สุนทรภู่
กับกระบวนทัศน์ในการสร้างสรรค์ผลงาน
โดย
ฐิติศักดิ์ และคณะ
สาขาวิชาภาษาไทย วิทยาลัยการฝึกหัดครู
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
สนุ ทรภู่ กับกระบวนทัศน์ในการสร้างสรรค์ผลงาน
ข้อมลู ดจิ ทิ ลั หรือหนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ (Electronic Book หรือ E-Book)
ประกอบการเรียนรรู้ ายวชิ า วรรณคดสี ุนทรภู่
รหสั วิชา ๑๕๔๓๔๑๓ ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
พิมพ์ครง้ั แรก : กนั ยายน พทุ ธศักราช ๒๕๖๓
เสนอ : อาจารย์ปรชั ญา ใจภกั ดี
จดั ทำโดย : นางสาวชลธิชา บญุ ชู รหัสนักศกึ ษา ๖๐๑๐๑๑๑๒๒๓๐๐๔
นางสาวน้ำผึ้ง สงิ หแ์ กว้ รหัสนักศกึ ษา ๖๐๑๐๑๑๑๒๒๓๐๐๕
นายฐติ ศิ กั ด์ิ ทองสขุ แกง้ รหัสนกั ศึกษา ๖๐๑๐๑๑๑๒๒๓๐๒๖
นกั ศึกษาชนั้ ปีที่ ๔ สาขาวชิ าภาษาไทย
วิทยาลยั การฝึกหดั ครู มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนคร
ภาพปก : “สุนทรภู่” ท่ีมา มตชิ นออนไลน์ (matichon online)
เขา้ ถงึ ได้จาก https://n9.cl/onay
ภาพปกเนื้อหา : ๑. “สนุ ทรภู่” ทม่ี า มติชนออนไลน์ (matichon online)
เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://n9.cl/onay
๒. “คณะสงฆ์ทำพิธีนมัสการรอยพระพุทธบาท”
ณ วัดพระพทุ ธบาทราชวรมหาวิหาร จ.สระบรุ ี
เข้าถงึ ได้จาก https://n9.cl/y5ewv
๓. “พระอภยั มณกี บั นางเงือก” พ.ศ. ๒๕๑๔ สนี ้ำมันบนผา้ ใบ
ผลงานของ อาจารยจ์ กั รพันธ์ุ โปษยกฤต
เข้าถึงไดจ้ าก https://n9.cl/fq0s
สนุ ทรภู่
กับกระบวนทัศน์ในการสร้างสรรค์ผลงาน
โดย
ฐติ ศิ กั ดิ์ และคณะ
สาขาวชิ าภาษาไทย วทิ ยาลัยการฝึกหดั ครู
มหาวิทยาลยั ราชภัฏพระนคร
สุนทรภู่
ก l กับกระบวนทศั นใ์ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
คำนำ
“สนุ ทรภู่” มหากวีในสมยั รตั นโกสินทร์ตอนตน้ กวที ห่ี ลายคนนกึ ถึงเมอื่ กล่าวถึงศลิ ปะ
ในการประพันธ์ของไทย เพราะ “สุนทรภู่” ได้ชื่อว่าเป็นกวีบุคคลสำคัญของไทยและของโลก
อีกทั้งยังเป็นกวีสามัญชนที่องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
(UNESCO) ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติคุณด้านวรรณกรรม เนื่องในการฉลองวันเกิดครบรอบ
๒๐๐ ปี เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๙ ผลงานของสุนทรภู่มีหลายเรื่องและมีผู้หยิบยก
มากล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งในการเล่าแบบมุขปาฐะ การนำเสนอผ่านจอแก้ว และการนำเสนอ
ผลงานทางการศกึ ษาในแวดวงวชิ าการ มนี กั วิชาการหลายท่านศกึ ษาคน้ คว้าประวัติและผลงาน
ของสุนทรภู่จนตกผลึกข้อมูลไว้ให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาต่อกันอย่างกว้างขวาง นอกจากลีลาและ
ความงดงามในการใช้คำหรือภาษาที่บรรจงประณีตแต่งบทประพันธ์ของสุนทรภู่แล้ว เนื้อหา
ของผลงานทีส่ ุนทรภู่สรา้ งสรรคข์ ึ้น ยงั มีอะไรท่ีแฝงอยูใ่ นน้นั มากกวา่ ที่จะเป็นตัวอักษรเล่าเรอื่ งท่ี
ครบรสเพียงอย่างเดียว
คณะผู้จัดทำจึงสนใจว่าอะไรคือสิ่งที่กำหนดความคิดของมหากวีผู้นี้ให้สร้างสรรค์
ผลงานที่ทรงคุณค่าขึ้น คณะผู้จัดทำได้จัดทำข้อมูลดิจิทัลหรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Book หรือ E-Book) และศึกษาค้นคว้า เรื่อง สุนทรภู่กับกระบวนทัศน์ใน
การสร้างสรรค์ผลงาน ประกอบด้วยประเด็น ดังนี้ สุนทรภู่มีกระบวนทัศน์อย่างไรใน
การสร้างสรรค์ผลงาน วัตถุประสงค์ในการสร้างสรรค์ผลงานของสุนทรภู่ และเพราะเหตุใด
ผลงานของสุนทรภู่จึงเป็นท่ยี อมรบั อยา่ งกวา้ งขวาง เปน็ ต้น
ท้ายที่สุดนี้คณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณ อาจารย์ปรัชญา ใจภักดี อาจารย์ผู้สอน
รายวิชา วรรณคดีสุนทรภู่ ที่ให้คำแนะนำแนวทางการศึกษาวรรณคดีของสุนทรภู่ และเป็น
ทป่ี รกึ ษาในการจดั ทำข้อมลู ดจิ ิทลั หรือหนังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Electronic Book หรอื E-Book)
จนการศึกษาค้นคว้ามีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขอขอบพระคุณอาจารย์กัญจณ์ปภัสส์ สุวรรณวิหค
อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย วิทยาลัยการฝึกหัดครู ที่ได้ให้คำแนะนำและจุดประกาย
ความคิดในการศึกษาค้นคว้าวรรณคดีไทย และขอขอบพระคุณนักวิชาการ หน่วยงาน สถาบัน
ผ้เู ปน็ เจ้าของหนังสือ บทความหรอื ผลงานการศึกษาทางวิชาการ ที่คณะผ้จู ัดทำได้ศกึ ษาค้นควา้
ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาในครั้งน้ีอย่างสูง ทั้งนี้ผู้ที่ได้ศึกษาผลการศึกษาค้นคว้าใน
ครั้งน้ี หากมีข้อเสนอแนะประการใดเพื่อให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คณะผู้จัดทำยินดี
น้อมรับคำแนะนำและขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือว่าท่านมีจุดหมายและอุดมการณ์
เดยี วกันทจี่ ะรว่ มเชดิ ชมู ณปี ญั ญาแห่งมหากวีไทยใหค้ งคณุ คา่ สืบไปข้างหนา้
คณะผจู้ ดั ทำ
๑๕ กันยายน ๒๕๖๓
สนุ ทรภู่
กับกระบวนทศั นใ์ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน l ข
สารบัญ
เรื่อง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
กลอนครู ๑
สุนทรภมู่ กี ระบวนทัศนอ์ ย่างไรในการสรา้ งสรรค์ผลงาน ๒
๓
ความหมายของคำวา่ “กระบวนทัศน์” ๔
กระบวนทศั นข์ องสนุ ทรภูใ่ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน ๔
๙
๑. กระบวนทัศนท์ ่ีเกิดจากประสบการณ์ชีวิต ๑๖
๒. กระบวนทศั น์ทเ่ี กดิ จากค่านิยม ๑๗
วตั ถปุ ระสงค์ในการสร้างสรรค์ผลงานของสนุ ทรภู่ ๑๙
๑. นริ าศ ๒๑
๒. นิทาน ๒๒
๓. สภุ าษติ ๒๓
๔. กลอนบทละคร ๒๔
๕. เสภา
๖. บทเหก่ ลอ่ ม ๒๖
เพราะเหตุใดผลงานของสุนทรภจู่ งึ เปน็ ทยี่ อมรับอย่างกวา้ งขวาง ๒๗
ประการที่ ๑ สนุ ทรภู่เป็นคนทม่ี วี าทศลิ ป์ ๓๐
ประการที่ ๒ สุนทรภูม่ แี นวคดิ สมัยใหมแ่ บบตะวันตก ๓๒
ประการท่ี ๓ สุนทรภู่เป็นผทู้ ่ีมคี วามรูอ้ ย่างแตกฉานทางด้านวรรณคดี ๓๔
ประการที่ ๔ ความจงรักภักดตี ่อสถาบนั พระมหากษัตริย์
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก
สนุ ทรภู่
๑ l กบั กระบวนทัศนใ์ นการสร้างสรรคผ์ ลงาน
กลอนครู
๏ คอื จังหวะจะโคนแหง่ โทนทับ
ทัง้ ฉง่ิ ฉับรบั ช่วงเปน็ พวงพุ่ม
ทำนองถ้อยรอ้ ยสอดเขา้ กอดกมุ
คอ่ ยโอบอุ้มชุมชอ่ ลออองค์
คอื กระจังตาอ้อยค่อยแตกชอ่
เปน็ ก้านต่อดอกชอ้ ยลอยระหง
กนกเปลวปลิวไหวในวนวง
ละไมลงลึกซง้ึ เป็นหนึ่งเดยี ว
คอื องค์พระพิสทุ ธพ์ิ ุทธรูป
กลางควันธปู เทียนเต้นเด่นโดดเดยี่ ว
สงบวางว่างวายกลายกลมเกลยี ว
ไมเ่ กาะเกีย่ วไม่คลายไมเ่ ร่ารอ้ น
คือลำนำคำกลอน “สนุ ทรภู่”
คำกลอนครศู ักด์ิแห่งอักษร
คอื คำทพิ ยอ์ าถรรพณ์นิรนั ดร
ประนมกลอนกราบกลอนด้วยกลอนครฯู
เนาวรัตน์ พงษไ์ พบูลย์
กวีซีไรต์ และศลิ ปินแหง่ ชาติ สาขาวรรณศลิ ป์
สุนทรภู่
กบั กระบวนทัศนใ์ นการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๒
สุนทรภมู่ กี ระบวนทัศนอ์ ยา่ งไร
ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน
-ราศี ติศักด์ิ-
สนุ ทรภู่
๓ l กับกระบวนทัศน์ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
“สุนทรภู่” ได้ชื่อว่าเป็นกวีบุคคลสำคัญของไทยและของโลก อีกทั้งยังเป็น
กวีสามัญชนที่องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)
ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติคุณด้านวรรณกรรม เนื่องในการฉลองวันเกิดครบรอบ ๒๐๐ ปี
เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๙ การยกย่องเชิดชูเกียรติสุนทรภู่ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ
เพราะเป็นที่ทราบกันอย่างกว้างขวางสำหรับผู้ที่ศึกษาผลงานของสุนทรภู่ ว่ามีความสามารถ
หลายดา้ น โดยเฉพาะความสามารถดา้ นการแต่งคำประพนั ธท์ ั้งกาพย์ โคลง และกลอน
ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต (สหวิทยาการวิศาลศิลป์, ๒๕๕๙ : ๘) กล่าวว่า ความสนใจ
ใฝ่ศึกษา ความเป็นคนช่างซักถาม และความสนใจเรื่องรอบ ๆ ตัวทำให้สุนทรภู่สั่งสมความรู้
หลากหลายสาขาที่เรียกว่าสหวิทยาการไว้เป็นจำนวนมาก สุนทรภู่นำความรู้เหล่านี้มา
สอดแทรกและสร้างสรรค์ผลงานหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องพระอภัยมณีได้ใช้
สหวิทยาการผสานกับจินตนาการผูกเรื่องขึ้นได้อย่างน่าสนใจและชวนให้ติดตา มอ่าน
ได้อย่างดียิ่ง
จากความสามารถซึ่งหาตัวจับได้ยากประกอบกับอุปนิสัยใฝ่เรียนรู้ของสุนทรภู่นั้น
ทำให้สุนทรภู่มีกระบวนทัศน์ในการสร้างสรรค์ผลงานที่แปลกใหม่แตกต่างจากกวีในสมัยน้ัน
ถอื ว่าสนุ ทรมคี วามทันสมัยและนำสมัยอย่เู สมอ
ภาพ : อนุสาวรยี ส์ นุ ทรภู่
ท่มี า : https://n9.cl/k5u1x
ความหมายของคำวา่ “กระบวนทัศน์”
กระบวนทัศน์ ประกอบด้วยคำว่า กระบวน หมายถึง วิธีการ (ราชบัณฑิตยสถาน,
๒๕๕๔ : ๔๕) กบั คำว่า ทัศน์ หมายถงึ ความเหน็ , การเห็น, เคร่อื งรู้เห็น, สิ่งท่ีเห็น, การแสดง
(ราชบัณฑติ ยสถาน, ๒๕๕๔ : ๕๖๒) คำวา่ กระบวนทัศน์ จึงมีความหมายว่า ระบบคิด วิธีคิด
สนุ ทรภู่
กับกระบวนทศั นใ์ นการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๔
หรือแบบของการคิดที่ใช้เป็นแนวในการศึกษา และตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า paradigm
(อ่านว่า พา-รา-ไดม์) หมายถึง กรอบความคิดหรือแนวทางทั่วไปที่ใช้ในการมองโลก ในที่น้ี
หมายถงึ แนวทางท่กี วีนำมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน
กระบวนทัศน์ของสุนทรภูใ่ นการสร้างสรรค์ผลงาน
สภาพสังคม ค่านิยม เช่น ด้านวรรณกรรมที่มีความเจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้น
และวัฒนธรรมต่างชาติทั้งตะวันออกอย่าง แขก จีน อินเดีย และตะวันตก เช่น อังกฤษ
ที่ไหลบ่าเข้ามาสู่สยามในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ล้วนมีผลต่อความคิดของสุนทรภู่
เป็นอย่างมาก ด้วยนิสัยที่อยากรู้อยากเห็นและช่างซักถาม ส่งผลให้สุนทรภู่มีข้อมูลและ
คลังความรู้อยไู่ มน่ อ้ ย และยงั สะทอ้ นใหเ้ หน็ ว่าสุนทรภูม่ กี ระบวนทศั น์ในการสร้างสรรค์ผลงาน
ที่ทันสมัยและนำสมัยอยา่ งเห็นได้ชัด ผลงานของกวีนั้นสามารถสะท้อนความคิดและทัศนคติ
ของกวีได้ดีที่สุดเพราะเมื่อกวีพบเห็นสิ่งใด มีความรู้สึกหรือคิดเห็นอย่างไร ย่อมพรรณนา
จารจรดสิ่งเหล่านั้นผ่านภาษาเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ ถือเป็นหลักฐานท่ีสะท้อนความคิด
ทำให้ทราบแนวคิด วิธีการ หรือกระบวนทัศน์ของกวีได้ดียิ่ง ต่อไปนี้ผู้เขียนขอนำเสนอ
กระบวนทศั น์ในการสร้างสรรค์ผลงานของสุนทรภู่เปน็ ๒ หวั ข้อ ดงั น้ี
๑. กระบวนทศั น์ทเี่ กดิ จากประสบการณ์ชวี ิต
๒. กระบวนทัศน์ท่ีเกดิ จากค่านยิ ม
๑. กระบวนทศั น์ที่เกิดจากประสบการณ์ชวี ติ
สุนทรภู่เป็นกวีที่มีชีวิตอยู่ ๔ แผ่นดิน ได้แก่ สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราช รชั กาลท่ี ๑ (เกิด) สมัยพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา้ นภาลยั รชั กาลที่ ๒
(มีชื่อเสียง) สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ (ตกยาก) และสมัย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั รัชกาลที่ ๔ (ส้ินเคราะห์และถงึ แกก่ รรม)
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสุนทรภู่เกิดในสมัยรัชกาลที่ ๑ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๖
มิถุนายน พ.ศ. ๒๓๒๙ เวลา ๘ นาฬิกา บริเวณวังหลังหรอื พระราชวังหลงั จากหนงั สือประวัติ
สุนทรภู่ พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ชีวิตและ
งานของสุนทรภู่, ๒๕๕๗ : ๒๘) ได้กล่าวว่า “บดิ ากับมารดาหย่ากนั บิดากลบั ไปบวชอยู่ที่เมือง
แกลง ฝา่ ยมารดาได้สามีใหม่มลี ูกหญิงอีก ๒ คน ชือ่ ฉิมคนหน่ึง ชอ่ื นมิ่ คนหนึง่ ” จึงพอจะสรุป
ได้ว่าครอบครัวของสุนทรภู่ไม่อบอุ่นมาตั้งแต่ยังเล็ก จากประสบการณ์ชีวิตในช่วงวัยเยาว์น้ี
สุนทรภู่
๕ l กบั กระบวนทัศนใ์ นการสร้างสรรคผ์ ลงาน
อาจจะทำให้สุนทรภู่เกิดกระบวนทัศน์ในเรื่องของครอบครัวที่ออกมาไม่สมบูรณ์เท่าไรนัก
สังเกตได้จากผลงานของสุนทรภู่ที่ตัวละครวัยเด็กต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ในหลาย ๆ เรื่อง
ชลดา เรืองรักษ์ลิขติ (ชีวประวตั ิและผลงานของสนุ ทร, ๒๕๔๘ : ๒๒) ก็ได้อธิบายไว้
ในหนังสือชีวประวัติและผลงานของสุนทรภู่ว่า “มีผู้พยายามค้นหาสาเหตุที่สุนทรภู่อ้างว้าง
ว้าเหว่อยู่เป็นนิจ และกล่าวสรุปว่าสาเหตุสำคัญคงจะสืบเนื่องมาจากขาดความรักและ
ความอบอุ่นจากพ่อแม่ตั้งแต่วัยเด็ก ดังจะสังเกตได้จากโครงเรื่องย่อยที่ปรากฏอยู่เสมอและ
สังเกตได้ชัดมากจากนิทานของสุนทรภู่ โครงเรื่องย่อยดังกล่าวนี้คือการพลัดพรากของตัว
ละครเอกฝ่ายชายจากผู้เป็นพ่อแม่...”
ในท่นี ผี้ ูเ้ ขยี นจะกล่าวถงึ กระบวนทัศนท์ ีเ่ กิดจากประสบการณ์ชีวิตของกวีในวัยเยาว์
เป็นหลัก เนื่องจากผลงานหลายเรื่องนั้นชัดเจนท่ีสดุ ว่าเกิดจากกระบวนทัศน์ดังกล่าว เพราะ
เป็นช่วงชีวิตที่กวีมีความรู้สึกอ้างว้างด้วยเหตุท่ีบิดามารดาของกวีหย่าร้างกัน ผู้เขียนได้ศึกษา
เพม่ิ เตมิ และมคี วามเหน็ พ้องกบั นักวิชาการที่มีความรู้ความเชยี่ วชาญด้านวรรณคดีไทยว่ากวีมี
ความรู้สึกเช่นนั้นจริง เห็นได้จากผลงานของกวีจึงเป็นไปได้ว่าผลงานหลายเรื่องโดยเฉพาะ
นิทานนั้น เกิดจากกระบวนทัศน์ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตของกวี ดังปรากฏในบท
ประพันธต์ อ่ ไปน้ี
๑.๑ เร่อื งโคบตุ ร โคบตุ รกำพร้ามารดาตง้ั แต่แรกเกดิ
๏ ปางพระสุรยิ ใสวิไลลบ ใหป้ รารภดว้ ยบุตรสดุ สงสาร
ไมเ่ หน็ ใครทจ่ี ะไดพ้ ยาบาล พระสุริยกาลกอดบตุ รเขา้ โศกา
แลว้ ผนั แปรแลไปเหน็ ไกรสร แม่ลกู อ่อนสถติ อยู่ในคูหา
พระอุม้ โอรสราชแลว้ ยาตรา ถึงพญาสิงหราชประภาษพลนั
วา่ ดูราราชสหี อ์ ันมศี กั ดิ์ โอรสรกั เราเกดิ ในไพรสณั ฑ์
กำพร้าแมแ่ ตค่ ลอดออกจากครรภ์ จะให้ท่านเลย้ี งไว้ดงั ใจจง
เปน็ บดิ ามารดาของทารก เราจะยกใหต้ ามความประสงค์
เวลาจวนเราจะด่วนไปอัสดง ตอ่ นานนานจึงจะลงมาเชยชม ฯ
(โคบุตร ตอนท่ี ๑, ออนไลน)์
จากบทประพันธ์ สังเกตได้ว่าผลงานเรื่องแรกของสุนทรภู่ปรากฏกระบวนทัศน์
ของกวใี นเร่ืองครอบครัว ทำใหต้ ัวละครมชี วี ติ ทไ่ี ม่สมบรู ณ์แบบนักซึ่งสอดคลอ้ งกบั ชีวิตของกวี
ในวัยเยาว์ ทั้งน้ีกวีอาจจะต้องการให้ตัวละครพบกับปัญหาหรือมีอุปสรรคเพื่อให้เรื่องน่า
ตดิ ตามก็ได้
สนุ ทรภู่
กบั กระบวนทัศน์ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน l ๖
๑.๒ เรื่องลักษณวงศ์ มีเหตุใหล้ ักษณวงศ์ต้องพลัดพรากจากบิดาและมารดา
๏ สงสารลกั ษณวงศ์องคก์ ระษตั ริย์ เห็นท้าวตรัสจะใหฆ้ ่าแมอ่ าสญั
ว่ิงเข้ากอดมารดาแล้วจาบัลย์ กันแสงศลั ยร์ าํ่ ไหอ้ ย่ไู ปมา
สะอนื้ พลางทางถามพระบิตรุ งค์ ดว้ ยพระองคย์ งั อ่อนพระชนั ษา
จะให้เขาสงั หารพระมารดา พระแมข่ ้าผดิ พล้ังเปน็ อยา่ งไร
(ลักษณวงศ์ ตอนท่ี ๒, ออนไลน)์
ท้าวพรหมทัตสัง่ ให้ประหารนางสุวรรณอำภาพระมเหสขี องตน เพราะหลงอบุ ายของ
นางยกั ขนิ แี ปลง พระลกั ษณวงศจ์ ึงเขา้ ไปทลู ถามพระบดิ าวา่ เหตใุ ดจึงจะฆ่าพระมารดาของตน
จากบทประพันธ์กวีสื่อให้เข้าใจความรู้สึกของลักษณวงศ์ที่มีต่อนางสุวรรณอำภา แม้ว่า
ลักษณวงศ์จะมีอายุเพียง ๘ ขวบ ก็ได้แสดงออกซ่ึงความรักท่ีมใี ห้กับนาง “วิ่งเข้ากอดมารดา
แล้วจาบัลย์ กันแสงศัลยร์ ่ําไห้อยู่ไปมา” อาจจะเป็นไปได้ว่าเมือ่ ช่วงวัยเยาว์ของกวีน้ันใช้ชีวิต
อยู่กับมารดาจึงทำให้เกดิ ความรักความผูกพันกับมารดามาก กวจี งึ สร้างตัวละครให้มีความรัก
และความผูกพันต่อกนั อกี หนึ่งตัวอย่างดังบทประพันธต์ อ่ ไปนี้
๏ แสนสงสารพระกมุ ารโอรสา เหน็ เขาพาแมไ่ ปในไพรศรี
วงิ่ ผวามาตามพระชนนี เจ้าโศกกี อดนางไม่วางกร
ลูกขอโทษพระไมโ่ ปรดปรานีให้ จะบรรลัยดว้ ยพระแมใ่ นสงิ ขร
นางฟังคำลกู ยายง่ิ อาวรณ์ ประคองกรกอดลูกโศกาลยั
(ลักษณวงศ์ ตอนท่ี ๒, ออนไลน์)
นอกจากนั้น กวีเริ่มต้นเรื่องราวของนิทานให้มีลักษณะโครงเรื่องคล้ายกับผลงาน
เรอื่ งอน่ื ๆ โดยใหต้ วั ละครพลดั พรากจากมารดา ดงั บทประพันธ์ต่อไปน้ี
…………………….. ……………………..
จึงทอดท้งิ ลูกไวใ้ หไ้ กลกาย ไม่วอดวายหรอื พระแม่จะจากจร
โอ้สงสารผา่ นเกล้าเจา้ ประคณุ มาสน้ิ บญุ เสยี จรงิ รมิ สงิ ขร
อุตส่าห์เซซงั มาในปา่ ดอน พอหยุดนอนลงวนั นก้ี ม็ ีภยั
เม่ือแรกหยดุ ไสยาเวลาเช้า จนตราบเทา่ ส้ินแสงพระสรุ ยิ ใ์ ส
ไมพ่ ลกิ ฟนื้ ตื่นเลยประหลาดใจ แล้วรา่ํ ไรกลิง้ เกลอื กลงโศกา
เจ้าประคุณทลู เกศของลกู เอย๋ มาละเลยลกู ไวใ้ หโ้ หยหา
จะตายเปน็ มไิ ดเ้ ห็นพระมารดา น่ีเนอื้ วา่ กองกรรมมาจำเป็น
(ลกั ษณวงศ์ ตอนที่ ๔, ออนไลน์)
สนุ ทรภู่
๗ l กับกระบวนทัศน์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน
๑.๓ เร่อื งสิงหไกรภพ สงิ หไกรภพถกู พรากจากบดิ าและมารดา
สิงหไกรภพเป็นอีกหนึ่งผลงานของสุนทรภู่ที่คาดว่าเกิดจากประสบการณ์ชีวิตของ
กวีในวัยเยาว์ เนื่องจากมีโครงเรื่องแบบเดียวกันกับเรื่องอื่น ๆ คือตัวละครเอกพลัดจากเมือง
จากบิดามารดา ออกผจญภัยในป่า และเผชิญปญั หา ทัง้ นอ้ี าจจะสรา้ งโครงเรื่องเช่นนั้นเพื่อให้
เรื่องราวสนุกและน่าติดตาม ส่วนที่เห็นได้ชัดเจนว่ากวีใช้กระบวนทัศน์ที่เกิดขึ้นจาก
ประสบการณ์ชีวิตสร้างสรรค์ผลงาน คือการพลัดพรากจากบิดามารดาของตัวละคร
ดงั บทประพันธ์ต่อไปนี้
ผ้มู บี ญุ จุลจกั รอยู่หนา้ แลว้ เสียงแจ้วแจ้วหวน่ั ไหวในไพรสาณฑ์
มามองเมยี งฟังเสียงพระกมุ าร ถงึ สถานทท่ี บั กลบั ชะงกั
ไม่พบคนขึ้นบนเคหาห้อง เหน็ ผ้าทองผูกอูร่ ้ปู ระจักษ์
เขา้ นงั่ ชดิ แล้วพศิ เพ่งพระพักตร์ นรลกั ษณผ์ ุดผอ่ งตอ้ งตำรา
แลว้ เห็นวงธำมรงคเ์ รอื งจำรัส ผกู พระหัตถโ์ ฉมฉายทงั้ ซ้ายขวา
ชะรอยจอมจักรพรรดขิ ัตติยา เสยี พารายากไรใ้ นไพรวนั
แลว้ ดบู าทโฉมงามตามประสงค์ เป็นลายกงจักรพรรดิกระหวัดผัน
พราหมณ์บงั คมก้มกราบกบั บาทพลัน แลว้ รับขวญั โอบอมุ้ กุมารลง
จากกระทอ่ มดอ้ มหนสี องกระษัตริย์ ละเลาะลัดไปในไพรระหง
คอ่ ยประคองมิให้รอ้ งขน้ึ กลางดง ตดั ทางตรงลัดมถิ ิลามา ฯ
(สงิ หไกรภพ ตอนที่ ๓, ออนไลน์)
จากบทประพันธ์ข้างต้น เกิดขึ้นหลังจากคงคาประลัยชิงราชสมบัติท้าวอินณุมาศ
ในขณะทน่ี างจันทรตั้งครรภอ์ ยู่ พระอินทร์อมุ้ ทา้ วอนิ ณมุ าศและนางจันทรมาอยูป่ ่า ท้ังสองได้
อาศัยอยู่กับพรานป่า นางจันทรคลอดโอรสแล้วพรหมณ์เทพจินดาในวัย ๑๒ ปีมาขโมยโอรส
ไปเลี้ยง จากเนื้อหาผลงานของกวีจะสังเกตได้อีกหนึ่งอย่างคือแม้ตัวละครจะมีปมด้อย
ต้องพลัดพรากจากเมือง จากบิดามารดา แต่ตัวละครก็มีชาติกำเนิดที่สูงศักดิ์เป็นถึงหนอ่ เนอื้
เชื้อกษัตริย์ ก็อาจเปน็ ไปได้ว่ากวีน้ันมีความปรารถนาเกียรตยิ ศด้วย เมอ่ื ผ้เู ขียนศึกษาเพิ่มเติม
พบวา่ สนุ ทรภกู่ ็มคี วามปรารถนาในชือ่ เสยี งเกยี รติยศจริง ชลดา เรืองรกั ษล์ ขิ ติ (ชีวประวตั แิ ละ
ผลงานของสนุ ทรภ,ู่ ๒๕๔๘ : ๒๓) กล่าววา่ สุนทรภปู่ รารถนาทจ่ี ะมชี อื่ เสยี งเกยี รตยิ ศมาต้งั แต่
ในวัยหนุ่ม ดังจะเห็นได้จากคำอธิษฐานในคราวตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ไปนมัสการ
พระพทุ ธบาทท่จี ังหวดั สระบุรี เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๕๐ คอื ขอ “ให้ครืน้ เครงเกยี รตยิ ศปรากฏครัน”
ทง้ั ๆ ท่ีสนุ ทรภูย่ ังมไิ ดเ้ ป็นกวใี นราชสำนกั เป็นเพยี งคนธรรมดาสามญั ทัว่ ไป
สนุ ทรภู่
กับกระบวนทัศนใ์ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน l ๘
๑.๔ เรอ่ื งพระอภัยมณี สุดสาครออกไปผจญภัยตามหาบดิ า
วรรณคดีเรอ่ื งเอกของสนุ ทรภู่ถอื เปน็ มณแี ห่งปญั ญาของกวีก็มโี ครงเรอื่ งทเี่ หมือนกับ
เรือ่ งท่ีกล่าวกอ่ นแล้ว พระอภัยมณเี ป็นนทิ านที่นักวิชาการหลายทา่ นได้ให้ข้อมูลว่าสุนทรภู่ได้
สรา้ งขึ้นจากมวลประสบการณ์หรอื ความรทู้ มี่ ีรว่ มกับจินตนาการ ทจี่ ะกลา่ วตอ่ ไปนีค้ ือสุนทรภู่
ได้สรา้ งให้ตัวละครอยา่ งสุดสาครต้องพลัดพรากจากบดิ าแล้วออกตามหาบิดา หรือแม้กระทง่ั
พระอภัยมณแี ละศรีสุวรรณก็ต้องพลัดบ้านต่างเมือง พลัดพรากจากบิดามารดาตั้งแต่ตน้ เร่อื ง
ดังบทประพนั ธ์ต่อไปน้ี
๏ หน่อนรนิ ทรย์ ินคดีพระชีเล่า กำสรดเศร้าโศกานา่ สงสาร
คดิ ถงึ พอ่ ท้อใจอาลัยลาน พระพลัดบ้านเมอื งมาเอกากาย
ไปสำเภาเลา่ จะดีหรือมเี หตุ แสนสมเพชภูวไนยนกึ ใจหาย
เป็นลกู ท่านท้งิ บิดากน็ า่ อาย ถงึ เปน็ ตายฉันจะลาเจา้ ตาตาม
พระบดิ รอย่ตู ำบลแหง่ หนไหน คงจะไปตามเสด็จไม่เข็ดขาม
แต่โปรดเกล้าเล่าแถลงใหแ้ จง้ ความ จะใหต้ ามตงั้ จิตไปทศิ ใดฯ
(พระอภยั มณี เลม่ ๑, ๒๕๔๔ : ๒๙๕)
จากบทประพันธ์ข้างต้น หลังจากสุดสาครได้ฟังฤๅษีเล่าถึงบิดาของตน สุดสาครจึง
คิดจะออกตามหาบิดาตามคำของฤๅษี และต้องจากนางเงือกผู้เปน็ มารดาไปผจญภัยกับม้านลิ
มังกรเพอื่ ออกตามหาบดิ า
นอกจากน้นั ในชว่ งตน้ ของเรือ่ งทีพ่ ระอภยั มณกี ับศรสี วุ รรณตอ้ งออกจากเมอื งผู้เขยี น
ก็คาดว่าเกิดจากกระบวนทัศน์จากประสบการณ์ชีวิตของสุนทรภู่เช่นกัน ดังบทประพันธ์
ต่อไปน้ี
๏ แสนสงสารพี่นอ้ งสองกษตั รยิ ์ บิดาตรัสโกรธาไมป่ ราศรัย
อัปยศอดสูเสนาใน ทง้ั น้อยใจผนิ หนา้ ปรึกษากัน
พระเชษฐาวา่ โอพ้ ่อเพ่อื นยาก สู้ลำบากบุกป่าพนาสัณฑ์
มาถึงวงั ยังไมถ่ ึงสกั คร่งึ วนั ยังไมท่ ันทดลองทง้ั สองคน
พระกริว้ กราดคาดโทษวา่ โฉดเขลา พ่กี บั เจา้ นกี้ ็เหน็ ไมเ่ ปน็ ผล
อยูก่ อ็ ายไพร่ฟา้ ประชาชน ผดิ กด็ ้นดน้ั ไปในไพรวนั
แล้วสวมสอดกอดนอ้ งประคองหตั ถ์ สองกษตั รยิ ์โศกทรงกันแสงศัลย์
พระอภัยมณศี รีสุวรรณ ก็พากนั ซวนซบสลบไป
ฝ่ายมหาเสนาพฤฒามาตย์ เหน็ หน่อนาถนงิ่ แน่เขา้ แก้ไข
ทั้งสองต่นื ฟน้ื กายระกำใจ ชลนัยนแ์ นวนองทัง้ สององค์ ฯ
สุนทรภู่
๙ l กบั กระบวนทศั นใ์ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
๏ พระเชษฐาวา่ กรรมแลว้ นอ้ งเอ๋ย อย่าอยูเ่ ลยเรามาไปไพรระหง
มิทนั ส่งั อำมาตยญ์ าติวงศ์ ทง้ั สององคอ์ อกจากจงั หวดั วงั
พระพชี่ ายชวนเดินดำเนนิ หน้า อนุชาโฉมงามมาตามหลัง
พระออกนอกนคราเขา้ ป่ารัง ..........................
(พระอภัยมณี เล่ม ๑, ๒๕๔๔ : ๗)
นอกจากนีย้ งั มีตัวละครอีกมากทตี่ ้องพลดั พรากขาดความอบอุน่ จากครอบครัว จาก
ผู้เป็นบิดาหรือมารดา เช่น สินสมุทร มังคลา ฯลฯ ชลดา เรื่องรักษ์ลิขิต (ชีวประวัติและ
ผลงานของสุนทรภ,ู่ ๒๕๔๘ : ๒๓) กลา่ วว่า ทัง้ น้อี าจเป็นเพราะนทิ านเรือ่ งนม้ี เี นอ้ื เรื่องยืดยาว
และมตี วั ละครมากกว่านิทานเรอื่ งอนื่ ๆ
๑.๕ ขนุ ชา้ งขุนแผน ตอน กำเนดิ พลายงาม พลายงามต้องออกตามหาบิดา
นอกจากนิทานแล้วผลงานประเภทเสภาก็มีโครงเรื่องที่ไม่ต่างจากผลงานอื่น ๆ
ดังเช่นขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับพระบรมราชโองการใน
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ให้แต่งร่วมกับพระองค์และกวี
ท่านอ่ืน ๆ ทัง้ น้ีสนุ ทรภ่กู ็ไดส้ ร้างสรรคผ์ ลงานเรือ่ งนจ้ี ากกระบวนทัศน์ท่ีเกิดจากประสบการณ์
ชวี ติ ในวัยเยาวใ์ นตอนตน้ เรื่อง ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้
๏ เจ้าพลายงามความแสนสงสารแม่ ชำเลืองแลดหู นา้ น้ำตาไหล
แล้วกราบกรานมารดาด้วยอาลัย ลกู เติบใหญ่คงจะมาหาแม่คณุ
แตค่ รง้ั นี้มีกรรมจะจำจาก ตอ้ งพลัดพรากแมไ่ ปเพราะอา้ ยขนุ
เที่ยวหาพอ่ ขอให้ปะเดชะบุญ ไมล่ ืมคณุ มารดาจะมาเยือน
(ขนุ ช้างขุนแผน, ๒๕๕๕ : ๖๓๘)
จากบทประพันธ์ แสดงให้เห็นว่าตัวละครคือพลายงามมีเคราะห์กรรมที่ต้องพลัด
พรากจากมารดาและตอ้ งออกตามหาบดิ าเช่นเดียวกับผลงานเรือ่ งอ่นื ๆ
๒. กระบวนทศั น์ทเี่ กิดจากคา่ นยิ ม
สุนทรภู่มีชีวิตอยู่ในช่วงรัชกาลที่ ๑ จวบจนถึงรัชกาลที่ ๔ จนได้สมญานามว่า
“กวีสี่แผ่นดิน” ในวัยเยาว์ของกวีแม้จะเป็นช่วงที่สยามกำลังสร้างบ้านแปลงเมืองจาก
กรุงธนบุรีสู่กรุงรัตนโกสินทร์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับชนชาติอื่น ๆ ก็ยังดำเนิน
มาดว้ ยดีเสมอ
สนุ ทรภู่
กับกระบวนทศั น์ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน l ๑๐
เนื่องจากอุปนิสัยของกวีเป็นคนใฝ่เรียนรู้ก็อาจจะได้ข้อมูลจากการบอกเล่าหรือ
ได้ยินข่าวสารจากพ่อค้าที่เดินทางมาติดต่อค้าขายกับสยามในเวลานั้น หรือในสมัยของ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ เป็นช่วงที่บ้านเมืองสงบจากสงคราม
ทำให้ศิลปะแขนงต่าง ๆ โดยเฉพาะวรรณกรรมรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด และทำใหว้ รรณกรรมเปน็ สิ่ง
ที่ทุกคนต่างมุ่งมั่นที่จะเอาดีในด้านนี้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในราชสำนักเสพวรรณกรรม
กันอย่างมาก ส่งผลให้อิทธิพลวรรณกรรมในสยาม เช่น วรรณกรรมสมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรี
อยุธยา และวรรณกรรมต่างชาติมอี ิทธิพลต่อความคิดของคนในสมัยน้ัน ทั้งด้านการประพฤติ
ปฏิบัติ ด้านงานเขียน จนเกิดเปน็ ค่านยิ มตามมา
นอกจากงานวรรณกรรมที่สร้างค่านิยมให้คนในสมัยนั้นแล้ว ยังมีวัฒนธรรมต่าง ๆ
ที่แพร่เข้ามาอีกโดยเฉพาะวัฒนธรรมตะวันตก แม้ว่าสยามจะไม่เปิดใจยอมรับวัฒนธรรมของ
ชาวตะวันตกแต่สำหรับกวีอย่างสุนทรภู่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่วัฒนธรรมเหล่านั้นจะปรากฏใน
ผลงานของกวี เนอื่ งด้วยเปน็ ผู้ที่มีความสนใจใฝเ่ รียนรูส้ ิ่งใหม่ ๆ และเป็นคนที่มีจินตนาการสูง
ทำให้วรรณกรรมของสุนทรภู่มีความทันสมัย เห็นได้ชัดเจนจากผลงานชิ้นเอกของสนุ ทรภู่คือ
เรื่องพระอภัยมณี ปรากฏกระบวนทัศน์ที่เกิดจากค่านิยมต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานอยู่
มากมาย ดังจะกล่าวตอ่ ไปน้ี
๒.๑ ดา้ นวรรณกรรม
อุปนิสัยใฝ่เรียนรู้ของสุนทรภู่ทำให้เป็นผู้มีความรู้อยู่มาก ความรู้นั้นเกิดจาก
การซักถามเมื่อสงสัย อีกทั้งยังเป็นอาลักษณ์และกวีในราชสำนัก และมีโอกาสใกล้ชิดกับ
พระมหากษัตริย์ ทำใหเ้ ข้าถึงความรู้มากมายและศาสตร์อีกหลายแขนง กวจี ึงนำความรู้น้ันมา
ใช้ในงานประพันธ์ โดยเฉพาะผลงานเรื่อง พระอภัยมณี ปรากฏร่องรอยหลักฐานว่ากวี
ใช้กระบวนทัศนท์ ่ีเกิดจากคา่ นยิ มในด้านวรรณกรรมมาสรา้ งสรรคผ์ ลงานของกวี ดงั น้ี
๒.๑.๑ วรรณกรรมไทย
๑) นำเร่อื งสัญชาตสาลจี ากเรอื่ งไตรภูมกิ ถามากลา่ วในเร่ืองพระอภัยมณี
สัญชาตสาลี กล่าวไว้ดังต่อไปนี้ “ชาวอุตตรกุรุทวีปมีข้าวชนิดหนึ่งชื่อ “สัญชาต
สาลี” คือข้าวที่เกิดเอง เขาไม่ตอ้ งหว่านหรือไถดำ ข้าวนั้นเกดิ เป็นต้นเป็นรวงเป็นข้าวสารเอง
ข้าวนั้นหอม ไม่มีแกลบมีรำ ไม่ต้องตำ ไม่ต้องฝัด ชาวอุตตรกุรุทวีปชวนกันกินข้าวนั้นอย่เู ปน็
ประจำ…”
(ไตรภมู ิกถาฉบับถอดความ, ออนไลน์)
สุนทรภู่
๑๑ l กบั กระบวนทศั นใ์ นการสร้างสรรคผ์ ลงาน
ในเรื่องพระอภยั มณี ปรากฏดงั บทประพนั ธต์ ่อไปน้ี
อนั กรงุ ไกรไปทางทิศอสิ าน แสนกันดารสารพดั จะขดั ขวาง
ซง่ึ เสบยี งเลย้ี งคนตามหนทาง จะให้บ้างโยมอยา่ ไดป้ รารมภ์
อันเกาะแก้วพสิ ดารสถานนี้ โภชนสาลีกม็ ีถม
แต่คราวหลังครั้งสมทุ รโคดม มาสรา้ งสมสิกขาสมาทาน
เธอทำไรไ่ ว้ที่ริมภเู ขาหลวง ครน้ั แตกรวงออกมาเลา่ เป็นขา้ วสาร
ได้สบื พืชยืดอยูแ่ ตบ่ รู าณ จงคดิ อา่ นเอาเคียวมาเก่ียวไป ฯ
(พระอภยั มณี เลม่ ๑, ๒๕๔๔ : ๑๔๑)
จากบทประพันธข์ ้างต้น ฤๅษไี ดเ้ มตตาให้ทา้ วสลิ ราชเกบ็ ขา้ วที่มีชอ่ื วา่ “โภชนาสาลี”
ไปเป็นเสบียงเลี้ยงพล โดยแจ้งแก่ท้าวสิลราชว่าโภชนาสาลีนี้มีมาตั้งแต่ครั้งพระสมุทรโคดม
บำเพ็ญศีลที่เกาะแก้วพิสดาร เมื่อข้าวแตกรวงแล้วนั้นก็กลายเป็นข้าวสาร “ครั้นแตกรวง
ออกมาเลา่ เป็นขา้ วสาร” สอดคล้องกนั กับสญั ชาตสาลใี นไตรภมู กิ ถาหรอื เตภมู กิ ถาหรอื ไตรภมู ิ
พระรว่ งว่า “ข้าวนัน้ เกิดเป็นตน้ เป็นรวงเป็นขา้ วสารเอง”
๒) นำวรรณคดไี ทยหลายเรอ่ื งมากล่าวไว้ในงานของตน
ชลดา เรืองรกั ษล์ ิขติ (สหวทิ ยาการวิศาลศลิ ป์, ๒๕๕๙ : ๑๐) กล่าวว่าในสงิ หไกรภพ
สุนทรภู่กล่าวถึงวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ มาแสดงในงานสมโภชพระสิงหไกรภพที่กลับมายัง
พระนคร และได้รับแต่งตั้งเป็นอุปราช มีการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนพระรามและ
ทศกัณฐ์ประจนั หนา้ และพูดทา้ ทายกัน มีการแสดงหนุ่ เรอื่ งอณุ รทุ ตอนศภุ ลกั ษณ์อุม้ สม มีการ
แสดงละครรำเรอ่ื งสวุ รรณหงส์ ตอนสุวรรณหงส์ถูกหอก ฯลฯ
ดังบทประพันธต์ อ่ ไปน้ี
๏ ฝา่ ยโรงงานการสมโภชพวกเล่นโขน ฆาตกลองโยนบทพหลพลขนั ธ์
พระหริวงศ์ทรงยศทศกัณฐ์ ยนื ประจัญเจรจาพดู ทา้ ทาย
พวกตลกถกเขมรออกเต้นแทรก พกู เจก๊ แขกเถยี งกันขันใจหาย
ต่างตอ่ ยเตะเอะอะปะหยาบคาย ทั้งหญิงชายสรวลเลเสียงเฮฮา
ทง้ั โรงหุ่นอุณรุทสดุ ท่รี กั นางศุภลักษณ์อุ้มสมชมอุษา
ตลกเลน่ เป็นอ้ายคุย่ บุย้ หน้าตา คนดูฮาเสียงลน่ั สนัน่ ไป
ละครรำทำบทสุวรรณหงส์ ถกู หอกองคเ์ อวส่ันหวัน่ หว่ันไหว
.......................... ..........................
(สิงหไกรภพ ตอนที่ ๙, ออนไลน์)
สนุ ทรภู่
กับกระบวนทัศนใ์ นการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๑๒
๒.๑.๒ วรรณกรรมต่างชาติ
วรรณกรรมต่างชาติที่เห็นเด่นชัดคือวรรณกรรมของจีนเรื่อง สามก๊ก เพลงปี่ของ
เตียวเหลียง ห้องสิน ไซ่ฮั่น เลียดก๊ก และห้องสิน กระบวนทัศน์ที่เกิดจากค่านิยมในเรื่อง
วรรณกรรมนน้ั มีอยู่หลายตอน และมีนักวชิ าการหลายทา่ นไดเ้ คยให้ขอ้ มลู เก่ียวกับความรู้ของ
สุนทรภู่เกี่ยวกับวรรณกรรมต่างชาติในหลายประเด็นแล้ว ในที่นี้ผู้เขียนขอเสนอตัวอย่างท่ี
เดน่ ชดั ดงั บทประพันธ์ต่อน้ี
เครอ่ื งสกิ ขาดาบสจงปลดเปล้อื ง ได้ทรงเครือ่ งเนาวรตั น์ประภัสสร
ทงั้ กษัตรยิ ์ภสั ดาชว่ ยวา่ วอน สกึ เสยี กอ่ นเถดิ นะพระมนุ ี
แลว้ ส่ังให้ไปจดั เครอ่ื งประดับ หลายสำรับกบั ผ้าภษู าศรี
มาเรยี งวางข้างองค์พระมนุ ี จินดาดีดูจำรสั ชัชวาล
พระเห็นของสองกษัตรยิ จ์ ัดมาให้ จะใครไ่ ด้เครอ่ื งทรงนา่ สงสาร
วา่ หมอ่ มฉันวนั จะจากพระอาจารย์ ไดต้ ้ังสัตยอ์ ธษิ ฐานต่อเทวา
มไิ ด้กลบั อภวิ าทบาทดาบส กไ็ มป่ ลดปลดิ เปล้อื งเครอื่ งสกิ ขา
ซ่งึ สององคท์ รงพระกรุณา จะเมตตาแตง่ หมอ่ มฉันประการใด
ขอประดบั ทบั นอกหนังเสือเหลอื ง ใหป้ ระเทืองมิไดข้ ัดอัชฌาสัย
จะทรงเครอ่ื งเปลื้องหนงั เสียท้ังไตร เหมอื นไดใ้ หม่ลืมเก่าดังเผ่าพาล ฯ
(พระอภยั มณี เลม่ ๑, ๒๕๔๔ : ๓๑๕)
จากบทประพันธ์ข้างต้น มีความคล้ายคลึงกับวรรณกรรมจีนเรื่อง สามก๊ก ตอนที่
กวนอูสวมเสื้อของโจโฉไว้ด้านนอก ซึ่งมีสำนวนที่กล่าวเหมือนกันคือ “ได้ใหม่ลืมเก่า” ดังคำ
บรรยายต่อไปนี้
ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง โจโฉให้เชิญกวนอูมากินโต๊ะ เห็นกวนอูห่มเสื้อขาด โจโฉจึงเอา
เสอื้ อย่างดใี ห้กวนอู กวนอูรับเอาเสือ้ แลว้ จงึ เอาเส้อื ใหม่นัน้ ใส่ชัน้ ใน เอาเสื้อเก่านั้นใส่ชั้นนอก
โจโฉเห็นดังนั้นก็หัวเราะแล้วถามว่า เอาเสื้อใหม่ใส่ชั้นในนั้นกลัวจะเก่าไปหรือ กวนอูจึงว่า
เสื้อเก่านี้ของเล่าปี่ให้ บัดนี้เล่าปี่จะไปอยู่ที่ใดมิได้แจ้ง ข้าพเจ้าจึงเอาเสื้อผืนนี้ใส่ชั้นนอก
หวังจะดูต่างหน้าเล่าปี่ ครั้นจะเอาเสื้อใหม่นั้นใส่ชั้นนอก คนทั้งปวงจะครหานินทาว่าได้ใหม่
แล้วลืมเก่า โจโฉได้ยินดังนั้นก็สรรเสรญิ กวนอูว่ามีกตัญญูนัก แต่คิดเสียใจอยู่ กวนอูก็ลาโจโฉ
กลับมาทอ่ี ยู่
(สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลงั (หน) เล่ม ๑, ๒๕๕๑ : ๓๔๕)
สุนทรภู่
๑๓ l กับกระบวนทศั น์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน
ชลดา เรืองรักษล์ ิขติ (สหวิทยาการวศิ าลศิลป์, ๒๕๕๙ : ๑๔) กล่าวว่า สุนทรภู่น่าจะ
ได้เรื่องนี้มาจากพฤติกรรมของกวนอู แม้จะใส่เสื้อใหม่ไว้ด้านในไม่ตรงกับสุดสาครที่สวมเสื้อ
ใหม่ไวด้ า้ นนอกกต็ าม ทั้งยังกล่าวเปน็ สำนวนตรงกันว่าไดใ้ หม่ลืมเก่าอกี ดว้ ย
สุนทรภู่เป็นกวีที่มีความสามารถโดยเฉพาะการแปลวรรณกรรมต่างชาติ สุนทรภู่มี
ความรู้ทั้งด้านของเนื้อหา ตัวละคร และบทสนทนาของวรรณกรรมต่างชาติเป็นอย่างดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรณกรรมของจีน สุนทรภู่จึงเกิดกระบวนทัศน์จากค่านิยมเหล่าน้ี
แลว้ นำมาสร้างสรรคผ์ ลงานของตนไดอ้ ยา่ งน่าติดตาม
๒.๒ ด้านภาษาและวัฒนธรรมต่างชาติ
สุนทรภู่ได้รับราชการกับเจ้าฟ้าจุฑามณี (พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว)
ซึ่งทรงใฝ่พระทัยในวิทยาการตะวันตกและโปรดการคบค้าสมาคมกับฝรั่ง ทำให้สุนทรภู่
มีความรู้แปลกใหม่มากมาย ผู้เขียนได้กล่าวไปแล้วในเบื้องต้นว่าด้วยอุปนิสัยของสุนทรภู่น้ัน
เป็นผู้ที่รอบรู้ และอุปนิสัยเช่นนั้นทำให้สุนทรภู่เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ไม่เว้นแม้แต่ภาษาและ
วัฒนธรรมของคนต่างชาติต่างภาษา หากพิจารณาจากผลงานก็ทำให้มั่นใจว่าสุนทรภู่เป็นกวี
ที่มีความรอบรู้มากที่สุดอีกคนหนึ่งในสยาม สิ่งที่สุนทรภู่ได้พบเห็นหรือได้ฟังมาก็มักจะ
ถ่ายทอดสอดแทรกไว้ในผลงานของตน เช่น สร้างตัวละครชื่อนางละเวงวัณฬาในเรื่อง
พระอภัยมณี ให้เป็นผู้ครองเมืองลังกา การให้สตรเี ป็นกษัตริย์ถือเป็นแนวคิดใหม่ทีไ่ มเ่ คยเกิด
ขึ้นมาก่อนในสยาม ผู้ที่ศึกษาผลงานของสุนทรภู่ก็คงจะทราบกันดีอยู่ว่านางละเวงวัณฬา
ที่สร้างขึ้นนั้น เกิดจากสุนทรภู่ได้รับแนวคิดและรับรู้เรื่องราวของชาวต่างชาติมากมาย
กล่าวคือพระนางเจ้าวิคตอเรียขึ้นครองราชย์ท่ีอังกฤษ และให้เกาะลังกาเป็นเมืองฝรั่งก็
เน่อื งด้วยศรีลังกาตกเปน็ เมอื งข้นึ ขององั กฤษ
ทั้งเรื่องของภาษาและวัฒนธรรมของต่างชาติที่ค่อย ๆ ไหลบ่าเข้ามาสู่สยามทำให้
สุนทรภู่เกิดกระบวนทัศน์จากค่านิยมเหล่านั้นแล้วนำมาสร้างสรรค์ผลงานของตน ในที่น้ี
ผ ู ้ เ ข ีย นจะ ขอ เส น อใ นด ้า นภา ษาแ ล ะว ัฒ นธ รรม ต่ าง ช าติ ท ี ่ปร ากฏ ใน เรื ่อ งพระอภัยมณี
พอสงั เขป ดงั ตอ่ ไปนี้
๒.๒.๑ ภาษา
๏ จะกล่าวถึงพระอภยั มณนี าถ กบั องคร์ าชกมุ ารชาญสนาม
หัดภาษาฝรงั่ ท้งั จนี จาม ราวกบั ลา่ มพูดคล่องทัง้ สององค์
(พระอภยั มณี เลม่ ๑, ๒๕๔๔ : ๑๓๕)
สุนทรภู่
กบั กระบวนทศั น์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๑๔
จากบทประพันธ์พระอภัยมณกี ับสินสมุทรกำลังเรียนภาษาต่างชาติกบั ชาวเรือแตก
แสดงให้เห็นว่าสุนทรภู่สร้างให้ตัวละครเรียนรู้จากสิ่งใหม่ ๆ ที่เข้ามาโดยเฉพาะในเรื่องของ
ภาษา ในบทประพันธ์ปรากฏภาษาฝร่ัง (อังกฤษ) จีน จาม (แขกจาม) นอกจากนัน้ สนุ ทรภูค่ ง
จะรับรู้ถึงการเข้ามาของหลากหลายชนชาติทั้งตะวันตกและตะวันออก ได้แทรกไว้ในเรื่องว่า
“ว่าถึงยุคทุกภาษาจะมาปน” (พระอภัยมณี เล่ม ๑, ๒๕๔๔ : ๔๘๓) บ่งบอกได้ว่าผลงานที่
สร้างสรรคข์ ้ึนน้ันเกดิ จากกระบวนทัศน์ของค่านยิ มที่กำลงั จะเขา้ มาสสู่ ยาม
๒.๒.๒ วฒั นธรรม
๑) การแตง่ กาย
ให้ปลอมแปลงแตง่ กายเหมอื นชายไพร่ แต่ลว้ นใส่หมวกกะลานุ่งผา้ สี
แลว้ โฉมยงทรงแตง่ แปลงอนิ ทรยี ์ ทำเปน็ ทีแขกเทศเพศผ้ชู าย
(พระอภัยมณี เลม่ ๑, ๒๕๔๔ : ๒๕๕)
จากบทประพันธ์ นางสุวรรณมาลีซ้อนกลพระอภัยมณีโดยให้สาวใช้แต่งกายเป็น
แขก ในที่นสี้ ุนทรภู่อาจจะเหน็ การแตง่ กายของแขกท่ีเข้ามาตดิ ต่อค้าขายกับกรุงรัตนโกสินทร์
กุสุมา รักษ์มณี (สุนทรภู่อาลักษณ์นักเลงทำเพลงยาว, ๒๕๕๗ : ๓๕) กล่าวว่า สุนทรภู่คงจะ
หมายถึงการแต่งกายอย่างชวามลายู หมวกกะลาคือหมวกขาวกลมติดศีรษะ (เรียกว่าหมวก
กะเปย๊ี ะ) สว่ นผา้ สีนา่ จะหมายถงึ ผา้ โสร่งสสี ดใสท่ีชาวมลายนู ิยมใช้
ภาพ : ชาวพ้นื เมืองปัตตานี ซึ่งสืบเช้ือสายมาจากชาตพิ ันธุ์มลายู
(ภาพตวั อยา่ งการแตง่ กายตามวัฒนธรรมมลายู)
ทีม่ า : https://www.silpa-mag.com/history/article_6553
๒) การกนิ
๏ ฝา่ ยลูกสาวเจา้ ลังกาเกณฑฝ์ รัง่ แตง่ โตะ๊ ตัง้ เลย้ี งกษัตรยิ ์ลว้ นจัดสรร
กับขา้ วแขกแทรกเน้ือแพะผดั นำ้ มัน มสั ม่ันข้าวบุหรี่ลู่ต่ีโต
กบั ข้าวไทยใส่ตม้ สม้ แกงต้มขงิ นกค่ัวปง้ิ ยำมะม่วงดว้ งโสน
สนุ ทรภู่
๑๕ l กับกระบวนทศั นใ์ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
แกงปลาไหลไกพ่ ะแนงแกงเทโพ ผดั ปลาแหง้ แตงโมฉฉู่ ม่ี ี
รมจักรนัคเรศวิเสทเจก๊ ตม้ ตบั เหลก็ เกาเหลาเหลา้ อาหนี
เปด็ ไกถ่ อดทอดม้าอว้ นแต่ลว้ นดี แกงรอ้ นหมีห่ มูต้มเค็มใส่เต็มจาน
(พระอภัยมณี เล่ม ๒, ๒๕๔๔ : ๔๗๓-๔๗๔)
จากบทประพันธ์ข้างต้น แสดงให้วัฒนธรรมการกินของแต่ละชนชาติแตกต่างกัน
ออกไป สุนทรภู่กค็ งจะพบเหน็ ชาตติ ่าง ๆ ท่อี ย่ใู นสยามมวี ฒั นธรรมทแี่ ตกตา่ งกันและได้นำมา
สร้างสรรค์ผลงานของตนเอง จากบทประพันธ์ปรากฏว่ามีอาหารแขก ไทย และจีน อาหาร
แขกนั้นมเี นื้อแพะเป็นส่วนประกอบ จีนมีเปด็ และหมูเปน็ วตั ถุดิบหลักในการปรุงอาหาร ส่วน
ไทยนั้นมีนก ปลา และไก่ วัฒนธรรมการกินของแต่ละชนชาติก็เป็นไปด้วยสภาพของภูมิ
ประเทศว่าจะอุดมสมบรู ณ์ไปด้วยพชื พันธ์ธุ ญั ญาหารหรอื สัตวช์ นดิ ใด กุสุมา รักษม์ ณี (สุนทรภู่
อาลักษณน์ ักเลงทำเพลงยาว, ๒๕๕๗ : ๓๐๐) ไดน้ ำเสนอวัฒนธรรมการกินของเมืองละมานที่
แปลกกว่าชนชาติอนื่ วา่ “แตเ่ มอ่ื เลา่ ถงึ เมืองละมาน ซ่ึงขยายความว่าเปน็ “เมอื งทมฬิ ฟันเสย้ี ม
เหี้ยมหนักหนา” ชาวเมืองนี้กินอาหารที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ทั้งในแง่ชนิดของอาหารและ
ขนบการกนิ
.......................... ..........................
ไมก่ นิ ข้าวชาวบรุ นิ ทรก์ นิ แต่ปลา กนิ ช้างมา้ สารพดั สัตว์นกเนอ้ื
ถงึ เวลาฆา่ ชีวติ เอามีดเชอื ด แล้วคลุกเลอื ดด้วยสักหนอ่ ยอรอ่ ยเหลอื
ทง่ั นำ้ สม้ พรมพลา่ นำ้ ปลาเจอื ลว้ นเถือเนื้อดิบกนิ สิน้ ทุกคน
...ชาวเมืองละมานที่ไม่กินข้าวและกินอาหารดิบล้วน ๆ เหล่านี้ ถูกเรียกว่าเป็น “ทมิฬ” และ
เปน็ “ยกั ษม์ ักกะสัน” ...”
อุปนิสัยนั้นถือเป็นสิ่งสำคญั ในการกำหนดความคิด สุนทรภู่มีอุปนิสัยใฝ่เรียนร้แู ละ
เปิดรบั สงิ่ ใหม่ ๆ วิทยาการใหม่ ๆ โดยไม่ไดเ้ ก่ยี งว่าเปน็ สง่ิ ทีแ่ ปลก แตก่ ลับจดจำและพิจารณา
ด้วยสติปญั ญา นอกจากนั้นยังชื่นชอบทีจ่ ะถ่ายทอดให้ผู้อื่นไดร้ ับรู้อย่างที่ตนรู้มา ผ่านผลงาน
การประพนั ธอ์ ันเปน็ ความสามารถทหี่ าตวั จับได้ยาก และเมื่อพิจารณาจากผลงานของสุนทรภู่
แล้วจึงเห็นว่าสุนทรมีกระบวนทัศน์ในการสร้างสรรค์ผลงานที่เกิดจากมวลประสบการณ์ใน
ชวี ติ จริง และจากอทิ ธิพลแวดลอ้ มท้ังภายในและภายนอกประเทศ กล่าวคือวรรณกรรม ภาษา
และวัฒนธรรม ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดความคิดของกวี ถือเป็น
กระบวนทัศนใ์ นการสรา้ งสรรค์ผลงานที่ทรงคณุ คา่ ใหช้ นรนุ่ หลงั ได้จดจำตลอดไป
สุนทรภู่
กบั กระบวนทัศน์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๑๖
วัตถุประสงค์ในการสร้างสรรค์
ผลงานของสนุ ทรภู่
- พมิ แพร -
สนุ ทรภู่
๑๗ l กบั กระบวนทศั นใ์ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
“สุนทรภู่” ไม่อาจถือว่าเป็นกวีราชสำนักอย่างสมบูรณ์ เพราะในสมัยที่สุนทรภู่
ประสบความรุ่งโรจน์ในชีวิตราชการช่วงรัชกาลที่ ๒ นั้นมรี ะยะเวลาอนั ส้ัน และงานเขียนของ
สุนทรภู่เท่าที่เหลือตกทอดมาถึงปัจจุบันก็เป็นเพียงแค่ส่วนย่อย ๆ ในงานชิ้นใหญ่
อย่างพระราชนิพนธ์หรือบทเสภา ต่อมาเมื่อเข้าสมัยของรัชกาลที่ ๓ สุนทรภู่ตกอับในชีวิต
ราชการอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะมีเจ้านายอุปถัมภ์อยู่บ้าง และงานเขียนของสุนทรภู่ก็มิได้เป็น
งานในพระบรมราชปู ถมั ภ์อกี ต่อไป ทำให้สนุ ทรภ่มู อี สิ ระในการเขียนงานมากยิ่งข้ึน ถึงแม้งาน
บางชิ้นจะเขียนขึ้นตามรับสั่งของเจ้านายท่ีอุปถัมภ์สุนทรภู่อยู่บ้าง แต่สุนทรภู่ก็ยังมีอิสระ
ที่จะแต่งได้ตามใจของตนมากกว่าการแต่งบทละครพระราชนิพนธ์ ส่งผลให้งานวรรณกรรม
ประเภทนิราศกลายเป็นงานเขียนท่ีสุนทรภู่สามารถตอบโจทย์ไปยังผู้อ่านในวงกว้าง
ไดอ้ ยา่ งมาก
ผลงานของสุนทรภู่นั้นก็มีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น นิราศ นิทาน สุภาษิต
กลอนบทละคร เสภา และบทเห่กลอ่ ม และแตล่ ะเรอ่ื งก็มีจุดประสงค์ทีแ่ ตกต่างกัน ซึ่งผู้เขียน
จะนำเสนอจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์ผลงานของสุนทรภู่ในแต่ละเรื่องว่า กวีมีแนวคิดและ
จุดประสงค์อย่างไรในการสร้างสรรค์ผลงานแต่ละเรื่องที่ทำให้ผู้อ่านประทับใจ ตั้งแต่อดีต
จนถึงปัจจบุ ัน ผลงานของสนุ ทรภู่มดี ังต่อไปน้ี
๑. นิราศ
ประเภทนริ าศ ได้แก่ นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศภเู ขาทอง นริ าศสุพรรณ
นิราศวัดเจา้ ฟ้า นริ าศอเิ หนา รำพันพลิ าป นริ าศพระประธม และนริ าศเมอื งเพชร
๑) นิราศเมืองแกลง (พ.ศ. ๒๓๔๙) แต่งเมื่อหลังพ้นโทษจากคุก และเดินทางไปหา
พ่อที่เมืองแกลง
๒) นิราศพระบาท (พ.ศ. ๒๓๕๐) แต่งหลังจากกลับจากเมืองแกลง และต้องตาม
เสดจ็ พระองคเ์ จ้าปฐมวงศ์ไปนมสั การรอยพระพทุ ธบาทท่ีจงั หวดั สระบรุ ีในวนั มาฆบชู า
๓) นิราศภูเขาทอง (ประมาณ พ.ศ. ๒๓๗๑) แต่งโดยสมมตุ ิวา่ เณรหนูพัด เป็นผู้แต่ง
ไปนมสั การพระเจดยี ์ภูเขาทองที่จงั หวดั อยธุ ยา
๔) นิราศสุพรรณ (ประมาณ พ.ศ. ๒๓๗๔) แต่งเมื่อครั้งยังบวชอยู่ และไปค้นหา
ยาอายวุ ัฒนะท่ีจังหวัดสพุ รรณบุรี เปน็ ผลงานเร่อื งเดยี วของสนุ ทรภูท่ ่ีแตง่ เปน็ โคลง
๕) นิราศวัดเจ้าฟ้า (ประมาณ พ.ศ. ๒๓๗๕) แต่งเมื่อครั้งยังบวชอยู่ และไปค้นหา
ยาอายวุ ัฒนะตามลายแทงที่วดั เจา้ ฟา้ อากาศ (ไมป่ รากฏว่าที่จรงิ คือวัดใด) ท่ีจงั หวดั อยุธยา
สนุ ทรภู่
กบั กระบวนทศั น์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๑๘
๖) นิราศอิเหนา (ไม่ปรากฏ, คาดว่าเป็นสมัยรัชกาลที่ ๓) แต่งเป็นเนื้อเรื่องอิเหนา
รำพันถงึ นางบุษบา
๗) รำพันพิลาป (พ.ศ. ๒๓๘๕) แต่งเมื่อครั้งจำพรรษาอยู่ท่ีวัดเทพธิดาราม แล้วเกิด
ฝันร้ายว่าชะตาขาด จึงบันทึกความฝันพร้อมรำพันความอาภัพของตัวไว้เป็น “รำพันพิลาป”
จากน้นั จงึ ลาสิกขาบท
๘) นิราศพระประธม (พ.ศ. ๒๓๘๕) เชื่อว่าแต่งเมื่อหลังจากลาสิกขาบทและเข้ารบั
ราชการในพระบาทสมเด็จพระปน่ิ เกล้าเจ้าอย่หู ัว ไปนมัสการพระประธมเจดยี ์ (หรอื พระปฐม
เจดยี )์ ทีเ่ มอื งนครชัยศรี
๙) นิราศเมืองเพชร (พ.ศ. ๒๓๘๘) แต่งเมื่อเข้ารับราชการในพระบาทสมเด็จ
พระปนิ่ เกลา้ เจ้าอยหู่ ัว เช่ือวา่ ไปธรุ ะราชการอย่างใดอย่างหนง่ึ ท่เี มืองเพชร
กล่าวโดยสรุป นิราศทุกเรื่องที่สุนทรภู่ได้สร้างสรรค์ออกมานั้นจริง ๆ แล้วก็ล้วนมี
จุดประสงค์เพื่อที่จะเพื่อบันทึกเรื่องราวหรือเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงชีวิต
นิราศแต่ละเรื่องก็จะทำให้ผู้อ่านได้เห็นภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่สุนทรภู่สื่อออกมาผ่านบทกวี
ทีม่ กี ารใช้คำส่ือความคิด ความรสู้ ึกให้ผอู้ า่ นเกิดจนิ ตภาพไดเ้ ป็นอย่างดี
ภาพ : ตน้ ฉบับนิราศสพุ รรณ
ท่ีมา : https://www.pinterest.com/pin/431501208043090285/
สนุ ทรภู่
๑๙ l กบั กระบวนทัศน์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน
๒. นทิ าน
ประเภทนิทาน ได้แก่เรื่อง โคบุตร พระอภัยมณี พระไชยสุริยา ลักษณวงศ์
และสงิ หไกรภพ
โคบตุ ร เป็นนิทานเร่ืองแรกของสนุ ทรภู่ แตง่ ขึน้ เพ่อื ถวายเจา้ นายในพระราชวังหลัง
พระองค์หนึง่
ภาพ : นิทานคำกลอน เรื่อง โคบตุ ร
ทีม่ า : https://bit.ly/3iMwzyL
พระอภัยมณี เป็นวรรณคดีชิ้นเยี่ยมเล่มหนึ่งของไทย และผลงานชิ้นเอกของ
พระสุนทรโวหาร หรือสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สุนทรภู่แต่งพระอภัยมณีขึ้นเพื่อ
ขายเลี้ยงชพี ในยามท่ตี กยากอยู่ในคุก แตเ่ ม่อื พน้ โทษแล้วก็แต่งเพื่อถวายพระองค์เจ้าลักขณา-
นุคุณ และกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ คาดว่าสุนทรภู่เริ่มประพันธ์ราวปี พ.ศ. ๒๓๖๔-๒๓๖๖
และแตง่ ๆ หยุด ๆ ไปตลอดเปน็ ระยะ ส้ินสุดการประพนั ธ์ราว พ.ศ. ๒๓๘๘ รวมเวลามากกวา่
๒๐ ปี
ภาพ : หนงั สอื เร่ือง พระอภัยมณี
ที่มา : https://bit.ly/3kxviMl
สุนทรภู่
กบั กระบวนทศั นใ์ นการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๒๐
กาพย์พระไชยสุริยา เป็นวรรณคดีที่ประพันธ์โดย สุนทรภู่ เป็นนิทานสำหรับ
สอนการเขียนอ่าน โดยมีบทอ่านเรียงลำดับการสะกดคำตั้งแต่ แม่ ก กา ตามด้วย แม่กน
แม่กง แม่กก แม่กด แม่กบ แม่กม จนถึงแม่เกย ตามลำดับ ลักษณะการประพันธ์แบบกาพย์
ประเภทต่าง ๆ คอื กาพยย์ านี ๑๑ กาพยฉ์ บงั ๑๖ และกาพยส์ รุ างคนางค์ ๒๘ เชื่อว่าสุนทรภู่
ประพันธข์ ้ึนในราวปี พ.ศ. ๒๓๘๓-๒๓๘๕ สำหรับใช้เปน็ บทเรียนเขยี นอ่านของหมอ่ มเจา้
ภาพ : หนังสอื เรื่อง กาพย์พระไชยสรุ ยิ า
ทมี่ า : http://www.su-usedbook.com/product-th-15676-2881096-
ลักษณวงศ์ เป็นนิทานคำกลอนท่ีสุนทรภู่ได้นำมาแต่งใหม่เพื่อรักษาไว้มิให้สูญหาย
“ลักษณวงศ์” เป็นเรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่คนในสมัยก่อนนิยมเล่าให้ลกู หลานฟงั ตัวละครมีทง้ั
มนุษย์ ยักษ์ ฤๅษี พทิ ยาธร กนิ รี ม้าวเิ ศษ และอน่ื ๆ อกี มากมาย ท่ีช่วยเสรมิ สร้างจินตนาการ
ได้เป็นอยา่ งดี
ภาพ : นทิ านคำกลอนของสนุ ทรภู่ เรื่อง ลกั ษณวงศ์
ทม่ี า : https://bit.ly/33HM4Bx
สงิ หไกรภพ เป็นกลอนนทิ านเรอ่ื งหน่ึง ผลงานประพนั ธ์ของ สนุ ทรภู่ เชื่อวา่ สนุ ทรภู่
แต่งขึ้นเพื่อถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์เมื่อครั้งถวายพระอักษร และในภายหลังได้แต่งต่อเพื่อถวาย
กรมหม่ืนอัปสรสุดาเทพ
สนุ ทรภู่
๒๑ l กับกระบวนทศั นใ์ นการสร้างสรรคผ์ ลงาน
ภาพ : นทิ านคำกลอน เรื่อง สงิ หไกรภพ
ท่ีมา : https://bit.ly/3hIWKFe
กลา่ วโดยสรปุ วรรณกรรมประเภทนิทานของสุนทรภู่ก็มีวตั ถปุ ระสงค์เพื่อท่ีจะสร้าง
ความบนั เทงิ ใจใหก้ บั ผู้อา่ น แต่ก็จะสอดแทรกเนอ้ื หาสำคญั ทม่ี าจากทรรศนะต่อโลกและชีวิต
ของตัวของสุนทรภู่เอง ซึ่งปรากฏเป็นแก่นของเรื่องและแนวคิด รวมทั้งบทบาท พฤติกรรม
และคำพูดของตัวละครในวรรณกรรม เช่น แนวคิดเร่ืองความสำคัญและคุณคา่ ของวชิ าดนตรี
ซึ่งเชอ่ื มโยงไปถงึ ความสำคัญของความรู้ การแสวงหาความรู้และการใช้ความรู้ เปน็ ตน้
๓. สุภาษิต
ประเภทสุภาษิต ได้แก่ สวสั ดริ ักษา และเพลงยาวถวายโอวาท
สวัสดิรักษา สุนทรภู่ได้แต่งถวายสมเด็จเจ้าฟ้าอาภรณ์พระเจ้าลูกยาเธอ
ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ทรงมอบพระเจ้าลกู ยาเธอพระองค์นี้ใหเ้ ป็นศิษยศ์ กึ ษาอักษรสมยั ในสำนักสนุ ทรภู่ เม่ือคร้ังท่ีท่าน
สุนทรภู่พ้นโทษออกมาใหม่ ๆ และได้กลับเข้ารับราชการเหมือนเดิม สันนิษฐานว่าแต่งข้ึน
เมือ่ ปลายรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในระหวา่ งปี พ.ศ. ๒๓๖๔-๒๓๖๗
เพลงยาวถวายโอวาท เป็นผลงานกวีนิพนธ์แบบกลอนประพันธ์โดยสุนทรภู่
ขณะเมอื่ เปน็ พระอาจารยถ์ วายอักษรแดเ่ จ้าฟ้ากลางและเจ้าฟา้ ป๋วิ พระโอรสในเจา้ ฟา้ กุณฑล-
ทิพยวดี เช่ือว่าประพนั ธข์ น้ึ ราวปี พ.ศ. ๒๓๗๑-๒๓๗๒
กล่าวโดยสรปุ ในเรื่องสวสั ดิรกั ษาเปน็ คำสอนเกีย่ วกับจรยิ าวัตร และแนวทางที่ควร
ประพฤติปฏิบัติ อันจะทำให้เกิดสิริมงคล และความสุขความสำเร็จในชีวิต สุนทรภู่ประพันธ์
ขึ้นเพื่อที่จะถวายเจ้านายที่เป็นลูกศิษย์ เนื้อหาที่เป็นคำสอนนี้ สุนทรภู่ประมวลมาจาก
ความคิด ความเชื่อ และค่านิยมท่ีมีมาแต่โบราณ คำสอนในเรื่องสวัสดิรักษา เช่น จริยาวัตร
เกี่ยวกับการแต่งกาย การหลีกเลี่ยงส่ิงโสโครก การนอนที่ถูกสุขลักษณะ การพูดกับผู้อืน่ ดว้ ย
สุนทรภู่
กบั กระบวนทัศน์ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน l ๒๒
วาจาไพเราะ ให้รักษาศีล ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณและธรรมชาติ
ขยันหมั่นเพียรในการศึกษาเล่าเรียน ส่วนเรื่องเพลงยาวถวายโอวาท เป็นคำสอนเรื่องน้ำใจ
ของเจ้านาย การวางตัวของเจ้านาย ความสำคัญของการแสวงหาความรู้ และการใช้ความรู้
ความสำคัญของไมตรี และความสำคญั ของการพูด เป็นตน้
ภาพ : ประชมุ กลอนสภุ าษติ ของสนุ ทรภู่
ทม่ี า : https://bit.ly/3ktxwwc
๔. กลอนบทละคร
ประเภทกลอนบทละคร ไดแ้ ก่ อภัยนุราช
อภัยนุราช สุนทรภู่ได้แต่งบทละครเพียงเรื่องเดียว คือ เรื่องอภัยนุราช เพื่อถวาย
พระองค์เจา้ ดวงประภา พระราชธดิ าในพระบาทสมเด็จพระป่นิ เกลา้ เจา้ อยู่หวั
กล่าวโดยสรุป กลอนบทละครเรื่อง อภัยนรุ าช สุนทรภู่ก็มีวัตถุประสงค์ที่จะแต่งขึ้น
เพื่อถวายพระองค์เจ้าดวงประภา ซึ่งในเนื้อเรื่องสุนทรภู่ได้ผูกเรื่องจากจินตนาการ
และความคิดสร้างสรรค์ของท่าน โดยอาจได้รับอิทธิพลจากชาดก และนิทานจักร ๆ วงศ์ ๆ
ที่เคยได้ยินได้ฟังวรรณกรรมต่างประเทศ สภาพสังคม และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยท่ี
แต่งวรรณกรรม ทำใหเ้ น้ือเร่อื งมคี วามสนุกและนา่ สนใจเปน็ อยา่ งมาก
ภาพ : อภยั นรุ าช
ทม่ี า : https://bit.ly/3mxoq3o
สนุ ทรภู่
๒๓ l กบั กระบวนทัศน์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน
๕. เสภา
ประเภทเสภา ได้แก่ เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม และเรื่อง
พระราชพงศาวดาร
เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม พระบาทสมเด็จพระ
พุทธเลิศหล้านภาลัย ได้โปรดเกล้าฯ ให้ปรับปรุงเสภาขุนช้างขุนแผน และได้ทรง
ประชุมกวีเอกสมัยนั้นช่วยกันแต่งคนละตอนสองตอน สุนทรภู่ก็ได้รับมอบหมายให้
ร่วมแต่งด้วย และก็ต้องแต่งอย่างสุดฝีมือ เพราะถือเป็นการประกวดประชันฝีมือกัน
อย่างเต็มความสามารถ
ภาพ : เสภาเรือ่ ง ขนุ ช้าง ขนุ แผน
ทมี่ า : https://bit.ly/33M69qo
เสภาเรื่องพระราชพงศาวดาร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการดำรัสฯ สั่งให้พระสุนทรโวหาร หรือเรียกเป็นสามัญว่า “สุนทรภู่”
แต่งขึ้นสำหรับขับถวายทรงฟังในเวลาทรงเครื่องใหญ่ ตามแบบอย่างครั้งรัชกาลที่ ๒ และ
ตอ่ มาโปรดฯ ใหใ้ ช้เป็นบทสำหรับใหน้ างในขบั ส่งมโหรหี ลวง
ภาพ : เสภา เรอ่ื ง พระราชพงศาวดาร
ท่ีมา : https://bit.ly/2RGMRx8
สุนทรภู่
กับกระบวนทัศนใ์ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน l ๒๔
กล่าวโดยสรุป วรรณกรรมทั้ง ๒ เรื่องนี้ สุนทรภู่แต่งขึ้นก็เพื่อที่จะสนองรับสั่งของ
องค์พระมหากษัตริย์ และแต่งอย่างเต็มความสามารถ บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน
ตอน กำเนิดพลายงาม สุนทรภู่แต่งตามเค้าโครงเรื่องที่เล่ากันมาแต่เดิม เพียงแต่
มกี ารใส่รายละเอียดส่วนที่เปน็ เน้อื เรือ่ งลงไป สว่ นเสภาเร่อื งพระราชพงศาวดาร เปน็ เร่ืองราว
ของสงครามสมัยอยุธยาที่มีเนื้อหาของพระราชพงศาวดารเป็นกรอบบังคับ แต่สุนทรภู่
ก็สามารถใช้ศิลปะการแต่งกลอนทำให้เรือ่ งเล่าเชิงประวัติศาสตร์ที่แห้งแลง้ มีรสชาติ น่าอ่าน
น่าฟงั ข้นึ มาได้
๖. บทเหก่ ลอ่ ม
ประเภทบทเห่กล่อม ได้แก่ เห่เรื่องกากี เห่เรื่องจับระบำ เห่เรื่องพระอภัยมณี
และเหเ่ ร่อื งโคบตุ ร
กล่าวโดยสรุป บทเห่กล่อมทั้งหมดนั้นแต่งขึ้นสำหรับใช้ขับกล่อมหม่อมเจ้า
ในพระองค์เจ้าลักขณานุคุณกับพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
บทเห่ดงั กลา่ ว มที ง้ั ทีส่ ุนทรภนู่ ำเนือ้ เรือ่ งมาจากนิทาน และเรื่องเล่าท่มี ีผู้แต่งไว้หรือเล่าต่อกันมา
เช่น เห่เรื่องกากี เห่เรื่องจับระบำ และนิทานที่สุนทรภู่แต่งเอง เช่น เห่เรื่องพระอภัยมณี
และเหเ่ รื่องโคบุตร โดยเห่เรือ่ งพระอภยั มณี สุนทรภู่ก็ได้เลือกเน้ือเร่ืองเพียงบางตอนมาแต่งเทา่ น้ัน
ภาพ : บทเหก่ ล่อมพระเจา้ ลกู เธอ
ท่ีมา : https://bit.ly/2HgHKBS
ผลงานที่สุนทรภู่ได้สร้างสรรค์ขึ้น ล้วนแล้วแต่มีเนื้อหาที่แสดงความคิดและทรรศนะ
ต่อโลกและชีวิต ที่สุนทรภู่เสนอไว้ในวรรณกรรมทุกเรื่อง ทั้งที่เป็นโวหารหรือแง่คิด ที่แทรกอยู่ใน
เนื้อเรื่อง และแนวคิดสรุปรวมของเรื่อง ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้อ่านประทับใจซึ่งส่งผล
ตอ่ เนอ่ื งจากอดีต ส่ปู ัจจุบนั และอนาคต และยงั เปน็ แนวทางในการดำเนินชีวติ ใหก้ บั ผู้อ่านอกี ด้วย
สนุ ทรภู่
๒๕ l กับกระบวนทศั น์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน
รว่ มรำลกึ ยอดครูกลอน “สุนทรภ”ู่
ร่วมเชิดชู “มหากว”ี ทวถี วลิ
รว่ มสืบสาน “วรรณคดีศรีแผน่ ดิน”
“วรรณศลิ ป์” ทรงคุณค่า “ปญั ญาคร”ู
สปุ าณี พดั ทอง
สนุ ทรภู่
กับกระบวนทศั นใ์ นการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๒๖
เพราะเหตใุ ดผลงานของสนุ ทรภู่
จึงเปน็ ท่ียอมรบั อยา่ งกว้างขวาง
- สายนา้ ผงึ้ -
สนุ ทรภู่
๒๗ l กบั กระบวนทศั น์ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
“สุนทรภู่” เป็นกวีเอกที่มีฝีมือยอดเยี่ยมของไทย มีจินตนาการกว้างไกลและ
เชี่ยวชาญการแต่งกลอนเพลงเป็นอย่างยิ่ง และเป็นกวีสามัญชนคนแรกที่องค์การศึกษา
วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติยศ
เป็น “บุคคลผ้มู ผี ลงานดีเด่นทางวฒั นธรรมระดบั โลก” เนื่องในวันสนุ ทรภู่ ซึ่งตรงกบั วันที่ ๒๖
มิถุนายน ของทุกปี และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ด้วยผลงานที่รังสรรค์ขึ้นอย่างมี
เอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว อีกทั้งยังเป็นกวีที่มีช่วงชีวิตยาวนานถึง ๔ รัชกาล ตั้งแต่สมัย
รัชกาลที่ ๑ จนถึงรชั กาลท่ี ๔ ดังคำกล่าวท่วี ่า “กวสี ่ีแผ่นดนิ ”
นธิ ิ เอยี วศรวี งศ์ (อ้างถงึ ใน นธิ ิ เอยี วศรวี งศ์, ๒๕๔๙) กลา่ วว่า ผลงานของสุนทรภู่มี
ความแตกต่างจากกวีคนอื่น ๆ ประการแรก ท่านใช้รูปแบบที่ต่างจากที่เคยใช้ นั่นคือ
กลอนตลาด เป็นกลอนที่พบตั้งแต่ปลายอยุธยาเท่านั้น เป็นคำประพันธ์ท่ีเพิ่งแต่งขึ้นมาใช้
ในภาษาไทย เป็นการเลือกใช้คำประพันธท์ ี่ค่อนข้างใหม่ มีลักษณะเป็นชาวบา้ น รูปแบบของ
สิ่งที่ท่านแต่ง ก็ค่อนข้างใหม่ ดังเช่นนิราศเป็นตัวอย่าง สุนทรภู่เป็นคนแรกที่สร้าง
ลักษณะเฉพาะของกวีนพิ นธท์ ี่เรียกวา่ เปน็ นิราศ ส่วนหนึ่งก็คือการรำพันถึงการจากไป รำพัน
ถึงผู้หญิงที่จากไป แต่เท่าที่พบก็คือ สุนทรภู่รำพันถึงผู้หญิงที่มีตัวตนจริง ๆ และบรรยายถึง
ลักษณะความสัมพันธ์ด้วยผลงานอย่างหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ก็คือนิทานกลอน ทุกวันนี้
เราอ่านเพื่ออ่าน เราใช้ประสาทในการรับรับรู้เพื่ออ่านอย่างหนึ่ง ใช้ประสาทในการรับรู้
เพื่อการแสดงอย่างหนึ่งซึ่งสุนทรภู่เป็นผู้ที่เสนอกวีนิพนธ์ให้กับผู้อ่านเพื่ออ่าน นี่คือ
ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมากเนื่องจากผู้ที่อ่านกวีนิพนธ์ของสุนทรภู่ อาจจะมีเจ้านาย
หลายพระองคท์ ่ีอปุ ถมั ภส์ นุ ทรภู่อยู่นาน บางพระองค์กโ็ ปรดมาก เชน่ กรมหมืน่ อัปสรสุดาเทพ
ที่โปรดเรื่องพระอภัยมณี แต่ผู้ที่อ่านผลงานของสุนทรภู่นั้นจำนวนมากกว่า ฉะน้ัน
ผู้อ่านผลงานของสนุ ทรภู่มใิ ช่แคผ่ ูอ้ ุปถัมภ์เพยี งอยา่ งเดยี ว แต่คือผู้อา่ นท่มี จี ำนวนมาก เรียกว่า
“กระฎุมพ”ี
ผลงานของสุนทรภู่ มีความโดดเด่นทั้งในด้านเนื้อหาและกลวิธีการประพันธ์ผลงาน
ประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลงานประเภทนิราศ นิทาน สุภาษิต บทละคร เสภา และบทเห่กล่อม
รวมทั้งหมด ๒๓ เรื่อง ซึ่งผู้เขียนจะนำเสนอเหตุผล ๔ ประการ ที่ทำให้ผลงานของ
สนุ ทรภู่ไดร้ บั ความนยิ ม และเป็นที่ยอมรับอย่างกวา้ งขวางต้ังแต่อดตี จวบจนปัจจบุ ัน
ประการที่ ๑ สุนทรภู่เป็นคนที่มีวาทศิลป์ ทำให้ภาษาที่ใช้มีความสละสลวย
เห็นได้จากผลงานของสุนทรภู่ที่มักบรรยายหรือพรรณนาเหตุการณ์พร้อมสื่ออารมณ์ผ่าน
สนุ ทรภู่
กับกระบวนทัศน์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๒๘
ผลงานเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง สามารถสื่ออารมณ์ชัดเจน เข้าถึงความรู้สึกของผู้อ่านได้
ทกุ ชนช้นั ไม่วา่ จะเปน็ ชนช้นั เจา้ นายหรือชนชัน้ สามัญทว่ั ๆ ไป (อารยา ธงรตั กมั พล, ๒๕๖๒)
ตวั อย่างบทประพันธ์ จากเร่อื งพระอภัยมณี ตอนที่ ๙ พระอภยั มณีหนีนางผเี สอ้ื
๏ พระโฉมยงองค์อภยั มณีนาถ เพลินประพาสพิศดูหมมู่ จั ฉา
เหลา่ ฉลามลว้ นฉลามตามกนั มา ค่อยเคลอ่ื นคลาคล้ายคลา้ ยในสายชล
ฉนากอยูค่ ฉู่ นากไม่จากคู่ ข้ึนฟ่องฟพู ่นฟองละอองฝน
ฝงู พิมพาพาฝูงเข้าแฝงวน บ้างผดุ พ่นฟองนำ้ บา้ งดำจร
กระโหเ้ รียงเคยี งกระโหข้ ้นึ โบกหาง ลอยสลา้ งกลางกระแสแลสลอน
มังกรเก่ียวเล้ียวลอดกอดมงั กร ประชมุ ซอ่ นแฝงชลข้ึนวนเวยี น
ฝงู มา้ น้ำทำท่าเหมอื นมา้ เผน่ ขึ้นลอยเลน่ เลยี้ วลัดฉวัดเฉวียน
ตะเพยี นทองลอ่ งนำ้ นำตะเพยี น ดาษเดยี รดเู พลินจนเกินมา
เหน็ ละเมาะเกาะเขาเขยี วชอ่มุ โขดตะคมุ่ เคยี งเคยี งเรยี งรกุ ขา
จะเหลยี วซา้ ยสายสมุทรสดุ สายตา จะแลขวาควันคล้มุ กลมุ้ โพยม
จะเหลียวดสู รุ ิย์แสงเข้าแฝงเมฆ ให้วิเวกหวาดองค์พระทรงโฉม
ฟังสำเนยี งเสยี งคลนื่ ดงั ครืน้ โครม ย่ิงทกุ ขโ์ ทมนสั ในฤทยั ทวี
พอเย็นยำ่ ค่ำพลบลงโพล้เพล้ ท้องทะเลมืดมัวทว่ั วถิ ี
พระหา้ มเงอื กสองราด้วยปรานี ประเดย๋ี วนีล้ มกล้าสลาตนั
เหน็ ละเมาะเกาะใหญท่ ่ีไหนกว้าง หยดุ เสียบ้างให้สบายจึงผายผนั
เราหนนี างมาได้ก็ไกลครนั ต่อกลางวนั จงึ คอ่ ยไปใหส้ ำราญฯ
(พระอภัยมณี เลม่ ๑, ๒๕๔๔ : ๑๑๒-๑๑๓)
ภาพ : นางผีเสือ้ สมทุ รกต็ ิดตามพระอภยั มณมี าจนถึงเกาะแกว้ พสิ ดาร
และพระอภยั มณไี ดเ้ ปา่ ปสี่ ังหารนางผีเสือ้ สมุทร
ทีม่ า : http://1ab.in/j25
สนุ ทรภู่
๒๙ l กบั กระบวนทศั น์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน
กวีได้พรรณนาเรื่องราวผ่านตัวละคร สื่อให้เห็นถึงอารมณ์โศกเศร้าอาลัย และ
ความรักท่แี มล่ กู มตี ่อกันไดอ้ ยา่ งลึกซงึ้ กนิ ใจ ในตอนทีพ่ ลายงามตอ้ งพลัดพรากจากนางวันทอง
ตวั อยา่ งบทประพนั ธ์ จากเรือ่ งเสภาขนุ ช้างขุนแผน ตอนที่ ๒๔ กำเนดิ พลายงาม
๏ เจา้ พลายงามความแสนสงสารแม่ ชำเลืองแลดูหนา้ น้ำตาไหล
แลว้ กราบกรานมารดาด้วยอาลยั ลูกเตบิ ใหญ่คงจะมาหาแม่คณุ
แตค่ รง้ั นี้มีกรรมจะจำจาก ต้องพลัดพรากแมไ่ ปเพราะไอข้ นุ
เท่ยี วหาพอ่ ขอให้ปะเดชะบุญ ไมล่ ืมคณุ มารดาจะมาเยอื น
แม่รักลูกลกู ก็รอู้ ยูว่ ่ารัก คนอื่นสกั หมืน่ แสนไม่แม้นเหมอื น
จะกินนอนวอนวา่ เมตตาเตือน จะจากเรอื นรา้ งแมไ่ ปแตต่ วั
แม่วนั ทองของลูกจงกลับบา้ น เขาจะพาลว้าวุ่นแม่ทูนหวั
จะกม้ หน้าลาไปมิไดก้ ลวั แมอ่ ยา่ มวั หมองนกั จงหกั ใจฯ
(ขุนชา้ งขนแผน, ๒๕๕๙ : ๕๕๙-๕๖๐)
ภาพ : นางวนั ทองและพลายงามต้องลากัน จากนน้ั พลายงามจึงเดนิ ทางไปทีก่ าญจนบุรี
ท่ีมา : http://1ab.in/j3x
จากตัวอย่างบทประพันธ์ข้างต้น กวีสื่อความรู้สึกนึกคิดผ่านวรรณกรรมออกมา
ในรูปแบบและภาษาของตนเอง แต่สิ่งที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของกวีอย่างสุนทรภู่
คือวาทศิลป์ท่ีใช้ในบทประพันธ์ อีกทั้งสำนวนหารที่มีความไพเราะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่
ทำใหผ้ ลงานของสุนทรภูเ่ ปน็ ทีจ่ ดจำของผ้อู ่าน ท้ังยังเขา้ ถึงใจประชาชนทั่วไปไดเ้ ป็นอย่างมาก
สามารถอา่ น ตคี วาม และถอดความได้งา่ ย
สุนทรภู่
กับกระบวนทัศน์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๓๐
ประการที่ ๒ สุนทรภู่มีแนวคิดสมัยใหม่แบบตะวันตก ดังจะเห็นได้จากตัวละคร
และเน้ือเร่ืองในเรือ่ งพระอภยั มณี คอื นางละเวงวัณฬา ซงึ่ สุนทรภู่ไดแ้ รงบนั ดาลใจในการสร้าง
ตัวละครมาจากพระราชินีวิกตอเรียของอังกฤษ อีกทั้งนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ในประวัติศาสตร์ไปแปลงแต่งในเนื้อเร่ือง ตอน นางละเวงวัณฬาส่งกองทัพ ๙ ทัพ
มาตีเมืองผลึก ก็คล้ายคลึงกับเหตุการณ์สงคราม ๙ ทัพ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ เป็นต้น
(อารยา ธงรัตกัมพล, ๒๕๖๒)
ตัวอยา่ งบทประพนั ธ์ จากเร่ืองพระอภยั มณี ตอนท่ี ๒๙ ศกึ เก้าทัพตเี มืองผลึก
๏ ทัง้ เก้าทัพรับกนั เป็นธรรมยทุ ธ์ รำอาวุธเรยี งรายทัง้ ซ้ายขวา
แตม่ ้าทรงองคท์ า้ วเจ้าคลุ า ออกยนื หนา้ นายทหารถอื ขวานคลี
(พระอภัยมณี เลม่ ๑, ๒๕๔๔ : ๓๗๓-๓๙๒)
ฝ่ายกองทัพเมอื งต่าง ๆ ท่ีอาสานางละเวงทำศกึ กบั เมืองผลึกมีจำนวนทง้ั หมด ๙ ทัพ
ด้วยกัน ซึ่งคล้ายคลึงกับสงครามเก้าทัพของไทย ซึ่งเป็นสงครามระหว่างกรุงรัตนโกสินทรก์ ับ
อาณาจักรพมา่ หลงั จากท่พี ระบาทพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช ได้สถาปนากรุงรัตนโกสนิ ทร์
เป็นราชธานีแห่งใหม่ เวลานั้นบ้านเมืองอยู่ในช่วงผ่านศึกสงครามมาใหม่ ๆ ประจวบ
กับการสร้างบ้านแปลงเมือง รวมทั้งปราสาทราชวังต่าง ๆ ในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ พระเจ้าปดุง
กษัตริยอ์ ังวะ หลงั จากบรมราชาภิเษกขึ้นเปน็ กษตั ริย์พมา่ แลว้ ตอ้ งการประกาศแสนยานุภาพ
เผยแผ่อิทธิพล โดยได้ทำสงครามรวบรวมเมืองเล็กเมืองน้อยรวมถึงเมืองประเทศราชให้เป็น
ปึกแผ่น แล้วก็ได้ยกกองกำลังเข้ามาตีไทย โดยมีจุดประสงค์ทำสงครามเพื่อทำลาย
กรุงรัตนโกสนิ ทร์ใหพ้ ินาศย่อยยับเหมือนเช่นกรงุ ศรีอยธุ ยา
ภาพ : อทุ ยานประวัตศิ าสตรส์ งคราม ๙ ทัพ จังหวัดกาญจนบรุ ี
ซึ่งเปน็ แหล่งศกึ ษาทางประวตั ิศาสตร์ในสงคราม ๙ ทัพ
ทมี่ า : https://wow.in.th/6A17h
สนุ ทรภู่
๓๑ l กบั กระบวนทัศนใ์ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
นอกจากนี้สุนทรภู่ยังเป็นกวีคนแรก ๆ ที่ให้บทบาทตัวละครผู้หญิงในวรรณคดี
เปลี่ยนไปจากขนบวัฒนธรรมแบบเดิม ๆ คือมีความเก่งกาจ กล้าหาญ และมีสติปัญญา
เฉลียวฉลาด สามารถเปน็ เจา้ เมืองไดเ้ หมือนตวั ละครชาย แตกต่างจากตัวละครหญิงแบบเดิม
ที่มักโอนอ่อนตามใจตัวเอกอีกฝ่ายโดยง่าย ไม่ว่าเป็นจะเรื่องความคิด การกระทำ
หรอื การเลา้ โลมก็ตาม
ตวั อย่างบทประพนั ธ์ ตอนที่นางสุวรรณมาลีไดร้ บั บาดเจบ็ เพราะถกู ลกู ธนอู าบยาพษิ
นางจึงต้องกลับทำแผลในเมืองเสียก่อน แล้วจะกลับออกมาสู้รบใหม่ โดยบอกให้ลูกทั้งสาม
ช่วยรบั มอื ไวก้ ่อน
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ม่งิ มเหสี เมื่อไพรีรุมจบั รับไมไ่ หว
ถูกเกาทณั ฑ์กลน้ั แกลง้ แขง็ พระทยั เอาสไบพันทับใหล้ บั ตา
ต่างหยดุ รถลดองคด์ ำรงน่ัง โลหติ หลั่งไหลซาบอาบองั สา
ให้เสยี วซาบอาบจติ ดว้ ยพิษยา ยงั อุตส่าห์สงั่ ความสามกุมาร
แม่นถ้ี กู ลูกธนูอยู่ไม่ได้ จะไปใส่ยาแก้แผลสมาน
สกั คร่หู นง่ึ จงึ จะมาไมช่ า้ นาน พอ่ ชว่ ยต้านตง้ั มน่ั กนั พารา
(พระอภัยมณี เลม่ ๑, ๒๕๔๔ : ๓๘๒)
จากบทประพันธ์ข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่านางสุวรรณมาลีซึ่งเป็นตัวละครหญิง
ในวรรณคดีมีความเข้มแข็ง กล้าหาญ มีความเป็นผู้นำและเป็นนักรบที่เก่งกล้า ถึงแม้ว่าตน
จะเป็นผู้หญิง ในจุดนี้เองที่อาจจะเป็นความต่างของบทบาทตัวละครผู้หญิงในวรรณคดี
ทเี่ ปล่ยี นไปจากขนบวฒั นธรรมแบบเดิม ๆ จากตัวละครหญงิ ในอุดมคติทีถ่ ูกมองว่าจะตอ้ งเป็น
ผู้ตาม ไม่มีโอกาสในการแสดงความเป็นผู้นำ จึงมีลักษณะนิสัยใจคอไม่กล้ามีปากมีเสียง
ซื่อสัตย์ อดทน และจงรักภักดตี ่อสามีเท่าชีวิต เปรียบเสมือนช้างเท้าหลัง โดยมีตัวละครชาย
ซึง่ เปรียบเป็นชา้ งเท้าหนา้ หรือเปน็ ผนู้ ำในเรอื่ งต่าง ๆ
ตัวละครเอกฝ่ายหญิงในเรื่องพระอภัยมณีนี้ (อ้างถึงใน อัญชลี ภู่ผะกา, ๒๕๔๗)
มีอย่ดู ว้ ยกันหลายตวั และแตล่ ะตัวก็มบี ทบาทที่โดดเด่นและมลี ักษณะเฉพาะตัว และค่อนข้าง
มีความแตกต่างจากเรื่องทั่ว ๆ ไป ในวารสารของสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย
ฉบับภาพและบทบาทสตรีไทยในวรรณกรรมไทย (๒๕๓๔ : ๗๗) กลา่ วว่า “ตัวละครฝ่ายหญิง
ในเรื่องพระอภัยมณีมีลักษณะแตกต่างจากตัวละครฝ่ายหญิงในวรรณกรรมตั้งเดิมของไทย
หลายเรื่อง นั่นคือมีลักษณะแข็งแกร่ง ฉลาดหลักแหลม เด็ดเดี่ยว และกล้าหาญ ตัวละคร
สนุ ทรภู่
กบั กระบวนทัศน์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๓๒
ฝ่ายหญิงเหล่านี้มีลักษณะเท่าเทียมกับผู้ชาย นั่นคือ เป็นผู้ปกครองประเทศ บัญชาการรบ
และออกศึกจริง ๆ”
ภาพ : นางสุวรรณมาลี
ทม่ี า : https://wow.in.th/gwVv6
ประการที่ ๓ สุนทรภู่เป็นผู้ท่ีมีความรู้อย่างแตกฉานทางด้านวรรณคดี สุนทรภู่
ได้รับการศึกษาที่สำนักวัดชีปะขาว (ซึ่งพระราชทานนามในรัชกาลที่ ๔ ว่า วัดศรีสุดาราม)
ทำให้เป็นบุคคลที่มีความรู้ในการอ่านเขียน และได้เข้ารับราชการในกรมพระคลังสวน
ทั้งยังสร้างสรรค์ผลงานได้ตั้งแต่อายุ ๒๐ ปี ก่อนจะได้รับตำแหน่งเป็นขุนสุนทรโวหาร
ในกรมพระอาลักษณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๒ รวมถึงตำแหน่งพระสุนทรโวหารในสมัยรัชกาลที่ ๔
(อารยา ธงรัตกมั พล, ๒๕๖๒)
เห็นได้ว่าผลงานเรื่องต่าง ๆ ของสุนทรภู่ ไม่ว่าจะเป็นนิราศหรือกลอนนิยาย
มักแทรกสุภาษติ คำพงั เพย คำเปรียบเทยี บตา่ ง ๆ ไวเ้ สมอ แสดงถงึ การได้รับการศึกษามามาก
และสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาแทรกในผลงานได้อย่างแนบเนียน อีกทั้งสุนทรภู่เองก็เคยเป็น
ครูสอนหนังสือที่สำนักวัดชีปะขาว จึงให้ความสำคัญกับการศึกษา และแฝงคำสอนต่าง ๆ
ไวใ้ นวรรณคดี
ตัวอย่างบทประพนั ธ์ จากเร่อื งพระอภัยมณี ตอนที่ ๒๕ สดุ สาครเข้าเมอื งการะเวก
๏ บัดเด๋ียวดงั หงั่งเหง่งวงั เวงแวว่ สะดุง้ แลว้ เหลยี วแลชะแง้หา
เหน็ โยคีข่ีรุ้งพงุ่ ออกมา ประคองพาขึน้ ไปจนบนบรรพต
แลว้ สอนว่าอยา่ ไวใ้ จมนุษย์ มนั แสนสดุ ลกึ ลำ้ เหลอื กำหนด
ถงึ เถาวัลยพ์ นั เกี่ยวทีเ่ ล้ยี วลด กไ็ ม่คดเหมอื นหนง่ึ ในนำ้ ใจคน
มนุษยน์ ้ีทร่ี ักอยูส่ องสถาน บดิ ามารดารกั มักเป็นผล
ท่ีพงึ่ หน่ึงพ่งึ ได้แต่กายตน เกิดเป็นคนคิดเหน็ จงึ เจรจา
แม้นใครรกั รักมัง่ ชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอา่ นนะหลานหนา
รสู้ ิ่งไรไมส่ ูร้ ู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเปน็ ยอดดี
สนุ ทรภู่
๓๓ l กับกระบวนทัศน์ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
จงคิดตามไปเอาไมเ้ ท้าเถดิ จะประเสรฐิ สมรักเปน็ ศกั ดศิ์ รี
พอเสร็จคำสำแดงแจง้ คดี รูปโยคีหายวบั ไปกับตาฯ
(พระอภัยมณี เลม่ ๑, ๒๕๔๔ : ๓๐๘-๓๐๙)
จากบทประพันธ์ข้างต้น จะเห็นว่าสุนทรภู่ได้แทรกทั้งคำสอน เรื่องการไว้ใจคน
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และเน้นเรื่องการศึกษาเล่าเรียน แม้ว่าจะรู้เรื่องใด ๆ ก็ไม่ดีเท่ากับ
การมีความรู้และรู้จักเอาตัวรอดในสถานการณ์อันตรายต่าง ๆ ได้ เพื่อให้ผู้อ่านเอาใจใส่
ในการศึกษาวิชาความรู้เหมือนกับตัวของสุนทรภู่เองที่สนใจใฝ่ศึกษาหาความรู้และมีความรู้
อยา่ งกวา้ งขวาง
ภาพ : พระโยคีมาชว่ ยและสอนสุดสาคร จากนน้ั สดุ สาครไปเมืองการะเวก
ท่มี า : https://wow.in.th/VVcAL
สุนทรภู่ นอกจากเป็นผู้ที่มีความรู้อย่างแตกฉานทางด้านวรรณคดี ยังเป็นผู้ที่มี
ความสนใจใฝ่หาความรู้อยู่ไม่น้อย ดังจะเห็นไดจ้ ากความรู้รอบตัวในเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งหลาย
ที่ปรากฏให้เห็นในงานเขียน คือมีความรู้รอบตัวในวิชาการแขนงต่าง ๆ เกือบทุกแขนง
ทั้งทางโลกและทางธรรม ความรู้เหล่านี้อาจได้มาจากการเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่
ต่าง ๆ จากการได้อ่านมากฟังมาก และจากการสังเกตจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ได้
(ชลดา เรืองรักษล์ ขิ ติ , ๒๕๔๘ : ๒๖)
ตัวอยา่ งบทประพนั ธ์ จากเรอื่ งพระอภยั มณี ตอนท่ี ๑๗ ศรสี วุ รรณกบั สนิ สมุทรตาม
พระอภยั มณี
ชันษาข้ายีส่ บิ สี่เศษ เบญจเพสจึงตอ้ งตกระหกระเหนิ
อังคารเขา้ เสารท์ ับแทบยับเยิน ให้เผอญิ พรากพลัดพระภัสดา
(พระอภัยมณี เลม่ ๑, ๒๕๔๔ : ๒๐๑)
สนุ ทรภู่
กบั กระบวนทัศนใ์ นการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๓๔
จากบทประพันธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นว่า สุนทรภู่จะต้องมีความรู้ด้านโหราศาสตร์
ดีพอสมควร เพราะเรือ่ งนี้ตรงกับความเชอ่ื ทางโหราศาสตร์วา่ คนท่มี อี ายยุ า่ งเขา้ วัยเบญจเพส
หรอื ยส่ี บิ หา้ ปีมักจะตอ้ งประสบเคราะหก์ รรม
ตอนพราหมณ์สานนจับยามเพื่อให้คำแนะนำแก่ศรีสุวรรณว่าควรออกติดตามหา
พระอภัยมณีไปในทิศใดดีหลังจากที่พระอภัยมณีหายตัวไปโดยที่ศรีสวุ รรณและสามพราหมณ์
ไม่ทราบสาเหตุ ในตอนนีส้ ุนทรภู่บรรยายว่า
๏ เจา้ สานนคนฉลาดเฉลยตอบ พ่อคดิ ชอบอย่างนี้ดีหนักหนา
พ่ีได้ครรู ้เู รียนตำรามา จะจับยามสามตาให้แน่นอน
แลว้ นับนว้ิ นิ่งน่งั ตัง้ สติ ตามลทั ธิเรยี นรู้ที่ครูสอน
ทง้ั ลมจันทกาลาพยากรณ์ เหน็ แน่นอนแม่นยำแลว้ ทำนาย
อยา่ ครวญคร่ำรำพงึ ถึงพระพ่ี มสี ตรีพาไปดังใจหมาย
เขาอปุ ถัมภ์คำ้ ชูอยสู่ บาย พอเคราะหค์ ลายเห็นจะพบประสบกนั
(พระอภยั มณี เลม่ ๑, ๒๕๔๔ : ๑๗)
ประการที่ ๔ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้ชีวิตของสุนทรภู่
มีความรุ่งเรืองมาก โดยเฉพาะในสมัยของพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลท่ี
๒ และแม้หลังจากสิ้นรัชกาลไปแล้ว สุนทรภู่ก็ยังคงความจงรักภักดีต่อพระองค์
ไม่เสื่อมคลาย อย่างที่เห็นการรำพันถึงพระมหากรุณาธิคุณในผลงานเรื่องต่าง ๆ แสดงถึง
ความเป็นผูจ้ งรักภักดีตอ่ พระมหากษัตริย์ผู้มพี ระคุณ และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งทีท่ ำให้สุนทรภู่
ได้กลบั มารับราชการอีกครั้งในสมยั รชั กาลที่ ๔ ก็เป็นได้ (อารยา ธงรัตกัมพล, ๒๕๖๒)
ตัวอย่างบทประพันธ์ จากเรื่องนิราศภูเขาทอง เมื่อครั้งที่สุนทรภู่ได้อุปสมบทเป็น
พระภิกษจุ ำพรรษาอยู่ ณ วดั ราชบูรณะ หรือวดั เลียบ และไดเ้ ดนิ ทางไปกรงุ เก่าโดยทางเรือ
๏ ถึงหนา้ วังดงั หน่งึ ใจจะขาด คิดถงึ บาทบพิตรอดศิ ร
โอผ้ า่ นเกลา้ เจา้ ประคุณของสุนทร แตป่ างก่อนเคยเฝา้ ทกุ เชา้ เย็น
พระนพิ พานปานประหน่งึ ศีรษะขาด ดว้ ยไร้ญาติยากแคน้ ถงึ แสนเขญ็
ท้งั โรคซ้ำกรรมซดั วบิ ตั ิเป็น ไมเ่ ล็งเห็นท่ีซงึ่ จะพึ่งพา
จะสรา้ งพรตอตสา่ ห์สง่ สว่ นบุญถวาย ประพฤตฝิ ่ายสมถะท้ังวสา
เป็นสิง่ ของฉลองคุณมลุ กิ า ขอเปน็ ขา้ เคยี งพระบาททุกชาติไปฯ
(“นริ าศภเู ขาทอง” ประชุมคำกลอนสุนทรภู่, ๒๕๕๘ : ๑๐๑)
สุนทรภู่
๓๕ l กบั กระบวนทัศน์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน
พระบรมรปู เขยี น : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลยั
(ภาพสนี ำ้ มัน ณ พระที่นัง่ จกั รมี หาปราสาท พระบรมมหาราชวงั กรุงเทพฯ)
ท่มี า : https://wow.in.th/1B6hE
จากบทประพันธ์ข้างต้น แสดงให้เห็นว่าสุนทรภู่มีความอาลัยถึงพระบาทสมเด็จ
พระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลท่ี ๒ เนื่องจากช่วงเวลาที่สุนทรภู่รับราชการเป็น
ขุนสุนทรโวหารในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเป็นช่วงระยะเวลาที่ชีวิต
ของสุนทรภู่มีความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสูงสุด ได้รับพระราชทานยศถาบรรดาศักดิ์
บ้านพักอาศัย และมีโอกาสเข้าเฝ้าเบื้องพระยุคลบาทอย่างใกล้ชิด อีกทั้งเป็นที่ปรึกษา
ด้านการกวีของพระมหากษัตริย์จนสามารถต่อบทพระราชนิพนธ์ ด้วยเหตุนี้
เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคต สุนทรภู่จึงเกิดความรู้สึกว่าได้
สูญเสียร่มโพธิ์ทองที่เคยปกป้องคุ้มครองตน นับเป็นการสูญเสียยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ทำให้
สูญสิ้นลาภยศที่เคยมีเคยได้ ยิ่งเมื่อถูกถอดยศก็ยิ่งรู้สึกว่าขาดที่พึ่งมากยิ่งขึ้นจึงมีแต่
ความโศกเศร้า และขมข่นื ใจอย่างแสนสาหสั ดงั ปรากฏเด่นชดั ในผลงานดงั น้ี
.......................... ..........................
แมน้ กำเนิดเกดิ ชาตใิ ดใด ขอให้ไดเ้ ป็นขา้ ฝ่าธุลี
สน้ิ แผน่ ดนิ ขอให้ส้ินชวี ติ บา้ ง อยา่ รู้ร้างบงกชบทศรี
เหลอื อาลัยใจตรมระทมทวี ทกุ วนั น้กี ็ซังตายทรงกายมาฯ
(“นิราศภเู ขาทอง” ประชมุ คำกลอนสุนทรภู่, ๒๕๕๘ : ๑๐๔)
สุนทรภู่
กบั กระบวนทัศน์ในการสร้างสรรคผ์ ลงาน l ๓๖
ภาพ : เจดยี ์ภูเขาทอง จังหวดั พระนครศรีอยุธยา
ท่มี า : https://wow.in.th/8hv09
สังคมไทยไทยสมัยสนุ ทรภู่เป็นสังคมที่มกี ารปกครองระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย์
กษัตริย์เป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน ประชาชนก็ยอมรับในพระราชอำนาจอันสูงสุดนี้
รวมทัง้ ใหค้ วามเคารพยำเกรงผมู้ ียศศกั ด์หิ รืออำนาจเหนอื ตนด้วย สุนทรภู่คงไดร้ บั การปลูกฝัง
เรื่องค่านิยมดังกล่าวนี้ด้วย อีกประการหนึ่งสุนทรภู่ได้คลุกคลีกับเจ้านายมาตั้งแต่เด็ก
คืออาศัยอยู่ในบริเวณกรมพระราชวังหลังกับมารดาได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กใน
พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ และเป็นกวีที่ปรึกษาของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ตามลำดับ นับว่าสุนทรภู่ได้รับการอบรมและฝึกฝนให้เรียนรู้การยอมรับทั้งพระเดช
และพระคุณของกษัตริย์และของเจ้านายเชื้อพระวงศ์มาแต่วัยเด็ก สุนทรภู่จึงมีค่านิยม
ในการยกย่องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์และยอมรับในพระราชอำนาจของกษัตริย์
สว่ นเจ้าเจ้าขุนมูลนายน้นั ดูเหมอื นจะไม่มคี วามสำคัญสำหรับสุนทรภู่เท่าใดนกั ท้งั นี้อาจเพราะ
สุนทรภู่ได้พึ่งบารมีและผูกพันใกล้ชิดกับกษัตริย์และเจ้านายเชื้อพระวงศ์ชั้นผู้ใหญ่โดยตรง
มาต้ังแต่เดก็ มไิ ด้ขึ้นอยู่กบั เจ้าขนุ มูลนายแตอ่ ยา่ งใด (ชลดา เรอื งรักษ์ลขิ ิต, ๒๕๔๘ : ๒๖)
ผลงานทีถ่ ูกสร้างสรรคข์ นึ้ มาอย่างมคี ณุ ภาพน้นั ล้วนมาจากตัวตนของกวีผู้ประพันธ์
เองด้วยส่วนหนึ่ง ทั้งลักษณะนิสัย ความรู้สึกนึกคิด จินตนาการ องค์ความรู้ต่าง ๆ รวมถึง
ทศั นคติท่ีกวีไดส้ ะท้อนความคิดผา่ นตวั หนงั สอื ออกมาเป็นผลงานไดอ้ ยา่ งยอดเยย่ี ม แม้ว่าเวลา
จะผ่านไปนานเท่าใด แต่ผลงานวรรณกรรมของสุนทรภู่ก็ยังได้รับความนิยมจวบจนปัจจุบัน
ท้ังนีเ้ พราะวรรณกรรมของสนุ ทรภ่เู ขา้ ถึงบุคคลทุกชนชั้น ทกุ ระดบั ไม่วา่ จะเปน็ ชนชั้นเจา้ นาย
และชนชั้นประชาชนทั่วไป อีกทั้งเรื่องราวมีความสนุกสนานแปลกใหม่ มีแนวคิดและมุมมอง
แบบใหม่ สำนวนโวหารง่ายแต่มีความไพเราะและจับใจคนอ่านทุกสมัย ดังสมญา “มหากวี
กระฎุมพี” อย่างที่ คุณนิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้เคยกล่าวไว้อย่างไม่มีข้อสงสัย และด้วยเหตุน้ี
จึงทำใหผ้ ลงานของสุนทรภู่เป็นทยี่ อมรบั และมีผู้ช่นื ชอบอยา่ งกวา้ งขวาง
บรรณานกุ รม
กุสมุ า รักษม์ ณี และคณะ. (๒๕๕๗). สนุ ทรภู่อาลกั ษณน์ ักเลงทำเพลงยาว. กรงุ เทพฯ :
พมิ พ์ดี.
ขุนชา้ งขุนแผน (ฉบับชำระใหม)่ . (๒๕๕๙). กรงุ เทพฯ : แสงดาว.
ชลดา เรืองรักษล์ ขิ ิต. (๒๕๔๘, กรกฎาคม-กันยายน). พระอภยั มณี : มณแี หง่ วรรณคดีไทย.
วารสารราชบณั ฑติ ยสถาน. ๓๐(๓) : ๗๖๔-๗๘๔.
ชลดา เรืองรักษ์ลิขติ . (๒๕๔๘). ชวี ประวตั แิ ละงานของสุนทรภู่. (พมิ พ์ครงั้ ท่ี ๓). กรงุ เทพฯ :
สำนักพมิ พจ์ ฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
นิธิ เอยี วศรีวงศ.์ (๒๕๔๗, สงิ หาคม) สนุ ทรภู่ “ความรูใ้ หม่” โยงใย “ความรเู้ กา่ ” ในยคุ สมัย
แห่งความเปลยี่ นแปลงดา้ นความร.ู้ นิตยสารศิลปวัฒนธรรม. ๒๕(๑๐).
ภู่, พระสุนทรโวหาร. (๒๕๔๔). พระอภัยมณี เล่ม ๑. (พิมพ์คร้งั ที่ ๑๖). กรุงเทพฯ : โสภณ.
ภู่, พระสุนทรโวหาร. (๒๕๔๔). พระอภัยมณี เล่ม ๒. (พิมพค์ รง้ั ที่ ๑๖). กรุงเทพฯ : โสภณ.
ภู่, พระสนุ ทรโวหาร. ประชมุ คำกลอนสุนทรภู่. กรงุ เทพฯ : แสงดาว.
รตั นพล ช่นื ค้า. (๒๕๕๙). สหวทิ ยาการวศิ าลศลิ ป์. กรุงเทพฯ : สายธรุ กิจโรงพิมพ์.
สุจิตต์ วงษเ์ ทศ. (๒๕๓๗, มถิ ุนายน). พระอภัยมณมี ีฉากอย่ทู ะเลอันดามัน อ่าวเบงกอล และ
มหาสมุทรอินเดีย. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม. ๑๕(๘) : ๗๗-๙๐.
หน, เจ้าพระยาพระคลัง. (๒๕๕๑). สามก๊ก ฉบบั เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เล่ม ๑. (พมิ พ์
คร้ังท่ี ๒๔). กรงุ เทพฯ : ดอกหญา้ .
หอสมุดพระวชิรญาณ. (๒๕๕๕). เสภาเรื่อง ขุนช้าง-ขนุ แผน. กรุงเทพฯ : พมิ พด์ กี ารพิมพ.์
อญั ชลี ภูผ่ ะกา. (๒๕๔๗, เมษายน-กนั ยายน). พระอภัยมณี : การผสมผสานขนบเดิมกับ
จินตนาการใหม.่ วารสารปารชิ าต. ๑๗(๑) : ๒๐-๒๙.
นิธิ เอยี วศรวี งศ.์ (๒๕๔๙). สนุ ทรภู่ มหากวกี ระฎมุ พี. [ออนไลน]์ . สบื คน้ เม่อื ๑๘ กันยายน
๒๕๖๓, จาก https://prachatai.com/journal/2006/06/8794
พนั ธุท์ พิ ย์ ธรี ะเนตร. (๒๕๖๒). เปดิ เร่อื งจริง “สนุ ทรภู่” ทค่ี รไู มเ่ คยสอน จากข้อมลู อกี ด้าน
หลักฐานอกี มมุ . [ออนไลน]์ . สบื คน้ เมอื่ ๑๓ กนั ยายน ๒๕๖๓, จาก
https://www.matichon.co.th/ prachachuen/news_189437
สมชาย พมุ่ สะอาด. (๒๕๕๘). ลกั ษณวงศว์ รรณคดขี องสนุ ทรภู่. [ออนไลน]์ . สืบคน้ เมอ่ื ๑๓
กันยายน ๒๕๖๓, จาก https://www.silpathai.net/ลักษณวงศ์วรรณคดขี องสนุ /
ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ. (๒๕๖๓). ไตรภูมิกถาฉบับถอดความ. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๐
กันยายน ๒๕๖๓, จาก https://vajirayana.org/ไตรภูมิกถาฉบับถอดความ/บทที่-
๕-แดนมนุษย์
ห้องสมดุ ดจิ ิทัลวชริ ญาณ. (๒๕๖๓). นิทานคำกลอนสุนทรภ่เู รอ่ื งโคบุตร. [ออนไลน์]. สืบคน้
เมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๓, จาก https://vajirayana.org/นิทานคำกลอนสุนทรภู่
เรื่องโคบตุ ร/ตอนที่-๑-กำเนิดโคบุตร
หอ้ งสมดุ ดจิ ิทลั วชริ ญาณ. (๒๕๖๓). นิทานคำกลอนสนุ ทรภเู่ รอ่ื งลักษณวงศ์. [ออนไลน์].
สืบค้นเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๓, จาก https://vajirayana.org/ลักษณวงศ์/
ตอนท่ี-๒-ท้าวพรหมทัตตรัสสั่งประหารพระมเหสีและพระราชโอรส-แต่เพชฌฆาต
ปลอ่ ยไป
ห้องสมดุ ดิจทิ ลั วชริ ญาณ. (๒๕๖๓). นทิ านคำกลอนสนุ ทรภู่เร่ืองลกั ษณวงศ์. [ออนไลน์].
สืบค้นเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๓, จาก https://vajirayana.org/ลักษณวงศ์/
ตอนท-ี่ ๔-ลกั ษณวงศ์ตามหามารดาจนไดพ้ บนางทิพเกสร
หอ้ งสมุดดจิ ิทลั วชิรญาณ. (๒๕๖๓). นทิ านคำกลอนสนุ ทรภเู่ ร่อื งสงิ หไกรภพ. [ออนไลน์].
สืบค้นเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๓, จาก https://vajirayana.org/สิงหไกรภพ/
ตอนท-่ี ๓-พราหมณ์จินดาลกั พระกุมารไป-ท้าวพนิ ทมุ ารจบั สองกุมารแล้วพาไปเล้ียง
ไว้ในถำ้
ห้องสมุดดจิ ิทลั วชิรญาณ. (๒๕๖๓). นิทานคำกลอนสุนทรภู่เรื่องสงิ หไกรภพ. [ออนไลน์].
สืบค้นเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๓, จาก https://vajirayana.org/สิงหไกรภพ/ตอน
ท-ี่ ๙-สิงหไกรภพกลับเมอื งโกญจา
อารยา ธงรัตกมั พล. (๒๕๖๒). สนุ ทรภู่ “มหากวกี ระฎุมพี” ผูม้ ีเสนห่ ์มากกวา่ การเป็นกวี.
[ออนไลน์]. สบื คน้ เมื่อ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓, จาก https://www.silpamag.com
/history/article_9972
ภาคผนวก
เกีย่ วกบั ผู้เขียน
นางสาวชลธชิ า บุญชู
รหัสประจำตัวนกั ศึกษา ๖๐๑๐๑๑๑๒๒๓๐๐๔
นกั ศกึ ษาช้ันปที ี่ ๔ สาขาวิชาภาษาไทย
วิทยาลัยการฝกึ หดั ครู มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพระนคร
นามปากกา : พิมแพร
นางสาวนำ้ ผึ้ง สงิ หแ์ กว้
รหสั ประจำตัวนักศึกษา ๖๐๑๐๑๑๑๒๒๓๐๐๕
นักศึกษาชัน้ ปีท่ี ๔ สาขาวชิ าภาษาไทย
วทิ ยาลยั การฝกึ หดั ครู มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร
นามปากกา : สายนำ้ ผึง้
นายฐติ ศิ ักดิ์ ทองสุขแก้ง
รหสั ประจำตัวนักศกึ ษา ๖๐๑๐๑๑๑๒๒๓๐๒๖
นักศกึ ษาช้ันปีท่ี ๔ สาขาวชิ าภาษาไทย
วทิ ยาลยั การฝึกหดั ครู มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนคร
นามปากกา : ราศี ตศิ ักด์ิ
ร่วมรำลึกยอดครูกลอน “สนุ ทรภ่”ู
ร่วมเชิดชู “มหำกว”ี ทวถี วิล
ร่วมสืบสำน “วรรณคดศี รแี ผ่นดนิ ”
“วรรณศลิ ป”์ ทรงคณุ ค่ำ “ปญั ญำครู”
- สุปำณี พัดทอง -