The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wichaya912, 2022-07-25 21:54:16

คู่มือ 2565

คู่มือ 2565

กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว เปนกิจกรรมสงเสริมและพัฒนาความสามารถของผูเรียน
ใหเหมาะสมตามความแตกตางระหวางบุคคล สามารถคนพบและพัฒนาศักยภาพของ
การจัดกิจกรรมแนะแนวตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพื้นฐาน ตน เสริมสรางทักษะชีวติ วุฒิภาวะทางอารมณ การเรยี นรูในเชิงพหุปญญา และการสราง
พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) วากิจกรรมแนะแนวเปนกิจกรรมสงเสริมและ สัมพันธภาพที่ดี ซ่ึงครูแนะแนวทุกคนตองทําหนาท่ีแนะแนว ใหคําปรึกษาดานชีวิต
พัฒนาความสามารถของผูเรียนใหเหมาะสมตามความแตกตางระหวางบุคคล สามารถ การศกึ ษาตอ และการพัฒนาตนเองสโู ลกอาชีพและการมงี านทาํ
คนพบและพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสรางทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ
การเรียนรูในเชิงพหุปญญา และการสรางสัมพันธภาพท่ีดี โดยสอดคลองกับทิศทาง หลกั การจดั กจิ กรรมแนะแนว มหี ลกั การในการดาํ เนินการดังน้ี
ของแผนพัฒนาการแนะแนวการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ฉบับท่ี 1 (พ.ศ.2561 – 2565) 1. จัดกิจกรรมใหสอดคลองกับสภาพปญหา ความตองการและธรรมชาติของ
ท่ีกลาวถึงวิสัยทศั นของการแนะแนวท่ีมงุ เนน ใหผูเรยี นมสี มรรถนะดานการศึกษา อาชีพ
สว นตัวและสงั คม มีสขุ ภาวะท่ดี ี มที กั ษะชวี ติ และทักษะทส่ี าํ คญั จาํ เปน ในศตวรรษที่ 21 นกั เรียน
ซึ่งสอดคลองกบั หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยมพี ันธกิจ ดังน้ี 2. จดั กิจกรรมใหครอบคลมุ เนือ้ หาสาระดานการศกึ ษา อาชีพ สว นตวั และสงั คม
3. ประสานความรว มมอื กบั ทกุ ฝายท่ีเกย่ี วของเพื่อพฒั นานกั เรียน ตง้ั แตผูบรหิ าร
1). สงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหสามารถคนพบและพัฒนาศักยภาพตนเอง
โดยใชกระบวนการแนะแนว การใหคําปรึกษา ใหมีสมรรถนะทางการศึกษา อาชีพ ครูทุกคน ผูปกครอง ชุมชน รวมมีบทบาทและมีสวนรวมในการดําเนินการ ใหความ
สว นตวั และสังคมเพือ่ การศกึ ษาและการมงี านทาํ รวมมือและสนบั สนุนใหก ารจัดกจิ กรรมดาํ เนนิ ไปดว ยความสะดวกอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ

2) สงเสรมิ และพัฒนาผูเรยี น ใหมสี ุขภาวะท่ีดี มที กั ษะชวี ติ มีทักษะสําคัญจําเปน ขอบขายการจัดกจิ กรรมแนะแนว มีขอบขายการดําเนนิ งาน 3 ดาน คือ
ในศตวรรษที่ 21 ดาํ รงชีวิตตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1. การแนะแนวการศึกษา ซึ่งมีขอบขายงานต้ังแต การสรางเจตคติที่ดีตอการ

3) พฒั นาระบบการแนะแนวในสถานศึกษาใหไ ดม าตรฐาน เรียน การฝกทักษะหรือเทคนิคการเรียนท่ีมีประสิทธิภาพ การวางแผนการเรียนที่ดี
4) สงเสริม สนับสนุน และสรางภาคีเครือขายความรวมมือดานการแนะแนว การรูชองทางการศึกษาและการเลือกทางศึกษาตอ ตลอดทั้งการสรางนิสัยเรียนรูตลอด
จากแผนพัฒนาการแนะแนวการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับท่ี 1 (พ.ศ.2561–2565) ที่สอด ชวี ติ
รับกับแผนยุทธศาสตรช าติ 20 ป มุงหวังใหก ารบรหิ ารจดั การแนะแนวสมั ฤทธิผลในการ
สง เสรมิ บคุ คลในทุกชว งวัยของชวี ติ โดยเฉพาะผอู ยูใ นวยั เรยี น ใหรูจกั เขาใจตนเอง มวี ุฒิ 2. การแนะแนวดานอาชีพ ซึ่งมีขอบขายงานตั้งแตการสรางเจตคติท่ีดีตอการ
ภาวะทางอารมณ ศีลธรรม จริยธรรมมีทักษะชีวิต อยูดีมีสุข พัฒนาตนเองและสังคมได ทํางานและการประกอบอาชีพ การสรางความตระหนัก รับรูเกี่ยวกับการเปล่ียนแปลง
เต็มตามศักยภาพ สูเปาหมายการพัฒนาคุณภาพนักเรียนใหมีคุณธรรมเปนพลเมืองที่ดี ของโลกอาชีพ การสํารวจอาชีพ การตัดสินใจและวางแผนดา นอาชีพ การเตรียมตัวเพือ่
ของสังคมไทยและสามารถปรับตัวเปนพลเมืองโลกไดอ ยา งมคี วามสขุ อยา งยัง่ ยืน อาชีพ การเขา สูอาชพี และการพัฒนาตนเองเพอื่ ความกา วหนาในอาชีพ ตลอดทั้งมีทักษะ
การแนะแนว หมายถึง กระบวนการชวยเหลือบุคคลใหเขาใจตนเองและ ในการประกอบอาชพี
สง่ิ แวดลอมสรา งเสริมใหเ ขามีคณุ ภาพเหมาะสมตามความแตกตา งระหวางบคุ คล คน พบ
และพัฒนาศักยภาพของตน มีทักษะการดาเนินชีวิต มีวุฒิภาวะทางอารมณ ศีลธรรม 3. การแนะแนวสว นตวั และสังคม ซ่ึงมีขอบขายงานตงั้ แตการรูจักชวี ติ และสังคม
จริยธรรม รูจักการเรียนรูในเชิงพหุปญหา รูจักคิด ตัดสินใจ แกปญหาโดยจุดหมายของ ที่เปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา การรูจักตนเองและรูคุณคาของตน การรูจักปรับตัวและ
การแนะแนว คือการปองกันปญหา แกไขและการพัฒนาใหทุกคนไปสจู ุดหมายของชวี ติ แกปญหา การพัฒนาตนเอง การฝกทักษะชีวิตและทักษะทางสังคม เพ่ือใหบุคลิกภาพ
ท่ตี องการ สุขภาพกาย สุขภาพจติ ทด่ี ี

คมู ือนกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 101 คูมอื นกั เรยี นและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 102
ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565 ประจาํ ปการศึกษา 2565

เปา หมายของการจัดกิจกรรมแนะแนว ถึงเด็กคนน้ัน เชน เปนคนที่นาเชื่อถือ และไววางใจ หรือมีลักษณะเปนผูนํา เปนตน
ดานการศึกษา นักเรียนมีทักษะในการเรียนเพื่อสงเสริมใหประสบความสําเร็จ แรงจูงใจ (Motive) หมายถึง แรงขับภายใน ซึ่งทําใหเด็กแสดงพฤติกรรมท่ีมงุ สูส่งิ ที่เปน
เปาหมาย เชน เด็กท่ีมุงผลสัมฤทธิ์ มักชอบตั้งเปาหมายท่ีทาทาย และพยายามทํางาน
ทางการเรียนตามศักยภาพของตน คนพบศักยภาพและพัฒนาศักยภาพของตนใหเปน สําเรจ็ ตามเปาที่ต้ังไว ตลอดจนพยายามปรบั ปรุงการทาํ งานของตนเองตลอดเวลาในการ
ประโยชนต อ ตน ครอบครัวสังคม ประเทศชาติ ไดต ามสภาพของแตละบุคคล จัดกิจกรรมแนะแนวควรสรางเสริมคุณลักษณะใหสอดคลองกับสมรรถนะทางการ
แนะแนวในแตละดานอยา งเหมาะสม ซ่งึ มอี ยทู ั้งหมดดวยกนั 3 ดาน ไดแก
ดานอาชีพ นักเรียนมีทักษะในการประกอบอาชีพ รูจักนําขอมูลเก่ียวกับตนเอง
เพื่อประกอบการวางแผนในการเลือกอาชีพ เชน ความถนัด ความสามารถ ความสนใจ 1. สมรรถนะดานการศึกษา หมายถึง การมีความรู ความเขาใจ มีเจตคติและ
จุดเดน จุดดอยของตนเอง รูและเขาใจในธรรมชาติและคุณลกั ษณะของอาชีพ มีเจตคติ คา นยิ มท่ีดใี นเรอ่ื งเก่ยี วกบั การเรียน สามารถนําขอมลู ความรทู ไ่ี ดร ับมาใชใ นการวางแผน
ที่ดีตออาชีพสุจริต เห็นคุณคาของการทํางาน มีความเขาใจเกี่ยวกับแนวทางการศึกษา ในดานการเรียนและการศกึ ษาตอเพ่ือพฒั นาตนเองดานการเรียนไดเต็มตามศกั ยภาพ
เพือ่ เขาสงู านอาชพี มเี ปาหมายชีวติ รูจักวางแผนชีวิต การเรยี น การงาน ท่เี หมาะสมกับ
ความถนัด ความสนใจ และสภาพการเปล่ียนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีและ 2. สมรรถนะดานอาชีพ หมายถึง การมีความรู ความเขาใจในเก่ียวกับอาชีพ
มคี ุณลกั ษณะพืน้ ฐานทีจ่ าํ เปนในการเตรยี มตัวสโู ลกของงานอาชพี ตลอดจนมีเจตคติและคานิยมท่ีดีตออาชีพ มีขอมูล/ประสบการณดานอาชีพ เพื่อใหมี
ทักษะในการตัดสินใจวางแผนการศกึ ษาเพอื่ การ มงี านทําเตม็ ตามศกั ยภาพ
ดานสว นตัวและสังคม นกั เรยี นรจู กั และเขา ใจตนเอง รักและเห็นคุณคาในตนเอง
เขาใจและยอมรับผูอื่น มีทักษะในการดําเนินชีวิต มีวุฒิภาวะทางอารมณ สามารถ 3. สมรรถนะดานสวนตัวและสังคม หมายถึง การรูจักและเขาใจตนเอง รักและ
ปรับตัวเขากับสภาพสังคมส่ิงแวดลอ มท่ีเปลี่ยนไปไดอ ยา งเหมาะสม และสามารถดาํ เนิน เห็นคุณคาในตนเองและผูอ่ืน มีวุฒิภาวะทางอารมณและปรับตัวและดํารงชีวิตอยูใน
ชีวิตอยูในสังคมไดอยางมีความสุข รูจักตัดสินใจและแกปญหา รวมท้ังสามารถปรับตัว สังคมไดอยางมคี วามสขุ
ตอสถานการณตางๆ ท่ีเกิดขึ้นในชีวิตอยางเหมาะสม มีคุณธรรม จริยธรรม เปนคนดี
ในสงั คมอยรู วมกบั ผูอ น่ื อยางมคี วามสขุ รูจกั หลีกเลย่ี งอบายมขุ สารเสพติดการพนนั หรอื ทีม่ า : แผนพฒั นาการแนะแนวและแนวทางการจดั กิจกรรมแนะแนว
สง่ิ ทเ่ี ปนอนั ตรายตอชีวติ ระดบั การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน

สมรรถนะทางการแนะแนว หมายถึง คุณลักษณะที่ตองการใหนักเรียนทุกคน ตามแผนยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ.2561 – 2580)
มีและสามารถนําไปใชกับตนเองไดอยา งเหมาะสม ซ่ึงคุณลักษณะเหลานี้ครูควรสง เสรมิ กลมุ พฒั นาระบบการแนะแนว สํานกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา
ดา นตางๆ ไดแก
สํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ความรู (Knowledge) หมายถึง ความรูเฉพาะดานของเด็ก เชน ความรู สาํ นักงาน อาคาร 2 ชน้ั 1 โทร. 055-049665 ตอ 129
ภาษาอังกฤษ ความรดู านคณติ ศาสตร ความรดู านภาษา เปน ตน

ทักษะ(Skills) หมายถึง สิ่งท่ีเด็กกระทําไดดี และฝกปฏิบัติเปนประจํา จนเกิด
ความชํานาญ เชน ทักษะการอาน การเขียน การวาดภาพ การรองเพลง การทําอาหาร
เปน ตน

ภาพลักษณภายในตน (Self-image/Self-concept) หมายถึง ทัศนคติ คานิยม
และความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ภาพลักษณของตนเองหรอื ส่ิงท่เี ดก็ เชือ่ วาตนเองเปน เชน คนท่ี
มีความเชื่อม่ันในตัวเองสูง จะเชื่อวาตนเองสามารถแกปญหาตางๆ ได คุณลักษณะ
ภายในหรืออุปนิสัย (Traits) หมายถึง บุคลิกลักษณะประจําตัวของเดก็ เปนส่ิงที่อธิบาย

คมู ือนกั เรียนและผูปกครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 103 คมู อื นกั เรียนและผปู กค1ร1อง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 104
ประจําปก ารศกึ ษา 2565 ประจาํ ปก ารศึกษา 2565

งานหองสมดุ ขอบงั คับในการยืม
1. จะตองเปนสมาชิกของหองสมุด โดยมีบัตรประจําตัวนักเรียนที่โรงเรียน
หองสมดุ เฉลิมพระเกียรตกิ าญจนาภเิ ษก โรงเรียนอตุ รดติ ถ เปน ศนู ยร วมวิชาการ
สารสนเทศในทุกรูปแบบ โดยมีจุดมุงหมายเพื่อสงเสริมและสนับสนุนใหครูและนักเรยี น ออกให
ทุกคนในโรงเรียนไดรับประโยชนจากการศึกษาคนควาจากหนังสือ สื่อตางๆ ของ 2. หนังสือทว่ั ไปยืมไดครั้งละ 2 เลม กาํ หนดยืมภายใน 3 วัน ถา เกินกาํ หนดปรับ
หองสมุดใหมากท่ีสุด รวมถึงสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพการเรยี นการสอนของครู โดย
ใชแ หลงขอมลู สารสนเทศตา งๆ ของหอ งสมดุ วนั ละ 1 บาท ตอเลม
3. หนังสือจอง หรือหนังสืออางอิงยืมไดคร้ังละ1เลม สงคืนภายในเวลา
เพ่ือความสะดวกของผูเขามาใชบริการและผูปฏิบัติงาน ซึ่งเปนผูบริการของ
หองสมุด ดังน้ันงานหองสมุดจึงไดรวบรวมระเบียบและวิธีใชหองสมุดขึ้น เพ่ือเปน 11.00 น. - 12.40 น. ของวันรุงขึ้น ถา เกินปรับวนั ละ 5 บาท ตอเลม
แนวทางในการปฏบิ ัตริ วมกนั โดยมีจดุ มุงหมายเพอื่ ใหบริการที่มีประสิทธภิ าพสูงสดุ ดวย
ความสะดวก รวดเร็ว และใชประโยชน จากแหลงขอมูลสารสนเทศตางๆ ในหองสมุด วธิ ีการปฏิบตั ิในการยืมหนงั สือ
ใหม ากถงึ ท่ีสดุ รวมท้ังปลกู จติ สาํ นึกทด่ี ีกบั ผูใชบ ริการในการดแู ลรักษาหอ งสมดุ วสั ดุ 1. เปดบริการยืม เชา เวลา 07.00 น. - 07.30 น. กลางวัน เวลา 11.00 น. -
ครุภัณฑของหองสมุด และใชประโยชนใหยาวนานที่สุด โดยไดกําหนดแนวทางในการ
ปฏบิ ตั ติ ามระเบียบของสมดุ เฉลิมพระเกยี รตกิ าญจนาภเิ ษกไวดังนี้ 12.30 น. เย็น เวลา 15.10 น. - 17.30 น.
2. เลือกยืมหนังสือไดเองแลวไปยืมหนังสือที่ตองการตอเจาหนาที่ประจํา
กาํ หนดเวลาใชหองสมดุ
เปดบริการ จนั ทร- ศกุ ร หยุดวันนกั ขตั ฤกษ ตง้ั แตเ วลา 07.30-17.00 น. เคานเตอร
บรกิ ารยืม-คืน เวลา 11.00 น.-12.40 น. และ เวลา 16.00-17.00 น. 3. แสดงบัตรประจาํ ตัวนกั เรยี นทุกคร้ังที่ตองการยืมหนังสอื
4. ยื่นหนังสือ และบัตรประจําตัวนักเรียนตอเจาหนาที่ ใหเจาหนาที่ สแกน
ผูมีสทิ ธิใ์ ชห อ งสมุด
นกั เรยี น ครแู ละบคุ ลากรโรงเรียนอตุ รดติ ถ และบคุ คลท่วั ไป บารโคดบัตรประจําตัวนักเรียน และ สแกนบารโคดหนังสือท่ียืม เขาระบบยืมหนังสือ
และประทับตราวันกาํ หนดสงแลว รบั หนงั สอื ไปได
ผูมีสิทธิย์ มื หนังสือ
นักเรียน ครูและบุคลากรโรงเรียนอุตรดิตถ และบุคคลภายนอกท่ีสมัครเปน วิธกี ารยมื -คืน หนังสอื e-book จากหอ งสมดุ อิเลก็ ทรอนิกส
หองสมุดมีบรกิ ารหนังสือ e-book ยมื ไดท ุกที่ทุกเวลาวธิ ียืม ยมื ผานแอพพลเิ คชน่ั
สมาชกิ ของหอ งสมดุ
(Application) หองสมุด ผูใชบริการตองติดตั้งแอพพลิเคช่ัน (Application) และเปน
สมาชกิ ของหอ งสมุดเทา นั้น โดยใชร หสั สมาชิกที่หอ งสมุดกาํ หนดใหใ นการยมื หนังสือ
วธิ ีปฏิบตั ิเมื่อนําหนงั สอื สงคนื

1. เวลาสงคืน เวลา 07.30 น. - 08.00 น.
เวลา 11.00 น. - 12.40 น.
เวลา 16.00 น. - 17.00 น.

2. ย่ืนบัตรประจําตัวหนังเรียน และหนังสือตอเจาหนาที่ เพ่ือสแกนบารโคด
บัตรประจาํ ตัวนกั เรยี น และ สแกนบารโ คด หนงั สือที่ยืม เพ่อื เขาสรู ะบบการคนื หนังสอื

คมู ือนกั เรียนและผปู กครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 105 คมู ือนกั เรียนและผปู กค1ร1อง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 106
ประจําปก ารศึกษา 2565 ประจาํ ปการศึกษา 2565

มารยาทในการใชหองสมุด งานประชาสมั พนั ธ
1. แตงกายสุภาพ ตามระเบยี บของโรงเรียนอตุ รดิตถ (นกั เรียนไมส วมรองเทา เขา
โรงเรียนเปน หนว ยยอยที่สําคัญยิ่งหนวยหนึ่งของสงั คมไทย จงึ เปน ความจาํ เปนท่ี
หอ งสมุด) โรงเรยี น ตอ งมีการบอกเลาแนะนาํ ประชาสมั พนั ธก ิจการ กจิ กรรม และความเคล่อื นไหว
2. นํากระเปา ถุง ยาม วางที่ชั้นวางท่ีหองสมุดกําหนด นําของมีคาและกระเปา ตางๆ ของโรงเรียน ใหเปนท่ีรูจักแกบุคคลท่ัวไปอยูตลอดเวลา งานประชาสัมพันธ
โรงเรียนเปนงานตอ เนือ่ ง และชวยสงเสรมิ ความเขาใจและความสมั พันธอันดีใหเกดิ กับ
สตางคต ิดตัว ไปดว ยเสมอ หากสญู หายหอ งสมุดจะไมร บั ผิดชอบ บคุ คลทุกฝายที่เกีย่ วของไมวา จะเปน ครู อาจารย นักการ ภารโรง พอ แม ผปู กครอง และ
3. หอ งสมดุ ไมร ับผดิ ชอบของท่ีมีคา ชมุ ชน
4. ผูอยูในบริเวณหองสมดุ ตองสํารวมกริยาวาจา ไมสงเสียงดังรบกวนผอู ่ืน และ
การใหบรกิ ารของงานประชาสัมพันธ
ปฏิบัติตนมิใหร บกวนผูอื่น 1. สรางภาพพจนท่ีดี ความเช่ือม่ัน ไววางใจ และสรางคานิยมที่ดีใหเกิดขึ้นแก
5. หา มนาํ อาหาร ขนม และเครอื่ งดื่มเขา มาในหอ งสมุด
6. หา มฉกี ทาํ ลาย ซ่งึ ส่ือพิมพหรือทรพั ยสินในหอ งสมุด โรงเรียน ตลอดจนแกไ ขขอขอ งใจตางๆ เพอื่ ใหบ คุ คลทเ่ี กยี่ วของ และบุคคลทวั่ ไปมคี วาม
7. หามสูบบหุ รใี่ นหอ งสมดุ เขา ใจดีตอ โรงเรยี น
8. ผูใชหองสมุด ตองไมนําทรัพยากรสารสนเทศออกจากหองสมุดโดยมิไดยืม
2. จัดทําส่ือแนะนําโรงเรียนเพื่อใหผูปกครอง ผูมาเยือน และบุคคลท่ีมาติดตอ
ตามระเบยี บ โรงเรียน ไดร ูจกั โรงเรยี นดขี ึ้น
9. งดใชเครอ่ื งมือสื่อสารทกุ ชนดิ ภายในหองสมุด ซ่งึ เปนการรบรวนผอู น่ื
10. ติดตอหองสมุดทุกคร้ังตองใชบัตรนักเรียน / บัตรสมาชิกหองสมุด และการ 3. บริการออกเสียงตามสาย โดยจัดใหมีการประกาศขาวท่ีนารู บันเทิง การนัด
หมาย ทตี่ อ งการใหรโู ดยท่ัวกันทง้ั โรงเรยี น โดยจัดเปนเวลาคอื กอ นเขา แถวเคารพธงชาติ
ยืมหนงั สอื ออกจากหอ งสมุดตอ งใชบ ัตรยมื หนังสอื ของตนเองเทาน้นั ตอนเชา ชว งพักรับประทานอาหารกลางวัน และชว งหมดคาบเรยี นของวนั
11. ผใู ดทฝ่ี าฝนระเบียบหรอื ไมปฏบิ ตั ติ ามหอ งสมุดจะดําเนินตามข้นั ตอนดังน้ี
11.1 วากลา วตักเตอื นดว ยวาจา 4. ใหการตอนรับและความสะดวกแกผมู าเยอื น และมาตดิ ตอโรงเรียนตลอดจน
11.2 บันทกึ เปน หลักฐาน เม่อื ไดรับการตักเตอื นแลว 3 ครัง้ ใหความรว มมือตอชุมชน
11.3 ตดั สิทธิก์ ารยมื 1 ภาคเรียน เม่ือถูกตักเตือน 3 ครัง้ และแจง ครู ท่ี
5. เผยแพรประชาสัมพันธรายงานเกี่ยวกับความกาวหนาของโรงเรยี น กิจกรรม
ปรึกษา ตางๆ ที่โรงเรียนจัดข้ึน เพ่ือความสัมพันธทั้งภายในและภายนอก และกิจกรรมเพ่ือ
11.4 การนําทรัพยากรสารสนเทศออกจากหองโดยไมไดยืมรวมท้ังการตดั พัฒนาสังคม

ฉีก ทําลาย เปนการทาํ ลายทรพั ยสินของราชการ มีโทษปรบั 20 เทาของราคาหนงั สือ 6. จัดทําวารสาร “ดติ ถบท” เพอื่ เปนสือ่ กลางระหวางบาน ชมุ ชน และโรงเรยี น
11.5 แจงฝายกิจการนักเรียนหรือกลุมงานท่ีรับผิดชอบ เพ่ือดําเนินการ 7. จดั ทาํ ปา ยนิเทศขาว
8. ตดิ ตอ สือ่ สารระหวางผูป กครอง-นกั เรยี น
ตอไปตามระเบียบของโรงเรียน 9. บริการรบั ไปรษณียภณั ฑ แลว ประกาศแจง ผูร บั
ภายหลังท่ีปฏิบัติตามขอ 11.1-11.5 แลวไมปฏิบัติตามระเบียบหองสมุดจะตัด 10. จัดกิจกรรมท่เี ปน แรงเสริมขวัญกาํ ลงั ใจแกนกั เรียนและบุคลากรของโรงเรยี น
เชน พธิ ีแสดงความยนิ ดีในโอกาสท่ีนกั เรียนสอบเขา เรียนตอ ในสถาบนั ที่สูงขน้ึ ได
สทิ ธ์ใิ นการใชบริการหองสมุดตอไป

คูมือนกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 107 คมู อื นกั เรยี นและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 108
ประจาํ ปการศกึ ษา 2565 ประจําปก ารศึกษา 2565

11. จัดใหมีชุมนุมประชาสมั พันธ เพื่อใหนักเรียนท่ีสนใจงานดานประชาสัมพันธ งานโสตทศั นศึกษา
ไดเรียนรูแ ละฝกฝน
สถานท่ี หอ ง 312 อาคาร 3 โทร. 055-049665 ตอ 132
นกั เรยี นสนใจการบรกิ ารตา งๆ และกิจกรรมชมุ นุมประชาสมั พันธ โรงเรียนอุตรดิตถจัดใหมีบริการทางดานโสตทัศนศึกษา เพื่อสงเสริมและ
ตดิ ตอ ไดทีค่ รเู จาหนาท่ีประชาสมั พันธ
สนบั สนุนการเรียน การสอนของครูอาจารย และนักเรยี น เพ่ือใหเกิดบรรยากาศทดี่ ีและ
งานประชาสัมพนั ธ ตั้งอยูอาคาร 1 ประชาสัมพนั ธ เอื้อตอการเรียนรู ใหนกั เรยี นและครูอาจารย อยูในโรงเรยี นไดอยางมีความสุข
โทร 055-411104 ตอ 0
การใหบรกิ ารทางดานโสตทัศนศกึ ษาตา งๆ มีดังน้ี
1. บริการการใชหองโสตทัศนศึกษา และอํานวยความสะดวกการใชอุปกรณ

โสตทศั นปู กรณภ ายในหอ งประชมุ
2. บริการการใชวัสดุอุปกรณโสตทัศนศึกษาตางๆ อาทิ กลองถายวีดีโอ เคร่ือง

เลน DVD และบันทึกเทปวิดีทัศน เคร่ืองขยายเสียงและลําโพง ไมโครโฟน เครื่องฉาย
ภาพทึบแสง (video visualize) เครือ่ งฉายวดี ทิ ศั น (video projector) ฯลฯ

3. บริการใหยืมวัสดอุ ุปกรณโสตทัศนศึกษาตางๆ อาทิ เทปวีดิทัศน เคร่ืองขยาย
เสียงและลาํ โพง ไมโครโฟน ฯลฯ

4. บริการถา ยภาพสี ถายวีดิทศั น
5. บริการบันทกึ เสยี ง และสําเนา CD และ DVD
6. บริการบันทกึ ตัดตอ (record/edit) เทปเสยี ง และเทปวีดิทัศน
7. บริการรายการโทรทัศนผ า นเครือขายภายใน (IPTV) และผา นระบบเคเบิ้ลทีวี
ภาคเชาเวลา 07.00 น. - 07.50 น. และกลางวัน เวลา 11.25 น. - 13.15 น. หรือ
กจิ กรรมตา งๆ ตามแตช ว งเวลา
8. บริการถา ยทอดสดผานอนิ เตอรเน็ต
9. บริการบันทึกการจัดการเรียนรูและแบงปนความรูระดับโรงเรียนศูนย
เครือขายของสาํ นักบรหิ ารงานการมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย สพฐ.

คูมอื นกั เรียนและผูปกครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 109 คูมือนกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 110
ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565 ประจาํ ปการศกึ ษา 2565

ขอ ปฏบิ ตั ขิ องนักเรยี นในการใชบริการหองโสตทัศนศกึ ษา งานโภชนการ
1. ถอดรองเทา และวางใหเ ปน ระเบียบในชอ งวางรองเทา หนาหอ ง
2. ไมสงเสยี งดงั /หรอื เลนกนั อนั เปนการรบกวนผอู น่ื สํานักงาน อาคาร 6 โทร. 055-049665 ตอ 133
3. ไมนําอาหาร เครือ่ งดืม่ ของขบเค้ียวเขามาในหองโสตทศั นศกึ ษา โรงเรียนมีหนาท่ีปลูกฝงใหนักเรียนรูจักคุณคาของอาหาร รูจักเลือกซื้
4. ชว ยกนั ดูแลปดไฟฟา เครือ่ งปรับอากาศเม่ือไมม ผี ใู ดอยูใ นหอง
5. ชวยกนั ดูแลรกั ษาความสะอาดในหอ งโสตทศั นศึกษา เลือกรับประทานอาหารราคาถูก สะอาดและปลอดภัย มีคุณคา และมีความจําเปน
6. หา มใชโสตทศั นูปกรณทกุ ชนดิ เวน แตไ ดร บั อนญุ าตจากครู ตอรางกายโรงเรยี นจึงบริการอาหารกลางวัน โดยคดั เลือกรานคาทมี่ ีคณุ ภาพมาจําหนาย
ทัง้ นีม้ ีจุดประสงคม ุงหมายดังน้ี
ขอ ปฏบิ ตั ขิ องนกั เรียนในการยืมวสั ดุอปุ กรณโ สตทัศนศกึ ษา
1. ผูขอยืมดรู ายการวัสดุอปุ กรณโสตทศั นศกึ ษาในสมุดรายการ 1. เพื่อใหนักเรียนไดรับประทานอาหารที่มีราคาถูก มิไดมุงกําไร แตมุงบริการ
2. ผขู อยมื เขียนขออนุญาตในแบบขอยืมวัสดอุ ปุ กรณโสตทศั นศกึ ษา นักเรียน เปนประการสําคัญ กําไรที่ไดบางเล็กนอยนั้น ก็นํามาปรับปรุงบริการอาหาร
3. ผขู อยืมตอ งชวยดแู ลรกั ษาวัสดุอปุ กรณโ สตทศั นศึกษาใหค งสภาพเดิม กลางวนั ใหด ีขึน้
4. ผขู อยมื ตอ งนําวัสดอุ ุปกรณโ สตทศั นศึกษาที่ยืม สงคนื ตามกําหนดนัดหมาย
5. ถาวัสดุอุปกรณโสตทัศนศึกษาท่ียืมชํารุดเสียหาย/หรือสูญหายใหซื้อคืนหรือ 2. เพือ่ ใหน ักเรยี นไดร ับประทานอาหารทส่ี ะอาด ถูกสุขลกั ษณะมอี าหารจําหนาย
หลายประเภท
จา ยเปน จรงิ ตามราคาจรงิ
3. เพอื่ ฝกมารยาทในการซือ้ และรบั ประทานอาหารการจดั บรกิ ารอาหารกลางวนั
แกน กั เรียนจํานวนมาก ปญ หาตางๆ ยอ มมมี าก ฉะนนั้ เพ่อื ความจาํ เปน ทจี่ ะใหม ีระเบียบ
เรยี บรอย นักเรยี นผูใชบ ริการ ทกุ คนควรเคารพ และปฏบิ ตั ิตามเกณฑข องสวนรว ม ดังน้ี

3.1 เลือกซ้ืออาหารตามรานคาได โดยสแกนจาย QR-Code ของแตละ
บคุ คล

3.2 การซอ้ื อาหารและเครื่องดื่มตอ งเขา แถวเรยี งหนึง่
3.3 เมอ่ื ซอื้ อาหารแลว ใหนั่งรับประทานในบรเิ วณโรงอาหารและทจ่ี ัดไวให
เรียบรอ ย หา มนําอาหารไปรับประทานนอกบรเิ วณ
3.4 เมือ่ รับประทานอาหารเสรจ็ แลว ใหนาํ ภาชนะใสตามทีโ่ รงเรยี นกําหนด
3.5ใหนักเรียนทุกคนชวยกันรักษาความสะอาด และตองไมทิ้งเศษอาหาร
ลงบนโตะหรอื พ้ืนโรงเรียน
3.6 การจําหนายอาหาร จะจาํ หนา ยในชวงเชา เวลา 07.00-07.50 น.และ
ใหร บี มาเขา แถวเคารพธงชาติ เวลา 08.00 น. สว นในชวงพกั กลางวัน คาบท่ี 4 คาบที่ 5
เวลา 11.25-13.15 น.

คูมอื นกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 111 คมู อื นกั เรียนและผปู กค1ร1อง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 112
ประจําปการศกึ ษา 2565 ประจาํ ปการศึกษา 2565

3.7 โรงเรียนบริการนํ้าเย็น โดยนักเรียนไดรับการด่ืมนํ้าเย็นจากตูนํ้า
ทําความเยน็ จากเครื่องกรองนํา้ ทีถ่ ูกสขุ ลกั ษณะ

3.8 โรงเรียนไดปรับปรุงขยายโรงอาหารใหเพียงพอแกจํานวนนักเรียน
เพอ่ื ใหทัง้ ครูและนักเรยี นไดมีบรรยากาศที่ดยี ิ่งขึ้น

ภาพ เกา่ … เล่า เรือง

คูมือนกั เรียนและผปู กครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 113 คมู ือนกั เรียนและผปู กค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 114
ประจําปการศกึ ษา 2565 ประจําปการศึกษา 2565

อาคาร 1

คูมือนกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 115 อาคาร 2 116
ประจาํ ปก ารศึกษา 2565
คมู อื นกั เรยี นและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอุตรดติ ถ
ประจาํ ปการศึกษา 2565

อาคาร 3 อาคาร 5

อาคาร 4 117 อาคาร 6 118

คูมอื นกั เรียนและผูป กครอง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ คมู อื นกั เรยี นและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอตุ รดติ ถ
ประจาํ ปการศกึ ษา 2565 ประจาํ ปการศึกษา 2565

อาคาร 7 ศาลาธรรมบรรหารมณีรตั น

อาคาร สุวชิ าโน อนุสรณ 119 หลวงพอ เพ็ชร 120

คูมอื นกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ คูม อื นกั เรยี นและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ
ประจําปการศกึ ษา 2565 ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565

หอประชุมนาํ้ เงนิ ชมพู เรือนเวชบุตร

อาคารสมาคมศิษยเกาโรงเรยี นอตุ รดิตถ หองราตรีพทิ กั ษ

คูมือนกั เรียนและผปู กครอง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 121 คูมอื นกั เรยี นและผูป กค1ร1อง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 122
ประจําปก ารศกึ ษา 2565 ประจาํ ปก ารศึกษา 2565

ฝายกิจการนกั เรียน ม.1 และ ม.4 (1 จดุ )
ม.2 และ ม.5 (2 จดุ )
ระเบยี บโรงเรยี นอุตรดิตถ ม.3 และ ม.6 (3 จุด)
เรื่อง วา ดวยการแตง กายของนกั เรยี น พ.ศ. 2565 และประจําตัว ชื่อ และจุดเคร่ืองหมาย ใหขอแบบท่ีฝายกิจการนักเรียน
--------------------------------------------------------- และติดเคร่ืองหมายสัญลกั ษณเ ข็มโรงเรียน
เ พ่ื อ ใ ห ก า ร แ ต ง ก า ย ข อ ง นั ก เ รี ย น โ ร ง เ รี ย น อุ ต ร ดิ ต ถ เ ป น ไ ป ต า ม ร ะ เ บี ย บ ข อ ง 1.1.2 กางเกง
กระทรวงศึกษาธิการ วาดวยเคร่ืองแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 และระเบียบ ช้ัน ม.ตน ใชกางเกงสั้นสีกากี ช้ัน ม. ปลาย ใชกางเกงขาสั้นสีกรมทาหา ม
กระทรวงศึกษาธิการวาดวยการแตง กายของนักเรียน พ.ศ. 2565 โรงเรยี นอุตรดติ ถ จึง ใชผาที่มีสีเขมหรือออนจนเกินไป หามใชผามันหรือผาดายดิบ ใหตัดเย็บทรงสุภาพไม
วางระเบียบไวด งั ตอ ไปน้ี รัดรูปหรือเอวหลวมจนเกินไป ความยาวของกางเกงเหนือเขา 5 เซนติเมตร กระเปาตรง
ขางๆ ละ 1 ใบ ไมมีกระเปาหลัง มีจีบดานหลงั ขางละ 2 จีบ หันไปทางกระเปากางเกง
หมวด 1 มหี รู อยเข็มขดั รวม 7 หู ยาวไมเ กิน 5 เซนติเมตร
เครอื่ งแบบนักเรยี น 1.1.3 รองเทา-ถงุ เทา
ม. ตน ใหใชรองเทา ผา ใบหุมสน สีนา้ํ ตาล ไมมลี วดลายหรอื ใชร องเทาหนัง
1. เครอื่ งแบบนกั เรียน สีน้ําตาลหมุ สน มสี ายผูกสีเดยี วกนั กบั รองเทา ถุงเทา สนี ้ําตาล หามพบั หรือมวนถุงเทาลง
1.1 นักเรียนชาย (ทง้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน-ตอนปลาย) มาใหด ึงจนถุงเทาตึง อยูเ หนอื ตาตุม ไมน อ ยกวา 3 น้ิว
1.1.1 เส้อื เสอ้ื แบบเชต้ิ คอตง้ั ตัดเย็บดวยผา ขาวเกล้ยี ง หามใชผ า ดา ยดิบ ม. ปลาย ใชรองเทาผาใบสีดําหุมสนไมมีลวดลาย มีสายผูกสีเดียวกับ
รองเทา หรือใชรองเทาหนังสีดําหุมสนมีสายผกู สเี ดียวกบั รองเทา ถุงเทาสีขาว หามพับ
ผาเน้ือมัน ผาแพร ผาที่มีลายในตัวหรือผาท่ีมีเน้ือบางเกินไป ใหมีสาบหนาอกดานซาย หรอื มวนถงุ เทา ลงมาใหดงึ จนถงุ เทา ตงึ อยูเหนือตาตุม ไมนอ ยกวา 3 น้ิว
ติดกระดุมแบบกลมเสนผาศูนยกลางไมเกิน 1 เซนติเมตร แขนเส้ือเหนือศอกประมาณ 1.2 นักเรียนหญงิ ม. ตน
5 เซนติเมตร ความกวางของแบบเส้ือไมรัดรูป หรือกวางเกินไป ตะเข็บแขนพับเขาไป 1.2.1 เส้ือ เส้ือแบบคอบัวแขนยาวรดู ปลายจั๊มแขน มีขอบ 4 เซนตดิ เมตร
ไมนอยกวา 1.5 เซนติเมตร และไมกวางกวา 2.5 เซนติเมตร ดานหลังเส้ือไมมีสาบ ติดกระดุม 1 เม็ด ตัดดวยผาขาวเกลี้ยงไมมีลายเสนหรือลายทางใดๆ ทั้งสิ้นหามใชผา
มีกระเปาเปดตามราวนมทางอกซา ย 1 ใบ กวาง 8 เซนติเมตร ยาว 12 เซนติเมตร และ เนื้อมัน ผาแพรผาดิบ มีขอบเอว 4 เซนติเมตร ผูกไทสีกรมทา ผาหนากระดุม 6 เม็ด
ไมเกิน 12-15 เซนติเมตร เหนือกระเปาเสื้อ 1 น้ิว ใหปกช่ือ-นามสกุล สูง 1 เซนติเมตร มีกระเปา 1 ใบ ดานซายมือ ปกช่ือบนกระเปาเสื้อและดานขวามือปก อ.ต. และเลข
อกขวาในระดับเดยี วกัน ปก อักษรยอ อ.ต. ต่าํ ลงมา ½ นว้ิ ปก เลขประจําตัวเปน เลขไทย ประจาํ ตัวเปน เลขไทย ปก ดวยไหมสีนํา้ เงิน เสอ้ื ผาท่นี กั เรียนใส ใหรดี เรียบรอ ยอยางเดยี ว
ทงั้ หมดนี้ปกดว ยไหมสีนาํ้ เงิน (หามใชรูปลอกกํามะหย่ี) เหนอื ช่อื นามสกุลดานซา ยใหปก เทานน้ั ไมใ หรดี เปน ชัน้ หรอื ลวดลายตางๆ
จุดเคร่ืองหมายระดับชั้น ม.ตน-ม.ปลาย ปกดวยไหมสีนํ้าเงิน (หามใชรูปลอกกํามะหยี่) 1.2.2 กระโปรง นักเรียนหญิง ม. ตน ใหใชกระโปรงสีกรมทาตัดแบบ
เหนือชื่อนามสกุลดานซายใหปกจุดเคร่ืองหายระดับชั้น ม. ตน-ม. ปลาย ปกดวยไหมสี นักเรียน คือมีจีบดานหนา 6 จีบ หันจีบออกดานขางๆ ละ 3 จีบ ดานหลังเชนเดียวกัน
น้าํ เงนิ ดังน้ี ตีเกร็ดทับลงมาจากเอวประมาณ 8-12 เซนติเมตร ความลึกของจีบ 5-7 เซนติเมตร
ความยาวคลุมเขาวัดจากจุดกึ่งกลางลงไป 8-10 เซนติเมตร และใหมีกระเปาเฉพาะ
ดา นขางตามแนวตะเข็บเทา น้ัน

คูมอื นกั เรยี นและผูปกครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 123 คูม อื นกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 124
ประจาํ ปการศึกษา 2565 ประจําปการศึกษา 2565

1.3 นักเรยี นหญงิ ม. ปลาย หมวด 2
1.3.1 เส้ือ เสอื้ ใชเ สอ้ื คอเชติ้ ชายเสื้อซอ นเขา ในกระโปรง มีกระดมุ ขนาด ทรงผมนกั เรยี น

เสนผาศูนยก ลาง 1 เซนติเมตร ไมม ีสาบเสือ้ แขนเส้ือมจี บี หนา 3 จบี หลัง 3 จีบ แขนรัด 2. ทรงผมของนักเรยี น
เหนือขอศอกประมาณ 5 เซนติเมตร ขอบแขนเสื้อกวาง 2.5-3 เซนติเมตร จะตองตัด 2.1 ผม ทรงผม (ชาย)
ดวยผาขาวเกล้ียงไมมลี ายเสนหรอื ลายทางใดๆ ทั้งส้ิน หามใชผาเน้อื มัน ผาแพรผา ดาย ม. ตน ตัดผมรองทรงส้ันดานบนยาว หามเกิน 2 เซนติเมตร หรือดานขาง
ดิบ หรือผาท่ีมีเนื้อบางจนเกินไป อกขวาปก อ.ต. แตตํ่าลงไป ½ น้ิว ปกเลขประจําตัว
ดวยเลขไทยอกดานซายปกช่ือ นามสกุล ขนาดสูง 1 เซนติเมตร ในระดับเดยี วกันกับอก เกรียน ติดหนังศรี ษะ หามตัดทรงสกินเฮด
ดานขวาทั้งหมดปกดวยไหมสีน้ําเงินเขมเหนือชื่อ ดานซายใหปกจุดเครื่องหมายระดับ ม. ปลาย ตัดผมรองทรงสูง ดานบนยาวหามเกิน 4 เซนติเมตร ดานหลัง
เดียวกันกับนักเรียนชาย โดยใหใชตามแบบที่โรงเรียนกําหนดให เสื้อผาที่นักเรียนใส
ใหร ีดเรยี บรอ ยอยางเดยี วเทา น้ันไมใ หรดี เปนชนั้ หรอื ลวดลายตางๆ 1.5 เซนตเิ มตร ไมอนุญาตใหตดั ทรงสกินเฮด
2.2 ผม ทรงผม (หญิง) นักเรียนทุกคนตองตัดผมทรงตรง เปดหูยาวไมเกินตนี
1.3.2 กระโปรง นักเรียนหญิงทุกคน ใหใชกระโปรงสีกรมทา ตัดแบบ
นักเรียน คือ มีจีบดานหนา 6 จีบ หันจีบออกดานขางๆ ละ 3 จีบ ดานหลังก็เชนกัน ผม หามยอม ดัด ซอย ท่ีไมใชทรงนักเรียน หรือเปลี่ยนแปลงไปจากธรรมชาติ ถาไวผม
ตีเกร็ดทับลงมาจากเอวประมาณ 8-12 เซนติเมตร ความลึกของจีบ 5-7 เซนติเมตร ยาวใหรวบดว ยรบิ บิ้น สนี า้ํ เงนิ ขนาดกวา งไมเกนิ 1 น้วิ
ความยาวคลุมเขาวัดจากจุดกึ่งกลางเขาลงไป 8-10 เซนติเมตร และใหมีกระเปาเฉพาะ
ดานขางตามแนวตะเข็บเทา นัน้ หมวด 3
เคร่อื งแบบลกู เสือและเนตรนารี
1.3.3 เข็มขัด ใหหัวเข็มขัดรูปส่ีเหล่ียมผืนผา เสนเข็มขัดเปนหนังไมเกิน
5 เซนติเมตร ความยาวของสายไมเกิน 1 ใน 4 ของรอบเอว หามสลักลวดลายหรือตดิ 3. เครื่องแบบลูกเสือ
สติก๊ เกอร หรือวาดรปู ตา งๆ 3.1 ลูกเสอื สามัญรุนใหญ
3.1.1 หมวก ทรงออนสีเลือดหมู มีตราหนาหมวกรูปคณะลูกเสือแหงชาติ
1.3.4 รองเทา, ถุงเทา ใหใชรองเทาหนังสีดํา มีสายรัดหลังเทา ถุงเทาสน้ั
สีขาวพับใหเรียบรอยเหนือขอเทาพอควร หามใชถุงเทาในลอนชนิดบาง และหามใช ทําดวยโลหะสีทอง เวลาสวมใหห นา หมวกอยูเหนือควิ้ ซา ย
ถุงเทาที่ส้ันเพียงขอบรองเทา ขอบถุงเทาใหใชพับลงไป หามมวน สําหรับรองเทาผาใบสี 3.1.2 เสอ้ื คอพบั สีกากี แขนส้นั เหนือศอก ผา อกตลอด อกเส้อื มีสาบกวา ง
ขาวใชเลนกีฬาตองไมมีลวดลายหรือสีอ่ืนแทรก ใหใชเฉพาะวันท่ีเรียนพลศึกษา หรือใน
วันท่ีมีกิจกรรมที่ทางโรงเรียนอนุญาตใหใชเทานั้น จะนํามาใส ในเวลาเรียนปกติไมได 3.5 เซนติเมตร มกี ระดมุ 4 เมด็ อกมกี ระเปาขา งละ 1 ใบ มแี ถบตรงก่งึ กลางตามทางดิ่ง
ถุงเทา ใหอยเู หนือตาตมุ ไมน อ ยกวา 7.5 เซนติเมตร หรอื 3 น้ิว เจาะรังดุมกึ่งกลาง กระเปา 1 เม็ด มีสาบอินธนูสีเดียวกับเส้ืออยูเหนือบาทั้ง 2 ขาง
ขนาดกวา ง 3.5 เซนติเมตร ตดิ อินธนูสีเลอื ดหมู

3.1.3 ผาผาผูกคอ รูปสามเหลี่ยมหนาจั่วสีมวง มีหวงผาผูกคอ ปลายผา
เปนรปู สญั ลกั ษณข องจงั หวดั อุตรดติ ถ

3.1.4 กางเกง ใชกางเกงแบบเดียวกบั กางเกงนักเรยี นสีกากี
3.1.5 เข็มขัด สีน้ําตาลกวางไมเกิน 3 เซนติเมตร ทําดวยโลหะสีทอง มี
ลายนนู รูปตราคณะลูกเสือแหงชาติ ภายในกรอบชอ ชัยพฤกษ
3.1.6 ถุงเทา ยาวสกี ากี พบั ขอบไวใ ตเขา ใตข อบมีพสู ีเลือดหมู
3.1.7 รองเทา ใชแ บบรองเทา นกั เรยี นสนี า้ํ ตาล

คมู ือนกั เรยี นและผูปกครอง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 125 คมู อื นกั เรยี นและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 126
ประจําปการศกึ ษา 2565 ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565

3.2 เนตรนารี ทรงผม
3.2.1 หมวก ทรงออ นสเี ขยี ว มีเข็มเนตรนารตี ิดอยูท ่หี นา หมวก
3.2.2 เส้ือ สีเขียวแขนสั้นเหนือศอก ผาอกตลอด อกเส้ือมีสาบกวาง 4 และ

เซนติเมตร มีกระดุม 5 เม็ด อกมีกระเปาขางละ 1 ใบ มีแถบตรงกึ่งกลางตามแนวดิ่ง การแตงกาย
เจาะรงั ดมุ กึ่งกลางกระเปา 1 เม็ด มีสายอนิ ธนสู ีเดียวกบั เสื้ออยูเหนอื บา ท้งั 2 ขาง ขนาด
กวาง 3.5 เซนติเมตร ที่ถูกตองตามระเบยี บของโรงเรยี น

3.2.3 ผาพันคอ รูปสามเหล่ียมหนาจั่วสีมวง ใชวอคเก้ิล ปลายผาเปนรูป
สญั ลักษณของจังหวดั อตุ รดิตถ

3.2.4 กระโปรง สีเขียวยาวคลมุ เขา ตดั แบบจบี หนา, จีบหลงั
3.2.5 เขม็ ขัด ใชหัวเขม็ ขดั รูปสีเ่ หลย่ี มผนื ผา สัญลักษณเ นตรนารี สายหนัง
สดี าํ ความยาวของสายไมเ กนิ 1 ใน 4 ของรอบเอว
3.2.6 ถุงเทา สขี าวสนั้ ถึงนอง
3.2.7 รองเทา หนงั สีดํา (รองเทานักเรียน)

หมวด 4
เครือ่ งประดบั และอื่นๆ

4. เครือ่ งประดับ และอ่ืนๆ
4.1 เครอื่ งประดบั และของมีคา หามนักเรยี นใชเครื่องประดบั และเครอ่ื งสําอาง

ทกุ ชนิด
4.2 โทรศัพทมือถือ โรงเรียนไมสนับสนุนใหนํามาโรงเรียน โรงเรียน

ไมรับผิดชอบกรณีสูญหาย และหามนําเคร่ืองชารทแบตเตอร่ี เครื่องหนีบผมมาเสียบ
ใชไฟฟา ในโรงเรียน

4.3 หา มนักเรียน ชาย-หญงิ เจาะหู สกั ยนั ต
4.4 ใหนักเรียนประดับเข็ม เคร่ืองหมายตราสัญลักษณของโรงเรียนอุตรดิตถ
กบั เคร่ืองแบบนกั เรยี นทกุ คน
5. ใหร องผชู ว ยผอู ํานวยการกลุมบริหารบุคคล รักษาการใหเ ปน ไปตามระเบยี บนี้
6. ใหใชร ะเบยี บนี้ต้งั แตป ก ารศกึ ษา 2565 เปนตนไป

(นายบัญชร จนั ทรด า) 127 คูมือนกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 128
ผอู ํานวยการโรงเรยี นอตุ รดติ ถ ประจาํ ปก ารศึกษา 2565

คมู ือนกั เรียนและผูป กครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ
ประจาํ ปก ารศึกษา 2565

ทรงผมและการแตงกายทถ่ี ูกตอ งตามระเบียบของโรงเรียน การแตงกายนกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน ชาย-หญงิ

คมู อื นกั เรียนและผปู กครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 129 คมู อื นกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 130
ประจําปการศกึ ษา 2565 ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565

การแตงกายนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ชาย-หญงิ การแตงกายลกู เสือ - เนตรนารี

คูมือนกั เรยี นและผูปกครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 131 คมู ือนกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 132
ประจําปก ารศึกษา 2565 ประจําปการศึกษา 2565

การแตง กายชุดพลศึกษา ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน ชาย-หญงิ การแตง กายชดุ พลศึกษา ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ชาย-หญงิ

คูมือนกั เรยี นและผูปกครอง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 133 คูม อื นกั เรียนและผปู กค1ร1อง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 134
ประจําปก ารศึกษา 2565 ประจําปก ารศกึ ษา 2565

การแตง กายนกั ศกึ ษาวชิ าทหาร ชาย-หญิง

ระเบียบโรงเรยี นอุตรดิตถ
เร่ือง วา ดวยการประพฤติและการปฏิบตั ติ นของนักเรยี น พ.ศ. 2565

---------------------------------------------------------
ดวยโรงเรยี นเห็นสมควรแกไขปรับปรงุ ระเบียบ การปฏิบัติของนักเรยี นโรงเรียน
อตุ รดติ ถ ใหเ หมาะสมยงิ่ ขนึ้ จงึ วางระเบียบไวดงั น้ี
ขอ 1 ระเบียบเรียกวา “ระเบียบวาดวยการประพฤติ และการปฏิบัติตน ของ
นกั เรยี นโรงเรยี นอุตรดติ ถ พ.ศ. 2564”
ขอ 2 ใหย กเลกิ ระเบียบอน่ื ใดของโรงเรียนท่ีขดั แยง กบั ระเบยี บนี้
ขอ 3 ระเบยี บน้ีใหใ ชกบั นักเรยี นโรงเรยี นอตุ รดติ ถทกุ คน
ขอ 4 วาดวย ขอพึงปฏิบัติของนกั เรียน โรงเรียนอุตรดิตถ นักเรียนทุกคนพงึ ปฏิบตั ิ
ดังตอ ไปนี้
4.1 ตองแตงกายถูกตองตาม “ระเบียบวาดวยการแตงกายของนักเรียน
โรงเรียนอุตรดติ ถ พ.ศ. 2565”
4.2 หามออกนอกบริเวณโรงเรียนในระหวางเวลาเรียนเวนแตจะไดรับอนุญาต
จากครู
4.3 ตองเช่อื ฟง และปฏบิ ัติอยใู นโอวาทของครู
4.4 ประพฤตปิ ฏิบัตใิ หเปนคนเหมาะสมกบั วยั และสภาพของนกั เรยี น
4.5 มคี วามสุภาพออนโยนตอบคุ คลท่วั ไป
4.6 ตอ งรักษาความสามัคคใี นหมูคณะ ไมกอ การทะเลาะวิวาท
4.7 ไมทําการใดๆ ท่ีจะนําความเสื่อมเสียมาสูโรงเรียน ควรชวยกันเสริมสราง
ชือ่ เสียงมาสูโ รงเรยี นดว ยการแสดงซึ่งความสามารถตา งๆ ทีด่ ีงาม
4.8 ตอ งชว ยกนั ดแู ลรกั ษาทรัพยส ินสมบตั ิของโรงเรียน อนั เปน ของสวนรวม
4.9 ตอ งชวยกนั ประหยัดในการใชน ํา้ และไฟฟาของโรงเรียน
4.10 ทกุ คนตองมบี ตั รประจาํ ตัวนักเรียน และตองนําติดตวั มาดว ยทุกวัน
4.11 ตอ งแตงกายดวยเคร่ืองแบบนักเรียน
4.12 ตองทําความเคารพครทู ั้งในและนอกโรงเรยี นดว ยการยกมอื ไหว
4.13 ในระหวางท่ีมีชั่วโมงเรียนตองอยูในหองเรียนเทาน้ัน เวนแตจะไดรับ
อนุญาตจากครูผูสอนในคาบเรียนนั้นๆ

คมู ือนกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 135 คูมือนกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 136
ประจําปการศึกษา 2565 ประจําปก ารศกึ ษา 2565

4.14 ในกรณีที่ครูไมอยูในหองเรียนใหทุกคนอยูในหองดวยความเรียบรอย - จะตองใชใ หถ ูกตอ งตามทกี่ าํ หนดไวใ หเ ปน ระดับชัน้ เรียน
ไมสงเสียงดังหรือกระทําการใดๆ อันเปนการรบกวนหองใกลเคียง และถามีความ - หามใชหองนํ้าบนอาคารเรียน ซึ่งจะใหใชเฉพาะครู ยกเวนจะไดรับ
จําเปน ตอ งออกนอกหองเรียน ในขณะที่ครูไมอ ยใู นหองใหขออนญุ าตจากหัวหนา หอง อนญุ าตเพราะมเี หตจุ ําเปน
4.23 ตอ งไมช ักนําบุคคลภายนอกเขามาเกะกะวนุ วายภายในโรงเรียน
4.15 การรกั ษาความสะอาดและความเปน ระเบียบในหอ ง 4.24 ใหน ักเรียนช้ีแจงผูปกครอง บดิ า มารดา หรือญาตขิ องนักเรยี นที่อาจจะมา
- จัดเกาอ้ีและโตะเรยี นใหเปน ระเบยี บ พบนักเรียน ใหม าติดตอ ขอพบนกั เรียนทหี่ องฝายกจิ การนกั เรียนเทา นั้น
- ใหนักเรียนรักษาเกาอ้ี โตะเรียนของตนใหสะอาดและอยูในสภาพ 4.25 นักเรียนที่นําอาวุธ เครื่องประดับ โทรศัพทมือถือ หรืออุปกรณตางๆ ท่ีผิด
ระเบียบ มาโรงเรียน โรงเรียนจะยึดของน้ันๆ ไว แลวใหผูปกครองมาติดตอขอรับคืน
สมบูรณตลอดเวลา ภายใน 7 วนั ถาพนกาํ หนดโรงเรยี นจะไมคนื ใหไมวากรณใี ดๆ ทัง้ ส้ิน
- ไมขีดเขียนเกาอี้ โตะ ฝาผนัง และประตูหนาตางของหองเรียน 4.26 การกระทําผิดใดๆ ที่กอใหเกิดความเสียหายแกผูอ่ืน หรือทรัพยสินของ
ผูอ่ืนหรือทรัพยสินของโรงเรียนนอกจากจะไดรับโทษแลว จะตองชดใชคาเสียหายอัน
และอาคารเรียนใหสกปรก และไมทําลายส่งิ ตา งๆ ดงั กลา ว เปน การเกดิ จากการกระทาํ นน้ั ๆ ดวย
- ทําความสะอาดหองเรยี นของตนตามวันเวลา และเวรที่อาจารยท่ปี รกึ ษา ขอ 5 วา ดว ยการแสดงความเคารพ
โรงเรียนอุตรดิตถ มีความมุงหมายท่ีจะใหนักเรียนทุกคนมีมารยาทที่ออนโยน
กําหนด รูจักเคารพนบนอม และมีความกตัญูรูคุณบิดามารดาผูมีอุปการคุณครู และบุคคลท่ี
- หา มเคล่อื นยายโตะ เกาอ้ี ออกจากหองเรียนโดยไมไ ดร ับอนญุ าต ควรใหความเคารพ ซ่ึงเปนการแสดง ออกของผูไดรับการศึกษาอบรม และเปนผูมี
วัฒนธรรมอันดงี ามถือวาเปนสงิ่ สําคญั อยางยงิ่ ของนักเรียนทุกคน จะตองปฏิบัติจนเปน
4.16 นักเรียนจะตองมาถึงโรงเรียนกอนเขาแถวเคารพธงชาติ การมาโรงเรียน นสิ ยั แนวปฏิบัตขิ องนกั เรยี น มีดังน้ี
ขณะเขาแถวเคารพธงชาติหรอื หลงั เคารพธงชาติถือวามาสาย 5.1 แสดงความเคารพตอครอู าจารยข องโรงเรียนทุกคน
5.2 เมื่อนักเรียนนั่งอยูกับท่ี เมื่อครูอาจารยผานมา ในระยะใกลเคียงใหแสดง
4.17 หนา ท่ีของหัวหนา และรองหัวหนาหอง ความเคารพดวยการไหว
- เม่ือเร่มิ คาบเรยี นแลว 10 นาที ถาอาจารยประจําวิชายังไมเ ขาหองสอน 5.3 ถาครูนั่งหรือยืนอยูกับท่ีเมื่อนักเรียนจะเดินผานใหกมหลังลงเล็กนอยพอ
งาม
ใหหวั หนาไปตดิ ตาม 5.4 เมื่อนักเรียนเดินสวนทางกับครูอาจารย ใหแสดงความเคารพดวยการไหว
- ควบคุมหอ งเรยี นใหเ รยี บรอ ยขณะที่ไมมคี รอู าจารยอ ยูใ นหอง แลวจึงเดินตอไป ยกเวนขณะอยูในแถวหรือเวลาเดินแถว ใหกมหลังลงเล็กนอย เมื่อครู
- ดูแลทาํ ความสะอาดหอ งเรียนของเวรประจาํ วนั อาจารยพูดกับนักเรียนคนใดนักเรียนคนนั้น จําตองยืนตรง แตถาครูอาจารยน่ังอยูให
- ปฏิบัติหนา ท่อี ่ืนๆ ท่ีไดร บั มอบหมายจากครู นกั เรียนคกุ เขา
5.5 การแสดงความเคารพครูอาจารย นอกโรงเรยี นใหทําความเคารพดวยการ
4.18 นักเรียนจะพักรับประทานอาหารไดตามเวลาท่ีกําหนดเทาน้ัน หาม ไหวแลว กลาวคําวา “สวสั ดีครบั ” “สวัสดคี ะ ”
นักเรียนซ้ืออาหารกอนหรือหลังเวลาท่ีกําหนดโดยเด็ดขาด ยกเวนจะไดรับอนุญาตจาก 5.6 การแสดงความเคารพของนักเรียนท่ีแตงเครื่องแบบลูกเสือ นักศึกษาวิชา
ครู ทหารใหท าํ ความเคารพตามระเบยี บนั้นๆ

4.19 ใหรับประทานอาหารใหเสร็จสิ้นภายในโรงอาหารเทานั้น ในกรณีที่นํา
อาหารมารับประทานเองใหนําเศษอาหารและภาชนะท่ีไมใชไปท้ิงในถังขยะที่อยูนอก
อาคารเรียน

4.20 การซ้ืออาหารหรือการรับบริการตางๆ นักเรียนจะตองเขาแถวตามลําดับ
กอ นหลงั

4.21 เมื่อรับประทานอาหารในโรงเรียนเรียบรอ ยแลว ตองนําภาชนะ เชน ถวย
จาน ชอ น หรืออน่ื ๆ ไปเกบ็ ยงั ภาชนะทที่ างรานคา จัดเตรียมไวให

4.22 การใชห อ งนํา้ หองสวม

คูมือนกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรียนอุตรดติ ถ 137 คมู ือนกั เรยี นและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 138
ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565 ประจําปการศึกษา 2565

5.7 เม่ือพบบุคคลภายนอกซ่ึงแตงกายสุภาพเรียบรอยเขามาในโรงเรียน 6.3 การมาสาย
ถึงแสดงความเคารพดว ยการไหว หรอื แสดงอัธยาศัยไมตรดี ว ย กาย วาจา ใจ ท่ีสภุ าพ 6.3.1 การมาสายเปน ประจาํ ถือวา “เปน ความประพฤติที่ไมเหมาะสมกับ

5.8 การแสดงความเคารพในหองเรียน เม่ือครูอาจารยประจําช้ันหรือประจํา สภาพนกั เรียน” นกั เรียนทกุ คนตองมาใหท ันเวลาเขาแถวเคารพธงชาติ
วิชาเขาหองสอนใหหัวหนาบอก “นักเรียนเคารพ” นักเรียนทุกคนยกมือไหวพรอมกัน 6.3.2 นักเรียนทุกคนตองมาถึงโรงเรียนกอนเวลา 07.45 น. ถามาหลัง
และกมศรีษะเล็กนอยและกลาวคําวา “สวัสดีครับ (คะ)” โดยน่ังอยูในสภาพเรียบรอย
ในทํานองเดียวกันเม่ือครูอาจารยออกจากหองใหหัวหนาบอก “นักเรียนเคารพ” จากนี้ถือวามาสาย มีขอ ปฏบิ ตั ดิ ังนี้
นักเรียนทุกคนยกมือไหวพรอมกัน และกมศรีษะเล็กนอย พรอมกับกลาวคําวา 6.3.2.1 ถามาสายขณะที่เพ่ือนนักเรียนกําลังเขาแถวใหยืนแถวอยู
“ขอบคุณครับ (คะ)” สวนวิชาภาษาตางประเทศใหปฏิบัติตามท่ีครูอาจารยผูสอน
กําหนดใหนักเรียนควรจะตองทําความเคารพตอบิดามารดา หรือผูปกครองอยาง ตางหากตามที่อาจารย เวรกาํ หนด หา มเขาไปแทรกในแถว ซงึ่ เปนระเบียบอยูแลว
สมาํ่ เสมอทงั้ กอนมาโรงเรียนและกลับถงึ บาน 6.3.2.2 ถามาสายในชวงเวลาที่นักเรียนกําลังเดินแถวข้ึนหองเรียน
ขอ 6 วาดวยการลาหยุด การขาดเรียน การมาสาย และการออกนอกบริเวณ
โรงเรียน แตยังไมถึงเวลาเร่ิมเรียนคาบแรก หรือเปนชวงเวลาท่ีครูกําลังพบนักเรียนใหนักเรียน
ทมี่ าสายทาํ กิจกรรม ตามที่ครเู วรส่ังใหด ําเนินการโดยเครง ครัด ถา นักเรยี นมาสาย 2 ครั้ง
6.1 การลากิจและลาปว ย ข้นึ ไปในรอบสปั ดาห ฝายปกครองจะเชิญผูปกครองมารวมแกป ญหากับทางโรงเรยี น
6.1.1 จะตองมีใบลาถึงอาจารยที่ปรึกษาทุกครั้งพรอมทั้งมีลายเซ็นของ ขอ 7 ยาเสพตดิ

ผปู กครอง (ซึ่งลงไวในวันมอบตัว) ในวันท่ีนกั เรียนมาโรงเรยี นวันแรกหลงั จากลา หามนักเรียนเก่ียวของกับยาเสพติดทุกประเภท ไดแก บุหรี่ สุรา ยาบา ยาไอซ
6.1.2 ถานักเรียนตองการลาหยุดหลายวัน ใหผูปกครองแจงใหทาง ฯลฯ หากนักเรียนไปยุงเกี่ยว โรงเรียนถือวาเปนเรื่องรายแรงที่ตองไดรับความรวมมือ
จากผูปกครองในการแกไข บําบัด รักษา หรือพักการเรียนตามความจําเปนแตละกรณี
โรงเรยี นทราบอยางชา วันที่สองของการลาหยดุ เรียนดว ยตนเอง และเพ่อื ความปลอดภยั ของนกั เรยี นสวนใหญ
6.1.3 ถานักเรียนหยุดไปแลวเกิน 3 วัน โดยทางโรงเรียนไมทราบสาเหตุ
ประกาศ ณ วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565
ทางโรงเรียนจะติดตอขอทราบเหตุผลโดยตรงกับผูปกครอง ซ่ึงผูปกครองจะตองนํา
หนังสือการติดตอของทางโรงเรียน มาพบกับฝายปกครองของโรงเรียนทันที เม่ือไดรับ (นายบัญชร จนั ทรดา)
หนังสอื ผูอาํ นวยการโรงเรยี นอุตรดิตถ

6.2 การขาดเรียน
6.2.1 หามนักเรยี นขาดเรียนโดยเดด็ ขาด
6.2.2 การขาดเรียนเปนปกติถือวา “เปนความประพฤติท่ีไมเหมาะสม

กบั สภาพนักเรียน”
6.2.3 การขาดเรียนติดตอกนั เกิน 7 วัน โดยไมท ราบสาเหตหุ รอื ผปู กครอง

ไมแจงใหทางโรงเรยี นทราบ ทางโรงเรียนจะมีหนังสือถึงผูปกครองเพ่ือใหแจงเหตผุ ลให
ทราบ ถา หลงั จากโรงเรยี นมีหนังสือไปถึงผูปกครองแลว 7 วัน ผปู กครองยังไมแจง เหตผุ ล
ใหทราบ หรือไมมาติดตอกับทางโรงเรียน โรงเรียนจะถือวา นักเรียนไมมีความประสงคที่
จะเรียนตอ ไป โรงเรียนจะจําหนายชอ่ื ออกจากโรงเรียนเพราะขาดเรยี นนาน

คมู อื นกั เรียนและผปู กครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 139 คูม อื นกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอุตรดติ ถ 140
ประจําปการศกึ ษา 2565 ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565

สวนที่ 1 (โรงเรียน) ตวั อยางจดหมายลากจิ
ใบขออนญุ าตออกนอกบริเวณโรงเรียน
234 ถนนอินใจมี ตาํ บลทา อฐิ
วนั ที.่ ............เดือน....................................พ.ศ............ อําเภอเมือง จังหวดั อตุ รดิตถ 53000

ขาพเจา ....................................................นักเรียน ช้ัน........../..........เลขประจําตัว................................ 18 พฤษภาคม 2565
ขออนญุ าตออกนอกโรงเรียนเพ่ือ........................................................................................................... เร่ือง ลากจิ
............................................................................................................................................................... เรยี น คณุ ครูทป่ี รึกษาประจําชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1/1

ในการขออนุญาตครัง้ น้ี ขา พเจา จะไปเวลา....................น. กลับเวลา...................น. รวมใชเวลา.............ชว่ั โมง ดวยขาพเจา เด็กชายกัมปนาท ต้ังใจเกา เปนนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี
1/1 มีกิจธุระจําเปนที่ตองติดตามผูปกครองเดินทางไปท่ีจังหวัดเชียงใหมเพ่ือเยี่ยมญาติ
ลงชอ่ื ........................................ผขู ออนุญาต ลงชอ่ื .................................ครปู ระจําวิชา ผใู หญ จงึ ขออนุญาตลาหยุดเรยี นเปนเวลา 3 วนั นบั ตั้งแตว ันท่ี 18 พฤษภาคม 2565 ถึง
วันที่ 20 พฤษภาคม 2565
ลงชื่อ........................................ครทู ่ีปรกึ ษา ลงชอื่ .................................ครูกลมุ งานกจิ การนกั เรยี น
จงึ เรยี นมาเพ่อื โปรดพจิ ารณา
สวนที่ 2 (นกั เรียน)
ใบขออนญุ าตออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น ดวยความเคารพอยา งสงู

วันที่.............เดอื น....................................พ.ศ............ (ลงชือ่ )
(เดก็ ชายกัมปนาถ ตัง้ ใจเกา)
ขาพเจา ....................................................นกั เรียน ช้นั ........../..........เลขประจําตัว................................
ขออนุญาตออกนอกโรงเรยี นเพ่อื ........................................................................................................... ขอรับรองวาขอความดังกลาวขางตนเปนความจริงทุกประการ
...............................................................................................................................................................
(ลงชอ่ื )..................................................
ในการขออนุญาตคร้งั นี้ ขาพเจา จะไปเวลา....................น. กลับเวลา...................น. รวมใชเวลา.............ชัว่ โมง (.................................................)
ผปู กครองนกั เรียน
ลงชื่อ........................................ผขู ออนญุ าต ลงชื่อ.................................ครูประจาํ วิชา
โทรศัพทมือถือ.....................................
ลงช่ือ........................................ครูท่ปี รกึ ษา ลงชอ่ื .................................ครูกลมุ งานกจิ การนักเรยี น

คมู ือนกั เรยี นและผูปกครอง โรงเรียนอุตรดติ ถ 141 คมู ือนกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 142
ประจาํ ปการศึกษา 2565 ประจาํ ปการศกึ ษา 2565

ตัวอยางจดหมายลาปวย ประกาศโรงเรยี นอตุ รดติ ถ
เรอื่ ง ระเบยี บโรงเรยี นอตุ รดิตถ วาดว ยการปกครองนกั เรยี น พ.ศ. 2565
234 ถนนอนิ ใจมี ตําบลทา อฐิ
อาํ เภอเมือง จงั หวดั อตุ รดติ ถ 53000 ---------------------------------------------------------
21 พฤษภาคม 2565 เพ่ือใหนักเรียนโรงเรยี นอุตรดติ ถเ ปน นกั เรียนท่ีมีระเบยี บวนิ ยั มีความประพฤตทิ ดี่ ี
เรอื่ ง ลาปวย งาม สอดคลองกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วาดวยการลงโทษนักเรียน และ
เรียน คุณครทู ี่ปรกึ ษาประจาํ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1/1 นักศกึ ษา พ.ศ. 2548 และระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการ วาดวยการลงโทษนกั เรยี น และ
ดว ยขา พเจา เดก็ ชายกัมปนาท ต้ังใจเกา เปนนักเรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 1/1 นักศึกษา (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2550 โรงเรียนอุตรดิตถ จึงกําหนดโทษทีจ่ ะลงโทษนักเรียนท่ี
ไมสามารถมาเรียนไดตามปกติ เน่ืองจากมีอาการปวดศีรษะ จึงขออนุญาตลาหยุดเรียน กระทําผดิ 5 ประการ ประกอบดวย
เปน เวลา 1 วัน นับตง้ั แตวนั ที่ 21 พฤษภาคม 2565 1) วา กลาวตักเตอื น
จึงเรียนมาเพ่อื โปรดพจิ ารณา 2) ทาํ ทณั ฑบ น
3) ตดั คะแนนความประพฤติ
ดวยความเคารพอยา งสงู 4) ทาํ กจิ กรรมเพ่ือปรับเปล่ยี นพฤตกิ รรม

(ลงชื่อ) การกาํ หนดความผิด และเกณฑก ารตดั คะแนนความประพฤตินกั เรียน จาํ แนกได
(เด็กชายกมั ปนาถ ตัง้ ใจเกา ) ดงั น้ี

ขอรับรองวาขอ ความดังกลา วขางตน เปน ความจรงิ ทุกประการ ขอ 1 ความผิดข้ันเบา หมายถึง การเปนผูมนี ิสยั ไมมีความรับผิดชอบตอตนเอง
ตอหนา ที่ ประกอบดวย (ถูกตัดครั้งละไมเ กิน 5 คะแนน)
(ลงชื่อ)..................................................
(.................................................) 1. มาโรงเรยี นสาย
ผูปกครองนักเรียน 2. แตง กายผิดระเบียบ
3. ไมรักษาความสะอาดหองเรียน และบริเวณโรงเรยี น
โทรศพั ทม ือถอื ..................................... 4. จอดรถนอกโรงรถกีดขวางการจราจร
5. ไมเ ขา แถวหนา เสาธง
จาก เด็กชายกมั ปนาถ ตงั้ ใจเกา 6. ผมยาว เล็บยาว
234 ถนนอินใจมี ตําบลทา อฐิ 7. สวมรองเทา ขน้ึ อาคาร
อําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ 53000 8. ใชห อ งน้าํ ครู
9. ความผดิ อ่นื ทีเ่ ทียบเทา
เรียน คณุ ครทู ป่ี รึกษาประจาํ ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 1/1
โรงเรียนอุตรดิตถ
15 ถนนอินใจมี อาํ เภอเมอื ง
จังหวัดอุตรดิตถ 53000

คูม อื นกั เรียนและผูปกครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 143 คูมือนกั เรยี นและผปู กค1ร1อง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 144
ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565 ประจําปก ารศกึ ษา 2565

การลงโทษ 8. ทจุ รติ ในการสอบ
2 สัปดาหแรกจะแจงใหทราบ และตักเตือน หลังจากน้ันถาพบนักเรียน 9. ขาดเรียนตดิ ตอ กนั 3 วัน โดยไมม ีสาเหตุ
10. ความผิดอนื่ ทเ่ี ทยี บเทา
กระทําผดิ จะบันทกึ ความผิดไวเ ปน หลักฐาน และตดั คะแนนความประพฤติ
การลงโทษ
ขอ 2 ความผิดขนั้ ปานกลาง หมายถงึ เปน ความผดิ ทกี่ อใหเกิดความเสยี หายตอ 2 สัปดาหแรกจะแจงใหทราบ และตักเตอื น หลังจากน้นั จะบนั ทึกความผิด
ตนเองและ สวนรวม ไมรุนแรงมาก แตอาจนําไปสูความผิดขั้นรา ยแรงได ประกอบดวย
(ถกู ตดั ครั้งละไมเ กิน 10 คะแนน) ไวเปนหลักฐานและตดั คะแนนความประพฤติ
ขอ 4 ถานกั เรียนถกู ตดั คะแนน 15 คะแนน จะทาํ หนังสือแจง ผปู กครองทราบ
1. สูบบุหร่ี ขอ 5 ถานกั เรียนถูกตัดคะแนน 30 คะแนน จะเชิญผูปกครองมารบั ทราบการทํา
2. ทะเลาะวิวาท
3. ไมใหค วามรวมมือตอ สวนรวม ทณั ฑบนของนักเรียน
4. ไมเคารพครู ผอู าวโุ ส ขอ 6 ถา นักเรียนถูกตัดคะแนน 40 คะแนน จะปรับพฤติกรรมใหทาํ กิจกรรม
5. ครอบครองหนังสอื ส่ิงพิมพล ามก ขอ 7 ถานักเรียนถูกตัดคะแนน 50 คะแนน จะเสนอคณะกรรมการสถานศึกษา
6. ออกนอกโรงเรยี นโดยไมไดร บั อนญุ าต
7. เจาะหู ข้ันพ้ืนฐานเพ่ือพิจารณาพักการเรียน โดยความเห็นชอบของสํานักงานเขตพื้นที่
8. หนเี รยี น การศึกษา
9. ความผดิ อ่ืนท่เี ทยี บเทา
หมายเหตุ
การลงโทษ 1. ความผิดข้ันเบาครูทุกทานมีอํานาจในการหักคะแนนไดไมเกินครั้งละ
2 สัปดาหแรกจะแจงใหทราบ และตักเตือน หลังจากนั้นถาพบนักเรียน
5 คะแนน
กระทาํ ผดิ จะบันทกึ ความผดิ เปน หลักฐาน และตดั คะแนนความประพฤติ 2. ความผิดข้ันปานกลางและความผิดขั้นรายแรงใหคณะกรรมการงาน

ขอ 3 ความผิดข้ันรายแรง หมายถึง ความผิดที่กอใหเกิดความเสียหายตอ กิจการนักเรียนเปน ผูพจิ ารณาตัดคะแนน
ชอ่ื เสยี งโรงเรยี น 3. คะแนนที่ถกู หัก
มีผลกระทบตอ สงั คม สวนรวม ประกอบดว ย (ถกู ตัดคะแนนไมเ กนิ 20 คะแนน) - ระดบั ม. ตน จะมีผลตอ การคดั เลือกเขา เรยี นตอ ชน้ั ม. 4
- ท้ังระดับ ม. ตน และ ม. ปลาย จะมีผลตอ การออกใบรบั รองความ
1. ลกั ทรัพยสนิ ผูอนื่
2. ทาํ รา ยรางกายผูอ น่ื ประพฤติ
3. เลนการพนัน 4. คะแนนความประพฤติจะมีผลตอการพิจารณาคุณลักษณะอันพัง
4. เสพสุรา ฝน กญั ชา เฮโรอนี ยาบา และยาเสพติดอนื่ ๆ
5. แสดงกริ ิยาวาจาดหู มนิ่ กา วรา วครู ประสงค ในรายวิชาทีน่ ักเรยี นลงทะเบยี นทุกระดบั ช้ัน
6. แสดงตนเปนอันธพาล พกอาวธุ มาโรงเรียน
7. ทาํ ลายทรพั ยสนิ สว นรวม ขอ 8 ใหรองผูอํานวยการโรงเรียนอุตรดิตถ กลุมบริหารบุคคลและคณะครู
รักษาการใหเ ปนไปตามประกาศน้ี และใหมอี าํ นาจตคี วามและวนิ จิ ฉยั ปญหาเกยี่ วกบั การ
ปฏิบตั ิตามประกาศน้ี

คมู อื นกั เรียนและผปู กครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 145 คูมือนกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอุตรดติ ถ 146
ประจําปก ารศกึ ษา 2565 ประจาํ ปการศึกษา 2565

การออกใบรับรองความประพฤติ ระบบพัฒนาพฤตกิ รรมนกั เรยี นเชิงบวก
application network for positive
นักเรียนโรงเรียนอุตรดิตถ ที่จะไดรับใบรับรองความประพฤติ จะตองเปน
ระบบดแู ลชวยเหลอื นักเรยี น
นักเรียนที่ประพฤติเรียบรอย ปฏิบัติตนอยูในระเบียบวินัยของโรงเรียน มีความ

รับผดิ ชอบตอ ตนเอง ตอโรงเรียน ดงั นั้น

จึงกําหนดเกณฑการออกใบรับรองความประพฤตินกั เรยี น ดังน้ี

ขอ 1 ความประพฤตเิ รยี บรอ ยดีมาก นักเรียนตองมีคะแนนระหวาง 80-100

คะแนน

ขอ 2 ความประพฤติเรยี บรอยดี นักเรียนตองมีคะแนนระหวาง 70-79

คะแนน คดั กรองนักเรียน
ปกติ
ขอ 3 ความประพฤตเิ รียบรอย นักเรียนตองมีคะแนนระหวาง 60-69 เส่ยี ง

คะแนน ระบบเพมิ่ /ลด คะแนนความ
ประพฤติ
ขอ 4 ความประพฤตพิ อใช นักเรียนตองมีคะแนนระหวาง 50-59
ครูทป่ี รกึ ษา, หวั หนา ระดบั ,
คะแนน กลมุ งานกิจการนักเรยี น
(ตามระเบียบวาดว ย ความประพฤติ
ขอ 5 ความประพฤติควรปรับปรุง นักเรียนมคี ะแนนตาํ่ กวา 50 คะแนน ของนักเรียนโรงเรยี นอตุ รดติ ถ)

ประกาศ ณ วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

(นายบญั ชร จันทรดา) คัดกรองนักเรียน เส่ยี ง
ผอู าํ นวยการโรงเรยี นอุตรดิตถ ปกติ

นกั เรยี น รายงานผลคะแนนพฤติกรรม แจง เตือนผา น ระบบ line
สอบถาม นกั เรยี น เชิงบวก กลุมผปู กครองเครือขาย
คะแนนความ
ประพฤติ ผาน แตล ะระดบั ช้นั
เว็บไซต ร.ร.
แบบรบั รองความประพฤติ
นกั เรียนตามระดบั ผลคะแนน

คมู อื นกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรียนอุตรดติ ถ 147 คูม อื นกั เรียนและผปู กค1ร1อง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 148
ประจาํ ปการศึกษา 2565 ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565

คําสั่งโรงเรยี นอตุ รดิตถ หนาที่
ที่ 102 / 2565 1. ดาํ เนินกจิ กรรมสภานกั เรยี นใหเปนไปตามวสิ ัยทัศน พนั ธกิจ และเปา ประสงค

เรอื่ ง แตง ต้ังคณะกรรมการสภานกั เรียน ประจําปก ารศกึ ษา 2565 ของสภานกั เรยี นทีไ่ ดก ําหนดไว
--------------------------------------------------------- 2. ประชมุ วางแผนการดําเนินงานสภานกั เรียน
3. จดั ทําปฏิทินการดําเนินงานสภานักเรยี น
ดวยโรงเรียนอุตรดิตถ จัดใหมีกิจกรรมเรียนรูวิถีประชาธิปไตยวาดวยกิจกรรม 4. นําเสนอโครงการ/กิจกรรมของสภานักเรียน ดําเนินกิจกรรมและรับผิดชอบ
สภานักเรียน เพ่ือสงเสริมใหน ักเรยี นเขาใจในบทบาทหนา ท่ีตนเองตามวิถีประชาธปิ ไตย
คํานึงถึงผลประโยชนสวนรวมมากกวาประโยชนสวนตนและรูจักตอบแทนบุญคุณ การปฏบิ ตั งิ านของคณะกรรมการสภานักเรียนใหเปน ไปตามระเบียบของโรงเรียน
โรงเรียนและประเทศชาติ โดยมีคณะกรรมการสภานักเรียนเปนแกนนําในการดําเนิน 5. เขารวมกิจกรรมของโรงเรยี นทั้งภายในและภายนอกตามที่ไดมคี ําสั่งโรงเรียน
กิจกรรมท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน เพ่ือใหนักเรยี นทีไ่ ดร บั การเลอื กต้งั เปนประธาน
และคณะกรรมการสภานักเรยี นสามารถดําเนนิ การไดตามวัตถุประสงคของกิจกรรม จึง มอบหมายและปฏบิ ัติหนาทีน่ ้ันอยางเต็มความสามารถ
แตง ตงั้ คณะกรรมการสภานกั เรยี น ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565 ดังน้ี 6. บันทกึ รายงานการประชุม เสนอตอ ผูอาํ นวยการโรงเรียน
7. ปฏบิ ตั ิหนาทอ่ี นื่ ๆ ตามที่ไดรับมอบหมาย
1. นายกฤษฎา ปนะสุ ประธานสภานักเรียน
รองประธานฝายวิชาการ ใหคณะกรรมการสภานักเรียนโรงเรียนอุตรดิตถ ประจําปการศึกษา 2565
2. นางสาวอรุณโรจน เมฆบตุ ร รองประธานฝา ยบริหารและปกครอง ดําเนินงานตามหนาทใ่ี หเปนไปดวยความเรียบรอยเกิดประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ลกับ
หวั หนา ฝา ยสวัสดิการและปฏคิ ม นกั เรยี นและโรงเรยี นตอไป
3. นายฐพั กฤษณ อสิ ริยยศปญ ญา หัวหนาฝา ยประชาสมั พันธ
หวั หนา ฝายนโยบายและแผน ทัง้ นี้ ตง้ั แตบ ัดน้ีเปน ตน ไป
4. นางสาวสมฤทัย นอยใจ หวั หนา ฝา ยศิลปวัฒนธรรม
หัวหนา ฝา ยสารวตั รนักเรียน ส่งั ณ วนั ท่ี 3 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2565
5. นายณัฐนันท เชอื้ อนิ ทร หัวหนาฝา ยกจิ กรรม
หัวหนา ฝายบริหารทวั่ ไป (นายบัญชร จนั ทรด า)
6. นายสธุ นยั รักษจ ติ รานุสรณ หวั หนาฝายกีฬาและนันทนาการ ผูอํานวยการโรงเรยี นอุตรดติ ถ
หัวหนาฝา ยกจิ กรรมพิเศษ
7. นางสาวปวิชญา สุขโข หัวหนา ฝา ยชุมชนสมั พันธ
เหรญั ญิก
8. นายธนภทั ร ศภุ เจรญิ ลาภ เลขานุการ

9. นายธีธชั จ่นั แตง

10. นายนรากร สาคร

11. นางสาวรสนนั ท คําศรี

12. นางสาวเฟองลดา คาํ สอน

13. นางสาวธัญฤดี นันตา

14. นายปณุ ณพัฒน นวลมา

15. นางสาวพุทธดิ าพร ปน คํา

คูมอื นกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 149 คมู อื นกั เรยี นและผูป กค1ร1อง โรงเรยี นอุตรดติ ถ 150
ประจาํ ปการศึกษา 2565 ประจําปการศึกษา 2565

ระเบยี บโรงเรียนอตุ รดิตถ ขอ 5. วัตถุประสงคของคณะกรรมการเครอื ขายผูป กครอง
วา ดวยคณะกรรมการเครอื ขายผูปกครอง พ.ศ.2559 5.1 เพื่อการสรางความสัมพันธอันดีระหวาง พอ แม ผูปกครองและ

(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2563) สถานศึกษา
---------------------------------------------------------------------- 5.2 เพื่อให พอ แม ผูปกครอง มีสวนรวมในการจัดกิจกรรมการเรียนการ

เพื่อใหการบริหารและการจัดการเกี่ยวกับคณะกรรมการเครือขายผูปกครอง สอนและพัฒนาพฤติกรรมของนักเรียน ใหเปนคนดี คนเกง และอยูในสังคมไดอยางมี
เปนไปอยางมีประสิทธิภาพสอดคลอ งกับพระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 ความสุข
อาศัยอาํ นาจตามความในมาตรา 9 (6) และมาตรา 24 (6) แหงพระราชบัญญัตกิ ารศึกษา
แหงชาติ พทุ ธศักราช 2542 โรงเรียนอตุ รดติ ถ จึงกําหนดระเบียบไว ดงั นี้ 5.3 ใหมีการแลกเปลี่ยนความรู ประสบการณและแนวคิดระหวาง
ผปู กครอง ครแู ละนกั เรยี นในสถานศกึ ษา
ขอ 1. ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบโรงเรียนอุตรดิตถ วาดวยคณะกรรมการ
เครือขายผูปกครอง พ.ศ. 2550” 5.4 เพื่อจัดกิจกรรมตางๆ ใหเกิดความรูเปนประสบการณส ําหรับนกั เรยี น
สามารถชวยเหลือตนเองได ดํารงไวซึ่งวัฒนธรรม ประเพณี และการละเวนอบายมุขท้ัง
ขอ 2. ระเบียบนใ้ี หใ ชบงั คบั ต้งั แตวนั ถัดไปจากวันประกาศเปน ตน ไป ปวง กับเพื่อสงเสริมความสามัคคีชวยเหลือเก้ือกูลซึ่งกันและกันตลอดถึงการอนุรักษ
ขอ 3. ใหยกเลิกระเบียบโรงเรียนอุตรดิตถ วาดวยคณะกรรมการเครือขาย ส่ิงแวดลอม
ผูป กครอง พ.ศ. 2550 และระเบียบ ขอบงั คับ ประกาศ และคําส่ังอ่นื ในสวนทีก่ ําหนดไว
ในระเบยี บนี้ หรอื ซ่งึ ขัดแยง กบั ระเบียบนี้ใหใชร ะเบยี บนแี้ ทน 5.5 เพ่ือใหมีการติดตอสื่อสารระหวางสถานศึกษากับพอแม ผูปกครอง
ขอ 4. ในระเบียบนี้ คําวา “เครือขาย” (Network) หมายถึง บุคคล หรือองคก ร อยา งรวดเร็วและมปี ระสทิ ธิภาพ
ท่ีเขามาเปน ตัวแทนมบี ทบาทในฐานะการสรางความรวมมอื แนวรวมและหรอื การมสี ว น
รวม ซ่ึงเปนชวงของการปฏิรูปการศึกษาตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ขอ 6. องคประกอบของคณะกรรมการเครือขา ยผปู กครอง
พุทธศักราช 2540 และพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแหง ชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 9(6) การ 6.1 คณะกรรมการเครือขายผูปกครองประกอบดวย เครือขายระดับ
มีสวนรวมของบุคคลท่ีเปนตัวแทนครอบครัว ชุมชน องคกรปกครองสวนทองถ่ิน
องคก รเอกชน องคกรวชิ าชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันอื่น ซ่ึงคํา หองเรียน ระดับชนั้ เรยี น และระดับโรงเรียน
วา “เครือขาย” ไดถ ูกมาใชเ ปน ลายลกั ษณอ ักษรเพือ่ ท่ีจะใหเกิดกลไกความรว มมือในการ (1) คณะกรรมการระดับหองเรียนมีจํานวนไมนอยกวา 5 คน
ดูแลชวยเหลือนักเรียนรวมกันระหวางผูปกครองกับสถานศึกษาคําวา “คณะกรรมการ”
หมายถงึ คณะกรรมการเครือขายผูปกครอง ประกอบดวย ประธาน, รองประธาน, เลขานุการ, นายทะเบียนและประชาสัมพันธ โดย
การคัดเลือกจากผูปกครองของแตละหองเรียนและใหผูปกครองแตละคนมีสิทธิเปน
กรรมการเพยี ง 1 หอง และ 1 ตาํ แหนงเทา นน้ั

(2) คณะกรรมการระดับช้ันเรียนมีจํานวนไมนอยกวา 5 คน
ประกอบดวย ประธาน, รองประธาน, เลขานุการ, นายทะเบียนและประชาสมั พันธ โดย
การคัดเลอื กจากประธานคณะกรรมการระดบั หองเรยี นของทกุ ชัน้ เรียน

(3) คณะกรรมการระดับโรงเรียนมีจํานวนไมนอยกวา 28 คน
ประกอบดวย ประธาน, รองประธาน, เลขานุการ, นายทะเบียน, ประชาสัมพันธ,
เหรัญญิก, ปฏิคมตําแหนงอื่นตามความเหมาะสมและกรรมการท่ีเหลือเปนกรรมการ
กลาง โดยผูอํานวยการโรงเรียน รองผูอํานวยการโรงเรียน หัวหนาระดับ หัวหนางาน
ระบบการดแู ลชว ยเหลือนกั เรยี น เปนคณะกรรมการที่ปรึกษาโดยตาํ แหนง และตาํ แหนง
ประธานคณะกรรมการใหเลอื กต้ังจากคณะกรรมการระดับชั้นเรียนโดยใหป ระธานหรือ
รองประธานกรรมการระดับหอ งเรียนมีสทิ ธอิ อกเสยี งเลอื กตั้งได 1 หองเรียน ตอ 1 เสยี ง

คูมือนกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 151 คูมือนกั เรยี นและผปู กค1ร1อง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 152
ประจําปก ารศึกษา 2565 ประจาํ ปการศึกษา 2565

(4) ประธานคณะกรรมการระดับโรงเรยี นรวมกับฝายบรหิ ารโรงเรยี น (4) ใหผูที่ไดรับการเลือกเขาดํารงตําแหนงแทนตําแหนงที่วางลงอยู
สามารถสรรหาผูทรงคุณวุฒิหรือผูที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเปนคณะกรรมการระดับ ในวาระเทาระยะเวลาของทต่ี นแทน
โรงเรียนเพ่ิมเติม โดยนาํ เสนอผูบ รหิ ารโรงเรยี นพิจารณาแตงตง้ั ตอไป
ขอ 7. บทบาทและหนาทข่ี องคณะกรรมการเครือขายผูปกครอง
(5) กรณีที่คณะกรรมการของระดับช้ันใด ไดร บั คัดเลือกเปนประธาน 7.1 ใหความรวมมือสนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษาโดยผานความ
คณะกรรมการ ระดับโรงเรียนใหเลือกผูแทนของระดับชั้นนั้น โดยคณะกรรมการ
ระดบั ชนั้ นั้นเปน ผูสรรหาข้นึ มาแทนตาํ แหนง ทวี่ างลง เห็นชอบจากผูบริหารสถานศกึ ษา
7.2 สงเสริมสนับสนุนรวมสรางสายใยเชื่อมสัมพันธอันดีระหวางครู
6.2 คณุ สมบัติของคณะกรรมการเครือขา ยผูป กครอง
(1) บรรลุนิติภาวะและมีสถานภาพเปนหรือเคยเปนผูปกครองโดย ผปู กครอง และนักเรียนในการดําเนนิ กิจกรรมของโรงเรยี น
7.3 สงเสริมสนับสนุนการพัฒนาการเรียนการสอนตลอดจนการดแู ลเรอ่ื ง
ชอบดว ยกฎหมายของนกั เรยี นในปจ จุบนั หรืออดตี ของโรงเรียนอุตรดติ ถ
(2) ไมเ ปนโรคติดตอรา ยแรงหรอื โรคทส่ี งั คมรังเกยี จ ระเบียบวินยั และพฤตกิ รรมของบุตรหลานและนกั เรียนของโรงเรียน
(3) ไมเปนบุคคลไรค วามสามารถหรอื เสมือนไรค วามสามารถ 7.4 ใหขอคิดเห็นและเสนอแนะตอสถานศึกษาในเร่ืองตางๆ ที่จะเปน

6.3 การพนจากตาํ แหนง ของคณะกรรมการเครือขายผปู กครอง ประโยชนแ กนักเรยี นและสถานศกึ ษา
(1) ตาย 7.5 จัดการประชุมคณะกรรมการและผูปกครองระดับหองเรียนและ
(2) ลาออก
(3) ขาดคณุ สมบตั ติ ามทีก่ ําหนดไวในขอ 6.2 ระดับชัน้ ตามความเหมาะสมอยา งนอยปล ะ 2 ครง้ั
(4) คณะกรรมการมีมติใหออกโดยพิจารณาจากคะแนนเสียงเกินก่ึง 7.6 ใหคณะกรรมการเครือขายผูปกครองระดับหองเรียนจัดทําทําเนียบ

หนง่ึ จากคณะกรรมการทีเ่ ขา รว มประชมุ นักเรียนและผูปกครองโดยละเอียดและสงมอบสําเนาใหเลขานุการคณะกรรมการ
6.4 วาระการดาํ รงตาํ แหนง ของคณะกรรมการเครือขายผูปกครอง เครอื ขา ยผูปกครองในระดบั ชนั้ เรียนและระดับโรงเรียนใหเ ปนปจ จบุ ัน
(1) ประธานคณะกรรมการเครือขายผูปกครองและประธาน
7.7 คณะกรรมเครือขายผูปกครองในระดับโรงเรีนจะตองรวบรวมขอมูล
อนกุ รรมการเครอื ขา ยผปู กครองมีวาระการดํารงตาํ แหนง 2 ป และกิจกรรมของแตละระดับชนั้ เพื่อกําหนดกรอบแผนงานโครงการนําเสนอโรงเรียนเพอ่ื
(2) คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเครือขายผูปกครองทุก ดําเนนิ การตอไป

ระดับมีวาระ 1 ป ถือวันสงมอบคณะกรรมการเครือขายเปนวันส้ินสุดวาระการดํารง 7.8 ใหคณะกรรมการเครือขายผูปกครองระดับโรงเรียนจัดการประชุม
ตําแหนง และเปนวันเรม่ิ ปฏิบตั ิหนา ท่ีของคณะกรรมการเครอื ขา ยชดุ ใหม กรณกี รรมการ ใหญคณะกรรมการเครือขายผูปกครองทุกระดับเพ่ือติดตามประเมินผลกิจกรรมตาม
พนจากตําแหนงใหดําเนินการเลือกต้ังหรือสรรหากรรมการในตําแหนงท่ีวางภายใน 30 ความเหมาะสมอยา งนอ ย 2 ครัง้ ตอป
วัน นบั แตวันส้ินสภาพ โดยใหค ณะกรรมการระดบั ของกรรมการท่วี างเปนผูสรรหา
7.9 ใหคณะกรรมการเครือขายผูปกครองทุกระดับ ดําเนินกิจกรรมตางๆ
(3) ใหคณะกรรมการเครือขายผูปกครองระดับหองเรียน ระดับชั้น ตามทโ่ี รงเรยี นขอความรวมมือโดยยดึ แนวปฏบิ ัตขิ องสถานศึกษาเปน หลัก
เรยี นดาํ เนินการจัดใหมกี ารเลือกต้งั คณะกรรมการเครือขายผปู กครองชดุ ใหม ภายใน 30
วัน และคณะกรรมการเครอื ขายผูป กครองระดับโรงเรยี นดําเนินการจดั ใหม ีการเลอื กตง้ั ขอ 8. ใหสถานศึกษาแตงต้ังครู – อาจารยเปนผูประสานงานกับคณะกรรมการ
คณะกรรมการเครือขายผปู กครองระดับโรงเรยี นชุดใหม ภายใน 45 วัน นับจากวันเปด เครือขา ยผูปกครองในทกุ ระดับ
ภาคเรียนแรก
ขอ 9. คณะกรรมการหรือกิจกรรมใดทไี่ ดจัดตง้ั หรือดําเนินการอยูกอนระเบียบน้ี
ใชบ ังคบั ใหปรบั หรอื จัดการกจิ กรรมใหสอดคลอ งกบั ระเบียบนี้

คมู อื นกั เรียนและผปู กครอง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 153 คูม อื นกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอุตรดติ ถ 154
ประจําปก ารศึกษา 2565 ประจําปก ารศึกษา 2565

ขอ 10. การแกไขระเบียบนี้สามารถกระทําไดตามความเหมาะสมตามสมัยแหง บทบาทหนาท่ีคณะกรรมการเครอื ขายผูปกครองโรงเรยี นอุตรดติ ถ
กาลเวลา โดยใหผูเสนอขอแกไขยื่นญัตติขอแกไขระเบียบตอคณะกรรมการเครือขาย ----------------------------------------------------------------------
ผูป กครองระดบั โรงเรยี นพิจารณาและตอ งไดร บั มตใิ หแกไขดวยเสียงสามในสี่ของจํานวน
คณะกรรมการครบองคประชุมที่มาประชุม องคประชุมใหถือจํานวนก่ึงหน่ึงของจํานวน คณะกรรมการเครือขายผูปกครองโรงเรียนอุตรดิตถ จัดต้ังขึ้นโดยอาศัยอํานาจ
คณะกรรมการ โดยมกี าํ หนดเง่อื นเวลาในการแกไขดังน้ี ตามความในมาตรา 9 วรรค (6) แหงพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 วา
ดวยคณะกรรมการเครือขา ยผปู กครองแบงเปน 3 ระดับ ไดแก
(1) การแกไ ขระเบยี บน้ใี หสามารถกระทาํ ได 1 ป ตอ ครงั้ หรอื กรณีมีเหตุ
แหงความจําเปนโดยเรงดวนและที่ประชุมคณะกรรมการมีมติเปนเอกฉันทใหทําการ 1. คณะกรรมการเครือขายผปู กครองระดบั หองเรยี น
แกไข - ประสานอาจารยที่ปรึกษา ผูปกครอง นักเรียน และหัวหนาระดับ เพื่อ

(2) การแกไขระเบยี บแตล ะครั้งตอ งแลว เสรจ็ ภายใน 60 วัน เสนอแนะ รว มแกป ญหาและสนบั สนนุ กิจกรรมทีเ่ สริมสรา งการพฒั นาความรู ภมู ิปญญา
ขอ 11 ใหผูบริหารสถานศึกษา กํากับดูแล ใหเปนไปตามระเบยี บนี้และเปนผลู ง คุณธรรม จรยิ ธรรม พฤตกิ รรม และพฒั นาการเรียนการสอนใหมคี ณุ ภาพ
นามในประกาศแตงต้ังคณะกรรมการเครือขายผูปกครองได กรณีสิ้นสุดวาระ
ตามขอ 6.4 - ประสานงาน สนับสนุนกิจกรรมเครือขา ยระดับหองเรยี น/ชัน้ เรยี น
- รว มเปน คณะกรรมการเครอื ขายระดบั ชัน้ เรยี น
ประกาศ ณ วันที่ 10 เดอื น ตุลาคม พ.ศ. 2563 2. คณะกรรมการเครอื ขายผปู กครองระดับชนั้ เรยี น
- ประสานหัวหนาระดบั ช้ันเรียน เครือขายหองเรียน ตลอดจนอาจารยท ี่
(นายบญั ชร จันทรด า) ปรึกษา และผูปกครอง เพ่ือนําเสนอแหลงภูมิปญญา แหลงเรียนรู วิทยากร สนับสนุน
ผอู ํานวยการโรงเรยี นอตุ รดิตถ งานวิชาการ คุณธรรม จริยธรรมและกิจกรรมที่เสริมสรา งประสิทธิภาพในกระบวนการ
จัดการศกึ ษา
- ประสานงาน สนับสนุนกิจกรรมเครือขายระดบั หองเรยี น / ชั้นเรียน /
โรงเรยี น
- รว มเปนคณะกรรมการเครอื ขายระดับโรงเรียน
3. คณะกรรมการเครือขา ยผปู กครองระดับโรงเรยี น
- ประสานฝายบริหารโรงเรียน เครือขายชั้นเรียน ตลอดจนหัวหนาระดับ
และผปู กครองเพือ่ นาํ เสนอแผนงาน โครงการ สนับสนนุ กิจกรรมเครือขาย หอ งเรยี นหรอื
ช้ันเรยี น และกิจกรรมเครือขายหอ งเรียนหรือชั้นเรียน และกิจกรรมโรงเรยี น
- ประสานงาน สนับสนุน และเสรมิ สรางกจิ กรรมทีส่ ง ผลตอ ประสิทธิภาพ
และพัฒนากระบวนการศกึ ษา
- รวมเปนคณะกรรมการสมาคมผูปกครองและครูหรอื สมาคมอื่น

คมู ือนกั เรียนและผูปกครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 155 คูมือนกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอุตรดติ ถ 156
ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565 ประจําปก ารศึกษา 2565

ระเบยี บคณะกรรมการเครอื ขายผูปกครองนักเรียน โรงเรยี นอุตรดติ ถ หมวดท่ี 1
วา ดว ยกองทนุ เครือขา ยผูป กครองนักเรยี น โรงเรยี นอตุ รดติ ถ พ.ศ.2562 ความท่วั ไป
ขอ 5. ใหจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเรียกวา “ กองทุนเครือขายผูปกครองนักเรียน
(แกไ ขเพิ่มเติม พ.ศ.2563) โรงเรียนอตุ รดติ ถ ”
------------------------------------------------------- ขอ 6. วตั ถุประสงคข องกองทุนเครือขา ยผูป กครองนักเรียนโรงเรียนอตุ รดิตถ
ดวยคณะกรรมการเครือขายผูปกครองนักเรียน โรงเรียนอุตรดิตถ ไดมีการ (1) เพ่ือเปนกองทุนชวยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพยและมีความ
ประชุมครั้งท่ี 3/2558 วันท่ี 19 ธันวาคม 2558 มีมติใหกําหนดระเบียบการใชเงินของ ประพฤตดิ หี รือบาํ เพญ็ เปนประโยชนช วยเหลือโรงเรียนหรือสงั คม
กองทุนเครือขายผูปกครองนักเรียนโรงเรียนอุตรดิตถ เพื่อเปนแนวทางการพิจารณา (2) เพ่ือเปนเงินสวัสดิการชวยเหลืองานฌาปนกิจของนักเรียนหรือ
อนุมัติใชเงินกองทุนเครือขายผูปกครองนักเรียน โรงเรียนอุตรดิตถ ใหเปนไปตาม ผูป กครองทเ่ี สยี ชวี ิต
วัตถุประสงคและถกู ตอ งเหมาะสม จงึ กาํ หนดระเบยี บฯขึน้ และประกาศใชต อ ไป (3) เพื่อเปนการสงเสริม สนับสนุน ยกยอง เชิดชูเกียรติ ครูท่ีปรึกษา
ขอ 1. ระเบียบนเ้ี รียกวา “ระเบียบกองทุนเครือขายผูป กครองนักเรยี น โรงเรียน ครูผูสอน ผมู ีผลงานดีเดน หรอื อุทศิ ตนเพ่ือชวยเหลอื นักเรยี นหรอื โรงเรียน
อตุ รดิตถ พ.ศ. 2562 (แกไขเพิม่ เตมิ พ.ศ. 2563) ” (4) เพ่ือชวยเหลือสนับสนุนการทํากิจกรรมตางๆของเครือขายผูปกครอง
ขอ 2. ระเบยี บนี้ใหใ ชบงั คบั ตั้งแตวนั ประกาศเปนตนไป นกั เรียนรว มกับโรงเรียนหรือนกั เรียน
ขอ 3. ในระเบยี บนี้ (5) เพอื่ สนบั สนนุ กจิ กรรมบําเพ็ญสาธารณประโยชนและส่งิ แวดลอ ม
(1) โรงเรยี น หมายความวา โรงเรยี นอตุ รดติ ถ (6) เพื่อสงเสริม สนับสนุนกิจกรรมอื่นที่เปนประโยชนและจําเปนของ
(2) เงนิ กองทนุ หมายความวา กองทุนเครอื ขา ยผูปกครองนักเรียนโรงเรยี น นักเรียน ผูปกครองเครือขาย โรงเรียน ตามมติของคณะกรรมการเครือขายผูปกครอง
อตุ รดิตถ นักเรียนและคณะอนุกรรมการบริหารเงนิ กองทุน
(3) นักเรียน หมายความวา นักเรียนท้ังหมดที่กําลังเรียนและมีสถานภาพ (7) เพือ่ กรณอี ่นื ๆ ใหเ ปนไปตามมติของคณะกรรมการชุดน้ี
เปน นกั เรยี นของโรงเรียนอุตรดติ ถ ขอ 7. ใหแตงต้ังคณะผูบริหารเงินกองทุนข้ึนมาคณะหนึ่งเรียกวา “
(4) ผูปกครอง หมายความวา บิดาหรือมารดาหรือบุคคลอ่ืนซ่ึงทําหนาท่ี คณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทุน” จํานวนไมเกิน 11 คนใหมีประธานหน่ึงคนซ่ึง
เปนผปู กครองนักเรยี นโรงเรยี นอตุ รดิตถท่ไี ดแ จง ชอื่ เปนผปู กครองนักเรียนไวก ับโรงเรียน แตงต้ังจากประธานกรรมการเครือขายผูปกครองนักเรียนและตําแหนงอื่นตามความ
อุตรดติ ถ เหมาะสม โดยแตงตั้งจากกรรมการเครือขายผูปกครองนักเรียนและใหคํานึงถึงการเปน
(5) คณะกรรมการเครือขายผูปกครองนักเรียน หมายความวา ประธาน ตวั แทนของผูปกครองนักเรียนกระจายไปทุกสายชั้น
ระดบั หอ งเรยี นทุกหอ งท่ีไดร บั การคัดเลอื กและแตง ต้งั จากโรงเรียนใหเปน คณะกรรมการ ขอ 8. คณะกรรมการเครือขายผูปกครองนกั เรยี นจะแตงต้ังผบู รหิ ารสถานศึกษา
(6) คณะอนุกรรมการบรหิ ารเงินกองทนุ หมายความวา กรรมการเครอื ขา ย เครือขายผูปกครอง ครูหรืออาจารยของโรงเรยี นเปนที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการบรหิ าร
ผูปกครองนักเรียนท่ีไดรับแตงต้ังตามมติคณะกรรมการเครือขายผูปกครองใหทําหนาที่ เงินกองทุนดวยก็ได เพื่อปรึกษาเสนอแนะแกไขปญหาในการปฏิบัติหนาที่ของ
เปนคณะอนกุ รรมการบรหิ ารเงินกองทุน คณะอนุกรรมการบริหารเงนิ กองทุน แตไมน บั เปนคณะอนุกรรมการตามความในขอ 7.
ขอ 4. ใหประธานเครือขายผูปกครองนักเรียนรักษาการตามระเบียบนี้ และมี
อาํ นาจออกประกาศหรอื คําสง่ั ตามระเบยี บหรือตีความวินจิ ฉัยปญหาทเ่ี ก่ยี วกับระเบยี บนี้

คมู ือนกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรียนอุตรดติ ถ 157 คูม ือนกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอุตรดติ ถ 158
ประจาํ ปการศกึ ษา 2565 ประจาํ ปก ารศึกษา 2565

ขอ 9. คณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทนุ มีหนาที หมวด 2
(1) รบั เงนิ จา ยเงนิ เก็บรกั ษาเงนิ ตามอํานาจหนา ทต่ี ามระเบียบน้ี เงินกองทุน
(2) จัดทําบัญชีรายรบั รายจา ย งบดุลกองทนุ ขอ 15. เงนิ กองทุนไดมาจาก
(3) ใหขอเสนอแนะ เสนอบัญชีรายรับ รายจาย งบดุลเก่ียวกับกองทุนตอ (1) การบรจิ าคของผูปกครองเครือขายนกั เรยี น
(2) การบริจาคของบุคคลหรอื นิติบคุ คลอ่ืนทม่ี จี ิตศรัทธา
คณะกรรมการเครือขายผปู กครองนักเรยี น (3) ดอกผลของเงินกองทุน
(4) ปฏิบัติหนาท่ีตามตามที่คณะกรรมการเครือขายผูปกครองนักเรียน (4) รายไดอ น่ื ๆ
ขอ 16. การจัดสรรเงินกองทุนในแตล ะปก ารศึกษา
มอบหมายและตามท่ีระเบยี บนีก้ ําหนดไว (1) อัตรารอยละหาสิบจดั สรรเปน ทนุ การศกึ ษาของนกั เรยี น
ขอ 10. คณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทุนมีวาระดํารงตําแหนงเทากับ (2) อัตรารอยละย่ีสิบ จัดเปนเงินทุนสวัสดิการชวยเหลืองานฌาปนกิจ
สงเคราะหต อครอบครวั นกั เรยี นหรอื ผูปกครองเสียชีวติ
คณะกรรมการเครอื ขา ยผปู กครอง (3) อัตรารอยละสิบ จัดเปนคาใชจายในการบํารุงขวัญ สงเสริม สนับสนุน
ขอ 11. การพน จากตาํ แหนงคณะอนกุ รรมการบริหารเงินกองทนุ ครทู ป่ี รึกษา ครผู ูสอน
(1) ตาย (4) อัตรารอยละหา จัดเปนคาบําเพ็ญสาธารณประโยชนแ ละสิ่งแวดลอ ม
(2) ลาออก (5) อตั รารอยละสิบ จดั เปน คาใชจา ยบรหิ ารดาํ เนินงานกองทุน
(3) นักเรียนทีอ่ ยใู นปกครองไมมสี ถานภาพเปนนกั เรียนของโรงเรียน (6) อัตรารอยละหา จัดเปนคาใชจายกิจกรรมตามมติของคณะกรรมการ
(4) เมอ่ื พนจากการดาํ รงตําแหนงคณะกรรมการเครอื ขา ยผูปกครอง เครือขายผูปกครองนักเรียนหรือคณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทุนแลวแตกรณีการ
ขอ 12. เมื่อตําแหนงคณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทุนวางลง ให บริหารและจัดการสรรเงินจากกองทุนใหเปนไปตามขอบังคับท่ีกําหนด ซึ่งจะตอง
คํานึงถึงสัดสวนที่เหมาะสมและเปนประโยชนตอการชวยเหลือนักเรียน ผูปกครองและ
คณะกรรมการเครือขายผูปกครองนักเรียนแตงต้ังคณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทุน โรงเรียนเปนสําคัญ การกําหนดอัตราการชวยเหลือแตละรายตามวรรคหน่ึง (1) (2) ให
ข้ึนมาแทนตําแหนงที่วาง เวนแตวาระการดํารงตําแหนงของคณะกรรมการเครือขาย เปนไปตามมติของคณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทุน ในกรณีเงินจัดสรรตามอัตราท่ี
ผูปกครองนักเรียนและคณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทุนเหลือไมถึงเกาสิบวันให กําหนดไมเพียงพอ โดยมติของคณะอนุกรรมการบรหิ ารเงินกองทุน สามารถเฉลยี่ อัตรา
คณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทุนสวนที่เหลือปฏิบัติหนาท่ีไปจนกวาจะครบวาระแต เงนิ ทย่ี ังเหลืออยูในสัดสว นที่ยังไมไดใ ชนํามาใชใ นสวนท่ไี มเพียงพอไดต ามความเหมาะสม
ตอ งไมนอยกวา ก่งึ หนง่ึ และจําเปน ในกรณีท่มี เี งินเหลือตามอตั ราทีจ่ ัดสรรใหเ กบ็ ไวเ พื่อนําไปใชจายๆในปถ ดั ไป
ขอ 17. การรบั เงิน เก็บรักษาเงิน และการเบิกจายเงนิ กองทนุ
ขอ 13. การประชุมลงมติของคณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทุนจะตองมี (1) เม่ือมีรายไดหรือรายจายใดจากเงินท่ีไดรบั บริจาคหรือการจดั กิจกรรม
อนุกรรมการเขารวมประชุมไมนอยกวาก่ึงหนึ่งจึงครบองคประชุม โดยใหประธาน ใดเขากองทุน ใหเหรัญญกิ มหี นา ท่ีรับเงินหรอื จา ยเงนิ จัดทําบญั ชีรายรับ รายจา ย
คณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทุนเปนประธานในท่ีประชุม หากประธานไมอยูใหรอง (2) ใหเปดบัญชีเงินฝากเงนิ กองทนุ ไวท่ีธนาคารในนาม “ กองทุนเครือขาย
ประธานทาํ หนาที่ประธานหากรองประธานไมอยูใหท่ีประชมุ เลือกอนุกรรมการท่ีอยูในที่ ผปู กครองโรงเรยี นอตุ รดติ ถ ”
ประชุมทาํ หนา ทป่ี ระธานในทป่ี ระชมุ

ขอ 14. การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารเงินกองทุน จะตองจัดประชุมไม
นอยกวา หนึ่งครง้ั ในหน่งึ ภาคเรยี น

คมู ือนกั เรียนและผูปกครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 159 คูมอื นกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอุตรดติ ถ 160
ประจาํ ปก ารศึกษา 2565 ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565

(3) ใหประธานอนุกรรมการ เลขานุการอนุกรรมการ และเหรัญญิก ประกาศโรงเรียนอตุ รดติ ถ
อนุกรรมการ เปนผูเปดบัญชีเงินกองทุนกับธนาคาร โดยใหผูมีอํานาจลงนามเบิกจาย
จํานวนสองในสามคน เม่ือคณะอนกุ รรมการชุดเดมิ หมดวาระใหค ณะกรรมการเครือขาย เร่ือง แตงตั้งคณะอนกุ รรมการบริหารกองทนุ เครือขา ยผปู กครองนักเรียน
ชุดใหญแจงการเปล่ียนแปลงคณะอนุกรรมการผูมีอํานาจเบิกจายเงินตอธนาคารผูเปด
บญั ชี โรงเรียนอตุ รดิตถ ปการศึกษา 2564

ขอ 18. เมือ่ มกี ารประชุมคณะกรรมการเครือขายผปู กครองใหคณะอนุกรรมการ ---------------------------------------------------------
บริหารเงินกองทุนจัดทําบัญชีรายรับรายจายแจงใหคณะกรรมการเครือขายผูปกครอง
ทราบ และเมื่อมีประชุมใหญผูปกครองนักเรียนตามปการศึกษาใหคณะกรรมการ อาศัยอํานาจตามระเบียบวาดวยกองทุนเครือขายผูปกครองนักเรียนโรงเรียน
เครือขายผูปกครองรายงานรายรับรายจายใหผูปกครองนักเรียนทราบดวยทุกป
การศกึ ษา อตุ รดิตถ พ.ศ.2558 ขอ 4. ขอ 7. และขอ 8. คณะกรรมการเครือขา ยผูป กครองโรงเรียน

ประกาศ ณ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2563 อุตรดิตถ ไดมีมติแตงต้ังคณะอนุกรรมการกองทุนเครือขายผูปกครองนักเรียนโรงเรียน

(นายกัมพล หฤทยั วิจติ รโชค) อุตรดิตถ และท่ีปรึกษาเพื่อปฏิบัติหนาท่ีตามระเบียบวาดว ยกองทุนเครอื ขายผปู กครอง
ประธานเครือขา ยผปู กครองนักเรยี นโรงเรยี นอุตรดิตถ
นกั เรยี นโรงเรยี นอุตรดติ ถ ปก ารศกึ ษา 2564 ดงั นี้

1. นายกัมพล หฤทยั วจิ ติ รโชคประธานสายชนั้ ม.6 ประธานคณะอนกุ รรมการฯ

2. นายณฐั กฤษฎิ์ จําปาจี ประธานสายช้นั ม.1 รองประธานคณะอนกุ รรมการฯ

3. ร.ต.ท.ชะวะรตั น ทบั เกษม ประธานสายชนั้ ม.2 รองประธานคณะอนกุ รรมการฯ

4. นางเมษิยา โสภณวิศาล ประธานสายชั้น ม.3 รองประธานคณะอนกุ รรมการฯ

5. นายจรี วฒั น ตระกูลสวาง ประธานสายช้นั ม.4 รองประธานคณะอนกุ รรมการฯ

6. นายวีระ อินทรโม ประธานสายชั้น ม.5 รองประธานคณะอนุกรรมการฯ

7. นายธนพงษ คิดอา น ประธานหอ ง ม.5/4 อนุกรรมการและเลขานกุ ารฯ

8. นางจรีภรณ ศรพี ลากจิ ประธานหอ ง ม.5/1 อนุกรรมการและเหรัญญกิ ฯ

9. นางธิราพรรณ เมฆหมอก ประธานหอง ม.2/1 อนุกรรมการและผชู วยเหรัญญกิ ฯ

10. นายบญุ ชว ย แหยมคง ประธานหอง ม.3/9 อนกุ รรมการ

11. นายยุทธชัย พนั แพง ประธานหอ ง ม.2/2 อนกุ รรมการ

12. นายบญั ชร จนั ทรดา ผูอาํ นวยการโรงเรียนอตุ รดติ ถ ท่ปี รึกษา

13. นายชาญฤทธิ์ เตชา รองผูอาํ นวยการโรงเรยี นอุตรดติ ถท ่ี ปรกึ ษา

14. นายวงกต จุลรงั สี หวั หนากลมุ บริหารงานกิจการนกั เรียน ทป่ี รึกษา

15. นางดวงฤทัย ปน นาวิน หวั หนา ระดบั ช้นั ม.1 ทปี่ รกึ ษา

16. นายณัชพล ดีอุดม หวั หนา ระดับชั้น ม.2 ทป่ี รึกษา

17. นายชลธร คงชู หวั หนาระดับชั้น ม.3 ทป่ี รกึ ษา

18. นายวิฑูรย อนิ ศริ ิ หัวหนา ระดบั ช้นั ม.4 ที่ปรกึ ษา

คูมือนกั เรียนและผปู กครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 161 คูม อื นกั เรยี นและผูป กค1ร1อง โรงเรียนอุตรดติ ถ 162
ประจาํ ปการศกึ ษา 2565 ประจําปการศกึ ษา 2565

19. นายธติ ิสรรค แยม มลู หัวหนา ระดับชัน้ ม.5 ทปี่ รกึ ษา ธนาคารโรงเรยี นอตุ รดติ ถ

20. นางกลั นิกา ศรีภิรมย หวั หนาระดับชน้ั ม.6 ท่ีปรกึ ษา -------------------------------------------------------
ธนาคารโรงเรียนอุตรดิตถเปนธนาคารจําลองท่ีดําเนินการโดยนักเรียนใน
21. นายมานิธ ธนคณุ ากาญจน หัวหนางานระบบการดูแลชวยเหลือนักเรียน โรงเรียน มีครูและพนักงานธนาคารออมสิน เปนท่ีปรึกษา นักเรียนผูปฏิบัติงานใน
ธนาคารโรงเรียน เปนนักเรียนท่ีมีความประพฤติดี มีความรับผิดชอบ มีความละเอียด
ทปี่ รึกษา ถ่ีถวน มีมนุษยสัมพันธดี ซึ่งเจาหนาท่ีของธนาคารโรงเรียนประกอบดวยนักเรียนเปน
ผูปฏิบัติงาน ทําหนาท่ีผูจัดการ พนักงานการเงิน พนักงานบัญชี พนักงานติดตอ
22. นางจันทรตรา ดมี ลู งานระบบการดแู ลชว ยเหลอื นักเรยี น ที่ปรึกษา พนักงานประชาสัมพันธ พนักงานบริการและพนักงานลงรายการ ซ่ึงธนาคารโรงเรียน
มีบทบาทในการสงเสรมิ การออมของนักเรียน เพ่อื ฝก วนิ ยั การออมและคา นิยมอนั ดีใหแ ก
23. นางอาภรณ สอนจรูญ งานระบบการดแู ลชว ยเหลอื นักเรียน ทีป่ รึกษา นักเรียนตลอดจนนําแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชน
กาธิเษศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซ่ึงเปนปรัชญาที่ช้ีใหเห็นถึง
24 นางสาวธดิ ารัตน บุญเมงิ งานระบบการดูแลชว ยเหลอื นักเรียน ท่ีปรกึ ษา แนวการดําารงอยู และปฏิบัติตนเปนพลเมืองท่ีดีในทุกระดับใหดําเนินไปในทางสาย
กลาง โรงเรียนอุตรดิตถไดนอมนําหลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงมาสูการปฏิบัติ
25. นางสาววาสนา จันทรนอย งานระบบการดูแลชว ยเหลือนักเรยี น ที่ปรกึ ษา โดยเร่ิม จากการสรางความตระหนักใหนักเรียนไดเห็นความสําคัญของการออม
ความพอเพียง เพ่ือทีจ่ ะสรางเปนภมู ิคมุ กนั ทดี่ ใี นอนาคต
ประกาศ ณ วนั ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 นักเรียนและครูที่ปรึกษาโครงการธนาคารโรงเรียนเขารับการอบรมความรู
เก่ียวกับธนาคารโรงเรียนจากเจา หนา ท่ีธนาคารออมสนิ ดานการปฏบิ ตั งิ านของธนาคาร
(นายกัมพล หฤทัยวิจติ รโชค) ในตําแหนงนักเรียนพนักงานธนาคารโรงเรียน เชน พนักงานติดตอ ตําแหนงพนักงาน
ประธานเครือขา ยผปู กครองนักเรยี นโรงเรยี นอตุ รดิตถ บัญชี ตําแหนงพนักงานลงรายการ ตําแหนงพนักงานการเงิน และตําแหนงผูจัดการ
ธนาคารโรงเรียน
บริการรับฝากเงนิ แกนกั เรยี นเพยี งประเภทเดยี ว คอื เงนิ ฝากเผ่อื เรยี กซึ่งเปนเงิน
ฝากที่สามารถฝากไดต ั้งแต 1 บาท ขึ้นไป
ทุกวนั จันทร – วันพธุ ระหวา งเวลา 11.00 - 12.40 น
กิจกรรมสงเสรมิ การออม ตลอดปการศกึ ษา ดงั น้ี

1. กิจกรรมนองใหม ธนาคารโรงเรียน
2. กจิ กรรมออมเพอื่ แม
3. สัปดาหสงเสรมิ การออม
4. กจิ กรรมออมตามรอยพอ
5. กจิ กรรมรักษ รกั การออม
6. กิจกรรมเปลย่ี นเงินออมเพ่ืออนาคต
7. กิจกรรมรณรงคก ารออมทรัพย

คมู ือนกั เรียนและผปู กครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 163 คมู อื นกั เรียนและผูปกค1ร1อง โรงเรียนอุตรดติ ถ 164
ประจําปก ารศึกษา 2565 ประจําปก ารศึกษา 2565

การประกันอุบตั ิเหตนุ กั เรียน ลาํ ดับท่ี ความคุมครอง บรษิ ัทวิรยิ ะ
ประกันภัยจํากัด
------------------------------------------------------- 7.12 สูญเสียน้วิ เทา อน่ื ๆ แตล ะนวิ้ (มากกวา 1 ขอ)
โรงเรียนอุตรดิตถ ไดบริการประสานกับบริษัทประกันในการประกันอุบัติเหตุ (มหาชน)
นกั เรยี น ซงึ่ คุมครอง คารักษาพยาบาลหรือคาทดแทนจากอุบัติเหตุ ดงั น้ี คา รกั ษาพยาบาล 1,200
12,000
ตารางผลประโยขนแ ละความคมุ ครอง 8 คา รักษาพยาบาล (ใบเสรจ็ + ใบรบั รองแพทยฉ บบั จรงิ ) 5,000
ไมเกนิ /คร้ัง/เหตุการณ
การคัดเลือกบรษิ ัทประกนั ภยั นกั เรยี น ปก ารศึกษา 2565 โรงเรียนอตุ รดติ ถ 100
9 คา เคลื่อนยา ยผูปว ยดว ยรถพยาบาลตามแพทยส ่ังจา ยตาม 300
บริษทั วริ ยิ ะ จรงิ 500
จาก รพ.รัฐ - รพ.รัฐ 50,000
ลําดับที่ ความคมุ ครอง ประกันภยั จาํ กดั
หากไมเ สียคารกั ษา หรอื ใชสิทธิอน่ื เบกิ คา รักษาไปแลว 1,500
(มหาชน) ใหเลือกเบิกเปนคา ชดเชย
10,000
กรณเี สียชวี ติ 10 ชดเชยคารกั ษาพยาบาล รักษาที่ สถานอี นามยั (เหตุการณ 10,000
ละ) 200
1 เสียชีวติ จากอบุ ตั เิ หตทุ ว่ั ไป และเปน อบุ ัติเหตภุ ยั สาธารณะ 240,000
11 ชดเชยผปู วยนอก (OPD) รักษาทค่ี ลินกิ /โรงพยาบาล
2 เสยี ชวี ิตจากอุบตั เิ หตุทั่วไป 120,000 เหตกุ ารณล ะ

3 เสยี ชีวิตจากการขับขีห่ รือโดยสารรถจกั รยานยนต 120,000 12 ขดเชยผูป วยใน (IPD) นอนรกั ษาในโรงพยาบาล

หรอื ถกู ฆาตกรรมหรือถูกทาํ รายรางกาย สงู สุด 100 คนื /ป

4 เสียชีวติ จากโรคภยั ไขเ จ็บ 20,000 กรณีเกดิ อุบตั ิเหตุในตางประเทศ ท้งั ประเทศกลมุ อาเซยี น
และทุกประเทศทั่วโลก
5 ทุพพลภาพถาวร จากอุบัตเิ หตทุ ว่ั ไป 120,000
13 กรณบี าดเจบ็ นอนรกั ษาตัวเปนผูปว ยใน จา ยคาใชจ า ย
6 ทุพพลภาพถาวร จากขับขห่ี รือโดยสารรถจกั รยานยนต 120,000 เฝาไข
ไมเ กิน 15 วนั วนั ละ 1,500 บาท
7 การสญู เสยี อวยั วะ จากอบุ ัตเิ หตุทวั่ ไป
14 คาเคลอื่ นยา ยจากตา งประเทศกลบั ภมู ิลาํ เนา
7.1 สญุ เสยี อวัยวะ (ตา แขน ขา) รวม 2 ขา ง 120,000 ตามคําแนะนาํ ทางการแพทย

7.2 สญุ เสยี อวยั วะ (ตา แขน ขา) รวม 1 ขาง 72,000 15 กรณีเสียชีวติ คาสง ศพหรอื อัฐิกลบั ประเทศภมู ลิ าํ เนา
วงเงินทจี่ า ยจริงไมเ กนิ
7.3 หูหนวก 2 ขา ง หรอื เปน ใบ 60,000
เบยี้ ประกนั /คน/ป
7.4 หหู นวก 1 ขา ง 18,000

7.5 สูญเสยี นิ้วหัวแมมือ (ทงั้ 2 ขาง) 30,000

7.6 สูญเสยี น้วิ หัวแมม อื (1 ขอ ) 12,000

7.7 สญู เสยี นว้ิ ชี้ (3 ขอ) 12,000

7.8 สูญเสยี น้วิ ชี้ (3 ขอ ) 9,600

7.9 สูญเสยี นวิ้ ชี้ (3 ขอ ) 4,800

7.10 สูญเสียอวยั วะนิว้ มืออ่นื ๆ แตละน้วิ (มากกวา 2 ขอ) 6,000

7.11 สญู เสียน้วิ หวั แมเ ทา 6,000

คูมอื นกั เรยี นและผูปกครอง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 165 คมู ือนกั เรียนและผปู กค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 166
ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565 ประจาํ ปก ารศกึ ษา 2565

กลุมบริหารงานงบประมาณ
-------------------------------------------------------

กลุมบริหารงบประมาณ โรงเรียนอุตรดิตถ ไดปฏิบัติตามนโยบายระดม
ทรัพยากร ของสถานศึกษา สังกัดสําานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ตาม
ประกาศของ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เพอ่ื ใหทุก ภาคสวนของสังคมมีสวนรวมในการระดม
ทรัพยากร เพื่อ จัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ตามมาตรา 58 แหงพระราชบัญญัติการศึกษา
แหงชาติ พ.ศ. 2542 เปนคาใชจายในการเรียนการสอนนอกหลักสูตรแกนกลาง ซึ่ง
มุง เนน หลกั สูตรท่ีมีเนื้อหาสาระ มากกวา ปกติ การสอนดว ยบุคลากรพเิ ศษ การสอนดว ย
รูปแบบหรือวิธีการท่ีแตกตางจากการ เรียนการสอนตามปกติ หรือการสอนที่ใชสื่อ
นวัตกรรม และเทคโนโลยีท่ีจัดหาใหเปนพิเศษ โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และเปนดวยความสมัครใจของผูปกครอง และนักเรียนโรงเรียน
อุตรดิตถจึงกําาหนดอัตราเงินบํารุงการศึกษา ประมาณการคาใชจายและเงินสนับสนุน
จากรฐั บาล

คมู อื นกั เรยี นและผูป กครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 167 คมู อื นกั เรยี นและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 168
ประจําปการศกึ ษา 2565 ประจําปก ารศกึ ษา 2565

คูมือนกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 169 คมู อื นกั เรยี นและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 170
ประจําปก ารศึกษา 2565 ประจําปก ารศึกษา 2565

คูมือนกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 171 คมู อื นกั เรยี นและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 172
ประจําปก ารศึกษา 2565 ประจําปก ารศึกษา 2565

คูมือนกั เรยี นและผปู กครอง โรงเรียนอตุ รดติ ถ 173 คมู อื นกั เรยี นและผูปกค1ร1อง โรงเรยี นอตุ รดติ ถ 174
ประจําปก ารศึกษา 2565 ประจําปก ารศึกษา 2565


Click to View FlipBook Version