํ ทะเบียนทีด่ ินสาธารณประโยชนตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด
จํานวน ๔ ชุด โดยใหเก็บรักษาไวทอี่ ําเภอ องคก รปกครองสวนทองถ่ิน สํานักงานทด่ี ินจังหวัด และ
กรมทดี่ ิน แหง ละ ๑ ชดุ

ถาที่ดินแปลงใดยังไมมีหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวง ใหผูมีอํานาจหนาท่ีดูแลรักษาและ
คุมครองปองกนั ตามกฎหมาย เปน ผูดาํ เนนิ การขอออกหนังสอื สาํ คญั สําหรบั ทห่ี ลวง

สาํ หรบั ทะเบยี นทีด่ ินสาธารณประโยชนทไ่ี ดจัดทําไวกอ นระเบียบนี้ ใหองคก รปกครองสวน
ทองถิ่นขอคัดสาํ เนามาเพื่อจดั เก็บไวท ี่องคกรปกครองสว นทอ งถน่ิ ทอ งทดี่ ว ย

สํานกั จดั การทีดินของรัฐ 101

ในการดาํ เนินการขางตนใหสํานักงานท่ีดินจังหวัดหรือสํานักงานท่ีดินจังหวัดสาขา ใหการ
สนับสนนุ ในการดําเนนิ การ เชน ดา นขอมลู และการรังวัดทาํ แผนที่

ขอ ๑๑ กรณีทไี่ ดดาํ เนนิ การออกหนงั สือสาํ คญั สาํ หรับท่หี ลวงแลว ใหผูด ูแลรกั ษาตรวจสอบ
ทะเบียนท่ีดินสาธารณประโยชนฉบับทผี่ ูดูแลรักษาเก็บไว หากไมป รากฏหลักฐานในทะเบียนท่ดี ิน
สาธารณประโยชน หรือปรากฏหลักฐานแตรายละเอียดไมตรงกัน ใหแจงเจาพนักงานท่ีดิน
ดําเนินการลงรายการเกี่ยวกับท่ีดนิ แปลงน้ันในทะเบียนใหครบถว น หรือดําเนินการแกไขทะเบียน
ที่ดินสาธารณประโยชนใหต รงตามขอเท็จจริง เสร็จแลวลงลายมือชื่อพรอมชื่อตัวบรรจง ตําแหนง
และวนั เดอื น ป กาํ กับไว

กรณีท่ีไดมีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพที่ดินตามขอ ๕ หรือมี
พระราชบัญญัติใหโอนที่ดินหรือมีคําพิพากษาหรือคําส่ังของศาลอันถึงท่ีสุดวาที่ดินดังกลาวไมเปน
ท่ีดินสาธารณประโยชนทั้งแปลง ใหเจาพนักงานที่ดินจําหนายทะเบียนโดยการขีดฆารายการ
ทะเบียนทดี่ ินสาธารณประโยชนตลอดทัง้ รายการ แตหากกรณีเปนท่ดี ินสาธารณประโยชนบางสวน
ใหเจาพนักงานที่ดินแกไขรายการใหถูกตอง พรอมท้ังหมายเหตุทายทะเบียนของที่ดินแปลงน้ัน
ตามแตกรณีวาที่ดนิ สาธารณประโยชนดังกลาวไดโอนหรือถอนสภาพตามพระราชบัญญัติ พระราช
กฤษฎีกา คําพิพากษา หรือคําสั่งศาลใด ต้ังแตเมื่อใด เสร็จแลวลงลายมือช่ือพรอมช่ือตัวบรรจง
ตําแหนง และวัน เดือน ป กาํ กบั ไว

กรณีท่ยี ังมไิ ดมีการออกหนังสือสําคัญสําหรับทีห่ ลวง เมอ่ื ปรากฏวาการจัดทําทะเบียนท่ดี ิน
สาธารณประโยชนผิดพลาดคลาดเคล่ือน ใหส ํานักงานท่ดี ินจังหวัดรวบรวมขอเท็จจริงและความเห็น
ขององคกรปกครองสวนทองถิ่น และอําเภอ เพ่ือรายงานผูวาราชการจังหวัดใหความเห็นเพื่อ
นําเสนอกระทรวงมหาดไทยพจิ ารณาสั่งการ หากกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบใหแกไขหรือจําหนาย
รายการทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน ใหเจาพนักงานที่ดินแกไขรายการในทะเบียนท่ีดิน
สาธารณประโยชนหรือหมายเหตุไวตอนทายของทะเบียนวา “ไมมีที่ดินตามท่ีระบุไวใ นทะเบยี นเดิม”
เสรจ็ แลวลงลายมอื ชื่อพรอ มช่ือตัวบรรจง ตาํ แหนง และวัน เดอื น ป กาํ กบั ไว

เมื่อไดม ีการแกไขหรอื หมายเหตใุ นทะเบยี นทีด่ ินสาธารณประโยชนต ามวรรคหน่ึง วรรคสอง
และวรรคสามเสร็จแลว ใหจัดสงสําเนาทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชนใหหนวยงานตามขอ ๑๐
แกไ ขหลกั ฐานทะเบียนใหถูกตอ งตรงกนั

สํานกั จดั การทดี นิ ของรัฐ 102

หมวด ๕
การตรวจสอบขอเท็จจริง

ขอ ๑๒ การตรวจสอบขอ เท็จจริงเก่ยี วกับท่ดี ินตามขอ ๕ เชน ประวัติความเปนมา ที่ต้ัง
ขอบเขต สภาพปญ หาและการแกไขปญ หา ใหเปนหนาท่ีของนายอาํ เภอรวมกับองคก รปกครองสวน
ทองถ่ิน โดยใหสํานักงานท่ีดินจังหวัดหรือสํานักงานท่ีดินจังหวัดสาขาใหการสนับสนุนในการ
ดําเนนิ การดว ย

หมวด ๖
คา ใชจ า ย

ขอ ๑๓ คา ใชจายในการดาํ เนินการดแู ลรักษาและคุมครองปองกันทีด่ ินอันเปนสาธารณ
สมบัติของแผนดินสําหรับพลเมืองใชประโยชนรวมกัน เชน การออกหนังสือสําคัญสําหรับทีห่ ลวง
การตรวจสอบหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวง การดําเนินคดีกรณีมีขอพิพาท การรังวัดทําแผนที่
การจัดทําทะเบียนท่ีดินสาธารณประโยชน รวมท้ังคาใชจายอ่ืนใดที่เก่ียวของ ใหเบิกจายจาก
งบประมาณขององคกรปกครองสว นทองถิน่

บทเฉพาะกาล

ขอ ๑๔ บรรดาคาํ ขอ และเรื่องราวใดซึ่งไดดาํ เนินการไปแลว หรืออยูระหวางดําเนินการ
กอนระเบยี บนี้ใชบ งั คับใหดาํ เนนิ การตอ ไปได เทาที่ไมข ัดหรือแยง กับระเบียบนี้

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๘ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๕๓
(ลงชอ่ื ) ถาวร เสนเนยี ม

รัฐมนตรีชวยวาการ ฯ ปฏิบตั ิราชการแทน
รัฐมนตรีวา การกระทรวงมหาดไทย

(ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ฉบบั ประกาศ ท่วั ไป เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๙๕ ง ลงวันท่ี ๖ สงิ หาคม ๒๕๕๓

สาํ นกั จดั การทีดนิ ของรฐั 103

ระเบยี บสาํ นักนายกรฐั มนตรี
วาดวยการแกไ ขปญหาการบุกรกุ ทด่ี ินของรัฐ

พ.ศ. ๒๕๔๕
______________
โดยที่เหน็ เปนการสมควรปรบั ปรงุ โครงสรางอาํ นาจหนาทข่ี องคณะกรรมการแกไ ขปญหาการ
บุกรุกท่ีดนิ ของรัฐ ตามระเบียบสํานกั นายกรัฐมนตรี วาดวยการแกไขปญหาการบุกรุกที่ดนิ ของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๓๔ ใหม ปี ระสิทธภิ าพและประสิทธิผลในการแกไขปญหาและปองกันการบุกรุกท่ีดนิ ของรัฐ
อยา งเปน รปู ธรรมมากยิง่ ขึ้น กับเพอ่ื ใหก ารประสานนโยบายและการปฏบิ ตั ิระหวางหนวยงานของรัฐ
ท่ีมีหนาท่ีดูแลรักษาและคุมครองปองกันท่ีดินของรัฐประเภทตางๆ ใหเปนไปตามกฎหมาย กฎ
คาํ ส่ัง ระเบียบ ขอบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เก่ยี วของใหสอดคลองกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของประชากร ทั้งในทางสังคม การเมือง การปกครองและเสริมสรางความสมดุลม่ันคงแข็งแกรง
ในทางเศรษฐกจิ อยา งยั่งยนื ในระยะยาว
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แหงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
แผนดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว
ดังตอไปนี้
ขอ ๑ ระเบียบนี้ เรียกวา “ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการแกไขปญหาการบุกรุก
ท่ดี นิ ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๕”
ขอ ๒ ใหใชร ะเบยี บน้ี ตง้ั แตวันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน ตน ไป
ขอ ๓ ใหยกเลกิ ระเบยี บสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดนิ ของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๓๕
ขอ ๔ ในระเบียบนี้
“หนวยงานของรฐั ” หมายความวา กระทรวง กรม หรือสวนราชการทเ่ี รียกช่อื อยางอ่ืนและ
มีฐานะเปนกระทรวงหรือกรม ราชการสวนภูมิภาค ราชการสวนทองถ่ิน รัฐวิสาหกิจ และ
หนวยงานอื่นของรัฐ “ท่ีดินของรัฐ” หมายความวา ที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินทุก
ประเภท เชน ทปี่ าสงวนแหง ชาติ ทสี่ งวนหวงหามของรัฐ ทสี่ าธารณประโยชน และท่ีราชพสั ดุ เปน ตน

สํานกั จดั การทดี นิ ของรฐั 104

“จังหวดั ” หมายความถงึ กรงุ เทพมหานครดว ย

ขอ ๕ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกวา “คณะกรรมการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดิน

ของรฐั ” เรยี กโดยยอ วา “กบร” ประกอบดวย

(๑) รองนายกรฐั มนตรีที่นายกรฐั มนตรมี อบหมาย ประธานกรรมการ

(๒) รฐั มนตรีวา การกระทรวงเกษตรและสหกรณ รองประธานกรรมการ

(๓) รฐั มนตรวี า การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ กรรมการ

และสง่ิ แวดลอ ม

(๔) รฐั มนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย กรรมการ

(๕) ปลัดกระทรวงกลาโหม กรรมการ

(๖) ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ กรรมการ

(๗) ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ กรรมการ

และสิ่งแวดลอ ม

(๘) ปลดั กระทรวงมหาดไทย กรรมการ

(๙) อัยการสูงสดุ กรรมการ

(๑๐) ผอู ํานวยการสาํ นกั งบประมาณ กรรมการ

(๑๑) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ

(๑๒) ผบู ัญชาการทหารบก กรรมการ

(๑๓) ผูบัญชาการทหารเรือ กรรมการ

(๑๔) ผบู ญั ชาการทหารอากาศ กรรมการ

(๑๕) อธบิ ดกี รมธนารกั ษ กรรมการ

(๑๖) เลขาธิการสํานักงานการปฏริ ูปที่ดนิ กรรมการ

เพอื่ เกษตรกรรม

(๑๗) อธบิ ดีกรมปา ไม กรรมการ

(๑๘) อธิบดีกรมอทุ ยานแหงชาติ สัตวปา กรรมการ

และพันธุพ ืช

(๑๙) อธิบดกี รมการปกครอง กรรมการ

(๒๐) อธิบดีกรมทดี่ ิน กรรมการ

(๒๑) ผทู รงคณุ วฒุ ทิ ปี่ ระธาน กบร. แตงต้ัง กรรมการ

อีกไมเ กนิ สามคน

สํานกั จดั การทีดินของรัฐ 105

(๒๒) รองปลดั กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ กรรมการและเลขานกุ าร
และสิง่ แวดลอ มทร่ี ับผดิ ชอบการ
ปฏิบตั ิราชการของสํานักแกไ ขปญ หา
การบกุ รุกทดี่ นิ ของรฐั

(๒๓) ขาราชการสาํ นกั แกไ ขปญหาการบกุ รกุ กรรมการและผูชวยเลขานกุ าร
ท่ีดนิ ของรัฐสํานักงานปลดั
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่ิงแวดลอ มทีไ่ ดร ับมอบหมายไมเ กินสองคน

ขอ ๖ กรรมการผทู รงคณุ วฒุ มิ ีวาระดาํ รงตําแหนงคราวละสองปน ับแตว นั ที่ไดรบั แตง ตั้ง
ในกรณีทีก่ รรมการผทู รงคณุ วุฒิซ่งึ ประธาน กบร. แตง ต้ัง พน จากตําแหนง กอ นวาระ หรือใน
กรณีท่ีประธาน กบร. แตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิเพิ่มข้ึนในระหวางที่กรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึง
แตงต้ังไวเดิมยังมีวาระอยูในตําแหนง ใหผูไดรับแตงตั้งใหดํารงตําแหนงแทน หรือเปนกรรมการ
ผูท รงคุณวฒุ ิที่ไดรับแตง ต้ังเพ่มิ ข้ึนอยูในตาํ แหนง เทากบั วาระที่เหลืออยูของกรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่งึ
ไดร ับการแตงตง้ั ไวเ ดมิ

เมื่อกรรมการผูทรงคุณวุฒิพนกําหนดตามวาระดังกลาวในวรรคหน่ึง หากยังมิได
แตง ตงั้ กรรมการผทู รงคณุ วฒุ ขิ ึน้ ใหม ใหกรรมการผูทรงคณุ วุฒซิ งึ่ พน จากตาํ แหนงตามวาระน้ันอยูใน
ตําแหนง เพื่อดําเนนิ การตอไปจนกวากรรมการผูท รงคณุ วฒุ ซิ ึง่ ไดร บั แตงตัง้ ใหมเขา รบั หนา ท่ี

ขอ ๗ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ ตามขอ ๖ กรรมการผูทรงคุณวุฒิพน
ตาํ แหนง เม่ือ

(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เปนบคุ คลลม ละลาย
(๔) เปนคนไรค วามสามารถหรอื คนเสมือนไรค วามสามารถ
(๕) ประธาน กบร. ใหอ อก
(๖) ไดร ับโทษจําคกุ โดยคําพพิ ากษาถึงที่สุดใหจําคกุ เวนแตเ ปนโทษสําหรับความผิด
ทไ่ี ดก ระทําโดยประมาทหรอื ความผิดลหโุ ทษ
ขอ ๘ ให กบร. มอี าํ นาจหนาทด่ี ังตอ ไปนี้
(๑) เสนอนโยบายหรือแผนงานในการแกไ ขปญหา และปองกันการบุกรุกท่ีดินของรัฐ
ตอคณะรฐั มนตรี

สํานกั จดั การทีดนิ ของรฐั 106

(๒) กาํ หนดมาตรการในการแกไขปญหาและมาตรการในการปองกนั การบุกรุกที่ดิน
ของรฐั

(๓) กําหนด ตดิ ตาม ดูแล และตรวจสอบใหหนวยงานของรัฐ ดําเนินการใหเปนไป
ตามนโยบาย แผนงาน มาตรการในการแกไ ขปญ หาและมาตรการในการปอ งกันการบุกรกุ ทีด่ ินของรัฐ

(๔) รวบรวมขอมูล เอกสารหลักฐาน และขอเท็จจริงเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน
ของบุคคลใดๆ ในท่ีดนิ ของรฐั

(๕) เรียกใหหนวยงานของรฐั สงขอมูลเอกสารหลักฐานและขอเท็จจริง หรือขอใหสง
ผูแทนมาช้ีแจงเพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาของ กบร. หรอื คณะอนุกรรมการ หรอื คณะทํางานท่ี กบร.
แตงตั้ง

(๖) ใหการสนับสนุนแกหนวยงานของรัฐในการดําเนินการแกไ ขปญหาและปองกัน
การบุกรุกที่ดินของรัฐในการขอตั้งงบประมาณ และในเร่ืองอื่นๆ ตามความเหมาะสมสามารถ
ปฏิบตั งิ านใหสาํ เร็จลลุ วงไปดวยความรวดเร็ว

(๗) แตงต้ังคณะอนกุ รรมการหรอื คณะทาํ งานใหปฏบิ ตั งิ านตามทม่ี อบหมาย
(๘) ใหหนวยงานของรัฐและจังหวัดดําเนินการใดๆ ที่เก่ียวกับการแกไขปญหาและ
ปอ งกนั การบุกรกุ ท่ดี นิ ของรัฐตามท่ีกาํ หนด
(๙) ดําเนินการหรือปฏิบัติงานอ่ืนใดที่เก่ียวกบั การแกไขปญหา และปองกันการบุก
รุกที่ดนิ ของรัฐใหเ ปนไปตามกฎหมาย กฎ คาํ ส่ัง ระเบยี บ ขอ บังคับ และมติคณะรฐั มนตรีทเ่ี ก่ียวขอ ง
ขอ ๙ ใหสํานักแกไขปญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ สํานักงานปลัดกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เปนฝายเลขานุการของ กบร. กับใหมีอํานาจหนาที่ประสาน
นโยบายการปฏิบตั ิระหวางหนวยงานของรฐั เกีย่ วกับการแกไขปญหาและปองกันการบุกรุกท่ีดินของ
รัฐ ใหเปนไปตามกฎหมาย กฎ คาํ ส่ัง ระเบียบ ขอ บังคับ และมตคิ ณะรัฐมนตรีทเ่ี กี่ยวขอ งและ
ตรวจสอบ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล และปฏิบัติหนา ทอี่ ่นื ตามที่ กบร. มอบหมาย
ขอ ๑๐ การดําเนินการแกไขปญหาและปองกันการบุกรุกที่ดินของรัฐกอนระเบียบน้ีใช
บงั คับ ใหถ อื วาเปน การดําเนนิ การตามระเบียบนี้
ขอ ๑๑ ใหนายกรฐั มนตรีรกั ษาการตามระเบียบน้ี

ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

(ลงช่ือ) พันตาํ รวจโท ทักษิณ ชินวัตร
(ทักษณิ ชินวตั ร)
นายกรฐั มนตรี

สํานกั จดั การทีดนิ ของรัฐ 107

ระเบยี บกรมทีด่ ิน
วา ดว ยการออกหนังสือสาํ คญั สาํ หรับที่หลวง

พ.ศ. 2517
___________

โดยท่ีไดมีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี 334 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ให
แกไขเพิ่มเติมมาตรา 8 ตรี แหงประมวลกฎหมายท่ีดนิ และรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยได
ออกกฎกระทรวง ฉบับท่ี 26 (พ.ศ. 2516) ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2516 กําหนดแบบ หลักเกณฑ
และวธิ กี ารออกหนงั สือสาํ คัญสาํ หรับท่ีหลวง

ฉะนั้น เพื่อใหการปฏิบัติของพนักงานเจาหนาท่ีไดดําเนินการไปตามกฎหมายดังกลาว
กรมทดี่ ินจงึ วางระเบียบไวด ังตอ ไปนี้

ขอ 1. ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบวาดวยการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง
พ.ศ. 2517”

ขอ 2. ใหใชร ะเบยี บน้ีตัง้ แตบัดน้เี ปน ตนไป
ท่ดี นิ ท่จี ะออกหนงั สือสําคัญสําหรับท่ีหลวง

ขอ 3. ท่ดี ินที่จะออกหนงั สอื สาํ คญั สาํ หรบั ทห่ี ลวง คอื
3.1 ท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดนิ สําหรับพลเมืองใชรวมกนั เปนตนวาทุง

เล้ยี งสัตวสาธารณะ หนองสาธารณะ บงึ สาธารณะ เวนแตทส่ี าธารณะโดยสภาพมีแนวเขตธรรมชาติ
อยูแลว เชน ท่ชี ายตลิ่ง ทางบก ทางน้ํา ลํากระโดง ลํารางสาธารณะ ทางระบายนํ้า แมนํ้าลําคลอง
ฯลฯ

3.2 ท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับใชเพ่ือประโยชนของแผนดิน
โดยเฉพาะ เชน ทีด่ ินทีไ่ ดสงวนหวงหามหรือขึ้นทะเบียนเปนของทบวงการเมือง ท่ดี ินที่ถูกเวนคนื มา
เปนของรฐั ที่ดินทีร่ ัฐซ้อื หรือมผี อู ทุ ศิ ใหร ฐั เปนตน

สาํ นกั จดั การทดี นิ ของรัฐ 108

ผขู อและการยน่ื คาํ ขอ
ขอ 4. เมื่อทบวงการเมืองผูมีอํานาจหนาท่ีดูแลรักษาที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของ
แผนดินสําหรับพลเมืองใชประโยชนรวมกัน หรือใชเพื่อประโยชนของแผนดินโดยเฉพาะมีความ
ประสงคจะใหมหี นังสือสําคัญสําหรับท่หี ลวงสําหรับทด่ี ินแปลงใด ใหทบวงการเมืองนั้นแสดงความ
ประสงคเปนหนังสือราชการถงึ อธบิ ดกี รมท่ดี นิ แจงความประสงคและสภาพของท่ีดนิ แปลงท่ีจะใหมี
หนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวง พรอมดวยหลักฐานของท่ีดินแปลงน้ัน เชน สําเนาทะเบียนท่ีดิน
สาธารณะ บัญชีสํารวจ หรือประกาศ หรือหลักฐานการสงวนหวงหาม ฯลฯ โดยยื่นผานทาง
สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานท่ีดินสาขา ซ่ึงที่ดินแปลงนั้นอยูในเขต กรณีที่ท่ีดินตั้งอยูคาบ
เกย่ี วหลายจงั หวัด ใหแ สดงความประสงคผ านทางสาํ นกั งานท่ดี ินจังหวัดหรือสํานกั งานท่ีดินสาขาท่ีมี
ท่ีดินสวนใหญต้ังอยู กรณีเชนน้ีใหสํานักงานท่ีไดรับแจงความประสงคเปนผูพิจารณาดําเนินการ
ตอ ไป และเมอื่ ออกหนงั สือสําคญั สาํ หรบั ทหี่ ลวงแลว ใหจ าํ ลองรปู ถา ยสงใหจังหวดั ทีเ่ กี่ยวของจังหวัด
ละ 1 ฉบับ
ขอ 5. ใหเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจาพนักงานทดี่ ินสาขา แลวแตกรณีตรวจพจิ ารณา
วา ทด่ี ินแปลงทขี่ อนั้นอยใู นลกั ษณะท่จี ะออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงใหไดหรือไม ถาจะออกให
ไมได ก็ใหรายงานใหกรมที่ดินทราบเพ่ือแจงใหทบวงการเมืองนั้นทราบ ถาจะออกใหไดก็ใหสั่ง
เจาหนาทลี่ งบัญชีรับเรื่องในบัญชีรายวันรับทาํ การ (บ.ท.ด.2) และลงบญั ชีเร่ืองการรังวัด (บ.ท.ด.11)
แลว พจิ ารณาสง่ั ใหดาํ เนนิ การตอไป

การรังวัด
ขอ 6. การรงั วดั ออกหนงั สอื สําคัญสําหรับทห่ี ลวงใหด ําเนินการ ดังน้ี

6.1 ท่ีดินบริเวณที่มีระวางแผนท่ีแลวใหปฏิบัติตามระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการ
รังวัดและการลงรูปแผนท่ีในระวางแผนที่ กรณีออกโฉนดท่ีดนิ เฉพาะราย พ.ศ. 2527 ลงวันท่ี 12
กันยายน พ.ศ. 2527 โดยอนโุ ลม

6.2 ท่ีดินซ่ึงอยูหางจากเสนโครงงานหมุดหลักฐานแผนที่ของกรมท่ีดินหรือกรม
แผนทท่ี หารไมเ กิน 2 กิโลเมตร ใหทําการวางโครงหมุดหลักฐานแผนที่ออกจากหมุดหลักฐานแผนท่ี
ดงั กลาว และใหปฏิบัติตามระเบียบกรมท่ีดนิ วาดว ยการสรางและซอมแซมหมุดหลักฐานโครงงาน
แผนท่ี พ.ศ. 2526 ลงวันที่ 1 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2526

6.3 ที่ดินซ่ึงอยูหางจากหมุดหลักฐานแผนที่เกินกวา 2 กิโลเมตร ใหทําการวาง
โครงหมุดหลักฐานแผนทบี่ รรจบตัวเอง (รูปลอย) เพอ่ื ทําการรังวัดโยงยึดหลักเขต โดยใชกลองธิโอ
โดไลทและใชหมุดหลักฐานแผนท่ีตามแบบของกรมที่ดินเทา นั้น ที่ดินแปลงใดอยูใกลกับสิ่งถาวรท่ี

สาํ นกั จดั การทีดนิ ของรฐั 109

สงั เกตไดงาย เชน เจดยี  สะพาน หลกั กโิ ลเมตร เสาไฟฟา เสาโทรเลข ใหยึดโยงเขากบั หลักเขตทด่ี ิน
หรอื หลักเขตท่สี าธารณประโยชนวาตั้งอยทู ่ีใด

6.4 การเกบ็ หลักฐานแผนทใ่ี หป ฏบิ ัติ ดงั นี้
6.4.1 กรณมี ีระวางแผนท่ีใหปฏบิ ัติตามระเบียบกรมท่ีดินวาดวยการควบคุม

ตน รางแผนท่ี รายการรังวัด รายการคํานวณ และระวางแผนท่ีในสํานักงานทด่ี ิน พ.ศ. 2523 และ
ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2525)

6.4.2 กรณีไมมรี ะวางแผนทใ่ี หเกบ็ รวมไวเปน แปลงๆ
6.5 ในบรเิ วณทีม่ ีระวางแผนท่รี ูปถา ยทางอากาศสําหรับออกโฉนดท่ีดินอยูแลวให
ใชระวางแผนที่รูปถายทางอากาศออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงได โดยดําเนินการรังวัด
เชนเดยี วกบั การออกโฉนดทดี่ นิ
6.6 ถามรี ะวางรูปถายทางอากาศเพ่ือออก น.ส. 3 ก. ใชอยูทอี่ ําเภอนั้นๆ ใหนํา
รปู แผนท่ีการรงั วัดออกหนงั สือสาํ คัญสําหรบั ทีห่ ลวงลงระวางรูปถายทางอากาศดว ย
6.7 การรังวัดออกหนังสือสําคัญสําหรับทห่ี ลวงในบริเวณประกาศการเดนิ สํารวจ
และสอบเขตทั้งตําบล ใหเจาหนาท่ีเดินสํารวจและสอบเขตทง้ั ตาํ บลเปนผูดาํ เนินการตามระเบียบน้ี
โดยอนุโลม และใหท ําการรังวัดวิธีเดยี วกนั กับการรงั วดั เดินสาํ รวจและสอบเขตท้งั ตําบล
6.8 บริเวณทีด่ าํ เนนิ การออกโฉนดท่ดี ิน โดยนําหลกั ฐานเกี่ยวกับระวางรูปถายทาง
อากาศที่ใชกบั หนังสือรับรองการทําประโยชนมาปรับแกตามหลักวิชาการแผนท่ีรูปถา ยทางอากาศ
โดยไมตองทําการสํารวจรังวัด ใหนํารูปแปลงหนังสือสําคัญสําหรับท่หี ลวงท่ีไดลงระวางรูปถา ยทาง
อากาศไวแ ลวมาลงในระวางแผนท่ีดวย
6.9 ใหช างรังวัดสงเรื่องที่ทําการรังวัดแลวเสร็จ พรอมกับใบสําคัญคาใชจายตอผู
ควบคุมสายรงั วัด ผมู หี นาทค่ี วบคุมการรังวัดตามระเบียบนี้ในทองทีน่ ัน้ ๆ ทุกๆ เดือนถา ไมมผี ูควบคุม
สายรังวัดใหสงตอหัวหนาฝายรังวัดสํานักงานท่ีดิน เพ่ือเสนอตอเจาพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจา
พนกั งานทด่ี นิ จังหวดั สาขาดาํ เนินการตอไปเปน ประจําทกุ ๆ เดอื น หามเก็บรอไวเ ปนอนั ขาด
6.10 กรณีกรมท่ีดินสงชางรังวัดจากสวนกลางไปทําการรังวัดใหดําเนินการ
ในสนามใหแลวเสร็จกอนวันเดินทางกลับพอสมควร เพ่ือจะไดมีเวลาแกไขขอบกพรองตางๆ
ของเรอื่ งราวการออกหนังสอื สําคญั สําหรับทหี่ ลวงใหเรียบรอย
(ความในมาตรา 6 เดมิ ถูกยกเลิกโดยระเบียบกรมท่ีดิน ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2530 ประกาศ
ณ วันท่ี 8 มกราคม พ.ศ. 2530)

สาํ นกั จดั การทดี ินของรฐั 110

ขอ 7. การปก หลักหมายเขตท่ดี ินและแผนปายบอกชื่อท่สี าธารณะ
7.1 ใหใ ชหลกั เขตทดี่ ินตามแบบที่กรมที่ดินกาํ หนด แตถา ทบวงการเมืองท่ีขอออก

หนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงจะหาหลักเขตมาเองกใ็ หทําได แตหลักเขตน้ันตอ งเปนไปตามแบบของ
กรมที่ดิน และใหมเี ลขหมายประจําหลักเขตดว ย โดยขอเลขหมายจากกรมที่ดนิ

7.2 สําหรับท่ีดินสาธารณประโยชนใหปกหลักเขตที่สาธารณะดวย การปกหลัก
เขตที่สาธารณะ ใหปกเฉพาะมุมเขตท่สี ําคัญๆ เทาน้ัน มุมยอยอ่ืนใหใชหลักเขตท่ีดินปก การเขียน
หรือแสดงหลกั เขตท่ีสาธารณะใหเ ขียนวงกลมหลกั เขตท่ดี นิ ไว แลว ครอบดว ยรปู ส่เี หล่ียม (แทนหลัก
เขตทดี่ นิ สาธารณประโยชน)

7.3 หลักเขตทส่ี าธารณประโยชนเปนหลักคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะสี่เหลี่ยม
12 x 12 ซ.ม. ยาว 1 เมตร ปลายแหลมเปนรูปจ่ัวมีฐานหนา 10 ซ.ม. ออกไปรอบขางๆ ละ 12
ซ.ม. สวนบนของหลักดานหน่ึงเขียนดวยอักษรสีเขียวลึกลงไปในเนื้อหลักวา “เขตที่สาธารณะ”
ตามแบบทายระเบยี บน้ี

(ความในขอ 7.3 เดิม ถูกยกเลิกโดยระเบียบกรมทดี่ นิ ฉบับท่ี 3 (พ.ศ. 2520) ประกาศ ณ
วนั ที่ 18 ตลุ าคม พ.ศ. 2520)

7.4 แผนปายบอกช่ือท่ีสาธารณประโยชนใหทําดวยไมบุสังกะสี ขนาด 0.80 x
2.00 เมตร พื้นทาสีเขียว ตัวอักษรทาสีขาว บอกช่ือท่ีสาธารณะ ตําบล อําเภอ เชน หนองยาว
สาธารณประโยชน ตําบลดําตาเสา อําเภอวังนอย หรือจะใชอะลูมเิ นียมฉลุเปนตัวอักษรตรึงติดกับ
แผน ปายกไ็ ด เสาปายมี 2 เสา ใชไมขนาด 7.50 x 7.50 ซ.ม. ยาว 3 เมตร ทาสีขาวปกดินใหลึก
ประมาณ 70 ซ.ม. และใชไมขนาด 2.50 x 7.50 ซ.ม. ยาว 3 เมตร 2 ทอ น เปนเสาคํ้ากันปาย
เอน

(ความในขอ 7.4 ใชขอความเพ่ิมเติม ตามระเบียบกรมท่ีดิน ฉบับท่ี 4 (พ.ศ. 2522)
วาดว ยการออกหนงั สอื สาํ คญั สําหรับทห่ี ลวง ประกาศ ณ วนั ที่ 18 ตลุ าคม พ.ศ. 2522)

7.5 แผนปา ยบอกชอื่ ทส่ี าธารณประโยชนใหจดั ทําขึ้นอีกแบบหนึง่ มลี กั ษณะ ดงั นี้
7.5.1 แผนปายใชแผนเหล็กหนา 1/16 น้ิว (1.58 ม.ม.) ขนาด 1.20 x

0.60 เมตร ทาสีกนั สนิมรองพืน้ ทั้งดานหนาและดานหลังทับ 2 ครั้ง เฉพาะดานหนาทาสีเขยี วทับ
และทีข่ อบทาสขี าวโดยรอบ ขนาด 2.5 ซ.ม. เขยี นช่ือที่สาธารณประโยชนดว ยสีขาวตัวอกั ษรขนาด
สูง 8 ซ.ม. สวนชอ่ื ตําบลและอาํ เภอ ตวั อักษรขนาดสูง 6 ซ.ม. และเจาะรูสําหรับนอตยึดไมนอยกวา
2 รู ขนาด 9 ม.ม. ยาวตามความหนาของเสาปา ยแตล ะแบบ

สาํ นกั จดั การทดี ินของรัฐ 111

7.5.2 เสาปายทาสีขาวปกลกึ ลงไปในดนิ ประมาณ 70 ซ.ม. มี 2 แบบ คอื
แบบท่ี 1 ใชเสาคอนกรีตอัดแรงสําเร็จรูป คุณภาพเทียบของ CPAC ขนาด
0.08 x 0.08 x 2.70 เมตร มีรูสาํ หรับยดึ ปา ย ขนาด 9 ม.ม. ไมนอยกวา 2 รู ตามแบบ
แบบที่ 2 ใชเสาคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 0.10 x 0.10 x 2.70 เมตร
เสริมเหล็ก เสนผาศูนยกลาง 6 มม. จํานวน 4 เสน เหล็กปลอกเสนผาศูนยกลาง 6 มม. ระยะ
0.15 เมตร สวนผสมคอนกรีต 1/2/4 (โดยปริมาตร) เจาะรูปดแผนปายตนละ 2 รู ขนาด 9 มม.
ตามแบบทายระเบียบน้ี
ขอ 8. การเขยี นรูปแผนที่ลงในหนงั สือสาํ คัญสาํ หรับท่ีหลวง ใหย อหรือขยายรูปแผนทลี่ งให
พอเหมาะกบั เนอื้ ท่สี าํ หรบั ลงรูปแผนที่ในหนังสอื สาํ คัญสําหรับที่หลวง และใหเขียนมาตราสวนซงึ่ ยอ
หรือขยายนั้นไวดวย กรณีรูปแผนท่ีซึ่งสามารถยอใหเล็กลงไดที่สุดแลวนั้น ยังใหญและไมสามารถ
จําลองลงในเนอื้ ทีส่ ําหรบั ลงรปู แผนท่ีก็ใหจําลองรูปแผนทีน่ ั้นในใบตอได โดยใหหมายเหตุดวยอักษร
สีแดงไวในท่ีสําหรับลงรูปแผนท่ีวา “รูปแผนท่ีอยูในใบตอ” และถาหากใบตอมีหลายแผนใหบอก
แผน ที่ไวทีม่ มุ บนขวามือของแตล ะแผน โดยเรียงลําดบั แผนตามลักษณะรูปแผนทีแ่ ลวใหเย็บรูปแผน
ทใ่ี บตอกับหนังสอื สําคญั สาํ หรบั ทหี่ ลวงเรียงตามลําดบั จากแผน นอยไปหามาก
ขอ 9. การรังวัดใหถือเขตตามที่ปรากฏในหลักฐานหรือทะเบียนเดมิ ของทางราชการแตถา
เขต ระยะ และขางเคียงเปล่ียนแปลงไปจากหลักฐานหรือทะเบียนเดมิ ใหพนักงานเจาหนาท่ีผูทํา
การรังวัดสอบสวนบันทึกถอยคําผูนําทําการรังวัด ผูปกครองทองท่ี และผูสูงอายุที่เช่ือถือไดใน
ทองถิ่นนัน้ ดี และเคยใชป ระโยชนร ว มกนั สัก 3-4 คน ถึงสาเหตุของการเปล่ยี นแปลงไวเปนหลักฐาน
หากปรากฏวา ไดเ นอื้ ที่นอ ยกวาหลักฐานหรือทะเบียนเดมิ มากและขา งเคียงเปล่ียนแปลงไปจากเดิม
หรือไมอาจทราบไดวาเขตและเนื้อที่ควรจะอยูแคไหน เพียงใด หรือผูนําทําการรังวัดหรือผูขอ
ไมสามารถช้ีเขตใหถูกตอง ใหเจาพนักงานท่ีดินแจงใหนายอําเภอทราบเพ่ือใหสภาตําบลพิจารณา
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการมอบหมายใหสภาตําบลมีสวนชวยเหลือควบคุมการ
ดาํ เนนิ การออกหนังสือสาํ คญั สาํ หรบั ท่ีหลวง พ.ศ. 2519 ตอ ไป
ในการรังวัดหากมผี ูคัดคาน ใหพนักงานเจาหนาท่ีผูทําการรังวัด รังวัดทําแผนที่โดยสังเขป
แสดงเขตเปนเสนประและเนื้อที่ที่มีการคัดคานแตละรายไวในแผนท่ีตนรางและกระดาษบาง
โดยจดแจงขอความไวในแปลงท่ีมีการคัดคานวา “(ชื่อผูคัดคาน) คัดคาน” และใหดําเนินการออก
หนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงเฉพาะสวนไมมีผูคัดคานไปกอน การรับรองเขตดานท่ีมีการคัดคาน
ใหบันทกึ ถอ ยคําผูนําทําการรังวดั หรือผูนําช้ีเขตไวเปนหลักฐาน โดยไมตองใหผูคัดคานลงชอ่ื รับรอง
เขต หากมีผูบุกรุกแตไมคัดคา น หรือยอมรับวาเปนที่สาธารณประโยชนใหบันทกึ ถอ ยคําผูบุกรุกวา

สํานกั จดั การทดี นิ ของรฐั 112

ไดเขาทําประโยชนอะไร แตเม่ือใด เปนจํานวนเนื้อที่เทาใด โดยไมตองรังวัดแสดงรายละเอียด
เชน กรณีทีม่ ีการคัดคาน

(ความในขอ 9 เดิม ถูกยกเลิกโดยระเบียบกรมท่ีดิน ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2520) ประกาศ
ณ วันที่ 18 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2520)

ขอ 10. กรณีที่มที างสาธารณประโยชนที่รถยนตเดินไมได หรือมีหวยลําน้ํา ซ่ึงอยูในความ
ดูแลของนายอําเภอ อยูในบริเวณที่ดินท่ีขอออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง จะพิจารณาออก
หนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงเปนแปลงเดียวก็ได ท้ังนี้ตองบันทึกถอยคํายินยอมของผูดูแลรักษาที่
สาธารณประโยชนน้ันๆ และบันทกึ คํารบั รองของผขู อออกหนังสือสําคัญสําหรับทีห่ ลวงไวดว ยวาจะ
ไมทาํ ใหเสียหายแกการใชที่สาธารณประโยชนนั้นๆ และใหแสดงเขตทาง หรือหวยลํานํ้า น้ันๆ เปน
เสนประไวในรปู แผนท่ี

ถามคี ลองสาธารณประโยชนอยูในบริเวณท่ีขอออกหนังสือสําคัญสําหรับทหี่ ลวงใหกันเขต
คลองสาธารณประโยชนออก และออกหนงั สอื สําคญั สําหรบั ทหี่ ลวงเปน แปลงๆ

(ความในขอ 10 เดิม ถกู ยกเลกิ โดยระเบยี บกรมท่ีดินฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2530) ประกาศ ณ
วันท่ี 8 มกราคม 2530)

การสอบสวน
ขอ 11. ใหพ นักงานเจา หนา ท่ที าํ การสอบสวนผูขอหรือตัวแทนซึ่งไดนําเจาพนักงานทาํ การ
รังวัดถึงที่ตั้ง จํานวนเน้ือท่ี ประวัติและอาณาเขตท่ีดินแปลงท่ีขอตามแบบบันทึกการสอบสวน
เพอื่ ออกหนังสือสําคัญสําหรบั ทห่ี ลวง (แบบ ส.ธ. 2)

การประกาศ
ขอ 12. เมื่อพนักงานเจาหนาที่ไดทําการรังวัด และสอบสวนเสร็จเรียบรอยแลวใหเจา
พนักงานทดี่ ินจังหวัดหรือเจาพนักงานทีด่ ินสาขา ประกาศการออกหนังสือสําคัญสําหรับท่หี ลวงให
ประชาชนทราบมีกําหนด 30 วัน โดยปดไวในท่ีเปดเผย ณ สํานักงานท่ดี ินจังหวัดหรือสํานักงาน
ทีด่ ินสาขา 1 ฉบับ ณ ทีว่ า การอาํ เภอหรือกิ่งอําเภอทองทห่ี รือท่ีทาํ การเขต 1 ฉบับ ทีท่ ําการกาํ นัน
1 ฉบบั และในบริเวณที่ดินน้ัน 1 ฉบับ ในเขตเทศบาลใหปดไว ณ สํานกั งานเทศบาล หรือในเขต
กรุงเทพมหานครใหปดไว ณ ศาลาวาการอีก 1 ฉบับ ในประกาศดังกลาวใหลงตําแหนงที่ต้ังและ
ประเภทของทด่ี นิ ใหทราบดวยวา อยูในความดูแลของทบวงการเมอื งใดและใหมีรูปแผนทแี่ สดงแนว
เขตทีด่ ินที่ออกหนังสือสําคัญสําหรับทีห่ ลวง และกาํ หนดระยะเวลาใหผูมสี วนไดเสียคัดคานภายใน
กาํ หนด 30 วัน นับแตวนั ประกาศ

สาํ นกั จดั การทีดนิ ของรัฐ 113

ขอ 13. เมอ่ื ประกาศครบกําหนด ไมม ีผูคัดคาน ใหสรางหนังสือสําคัญสําหรับทีห่ ลวงและ
ใหเจาพนักงานที่ดนิ จงั หวัดหรือเจาพนักงานทดี่ ินสาขา ตรวจสอบเอกสารและความเรียบรอยพรอม
กบั ลงช่ือในบรรทดั เจาพนักงานทดี่ ิน ดานหลังหนังสือสําคญั สําหรับท่ีหลวงแลวสงเรื่องไปกรมที่ดิน
เพื่อใหเจาหนาท่ีตรวจสอบและเสนออธิบดีลงนามประทับตราประจําตําแหนงและตอเลขหนังสือ
สาํ คญั สําหรบั ทีห่ ลวงตอไป

ขอ 14. เมื่ออธิบดีกรมที่ดินลงนามประทับตราประจําตําแหนง และตอเลขในหนังสือ
สาํ คญั สาํ หรับที่หลวงแลว ใหเจา หนาท่ีจําลองหนงั สือสําคัญสําหรับทีห่ ลวงเปนรูปถายตามจํานวนที่
จําเปนตามระเบียบนี้ แลว สง เรื่องราวทัง้ หมดพรอมกับหนังสือสําคัญสําหรับทห่ี ลวงท้ังตนฉบับและ
ฉบับจําลองเปนรูปถา ยเทาที่จําเปนตอ งเก็บรักษาไปยังจังหวัดเจาของเร่ือง เพ่ือสั่งใหเจาหนาทเ่ี ก็บ
เอกสารและแจกหนังสือสําคัญสําหรับทหี่ ลวงใหแกผ ูขอและผูเกี่ยวขอ งตอไปโดยใหผูขอลงช่ือรับไว
เปนหลกั ฐานดว ย

ขอ 15. ในระหวางประกาศถามีผูคัดคานท้ังแปลงใหรอการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่
หลวงไวจนกวาจะไดม คี ําพพิ ากษาถงึ ทีส่ ดุ ของศาลแสดงวาผคู ดั คานไมม สี ิทธิในท่ีดินน้ันหรือพิจารณา
ดําเนินการไปตามคาํ พิพากษาหรือคําสั่งศาลตอ ไป หากเปนการคดั คานเพียงบางสวนใหดาํ เนินการ
ตามขอ 9 วรรค 2

(ความในขอ 15 เดิม ถูกยกโดยระเบียบกรมท่ีดินฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2520) ประกาศ
ณ วันที่ 18 กุมภาพันธ 2520)

การจดั ทาํ ทะเบยี นที่ดินสาธารณประโยชน
ขอ 16. แบบพิมพทะเบียนใหใชแบบพิมพท่ีกรมท่ีดินจัดพิมพขึ้น โดยใหอําเภอหรือกิ่ง
อําเภอละ 1 เลม แยกเปนตําบล แปลงหนึ่งๆ ใหเวน 6 บรรทัด ถาที่ดินแปลงใดมีอาณาเขตคาบ
เกีย่ วหลายตาํ บลใหลงไวทุกตําบลที่ที่ดนิ ตัง้ อยู แลวใหหมายเหตใุ นชองหมายเหตดุ วยวาทแี่ ปลงน้ัน
คาบเก่ียวกับตําบลใดๆ บาง ถาตั้งอยูในทองที่หลายอาํ เภอ ก็ใหปฏิบัติเชนเดียวกับคาบเกีย่ วตําบล
การกรอกรายการลงในแบบพมิ พใหกรอกใหครบถวนทกุ ชอง โดยคัดรายการจากหลักฐานเดมิ กรอก
ลงในแบบพิมพทะเบียนอยางใหมเสียกอน เม่ือปรากฏวารายการใดท่ีคัดมากรอกไวน้ีผิดพลาด
คลาดเคลื่อนจากการรังวัดใหม ก็ใหขีดฆา รายการทผ่ี ิดพลาดคลาดเคล่ือนนั้นดวยหมกึ แดง ลงนาม
กํากับไวตามระเบียบราชการ แลว กรอกรายการที่ถูกตองลงไปและหมายเหตกุ ารแกไขไวใหทราบใน
ชองหมายเหตุดวย ชอง “สภาพและประวัติความเปนมา” ใหลงใหชัดเจนวาไดคัดลอกมาจาก
หลักฐานใด เชนบัญชีสาํ รวจท่ดี ินหวงหาม บัญชีสํารวจหนองสาธารณประโยชน หรือทะเบียนท่ีดิน
สาธารณประโยชน ฯลฯ ลําดับแปลงที่เทา ใดไดนําข้ึนทะเบียนไวตงั้ แตเมือ่ ใดผูใดเปนผูหวงหามเพ่ือ
วัตถุประสงคอยางใดประชาชนไดใชประโยชนอยางใด แตเม่ือใด ถาเปนทีส่ าธารณประโยชนซึ่งได

สาํ นกั จดั การทดี ินของรัฐ 114

สํารวจรังวัดขึ้นทะเบียนใหม (ยังไมมีทะเบียนหรือบัญชีเดิม) ใหลงใหชัดเจนวา ไดสํารวจเม่ือใด
ตง้ั แตเม่ือใด ในการจัดทําทะเบียนท่ีดินสาธารณประโยชนนี้ใหอําเภอหรือกิ่งอําเภอจัดทําข้ึน 3 ชุด
เกบ็ ไวท อ่ี าํ เภอหรอื กงิ่ อําเภอและจงั หวัดแหงละ 1 ชุด สง กรมทด่ี นิ หน่งึ ชุด

หนังสือสาํ คญั สาํ หรับท่หี ลวง
ขอ 17. หนงั สอื สาํ คัญสําหรบั ทห่ี ลวงใหใชแบบ สธ. 1
ขอ 18. หนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงใหทําข้ึน 3 ฉบับ มอบใหผูดูแลรักษาถือไว 1 ฉบับ
เกบ็ ไว ณ สํานักงานทีด่ นิ จังหวัดหรือสํานักงานทด่ี ินสาขา 1 ฉบับ และเก็บไว ณ กรมท่ีดนิ 1 ฉบับ
กรณีที่ดนิ ต้งั อยคู าบเก่ียวหลายจังหวดั ใหจัดทาํ เพม่ิ ขนึ้ ตามจงั หวดั ทเ่ี กีย่ วของ

ใบแทนหนังสือสาํ คัญสาํ หรบั ทหี่ ลวง
ขอ 19. ถาหนังสือสําคัญสําหรับท่หี ลวงฉบับผูดูแลรักษาชํารุดหรือสูญหายใหผูดแู ลรักษา
แจง ความประสงคขอรับใบแทนตออธิบดีกรมที่ดนิ โดยย่ืนผานสํานกั งานทด่ี ินจังหวัดหรือสํานักงาน
ท่ดี นิ สาขา
ขอ 20. เม่ือเจาพนักงานที่ดนิ ไดรับคําขอแลว ใหทําการสอบสวนตามควรแกกรณีโดยไม
ตอ งประกาศ
ขอ 21. เม่ือไดดําเนินการตามขอ 13 ไมมีการขัดของแลว ใหเจาพนักงานที่ดินสรางใบ
แทนหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงข้ึนใหมตามจํานวนที่ชํารุดสูญหาย และสงเรื่องท้ังหมดไป
กรมท่ีดนิ เพอ่ื ใหอธิบดลี งนามในใบแทน
ขอ 22. แบบใบแทนหนังสือสําคัญสําหรับทหี่ ลวง ใหใชแบบ สธ. 1 โดยประทับตราสแี ดง
วา “ใบแทน” ไวท่ดี านหนา หนาคาํ วา “หนังสอื สาํ คัญสําหรับท่ีหลวง” ดา นใตรูปแผนท่ีใหหมายเหตุ
ดวยอกั ษรสีแดงวา “หนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงไดอ อกใหเมือ่ วันท่ี .............เดอื น.......................
พ.ศ. .......” และใหเจาพนกั งานทด่ี นิ ลงลายมือชอ่ื พรอมวนั เดือน ป กํากบั ไวดวย
ขอ 23. ถาหนงั สอื สาํ คญั สาํ หรบั ท่หี ลวงฉบับทีเ่ ก็บไว ณ สาํ นกั งานท่ีดินหรือกรมที่ดินชํารดุ
สูญหาย ใหเจาพนกั งานทีด่ นิ เรยี กหนงั สือสาํ คัญสาํ หรับทหี่ ลวงฉบบั ใดฉบบั หนึ่งมาจําลองเปนรูปถา ย
เกบ็ ไวเปนหลักฐานได

การเกบ็ เอกสาร
ขอ 24. การเกบ็ หนงั สอื สาํ คัญสําหรบั ที่หลวง ใหใชป กหรือแฟมเกบ็ เชนเดยี วกบั โฉนดที่ดิน
โดยเกบ็ เปน เลมๆ ละ 50 ฉบับ เรียงตามลาํ ดบั เลขทจี่ ากนอ ยไปหามาก
ขอ 25. การเก็บเอกสารเกี่ยวกับการออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวง ใหปฏิบัติ
เชน เดยี วกับการเกบ็ สารบบทด่ี นิ โดยแยกไวเ ปนอําเภอและใหเกบ็ ไวตางหากไมรวมกบั สารบบท่ดี ิน

สาํ นกั จดั การทีดินของรฐั 115

คา ธรรมเนียมและคา ใชจ า ย
ขอ 26. ในการออกหนังสือสาํ คญั สําหรับท่ีหลวง ไมตอ งเสียคาธรรมเนียมใดๆ ทง้ั ส้ิน
ขอ 27. คา ใชจา ยใหวางเปน เงินมดั จําไดแก

27.1 คาหลกั เขตทดี่ นิ ในกรณที ีผ่ ขู อไมนําหลกั เขตมา
27.2 คาพาหนะเดินทางของพนักงานเจาหนาที่ และคนงานที่ไปทําการรังวัด
ใหจายเทา ทจี่ าํ เปน และจา ยไปจรงิ
27.3 คาเบ้ียเลี้ยงของพนักงานเจาหนาที่ คาเชาท่ีพัก และคาจางคนงานที่จาง
ไปทําการรงั วัด ใหเ รียกตามระเบยี บและอัตราของทางราชการท่ีใชอ ยูในขณะน้ัน
27.4 คาปวยการของเจาพนักงานผูปกครองทองท่ีใหเปนไปตามท่ีกฎกระทรวง
กาํ หนด คนหนง่ึ วนั ละ 50 บาท

การเปลี่ยนอํานาจหนา ทผี่ ดู ูแลรกั ษา
ขอ 28. ท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินที่ไดออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงไป
แลว หากมีการเปล่ียนแปลงอํานาจหนาที่ผูดูแลรักษาจากทบวงการเมืองหน่ึงไปยังอีกทบวง
การเมอื งหนึง่ ใหมอบหนังสอื สาํ คัญสําหรับท่หี ลวงกนั ไดโดยไมต อ งแกไ ขช่ือและทาํ การรงั วัดใหม

การเปลย่ี นหนงั สอื สาํ คัญแสดงกรรมสิทธิเ์ ปนหนังสือสาํ คัญสําหรับท่หี ลวง
ขอ 29. ทดี่ นิ อนั เปน สาธารณสมบตั ิของแผน ดนิ ที่ใชเ พ่ือประโยชนของทางราชการแปลงใด
หากปรากฏวาไดมีหนังสือสําคัญแสดงกรรมสิทธิ์ยึดถืออยูและผูดูแลรักษาประสงคจะเปล่ียนเปน
หนังสือสําคัญสําหรับทหี่ ลวงก็ใหดําเนินการไดโดยเมือ่ ออกใหไปแลวใหเรียกโฉนดเดมิ มาหมายเหตุ
ดวยตัวอักษรสีแดงวาที่ดินแปลงน้ีไดออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงใหไปแลวตามหนังสือสําคัญ
สําหรับที่หลวงเลขท่ี............แลวใหเจาพนักงานที่ดินลงชื่อ วัน เดือน ป กํากับไวเปนหลักฐาน
แลวเก็บเขาสารบบของท่ีดินแปลงน้ัน สําหรับโฉนดของสํานักงานที่ดินใหตัดออกจากเลมและ
ดําเนินการเชน เดยี วกนั

การออกหนังสือสาํ คัญสาํ หรับทหี่ ลวงกรณเี ปลี่ยนประเภทท่ดี นิ
ขอ 30. ท่ีดินท่ีไดออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงใหไปแลว หากภายหลังมีการเปล่ียน
ประเภทท่ีดนิ และผูดแู ลรักษาประสงคจะขอเปลี่ยนหนังสือสําคัญสําหรับทห่ี ลวงใหม เพือ่ ใหตรงกับ
สภาพท่ีดินกใ็ หออกหนังสือสําคัญสาํ หรับทีห่ ลวงใหใหมได โดยไมตอ งประกาศและทําการรังวดั ใหม
เม่อื ออกใหแ ลว ใหเรยี กหนังสือสําคัญสาํ หรับที่หลวงเดมิ มาหมายเหตดุ วยตวั อกั ษรสีแดงวา “ไดออก
หนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงใหใหมแลวตามหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงเลขท่ี......”แลวใหเจา
พนักงานท่ีดินลงชื่อและวัน เดือน ป กํากับไวเปนหลักฐาน แลวเก็บเขาสารบบของท่ีดินแปลงน้ัน
สาํ หรับฉบบั ท่ีเกบ็ ไว ณ จงั หวัดและกรมทีด่ นิ กใ็ หด ําเนินการเชน เดียวกนั

สํานกั จดั การทดี นิ ของรัฐ 116

ขอ 31. ใหยกเลกิ คําส่งั หรอื ระเบยี บการอน่ื ใด เฉพาะในสวนท่ขี ดั หรือแยงกับระเบียบน้ีเสีย
ทัง้ สิ้น

ประกาศ ณ วนั ที่ 19 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2517

(ลงชื่อ) อรรถ วิสูตรโยธาภบิ าล
(นายอรรถ วิสูตรโยธาภิบาล)
อธิบดีกรมทด่ี ิน

สํานกั จดั การทีดนิ ของรัฐ 117

(สําเนา)
ระเบียบกรมทีด่ ิน
วาดวยการเพกิ ถอนหรือแกไขหนังสือสาํ คญั สําหรบั ทห่ี ลวง

พ.ศ. ๒๕๒๙
______________
โดยท่ีขณะน้ียังไมมีระเบียบเก่ียวกับการเพิกถอนหรือแกไขหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง
ทอ่ี อกไปโดยผดิ พลาดคลาดเคลื่อน ฉะนัน้ จึงกาํ หนดวิธกี ารเพกิ ถอนหรอื แกไ ขไวด ังน้ี
ขอ ๑ ระเบียบน้ีเรียกวา “ระเบียบกรมท่ีดิน วาดวยการเพิกถอนหรือแกไขหนังสือสําคัญ
สาํ หรบั ท่ีหลวง พ.ศ. ๒๕๒๙”
ขอ ๒ ระเบยี บน้ีใหใชบังคับต้ังแตบัดนเ้ี ปนตน ไป
ขอ ๓ เม่ือปรากฏวาไดออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงไปโดยผิดพลาดคลาดเคล่ือน
เปน ตน วา
(๑) ออกไปผดิ แปลง หรอื ทบั ท่บี ุคคลอ่นื
(๒) แนวเขตผิดพลาดคลาดเคลื่อน เชน เดิมรังวัดตามทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน
ตอมาพบประกาศหวงหามและปรากฏวา อาณาเขตไมต รงกนั
(๓) จําลองรปู แผนท่หี รือคาํ นวณเนอ้ื ท่ผี ดิ พลาดคลาดเคลื่อน
ใหจ งั หวัดสอบสวนพยานหลักฐาน สรปุ ช้แี จงเหตุท่ผี ิดพลาดคลาดเคลือ่ น พรอมสงหนังสือ
สําคัญสําหรับที่หลวงฉบับที่เก็บไว ณ สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานที่ดินจังหวัดสาขา
และฉบบั ผูดแู ลรักษาไปยังกรมที่ดนิ
ถาจะตองมกี ารรังวดั ตรวจสอบเพ่อื ใหทราบวา รูปแผนทห่ี รือเน้ือท่ีผิดพลาดคลาดเคลื่อน
หรือไม ใหอธิบดีกรมท่ีดินส่ังรังวัดตรวจสอบ หรือใหทบวงการเมืองผูดูแลรักษาท่ีดินอันเปน
สาธารณสมบตั ิของแผนดนิ นน้ั แสดงความประสงคขอรังวัดตรวจสอบตออธิบดีกรมที่ดิน โดยย่ืนผาน
สํานักงานท่ีดินจังหวัด หรือสํานักงานที่ดินจังหวัดสาขา ซ่ึงท่ีดินนั้นต้ังอยูในเขต สวนวิธีการรังวัด
ใหอ นโุ ลมปฏบิ ัตเิ ชนเดยี วกบั การรงั วัดสอบเขตโฉนดท่ีดิน
ขอ ๔ ถาอธิบดกี รมที่ดินไดพิจารณาแลว เห็นสมควรวาจะตองเพิกถอนหรือแกไ ขกอนมี
คําส่งั ใหดาํ เนนิ การ ดังนี้
(๑) ใหอธบิ ดีกรมท่ีดินแจงใหทบวงการเมืองหรือพนักงานเจาหนาท่ีผูมีอํานาจหนา ที่
ดูแลรักษาที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินน้ันทราบ เพ่ือใหคัดคานภายในกําหนด ๓๐วัน
นบั แตว นั ท่ไี ดร ับแจง

สาํ นกั จดั การทดี ินของรฐั 118

(๒) การเพิกถอนหรือแกไขรูปแผนที่ นอกจากจะตองดําเนินการตาม (๑) แลวให
อธิบดีกรมท่ีดนิ สั่งไปยังเจาพนักงานท่ีดินที่จังหวัดหรือเจาพนักงานท่ดี ินจังหวัดสาขา ประกาศการ
เพิกถอนหรือแกไขหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงใหประชาชนทราบ มีกําหนด ๓๐ วัน โดยปดไว
ในท่ีเปดเผย ณ สํานักงานที่ดินจังหวัดหรือสํานักงานท่ีดินจังหวัดสาขา ๑ ฉบับ ณ ท่ีวาการอําเภอ
หรือกิ่งอําเภอทองท่ีหรือท่ีทําการเขต ๑ ฉบับ ท่ีทําการกํานัน ๑ ฉบับ ในบริเวณท่ีดินน้ัน ๑ ฉบับ
ในเขตเทศบาลใหปดไว ณ สํานักงานเทศบาลหรือในเขตกรุงเทพมหานครใหปดไว ณ ศาลาวาการ
อกี ๑ ฉบบั ถา เปนการแกไ ขรูปแผนท่ี ใหม แี ผนท่ีแสดงแนวเขตทดี่ ินเดิมและท่จี ะแกไ ขทา ยประกาศดว ย

(๓) ถามีการคัดคาน ใหอธิบดีกรมที่ดินเสนอเรื่องใหกระทรวงมหาดไทยพิจารณา
สงั่ การ

ขอ ๕ เม่ืออธิบดีกรมท่ีดินมีคําส่ังใหเพิกถอนหรือแกไขแลว ใหผูอํานวยการกองสํารวจ
และควบคมุ ท่ีดินของรัฐ กรมทีด่ ิน เปน ผูห มายเหตุการเพกิ ถอนหรือแกไ ขหนังสือสําคญั สําหรบั ท่หี ลวง
ทัง้ สามฉบบั ใหถ ูกตอ งตรงกนั โดยปฏบิ ัตดิ งั น้ี

(๑) กรณีเพิกถอน ใหหมายเหตุดวยวิธีขีดเสนคูขนานดวยหมึกสีแดงบนดานหนา
ของหนงั สอื สาํ คญั สาํ หรับทหี่ ลวง แลวเขียนดว ยอักษรสีแดงวา “หนังสือสาํ คญั สําหรับทหี่ ลวง ฉบับนี้
ไดเพกิ ถอนตามคาํ ส่งั อธิบดีกรมท่ีดนิ ท.่ี ..........ลงวันท่ี.........เดือน................พ.ศ. ..........” แลว ลงนาม
พรอ มวัน เดือน ป กํากบั ไว

(๒) กรณแี กไ ข ใหขดี ฆา สวนทีค่ ลาดเคล่ือนออกดว ยหมึกสีแดง แลวแกไขใหถกู ตอง
ตามคําสงั่ และหมายเหตดุ ว ยอกั ษรสแี ดงวา “ไดแ กไขตามคาํ สั่งอธิบดีกรมที่ดินท่ี..................ลงวันท่ี
.........เดอื น..............พ.ศ. ............” แลว ลงนามพรอมวนั เดือน ป กาํ กบั ไว

ขอ ๖ ใหเจาหนาที่หมายเหตุการเพิกถอนหรือแกไขทะเบียนท่ีดินสาธารณประโยชนให
สอดคลองกับการเพิกถอนหรือการแกไ ข ตามขอ ๕ โดยใหลงนามพรอ ม วนั เดือน ป กํากับไวด วย

ขอ ๗ เม่ือไดมีการเพิกถอนหรือแกไขแลว ใหอธิบดีกรมท่ีดินแจงใหทบวงการเมือง
พนักงานเจาหนาท่ีผูมีอํานาจหนาท่ีดูแลรักษาท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินนั้นทราบ
อีกคร้ังหน่งึ

ขอ ๘ หนังสอื สําคญั สําหรบั ท่ีหลวงท่ีไดดาํ เนนิ การเพิกถอนแลว ใหเ ก็บไวในกรมท่ีดนิ
ขอ ๙ การแกไขหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง เนื่องจากเขียนหรือพมิ พขอความผิดพลาด
คลาดเคลื่อนโดยมีหลักฐานชัดแจง รวมท้ังการแกไขรายละเอียดในหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง
ใหถูกตองตามขอเท็จจริงที่เปล่ียนแปลงไป ซึ่งมิใชการแกไขรูปแผนท่ีหรือเนื้อที่ เปนตนวา
เคร่ืองหมายท่ีดิน ขางเคียง เม่ือทบวงการเมืองหรือพนักงานเจาหนาที่ผูมีอํานาจหนาท่ีดูแลรักษา
ที่ดินอนั เปนสาธารณสมบัตขิ องแผน ดนิ น้ันยินยอมเปนลายลักษณอ กั ษรใหแกไ ข ใหเจาพนักงานทดี่ ิน

สํานกั จดั การทีดนิ ของรฐั 119

จังหวัดหรือเจาพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขามีอํานาจแกไขแลวใหรายงานไปยังกรมท่ีดินเพื่อแกไข
หลกั ฐานใหถ กู ตอ งตรงกัน

สําหรบั การหมายเหตุการแกไขหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงฉบับเก็บไว ณ กรมทีด่ ิน
ใหผ ูอํานวยการกองสาํ รวจและควบคุมที่ดนิ ของรฐั กรมท่ดี ิน เปน ผูดําเนินการ

ขอ ๑๐ ใหผูอาํ นวยการกองสาํ รวจและควบคุมทด่ี ินของรัฐรักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันท่ี ๒ ตลุ าคม ๒๕๒๙
(ลงชื่อ) ศริ ิ เกวลินสฤษดิ์
(นายศิริ เกวลินสฤษดิ)์
อธิบดีกรมทดี่ ิน

(หมายเหตุ เวียนโดยหนังสอื เวยี นกรมทด่ี นิ ที่ มท ๐๗๑๑/๒๔๐๙๓ ลงวนั ที่ ๑๗ ตลุ าคม ๒๙)

สํานกั จดั การทีดนิ ของรัฐ 120

ระเบยี บของคณะกรรมการจดั ท่ีดินแหงชาติฉบบั ที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๑๕)
วา ดว ยวธิ ีปฏิบัติในการแจง และออกคาํ สั่งแกผฝู า ฝน มาตรา ๙
แหงประมวลกฎหมายท่ีดนิ อยูก อ นวันทป่ี ระกาศของคณะปฏวิ ตั ิ

ฉบบั ท่ี ๙๖ ลงวนั ที่ ๒๙ กุมภาพันธ พทุ ธศักราช ๒๕๑๕ ใชบ ังคับ
____________________

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๐ และมาตรา ๑๐๘ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน
ซง่ึ แกไขเพม่ิ เติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๑๕
คณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ กําหนดระเบยี บไวดงั น้ี

หมวด ๑
บททั่วไป
____________________
ขอ ๑ ระเบียบน้ีเรียกวา “ระเบียบวาดวยวิธีปฏิบัติในการแจงและออกคําส่ังแกผูฝาฝน
มาตรา ๙ แหงประมวลกฎหมายทด่ี ินอยูกอ นวันทป่ี ระกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๙๖ ลงวันท่ี ๒๙
กุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๑๕ ใชบังคับ”๑
ขอ ๒ ใหใชร ะเบียบนต้ี ้ังแตว ันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปนตน ไป
ขอ ๓ การแจงแกผูฝาฝนมาตรา ๙ แหงประมวลกฎหมายที่ดินอยูกอนวันที่ประกาศ
ของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๙๖ ลงวันท่ี ๒๙ กุมภาพันธ พุทธศักราช ๒๕๑๕ ใชบังคับ ใหพนักงาน
เจาหนาที่ดาํ เนนิ การดังนี้
(๑) ทีด่ ินท่ีสงวนหรอื หวงหามไว เพื่อใชป ระโยชนข องทางราชการ เมื่อทบวง
การเมอื งซ่งึ มหี นาที่ดแู ลรักษาหรือใชประโยชนรองขอใหพนักงานเจาหนาที่แจงใหผูฝาฝนทราบเพื่อ
ปฏิบตั กิ ารอยา งหนึ่งอยางใด ดังตอไปน้ี
________________________________________________________________________

๑ ประกาศคณะปฏิบัติ ฉบับท่ี ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กมุ ภาพันธ พ.ศ. ๒๕๑๕ เริ่มใชบังคับตั้งแตวันที่ ๔ มีนาคม
๒๕๑๕

สาํ นกั จดั การทดี ินของรฐั 121

ก. ใหม าจัดการทําบนั ทึกไวเปนหลักฐานตอ ทางราชการภายในเวลาท่ีกําหนด
วา ไดค รอบครองและทาํ ประโยชนในทด่ี ินเปนเนื้อที่เทาใด ตงั้ แตเมือ่ ใดและจะออกไปจากท่ีดินนั้นได
เม่อื ใด

ข. ใหมาทําความตกลง เพื่อเสียคา ตอบแทนตามอัตราและเวลาที่ทางราชการ
กําหนดให

ค. เมอ่ื มีความจาํ เปน อาจสั่งใหผฝู า ฝน และบริวาร
(๒) ท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินท่ีประชาชนใชประโยชนรวมกัน
ใหมีคําสั่งใหผูฝาฝนออกไปจากท่ีดิน เวนแตกรณีที่มเี หตุผลและความจําเปนเปนพิเศษ และไมเ ปน
การกระทําใหเสื่อมเสียประโยชนในการท่ีประชาชนจะใชที่ดินน้ัน จะผอนผันใหอยูอาศัยหรือ
ใชประโยชนเปนการชวั่ คราวโดยเสียคา ตอบแทนหรือไมก ็ได
(๓) ที่ดินท่ีทางราชการมีโครงการจะจัดใหประชาชนเขาอยูอาศัยและประกอบ
อาชีพ ใหแจงใหผูฝาฝนไปติดตอกบั เจาหนาที่ผูมหี นาท่ีในการจัดทีด่ ิน เพ่ือรับคําวินิจฉยั เกี่ยวกับ
สิทธิในท่ีดิน และเพื่อปฏิบัติตามระเบียบ ขอบังคับ ขอกําหนด และเงื่อนไขในการจัดที่ดินตาม
โครงการจัดทด่ี ินนั้นตอไป
(๔) ทดี่ ินที่มีทรัพยากรธรรมชาติ เปน ตน วา ทห่ี ิน ท่กี รวด หรือท่ีทราย ไมว าทีด่ ินน้นั
รัฐมนตรีจะไดประกาศหวงหามไวตามมาตรา ๙ (๒) แหงประมวลกฎหมายท่ีดินแลวหรือไมก็ตาม
ถามีผูฝาฝนเขาไปทําดวยประการใดๆ ใหเปนการทําลายหรือทําใหเส่ือมสภาพหรือเปนอันตราย
แกทรัพยากรในท่ีดินใหแจงใหผูบุกรุกระงับการกระทําหรือสั่งใหออกไปจากที่ดินนั้นและ
ถาการกระทําน้ันกอใหเกิดความเสียหายแกสาธารณชน ใหผ ูฝาฝนแกไขการกระทํานั้นใหกลับคืนสู
สภาพเดิมดวย
ขอ ๔. การขอเขาอยูอาศัยหรือใชประโยชนในที่ดินของรัฐเปนการชั่วคราวใหดําเนินการ
ตามหมวด ๓ วา ดวยการขอเขาอยูอ าศยั หรือขอใชประโยชนใ นที่ดินของรัฐเปนการชว่ั คราว

หมวด ๒
การแจง และมีคาํ สั่งใหผ ฝู า ฝนออกจากที่ดินของรัฐ

________________
ขอ ๕. การแจงของพนักงานเจาหนาที่หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากพนักงานเจาหนาท่ี
ใหแจงเปน หนงั สือมีสาระสําคัญ ดังตอ ไปนี้

(๑) ชอ่ื และชือ่ สกุลของผูฝาฝน
(๒) ตําแหนงท่ดี นิ ทีเ่ ขา ไปบุกรกุ ยดึ ถอื ครอบครอง หรอื ใชประโยชน
(๓) กาํ หนดวธิ ีการ เงอ่ื นไข และระยะเวลาที่จะใหผ ฝู าฝนการปฏิบตั ิ

สํานกั จดั การทดี ินของรัฐ 122

ขอ ๖. การกําหนดระยะเวลาท่ีจะแจงใหผูฝาฝนออกจากที่ดิน หรือร้ือถอนส่ิงปลูกสราง
ออกจากที่ดนิ ของรฐั ใหพจิ ารณาดงั นี้

(๑) ในกรณที ผ่ี ฝู า ฝน ไดเขา บกุ รุก ยดึ ถือครอบครอง ไดปลูกไมล มลุกหรือธัญชาติไว
ใหกําหนดเวลาแจงใหออกจากท่ีดินไมนอยกวาสามสิบวันหลังจากการเก็บเกี่ยวพืชผลในท่ีดินนั้น
เสร็จแลว

(๒) ในกรณเี ปนการบกุ รกุ ยึดถือครอบครอง ตามขอ ๓ (๔) ใหแจง ใหออกจากทีด่ ิน
ทีบ่ กุ รุก หรอื แจง ใหร ื้อถอนสงิ่ ปลูกสรางโดยเร็ว แตตองไมนอยกวาเจด็ วัน นับแตวนั ไดร บั หนังสือแจง

(๓) การบุกรกุ ยึดถอื ครอบครองในกรณอี ื่นนอกจาก (๑) และ (๒) ใหแจงใหออกไป
จากท่ีดินน้ันภายในกาํ หนดท่แี จง แตตอ งไมนอ ยกวาเกาสิบวันนบั แตวนั ท่ีไดร บั หนงั สอื แจง

ขอ ๗. การสงหนังสือแจง ใหสงทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ เวนแตทองที่ใดไม
สะดวกในการสงทางไปรษณยี ต อบรบั ก็ใหจ ดั เจา หนาทน่ี าํ ไปสง

ในกรณที ่ีเจาหนาทนี่ ําไปสงใหปฏิบตั ดิ งั นี้
(๑) ใหผูฝาฝนหรือผูท่ีบรรลุนิติภาวะแลว ซึ่งอยูอาศัยในครอบครัวเดียวกันกับ

ผูฝ า ฝน นั้นลงช่อื รบั หนังสือแจง ในใบรับ แลว เกบ็ เขาเรือ่ งไวเ ปน หลกั ฐาน
(๒) ในกรณที ี่บุคคลดังกลาวตาม (๑) ไมย อมลงชอ่ื ก็ใหเจาหนา ท่ผี ูนําสงหนังสือแจง

บันทึกเหตุการณและเหตุผลในการไมยอมรับหนังสือแจงไว และใหพยานอยางนอย ๒ คน
ลงชอื่ รับรองไวในบันทกึ นนั้ ดวย เมื่อผนู าํ สง หนังสือแจง ไดปฏิบัตกิ ารดงั กลาวน้ันแลวใหถือวาผูฝาฝน
ไดร ับหนงั สือแจง แลว

ขอ ๘. ผูฝาฝนผูใดมีความจําเปนไมอ าจจะปฏิบัติตามหนังสือแจงของพนักงานเจา หนาท่ีได
ใหย่ืนคํารองขอผอนผันลวงหนาไมนอยกวาสามสิบวัน กอนครบกําหนดตามระยะเวลาขอ ๖
ถา พนักงานเจาหนาทห่ี รือผูทีไ่ ดรับมอบหมายจากพนักงานเจาหนาทเ่ี ห็นสมควร ก็ใหมอี ํานาจผอน
ผนั ไดตามความจาํ เปน แลวแตก รณี

ขอ ๙. ในกรณีท่ีผูฝาฝนไมปฏิบัติตามหนังสือแจง ใหพนักงานเจาหนาท่ีหรือผูซึ่งไดรับ
มอบหมายจากพนักงานเจาหนาท่ีมีคําส่ังเปนหนังสือสงไปยังผูฝาฝนและกําหนดใหผูฝาฝนออกไป
จากที่ดนิ นัน้ ภายในกาํ หนดสามสบิ วัน นับแตว นั ไดรบั คาํ ส่งั จากพนกั งานเจาหนา ที่ หากผูน้ันยังฝาฝน
อยูอกี กใ็ หด ําเนนิ คดตี อ ไป

การมีคําสง่ั และการสงคําสั่งใหนาํ ความในขอ ๕ และขอ ๗ มาใชบงั คับโดยอนโุ ลม

สาํ นกั จดั การทีดนิ ของรัฐ 123

หมวด ๓
การขอเขา อยูอาศัยหรือใชประโยชนในที่ดนิ ของรฐั

เปนการช่วั คราวและการเสยี คา ตอบแทน
________________

ขอ ๑๐. การขอเขาอยูอาศัยและขอใชประโยชนในที่ดินของรัฐเปนการชั่วคราวให
ดําเนินการดงั น้ี

(๑) ใหผูขอย่ืนคํารองตามแบบท่ีทางราชการกําหนดตอนายอําเภอ
หรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิงอําเภอซ่ึงท่ีดนิ นั้นตัง้ อยู และผูขอจะตอ งเปนผูไดเขา ยึดถือ
ครอบครองหรือใชประโยชนในที่ดินกอนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๙๖ ลงวันท่ี ๒๙
กุมภาพันธ พทุ ธศกั ราช ๒๕๑๕ ใชบังคบั ๑

(๒) เม่ือไดรับคํารองแลว ใหนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจํา
ก่ิงอําเภอทองที่หรือขาราชการท่ีไดรับมอบหมายออกไปตรวจสอบสภาพที่ดินจํานวนเนื้อท่ี
ทค่ี รอบครองและการใชประโยชนในทด่ี นิ นั้น

(๓) ผูไดรับผอนผันใหอยูอาศัยหรือใชประโยชนในท่ีดินของรัฐจะตองเสีย
คาตอบแทนใหแกองคการบริหารสวนจังหวัดในขอ ๑๑ เวนแตกรณีขอยืดเวลาออกไปจากท่ีดิน
ตามขอ ๘ จงึ ไมตอ งเสียคา ตอบแทน

ขอ ๑๑. คาตอบแทนในการเขาอยูอาศัยและการใชประโยชนในที่ดินของรัฐใหองคการ
บริหารสวนจังหวัดเปนผูกําหนด โดยถือตามอัตราคาเชาปานกลาง ซึ่งมีการเชาอยูในทองท่ีนั้น
ในวันย่ืนคาํ ขอตามขอ ๑๐ (๑)

ขอ ๑๒. ผไู ดรบั ผอ นผนั ใหเ ขา อยูอ าศัยหรอื ใชป ระโยชนท ีด่ นิ จะตองปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
(๑) ตองชําระคาตอบแทน ณ สํานักงานท่ีดินอําเภอ หรือกิ่งอําเภอตอ

นายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจํากิ่งอําเภอทองที่ ตามจํานวนและเวลาที่องคการ
บริหารสวนจงั หวัดกําหนด

(๒) ตอ งใชประโยชนท่ดี นิ น้ันตามประเภทของกิจการดวยตนเอง
(๓) ตองประกอบกิจการตามเขตและเนื้อที่ท่ีไดรับผอนผันและในการนี้ผูไดรับ
การผอนผันใหอ ยอู าศัยหรือใชประโยชนใ นทด่ี ินของรัฐ ตอ งปกหลักเขตใหเปน หลกั ฐานแนน อน
(๔) ปฏิบัติการอ่นื ใดตามเงื่อนไขที่พนักงานเจาหนาท่ีกําหนดใหปฏิบัติเปนการ
เฉพาะราย

สํานกั จดั การทีดนิ ของรัฐ 124

ขอ ๑๓. ในกรณีทผี่ ูไดรับการผอนผันใหเขาอยูอาศยั หรือใชประโยชนท่ีดินไมปฏิบัตติ าม
ขอ ๑๒ ไมวาจะเปนกรณีหนึ่งกรณีใด เม่ือพนักงานเจาหนาที่เห็นสมควรใหมหี นังสือแจงใหปฏิบัติ
ใหถูกตอง และถาเห็นวาไมสมควรจะใหอยูอาศยั หรือใชประโยชนในที่ดินนั้นตอไปแลว ใหนําความ
ในขอ ๕ ขอ ๖ ขอ ๗ ขอ ๘ และขอ ๙ มาใชบังคับโดยอนโุ ลม

ใหไ ว ณ วนั ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๑๕
(ลงชอ่ื ) พว ง สุวรรณรฐั
(นายพวง สุวรรณรัฐ)

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผใู ชอ าํ นาจของ
รฐั มนตรวี าการกระทรวงมหาดไทย

ประธานคณะกรรมการจดั ที่ดินแหงชาติ

(๘๙ ร.จ. ๒๔ ตอนท่ี ๖๔ (ฉบับพเิ ศษ) ลงวันท่ี ๒๔ เมษายน ๒๕๑๕)

สาํ นกั จดั การทดี ินของรฐั 125

(สาํ เนา)

คําสง่ั กระทรวงมหาดไทย

ท่ี ๑๐๙/๒๕๓๘
เร่อื ง แตงต้ังพนกั งานเจา หนาท่ีตามความในมาตรา ๙ แหงประมวลกฎหมายท่ีดนิ

_______________
ตามที่กระทรวงมหาดไทยไดมีคําส่ัง ท่ี ๓๕๐/๒๕๓๕ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๓๕
แตงตง้ั พนกั งานเจา หนาทต่ี ามความในมาตรา ๙ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน น้ัน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๕ แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ และมาตรา ๙ แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย
ใหยกเลิกคําสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๓๕๐/๒๕๓๕ ลงวันท่ี ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๓๕ และแตง ตั้งให
ผูด าํ รงตําแหนง ดงั ตอ ไปนี้ เปนพนกั งานเจา หนา ท่ตี ามความในมาตรา ๙ แหง ประมวลกฎหมายท่ดี นิ คอื
๑. อธิบดีกรมที่ดนิ เปน พนักงานเจาหนาท่สี าํ หรบั การอนุญาตระเบิดและยอยหิน การขุดตัก
ดินลกู รังหรอื หนิ ผุ ในบรเิ วณท่ีเขาหรือภูเขา และปริมณฑลรอบท่ีเขาหรือภูเขา ๔๐ เมตร ท่ีรัฐมนตรี
ยังมไิ ดป ระกาศกําหนดพน้ื ทนี่ น้ั ใหเปนแหลง หนิ ปูนหรอื ดินลูกรังหรอื หนิ ผุเพื่อการกอ สราง
๒. ผูวา ราชการจังหวดั เปน พนกั งานเจา หนา ทใี่ นเขตทอ งทจี่ ังหวัดสําหรับการอนุญาตดงั นี้

(๑) การระเบิดและยอยหิน การขุดตักดินลูกรังหรือหินผุ ในบริเวณที่รัฐมนตรี
ไดประกาศกําหนดพ้ืนที่น้ัน เปนแหลงหินปูนหรือดินลูกรัง หรือหินผุ เพ่ือการกอ สราง และในพนื้ ท่ี
นอกเขตเขาหรือภูเขาและปรมิ ณฑลรอบท่เี ขา หรอื ภเู ขา ๔๐ เมตร

(๒) การขุดหรือดูดทราย การเก็บหินลอย การทําส่ิงหน่ึงส่ิงใดอันเปนอันตรายแก
ทรัพยากรในที่ดนิ

(๓) การเขาไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถงึ การกนสรา งหรือเผาปา
(๔) การตอ อายุใบอนุญาต กรณีทอ่ี ธบิ ดกี รมที่ดินหรือผูว า ราชการจังหวดั ไดอนญุ าตไว

ทง้ั น้ี ตัง้ แตบดั นเ้ี ปน ตน ไป

ส่งั ณ วนั ที่ ๑๖ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๓๘

(ลงชอื่ ) ไพโรจน โลหส ุนทร
(นายไพโรจน โลหส ุนทร)

รัฐมนตรชี ว ยวาการฯ ปฏิบตั ิราชการแทน
รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย
คําสง่ั กระทรวงมหาดไทย

สํานกั จดั การทดี นิ ของรัฐ 126

ที่ ๕๐๕/๒๕๕๒

เรอ่ื ง มอบหมายใหทบวงการเมอื งอืน่ มีอํานาจหนาที่ดแู ลรกั ษาและดาํ เนนิ การ

คุมครองปองกันทดี่ ินอันเปนสาธารณสมบตั ิของแผน ดนิ หรือทรัพยสนิ

ของแผนดนิ ทไี่ มม ีกฎหมายกําหนดไวเ ปน อยางอื่น

___________________________

โดยท่ีเปนการสมควรปรับปรุงคําสั่งกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๑๒/๒๕๔๓ ลงวันท่ี ๑๘

มกราคม ๒๕๔๓ เรื่อง มอบหมายใหทบวงการเมืองอ่ืนมีอํานาจหนาที่ดูแลรักษาและดําเนินการ

คุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินใหสอดคลองกับอํานาจหนาท่ีขององคกร

ปกครองสว นทอ งถน่ิ ตามพระราชบัญญตั ิกาํ หนดแผนและข้นั ตอนการกระจายอํานาจใหแกอ งคกรปกครอง

สวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เพ่ือใหการดูแลรักษาและดําเนินการคุมครองปองกันท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติ

ของแผน ดนิ หรอื ทรัพยส ินของแผนดิน ทไี่ มม ีกฎหมายกําหนดไวเ ปนอยา งอน่ื เปน ไปอยางมีประสทิ ธิภาพ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๘ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน รัฐมนตรีวาการ

กระทรวงมหาดไทย จึงใหยกเลิกคาํ สั่งกระทรวงมหาดไทยดังกลาวขางตน และมีคําส่ังมอบหมาย

ใหองคก รปกครองสวนทองถ่ินมีอํานาจหนาท่ีในการดูแลรักษาและดําเนินการคุมครองปองกันท่ีดินอัน

เปน สาธารณสมบตั ขิ องแผนดนิ หรือทรพั ยส นิ ของแผน ดินท่ไี มม กี ฎหมายกําหนดไวเ ปน อยางอน่ื ดังน้ี

(๑) กรงุ เทพมหานคร ภายในเขตกรุงเทพมหานคร

(๒) เมอื งพัทยา ภายในเขตเมอื งพัทยา

(๓) เทศบาล ภายในเขตเทศบาล น้นั

(๔) องคก ารบริหารสว นตาํ บล ภายในเขตองคก ารบริหารสวนตาํ บล นน้ั

สําหรับองคการบริหารสวนจังหวัดอาจสนับสนุน ประสานและใหความรวมมือกับองคกร

ปกครองสวนทองถ่ินตาม (๒) (๓) และ (๔) ในการดูแลรักษาและดําเนินการคุมครองปองกันที่ดิน

ดังกลาวขา งตน รวมท้ังใหความรวมมอื ในการปฏิบัตหิ นาที่ และอาจสนับสนุนงบประมาณแกองคก ร

ปกครองสวนทองถิ่นอ่ืนในการดําเนินงานหรือเขาไปดําเนินการเม่ือไดรับการรองขอจากองคกร

ปกครองสว นทอ งถนิ่ นั้น

ทง้ั นี้ ตัง้ แตบดั นีเ้ ปนตน ไป

สงั่ ณ วนั ที่ ๒๐ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๒

(ลงช่ือ) นายถาวร เสนเนยี ม

(นายถาวร เสนเนียม)

รัฐมนตรชี วยวาการฯ ปฏบิ ตั ริ าชการแทน

รฐั มนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย

คาํ ส่งั คณะกรรมการแกไขปญหาการบุกรกุ ท่ีดินของรัฐ

สาํ นกั จดั การทีดินของรฐั 127

ที่ ๑/๒๕๕๓

เร่อื ง แตง ต้ังคณะอนกุ รรมการแกไ ขปญหาการบกุ รุกท่ีดนิ ของรัฐ

จงั หวัดทุกจังหวัด (ยกเวนกรงุ เทพมหานคร)

______________________

ดว ยคณะกรรมการแกไขปญหาการบกุ รุกท่ดี ินของรัฐ (กบร.) ในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๒

เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ ไดพิจารณาเห็นวา ในปจจุบันไดมีการเปลี่ยนแปลงระบบกฎหมาย

การยกฐานะของหนวยงานของรัฐในราชการสวนภูมิภาค และมีความจําเปนในการเพิ่มเติมผูแทน

หนว ยงานทเ่ี กยี่ วขอ ง เพอ่ื ใหค ณะอนุกรรมการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดนิ ของรัฐ จังหวัดทุกจังหวัด

ดําเนินการแกไขปญหาในพ้ืนที่เปนไปโดยถูกตอง เหมาะสม ดวยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

จึงมีมติใหปรับปรุงแกไขคําส่ังคณะกรรมการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐที่ ๔-๗๘/๒๕๔๖

ลงวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๔๖ เรื่อง แตงตั้งคณะอนุกรรมการแกไขปญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ

จังหวดั ทกุ จงั หวดั

อาศัยอํานาจตามความในขอ ๘ (๗) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการแกไข

ปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงใหยกเลิกคําส่ังคณะกรรมการแกไขปญหาการบุกรุก

ท่ีดินของรัฐ ท่ี ๔-๗๘/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๔๖ เร่ือง แตงตั้งคณะอนุกรรมการแกไข

ปญ หาการบกุ รกุ ทด่ี นิ ของรฐั จงั หวัดทุกจังหวัด และใหแตงตั้งคณะอนุกรรมการแกไขปญหาการบุกรุกที่ดิน

ของรัฐจงั หวดั ทกุ จงั หวัดใหมเ รยี กโดยยอ วา “กบร. จงั หวดั ” โดยมีองคป ระกอบและอาํ นาจหนา ท่ี ดงั น้ี

๑. องคป ระกอบ

(๑) ผวู า ราชการจังหวดั ประธานอนกุ รรมการ

(๒) อัยการจังหวัด อนุกรรมการ

(๓) ธนารกั ษพน้ื ท่ี อนกุ รรมการ

(๔) ปฏริ ูปท่ีดินจังหวดั อนุกรรมการ

(๕) ประชาสมั พันธจงั หวดั อนุกรรมการ

(๖) ผูอ ํานวยการสาํ นักงานพฒั นาท่ดี นิ อนุกรรมการ

เขต ๑-๑๒ ทีร่ บั ผิดชอบพ้นื ที่

(๗) ผอู าํ นวยการสํานักบริหาร อนกุ รรมการ

พน้ื ทอ่ี นรุ ักษท่ี ๑-๑๖ ทร่ี ับผิดชอบพืน้ ท่ี

(๘) ผูอํานวยการสาํ นักจัดการทรพั ยากร อนุกรรมการ

ปาไมท ่ี ๑ - ๑๓ ท่ีรับผดิ ชอบพื้นที่

(๙) นายอาํ เภอทองท่ี หรือปลัดอําเภอ อนกุ รรมการ

สํานกั จดั การทีดนิ ของรฐั 128

ผเู ปน หวั หนาประจํากิ่งอาํ เภอ

(เฉพาะขอ โตแ ยง สิทธิในท่ดี ินของรฐั

ทอ่ี ยใู นการดูแลรับผิดชอบบรรจอุ ยู

ในวาระการประชุม)

(๑๐) หวั หนา สว นราชการประจําจงั หวัด อนุกรรมการ

ทม่ี ีหนา ท่ดี ูแลรบั ผดิ ชอบหรือหวั หนา สวนราชการ

ผูใ ชประโยชนในทดี่ นิ ของรัฐ (เฉพาะขอโตแยง สทิ ธิ

ในทดี่ นิ ของรัฐท่ีอยใู นการดแู ลหรือใชป ระโยชน

บรรจอุ ยใู นวาระการประชุม)

(๑๑) ผแู ทนเลขานุการ กบร. อนุกรรมการ

(๑๒) ปลัดจังหวัด อนุกรรมการและเลขานกุ าร

(๑๓) หวั หนา สํานกั งานจงั หวดั อนกุ รรมการและผูช วยเลขานกุ าร

(๑๔) เจาพนกั งานท่ดี นิ จังหวัด อนกุ รรมการและผชู วยเลขานกุ าร

(๑๕) ผูอ ํานวยการสาํ นักงาน อนุกรรมการและผชู ว ยเลขานุการ

ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอม

จงั หวดั

(๑๖) ขา ราชการในสังกดั ทีท่ ําการปกครอง อนกุ รรมการและผูชวยเลขานุการ

จังหวัดท่ีประธาน กบร. จังหวดั

แตง ตั้ง หนงึ่ ทา น

๒. อํานาจหนา ที่

(๑) ดําเนินการแกไขปญหาและปองกันการบุกรุกท่ีดินของรัฐใหเปนไปตามระเบียบ

สาํ นกั นายกรฐั มนตรี วาดวยการแกไขปญหาการบกุ รุกทีด่ ินของรฐั พ.ศ. ๒๕๔๕

(๒) กํากับ ติดตาม ดูแลการปฏบิ ัตงิ านของหนวยงานของรัฐทดี่ ูแลรกั ษาและใชประโยชน

ในท่ีดินของรัฐ ใหเปนไปตามกฎหมาย คําส่ัง ระเบียบ ขอบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีท่ีเกี่ยวของ

และดําเนินการตามนโยบาย แผนงาน มาตรการแกไขปญหาและปองกันการบุกรุกท่ีดินของรัฐ

ตามท่ี กบร. กาํ หนด

(๓) กําหนดแผนงานประจําปในการแกไขปญหาหรือปองกันการบุกรุกที่ดินของรัฐ

และรายงานให กบร. ทราบ ภายในวันที่ ๓๐ มกราคม ของทกุ ป


Click to View FlipBook Version