The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการประเมินและจัดการอาการในผู้ป่วยระยะท้าย สำหรับญาติผู้ดูแล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ramathibodi Palliative care Excellent Center, 2020-08-27 23:15:10

คู่มือการประเมินและจัดการอาการในผู้ป่วยระยะท้าย สำหรับญาติผู้ดูแล

คู่มือการประเมินและจัดการอาการในผู้ป่วยระยะท้าย สำหรับญาติผู้ดูแล

ใช้ยำ กำรจัดกำร
อำกำร
ไม่ใชย้ ำ

จัดทำโดย พว. ศิรพิ ร เสมสำร
ผู้ปฏิบัตกิ ำรพยำบำลข้ันสูงระดับวุฒิบัตร
ศนู ยค์ วำมเปน็ เลศิ ด้ำนกำรดูแลแบบประคบั ประคอง
คณะแพทยศำสตร์โรงพยำบำลรำมำธบิ ดี มหำวิทยำลัยมหิดล

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

ไม่มีอาการ มีอาการเล็กน้อย มอี าการปลานกลาง มีอาการ
รนุ แรงมากที่สุด

ใชย้ ำ กำรจัดกำร

ไมใ่ ช้ยำ อำกำรระยะท้ำย

คำนำ

ผู้ป่วยโรคเร้ือรังที่อยู่ในระยะท้ำย ร่ำงกำยจะเกิดกำรเปลี่ยนแปลง และมี
สภำพถดถอยลงเร่ือยๆ ซ่ึงเม่ือถึงจุดที่ผู้ป่วยใกล้เสียชีวิต กำรทำงำนของอวัยวะใน
ระบบต่ำงๆ จะเร่ิมสูญเสียกำรทำงำนตำมหน้ำท่ี ทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับอำกำรต่ำงๆ
ที่ก่อให้เกิดควำมไม่สุขสบำย อำกำรท่ีมักพบในระยะท้ำยได้แก่ อำกำรปวด หำยใจ
เหน่ือยหอบ อ่อนเพลีย เบือ่ อำหำร คล่นื ไส้/อำเจยี น ท้องผูก และอำจมีสบั สน/วุ่นวำย
รว่ มด้วย จึงตอ้ งมีผู้ดูแลช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันต่ำงๆ รวมถงึ กำรดูแลและจัดกำร
อำกำรท่ีเกิดขนึ้ เพอื่ ใหผ้ ู้ปว่ ยสุขสบำยไม่ทกุ ขท์ รมำน

ดังนั้นผู้ดูแลจำเป็นต้องมีควำมเข้ำใจเก่ียวกับกำรเปล่ียนแปลงของร่ำงกำย
รวมถึงอำกำรต่ำงๆในระยะท้ำยท่ีเกิดกับผู้ป่วย และเข้ำใจหลักในกำรดูแลผู้ป่วยใน
ระยะท้ำยให้สขุ สบำย

คู่มือ “กำรประเมินและจัดกำรอำกำรในผู้ป่วยระยะท้ำย สำหรับญำติ”
เล่มนี้ จัดทำข้ึนเพ่ือเป็นกำรส่งเสริมศักยภำพของญำติผู้ดูแล ให้มีควำมรู้และทักษะใน
กำรจัดกำรอำกำรท่ีเกิดกับผู้ป่วยในระยะท้ำย ได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม จะช่วยให้
ผปู้ ว่ ยมคี ุณภำพชวี ิตท่ีดี และสำมำรถจำกไปอย่ำงสงบไมท่ ุกขท์ รมำน

พว. ศิริพร เสมสำร
ผปู้ ฏิบัติกำรพยำบำลขัน้ สูงระดับวุฒบิ ัตร

21 กรกฎำคม 2563

สำรบัญ หนำ้
1
คำแนะนำในกำรใช้คูม่ ือ 2
หลักสำคัญในกำรจัดกำรอำกำร 3
กำรประเมินและบรหิ ำรยำแก้ปวด 5
อำกำรปวด 6
8
คำแนะนำในกำรจดั กำรควำมปวด 10
12
เหนื่อยหอบ 14
ท้องผูก 16
เบ่ืออำหำร 18
คลน่ื ไส/้ อำเจียน 19
สบั สน/วุน่ วำย
อำกำรและแนวทำงกำรดแู ลผ้ปู ่วยในระยะสุดทำ้ ย
เอกสำรอำ้ งองิ

1

คำแนะนำในกำรใชค้ ่มู อื กำรจดั กำรอำกำร

1. ประเมินอำกำรท่ีเกิดข้ึน โดยกำรสอบถำมกับผู้ป่วยโดยตรง กรณีผู้ป่วยไม่
สำมำรถสื่อสำรได้ ใช้วธิ กี ำรสังเกตอำกำรผิดผกติ เชน่ กระสบั กระส่ำย ชีพจรต้น
เร็ว หำยใจหอบเหน่ือย นอนบดิ เกร็ง หนำ้ นว่ิ ค้ิวขมวด เป็นต้น

2. ประเมินผู้ป่วยแบบองค์รวม โดยกำรประเมินอำกำรทำงกำย จิตใจ สังคม และ
ควำมตอ้ งกำรด้ำนจิตวญิ ญำณ เพอื่ คน้ หำสำเหตขุ องกำรเกิดอำกำรน้ันๆ

3. ใช้แบบประเมินระดับควำมรุนแรงของอำกำรทุกครั้ง เพ่ือกำรจัดกำรอำกำรท่ี
เหมำะสมตำมระดบั ควำมรุนแรง

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

คะแนน 0 ใชส้ ัญลกั ษณ์ หมำยถงึ ไม่มอี ำกำร

คะแนน 1-3 ใช้สัญลักษณ์ หมำยถึง มีอำกำรเล็กนอ้ ย

คะแนน 4-6 ใชส้ ญั ลักษณ์ หมำยถึง มอี ำกำรปำนกลำง

คะแนน 7-10 ใชส้ ญั ลกั ษณ์ หมำยถงึ มีอำกำรรุนแรงมำก

4. ให้กำรดูแลช่วยเหลือโดยกำรใช้ยำ ร่วมกับกำรไม่ใช้ยำ ตำมระดับของอำกำร
นน้ั ๆ

5. ประเมนิ อำกำรของผู้ป่วยภำยหลังให้กำรช่วยเหลือไปแล้ว 30 นำที

6. ให้ผู้ดูแลสังเกตอำกำรผู้ป่วย หำกอำกำรไม่ดีข้ึนภำยหลังให้กำรช่วยเหลือไป

แล้ว ให้โทรศัพท์ปรกึ ษำ เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

2

1. เช่ือว่ำผู้ป่วยมีอำกำรเกิดขน้ึ จริง
2. ประเมินปัจจัยองคป์ ระกอบของกำรเกดิ อำกำร เพ่ือวเิ ครำะห์หำสำเหตุ
3. ประเมินระดบั ควำมรุนแรงของอำกำร ก่อนและหลังจัดกำรอำกำรทุกครั้ง
4. เร่มิ ใหก้ ำรชว่ ยเหลือแต่เน่ินๆ อยำ่ ปล่อยใหม้ ีอำกำรรุนแรงแลว้ ค่อยจดั กำร
5. ใช้หลำยวิธีรว่ มกันในกำรจัดกำรอำกำรท่ีเกิดข้นึ ทง้ั กำรใช้ยำและไม่ใชย้ ำ
6. บนั ทึกข้อมูลเกีย่ วกบั อำกำร และวธิ ใี นกำรจัดกำรอำกำรแต่ละคร้ัง

1. เพ่ือลดควำมทุกข์ทรมำนจำกอำกำรต่ำงๆ
2. เพ่ือช่วยให้ผ้ปู ว่ ยสุขสบำยมำกทีส่ ุด
3. เพ่ือคงไว้ซ่ึงกำรทำหน้ำที่ของอวัยวะให้เป็นปกติที่สดุ
4. เพื่อป้องกนั ภำวะแทรกซ้อนที่อำจเกิดขน้ึ
5. เพื่อช่วยให้ผปู้ ว่ ยอยูไ่ ด้นำนท่สี ุด

3

คุณภำพชีวติ
ของผู้ป่วย

กำรประเมนิ อำกำรปวด
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

ไมป่ วด ปวดเล็กนอ้ ย ปวดปำนกลำง ปวดรุนแรงมำกที่สดุ

ผู้ดูแลควรทำกำรประเมินควำมปวดอย่ำงสม่ำเสมอ อย่ำงน้อยวันละ 2 คร้ัง ให้
ครอบคลุมดังน้ี ตำแหน่งท่ีปวด ลักษณะของควำมปวด ควำมรุนแรงของควำมปวด
ปัจจัยท่ีทำให้ควำมปวดเพ่ิมขึ้นหรือลดลง เพื่อติดตำมกำรตอบสนองต่อกำรจัดกำร
อำกำรทใ่ี ห้แกผ่ ู้ปว่ ย

ขั้นที่ 1. ปวดเล็กนอ้ ย ขนั้ ที่ 2. ปวดปำนกลำง ขั้นที่ 3. ปวดรุนแรงทีส่ ุด
คะแนนปวด 1-3 คะแนนปวด 4-6 คะแนนปวด 7-10

พำรำเซตำมอล โคดอิ นี มอร์ฟีน หรือใหม้ อรฟ์ นี
รว่ มกบั พำรำเซตำมอล
หรอื ให้ ทรำมอล

ยำทใี่ ชร้ ว่ มกันกบั ยำท้ัง 3 กลุ่ม เชน่ ยำลดกำรอักเสบ ยำคลำยเครยี ด ยำตำ้ นควำมซึมเศร้ำ เป็นต้น

4

หลักกำรบรหิ ำรยำตำมขนั้ บันได ตำมควำมรนุ แรงของควำมปวด

1. ใหย้ ำตำมเวลำอย่ำงตอ่ เน่ืองตำมแพทย์สัง่ แมว้ ่ำผปู้ ่วยไมร่ ้องขอยำ
2. ใหย้ ำตำมระดับควำมรุนแรงของควำมปวด เช่น ปวดนอ้ ย ปวดปำนกลำง

ปวดรนุ แรง
3. เลอื กวิธีกำรใหย้ ำทำงปำกเปน็ อันดบั แรก กรณีไม่สำมำรถกินทำงปำกได้

พจิ ำรณำเลอื กรปู แบบยำแก้ปวดตำมควำมเหมำะสมกบั ผูป้ ่วย เช่น ชนดิ แผน่ แปะ
ชนิดฉีดเข้ำชน้ั ใตผ้ ิวหนังเพ่ือคมุ อำกำรอยำ่ งต่อเนอ่ื ง
4. กรณใี ห้ยำแล้วอำกำรปวดไมท่ ุเลำลง หำกต้องกำรปรบั ยำเพม่ิ ข้นึ ควรโทรปรึกษำ
กอ่ น
5. สำมำรถใช้วธิ กี ำรไม่ใชย้ ำร่วมกับกำรใช้ยำได้ ในกรณที ี่อำกำรยงั ไม่ทุเลำลง
6. ใชย้ ำเสรมิ รว่ มด้วยได้ ในทุกระดับของบันไดควำมปวด
7. หลงั ให้ยำควรบนั ทึกเวลำที่ใหย้ ำ ขนำดและปริมำณยำ ชนิดยำแกป้ วด ทกุ ครั้ง
8. ตดิ ตำมประเมนิ อำกำร ภำยหลังกำรให้ยำไปแลว้ อยำ่ งนอ้ ย ½ ถงึ 1 ช่วั โมง

5

อาการปวด

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

ไม่ปวด ปวดเลก็ น้อย ปวดปำนกลำง ปวดรุนแรงมำกทสี่ ุด

ประเมินควำมปวดกอ่ นทุกคร้งั ดังนี้..

1. ปวดแบบไหน.. จี๊ดๆ ตอื้ ๆ ปวดเสียด หรือ ปวดแสบปวดร้อน เป็นตน้
2. สีหนำ้ ท่ำทำง ของผปู้ ่วยเป็นอยำ่ งไรบ้ำง
3. ควำมรุนแรง.. เช่น ปวดก่คี ะแนน ต้ังแต่ 0-10 คะแนน
4. ตำแหน่ง.. เช่น ปวดตรงบรเิ วณใด ร้ำวไปที่ใดบำ้ ง
5. ระยะเวลำทีเ่ กิด.. เชน่ ปวดแตล่ ะครง้ั นำนแคไ่ หน
6. ควำมถ่ี.. เชน่ ควำมปวดเกิดขนึ้ บอ่ ยแค่ไหน ในหนึง่ วนั
7. คน้ หำสำเหตวุ ่ำ.. อะไรทำให้ปวดเพ่ิมข้ึน อะไรทำใหป้ วดลดลง

6

คำแนะนำในกำรจดั กำรควำมปวด

1. ประเมนิ ควำมปวดกอ่ นทกุ คร้งั
2. ประเมินควำมปวดอย่ำงสม่ำเสมอ อย่ำงน้อยวันละ 2 คร้งั
3. เลือกใชย้ ำตำมคำแนะนำจำกแพทย์ อยำ่ งเคร่งครัด
4. ประเภทยำแก้ปวดที่นยิ มใช้ในผู้ปว่ ยระยะท้ำย ได้แก่

4.1 กลมุ่ โอปอิ อยด์ เชน่ มอรฟ์ ีน (Mophine) คำพำนอล (Kapanal)
เฟ็นทำนลี (Fentanyl) ทรำมอล (Tramal) โคดอิ นี (Codeine)

4.2 กลุ่ม ไมใ่ ช่โอปิออยด์ เชน่ พำรำเซตำมอล (Paracetamal)
4.3 ยำเสรมิ หรอื ยำทีใ่ ช้ร่วมกนั กบั ยำ 2 กลุ่มแรก เช่น ยำคลำยเครยี ด ยำนอนหลบั

ยำสเตยี รอยด์ ยำต้ำนกำรอักเสบ หรือยำคลำยกล้ำมเนอ้ื เป็นตน้
5. ใหย้ ำตำมขัน้ บนั ไดควำมปวด ดงั น้ี

ขัน้ ท่ี1. ปวดเล็กนอ้ ย ให้ยำกลมุ่ ไมใ่ ชโ่ อปอิ อยด์ รว่ มกับยำเสริมตำมอำกำร
ข้นั ที่2. ปวดปำนกลำง ใหย้ ำกลมุ่ โอปิออยด์ชนิดออกฤทธป์ิ ำนกลำง เช่น

โคดอิ นี (Codeine) หรือทรำมอล (Tramal) หรอื ใช้ยำเสริมร่วมดว้ ย
ข้นั ท่ี3. ปวดรนุ แรงที่สุด ใหย้ ำกลมุ่ โอปิออยด์ชนิดออกฤทธิแ์ รง โดยให้

ยำกลุ่มไม่ใช่ โอปิออยด์ หรอื ยำเสริมรว่ มด้วย
6. อำกำรข้ำงเคียง จำกยำกลุ่มโอปิออยด์ (เช่น ยำมอร์ฟีน) ไดแ้ ก่

- ท้องผกู พบได้เกอื บทุกรำย ควรกินยำระบำยร่วมดว้ ยเสมอ
- คลนื่ ไส้ อำเจยี น พบได้รอ้ ยละ 50-70 โดยเฉพำะ 2-3 วนั แรก ถำ้ เปน็ มำก
ใชย้ ำแก้อำเจยี นรว่ มดว้ ย
- งว่ งซึม พบบอ่ ยช่วง 2-3 วนั แรก ไม่ตอ้ งปรับยำลง
- สับสน วนุ่ วำย เกิดได้ในผ้ปู ่วยสูงอำยุ หำกเปน็ มำก ควรปรึกษำแพทย์
เพือ่ ปรบั เปลย่ี นยำตำมควำมเหมำะสม

7

ลักษณะอำกำรที่บ่งช้ี กำรจดั กำรอำกำร
วำ่ ผู้ป่วย
ใชย้ ำ ไมใ่ ชย้ ำ
อำจมีอำกำรปวด
1 2 3 1. สอนผ่อนคลำยโดย
1. ผู้ป่วยบอกไดเ้ องวำ่
ปวดก่ีคะแนน ใชพ้ ำรำเซตำมอล หรอื กำรสูดลมหำยใจเข้ำ-
ออก ช้ำๆ ลึกๆ ยำวๆ
2. สหี น้ำไม่สุขสบำย
เศรำ้ หมอง ใชย้ ำต้ำนกำรอักเสบ หรือ 2.สอนกำรทำสมำธิ

3. นอนนิ่งเฉย เงียบๆ ใช้แอสไพรินตำมแพทย์สง่ั 3.ใชค้ วำมร้อนประคบ
ไมค่ อ่ ยขยับตัว ไม่
สนใจส่ิงแวดลอ้ ม 456 4.ใชค้ วำมเย็นประคบ
5.ช่วยบีบ หรือชว่ ยนวด
4. นอนบิดตวั เกรง็ ใช้ยำทรำมอล หรอื 6.จดั ท่ำทสี่ บำยและผ่อน
5. รอ้ งครวญครำง
6. หน้ำนิ่ว ควิ้ ขมวด ใชย้ ำโคดิอีน หรือ คลำยกล้ำมเน้ือ เช่น
7. หำยใจถี่ เรว็ หอบ
ใชย้ ำหลักร่วมกับยำเสริม นอนหงำย หรอื หนุน
เหนือ่ ย เหงื่อแตก อวัยวะท่ีผู้ปว่ ยปวดขนึ้
8. ชีพจรเต้นเร็ว แรง 7 8 9 10 สูง เป็นต้น
7.เปิดเสียงเพลงเบำๆ
ใชม้ อร์ฟีน หรือ 8.ชวนพดู คุย เพ่ือ
มอร์ฟนี กบั พำรำเซตำมอล เบย่ี งเบนควำมสนใจ
หรอื ใช้ยำคำพำนอล ของผปู้ ว่ ย
หรือ ใชย้ ำเฟนตำนีล

หรือ ใชม้ อรฟ์ ีน ร่วมกับใช้

ยำเสริมตำมแพทยส์ ั่ง

อำกำรไม่ดีขน้ึ โทรปรกึ ษำ

8

เหนือ่ ยหอบ

ทำกำรประเมินอำกำรเหน่ือยหอบ และหำสำเหตุ ร่วมด้วย

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

ไมเ่ หนือ่ ย เหนอ่ื ยเล็กนอ้ ย เหน่ือยปำนกลำง เหน่ือยหอบรุนแรงมำกทสี่ ุด

สำเหตอุ ำกำรเหนอ่ื ยหอบ
1. มีโรคทำงปอด เช่น ปอดอดุ กั้นเร้ือรัง โรคหอบหดื โรคปอดอกั เสบ เป็นตน้
2. โรคมะเร็งกระจำยมำท่ีปอด ทำใหป้ อดมนี ้ำหรือลมในชอ่ งเยอ่ื หมุ้ ปอด
3. กลำ้ มเนอ้ื อ่อนแรง พบในผู้ปว่ ยผอมแห้งมำกๆ
4. ภำวะอดุ กั้นทำงเดินหำยใจสว่ นบน จำกก้อนมำกดเบียดทำงเดินหำยใจ
5. มีน้ำในเย่ือหุ้มหัวใจ หรือมีกำรอุดก้ันหลอดเลือดที่ไปเล้ียงหัวใจ ทำให้ลดกำร

ไหลเวยี นเลือดกลบั เขำ้ สหู่ วั ใจ
6. มีภำวะท้องมำน จำกมะเร็งแพร่กระจำยไปที่เยอื่ บุช่องท้อง หรือมีกอ้ นมะเร็งขนำด

ใหญใ่ นช่องท้อง
7. เกิดจำกโลหิตจำง ซีด เน่ืองจำกมคี วำมผิดปกติในกำรสร้ำงเม็ดเลอื ด

8. เกิดจำกโรคทำงจิตใจ เชน่ เครียด วติ กกงั วล ซึมเศร้ำ ตืน่ ตระหนก โกรธ เป็นตน้

9

ลกั ษณะอำกำรท่บี ง่ ชี้ กำรจัดกำรอำกำร
ว่ำผู้ป่วย
ใช้ยำ ไมใ่ ชย้ ำ
มีอำกำรเหนือ่ ยหอบ
1 23 1. ให้นอนพกั เหนือ่ ย
1. ผูป้ ่วยบอกเองวำ่ เหนอ่ื ย
หำยใจไม่สะดวก ใหอ้ อกซิเจนเบำๆ

2. รสู้ กึ แนน่ หนำ้ อกขณะ 2. จดั ทำ่ ให้ศีรษะสูง
หำยใจ ใหย้ ำตำมแพทย์สัง่ เช่น ยำ
เพ่ือใหก้ ล้ำมเน้ือหำยใจ
3. บอกหำยใจไม่เตม็ อิ่ม พ่นขยำยหลอดลม
4. หำยใจไมท่ นั ตอ้ งใช้ ทำหนำ้ ทไี่ ดส้ ะดวกขน้ึ

กลำ้ มเนอ้ื หนำ้ อกชว่ ยใน 4 5 6 3. บอกให้ผ้ปู ว่ ยหำยใจ
กำรหำยใจ สงั เกตผู้ปว่ ย
ปกี จมูกบำน ใหอ้ อกซเิ จนเบำๆ เข้ำ-ออกช้ำๆ ลึกๆ
5. นอนรำบไมไ่ ด้ ตอ้ งนั่ง
หรือนอนศีรษะสูง ใหย้ ำรกั ษำสำเหตุ 4. จดั หอ้ งให้อำกำศถ่ำยเท
6. หำยใจถ่ี รัว เรว็
7. หำยใจตื้นๆหยดุ หำยใจ ให้มอรฟ์ ีนตำมแพทย์สั่ง สะดวก
เปน็ ช่วงๆ
ใหย้ ำคลำยเครียดร่วมด้วย 5. เปิดพดั ลมส่ำยไป-มำ
บรเิ วณใบหน้ำผู้ปว่ ย
7 8 9 10
6. อยู่เปน็ เพ่ือนผปู้ ่วย คอย
ให้ ออกซเิ จน เบำๆ พูดปลอบโยนใหค้ ลำย
ให้มอรฟ์ ีน ตำมแพทย์สั่ง ควำมกลวั และควำม
ให้มอร์ฟีน รว่ มกับใช้ยำ กงั วลลง
เสรมิ ตำมแพทยส์ ั่ง เช่นยำ
คลำยเครียด
อำกำรไม่ดขี ้นึ โทรปรึกษำ

10

ทอ้ งผูก

ทำกำรประเมินอำกำรทอ้ งผกู และหำสำเหตุ ร่วมด้วยทกุ ครั้ง

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

ท้องไม่ผูก ทอ้ งผกู เล็กนอ้ ย ทอ้ งผกู ปำนกลำง มีอำกำรทอ้ งผกู มำกทีส่ ุด

สำเหตอุ ำกำรทอ้ งผกู

1. ผลขำ้ งเคียงจำกยำท่ใี ช้ โดยเฉพำะยำกล่มุ โอปิออยด์ เช่น มอรฟ์ นี ทรำมอล
2. ภำวะท่เี กิดจำกโรคมะเรง็ เช่น มกี ้อนบริเวณอุ้งเชงิ กรำน ควบคุมควำมปวดไมไ่ ด้

ทำให้ผูป้ ่วยไม่อยำกเบง่ เพรำะจะทำให้ร้สู กึ ปวดมำกยงิ่ ข้นึ
3. ภำวะทำงระบบประสำท ทำใหล้ ำไสเ้ คลื่อนไหวลดลง
4. ควำมผิดปกติทำงระบบเผำผลำญต่ำงๆ เช่น ภำวะร่ำงกำยขำดน้ำจำกมีไข้ ภำวะ

แคลเซียมในเลอื ดสงู ปสั สำวะออกน้อย เปน็ เบำหวำน เป็นต้น
5. ปัจจัยอ่ืนๆ เช่น รับประทำนอำหำรท่ีมีกำกใยน้อย ด่ืมน้ำได้น้อย เครียด ซึมเศร้ำ

เคล่อื นไหวร่ำงกำยน้อยลง เน่อื งจำกนอนบนเตยี งตลอดเวลำ
หมำยเหตุ: หลักในกำรดูแล คือ ลดอำกำรปวด/ไม่สุขสบำยจำกอำกำรท้องผูก และ
ป้องกันกำรเกิดท้องผูกซ้ำในอนำคต โดยคำนึงถึงควำมต้องกำรของผู้ป่วยเป็น
สำคัญ

11

ลกั ษณะอำกำรท่ีบ่งช้ี กำรจดั กำรอำกำร
ว่ำผปู้ ่วยมีอำกำร
ท้องผกู ใช้ยำ ไม่ใชย้ ำ

1. อจุ จำระนอ้ ยกว่ำ 3 ครง้ั 1 23 1. เพ่ิมปริมำณสำรนำ้ ที่

ต่อสปั ดำห์ ให้ยำระบำยกระตุ้นกำรบีบ ผปู้ ว่ ยได้รบั ในแตล่ ะวัน
ตัวลำไส้ เชน่ ยำซีโนคอท ตำมเหมำะสม
2. ผู้ป่วยบ่นเจ็บเวลำถำ่ ย 1-2 เม็ดก่อนนอน 2. ปรับ/เพ่ิมอำหำรท่ีมีกำก
3. อุจจำระแข็ง หรือเป็นลำ ปรบั ยำระบำยเพ่ิมได้ จน ใยตำมเหมำะสม
ผปู้ ว่ ยถำ่ ยได้เปน็ ปกติ 3. นวดคลงึ บริเวณหนำ้
เลก็ ลง ท้องตำมเข็มนำฬิกำ
456 4. เบำๆนวดเบำๆรอบๆ
4. ท้องอดื ผำยลมบ่อย บรเิ วณรทู วำรหนกั
5. ผู้ป่วยบอกได้เองว่ำ สวนอุจจำระก่อนใหย้ ำ กระตนุ้ ให้เบ่งถำ่ ย
ปรับยำระบำยเพ่ิมจำกเดิม 5. จดั ท่ำนอนตะแคงตวั บน
“ร้สู ึกเหมือนวำ่ ถ่ำย อีก 1-2 เมด็ หรอื ให้ยำ เตยี ง เพ่อื ใหเ้ บ่งได้
อุจจำระไม่สดุ ” เหน็บไบซำโคดีล เพ่ิม

6. คล่นื ไสอ้ ำเจยี น เบอ่ื 7 8 9 10

อำหำร เรอบอ่ ยๆ ล้วงอจุ จำระกอ่ น แลว้ คอ่ ย 6. สวนอจุ จำระ หรอื ลว้ ง
ให้ยำระบำยเสริม
7. ผปู้ ่วยอยๆู่ กม็ ีอำกำร โทรปรึกษำเพ่อื ขอคำแนะนำ อจุ จำระใหอ้ อกมำกอ่ น

สบั สน หรอื วุ่นวำย

เพมิ่ กรณีปรับยำ

12

เบื่ออาหาร

ทำกำรประเมินอำกำรเบอ่ื อำหำร และหำสำเหตุ ร่วมดว้ ย

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

ไม่เบอื่ เบือ่ เลก็ น้อย เบือ่ ปำนกลำง เบือ่ อำหำรมำกที่สุด

สำเหตุของอำกำรเบื่ออำหำร

1. มีภำวะโรคลุกลำมมำกขึ้น กล้ำมเนื้อระบบทำงเดินอำหำรและกำรกลืนจะเริ่ม
หยุดทำงำน อวัยวะต่ำงๆเร่ิมสูญเสียกำรทำงำนตำมหน้ำที่ สมองจึงสั่งกำรให้
ควำมอยำกอำหำรลดลง

2. เกิดจำกกำรอักเสบอย่ำงรุนแรงของร่ำงกำย อันเป็นผลจำกตัวโรคมะเร็งหรือ
โรคเร้ือรังอื่นๆ ทำให้มีกำรหลง่ั สำรบำงชนิดออกมำ สง่ ผลให้ควำมอยำกอำหำร
ลดลง

3. ผลข้ำงเคียงจำกยำที่รับประทำนอยู่ ทำให้มีอำกำรคลื่นไส้ อำเจียน ไม่อยำก
รบั ประทำนอำหำรเพ่มิ รสู้ กึ เบ่ืออำหำร

4. ผู้ปว่ ยมอี ำกำรทอ้ งผกู หรอื ปวดทอ้ ง ไม่สขุ สบำยตวั จงึ ทำให้ไมอ่ ยำกรับประทำน
5. ในผปู้ ว่ ยสงู อำยมุ ักอ่อนเปลยี้ เพลยี แรง พกั หลับตลอดทำให้ไม่อยำกรับประทำน
6. มีปญั หำกำรกลนื หรือกิน เช่น มีแผลในปำก ทำใหไ้ มอ่ ยำกรบั ประทำนอำหำร
7. มปี ญั หำทำงจิตใจ เชน่ เครยี ด ซมึ เศรำ้ ทำให้ไม่อยำกรับประทำนอำหำร

เป็นต้น

13

ลกั ษณะอำกำรทบี่ ง่ ช้ี กำรจดั กำรอำกำร
ว่ำผูป้ ว่ ยมีอำกำร
เบ่อื อำหำร ใช้ยำ ไม่ใช้ยำ

1. รบั ประทำนอำหำรได้ 1 23 1. ให้ผู้ป่วยเลือก
น้อยลงจำกเดมิ
ปรับ/เปลีย่ นยำ ที่เปน็ อำหำรตำมท่ีชอบ
2. มกั จะรบั ประทำน สำเหตุทำให้เบอื่ อำหำร
ไดม้ ำกที่สดุ ในมอ้ื เช้ำ ใหย้ ำช่วยกระตุ้นกำรเจรญิ 2. ใหค้ ร้ังละนอ้ ยๆ แต่
หลงั จำกน้นั จะไมร่ บั อำหำร เช่น ยำมีเจสทรอล
มื้อตอ่ ไป บอ่ ยคร้งั
456
3. มีอำกำรคลนื่ ไส/้ 3. รกั ษำควำมสะอำด
อำเจียนบ่อยๆ ใหย้ ำรกั ษำสำเหตุก่อน เช่น
มที อ้ งผกู ให้ยำระบำยก่อน ในชอ่ งปำก
4. ไม่ถำ่ ย อำจมที อ้ งผูก ใหอ้ ำหำรเสริม หรือ ยำใน
5. สหี นำ้ และทำ่ ทำง ไม่ กล่มุ สเตียรอยด์ ตำมแพทย์ 4. ไมค่ ะย้นั คะยอให้
ส่งั
สุขสบำย เครียด คิ้ว ผปู้ ่วยรบั ประทำน
ขมวด กังวล กลวั 7 8 9 10
6. นอนหลบั ตลอดเวลำ 5. พดู ซักถำมผู้ป่วย
7. เพิกเฉย ไม่สนใจ โทรปรกึ ษำ เพื่อขอ
สง่ิ แวดล้อม คำแนะนำเพ่ิม เชน่ กรณี เพื่อคน้ หำสำเหตุ
ต้องใช้ยำเสริมรว่ มด้วย จำกอำกำรอื่นๆร่วม
ด้วย ญำติ/ผดู้ ูแล
ไมค่ วรกังวลเพรำะ
เป็นอำกำรในระยะ
ทำ้ ย

14

คลนื่ ไส้/อำเจยี น

ทำกำรประเมินอำกำรคล่นื ไส/้ อำเจียน และหำสำเหตุ ร่วมด้วย

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

ไมม่ ีอำกำร มเี ลก็ น้อย มปี ำนกลำง มอี ำกำรมำกท่สี ดุ

สำเหตุอำกำรคลื่นไส้/อำเจียน

1. กำรระคำยเคือง หรือกำรอกั เสบของกระเพำะอำหำร
2. มภี ำวะท้องผกู ลำไสอ้ ดุ ตัน เปน็ สำเหตุที่ทำใหค้ ลืน่ ไส้/อำเจยี นได้
3. ผลขำ้ งเคียงจำกยำ เช่น แก้ปวดกล่มุ โอปอิ อยด์ (ได้แก่ มอร์ฟนี ) ยำเคมีบำบัด
4. กำรเปล่ียนแปลงของสำรเคมีในเลือด เช่น มีภำวะแคลเซียมในเลือดสูง มีของ

เสียในเลือดคงั่ จำกภำวะไตวำย เปน็ ต้น
5. มภี ำวะควำมดันในกะโหลกศีรษะสูง
6. กลิ่น หรือรสชำติอำหำรบำงอยำ่ งทเ่ี ปน็ ตวั กระตุ้น
7. อำกำรทำงจิตใจ เช่น ควำมวิตกกงั วล ควำมเครยี ด เปน็ ต้น

15

ลักษณะอำกำรทบ่ี ง่ ชี้ กำรจดั กำรอำกำร
ว่ำผูป้ ว่ ยมีอำกำร
คล่ืนไส้/อำเจยี น ใช้ยำ ไมใ่ ช้ยำ

1. ผูป้ ่วยบอกได้เองว่ำ 1 23 1. หลกี เลีย่ งอำหำรมัน/
รู้สกึ ปัน่ ปว่ น หรือมวน รสจดั /กล่นิ ฉุน
ทอ้ ง ใหย้ ำแกค้ ล่นื ไส้/อำเจยี น
2.ใหอ้ ำหำรออ่ นๆ
2.ทำ่ ทำงผะอืดผะอม เชน่ ยำเมทโทโคพรำไมค์ 3. รับประทำนครั้งละ
3.รบั ประทำนอำหำรแล้ว
(Metoclopramide)1เมด็ นอ้ ยๆ แต่บ่อยครั้ง
คะย้อนออกมำ 4.รกั ษำควำมสะอำดใน
4.หนำ้ ซีด เหง่ือออก กอ่ นอำหำร 3 มื้อ
ช่องปำกสม่ำเสมอ
ชพี จรเตน้ เรว็ 456 5.จดั ทำ่ ให้ศีรษะสงู หลัง

ปรบั เปลย่ี นชนิดยำทีเ่ ปน็ มอ้ื อำหำรทกุ ม้ือ
สำเหตุ หรอื ปรับลดยำ 6.ถ้ำพบว่ำผปู้ ว่ ยเครียด
กลุ่มโอปิออยด์
ให้ยำรักษำสำเหตุ เชน่ กังวล กลัว ควรอยู่
จำกทอ้ งผูก หรือ เครยี ด เป็นเพอ่ื นพูดคยุ ด้วย
ใหย้ ำแก้แพต้ ำมแพทยส์ ง่ั ตลอด
7.ผอ่ นคลำยโดยบอกให้
7 8 9 10 หำยใจยำวๆ หรอื
เลอื กทำกิจกรรมท่ี
โทรปรึกษำ เพื่อขอ ผปู้ ่วยชอบ
คำแนะนำเพิม่ เช่น กรณี 8.ระวงั อย่ำให้มีอำกำร
ตอ้ งใชย้ ำเสรมิ ร่วมดว้ ย ทอ้ งผกู

16

สบั สน/ว่นุ วำย

ทำกำรประเมนิ อำกำรสบั สน/วุ่นวำย และหำสำเหตุ ร่วมด้วย

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

ไม่มอี ำกำร มเี ล็กนอ้ ย มีปำนกลำง มอี ำกำรสบั สน/วุน่ วำยมำกทสี่ ดุ

สำเหตุอำกำรสบั สน/วนุ่ วำย

1. สำเหตจุ ำกควำมผิดปกติ หรือตวั โรคภำยในสมอง เช่น มีเนื้องอกแพร่กระจำยใน
สมอง หรอื มกี ำรติดเชอ้ื ในสมอง เปน็ ต้น

2. ควำมเปลยี่ นแปลงของสำรเคมีในเลือด เชน่ ควำมไม่สมดุลของกรด ด่ำง ควำมไม่
สมดลุ ของสำรน้ำ และอเิ ลค็ โตรไลทใ์ นร่ำงกำย

3. ผลข้ำงเคยี งของยำที่มีผลต่อระบบประสำท ได้แก่ ยำนอนหลับ ยำสเตียรอยด์
หรอื ยำแกป้ วดกลุ่มโอปิออยด์ (เช่น มอรฟ์ ีน) เปน็ ตน้

4. สำเหตุอ่นื ๆ เชน่ ท้องผูก ปสั สำวะค้ำงในกระเพำะปัสสำวะ ผู้ป่วยปวดมำกๆ

17

ลกั ษณะอำกำรที่บง่ ช้ี กำรจดั กำรอำกำร
วำ่ ผู้ปว่ ยมอี ำกำร
สบั สน/วุ่นวำย ใช้ยำ ไม่ใชย้ ำ

1. พดู /เพ้อ ถงึ เร่ือง 1 23 จัดสภำพสงิ่ แวดลอ้ ม
ตำ่ งๆ ในอดีต
คน้ หำสำเหตุ แล้วให้ ใหส้ งบ ลด แสง สี
2. เหน็ ภำพหลอน รักษำสำเหตุนั้น เช่น ถ้ำ เสียงรบกวน ควรมี
หรือ หวำดผวำบอ่ ยๆ พบว่ำท้องผูก ใหย้ ำแก้ นำฬิกำ หรอื มปี ฏิทิน
ท้องผกู หรือ ยำปรับ แขวนไว้ให้มองได้ชัด
3. จดจำวนั /เวลำ สมดลุ ของเกลือแร่ ดแู ลผูป้ ว่ ยใหน้ อน
บคุ คล หรือ สถำนท่ี หลับพกั ผ่อนใหเ้ ป็น
ไมไ่ ด้ 456 เวลำ
พดู คุย อยู่เปน็ เพื่อน
4. กระวนกระวำย ปรับเปลยี่ นชนิดยำที่เปน็ ผู้ป่วย ไม่ควรปล่อย
กระสบ้ กระส่ำย สำเหตุ หรือ ปรบั ลดยำ ผูป้ ่วยไว้ตำมลำพัง
กลุ่มโอปิออยด์ (Opioid) ไม่ควรผกู /ยึด ผ้ปู ว่ ย
5. ร้องครวญครำง ใหย้ ำรักษำอำกำรวุ่นวำย สังเกตเรือ่ งกำร
หนำ้ ตำบดิ เบย้ี ว เช่น ยำนอนหลับ 1 เมด็ ขับถ่ำยของผูป้ ่วย
กอ่ นนอน
6. รอ้ งเอะอะ โวยวำย
อำละวำด 7 8 9 10

7. บำงครัง้ อำจพบ โทรปรกึ ษำ เพื่อขอ
อำกำรเกิดขนึ้ แบบ คำแนะนำเพ่มิ เช่น อำจ
เฉียบพลัน ตอ้ งปรบั ยำเสรมิ ร่วมด้วย

18

อำกำร และแนวทำงกำรดแู ลผู้ปว่ ยในระยะสดุ ทำ้ ย

ผู้ป่วยระยะสุดท้ำยจะรู้สึกอ่อนเพลยี เหน่ือยลำ้ ไม่จำเป็นต้องให้กำรรักษำใดๆ เพรำะ
จะเกิดผลเสยี มำกกวำ่ ผลดี ควรให้ผู้ป่วยในระยะนไี้ ด้พกั ผอ่ นให้เตม็ ที่
ผู้ป่วยระยะสุดท้ำยจะเบื่ออำหำร และกินอำหำรน้อยลง ควำมเบื่ออำหำรท่ีเกิดข้ึน
ผลดี มำกกว่ำผลเสีย เพรำะทำให้มีสำรคีโตนในร่ำงกำยเพ่ิมข้ึน สำรคีโตนจะทำให้
ผปู้ ่วยร้สู ึกสบำยขึ้น และบรรเทำอำกำรเจบ็ ปวดได้
ผู้ป่วยระยะสุดท้ำย จะดื่มน้ำนอ้ ยลง หรือไม่ยอมด่ืมเลย ภำวะขำดน้ำท่ีเกิดข้ึนเมื่อ
ใกล้เสียชีวิต ไม่ทำให้ผู้ป่วยทรมำนมำกข้ึน ตรงกันข้ำมกลับกระตุ้นให้มีกำรหลั่ง
สำรเอ็นดอร์ฟิน ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบำยขึ้น หำกปำก ริมฝีปำกแห้ง จมูกแห้ง และตำ
แหง้ ให้หม่ันทำควำมสะอำด และรักษำควำมช้นื ไว้ โดยอำจใช้สำลีหรือผ้ำสะอำดชุบ
นำ้ แตะทปี่ ำก รมิ ฝปี ำกหรือใชส้ ีผึ้งทำรมิ ฝีปำก สำหรบั ตำก็ให้หยอดนำ้ ตำเทยี ม
ผู้ป่วยระยะสุดท้ำย จะรู้สึกง่วงและอำจนอนหลับตลอดเวลำ ผู้ดูแลควรให้ผู้ป่วยพัก
หลบั ไมค่ วรพยำยำมปลุกให้ตนื่
ผู้ป่วยระยะสุดท้ำย บำงครั้งจะนอนน่ิงๆ เหมือนไม่รู้สึกตัว ไม่ควรคิดว่ำเขำไม่
สำมำรถรับรู้หรือได้ยินส่ิงท่ีมีคนพูดกันอยู่ข้ำงๆ เพรำะเขำอำจจะยังได้ยินและรับรู้ได้
แต่ไม่สำมำรถส่ือสำรให้ผู้อื่นทรำบได้จึงไม่ควรพูดคุยกันในสิ่งท่ีจะทำให้เขำไม่สบำย
ใจ หรือเปน็ กงั วล
ผู้ป่วยระยะสุดท้ำย อำจมีอำกำรสับสน เพ้อ ร้องครวญครำง หรือมีหน้ำตำบิดเบ้ียว
อำจไม่ได้เกิดควำมเจ็บปวดเสมอไป แต่อำจเกิดข้ึนจำกกำรเปลี่ยนแปลงทำงสมอง
สำมำรถให้ยำระงับอำกำรเหลำ่ น้ไี ด้
ผู้ป่วยระยะสุดท้ำยอำจมีเสมหะมำก ควรให้ยำลดเสมหะแทนกำรดูดเสมหะ ซ่ึง
นอกจำกไม่ได้ผลแล้วยังทำให้ผู้ปว่ ยรู้สึกทรมำนเพม่ิ ข้นึ ดว้ ย (ทง้ั น้ี หมำยถงึ เฉพำะคน
ทใ่ี กลต้ ำยเทำ่ นัน้ มไิ ด้รวมถึงผปู้ ่วยอ่ืนๆ ทจี่ ำเปน็ ตอ้ งไดร้ ับกำรดดู เสมหะ)

19

อ้ำงองิ

กิตตกิ ร นลิ มำนัต. (2555). การดแู ลระยะสุดท้ายของชวี ติ . สงขลำ: ชำนเมืองกำรพมิ พ.์
คณะกรรมกำรสมัชชำสขุ ภำพแหง่ ชำติ. (2556). มติการประชุมสมัชชาสขุ ภาพแห่งชาติเฉพาะประเดน็ วา่ ดว้ ยการสรา้ ง

เสริมสุขภาวะในระยะทา้ ยของชวี ติ พ.ศ.2557-2559. สืบคน้ เมื่อ 20 มถิ ุนำยน 2558, จำกเวบ็ ไซด์:
http://www.thailivingwill.in.th
จอนผะจง เพ็งจำด. (2558). แนวคดิ และหลักกำรดูแลแบบประคบั ประคอง. ใน ประคอง อนิ ทรสมบัติ, และ
สำยพิณ เกษมกจิ วัฒนำ (บรรณำธกิ ำร), ค่มู อื พัฒนาทักษะสาหรบั พยาบาลในการดแู ลผ้ปู ว่ ยระยะสดุ ทา้ ย.
(พิมพ์คร้ังที่ 1, หน้ำ 9-18). นนทบุรี: โครงกำรกำรขบั เคล่ือนแผนยุทธศำสตร์ระดบั ชำตวิ ำ่ ด้วยกำรสรำ้ งเสรมิ สุข
ภำวะในระยะทำยของชวี ติ พ.ศ. 2557-2559
ดำรนิ จตรุ ภัทรพร. (2554). สขุ รัก เขา้ ใจ ในช่วงสุดท้ายของชวี ติ . กรงุ เทพฯ: บริษทั อมรินทร์พร้นิ ต้ิง แอนพับลสิ ซง้ิ
จำกัด(มหำชน).
ดสุ ิต สถำวร. (2556). กำรดูแลผปู้ ่วยในระยะสุดทำ้ ย. ใน ประเสริฐ เลิศสงวนสินชยั , อศิ รำงค์ นชุ ประยูร,
พรเลศิ ฉตั รแกว้ , และฉนั ชำย สิทธิพนั ธ์ุ (บรรณำธิกำร), การดแู ลผปู้ ่วยระยะสดุ ท้าย, (พิมพ์ครัง้ ที่ 9, หน้ำ134-
149). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพอ์ กั ษรสัมพันธ์ (1987) จำกดั .
เตม็ ศักดิ์ พึง่ รัศม.ี (2556). กำรดูแลผูป้ ่วยในระยะสุดทำ้ ย. ใน ประเสรฐิ เลศิ สงวนสินชัย, อศิ รำงค์ นชุ ประยรู , พรเลิศ
ฉัตรแกว้ ,
และ ฉนั ชำย สทิ ธิพนั ธุ์ (บรรณำธิกำร), การดูแลผปู้ ว่ ยระยะสดุ ทา้ ย, (พมิ พ์ครงั้ ท่ี 9, หน้ำ15-23). กรงุ เทพฯ: โรง
พมิ พ์อกั ษรสมั พันธ์ (1987) จำกัด.
นภำ ทวียรรยงกุล, สุชิรำ ชัยวบิ ูลย์ธรรม, และบัวหลวง สำแดงฤทธิ์. (2558). ประสบกำรณ์อำกำร และกำรจัดกำร
อำกำรในผปู้ ว่ ยมะเร็งระยะลกุ ลำมท่ไี ด้รับกำรดูแลแบบประคับประคอง. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 21(1), 82-95.
นภำ ทวยี รรยงกุล. (2557). ประสบการณ์อาการ และการจัดการอาการในผ้ปู ว่ ยมะเร็งระยะลุกลามท่ีไดร้ บั การดแู ลแบบ
ประคบั ประคอง. วิทยำนิพนธป์ รญิ ญำพยำบำลศำสตรมหำบัณฑติ , สำขำกำรพยำบำลผ้ใู หญ่ บัณฑิตวทิ ยำลัย
มหำวทิ ยำลัยมหิดล.
บงั อร ไทรเกตุ. (บรรณำธกิ ำร). (2556). คู่มอื สาหรับสาหรับประชาชน: การดูแลผู้ป่วยระยะสดุ ทา้ ยแบบ

ประคบั ประคอง (Palliative Care). นนทบรุ :ี สำนักงำนคณะกรรมกำรสุขภำพแห่งชำติ (สช.).
Lyer, S., Taylor-Stokes, G., & Roughley, A. (2013). Symptom burden and quality of life in advanced non-

small cell lung cancer patients in France and Germany. Lung Cancer, 81(2), 288-293
Twycross, R., Wilcock, A., & Toller, C. S. (2002). Symptom Management in Advanced Cancer (4th ed.).

Nottingham, United Kingdom: palliativedrugs.com
Wong, D. F., Lam, A. Y., Chan, S. K., & Chan, S. F. (2012). Quality of life of caregivers with relatives

suffering from mental illness in Hong Kong: roles of caregiver characteristics, caregiving
burdens, and satisfaction with psychiatric services. Health Qual Life Outcomes, 10, 15.
Wiencek, C., & Coyne, P. (2014). Palliative care delivery models. Seminar oncology nursing, 30.


Click to View FlipBook Version