The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัฒนธรรมไทยเบิ้ง.pdf

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chayanat Umla, 2024-06-24 03:35:47

วัฒนธรรมไทยเบิ้ง.pdf

วัฒนธรรมไทยเบิ้ง.pdf

วัฒ วั นธรรมไทยเบิ้งบิ้


คำ นำ หนังนัสือสือิเอิล็กล็ทรอนิกนิส์ฉส์บับบันี้เ นี้ป็นป็ ส่วส่นหนึ่ง นึ่ ของรายวิชวิาห้อห้งสมุดมุ ชั้นชั้มัธมัยมศึกศึษาปีที่ปี ที่ ๔ โรงเรียรีนวิทวิยาศาสตร์จุร์ ฬจุาภรณราชวิทวิยาลัยลัลพบุรีบุรี ผู้จัผู้ ดจัทำ ได้เด้ลือลืกหัวหัข้อข้นี้เ นี้ นื่อ นื่ งจากในจังจัหวัดวัลพบุรีบุมีรีวัมีฒวันธรรมที่ห ที่ ลาก หลาย อันอัเนื่อ นื่ งมาจากวัฒวันธรรมของกลุ่มลุ่ วัฒวันธรรมที่อ ที่ าศัยศัอยู่ใยู่ นจังจัหวัดวั ลพบุรีบุรีซึ่ง ซึ่ กลุ่มลุ่ ชาติพัตินพัธุ์ไธุ์ทยเบิ้งบิ้ก็เก็ป็นป็หนึ่ง นึ่ ในนั้นนั้อีกอีทั้งทั้ครอบครัวรัของผู้จัผู้ ดจัทำ ยังยัเป็นป็ผู้ที่ผู้ อ ที่ ยู่ใยู่ นกลุ่มลุ่ วัฒวันธรรมนี้อี นี้ กอีด้วด้ย ผู้จัผู้ ดจัทำ หวังวัว่าว่หนังนัสือสือิเอิล็กล็ทรอนิกนิส์ฉส์บับบันี้จ นี้ ะมีปมีระโยชน์ต่น์อต่ผู้อ่ผู้ าอ่นไม่มม่าก ก็น้ก็อน้ย หากผิดผิพลาดประการใดต้อต้งขออภัยภั ไว้ ณ ที่นี้ ที่ ด้ นี้ วด้ย นายชยณัฐณัอำ ลา ผู้จัผู้ ดจัทำ 15 มิถุมินถุายน 2567


สารบัญ บั คำ นำ สารบัญบั ประวัติวัคติวามเป็น ป็ มา ตัวตัตนคนไทยเบิ้งบิ้ แต่ง ต่ เนื้อ นื้ แต่ง ต่ ตัวตั กับกัข้า ข้ วกับกั ปลา คำ พูดคำ จา วิถีวิชี ถี วิ ชี ตวิ เรือ รื นชานบ้า บ้ นช่อ ช่ ง ภูมิภูปัมิญปัญาไทยเบิ้งบิ้ ประเพณีบ้ ณี า บ้ นโคก ความเชื่อ ชื่ การละเล่น ล่ และการรื่น รื่ เริงริ สถานที่สำ ที่ สำคัญคั ภาคผนวก บรรณุกณุรม ผู้จัผู้ ดจัทำ 1 3 4 6 7 8 9 10 11 12 13 14


กลุ่มลุ่ วัฒวันธรรมไทยเบิ้งบิ้มีถิ่มีนถิ่ฐานที่ต ที่.โคกสลุงลุอ.พัฒพันานิคนิมจ.ลพบุรีบุรีใกล้ๆล้ กับกัแม่น้ำม่น้ำป่าป่สักสัหรือรืที่ปัที่ จปัจุบัจุนบัคือคืเขื่อ ขื่ นป่าป่สักสัชลสิทสิธิ์ซึ่ธิ์ง ซึ่ ชุมชุชนนี้มี นี้ มมีาก่อก่น โครงการพัฒพันาลุ่มลุ่ น้ำ ป่าป่สักสันับนัร้อร้ยปี ซึ่ง ซึ่ สันสันิษนิฐานว่าว่อพยพมาจาก กรุงรุเวียวีงจันจัทน์แน์ละมาตั้งตั้ชุมชุชนอยู่ใยู่ นบริเริวณนี้แ นี้ ละนอกจากนี้ยั นี้ งยัตั้งตั้ถิ่นถิ่ฐาน กระจัดจักระจายไปตามจังจัหวัดวัต่าต่งๆเช่นช่นครราชสีมสีา ชัยชัภูมิภูมิเพชรบูรบูณ์ บุรีบุรัรีมรัย์ ที่ม ที่ าของชื่อ ชื่ บ้าบ้นโคกสลุงลุเชื่อ ชื่ กันกั ในอดีตดีเป็นป็ที่ถ ที่ ลุงลุแร่จึร่งจึเรียรีกว่าว่ ”โคกถลุงลุ” และต่อต่มาเพี้ย พี้ นเสียสีงเป็นป็ โคกสลุงลุอีกอีมุมมุหนึ่ง นึ่ เชื่อ ชื่ ว่าว่เพี้ย พี้ นมาจากคำ ว่าว่ โคกสาวหลงซึ่ง ซึ่ เล่าล่กันกัมาว่าว่มีหมีญิงญิสาวไปขอความช่วช่ยเหลือลืจากนาย พรานแต่นต่ายพรานคิดคิว่าว่หญิงญิคนนั้นนั้เป็นป็เสือสืสมิงมิจึงจึ ใช้หช้น้าน้ไม้ยิม้งยิพอรุ่งรุ่ เช้าช้ จึงจึ ได้มด้าดูพดูบว่าว่เป็นป็ผู้หผู้ ญิงญิจริงริๆจึงจึเรียรีกว่าว่ โคกสาวหลงและต่อต่มาเพี้ย พี้ น เป็นป็ โคกสลุงลุนั่นนั่เอง ชาวไทยเบิ้งบิ้มีขมีนบประเพณีคณีล้าล้ยกับกัคนไทยภาคกลางแต่ก็ต่ยัก็งยัมีภมีาษา ความเชื่อ ชื่ ประเพณี ที่เ ที่ ป็นป็เอกลักลัษณ์ขณ์องตัวตัเองและยังยัสืบสืทอดมาจนถึงถึ ปัจปัจุบัจุนบั ประวัติ วั คติวามเป็น ป็ มา ที่ม ที่ า 1


การตั้งตั้ถิ่นถิ่ฐานที่น่ ที่ าน่จะเป็นป็บรรพบุรุบุษรุของชาวไทยเบิ้งบิ้ ในลุ่มลุ่ น้ำ ป่าป่สักสั โดยใช้ หลักลัฐานอ้าอ้งอิงอิ ในช่วช่งเวลานั้นนั้ซึ่ง ซึ่ ปรากฎอยู่หยู่ ลายชิ้นชิ้เช่นช่ ซากหินหิทราย บัวบักลีบลีหนุนนุ ฐานโยนี ซึ่ง ซึ่ มีอมีายุร่ยุวร่มสมัยมัเดียดีวกับกั ปรางค์สค์าม ยอด พบอยู่ที่ยู่ วั ที่ ดวั โคกสำ ราญ ซึ่ง ซึ่ เป็นป็วัดวัเก่าก่แก่คู่ก่บ้คู่ าบ้นโคกสลุงลุ ในส่วส่นของการอพยพมาตั้งตั้ถิ่นถิ่ฐาน ที่ร ที่ ะบุว่บุาว่มาจากกรุงรุเวียวีงจันจัทน์ จากหลักลัฐานที่เ ที่ กี่ย กี่ วข้อข้งนั้นนั้มีกมีารกวาดต้อต้นคนจากเวียวีงจันจัทน์มน์าที่ภ ที่ าค กลางและอีสอีาน มี2มีช่วช่งคือคื 1.กบฏลาวในสมัยมัธนบุรีบุรีซึ่ง ซึ่ สมเด็จด็พระเจ้าจ้ตากสินสิทรงโปรดให้อห้าศัยศัอยู่ตยู่ าม เมือมืงต่าต่งของภาคกลางและอีสอีาน 2.กบฏเจ้าจ้อนุวนุงศ์ใศ์นสมัยมัรัชรักาลที่ ๓ มีกมีารกวาดต้อต้นชาวลาว 3 หัวหัเมือมืง มาไว้ที่ว้ล ที่ พบุรีบุเรีพื่อ พื่ ทดแทนชาวบ้าบ้นที่ถู ที่ กถูกวาดต้อต้นไปเมื่อ มื่ ครั้งรั้เสียสีกรุงรุศรีฯรีจน เกือกืบเป็นป็เมือมืงร้าร้งทำ ให้ลห้พบุรีบุนั้รีนนั้มีสำมีสำเนียนีงการพูดที่ห ที่ ลากหลาย อย่าย่งไรก็ตก็ามการศึกศึษาวิจัวิยจัต่าต่งๆพบข้อข้มูลมูชาวไทยเบิ้งบิ้จากโคกสลุงลุเป็นป็ หลักลัเนื่อ นื่ งจากผลกระทบจากเขื่อ ขื่ นป่าป่สักสัชลสิทสิธิ์รธิ์วมถึงถึการพบหลักลัฐาน ทางโบราณคดี จึงจึมีภมีาควิชวิาการไปทำ การศึกศึษาจำ นวนมาก ซึ่ง ซึ่ เป็นป็พื้น พื้ ที่ หลักลัที่มี ที่ กมีารเข้าข้ไปศึกศึษาจากหน่อน่ยงานภายนอกทั้งทั้มีกมีารรื้อ รื้ ฟื้น ฟื้ อัตอัลักลัษณ์ ของชุมชุชนทำ ให้ชุห้มชุชนนี้มี นี้ กมีารแสดงตัวตัตนไทยเบิ้งบิ้ซึ่ง ซึ่ ปัจปัจุบัจุนบัยังยัอยู่ใยู่ นชีวิชีตวิ ประจำ วันวัของชาวบ้าบ้น เช่นช่การทอผ้าผ้ขาว สะพายย่าย่ม เป็นป็ต้นต้ ประวัติ วั ศติาสตร์ 2


ตัว ตั ตนคนไทยเบิ้งบิ้ ชาวไทยเบิ้งบิ้มีเ มี อกลักลัษณ์ 3 อย่า ย่ งที่สั ที่ งสัเกตได้ง่ ด้ า ง่ ยนั่นนั่คือ คื พูดสำ เนีย นี งเหน่อ น่ สำ เนีย นี งเหน่อ น่ นั้นนั้เป็น ป็ เอกลักลัษณ์ขณ์องชาวไทยเบิ้งบิ้ และยังยัมีคำ มี คำศัพศัท์เท์ฉพาะอีก อี ด้ว ด้ ย สะพายย่า ย่ ม ย่า ย่ มของชาวโคกสลุงลุนั้นนั้มีลั มี กลัษณะเด่น ด่ อยู่หยู่ ลายอย่า ย่ ง เป็น ป็ ที่สั ที่ งสัเกตได้ง่ ด้ า ง่ ย นามสกุลกุมีคำ มี คำว่า ว่ สลุงลุ เช่น ช่ งานสลุงลุอ่อ อ่ นสลุงลุวงษ์สษ์ลุงลุสลุงลุอยู่ เอื้อ อื้ สลุงลุเป็น ป็ ต้น ต้ 3


แต่ง ต่ เนื้อ นื้ แต่ง ต่ ตัว ตั ชาวไทยเบิ้งบิ้มีก มี ารแต่ง ต่ กายเป็น ป็ เอกลักลัษณ์ซึ่ณ์ง ซึ่ ค่อ ค่ นข้า ข้ งที่จ ที่ ะ เรีย รี บง่า ง่ ยซึ่ง ซึ่ ปัจปัจุบัจุนบัอาจจะพบเห็น ห็ ได้ย ด้ ากแล้ว ล้ แต่ก็ ต่ ยั ก็ งยัมีค มี น เฒ่า ฒ่ คนแก่บ ก่ างท่า ท่ นยังยัคงแต่ง ต่ กายเช่น ช่ นี้อ นี้ ยู่ ดังดันี้ ผู้ชผู้ าย ใส่เ ส่ สื้อ สื้ คอป่า ป่ น นุ่งนุ่ โจงคาดผ้า ผ้ ขาว มักมัสะพายย่า ย่ มดังดัภาพ 4


ผู้หผู้ ญิงญิ ไว้ผ ว้ มทรงดอกกระทุ่มทุ่ สวมเสื้อ สื้ อีหิ้ อี วหิ้ห่ม ห่ ผ้า ผ้ ขาวเป็น ป็ สไบเฉีย ฉี ง นุ่งนุ่ โจงกระเบน มักมัสะพายย่า ย่ ม ดังดัภาพ 5


กับ กั ข้า ข้ วกับ กั ปลา อาหารยังยัเป็นป็อีกอีหนึ่ง นึ่ เอกลักลัษณ์ ซึ่ง ซึ่ เน้นน้ความเรียรีนง่าง่ย เน้นน้กินกิ ปลาเป็นป็หลักลักินกิผักผัเป็นป็พื้น พื้ มักมั ใช้วัช้ตวัถุดิถุบดิตามฤดูกดูาลจาก ธรรมชาติ เช่นช่หน้าน้ฝน จะรับรั ประทาน เปราะ เป็นป็ต้นต้ ไม่นิม่ยนิมรับรั ประทานอาหารประเภททอดหรือรืที่ใที่ ส่กส่ะทิ อาหารที่เ ที่ ป็นป็ เอกลักลัษณ์ไณ์ด้แด้ก่ พริกริตะเกลือลืซึ่ง ซึ่ จะมีส่มีวส่นประกอบคือคื พริกริ ป่นป่กระเทียทีม ใบมะกรูดรูเกลือลืและกำ จัดจัซึ่ง ซึ่ ถือถืเป็นป็ เมนูก้นูนก้ครัวรัเอนกประสงค์เค์พราะสามารถนำ มารับรั ประทานได้หด้ลาก หลาย นอกจากนี้ยั นี้ งยัมีเมีมนูกันูบกัข้าข้วท้อท้งถิ่นถิ่เช่นช่แกงหัวหัลาน แกงเปราะใส่อึ่ส่ง อึ่ แกงมันมันก ต้มต้กระดูกดูหมูใมูบมะขามอ่ออ่นเครื่อ รื่ งดำ เป็นป็ต้นต้ 6


ชาวไทยเบิ้งบิ้มีกมีารใช้ภช้าษาพูดคล้าล้ยกับกัชาวไทยภาคกลางแต่มีต่ มี สำ เนียนีงเหน่อน่หรือรืเสียสีงวรรณยุกยุต์ที่ต์ต่ ที่ าต่งออกไปและยังยัมีคำมีคำลงท้าท้ยที่ นิยนิมได้แด้ก่ เบิ้งบิ้ด๊อ ด๊ ก เหว่ยว่เด้อด้ อีกอีทั้งทั้ยังยัมีศัมีพศัท์เท์ฉพาะของโคกสลุงลุเช่นช่รถเครื่อ รื่ ง รถถีบถีหัวหัจก ฟ้าฟ้แขยบ ลูกลูกะเล็ก ล็ กะแหล่งล่ขยุบยุฯลฯมีผู้มีเผู้รียรีกว่าว่ภาษาไทยโคราช ด้าด้นวรรณกรรมเก่าก่แก่พก่บรูปรูแบบอักอัษรทั้งทั้ ไทยและขอม เขียขีนบนใบ ลาน สมุดมุไทยดำ สมุดมุไทยขาว เนื้อ นื้ หาเป็น ป็ คติธติรรม ตำ รายา เป็น ป็ ต้นต้ ตัวตัอย่าย่งคำ และความหมาย คำ ไทยเบิ้งบิ้คำ แปล ขยุบยุ (ก.) ตกใจ กะเตง(น.) ตะกร้าร้ กะแหล่งล่ (น.) ถังถัน้ำ คำ พูดคำ จา 7


วิถีวิชี ถี วิ ชี ตวิ ชุมชุชนไทยเบิ้งบิ้เป็นป็ชุมชุชนเกษตรกรรม ในอดีตดีนั้นนั้เน้นน้การ ทำ นาและหาของป่าป่เป็นป็หลักลัต่อต่มาจึงจึ ได้ปด้ลี่ย ลี่ นวิถีวิชีถีวิชีตวิ ไป ตามสมัยมั ใหม่จม่ากเดิมดิที่ปที่ ลูกลูเพื่อ พื่ เลี้ย ลี้ งชีพชีเป็นป็การปลูกลูเพื่อ พื่ ขายและมีคมีวามหลากหลายทั้งทั้การทำ ไร่ ทำ นา การประมง การจักจัสาน การทอผ้าผ้ 1.การทำ นา ในอดีตดีชาวบ้าบ้นมักมัทำ นาปีเปีพื่อ พื่ บริโริภคภายในครัวรัเรือรืน แต่ อย่าย่งไรก็ตก็ามเมื่อ มื่ มีกมีารสร้าร้งเขื่อ ขื่ นป่าป่สักสัชลสิทสิธิ์แธิ์ละมีกมีาร เวนคืนคืที่ดิ ที่ นดิซึ่ง ซึ่ ส่วส่นใหญ่เญ่ ป็นป็ที่น ที่ าทำ ให้วิห้ถีวิกถีารทำ นาเปลี่ย ลี่ นไป 2.การประมง ในอดีตดีชาวบ้าบ้นมักมัจับจั ปลาจากแม่น้ำม่น้ำป่าป่สักสัเพื่อ พื่ นำ มาประกอบ อาหารแต่หต่ลังลัจากการสร้าร้งเขื่อ ขื่ ป่าป่สักสัชลสิทสิธิ์แธิ์ล้วล้เสร็จร็ทำ ให้มีห้ มี จำ นวนปลามากขึ้น ขึ้ ทำ ให้ชห้าวบ้าบ้นบางครัวรัเรือรืนหันหัมาทำ การ ประมงเป็นป็หลักลั 8


เรือ รื นชานบ้า บ้ นช่อ ช่ ง ชาวไทยเบิ้งบิ้ ในอดีตดีนิยนิมสร้าร้งบ้าบ้นยกใต้ถุต้นถุสูงสูขนาดคนลอดได้(ด้2เมตร) นิยนิมสร้าร้งหลังลัคาทรงจั่วจั่ ปั้นปั้หยาและมนิลนิา มีหมีน้าน้ต่าต่งประตูบตูานเล็กล็ สลักลั อกเลาประตูเตูป็นป็ลายง่าง่ยๆ ฝาเรือรืนคือคื ฝาฟาก ฝาค้อค้มักมัสร้าร้งเรือรืนอยู่เยู่ ป็นป็ กระจุกจุในหมู่ญมู่ าติพี่ติน้ พี่ อน้งเพื่อ พื่ ความอบอุ่นอุ่ ปลอดภัยภัจากสัตสัว์ร้ว์าร้ยหรือรื โจร 9


1.เครื่อ รื่ งจักจัสาน เนื่อ นื่ งจากอยู่ใยู่ กล้แ ล้ หล่ง ล่ น้ำ ทำ ให้มี ห้ มี เครื่อ รื่ งจักจัสานที่เ ที่ ป็น ป็ อุปอุกรณ์ทำณ์ทำมา หากินกิด้า ด้ นการประมง เช่น ช่ ข้อ ข้ ง ไซ สุ่มสุ่ตะกร้า ร้ กระจาด กระบุงบุเป็น ป็ ต้น ต้ 2.การทอผ้า ผ้ ในอดีต ดี ชาวไทยเบิ้งบิ้มักมัทอผ้า ผ้ไว้ใว้ ช้ใช้ น ครัวรัเรือ รื น ได้แ ด้ ก่ ผ้า ผ้ ขาว ย่า ย่ ม ผ้า ผ้ พื้น พื้ (โจงกระเบน) แต่เ ต่ มื่อ มื่ วิถีวิชี ถี วิ ชี ตวิ เปลี่ย ลี่ นแปลงไปตามสมัยมัจึง จึ เหลือ ลื ให้ เห็น ห็ การทอผ้า ผ้ได้น้ ด้ อ น้ ยลง ภูมิ ภู ปัมิญ ปั ญาไทยเบิ้งบิ้ ในอดีต ดี ชาวไทยเบิ้งบิ้มองว่า ว่ การจักจัสานเป็น ป็ งานผู้ชผู้ ายการทอ ผ้า ผ้ เป็น ป็ งานผู้หผู้ ญิงญิฝ่า ฝ่ ยชายจึง จึ มักมัเป็น ป็ ผู้จัผู้ กจัสาน เครื่อ รื่ งมือ มื ฝ่า ฝ่ ยหญิงญิเป็น ป็ ผู้ทผู้ อผ้า ผ้ 10


ประเพณีบ้ ณี า บ้ นโคก การก่อก่พระทรายวันวัตรุษรุ จะเกิดกิขึ้น ขึ้ ในวันวัตรุษรุสงกรานต์โต์ดยชาวบ้าบ้นจะพากันกั ไปทำ บุญบุแลก่อก่ พระเจดีย์ดีทย์รายในวันวันั้นนั้ การแห่ดห่อกไม้ กิจกิกรรมนี้จั นี้ ดจัขึ้น ขึ้ ในคืนคืวันวัสงกรานต์คืต์อคืการแห่ดห่อกไม้ซึ่ม้ง ซึ่ ปัจปัจุบัจุนบั อาจไม่มีม่แมีล้วล้ ประเพณีเณีลี้ย ลี้ งเจ้าจ้บ้าบ้น จัดจัขึ้น ขึ้ เป็นป็ ประจํา จํ ในวันวัขึ้น ขึ้ 6 ค่ํา ค่ํ เดือดืน 6 ของทุกทุปีที่ปี ที่ ศาลพ่อหลวงเพ็ชรเพื่อ พื่ ขอพรจากพ่อหลวงเพ็ชรให้มห้าปกปักปัรักรัษา อยู่ดียู่ มีดีสุมีขสุปราศจากภัยภัอันอัตรายต่าต่งๆ ซึ่ง ซึ่ ชาวบ้าบ้นแต่ลต่ะครอบครัวรั จะทํา ทํ กะแตะเพื่อ พื่ ไปส่งส่เป็นป็การสะเดาะเคราะห์ การใส่บส่าตรลูกลูอม จัดจัขึ้น ขึ้ ในออกพรรษาเป็นป็การใส่บส่าตรเทโวโดยมักมั ใส่ลูส่กลูอมเป็นป็หลักลั ชาวไทยเบิ้งบิ้มีปมีระเพณีที่ณีแ ที่ ต่งต่ต่าต่งจากคนไทยภาคกลางเช่นช่ 11


ความเชื่อ ชื่ ศาสนาและความเชื่อ ชื่ ของชาวไทยเบิ้งบิ้นั้นนั้มี2มี ประเภทหลักลั ดังดันี้ 1.ความเชื่อ ชื่ ด้า ด้ นพระพุทธศาสนา มีส มี ถานที่สำ ที่ สำคัญคัคือ คื วัดวั ใหญ่ห ญ่ รือ รื วัดวั โคกสำ ราญหรือ รื วัดวั โคกสลุงลุ ซึ่ง ซึ่ ทั้งทั้สามชื่อ ชื่ หมายถึง ถึ วัดวัเดีย ดี วกันกัเป็น ป็ แหล่ง ล่ มีโมี บราณสถาน โบราณวัตวัถุหถุลายชิ้นชิ้ 2.ความเชื่อ ชื่ สิ่งสิ่เหนือ นื ธรรมชาติ ชาวไทยเบิ้งบิ้ที่มี ที่ อ มี ายุหยุลายคนยังยัเชื่อ ชื่ เรื่อ รื่ งนี้อ นี้ ยู่ เช่น ช่ ผีบ้ ผี า บ้ นผีเ ผี รือ รื น ผีปผี อบ กระสือ สื พราย ผีปผี ะกำ เป็น ป็ ต้น ต้ 12


ชาวไทยเบิ้งบิ้นั้นนั้มีก มี ารละเล่น ล่ ที่ห ที่ ลากหลายได้แ ด้ ก่ กีฬกี าพื้น พื้ บ้า บ้ น เล่น ล่ คล้า ล้ ยกับกัชาวไทยภารกลางเช่น ช่ สะบ้า บ้ งูกิงูนกิหาง ลูกลูช่ว ช่ ง เบี้ย บี้ ริบริ ต่อ ต่ ไก่ มอญซ่อ ซ่ นผ้า ผ้ เพลงโคราช การรำ โทน กล่า ล่ วคือ คื การรำ โทนโดยมีโมี ทนเป็น ป็ เครื่อ รื่ งเนตรีช รี นิดนิเดีย ดี วแต่มี ต่ ก มี ารร้อ ร้ ง รำ ที่สื ที่ บ สื ทอดกันกัมานั้นนั้หลากหลาย เพลงที่นิ ที่ ยนิมร้อ ร้ งกันกั ได้แ ด้ ก่ เพลงหอมดอกมะไพ เพลงระบำ บ้า บ้ นไร่ เพลงโนเน เพลงช้า ช้ เจ้า จ้ หงษ์ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ เพลงเฉพาะของไทยเบิ้งบิ้ โคกสลุงลุ ในแต่ล ต่ ะเพลงเป็น ป็ การร้อ ร้ งกลอนสดเกี้ย กี้ วพาราสีร สี ะหว่า ว่ งหนุ่มนุ่ สาว ร้อ ร้ งแก้กั ก้ นกั ไปมาเรื่อ รื่ ยๆ “…หอมเอย แต่ก ต่ ลิ่นลิ่เอยมา หอมดอกมะไพ หอมเอย แต่ก ต่ ลิ่นลิ่เอยมา หอมดอกมะไพ เพลงหอมแต่ก ต่ ลิ่นลิ่นี้มี นี้ ม มี านาน ตั้งตั้แต่โต่ บราณปู่ย่ปู่า ย่ ตายาย หอมดอกมะไพเอย ดอกมะไพหอมเอย…” การละเล่น ล่ และการรื่น รื่ เริงริ 13


สถานที่สำ ที่ สำคัญ คั วัดวั โคกสำ ราญ วัดวัเก่าก่แก่คู่ก่บ้คู่ าบ้นของชาวโคกสลุงลุ สันสันิษนิฐานว่าว่สร้าร้งในปี พศ.2420 เป็นป็ สถานที่ที่ ที่ เ ที่ ป็นป็ ศูนศูย์รย์วมของชาวบ้าบ้น และเป็นป็ที่ค้ ที่ นค้พบโบราณวัตวัถุหถุลายชิ้นชิ้ ศาลพ่อหลวงเพ็ชร ถือถืเป็นป็ ใจบ้าบ้นของชุมชุชน หมายถึงถึศูนศูย์ รวมจิตจิ ใจของชาวไทยเบิ้งบิ้บ้าบ้น โคกสลุงลุ คนทุกทุเชื้อ ชื้ ชาติที่ติอ ที่ าศัยศัอยู่ภยู่ ายในชุมชุชนนี้ ต่าต่งพากันกัเคารพนับนัถือถืพ่อหลวงเพ็ชร พิพิพิธพิภัณภัฑ์พื้ฑ์น พื้ บ้าบ้นไทยเบิ้งบิ้ โคกสลุงลุ เป็นป็ สถานที่ท่ ที่ อท่งเที่ย ที่ วและ ฟื้น ฟื้ ฟูอัตอัลักลัษณ์วัณ์ฒวันธรรมท้อท้งถิ่นถิ่ ให้ คงอยู่ต่ยู่ อต่ ไป 14


หนองใหญ่ เดิมดิเป็นป็แหล่งล่น่ำ สำ คัญคัของชาวบ้าบ้น ใช้เช้พื่อ พื่ อุปอุโภคและบริโริภคชาวบ้าบ้นมักมั จะหาบน้ำ จากที่นี่ ที่ ไนี่ ปใช้ เขื่อ ขื่ นป่า ป่ สักสัชลสิทสิธิ์ แหล่งล่น้ำ สำ คัญคัทั้งทั้การเกษตรและการ ประมงในปัจปัจุบัจุนบัมีนัมีกนัท่อท่งเที่ย ที่ วมาเป็นป็ จำ นวนมากสามารถเที่ย ที่ วได้ตด้ลอดปี ใน ช่วช่งน้ำ ขึ้น ขึ้ จะมีรมีถไฟนำ เที่ย ที่ วที่เ ที่ รียรีกว่าว่ รถไฟลอยน้ำ ด้วด้ย 15


ภาคผนวก กะแตะ(น.) เป็น ป็ ของที่นํ ที่ า นํ ไปสะเดาะเคราะห์ให์นวันวัเลี้ย ลี้ งเจ้า จ้ บ้า บ้ น โดยแต่ล ต่ ะบ้า บ้ นจะจัดจัทํา ทํ กะแตะของตนเอง ประกอบด้ว ด้ ย เงินงิ 12 ทอง 15 พริกริเม็ด ม็ เกลือ ลื ก้อ ก้ น ลาบพล่า ล่ ปลายํา ยํ ข้า ข้ วดํา ดํ ข้า ข้ วแดง ข้า ข้ วดํา ดํ เป็น ป็ แสง ข้า ข้ วแดงเป็น ป็ มันมัซึ่ง ซึ่ ทั้งทั้หมดปั้นปั้จากดินดิเหนีย นี ว เปราะ(น.) พืช พื ชนิดนิหนึ่ง นึ่ หัวหัและใบมีก มี ลิ่นลิ่หอมนำ มาปรุงรุ อาหารได้ ผ้า ผ้ ขาว(น.) ผ้า ผ้ ขาวม้า ม้(ภาษาถิ่นถิ่ โคกสลุงลุ ) ลาวสามหัวเมือง(วลี)ลี หัวหัเมือ มื งในประเทศลาวได้แ ด้ ก่ หลวง พระบาง เวีย วี งจันจัทน์ จำ ปาศักศัดิ์ เสื้อ สื้ อีหิ้ อี วหิ้(น.) เสื้อ สื้ ผ้า ผ้ ทอสีพื้ สี น พื้ เรีย รี กชื่อ ชื่ ตามลักลัษณะสายที่เ ที่ กาะ อยู่เยู่ ป็น ป็ เส้น ส้ เล็ก ล็ ๆคล้า ล้ ยเสื้อ สื้ สายเดี่ย ดี่ ว


บรรณานุกรม ชนิกนิา วัฒวันะคีรีคี.รี(2537). จากสังสัคมชาวนาสู่สัสู่งสัคมอุตอุสาหกรรม : การเปลี่ย ลี่ นแปลง ที่เ ที่ กิดกิขึ้น ขึ้ ในชุมชุชนไทยเบิ้งบิ้บ้าบ้นดีลัดีงลัจังจัหวัดวัลพบุรีบุ.รีปริญริญาศิลศิ ปศาสตรบัณบัฑิตฑิ สาขามานุษนุยวิทวิยา, มหาวิทวิยาลัยลัศิลศิ ปากร. ชาญวิทวิย์ ตีรตีประเสริฐริ. (2548). พิพิพิธพิภัณภัฑ์พื้ฑ์น พื้ บ้าบ้น การแสดงทางวัฒวันธรรม และ กระบวนการรื้อ รื้ ฟื้น ฟื้ ความเป็นป็ ไทยเบิ้งบิ้. วิทวิยานิพนินธ์สัธ์งสัคมวิทวิยาและมานุษนุยวิทวิยามหา บัณบัฑิตฑิ (มานุษนุยวิทวิยา). มหาวิทวิยาลัยลัธรรมศาตร์.ร์ ชาติชติาย อนุกูนุลกู. (2554). วัฒวันธรรมการห่อห่ของกลุ่มลุ่ ชาติพัตินพัธุ์ใธุ์นจังจัหวัดวัลพบุรีบุ:รี กรณีศึณีกศึษาศิลศิปอัตอัลักลัษณ์แณ์ละความหมาย. ปริญริญาศิลศิ ปศาสตรดุษดุ ฎีบัฎีณบัฑิตฑิ สาขาวิชวิาศิลศิ ปวัฒวันธรรมวิจัวิยจัมหาวิทวิยาลัยลัศรีนรีครินริทร์วิร์ โวิรฒ คณะโบราณคดี มหาวิทวิยาลัยลัศิลศิ ปากร. (2559). นักนัเรียรีนพากย์สย์นาม ณ โคกสลุงลุ. นักนั ศึกศึษาสาขาวิชวิาเอกมานุษนุยวิทวิยา ชั้นชั้ ปีที่ปี ที่3. รุ่นรุ่ ที่ 59. ภาควิชวิามานุษนุยวิทวิยา คณะโบราณคดี มหาวิทวิยาลัยลัศิลศิ ปากร. ปฏิภฏิาณ ผลสันสัต์.ต์ (2557). การรื้อ รื้ ฟื้น ฟื้ และแสดงออกในด้าด้นอัตอัลักลัษณ์ กรณีศึณีกศึษา ชุมชุชนชาวไทยเบิ้งบิ้ตำ บลโคกสลุงลุอำ เภอพัฒพันานิคนิม จังจัหวัดวัลพบุรีบุ.รีปริญริญา ศิลศิ ปศาสตรบัณบัฑิตฑิสาขาเอเชียชีตะวันวัออกเฉียฉีงใต้,ต้มหาวิทวิยาลัยลัธรรมศาสตร์.ร์ ไทโคราช. (2567). สืบสืค้นค้มิถุมินถุายน 15 2567, จากhttps://www.google.com/url? q=https://th.m.wikipedia.org/wiki/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2597%25E0 %25B9%2582%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2% 25E0%25B8%258A&usg=AOvVaw3ntceIxpTEOLuMgFjdPzcw พรเพ็ญ เดอ ยอง. (2556). การสืบสืสานภูมิภูปัมิญปัญาท้อท้งถิ่นถิ่ของครอบครัวรั ไทยเบิ้งบิ้ โดยกลุ่มลุ่ เยาวชนตำ บลโคกสลุงลุอำ เภอพัฒพันานิคนิม จังจัหวัดวัลพบุรีบุ.รีวิทวิยานิพนินธ์ มหาบัณบัฑิตฑิมนุษนุยนิเนิวศศาสตร์ (พัฒพันาครอบครัวรัและสังสัคม). มหาวิทวิยาลัยลั สุโสุขทัยทัธรรมาธิรธิาช. ภูธภูร ภูมภูะธน. (2541). มรดกวัฒวันธรรมไทยเบิ้งบิ้ลุ่มลุ่ แม่น้ำม่น้ำป่าป่ สักสั ในเขตที่ไที่ ด้รัด้บรัผลกระ ทบจากการสร้าร้งเขื่อ ขื่ นป่าป่ สักสั. ลพบุรีบุ:รีสำ นักนัศิลศิ ปวัฒวันธรรม มหาวิทวิยาลัยลั ราชภัฏภัเทพสตรี.รี รวีทิวีวทิา ไวยนันนัท์.ท์ (2552). การแพร่กร่ระจายวัฒวันธรรมการแสดงรำ โทน จังจัหวัดวั ลพบุรีบุ.รีศิลศิ ปศาสตรมหาบัณบัฑิตฑิ (ดุริดุยริางค์ไค์ทย). จุฬจุาลงกรณ์มณ์หาวิทวิยาลัยลั. รู้จัรู้ กจั ”ชาวไทยเบิ้งบิ้ ”กับกัวิววิ สวยๆของพนังนักั้นกั้น้ำ -ทางรถไฟลอยน้ำ บ้าบ้นโคกสลุงลุลพบุรีบุรี (2564).สืบสืค้นค้มิถุมินถุายน 15 2567, จากhttps://mgronline.com/travel/detail/9640000055327 ธวัชวั ปุณปุโณทก. (2525). ประวัติวั ศติาสตร์ สังสัคมอีสอีาน สมัยมัรัตรันโกสินสิทรืตรือนต้นต้ . ใน ศิลศิ ปวัฒวันธรรม. ฉบับบัที่ 3 ปีที่ปี ที่ 7 (พฤษภาคม 2525) หน้าน้ 32-58


ผู้จัผู้ ด จั ทำ ชื่อ ชื่ : นายชยณัฐ ณั อำ ลา ชื่อ ชื่ เล่น ล่ : ออมสินสิ เกิดกิ: 1 มีน มี าคม 2552 ภูมิ ภู ลำมิลำเนา : จ.ลพบุรี บุ รี ประวัติวักติารศึกศึษา พศ.2558-2563 ประถมศึกศึษา : โรงเรียรีนอัสอัสัมสัชัญชัคอนแวนต์ ลำ นารายณ์ พศ.2564-2566 มัธมัยมศึกศึษาตอนต้นต้ : โรงเรียรีนอัสอัสัมสัชัญชัคอนแวนต์ ลำ นารายณ์ พศ.2567-ปัจปัจุบัจุนบั (กำ ลังลัศึกศึษา) มัธมัยมศึกศึษาตอนปลาย : โรงเรียรีนวิทวิยาศาสตร์จุร์ ฬจุาภรณราชวิทวิยาลัยลัลพบุรีบุรี


Click to View FlipBook Version