1
คู่มือการการซอ่ มแซมบารุงเครอ่ื งชว่ ยหายใจ
โรงพยาบาลสุราษฎรธ์ านี
นายเกรยี งศกั ดิ์ อนิ สงิ คาร รหสั 6241050002
นายนพดล ชัยชานิ รหัส 6241050002
สาขาอเิ ล็กทรอนิกส์ วทิ ยาลยั เทคนคิ สุราษฎรธ์ านี สถาบนั การอาชวี ศึกษาภาคใต้ 1
: อ้างองิ ถึงรายวิชา : การเขยี นรายงานในงานอาชีพ รหสั : 20-4000-1101
สมรรถนะวิชาชพี / รายวชิ า
20-4100-2303 ฝกึ งานปฏิบตั งิ านเทคโนโลยพี ื้นฐาน (Basic Technology Practice) 3 (0-9-0)
สมรรถนะรายวิชา
1.ปฏิบัติงานเทคโนโลยีพน้ื ฐานได้
2.ปฏิบัตงิ านเทคโนโลยีเฉพาะสาขาวชิ าชีพได้
3.ปฏบิ ตั ิงานด้วยความรบั ผดิ ชอบจรรยาบรรณวิชาชพี
คาอธิบายรายวชิ า
ฝกึ ปฏิบัติงานอตุ สาหกรรมพนื้ ฐาน การใชเ้ คร่อื งมอื พ้นื ฐาน เครื่องมอื ร่างแบบ เคร่ืองมือวดั
เบ้อื งตน้ งานวางแบบชิ้นงาน การเล่อื ย การสกัด การลบั ดอกสว่าน การเจาะ การทาเกลียวดว้ ยมอื งานไฟฟา้
เบ้ืองตน้ งานเช่ือมโลหะเบ้ืองต้น
20-4105-2404 เทคโนโลยเี ซนเซอรแ์ ละทรานสดิวเซอร์ (Sensors and Transducers Technology)
3(0-9-0)
สมรรถนะรายวิชา
1.ทดสอบการทางานของอปุ กรณเ์ ซนเซอร์และทรานสดิวเซอร์
2.ตดิ ต้ัง ปรบั แต่ง อปุ กรณ์เซนเซอรแ์ ละทรานสดิวเซอร์
3.บารงุ รกั ษาอุปกรณเ์ ซนเซอรแ์ ละทรานสดิวเซอร์
4.ประยกุ ตใ์ ช้งานอุปกรณ์เซนเซอรแ์ ละทรานสดวิ เซอร์
คาอธิบายรายวชิ า
ปฏบิ ัตเิ กี่ยวกับการทดสอบการทางาน ตดิ ตั้ง ปรับแต่ง บารุงรักษาอุปกรณเ์ ซนเซอร์และ
ทรานสดวิ เซอรท์ ีใ่ ชใ้ นการวัด และตรวจจับอุณหภูมิ ความดัน อัตราการไหล ระดบั ความหนาแนน่ ความชน้ื
ความหนดื ความนา น้าหนัก ความเร็ว แสงและเปลวไฟ สวิตซ์ และอ่ืนๆ
สารบัญ 1
1
บทนา 2
ขัน้ ตอนการซ่อมบารุงเครือ่ งช่วยหายใจ 3
เครอ่ื งมือ อปุ กรณ์และขอ้ ควรระวัง 5
01.การตรวจสอบ SST (Short Self Test) 7
02.การตรวจสอบ Flow Sensor 9
03.การตรวจสอบ EST (Extended Self Test) 10
ภาคผนวก 12
ภาคผนวก 01 การตรวจสอบ SST (Short Self Test) 14
ภาคผนวก 02 การตรวจสอบ Flow Sensor 19
ภาคผนวก 03 การตรวจสอบ EST (Extended Self Test)
ประวัติผจู้ ัดทา
1
บทนา
ในปัจจุบันประชากรไดเ้ พ่ิมมากขึ้น การใชช้ ีวติ ของผู้คนกเ็ ปลย่ี นแปลงตามยุคสมัย ทาให้คน
หลายคนไม่มีเวลา มาใช้ชีวติ ในการดูแลตัวเอง จึงทาให้อาจจะเกิดเหตตุ ้องเข้าโรงพยาบาล
คมู่ อื ฉบับนี้มขี ้ันตอนการซ่อมแซมบารุงเคร่ืองชว่ ยหายใจ และรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกบั การ
แกป้ ญั หาของการ Error ในแตล่ ะแบบ และหวังเป็นอย่างยิ่งวา่ ค่มู ือฉบับนเี้ ปน็ ประโยชน์ต่อผ้อู า่ นไมม่ ากก็นอ้ ย
ขน้ั ตอนการซอ่ มบารงุ เครอื่ งช่วยหายใจ มี 3 ขน้ั ตอน
01.การตรวจสอบ SST (Short Self Test)
02.การตรวจสอบ Flow Sensor
03.การตรวจสอบ EST (Extended Self Test)
2
เครื่องมอื อปุ กรณ์ และข้อควรระวงั
การใช้งาน ใชข้ นั หรือคลายน็อตที่มี การใช้งาน ใชส้ าหรับในการขนั น็อตที่มี
ลกั ษณะหวั แฉก หวั เป็นหลุมหกเหล่ียมหรือสลกั เกลียวที่
ข้อควรระวงั เลือกขนาดไขควงให้ เป็นหวั กลม
เหมาะสมกบั หวั สกรู ข้อควรระวงั เลือกขนาดใหเ้ หมาะสมกบั
หลุมหกเหล่ียม
การใช้งาน ใชว้ ดั ปริมาณไฟฟ้ าไดห้ ลายค่า การใช้งาน ใชต้ ดั ส่วนที่เป็นพลาสติกและ
สายไฟฟ้ า
โดยสามารถเลือกต้งั คา่ ได้ ข้อควรระวงั ไม่ควรใชค้ ีมจบั ชิ้นงานที่ร้อน
ข้อควรระวงั ก่อนทาการวดั ทุกคร้ังให้ และไมค่ วรใชค้ ีมแทนปะแจ
แน่ใจวา่ ต้งั ยา่ นถูกแลว้ เพราะอาจจะทาให้
มิเตอร์พงั ได้
3
01.การตรวจสอบSST (Short Self Test)
เคร่ืองมือและอปุ กรณ์
เทคนคิ การทางาน ข้อควรระวัง
-ควรตอ่ วงจรท่อท่ีต่อไปยังผู้ปว่ ยใหก้ ระชับ และ แนน่ -หากตอ่ ท่อไมส่ นทิ อาจจะทาให้เกดิ Leak ได้
-ควรเทสระบบ ในทท่ี ่ีไม่มอี ากาศ -หากมอี ากาศอาจจะทาใหเ้ กิด Error ได้
4
ขั้นตอนตรวจสอบ SST
1.ตรวจเชค็ สาเหตวุ ่าเกิด Fail จากสาเหตใุ ด 2.หากเจอสาเหตุแล้วกท็ าการมารค์ จดุ
ไวเ้ พ่ือไม่ใหค้ นอืน่ ใชต้ ่อ
3.นาชนิ้ สว่ นใหม่มาใสแ่ ละลองเทสอีกคร้งั 4.หากเสรจ็ แล้วสง่ คืนพยาบาลทีร่ ับผิดชอบ
5
02.การตรวจสอบ Flow Sensor
เครื่องมือและอปุ กรณ์
เทคนคิ การทางาน ข้อควรระวงั
-ควรดแู ลรักษา Flow Sensorให้ดีโดยการเชด็ ถตู ลอด -หากดูแลรักษาไม่ดอี าจทาให้ Failed ได้
-ควรทาตามขั้นตอนในการตรวจสอบใหค้ รบถ้วน -หากมีอากาศอาจจะทาให้เกิด Error ได้
6
ขน้ั ตอนตรวจสอบ Flow Sensor
1.กดปุ่ม Flow Sensor Calibrationเพ่ือทดสอบการทางาน 2.หาก ขึ้น Failed แสดงวา่ Flow
Sensor มปี ญั หา
3.ทาการ ถอดเคส และนา Q3 หรือ 4.หากเทสใหมผ่ ่านแลว้ ทาการประกอบและใชง้ าน
Flow Sensor มาทาความสะอาด
7
การตรวจสอบ EST (Extended Self Test)
เคร่ืองมอื และอุปกรณ์
เทคนคิ การทางาน ข้อควรระวงั
-ควรเสียบ O2 และ Air อย่างระมัดระวงั -หากไม่ระวงั อาจทาให้ O2 และ Air กระเดน็ ใส่
-ควรทาตามขัน้ ตอนในการตรวจสอบให้ครบถ้วน -หากมีอากาศอาจจะทาใหเ้ กดิ Error ได้
8
ข้นั ตอนตรวจสอบ EST (Extended Self Test)
1.ตอ่ O2 และ Air เขา้ ยงั เคร่ืองเพ่ือใช้งาน 2. ใสส่ าย Tubing เข้ายงั ชอ่ ง To และ From Patient
3. ทาตามขน้ั ตอนจนจบ
9
ภาคผนวก
10
ภาคผนวก 01
การตรวจสอบ SST (Short Self Test)
11
เครอื่ งช่วยหายใจ ก็มีหลักการทางานทเี่ ลยี นแบบการทางานของระบบการหายใจของมนุษยเ์ รา คอื มี
การปลอ่ ยก๊าซที่มีส่วนผสมทีเ่ หมาะสม เข้าไปในปอด เพื่อใหเ้ กิดการแลกเปลี่ยนกา๊ ซภายในปอด และปลอ่ ย
กา๊ ซทเ่ี สรจ็ ส้นิ การแลกเปลี่ยนแล้ว ให้ออกส่บู รรยากาศภายนอก แต่เน่ืองจากเคร่ืองช่วยหายใจเป็นเคร่ืองจกั ร
ไมส่ ามารถรบั รู้สญั ญาณทางเคมีของผปู้ ่วยได้ ตลอดจนไม่รู้ความต้องการของผู้ปว่ ยว่าตอ้ งการอากาศมากหรือ
น้อย เร็วช้าเท่าใดจงึ ต้องมีการออกแบบเพอ่ื ทางานในส่วนน้คี ือ
12
ภาคผนวก 02
การตรวจสอบ Flow Sensor
13
1. ส่วนท่ีรบั ร้ไู ด้ว่า ร่างกายผปู้ ่วยตอ้ งการทจี่ ะหายใจแลว้ สว่ นน้ีเรียกว่า triggering system หรอื patient
sensing unit ซงึ่ เครอื่ งชว่ ยหายใจ จะมีอุปกรณท์ ่คี อยตรวจเชค็ วา่ ผปู้ ว่ ยตอ้ งการหายใจหรอื ไม่ โดยอาศยั การ
วัดแรงลมที่ผ่านเขา้ ไปในทางเดินหายใจผู้ป่วย (flow sensor) หรอื วัดแรงดันของก๊าซท่ีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
(pressure sensor) ผู้ป่วยที่กาลังออกแรงหายใจ จะดูดอากาศเข้าไปในปอด ทาให้เกิดแรงดันตดิ ลบ หรือมี
การไหลของอากาศในทิศทางเข้าไปในปอดให้ตรวจจับได้
2. สว่ นทีจ่ ดั การเตรยี มอากาศไวเ้ พ่อื จา่ ยให้กบั ผ้ปู ่วย หรอื gas supply system สว่ นน้จี ะประกอบด้วยทอ่
ออกซิเจน (oxygen gas inlet) กับท่ออากาศธรรมดา (air inlet) ทั้งสองท่อนี้ จะนาเอาออกซิเจนและอากาศ
เขา้ ไปผสมกนั ในช่องผสม (Oxygen mixer) โดยจะผสมใหม้ ีความเข้มขน้ ของออกซิเจน ตามที่ผ้ใู ช้ตอ้ งการ
ปกติแล้วในอากาศธรรมดา จะมีออกซเิ จนอยู่ท่ีความเขม้ ข้น 21% ถา้ ตอ้ งการมากกวา่ นี้ เช่น ตอ้ งการให้ได้
60% ก๊าซ oxygen จาก oxygen inlet จะถูกปล่อยเขา้ ไปผสมให้มคี วามเข้มขน้ ตามต้องการ กอ่ นจะจ่าย
ใหก้ ับผู้ปว่ ย จากรปู ด้านบนจะเห็นวา่ สว่ นของ air inlet จะมีส่วนของ air compressure/blower ติดอยดู่ ้วย
ส่วนนที้ าหน้าที่อัดอากาศให้มีแรงดันสงู ขน้ึ เพ่ือท่ีเวลาจ่ายอากาศทผี่ สมแล้วใหแ้ ก่ผู้ป่วย แรงดนั ท่ีมากน้ีจะชว่ ย
ผลกั อากาศจากในเคร่ืองให้เข้าสู่ทางเดินหายใจผู้ป่วยได้โดยผู้ป่วยไมต่ ้องสูดเอง เป็นการผอ่ นแรงของผปู้ ่วย
3. ส่วนของระบบจา่ ยอากาศให้แกผ่ ู้ป่วย หรือ gas delivery system เปน็ สว่ นท่คี อยควบคุมการจา่ ยก๊าซท่ีผสม
แล้วให้แก่ผู้ป่วย โดยจะควบคุมวา่ จะเรมิ่ จ่ายเม่ือใด และจ่ายเร็วชา้ ขนาดไหน จา่ ยให้ในปรมิ าตรเทา่ ใด
โดยท่วั ไปเมือ่ ผู้ป่วยส่งสัญญาณวา่ จะเร่มิ หายใจผ่านมาทาง patient sensing unit แล้วเครอ่ื งจะประมวลผล
และเปดิ วาล์วของก๊าซฝัง่ ทจ่ี า่ ยลมหายใจเข้า (inspiratory valve) ทาให้อากาศผสมท่เี ตรียมไวก้ ่อนหนา้ น้ี ไหล
เข้าสทู่ างเดนิ หายใจผปู้ ่วย โดยอตั ราการไหล หรอื ปรมิ าตรของอากาศผสม จะถูกควบคุมใหเ้ ป็นไปตามทผ่ี ูใ้ ช้ต้ัง
ไว้ (หรือเครื่องอาจปรับเองตามทว่ี ดั ได้จากผูป้ ่วยโดยอตั โนมัตกิ ไ็ ด้ แลว้ แต่ประเภทของเครื่อง)
4. ส่วนของระบบปล่อยลมหายใจออก (expiratory gas system) จะทางานสลบั กบั สว่ นควบคุมการหายใจเขา้
โดยเมื่ออากาศผสมไดเ้ ขา้ สู่ปอดผูป้ ว่ ยจนถงึ เป้าหมายหรอื ตามเวลาตามทผ่ี ใู้ ชต้ ้ังเอาไวแ้ ล้ว วาล์วสาหรับการ
หายใจเขา้ จะปดิ ลง วาลว์ สาหรบั การหายใจออก (expiratory valve) จะเปิดออก เพ่ือปล่อยให้อากาศที่เขา้ สู่
ปอดผปู้ ว่ ยไปแล้ว ได้กลบั ออกมาสบู่ รรยากาศภายนอก สงั เกตว่าในระบบ expiratory gas system นีจ้ ะมี
สว่ นควบคุมเพิม่ เตมิ มาคอื PEEP ซงึ่ กค็ ือ positive end expiratory pressure หรือแรงดนั ท่จี ะคงเหลอื อยู่
เมอ่ื ส้ินสดุ การหายใจออกแล้ว ติดอยดู่ ้วย ส่วนนี้จะทาหน้าท่ีคอยวดั แรงดนั ในระบบวา่ คงเหลอื อยู่เท่าใด เมื่อ
ผู้ปว่ ยหายใจออก แรงดนั ภายในจะลดลงเร่อื ย ๆ และเม่ือลดลงมาถงึ จุดหนึง่ ทตี่ ง้ั เอาไว้ เช่นตงั้ แรงดัน PEEP ไว้
ที่ 5 ซม.น้า วาล์วของการหายใจออกจะปิดลง อากาศก็จะไม่ออกมาอกี และแรงดันอากาศท่คี งค้างอยู่ในปอด ก็
จะคงเหลืออยูท่ ่ี 5 ซม.น้าด้วย โดยมากแลว้ ผใู้ ชม้ ักจะต้ังคา่ PEEP เอาไว้เพ่ือรักษาแรงดนั ภายในปอดเอาไว้
ไมใ่ ห้อากาศออกมามากจนปอดแฟบลง
5. ส่วนควบคุมประมวลผลกลาง (สว่ นสีส้มในรปู ) หรือ main processing unit เป็นระบบคอมพิวเตอร์ท่ี
เชอ่ื มโยงประสานงานสว่ นต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ตลอดจนวดั ค่าต่าง ๆ ทีเ่ กดิ ข้นึ จากการทางานและการหายใจของ
ผปู้ ่วย มาประมวลผลและรายงานออกมาเป็นกราฟหรอื ตวั เลขบนหนา้ จอ (monitor display) ใหผ้ ู้ใช้ได้ทราบ
การเปล่ียนแปลง นอกจากน้ีหากคา่ ตา่ ง ๆ ท่ีวดั ได้ ตรงกับตัวเลขทีผ่ ู้ใชต้ ั้งเอาไว้ว่าใหแ้ จ้งเตอื น เช่น แรงดนั ท่ี
เข้าส่ปู อดมากเกนิ กวา่ 40 ซม.นา้ หรอื จานวนครง้ั ที่ผู้ปว่ ยหายใจมาก หรือนอ้ ยกวา่ ท่ตี ั้งไว้ เคร่ืองจะสง่
สญั ญาณเตือน (alarms) ใหด้ ว้ ย
14
ภาคผนวก 03
การตรวจสอบ EST (Extended Self Test)
15
1. เป็นเคร่ืองช่วยหายใจซึ่งควบคุมการทางานโดยไมโครโพรเซสเซอร์หลักการทางานเป็นแบบ
ควบคุมด้วยความดัน (Pressure control) และควบคุมด้วยปริมาตร (Volume control) โดยใช้
ออกซเิ จนและอากาศจากแหลง่ จา่ ยอากาศของโรงพยาบาลได้
2. ใช้ไดต้ ัง้ แตเ่ ดก็ แรกเกิดถงึ ผ้ใู หญ่
3. มีแบตเตอร่ีสารองติดมากบั เคร่อื งชว่ ยหายใจหรอื มีชุดสารองไฟท่ีสามารถใชง้ านต่อเนือ่ งไดไ้ ม่นอ้ ย
กวา่ 30 นาที
4. มีระบบควบคุมวาล์วฉุกเฉินสามารถเปิดเพ่ือให้ผู้ป่วยสามารถหายใจโดยอาศัยออกซิเจนจาก
อากาศภายนอกเข้ามาใช้ ในกรณีเครื่องขัดข้องมีปัญหา (Safety valve open) หรือความดันใน
ระบบสงู กว่าทกี่ าหนดไว้
5. มีจอภาพประกอบมากับเคร่ืองแผงควบคุมการทางานของเครื่องสามารถแสดงค่าพารามิเตอร์ต่างๆ
ที่ตั้งให้กับผู้ป่วย(Ventilator setting) ค่าต่าง ๆที่วัดได้จากผู้ป่วย (Monitor data) ได้พร้อมกัน
รวมท้ังสามารถแสดงกราฟการหายใจของ volume/time, Airway Pressure/Time และ
Flow/Time ไดพ้ ร้อมกนั ไดไ้ ม่นอ้ ยกว่า 2 รูปกราฟ
6. การวัดค่าต่าง ๆ ของการหายใจใช้ระบบ Flow Sensor ที่อยู่ภายในตัวเครื่องช่วยหายใจ เพื่อ
ป้องกนั การผดิ พลาดในการแสดงผลของการหายใจ เน่อื งจากความชืน้ และเสมหะของผู้ปว่ ย
7. มีระบบ Heated exhalation bacteria filter เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ภายใน
เคร่อื ง
8. มีแบคทีเรียฟิลเตอร์ท้ังช่วงหายใจเข้าและช่วงหายใจออก ท่ีสามารถกรองเช้ือโรคขนาด 0.3
ไมครอน และสามารถทาใหป้ ราศจากเชื้อและนากลบั มาใช้ใหม่ได้
9. มีระบบ Previous setup เพ่ือความสะดวกรวดเร็วในการเปล่ียน Mode กลับไปสู่ Mode ก่อน
หนา้
10. มีรถเข็นรองรับตัวเคร่ืองชนิด 4 ล้อสามารถเคล่ือนย้ายได้สะดวกพร้อมระบบล็อคล้อท่ีป้องกันมิให้
เคลือ่ นที่ เมอื่ ใชก้ ับผูป้ ว่ ย
11. มีเคร่อื งผลิตอากาศ (Air Compressor)
12. ใช้กับไฟ 220 Volt, 50 Hz.
13. เป็นผลติ ภณั ฑ์ของประเทศไทย,สหรัฐอเมรกิ า หรือยโุ รป
14. รับประกนั คุณภาพการใชง้ าน ๒ ปี นบั ตั้งแตว่ ันรับเครื่อง
รายละเอียดทางเทคนิค
1. สามารถเลือกลักษณะการทางานของการชว่ ยหายใจ (Type of Ventilation) ดงั น้ี
๑.๑ ชนดิ ควบคุมดว้ ยปรมิ าตร (Volume Controlled Ventilation)
๑.๒ ชนิดควบคุมด้วยแรงดนั (Pressure controlled ventilation)
2. สามารถตั้งลักษณะการชว่ ยหายใจสาหรบั ผู้ปว่ ยไดด้ งั น้ี
2.1 ชนิดเครือ่ งชว่ ยในการหายใจทง้ั หมด (A/C)
๒.๒ ชนดิ เครอ่ื งชว่ ยหายใจบางสว่ น (SIMV)
๒.๓ ชนดิ ใหผ้ ้ปู ว่ ยหายใจเอง(SPONT)พร้อมกับมีแรงดนั สนับสนุน (Pressure Support
ventilation)
16
๒.๔ ชนิดชว่ ยผปู้ ่วยภายหลงั หยดุ การหายใจ (Apnea Ventilation) ช่วยผปู้ ่วยภายหลงั หยดุ การ
หายใจ
ตามเวลาทตี่ ้งั ไว้โดยอตั โนมตั ิ
๒.๕ ชนดิ ชว่ ยหายใจโดยไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ ( Non invasive ventilation )
3. สามารถกาหนดคา่ ต่าง ๆ ได้จากแผงควบคุมการทางานที่อยดู่ า้ นหนา้ ของเครื่องได้ดงั นี้
๓.๑ สามารถปอ้ นข้อมูลนา้ หนกั ผูป้ ว่ ยเขา้ เครือ่ ง (Ideal Body Weight) ได้ไมน่ อ้ ยกวา่ 0.3 ถงึ 149
กโิ ลกรมั
๓.๒ สามารถตั้งความดันชว่ ย (Pressure Support) ไดอ้ ย่างนอ้ ย 0 ถึง 70 เซนติเมตรนา้
๓.๓ สามารถต้งั อัตราเรง่ การไหลของลม (Rise Time) ได้ 1 ถึง 100%
๓.๔ สามารถตั้งระดบั ความไวของการหายใจออก (Expiratory Sensitivity) ได้ 1 ถึง 80 %
๓.๕ สามารถต้ังปรมิ าตรอากาศในการหายใจแตล่ ะครั้ง (Tidal Volume) ได้ไม่น้อยกวา่ 5
มิลลิลติ ร
ถึง 2,500 มลิ ลิลิตร
15. ๓.๖ สามารถตั้งอตั ราการหายใจได้ 1 ถงึ 150 ครงั้ ต่อนาที
๓.๗ สามารถต้ังอัตราการไหลของอากาศ (Peak Flow) ได้อย่างน้อย 3-150 ลิตร/นาที สาหรับ
ผู้ป่วย
น้าหนกั มากกว่า 24 กก. หรอื อย่างน้อย 3 – 60 ลิตร/นาที สาหรับผปู้ ว่ ยน้าหนกั เท่ากบั
หรือ
น้อยกว่า 24 กิโลกรัม
๓.๘ สามารถเลือกรปู แบบการไหลเวยี นของอากาศ (Flow Pattern) ไดเ้ ป็นแบบ Square หรือ
Descending Ramp
๓.๙ สามารถต้งั ให้ลมหายใจเขา้ หยดุ คา้ งในปอดก่อนหายใจออก(Plateau) ได้ 0 ถึง 2 วนิ าที
๓.๑๐ สามารถตัง้ แรงดัน (Inspiratory Pressure) ไดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ 5 ถึง 90 เซนตเิ มตรนา้
3.11 ในกรณีที่เครื่องควบคุมดว้ ยแรงดันสามารถเลอื กใหค้ า่ ตา่ ง ๆ คงทไ่ี ด้คอื ชว่ งเวลา
หายใจเข้า
(Inspiratory Time), สัดสว่ นการหายใจเข้า:การหายใจออก (I:E Ratio) ,ช่วงเวลาการ
หายใจออก
(Expiratory Time)
3.12 สามารถกาหนดชว่ งเวลาในการหายใจเข้าได้ไม่นอ้ ยกวา่ 0.2 ถงึ 8.0 วินาที
๓.๑๓ สามารถกาหนดสัดสว่ นช่วงเวลาในการหายใจเข้าตอ่ ชว่ งเวลาในการหายใจออกได้
๓.๑๔ สามารถตงั้ ช่วงเวลาหายใจออก (Expiratory Time) ได้ต้ังแต่ 0.2 วินาที
3.15 สามารถต้ังใหผ้ ปู้ ว่ ย Trigger เครื่องได้ 2 แบบ คือ
3.15.1 ตั้ง Pressure Sensitivity ได้ 0.1 – 20.0 ซม.นา้ ต่ากว่าระดับ PEEP
3.15.2 ตั้ง Flow Sensitivity ได้ 0.1 – 20.0 ลติ รต่อนาที
3.16 สามารถต้ังเปอร์เซน็ ต์ออกซิเจน (Oxygen Percentage) ได้ 21-100 %
3.17 สามารถตั้งความดนั บวกในระบบ PEEP/CPAP ได้สงู สดุ ถึง 45 เซนติเมตรนา้
17
๓.๑๘ สามารถต้ังให้เครื่องชว่ ยหายใจกรณผี ู้ป่วยหยุดหายใจ (Apnea Ventilation) ได้ท้งั แบบ
ควบคุมดว้ ยปริมาตร (Volume Control) หรอื ควบคมุ ด้วยความดัน (Pressure Control)
๓.๑๙ สามารถตัง้ Disconnect Sensitivity ได้ไม่น้อยกว่า 20 ถงึ 95%
๓.๒๐ มีปุ่มกดให้ออกซิเจน 100% นาน 2 นาทแี ละในขณะใหอ้ อกซิเจนเครื่องจะทาการ Calibrate
Oxygen sensorโดยอัตโนมัติ โดยไมต่ ้องถอดสายชว่ ยหายใจออกจากผปู้ ่วย
4. สว่ นจอภาพทแ่ี สดงข้อมลู จะสามารถแสดงข้อมูลค่าที่ตั้ง และค่าท่วี ดั ไดจ้ ากผูป้ ว่ ยไดพ้ ร้อมกัน
พร้อมมรี ะบบข้อมลู ทีส่ ามารถแสดงคา่ ตา่ ง ๆ ของเคร่ืองและของผู้ปว่ ยได้ดงั น้ี
๔.๑ แสดงชนดิ ของการหายใจวา่ เป็น Control(C) ,Assist (A),Spontaneous (S) และรปู กราฟ
แบบรหัสสี
เพ่ือให้ทราบว่าขณะผู้ป่วยหายใจเป็นชว่ งหายใจเข้าหรอื หายใจออก
๔.๒ เปอรเ์ ซ็นต์ออกซิเจนทผ่ี ปู้ ่วยไดร้ ับ
๔.๓ แสดงคา่ แรงดนั ได้แก่ Peak Pressure, Mean circuit Pressure, Plateau pressure, PEEP
๔.๔ แสดงคา่ ปรมิ าตรลมหายใจ ทผ่ี ูป้ ว่ ยไดร้ บั แต่ละคร้ัง (Exhaled Tidal Volume)
๔.๕ แสดงคา่ ทีผ่ ปู้ ่วยได้รับปริมาตรในการหายใจเฉล่ียต่อนาที (Exhaled Minute Volume)
๔.๖ แสดงค่าปรมิ าตรในการหายใจที่ผู้ปว่ ยหายใจเองเฉล่ียตอ่ นาที(Spontaneous Minute
Volume) ๔.๗ แสดงค่าอตั ราการหายใจของผปู้ ว่ ยรว่ มกบั เครื่อง (Total respiratory
rate)
๔.๘ แสดงกราฟการหายใจของ Pressure/Time, Flow/Time, Volume/TimeหรือPressure volume
loop
5. สว่ นของระบบเตอื นความปลอดภยั จะเตือนดว้ ยสญั ญาณไฟ เสยี ง และข้อความโดยแบง่ ตามความ
รุนแรงโดยมีปมุ่ ควบคุมเพื่อหยุดเสยี งรอ้ งเตือนนาน 2 นาที และมีปุม่ Reset สัญญาณเตือนเมื่อ
ปญั หาน้ันได้รบั การแก้ไขแลว้ โดยระบบเตือนความปลอดภยั จะสามารถปรับตั้งได้ดังน้ี
5.1 กาหนดคา่ High circuit pressure ไดต้ งั้ แต่ ๗ ถงึ ๑๐๐ เซนติเมตรน้า
5.2 กาหนดคา่ High Exhaled Minute Volume ไดต้ ้งั แต่ ๐.๑ ถงึ ๙๙ ลิตรตอ่ นาทหี รอื ปิด
5.3 กาหนดคา่ High Exhaled tidal Volume ไดต้ งั้ แต่ ๕๐ ถงึ ๓,๐๐๐ มลิ ลิลติ รต่อนาทีหรอื ปดิ
5.4 กาหนดคา่ ค่า High Respiratory Rate ได้ ๑๐ หรือตา่ กวา่ ถงึ ๑๑๐ ครงั้ ตอ่ นาที
5.5 กาหนดค่า Low Exhaled Mandatory tidal Volume ได้ต้งั แต่ ๕ ถึง ๒,๕๐๐ มิลลิลิตร
ตอ่ นาที
หรือปดิ (OFF)
5.6 กาหนด Low Exhaled Minute Volume ไดต้ ง้ั แต่ ๐.๕ ถงึ ๒๐ ลติ รต่อนาทหี รอื สูงกวา่
5.7 กาหนดค่า Low Exhaled Spontaneous tidal Volume ได้ตง้ั แต่ ๕ ถงึ ๒,๕๐๐ มิลลลิ ติ ร
ตอ่ นาที
หรอื ปิด (OFF)
5.8 กาหนดค่า Apnea Interval ไดต้ ้งั แต่ 10 ถึง 60 วนิ าทีหรือสงู กว่า
๖. มรี ะบบสญั ญาณเตือนโดยจะแสดงดว้ ยสญั ญาณไฟ เสยี ง และข้อความดังต่อไปน้ี
18
6.1 ในกรณเี กิดการอดุ ตนั ในสายช่วยหายใจ (Severe occlusion)
6.2 ในกรณที ี่ผู้ปว่ ยไดร้ บั เปอร์เซน็ ต์ออกซิเจนสูงหรอื ตา่ เกินไป( High/Low delivered oxygen
percent)
6.3 ในกรณที ส่ี ายชว่ ยหายใจหลดุ จากผู้ปว่ ย (Circuit disconnect)
6.4 ในกรณที ี่แรงดนั ออกซเิ จนจากแหลง่ จา่ ยออกซิเจนไมเ่ พยี งพอ (No Oxygen supply)
6.5 ในกรณที แ่ี รงดันอากาศจากแหลง่ จา่ ยอากาศไม่เพียงพอ (No Air supply)
19
ประวัติผจู้ ัดทา
ช่ือผูจ้ ัดทา : นายเกรียงศักด์ิ อนิ สงิ คาร
: นายนพดล ชยั ชานิ
หลกั สูตร : สาขาวชิ าอิเลก็ ทรอนิกสอ์ ตุ สาหกรรม
ประวตั ิการทางาน
ปี พ.ศ.2562
ตาแหน่ง ผชู้ ว่ ยช่างเคร่ืองมอื แพทย์
หนา้ ท่ี
1.ซ่อมบารุงเครอ่ื งช่วยหายใจ
2.ซอ่ มบารุงเคร่ืองวดั ความดนั อัตโนมตั ิ
3.ซอ่ มบารงุ เครื่องให้น้าเกลือ
ชื่อสถานประกอบการ (ปัจจบุ ัน) : โรงพยาบาลสรุ าษฎร์ธานี
สถานทีต่ ดิ ต่อ : 56 ม.2 ต.มะขามเตีย้ อ.เมอื ง จ.สรุ าษฎร์ธานี 84000
1