The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1.ความหมายของวงจรการพัฒนาระบบ
2.สาเหตุที่ต้องมีการพัฒนาระบบ
3.รูปแบบของวงจรการพัฒนาระบบ
4.ขั้นตอนการพัฒนาระบบ
5.ผลที่ได้จากการวิเคราะห์ระบบ
6.ปัญหาในการพัฒนาระบบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by std65309010022, 2022-06-21 00:59:05

เรื่อง วงจรการพัฒนาระบบ

1.ความหมายของวงจรการพัฒนาระบบ
2.สาเหตุที่ต้องมีการพัฒนาระบบ
3.รูปแบบของวงจรการพัฒนาระบบ
4.ขั้นตอนการพัฒนาระบบ
5.ผลที่ได้จากการวิเคราะห์ระบบ
6.ปัญหาในการพัฒนาระบบ

Keywords: วงจรการพัฒนาระบบ

เร่อื ง วงจรการพฒั นาระบบ

1.ความหมายของวงจรการพฒั นาระบบ

วงจรการพฒั นาระบบ (System Development Life Cycle : SDLC) คือ การแบงขั้นตอนกระบวนการ
พัฒนาระบบงาน หรอื ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศดวย เพื่อชวยแกป ญหาทางธุรกิจหรือตอบ
สนองความตองการขององคก รโดยระบบท่ีจะพัฒนานัน้ อาจเปน การพัฒนาระบบใหมหรอื การ
ปรบั ปรงุ ระบบเดิมใหดีขึ้นกไ็ ด การพฒั นาระบบแบงออกเปน 7 ขั้นตอน ดงั น้ี

1. การคน หาปญ หาขององคกร (Problem Recognition) เปน

กิจกรรมแรกทส่ี ําคญั ในการกาํ หนดเปา หมายท่ีชัดเจนในการปรับปรุง
โดยใชร ะบบเขา มาชว ยนําขอ มูลปญ หาท่ีไดม าจาํ แนกจดั กลมุ และจัด
ลําดบั ความสําคญั เพือ่ ใชค ดั เลือกโครงการที่เหมาะสมท่สี ุดมาพฒั นา
โดยโครงการท่ีจะทําการพัฒนาตองสามารถแกปญหาที่มีในองคกรและ
ใหประโยชนก ับองคกรมากท่สี ุด

2. การศกึ ษาความเหมาะสม (Feasibility Study) วา เหมาะสมหรอื ไมทีจ่ ะปรับเปล่ยี น

ระบบ โดยใหเ สียคา ใชจาย (Cost) และเวลา (Time) นอยที่สดุ แตใ หไดผ ลลพั ธทน่ี าพอใจ และ
หาความตองการของผูเกี่ยวขอ งใน 3 เรื่อง คือ เทคนคิ เคร่อื งมือหรอื อปุ กรณที่ใช บุคลากรและ
ความพรอม และความคุมคา เพ่อื ใชนําเสนอตอ ผูบริหารพิจารณาอนุมัตดิ ําเนินการตอ ไป

3. การวิเคราะห (Analysis) เปนการรวบรวมขอมูลปญหาความตองการท่ีมีเพอ่ื นาํ ไป

ออกแบบระบบ ขน้ั ตอนน้ีจะศกึ ษาจากผูใช โดยวิเคราะหการทํางานของระบบเดิม (As Is) และ
ความตองการทีม่ ีจากระบบใหม (To Be) จากน้นั นาํ ผลการศึกษาและวิเคราะหมาเขียนเปน
แผนภาพผงั งานระบบ (System Flowchart) และทิศทางการไหลของขอมลู (Data Flow
Diagram)

4. การออกแบบ (Design) นําผลการวิเคราะหม าออกแบบเปนแนวคิด (Logical

Design) เพอ่ื แกไขปญหา โดยในสว นนี้จะยงั ไมไ ดม ีการระบถุ ึงรายละเอยี ดและ
คณุ ลักษณะอุปกรณมากนกั เนนการออกแบบโครงรางบนกระดาษ แลว สงใหผูออกแบบ
ระบบนาํ ไปออกแบบ (System Design) ซึ่งข้นั ตอนน้จี ะเรม่ิ มกี ารระบลุ กั ษณะการทาํ
งานของระบบทางเทคนิค รายละเอียดคุณลักษณะอุปกรณทีใ่ ช เทคโนโลยที ใี่ ช ชนดิ
ฐานขอ มูลการออกแบบ เครือขา ยที่เหมาะสม ลักษณะของการนําขอ มลู เขา ลกั ษณะรูป
แบบรายงานท่ีเกิด และผลลพั ธที่ได

TOP

5. การพัฒนาและทดสอบ (Development & Test) เปน ข้นั ตอนการการเขยี น

โปรแกรม (Coding) เพื่อพัฒนาระบบจากแบบบนกระดาษใหเปนระบบตามคณุ ลกั ษณะทีก่ าํ หนดไว
จากน้ันทาํ การทดสอบหาขอผิดพลาด (Testing) เพื่อตรวจสอบความถูกตอง จนมั่นใจวาถกู ตอ ง
และตรงตามความตอ งการ หากพบวา มีขอผดิ พลาดเกิดข้นึ จากการทํางานของระบบตอ งปรบั แกไข
ใหเ รียบรอ ยพรอ มใชงานกอ นนาํ ไปติดตั้งใชจ ริง

6. การตดิ ตง้ั (Implementation) เปน ข้ันตอนการนาํ ระบบที่พัฒนาจนสมบรู ณมาติดตง้ั

(Installation) และเร่ิมใชงานจรงิ ในสว นนี้นอกจากติดต้ังระบบใชง านแลว ยงั ตอ งมกี ารจัดเตรยี ม
ข้ันตอนการสนับสนนุ สงเสริมการใชง านใหส ามารถใชงานไดอ ยางสมบูรณ โดยจัดทาํ หลกั สตู รฝก
อบรมผูใ ชงาน (Training) เอกสารประกอบระบบ (Documentation) และแผนการบรกิ ารใหค วาม
ชวยเหลอื (Support) เพอ่ื ใหระบบสามารถใชงานไดอยา งตอ เนือ่ ง

7. การซอ มบาํ รุงระบบ (System Maintenance)

เปนข้ันตอนการบาํ รุงรกั ษาระบบตอเนื่องหลังจากเรม่ิ ดําเนนิ การ ผูใชร ะบบอาจจะพบกับปญหาที่
เกิดขน้ึ ภายหลัง เชน ปญหาเนื่องจากความไมค ุนเคยกบั ระบบใหม จงึ ควรกําหนดแผนคนหาปญ หา
อยางตอ เนื่อง ตดิ ตามประเมนิ ผล เก็บรวบรวมคาํ รอ งขอใหป รับปรงุ ระบบ วเิ คราะหข อ มูลรองขอให
ปรบั ปรงุ ระบบ จากนัน้ ออกแบบการทาํ งานทต่ี อ งการปรับปรงุ แกไขและติดต้งั ซึง่ ตองมีการฝกอบรม
การใชงานระบบใหแ กผใู ชงาน เพ่ือท่ีจะทราบความพงึ พอใจของผใู ช

การที่องคก รมีการดําเนนิ การตามแนวทางวงจรการพัฒนาระบบจะชวยใหส ามารถดาํ เนนิ
การไดอ ยา งมปี ระสทิ ธิภาพ มแี นวทางและขน้ั ตอนในการดําเนนิ งานท่ชี ัดเจน สามารถควบคมุ เวลา
และงบประมาณไดง า ย โดยจะเลอื กดาํ เนินการตามแนวทางทั้งหมดหรอื เพียงบางสวน ซ่ึงอาจมคี
วามแตกตา งกันไปตามวธิ กี ารหรือขั้นตอนที่จะนาํ มาใช ซง่ึ สามารถปรับเปล่ยี นเพอื่ ใหเ หมาะสมกบั
ความพรอ มของแตละองคก รได และควรมกี ารทําซ้ําในขนั้ ตอนการติดตามประเมินผล และหา
วิธกี ารปรบั ปรงุ อยา งตอเนอ่ื ง เพอื่ การพฒั นาทด่ี ยี ่ิงๆ ขน้ึ ไป

TOP

2.สาเหตุท่ีตอ งมีการพฒั นาระบบ

ระบบเดิมไมสามารถใหข อมลู หรือทาํ งานไดต ามตอ งการ มี
การดําเนนิ งานหลายข้ึนตอน ยงุ ยากในการรวบรวมขอ มลู เพอ่ื
นํามาจดั ทําขอมลู สรุปสาํ หรับการติดตามการปฏบิ ัติงานโดย
รวมขององคก าร จงึ จําเปนตอ งพัฒนาหรือปรับปรงุ ระบบ
สารสนเทศทสี่ ามารถชวยใหขั้นตอนการปฏบิ ตั งิ านภายในและ
กระบวนการบริหารมปี ระสทิ ธิภาพมากข้ึน

3.รปู แบบของวงจรการพฒั นาระบบ

1. SDLC ในรปู แบบ Waterfall
2. SDLC ในรูปแบบ Adapted Waterfall
3. SDLC ในรูปแบบ Evolutionary
4. SDLC ในรูปแบบ Incremental
5. SDLCในรปู แบบ Spiral

4.ขั้นตอนการพฒั นาระบบ

ระยะที่ 1 การกาํ หนดปญหา

นกั วิเคราะหร ะบบจะตองศึกษาเพอื่ คนหาปญหา ขอเทจ็ จรงิ ท่ีแทจ รงิ ซึง่ หากปญ หาท่คี นพบ มิใชปญหาท่ีแทจริง ระบบงานที่พัฒนา
ข้นึ มากจ็ ะตอบสนองการใชง านไมครบถว น

ปญหาหน่งึ ของระบบงานท่ใี ชในปจจุบนั คือ โปรแกรมทใ่ี ชง านในระบบงานเดมิ เหลา นัน้ ถูกนํามาใชงานในระยะเวลาที่เนน่ิ นาน
อาจเปนโปรแกรมท่เี ขียนขน้ึ มาเพื่อตดิ ตามผลงานใดงานหนงึ่ โดยเฉพาะเทานน้ั ไมไดเ ช่ือมโยงถึงกนั เปน ระบบ ดงั นั้น นัก
วิเคราะหระบบจึงตองมองเห็นปญหาท่เี กิดขน้ึ ในทุกหนว ยงานที่เกย่ี วของกบั ระบบงานที่จะพัฒนา แลวดาํ เนนิ การแกไ ขปญหา
ซง่ึ อาจมแี นวทางหลายแนวทาง และคัดเลอื กแนวทางทด่ี ที ีส่ ดุ เพอื่ นํามาใชใ นการแกปญ หาในคร้งั น้ี

อยางไรก็ตาม แนวทางท่ีดีที่สดุ อาจไมถกู เลือกเพือ่ มาใชงาน ทัง้ นเ้ี นอ่ื งจากแนวทางท่ดี ที ่ีสดุ สวนใหญตอ งใชง บประมาณสงู ดงั น้ัน
แนวทางท่ดี ที ส่ี ุดในที่นคี้ งไมใชร ะบบทตี่ อ งใชงบประมาณแพงลบิ ลิ่ว แตเ ปน แนวทางที่เหมาะสมสําหรบั การแกไ ขในสถานการณ
นน้ั ๆ เปน หลักสําคัญ ท่ตี ัง้ อยบู นพ้นื ฐานของงบประมาณคาใชจ า ย และเวลาที่จํากดั อยางไรก็ตามในขัน้ ตอนการกาํ หนดปญ หานี้
หากเปนโครงการขนาดใหญอ าจเรียกข้นั ตอนนี้วา ข้ันตอนการศกึ ษาความเปน ไปได

สรปุ ขั้นตอนของระยะการกาํ หนดปญ หา

1. รับรสู ภาพของปญหาท่ีเกิดขึน้

2. คน หาตน เหตขุ องปญหา รวบรวมปญหาของระบบงานเดิม

3. ศึกษาความเปนไปไดของโครงการพฒั นาระบบ

4. จัดเตรยี มทีมงาน และกําหนดเวลาในการทําโครงการ

5. ลงมอื ดําเนนิ การ

ระยะท่ี 2 การวิเคราะห

การวิเคราะห จะตอ งรวบรวมขอ มูลความตอ งการ (Requirements) ตา งๆ มาใหมากที่สุด
ซ่ึงการสืบคนความตองการของผูใชสามารถดาํ เนินการไดจ ากการรวบรวมเอกสารการ
สัมภาษณ การออกแบบสอบถาม และการสังเกตการณบนสภาพแวดลอ มการทาํ งานจรงิ

เมือ่ ไดนาํ ความตอ งการมาผา นการวิเคราะหเ พ่ือสรุปเปนขอกําหนดท่ีชดั เจนแลว ขัน้ ตอนตอไป
ของนักวเิ คราะหระบบกค็ อื การนาํ ขอกาํ หนดเหลา นนั้ ไปพัฒนาเปนความตอ งการของระบบ
ใหมดว ยการพัฒนาเปน แบบจาํ ลองข้นึ มา ซงึ่ ไดแก แบบจาํ ลองกระบวนการ (Data Flow
Diagram) และแบบจาํ ลองขอมลู (Data Model) เปนตน

สรุปขัน้ ตอนของระยะการวิเคราะห

1. วเิ คราะหระบบงานปจจุบัน

2. รวบรวมความตอ งการ และกาํ หนดความตองการของระบบใหม

3. วเิ คราะหความตอ งการเพอื่ สรปุ เปน ขอกาํ หนด
4. สรางแผนภาพ DFD และแผนภาพ E-R

ระยะที่ 3 การออกแบบ

ระยะท่ี 3 การออกแบบ
เปน ระยะทีน่ ําผลลพั ธทไี่ ดจากการวิเคราะห ท่ีเปนแบบจําลองเชงิ ตรรกะมาพฒั นาเปนแบบจําลองเชงิ กายภาพ โดยแบบจําลองเชิงตรรกะทีไ่ ด
จากข้นั ตอนการวเิ คราะห มงุ เนนวามอี ะไรทีต่ องทําในระบบในขณะท่ีแบบจําลองเชงิ กายภาพจะนําแบบจาํ ลองเชิงตรรกะมาพัฒนา ตอ ดว ยการ
มงุ เนนวาระบบดาํ เนนิ การอยา งไรเพ่อื ใหเ กดิ ผลตามตองการ งานออกแบบระบบประกอบดว ยงานออกแบบสถาปต ยกรรมระบบทเ่ี กีย่ วขอ งกบั ฮา
รดแวร ซอฟตแ วร และระบบ เครือขาย การออกแบบรายงาน การออกแบบหนา จออนิ พตุ ขอมูล การออกแบบผงั งานระบบ การออกแบบฐาน
ขอมูล และการออกแบบโปรแกรม เปนตน
สรุปข้นั ตอนของระยะการออกแบบ
1. พจิ ารณาแนวทางในการพฒั นาระบบ
2. ออกแบบสถาปต ยกรรมระบบ
3. ออกแบบรายงาน
4. ออกแบบหนาจออินพุตขอ มลู
5. ออกแบบผงั งานระบบ
6. ออกแบบฐานขอ มลู
7. การสรางตน แบบ
8. การออกแบบโปรแกรม

ระยะท่ี 4 การพฒั นา

เปนระยะท่ีเก่ยี วขอ งกบั การพัฒนาโปรแกรม โดยทีมงานโปรแกรมเมอรจ ะตองพัฒนา
โปรแกรมตามทีน่ ักวเิ คราะหร ะบบไดอ อกแบบไว การเขียนชดุ คําสง่ั เพือ่ สรา งเปน ระบบ
งานทางคอมพวิ เตอรขึ้นมา โดยโปรแกรมเมอรส ามารถนําเครือ่ งมอื เขามาชวยในการ
พฒั นาโปรแกรมไดเ พ่ือชวยใหระบบงานพฒั นาไดเ ร็วขนึ้ และมคี ุณภาพ
สรุปขน้ั ตอนของระยะการพัฒนา
1. พฒั นาโปรแกรม
2. เลอื กภาษาโปรแกรมที่เหมาะสม
3. สามารถนาํ เครอื่ งมอื มาชว ยพัฒนาโปรแกรมได
4. สรางเอกสารประกอบโปรแกรม

ระยะท่ี 5 การทดสอบ

ระยะที่ 5 การทดสอบ

เม่ือโปรแกรมไดพัฒนาขึน้ มาแลว ยังไมสามารถนาํ ระบบไปใชงานไดทนั ทจี าํ เปนตอ ง
ดําเนนิ การทดสอบระบบกอ นท่จี ะนําไปใชง านจริงเสมอ ควรมีการทดสอบขอ มูล
เบ้ืองตนกอ น ดวยการสรางขอมูลจาํ ลองข้นึ มาเพอ่ื ใชต รวจสอบการทาํ งานของระบบ
งาน หากพบขอผดิ พลาดกป็ รบั ปรงุ แกไ ขใหถูกตอง การทดสอบระบบจะมกี ารตรวจ
สอบไวยากรณของภาษาเขียน และตรวจสอบวา ระบบตรงกบั ความตอ งการของผใู ช
หรือไม

สรุปขน้ั ตอนของระยะการทดสอบ

1. ทดสอบไวยากรณภาษาคอมพวิ เตอร

2. ทดสอบความถกู ตอ งของผลลพั ธท ไี่ ด

3. ทดสอบวา ระบบทีพ่ ัฒนาตรงตามความตอ งการของผูใ ชหรือไม

ระยะที่ 6 การนําระบบไปใช

ระยะที่ 6 การนาํ ระบบไปใช
เมอ่ื ดําเนินการทดสอบระบบจนมั่นใจวาระบบทไ่ี ดรับการทดสอบนน้ั พรอมท่จี ะนาํ ไปตดิ ต้งั เพื่อใชง านบน
สถานการณจ รงิ ขัน้ ตอนการนําระบบไปใชง านอาจเกดิ ปญ หา จากการท่ีระบบท่พี ฒั นาใหมไมส ามารถ
นําไปใชง านแทนระบบงานเดมิ ไดท ันที จงึ มีความจาํ เปน ตองแปลงขอมูลระบบเดิมใหอ ยูในรูปแบบท่ี
ระบบใหมส ามารถนาํ ไปใชงานไดเ สียกอน หรอื อาจพบขอ ผิดพลาดทไ่ี มค าดคดิ เมอ่ื นําไปใชใ น
สถานการณจรงิ ครนั้ เมอื่ ระบบสามารถรนั ไดจนเปนท่ีนา พอใจท้ังสองฝาย กจ็ ะตอ งจัดทาํ เอกสารคมู ือ
ระบบ รวมถงึ การฝก อบรมผูใช
สรุปขนั้ ตอนของระยะการนําระบบไปใช

1. ศึกษาสภาพแวดลอมของพื้นท่กี อนที่จะนําระบบไปตดิ ต้ัง
2. ติดตง้ั ระบบใหเปน ไปปตามสถาปต ยกรรมท่ีออกแบบไว
3. จดั ทําคมู ือระบบ
4. ฝกอบรมผใู ช
5. ดาํ เนนิ การใชระบบงานใหม
6. ประเมินผลการใชง านของระบบใหม

ระยะที่ 7 การบาํ รุงรกั ษา

หลังจากระบบงานท่ีพฒั นาขน้ึ ใหมไดถูกนําไปใชงานเปนที่เรยี บรอยแลว ขน้ั
ตอนการบาํ รงุ รักษาจึงเกิดขนึ้ ทั้งนี้ขอบกพรอ งในดานการทํางานของ
โปรแกรมอาจเพง่ิ คนพบได ซ่งึ จะตองดาํ เนินการแกไ ขใหถกู ตองรวมถงึ กรณที ่ี
ขอ มลู ที่จดั เก็บมปี รมิ าณทมี่ ากขนึ้ ตอ งวางแผนการรองรับเหตกุ ารณน ี้ดวย
นอกจากน้งี านบาํ รงุ รกั ษายังเก่ียวของกบั การเขยี นโปรแกรมเพิ่มเติมกรณที ี่ผใู ช
มคี วามตอ งการเพิ่มข้นึ
สรปุ ขั้นตอนระยะการบํารุงรกั ษา

1. กรณเี กดิ ขอผิดพลาดขึ้นจากระบบ ใหดําเนินการแกไขใหถ ูกตอง
2. อาจจาํ เปนตองเขยี นโปรแกรมเพ่ิมเตมิ กรณที ีผ่ ูใชม คี วามตองการเพิ่มเติม
3. วางแผนรองรับเหตุการณทอ่ี าจเกดิ ข้นึ ในอนาคต
4. บาํ รุงรกั ษาระบบงาน และอุปกรณ

5.ผลทไี่ ดจ ากการวเิ คราะหร ะบบ

ออกแบบระบบการทํางานใหม การวิเคราะหร ะบบตอ งการ
ปรบั ปรุง
และ แกไ ขระบบงานเดมิ ใหม ีทศิ ทางท่ีดีขึ้น

6.ปญ หาในการพัฒนาระบบ

1. องคก รไมม ีความตอ งการ แรงจูงใจหรอื แรงกระตนุ และไมเหน็ ประโยชนข องการจดั
ระบบเพยี งพอ

2. ในองคกรยงั ไมไ ดม คี านิยม และการปลูกฝง วฒั นธรรมการเรยี นรู และการแลกเปลย่ี น
ความรใู หเ กดิ ข้นึ ในองคก ร

3. ไมม กี ารวดั ผลการดาํ เนนิ การจัดการระบบ ทําใหไ มส ามารถปรับปรุงพฒั นาได


Click to View FlipBook Version