กระบะทรายแยกมลู แมว
จัดทาโดย
ปภสั รา ปดั สา รหัสนักศกึ ษา 6232010018
สุธาทิพย์ แซซ่ ้ิม รหัสนักศกึ ษา 6232010041
เสนอ
อาจารยน์ พิ ร จทุ ัยรตั น์
โครงการนเ้ี ปน็ ส่วนหน่ึงของการศกึ ษา รายวชิ า โครงการ
สาขาวชิ า การบัญชี ประเภทวชิ า บรหิ ารธุรกิจ
ภาคเรียน 1 ปกี ารศึกษา 2563
วิทยาลัยอาชวี ศึกษาชลบุรี
กระบะทรายแยกมลู แมว
จัดทาโดย
ปภสั รา ปดั สา รหัสนักศกึ ษา 6232010018
สุธาทิพย์ แซซ่ ้ิม รหัสนักศกึ ษา 6232010041
เสนอ
อาจารยน์ พิ ร จทุ ัยรตั น์
โครงการนเ้ี ปน็ ส่วนหน่ึงของการศกึ ษา รายวชิ า โครงการ
สาขาวชิ า การบัญชี ประเภทวชิ า บรหิ ารธุรกิจ
ภาคเรียน 1 ปกี ารศึกษา 2563
วิทยาลัยอาชวี ศึกษาชลบุรี
ใบรับรองโครงการ
ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี ชั้นสูง ชนั้ ปีที่ 2 (ปวส.)
วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบรุ ี
โครงการ
กระบะทรายแยกมลู แมว
โดย
1. นางสาวปภัสรา ปดั สา รหัสนักศกึ ษา 6232010018
2. นางสาวสธุ าทิพย์ แซซ่ ้ิม รหัสนกั ศึกษา 6232010041
ชั้น ปวส. 2/1 แผนกการบญั ชี
พิจารณาเห็นชอบโดย
……………………………………………………….
(นางนิพร จทุ ยั รตั น)์
อาจารยท์ ป่ี รึกษาโครงการ
แผนกวิชาการบญั ชี คณะบรหิ ารธรุ กิจ
ชือ่ โครงการ โครงการกระบะทรายแยกมูลแมว
ชอ่ื นักศกึ ษา ปภัสรา ปดั สา
สุธาทพิ ย์ แซซ่ ิม้
สาขางาน การบญั ชี
ประเภทวชิ า บริหารธุรกจิ
ปีการศึกษา 2563
สถานศึกษา วิทยาลยั อาชวี ศึกษาชลบุรี
บทคดั ยอ่
วัตถปุ ระสงคข์ องการศึกษาโครงการ 1. เพ่อื ประดิษฐ์กระบะทรายแยกมูลของแมวเพอื่
สะดวกตอ่ การทาความสะอาดกระบะทรายและหลกี เลยี่ งการสมั ผสั มลู แมว 2. เพ่ือศึกษาความพึง
พอใจของกลมุ่ เปา้ หมายท่มี ตี อ่ การใช้งานกระบะทรายแยกมูลแมว กล่มุ เปา้ หมายที่ใชใ้ นการศกึ ษาใน
ครั้งนไ้ี ดแ้ ก่ ได้แก่ บุคคลท่ัวไปท่ีเล้ยี งแมว จานวน 20 คน ในหม่บู า้ นหนองมนวิลล่า 1
ถนนเปรมใจราษฎร์ ตาบลแสนสุข อาเภอเมอื ง จังหวัดชลบรุ ี 20130 ทีเ่ ลยี้ งแมว จานวน 20
หลงั คาเรือน ซึง่ ได้มาจากการเลอื กแบบเจาะจง (Purposive Sampilng) เครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการศึกษา
คือ แบบสอบถาม เพ่ือทราบความพงึ พอใจท่ีมีตอ่ กระบะทรายแยกมลู แมว แบ่งเปน็ 3 ด้าน คอื
ดา้ นคุณภาพส่งิ ประดษิ ฐ์ ด้านการอานวยความสะดวกและการใช้งาน และดา้ นความนา่ สนใจของ
สง่ิ ประดิษฐ์ สถิตทิ ่ีใช้ในการศึกษา คือ 1. คา่ ร้อยละ (Percentage) 2. ค่าเฉลีย่ เลขคณิต (Mean)
3. สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
ผลการศึกษาพบวา่
กล่มุ เปา้ หมายสว่ นใหญ่เปน็ เพศหญิง จานวน 15 คน อยชู่ ว่ งอายทุ ต่ี า่ กว่า 20 ปี
จานวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 30 รองลงมาคือ อายุ 26 - 30 ปี จานวน 4 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 20.00
มรี ะดบั การศึกษา ระดบั ปวส. จานวน 10 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 50 รองลงมาคอื ระดบั ปริญญาตรี
จานวน 5 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 25 มีอาชีพ เป็นนกั เรยี น/นักศึกษา จานวน 7 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 35
รองลงมาคือ ขา้ ราชการ/รัฐวสิ าหกิจ จานวน 5 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 25 ความพึงพอใจของ
กลุ่มเปา้ หมายท่ีมีตอ่ กระบะทรายแยกมูลแมว ทงั้ 3 ดา้ น
ค
ด้านคณุ ภาพสง่ิ ประดษิ ฐ์ โดยรวมมรี ะดับความพงึ พอใจในระดับมาก คอื ความเหมาะสม
ของวสั ดทุ ่ีใช้ประดิษฐ์กระบะ ตราผลิตภณั ฑ์ของกระบะทรายเป็นเอกลักษณ์และจดจาได้ง่าย
มคี วามหลากหลายในการใชง้ านกระบะทราย สามารถกรองมลู ของแมวได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
และวสั ดทุ ีใ่ ช้มคี วามแขง็ แรงทนทานตอ่ การใชง้ าน
ด้านการอานวยความสะดวกและการใชง้ าน โดยรวมมรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก
คอื ทาความสะอาดหลงั การใช้งานสามารถทาได้รวดเรว็ และสะดวก สามารถประหยัดเวลาและใช้
งานได้ง่าย รูปร่างมคี วามเหมาะสมกับการใช้ ความสะดวกสบายในการใช้งานกระบะทราย
และนา้ หนักของสิง่ ประดิษฐ์เหมาะสมตอ่ การใช้งาน
ดา้ นความน่าสนใจของส่งิ ประดิษฐ์ โดยรวมมรี ะดบั ความพึงพอใจในระดบั มาก คือ
สามารถสรา้ งมลู คา่ และต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ รปู แบบสามารถดึงดูดผู้ทีม่ คี วามต้องการอปุ โภค
ตดั สินใจซอ้ื สินคา้ ได้ มีความคิดสรา้ งสรรค์ในการออกแบบกระบะทรายในรปู แบบใหม่ รปู แบบมี
ความน่าสนใจและมคี วามแตกตา่ งจากทอ้ งตลาดทวั่ ไป และกระบะทรายมีความทันสมัยตรงตาม
ความตอ้ งการของผู้อปุ โภค
คาสาคญั กระบะทราย สง่ิ ประดิษฐ์ สัตว์เล้ยี ง แมว
กติ ตกิ รรมประกาศ
โครงการเรอ่ื ง “กระบะทรายแยกมลู แมว” ในครงั้ นี้ สามารถสาเรจ็ ลลุ ว่ งอยา่ งสมบรู ณด์ ว้ ย
ความเมตตา จากอาจารยน์ ิพร จุทัยรัตน์ ทปี่ รกึ ษาโครงการที่ให้คาแนะนาแนวทางทถ่ี กู ตอ้ ง และเอา
ใจใส่ดว้ ยดีตลอดระยะเวลาในการทาโครงการ ผู้ศกึ ษารสู้ กึ ซาบซ้ึงเปน็ อย่างยิ่ง จึงขอกราบ
ขอบพระคณุ เป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้
ขอขอบพระคุณบดิ า มารดา และเพ่อื น ๆ ทกุ คนที่ไดใ้ ห้คาแนะนาช่วยเหลือสนับสนนุ ผู้จัดทา
โครงการมาตลอด โครงการจะสาเร็จลุลว่ งไปไม่ได้ หากไมม่ บี ุคคลดงั กลา่ วในการจัดทาโครงการ
คณุ ค่าและประโยชน์ของโครงการนี้ ทางผู้ศึกษาขอมอบเป็นกตัญญกู ตเวทิตาแด่บพุ การี
บรู พาจารย์ และผมู้ ีพระคุณทุกท่านท้ังในอดตี และปัจจุบัน ทีไ่ ดอ้ บรม สง่ั สอน ชีแ้ นะแนวทางใน
การศึกษา จนทาให้ผูจ้ ดั ทาโครงการประสบความสาเรจ็ จนตราบทกุ วนั น้ี
ปภัสรา ปดั สา
สธุ าทพิ ย์ แซซ่ มิ้
สารบญั
หน้า
ใบรับรองโครงการ ……………………………………………………………………………………………………………. ก
บทคดั ย่อ ………………………………………………………………………………………………………………………... ข
กติ ตกิ รรมประกาศ ………………………………………………………………………………………………………...... ง
สารบญั …………………………………………………………………………………………………………………………… จ
สารบญั ตาราง ……………………………………………………………………………………………………….………… ช
สารบัญภาพ ……………………………………………………………………………………………………………..…….. ซ
บทท่ี 1 บทนา ………………………………………………………………………………………………………………… 1
ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา ………………………………………………………………… 1
วัตถุประสงค์ …………………………………………………………………………………………………….… 2
ขอบเขตของการศึกษา ………………………………………………………………………………………... 2
ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ ับจากโครงการ ……………………………………..….....………………..… 2
นยิ ามศัพท์ …………………………………………………………………………………………………………. 2
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกีย่ วข้อง ……………………………………………………………………………. 4
จดุ ประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวชิ า และคาอธบิ ายรายวิชา …………………………….….. 4
ทฤษฎกี ารวิเคราะห์สถานการณ์ทางการตลาด ……………………………………………………….. 5
ทฤษฎกี ารวเิ คราะหผ์ ้บู ริโภค …………………………………………………………………………………. 6
ทฤษฎกี ลยุทธ์การตลาด (4Ps) และ (8Ps) ……………………………………………………………… 7
ทฤษฎพี ฤติกรรมผู้บริโภค ……………………………………………………………..………………………10
แนวความคดิ ทางการบัญชี ……….……………………………………………………………………………12
แนวความคดิ ของหลักการบญั ชตี น้ ทนุ …………………………………………………………………… 17
แนวคดิ ในการวัดผลกาไร ………………………………………………………………………………………23
งานวิจยั ท่เี ก่ยี วข้อง ……………………………………………………………………………………………… 24
บทท่ี 3 วิธีดาเนินการวจิ ยั ……………………………………………………………………………………………..... 26
ประชากรและกล่มุ เปา้ หมาย ………………………………………………………………………………….26
เครือ่ งมือที่ใชใ้ นการศึกษา ………………………………………………………………………………….… 26
ฉ
สารบญั (ตอ่ )
หน้า
ขนั้ ตอนในการสร้างเคร่อื งมือ …………………………………………………………………………..…… 26
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู …………………………………………………………………………………………. 27
การวิเคราะห์ขอ้ มลู และสถติ ิทใี่ ชใ้ นการศกึ ษา ………………………………………………………… 28
บทท่ี 4 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล …………………………………………………………………………………………..... 29
สญั ญาลักษณท์ ีใ่ ชใ้ นการวิเคราะหข์ อ้ มูล……………………………………………………….…….……29
การนาเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล………………………………………………………………………… 29
บทท่ี 5 สรุปการศกึ ษา อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ………………………………………………………... 37
สรปุ ผลการศึกษา ……………………………………………………………………………………….…..…… 37
การอภิปรายผล ……………………………………………………………………………………………………39
ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………......… 41
บรรณานุกรม ………………………………………………………………………………………………………………..… 42
ภาคผนวก …………………………………………………………………………………..………………..………………… 43
ภาคผนวก ก แบบขออนุมตั ิโครงการ แบบเสนอโครงการ …………………………………... 44
ข แบบสอบถาม ……………………………………………………………………………….51
ค ประมาณคา่ ใชจ้ ่าย ………………………………………………………………………..55
ง เอกสารประกอบ (รูปภาพประกอบ) ……………………………………………….57
จ ประวัติผศู้ กึ ษา …………………………………………………………………………….. 64
สารบญั ตาราง
หนา้
ตารางที่ 1 แสดงความถแ่ี ละร้อยละของกลมุ่ เป้าหมายจาแนกตาม เพศ ……………………………….… 29
ตารางที่ 2 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลุ่มเปา้ หมายจาแนกตามชว่ ง อายุ ……………………….….. 30
ตารางท่ี 3 แสดงความถแ่ี ละร้อยละของกลุ่มเป้าหมายจาแนกตาม ระดับการศกึ ษา ………………... 31
ตารางที่ 4 แสดงความถ่แี ละรอ้ ยละของกลุ่มเปา้ หมายจาแนกตาม อาชพี …………………………….... 32
ตารางที่ 5 แสดงค่าเฉลยี่ ของกลุ่มเป้าหมาย สรุปเปน็ รายด้าน ………………………………………………..33
ตารางท่ี 6 แสดงคา่ เฉลย่ี ของกลมุ่ เป้าหมายที่ ด้านคณุ ภาพสงิ่ ประดิษฐ์ …………………………………..34
ตารางที่ 7 แสดงคา่ เฉล่ยี ของกลมุ่ เป้าหมาย ดา้ นการอานวยความสะดวกและการใชง้ าน …………. 35
ตารางท่ี 8 แสดงค่าเฉลยี่ ของกลมุ่ เปา้ หมาย ด้านความน่าสนใจของสิง่ ประดษิ ฐ์ ……………………….36
สารบญั ภาพ
หนา้
ภาพที่ 1 กระบะทราย …………………………………………………………………………………………………... 58
ภาพที่ 2 ไมบ้ รรทัดเหลก็ ……………………………………………………………………………………………….. 58
ภาพท่ี 3 ปากกาเคมี ……………………………………………………………………………………………………… 58
ภาพท่ี 4 สวา่ นและดอกสวา่ น ………………………………………………………………………………………….59
ภาพท่ี 5 ทาการรา่ งแบบรูปแมวขึน้ มา ………………………………………………………………………………59
ภาพท่ี 6 ทาการลงสี เพม่ิ เตมิ กระบะทรายพร้อมข้อความ ………………………………………………….. 59
ภาพที่ 7 ทาการตเี ส้นบนกระบะทรายเปน็ แนวตงั้ ………………………………………………………………60
ภาพที่ 8 ทาการตีเส้นบนกระบะทรายเปน็ แนวนอน ………………………………………………………….. 60
ภาพที่ 9 ทาการจดุ ตาแหนง่ ที่ตอ้ งการเจาะรบู นชอ่ งตารางทีไ่ ดต้ ีเอาไว้ ………………………………… 60
ภาพท่ี 10 ทาการเจาะรบู นตาแหนง่ ทไี่ ด้จดุ เอาไว้ ……………………………………………………………… 61
ภาพท่ี 11 เจาะรูจนให้เสร็จทง้ั หมด ………………………………………………………………………………….61
ภาพท่ี 12 เสร็จเรยี บร้อยพร้อมใชง้ าน ………………………………………………………………………………61
ภาพท่ี 13 แจกแบบสอบถามใหก้ ลุ่มเป้าหมาย …………………………………………………………………..62
ภาพท่ี 14 แจกแบบสอบถามให้กลุม่ เป้าหมาย …………………………………………………………………..63
1
บทที่ 1
บทนำ
ควำมเปน็ มำและควำมสำคญั ของปัญหำ
ปจั จุบันมสี ตั ว์เลยี้ งมากมายหลายชนดิ ได้กลายมาเป็นที่รกั ของคนไทยเป็นจานวนมากขึ้น ไม่
วา่ จะเปน็ สนุ ัข แมว กระตา่ ย และสัตว์อืน่ ๆ อีกมากมาย แตถ่ า้ หากพูดถงึ สัตวเ์ ลยี้ งยอดนิยมของคน
ไทยมากทสี่ ดุ นน้ั ก็คอื สุนขั แต่ด้วยวิถชี วี ติ ความเปน็ อย่ขู องคนยคุ นี้ทเี่ ปน็ สังคมเมอื งมากข้ึน อยกู่ ันแบบ
ครอบครัวเดี่ยว มีพน้ื ท่ีอาศัยนอ้ ยลง และยงั นิยมอาศยั อยู่คอนโดมากขน้ึ ดว้ ย น่ันทาใหก้ ารเล้ยี งสตั วไ์ ว้
เปน็ เพอื่ นคลายเหงามีข้อจากดั มากขน้ึ เร่ือย ๆ โดยเฉพาะกบั สนุ ขั ซงึ่ คอ่ นข้างต้องการบรเิ วณกวา้ งใน
การเลย้ี งดู เหตุนเี้ องท่ีทาให้แมว กลายเป็นสัตว์เลีย้ งทนี่ ิยมเลย้ี งมากยิง่ ขน้ึ ในปจั จบุ ัน เนอื่ งจากแมว
เปน็ สตั ว์เลย้ี งทีใ่ ช้พน้ื ทีใ่ นการเลย้ี งค่อนข้างน้อย แมวเปน็ สัตวเ์ ลย้ี งทีม่ ีความน่ารักชา่ งอ้อน ข้ีเล่น
สามารถเลยี้ งไวเ้ ปน็ เพ่ือนแกเ้ หงาได้ ดงั นน้ั แมวจึงเป็นสัตว์เลย้ี งท่ไี ดร้ บั ความนยิ มและเพมิ่ มากยิ่งขน้ึ
สาหรับคนไทยในยคุ ปจั จบุ นั
ซึง่ ถา้ หากพูดถงึ ปัญหาอยา่ งหนึง่ ของการเล้ยี งแมวน้ันคอื การกาจดั มลู ของแมว ทางตวั ผจู้ ัดทา
เองกไ็ ด้เล้ยี งแมวเชน่ กนั จึงไดเ้ ลง็ เหน็ ถงึ ปัญหาที่เกดิ ขน้ึ เนอ่ื งจากการกาจัดมลู ของแมวนน้ั ต้องตกั มูล
ทผ่ี สมอย่กู ับทรายแมวท่จี ับตวั กนั เปน็ ก้อนอยู่ในกระบะทราย ซ่งึ ในการตกั น้นั ตอ้ งทาถึงหลายคร้ังถงึ
จะตกั ออกหมดและบางคร้ังมลู ของแมวยังมคี วามเส่ยี งทจี่ ะเลอะมือได้ เนื่องจากช้อนท่ีใช้สาหรบั ใน
การตักมูลของแมวมขี นาดเลก็ และมีด้ามจบั ท่ีสน้ั เสย่ี งต่อการสมั ผสั มลู ของแมวไดง้ ่าย ซง่ึ มูลแมวนน้ั
เป็นแหลง่ สะสมเชอ้ื โรคจากปรสิตท่มี ชี ่ือ Toxoplasma gondii ท่ีเชื้อสามารถแพร่เขา้ สู่ตวั คนได้และ
ก่อให้เกดิ โรคทอกโซพลาสโมซสิ (Toxoplasmosis) หรือโรคขี้แมว
ดงั นน้ั ผจู้ ดั ทาจงึ มีความคิดท่ีจะทาตะแกรงกระบะทรายแยกมลู แมวขน้ึ มา เพื่อใช้ในการแยก
มูลแมวกับทรายแมวออกจากกนั ทงั้ นเี้ พื่อเปน็ การลดเวลาในการกาจดั มลู แมวและยังสามารถทาความ
สะอาดตะแกรงกระบะทรายไดง้ ่ายข้ึน โดยผ้จู ดั ทาคิดรเิ ริ่มทจ่ี ะทากระบะทรายแยกมูลแมว โดยจะนา
กระบะทรายจานวน 3 ใบ แตล่ ะใบจะนามาทาการเจาะรูโดยกระบะทรายแต่ละใบจะเจาะรูทไ่ี ม่
ตรงกัน เพ่อื ทจี่ ะกนั ไมให้ทรายตกไปในแต่ละชัน้ และเมอ่ื ยกกระบะทรายใบแรกขึน้ ทรายทไี่ ม่ไดจ้ บั
ตวั กันเปน็ กอ้ นก็จะไหลผา่ นรทู ี่ได้ทาการเจาะรไู วไปยังใบที่ 2 และเมอ่ื ทาการแยกมลู แมวของแมว
2
เรยี บรอ้ ยแลว้ ก็จะสามารถนามาซอ้ นด้านลา่ งของกระบะทรายอีก 2 ใบ ได้เลย โดยสามารถใชส้ ลับ
ไปเรอื่ ย ๆ ได้อยา่ งง่ายดาย
วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงกำร
1. เพือ่ ประดษิ ฐ์กระบะทรายแยกมูลของแมวเพ่ือสะดวกตอ่ การทาความสะอาดกระบะ
ทรายและหลีกเล่ียงการสมั ผสั มลู แมว
2. เพือ่ ศึกษาความพงึ พอใจของกลุ่มเปา้ หมายที่มตี อ่ การใชง้ านกระบะทรายแยกมลู แมว
ขอบเขตของโครงกำร
1. ด้านกลุ่มเป้าหมายที่ใชใ้ นการศกึ ษาครั้งนี้ ไดแ้ ก่ บุคคลทั่วไปทีเ่ ล้ยี งแมวในหมบู่ ้านหนอง
มนวิลล่า1 ถนนเปรมใจราษฎร์ ตาบลแสนสขุ อาเภอเมอื ง จังหวดั ชลบรุ ี 20130 ที่เลย้ี งแมว จานวน
20 หลังคาเรือน
2. ด้านเนื้อหา ไดแ้ ก่ ศึกษาและพัฒนากระบะทรายแยกมูลแมว เพือ่ ใชส้ าหรับการแยกมลู
แมวและเพ่ือใหส้ ะดวกต่อการใชง้ านมากยงิ่ ข้นึ
3. ดา้ นระยะเวลาทใ่ี ช้ในการศึกษา ระยะเวลา 4 เดอื น ระหวา่ งวนั ท่ี 1 เดอื นกรกฎาคม
พ.ศ. 2563 - วนั ท่ี 30 เดือนตลุ าคม พ.ศ. 2563
ประโยชนท์ ่ีคำดวำ่ จะไดร้ ับจำกโครงกำร
1. ไดก้ ระบะทรายแยกมูลของแมวเพอื่ สะดวกต่อการทาความสะอาดกระบะทรายและลด
การสมั ผัสมลู แมว
2. ได้ทราบความพงึ พอใจของกล่มุ เปา้ หมายทมี่ ีตอ่ การใชง้ านกระบะทรายแยกมูลแมว
นยิ ำมศัพทเ์ ฉพำะ
1. กระบะทรำย (sandbox หรือ little box) หมายถึง กลอ่ งสาหรบั เก็บปสั สาวะหรอื
อจุ จาระของแมว รวมถึง กระตา่ ย และสัตว์เล้ยี งขนาดเล็กอน่ื ในบา้ น ใชส้ าหรับบา้ นท่ไี ม่สะดวกจะให้
สัตวอ์ อกไปขบั ถ่ายนอกบา้ น ทรายที่บรรจจุ ะมีลกั ษณะร่วนสอดคลอ้ ง และจะมีสารเคมชี ่วยดดู ซบั
กล่นิ โดยเมือ่ ถกู ใช้งานไประยะหนึ่ง เจา้ ของสัตวจ์ ะนาออกมาทง้ิ และเปลยี่ นทรายใหมใ่ ห้แมวใช้
2. แมว หมายถึง ชือ่ สัตว์เล้ียงลูกด้วยน้านม 4 เทา้ ชนดิ Felis domestica ในวงศ์ Felidae
ซง่ึ เปน็ วงศ์เดยี วกบั เสอื ส่วนใหญ่เลี้ยงเปน็ สตั ว์เลี้ยง เพื่อความเพลิดเพลนิ และใชจ้ บั หนู
3
3. สตั วเ์ ลย้ี ง หมายถงึ สตั ว์ท่ีถกู ควบคมุ โดยมนษุ ย์ ในเร่ืองการให้อาหาร การคุ้มครองดูแล
การผสมพันธ์ุของสตั ว์ตามต้องการได้ และสรา้ งความผกู พันต่อกันระหว่างคนกบั สตั ว์ จงึ เรยี กว่าสัตว์
เล้ยี ง แต่จะไมน่ ับสัตว์ที่อยูใ่ น สวนสัตว์ สัตวท์ ีอ่ ยใู่ นห้องทดลองวา่ เป็นสตั วเ์ ล้ียงด้วย เหตเุ พราะไม่มี
ส่วนผกู พนั กบั ชีวติ และความเปน็ อยู่ของคนโดยตรง สัตว์เลยี้ งคือมติ ร คอื เพื่อนผู้ซ่ือสัตยแ์ ละจงรักภกั ดี
ต่อเจา้ ของ
4. สิง่ ประดิษฐ์ หมายถึง งานทีเ่ กิดจากการใชค้ วามคิดสรา้ งสรรค์ของมนษุ ย์สร้างหรอื
ประดิษฐ์ขนึ้ ตามวัตถปุ ระสงคท์ ่หี ลากหลาย หรือเพอ่ื ความสวยงาม หรอื ประดับตกแต่งหรอื เพอ่ื
ประโยชนใ์ ชส้ อยผู้ประดิษฐ์ส่งิ ประดิษฐเ์ รียกว่า นักประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐด์ ังกลา่ วสามารถจดสทิ ธบิ ัตร
ได้ สิทธิบตั รเปน็ การคมุ้ ครองสิทธิในทรัพยส์ นิ ทางปัญญาของนกั ประดษิ ฐต์ ามกฎหมาย และรบั รองว่า
สง่ิ ประดิษฐต์ ามอา้ งนัน้ เป็นส่งิ ประดิษฐจ์ รงิ ตามกฎหมาย
บทท่ี 2
เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
การดาเนนิ การโครงการ ณ หมู่บ้านหนองมนวลิ ลา่ 1 ถนนเปรมใจราษฎร์ ตาบลแสนสขุ
อาเภอเมือง จังหวัดชลบุรี 20130 ระยะเวลา 4 เดือน ระหวา่ งวนั ท่ี 1 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 -
วันที่ 30 เดอื นตุลาคม พ.ศ. 2563 ผดู้ าเนนิ โครงการไดร้ วบรวม เอกสาร ทฤษฎี และงานวจิ ัยที่
เกีย่ วข้องมีหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
1. จดุ ประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคาอธบิ ายรายวิชา
2. ทฤษฎีการวเิ คราะหส์ ถานการณท์ างการตลาด (SWOT Analysis)
3. ทฤษฎีการวเิ คราะหผ์ ูบ้ รโิ ภค (STP Strategy)
4. ทฤษฎีกลยุทธก์ ารตลาด (4Ps) และ (8Ps)
5. ทฤษฎีพฤติกรรมผูบ้ ริโภค (Buyer Behavior’s Model)
6. แนวความคิดทางการบญั ชี
7. แนวความคิดของหลักการบัญชีต้นทุน
8. แนวคดิ ในการวดั ผลกาไร
9. งานวจิ ัยที่เกย่ี วขอ้ ง
1. จดุ ประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคาอธิบายรายวิชา
1.1 จุดประสงค์รายวชิ า
1.1.1 เข้าใจข้นั ตอนและกระบวนการสร้างและหรือพฒั นางานอาชพี อยา่ งเป็นระบบ
1.1.2 สามารถบูรณาการความรู้และทกั ษะในการสร้างและหรอื พัฒนางานในสาขา
วชิ าชีพตามกระบวนการวางแผน ดาเนนิ งาน แก้ไขปญั หา ประเมินผล ทารายงานและนาเสนอผลงาน
1.1.3 มีเจตคติและกิจนิสยั ในการศึกษาค้นคว้าเพือ่ สรา้ งและหรือพัฒนางานอาชีพดว้ ย
ความรบั ผิดชอบ มวี นิ ยั คุณธรรม จรยิ ธรรม ความคดิ ริเร่มิ สรา้ งสรรค์ ขยนั อดทนและสามารถทางาน
ร่วมกับผู้อื่น
1.2 สมรรถนะรายวิชา
1.2.1 แสดงความรเู้ ก่ียวกบั หลกั การและกระบวนการสร้างและหรือพัฒนางานอาชีพ
อยา่ งเป็นระบบ
5
1.2.2 โครงการสรา้ งและหรือพัฒนางานตามหลักการ
1.2.3 ดาเนนิ งานตามแผนงานโครงการตามหลกั การและกระบวนการ
1.2.4 เก็บขอ้ มลู วิเคราะหส์ รปุ และประเมินผลการดาเนนิ งานโครงการตามหลกั การ
1.2.5 รายงานผลการปฏิบตั งิ านโครงการตามรปู แบบ
1.2.6 นาเสนอผลการดาเนินงานด้วยรูปแบบวธิ กี ารต่าง ๆ
1.3 คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเก่ยี วกบั การบูรณาการความรูแ้ ละทักษะในระดับเทคนคิ ท่ีสอดคลอ้ งกบั
สาขาวชิ าชพี ทศ่ี ึกษาเพ่ือสรา้ งและหรอื พัฒนางานดว้ ยกระบวนการทดลอง สารวจ ประดิษฐ์คดิ ค้น
หรือการปฏบิ ัตงิ านเชงิ ระบบ การเลอื กหัวข้อโครงการการศึกษาคน้ คว้าขอ้ มลู และเอกสารอ้างอิงการ
เขียนโครงการการดาเนนิ งานโครงการ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล วิเคราะห์และแปลผล การสรปุ จดั ทา
รายงาน การนาเสนอผลงานโครงการดาเนินการเป็นรายบุคคลหรอื กลมุ่ ตามลกั ษณะของงานใหแ้ ล้ว
เสร็จในระยะเวลาทก่ี าหนด
2. ทฤษฎีการวเิ คราะหส์ ถานการณท์ างการตลาด (SWOT Analysis)
การวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมภายในสภาพแวดลอ้ มภายในประกอบดว้ ย ปจั จัยท่อี ยูภ่ ายใน
องค์กร ไดแ้ ก่ โครงสรา้ งวัฒนธรรมและทรพั ยากรขององคก์ ร โครงสร้างจะแสดงให้เหน็ ถงึ การรวม
กลมุ่ งาน ความสมั พันธ์ทางอานาจหนา้ ท่ี การไหลเวียนของงาน การตดิ ตอ่ สอื่ สารภายใน ซึง่
วัฒนธรรมองค์กร (CORPORATE CULTURE) จะหมายถึงความเช่ือ ความคาดหวงั และค่านิยม
รว่ มกนั โดยทัว่ ไปจะปรากฏขนึ้ มาเปน็ บรรทดั ฐานทีร่ ะบถุ ึงพฤติกรรมทย่ี อมรบั กันของบคุ คลตั้งแต่
ผบู้ รหิ ารลงมาจนถึงพนักงานระดบั ล่างสดุ ส่วนทรพั ยากรขององคก์ าร (CORPORATE RESOURCES)
จะหมายถึงทรัพยส์ นิ ทุกอยา่ งภายในองคก์ าร ได้แก่ คน เงินทนุ วตั ถุดิบ เทคโนโลยี และทกั ษะ
เปน็ ตน้ ซ่งึ การวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายในประกอบด้วย
จดุ แข็ง (STRENGTHS) หมายถงึ การดาเนินงานภายในองคก์ ารทตี่ ้องวิเคราะห์การ
ดาเนินงานภายใน เช่น การบรหิ รการเงนิ การตลาด การวจิ ัยและพัฒนาเพือ่ การพจิ ารณาถงึ จุด
แข็งของการดาเนนิ งานภายในเหลา่ น้ีเปน็ ระยะ และใชป้ ระโยชนจ์ ากจดุ แข็งของการดาเนินงาน
เหลา่ นอี้ ยู่เสมอ
จดุ ออ่ น (WEAKNESS) หมายถงึ การดาเนินงานภายในองคก์ รทไี่ ม่สามารถกระทาไดด้ ี
เชน่ การบริหาร การเงิน การตลาด การวจิ ัยและพัฒนา จะเป็นอุปสรรคต่อความสาเร็จการ
6
วเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมภายนอก สภาพแวดล้อมภายนอกประกอบดว้ ยปจั จยั ท่อี ยูภ่ ายนอกและไม่ได้
อยภู่ ายใตก้ ารควบคมุ ระยะสน้ั ของผ้บู รหิ ารระดับสงู ซึ่งสภาพแวดลอ้ มภายนอกจะมอี ยูส่ องส่วนคอื
สภาพแวดล้อมการดาเนินงานและสภาพแวดล้อมโดยทว่ั ไป สภาพแวดลอ้ มการดาเนินงาน (TASK
ENVIRONMENT) จะประกอบดว้ ย ปจั จยั ท่ีกระทบและถูกกระทบโดยตรงต่อการดาเนนิ งาน ปัจจยั
เหล่าน้ีได้แก่ ผู้มสี ว่ นได้เสยี รฐั บาล ผจู้ าหน่ายวัตถดุ บิ ชุมชน คูแ่ ขง่ ขนั และกลมุ่ ผลประโยชน์
ซงึ่ การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมภายนอกประกอบด้วย
โอกาส (OPPORTUNITIES) หมายถงึ สภาพแวดล้อมภายนอกทเ่ี ปน็ ประโยชน์ต่อการ
ดาเนินงานขององคก์ าร ซง่ึ ต้องคาดคะเนการเปลยี่ นแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น
เศรษฐกิจ สังคม การเมอื ง เทคโนโลยี และการแขง่ ขนั เพอ่ื การแสวงหาประโยชนจ์ ากการ
เปลีย่ นแปลงของสภาพแวดล้อมเหล่านี้ เชน่ การพฒั นาของคอมพิวเตอร์ การเปล่ยี นแปลงของ
ประชากร และการเปลย่ี นแปลงค่านิยมและทศั นคติ และการแข่งขนั จากตา่ งประเทศ ซ่ึงการ
เปลยี่ นแปลงเหลา่ น้อี าจจะทาให้ความตอ้ งการของลูกคา้ เปลีย่ นแปลงไป
อปุ สรรค (THREATS) หมายถงึ สภาพแวดลอ้ มภายนอกทคี่ ุกคามต่อการดาเนินงานของ
องคก์ าร สภาพแวดล้อมเหลา่ นี้ไดแ้ ก่ เศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรม เทคโนโลยแี ละการแข่งขนั
3. ทฤษฎีการวิเคราะห์ผบู้ รโิ ภค (STP Strategy)
การวเิ คราะห์พฤติกรรมผูบ้ ริโภคเป็นการค้นหาหรอื วิจยั ที่เกี่ยวกบั พฤตกิ รรมการซ้ือและ
บรโิ ภคเพือ่ ทราบถงึ ลกั ษณะความตอ้ งการและพฤติกรรมการซือ้ และการใชข้ องผู้บรโิ ภค คาตอบท่ีได้
จะชว่ ยใหส้ ามารถจัดกลยทุ ธ์ การตลาด ท่ีสามารถตอบสนองความพึงพอใจของผูบ้ รโิ ภคได้อย่าง
เหมาะสม ดงั รายละเอยี ดนี้
3.1 ใครอยใู่ นตลาดเป้าหมาย (who constitutes the market?) เป็นคาตอบเพ่อื ทราบถึง
ลักษณะของกลุม่ เปา้ หมาย (occupants)
3.2 ผบู้ รโิ ภคซือ้ อะไร (what does the market buy?) เปน็ คาถามเพ่อื ทราบถงึ สงิ่ ทีต่ ลาด
ซ้ือ (objects)
3.3 ทาไมผบู้ รโิ ภคจึงซ้อื (why does the market buy?) เปน็ คาถามเพอื่ ทราบถึงวตั ถุ
ประสงคใ์ นการซอื้ (objectives)
3.4 ใครมสี ่วนร่วมในการตดั สินใจ (who participates in the buying) เป็นคาถามเพ่อื
ทราบถงึ บทบาทของกล่มุ ตา่ ง ๆ ทม่ี อี ทิ ธิพลหรอื มสี ่วนร่วมในการตัดสอนใจซื้อ (organization)
7
3.5 ผบู้ รโิ ภคซอ้ื อย่างไร (how does the market buy?) เป็นคาถามเพ่ือทราบถงึ ขน้ั ตอน
ในการตัดสนิ ใจซื้อ (operations)
3.6 ผ้บู รโิ ภคซ้อื เมอื่ ใด (when does the market buy?) เป็นคาถามเพอื่ ทราบโอกาสการ
ซ้อื (occasions)
3.7 ผ้บู รโิ ภคซอ้ื ทไี่ หน (where does the market buy?) เป็นคาถามเพอ่ื ทราบถึง
โครงการสร้างชอ่ งทาง ท่ีผู้บรโิ ภคจะไปซ้ือในชอ่ งทางการจัดจาหน่ายนนั้ ๆ (outlets)
แนวคดิ สว่ นประสมทางการตลาดสาหรบั ธรุ กิจใหบ้ รกิ าร
3.7.1 นักวิชาการสว่ นใหญ่ กลา่ ววา่ การจดั การตลาดธรุ กจิ ประเภทตา่ ง ๆ เป็นการ
จดั การกับสว่ นประสมทางการตลาดเพอื่ สร้างข้อเสนอขาย ทก่ี ่อให้เกิดการซื้อ ขายสินคา้ ใหบ้ รกิ าร
ระหวา่ งผูบ้ ริโภค ซงึ่ สว่ นประสมทางการตลาด 4 ประการ (marketing mix--4Ps) ได้แก่ ผลติ ภณั ฑ์
(product) ผลติ สินคา้ ให้ตรงกบั ความต้องการ
3.7.2 ราคา (price) กาหนดราคาให้มีกาไร
3.7.3 ช่องทางการจัดจาหน่าย (place) หาซ้ือสะดวกและรวดเร็ว
3.7.4 การสง่ เสรมิ การตลาด (promotion) สง่ เสรมิ ใหล้ กู ค้าเกิดความตอ้ งการ
นอกจากน้นั ยงั ต้องอาศัยเคร่ืองมอื อื่น ๆ เพ่ิมเติม ซงึ่ ประกอบดว้ ย
1. บคุ คลหรอื พนกั งาน ซง่ึ ตอ้ งคัดเลอื ก ฝึกอบรม จงู ใจ เพ่อื ให้สามารถสรา้ ง
ความพึงพอใจใหก้ ับลกู คา้ ไดแ้ ตกต่างเหนอื คู่แข่ง
2. การสร้างและนาเสนอลกั ษณะทางกายภาพ โดยพยายามสรา้ งคณุ ภาพ
โดยรวม (Total Quality Management-TQM) ให้เกิดข้ึน
3. กระบวนการส่งมอบคณุ ค่าในการให้บรกิ ารกับลกู คา้ ได้รวดเร็ว ประทับใจ
ลกู คา้
4. ทฤษฎีกลยุทธก์ ารตลาด (4Ps) และ (8Ps)
4.1 ผลิตภัณฑ์ (Product) ธุรกจิ มีองค์ประกอบหลกั ซึง่ เป็นปจั จัยสาคญั อยา่ งแรก คอื ผลติ ภัณฑ์
สนิ คา้ (Goods)หรือบรกิ าร (Service)สาหรบั ในสว่ นสินค้าน้ันแบง่ ออกเป็น สนิ ค้าประเภทจับตอ้ งได้
และสนิ ค้าประเภทจบั ต้องไมไ่ ด้ สาหรับการบริการน้ันแบ่งออกเปน็ บริการแบบมสี ่วนรว่ ม และการ
บริการแบบไม่มสี ว่ นรว่ ม ดงั นน้ั สนิ ค้า และบรกิ ารจึงนับได้ว่าเปน็ หัวใจสาคญั ของการดาเนินธุรกจิ
อยา่ งแท้จรงิ โดยต้องมีคณุ ลักษณะสาคญั คอื คุณภาพ (Quality)
8
4.2 ราคา (Price) การกาหนดราคาขายของสนิ คา้ เปน็ สง่ิ จาเปน็ อย่างยิ่ง เน่ืองจากราคานนั้ เป็น
สิ่งท่ีใชว้ ัดค่า และประโยชน์ของตวั สนิ ค้า และยังเปน็ ตวั กาหนดว่าเราจะสามารถใชท้ รพั ยากรท่ีมอี ยู่
อยา่ งจากดั ไปในทิศทางใด จะสามารถขายสินคา้ อยา่ งไร จานวนเทา่ ไหรร่ าคาขายจะเป็นเคร่ืองบง่ ช้ี
สาคัญ ของความสามารถในการทากาไรของธุรกจิ นั้น ทงั้ นี้เนื่องจากกาไรนนั้ คานวณจากรายรับหักลบ
ดว้ ยต้นทุน และรายรับไดจ้ ากปริมานจานวนท่ขี ายคุณด้วยราคาตอ่ หนว่ ย
4.3 ช่องทางการจดั จาหนา่ ย (Place) การนาสนิ คา้ ไปให้ถงึ มือของลกู ค้า โดยยึดหลักความมี
ประสทิ ธภิ าพ ความถูกตอ้ ง ความปลอดภัย และความรวดเร็ว วิธีขายหรือกระจายสนิ คา้ ท่ีสามารถทา
ใหเ้ กดิ ผลกาไรมากท่ีสุด ตอ้ งกระจายสินคา้ ใหต้ รงกลุ่มเปา้ หมายมากท่ีสุด หากเป็นสินคา้ ที่ขายไป
หลายๆ แห่งวิธีการขาย หรอื การกระจายสนิ คา้ นั้นจะมีความสาคญั มาก โดยหลกั การของการเลอื กวิธี
กระจายสนิ คา้ นั้นไม่ใชข่ ายใหม้ ากสถานท่ี ที่สุดจะดเี สมอ เพราะมันข้ึนอยกู่ ับว่าสินค้าของท่านคอื อะไร
และกลุ่มเปา้ หมายท่านคอื ใคร
4.4 การส่งเสริมการขาย (Promotion)
4.4.1 การโฆษณา (Advertsing) อาจจะใช้คาพดู หรือขอ้ ความ โดยมีความหมายที่จะให้
ลูกคา้ มคี วามรสู้ ึกดีต่อต่อสินค้า หรอื บรกิ ารน้นั รวมท้ังจูงใจใหเ้ กดิ ความต้องการอยากทดลองสนิ ค้า
หรือบริการของเรา
4.4.2 การขายโดยตรง (Direct Sales)เปน็ การขายโดยเขา้ ไปติดตอ่ ถงึ ตวั ลูกคา้ โดยตรง โดย
การอธบิ ายรายละเอียดตา่ งๆ ของสินค้าใหล้ ูกค้าไดท้ ราบ หรือท่ีเรยี กวา่ การเสนอขาย โดยตอ้ งอาศยั
เทคนิค และวธิ ีการทนี่ ่าสนใจ
4.4.3 การสง่ เสรมิ การขายทางดา้ นลูกค้า (Consumer Promotion)เปน็ รปู แบบในการ
สร้างสิ่งดงึ ดูดใจให้กับตัวลกู ค้าโดยตรง เชน่ การลด แลก แจก แถม หรอื การเล่นเกมเพอ่ื ชิงรางวัล
เป็นการกระต้นุ ให้ลกุ ค้าเกดิ ความสนใจ และมคี วามหวังในประโยชน์ท่ีได้รบั จากตวั สินคา้ หรือบริการ
ของเรา วตั ถปุ ระสงคข์ องการสง่ เสริมการขายมีดังนี้
4.4.3.1 ดึงดูดลกู ค้าใหม่ (attract new users )
4.4.3.2 การรักษาลกู คา้ เก่าไว้ (hold current customer)
4.4.3.3 การสง่ เสริมลูกคา้ ให้ซ้ือสนิ ค้าในปรมิ าณมาก (load present user)
4.4.3.4 การเพมิ่ อัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ (increase product usage)
4.4.3.5 การสง่ เสรมิ การขายทาใหผ้ ู้บริโภคเกิดการยกระดับ (trade up)
9
4.4.3.6 การเสรมิ แรงการโฆษณาในตราสนิ ค้า (reinforce brand advertising)
4.4.4 การบรกิ าร (Service)เปน็ รูปแบบการใหบ้ รกิ ารทั้งก่อน และหลงั การขาย (การ
อธบิ ายคณุ ลักษณะทด่ี ี และการใช้สินค้ากอ่ นลกู ค้าจะทาการซอื้ เพือ่ เป็นการเชือ้ เชญิ ใหเ้ กดิ สนใจ)
การบรกิ ารขณะขาย (การสาธติ ใหล้ กู คา้ ได้ชมกอ่ นทีจ่ ะตดั สินใจซือ้ สนิ ค้า หรอื อาจจะเป็นการให้ลูกคา้
ทดลองด้วยตัวเองกอ่ น) และบรกิ ารหลังการขายสินค้าใหก้ ับลูกค้า (เช่นการซอ่ มบารุง หรือตรวจสอบ
สนิ ค้าเมือ่ ลูกคา้ ไดซ้ ื้อไปแลว้ โดยทาอยา่ งตอ่ เน่ือง เพ่ือสรา้ งความประทบั ใจระยะยาว)เม่ือธุรกิจทราบ
วา่ ลกู คา้ ต้องการอะไร มรี สนยิ มแบบไหน เพ่อื ท่ีจะสามารถสร้างโปรโมช่ันทต่ี อบสนองความต้องการ
ของลกู คา้ ได้โดยตรง แตก่ ารสง่ เสรมิ การขายนั้นมีความสมั พันธ์ใกล้ชิดกับงบประมาณ ด้านคา่ ใช้จ่าย
อย่างมาก และควรจะตอ้ งพยายามใหไ้ ดผ้ ลลัพธก์ ลบั คืนอยา่ งคุ้มค่าทีส่ ดุ ซง่ึ มอี ย่หู ลายวิธที สี่ ามารถ
ช่วยได้ทั้งทางตรง และทางอ้อมการโฆษณา (Advertsing) อาจจะใชค้ าพดู หรอื ขอ้ ความ โดยมี
ความหมายที่จะให้ลูกค้ามคี วามรู้สึกดีต่อตอ่ สนิ คา้ หรือบรกิ ารนน้ั รวมทง้ั จูงใจให้เกดิ ความ
ตอ้ งการอยากทดลองสนิ ค้าหรือบรกิ ารของเราการขายโดยตรง (Direct Sales) เป็นการขายโดยเข้าไป
ติดตอ่ ถึงตัวลูกค้าโดยตรง โดยการอธิบายรายละเอยี ดต่างๆ ของสินคา้ ใหล้ ูกคา้ ไดท้ ราบ หรือทีเ่ รียกว่า
การเสนอขาย โดยตอ้ งอาศัยเทคนคิ และวธิ กี ารทน่ี า่ สนใจ การสง่ เสริมการขายทางดา้ นลกู ค้า
(Consumer Promotion) เปน็ รปู แบบในการสร้างส่ิงดงึ ดดู ใจใหก้ ับตวั ลูกคา้ โดยตรง เชน่ การลด
แลก แจก แถม หรือการเล่นเกมเพ่ือชิงรางวลั เป็นการกระตนุ้ ให้ลกุ คา้ เกิดความสนใจและมคี วามหวงั
ในประโยชนท์ ี่ได้รบั จากตัวสินคา้ หรือบรกิ ารของเรา การบรกิ าร (Service) เปน็ รปู แบบการให้บรกิ าร
ทงั้ กอ่ น และหลังการขาย (การอธิบายคุณลักษณะทด่ี ี และการใชส้ ินคา้ ก่อนลูกค้าจะทาการซ้อื เพื่อ
เปน็ การเช้ือเชิญให้เกดิ สนใจ) การบริการขณะขาย(การสาธิตให้ลกู ค้าได้ชมก่อนทจี่ ะตัดสินใจซือ้ สนิ คา้
หรอื อาจจะเปน็ การใหล้ กู คา้ ทดลองด้วยตวั เองกอ่ น) และบริการหลังการขายสนิ คา้ ใหก้ ับลูกคา้ (เชน่
การซอ่ มบารงุ หรอื ตรวจสอบสินคา้ เมอื่ ลกู คา้ ได้ซื้อไปแล้วโดยทาอยา่ งต่อเน่ือง เพือ่ สร้างความ
ประทับใจระยะยาว)การตลาดทีแ่ ทจ้ ริงน้ันไมใ่ ชศ่ าสตร์แหง่ การขายสนิ ค้าหรอื บริการ แต่คือการได้รู้วา่
ควรจะสร้างสินคา้ หรอื บริการอะไรสาหรบั ตลาดท่ีมุง่ หวัง การตลาด คือศาสตรแ์ ห่งการศกึ ษาและเขา้
ใจความต้องการของลกู คา้ แลว้ จึงค่อยสรา้ งวิธีการที่จะทาให้ลูกค้าเกดิ ความพึงพอใจ ซงึ่ ในท่สี ุดก็จะ
ทาใหเ้ จา้ ของธรุ กจิ น้นั ๆ สรา้ งผลกาไรทย่ี ั่งยนื ให้กบั องคก์ รและผูถ้ อื ห้นุ (Kotler,1999) คาอธบิ ายเชน่ น้ี
ของ ฟิลลปิ คอตเลอร์ (Philip Kotler) น่าจะเปน็ คาตอบได้ในระดบั หนง่ึ ใหก้ ับองค์กรต่างๆทีก่ าลงั
ค้นหาคาตอบวา่ จะพัฒนาและสรา้ งองค์กรใหเ้ ติบโตอย่างยั่งยนื ไดอ้ ยา่ งไร และสะท้อนใหเ้ ห็นวา่
10
วิถีทางการตลาดไม่มี “สตู รสาเร็จตายตัว” วา่ จะตอ้ งทาอย่างไรและทางออกของบรษิ ทั แหง่ หนึ่งก็อาจ
ไม่ใช่คาตอบของบรษิ ัทอกี แหง่ หนึ่งเชน่ กนั
4.5 กลยุทธ์ 4P นเ้ี ปน็ มาตรฐานของการกาหนดกลยุทธ์การตลาด ปัจจุบนั น้ยี งั มีการเพ่ิมกลยุทธ์
เขา้ มาอีก เพือ่ เพิ่มศักยภาพของแบรนด์ หรือสนิ คา้ ความละเอียดอาจมมี ากกว่าอาจทาให้เจา้ ของ
กิจการมอื ใหมส่ บั สน วนั นี้จึงขออธิบายแค่ 4 กลยุทธห์ ลกั กอ่ น ถา้ ทั้งหมดมารวมกันเราจะเรียกวา่
กลยุทธ์การตลาด 8P นั่นเอง 4 กลยทุ ธ์ทเี่ หลือประกอบด้วย
4.5.1 กลยุทธด์ า้ นบรรจภุ ัณฑ์ (Packaging Strategy)
4.5.2 กลยทุ ธ์การใช้พนักงานขาย (Personal Strategy)
4.5.3 กลยทุ ธ์การใหข้ า่ วสาร (Public Relation Strategy)
4.5.4 กลยทุ ธ์การใชพ้ ลัง (Power Strategy)
5. ทฤษฎีพฤตกิ รรมผู้บรโิ ภค (Buyer Behavior’s Model)
จุดเรมิ่ ตน้ ของการทาความเข้าใจกบั พฤตกิ รรมของผูซ้ อื้ คอื การศึกษาถึง "โมเดลสิ่งกระตุ้น
และการตอบสนอง" (stimulus-response model) งานของนกั การตลาด คือ การทาความเขา้ ใจกบั
ความรสู้ ึกนกึ คดิ ของผ้ซู ้อื (buyer's consciousness) หรอื ทเี่ รียกกันวา่ กลอ่ งดา (black box) โมเดล
นี้ถกู แบ่งออกเป็น 3 สว่ น ดงั น้ี
5.1 ส่วนท่ี 1 เริ่มต้นจากการมีสง่ิ กระตนุ้ เขา้ มากระทบกล่องดาหรือความรสู้ ึกนกึ คดิ ของผซู้ อ้ื
โดยสงิ่ กระตุ้นจะแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ
5.1.1 ส่งิ กระตุน้ ทางการตลาด ได้แก่ ส่วนประสมทางการตลาดทัง้ 4 คือ ผลติ ภณั ฑ์
ราคา สถานที่ และการสง่ เสรมิ การตลาด
5.1.2 ส่งิ กระตุน้ อน่ื ๆ ได้แก่ ส่งิ แวดลอ้ มระดับมหาภาค ซ่งึ อย่ภู ายนอกองคก์ ร เชน่
ส่งิ แวดล้อมทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การเมอื ง และวฒั นธรรม
5.2 สว่ นที่ 2 จากสิ่งกระตนุ้ ดังกล่าวข้างต้นจะกระทบกล่องดาหรอื ความรูส้ ึกนึกคดิ ของผซู้ อื้
ซง่ึ แบง่ ออกเปน็ 2 สว่ น คือ
5.2.1 ลักษณะของผซู้ อ้ื (buyer characteristics)
5.2.2 กระบวนการตดั สนิ ใจซือ้ (buyer decision process)
5.3 ส่วนที่ 3 เป็นขน้ั ของการตอบสนองของผซู้ ื้อ ซ่ึงไดผ้ ่านกระบวนการตัดสินใจซือ้ มาแลว้
โดยผู้ซ้อื จะมีการตอบสนอง 5 ประการดงั น้ี
11
5.3.1 การตดั สินใจเลือกผลิตภณั ฑท์ จ่ี ะซื้อ (product choice)
5.3.2 การตดั สนิ ใจเลือกตราสนิ ค้าที่จะซื้อ (brand choice)
5.3.3 การตดั สนิ ใจเลอื กรา้ นค้าทจี่ ะซอื้ (dealer choice)
5.3.4 การตดั สินใจในเวลาที่จะซ้อื (purchase timing)
5.3.5 การตดั สินใจในปรมิ าณที่จะซื้อ (purchase amount) ความรสู้ ึกนกึ คดิ ของผซู้ ้ือ
ท้ัง 2 สว่ น คอื ลักษณะของผซู้ ื้อ (buyer characteristics) และกระบวนการตัดสินใจซื้อ (buyer
decision process)
5.3.6 ลกั ษณะของผซู้ ือ้ (buyer characteristics) จะถูกกระทบจากปัจจัยทางดา้ น
ต่าง ๆ ดงั ต่อไปน้ี
1) ปจั จยั ทางด้านวัฒนธรรม (cultural factors)
2) ปจั จัยทางด้านสงั คม (social factors)
3) ปจั จยั ส่วนบคุ คล (personal factors)
5.3.7 ปัจจยั ทางด้านจิตวทิ ยา (psychological factors)
1) ปัจจัยทางด้านวัฒนธรรม (cultural factors) ประกอบดว้ ย
ก. วฒั นธรรมพน้ื ฐาน (culture) เป็นปัจจัยพน้ื ฐานท่มี อี ทิ ธพิ ลตอ่ ความ
ตอ้ งการและพฤติกรรมของคน โดยเดก็ ท่ีกาลงั เตบิ โต จะไดร้ บั อทิ ธพิ ลของค่านิยม (values)การรับรู้
(perceptions), ความชอบ (preferences) และพฤติกรรม (behaviors) มาจากครอบครวั และ
สถาบนั ทสี่ าคญั ๆ เชน่ โรงเรียน เปน็ ตน้
ข. วัฒนธรรมย่อย (subculture) ในแตล่ ะวฒั นธรรมจะประกอบไปดว้ ย
วฒั นธรรมย่อย ๆ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งจะนาไปสกู่ ารแบ่งสว่ นตลาด และการออกแบบ
กลยทุ ธ์ส่วนประสมการตลาด (4 P's) ทีแ่ ตกตา่ งกนั ออกไป ประกอบดว้ ย
- เช้อื ชาติ, สญั ชาติ เช่น ไทย จนี อเมรกิ า อังกฤษ ลาว เปน็ ตน้
- ศาสนา เช่น พุทธ อสิ ลาม ครสิ ต์ ซกิ ข์ เปน็ ตน้
- พน้ื ท่ีทางภูมิศาสตร์ เช่น ภาคเหนือ ภาคอสี าน ภาคกลาง ภาคใต้ เปน็ ต้น
ค. ชัน้ ทางสังคม (social class) เปน็ การแบ่งสมาชกิ ในสงั คมออกเป็นลาดับ
ขั้นทีแ่ ตกตา่ งกัน โดยอาศยั ตวั แปรตา่ ง ๆ อาทิ รายได้ อาชีพ การศึกษา ความมัง่ คง่ั แหลง่ ที่พกั อาศยั
เปน็ ตน้ ซ่ึงโดยท่วั ไปสามารถแบง่ ชน้ั ทางสังคมออกเปน็ 3 ระดบั ชน้ั ดว้ ยกัน คือ
12
- ชนชัน้ ระดบั สูง (upper class)
- ชนช้ันระดบั กลาง (middle class)
- ชนช้ันระดบั ล่าง (lower class)
6. แนวความคดิ ทางการบญั ชี
ผใู้ ชข้ อ้ มลู ทางการบญั ชมี ีหลายฝ่ายไม่ว่าจะเปน็ ผบู้ รหิ ารกิจการ เจ้าหน้ี นักลงทนุ หนว่ ยงาน
ของรฐั บาล หรอื อน่ื ๆ ซึ่งในบางครงั้ บคุ คลท่ใี ช้ข้อมูลทางการบญั ชีเหล่านม้ี คี วามตอ้ งการทีจ่ ะใช้ขอ้ มูล
ทางการบัญชีในทศิ ทางที่แตกตา่ งกัน เช่น ผู้บริหารตอ้ งการแสดงผลการดาเนนิ งานที่มีกาไรนอ้ ยกว่า
ความเป็นจริงหรือขาดทนุ เพื่อท่จี ะได้เสียภาษีนอ้ ยลง หรือไม่เสยี ภาษีเลย ในทางตรงกันข้ามกรมสรร
พากรซงึ่ เปน็ หน่วยงานของรัฐบาลท่มี หี น้าทจ่ี ัดเก็บภาษีกต็ ้องการให้แสดงขอ้ มลู ตามความเปน็ จรงิ
เพอ่ื จะไดจ้ ดั เก็บภาษีไดอ้ ย่างถูกต้อง รัฐบาลจะได้นาเงนิ มาพัฒนาประเทศตอ่ ไป
ข้อสมมุติทางการบญั ชไี ว้ในแมบ่ ทการบญั ชี 2 ขอ้ คือ
6.1 เกณฑ์คงค้าง
งบการเงนิ จดั ทาขนึ้ โดยใช้เกณฑ์คงค้างเพ่อื ให้บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ดงั ทกี่ ลา่ วมาแล้ว
ภายใตเ้ กณฑค์ งค้าง รายการและเหตุการณท์ างบญั ชีจะรับร้เู มื่อเกิดขึ้นมิใช่เมือ่ มกี ารรบั หรอื จ่ายเงนิ
สดหรอื รายการเทยี บเทา่ เงินสด โดยรายการต่าง ๆ จะบันทกึ บัญชแี ละแสดงในงบการเงินตามงวดท่ี
เกี่ยวขอ้ ง งบการเงินท่ีจัดทาขนึ้ ตามเกณฑค์ งคา้ งนอกจากจะใหข้ อ้ มลู แกผ่ ูใ้ ชง้ บการเงินเกยี่ วกบั
รายการค้าในอดตี ทีเ่ ก่ียวข้องกบั การรบั และจ่ายเงินสดแล้ว ยังใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกับภาระผูกพันท่ีกจิ การ
ต้องจา่ ยเป็นเงินสดในอนาคตและขอ้ มลู เกย่ี วกบั ทรพั ยากรทจ่ี ะไดร้ ับเป็นเงินสดในอนาคต ดังน้นั งบ
การเงินจึงสามารถใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั รายการและเหตุการณท์ างบัญชีในอดตี ซงึ่ เปน็ ประโยชน์แกผ่ ูใ้ ชง้ บ
การเงินในการตัดสินใจเชงิ เศรษฐกิจ
6.2 การดาเนินงานตอ่ เนื่อง
โดยทวั่ ไปงบการเงินจัดทาข้ึนตามขอ้ สมมุติท่วี า่ กจิ การจะดาเนนิ งานอยา่ งตอ่ เน่อื งและ
ดารงอยตู่ อ่ ไปในอนาคต ดังน้ัน จงึ สมมุติวา่ กจิ การไม่มเี จตนาหรอื มีความจาเปน็ ทจ่ี ะเลกิ กิจการหรอื
ลดขนาดของการดาเนนิ งานอย่างมนี ัยสาคัญ หากกจิ การมเี จตนาหรือความจาเป็นดังกล่าว งบการเงิน
ตอ้ งจัดทาขึ้นโดยใชเ้ กณฑอ์ ืน่ และตอ้ งเปิดเผยหลกั เกณฑ์ทใี่ ชใ้ นงบการเงนิ ด้วย
ลักษณะเชงิ คุณภาพของงบการเงินไวใ้ นการบญั ชี 14 ขอ้ ดังนี้
13
6.2.1 ความเขา้ ใจได้
ขอ้ มูลในงบการเงินต้องสามารถเข้าใจได้ในทนั ทที ี่ผใู้ ชง้ บการเงนิ ใชข้ ้อมูล
ดงั กลา่ ว ดงั นั้น จงึ ต้องมขี ้อสมมตุ วิ า่ ผู้ใชง้ บการเงินมีความรูต้ ามควรเกีย่ วกบั ธรุ กจิ กจิ กรรมเชงิ
เศรษฐกิจและการบญั ชี รวมท้งั มีความต้ังใจตามควรที่จะศกึ ษาข้อมลู ดงั กลา่ ว อย่างไรก็ตาม ขอ้ มลู
แมว้ ่าจะมคี วามซับซอ้ น แตถ่ า้ เก่ียวขอ้ งกบั การตัดสินใจเชงิ เศรษฐกจิ ก็ไมค่ วรละเวน้ ท่จี ะแสดงในงบ
การเงนิ เพียงเหตุผลท่วี า่ ข้อมลู ดังกล่าวยากเกินกวา่ ท่ีผใู้ ช้งบการเงินบางคนจะเขา้ ใจได้
6.2.2 ความเก่ียวข้องกับการตัดสนิ ใจ
ขอ้ มลู ทีม่ ปี ระโยชนต์ ้องเกี่ยวข้องกบั การตัดสนิ ใจของผใู้ ช้งบการเงิน ขอ้ มลู จะ
เกี่ยวขอ้ งกบั การตดั สนิ ใจเชิงเศรษฐกจิ ได้กต็ อ่ เมอ่ื ขอ้ มลู นั้นชว่ ยให้ผูใ้ ช้งบการเงนิ สามารถประเมิน
เหตุการณใ์ นอดตี ปจั จบุ ัน และอนาคต รวมทงั้ ชว่ ยยนื ยันหรือชีข้ ้อผิดพลาดของผลการประเมินที่ผ่าน
มาของผใู้ ช้งบการเงินได้ บทบาทของขอ้ มูลทีช่ ่วยในการคาดคะเนและยืนยันความถกู ตอ้ งของการ
คาดคะเนทีผ่ ่านมามีความสมั พนั ธก์ ัน ข้อมูลเก่ยี วกับฐานะการเงินและผลการดาเนินงานในอดตี ของ
กิจการมกั ถือเปน็ เกณฑ์ในการคาดคะเนฐานะการเงินและผลการดาเนนิ งานในอนาคต รวมทั้งเรื่องอ่ืน
ๆ ทผ่ี ้ใู ช้งบการเงินสนใจ เชน่ การจา่ ยเงินปันผล การจา่ ยค่าจา้ ง การเคล่อื นไหวของราคาหลกั ทรพั ย์
และความสามารถของกจิ การในการชาระภาระผกู พันเมอ่ื ครบกาหนด
6.2.3 ความมนี ยั สาคญั
ความเกย่ี วขอ้ งกับการตัดสนิ ใจของข้อมลู ขึ้นอยกู่ บั ลกั ษณะและความมีนัยสาคญั
ของข้อมลู น้นั ในบางกรณี ลักษณะของขอ้ มูลเพยี งอย่างเดียวกเ็ พยี งพอทจี่ ะใชต้ ดั สนิ ว่าขอ้ มูลมคี วาม
เก่ียวขอ้ งกบั การตดั สนิ ใจหรอื ไม่ นยั สาคญั หากการไมแ่ สดงขอ้ มลู หรือการแสดงข้อมูลผิดพลาดมี
ผลกระทบตอ่ ผใู้ ชง้ บการเงนิ ในการตดั สนิ ใจเชิงเศรษฐกจิ ความมนี ัยสาคัญข้ึนอยู่กับขนาดของรายการ
หรือขนาดของความผิดพลาดทเ่ี กิดขึน้ ภายใต้สภาพการณเ์ ฉพาะซงึ่ จะตอ้ งพจิ ารณาเป็นกรณี ๆ ไป
ดังน้ันความมีนยั สาคญั จงึ ถอื เปน็ ขอ้ พิจารณามากกว่าจะเปน็ ลักษณะเชิงคุณภาพซึ่งข้อมูลต้องมีหาก
ขอ้ มูลนน้ั จะถอื ว่ามีประโยชน์
6.2.4 ความเช่อื ถอื ได้
ขอ้ มลู ทเี่ ป็นประโยชน์ต้องเชอ่ื ถอื ได้ ข้อมลู จะมีคุณสมบตั ขิ องความเชือ่ ถอื ได้
หากปราศจากความผดิ พลาดที่มีนัยสาคญั และความลาเอียง ซงึ่ ทาให้ผู้ใช้ขอ้ มูลสามารถเชือ่ ไดว้ า่ ขอ้ มลู
นน้ั เปน็ ตวั แทนอนั เทย่ี งธรรมของขอ้ มลู ทต่ี อ้ งการให้แสดงหรอื ควรแสดง ขอ้ มลู อาจมคี วามเกย่ี วขอ้ ง
14
กับการตดั สนิ ใจแต่การรับรู้ของข้อมูลดังกลา่ วอาจทาให้ผใู้ ชง้ บการเงินเข้าใจผิดเนอื่ งจากข้อมลู ขาด
ความน่าเช่อื ถือ
6.2.5 การเป็นตัวแทนอันเท่ียงธรรม
ขอ้ มลู จะมคี วามเช่อื ถอื ไดเ้ ม่ือรายการและเหตกุ ารณ์ทางบัญชไี ดไ้ ด้แสดงอยา่ ง
เทย่ี งธรรมตามท่ตี ้องการให้แสดงหรือควรจะแสดง ดงั นั้น งบดลุ ควรแสดงสินทรพั ย์ หนส้ี นิ และสว่ น
ของเจา้ ของ เฉพาะรายการและเหตกุ ารณท์ างบัญชที ่เี ข้าเกณฑ์การรับรู้รายการ ณ วนั ที่เสนอรายงาน
ขอ้ มูลทางการเงนิ อาจไม่เป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรมของรายการทตี่ อ้ งการให้แสดง ทง้ั นี้มไิ ดม้ สี าเหตมุ า
จากความลาเอยี ง หากเกิดจากความซับซอ้ นในการวดั ค่าของรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีหรอื เกดิ
จากการนาหลักการวัดคา่ และเทคนคิ ในการนาเสนอรายการมาประยุกต์ใชใ้ นบางกรณี การวัดคา่
ผลกระทบทางการเงินของรายการบางรายการอาจมีความไมแ่ น่นอนสูง จนกระท่งั กิจการไม่อาจรบั รู้
รายการน้ันในงบการเงินได้
6.2.6 เนือ้ หาสาคญั กวา่ รปู แบบ
ข้อมูลเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรมของรายการและเหตกุ ารณท์ างบัญชี ดังนัน้
ขอ้ มลู ตอ้ งบันทกึ และแสดงตามเนื้อหาและความเป็นจรงิ เชงิ เศรษฐกิจมใิ ช่ตามรปู แบบทางกฎหมาย
เพยี งอย่างเดยี ว เนือ้ หาของรายการและเหตุการณท์ างบญั ชีอาจไม่ตรงกับรูปแบบทางกฎหมายหรือ
รูปแบบทีท่ าขน้ึ
6.2.7 ความเป็นกลาง
ขอ้ มลู ทแ่ี สดงอยใู่ นงบการเงนิ มคี วามนา่ เช่อื ถอื เมื่อมคี วามเปน็ กลางหรอื
ปราศจากความลาเอียง งบการเงนิ จะขาดความเป็นกลางหากการเลอื กข้อมูลหรอื การแสดงข้อมูลใน
งบการเงนิ นน้ั มผี ลทาใหผ้ ใู้ ชง้ บการเงินตัดสนิ ใจหรอื ใชด้ ลุ ยพินิจตามเจตนาของกจิ การ
6.2.8 ความระมดั ระวัง
โดยท่วั ไปผ้จู ัดทางบการเงนิ ต้องประสบกบั ความไมแ่ นน่ อนอันหลกี เลี่ยงไมไ่ ด้
เกยี่ วกับเหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ ตวั อย่างเช่น ความสามารถในการเก็บหน้ี การประมาณอายุการใชง้ านของ
สนิ ทรัพยท์ ี่มตี วั ตน และจานวนการเรียกร้องค่าเสยี หายท่อี าจเกดิ ขนึ้ ตามสัญญารบั ประกัน กิจการอาจ
แสดงความไมแ่ นน่ อนดงั กลา่ ว โดยการเปิดเผยถงึ ลกั ษณะผลกระทบ และหลกั ความระมัดระวังท่ี
กิจการใชใ้ นการจัดทางบการเงิน หลกั ความระมดั ระวังนร้ี วมถึงการใชด้ ลุ ยพินจิ ที่จาเปน็ ในการ
ประมาณการภายใตค้ วามไมแ่ นน่ อนเพื่อมิใหส้ นิ ทรพั ย์หรือรายได้แสดงจานวนสงู เกินไป และหนส้ี ิน
15
หรอื คา่ ใชจ้ ่ายแสดงจานวนต่าเกินไป อย่างไรก็ตาม การใชห้ ลกั ความระมดั ระวังมิได้อนุญาตใหก้ ิจการ
ต้ังสารองลับหรอื ตงั้ ค่าเผื่อไว้สงู เกินไป การแสดงสนิ ทรัพยห์ รือรายได้ใหต้ า่ เกนิ ไปหรอื แสดงหนสี้ ินหรอื
ค่าใชจ้ า่ ยใหส้ ูงเกินไปโดยเจตนาจะทาใหง้ บการเงินขาดความเปน็ กลางและทาให้ขาดความนา่ เชือ่ ถอื
6.2.9 ความครบถว้ น
ข้อมลู ในงบการเงนิ ทเี่ ชื่อถอื ได้ต้องครบถ้วนภายใตข้ ้อจากดั ของความมีนยั สาคัญ
และต้นทนุ ในการจัดทา รายการบางรายการหากไม่แสดงในงบการเงินจะทาให้ข้อมลู มีความผิดพลาด
หรือทาใหผ้ ใู้ ชง้ บการเงินเข้าใจผิด ดงั นน้ั ขอ้ มูลดงั กลา่ วจะมีความเกี่ยวข้องกบั การตัดสินใจนอ้ ยลง
และขาดความน่าเชื่อถือได้
6.2.10 การเปรียบเทียบกนั ได้
ผูใ้ ช้งบการเงนิ ตอ้ งสามารถเปรียบเทยี บงบการเงนิ ของกจิ การในรอบระยะเวลา
ท่ีตา่ งกัน เพือ่ คาดคะเนถงึ แนวโน้มของฐานะทางการเงินและผลการดาเนินงานของกิจการนนั้
นอกจากน้ผี ู้ใชง้ บการเงินยงั ต้องสามารถเปรียบเทียบงบการเงนิ ระหว่างกจิ การเพ่ือประเมนิ ฐานะทาง
การเงิน ผลการดาเนินงาน และการเปลย่ี นแปลงฐานะทางการเงิน ดงั น้นั การวดั มลู คา่ และการ
แสดงผลกระทบทางการเงนิ ของรายการและเหตุการณ์ทางบัญชที ่มี ีลักษณะคลา้ ยคลงึ กนั จึง
จาเป็นต้องปฏบิ ัติอยา่ งสมา่ เสมอไมว่ า่ จะเป็นการปฏิบัติภายในกจิ การเดยี วกันแต่ต่างรอบระยะเวลา
หรือเป็นการปฏิบัตขิ องกจิ การแต่ละกิจการก็ตาม การเปรยี บเทียบกนั ได้เป็นลกั ษณะเชงิ คณุ ภาพที่
สาคัญกลา่ วคอื ผใู้ ช้งบการเงนิ จาเปน็ ต้องไดร้ บั ขอ้ มูลเกี่ยวกับนโยบายการบญั ชีที่ใชใ้ นการจัดทางบ
การเงิน รวมท้ังการเปลยี่ นแปลงนโยบายการบัญชีและผลกระทบจากการเปลย่ี นแปลงดงั กลา่ ว ผู้ใช้
งบการเงินตอ้ งสามารถระบุความแตกตา่ งระหวา่ งนโยบายการบญั ชที ี่กจิ การใชส้ าหรบั รายการและ
เหตกุ ารณ์ทางบัญชีที่คลา้ ยคลึงกันในรอบระยะเวลาบัญชีที่ตา่ งกัน และความแตกตา่ งระหว่างนโยบาย
การบญั ชีทใี่ ช้ของกิจการแต่ละกจิ การได้ การปฏบิ ตั ิตามมาตรฐานการบัญชีซง่ึ รวมถงึ การเปิดเผย
นโยบายการบัญชีจะช่วยให้งบการเงินมีคณุ สมบตั ใิ นการเปรียบเทยี บกนั ได้ การท่ีข้อมลู จาเปน็ ต้อง
เปรียบเทยี บกันได้มิไดห้ มายความว่าข้อมูลต้องอยู่ในรูปแบบเดียวกันตลอดไป และไมใ่ ชข้ ้ออ้างอัน
สมควรทีจ่ ะไมน่ ามาตรฐานการบัญชีที่เหมาะสมกว่ามาถือปฏบิ ัติ
6.2.11 ทนั ตอ่ เวลา
การรายงานข้อมลู ลา่ ช้าอาจทาให้ข้อมูลสญู เสียความเก่ียวข้องกับการตัดสนิ ใจ
อยา่ งไรกต็ ามฝา่ ยบรหิ ารอาจตอ้ งพิจารณาเปรยี บเทยี บระหว่างประโยชน์ท่จี ะได้รับจาก การรายงานท่ี
16
ทันต่อเวลากับความเชือ่ ถอื ได้ของรายงานนัน้ กิจการอาจจาเป็นต้องเสนอรายงานให้ทันต่อเวลากอ่ นที่
จะทราบขอ้ มูลเกีย่ วกับรายการและเหตุการณ์ทางบญั ชใี นทุกลักษณะซึง่ อาจทาให้ความเช่ือถอื ได้
ลดลง ในทางกลบั กัน หากกิจการจะรอจนกระท่ังทราบขอ้ มลู ในทกุ ลักษณะจึงจะเสนอรายงาน
รายงานนั้นอาจมคี วามเชอื่ ถือได้สูงแตไ่ มม่ ีประโยชน์ตอ่ ผู้ใชง้ บการเงินในการตัดสนิ ใจในชว่ งเวลานั้น
ในการหาความสมดลุ ระหว่างความเกยี่ วขอ้ งกับการตัดสนิ ใจและความเชอื่ ถอื ไดข้ องข้อมลู กจิ การจึง
ต้องพิจารณาถึงความตอ้ งการของผใู้ ชง้ บการเงินในการตัดสนิ ใจเชงิ เศรษฐกจิ เปน็ หลัก
6.2.12 ความสมดลุ ระหวา่ งประโยชนท์ ี่ไดร้ ับกบั ตน้ ทุนทเ่ี สยี ไป
ความสมดลุ ระหวา่ งประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั กับต้นทนุ ท่เี สียไปถอื เป็นข้อจากัดทสี่ าคญั
ของงบการเงนิ มากกว่าจะถือเปน็ ลักษณะเชงิ คณุ ภาพ โดยทวั่ ไป ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับจากข้อมูลควร
มากกว่าตน้ ทนุ ในการจดั หาข้อมูลน้นั การประเมนิ ประโยชน์และตน้ ทุนจาเปน็ ตอ้ งใช้ดลุ ยพินิจเปน็
หลกั โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่ได้รับประโยชน์จากขอ้ มลู ไมต่ ้องรับผิดชอบตอ่ ต้นทุนในการจัดหาขอ้ มลู นนั้
และข้อมูลอาจให้ประโยชนแ์ กบ่ คุ คลอ่นื นอกเหนือจากผู้ท่ีกจิ การต้องการเสนอขอ้ มลู ดงั นน้ั จึงเปน็
การยากที่จะกาหนดสูตรสาเรจ็ ในการหาความสมดุลระหว่างประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั กบั ตน้ ทุนท่ีเสยี ไปเพอื่
นามาปฏิบัตไิ ด้ในทกุ กรณี อยา่ งไรกต็ าม คณะกรรมการมาตรฐานการบญั ชจี ะไมล่ ะเลยขอ้ จากดั
ดงั กลา่ วในการออกกฎและผูใ้ ชง้ บการเงินตอ้ งตระหนกั วา่ ผู้จดั ทางบการเงินมขี อ้ จากดั เดียวกันในการ
จดั ทาและนาเสนองบการเงิน
6.2.13 ความสมดุลของลักษณะเชงิ คุณภาพ
ในทางปฏบิ ัติ การสร้างความสมดลุ ระหวา่ งลกั ษณะเชิงคุณภาพต่าง ๆ ถอื เป็น
สิง่ จาเป็น ผู้จดั ทางบการเงินตอ้ งหาความสมดลุ ของลกั ษณะเชิงคณุ ภาพต่าง ๆเพ่ือให้งบการเงินบรรลุ
วัตถปุ ระสงค์ แตค่ วามสัมพันธ์ระหวา่ งลกั ษณะเชิงคณุ ภาพจะแตกตา่ งกนั ไปในแต่ละกรณี ผ้จู ดั ทางบ
การเงนิ จึงจาเปน็ ต้องใชด้ ุลพนิ ิจเยย่ี งผู้ประกอบวิชาชีพในการตดั สนิ ใจเลอื กความสมดุลดงั กล่าว
6.2.14 การแสดงขอ้ มลู ทถ่ี ูกตอ้ งตามควร
โดยทวั่ ไป งบการเงินแสดงข้อมูลทถ่ี ูกต้องตามควรเกีย่ วกบั ฐานะการเงิน ผลการ
ดาเนนิ งาน และการเปล่ียนแปลงฐานะทางการเงินของกิจการ แมว้ า่ แมบ่ ทการบญั ชนี ี้ไมเ่ ก่ียวข้อง
โดยตรงกบั แนวคิดในการแสดงขอ้ มูลทีถ่ ูกตอ้ งตามควร แตก่ ารนาลกั ษณะเชิงคณุ ภาพและมาตรฐาน
การบญั ชที เี่ หมาะสมมาปฏบิ ตั ิกส็ ามารถส่งผลให้งบการเงนิ แสดงข้อมูลทถี่ ูกต้องและยุตธิ รรมได้ หรอื
อีกนยั หน่ึงงบการเงนิ น้ันให้ขอ้ มูลท่ถี กู ต้องตามควร
17
7. แนวความคิดของหลกั การบญั ชตี น้ ทนุ
การบัญชี (Accounting) เป็นศลิ ปะของการจดบันทกึ รายการหรือเหตกุ ารณ์ ที่เกย่ี วกบั การ
เงนิ ไว้ในรูปเงินตรา การจัดหมวดหมู่หรือจาแนกประเภทของรายการเหล่าน้ัน การสรปุ ผลรวมท้ังการ
ตคี วามหมายของผลเหลา่ นัน้ สมาคมนักบญั ชแี ละผู้สอบบญั ชีรับอนญุ าตแหง่ ประเทศไทยไดใ้ หค้ าจา
กดั ความของ “การบญั ช”ี ดงั น้ีการบญั ชี หมายถงึ ศิลปะการเกบ็ รวบรวม บันทึกจาแนกและทาสรปุ
ข้อมูลอันเกี่ยวกับเหตุการณท์ างเศรษฐกิจในรปู ตัวเงิน ผลงานขนั้ สุดท้ายของการบัญชี คือ การใหข้ ้อ
มูลทางการเงนิ ซึง่ เปน็ ประโยชน์ตอ่ บคุ คลหลายฝา่ ย และผสู้ นใจในกจิ กรรมของกิจการ จากคาจากดั
ความท่ีกล่าวมาข้างตน้ พอสรุปได้ว่า “การบัญช”ี เป็นการจดบนั ทึกรายการค้าตา่ งๆ ทีเ่ กิดขึน้ เก่ยี ว
กบั การรบั เงินและการจา่ ยเงิน หรือส่งิ ของท่ีมมี ูลค่าเป็นตัวเงนิ ไวใ้ นสมุดบัญชอี ยา่ งสม่าเสมอ โดยจัด
แยกประเภท เป็นระเบยี บถูกตอ้ งตามหลกั การและสามารถแสดงผลการดาเนนิ งาน พร้อมทั้งฐานะ
การเงนิ ของกิจการในระยะเวลาใดระยะเวลาหน่งึ ได้ เพอื่ ใหเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ การตัดสินใจเชงิ เศรษฐกจิ
ส่วนคาว่า การจดั ทาบัญชี (Bookkeeping)สมาคมนกั บญั ชแี ละผสู้ อบบญั ชรี ับอนญุ าตแห่งประเทศ
ไทย (ส.บช.) ไดใ้ หค้ าจากดั ความวา่ หมายถึง “การจดบนั ทกึ ทางการบญั ชี ซ่งึ ประกอบดว้ ยการเกบ็
รวบรวมข้อมลู และเอกสาร บนั ทึกรายการในสมดุ บัญชีข้ันต้น จาแนกและจัดหมวดหมูร่ ายการในสมุด
บัญชีขัน้ ปลาย ลกั ษณะงานการจดั ทาบญั ชีจะซา้ ซากและเป็นงานเสมียน ผู้ปฏบิ ัตงิ านหนา้ ท่ีนี้เรยี กวา่
ผูจ้ ดั ทาบญั ช(ี Bookkeeper) ซึง่ แตกต่างกบั นักบัญชี (Accountant) คือ ผูท้ ี่ทาหนา้ ที่เกย่ี วกบั การ
บัญชี การบนั ทึกบญั ชี การจดั ทางบการเงนิ การวางแผนระบบบัญชใี หก้ จิ การ ควบคมุ การบันทกึ บัญชี
ทงั้ หมด กาหนดนโยบายทางการบัญชี สามารถประกอบอาชพี ผสู้ อบบัญชีใหค้ าปรกึ ษาทางภาษอี ากร
ของกิจการต่างๆ ตามมาตรฐานการบญั ชที ่รี บั รองโดยท่ัวไป เป็นตน้
7.1 บญั ชเี จ้าหน้ี
หนส้ี ิน (Liabilities) หมายถึง ภาระผกู พนั ในปจั จบุ นั ของกิจการ ซึง่ เกิดจากเหตกุ ารณ์
ในอดีตและกจิ การจะตอ้ งจ่ายชาระภาระผกู พันในอนาคต ซ่งึ อาจจะจ่ายในรปู ของเงินสดสนิ ทรัพย์
หรอื บริการ
1) ความหมายของเจา้ หนี้
เจ้าหนี้ หมายถงึ สทิ ธเิ รยี กรอ้ งของบุคคลหนงึ่ ท่ีมตี ่อกจิ การให้จา่ ยชาระหน้ี
2) ประเภทเจ้าหน้ี
เจ้าหน้แี บ่งออกเป็น 2 ประเภท
18
ก. เจา้ หน้ีการคา้ (Trade Accounts Payable) หมายถงึ เจ้าหนี้ทเี่ กดิ จากการ
ซ้อื สนิ คา้ เปน็ เงนิ เชือ่ หรือซ้อื วัสดทุ ีใ่ ช้ในการผลิตสนิ คา้ เปน็ เงนิ เช่ือ
ข. เจ้าหน้ีอื่น (Others Accounts Payable) หมายถึง เจา้ หนท้ี ่ีเกิดจากการ
ซื้อสินทรัพย์อนื่ ทีไ่ มใ่ ชส่ นิ ค้าเปน็ เงนิ เชอ่ื หรือการก้ยู มื เงนิ
7.2 บญั ชตี ้นทุน
บัญชตี น้ ทนุ ทาหน้าที่เกยี่ วกบั การจดั เกบ็ สะสม รวบรวม จาแนก และวิเคราะหข์ อ้ มลู
ด้านตน้ ทุน ท้ังทเี่ กดิ ข้นึ ในอดีตตลอดไปจนถึงการประมาณการหรือพยากรณต์ ้นทุนท่คี าดวา่ จะเกดิ ขึน้
ในอนาคต
1) ความหมายของตน้ ทุน
ต้นทนุ หมายถงึ มลู คา่ ของทรพั ยากรท่ีสามารถวัดเป็นจานวนเงนิ ได้ ซงึ่ กิจการสูญเสียหรือ
เสยี สละไป เพอ่ื แลกกับการได้รับส่งิ ใดส่งิ หนง่ึ กลบั มาในทน่ี ีอ้ าจหมายถงึ สนิ ค้าหรือบรกิ ารตา่ งๆ ซง่ึ
เป็นประโยชน์ต่อกิจการ
2) ประเภทของต้นทนุ
ตน้ ทุนมมี ากมายหลากหลายชนดิ แตล่ ะชนิดให้ความหมายท่ีแตกตา่ งกัน ตามแต่วตั ถปุ ระ
สงค์การนาไปใช้ ความเข้าใจแนวคิดและการจัดแบง่ ประเภทตน้ ทุนจะชว่ ยใหก้ ิจการสามารถนาขอ้ มูล
ดังกล่าวไปใช้ให้เกดิ ประโยชนม์ ากยง่ิ ข้นึ การจดั แบ่งประเภทต้นทนุ ตามแต่ละลักษณะและวัตถุประ
สงคก์ ารนาไปใช้สามารถสรปุ ไดด้ งั นี้
จาแนกตามหน้าที่ทางการผลติ และสว่ นประกอบของผลิตภัณฑ์
7.2.1 ตน้ ทนุ การผลิต (Manufacturing cost) หมายถงึ ตน้ ทุนท่ีเกย่ี วข้องโดยตรงกับ
การผลติ สนิ คา้ ซึง่ ประกอบไปดว้ ย
1) วตั ถุดิบ (Materials) หมายถงึ วตั ถหุ รอื ส่วนประกอบท่ีกิจการนามาใชใ้ น
การแปรสภาพให้เป็นสนิ คา้ สาเร็จรูป เพอ่ื สร้างมูลคา่ เพมิ่ ดังน้นั วัตถุดบิ จงึ สามารถแบง่ ออกได้เป็น 2
ลักษณะ คือ
ก. วตั ถุดบิ ทางตรง (Direct material) ซึ่งหมายถงึ วตั ถดุ ิบหลกั หรอื
วัตถุดิบซ่ึงเป็นสว่ นประกอบสาคญั ในการผลติ สนิ ค้า และสามารถคิดคานวณเข้าเปน็ มลู คา่ ของสนิ คา้
โดยตรง ได้โดยงา่ ย
19
ข. วัตถดุ ิบทางอ้อม (Indirect material) หมายถงึ วัตถดุ บิ ซ่งึ เปน็ เพียง
ส่วนประกอบเล็กๆ นอ้ ยๆ หรอื เป็นสว่ นประกอบหลกั แตค่ ิดคานวณมลู คา่ เข้าเป็นต้นทุนของสนิ คา้ ได้
ยาก ในทางบญั ชี ถือเปน็ ค่าใชจ้ า่ ยการผลิต
2) คา่ แรงงาน (Labor) หมายถึง ค่าจา้ งหรือผลตอบแทนที่จา่ ยใหแ้ ก่ลูกจ้าง
หรือคนงานที่ทาหนา้ ทเี่ ก่ยี วข้องกบั การผลติ สนิ ค้า โดยปกตแิ ลว้ ค่าแรงงานจะแบ่งออกเปน็ 2 ลกั ษณะ
ได้แก่
ก. คา่ แรงงานทางตรง (Direct labor) หมายถึง คา่ แรงตา่ งๆ ทีจ่ า่ ยใหแ้ ก่
คนงานหรอื ลกู จ้างทท่ี าหน้าท่เี กี่ยวกับการผลติ สินคา้ โดยตรง รวมไปถึงค่าแรงนั้นจะต้องสามารถคิด
คานวณเขา้ เป็นมูลคา่ ของสินค้าไดโ้ ดยงา่ ยอีกดว้ ย
ข. คา่ แรงงานทางอ้อม (Indirect labor) หมายถงึ เงินเดอื นหรอื ค่าแรงซงึ่
จา่ ยใหก้ ับคนงานหรอื ลกู จา้ งซงึ่ ไม่ไดเ้ กย่ี วข้องโดยตรงกับการผลติ สนิ คา้ หรือเก่ยี วข้องโดยตรง แตค่ ดิ
คานวณมลู คา่ เขา้ เปน็ ต้นทนุ ของสินคา้ ได้ยากถือเป็นคา่ ใชจ้ า่ ยการผลติ
3) คา่ ใช้จา่ ยการผลติ (Manufacturing overhead) หมายถงึ ค่าใช้จา่ ยตา่ งๆ
ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในการผลติ สินค้า นอกจากวตั ถดุ บิ ทางตรงและค่าแรงทางตรง
ก. ตน้ ทนุ ที่ไมเ่ กยี่ วกบั การผลิต (Non - manufacturing cost) หรือ อาจ
เรียกวา่ ต้นทนุ แผนกบรกิ าร (cost of service department) หรือต้นทนุ ทางการบรหิ าร หมายถงึ
ต้นทุนตา่ งๆ ทเี่ กิดขน้ึ ในแผนกสนบั สนุนการผลิต คอื แผนกท่ไี มไ่ ด้ทาหน้าท่ีในการผลติ โดยตรง แต่มี
หนา้ ท่ีสนับสนนุ ให้การผลติ เป็นไปอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ เช่น แผนกบุคคล แผนกคอมพิวเตอร์ แผนก
ทาความสะอาด เป็นต้น
จาแนกตามความสาคัญและลักษณะของต้นทนุ การผลิตการจาแนกตามลักษณะนี้ มีความ
คล้ายคลึงกับประเภทแรก แตม่ ีวัตถปุ ระสงคเ์ พือ่ ใชใ้ นการวางแผนและควบคุมมากกวา่ เพื่อการ
คานวณโดยสามารถจาแนกออกได้เป็น 2 ประเภทดงั น้ี
1) ตน้ ทนุ ข้ันตน้ (Prime cost) หมายถงึ ต้นทนุ รวมระหว่างวตั ถุดบิ และคา่ แรงทางตรง โดย
ปกติต้นทุนข้ันต้นจะมคี วามสมั พนั ธโ์ ดยตรงกับการผลติ รวมท้งั เป็นตน้ ทนุ ทมี่ ีจานวนมากเม่อื เทยี บกบั
ตน้ ทุนการผลิตท้งั หมด แต่อยา่ งไรก็ตามในยคุ ปจั จบุ นั ธุรกจิ บางแหง่ มีการใช้เครื่องจักรมากขนึ้ ทาให้
ตน้ ทนุ ค่าแรงทางตรงลดลงในลักษณะเชน่ นี้ ตน้ ทนุ ข้ันตน้ จะมลี กั ษณะลดลงเมื่อเทยี บกบั ต้นทุนแปร
สภาพ
20
2) ตน้ ทุนแปลงสภาพ (Conversion cost) หมายถงึ ตน้ ทุนที่เก่ียวขอ้ งกบั การแปลงสภาพ
หรือเปล่ยี นรูปแบบจากวตั ถุดบิ ทางตรงให้กลายสภาพเป็น สินคา้ สาเรจ็ รปู ต้นทนุ แปรสภาพจะ
ประกอบดว้ ยค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จา่ ยการผลติ จากที่กลา่ วแลว้ เมอื่ กจิ การมีการลงทนุ ใน
เคร่ืองจักรมากขึ้น คา่ เส่อื มราคา ค่าซอ่ มบารุง ซ่งึ ถือวา่ เปน็ คา่ ใชจ้ ่ายการผลิต ก็จะมจี านวนมากตาม
ไปด้วย ดงั น้ัน อาจกล่าวได้วา่ ในธุรกิจทม่ี ีการใชเ้ ทคโนโลยสี งู หรือลงทนุ สงู ในสว่ นของอุปกรณ์
เคร่อื งมือ เครื่องจกั รท่ีใช้ในการผลติ ความสาคัญในสว่ นของต้นทนุ แปรสภาพก็จะมากขนึ้ ตามไปด้วย
การจาแนกตามความสัมพนั ธก์ ับระดับกจิ กรรมนบ้ี างคร้ังเรยี กวา่ การจาแนกตามพฤติกรรม
(Behavior) ซึ่งมล่ี กั ษณะสาคญั คือ เป็นการวเิ คราะหจ์ านวนของต้นทุนท่เี ปลีย่ นแปลงไปตามปริมาณ
การผลิตโดยสามารถจาแนกได้ 3ชนิด คอื
1) ต้นทนุ ผันแปร (Variable cost) หมายถงึ ตน้ ทุน ซ่งึ มยี อดรวมเปลย่ี นแปลงไปตาม
สดั ส่วนของปรมิ าณการผลิตหรอื ระดับกิจกรรมทเ่ี กดิ ขึน้ ในขณะท่ตี น้ ทนุ ตอ่ หน่วยจะคงทีเ่ ท่ากัน ทกุ ๆ
หน่วย เชน่ ค่าเชือ้ เพลิง ค่าแรงงาน ยิง่ ผลติ มากต้นทนุ ก็จะมากตามไปด้วย
2) ต้นทุนคงท่ี (Fixed cost) หมายถงึ ต้นทนุ ซึง่ มยี อดรวมคงท่ีไมเ่ ปล่ียนแปลงไปตาม
ปริมาณการผลติ หรอื ระดบั กจิ กรรมแตย่ อดตอ่ หนว่ ยของต้นทุนชนิดน้ี จะเปล่ียนไปในทศิ ทางตรงกัน
ขา้ มกับปริมาณผลิต คือ ยง่ิ ผลติ มาก ต้นทนุ คงทต่ี อ่ หนว่ ยก็ยง่ิ ลดลง เช่น ค่าเช่า ย่งิ ปริมาณการผลติ
สนิ ค้ามาก คา่ เช่าตอ่ หน่วย ก็ย่ิงลดลง เป็นตน้
3) ต้นทนุ ผสม (Mixed cost) หมายถึง ตน้ ทุนท่จี ะมตี น้ ทนุ สว่ นหน่ึงคงทอี่ ยูใ่ นทุกระดับ
กจิ กรรม และมีต้นทุนอีกสว่ นหน่ึง แปรไปตามระดบั กจิ กรรม เช่น คา่ โทรศัพท์ ซึง่ มคี า่ คงทตี่ อ่ เดอื น
100 บาท และส่วนของผนั แปร 3 บาท/ครงั้ ของการโทร เป็นตน้
การจาแนกตามความสัมพันธก์ ับหน่วยต้นทุน เปน็ การจาแนกโดยพิจารณาตามความสามารถ
ในการระบุทมี่ าของต้นทุนได้ว่า เป็นตน้ ทนุ ของงานแผนกผลติ ภัณฑห์ รือหน้าที่ใดโดยสามารถจาแนก
ไดเ้ ป็น 2 ประเภท
1) ต้นทุนทางตรง (Direct cost) หมายถงึ ต้นทนุ ท่ีสามารถระบุได้วา่ เป็นต้นทุนของ
หนว่ ยงานของงานผลิตภัณฑ์หรือแผนกใด เชน่ คา่ เส่อื มราคาของเครือ่ งจักรแผนกประกอบก็เปน็
ตน้ ทนุ ทางตรงของแผนกประกอบ หรือ เงินเดือนผคู้ วบคุมการผลติ สินค้า ก ก็เป็นตน้ ทนุ ทางตรงของ
สินคา้ ก เปน็ ตน้
21
2) ตน้ ทนุ ทางออ้ ม (Indirect cost) หมายถงึ ตน้ ทนุ ร่วม (common cost) ที่เกดิ ข้นึ โดยไม่
สามารถระบุได้วา่ เกิดจากหนว่ ยต้นทุนใด ดงั นนั้ กิจการจึงต้องใชเ้ ทคนคิ ในการปันส่วน(allocation
techniques) ตน้ ทุนดังกลา่ ว ไปยงั แผนกทีเ่ กยี่ วข้อง ยกตัวอย่างเช่น เงินเดือนของผูจ้ ดั การโรงงาน
แมบ่ ้านทาความสะอาดหรือยามรักษาความปลอดภัยของโรงงาน ซงึ่ ใช้ในการผลติ สินคา้ มากกวา่ 2
ชนดิ จึงไม่สามารถระบไุ ด้ว่าเงินเดอื นดังกล่าวเปน็ ของสนิ ค้าใด เท่าไหรต่ อ้ งใช้การปนั ส่วน (แบง่ )
ให้กบั สนิ คา้ แตล่ ะชนิด
จาแนกตามงวดเวลาที่กอ่ ประโยชนเ์ ป็นการจาแนกโดยพจิ ารณาตามหลกั การจับคู่รายไดแ้ ละ
ค่าใช้จ่าย หมายถึง ต้นทนุ บางชนดิ จะถูกรบั รเู้ ป็นสนิ ทรัพย์ เพราะยังไมก่ อ่ ประโยชนใ์ ห้กับกจิ การแต่
เมอ่ื ก่อประโยชน์แลว้ (เกิดรายได้) จะถกู ตัดไปเป็นคา่ ใช้จ่าย การจาแนกตน้ ทุนในลกั ษณะนี้ มี
วัตถปุ ระสงค์เพ่ือการจัดทางบกาไรการเงนิ ของกิจการ สามารถจาแนกได้ 2 ประเภท คอื
1) ต้นทุนผลติ ภัณฑ์ (Product cost) ตน้ ทนุ ซึ่งกิจการจา่ ยไปแตไ่ ม่เกดิ ประโยชน์ในทันที
และจะถกู สะสมเก็บรวบรวม ไว้ในตวั สนิ ค้า ซง่ึ ตอ้ งบนั ทกึ ไวเ้ ป็นสนิ ทรพั ย์ของกจิ การจนกวา่ สินค้าน้ัน
ๆ จะถูกขายออกไป ตวั อย่างเชน่ วตั ถุดิบ คา่ แรงคนงาน ค่าใชจ้ า่ ยตา่ งๆ ท่จี ่ายเพอ่ื การผลิตสินค้า เปน็
ต้น
2) ตน้ ทนุ งวดเวลา (Period cost) ตน้ ทนุ ซึง่ กิจการจา่ ยไป และเกิดประโยชนใ์ นงวดบญั ชี
นนั้ ๆ ทันที ดงั น้นั ตน้ ทนุ ประเภทน้ี จงึ ถกู รบั รู้เป็นค่าใช้จ่ายของงวดนัน้ ๆ ไปโดยสว่ นมากหมายถึง
คา่ ใช้จา่ ยในการขายและบริหาร เช่น เงินเดือนพนกั งานฝา่ ยบุคคล เป็นตน้
จาแนกตามความสัมพันธ์กับเวลา
1) ตน้ ทุนในอดีต (Historical cost) หมายถึง ราคาทุน หรอื มลู ค่าท่ีกิจการจา่ ยไปจริงตาม
หลักฐานท่ปี รากฏ แต่ต้นทุนน้ีผบู้ ริหารมักไม่นามาพิจารณาประกอบการตดั สินใจมากนกั เพราะถือ
เป็นการจ่ายเงินไปในอดีต มลู ค่าของเงนิ แตกต่างจากปจั จบุ นั อาจเนอ่ื งมาจากภาวะเงินเฟอ้ อตั รา
ดอกเบย้ี หรอื ความเจรญิ ทางเศรษฐกิจ เปน็ ต้น
2) ต้นทนุ ทดแทน (Replacement cost) หมายถงึ ราคาหรือมลู คา่ ตลาดในปจั จบุ นั ของ
สินทรพั ย์ชนิดนัน้ ๆ
3) ตน้ ทนุ ในอนาคต (Future cost) หมายถึง ตน้ ทนุ หรอื คา่ ใช้จ่ายท่คี าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ ใน
อนาคต จากการตดั สนิ ใจเรอ่ื งใดเร่อื งหนึง่ ของผูบ้ ริหาร ซ่งึ อาจได้จากการประมาณการณ์ กลา่ วคอื
ตน้ ทุนในอนาคตนจ้ี ะเกดิ หรือไมเ่ กิดขึน้ อยูท่ ี่การตัดสินใจของผู้บริหาร และในขณะเดยี วกันผ้บู ริหารก็
22
ตอ้ งพจิ ารณาจากตน้ ทุนนเ้ี ช่นกนั วา่ ควรจะตัดสินใจอยา่ งไรให้เกดิ ตน้ ทุนตา่ ทีส่ ุด ดังน้นั กิจการจึงควร
ระมดั ระวงั และพจิ ารณาอย่างรอบคอบในการประมาณตน้ ทุนประเภทน้ี เช่น บรษิ ทั ข กาลังพจิ ารณา
เปล่ยี นเครือ่ งจักร และมีผู้มาเสนอขายหลายรายตลอดจนมบี ริษัทอน่ื ๆ ย่นื ข้อเสนอให้เช่าเคร่ืองจักร
ดงั กล่าวดว้ ย ดังน้นั ฝ่ายบญั ชีตอ้ งทาการประมาณ
การณ์ ตน้ ทุนในอนาคตวา่ ถ้าซื้อจากผู้ขายรายที่ 1 2 หรอื 3 ตน้ ทนุ ในอนาคตจะเปน็ เทา่ ใด (ซงึ่ อาจ
หมายถงึ คา่ บารุงรักษา คา่ เสอื่ มราคา ค่านา้ มันเชื้อเพลงิ เปน็ ตน้ ) หรือควรจะเช่าเครอื่ งจักรดี
จาแนกตามความรบั ผดิ ชอบ
1) ต้นทนุ ท่คี วบคุมได้ (Controllable cost) หมายถงึ ตน้ ทนุ หรือค่าใชจ้ า่ ยท่ีสามารถระบุ
หรอื กาหนดได้ว่าหน่วยงานใด หรือบุคคลใดบคุ คลหน่งึ เป็นผรู้ ับผดิ ชอบโดยตรงตอ่ ต้นทุนนนั้ ๆ มี
อานาจส่ังการสามารถควบคมุ ใหต้ ้นทุนนั้นๆ เพมิ่ ข้ึนหรอื ลดลงได้
2) ต้นทนุ ทค่ี วบคุมไมไ่ ด้ (Uncontrollable cost) หมายถงึ ต้นทนุ หรอื คา่ ใช้จา่ ยท่ีไมไ่ ด้
ภายใต้อานาจหนา้ ที่ ที่หน่วยงานหรือผบู้ รหิ ารในระดับนัน้ ๆจะควบคุมไวไ้ ด้ คือไมส่ ามารถจดั การ
กาหนดหรอื สั่งการให้ต้นทนุ นนั้ ๆ เพมิ่ ข้นึ หรอื ลดลงได้
จาแนกตามการวเิ คราะห์ปัญหาเพื่อตดั สินใจ
1) ต้นทุนจม (Sunk cost) หมายถึง ตน้ ทนุ ทเี่ กิดข้นึ จากการตัดสนิ ใจในอดตี ไม่มผี ลกระทบ
ตอ่ การตดั สนิ ใจในปจั จุบนั ถอื เป็นตน้ ทนุ ทไ่ี ม่สามารถหลกี เลีย่ งได้ ไมส่ ามารถทาการเปลย่ี นแปลงไดไ้ ม่
ว่าจะมีการตดั สินใจอย่างไรกต็ าม เช่น คา่ เชา่ จากสัญญาเชา่ ระยะยาว ค่าเสอื่ มราคาสินทรัพย์ เป็นต้น
2) ตน้ ทุนทห่ี ลกี เล่ยี งได้ (Avoidable cost) หมายถงึ ต้นทุนที่สามารถประหยดั ได้จากการ
ตดั สนิ ใจเลอื กทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งเป็นส่วนหนงึ่ ของตน้ ทุนในอนาคต ดังนนั้ จงึ มีบทบาทมากต่อ
การตดั สนิ ใจของผบู้ ริหาร
3) ต้นทุนคา่ เสยี โอกาส (Opportunity cost) หมายถงึ ผลประโยชน์หรอื ผลตอบแทนที่
กจิ การต้องสูญเสียไป เพราะไม่เลอื กทางเลือกน้นั เชน่ นาย ก. ต้องเสยี โอกาสในการไดร้ ับคา่ เชา่ เดอื น
ละ 5,000 บาท เพราะนาย ก. เลือกทจ่ี ะนารา้ นนนั้ ไปประกอบกจิ การร้านอาหารแทนการให้เช่า เปน็
ตน้
4) ตน้ ทุนส่วนต่าง (Differential cost) หมายถงึ ต้นทนุ ท่ีเกดิ จากการเปล่ียนแปลง(อาจ
เพ่ิมขึน้ หรือลดลง) ไปจากการตดั สินใจเลอื กกระทาอย่างใดอยา่ งหนึง่ โดยปกตมิ ักจะเกิดขน้ึ เมื่อมกี าร
เปล่ียนแปลงวิธีปฏิบตั แิ บบเดมิ มาเปน็ การปฏบิ ัติแบบใหม่
23
5) ตน้ ทุนสว่ นเพิ่มตอ่ หน่วย (Marginal cost) หมายถึง ต้นทุนทีจ่ ะเพม่ิ ขน้ึ เมื่อการผลิต
เพ่ิมข้นึ หน่ึงหน่วย ซ่ึงเปน็ ตน้ ทุนท่เี ปน็ แนวความคดิ ทางเศรษฐศาสตร์ ซึง่ มีส่วนชว่ ยในการตัดสินใจ
ของผู้บริหารไดเ้ ปน็ อย่างดี
7.3 บญั ชลี ูกหนี้
ลูกหนเี้ ปน็ สิทธเิ รียกร้องจากบคุ คลอนื่ ในภาระทจี่ ะใหช้ าระหนี้ด้วยเงนิ สด หรอื
สนิ ทรพั ยอ์ ย่างอน่ื โดยคาดวา่ จะไดร้ ับชาระเตม็ จานวนแตเ่ มือ่ ถงึ กาหนดชาระอาจมีหนี้สูญเกิดขน้ึ และ
บางครง้ั อาจมีเหตุการณต์ า่ งๆ เกิดขนึ้ ดังน้นั การบนั ทึกบญั ชเี กยี่ วกับลกู หน้ีจงึ ตอ้ งปฏบิ ตั แิ ตกต่างกนั
ไปแตล่ ะกรณกี ารบันทกึ บัญชจี ึงมีการกาหนดมลู คา่ ของลูกหน้ที ี่จะบนั ทึกจะตอ้ งพิจารณาถึงส่วนลดท่ี
อาจเกดิ ขึ้น และสามารถนาลกู หนี้ไปหาผลประโยชนไ์ ด้เชน่ นาไปเป็นหลักคา้ ประกันเงินกู้หรือนาไป
ขายแสดงรายการในงบการเงนิ จะต้องนาจานวนท่กี นั ไวส้ าหรบั ลกู ค้าที่คาดว่าจะเรียกเก็บหรอื เรยี กว่า
บัญชคี ่าเผ่อื หน้ีสงสยั จะสูญ เพอื่ ปรับมลู คา่ ลูกหน้ี
8. แนวคดิ ในการวัดผลกาไร
การวัดมลู ค่าคือการกาหนดจานวนทเ่ี ป็นตัวเงนิ เพือ่ รับรอู้ งค์ประกอบของงบการเงินในงบดลุ
และงบกาไรขาดทุนการวดั มูลค่าจะเกีย่ วขอ้ งกบั การเลือกใช้เกณฑ์ในการวดั ค่าตา่ งๆในสดั สว่ นที่
แตกตา่ งกนั ในลกั ษณะท่ีไมเ่ หมอื นกันซึ่งเกณฑใ์ นการวัดค่าต่างๆมีดงั ต่อไปน้ี
8.1 ราคาทุนเดมิ (HistoticalCost) หมายถงึ
8.1.1 การบนั ทกึ สินทรพั ย์ดว้ ยจานวนเงนิ สดหรอื รายการเทยี บเท่าเงนิ สดท่จี า่ ยไปหรอื
8.1.2 บนั ทกึ ด้วยมลู ค่ายตุ ิธรรมของสงิ่ ท่ีนาไปแลกสินทรัพย์มา ณ เวลาที่ไดม้ าซ่งึ สนิ ทรัพย์
น้ัน
8.1.3 การบันทึกหนสี้ นิ ดว้ ยจานวนเงินที่ไดร้ ับจากการกอ่ ภาระผูกพันหรือ
8.1.4 บันทกึ ดว้ ยจานวนเงินสดหรือรายการเทยี บเทา่ เงนิ สดท่ีคาดว่าจะต้องจา่ ยเพื่อชาระ
หนสี้ นิ ทเ่ี กิดการดาเนินงานตามปกตขิ องกจิ การ
8.2 ราคาทนุ ปัจจุบันหมายถงึ
8.2.1 การแสดงสนิ ทรัพยด์ ้วยจานวนเงินสดหรอื รายการเทียบเท่าเงินสดทตี่ ้องจ่ายใน
ขณะนัน้ เพอื่ ให้ไดม้ าซงึ่ สินทรพั ยช์ นดิ เดยี วกนั หรือสนิ ทรัพยท์ ่เี ท่าเทียมกนั
8.2.2 การแสดงหน้ีสนิ ด้วยจานวนเงินสดหรอื รายการเทยี บเทา่ เงนิ สดท่ตี อ้ งใชช้ าระผูกพนั
ในขณะน้นั
24
8.3 มลู ค่าที่จะไดร้ บั หมายถงึ
8.3.1 การแสดงสนิ ทรัพย์ดว้ ยจานวนเงินสดหรอื รายการเทียบเทา่ เงนิ สดท่ีอาจได้มาใน
ขณะนัน้ หากกิจการขายสนิ ทรัพยโ์ ดยใช่การบงั คบั ขาย
8.3.2 การแสดงหนีส้ ินดว้ ยมลู ค่าท่ีตอ้ งจา่ ยคนื หรือด้วยจานวนเงินสดหรอื รายการเทียบเทา่
เงินสดทีค่ าดว่าจะตอ้ งจา่ ยเพ่ือชาระหนีก้ ินทเ่ี กิดจากการดาเนนิ งานตามปกติ
8.4 มลู ค่าปจั จบุ ันหมายถึง
8.4.1 การแสดงสนิ ทรพั ยด์ ว้ ยมูลค่าปจั จบุ นั ของกระแสเงินสดรับสทุ ธใิ นอนาคตซงึ่ คาดว่า
จะได้รับในการดาเนินงานตามปกตขิ องกจิ การและ
8.4.2 การแสดงหนส้ี ินด้วยมูลค่าปัจจบุ ันของกระแสเงนิ สดจา่ ยสทุ ธิซงึ่ คาดวา่ จะต้องจา่ ยใน
การชาระเงินสินภายใตก้ ารดาเนนิ งานตามปกติของกิจการ
8.5 แนวคดิ เกย่ี วกับทุนและการรกั ษาระดบั ทนุ ทฤษฏีแนวคิดเกย่ี วกบั ทนุ และการรกั ษาระดับทนุ
เป็นแนวคดิ ทางเศรษฐศาสตรซ์ ่ึงแม่บทการบญั ชีนามาใช้เปน็ แนวทางในการวดั ผลกาไรโดยพิจารณา
สว่ นของทนุ ของกจิ การ
9. งานวจิ ัยท่ีเกยี่ วข้อง
ศนู ย์วิจยั โรคปรสติ สานักวชิ าแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (2562) ได้
ทาการศึกษาเรอ่ื ง โรคทอกโซพลาสโมซสิ (Toxoplasmosis) หรอื โรคขแี้ มว เป็นโรคตดิ เชอ้ื จากปรสติ
ท่มี ีชอื่ ว่า Toxoplasma gondii โดยสามารถพบไดใ้ นมูลของแมว เนื้อสตั ว์ดิบหรือปรุงสุกๆ ดบิ ๆ แม้
ปกตมิ ักจะไมก่ ่อใหเ้ กดิ อาการใด ๆ แตผ่ ้ปู ่วยบางรายอาจมีอาการคลา้ ยไข้หวดั และเชือ้ ยังสามารถ
แพรจ่ ากแมส่ ทู่ ารกในครรภไ์ ด้ โดยทว่ั ไปแล้วโรคนี้มักไมเ่ ปน็ อันตรายและไมจ่ าเปน็ ตอ้ งเขา้ รบั การ
รกั ษาหากผ้ปู ่วยมสี ขุ ภาพแขง็ แรง แต่ผ้ทู มี่ ีภมู คิ ุ้มกนั ต่าหรอื หญิงตง้ั ครรภ์ ควรเขา้ รบั การรักษาทันที
หลงั ไดร้ บั เชอื้ เพราะอาจเส่ียงตอ่ การเกดิ ภาวะแทรกซอ้ นหรือการติดเชือ้ ที่รนุ แรง การตดิ เชอื้ ชนดิ นี้
สามารถกอ่ ใหเ้ กดิ อาการทางตา โดยเฉพาะเดก็ ทเ่ี กดิ มาพรอ้ มการตดิ เชอื้ ชนิดน้ี โรคนี้สามารถทาให้
เกดิ แผลเรตินาอกั เสบและเปน็ รอย ทาใหเ้ จบ็ ตา ทนแสงไม่ได้ เกดิ การฉกี ของเรตนิ า และสายตาพรา่
มวั ในภาวะปกติ คนปกติผู้ทต่ี ิดเชอ้ื มักไม่แสดงอาการ หรือมีอาการคล้ายไข้หวดั ตอ่ มนา้ เหลืองโตและ
กดเจ็บบรเิ วณศรี ษะและคอ ปวดหวั มีไข้ ปวดกลา้ มเนอ้ื เจบ็ คอ แตถ่ ้าเป็นผูป้ ่วย HIV หรือมะเร็ง อาจ
มอี าการทร่ี นุ แรงขึ้น เชน่ มนึ งง มีไข้ ปวดหัว สายตาพรา่ มัว ชดั คลืน่ ไส้ เป็นตน้
25
นางสาวณฐั ชยา สีดาจันทร์ นายจกั รภัทธ จอมพันธ์ นกั ศึกษาจากคณะครศุ าสตร์
อตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าพระนครเหนือ (2560) ได้ทาการศึกษาเร่อื ง
หอ้ งน้าแมวอัตโนมัติ (Cat Automatic Toilet) เปน็ การพฒั นาอุปกรณ์เพ่ือช่วยด้านสุขอนามัยของ
มนุษย์ และสตั วเ์ ลยี้ ง โดยไดร้ ับการสนบั สนนุ จากสานักวจิ ัยวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัย
เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยมีวัตถปุ ระสงค์ของงานวจิ ัย เพอ่ื แก้ปัญหาการสัมผสั สง่ิ
ปฏิกูลของสัตว์เล้ียงโดยตรงซ่ึงจะช่วยลดความเสีย่ งในการติดเช้อื โรคจากสัตว์เล้ียง และประหยัดเวลา
ในการดูแลสตั ว์เลีย้ งในกรณีทีผ่ ู้เลย้ี งจาเปน็ จะตอ้ งเดนิ ทางบอ่ ยครัง้ ไม่มีเวลาอยบู่ า้ นเพ่ือดแู ลสตั วเ์ ลยี้ ง
ได้ตลอดเวลา ลักษณะเด่นของห้องน้าแมวอัตโนมัติ คือการทาความสะอาดจัดเก็บสิง่ ปฏกิ ูลของสตั ว์
เล้ียงไดเ้ องหลังจากทส่ี ตั ว์เลี้ยงนั้นไดท้ าการเขา้ มาขับถ่ายสง่ิ ปฏิกูล ซ่งึ หลังจากทาการจัดเก็บสิง่ ปฏกิ ลู
แลว้ ตัวเครือ่ งจะทาการเติมทรายทใี่ ชใ้ นการดดู ซมึ นา้ และความชื้นของสง่ิ ปฎกิ ูลด้วยตวั เอง ประโยชน์
การใชง้ านวิจยั คือ กระบวนการทาความสะอาดสง่ิ ปฏกิ ูลของสัตว์เลี้ยงใหเ้ องอัตโนมัติ สะดวก
ถูกสขุ อนามยั และไม่มกี ลิ่นฉนุ ไม่เหมน็ ส่งิ ปฏิกลู ของสตั วเ์ ลี้ยง ผู้เลยี้ งทต่ี ดิ ธุระหรือเดินทางไป
ตา่ งจงั หวัดสามารถใชร้ ะบบน้ีไดค้ รัง้ ละสูงสุดถงึ 14 วนั ทางานดว้ ยตนเองตลอดเวลา ปลอดภยั ไมเ่ ปน็
อันตรายตอ่ สตั ว์และผเู้ ลี้ยง ประหยัดทรายแมวได้เปน็ อยา่ งมาก และทส่ี าคญั สามารถถอดตัวบอดี้
ออกมาทาความสะอาดได้ทาใหท้ า่ นสามารถมัน่ ใจถงึ ความสะอาดได้ ซง่ึ ตอบโจทย์กบั ไลฟ์สไตลก์ ารใช้
ชีวติ ในปจั จบุ นั ที่มคี นหนั มาเลย้ี งแมวมากกว่าสนุ ขั เพราะดูแลง่าย และไมจ่ าเปน็ ตอ้ งดแู ลตลอดเวลา
ซึง่ งานวิจยั ชนิ้ น้เี น้นการใชน้ วตั กรรม และเทคโนโลยใี หม่ ๆ เข้ามาพัฒนาได้เปน็ อยา่ งดีพรอ้ ม ๆ กับ
การพฒั นาตวั เองอยา่ งต่อเน่ืองจะทาให้ธุรกจิ น้ีสามารถอยู่รอดได้อยา่ งมนั่ คง และย่งั ยืน
บทท่ี 3
วิธีการดาเนินการศกึ ษา
กระบะทรายแยกมลู แมว เปน็ การออกแบบและพัฒนาสิง่ ประดิษฐ์ เพอื่ เพ่ิมมลู ค่าใหก้ ับ
สงิ่ ประดิษฐร์ วมถึงให้เปน็ การทนี่ ่าสนใจแกผ่ อู้ ปุ โภค โดยผู้ศึกษาได้ดาเนินงานตามลาดับขน้ั ตอน
ดงั ต่อไปน้ี
1. ประชากรและกลุ่มเปา้ หมาย
2. เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในการศกึ ษา
3. ข้นั ตอนในการสร้างเคร่อื งมือ
4. การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
5. การวเิ คราะหข์ ้อมูลและสถติ ิท่ีใช้ในการศึกษา
1. ประชากรกลมุ่ เป้าหมาย
กล่มุ เป้าหมายที่ใช้ในการศกึ ษาคร้งั นี้ ได้แก่ บุคคลท่ัวไปในหมู่บ้านหนองมนวิลล่า 1
จานวน 20 หลงั คาเรือน ซง่ึ ไดม้ าจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling)
2. เครื่องมือทใี่ ช้ในการศกึ ษา
เครือ่ งมือท่ีใช้ในการศกึ ษาครง้ั นี้ ไดแ้ กแ่ บบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วยแบบตรวจรายการ แบบ
มาตราสว่ นประมาณ และแบบคาถามปลายปดิ และปลายเปิด จานวน 3 ตอนมรี ายละเอียด ดงั นี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลทัว่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 ตามวตั ถปุ ระสงค์ของโครงการกระบะทรายแยกมูลแมว ลักษณะแบบสอบถาม
เปน็ แบบมาตราส่วนประมาณ 5 ระดับ
ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะ
3. ขัน้ ตอนในการสรา้ งเคร่ืองมอื
การสร้างเครือ่ งมอื ทใี่ ชใ้ นกาศึกษาความพงึ พอใจของผ้อู ุปโภคทมี่ ีต่อกระบะทรายแยกมลู แมว
ซ่งึ มรี ายละเอยี ดแบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้
27
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ขอ้ 1 เพศ
ขอ้ 2 อายุ
ขอ้ 3 ระดบั การศึกษา
ขอ้ 4 อาชพี
ตอนที่ 2 ระดับความพอใจของผอู้ ปุ โภคทม่ี ตี ่อกระบะทรายแยกมูลแมว แบง่ เปน็
แบบสอบถามแบบมาตรส่วนประเมนิ ค่า (Rating Scale) 5 ระดบั ดังน้ี
ระดับ 5 หมายถึง ระดับพงึ พอใจมากทีส่ ุด
ระดบั 4 หมายถงึ ระดับพึงพอใจมาก
ระดบั 3 หมายถึง ระดบั พงึ พอใจปานกลาง
ระดบั 2 หมายถึง ระดบั พึงพอใจน้อย
ระดับ 1 หมายถึง ระดบั พงึ พอใจนอ้ ยที่สุด
โดยกาหนดเกณฑก์ ารแปลความหมายขอ้ มูลทเี่ ปน็ ค่าเฉลีย่ ตา่ ง ๆ คอื
ค่าเฉล่ยี ระหวา่ งทาง ความหมาย
4.51 - 5.00 ความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ุด
3.51 - 4.50 ความพงึ พอใจในระดบั มาก
2.51 - 3.50 ความพึงพอใจในระดับปานกลาง
1.51 - 2.50 ความพงึ พอใจในระดบั นอ้ ย
ตอนท่ี 3 เปน็ แนวคาถามปลายเปิดสาหรับผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความคดิ เห็นเพิ่มเตมิ
และให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ
4. การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
คณะผู้จัดทาไดด้ าเนนิ การเก็บข้อมูลตามลาดบั ข้นั ตอน ดงั น้ี
4.1 ดาเนนิ ตามการแจกแบบสอบถาม โดยแจกแบบสอบถามใหก้ ับกลมุ่ เป้าหมายดว้ ยตนเอง
และขอรับแบบสอบถามคืนดว้ ยตัวเอง
4.2 เก็บรวมรวบแบบสอบถาม เพอื่ นาขอ้ มูลท่ไี ดม้ าวิเคราะหต์ อ่ ไป
4.3 สรุปผลข้อมลู เพอื่ ทาผลการศกึ ษาและนาเสนอ
28
5. การวเิ คราะหข์ อ้ มูลและสถิติทใี่ ชใ้ นการศกึ ษา
การวเิ คราะห์ข้อมูลเกีย่ วกับลกั ษณะของผูต้ อบแบบสอบถาม สถติ ทิ ใี่ ชเ้ ป็นร้อยละ
(Percentage) คา่ เฉลีย่ (Arithmetic Mean) สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : S.D.)
โดยรวบรวมข้อมลู การหาค่าสถติ พิ น้ื ฐานคอื รอ้ ยละ ค่าเฉลี่ย และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน
ทไ่ี ดโ้ ดยใชส้ ูตรดังนี้
5.1 คา่ ร้อยละ
P=
เม่ือ P แทน รอ้ ยละ
F แทน ความถ่ีท่ีต้องการแปลงคา่ ใหร้ อ้ ยละ
n แทน จานวนความถที่ ้งั หมด
5.2 คา่ เฉลี่ย
= คา่ เฉล่ยี
ผลรวมท้ังหมดของความถี่ คณู คะแนน
เม่ือ แทน จานวนคะแนนในกลุ่ม
แทน
N แทน
5.3 สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
S.D. = √
เมอ่ื S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
x แทน คะแนนแตล่ ะหวั ในกลุม่ ข้อมลู
(n–1) แทน จานวนตัวแปรอิสระ
n แทน จานวนคู่ทง้ั หมด
แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกาลัง
แทน ผลรวมของคะแนนทัง้ หมดยกกาลังสอง
29
บทที่ 4
ผลการดาเนนิ งานโครงการ
การดาเนินการโครงการกระบะทรายแยกมูลแมว ในครง้ั นี้ ผู้ศกึ ษาเสนอตามลาดบั ดังน้ี
4.1 สัญญาลกั ษณ์ทใ่ี ช้ในการวเิ คราะหข์ อ้ มลู
N แทน จานวนคนในกลุ่มเป้าหมาย
̅ แทน คะแนนเฉลีย่
S.D แทน สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
4.2 การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
การวเิ คราะห์ข้อมูลในการศกึ ษาครัง้ นี้ ผศู้ กึ ษาได้ดาเนินการวิเคราะหอ์ อกเปน็ 3 ตอนดงั น้ี
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเพอ่ื ทราบขอ้ มลู เกย่ี วกับการศกึ ษาความพึงพอใจต่อกระบะทราย
แยกมูลแมว แบ่งเปน็ 3 ดา้ น คือ ดา้ นคุณภาพสิ่งประดษิ ฐ์ ด้านการอานวยความสะดวกและ
การใชง้ าน และดา้ นความน่าสนใจของสิง่ ประดษิ ฐ์
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ท่วั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 1 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลุ่มเป้าหมายจาแนกตาม เพศ
สถานภาพ กลมุ่ เป้าหมาย N = 20
จานวน รอ้ ยละ
เพศ
ชาย 15 75.00
หญิง 5 25.00
20 100.00
รวม
จากตารางท่ี พบวา่ กล่มุ เปา้ หมายสว่ นใหญ่ เปน็ เพศหญิง จานวน 15 คน คิดเปน็ ร้อยละ 75
และเพศชาย จานวน 5 คน คดิ เป็นร้อยละ 25
30
ตารางที่ 2 แสดงความถ่แี ละร้อยละของกลมุ่ เปา้ หมายจาแนกตามชว่ ง อายุ
สถานภาพ กลุม่ เป้าหมาย N = 20
จานวน รอ้ ยละ
อายุ 6 30.00
ต่ากว่า 20 ปี 2 10.00
21 - 25 ปี 4 20.00
26 - 30 ปี 1 5.00
31 - 35 ปี 3 15.00
36 - 40 ปี 4 20.00
41 ปขี ้ึนไป
รวม 20 100.00
จากตารางที่ 2 พบว่ากลุ่มเปา้ หมายสว่ นใหญ่ อายุต่ากวา่ 20 ปี จานวน 6 คน คดิ เป็น
ร้อยละ 30 อายุ 26 - 30 ปี จานวน 4 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 20 41 ปีข้นึ ไป จานวน 4 คนคดิ เป็น
รอ้ ยละ 20 อายุ 36 - 40 ปี จานวน 3 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 15 อายุ 21 - 25 ปี จานวน 2 คน คดิ เปน็
รอ้ ยละ 10 และอายุ 31 - 35 ปี จานวน 1 คน คิดเปน็ ร้อยละ 5
31
ตารางท่ี 3 แสดงความถแ่ี ละรอ้ ยละของกลุม่ เปา้ หมายจาแนกตาม ระดบั การศึกษา
สถานภาพ กลุ่มเป้าหมาย N = 20
จานวน รอ้ ยละ
ระดบั การศกึ ษา 2 10.00
ต่ากวา่ ปวช. 1 5.00
ปวช. 10 50.00
ปวส. 5 25.00
ปรญิ ญาตรี 2 10.00
สูงกวา่ ปริญญาตรี 0 0.00
อนื่ ๆ (ระบุ)..........
รวม 20 100.00
จากตารางที่ 3 พบว่ากลุ่มเป้าหมายสว่ นใหญ่ มรี ะดับการศึกษา ปวส. จานวน 10 คน คิดเป็น
ร้อยละ 50 ระดับการศึกษา ปริญญาตรี จานวน 5 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 25 ระดับการศกึ ษา สงู กวา่
ปรญิ ญาตรี จานวน 2 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 10 ระดับการศึกษา ต่ากว่า ปวช. จานวน 2 คน คดิ เปน็
ร้อยละ 10 และระดบั การศึกษา ปวช. จานวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 5
32
ตารางท่ี 4 แสดงความถแ่ี ละรอ้ ยละของกล่มุ เป้าหมายจาแนกตาม อาชีพ
สถานภาพ กลุ่มเป้าหมาย N = 20
จานวน ร้อยละ
อาชีพ 7 35.00
นกั เรยี น/นักศึกษา 5 25.00
ขา้ ราชการ/รฐั วิสาหกิจ 3 15.00
พนักงานบรษิ ัท 3 15.00
รับจา้ งทั่วไป 2 10.00
คา้ ขาย 0 0.00
อน่ื ๆ (ระบุ).............
รวม 20 100.00
จากตารางท่ี 4 พบว่ากลุ่มเปา้ หมายส่วนใหญ่ เปน็ นักเรยี น/นักศกึ ษา จานวน 7 คน คดิ เปน็
ร้อยละ 35 ข้าราชการ/รฐั วสิ าหกจิ จานวน 5 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 25 พนกั งานบรษิ ัท จานวน 3 คน
คดิ เป็นรอ้ ยละ 15 รับจา้ งทั่วไป จานวน 3 คน คดิ เป็นร้อยละ 15 และคา้ ขาย จานวน 2 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 10
33
ตอนท่ี 2 ข้อมลู ความพงึ พอใจของกลุ่มเปา้ หมายท่ีมีตอ่ กระบะทรายแยกมูลแมว แบง่ เปน็ 3
ดา้ น คอื ด้านคุณภาพสงิ่ ประดษิ ฐ์ ดา้ นการอานวยความสะดวกและการใชง้ าน และดา้ นความ
นา่ สนใจของสง่ิ ประดิษฐ์
ตารางท่ี 5 แสดงคา่ เฉลยี่ และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจของกล่มุ เปา้ หมายท่ีมีตอ่ กระบะ
ทรายแยกมลู แมว สรปุ เป็นรายดา้ น
รายการประเมนิ ระดบั ความพงึ พอใจ
̅ S.D แปรผล
1. ด้านคณุ ภาพสงิ่ ประดษิ ฐ์ 4.05 0.60 มาก
2. ด้านการอานวยความสะดวกและการใช้งาน 4.49 0.33 มาก
3. ดา้ นความนา่ สนใจของสิง่ ประดษิ ฐ์ 4.38 0.37 มาก
รวม 4.31 0.43 มาก
จากตารางที่ 5 พบว่าความพึงพอใจของกลมุ่ เปา้ หมายท่ีมตี ่อกระบะทรายแยกมูลแมว ในแต่
ละดา้ น โดยรวมในด้านตา่ ง ๆ มีระดบั ความพงึ พอใจในระดบั มาก ( ̅ = 4.31 และ S.D = 0.43 )
และเมอ่ื พิจารณาเปน็ รายด้านแล้ว ด้านการอานวยความสะดวกและการใช้งาน มีระดับความพึงพอใจ
ในระดับมาก ( ̅ = 4.49 และ S.D = 0.33 ) ด้านความน่าสนใจของสง่ิ ประดิษฐ์ มีระดบั ความพึง
พอใจในระดบั มาก ( ̅ = 4.38 และ S.D = 0.37 ) และด้านคุณภาพส่ิงประดิษฐ์ มรี ะดับความพงึ
พอใจในระดบั มาก ( ̅ = 4.05 และ S.D = 0.60 ) ตามลาดบั
34
ตารางที่ 6 แสดงคา่ เฉลย่ี และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจของกล่มุ เปา้ หมายท่ีมีตอ่ กระบะ
ทรายแยกมลู แมว
ด้านคุณภาพส่ิงประดษิ ฐ์
ระดบั ความพึงพอใจ
รายการประเมนิ
̅ S.D แปรผล
1. วสั ดุทใี่ ช้มคี วามแข็งแรงทนทานตอ่ การใช้งาน 4.05 0.60 มาก
2. ตราผลติ ภัณฑข์ องกระบะทรายเป็นเอกลกั ษณ์ 4.55 0.60 มากทีส่ ดุ
และจดจาได้ง่าย 4.30 0.80 มาก
3. มีความหลากหลายในการใชง้ านกระบะทราย 4.15 0.59 มาก
4. สามารถกรองมูลของแมวไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 4.55 0.60 มากทีส่ ดุ
5. ความเหมาะสมของวัสดุทีใ่ ชป้ ระดิษฐ์กระบะทราย
รวม 4.30 0.48 มาก
จากตารางที่ 6 พบวา่ ความพึงพอใจของกลุ่มเปา้ หมายท่ีมตี อ่ กระบะทรายแยกมลู แมว ดา้ น
คณุ ภาพสงิ่ ประดษิ ฐ์ โดยรวมมรี ะดับความพงึ พอใจในระดบั มาก ( ̅ = 4.30 และ S.D = 0.48 ) และ
เมอ่ื พจิ ารณาเปน็ รายข้อแล้ว ความเหมาะสมของวสั ดุที่ใชป้ ระดษิ ฐ์กระบะทราย มีระดบั ความพึงพอใจ
ในระดับมากทสี่ ดุ ( ̅ = 4.55 และ S.D = 0.60 ) ตราผลิตภณั ฑ์ของกระบะทรายเป็นเอกลักษณ์และ
จดจาไดง้ า่ ย มีระดับความพึงพอใจในระดับมากทส่ี ดุ ( ̅ = 4.55 และ S.D = 0.60 ) มีความหลาก
หลายในการใชง้ านกระบะทราย มีระดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก ( ̅ = 4.30 และ S.D = 0.80 )
สามารถกรองมูลของแมวไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ มรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก ( ̅ = 4.15 และ
S.D = 0.59 ) และวสั ดุที่ใชม้ คี วามแข็งแรงทนทานตอ่ การใช้งาน มีระดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก
( ̅ = 4.05 และ S.D = 0.60 ) ตามลาดบั
35
ตารางท่ี 7 แสดงค่าเฉลย่ี และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจของกล่มุ เป้าหมายท่ีมีต่อกระบะ
ทรายแยกมลู แมว
ดา้ นการอานวยความสะดวกและการใช้งาน
รายการประเมิน ระดับความพงึ พอใจ
̅ S.D แปรผล
1. ทาความสะอาดหลังการใช้งานสามารถ 4.80 0.41 มากท่สี ดุ
ทาไดร้ วดเร็วและสะดวก
4.35 0.59 มาก
2. รูปร่างมีความเหมาะสมกับการใช้ 4.65 0.66 มากที่สุด
3. สามารถประหยดั เวลาและใชง้ านได้งา่ ย 4.30 0.66 มาก
4. นา้ หนักของสิง่ ประดษิ ฐ์เหมาะสมตอ่ การใช้งาน 4.35 0.59 มาก
5. ความสะดวกสบายในการใชง้ านกระบะทราย
รวม 4.49 0.33 มาก
จากตารางท่ี 7 พบว่าความพึงพอใจของกลุ่มเปา้ หมายทมี่ ตี ่อกระบะทรายแยกมลู แมว
ด้านการอานวยความสะดวกและการใชง้ าน โดยรวมมรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก
( ̅ = 4.49 และ S.D = 0.33 ) และเมื่อพิจารณาเป็นรายขอ้ แลว้ ทาความสะอาดหลงั การใช้งาน
สามารถทาไดร้ วดเร็วและสะดวก มีระดับความพึงพอใจในระดบั มากที่สุด ( ̅ = 4.80 และ
S.D = 0.41) สามารถประหยดั เวลาและใชง้ านได้ง่าย มรี ะดับความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
( ̅ = 4.65 และ S.D = 0.66 ) รูปรา่ งมคี วามเหมาะสมกับการใช้ มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดบั มาก
( ̅ = 4.35 และ S.D = 0.59 ) ความสะดวกสบายในการใชง้ านกระบะทราย มรี ะดบั ความพึงพอใจ
ในระดับมาก ( ̅ = 4.35 และ S.D = 0.59 ) และนา้ หนักของส่งิ ประดษิ ฐเ์ หมาะสมต่อการใช้งาน
มีระดบั ความพงึ พอใจในระดบั มาก ( ̅ = 4.30 และ S.D = 0.66 ) ตามลาดบั
36
ตารางท่ี 8 แสดงคา่ เฉลย่ี และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจของกล่มุ เปา้ หมายที่มีตอ่ กระบะ
ทรายแยกมลู แมว
ด้านความน่าสนใจของส่งิ ประดิษฐ์
รายการประเมนิ ระดับความพงึ พอใจ
̅ S.D แปรผล
1. รูปแบบมคี วามน่าสนใจและ 4.20 0.70 มาก
มีความแตกตา่ งจากทอ้ งตลาดท่ัวไป 4.50 0.60 มากที่สุด
4.45 0.61 มาก
2. รูปแบบสามารถดงึ ดดู ผ้ทู ี่มคี วามตอ้ งการ 4.05 0.69 มาก
อุปโภคตัดสนิ ใจซ้ือสนิ ค้าได้ 4.70 0.57 มากท่ีสุด
3. มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ในการออกแบบ
กระบะทรายในรูปแบบใหม่
4. กระบะทรายมคี วามทันสมัยตรงตาม
ความต้องการของผอู้ ุปโภค
5. สามารถสร้างมูลค่าและตอ่ ยอดในเชงิ พาณชิ ยไ์ ด้
รวม 4.38 0.37 มาก
จากตารางท่ี 7 พบว่าความพึงพอใจของกล่มุ เป้าหมายท่ีมตี ่อกระบะทรายแยกมูลแมว
ดา้ นความน่าสนใจของส่งิ ประดิษฐ์ โดยรวมมรี ะดับความพงึ พอใจในระดบั มาก ( ̅ = 4.38 และ
S.D = 0.37 ) และเมื่อพจิ ารณาเป็นรายข้อแล้ว สามารถสร้างมูลค่าและต่อยอดในเชงิ พาณิชยไ์ ด้ มี
ระดับความพงึ พอใจในระดับมากท่ีสดุ ( ̅ = 4.70 และ S.D = 0.57 ) รปู แบบสามารถดึงดดู ผทู้ ่มี ี
ความต้องการอุปโภคตดั สินใจซ้ือสนิ คา้ ได้ มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดบั มากท่สี ุด ( ̅ = 4.50 และ
S.D = 0.61 ) มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ในการออกแบบกระบะทรายในรูปแบบใหม่ มรี ะดบั ความพึงพอใจ
ในระดบั มาก ( ̅ = 4.45 และ S.D = 0.60 ) รูปแบบมคี วามนา่ สนใจและมคี วามแตกต่างจาก
ท้องตลาดท่ัวไป มรี ะดับความพงึ พอใจในระดบั มาก ( ̅ = 4.20 และ S.D = 0.70 ) และกระบะทราย
มีความทนั สมยั ตรงตามความตอ้ งการของผู้อุปโภค มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดบั มาก ( ̅ = 4.05
และ S.D = 0.69 ) ตามลาดบั
บทที่ 5
สรุปผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
การดาเนนิ การโครงการกระบะทรายแยกมลู แมว วตั ถุประสงคข์ องการศึกษาโครงการ
1. เพ่ือประดิษฐก์ ระบะทรายแยกมลู ของแมวเพื่อสะดวกต่อการทาความสะอาดกระบะทรายและ
หลีกเลย่ี งการสัมผสั มูลแมว 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเปา้ หมายทีม่ ีตอ่ การใชง้ านกระบะ
ทรายแยกมลู แมว กลมุ่ เปา้ หมายที่ใช้ในการศึกษาในครง้ั นไ้ี ด้แก่ ไดแ้ ก่ บคุ คลท่ัวไปที่เลย้ี งแมว จานวน
20 คน ในหมบู่ า้ นหนองมนวลิ ล่า1 ถนนเปรมใจราษฎร์ ตาบลแสนสขุ อาเภอเมอื ง จังหวัดชลบรุ ี
20130 ทเี่ ลยี้ งแมว จานวน 20 หลงั คาเรอื น ซึง่ ได้มาจากการเลอื กแบบเจาะจง (Purposive
Sampilng) เครือ่ งมือที่ใช้ในการศกึ ษา คอื แบบสอบถาม เพือ่ ทราบความพึงพอใจที่มีต่อกระบะทราย
แยกมูลแมว แบ่งเปน็ 3 ด้าน คือ ด้านคุณภาพสง่ิ ประดิษฐ์ ด้านการอานวยความสะดวกและการใช้
งาน และดา้ นความน่าสนใจของส่ิงประดษิ ฐ์ สถติ ิที่ใช้ในการศกึ ษา คือ 1. ค่าร้อยละ (Percentage)
2. ค่าเฉล่ยี เลขคณติ (Mean) 3. สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
สรุปผลการศกึ ษา
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ในการศึกษาครั้งน้ี สรุปไดด้ ังนี้
ตอนที่ 1 ข้อมลู ทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม พบวา่ กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เปน็ เพศหญิง
จานวน 15 คน สว่ นใหญ่มชี ่วงอายุทต่ี า่ กว่า 20 ปี จานวน 6 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 30 รองลงมาคือ
อายุ 26 - 30 ปี จานวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 20.00 กลุ่มเปา้ หมายส่วนใหญม่ ีระดับการศกึ ษา ระดบั
ปวส. จานวน 10 คน คิดเปน็ ร้อยละ 50 รองลงมาคือ ระดับ ปริญญาตรี จานวน 5 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
25 กลมุ่ เป้าหมายสว่ นใหญม่ อี าชีพ เปน็ นกั เรยี น/นักศึกษา จานวน 7 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 35 รองลงมา
คือ ขา้ ราชการ/รัฐวสิ าหกจิ จานวน 5 คน คดิ เป็นร้อยละ 25 ตามลาดับ
ตอนที่ 2 ขอ้ มลู ความพึงพอใจของกลุ่มเปา้ หมายทม่ี ีตอ่ กระบะทรายแยกมูลแมว แบง่ เป็น 3
ด้าน คอื ด้านคุณภาพสงิ่ ประดิษฐ์ ด้านการอานวยความสะดวกและการใช้งาน และดา้ นความ
น่าสนใจของสง่ิ ประดษิ ฐ์
38
ดา้ นคณุ ภาพสิง่ ประดิษฐ์ โดยรวมมรี ะดบั ความพึงพอใจในระดับมาก ( ̅ = 4.30 และ
S.D = 0.48 ) และเมื่อพิจารณาเป็นรายขอ้ แลว้ ความเหมาะสมของวสั ดทุ ี่ใช้ประดิษฐ์กระบะทราย
มีระดับความพงึ พอใจในระดบั มากที่สุด ( ̅ = 4.55 และ S.D = 0.60 ) ตราผลิตภณั ฑ์ของกระบะ
ทรายเปน็ เอกลกั ษณ์และจดจาได้ง่าย มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดบั มากทส่ี ุด ( ̅ = 4.55 และ
S.D = 0.60 ) มีความหลาก หลายในการใชง้ านกระบะทราย มรี ะดับความพึงพอใจในระดับมาก
( ̅ = 4.30 และ S.D = 0.80 ) สามารถกรองมลู ของแมวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระดับความพงึ
พอใจในระดบั มาก ( ̅ = 4.15 และ S.D = 0.59 ) และวัสดทุ ใ่ี ช้มคี วามแข็งแรงทนทานต่อการใช้
งาน มีระดบั ความพึงพอใจในระดับมาก ( ̅ = 4.05 และ S.D = 0.60 ) ตามลาดับ
ด้านการอานวยความสะดวกและการใชง้ าน โดยรวมมรี ะดบั ความพึงพอใจในระดับมาก
( ̅ = 4.49 และ S.D = 0.33 ) และเมอ่ื พจิ ารณาเป็นรายข้อแล้ว ทาความสะอาดหลงั การใช้งาน
สามารถทาไดร้ วดเรว็ และสะดวก มรี ะดับความพึงพอใจในระดบั มากทส่ี ุด ( ̅ = 4.80 และ
S.D = 0.41) รองลงมาคอื สามารถประหยดั เวลาและใชง้ านไดง้ า่ ย มรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดบั มาก
ที่สดุ ( ̅ = 4.65 และ S.D = 0.66 ) รูปร่างมคี วามเหมาะสมกับการใช้ มีระดบั ความพึงพอใจใน
ระดับมาก ( ̅ = 4.35 และ S.D = 0.59 ) ความสะดวกสบายในการใช้งานกระบะทราย มีระดบั ความ
พึงพอใจในระดับมาก ( ̅ = 4.35 และ S.D = 0.59 ) และนา้ หนกั ของส่งิ ประดิษฐ์เหมาะสมตอ่ การใช้
งาน มรี ะดับความพงึ พอใจในระดบั มาก ( ̅ = 4.30 และ S.D = 0.66 ) ตามลาดับ
ด้านความนา่ สนใจของสงิ่ ประดิษฐ์ โดยรวมมรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก
( ̅ = 4.38 และ S.D = 0.37 ) และเม่อื พจิ ารณาเปน็ รายข้อแลว้ สามารถสรา้ งมลู ค่าและต่อยอดใน
เชงิ พาณิชย์ได้ มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดับมากท่ีสดุ ( ̅ = 4.70 และ S.D = 0.57 ) รองลงมาคอื
รปู แบบสามารถดึงดดู ผทู้ มี่ ีความตอ้ งการอปุ โภคตดั สนิ ใจซ้ือสนิ คา้ ได้ มีระดบั ความพึงพอใจในระดบั
มากท่สี ดุ ( ̅ = 4.50 และ S.D = 0.61 ) มีความคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการออกแบบกระบะทรายใน
รูปแบบใหม่ มรี ะดบั ความพึงพอใจ ในระดบั มาก ( ̅ = 4.45 และ S.D = 0.60 ) รปู แบบมีความ
นา่ สนใจและมคี วามแตกตา่ งจากท้องตลาดท่ัวไป มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดับมาก ( ̅ = 4.20 และ
S.D = 0.70 ) และกระบะทรายมคี วามทันสมยั ตรงตามความต้องการของผู้อุปโภค มรี ะดับความพงึ
พอใจในระดับมาก ( ̅ = 4.05 และ S.D = 0.69 ) ตามลาดบั
39
การอภปิ รายผล
การอภปิ รายผล ซงึ่ มวี ัตถุประสงค์ดังนค้ี อื 1. เพื่อประดิษฐก์ ระบะทรายแยกมูลของแมวเพือ่
สะดวกต่อการทาความสะอาดกระบะทรายและหลีกเลีย่ งการสมั ผสั มูลแมว 2. เพ่ือศึกษาความพงึ
พอใจของกลุ่มตวั อยา่ งทมี่ ตี ่อการใชง้ านกระบะทรายแยกมลู แมว แบ่งเป็น 3 ดา้ น คอื ด้านคุณภาพ
สิง่ ประดิษฐ์ ดา้ นการอานวยความสะดวกและการใชง้ าน และดา้ นความน่าสนใจของสง่ิ ประดษิ ฐ์
ดา้ นคณุ ภาพสงิ่ ประดิษฐ์ โดยรวมมีระดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก และเมื่อพิจารณา
เป็นรายข้อแลว้ ความเหมาะสมของวัสดทุ ใี่ ชป้ ระดิษฐ์กระบะทราย มีระดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก
ที่สุด ตราผลิตภัณฑ์ของกระบะทรายเปน็ เอกลกั ษณ์และจดจาได้ง่าย มีระดับความพึงพอใจในระดบั
มากท่สี ุด มีความหลากหลายในการใชง้ านกระบะทราย มรี ะดับความพึงพอใจในระดับมาก สามารถ
กรองมลู ของแมวได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ มรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก และวสั ดทุ ่ีใช้มีความ
แข็งแรงทนทานตอ่ การใชง้ าน มีระดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก ตามลาดับ
ดา้ นการอานวยความสะดวกและการใชง้ าน โดยรวมมรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก
และเมือ่ พิจารณาเป็นรายขอ้ แล้ว ทาความสะอาดหลงั การใช้งานสามารถทาได้รวดเรว็ และสะดวก
มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดบั มากท่ีสดุ รองลงมาคือ สามารถประหยดั เวลาและใชง้ านได้ง่าย มีระดับ
ความพึงพอใจในระดับมากทส่ี ดุ รูปร่างมคี วามเหมาะสมกบั การใช้ มีระดบั ความพึงพอใจในระดบั มาก
ความสะดวกสบายในการใช้งานกระบะทราย มีระดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก และนา้ หนกั ของ
สง่ิ ประดษิ ฐ์เหมาะสมต่อการใชง้ าน มีระดับความพึงพอใจในระดบั มาก ตามลาดบั
ด้านความน่าสนใจของส่ิงประดษิ ฐ์ โดยรวมมีระดบั ความพึงพอใจในระดับมาก
และเมือ่ พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ แล้ว สามารถสรา้ งมลู คา่ และต่อยอดในเชงิ พาณชิ ย์ได้ มีระดับความพึง
พอใจในระดบั มากทีส่ ุด รองลงมาคือ รปู แบบสามารถดึงดูดผ้ทู ่มี ีความต้องการอปุ โภคตดั สนิ ใจซื้อ
สนิ ค้าได้ มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ุด มคี วามคดิ สร้างสรรคใ์ นการออกแบบกระบะทราย
ในรูปแบบใหม่ มรี ะดบั ความพึงพอใจ ในระดบั มาก รปู แบบมคี วามนา่ สนใจและมคี วามแตกตา่ งจาก
ท้องตลาดทั่วไป มรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดับมาก และกระบะทรายมีความทันสมยั ตรงตามความ
ต้องการของผู้อปุ โภค มีระดับความพงึ พอใจในระดับมาก ตามลาดับ ซ่ึงสอดคล้องกับ ศูนยว์ ิจัย
โรคปรสิต สานกั วิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยสี รุ นารี (2562) ได้ทาการศึกษาเร่อื ง
โรคทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) หรือโรคขี้แมว เปน็ โรคติดเชอื้ จากปรสิตทีม่ ชี ื่อวา่
Toxoplasma gondii โดยสามารถพบได้ในมูลของแมว เน้อื สตั ว์ดิบหรือปรงุ สุกๆ ดิบๆ แมป้ กติมกั จะ
ไมก่ ่อให้เกดิ อาการใด ๆ แตผ่ ู้ป่วยบางรายอาจมอี าการคลา้ ยไขห้ วดั และเชอื้ ยังสามารถแพร่จากแม่สู่
ทารกในครรภ์ได้ โดยท่วั ไปแลว้ โรคน้มี ักไมเ่ ปน็ อันตรายและไมจ่ าเปน็ ต้องเขา้ รับการรกั ษาหากผูป้ ่วย
40
มสี ุขภาพแข็งแรง แตผ่ ทู้ ี่มีภมู คิ ้มุ กนั ต่าหรอื หญิงตั้งครรภ์ ควรเข้ารบั การรกั ษาทันทีหลังได้รับเช้อื
เพราะอาจเส่ียงตอ่ การเกดิ ภาวะแทรกซอ้ นหรือการติดเชื้อที่รุนแรง การตดิ เช้อื ชนดิ น้ีสามารถ
ก่อใหเ้ กดิ อาการทางตา โดยเฉพาะเด็กทีเ่ กดิ มาพรอ้ มการตดิ เชือ้ ชนิดน้ี โรคนี้สามารถทาให้เกดิ แผล
เรตินาอักเสบและเป็นรอย ทาใหเ้ จ็บตา ทนแสงไม่ได้ เกดิ การฉีกของเรตนิ า และสายตาพรา่ มัว
ในภาวะปกติ คนปกติผทู้ ่ีตดิ เชื้อมักไม่แสดงอาการ หรอื มีอาการคลา้ ยไข้หวดั ตอ่ มน้าเหลอื งโตและกด
เจ็บบริเวณศรี ษะและคอ ปวดหวั มไี ข้ ปวดกล้ามเนือ้ เจบ็ คอ แต่ถา้ เป็นผปู้ ่วย HIV หรือมะเร็ง อาจมี
อาการทรี่ ุนแรงขน้ึ เช่น มึนงง มีไข้ ปวดหัว สายตาพรา่ มัว ชดั คลื่นไส้ เปน็ ตน้
และนางสาวณัฐชยา สีดาจันทร์ นายจักรภทั ธ จอมพันธ์ นักศกึ ษาจากคณะครศุ าสตรอ์ ตุ สาหกรรม
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระนครเหนอื (2560) ได้ทาการศกึ ษาเรอ่ื ง ห้องน้าแมว
อัตโนมัติ (Cat Automatic Toilet) เป็นการพฒั นาอุปกรณเ์ พอ่ื ชว่ ยด้านสุขอนามยั ของมนษุ ย์ และ
สัตว์เลยี้ ง โดยไดร้ ับการสนบั สนนุ จากสานักวจิ ยั วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั เทคโนโลยี
พระจอมเกลา้ พระนครเหนือ โดยมีวัตถปุ ระสงคข์ องงานวิจยั เพ่อื แกป้ ัญหาการสัมผัสสงิ่ ปฏกิ ูลของ
สัตวเ์ ลยี้ งโดยตรงซึ่งจะชว่ ยลดความเสย่ี งในการติดเชอื้ โรคจากสตั ว์เล้ียง และประหยดั เวลาในการดูแล
สัตวเ์ ล้ียงในกรณีทีผ่ เู้ ล้ียงจาเป็นจะต้องเดินทางบอ่ ยคร้งั ไม่มเี วลาอยบู่ า้ นเพอื่ ดูแลสตั ว์เลีย้ งได้
ตลอดเวลา ลกั ษณะเดน่ ของห้องน้าแมวอัตโนมตั ิ คือการทาความสะอาดจัดเก็บสิ่งปฏกิ ูลของสัตว์เลยี้ ง
ได้เองหลงั จากท่ีสัตวเ์ ลี้ยงนนั้ ได้ทาการเข้ามาขับถ่ายสิ่งปฏิกูล ซงึ่ หลังจากทาการจัดเกบ็ ส่งิ ปฏกิ ูลแลว้
ตัวเครอื่ งจะทาการเตมิ ทรายที่ใช้ในการดูดซึมนา้ และความช้ืนของสง่ิ ปฏิกลู ดว้ ยตัวเอง ประโยชน์การ
ใชง้ านวจิ ยั คือ กระบวนการทาความสะอาดสิง่ ปฏิกลู ของสตั ว์เล้ียงใหเ้ องอัตโนมัติ สะดวก
ถกู สุขอนามัย และไมม่ กี ลน่ิ ฉนุ ไม่เหม็นส่ิงปฏิกูลของสตั ว์เล้ยี ง ผ้เู ล้ียงที่ตดิ ธรุ ะหรอื เดินทางไป
ต่างจังหวัดสามารถใช้ระบบนไ้ี ดค้ รั้งละสูงสุดถึง 14 วนั ทางานดว้ ยตนเองตลอดเวลา ปลอดภยั ไม่
เปน็ อนั ตรายตอ่ สตั วแ์ ละผู้เล้ียง ประหยดั ทรายแมวได้เปน็ อยา่ งมาก และทีส่ าคัญสามารถถอดตัวบอด้ี
ออกมาทาความสะอาดได้ทาให้ทา่ นสามารถมน่ั ใจถึงความสะอาดได้ ซงึ่ ตอบโจทย์กับไลฟส์ ไตล์การใช้
ชีวิตในปจั จุบนั ท่มี ีคนหันมาเลย้ี งแมวมากกวา่ สุนัขเพราะดแู ลงา่ ย และไมจ่ าเป็นต้องดูแลตลอดเวลา
ซึง่ งานวิจัยชิน้ น้ีเน้นการใชน้ วตั กรรม และเทคโนโลยใี หม่ ๆ เขา้ มาพัฒนาไดเ้ ป็นอยา่ งดพี รอ้ ม ๆ กบั
การพฒั นาตัวเองอยา่ งต่อเนื่องจะทาใหธ้ รุ กิจนี้สามารถอย่รู อดได้อยา่ งมั่นคง และยัง่ ยืน