The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานธุรการและพัฒนากำลังพล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Keaw Chiro, 2022-06-10 01:11:46

งานธุรการและพัฒนากำลังพล

งานธุรการและพัฒนากำลังพล

คู่มือการบรรยายงานอำ�นวยการ

สำ�หรับฝึกอบรมข้าราชการต�ำ รวจในสถานตี �ำ รวจ

เล่ม ๑
งานธรุ การ
และพัฒนากำ�ลังพล

พ.ศ.๒๕๕๗

ส�ำ นกั ง�นตำ�รวจแหง่ ช�ติ

วิสยั ทัศน์ (Vision)

“เป็นต�ำรวจมืออำชีพ
เพ่ือควำมผำสุกของประชำชน”

ต�ำ รวจมอื อ�ชพี ตอ้ งเปน็ ข�้ ร�ชก�ร
ตำ�รวจที่มีคว�มรู้ คว�มส�ม�รถ รู้ลึก
รู้รอบ รู้จริง ในง�นที่ทำ�และต้องเป็น
คนดีมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ ซื่อตรง อดทน
เสียสละ ต้องขยัน และมีก�รพัฒน�
ตนเองอย่�งต่อเนื่อง สิ่งสำ�คัญที่สุดต้อง
ตระหนักเสมอว่� เป้�หม�ยก�รทำ�ง�น
ของต�ำ รวจคือคว�มผ�สกุ ของประช�ชน

พลตํารวจเอก อดุลย แสงสิงแกว

ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ

ประกาศสำ�นกั งานตำ�รวจแห่งชาติ

เรื่อง ใหใ้ ช้ค่มู อื การบรรยายงานอ�ำ นวยการส�ำ หรบั ฝกึ อบรมข้าราชการตำ�รวจในสถานตี �ำ รวจ

สำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติ มีนโยบายในการพัฒนาข้าราชการตำ�รวจตามสายงานในทุก
ระดบั โดยเนน้ ภาวะผนู้ �ำ ใหม้ อี ดุ มการณด์ ว้ ยการสรา้ งวฒั นธรรมขององคก์ รทด่ี ใี นการปฏบิ ตั หิ นา้ ทอี่ ยา่ ง
มืออาชีพ มีความภาคภูมิใจในอาชีพตำ�รวจ ยึดมั่นในศีลธรรมและมีค่านิยมในความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย
ประหยัดตามหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างท่ีดีให้แก่
ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา และใหม้ กี ารท�ำ งานเปน็ ทมี และมเี อกภาพ ส�ำ หรบั งานอ�ำ นวยการเนน้ พฒั นาระบบงาน
ฝ่ายอำ�นวยการให้มีความเข้มแข็งและสนับสนุนบุคลากรที่ปฏิบัติงานฝ่ายอำ�นวยการให้มีความ
เจรญิ ก้าวหนา้ ในสายงาน
ดังน้ัน สำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติ จึงได้จัดทำ� “คู่มือการบรรยายงานอำ�นวยการสำ�หรับ
ฝึกอบรมข้าราชการตำ�รวจในสถานีตำ�รวจ” ฉบับปี พ.ศ.๒๕๕๗ พร้อมท้ังดำ�เนินการฝึกอบรม
หวั หนา้ งานและขา้ ราชการต�ำ รวจทป่ี ฏบิ ตั หิ นา้ ทง่ี านอ�ำ นวยการในสถานตี �ำ รวจ ใหม้ คี วามพรอ้ มทจี่ ะไป
ทำ�การฝึกอบรมหรือสอนงานให้กับข้าราชการตำ�รวจในสังกัดทุกคนสู่ความ “เป็นตำ�รวจมืออาชีพ
เพอื่ ความผาสกุ ของประชาชน”
ฉะนั้น จึงให้ทุกหน่วยใช้ “คู่มือการบรรยายงานอำ�นวยการสำ�หรับฝึกอบรมข้าราชการ
ต�ำ รวจในสถานตี �ำ รวจ” น้ี เปน็ คมู่ อื หลกั ส�ำ หรบั ใชใ้ นการฝกึ อบรมขา้ ราชการต�ำ รวจในสงั กดั ทกุ คน ตงั้ แต่
วนั ประกาศน้ีเปน็ ตน้ ไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๗

พลต�ำ รวจเอก
(อดลุ ย ์ แสงสงิ แก้ว)
ผ้บู ัญชาการต�ำ รวจแหง่ ชาติ

คำ�นำ�
นโยบายการบริหารราชการสำ�นักงานต�ำ รวจแห่งชาติ ประจ�ำ ปงี บประมาณ พ.ศ.๒๕๕๗
ไดก้ �ำ หนดวสิ ยั ทศั นแ์ ละการปฏบิ ตั งิ านของขา้ ราชการต�ำ รวจใหเ้ ปน็ ต�ำ รวจมอื อาชพี เพอ่ื ความผาสกุ ของ
ประชาชน โดยมุ่งพัฒนาและเสริมสร้างให้ข้าราชการตำ�รวจ เป็นตำ�รวจมืออาชีพที่ประชาชนเชื่อม่ัน
ศรัทธา ยดึ มน่ั ในหลกั ธรรมาภิบาล และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแทจ้ ริง โดยจะเนน้ การปลกู ฝงั
อุดมการณ์ให้เป็นตำ�รวจมืออาชีพ มีภาวะผู้นำ� และฝึกอบรมผู้บริหารแต่ละระดับให้มีความรู้
ความสามารถในการบริหารงานตามตำ�แหน่งหน้าท่ีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นท่ียอมรับ ศรัทธา
เชอื่ ถือจากประชาชน
เพ่อื ให้เป็นไปตามนโยบายข้างต้น สำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติจึงไดม้ คี ำ�สง่ั ท่ี ๖๐๐/๒๕๕๖
ลงวันที่ ๑๑ ตลุ าคม ๒๕๕๖ เรือ่ ง แตง่ ตงั้ คณะกรรมการอ�ำ นวยการจัดทำ�หลกั สูตรและฝึกอบรมผนู้ �ำ
หน่วยระดับสถานีตำ�รวจ และ คำ�สั่งที่ ๖๒๕/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ เร่ือง แต่งต้ัง
คณะอนุกรรมการจัดทำ�หลักสูตรและโครงการฝึกอบรมผู้นำ�หน่วยระดับหัวหน้างานอำ�นวยการ และ
ข้าราชการตำ�รวจที่ปฏิบัติหน้าที่งานอำ�นวยการทุกระดับ เพ่ือจัดทำ�คู่มือการบรรยายงานอำ�นวยการ
สำ�หรับการฝึกอบรมข้าราชการตำ�รวจในสถานีตำ�รวจให้เป็นมาตรฐาน มุ่งเน้นให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่งาน
อำ�นวยการมีความรู้ ความสามารถในหน้าที่ และมแี นวทางการปฏิบตั หิ น้าท่ีในงานอำ�นวยการท่ีเปน็ ไป
ในทศิ ทางเดยี วกันในทุกสถานตี ำ�รวจ โดยไดม้ อบหมายให้ กองบญั ชาการศกึ ษา จดั ท�ำ โครงการสัมมนา
วทิ ยากรและการจดั ท�ำ คมู่ อื การบรรยายงานอ�ำ นวยการ ใหก้ บั ขา้ ราชการต�ำ รวจผจู้ ะท�ำ หนา้ ทเ่ี ปน็ วทิ ยากร
ของกองบัญชาการต�ำ รวจนครบาล ต�ำ รวจภธู รภาค ๑ – ๙ และศนู ยป์ ฏบิ ตั ิการตำ�รวจจงั หวดั ชายแดน
ภาคใต้ ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ณ ภเู ขางาม (พาโนรามา) รสี อรท์ ตำ�บลสาริกา
อ�ำ เภอเมือง จงั หวัดนครนายก
จากการจัดสัมมนาวิทยากรของหน่วยงานดังกล่าว ได้มีการระดมความคิด จนได้ข้อยุติ
เนอ้ื หาการบรรยายในประเดน็ ทห่ี นว่ ยงานระดบั สถานตี �ำ รวจจะตอ้ งใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านเปน็ ปกตปิ ระจ�ำ
ของงานอำ�นวยการ โดยแบ่งเป็น ๑๑ หัวขอ้ (๑๑ เล่ม) ไดแ้ ก่ งานธุรการและพฒั นากำ�ลังพล, งานศนู ย์
ปฏิบตั กิ ารสถานตี ำ�รวจ, งานก�ำ ลงั พล, งานวินัย, งานสวสั ดิการและสทิ ธิประโยชนอ์ ื่น, งานยุทธศาสตร์,
งานงบประมาณ, งานพัสดุ, งานการเงนิ , ระบบการควบคมุ การเงินของหน่วยงานยอ่ ย และการจดั วาง
ระบบการควบคุมภายในและการติดตามประเมนิ ผล พรอ้ มทงั้ ได้รว่ มกนั จัดทำ�คมู่ ือการบรรยาย และ
เอกสารการนำ�เสนอท่ีเป็นข้อมูลกลาง สำ�หรับวิทยากรของทุกหน่วยงาน แต่อย่างไรก็ดี เน้ือหาของ
แต่ละงานทีอ่ ้างองิ กฎหมาย ระเบยี บ ข้อบงั คบั ค�ำ ส่ัง และมตคิ ณะรฐั มนตรี ไมส่ ามารถนำ�มารวบรวม
ไวใ้ นคมู่ อื การบรรยายไดท้ งั้ หมด วทิ ยากรผบู้ รรยายสามารถสบื คน้ เพม่ิ เตมิ ไดจ้ ากต�ำ รา หรอื ทางอนิ เทอรเ์ นต็
ของส่วนราชการทเี่ กย่ี วข้องต่างๆ รวมทง้ั ส่อื อเิ ล็กทรอนิกสท์ ่ีได้จดั ทำ�ใหอ้ ีกสว่ นหนงึ่
คมู่ อื การบรรยายนจ้ี ะชว่ ยใหว้ ทิ ยากร ผเู้ ขา้ รบั การฝกึ อบรม และผทู้ สี่ นใจทกุ ทา่ น สามารถ
ท�ำ ความเขา้ ใจ และน�ำ ไปเปน็ แนวทางการปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เปน็ ต�ำ รวจมอื อาชพี ไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ

พลต�ำ รวจเอก
(อดลุ ย์ แสงสงิ แก้ว)
ผู้บัญชาการตำ�รวจแห่งชาติ

สารบญั หนา้

เรอื่ ง ๒
ความหมายของงานอ�ำ นวยการ ๓
โครงสร้างของสถานตี ำ�รวจ ๑๗
งานธรุ การและสารบรรณท่วั ไป ๒๔
งานการขออนุญาต ๒๗
งานทะเบยี นคนต่างด้าว ๓๔
งานพฒั นาขา้ ราชการตำ�รวจและครอบครวั
งานประชาสมั พนั ธ์ของสถานีต�ำ รวจ
ภาคผนวก
เอกสารประกอบคูม่ ือการบรรยาย (แผน่ CD)

-1-

เน้ือหาวิชา

หลกั สตู รการฝกอบรมขาราชการตาํ รวจผปู ฏบิ ตั หิ นา ที่งานอาํ นวยการในสถานตี าํ รวจ
หวั ขอวิชา “งานธรุ การและการพฒั นากาํ ลงั พล”

ขอบเขตวิชา

๑. ธรุ การและสารบรรณทว่ั ไป
๒. งานการขออนุญาต
๓. งานทะเบยี นคนตางดาว
๔. งานพัฒนาขาราชการตาํ รวจและครอบครัว
๕. งานประชาสัมพนั ธข องสถานีตํารวจ

รายละเอียดเนอื้ หา

สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ มีอํานาจหนาที่รักษาความปลอดภัยสําหรับองคพระมหากษัตริย
พระราชนิ ี พระรชั ทายาท ผูสําเรจ็ ราชการแทนพระองค พระบรมวงศานวุ งศ ผูแทนพระองคแ ละพระราช
อาคันตุกะ ดแู ลควบคมุ และกาํ กบั การปฏิบัตงิ านของขา ราชการตํารวจซงึ่ ปฏบิ ตั กิ ารตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญา ปองกันและปราบปรามการกระทําผิดทางอาญา รักษาความสงบเรียบรอ ย
ความปลอดภัยของประชาชนและความม่นั คงของราชอาณาจกั ร และภารกจิ อ่นื ตามทไ่ี ดรับมอบหมาย

การแบงสวนราชการภายในของสํานักงานตาํ รวจแหงชาติ มีหนวยงานระดับกองบัญชาการ
กองบังคับการ กองกาํ กบั การ สถานตี าํ รวจ และแผนกหรืองาน ในทุกหนวยงานในแตละระดับ จะมีทั้ง
หนว ยงานท่รี ับผดิ ชอบเปนฝา ยปฏิบตั ิการและฝา ยอํานวยการ

ความหมายของงานอํานวยการ
งานอํานวยการ (staffing) หมายถึง ภารกิจในการใหการสนับสนุนชวยเหลือ ใหขอเสนอแนะ
รวมทง้ั ใหข อมูลขาวสาร ประสานงาน กาํ กบั ดูแล ตดิ ตาม โดยใชท รพั ยากรทางการบรหิ าร อันไดแก คน
งบประมาณ วัสดุ อุปกรณแ ละการจดั การ ใหเ กิดประโยชนสูงสุด เพ่ือใหก ารปฏิบตั งิ านของฝายปฏิบัติงานหลัก
สามารถปฏิบัติหนาที่ไดอยา งมปี ระสทิ ธิภาพและตอบสนองตอวัตถปุ ระสงคข องหนวยงานได
งานอํานวยการถือเปนงานท่ีมีความสาํ คัญเปนอยางย่ิงของทุกองคกร เพราะจะเปนกลุมงาน
ท่ีคอยชวยเหลือผบู รหิ ารในการดําเนินการดา นธรุ การของหนวย เปนผูรวบรวมขอมูล สรปุ วิเคราะหข อ มลู

-๒-

-2-

และนําเสนอเพ่อื ใหผ ูบังคับบัญชาพจิ ารณาตกลงใจในการปฏิบัติงาน ตลอดจนเปน ผชู วยเหลอื ผูบ รหิ ารใน
การจัดทาํ แผน แผนงานโครงการ และติดตามประเมินผลเพอ่ื แบง เบาภารกิจของผบู ริหารอีกสว นหนงึ่ ดว ย

โครงสรา งของสถานีตาํ รวจ
สถานีตาํ รวจ เปนหนวยงานที่มีความสําคัญเปนอยางยิ่ง เนื่องจากเปนหนวยปฏิบัติการดาน
การปองกันปราบปรามอาชญากรรมและใหบริการประชาชนโดยตรง การปฏิบัติหนาท่ีของเจาหนาท่ี
ตํารวจฝายปฏบิ ตั กิ ารจําเปนตองมเี จาหนาที่ฝายอํานวยสนับสนนุ การปฏบิ ัติ
ตามคําสั่งสํานักงานตํารวจแหงชาติ ที่ ๕๓๗/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕
เร่ือง การกาํ หนดอาํ นาจหนา ทขี่ องตาํ แหนง ในสถานีตาํ รวจ ไดแบง งานในสถานีตํารวจออกเปน ๕ งาน
กบั ๑ หนวยปฏบิ ัติการ คอื งานอาํ นวยการ งานปอ งกันปราบปราม งานจราจร งานสืบสวน งานสอบสวน
และหนว ยปฏิบตั กิ ารพเิ ศษสําหรับงานอาํ นวยการ มีการกาํ หนดอาํ นาจหนา ท่ขี องหัวหนางานอํานวยการไว ดงั นี้

๑) งานนโยบาย ยุทธศาสตร แผนแมบ ท แผนปฏบิ ตั ิการ แผนประจาํ ป และแผนปฏิบัติ
การประจาํ ของสถานตี าํ รวจ

๒) งานธุรการและสารบรรณท่วั ไปของสถานตี าํ รวจ
๓) งานกําลังพล รวมทัง้ งานพัฒนาขาราชการตํารวจและครอบครัวใหมีความพรอมท้ัง
ดานกําลัง ความคดิ และจติ ใจ เพ่อื ปฏิบัตหิ นา ทไี่ ดอ ยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
๔) งานการศึกษา ฝก อบรม สัมมนา ดูงาน ตลอดจนงานเผยแพรความรู
๕) งานสวสั ดิการ
๖) งานพัฒนาองคกร และพฒั นาระบบการบริหารจัดการตางๆ
๗) งานงบประมาณการเงนิ งานพสั ดุ พลาธิการและสรรพาวธุ
๘) งานการสื่อสารและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
๙) งานจดั การเรือ่ งเงินสินบน เงนิ รางวลั และเงนิ คาตอบแทน
๑๐) งานการจดั อาหารเล้ยี งดผู ูต องหา
๑๑) งานทะเบยี นคนตางดาวและงานการขออนญุ าตตางๆ
๑๒) งานการประชาสัมพันธ
๑๓) งานตรวจสอบติดตามประเมินผล วิจัยและพัฒนาการปฏิบัติตามนโยบาย
ยทุ ธศาสตร แผนงานและโครงการตางๆ
๑๔) งานดแู ลหอ งประชุมและจัดการประชมุ

-๓-

-3-

๑๕) งานควบคมุ ตรวจสอบการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ ทั้งในดานการปฏิบัติงาน
ความประพฤติและระเบยี บวินยั

๑๖) การปฏิบัติหนาท่ีหากมีเหตุจําเปนเรงดวน ใหมีอํา นาจมอบหมายให
ผใู ตบังคบั บญั ชาปฏบิ ัตหิ นา ทอ่ี น่ื ไดต ามความเหมาะสม แตท ง้ั น้ีตองไมเสียหายตอ หนาทกี่ ารงานประจาํ

๑๗) งานอื่นที่ไมไดกาํ หนดใหเปนหนาที่ของงานใดในสถานีตํารวจใหเปนหนาที่ของ
งานอาํ นวยการ

๑๘) ปฏบิ ัติงานอ่นื ๆ ทเ่ี กีย่ วของกับงานอาํ นวยการ
๑๙) ปฏิบตั ิงานอื่นๆ ตามทผ่ี บู ังคบั บัญชามอบหมาย

ในหัวขอวิชา “งานธุรการและการพัฒนากําลังพล” มีจุดประสงคเพ่ือใหความรูความเขาใจ
เก่ียวกับงานดานธุรการและสารบรรณทั่วไป งานการขออนุญาต งานทะเบียนคนตางดาว งานพัฒนา
ขาราชการตํารวจและครอบครวั งานประชาสมั พันธของสถานตี าํ รวจ โดยมเี น้อื หาในแตละหัวขอ ดังนี้

๑. งานธรุ การและสารบรรณทวั่ ไป

งานธุรการและสารบรรณทั่วไปของสถานีตํารวจ ถอื เปนกลไกสาํ คัญในการบริหารงานของสถานี
ตาํ รวจ เพ่อื ขบั เคลือ่ นใหเจาหนาที่ตํารวจทุกฝายปฏิบัติงานไปตามนโยบาย ยุทธศาสตรของหนวยงาน
ระดบั ตา งๆ สาํ หรับเน้อื หาของงานธุรการและสารบรรณทั่วไป จะแบงออกเปน ๓ หมวด ดังน้ี

๑.๑ หมวดธรุ การทวั่ ไป
๑.๒ หมวดงานสารบรรณ
๑.๓ หมวดงานอืน่ ๆ

๑.๑ หมวดงานธรุ การทัว่ ไป

๑.๑.๑ การบริหารงานอาํ นวยการของสถานีตาํ รวจ ขาราชการตํารวจที่ปฏิบัติหนาท่ี
งานอํานวยการในสถานีตาํ รวจ โดยเฉพาะอยางยิ่งผูท่ีปฏิบัติหนาที่หัวหนางานอํานวยการ เม่ือเร่ิมตน
การปฏบิ ตั งิ านในสถานีตาํ รวจจาํ เปนตองวางระบบการบริหารงานอาํ นวยการของสถานีตํารวจ และเปน
ฝายอํานวยการของหวั หนา สถานตี ํารวจ โดยมขี นั้ ตอนการปฏบิ ตั ิ ไดแ ก

-๔-

-4-

๑.๑.๑.๑ จัดทําคาํ สัง่ มอบหมายหนา ท่ี และจัดแบง กลุมการปกครองบงั คบั บัญชา
กาํ กบั ดูแลความประพฤติ กวดขันระเบยี บวนิ ัยขาราชการตาํ รวจ

๑.๑.๑.๒ วางระบบการมอบหมายงานใหฝายตางๆ ภายในสถานีตํารวจ และ
ติดตาม ตรวจสอบผลการดําเนนิ งาน

๑.๑.๑.๓ การจดั เกบ็ สถิตงิ านอาํ นวยการ ในความรบั ผิดชอบ
ระเบียบ คําสัง่ ท่ีเกยี่ วขอ ง ไดแ ก คาํ ส่งั ตร. ที่ ๕๓๗/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๗ กนั ยายน ๒๕๕๕,
โครงการพัฒนาสถานีตํารวจเพ่ือประชาชน, คําส่ัง ตร. ที่ ๕๕๕/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๖
ใหปฏบิ ตั ติ ามนโยบายการบริหารราชการ ตร. ประจาํ ปง บประมาณ ๒๕๕๗, คาํ สัง่ ตร. ที่ ๑๒๑๒/๒๕๓๗
ลงวนั ท่ี ๑ ตลุ าคม ๒๕๓๗
๑.๑.๒ การจดั พธิ ีการของสถานตี ํารวจและการรว มงานกบั สว นราชการตา งๆ ไดแ ก งานพธิ ี
ศาสนพธิ ี พระราชพธิ ี รฐั พธิ ี เปนตน

๑.๑.๒.๑ จดั ทําปฏทิ ินงานพิธกี ารตา งๆ ในรอบปทสี่ ถานีตาํ รวจตองดําเนินการ
เชน การจัดงานเนื่องในวันเฉลมิ พระชนมพรรษาในทองถนิ่ ศาสนพิธีเน่ืองในโอกาสวันคลายวันสถาปนา
หนวยงาน พิธมี อบเคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณ พธิ ปี ระดับเครือ่ งหมายยศ พธิ ีมอบประกาศเกียรติคุณในวาระ
ขาราชการตํารวจเกษยี ณอายุ ขาราชการตาํ รวจดีเดน พิธสี งมอบหนา ท่รี าชการ พิธพี ระราชทานเพลงิ ศพ
เปนตน

๑.๑.๒.๒ การจดั พธิ กี าร
๑) พิธกี ารทส่ี ถานตี าํ รวจจดั เอง
(๑) กําหนดวนั เวลา สถานท่ี รูปแบบของพิธกี าร การแตง กาย

ผูเขา รว มพิธี จดั ทาํ รายละเอียดกาํ หนดการในพธิ ี
(๒) แบงภารกจิ ในการจดั งาน และมอบหมายเจาหนา ที่ ฝา ยตา งๆ

รว มรับผิดชอบ ดาํ เนนิ การ
(๓) จัดให หัวหนาสถานีตํารวจ ประชุมมอบหมายภารกิจ

ติดตามการเตรยี มการ ซกั ซอมการปฏบิ ตั ิ
(๔) ประสานหนวยงานภายนอก ขอรับการสนับสนุน และ

ประสานเกีย่ วกบั ขั้นตอนพิธกี าร
(๕) เชญิ ผูเ ก่ยี วขอ งเขา รว มพิธีการ สั่งการขาราชการตํารวจ

เขารวมพิธี
(๖) มอบหมายเจา หนา ที่ตอ นรับ และประสานงาน

-๕-

-5-

(๗) สรปุ ผลการดาํ เนินการ ปญ หาขอ ขัดของ
๒) พิธกี ารทไี่ ปรว มกับสว นราชการอื่น

(๑) ประสานรายละเอียดเก่ียวกับหมายกําหนดการ หรือ
กําหนดการ การแตงกาย การประดับเคร่ืองราชอิสริยาภรณ สถานที่จอดรถ สถานท่ีจัดงาน ฯลฯ กับ
หนว ยงานที่จัดงาน

(๒) จัดขาราชการตํารวจเขารวมพิธี และมีหนังสือสั่งการ
โดยกาํ ชับการแตง กาย การตรงตอเวลา ระเบียบวนิ ยั จดั ยานพาหนะ และพลขบั

(๓) ตรวจสอบความพรอมขาราชการตํารวจทเ่ี ขา รวมพธิ ี
ระเบยี บ คําสัง่ ทเี่ กยี่ วของ ไดแ ก ระเบียบการตํารวจไมเ ก่ยี วกบั คดี ลักษณะที่ ๕๒ งานพิธี,
หนงั สือสาํ นกั นายกรฐั มนตรี ดว นทส่ี ดุ ที่ นร ๐๑๑๑/ว ๒๓๓๓ ลงวนั ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
๑.๑.๓ การรบั การตรวจเยี่ยมจากผูบงั คับบัญชา

๑.๑.๓.๑ สถานที่ เตรียมสถานที่รับการตรวจเย่ียม ไดแก ลานสําหรับแถว
ตํารวจตอนรบั หรือกองเกยี รติยศ แลวแตก รณี และหองประชุมสําหรับขาราชการตํารวจทร่ี อรบั การตรวจเยี่ยม

๑.๑.๓.๒ ดานกําลังพล เตรียมความพรอมดานกําลังพล เจาหนาที่ท่ีปฏิบัติ
หนาท่ีบนสถานตี ํารวจหรอื อยูระหวางเขาเวรยาม ตามคาํ สัง่ มอบหมายหนาที่ของสถานีตํารวจ

-๖-

-6-

๑.๑.๓.๓ การใหบริการประชาชน ใหมีความเปนระเบียบเรียบรอย กําชับการ
ปฏบิ ัติของเจาหนา ทีต่ าํ รวจเพื่อใหบริการดวยความเตม็ ใจ มีกระบวนการที่สะดวกและรวดเร็ว

๑.๑.๓.๔ ขอมูล ไดแก ขอมูลทองถิ่น ขอมูลสถานภาพอาชญากรรมในพื้นที่
แผนที่/นาฬิกาอาชญากรรม แผนท่ีสถานการณ โครงสรางหนวย กําลังพล อาวุธ ยุทโธปกรณ ขอมูล
หมายจับ เปนตน

๑.๑.๓.๕ ระบบควบคมุ ส่งั การและการติดตอ ส่ือสาร ไดแก ศปก.สถานีตํารวจ
ซงึ่ จะตองประกอบดวยเครอื่ งมอื ส่อื สาร การประชุมทางไกล ฐานขอมูลตา งๆ ท่ีเกย่ี วขอ ง เปน ตน

๑.๑.๓.๖ การเตรยี มการดา นอ่ืนๆ ไดแ ก
๑) ประสานงานกับสํานักงานผบู ังคบั บัญชา หรือฝายอํานวยการของ

หนวยท่ีจะเดินทางมาตรวจเย่ียม เพ่ือทราบรายละเอียดเก่ียวกับกําหนดการ จํานวนคณะผูตรวจเย่ียม
ระดับตําแหนง ฯลฯ

๒) เตรยี มการบรรยายสรุป พรอ มเอกสารและอุปกรณการฉายภาพ
๓) เตรียมการตอนรับดานอื่นๆ เชน เคร่ืองด่ืม อาหารวาง อาหาร
กลางวนั พ้นื ท่ีจอดรถ จัดระเบียบพื้นท่ีขณะการตรวจเย่ียม การแตงกาย เคร่อื งเสียง ฯลฯ

ระเบยี บ คาํ สงั่ ท่ีเกีย่ วขอ ง ไดแก ระเบียบการตาํ รวจไมเกีย่ วกบั คดี เลม ๒ ตอน ๑
ประเภทบริหาร ลกั ษณะที่ ๑๗ บทที่ ๑๒ และหนงั สอื ตร. ท่ี ๐๐๐๑(ศปก๑)/๐๐๖๙ ลง ๙ ม.ค.๕๖

-๗-

-7-

๑.๑.๔ การรบั และการสงมอบหนาทต่ี ามประมวลระเบยี บการตํารวจไมเก่ยี วกบั คดี เลม ๑
ตอน ๒ ประเภทบุคคลลักษณะที่ ๑๕ บทท่ี ๑ วาดวยการรับและการสงมอบหนาที่ และระเบียบ ตร.
วาดวยการรับและสงมอบหนาท่ี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๘ ลง ๒๖ ส.ค.๔๘ ท้ังนี้เพื่อวัตถุประสงคเปน
หลกั ฐานในการรับผดิ ชอบทรัพยสิน ครภุ ัณฑ วัสดุ เงนิ ตลอดจนอาคารสถานที่ กําลังพล รวมทัง้ แผนงาน
สําคัญ ราชการที่ยังไมแลวเสร็จ ซึ่งหากภายหลังมีความเสียหายเกิดขึ้น จะไดหาผูรับผิดชอบตอไป
ตามประมวลระเบียบการตาํ รวจไมเกย่ี วกบั คดีดงั กลา ว ไดกําหนดเน้อื หาทเ่ี กย่ี วของกับหัวหนาสถานีตํารวจ
โดยสรปุ ดังน้ี

๑.๑.๔.๑ ตาํ แหนงทต่ี อ งมกี ารรับและสงมอบงานหัวหนาหนว ยงาน ชัน้ หัวหนา
สถานตี ํารวจทุกระดับ สารวัตร ผูกํากบั การ ผบู ังคับการ และผูบญั ชาการ

๑.๑.๔.๒ เหตุท่ีจะตองมีการรับและสงมอบงานเม่ือมีการพนจากหนาที่ราชการ
โดยแจง ชัด ไมวาออกจากราชการทุกกรณี ยกเวน ตาย ไดรับแตงตั้งยายสังกัด ถูกพักราชการ หรือโดย
ประการอื่นซ่งึ หมดอํานาจหนา ที่ในสถานทีน่ ้ัน

๑.๑.๔.๓ สิ่งทีต่ อ งรบั และมอบอํานาจ
๑) ของหลวง
๒) ของกลาง
๓) การเงนิ

โดยอาจจะเพิ่มเติมแผน แผนงาน โครงการ หรือภารกิจสําคัญที่ยังคาง
การปฏิบัติอยูตลอดจนขอ มูลตา ง ๆ ทเ่ี ปน ประโยชนต อการปฏบิ ตั ิหนาที่

๑.๑.๔.๔ วิธกี ารและระยะเวลาการรบั และสงมอบ
๑) การรบั และสงมอบดังกลาว ใหทําเปนรายงานกับบัญชีสงและรับ

มอบหนาทตี่ อกนั เปน ๓ ฉบับ ลงนามผรู บั ผูมอบ และพยานเปน หลกั ฐาน แลวแยกใหผูมอบเก็บไว ๑ ฉบับ
ผรู ับมอบเก็บไวท ่ีประจําการ ๑ ฉบบั สงเสนอ ผบู งั คบั บัญชา ๑ ฉบับ

๒) ผูรบั มอบ ตอ งสง รายงานและบัญชีดงั กลา วไปยังผูบงั คับบัญชาตาม
ละดับช้ัน ภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแตวันรับมอบเสร็จ โดยการรายงานใหเปนไปตามระเบียบ ตร. วาดวย
การรบั และสงมอบหนา ที่ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๘ ลง ๒๖ ส.ค.๔๘

๓) หากมีการพน ตาํ แหนง ไมวากรณใี ดของผดู ํารงตําแหนงเดิม แตยัง
ไมม ีผูมาดาํ รงตาํ แหนงแทน ใหสงมอบหนา ทดี่ ังกลาวใหกบั ผูมีอาวโุ สทีส่ ดุ ของสว นราชการในขณะน้นั เปน

-๘-

-8-

ผรู ับมอบหนาท่ีแทนไปพลางกอน เมื่อมีผูมาดํารงตําแหนงแทนแลวก็ใหสงมอบหนาที่นั้นแกผูมาดํารง
ตําแหนงใหมตอ ไป

ดังนั้น เมื่อมีกรณีที่หัวหนาสถานีตํารวจ ไดรับการแตงตั้งหรือมีผูมาดํารง
ตําแหนงใหม ผูทที่ ําหนาทหี่ วั หนา งานอํานวยการ จงึ ตองจัดเตรียมและประสานผเู ก่ียวของภายในหนวย
เพือ่ ดาํ เนินการสงมอบหนาท่หี ัวหนา สถานีตาํ รวจใหถูกตองตามระเบียบการตํารวจไมเก่ียวกับคดี เลม ๑
ตอน ๒ ประเภทบคุ คล ลักษณะที่ ๑๕ บทท่ี ๑ , ระเบยี บ ตร. วา ดวยการรับและสงมอบหนาที่ (ฉบบั ท่ี ๒)
พ.ศ.๒๕๔๘ ลง ๒๖ ส.ค.๔๘

หมายเหตุ กรณีท่ีมกี ารเปล่ียนแปลงระเบยี บท่ีเกี่ยวของข้นึ ใหม ใหถ ือปฏิบัตติ ามระเบียบฯ
ท่กี ําหนดขนึ้ ใหม

๑.๒ หมวดงานสารบรรณ
หมวดงานสารบรรณ เปนการจัดระบบงานเอกสาร การบริหารงานธุรการและสารบรรณของ
สถานีตาํ รวจ จะตองวางระบบงานเอกสารต้ังแตก ารรับเอกสาร แจกจาย จดั เกบ็ จําหนาย เพ่ือใหก ารปฏิบัติ
เปน ไปอยางมีระบบ สามารถตดิ ตามตรวจสอบงานไดอ ยา งรวดเร็ว มีขน้ั ตอนการปฏิบัติ ดังน้ี

๑.๒.๑ การรบั สง การจัดเกบ็ การทําลายหนังสือ
๑.๒.๑.๑ การรบั หนังสอื
๑) เจาหนาท่ีงานสารบรรณลงรับหนังสือในทะเบียนหนังสือรับตาม

ระเบียบ, ตรวจสอบเรอ่ื งเดมิ หรือขอ มูลเบอื้ งตน นําเสนอหัวหนางานอํานวยการตามลําดับความสําคัญ
และเรงดวน

-๙-

-9-

๒) หัวหนา งานอํานวยการ พิจารณาและเสนอความเห็น (ทางหนึง่ ทางใด)
ประกอบ เพ่ือใหห ัวหนา สถานีตํารวจสงั่ การฝา ยทเ่ี กีย่ วขอ ง

๓) เจา หนาทง่ี านสารบรรณ นําเสนอหวั หนาสถานีตาํ รวจพิจารณาสง่ั การ
๔) หัวหนา หนวยพิจารณาส่งั การ
๕) เจาหนาท่ีสารบรรณนําหนังสือสั่งการแจกจายใหหนวยงานหรือ
เจา หนาท่ฝี ายตางๆ ดําเนินการ พรอมใหผ รู ับหนงั สือลงชือ่ รับในทะเบียนหนงั สือรับ
๖) ตรวจสอบ ติดตามผลการปฏิบตั ิ และรายงานผล

๑.๒.๑.๒ การสงหนงั สือทางราชการ
๑) นําหนังสือที่ผูบังคับบัญชาไดลงนามและตรวจสอบความถูกตอง

แลวนาํ มาลงทะเบยี นหนังสอื สงที่งานสารบรรณ เจาของเรอ่ื งสาํ เนาหนงั สอื สงเก็บไว ๑ ชุด
๒) สงหนังสือ โดยทางพลนําสาร จดหมายและทางอิเล็กทรอนิกส

แลว แตก รณี

- ๑๐ -

- 10 -

๑.๒.๑.๓ การจัดเก็บเอกสาร จัดแบงประเภทเอกสารและจดั พ้นื ทีเ่ ก็บ คอื
๑) เอกสารท่ยี ังอยูในระหวางปฏิบัติ ตองเก็บไวกับผูปฏิบัติ จัดเก็บ

ในแฟม ชั้นเอกสาร ท่สี ะดวกในการนาํ มาใช
๒) เอกสารทป่ี ฏบิ ตั เิ สร็จสิ้นแลว แตมคี วามสําคัญ จาํ เปน ตองเก็บ เกบ็

ในพนื้ ทอี่ นื่ ได เชน หอ งเก็บเอกสารที่แยกออกไป โดยจัดทําบญั ชี สารบรรณเอกสารใหง า ยตอการคน หา
๓) เอกสารทค่ี วรทําลาย ดําเนนิ การทําลายตามระเบยี บ

- ๑๑ -

- 11 -

๑.๒.๑.๔ การทาํ ลายเอกสาร ดําเนนิ การตามระเบยี บฯ โดยใหมีการสํารวจและ
ดาํ เนนิ การอยา งตอ เนื่องทกุ ป เพื่อลดพื้นท่กี ารจดั เกบ็ เอกสาร

๑.๒.๒ ประเภทและการเขียนหนงั สือทางราชการ
หนังสอื ราชการ คอื เอกสารทเี่ ปนหลักฐานในราชการ ไดแก

๑) หนังสือที่มีไปมาระหวา งสว นราชการ

- ๑๒ -

- 12 -

๒) หนังสอื ท่ีสว นราชการมีไปถึงหนวยงานอ่ืนใดซงึ่ มใิ ชส ว นราชการ หรอื ทีม่ ไี ปถงึ
บุคคลภายนอก

๓) หนังสอื ที่หนวยงานอื่นใด ซึ่งมใิ ชสวนราชการ หรือบุคคลภายนอกมีมาถึง
สวนราชการ

๔) เอกสารทท่ี างราชการจดั ทาํ ขึน้ เพือ่ เปน หลกั ฐานในราชการ
๕) เอกสารท่ที างราชการจัดทาํ ขนึ้ ตามกฎหมาย ระเบียบ หรอื ขอ บังคบั
๖) ขอ มลู ขา วสารหรอื หนงั สอื ท่ไี ดร บั จากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส
อเิ ล็กทรอนกิ ส หมายความวา การประยุกตใชวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ตรอนไฟฟา คล่ืน
แมเ หลก็ ไฟฟา หรือวิธีอ่ืนใดในลักษณะคลา ยกัน และใหหมายความรวมถึงการประยกุ ตใชวธิ ีการทางแสง
วธิ กี ารทางแมเหล็ก หรอื อุปกรณท่เี กี่ยวของกับการประยกุ ตใชว ิธีตา งๆ เชนวา นั้น
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส หมายความวา การรับสงขอมูลขาวสารหรือ
หนังสือผานระบบสอื่ สารดว ยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส
รายละเอยี ดเรอ่ื งหนังสือราชการมีดงั ตอไปน้ี
๑.๒.๒.๑ ชนิดและประเภทหนงั สือราชการ

๑) หนังสอื ภายใน
๒) หนงั สือภายนอก
๓) หนงั สือประทบั ตรา
๔) หนังสือสั่งการ ไดแ ก คําสง่ั , ระเบยี บ, ขอ บังคบั
๕) หนังสอื ประชาสัมพันธ ไดแ ก ประกาศ, แถลงการณ, ขา ว
๖) หนังสืออ่ืนๆ ไดแก หนังสือรับรอง, รายงานการประชุม, บันทึก,
หนังสอื อน่ื
๑.๒.๒.๒ การเขียนหนังสือราชการ ในการเขยี นหนงั สอื ราชการ จะตอ งมคี วาม
ถกู ตอ งในดานตา งๆ คือ ๑) ถกู แบบ ๒) ถกู เน้ือหา ๓) ถกู หลักภาษา ๔) ถูกความนยิ ม ๕) ถกู ใจผลู งนาม
ถูกแบบ คอื กอนจะเขียนหนังสือติดตอราชการจะตองพิจารณากอนวาจะใช
หนังสือแบบใดสําหรบั ติดตอราชการ เชน รปู แบบและโครงสรางหนังสอื ภายนอก รูปแบบและโครงสราง
หนงั สือภายใน รปู แบบและโครงสรางของหนงั สือชนดิ ตา งๆ
ถกู เนือ้ หา คือ การเขียนหนังสอื ใหถูกเนื้อหา เนื้อหาหรือขอความของหนังสือ
ราชการทัว่ ไป ควรประกอบดวย ๓ สว น คือ ๑) สวนที่เปนเหตุท่ีทําใหมีหนังสือไป ๒) สวนความประสงคท่ี
ทําใหมีหนังสือไป และ ๓) สวนสรปุ ความ

- ๑๓ -

- 13 -

สวนท่ีเปน เหตุ จะมรี ูปแบบของการใชค าํ เริม่ ตนของการเขยี นสวนที่เปน
เหตุทจ่ี าํ เปนตองมหี นังสือไป นยิ มใชค าํ เริ่มตนหนงั สือ คอื

ดว ย ... (ตามดว ยเหตทุ ่ีมหี นังสอื ไป)
เน่อื งจาก ... (ตามดว ยเหตทุ มี่ หี นังสอื ไป)
ตาม... (ตามดว ยเหตุทมี่ หี นงั สอื ไป)... นน้ั
ตามท่ี ... (ตามดวยเหตกุ ารณท เ่ี กิดขึ้นเปนทร่ี ับรูโดยท่วั ไป)... นนั้
อนสุ นธิ... (ตามดวยเหตุทีม่ ีหนังสือไป)... น้นั
สว นความประสงค ที่ทาํ ใหต องทําหนงั สือไป ใหร ะบคุ วามประสงคท แี่ จง
ตอ หนวยงานหรอื บุคคลดังกลาว ความตอ งการเพื่อใหด าํ เนินการอยางไร หรือตองการใหทราบประเดน็ ใด เปน ตน
สวนสรุปความ ทีน่ ิยมใชโดยจะตอ งสอดคลอ งกับสวนความประสงค ไดแก
จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ
จึงเรียนมาเพ่ือโปรดพจิ ารณา
จงึ เรียนมาเพือ่ โปรดพิจารณาดาํ เนินการตอ ไปดวย
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนมุ ตั ดิ วย
จงึ เรยี นมาเพ่อื โปรดพจิ ารณาและแจง ผลการพจิ ารณาใหท ราบดว ย
จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดนําเสนอคณะรัฐมนตรีพจิ ารณาตอไปดวย
ถูกหลักภาษา หลักภาษาไทยท่ีควรระวัง มี ๒ เร่ือง คือ รูปประโยค และ
ความสัมพนั ธระหวางขอความ สาํ หรับรูปประโยคโดยปกตจิ ะประกอบดวย ประธาน กริยา กรรม ในแตละ
ประโยคจะตองมีกรยิ าเสมอ แตส ําหรับประธานและกรรมของประโยค ในบางคร้งั อาจละไวในฐานทเี่ ขา ใจ
ได ขอ ความอาจจะประกอบดว ยประโยคหลายประโยค โดยเช่ือมดว ยคาํ สันธาน เชน และ กับ รวมทัง้ ตลอดจน
ถูกความนิยม ไดแก การใชสรรพนาม ถอยคํา สํานวน วรรคตอน ใหถูกตอง
ตัวอยาง เชน ความนิยมในการใชสรรพนามแทนผูมีหนังสือไป เนื่องจากผูลงนามในหนังสือราชการ
เปนการลงนามในฐานะเปน ตวั แทนของสว นราชการ จึงนิยมใชช่ือสวนราชการเปนสรรพนามแทนผูลงนาม
ในหนังสอื ไป จะไมนิยมใชขา พเจา กระผม สว นความนยิ มในการใชถ อยคาํ สํานวน ใหใชภาษาราชการ ไมใ ช
ภาษาพูด เชน “พรอมนี้ไดแ จงไปทางจังหวัดแลว เหมือนกัน” ควรใชเปน “ทั้งนไี้ ดแจง ใหจ งั หวัดทราบดวยแลว”
หรอื “ไมมีขอ เทจ็ จริงอะไรเพิม่ เติม” ควรใชเปน “ไมม ีขอ เทจ็ จรงิ อันใดเพิ่มเติม” หรือ “ประชาชนไดรับ
ความเดือดรอนแสนสาหัส” ควรใชเ ปน “ประชาชนไดร ับความเดือดรอ นเปน อยา งยงิ่ ”
การเขียนหนังสือราชการจะตองมีหลักนิยมคือ การเขียนใหถูกตอง ชัดเจน
รดั กมุ กะทดั รัด และเขียนใหบรรลวุ ัตถปุ ระสงค

- ๑๔ -

- 14 -

๑.๒.๒.๓ การพมิ พหนังสือราชการดวยคอมพวิ เตอร ปจ จบุ ันสามารถโปรแกรม
พิมพห นงั สือราชการไดอยางรวดเร็ว เจาหนาที่พมิ พจะตอ งศึกษาวิธีการใชโปรแกรมการพิมพใหชํานาญ
และรวดเรว็ เพอื่ การพิมพห นงั สือราชการเปน ไปอยางถกู ตอง สวยงาม และควรจดั ระบบการเก็บเอกสารทพ่ี ิมพ
อยางเปน ระบบ จดั แบงแฟม จัดหมวดหมูเอกสารในเคร่ืองคอมพิวเตอรใหส ามารถคนหาไดอยางสะดวก
และรวดเรว็

๑.๒.๓ อ่นื ๆ
๑.๒.๓.๑ ช้ันความเร็ว
๑.๒.๓.๒ ชนั้ ความลบั
๑.๒.๓.๓ อื่นๆ เชน มาตรฐานตรา กระดาษ ซอง และพมิ พ, การสําเนาเอกสาร,

ระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส

๑.๓ หมวดงานอื่นๆ

๑.๓.๑ งานการประชมุ ในสถานตี าํ รวจจะมีการจัดการประชุมในเรื่องตางๆ ไดแ ก การประชุม
บริหารของสถานีตํารวจ การประชุมคณะกรรมการ คณะทํางาน ของสถานีตํารวจ การประชุมเพื่อ
พจิ ารณาหรือหารอื เพือ่ ดาํ เนนิ การในเร่ืองตางๆ เปนตน การประชุมหมายถึง ข้ันตอนหรือกระบวนการ
รวมกันของกลุมคน เพ่ือเปาหมายในการดาํ เนินงาน การประชุมที่ดีจะชวยในการตัดสินใจของคณะ
การวางแผนและติดตามผล การมอบหมายความรับผดิ ชอบ การประชมุ แบงออกเปน ๕ ประเภท ดงั นี้

(๑) การประชุมเพ่อื แจงขอ มูลขาวสาร (information meeting)
(๒) การประชุมเพ่ือเรงเราจูงใจและประกาศเกียรติคุณ (motivational
meeting)
(๓) การประชุมเพ่ือรว มกนั คิดสรางสรรค (creative meeting)
(๔) การประชมุ เพื่อรวมกนั ตัดสนิ ใจ (decisional meeting)
(๕) การประชุมเพื่อสอนงานและฝกอบรม (educational meeting)
องคประกอบการประชุม คือการท่ีบุคคลต้ังแตสองคนขึ้นไป มาอยูรวมกัน ณ สถานที่
วัน เวลา ที่กาํ หนด โดยมีวัตถุประสงครวมกันในการพิจารณาหรือดําเนินการ โดยมีระเบียบ กติกา
การประชุมจะตองมีผูที่ทําหนาท่ีประธานการประชุม และมีเลขานุการ เพ่ือชวยดําเนินการประชุมให
เปนไปตามวตั ถปุ ระสงคของการประชมุ การจดั ใหมีการประชุมมีส่ิงท่จี ะตองดําเนนิ การดังน้ี

- ๑๕ -

- 15 -

๑.๓.๑.๑ การจัดการประชมุ
๑) กําหนดวันประชุมตามระเบียบขอบังคับ หรือตามนโยบายของ

หวั หนาสถานตี ํารวจ ทไ่ี ดก าํ หนดไว
๒) จัดทําระเบยี บวาระการประชุม เพื่อเปนกรอบแนวทางในการดําเนินการ

ประชุมและกําหนดประเดน็ และสาระในการประชมุ
๓) จัดหาหองประชุม เตรียมสถานที่ โตะ เกาอ้ี ผูเขารวมประชุม

เครือ่ งเสียง ไมโครโฟน โตะเจาหนาท่ี ท่ีจอดรถ อุปกรณประชุมทางไกล (VDO Conference) เคร่ืองฉายภาพ
(projector) เคร่อื งคอมพิวเตอร อุปกรณส ําหรบั ช้ี (laser pointer) กระดาษ ปากกา ดนิ สอ เครือ่ งเขียนฯลฯ

๔) จัดทําหนังสือเชิญประชุม และแจงผูเขารวมประชุม และ
ประสานงานเพือ่ ยืนยันการเขารวมประชมุ

๕) จัดเตรยี มแฟม เอกสารประกอบการประชุม ควรจัดสงใหผูเขารวม
ประชมุ กอ นวนั ประชมุ

๖) จดั ทําภาพการนําเสนอประกอบการประชมุ (Power Point)
๗) จดั เตรียมเครอ่ื งดม่ื อาหารวา ง หรอื อาหารกลางวัน
๘) มอบหมายเจาหนาทลี่ งทะเบียน ตอนรับ บรกิ าร

- 1๑๖6 --

การจัดหองประชุม ควรใหมีขนาดพอเหมาะกับจํานวนผูเขารวม
ประชุม จัดใหผ เู ขารวมประชุมน่ังสบาย มองเห็นหนากันไดถนัด ไมเบียดเสียดยัดเหยียด หองประชุมมี
อุณหภูมพิ อเหมาะ ไมรอ นหรือเย็นเกินไป มแี สงสวางเพียงพอ มอี ปุ กรณป ระกอบการประชุมตามสมควร
เชน มีเคร่ืองขยายเสียง เคร่ืองบันทึกเสียง กระดาษ ดินสอ กระดานหนาหอง การจัดที่น่ัง นิยมจัดเปน
รูปครง่ึ วงกลม หรือรปู เกือกมา และจัดใหมีไมโครโฟน สําหรบั ผูเขา รว มประชมุ ไดใชพูด

๑.๓.๑.๒ การจัดทํารายงานการประชุม รายงานการประชุมถือเปนเอกสาร
ราชการในประเภทหนังสือทเ่ี จา หนา ทท่ี าํ ข้ึนหรอื รบั ไวเปน หลกั ฐานในราชการ การจดั ทํารายงานการประชมุ
อาจทําได ๓ วธิ ี คอื

๑) จดละเอียดทุกคําพูดของกรรมการหรือผูเขารวมประชุมทุกคน
พรอ มดว ยมติ

๒) จดยอคําพูดที่เปนประเด็นสําคัญของกรรมการหรือผูเขารวม
ประชุม อนั เปน เหตุผลไปสูม ติของที่ประชมุ

๓) จดแตเ หตุผลกับมตขิ องที่ประชมุ
๑.๓.๑.๓ การแจงผลการประชุมและสง รายงานการประชุมใหผเู ก่ยี วของทราบ
และดําเนินการตามมติที่ประชมุ การแจงผลการประชมุ หากเปนกรณีเรง ดว นควรมีหนงั สอื แจง สาระสาํ คญั
ของการประชุมเพอื่ ใหห นวยงานทเ่ี ก่ยี วขอ งไดด าํ เนินการ โดยไมต องรอรายงานการประชมุ ฉบับสมบูรณ
๑.๓.๑.๔ ติดตามผลการดําเนนิ การ เพอ่ื ประกอบในการประชมุ ครงั้ ตอไป
ระเบียบ คําส่ังท่ีเก่ียวของ ไดแก ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณ
พ.ศ.๒๕๒๖ และท่แี กไขเพ่ิมเติม, คมู อื บทบาทหนาทีใ่ นการบรหิ ารงานของหัวหนาสถานตี าํ รวจ
๑.๓.๒ โครงการพัฒนาสถานีตํารวจเพื่อประชาชน ในหนาที่ของงานอํานวยการสถานี
ตํารวจ จะมหี นา ท่เี กยี่ วขอ งตามโครงการพฒั นาสถานตี ํารวจเพอื่ ประชาชน ในสวนท่เี ก่ียวของ ไดแก

- ๑๗ -

- 17 -

๑.๓.๒.๑ การจัดระเบียบสถานที่ทําการ โดยใชกิจกรรม ๕ ส มีขั้นตอนการ
ดาํ เนินการ ไดแก

๑) แตงตัง้ คณะทํางานเพอ่ื ทาํ กจิ กรรม ๕ ส
๒) สรา งความรคู วามเขาใจ กระตนุ ใหเ กดิ ความรวมมือของขา ราชการ
ตาํ รวจในสถานตี าํ รวจ
๓) แบง มอบพืน้ ท่ีรบั ผิดชอบใหผูร ับผดิ ชอบ
๔) ดําเนนิ กิจกรรม ๕ ส อยางตอเน่ือง โดยมีการระดมทํากิจกรรมพรอมกัน
เปน ระยะๆ
๕) จัดประกวดพืน้ ทใี่ นกิจกรรม ๕ ส
ระเบยี บ คําสงั่ ทีเ่ กี่ยวของ ไดแ ก คาํ สัง่ ตร. ท่ี ๕๕๕/๒๕๕๖ ลง ๑๕ ก.ย.๒๕๕๖
ใหปฏิบตั ิตามนโยบายการบริหารราชการ ตร.ประจาํ ปง บประมาณ ๒๕๕๗, หนังสือ ตร. ท่ี ๐๐๐๑ (ศปก๑)/
๐๐๖๙ ลง ๙ ม.ค.๒๕๕๖
๑.๓.๒.๒ การคัดเลือกขาราชการตํารวจดีเดน เปนมาตรการเพื่อสงเสริมให
ขา ราชการตาํ รวจในสถานีตํารวจไดต้งั ใจในการปฏิบตั หิ นา ที่ เกิดความภาคภมู ิใจ โดยมขี ัน้ ตอนดงั นี้
๑) แตงตั้งคณะกรรมการพจิ ารณาคดั เลือก
๒) แจงใหฝ า ยตางๆ พิจารณาคัดเลือกขาราชการตํารวจดเี ดนในแตล ะ
สายงานพรอมขอมลู ประกอบการพิจารณา
๓) นําเขาท่ปี ระชมุ คณะกรรมการพจิ ารณาคัดเลือก
๔) จัดพิธีมอบรางวัล และประชาสัมพันธเผยแพรผลการคัดเลือกให
ขา ราชการตํารวจและประชาชนโดยทัว่ ไปทราบ
ระเบียบ คาํ สง่ั ท่เี กย่ี วของ คือ โครงการพัฒนาสถานตี ํารวจเพือ่ ประชาชน

๒. งานการขออนุญาต

๒.๑ การขออนุญาตสถานบรกิ ารในกรงุ เทพมหานคร
งานขออนุญาตของสถานบริการในพ้ืนท่ีกรุงเทพมหานคร มีความแตกตางจากในจังหวัดตางๆ
เน่ืองจากการอํานาจอนุญาตเปนของฝายตํารวจ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ แกไข
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๓ กําหนดคําจํากัดความของ “สถานบริการ” หมายความวาสถานที่ท่ี
ตั้งขึน้ เพื่อใหบรกิ ารโดยหวงั ผลประโยชนท างการคา ดังตอไปน้ี

- ๑๘ -

- 18 -

(๑) สถานเตนรํา ราํ วง หรอื รองเงง็ เปน ปกติธรุ ะประเภททม่ี แี ละไมม ีคบู รกิ าร
(๒) สถานที่ท่ีมีอาหาร สุรา นา้ํ ชา หรือเครื่องดื่มอยางอื่นจําหนายและบริการ โดยมี
ผูบําเรอสาํ หรบั ปรนนิบัติลกู คา
(๓) สถานทอ่ี าบนํา้ นวด หรอื อบตัว ซ่ึงมผี ูบริการใหแกล ูกคา เวน แต

(ก) สถานท่ีซึง่ ผบู ริการไดขึ้นทะเบยี นและรับใบอนญุ าตเปนผปู ระกอบโรคศลิ ปะ
สาขาการแพทยแผนไทยประเภทการนวดไทยตาม กม.วาดวยการประกอบโรคศิลปะหรอื ไดรบั การยกเวน
ไมตอ งขึน้ ทะเบียนและรบั ใบอนุญาตเปนผปู ระกอบโรคศลิ ปะฯ

(ข) สถานทีเ่ พอ่ื สุขภาพหรอื เพ่ือเสริมสวยฯ
(ค) สถานทอ่ี ่ืนตามที่กาํ หนดในกฎกระทรวง
(๔) สถานที่ทมี่ ีอาหาร สุรา หรือเคร่ืองด่ืมอยางอื่นจําหนายหรือใหบรกิ าร โดยมีรูปแบบ
อยางหนึ่งอยางใด ดงั ตอไปนี้
(ก) มีดนตรี การแสดงดนตรหี รอื การแสดงอนื่ ใดเพือ่ การบันเทิงและยินยอมหรอื
ปลอยปละละเลยใหน ักรอง นกั แสดง หรือพนกั งานนัง่ กบั ลูกคา
(ข) มกี ารจดั อปุ กรณก ารรอ งเพลงประกอบดนตรีใหแกล ูกคาโดยจัดใหมีผูบริการ
ขับรองเพลงกับลกู คา หรือยินยอมหรือปลอ ยปละละเลยใหพ นักงานอนื่ ใดนงั่ กบั ลกู คา
ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ แกไขเพิ่มเตมิ โดย พ.ร.บ.สถานบริการ (ฉบับที่๔)
พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง กําหนดใหใบอนุญาตใหต้ังสถานบริการใหใชไดจนถึงวันที่ ๓๑
ธนั วาคม ของปท ่อี อกใบอนญุ าต วรรคสอง ผรู ับอนุญาตผใู ดประสงคจะขอตออายุใบอนุญาต จะตองยื่น
คําขอกอ นใบอนุญาตสิ้นอายุจะประกอบกจิ การตอไปไดจนกวา พนักงานเจาหนาที่จะสั่งไมอนุญาตใหตอ
อายใุ บอนญุ าต โดยขั้นตอนในการขออนุญาตของสถานบริการเรือ่ งตา งๆ มดี ังนี้
๒.๑.๑ ขน้ั ตอนการขอตอ อายใุ บอนญุ าตใหตั้งสถานบริการ
๒.๑.๑.๑ สถานีตํารวจประชาสัมพันธใหผูรับใบอนุญาตใหตั้งสถานบริการใน
เขตรับผิดชอบทราบเก่ยี วกับการขอตอใบอนุญาต หากประสงคจ ะดําเนินกิจการตอไป ใหย่ืนคํารองตาม
แบบ สบ.๓ พรอ มเอกสารท่ีเกีย่ วขอ งตอ ผกก.สน.ทองที่ ท่ีสถานบริการนั้นๆ ต้ังอยู
๒.๑.๑.๒ ตาม ขอ ๒.๑.๑.๑ ใหสถานีตาํ รวจจดั ทําบัญชรี ายชื่อสถานบริการแลว
ใหผรู บั ใบอนญุ าตลงนามรับทราบ รายงานใหผ บู ญั ชาการตาํ รวจนครบาล ทราบ
๒.๑.๑.๓ สถานีตํารวจเสนอเรื่องขอตออายุใบอนุญาตใหต้ังสถานบริการ
ตามลําดบั ช้ันพรอมแนบเอกสารประกอบการพจิ ารณา เรียงลําดบั ดังนี้

- ๑๙ -

- 19 -

๑) บันทึกการตรวจสถานบริการของ สน.ทองที่และการตรวจเร่ือง
ความปลอดภยั ในสถานบรกิ าร เพ่อื ประกอบการพิจารณาตออายใุ บอนญุ าต

๒) คําใหการของผูขอตออายุใบอนุญาต ผูขอตออายุใบอนุญาตให
ปรากฏชื่อภาษาไทยภาษาตางประเทศ (ถามี) ของสถานบรกิ าร, ตั้งอยูเลขที่, ผูขอตออายุใบอนุญาต
เกี่ยวของอยางไรกับสถานบริการ, จํานวนพนักงาน, ปจจุบันเปดดําเนินการหรือไม, สถานบริการเคย
กระทาํ ผิดและถูกพกั ใชใ บอนญุ าตหรือไม

กรณีผูรับใบอนุญาตเปนนิติบุคคล ใหระบุวา คําใหการของบริษัท/
หจก.โดย...(ผูใ ด)...ใหส อบปากคาํ ยนื ยันวานิตบิ คุ คลนนั้ ยังดาํ เนินการอยูหรอื ยกเลกิ การจดทะเบียนบริษัท
หรอื ไม อยา งไร และตรวจสอบวา การลงชื่อในการใหก ารตอ งประทบั ตราสาํ คญั ของนติ บิ คุ คลนั้น หรอื ไม

กรณผี ูร ับใบอนญุ าตเปน บคุ คลธรรมดาซ่ึงมีภูมลิ าํ เนาตามทะเบยี นบา น
อยูต างจงั หวัดใหส อบปากคาํ ผูรับใบอนญุ าตเพิ่มเติมวา การดูแลควบคุมกิจการเพื่อมิใหมีการกระทําผิด
กฎหมายจะดําเนินการอยางไร หรือมีท่ีพักอาศัยในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดปริมณฑลใด ใหระบุชัดเจน
เกยี่ วกับเลขทต่ี ัง้ ถนน แขวง เขต จังหวัด หมายเลขโทรศัพททสี่ ามารถติดตอได

๓) สาํ เนาบัตรประจําตวั ประชาชน
๔) คาํ ขอตอ อายุใบอนญุ าตใหต ้งั สถานบรกิ าร (แบบ สบ.๓)
๕) สําเนาประจาํ วันทรี่ บั แจง การขอตออายุใบอนุญาต
๖) หนงั สอื รับรองการจดทะเบียนนติ บิ คุ คล/ทะเบยี นพาณชิ ย นิตบิ คุ คล
ใชห นังสอื รับรองการจดทะเบียนของนติ บิ ุคคล บุคคลธรรมดา ใชส ําเนาใบทะเบียนพาณชิ ย
๗) หนงั สือแตงตง้ั ผแู ทนนติ บิ ุคคล
๘) แผนท่สี งั เขปแสดงบรเิ วณทต่ี ้งั สถานบรกิ าร
๙) แบบแปลนแผนผังแสดงพ้ืนท่ีการใหบริการของสถานบริการ
ใชมาตราสว น ๑ ใน ๕๐๐
๑๐) สําเนาทะเบียนบานทีต่ ั้งสถานบริการ
๑๑) หลักฐานแสดงอาคารท่ีใชต้ังสถานบริการไดรับอนุญาตใหใช
อาคาร หรือใบรบั รองการตรวจสอบสภาพอาคาร
๑๒) การยินยอมใหใ ชอาคาร เปน ท่ีต้งั สถานบริการ ม.๘

- ผูรับอนุญาตฯ เปนเจาของเอง แนบหลักฐานการเปน
เจา ของ

- ๒๐ -

- 20 -

- ผูร บั อนุญาตฯ ไมไดเ ปนเจา ของ แนบหนังสอื แสดงความยนิ ยอม
ใหใชอ าคาร และเอกสารเกยี่ วของฯ

๑๓) ภาพถายลักษณะภายนอกและภายในสถานบริการ โดยมคี าํ บรรยาย
ใตภาพ และให สว.ธร.ลงลายมือชื่อกาํ กับภาพถา ยทุกภาพ ซึ่งแบงตามประเภทของสถานบริการ สถานบริการ
ตามมาตรา ๓ (๑) ใหแนบภาพถายตัวอาคาร ภาพถายภายใน ภาพถายเฉพาะบริเวณฟลอรเตนรํา
ภาพถายพนักงาน ลกู จาง ติดหมายเลขประจาํ ตัว

๑๔) ภาพถายลักษณะภายนอกและภายในสถานบรกิ าร โดยมคี าํ บรรยาย
ใตภ าพ และให สว.ธร.ลงลายมือชอื่ กาํ กับภาพถา ยทกุ ภาพ ซง่ึ แบงตามประเภทของสถานบรกิ าร ดงั น้ี

- สถานบรกิ ารตามมาตรา ๓ (๑) ใหแ นบภาพถาย ดงั นี้
(๑) ภาพถายตัวอาคารท่ีตง้ั สถานบริการ
(๒) ภาพถา ยลกั ษณะภายในสถานบริการ
(๓) ภาพถา ยเฉพาะบรเิ วณฟลอรเ ตนราํ
(๔) ภาพถา ยพนกั งาน ลกู จา ง ตดิ หมายเลขประจําตวั
(๕) ภาพถา ยดานหนา หอ งนํ้าชายและหองน้ําหญิง
(๖) ภาพถา ยถงั ดับเพลิง ไฟสอ งสวาง ทางหนไี ฟ

- สถานบรกิ ารตามมาตรา ๓ (๒) ใหแนบภาพถา ย ดังน้ี
(๑) ภาพถายตวั อาคารทต่ี ั้งสถานบริการ
(๒) ภาพถา ยลักษณะภายในสถานบรกิ ารท่ัวไป
(๓) ภาพถา ยลกั ษณะภายใน บรเิ วณที่นงั่ พนกั งานบริการ
(๔) ภาพถา ยลกั ษณะภายใน บริเวณที่จําหนายสุรา, อาหาร และ

เคร่อื งดืม่
(๕) ภาพถายดา นหนาหอ งบริการเฉพาะ มีปายหมายเลขอารบคิ

สขี าวตดิ ท่ีประตเู รียงกันตามลาํ ดับ
(๖) ภาพถา ยลกั ษณะภายในหองบริเวณเฉพาะ
(๗) ภาพถายพนักงาน ลูกจาง ผูบําเรอ และคนรับใชของ

สถานบรกิ าร ติดหมายเลขประจาํ ตวั ทอ่ี กเสอ้ื ดานขวา
(๘) ภาพถา ยดานหนา หอ งนํ้าชายและหอ งนา้ํ หญงิ มปี ายบอก

ชัดเจน

- ๒๑ -

- 21 -

(๙) ภาพถา ยถงั ดับเพลงิ ไฟสอ งสวางฉุกเฉิน ปายบอกทางหนีไฟ
และทางหนไี ฟ

- สถานบรกิ ารตามมาตรา ๓ (๓) ใหแ นบภาพถา ย ดงั น้ี
(๑) ภาพถายตวั อาคารที่ตงั้ สถานบริการ
(๒) ภาพถา ยลกั ษณะภายในสถานบริการทั่วไป
(๓) ภาพถายลักษณะภายใน บริเวณที่นั่งพนักงานบริการ

อาบ นวด อบตัว
(๔) ภาพถายลักษณะหองบริการเฉพาะ ใหเหน็ ปา ยหมายเลข

หองเรยี งเปนลาํ ดับ
(๕) ภาพถายดานหนา หองบริการเฉพาะ มปี า ยหมายเลขอารบคิ

สีขาวตดิ ทปี่ ระตูเรียงกันตามลาํ ดบั
- สถานบริการตามมาตรา ๓ (๕) ใหแ นบภาพถาย ดงั น้ี
(๑) ภาพถายตัวอาคารทต่ี ั้งสถานบรกิ าร
(๒) ภาพถายลกั ษณะภายในสถานบริการ
(๓) ภาพถายบริการจําหนายสุรา อาหาร และเครอื่ งดมื่
(๔) ภาพถา ยพนกั งาน ลกู จา ง ของสถานบริการติดหมายเลข

ประจาํ ตัวทอ่ี กเสือ้ ดา นขวามือ
(๕) ภาพถา ยหองนาํ้ ชายและหอ งนํ้าหญงิ
(๖) ภาพถา ยถังดับเพลิง ไฟสองสวา งฉุกเฉนิ ปา ยบอกทางหนไี ฟ

และทางหนไี ฟ
(๗) ประวตั ิการกระทําผดิ ของสถานบรกิ ารในรอบปทผ่ี านมา
(๘) ในรอบปที่ผานสถานบริการเคยถูกรองเรียนหรือไมให

สอบสวนปากคําผูพ ักอาศยั หรือผปู ระกอบการใกลเ คยี ง
(๙) ประวตั กิ ารเปลย่ี นแปลงชื่อสถานบริการ การยาย แกไข

เปลยี่ นแปลงหรือตอ เติม
(๑๐) ใบรับรองแพทยแ ผนปจจุบนั
(๑๑) ผลการตรวจสอบพมิ พล ายนวิ้ มือ
(๑๒) สาํ เนาใบอนญุ าตเดมิ
(๑๓) สําเนาเอกสารอน่ื ๆ

- ๒๒ -

- 22 -

(๑๔) รูปถา ยผรู ับใบอนุญาตฯ ขนาด ๔x๖ เซนติเมตร จํานวน
๓ รูป ถายไมเ กิน ๖ เดือน

(๑๕) ใหเ รียงเอกสารประกอบการพจิ ารณาตามลําดับ
(๑๖) จัดทาํ ปายแสดงเอกสาร (ดัชนีเอกสาร)
(๑๗) ใหอ อกคาํ ส่ังแตง ต้ังคณะกรรมการฯ ๑ ชดุ ทําการตรวจ
สถานบริการและจัดทําบนั ทึกการตรวจ
(๑๘) สน.ท่ีสถานบริการต้ังอยูทําการพิจารณากลั่นกรอง
พรอ มมีความเหน็ ควรอนญุ าตใหตอ ใบอนญุ าตฯ หรอื ไม โดยอา งหลกั เกณฑตามกฎกระทรวง พ.ศ.๒๕๔๙
(๑๙) ตรวจสอบความถูกตองเรียบรอยและรายงานตามที่
กําหนด
(๒๐) สน.ที่สถานบริการต้ังอยูทําการพิจารณากลั่นกรอง
พรอ มมคี วามเห็นควรอนุญาตใหตอใบอนญุ าตฯ หรอื ไม โดยอางหลักเกณฑต ามกฎกระทรวง พ.ศ.๒๕๔๙
(๒๑) ตรวจสอบความถูกตองใหเรียบรอยและรายงานตามท่ี
กําหนด
คาํ ส่ัง ระเบยี บท่ีเก่ยี วของ ไดแ ก พระราชบญั ญัติสถานบรกิ าร พ.ศ.๒๕๐๙ และท่ีแกไข
เพ่ิมเติม, หนังสือ บช.น.ท่ี ๐๐๑๕.๑๕๒/๒๖๕๕๒ ลงวันท่ี ๑๑ ธ.ค.๒๕๕๕ เรื่อง แนวทางการปฏิบัติ
เกีย่ วกบั การขอตอ ใบอนุญาตใหตงั้ สถานบริการ ประจําป ๒๕๕๖

๒.๒ ขออนญุ าตใชเ ครื่องขยายเสียง มขี ั้นตอนในการดาํ เนินการดงั น้ี
๒.๒.๑ ผูขอไปขอคํารองขอใชเ คร่อื งขยายเสียงจากนายอาํ เภอทอ งท่ี แลวนําคํารอ งมา

ยื่นตอสถานีตํารวจทองท่ีเพ่ือพิจารณามีความเห็นกอนแลวนํากลับไปยังเขตหรืออําเภอเพื่อพิจารณา
อนญุ าตตอไป

๒.๒.๒ อัตราคา ธรรมเนยี ม ดงั น้ี
- เพอ่ื การกศุ ล ไมเกนิ ๑๕ วนั คร้ังละ ๑๐ บาท
- เพ่ือกิจการทวั่ ไป (ประจาํ ท่)ี ไมเ กนิ ๑๕ วัน คร้งั ละ ๗๕ บาท
- เพ่อื กิจการทว่ั ไป (เคล่อื นท่ี) ไมเ กิน ๕ วัน คร้งั ละ ๖๐ บาท

คาํ สง่ั ระเบยี บท่ีเกย่ี วของ ไดแก พระราชบญั ญัติควบคุมการโฆษณาโดยใชเครอื่ งขยายเสียง พ.ศ. ๒๔๙๓

- ๒๓ -

- 23 -

๒.๓ การขออนญุ าตจาํ หนา ยสรุ าในเวลาหา มจาํ หนา ย
ตามประกาศขอคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี ๒๕๓ ลงวันท่ี พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๕ ขอ ๒ หามมิใหผูใด
รบั อนุญาตขายสรุ าประเภทท่ี ๓ ถงึ ประเภทท่ี ๖ ตามความหมายในกฎหมายวาดว ยสรุ า หรอื บคุ คลใดซึ่ง
กระทาํ การเพ่อื ประโยชนของผใู ดรบั ใบอนญุ าตขายสุราดังกลา ว จาํ หนา ยสุราทุกชนดิ ในเวลาอ่ืน นอกจาก
ตงั้ แตเ วลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ถงึ เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา และต้ังแตเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๔.๐๐
นาฬิกา เวนแตไดรับอนุญาตจากอธิบดีกรมตํารวจสําหรับนครหลวงกรุงเทพธนบุรี หรือผูวาราชการ
สาํ หรับจงั หวัดอนื่ สาํ หรับข้ันตอนการขอใบอนุญาตหรือขอตออายุใบอนุญาตจําหนายสุราในเวลาหาม
จําหนาย จะตอ งรวบรวมเอกสารและดาํ เนินการดังน้ี

๑) สําเนาประจาํ วนั รับแจงการขออนญุ าตหรอื การขอตอ อายใุ บอนญุ าตฯ
๒) บันทึกการตรวจสถานที่ ระบุวาไมมีสถานบริการตาม ม.๓ (๑) และ (๔)
ตง้ั อยใู นบรเิ วณเดียวกัน
๓) ภาพถายบริเวณดานหนาโรงแรม, ปา ยช่ือโรงแรม, หองอาหารทข่ี ออนุญาต,
ภาพถายเคาเตอรบาร, ภาพถายบริเวณโตะน่ัง, ภาพถายปายช่ือหองอาหาร, ภาพถายบริเวณทางเขา
หอ งนาํ้ ชาย-หญิง ใหปรากฏสัญลกั ษณ, ภาพถา ยที่นงั่ ชาย-ทีป่ สสาวะชาย, ภาพถายท่นี ่งั หญิง
๔) บันทกึ สืบสวนทางลับ แบง เปน ๒ สว น

๔.๑) รายงานผลการตรวจสอบการกระทาํ ผดิ กฎหมายในรอบปที่ผา นมา
๔.๒) รายงานในทางลับยืนยันวา เปนแหลงม่ัวสุมของเด็กวัยรุน
มิจฉาชีพ การพนัน และยาเสพตดิ หรอื เปนทีม่ ่งั สุมของหญงิ โสเภณี หรือการกระทําใดท่ีขัดตอความสงบ
เรยี บรอ ยหรอื ศิลธรรมอนั ดีหรือไม ทง้ั นีโ้ ดยให ผกก.สน.ทอ งที่ หรือ สวญ.สน.ทองท่ี แลว แตกรณเี ปน ผูลงนาม
รายงานดวยตนเอง
๕) คําใหการของผูยื่นคํารองขออนุญาตหรือขอตออายุใบอนุญาตฯ พรอม
สาํ เนาบตั รประจําตัว
๖) หนังสอื มอบอํานาจ ระบุใหย ืน่ คําอนุญาตจาํ หนายสุราในเวลาหาม ณ หอง
อาหาร..กรณีผูขออนุญาตมิไดย่ืนคํารองดวยตนเอง พรอมสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนและสําเนา
ทะเบยี นบาน (ติดอากรแสตมป ๑๐ บาท)
๗) หลักฐานการจดทะเบยี นนิติบคุ คล คดั สําเนาไมเกิน ๓ เดอื น
๘) แบบคาํ ขออนญุ าตหรอื แบบคาํ ขอตอใบอนญุ าตใหจ ําหนายสุราในเวลาหาม
(แบบ สร.๑, แบบ สร.๓)
๙) สําเนาใบอนุญาตใหจ ําหนายสรุ าในเวลาหา มประจําปท ่ีผา นมา

- ๒๔ -

- 24 -

๑๐) สําเนาใบอนุญาตขายสุรา ประเภทที่ ๓ จากกรมสรรพามิต ปป จจุบัน
๑๑) ระบสุ ถานท่ีที่ขออนุญาตหรือขอตอใบอนุญาต ต้ังอยูชั้นใด สวนใด หรือ
บรเิ วณใดของอาคาร
๑๒) แนบแบบแปลนของพ้นื ทที่ ขี่ ออนญุ าต หรอื ขอตอใบอนุญาตฯ พอสังเขป
แสดงทตี่ ้ังใหข ดั เจนวาอยูช้นั ใด ใชพื้นที่ประกอบการจํานวนกี่ตารางเมตร โดยใหสถานีตํารวจนครบาล
ทอ งทต่ี รวจสอบและยืนยันความถูกตอ ง
๑๓) แบบทะเบียนผเู ขา พกั ในโรงแรม (ลา สดุ ๑ เดอื น)
คําสง่ั ระเบียบทเี่ กี่ยวของ ไดแก พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.๒๔๙๓, ประกาศของคณะ
ปฏิวตั ิ ฉบบั ท่ี ๒๕๓, กฎกระทรวงออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๒๕๓ ลงวันที่ ๑๖
พฤศจกิ ายน ๒๕๑๕

๒.๔ งานตรวจสอบประวัติผูสมัครงาน เปนกรณีหนวยงานราชการหรือภาคเอกชน ขอความ
รว มมอื เพือ่ ตรวจสอบประวตั ิของบคุ คลในพ้ืนท่ี จะมีขนั้ ตอนการดาํ เนนิ การดังนี้

๒.๔.๑ รับเรือ่ งตรวจสอบจากหนว ยงาน องคก รที่สง ผสู มัครงานมาตรวจสอบประวตั ิ
๒.๔.๒ พิมพล ายพมิ พน้ิวมอื ของผตู รวจสอบประวัติ
๒.๔.๓ ทําหนงั สือสงพิมพมือไปตรวจสอบท่ีกองทะเบียนประวัติอาชญากร สํานักงาน
ตาํ รวจแหงชาติ
๒.๔.๔ ตดิ ตามผลการตรวจสอบ แจง ใหห นวยท่เี กยี่ วขอ งทราบ

๓. งานทะเบยี นคนตา งดา ว
ตามระเบยี บสาํ นกั งานตํารวจแหงชาตวิ าดวยประมวลระเบียบการตาํ รวจไมเกยี่ วกบั คดี ลกั ษณะ

ท่ี ๕๕ การทะเบียนคนตางดาว พ.ศ. ๒๕๕๖ ไดก าํ หนดขน้ั ตอนการปฏิบตั ิเกี่ยวกบั คนตา งดาวไว ดังน้ี

๓.๑ การออกใบสําคญั ประจาํ ตวั
๓.๑.๑ ตรวจสอบหลกั ฐาน
๑) ใบสาํ คัญถานทอ่ี ยู (ตม ๑๖)
๒) หนังสือเดนิ ทาง
๓) เอกสารการไดร บั อนญุ าตใหม ีถ่นิ ทอี่ ยใู นราชอาณาจกั ร
๔) รปู ถา ยคร่งึ ตวั ๔ รูป ถา ยไวเ กนิ ๓๐ วนั

- ๒๕ -

- 25 -

๕) ทะเบยี นบา นพรอ มสาํ เนา ๑ ฉบับ
๖) ใบอนญุ าตทาํ งาน (ถา ม)ี
๗) คาํ รอ ง ทต.๑ หรอื ทต.๓
๓.๑.๒ สอบปากคาํ
๓.๑.๓ พมิ พล ายนวิ้ มอื น้ิวหวั แมม อื ขวาไวใ นคาํ รอง ทต.๑ หรือ ทต.๓
๓.๑.๔ กรอกขอ ความในเอกสาร
๓.๑.๕ ปดรปู ถา ยในคาํ รองตนขวั้ และใบสาํ คัญ ๔ รปู
คําสั่ง ระเบียบที่เกี่ยวของ ไดแก พรบ.การทะเบียนคนตางดาว พ.ศ.๒๔๙๓ (ม.๗, ๙),
ระเบยี บ ตร.ไมเ กยี่ วกับคดลี ักษณะท่ี ๕๕ บทท่ี ๒, กฎกระทรวง พ.ศ.๒๔๙๓ ขอ ๑, ๔, กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕
พ.ศ.๒๕๒๙ ขอ ๔

๓.๒ การออกใบทดแทนใบสาํ คัญ กรณชี าํ รุด สญู หาย
๓.๒.๑ ตรวจสอบหลกั ฐานเทยี บรปู ถา ยมรเอกสารเดิม
๑) เอกสารตน เรอื่ ง
๒) รปู ถา ยครง่ึ ตวั ๔ รูป ถา ยไวเกนิ ๓๐ วนั
๓) คาํ รอ ง ทต.๗
๔) ตรวจรายการตออายคุ ร้งั สุดทา ย
๓.๒.๒ คดั ลอกขอความจากตนขว้ั สาํ เนาลงในใบสาํ คญั
๓.๒.๓ ติดรูปถายในคํารองตนขั้ว, ใบสําคัญ, อยางละ ๑ รูป รูปที่เหลือสงไปยัง

งาน ๔ กก.๑ ตม.๑ เพือ่ ปดปลายขั้ว
๓.๒.๔ บันทึกในหนาวาง ขางหนา ๑ ดวยหมึกสีแดงวา "ออกใบสําคัญประจําตัวแทน

ฉบบั เดมิ ทีช่ าํ รุดหรอื สญู หายและไดเกบ็ คา ธรรมเนยี มไวตมใบเสร็จรบั เงิน เลมท่ี เลขท่ี ลง...." แลวนายทะเบียน
ลงนาม

คําสั่ง ระเบียบที่เก่ียวของ ไดแก พรบ.การทะเบียนคนตางดาว พ.ศ.๒๔๙๓ (ม.๑๓), ระเบียบ
การตํารวจไมเก่ียวกับคดีลักษณะที่ ๕๕ บทท่ี ๔, กฎกระทรวง พ.ศ.๒๔๙๓ ขอ ๗, กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕
พ.ศ ๒๕๒๙ ขอ ๓

๓.๓ การตออายุใบสาํ คญั มี ๒ ชนิด คือ ๑) ปตอป (คาธรรมเนียม ๒๐๐ บาท) ๒) แบบ ๕ ป ตอครั้ง
(คาธรรมเนียม ๘๐๐ บาท)

- ๒๖ -

- 26 -

๓.๓.๑ ตรวจสอบหลักฐานการชาํ ระคา ธรรมเนยี มในปท่ีลว งมาแลว
๑) ใบสาํ คัญประจาํ ตัวคนตา งดา ว
๒) เอกสารตนเร่ือง
๓) ใบเสรจ็ รับเงิน แบบ ทต.๙
๔) คาํ รอ ง ทต.๘

๓.๓.๒ บันทกึ การรบั เงนิ ในคาํ รอง, ตนขัว้ , และใบสาํ คญั ตามแบบทที่ างราชการกาํ หนด
๓.๓.๓ ใบเสร็จรับเงินคาธรรมเนียมตามแบบ ทต.๙ ฉบับสีฟาออนสงมอบใหคนตางดาว
เกบ็ รกั ษาไว
๓.๓.๔ นาํ เงินคาธรรมเนยี มสง หนวยงานการเงินตามระเบยี บ
คําสั่ง ระเบียบท่ีเกี่ยวของ ไดแก พรบ.การทะเบียนคนตางดาว พ.ศ.๒๔๙๓ ม.๑๐, ๑๑, ๑๓,
พรบ.การทะเบียนคนตา งดาว ฉบับที่ ๒ พ.ศ.๒๔๙๕ ม.๔, ระเบียบการตํารวจไมเกี่ยวกับคดี ลักษณะท่ี ๕๕
บทท่ี ๑๓ กฎกระทรวงฉบับท่ี ๔ (พ.ศ.๒๔๙๘) ขอ ๑, กฎกระทรวงฉบบั ที่ ๕ (พ.ศ.๒๕๒๙) ขอ ๑-๔

๓.๔ การแจง ยายภมู ิลําเนา
๓.๔.๑ ยนื่ คํารอ ง ตรวจสอบหลกั ฐาน ทะเบยี นบา น และหลักฐานตนเรอ่ื ง
๑) ใบสาํ คัญประจาํ ตวั คนตา งดา ว
๒) เอกสารตนเรอื่ ง
๓) แบบคาํ รองทวั่ ไป
๓.๔.๒ หมายเหตุในใบสําคญั และตน ขวั้ หรือเอกสารตนเร่อื งแลว แตก รณี
๓.๔.๓ สงเอกสารตนเรื่องเดิมทั้งหมดไปยังนายทะเบียนคนตางดาวทองที่คนตางดาว

จะยายเขาไปอยู ภายใน กาํ หนด ๑๕ วนั
๓.๔.๔ แจงให งาน ๔ กก.๑ ตม.๑ ทราบ เพื่อหมายเหตุในปลายขั้วใหตรงกัน

คาํ ส่ัง ระเบียบที่เกี่ยวของ ไดแก พรบ. การทะเบียนคนตางดาว พ.ศ.๒๔๙๓ ม.๑๒,
พรบ.การทะเบยี นคนตา งดาว ฉบบั ท่ี ๓ (พ.ศ.๒๔๙๗) ม.๓, ระเบยี บการตาํ รวจไมเก่ียวกับคดีลักษณะท่ี ๕๕
บทที่ ๕, กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๓ (พ.ศ.๒๔๙๗)

- ๒๗ -

- 27 -

๓.๕ การตายของคนตา งดาว
๓.๕.๑ ตรวจสอบหลกั ฐาน
๑) ใบสาํ คัญประจาํ ตวั คนตา งดา ว
๒) ใบมรณะบตั ร
๓) สาํ เนา ปจว.แจง ความกรณีใบสําคญั สญู หาย
๓.๕.๒ บันทกึ การถึงแกก รรมในเอกสารตน เรือ่ ง
๓.๕.๓ บนั ทกึ การถึงแกก รรมในใบสาํ คัญประจาํ ตัว
๓.๕.๔ แจง งาน ๔ กก.๑ ตม.๑ ทราบ พรอมสง ใบสาํ คัญประจาํ ตัว และสาํ เนามรณะบัตร
๓.๕.๕ กรณใี บสาํ คัญประจาํ ตัวสูญหาย ใหสงสําเนา ปจว. ท่ีแจงความหาย พรอมสอบสวน

บนั ทกึ สอบปากคําญาตสิ นทิ ของผูถ ึงแกก รรมโดยเครง ครดั แลว วา สาํ นวนการสอบสวนไปยงั งาน ๔ กก.๑ ตม.๑
เพือ่ พจิ ารณาสง่ั การ

คาํ ส่ัง ระเบียบทีเ่ กี่ยวของ ไดแก พรบ.การทะเบียนคนตางดาว (พ.ศ.๒๔๙๓) ม.๑๒, ๑๘, ๒๖,
ระเบียบการตํารวจไมเกีย่ วกบั คดีลักษณะ ๕๕ บทที่ ๗

อนึ่ง ก.ต.ช.มีมติในการประชุมครั้งท่ี ๓/๒๕๕๖ เมื่อวันท่ี ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ หองประชุม
สีเขียวตึกไทยคฟู า ทาํ เนียบรัฐบาล โดยมนี ายกรฐั มนตรี (น.ส.ย่ิงลักษณ ชินวัตร) เปนประธาน รับทราบ
รายงานผลการดาํ เนนิ การถา ยโอนงานทะเบยี นคนตา งดาวของ สํานักงานตํารวจตรวจคนเขาเมือง และ
งานทะเบียนคนตา งดา วของสถานตี าํ รวจไปใหกรมการปกครองเปนผรู ับผดิ ชอบ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ
จึงมีหนังสือที่ ๐๐๒๙.๒๒๓/๐๐๓ ลงวันท่ี ๑๓ กันยายน ๒๕๕๖ สั่งการให บช.น., ภ.๑-๙ และ ศชต.
เตรียมศึกษากฎหมาย ระเบยี บทีเ่ กย่ี วของในการถายโอนงานทะเบียนคนตางดาวของสถานีตํารวจไปให
กรมการปกครอง และจดั เตรียมเอกสารพรอ มสาํ รวจขอมูลคนตางดา วในพื้นท่ีรับผดิ ชอบสง ใหค ณะทาํ งาน
ของสาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ ดําเนินการตอไป

๔. งานพฒั นาขาราชการตาํ รวจและครอบครวั

๔.๑ การพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม การพัฒนาบคุ ลิกภาพขาราชการตํารวจ มีขั้นตอน
การดาํ เนนิ การดังน้ี

๔.๑.๑ จัดทําโครงการ ที่สอดคลองกับยุทธศาสตรสํานักงานตํารวจแหงชาติ หรือ
นโยบายการปฏบิ ตั ริ าชการประจาํ ปของสาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ

- ๒๘ -

- 28 -

๔.๑.๒ จัดหางบประมาณจากแหลงตางๆ ไดแก งบประมาณของหนวยหรือขอรับ
การสนับสนุนจากหนวยงานอ่ืน เชน องคกรปกครองสวนทองถ่ิน (โครงการที่เกี่ยวของกับงานปองกัน
และปราบปรามอาชญากรรม และงานยาเสพตดิ ), สว นราชการอน่ื ๆ, องคกร มูลนิธิ ภาคเอกชน (กรณี
ขอรับการสนบั สนนุ จากภาคธุรกิจเอกชน อาจขอรับการสนับสนุนในกิจกรรมเพื่อความรับผิดชอบของ
สังคมและสิ่งแวดลอ มขององคกร หรือท่ีเรียกวา Corporate Social Responsibility-CSR, กต.ตร.สถานีตํารวจ
หรอื กองทนุ สถานตี ํารวจ

๔.๑.๓ กําหนดวันเวลา สถานที่ กรณีใชสถานท่ีภายนอก ขอรับการสนับสนุนเจาของ
สถานที่

๔.๑.๔ ดาํ เนินการฝก อบรม จดั กจิ กรรม
๔.๑.๕ ประเมนิ ผล

ระเบียบ คําสัง่ ทเ่ี กย่ี วของ ไดแ ก ยทุ ธศาสตรข อง ตร., ระเบยี บกระทรวงการคลังวาดวยคาใชจ า ย
ในการฝก อบรม การจัดงานและการประชุมระหวา งประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕, โครงการพัฒนาสถานีตํารวจ
เพื่อประชาชน

๔.๒ มาตรการปองกนั ขาราชการตํารวจฆาตวั ตาย
๔.๒.๑ ออกคําสง่ั มอบหมายใหผ ูบังคับบัญชาดแู ลผูใ ตบ งั คบั บญั ชา และดาํ เนินการตาม

มาตรการท่ี ตร.กาํ หนด โดยนาํ แนวทางตามคําสัง่ ตร. ที่ ๑๒๑๒/๒๕๓๗ ลง ๑ ต.ค.๒๕๓๗ เกีย่ วกบั การแบง
การกํากบั ดแู ลผใู ตบ งั คบั บัญชา มาใชโดยอนโุ ลม

๔.๒.๒ มาตรการปอ งกัน ไดแ ก สาํ รวจ ดแู ล ใหความรูและคําแนะนาํ ผใู ตบ งั คบั บัญชา

- ๒๙ -

- 29 -

๔.๒.๓ มาตรการเฝาระวงั ไดแ ก การสงั เกตพฤติกรรม สญั ญาณเตอื นกอนการฆา ตัวตาย
การปฏบิ ัตเิ มือ่ พบสญั ญาณเตอื น ประสานครอบครวั เพื่อนรวมงานในการใหความชวยเหลือ

๔.๒.๔ มาตรการเม่ือเกิดเหตุและฟนฟูหลังเกิดเหตุ การใหความชวยเหลือดาน
รักษาพยาบาล จดั การศพ ฟน ฟจู ติ ใจครอบครัว เพ่ือนรว มงาน

ระเบยี บ คําสั่งทีเ่ กย่ี วของ ไดแก หนังสือ ตร. ที่ ๐๐๐๙.๐๒/ว ๙๐ ลง ๓ ต.ค.๒๕๕๖ เรอื่ ง มาตรการ
ปอ งกนั และแกไ ขปญ หาขาราชการตํารวจฆา ตัวตาย

๔.๓ การทดสอบสมรรถภาพรา งกายตามมาตรฐานวทิ ยาศาสตรก ารกฬี า
๔.๓.๑ จัดทาํ โครงการ กําหนดวันเวลา สถานทท่ี ดสอบ ผเู ขา รบั การทดสอบ
๔.๓.๒ ประสานหนวยเกย่ี วขอ ง เกี่ยวกบั รปู แบบในการทดสอบ
๔.๓.๓ ออกคาํ สง่ั แตง ตัง้ กรรมการ หรอื ผคู วบคมุ การทดสอบ มอบหมายผูค วบคมุ ให

เหมาะสม
๔.๓.๔ ดาํ เนินการทดสอบ
๔.๓.๕ รวบรวมผลการทดสอบ แจงผลการทดสอบใหผูเขารับการทดสอบทราบ เพ่ือ

นาํ ไปปรบั ปรงุ ตนเอง
๔.๓.๖ รายงานผลการทดสอบใหห นวยเกย่ี วขอ ง

- ๓3๐0--

ระเบยี บ คําส่ังทเ่ี ก่ียวขอ ง ไดแก คําสัง่ ตร. ท่ี ๕๕๕/๒๕๕๖ ลง ๑๕ ก.ย.๕๖ เร่ือง ใหปฏบิ ตั ิตาม
นโยบายการบริหารราชการสํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ (ขอ ๓.๑.๑๒ การบรหิ ารจัดการ ขอ ๔ ดา นสวัสดกิ าร)

๔.๔ การตรวจสุขภาพประจาํ ป
๔.๔.๑ จดั ทาํ โครงการ
๔.๔.๒ ประสาน รพ.ตร. กาํ หนดวันเวลา สถานที่ ในการตรวจ
๔.๔.๓ สงรายละเอียดขา ราชการตาํ รวจผูเขา รบั การตรวจ ให รพ.ตร.
๔.๔.๔ อาํ นวยความสะดวก เจา หนา ทใ่ี นการดาํ เนนิ การ
๔.๔.๕ รอรบั ผลการตรวจ และแจง ใหข า ราชการตาํ รวจทราบ
๔.๔.๖ สง สรปุ ผลการตรวจและคา ใชจ า ยไปยงั ภ.จว.

ระเบียบ คาํ สง่ั ทีเ่ ก่ยี วของ ไดแ ก คาํ สัง่ ตร. ท่ี ๕๕๕/๒๕๕๖ ลง ๑๕ ก.ย.๕๖ เรื่อง ใหป ฏิบัตติ าม
นโยบายการบรหิ ารราชการสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ (ขอ ๓.๑.๑๒ การบรหิ ารจัดการ ขอ ๔ ดา นสวสั ดกิ าร)

- ๓๑ -

- 31 -

๔.๕ การแขง ขนั กฬี าภายในสถานตี าํ รวจ หรือระหวา งหนวยอืน่
๔.๕.๑ จดั ทาํ โครงการ
๔.๕.๒ กําหนดชนดิ กฬี า ตารางการแขง ขนั กาํ หนดกลุมผรู ว มแขง ขัน สถานทแี่ ขง ขนั
๔.๕.๓ จดั พธิ เี ปด-ปด การแขงขนั จัดทํากาํ หนดการ เชิญผูเกี่ยวขอ งเขา รว ม
๔.๕.๔ ประเมนิ ผลการดาํ เนินการ รายงานหนว ยเก่ียวขอ ง

ระเบียบ คําส่งั ท่ีเกย่ี วของ ไดแก คาํ ส่ัง ตร. ที่ ๕๕๕/๒๕๕๖ ลง ๑๕ ก.ย.๕๖ เร่ือง ใหปฏิบัติตาม
นโยบายการบรหิ ารราชการสํานกั งานตํารวจแหง ชาติ (ขอ ๓.๑.๑๒ การบรหิ ารจัดการ ขอ ๔ ดา นสวสั ดกิ าร)

๔.๖ งานการศึกษา ฝก อบรม สัมมนา ดูงานตลอดจนงานเผยแพรความรู
๔.๖.๑ การฝกอบรมพัฒนาขาราชการตํารวจเพ่ือเพ่ิมสมรรถนะใหเหมาะสมกับ

สถานการณ หนวยงานตางๆ จําเปนตองมีการฝกอบรมเพ่ือพัฒนาความรู เสริมสรางสมรรถนะใหแก
ขาราชการตาํ รวจในดานตา งๆ โดยพิจารณาตามสภาพปญหาของหนว ยงาน ความตอ งการการฝกอบรมที่
แตกตางกัน ประเด็นท่ีควรนํามาพิจารณา ไดแก การพัฒนาการใหบริการดวยความเต็มใจ (service
mind), ความรูภาษาอังกฤษ, ความรูเก่ียวกับประชาคมอาเซียน, การพัฒนาความรูความสามารถให
เจาหนา ทต่ี ํารวจท่ีปฏิบัติงานใน จชต.ฯลฯ การฝก อบรมดังกลา วมีขนั้ ตอนการดําเนินการ ไดแ ก

๔.๖.๑.๑ โครงการทห่ี นวยเหนือ หรือสว นราชการอนื่ จัดฝกอบรม
๑) สํารวจ สรรหา หลัก สูตรกา รฝกอบรมจากหนวยตาง ๆ

สถาบันการศึกษา องคก รเอกชน ทจี่ ดั การฝก อบรมและสามารถสงขาราชการตาํ รวจเขา รบั การฝก อบรมได
โดยหนวยงานดงั กลา วอาจสนบั สนุนงบประมาณการฝก อบรมให หรอื สามารถใชง บประมาณของหนว ยได

๒) พจิ ารณาลายละเอียดของหลักสูตร และประกาศใหผ ูทส่ี นใจสมคั ร

- ๓๒ -

- 32 -

๓) พิจารณาคณุ สมบตั ขิ องผทู จ่ี ะเขา รับการฝกอบรมตามหลกั สตู ร
๔) คัดเลือกผูท่ีจะเขารับการอบรมตามกรณีหนวยตนสังกัดเปน
ผูคัดเลือกเองหรือสงรายชื่อผูท ีม่ คี ณุ สมบัติครบใหเ จา ของหลกั สูตรเปนผคู ดั เลอื ก
๕) แจง ผทู ่ไี ดรับการคัดเลือกเขารบั การอบรมทราบ
๖) ทาํ หนงั สอื สง ตวั
๗) มอบหมายงานของผูเขารับการฝกอบรมใหมีผูรับผิดชอบแทน
ระหวางไปฝกอบรม
๔.๖.๑.๒ โครงการฝก อบรมท่ีสถานตี ํารวจดําเนินการเอง สถานีตํารวจจะตอง
พิจารณาจากองคค วามรขู องหนวย หรือความจาํ เปน แตละพื้นท่ี และดําเนนิ การตามขน้ั ตอน ไดแก
๑) วิเคราะหเหตุผลความจําเปน เสนอขออนุมัติหลักการกับหัวหนา
สถานีตาํ รวจ
๒) ศกึ ษาหาแนวทางและความสอดคลอ งกับยทุ ธศาสตรของ ตร. หรือ
นโยบายของหนว ยเหนือ
๓) สํารวจยุทธศาสตรหรือนโยบายขององคกรปกครองสวนทองถิ่น
หรือหนวยราชการอนื่ ๆ ท่มี ภี ารกิจเกี่ยวกบั การรกั ษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินของประชาชน
งานความมน่ั คง งานดานยาเสพตดิ หรืองานอนื่ ๆ ทเ่ี กี่ยวของกบั งานตํารวจ เพ่ือจัดทําโครงการรวมและ
ขอรบั การสนบั สนนุ งบประมาณ
๔) จดั ทําโครงการ แผนงานโครงการใหสอดคลองกับยุทธศาสตรของ
ตร. หรอื นโยบายของหนวยเหนือ หรอื องคก รปกครองสว นทองถนิ่ หรือสว นราชการอนื่ แลว แตก รณี
๕) ประสานหาแหลงงบประมาณ
๖) ดาํ เนินงานตามแผนโครงการ
๗) ประเมนิ ผลการดําเนนิ งานของโครงการ
๔.๖.๑.๓ กรณีการฝกอบรมยุทธวิธีตํารวจแตละสายงาน ใหมีความรู ทักษะ
และความชาํ นาญเฉพาะดานอยา งเปนมาตรฐาน
๑) กําหนดความตอ งการการฝกอบรม (training need) ที่ขาราชการ
ตาํ รวจในแตล ะสถานีตํารวจ ตอ งการพฒั นา ทบทวน
๒) นําเสนอหัวหนาสถานีตํารวจ มอบหมายแตละฝายดําเนินการ
ไดแ ก ฝายปองกันปราบปราม ฝายสืบสวน ฝายสอบสวน ฝายจราจร และฝายอํานวยการ เปนตน เพ่ือ
จัดทําโครงการและดาํ เนนิ การ

- ๓๓ -

- 33 -

๓) ประสานการปฏิบตั ิและสนับสนุนในสว นที่เกย่ี วขอ ง
๔) สรุปบทเรียน ประเมินผลการดาํ เนินการ
ระเบยี บ คาํ สงั่ ที่เก่ยี วขอ ง ไดแ ก ยุทธศาสตรข อง ตร., ระเบยี บกระทรวงการคลังวาดวยคา ใชจ า ย
ในการฝกอบรม การจดั งานและการประชุมระหวางประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕, โครงการพัฒนาสถานีตํารวจ
เพ่ือประชาชน (ดานท่ี ๑ การพัฒนาบุคลากร) คําสั่ง ตร. ท่ี ๕๕๕/๒๕๕๖ ลง ๑๕ ก.ย.๕๖ เร่ือง ให
ปฏบิ ัติตามนโยบายการบรหิ ารราชการสํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ (ขอ ๓.๑.๑๑ การเตรยี มความพรอ มเขา สู
ประชาคมอาเซยี น)
๔.๖.๒ การพัฒนาบุคลากรดวยวธิ กี ารอ่ืนๆ
๔.๖.๒.๑ การศึกษาดูงานหนว ยราชการอนื่ จดั ใหขาราชการตาํ รวจไปศกึ ษาดงู าน
หนวยราชการอื่น องคกรธุรกิจเอกชน เพ่ือเปดโลกทัศน แนวคิดในการบริหารหรือวิธีการปฏิบัติงาน
ตามความเหมาะสม
๔.๖.๒.๒ กําหนดใหมีการประชุมชี้แจง/ปลอยแถวขาราชการตํารวจ
โดยมอบหมายผบู ังคบั บัญชาอบรมปลอยแถวอยา งสมํา่ เสมอ
๔.๖.๒.๓ การศึกษาทางอิเล็กทรอนิกส (E-Learning) ทาง Application
ตรวจสอบและจดั หาโปรแกรมเพือ่ ใหขา ราชการตํารวจในสถานีตํารวจไดพ ัฒนาตนเอง
๔.๖.๒.๔ การฝก หดั ปฏิบัตงิ าน จัดใหข า ราชการตํารวจท่ีไดร บั การบรรจุแตงต้ังใหม
หรือขาราชการตํารวจที่เปลี่ยนแปลงหนาท่ี ไดฝกหัดปฏิบัติงานคูกับขาราชการตํารวจท่ีมีความรู
ความสามารถ มีภาวะผนู าํ โดยดาํ เนนิ การในลกั ษณะการสอนงาน (Coaching)
ระเบียบ คําสง่ั ท่ีเก่ยี วขอ ง ไดแ ก คาํ สัง่ ตร. ที่ ๕๕๕/๒๕๕๖ ลง ๑๕ ก.ย.๕๖ เรื่อง ใหปฏิบัติตาม
นโยบายการบรหิ ารราชการสํานักงานตํารวจแหง ชาติ
๔.๖.๓ การเผยแพรความรูใหแ กข า ราชการตาํ รวจในสถานีตาํ รวจ
๔.๖.๓.๑ จัดทาํ บอรดประชาสมั พนั ธขอมูลขาวสารความรูเก่ียวกับการปฏิบัติ
หนาท่ี ติดตัง้ ภายในสถานตี าํ รวจ
๔.๖.๓.๒ แจง เวียนหนังสือใหฝา ยตา งๆ ทราบ
๔.๖.๓.๓ เผยแพรค วามรใู นเวบ็ ไซตข องสถานีตาํ รวจ
๔.๖.๓.๔ รวบรวมผลการดาํ เนนิ การใหหนว ยเก่ียวขอ งทราบ
ระเบียบ คําสงั่ ทเ่ี กีย่ วของ ไดแก คําส่งั ตร. ที่ ๕๕๕/๒๕๕๖ ลง ๑๕ ก.ย.๕๖ เรื่อง ใหปฏิบัติตาม
นโยบายการบริหารราชการสาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ

- ๓๔ -

- 34 -

๕. งานประชาสมั พันธของสถานตี าํ รวจ

๕.๑ หลกั การและแนวคิดในการประชาสมั พันธ
การประชาสัมพนั ธ (Public Relation) หมายถึง การสอื่ สารความคดิ เห็น ขาวสาร ขอเท็จจริง
ตางๆ ไปสูกลุมเปาหมาย ประชาชน เปนการเสริมสรางความสัมพันธและความเขาใจอันดีระหวาง
หนว ยงาน องคการ และสถาบันกับกลมุ ประชาชนกลมุ เปา หมายและประชาชนทเ่ี ก่ียวขอ ง เพอื่ หวงั ผลใน
ความรวมมอื การสนบั สนนุ จากประชาชน รวมท้ังมีสวนชวยเสริมสรางภาพลักษณ ที่ดีใหแกหนวยงาน
องคก าร สถาบันดวย ทําใหประชาชนเกิดความนิยม เลื่อมใส ศรัทธา ตลอดจนคนหาและจํากัดแหลง
เขา ใจผดิ ชว ยลบลา งปญหาเพ่อื สรา งความสําเรจ็ ในการดําเนนิ งานของหนวยงานนัน้

จากความหมายดังกลาว สรุปเปนหลักการของการประชาสัมพันธ เปน หลัก ๓ ก. ดงั นี้
๑) กอ หมายถึง กอใหเกิดภาพลักษณท่ีดีแกหนวยงาน องคการ หรือสถาบัน เพ่ือให
ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น ศรทั ธาตอ หนวยงาน องคการ หรือสถาบัน
๒) กัน หมายถึง ปอ งกันรักษาไมใหภ าพลักษณท ี่ดีของหนวยงาน องคการ หรือสถาบนั
ตอ งเส่อื มเสยี ไปโดยการประชาสัมพันธเชิงรกุ โดยเผยแพรผลงาน การดาํ เนินการหรือกจิ กรรมตางๆ ทั้งกอน
ระหวางและหลังการดาํ เนนิ การหรอื กิจกรรม
๓) แก หมายถงึ แกภ าพลักษณทีเ่ สือ่ มเสียหรอื สงผลกระทบซึ่งอาจเกดิ ขนึ้ ตอหนว ยงาน
องคก าร หรือสถาบนั ใหภาพลักษณกลบั คืนมาโดยเรว็
การประชาสัมพันธท่ีจะประสบผลสาํ เร็จบรรลุวัตถุประสงคน้ัน ผูมีหนาที่รับผิดชอบงาน
การประชาสัมพนั ธตองเขาใจกระบวนการสือ่ สารเปน พื้นฐานในเบอ้ื งตนเปนลําดบั แรกกอ น

- ๓๕- ๓- ๕ -

- 35 -

งานงหาลนักหขลอักงขสอถงาสนถีตาํานรีตวําจรปวจระปกรอะบกดอวบยด๕วยง๕านงคานือ คงาือนงปาอนงปกอันงปกรันาปบรปารบาปมร,างมา,นงสาืบนสสวืบนส,วน,
งานงสาอนบสสอวบนส,วงนา,นงจารนาจราแจลระแงลาะนงอาํานนอวํายนกวายรกแาลระแหลนะวหยนปวฏยิบปัตฏิกิบาัตริกพาิเรศพษิเศงษานงทา้ังนหทม้ังดหมแดมเแจมาหเจนาาหทน่ี าท่ี
ตํารตวําจรจวะจปจฏะิบปัตฏิหิบนัตาิหทนี่อายทา่ีองยเตา็มงเคตว็มาคมวสาามมสาารมถาแรถตหแาตกหปารกะปชราะชชนาไชมนเคไมยเรคับยรรูขับอรมูขูลอผมลูลกผาลรกปาฏริบปัตฏิงิบาัตนิงาน
ดังกดลังากวลเลาวยเลแยลวแภลาวพภลาักพษลณักษทณ่ีดีขทอี่ดงีขสอถงาสนถีตาาํ นรีตวําจรจวะจเจกะิดเขก้ึนิดไขดึ้นอไยดาองยไรางอไีรกทอ้ังีกกทา้ังรกปาฏริบปัตฏิงิบาัตนิงขาอนงของ
ตัวเตจัาวหเจนา า หทนี่ตา าํ ทรตี่วจาํ รในวจสใถนาสนถตี าาํ นรตีวจํารปวรจะปพรฤะตพิตฤนตไิตปนในไปทใานงทาเ่ี สงท่ือมี่เสเสอื่ ียมกเส็ยยี ่ิงกต็ยอิ่งกตยอ้ํากถยึงํ้าภถาึงพภลาักพษลณักขษอณงขสอถงาสนถี านี
ตํารตวจํารนว้ันจๆน้นัรวๆมรถวงึ มภถางึพภราวพมรขวอมงขสอาํ งนสักํางนากันงตาํานรตวาํจรแวหจงแชหางตชิ อาีกตดิ อวีกยดว ย

การกปารระปชราะสชัมาพสันัมธพ ันถึงธแ ถมึงจแะมไจมะใชไมงาใชนงหาลนกั หขลอกั งขเจอางหเจนาาหทนี่ตาําทรี่ตวําจรวแจตเแปตนเงปานนงทาี่จนะทสี่จนะับสสนนับุนสนุน
การปกาฏรบิ ปตั ฏิงบิานตั หงิ าลนักหขลอกังขสถอางสนถตี าาํ นรวตี จํารเวสจริมเสรมิาสงครวา างมคเวขาามใเจขสารใจา งสกรา รงรกบัารรทู ับาํ รใหทู ปําใรหะปชารชะชนาไชดนรับไดรรูกับารปูกาฏริบปัตฏิงิบาัตนิงาน
เพื่อเสพรื่อาสงภราางพภลาักพษลณักทษี่ณดีใทห่ีดแีใกหสแถกาสนถีตาํานรีตวําจรแวลจะแปลระะปชราะชชนาเชกนิดเคกวิดาคมวเชามื่อเมชั่นื่อตมอั่นเตจาอหเจนาาหทนี่ตาําทร่ีตวาํจรอวีกจดอวีกยดวย
และแใลนะดใานนดกาานรกบารริหบารริหสาถราสนถีตาํานรีตวําจรภวาจยภใานยเใจนาเหจนาาหทน่ีตาาํ ทรี่ตวาํ จรใวนจสใถนาสนถีตาาํ นรีตวําจรนว้ันจๆนั้นยๆังไยดังรไับดรรูถับึงรูถึง
การกปาฏริบปัตฏิงิบาัตนิงขาอนงขเพอื่องเนพรื่อวนมรงวามนงวาานไดวทาไําดปทฏําิบปัตฏิงิบาัตนิงอายนาองยไราองันไรสอรันาสงชราื่องเชส่ือียงเสแียลงะแภลาะพภลาักพษลณักษท่ีณดีใทห่ีดแีใกห แก
สถาสนถตี าาํ นรีตวําจรอวนัจจอะนั เปจะน เตปวั นอตยวั า องยทาด่ี งีขทอดี่ งีขเพอือ่งเนพรอื่ ว นมรงวามนงตาอ นไตปอไป

งานงกาานรกปารระปชราะสชัมาพสนั มั ธพร ันะธดรบั ะสดถบั าสนถตี าาํ นรีตวจํารนวั้นจจนึงนั้ตจองึ ตแอบงงแอบองกอเปอกน เป๒น ม๒ติ ิ มคติือิ คอื
๑) ม๑ิต)กิ มาติริกรบัารรขู บั อรมขู ูลอขมา ูลวขสา วรสขาอรงขเจอา งหเจนา า หทนีต่ า ําทร่ตีวจํารในวสจงัในกสดั งั (กาดั ร(ปการระปชาระสชมั าพสนั มั ธพส ันรธา งส กรา รงรกบัารรู บั รู

ภายภในายสใถนาสนถีตาํานรตีวจาํ ร)วกจล)ากวลคาอื วคเมอื ื่อสเมถ่ือาสนถีตาาํ นรีตวําจรไดวจรบัไดคร ําบั สคั่งํากสฎั่งรกะฎเบระียเบบียหบรือหเร่ืองเรอ่ือื่นงใอด่ืนทใี่เดกทิดี่เขก้ึนิดแขล้ึนะแเปละนเปน

- ๓๖ -

- 36 -

เรอื่ งทเี่ จาหนา ท่ตี าํ รวจในสังกัดตองรู ควรรู หรือนารู เพ่ือใหเจาหนาที่ตํารวจทุกนายไดรับทราบขอมูล
ขาวสารตางๆ เปน ไปในทิศทางเดียวกนั อนั จะนาํ ไปสูการปฏิบัติงานอยา งมปี ระสทิ ธิภาพสงู สุด

๒) มติ กิ ารรับรขู อมูลขา วสารของประชาชนหรอื กลมุ เปาหมาย (การประชาสมั พนั ธส รา ง
การรบั รูก บั บุคคลภายนอกสถานตี ํารวจ) กลาวคอื ขอ มูลขาวสารทีเ่ จาหนาทตี่ ํารวจตองปฏิบตั ติ ามอํานาจ
หนาท่ี ซ่ึงเจาหนาที่ตํารวจตองเผยแพรขอมูลดังกลาวใหประชาชนหรือกลุมเปาหมายไดร ับทราบถึง
การปฏิบตั งิ านของเจา หนา ท่ตี าํ รวจเพือ่ ใหประชาชนเกดิ ความเขา ใจเชือ่ มั่นและศรทั ธาตอการปฏิบตั งิ าน
ของเจา หนาทีต่ ํารวจและเปนการสรางภาพลักษณท ีด่ ีตอ สถานีตาํ รวจอกี ดวย

๕.๒ แนวทางการดําเนินการประชาสัมพนั ธ เมื่อเหน็ ถึงความสําคญั ของงานการประชาสมั พันธ
แลว ทุกสถานตี าํ รวจจงึ ตองมกี ลไกในการการดาํ เนนิ การประชาสมั พันธทด่ี ี โดยจะตองเกิดผลในเชิงบวก
ตอสถานีตํารวจ ผูปฏิบัติจึงตองเนนการสรางภาพลักษณท่ีดี ออกสูสายตาของกลมุ ประชาชนเปาหมาย
ใชความละเอยี ดรอบคอบในการปฏิบัติ ทัง้ การปรากฏกาย ที่สมารทสมเปนตํารวจมืออาชพี การภูมิใจใน
การแตง เครอ่ื งแบบทถ่ี ูกระเบยี บสรางความนาเช่ือถอื สถานที่ เอกสาร และทําตามระเบียบทเี่ กยี่ วขอ งโดย
เครงครัดตามขั้นตอนดังน้ี

๕.๒.๑ การมอบหมายหนา ท่ีรับผิดชอบ ไดแ ก การตงั้ คณะทํางาน หรอื ทมี โฆษกประจํา
สถานตี ํารวจ ควรมเี จา หนาทท่ี กุ แผนกงานเขารวมเปน คณะทํางาน เพ่อื ใหดําเนินการโดยเปนสว นหนง่ึ ของ
งานประจํา

๕.๒.๒ การประชุม เพ่ือกําหนดกรอบ แผนงาน ปฏิทินการปฏิบัติงาน และนําเสนอ
หัวหนา หนวยงานเพ่อื ขอรบั ความเห็นชอบ

๕.๒.๓ ข้ันตอนการปฏิบตั กิ ารประชาสัมพนั ธ และรวมถงึ การตดั ขา วและเฝา ฟง ขอ มลู จากสอื่
๕.๒.๔ ข้ันสรุปผลการปฏิบัติ รวบรวมผลการปฏิบัติงาน สรุปประเด็นปญหา และ
ปรบั ปรุงแกไขใหเขา กับสถานการณใหดยี ิ่งข้นึ ตอไป

๕.๓ การประชาสมั พนั ธเ ผยแพรผลการปฏิบตั ิงาน
๕.๓.๑ กําหนดขอบขายขอมูลขาวสาร คือการกําหนดประเด็น เนื้อหาที่จะ

ประชาสัมพนั ธ เชน ผลการจับกุม ผลการปองกนั ปราบปราม งานตํารวจชุมชน งานกิจกรรมของสถานี
ตาํ รวจ โครงการทีน่ าสนใจ เปนตน ซึง่ มีความจําเปน ตองใชก ารประสานงานเพ่ือใหไดขอขอมูลทถี่ ูกตอง
เพ่ือนําไปจดั ทําขอมูลหรอื สอื่ เพ่ือปฏิบัตกิ ารประชาสัมพันธ

๕.๓.๒ จัดทาํ ขอมลู รายละเอียดในการประชาสมั พันธ

- ๓๗ -

- 37 -

๕.๓.๓ เลอื กชอ งทางประชาสมั พนั ธท างสือ่ ตา งๆ ทีเ่ หมาะสม ไดแก จัดบอรด แผนพับ
วิทยสุ ่ือสาร วิทยชุ มุ ชน เสยี งตามสาย การเดินรณรงค การออกพบปะประชาชน หนังสือพิมพ วารสาร
โทรทัศน เคเบล้ิ ทวี ี วทิ ยุชมุ ชน เวบ็ ไชต สือ่ สังคมออนไลน (Face Book, LINE) เปนตน

๕.๓.๔ ดําเนินการตามปฏิทินและแนวทางท่ีกําหนดไว ซ่ึงอาจจะตองประสานงาน
สื่อมวลชนขอความรว มมือประชาสมั พันธ สอ่ื ในทองถิน่ หรอื ใหเ จา หนา ทีบ่ ุคคลเขา ดําเนนิ การเอง

๕.๓.๕ การรายงานผลการปฏบิ ตั ิ รวมถึงการเก็บสถิตกิ ารดําเนินการ
๕.๓.๖ การตัดขาว เฝาฟง และการแกขา ว

๕.๔ การแถลงขา ว
จะตองพิจารณาพิจารณาความเหมาะสมในการแถลงขาว เพื่อกําหนดวากรณีใดควรจะ

แถลงขาวท่ีสถานีตํารวจ กรณีใดควรจะแถลงขาวโดยผูบังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปจากสถานีตํารวจ
โดยประสานผูบงั คับบัญชาทีร่ บั ผิดชอบ หากเปนกรณีแถลงขาวท่สี ถานตี าํ รวจ มขี ้นั ตอนดาํ เนินการ ดังน้ี

๕.๔.๑ คําสง่ั มอบหมายหนา ที่ผปู ฏบิ ัติ
๕.๔.๒ ประสานหวั หนา สถานตี าํ รวจหรอื ผทู ีไ่ ดรับมอบหมาย และผูเกี่ยวของ เพ่ือกําหนด
วนั เวลา สถานทแ่ี ถลงขา ว
๕.๔.๓ ประสานสือ่ มวลชน เพอื่ แจง วันเวลา สถานท่ีแถลงขาว
๕.๔.๔ จัดเตรียมสถานท่ีแถลงขาว โตะ เกาอี้ เครื่องเสียง โพลเดียม ปายหัวขอ
การแถลงขา ว ปายแสดงฐานะบคุ คล
๕.๔.๕ จดั ทําเอกสารแถลงขาว พรอมภาพถาย (press conference) เพ่ือมอบใหนักขาว
และผเู กี่ยวของเพ่อื ความเขาใจถกู ตอ งตรงกัน
๕.๔.๖ จดั เตรยี มของกลาง ผตู อ งหา กรณแี ถลงขาวการจับกุมผูตองหา
๕.๔.๗ บกั ทึกภาพเคลอื่ นไหว เสยี ง ระหวา งการแถลงขา ว
๕.๔.๘ การรายงานผลการปฏิบัติ หากเปนกรณีแถลงขาวท่ีหนวยเหนือ ใหประสาน
ผูบงั คบั บญั ชาท่ีแถลงขา วเกี่ยวกบั วันเวลา สถานที่แถลงขาว ประสานงานอํานวยการของ บก./ภ.จว.หรือ
บช./ภ. แลว แต และใหผ มู ีหนา ท่ตี ามท่ีมีคําส่งั มอบหมายไวแลวเขาดําเนินการตามท่ีมอบหมายไว กรณี
เพอื่ ประสานการปฏบิ ตั ิรายละเอยี ด ข้นั ตอนการแถลงขา ว และจัดเตรียมเอกสารแถลงขาว เตรียมของกลาง
ผูตอ งหา
อนง่ึ ผบ.ตร. ไดม ีหนังสอื ดวนที่สุด ที่ ๐๐๐๑ (ศปก.ตร.)/๒๕๙ ลงวันท่ี ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖
เก่ยี วกบั การใหขาว การแถลงขาว การใหสัมภาษณ การเผยแพรภาพตอส่ือมวลชน และการจัดทําส่ือ

- ๓๘ -

- 38 -

ประชาสัมพันธ ดวยการนําผูตองหามาแถลงขาว โดยใหผูตองหาสวมเส้ือกั๊กตํารวจ โดยมีคําวา
“POLICE” ชดั เจน ซ่งึ เมอ่ื มกี ารเผยแพรภ าพทางส่อื ตางๆ ทัง้ ในและตา งประเทศ อาจทําใหผ พู บเหน็ ภาพ
ดังกลา วเกิดความเขาใจผิด วา เปนการจบั กมุ เจา หนาที่ตาํ รวจท่ีกระทําผิด เพื่อไมใหประชาชนเกิดความ
เขาใจผิด และสงผลกระทบตอ ภาพลักษณข องตาํ รวจ ดังนนั้ จึงกําชบั ใหทุกหนวยถือปฏิบัติตามระเบียบ
และคําสัง่ เก่ียวกับการใหข า ว ดงั กลา วอยางเครง ครัด และหามใชเสอื้ กกั๊ ตาํ รวจในลักษณะดงั กลา ว รวมถงึ
หา มนาํ สญั ญาลักษณใดๆของสํานักงานตาํ รวจแหงชาติ ไปไวบนตัวผูต องหาเดด็ ขาด โดยใหผบู งั คบั บัญชา
ของทกุ หนวยจะตองใชด ุลยพินจิ ใหรอบครอบย่ิงขน้ึ ในการใหขอ มลู ขา วสารแกสือ่ มวลชน โดยไมกอ ใหเกดิ
ความเสียหายตอทางราชการ หรอื ขัดกบั หลกั สิทธมิ นุษยชน

๕.๕ การใหสมั ภาษณ
๕.๕.๑ การสัมภาษณท่ีเปนเหตุเฉพาะหนา เชน ขณะออกปฏิบัติหนาท่ีนอกหนวย

สามารถใหส ัมภาษณไ ดในประเดน็ ทัว่ ๆ ไป หากเปน เรอ่ื งเก่ยี วกับคดี จะตอ งไมท าํ ใหรปู คดีเสียหาย

- ๓๙ -

- 39 -

๕.๕.๒ การใหสัมภาษณ หรือรวมเปนวิทยากร ในกรณีท่ีไดรับเชิญจากรายการตาง ๆ
รวมท้ังการนําเจาหนาทตี่ ํารวจ เครอ่ื งมอื อุปกรณ ยานพาหนะ ตา ง ๆ เพอ่ื เขา รว มประกอบฉาก การบันทึกภาพนิ่ง
เพ่ือเผยแพรตามส่ือตาง ๆ จะตองขออนุญาตจาก ตร. เปนลายลักษณอักษร และเปนกรณี ๆ ไป โดย
หวั หนาหนว ยงานต้ังแต บก. ขน้ึ ไป พจิ ารณาขอ ดขี อเสีย ของการใหส มั ภาษณ เสนอ ตร. ผาน สท. กอนกําหนด
อยางนอ ย ๑๕ วนั

ระเบียบคําสั่งที่เกี่ยวของ ไดแก ประมวลระเบียบการตํารวจไมเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๓๐
เร่ือง การปฏิบัติเก่ียวกับการใหข าว แถลงขาว การใหสมั ภาษณ การเผยแพรภาพตอสื่อมวลชน และการจัดทํา
สอื่ ประชาสัมพนั ธ พ.ศ.๒๕๕๖, หนงั สอื ดวนทสี่ ดุ ท่ี ๐๐๐๑ (ศปก.ตร.)/๒๕๙ ลงวนั ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖,
หนังสือ ตร. ท่ี ๐๐๒๕.๔๓/๒๐๒ ลง ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ กําหนดแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการให
สมั ภาษณห รือเผยแพรภ าพ

๕.๖. การปฏิบตั กิ ารขาวสาร (Information Operation-IO)
เปนแนวคิดที่เร่ิมมีการกลาวถึงมากขึ้นและถูกนํามาใชกับงานตํารวจมากข้ึนในหวงระยะเวลา
ที่ผานมา การปฏิบตั ิการขาวสาร (Information Operation) หรือเรยี กโดยยอวา “IO” เปนคําทเ่ี ร่ิมใชใน
การปฏิบัติการทางทหาร ในชวงหลังส้ินสุดยุคสงครามเย็น อยางไรก็ตาม หากพิจารณาในแงของ
การปฏิบตั แิ ลว ฝายทหารในประเทศตางๆ รวมทงั้ ไทย อาจจะเคยนาํ มาใชแตไ มไ ดเรยี กชื่อเฉพาะวาเปน
การปฏบิ ตั กิ ารขา วสารโดยตรง อาจมีผูต คี วามอยางงายวา การปฏิบตั กิ ารขาวสาร (IO)หมายถงึ การปฏบิ ตั กิ าร
จติ วทิ ยา การโฆษณาชวนเชอ่ื การวิเทศสมั พนั ธทางสอ่ื มวลชน การลวงทางทหาร หรืออ่นื ๆ อยางไรกต็ าม
ในประเทศสหรัฐอเมริกา การปฏิบัติการขาวสาร (IO) ไดรับการปรับปรุงใหสอดคลองกับสถานการณ
โดยเฉพาะอยางยิ่งหลังเหตุการณผูกอการรายโจมตีอาคารเวิลดเทรดเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ค.ศ.๒๐๐๑
(เหตุการณ ๙/๑๑) ในป ค.ศ.๒๐๐๓ นายโดนลั รมั เฟล (Donald Rumsfeld) รฐั มนตรกี ระทรวงกลาโหม
สหรัฐ ไดลงนามในแผนขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิการขา วสาร (Information Operation Roadmap) เปนหลักการ
ท่อี อกเปนเอกสารอยางเปน ทางการครั้งแรกโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา และเปนเอกสารที่เปดเผย
(Declassified) ในเดือนมกราคม ๒๐๐๖ เปนการขยายผลจากหลักการที่เก่ียวของกับสงครามขอมูล
ขาวสาร (Information Warfare) ในมมุ มองของกองทัพสหรฐั ฯ
มกี ารใหน ยิ ามของการปฏิบัติการขา วสาร (Information Operations) ไววา เปน หลกั การเพอื่ ใช
ในการบรู ณาการสารสนเทศในทุกๆ ดา น เพื่อปกปอง สนับสนุนและเพื่อการเพิ่มอํานาจกําลังรบ โดยมี
เปาหมายเพื่อใหมีอํานาจในการควบคุมสนามรบในเวลาและสถานที่ที่ตองการ ดวยอาวุธรวมทั้ง

- ๔๐ -

- 40 -

ทรัพยากรที่เหมาะสม ดวยการปฏิบัตกิ ารอยางตอเนื่องในการรวบรวม นําเขากระบวนการแยกแยะและ
วเิ คราะห และนําไปสูภาคการปฏบิ ตั ิขอมูลขา วสาร เพอ่ื นาํ ไปสูการไดเปรยี บในการปฏิบตั ิการทางทหาร

การปฏิบตั กิ ารขา วสาร เปนการดําเนินการเพ่ือสรา งผลกระทบ หรือสรางอิทธิพลตอ กระบวนการ
ตกลงใจ ขา วสาร และระบบสารสนเทศของฝายตรงขาม โดยขณะเดียวกันก็ดําเนินการปองกันขาวสาร
และระบบสารสนเทศของฝา ยเรา

รูปแสดงถงึ ความหมายของ IO คอื การกระทาํ ตอความคิดของผูม อี าํ นาจ

หากเราพจิ ารณาความหมายของการปฏิบัตกิ ารขาวสารจากศัพทภาษาองั กฤษ คือ Information
Operation แลว จะพบวา operation ก็คือการปฏิบตั ิการ หรอื ศพั ทท างทหารอาจใชคําวา “ยุทธการ”
หมายถงึ การปฏิบัติทางทหาร ใชก ําลงั ปฏิบัติการ หรอื การดาํ เนนิ การตา งๆ สวน information คือ ขอ มูล
ขา วสาร หรอื สารสนเทศ ขาวสารเปน ขอ มลู (data) ทม่ี คี วามหมาย หรือผานการประมวลผล แตยังมิได
ผานกรรมวธิ เี พ่ือผลิตเปนขา วกรอง ดังนั้น หากแปลความหมายตามตัวอักษร การปฏิบัติขาวสาร ยอม
หมายถึง การปฏิบัติหรือยุทธการ ท่ีอาศัยขอมูลขาวสาร หรือ การปฏิบัติหรือยุทธการ ในดานขอมูล
ขาวสาร นัน่ เอง

การดําเนนิ การของการปฏิบัติการขา วสาร อาจแบงออกเปน ๒ ดานคือ
๑) การปฏิบตั ิการเชงิ รุก เปนการเขา ไปใชประโยชน (ลว งรูความลับ) จากขอ มูลขา วสารของฝา ย
ตรงขาม ควบคไู ปกบั การทําลายหรอื ลดศกั ยภาพขอมลู ขาวสารหรือระบบขอมลู ขา วสารของฝา ยตรงขา ม
ไมใ หเ ปน ภยั อันตรายตอฝา ยเรา
๒) การปฏบิ ตั ิการเชงิ รับ มุงเนน ไปทีก่ ารปกปองคุม ครองความปลอดภัยของขอมูลขาวสารและ
ระบบขอมูลขาวสารของฝายตน ใหพนจากการที่ฝายตรงขามจะเขาใจใชประโยชน ทําลาย หรือลด
ศักยภาพ

- ๔๑ -

- 41 -

การปฏิบัติการขาวสารเร่ิมตนจากการพิจารณาขอมูลหลายมิติ เชน การส่ือสารเชิงยุทธศาสตร
ชาติ ส่อื สารเชิงยทุ ธศาสตรทางทหาร เจตนารมณผ ูบังคบั บญั ชา กฎหมายสากลทเ่ี กย่ี วของ การขาวและ
ขาวสารทเี่ ก่ยี วกับขาศึก และทรัพยากรของฝา ยเรา โดยมกี ระบวนการเปนข้นั ตอน ดงั ตอ ไปน้ี

ขัน้ ตอนท่ี ๑ กําหนดกรอบแนวคิดเชงิ ยุทธศาสตรแ ละยทุ ธการดานการปฏิบัติการขาวสารทาง
ทหาร โดยตองมกี ารกําหนดผลลพั ธสดุ ทา ย (End) วิธีการดาํ เนนิ การและปฏิบัติการ (Way) และทรพั ยากร
ท่ตี องใช (Mean) เพอื่ เปน แนวทางใหแกหนวยในระดับยุทธวิธใี นการดําเนนิ กลยทุ ธต อไป

ขน้ั ตอนท่ี ๒ มอบแนวทางในการปฏิบัติตอหนวยท่ีเกี่ยวของ และทําการประสานการปฏิบัติ
อยางตอ เน่ือง

ขนั้ ตอนท่ี ๓ ตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติอยา งตอเนอื่ ง โดยตรวจสอบผลลัพธท่ีไดตรง
ตามเปาหมายท่ีวางไวห รอื ไม

ขั้นตอนท่ี ๔ นาํ ผลการประเมินมาวเิ คราะหเ พอ่ื ปรับแผนใหเ ปนไปตามสถานการณปจ จบุ ัน
ในทางการทหารเอง แมวาแนวคิดเรอื่ งการปฏิบัตกิ ารขา วสาร จะเปนเรอื่ งใหม แตห ากพิจารณา
องคประกอบและกจิ กรรมของการปฏบิ ตั กิ ารขา วสารแลว จะพบวาสง่ิ น้ไี มใชเ รื่องใหม แตเปนการปฏิบตั กิ าร
ทางทหารที่คุนเคยอยูแลว สิง่ ท่ีเกดิ ใหมเ ปนเพียงนําองคป ระกอบและกจิ กรรมทงั้ หลายมาบูรณาการอยา ง
เปนระบบ และนาํ ไปสูการปฏบิ ตั ิท่ีมคี วามสอดคลองกนั เทา น้นั
(อางอิงจาก “การปฏิบัติการขาวสาร (Information Operations)” โดย พ.อ.รศ. ดร.เศรษฐพงค
มะลิสุวรรณ สบื คนจาก http://www.vcharkarn.com/varticle/42857#chapter1 เม่ือ ๑๘ ธันวาคม
๒๕๕๑ และ ปฏบิ ัตกิ ารขาวสาร (Information Operation) ในจุลสารความม่ันคงศกึ ษา ฉบบั ที่ ๗๘ โดย
สรุ ชาติ บาํ รงุ สขุ , บรรณาธิการ, ๒๕๕๓)

การปฏิบัติการขาวสารสําหรบั งานตาํ รวจ อาจเปนเรื่องใหม แตก็เชนเดียวกับการทหาร เราจะ
พบวา มอี งคประกอบหลายประการของการปฏบิ ัติการขา วสารทอ่ี ยูในงานตํารวจอยูแลว แตจําเปนตอง
นํามาจดั ระบบ เพือ่ ใหก ารปฏิบัติเปนไปในทิศทางเดยี วกันและสามารถบรรลุเปาหมายของการปฏิบัติใน
งานตํารวจไดอ ยา งมปี ระสิทธภิ าพ

เนื่องจากเราไดประยุกตแนวคิดการปฏิบัติการขาวสารจากงานของทหารมาใชกับงานตํารวจ
ดังน้ัน สาํ หรับการปฏิบัติการขาวสารสําหรบั งานตํารวจ มิไดมีขาศึกภายนอกเปนเปาหมาย แตฝายตรง
ขามของตาํ รวจกค็ ือ อาชญากรรม ผูกระทําผิดกฎหมาย การปฏิบัติขาวสารสําหรับงานตํารวจ จึงเปน
การบรู ณาการสารสนเทศในทกุ ๆ ดาน เพื่อปกปอง สนับสนนุ การปฏบิ ตั ขิ องเจา หนาที่ตํารวจในการควบคุม
อาชญากรรมและการรกั ษาความสงบเรียบรอยตามอํานาจหนาที่ รวมท้ังดําเนินการดวยวิธีการทั้งปวง

- ๔๒ -

- 42 -

เพ่ือสรางผลกระทบหรือสรางอทิ ธิพลตอกระบวนการตกลงใจของผูที่จะกระทําผิดกฎหมาย หรือทําให
เกิดผลกระทบตอระบบสารสนเทศของอาชญากร ซึ่งอาจเปน บุคคลหรือกลุมบคุ คล องคกรอาชญากรรม
และการปองกนั ขา วสารและปกปอ งระบบสารสนเทศของตํารวจ

การปฏบิ ัติการขาวสารเชงิ รกุ สําหรับงานตํารวจ ไดแก การลดศกั ยภาพหรอื ขดี ความสามารถของ
ผูก ระทาํ ผิด ยับยง้ั การกระทําผดิ กฎหมายและแผนการกระทาํ ผดิ ยบั ย้งั ความสามารถในการตอ ตอ ส่ือสาร
ของอาชญากรรมท่ีมีลักษณะองคกรหรอื การรวมกันกระทาํ ผิด ลดศักยภาพในกระบวนการตัดสินใจ
ลดความชอบธรรมของผกู ระทาํ ผดิ หรือผกู อ ความไมสงบ เปนตน

การปฏิบัติการขาวสารเชิงรับ สําหรับงานตํารวจ ไดแก เสริมสรางมาตรการปองกันระบบ
สารสนเทศ ระบบการควบคุมสั่งการ ปองกันการถูกทําลายหรือเสียหายจากผูกระทําผิด เสริมสราง
ความชอบธรรมในการปฏิบตั ขิ องเจา หนาทต่ี ํารวจ เปนตน

สําหรับการปฏิบัติการทางทหารน้ัน องคประกอบของการปฏิบัติการขาวสาร ไดแก สงคราม
อเิ ลก็ ทรอนกิ สการปฏบิ ตั ิการเครือขายคอมพิวเตอร การปฏิบัตกิ ารจติ วทิ ยา การลวงและการรกั ษาความ
ปลอดภัยในการปฏิบัติการ การประชาสัมพันธ การปฏิบัติการกิจการพลเรือน เปนตน จะเห็นไดวา
การดาํ เนนิ การเพื่อปฏิบัติการขาวสาร มิไดจํากัดวธิ ีการประชาสัมพันธใหขาวสารเพียงเทานั้น แตเปน
การบูรณาการเพื่อดาํ เนินการดวยวิธีการตางๆ เขาดวยกัน โดยกําหนดเปาหมายและกรอบแนวทาง
ใหเปน ไปในแนวทางเดยี วกนั เมอื่ นําประยุกตใ ชกบั งานตํารวจ การปฏิบัตกิ ารขาวสารสาํ หรับงานตํารวจ
จงึ อาจมีวิธีการดําเนนิ การไดห ลายวิธกี าร เชน

- การใหข าวสารแกสาธารณะ ผา นสอ่ื มวลชน ตามประเด็นทีก่ ําหนด
- การเผยแพรข า วสารผา นสอื่ ออนไลน เชน Face Book, LINE, Twitter, Youtube เปน ตน
- การใชชุดปฏิบัตกิ ารตาํ รวจชุมชนมวลชนสมั พนั ธ ออกปฏิบัติงานในพ้ืนท่ี
- การดําเนินการกับเครือขายสารสนเทศของผูกระทําผิดกฎหมาย ท้ังของบุคคลหรือ
องคก รอาชญากรรม
สวนประเดน็ ทีม่ ีการปฏิบตั ิการขาวสาร ไดแก
- การเผยแพรก ารปฏบิ ตั งิ าน ความพรอ มหรือศกั ยภาพของหนวยงาน
- การเผยแพรว ธิ กี ารปองกันอาชญากรรมใหแกป ระชาชน สังคมไดร ับทราบ
- การเผยแพรข ้ันตอนการปฏิบตั งิ าน การซกั ซอ มการปฏิบตั ทิ างยุทธวิธตี ํารวจ
- การเผยแพรหมายจบั และภาพผูต อ งหา
- การชแี้ จงขอกฎหมายเก่ยี วกับการกระทาํ ผิดในขอหาตางๆ ตามสถานการณ

- ๔-๓๔-๓ -

- 43 -

ตวั อตยัวอา งยกาางรกดาาํรเดนาํ ินเนกนิารกทารอ่ี ทาจ่อี เารจียเกรียไดกวไดาเวปานเปกนารกปาฏรปบิ ฏัติบกิ ัตาริกขาารวขสาาวรสสาํารหสาํรหบั รงาับนงตานาํ รตวําจรวเชจน เชกนารกแาถรแลถงลง
ขาขวกาาวรกจาัรบจกับุมกผุมูตผอูตงหองาหรายรสายําสคํัาญคไัญดไกดา รกปารลปอลยอแยถแวถระวดระมดกมวกาดวลาดาลงอาางชอญาชาญการรกมรรถมือถเปือนเปกนารกปารฏปิบฏัติบิกัตาิกราร
ขาวขสา าวรสาในรลในกั ลษักณษะณทะี่เปทน ่ีเปกนารกดาํารเดนาํ นิ เนกินารกเาผรยเแผพยแรพข ารวข สา าวรสถางึรปถรึงะปสรทิะสธิทภธาพิภใานพกในารกจาับรจกับุมกผมุูกผระูกทระําทผิดําผคิดวาคมวพามรพอรมอม
ขอขงเอจงาเหจานหานทา่ีตทาํ ี่ตรวําจรวในจกในากรอารออกอปกฏปิบฏัติบิหัตนิหานทาี่ เทพี่ ่ือเพมื่อุงมหุงมหามยใาหยผใหูทผ่คี ูทิดคี่ จิดะจกะรกะทระําทผําิดผเกิดรเกงกรลงกัวลแัวลแะลไมะกไมลกาลา
กระกทระาํ ทผิดาํ ผเิดปน เปกนารกดาํารเดนําินเนกนิารกทารีก่ ทระกี่ ทระบทตบอตกอารกตาัดรตสัดินสใจนิ ขใจอขงฝอางยฝตา รยงตขรางขมาหมรหือรอือาชอญาชาญกรานกร่ันนเอ่ันงเอกงารกเาผรยเผแยพแรพ ร
ภาพภผาพตู ผอ ูตงสองสสยังสทยัางทสา่อืงสมวอื่ ลมชวนลชหนรหือสรือ่ สอื่งั คสมงั คออมนออไลนนไล นนอ นกจอากกจจาะกมจีจะมดุ จีมดุงหมมุงหายมโาดยยโตดยรงตทรี่งตทอ่ีตงกอางรกใาหรผใหูทผพ่ี ูทบพี่ เหบ็นเห็น
ไดมไดีสมว นสี รว นว มรใว นมกในารกแาจรแง เจบง าเบะแาสะแสลแว ลในวดในา นดกานารกปารฏปิบฏัตบิ กิ ตัาริกขาารวขสาาวรสาจระทจะําทใหาํ ผใหูทผ่ีคทู ดิ ่ีคจดิะกจระะกทระาํ ทผดิําผเกิดรเงกกรลงกัวลแลัวะและ
ละเลวะนเวกนารกการะกทระําทผําทู ผ่ีกูทระก่ี ทระําทผิดาํ ผไปดิ แไปลแวลกว็มกีคม็วาคี มวกามดกดดนั ดจันจอนาจอเาขจาเมขอามบอตบวั กตับวกเจบั า เหจานหาทนาี่ตทํารต่ี วาํ จรวเปจนเปตน ตน

กากรปารฏปิบฏัติบิกัตาิกรขาราขวสาวาสรสาาํรสหํารหับรงับานงาตนาํ รตวําจรวจจึงสจึางสมามรถารนถํานมํามใชาไใดชใไนดทในุกทมุกิตมิขิตอิขงองางนงาโดนยโดเฉยพเฉาพะาะ
อยอายงยาิ่งงยา่ิงนงาทนี่ตทอ ี่ตงเอ กง่ียเกวขยี่ วอขงกอบังกปับรปะชระาชนาชโดนยโดตยรงตรไงดแไดกแ ก

ลกั ลษักณษะณงาะนงาน จดุ จมดุ งุ มหงุมหามยา(ยen(edn)dก)ารกาIOร IO วธิ วีกธิาีกรา(รm(emaena)nท)ี่ใชที่ใIชO IO
งานงาปนอ ปงกอนังกแันลแะละ - ป-รปะชราะชนาชไมนกไมลกา กลรา ะกทระาํ ทผิดาํ ผกดิฎกหฎมหายมาย - ก-ารกแาสรแดสงกดาํงลกังาํ ลคงั วาคมวพามรพอมรอขมอขงอง
ปรปาบราปบรปามราอมาชอญาชาญกรารกมรรม- ป-ระปชราะชนาชใหนคใหวาค มวราวมมรมว มอื มในอื กใานรกปาอรปงกอนังกันเจาเหจานหาทนา่ีตทาํ รีต่ วําจรวจ
แลแะปละรปาบราปบรปามรอามาชอญาชาญกรารกมรรม - ก-ารกปารปะชราะสชมัาสพมั นั พธนัเ ผธยเ ผแยพแรพผ ลรผกลารกปารฏปบิ ฏตั บิ ัติ
ฯลฯลฯ ขอขกอฎกหฎมหายมาย
- ก-ารกเาผรยเผแยพแรพหรมหามยจายบั จภบั าภพาผพกู ผระกู ทระาํ ทผิดาํ ผดิ
- ป-รปะชราะสชัมาสพัมนั พธันว ิธีกว าธิ รกี ปารอ ปงกอ นังกัน
อาชอญาชาญกรารกมรรม
- ป-ฏปบิ ฏตั บิงาัตนงิ าชนมุ ชมุนชมนวมลชวลนชสนมั สพัมันพธนั ธ
- ป-ฏปบิ ฏตั บิกตัารกิ ลาวรงลวง
ฯลฯลฯ

งานงาสนอสบอสบวสนวน - ผ-ูตผอูตงหอ างใหหาคใหวาค มวราวมมรมวมอื มในอื กใานรกสาอรบสอสวบนสวน - ก-ารกชา้แีรชจ้ีแงขจองขมอลู มกลูฎกหฎมหายมาโยทษโทตษามตาม
- ป-รปะชราะชนาชเชน่ือเชมอื่นั มในั่ กในระกบระวบนวกนารการ กฎกหฎมหายมาขย้ันขต้ันอตนอกนารกดาาํรเดนาํ ินเนคนิ ดคี ดี
ยุตยิธรุตริธมรรม - เผ-ยเแผพยแรพผลรกผ าลรกดาํารเดนําินเนคินดคีแดละีแคลําะพคําิพพากิพษากาษา
ฯลฯลฯ ลงโลทงษโทษ
ฯลฯลฯ

- ๔--๔4๔-๔4 --

งานงาจนรลาจกั จรลษรากั จณษระณงาะนงาน - ปป--รรปปะะจชชรรุดะะาาจมชชชชุดงุ าานนมหชชไพุงมมนนึงหกาไพพมมยรงึ อฯกะาพใ(ลยทรจeอฯะฯาํ ใnใ(ลทนผจedฯกําดิใn)นผากdกกรดิ ฎ)ใาากจหกรรฎรบใาาจIหOรรจรบิกราIOราจกิรราร --ก--แ-ขก--- อผําากปเปใขปปผชลร---แก----กข-นมั้านารรรยบเงัอผาํารปกเใขปปปกยลูะะะตทผชแพลรแงันมา้ันสชชแาใารรรอคยคบพเหงัลสรรกยูละะะาาทิจตทนโแพวบัแงัปรปดสสสชชแใางนธอคอกคพหธิขลสใรงเัมมัาาฏทิจรภินโตโุปชาวบกีักอปรปดสสละงพพนบธิารอกกอืธิกขาาใํกงเชัมมัฏยรภิพปโัันนัตตปุชาฎนกีลรกรอละฎาสีพพบิารแิฏธธกอืกณังาหาชํกชยาหพ(ปัันนัตคดลฎนบลิรรmฎนารมสีอมแิาฏธธวะณังหชัตสาฯฯทาห(ุปคานดาลผบeิmตินนยรมลลอรมมยกาวะกลaัตสาฯฯทาเาุปฯฯแานพารผาeทกnมตินยบลลรมยลกณรกลรaาศ)กาเาฯฯแจพะรอารทกnมบฎทลรณโรแปมราศ)กทหาจีใ่ะอลรฏใฎชจทษรนมโแปมะบิทรหาใ่ีาลกเฏใIตัชจผษนOมยาะเบิ ริสยแรากเIตัผแนOปยลาเิสยพแทระฏแนปลราบิ พทะงฏัตราบิ ิ งตั ิ
งานงาคนวคามวามมน่ั มค่ันงคง -

--ส-เ-ก-บราเปผสผาจาร--ส-เ-ก- ูงัชกูรบะางปราคเผปสผะมุอแคหาจารฏมชังูกูชรคนสะวานงปคบิมะไาุอวแมุคหามาฏมชชาคตันมสวไนทยบินไามมวหิมุาวมาอ่ตีชาตัใไกมุนนไทยหมามํนมมหิรววารอี่ตสรคใไกะุนานทวหมาับมํงวทรยวาจ่ีรบสฯรคาผะาําทมวบัมงลไวทูกผยจ่ีมคีบฯารฯผอาิดํมปวมวลไกูผคกมคาีมฏรฯอิดวฎมปววมบิคากหาชมฏอืมวตัฎมอมมแิบาวกิหชบาือจมนุตัาอมยธแงวรวกิ บหารขจนุาายรธรองยรวมหือรขมารใรอยลู นมือมใลู น

คขทปไม(Cปอคีวฏุกoใทคปขมไ(างวฝบิCนrปอีคมงวeฏุกาาoัตทใามางวเยฝบินcrกิขนิศมงeาเเาoตัทาชขาาทตมยเcmิกรขนื่อิศใาําาเเปoไจาชขดแาทตรงpดmจรใ่อืวใวาเลาําeปตนดไจจดยจแระงpดtง้ัจยีหยัใeววกเลศeแตนดคจวทnลยจนัะรtตั้งียหกยัือeม่ีกcักศทัแรควันทโynลนัผีกรกตะธดกอื)่ีมcักลัทาาจดารยขนัโyผีกตรอกระธะดบัมอ)ลแาปอาจยดเายขผใิงหตรอลชรคาะับอหมอปู น็แปองยเหะวงนผใิงหฏแลไชคากอาดหนูปวด็นบิทงมหะันวงํานยาฏวแไกัตจาดสเนปทงวดานิบทมันิรําาาํยารจก่ขีวินงิตัจนเสเปทงานาาอรนกิรกาาํบรรจกขี่จ็งถินอิงอนเาาปปนฝาอใรกึงนีกกรนบร็จาผฏงรถออทวไาปกปฝยาใูบึงบิปนีการนง้ัมาใาผฏรงักตัใทวตไดรกยาอบูคนบิปาาิกอง้ัฝปมาใาบังัรทกัตใตดางารฏอชคนมาบกิรอิศยฝปปาญิบบัรทขีบางัญหาทฏชฏัตมบาราิศยทปนาญบิชิบขิกวกบีัญหทบง่ึงฏาตัสาตัาารทแนเาาชสิบริกวรากทิกบทงลึ่งาูงขสมราัตราาแเสาโะสจราราทแิกรนดทลดุแูงขวํามรขลายาั้นสโะเจสนาแรนาดคะตปดุแวาําขววกลยครัน้วนเสนรทสาางคะตาวปตาทววกราคมปราาวนอรปรทสาง่จีมงาวสรตงทตราเะมฏปาาสะําดบอปรอที่จมงสคกิบรงียงรูตงเะฏบสะําาําัญัตดบณเวอทใคกรบิงเปกิียหขูรกรงบหาําาัญัตนาณอยีเวักนใกรเปนิกรหขกหงบรําหาาขึ่งนโกาอียัลกนนรกรดนราาหงบคองัาํก่ึางยขวึ่งรโกพลือนรยรใาดมปสาาคนอลังกรข่ึงยวผารงุฏพอืดทขยใาอหมรปสูบบินลรําขีดุกงขผางุวฏังตเัดทขสอนคหรอันูบงคบิกิําีงัดกุงขาใวงวินบังัตเัคาหสนยคตอาันงคกรบกิมังมบาใมวํางินับขาคาหัญยตคีรราสรากรบมมบรมวํวาชทวาขาัญลคีาจรรสสามรากุ มเุรววชชาทวาาดปสเลาจรนสั้ามขรกุาามาุเจชาสถาานดปหสมเงึรน้ัใงขูรหาาาอมจาแจตสถานหลมยราลงึอใIงูหOอัมกทถจูยาแะตงลยราลี่อIOักทถูยะง่ี

------------------------------------------------------------------------------


Click to View FlipBook Version