The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สามัคคีเภทคำฉันท์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thawatchaijajaa, 2022-06-20 09:17:30

สามัคคีเภทคำฉันท์

สามัคคีเภทคำฉันท์

๔๗

สัททุลวิกกีฬิต ฉันท์ ๑๙ ถอดคำประพันธ์ ได้ว่า

จอมทัพมาคธราษฎร์ ธ ยาตรพยุหกรี จอมทัพแห่งแคว้นมคธกรีธาทัพเข้าเมือง
เวสาลีทางประตูเมืองที่เปิดอยู่โดยไม่มีผู้คน
ธาสู่วิสาลี นคร หรือทหารต่อสู้ประการใด

โดยทางอันพระทวารเปิดนรนิกร ขณะนั้นวัสสการพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์
ก็ไปนำทัพของกษัตริย์แห่งมคธเข้ามาปราบ
ฤๅรอต่อรอน อะไร กษัตริย์ลิจฉวี อาณาจักรทั้งหมดก็ตกอยู่ใน
เงื้อมพระหัตถ์
เบื้องนั้นท่านคุรุวัสสการทิชก็ไป

นำทัพชเนนทร์ไท มคธ

เข้าปราบลิจฉวิขัตติย์รัฐชนบท

สู่เงื้อมพระหัตถ์หมด และโดย

๔๘

ถอดคำประพันธ์ ได้ว่า

ไป่พักต้องจะกะเกณฑ์นิกายพหลโรย

แรงเปลืองระดมโปรย ประยุทธ์ โดยที่กองทัพไม่ต้องเปลืองแรงในการต่อสู้
ปราบราบคาบแล้วเสด็จยังราชคฤห์เมืองยิ่งใหญ่
ราบคาบเสร็จ ธ เสด็จลุราชคฤหอุต ดังเดิม

คมเขตบุเรศดุจ ณเดิม เนื้อเรื่องแต่เดิมจบลงเพียงนี้ แต่ประสงค์
จะแต่งสุภาษิตเพิ่มเติมให้ได้รับฟังเพื่อเป็นคติ
เรื่องต้นยุกติก็แต่จะต่อพจนเติม อันทรงคุณค่านำไปคิดไตร่ตรอง

ภาษิตลิขิตเสริม ประสงค์

ปรุงโสตเป็นคติสุนทราภรณจง

จับข้อประโยชน์ตรง ตริดู ฯ

อินทรวิเชียร ฉันท์ ๑๑ ๔๙

ถอดคำประพันธ์ ได้ว่า

อันภูบดีรา ชอชาตศัตรู พระเจ้าอชาตศัตรูได้แผ่นดินวัชชีอย่างง่าย
ได้ลิจฉวีภู วประเทศสะดวกดี สะดวก และกษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลายก็ถึงซึ่งความ
วรราชวัชชี พินาศล่มจม เหตุเพราะความแตกแยกกัน ต่างก็
แลสรรพบรรดา ฑอนัตถ์พินาศหนา มีความยึดมั่นในความคิดของตน ผูกโกรธซึ่งกัน
ถึงซึ่งพิบัติบี คณะแตกและต่างมา และกัน
หสโทษพิโรธจอง
เหี้ยมนั้นเพราะผันแผก
ถือทิฐิมานสา

๕๐

ถอดคำประพันธ์ ได้ว่า

แยกพรรคสมรรคภิน ทนสิ้น บ ปรองดอง ต่างแยกพรรค แตกสามัคคีกัน ขาดปัญญา
ขาดญาณพิจารณ์ตรอง
ตริมลักประจักษ์เจือ ที่จะพิจารณาไตร่ตรอง เชื่อถ้อยความของบรรดา
เชื่ออรรถยุบลเอา
เหตุหาก ธ มากเมือ รสเล่าก็ง่ายเหลือ พระโอรสอย่างง่ายดาย เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะ

คติโมหเป็นมูล กษัตริย์แต่ละพระองค์ทรงมากไปด้วยความหลง

๕๑

ถอดคำประพันธ์ ได้ว่า

จึ่งดาลประการหา ยนภาวอาดูร จึงทำให้ถึงซึ่งความฉิบหาย มีภาวะ
เสียแดนไผทสูญ ยศศักดิเสื่อมนาม ความเป็นอยู่อันทุกข์ระทม เสียทั้งแผ่นดิน
คุรุวัสสการพราหมณ์ เกียรติยศและชื่อเสียงที่เคยมีอยู่
ควรชมนิยมจัด กลงำกระทำมา ส่วนวัสสการพราหมณ์นั้นน่าชื่นชมอย่างยิ่ง
เป็นเอกอุบายงาม พิเคราะห์คิดพินิจปรา เพราะเป็นเลิศในการกระทำกลอุบาย
ธุสมัครภาพผล
พุทธาทิบัณฑิต สุกภาวมาดล ผู้รู้ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นได้
รภสรรเสริญสา บ นิราศนิรันดร ใคร่ครวญพิจารณากล่าวสรรเสริญว่าชอบแล้ว
ในเรื่องผลแห่งความพร้อมเพรียงกันความ
ว่าอาจจะอวยผา สามัคคี อาจอำนวยให้ถึงซึ่งสภาพแห่งความ
ดีสู่ ณ หมู่ตน ผาสุก ณ หมู่ของตนไม่เสื่อมคลายตลอดไป

๕๒

ถอดคำประพันธ์ ได้ว่า

หมู่ใดผิสามัค คยพรรคสโมสร หากหมู่ใดมีความสามัคคีร่วมชุมนุมกันไม่ห่าง

ไปปราศนิราศรอน คุณไร้ไฉนดล เหินกัน สิ่งที่ไร้ประโยชน์จะมาสู่ได้อย่างไร

พร้อมเพรียงประเสริฐครัน เพราะฉะนั้นแหละบุคคล ความพร้อมเพรียงนั้นประเสริฐยิ่งนัก เพราะ

ผู้หวังเจริญตน ธุระเกี่ยวกะหมู่เขา ฉะนั้นบุคคลใดหวังที่จะได้รับความเจริญแห่งตน

และมีกิจธุระอันเป็นส่วนรวม ก็พึงตั้งใจเป็น

พึงหมายสมัครเป็น มุขเป็นประธานเอา หัวหน้าเอาเป็นธุระด้วยตัวของเราเองโดยมิเห็น

ธูรทั่ว ณ ตัวเรา บ มิเห็น ณ ฝ่ายเดียว ประโยชน์ตนแต่ฝ่ายเดียว

๕๓

ถอดคำประพันธ์ ได้ว่า

ควรยกประโยชน์ยื่น นรอื่นก็แลเหลียว ควรยกประโยชน์ให้บุคคลอื่นบ้าง นึกถึงผู้อื่น
ดูบ้างและกลมเกลียว มิตรภาพผดุงครอง ต้องกลมเกลียว มีความเป็นมิตรกันไว้ ต้องลด
ทมผ่อนผจงจอง ทิฐิมานะ รู้จักข่มใจ จะทำสิ่งใดก็เอื้อเฟื้ อกัน
ยั้งทิฐิมาหย่อน มนเมื่อจะทำใด ไม่มีความบาดหมางใจ ผลประโยชน์ทั้งหลาย
อารีมิมีหมอง ลุก็ปันก็แบ่งไป ที่เกิดขึ้นก็แบ่งปันกันไป มากบ้างน้อยบ้างอย่าง
สุจริตนิยมธรรม์ เป็นธรรม
ลาภผลสกลบรร
ตามน้อยและมากใจ

๕๔

ถอดคำประพันธ์ ได้ว่า

พึงมรรยาทยึด สุประพฤติสงวนพรรค์ ควรยึดมั่นในมารยาทและความประพฤติที่
รื้อริษยาอัน อุปเฉทไมตรี ดีงาม รักษาหมู่คณะโดยไม่มีความริษยากันอัน
ผิ บ ไร้สมัครมี จะตัดรอนไมตรี ดังนั้นถ้าหมู่คณะใดไม่ขาด
ดั่งนั้น ณ หมู่ใด รวิวาทระแวงกัน ซึ่งความสามัคคี มีความพร้อมเพรียงกันอยู่
พร้อมเพรียงนิพัทธ์นี สยคงประสบพลัน เสมอ
หิตะกอบทวีการ
หวังเทอญมิต้องสง ไม่มีการวิวาท และระแวงกัน ก็หวังได้โดย
ซึ่งสุขเกษมสันต์ ไม่ต้องสงสัยว่า คงจะพบซึ่งความสุข ความสงบ
และประกอบด้วยประโยชน์มากมาย

๕๕

ถอดคำประพันธ์ ได้ว่า

ใครเล่าจะสามารถ มนอาจระรานหาญ ใครเล่าจะมีใจกล้าคิดทำสงครามด้วยหวังจะ

หักล้าง บ แหลกลาญ ก็เพราะพร้อมเพราะเพรียงกัน ทำลายล้างก็ไม่ได้ ทั้งนี้เพราะความพร้อมเพรียง

ป่วยกล่าวอะไรฝูง นรสูงประเสริฐครัน กันนั่นเอง กล่าวไปไยกับมนุษย์ผู้ประเสริฐหรือ

ฤๅสรรพสัตว์อัน เฉพาะมีชีวีครอง สรรพสัตว์ที่มีชีวิต แม้แต่กิ่งไม้ หากใครจะใคร่
แม้มากผิกิ่งไม้ ผิวใครจะใคร่ลอง ลองมัดเป็นกำ ตั้งใจใช้กำลังหักก็ยากเต็มทน
พลหักก็เต็มทน
มัดกำกระนั้นปอง

๕๖

ถอดคำประพันธ์ ได้ว่า

เหล่าไหนผิไมตรี สละลี้ ณ หมู่ตน หากหมู่ใด ไม่มีความสามัคคีในหมู่คณะของ
กิจใดจะขวายขวน บ มิพร้อมมิเพรียงกัน ตนเอง และกิจการอันใดที่จะต้องขวนขวาย
สุขทั้งเจริญอัน ทำก็ไม่พร้อมเพรียงกัน ก็อย่าได้หวัง ความสุข
อย่าปรารถนาหวัง ลุไฉน บ ได้มี ความเจริญจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
มวลมาอุบัติบรร

๕๗

ถอดคำประพันธ์ ได้ว่า

ปวงทุกข์พิบัติสรร พภยันตรายกลี ความทุกข์พิบัติอันตรายและความชั่วร้ายทั้ง
แม้ปราศนิยมปรี ติประสงค์ก็คงสม ปวง ถึงแม้จะไม่ต้องการก็จะต้องได้รับ ผู้ที่อยู่
คณะเป็นสมาคม รวมกันเป็นหมู่คณะหรือสมาคม ควรคำนึงถึง
ควรชนประชุมเช่น ภนิพัทธรำพึง ความสามัคคีอยู่เป็นนิจ ถ้ายังไม่มีก็ควรจะมีถ้ามี
สามัคคิปรารม ผิวมีก็คำนึง อยู่แล้วก็ควรให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปจึงจะถึงซึ่ง
จะประสบสุขาลัย ฯ ความสุขความสบาย
ไป่มีก็ให้มี
เนื่องเพื่อภิยโยจึง

อธิบายคำศั พท์ยาก ๕๘

คำศั พท์ คำอธิบาย

กถา ถ้อยคำ
กลห์เหตุ เหตุแห่งการทะเลาะ

กสิ ก ชาวนา
ไกวล ทั่วไป
ขัตติย์ กษัตริย์
คดี เรื่อง

อธิบายคำศั พท์ยาก ๕๙

คำศั พท์ คำอธิบาย

คม ไป
ชเนนทร์ ผู้เป็นใหญ่ในชน (ชน+อินทร)

ทม การข่มใจ
ทลิทภาว ยากจน
ทั่วบุรคาม ทั่วบ้านทั่วเมือง
ผู้เกิดสองครั้ง คือ พราหมณ์
ทิช

อธิบายคำศั พท์ยาก ๖๐

คำศั พท์ คำอธิบาย

ทิน วัน
นครบร เมืองของข้าศึก
นย, นั ย ความหมาย, เค้าความ
นยนาม
นรนิ กร ใจความ
นฤพัทธ, นิ พัทธ์ ฝูงชน
เนื องๆ, เนื่ องกัน

อธิบายคำศั พท์ยาก ๖๑

คำศั พท์ คำอธิบาย

นฤสาร ไม่มีสาระ
นิ วัต กลับ
นี รผล
ประเด ไม่เป็นผล
มอบให้หมด
ประศาสน์ การสั่ งสอน
ปรากรม ความเพียร

อธิบายคำศั พท์ยาก ๖๒

คำศั พท์ คำอธิบาย

ปรุงโสต ในที่นี้ หมายถึง แต่งให้ไพเราะน่ าฟัง
ปลาด หายไป
ปวัตน์
พฤติ ความเป็นไป "ปวัตติ์" ก็ใช้
พิเฉท ผู้เฒ่า
พิชากร
ตัดขาด, ทำลาย
วิชาความรู้

อธิบายคำศั พท์ยาก ๖๓

คำศั พท์ คำอธิบาย

พุธธาทิบัณฑิต ผู้รู้ มีพระพุทธเจ้าเป็นอาทิ
ภัต ข้าว

ภาโรปกรณ์ ในที่นี้ หมายถึง ทำสิ่งที่ได้รับมอบหมาย
ภินท์พัทธสามัคคิย
การแตกสามัคคี
ภิยโย ยิ่งๆ ขึ้น
ภีรุก
ขลาด, กลัว

อธิบายคำศั พท์ยาก ๖๔

คำศั พท์ คำอธิบาย

ภูมิศ กษัตริย์
มน ใจ
มนารมณ์
มาน สมดังที่ตั้งใจ
ยุกติ ความถือตัว
รหุฐาน ยุติ, จบสิ้น
ที่ลับ, ที่สงัด

อธิบายคำศั พท์ยาก ๖๕

คำศั พท์ คำอธิบาย

ลักษณสาสน ในที่นี้ หมายถึง จดหมาย
เลา เค้า

วัญจโนบาย อุบายหลอกลวง
วัลลภชน คนสนิ ท
วิรุธ ผิดปกติ

สมรรคภินทน การแตกสามัคคี

อธิบายคำศั พท์ยาก ๖๖

คำศั พท์ คำอธิบาย

สมัครภาพ ความสามัคคี
สหกรณ หมู่เหล่า
หมู่, พวก
ส่ำ ห้องเรียน
สิ กขสภา
สุขาลัย สถานที่ที่มีความสุข
ฟัง
เสาวน

อธิบายคำศั พท์ยาก ๖๗

คำศั พท์ คำอธิบาย

เสาวภาพ สุภาพ
หายน์ , หายน ความเสื่ อม
ประโยชน์
หิตะ
เหี้ยมนั้ น เหตุนั้ น
ไม่เป็นประโยชน์
อนั ตถ์

อธิบายคำศั พท์ยาก ๖๘

คำศั พท์ คำอธิบาย

อนุกรม ตามลำดับ
อภิเผ้า ผู้เป็นใหญ่
อาคม มา มาถึง
อุปเฉทไมตตรี ตัดไมตรี

อธิบายคำศั พท์ยาก ๖๙

คำศั พท์ คำอธิบาย

อุรส โอรส ลูกชาย
อุฬุมป์เวฬุ แพไม้ไผ่

เอาธูร เอาเป็นธุระ
เอาภาร รับภาระ หรือรับผิดชอบ

๗๐

คุณค่าวรรณดี

คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ของสามัคคีเภทคำฉั นท์

การเลือกสรรคำ

วรรณคดีประเภทฉันท์แม้จะนิ ยมใช้คำบาลีสันสกฤตก็ตาม เพราะต้องการ
บังคับครุ ลหุ แต่ผู้แต่งสามัคคีเภทคำฉันท์ก็เลือกสรรคำได้อย่างไพเราะ
เหมาะสมทั้งเสียงและความ เช่น

๑. ใช้คำง่าย ๆ ในบางตอน ทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ไม่ยากนั ก เช่น ตอนวัส
สการพราหมณ์เข้าเมือง เวสาลีซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นวัชชี

“ผูกไมตรีจิต เชิงชิดชอบเชื่อง

กับหมู่ชาวเมือง ฉั นท์อัชฌาสั ย

เล่าเรื่องเคืองขุ่น ว้าวุ่นวายใจ

จำเป็นมาใน ด้าวต่างแดนตน”

๗๑

คุณค่าวรรณดี

คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ของสามัคคีเภทคำฉั นท์

๒. การใช้คำที่มีเสียงเสนาะ เสียงเสนาะเกิดจากการใช้คำเลียนเสียง
ธรรมชาติ มีการย้ำคำ ใช้คำที่ก่อให้เกิดความรู้สึก เช่น ตอนชมกระบวน
ช้าง “แพร้วแพร้วพรายพรายข่ายกรอง ก่องสกาวดาวทอง

ทั้งพู่สุพรรณสรรถกล”

คำว่า แพร้วแพร้วและพรายพราย ก่อให้เกิดความรู้สึกในด้านความโอ่อ่า
งดงามได้อย่างดี

“ยาบย้อยห้อยพู่ดูดี ขลุมสวมกรวมสี
สะคาดกนกแนมเกลา”

คำว่า ยาบย้อย เสียงของคำไพเราะทำให้ผู้อ่านเห็นความงาม

๗๒

คุณค่าวรรณดี

คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ของสามัคคีเภทคำฉั นท์

๓. ใช้คำที่ก่อให้เกิดความรู้สึก เช่น ตอนพรรณนากองทัพของพระเจ้า

อชาตศัตรู “แรงหัตถ์กวัดแกว่งซึ่งสรรพ์ ศัสตราวุธอัน

วะวาบวะวาวขาวคม”

คำว่า วะวาบวะวาว ก่อความรู้สึกให้ผู้อ่านนึ กเกรงขามได้ดีมาก

๔. ใช้คำที่มีความหมายกระชับ คำบางคำผู้อ่านอ่านแล้วเข้าใจได้ทันที
โดยไม่ต้องใช้ถ้อยคำอื่น มาขยายความอีกเลย เช่น

“แรมทางกลางเถื่อน ห่างเพื่อนหาผู้
หนึ่ งใดนึ กดู เห็นใครไป่มี”

ซึ่งเมื่ออ่านแล้วผู้อ่านก็เข้าใจไดทันทีว่าวัสสการพราหมณ์ เดิน
ทางอย่างเดียวดาย

๗๓

คุณค่าวรรณดี

คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ของสามัคคีเภทคำฉั นท์
๕. การหลากคำ กวีจำเป็นต้องรู้จักคำมากเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำ
กัน ทำให้ผู้อ่านเห็นความเป็นอัจฉริยะของกวี เช่น

“ขุนคอคชคุมกุมอัง กุสกรายท้ายยังขุนควาญประจำดำรี”
“ขุนคชขึ้นคชชินชาญ คุมพลคชสารละตัวกำแหงแข็งขัน”

คำว่า คช ดำรี และคชสาร หมายถึงช้างทั้งสิ้น

๗๔

คุณค่าวรรณดี

คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ของสามัคคีเภทคำฉั นท์

๖. การเพิ่มสัมผัส คำประพันธ์ไทยนิ ยมสัมผัสมาก แม้ว่าฉันท์จะเป็นคำ
ประพันธ์ที่ไทยรับมาจากอินเดียซึ่งแต่เดิมไม่มีสัมผัส เราก็เพิ่มสัมผัสนอก
เข้าไปเพื่อให้ไพเราะยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มครุ ลหุเข้าไปในกาพย์
สุรางคนางค์ ๒๘ ทำให้เกิดลีลาคึกคักเหมาะสมกับท้องเรื่อง เช่น ตอน
บรรยายการจัดกองทัพของพระเจ้าอชาตศัตรู

“สะพรึบสะพรั่ง ณหน้ าและหลัง
ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด
ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา
สิ มากประมาณ”

๗๕

คุณค่าวรรณดี

คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ของสามัคคีเภทคำฉั นท์

การใช้โวหารภาพพจน์

คือถ้อยคำที่กวีเรียบเรียงอย่างใช้โวหารไม่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา
เพราะต้องการให้ผู้อ่านมี ส่วนร่วมในการคิด เข้าใจและรู้สึกอย่างลึกซึ้งตาม
ผู้แต่งไปด้วย โวหารภาพพจน์ ในสามัคคีเภทคำฉันท์มีหลายตอน เช่น

๑. การเปรียบเทียบแบบอุปมาอุปไมย ได้แก่การนำของสองสิ่งที่มีลักษณะ
คล้ายกันมาเปรียบเทียบ โดยมีคำว่า ดุจ เหมือน คล้าย ปานประหนึ่ ง เป็น
คำเชื่อม สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ เรียกว่าอุปมา สิ่งที่รับเปรียบเทียบ เรียกว่า
อุปไมย เช่น ตอนพระเจ้าอชาตศัตรูกริ้ววัสสการพราหมณ์

“กลกะกากะหวาดขมังธนู บห่อนจะเห็นธวัชริปูสิล่าถอย”

๗๖

คุณค่าวรรณดี

คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ของสามัคคีเภทคำฉั นท์

วัสสการพราหมณ์ เปรียบน้ำพระราชหฤทัยกษั ตริย์ลิจฉวี

“เมตตาทยาลุศุภกรรม อุปถัมภการุณย์
สรรเสริญเจริญพระคุณสุน ทรพูนพิบูลงาม
เปรียบปานมหรรณพนที ทะนุที่ประทังความ
ร้อนกายกระหายอุทกยาม นรหากประสบเห็น
เอิบอิ่มกระหยิ่มหทยคราว ระอุผ่าวก็ผ่อนเย็น
ยังอุณหมุญจนะและเป็น สุขปีติดีใจ”

การกล่าวถึงความรุ่งเรืองของแคว้นมคธ

“เมืองท้าวสิเทยีบทิพเสมอ ภพเลอสุราลัย

เมืองท้าวแหละสมบุรณไพ บุลมวลประการมา”

๗๗

คุณค่าวรรณดี

คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ของสามัคคีเภทคำฉั นท์

๒. การเปรียบเทียบแบบอุปลักษณ์ ได้แก่การเปรียบเทียบโดยนั ยไม่กล่าว

เปรียบเทียบตรง ๆ อย่างอุปมาอุปไมย แต่ผู้อ่านก็พอจะจับเค้าได้จากคำที่ผู้

แต่งใช้ เช่น
การกล่าวถึงความรุ่งเรืองของแคว้นมคธ

“หิ่งห้อยสิ แข่งสุริยะไหน จะมิน่ าชิวาลาญ”

ผู้อ่านจะเข้าใจได้ว่าหิ่งห้อยนั้ นหมายถึงกองทัพมคธ ส่วนสุริยะนั้ นหมาย

ถึงกองทัพวัชชี

ตอนพระเจ้าอชาตศั ตรูทรงเปรียบเทียบการแตกสามัคคีของ

กษัตริย์ลิจฉวี “ลูกข่างประดาทา รกกาลขว้างไป

หมุนเล่นสนุกไฉน ดุจกันฉะนั้ นหนอ”

๗๘

คุณค่าวรรณดี

คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ของสามัคคีเภทคำฉั นท์

๓. บุคคลวัต เป็นการสมมุติสิ่งต่างๆ ให้มีกิริยาอาการ มีความรู้สึก
เหมือนมนุษย์ เช่น

“วัชชีผู้มีผอง สดับกลองกระหึมขาน
ทุกไท้ไป่เอาภาร ณ กิจเพื่อเสด็จไป”

คำว่า ขาน เป็นคำกริยา หมายถึงการกล่าวเรียก หรือพูดตอบของ
มนุษย์ นำมาใช้กับกลองที่เป็นสิ่งของ เพื่อสร้างจินตภาพให้เห็นว่ากลอง
เป็นสิ่งมีชีวิต แสดงให้เห็นว่าเสียงของกลองเป็นสิ่งที่ใช้เรียกหรือพูด ให้ผู้
ฟังได้ยินอย่างชัดเจน

๗๙

คุณค่าวรรณดี

คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ของสามัคคีเภทคำฉั นท์

๔. อติพจน์ เป็นการกล่าวผิดไปจากที่เป็นจริง เป็นการกล่าวเกินจริง เช่น
ตอนพรเจ้าอชาตศั ตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี

“ตื่นตาหน้ าเผือด หมดเลือดสั่ นกาย
หลบลี้หนี ตาย วุ่นหวั่นพรั่นใจ
ซุกครอกซอกครัว ซ่อนตัวแตกภัย
เข้าดงพงไพร ทิ้งย่านบ้านตน”

ผู้ประพันธ์ได้ใช้การกล่าวเกินความจริงซึ่งก็คือ อาการตื่นตระหนกใจ โดย
ในสองวรรคแรก“ตื่นตาหน้ าเผือดหมดเลือดสั่นกาย”แสดงให้เห็นว่าชาววัช
ชีตื่นตกใจ กับการรุกรานของพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นอย่างมากจนหน้ าซีด
เหมือนเลือดหมดตัว

๘๐

คุณค่าวรรณดี

คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ของสามัคคีเภทคำฉั นท์

๕. พรรณณาโวหาร ถ้อยคำ หรือสำนวนที่บรรยาย หรือเล่าไว้อย่าง
ละเอียดเพื่อให้ผู้อ่านนึ กเห็นภาพ เช่น

“ควรชมนิ ยมจัด คุรุวัสสการพราหมณ์
เป็นเอกอุบายงาม กลงำกระทำมา
พุทธาทิบัณฑิต พิเคราะห์คิดพินิ จปรา
รภสรรเสริญสา ธุสมัครภาพผล”

“เชื่ออรรถยุบลเอา รสเล่าก็ง่ายเหลือ
เหตุหากธมากเมือ คติโมหเป็นมูล
จึ่งดาลประการหา ยนภาวอาดูร
เสี ยแดนไผทสูญ ยศศั กดิเสื่ อมนาม”

๘๑

คุณค่าวรรณคดี

คุณค่าด้านสังคมของสามัคคีเภทคำฉันท์
๑ เน้นโทษของการแตกความสามัคคีในหมู่คณะ
๒ ด้านจริยธรรม เน้นถึงหลักธรรมอปริหานิยธรรม

ซึ่งเป็นธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม

๓ วรรณคดีและวรรณกรรมจะสะท้อนให้เห็นสภาพของสังคม

และวรรณคดีที่ดีสามารถจรรโลงสังคมได้อีกด้วย

๔ เน้นถึงความสำคัญของการใช้สติปัญญาตริตรอง

และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้กำลัง

๘๒

คุณค่าวรรณคดี

คุณค่าด้านเนื้อหาของสามัคคีเภทคำฉันท์

ฉาก เรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์เป็นเรื่องที่เรารับมาจากอินเดีย กวีจึงพยายามพรรณนา
ฉากให้บรรยากาศของเรื่องเป็นประเทศอินเดียในสมัยพระเจ้าอชาตศัตรู
แต่กวีเป็นคนไทยฉากจึงมีความเป็นไทยแทรกอยู่บ้าง

โครงเรื่อง ความสามัคคีเป็นคุณธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งในการปกครองประเทศชาติ
การที่บ้านเมืองขาดความสามัคคีนั้นจะนำพามาซึ่งความหายนะและความ

วอดวายในบ้านเมือง

๘๓

คุณค่าวรรณคดี

ตัวละคร เหล่ากษัตริย์ลิจฉวีแห่งแคว้นวัชชี




มีความระแวง


และทะนงตนะ

เคยเป็นตัวอย่าง

ของความสามัคคี ๓


ขาดวิจารณญาณ

และไม่ยึดถือหลักเหตุผล

๘๔

คุณค่าวรรณคดี

ตัวละคร วัสสการพราหมณ์จากแคว้นมคธ





มีความฉลาดหลักแหลม มีความจงรักภักดีต่อ
มีสติปัญญาที่ดี พระเจ้าอชาตศัตรู
และบ้านเมืองของตน




มีความสามารถทางวาทศิลป์
มีเล่ห์เหลี่ยมทางวาจา รู้จักพลิกแพลง
สถานการณ์

๘๕

คุณค่าวรรณคดี

คุณค่าด้านการนำไปใช้ของสามัคคีเภทคำฉันท์

๑ การขาดการพิจารณาไตร่ตรอง นำไปซึ่งความสูญเสียดังเช่น เหล่ากษัตริย์ลิจฉวี

“ขาดการพิจารณาไตร่ตรอง” คือ ขาด ความสามารถในการใช้ปัญญาตริตรองพิจารณา
สอบสวน และใช้เหตุผลที่ถูกต้อง จึงหลงกลของวัสสการพราหมณ์ ถูกยุแหย่ให้แตก ความสามัคคี

จนเสียบ้านเสียเมือง

๒ มุ่งชี้ให้เห็นความส าคัญของ ความสามัคคี เพื่อให้บ้านเมืองเป็นปึกแผ่นมั่นคง

๘๖

คุณค่าวรรณคดี

คุณค่าด้านการนำไปใช้ของสามัคคีเภทคำฉันท์

๓ แนวคิดของเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์ เป็นนิทานสุภาษิตสอนใจให้เห็นโทษของการแตก

ความสามัคคี แสดงให้เห็นความสำคัญของการใช้สติปัญญาให้เกิดผลโดยไม่ต้องใช้กำลัง

๔ ต้องใช้ความอดทน สติปัญญาความสามารถอย่างสูงจึงจะสัมฤทธิผลตามแผนการที่วางไว้

๘๗

บรรณานุกรม

กระทรวงศึ กษาธิการ. (๒๕๕๑). วรรณคดีวิจักษ์. กรุงเทพ : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม
สวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึ กษาลาดพร้าว

กฤตพร ยมนาและคณะ. (ไม่ระบุ). อินทรวิเชียรฉันท์. ค้นเมื่อ พฤษภาคม, ๓๐, ๒๕๖๕. จาก
https://sites.google.com/site/learncomputerdooks/xinthrwicheiyr-chanth

กัลยาณี ถนอมแก้ว. (๒๕๕๔). คุณค่าด้านวรรณศิ ลป์ในสามัคคีเภทคำฉันท์.
ค้นเมื่อ พฤษภาคม, ๓๐, ๒๕๖๕. จาก https://www.gotoknow.org/posts/336724

นริสรา ไม่ระบุสกุล. (๒๕๕๙). สามัคคีเภทฉันท์. ค้นเมื่อ พฤษภาคม, ๒๗, ๒๕๖๕. จาก
https://rak-pooh.wixsite.com/naritsara/blank-pbxnq

๘๘

บวร แก้วหมื่นทรงและธัญญเรศ ศรเดช. (๒๕๕๑). สามัคคีเภทคำฉันท์. ค้นเมื่อ พฤษภาคม, ๓๐, ๒๕๖๕.
จาก https://sites.google.com/site/faiitanradee19/samakhkhi-pheth-kha-chanth

มงคล สุตัญตั้งใจ. (๒๕๔๙). สามัคคีเภทคำฉันท์. ค้นเมื่อ พฤษภาคม, ๒๗, ๒๕๖๕. จาก
https://sites.google.com/site/learncomputerdooks/xinthrwicheiyr-chanth

มุธวา วัฒนกุลชัย. (ไม่ระบุ). ภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย. ค้นเมื่อ พฤษภาคม, ๒๘, ๒๕๖๕. จาก
https://poommpw.weebly.com/

ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน. (ไม่ระบุ). วิชชุมมาลาฉันท์. ค้นเมื่อ พฤษภาคม, ๒๘, ๒๕๖๕. จาก
http://www.digitalschool.club/digitalschool/thai2_4_1/thai6_4/page_6.php

เสาวนีย์ หยิบล้ำ. (๒๕๖๓). ลักษณะคำประพันธ์สามัคคีเภทฉันท์. ค้นเมื่อ พฤษภาคม, ๓๐, ๒๕๖๕. จาก
https://sites.google.com/site/bykrupu/samakhkhi-pheth-kha-chanth


Click to View FlipBook Version