The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้นิทานอีสป (Story Telling) ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านวังตะแบก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Watchareeluk Songsang, 2024-03-07 22:18:53

แบบรายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้นิทานอีสป (Story Telling) ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านวังตะแบก


๒ ชื่อผลงาน การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้นิทานอีสป (Story Telling) ของนักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านวังตะแบก 1. ความเป็นมาและความสำคัญ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๔๕ หมวด ๔ แนวทางการจัดการศึกษามาตรา ๒๒ ได้กำหนดไว้ว่าการจัดการศึกษาต้องยึด หลักเสมอว่า ผู้เรียนทุกคนมีวามสามารถที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนา ตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ และมาตรา ๒๔ ได้กล่าวถึงการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดเนื้อหาสาระและ กิจกรรม ให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของ ผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึก ทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์การประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไข ปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้จาก ประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้คิดเป็น ทำเป็น รัก การอ่าน ทำให้เกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง และจัดการเรียนการสอนโดยผสมสาระความรู้ต่างๆ ได้อย่างสมดุล กัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชาส่งเสริมสนับสนุนผู้สอน สามารถ จัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และ มีความรอบรู้รวมทั้งสามารถใช้ในการวิจัยเป็น ส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ทั้งผู้สอนผู้เรียน อาจเรียนไป พร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอน และวิทยาการประเภทต่างๆ จัดการเรียนรู้ให้เกิดได้ทุกเวลาทุกสถานที่ และ มี การประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครองและบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียน ตามศักยภาพ (สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาแห่งชาติ, ๒๕๔๒ : ๒๒ – ๒๔ ) ปัญหาสำคัญประการหนึ่ง ของระบบการศึกษาไทย คือ ขาดกระบวนการเรียนรู้ที่ดีสภาพการเรียนการสอนโดยทั่วไปตั้งแต่ประถมศึกษา ไปจนถึงมหาวิทยาลัย คือ การศึกษาเอาวิชาเป็นตัวตั้ง ครูถ่ายทอดเนื้อหา นักเรียนท่องจำ การเรียนที่เน้น การถ่ายทอดและการท่องจำ เนื้อหาวิชาดังกล่าวก่อให้เกิดผลเสียหลายประการดังเช่น ผู้เรียนคิดไม่เป็น ทำไม่เป็น และสัมพันธ์กับคนอื่น และสิ่งแวดล้อมไม่เป็นทำให้การเรียนรู้ไม่เป็น ไม่เป็นบุคคลเรียนรู้ที่สามารถ เรียนรู้อย่างต่อเนื่องได้ตลอดชีวิต (ประเวศ วะสี, ๒๕๔๒ : ๔๐ – ๔๗) กระทรวงศึกษาธิการ ได้ตระหนักถึง ความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องใช้ภาษาอังกฤษให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก จึงได้กำหนดให้ ภาษาอังกฤษเป็นสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่เป็นสาระการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน ตลอดหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๒ โดยระบุถึงความสำคัญของการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ไว้ว่าภาษาต่างประเทศ นั้นมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวันเนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการติดต่อสื่อสาร การศึกษา การแสวงหาความรู้การประกอบอาชีพ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของ ชุมชนโลก และตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมุมมองของสังคมโลก นำมาซึ่งมิตรไมตรีและ ความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความเข้าใจตนเองและผู้อื่นดีขึ้น (กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๕๒: ๒๙๐) ซึ่งการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง มีลักษณะเป็นการซึมทราบ ภาษาเพราะผู้เรียนอยู่ใน สภาพเดียวกับเด็กที่เรียนภาษาแม่ซึ่งจะพัฒนาเข้าสู่ภาษาหลักในที่สุด เพราะความจำเป็นที่จะติดต่อสื่อสารกับ คนรอบๆ ข้าง การสอนภาษาอังกฤษในประเทศจึงเป็นการสอนเพื่อสื่อความหมายมีนักเรียนและกิจกรรมเป็น ศูนย์กลางในการเรียนการสอน ครูทำหน้าที่ให้คำอธิบาย เป็นผู้จัดกิจกรรมและแสดงวิธีทำกิจกรรมทางเพื่อให้ ผู้เรียนฝึกภาษาในกลุ่มของตนเอง (บัญชา อึ๋งสกุล ๒๕๔๙:๕๙ – ๖๐) การที่ผู้เรียนจะใช้ภาษาได้ถูกต้อง


๓ คล่องแคล่วและเหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับทักษะการใช้ภาษาในการจัดการเรียน การสอนภาษาที่ดี ผู้เรียนจะต้อง มีโอกาสได้ฝึกทักษะการใช้ภาษาให้มากที่สุด จัดกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งกิจกรรมการฝึกทักษะทางภาษา และ กิจกรรมการฝึกให้ผู้เรียนรู้วิธีการเรียนภาษาด้วยตัวเองควบคู่ไปด้วย อันจะนำไปสู่การเป็นผู้เรียนที่พึ่งตนเองได้ (Learner Independentป และสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยใช้ภาษาต่างประเทศ เป็นเครื่องมือในการค้นคว้าหาความรู้ในการเรียนวิชาอื่นๆ การศึกษาต่อ ซึ่งเป็นจุดหมายสำคัญในการปฏิรูป การเรียนรู้ (กรมวิชาการ ๒๕๔๔: ๒) การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษา มุ่งพัฒนาความสามารถในการใช้ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในสถานการณ์จริง ให้ผู้เรียนมีความรู้ และความสามารถทางภาษาอังกฤษพื้นฐานมี เจตคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษเป็นสำคัญ และความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้ในสถานการณ์จริง ประกอบด้วยความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อเข้าสู่สังคมและวัฒนธรรม ความสามารถในการใช้ภาษา เพื่อสื่อความอย่างถูกต้องตามหลักภาษาและเหมาะสมกับสถานการณ์การใช้ (กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๕๒) การจะเรียนรู้ภาษาให้ได้ดีนั้นผู้เรียนควรจะเรียนทั้ง ๔ ด้าน คือ ด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ให้สัมพันธ์กันตามลำดับ ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นในการสื่อสาร เพื่อสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด ตลอดจนความเข้าใจของบุคคลหนึ่งไปสู่อีกบุคคลหนึ่ง ทักษะต่างๆ จึงมีความสำคัญในการที่ควรจะได้รับการฝีก ฝนอยู่เสมอเพื่อให้ใช้ได้อย่างถูกต้อง (สุไร พงษ์ทองเจริญ ๒๕๒๕: ๔) ได้ให้ความเห็นว่าผู้ที่จะติดต่อกันนั้น จะต้องรู้จักและเข้าใจตัวอักษรนั้นๆ กล่าวคือ จะต้องอ่านออกและเข้าใจความหมายตลอดทั้งสามารถถ่ายทอด ความรู้สึกนึกคิดของตนออกเป็นตัวอักษรให้ผู้ที่ตนติดต่อนั้นเข้าใจด้วยซึ่งจะเห็นว่าการอ่านและการเขียนนั้น จะต้องอาศัยสัญลักษณ์หรือตัวอักษรที่ใช้แทนเสียง และเป็นระเบียนวิธีการสะกดคำ เป็นคำต่างๆ การสะกดคำ ได้ถูกต้องจะช่วยให้การอ่านและการเขียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพราะการสะกดคำ เป็นองค์ประกอบ พื้นฐานที่สำคัญของการอ่านและการเขียน การเขียนสะกดคำจึงมีความสัมพันธ์กับทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนเป็นอย่างมาก เพราะการเขียนสะกดคำเป็นพื้นฐานของการใช้ภาษาอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ปัญหาการเขียนสะกดคำยังมีปรากฏอยู่อีกมาก อาจมีสาเหตุ เนื่องจากด้านครูผู้สอน ครูยังขาดประสบการณ์ในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ครูมีปัญหา ในการออก เสียงคำศัพท์และไม่ใช้สื่อการสอน ไม่เปลี่ยนแปลงเทคนิควิธีการสอนให้หลากหลาย ด้านนักเรียน นักเรียนขาด ความกระตือรือร้น มีเจตคติที่ไม่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ และด้านหนังสือตำราเรียนมีจำนวนไม่เพียงพอ (ทิพวัลย์ มาแสง ๒๕๓๒) ดังนั้นครูจึงจำเป็นต้องให้นักเรียนฝึกเขียนสะกดคำศัพท์และจดจำให้ได้ว่าคำศัพท์แต่ ละคำประกอบด้วยพยัญชนะและสระอะไรบ้าง โดยครูสามารถกระตุ้นการเขียนสะกดคำศัพท์ของนักเรียนผ่าน กิจกรรมการเล่นเกม การใช้ชุดการสอน แบบฝึกทักษะ ซึ่งการฝึกทักษะนั้นควรจะฝึกจากสิ่งที่ง่ายไปหาสิ่งที่ยาก ควรเริ่มจากสิ่งที่ใกล้ตัวนักเรียนมากที่สุด เช่น เนื้อหาที่เกี่ยวกับตนเอง บุคคลในครอบครัว เพื่อน โรงเรียน อาชีพ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของนักเรียน ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเห็นถึง ความสำคัญในการจดจำคำศัพท์ และฝึกการเขียนสะกดคำศัพท์ให้ถูกต้องเพื่อใช้ในการเรียนและสามารถใช้ ชีวิตประจำวันต่อไป การนำนิทานอีสปมาออกแบบเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ด้านทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อการคิด วิเคราะห์ช่วยเพิ่มพูนทักษะด้านการฟหาความสัมพันธ์เนื้อหา นอกจากนี้ผู้เรียนยังสามารถแยกแยะข้อเท็จจริง จากเรื่องที่อ่านและนำข้อคิดคติสอนใจไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้


๔ 2. จุดประสงค์การดำเนินงาน 2.1 เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการอ่านนภาษาอังกฤษโดยใช้นิทานอีสป 2.2 เพื่อให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ในการประกวดแข่งขัน 3. เป้าหมายการดำเนินงาน 3.1 เชิงปริมาณ 1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ร้อยละ 70 มีทักษะการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้นิทาน อีสป 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ร้อยละ 70 มีความพึงพอใจที่มีต่อการสอนโดยใช้นิทาน อีสป 3.2 เชิงคุณภาพ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการอ่านนภาษาอังกฤษโดยใช้ นิทานอีสป 4. ขอบเขตของการดำเนินงาน 4.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา 1) ทักษะการอ่านนภาษาอังกฤษโดยใช้นิทานอีสป 2) การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ในการประกวดแข่งขัน 4.2 ขอบเขตด้านกลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 3 คน ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา 256๖ โรงเรียนบ้านวังตะแบก 5. กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน ๕.1 การวางขั้นตอนการดำเนินงาน 1) เลือกเรื่องนิทานอีสปให้เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียน 2) ฝึกซ้อมให้นักเรียนมีทักษะการอ่านภาษาอังกฤษจากนิทานอีสป ๓) นำนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน การเล่านิทานภาษาอังกฤษ (Story Telling) ปีการศึกษา 2566 ระดับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 6. ผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 6.1 ผลการดำเนินงาน 1) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เข้ารับการฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษจากนิทาน อีสป สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง (Story Telling) ๒) วางแผนการพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษโดยการใช้นิทานอีสปของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) ครูและนักเรียนเลือกเรื่องนิทานอีสปที่เหมาะสมกับวัยและช่วงชั้นของนักเรียน 4) ครูฝึกฝนนักเรียนในการอ่านออกเสียงให้ถูกต้องตามหลักภาษา พร้อมแสดงท่าทางประกอบให้ เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง 5) ครูนำเสนอตัวอย่างการออกเสียงที่ถูกต้องจากเจ้าของภาษาผ่านคลิปวิดีโอ (YouTube)


๕ 6) ครูให้นักเรียนฝึกซ้อมการอ่านนิทานพร้อมแสดงท่าทาง น้ำเสียงประกอบการเล่าเรื่อง 6.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ร้อยละ 70 มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้ นิทานอีสป 6.3 ประโยชน์ที่ได้รับ 1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเอง และนำไปต่อเพื่อใช้ ในการแข่งขันได้ 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สามารถเล่าเรื่องนิทานอีสปภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว และ เกิดการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น ๓) นักเรียนมีประสบการณ์ เข้าร่วมการแข่งขันการเล่านิทานภาษาอังกฤษ (Story Telling) ระดับชั้น ป.๔ – ป.๖ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ระดับเขตการศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (เหรียญทอง) 7. ปัจจัยความสำเร็จ 7.1 ผู้อำนวยการโรงเรียนให้ความสำคัญ ส่งเสริมให้กำลังใจ และให้การสนับสนุนการพัฒนางาน 7.2 ครูมีส่วนร่วม มุ่งมั่นตั้งใจและทุ่มเท เพื่อพัฒนานักเรียน เอาใจใส่และให้คำแนะนำที่ดีแก่นักเรียน 7.3 นักเรียนให้ความร่วมมือ และมีความพร้อมในการร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่ 8. การเผยแพร่ผลงาน 8.1 มีการเผยแพร่ผลงานภายในโรงเรียน ผ่านบอร์ดประชาสัมพันธ์/ จดหมายข่าวโรงเรียนบ้านวัง ตะแบก 8.๒ มีการเผยแพร่ผลงานทาง Facebook Fanpage โรงเรียน ชื่อเพจ โรงเรียนบ้านวังตะแบก



๗ เลือกเรื่องที่นักเรียนสนใจเหมาะสมกับช่วงชั้นของนักเรียน


๘ นักเรียนดูตัวอย่างการอ่านออกเสียงจากเจ้าของภาษา และการใช้ท่าทางประกอบการเล่านิทาน


๙ ครูฝึกสอนให้นักเรียนออกเสียงคำศัพท์ให้ถูกต้องตามเจ้าของภาษา พร้อมท่าทางประกอบการเล่าเรื่อง


๑๐ ดำเนินการฝึกซ้อมตัวแทนนักเรียน ในการเข้าร่วมการแข่งขัน การแข่งขันเล่านิทาน (Story Telling) ระดับชั้น ป.๔ – ป.๖ เดี่ยว


๑๑ เข้าร่วมการแข่งขันเล่านิทาน (Story Telling) ระดับชั้น ป.๔ – ป.๖ เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ระดับเขตการศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ณ โรงเรียนวัดคูยาง


๑๒ เข้าร่วมการแข่งขันเล่านิทาน (Story Telling) ระดับชั้น ป.๔ – ป.๖ เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ระดับเขตการศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ณ โรงเรียนวัดคูยาง


๑๓ เกียรติบัตรครูผู้ฝึกสอนนักเรียน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ2 เหรียญทอง การแข่งขันเล่านิทาน (Story Telling) ระดับชั้น ป.๔ – ป.๖ เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ระดับเขตการศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1


๑๔ เกียรติบัตรนักเรียนผู้เข้าแข่งขัน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 เหรียญทอง การแข่งขันเล่านิทาน (Story Telling) ระดับชั้น ป.๔ – ป.๖ เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ระดับเขตการศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1


Click to View FlipBook Version