การศึกษาอทิ ธิพลของระยะเวลาการไดร้ ับแสงและปริมาณธาตุอาหาร
เพื่อการปลกู เคลในโรงงานผลติ พืช
Effect of Light Exposure Duration and Plant Nutrient
for Planting of Kale in Plant Factory
วิรัญญา ภูกองชนะ
ศุภวิชญ์ ศรีวะรมย์
สรุ ยิ า ผ่องใส
ปริญญานพิ นธน์ เ้ี ป็นสว่ นหนึ่งของการศึกษาตามหลักสตู รวิศวกรรมศาสตรบณั ฑติ
สาขาวิศวกรรมเกษตร คณะวศิ วกรรมศาสตร์
สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจา้ คณุ ทหารลาดกระบัง
ปีการศึกษา 2564
การศึกษาอทิ ธพิ ลของระยะเวลาการได้รับแสงและปริมาณธาตอุ าหาร
เพอื่ การปลูกเคลในโรงงานผลิตพชื
Effect of Light Exposure Duration and Plant Nutrient
for Planting of Kale in Plant Factory
วริ ัญญา ภูกองชนะ
ศุภวิชญ์ ศรีวะรมย์
สุรยิ า ผอ่ งใส
ปรญิ ญานพิ นธน์ เ้ี ป็นสว่ นหน่งึ ของการศึกษาตามหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบณั ฑติ
สาขาวศิ วกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์
สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ เจ้าคุณทหารลาดกระบงั
ปีการศึกษา 2564
Effect of Light Exposure Duration and Plant Nutrient
for Planting of Kale in Plant Factory
WIRANYA PHOOKONGCHANA
SUPAWIT SRIWAROM
SURIYA PONGSAI
A THESIS SUBMITTED IN PARTIAL FULFILLMENT
OF THE REQUIREMENT FOR THE DEGREE OF
BACHELOR OF ENGINEERING IN AGRICULTURAL ENGINEERING
FACULTY OF ENGINEERING
KING MONGKUT’S INSTIITUTE OF TECCHNOLOGY LADKRABANG
ACADEMIC YEAR 2021
ปริญญานิพนธป์ ีการศึกษา 2564
คณะวศิ วกรรมศาสตร์
สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบงั
ใบรับรองปริญญานิพนธ์
....................................................................................
หัวขอ้ ปรญิ ญานพิ นธ์ การศึกษาอิทธิพลของระยะเวลาการได้รับแสงและปริมาณธาตุอาหาร
เพื่อการปลกู เคลในโรงงานผลิตพืช
Effect of Light Exposure Duration and Plant Nutrient for Planting
of Kale in Plant Factory
นกั ศึกษาผู้จดั ทำ นางสาววิรญั ญา ภกู องชนะ รหัส 61010977
นายศุภวิชญ์ ศรวี ะรมย์ รหสั 61011056
นายสรุ ิยา ผ่องใส รหัส 61011153
ปรญิ ญา วศิ วกรรมศาสตรบัณฑติ (วศิ วกรรมเกษตร)
หลักสตู ร วิศวกรรมเกษตร
ภาควิชา วศิ วกรรมเกษตร
ปีการศกึ ษา 2564
อาจารย์ผู้ควบคุมปริญญานพิ นธ์ ลายมือช่ือ
ผศ.ภัทรชยั วชิ ยั ยะ
ผศ.ดร.จิราพร ศรภี ิญโญวณชิ ย์ จงยง่ิ เจรญิ
I
หัวข้อปรญิ ญานพิ นธ์ การศกึ ษาอิทธิพลของระยะเวลาการไดร้ บั แสงและปรมิ าณธาตอุ าหาร
นักศึกษาผ้จู ดั ทำ
เพ่อื การปลกู เคลในโรงงานผลติ พืช
อาจารย์ทีป่ รึกษา
ปกี ารศึกษา นางสาววิรญั ญา ภกู องชนะ รหสั 61010977
นายศภุ วิชญ์ ศรีวะรมย์ รหัส 61011056
นายสุรยิ า ผอ่ งใส รหัส 61011153
ผศ.ภทั รชยั วิชยั ยะ
ผศ.ดร.จิราพร ศรีภญิ โญวณิชย์ จงยง่ิ เจริญ
2564
บทคัดยอ่
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระยะเวลาการได้รับแสงร่วมกับ ค่าความเข้มข้นของปุ๋ย
ต่อการเจริญเตบิ โตของเคลในโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ปลกู ในสภาพแวดล้อมท่ีมีการควบคุม
อณุ หภูมทิ ่ี 25˚C และ มี แหล่งกำเนิดแสงจากหลอดไฟ LED มคี ่า PPFD (Photosynthetic Photon
Flux Density) เฉล่ีย 240 – 260 µmol·m-2·s-1 ใชร้ ะบบการปลกู ไฮโดรโปนกิ สแ์ บบ NFT โดยทำการ
ทดลองให้จำนวนชั่วโมงการให้แสงต่อวันแตกต่างกัน (8, 12, 15 และ 18 ชั่วโมง ตามลำดับ) ร่วมกับ
การใช้สารละลายธาตุอาหาร โดยมีค่า ความเข้มข้นของปุ๋ยแตกต่างกัน (1.5, 2.5 และ
3.5 mS·cm-1 ตามลำดับ) จากการศึกษา การเจริญเติบโตของเคล ด้านขนาดลำต้น ความยาวใบ
ความกวา้ งใบ และขนาดทรงพมุ่ ในวันที่ 44 พบว่าจำนวนชัว่ โมงการให้แสงและค่าความเขม้ ข้นของปุ๋ย
ไม่มีปฏิสัมพันธ์กันทางสถิติ ในด้านจำนวนชั่วโมงการให้แสงมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง
สถิติ (P>0.05) โดยจำนวนชั่วโมงการให้แสงที่ 15 ชั่วโมง มีการเจริญเติบโตของเคลที่มากที่สุดทั้ง
ขนาดลำต้น ความยาวใบ ความกว้างใบ และขนาดทรงพมุ่ โดยมคี ่าเฉลยี่ เทา่ กบั 1.19, 23.00, 11.48
และ 53.49 cm ตามลำดับ ความเข้มข้นของปุ๋ยที่ทำการทดลอง 3 ค่า มีความแตกต่างกันอย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติ(P>0.05) เฉพาะขนาดของลำต้น โดยค่าความเข้มข้นของปุ๋ยที่3.5 mS·cm-1 ให้
ผลดีที่สุด โดยมีขนาดลำต้นเฉลี่ย 1.08 cm ส่วนความยาวใบ ความกว้างใบ และขนาดทรงพุ่ม ไม่
แตกตา่ งกนั อย่างมนี ยั สำคญั ทางสถติ (ิ P>0.05)
คำสำคญั : ระบบการปลูกไฮโดรโปนิกส์แบบ NFT, ไฟประดิษฐ์ LED, คา่ การนำไฟฟ้าของสารละลาย
ธาตุอาหาร, คา่ PPFD
II
Thesis Title Effect of Light Exposure Duration and Plant Nutrient
Authors
for Planting of Kale in Plant Factory
Thesis Advisor
Year Wiranya Phookongchana 61010977
Supawit Sriwarom 61011056
Suriya Pongsai 61011153
Asst. Prof. Pattarachai Vichaiya
Asst. Prof. Dr. Jiraporn Sripinyowanich Jongyingcharoen
2021
Abtract
The objective of this study was to determine the influence of light exposure
duration and electrical conductivity of nutrients on the growth of kale in a plant factory
planted. The condition in plant fac factory was controlled with the temperature of
25˚C. LED light source with PPFD (Photosynthetic Photon Flux Density) was 240 – 260
µmol·m-2·s-1. The system of irrigation was the Nutrient Film Technique (NFT). The
number of lighting hours per day was different (8 , 1 2 , 1 5 , and 1 8 h) and electrical
conductivity (EC) of solution was 1.5, 2.5, and 3.5 mS·cm-1. Information on stem size,
leaf length, leaf width, and canopy size were collected and end at day 44. It was found
that there was not statistically interacting between lighting hours and electrical
conductivity. In terms of the number of light hours, The 15 hours of light showed the
greatest growth of kale in terms of stem size, leaf length, leaf width, and canopy size.
Average 1.19, 23.00, 11.48, and 53.49 cm at confident interval at P>0.05, respectively.
The electrical conductivity of 3.5 mS·cm-1 gave the best results on the average stem
size of 1.08 cm, but there was not significantly different (P>0.05) for leaf length, leaf
width, and canopy size.
Keywords: Nutrient Film Technique (NFT), Artificial LED light, Electro-conductivity,
Photosynthetic Photon Flux Density (PPFD)
III
กติ ติกรรมประกาศ
วิทยานิพนธ์เล่มนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เนื่องจากได้รับความกรุณาอย่างสูงจากอาจารย์
ที่ปรึกษา ผศ.ภัทรชัย วิชัยยะ และ ผศ.ดร.จิราพร ศรีภิญโญวณิชย์ จงยิ่งเจริญ ที่กรุณาให้คำแนะนำ
ปรึกษา และชแี้ นะแนวทางการแกไ้ ขปัญหา ตลอดจนให้ความรู้และประสบการณ์ท่ดี ีต่อผูว้ จิ ยั
ขอขอบคุณโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงสำหรับ
อุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย
ปี พ.ศ. 2561 ประเภทหลักสูตรปรญิ ญา (Degree) รูปแบบการเรียนการสอน (Up-skills) ที่สนับสนุน
งานวิจยั นี้
ขอขอบคุณพระคุณคณาจารย์หลักสูตรวิศวกรรมเกษตรทุกท่านที่ให้ความรู้ ความช่วยเหลือ
และคำแนะนำทำให้งานวิจัยสำเร็จลุล่วงด้วยดี รวมถึงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ประจำภาควิชาทุกท่าน
สำหรบั ความช่วยเหลอื คำแนะนำและการอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานวิจยั
ขอขอบคณุ ครอบครัว และเพือ่ น ๆ ของคณะผู้วจิ ัยทีใ่ หก้ ารสนบั สนนุ และช่วยเหลือตลอดมา
สุดท้ายน้ีขอขอบคุณผ้รู ่วมวิจัยทีช่ ่วยเหลือกนั จนสำเรจ็ ลุล่วงไปได้ด้วยดี
นางสาววริ ัญญา ภูกองชนะ รหัส 61010977
นายศุภวชิ ญ์ ศรวี ะรมย์ รหสั 61011056
นายสรุ ยิ า ผอ่ งใส รหสั 61011153
IV
สารบัญ
หน้า
บทคัดย่อ .............................................................................................................................................I
ABTRACT ..........................................................................................................................................II
กิตติกรรมประกาศ.............................................................................................................................III
สารบญั ............................................................................................................................................. IV
สารบัญตาราง................................................................................................................................... VI
สารบัญภาพ .................................................................................................................................... VII
บทท่ี 1 บทนำ ............................................................................................................................... 1
1.1. ท่มี าและความสำคัญ............................................................................................................. 1
1.2. วตั ถปุ ระสงค์ ......................................................................................................................... 2
1.3. ขอบเขตการศกึ ษา ................................................................................................................ 2
1.4. ผลที่คาดวา่ จะได้รบั .............................................................................................................. 2
1.5. ขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน.......................................................................................................... 3
บทที่ 2 ทฤษฎแี ละงานวิจยั ทเ่ี กย่ี วข้อง .......................................................................................... 4
2.1. คะน้าใบหยิก หรอื เคล ......................................................................................................... 4
2.1.1. ข้อมูลทวั่ ไป....................................................................................................................... 4
2.1.2. ลกั ษณะจำเพาะ................................................................................................................ 5
2.1.3. ขอ้ มูลการปลูก .................................................................................................................. 5
2.1.4. องคป์ ระกอบทางโภชนาการและแรธ่ าตุ............................................................................ 7
2.2. โรงงานผลติ พชื (Plant Factory).......................................................................................... 9
2.2.1. ประเภทของโรงผลิตพชื (Plant Factory) ........................................................................ 9
2.2.2. โรงงานผลติ พชื ทใี่ ช้แสงประดิษฐ์....................................................................................... 9
2.2.3. พืชที่เหมาะกบั การปลกู ในโรงงานผลิตพชื ทีใ่ ชแ้ สงประดิษฐ์............................................... 9
2.3. ปัจจัยทีม่ ีผลต่อการเจรญิ เติบโตของพืช ............................................................................... 10
2.3.1. ธาตุอาหารและสารละลายธาตุอาหาร............................................................................. 10
2.3.2. แสง................................................................................................................................. 10
2.4. ระบบการปลูกไฮโดรโปนกิ ส์................................................................................................ 11
V
2.5. Internet of Things........................................................................................................... 12
2.5.1. Node MCU ESP8266................................................................................................... 13
2.5.2. รเี ลย์ (Relays)................................................................................................................ 13
2.5.3. นิวแมติก คอนแทคเตอร์ ................................................................................................. 14
2.5.4. Blynk ............................................................................................................................. 14
2.6. เศรษฐศาสตร์วศิ วกรรม (Engineering Economy) ............................................................ 15
2.6.1. การคดิ ตน้ ทุนการผลติ ..................................................................................................... 15
2.6.2. ประเภทของตน้ ทุนการผลิต ............................................................................................ 15
บทที่ 3 วิธีการดำเนนิ งาน............................................................................................................ 17
3.1. กระบวนการทำการทดลอง ................................................................................................. 17
3.2. พืชท่ใี ชใ้ นการทดลอง .......................................................................................................... 18
3.3. รางปลกู และระบบการปลกู ................................................................................................. 18
3.4. การควบคมุ การเปดิ -ปิดของแสง.......................................................................................... 19
3.5. การทดลอง ......................................................................................................................... 20
3.6. การบนั ทึกขอ้ มลู ................................................................................................................. 21
3.7. การวิเคราะห์ขอ้ มูล ............................................................................................................. 22
บทที่ 4 ผลการทดลอง................................................................................................................. 23
4.1. อทิ ธพิ ลของระยะเวลาการได้รับแสงต่อการเจริญเตบิ โตของเคล.......................................... 23
4.2. อทิ ธิพลของคา่ ความเขม้ ข้นของปุ๋ยต่อการเจริญเติบโตของเคล............................................ 26
บทที่ 5 สรุปผลการวจิ ยั และขอ้ เสนอแนะ................................................................................... 33
5.1. สรปุ ผลการวจิ ยั ................................................................................................................... 33
5.2. ขอ้ เสนอแนะ....................................................................................................................... 33
เอกสารอ้างอิง ................................................................................................................................. 34
ภาคผนวก........................................................................................................................................ 39
ภาคผนวก ก.................................................................................................................................... 40
ภาคผนวก ข.................................................................................................................................... 52
ภาคผนวก ค.................................................................................................................................... 64
ภาคผนวก ง .................................................................................................................................... 76
ภาคผนวก จ.................................................................................................................................... 88
VI
สารบัญตาราง
ตารางท่ี 1.1 ข้นั ตอนการดำเนนิ งาน................................................................................................. 3
ตารางท่ี 2.1 องค์ประกอบทางโภชนาการและแร่ธาตุ(ขนาด 100 กรัม)ของเคล แสดงตามนำ้ หนักสด
.......................................................................................................................................................... 7
VII
สารบญั ภาพ
รปู ท่ี 2.1 คะน้าใบหยกิ หรอื เคล........................................................................................................ 5
รปู ที่ 2.2 กราฟแสดงปริมาณการดูดซบั คลื่นแสงของคลอโรฟลิ ลแ์ ละแคโรทนี อยด์.......................... 11
รปู ที่ 2.3 ระบบ NFT ...................................................................................................................... 12
รูปที่ 2.4 Internet of Things........................................................................................................ 12
รปู ท่ี 2.5 ESP8266......................................................................................................................... 13
รูปที่ 2.6 รเี ลย์ (Relays)................................................................................................................. 14
รูปท่ี 2.7 การทำงานของ Blynk ..................................................................................................... 14
รูปที่ 3.1 ขน้ั ตอนการเตรียมตัวอยา่ ง............................................................................................... 18
รปู ที่ 3.2 โครงรางระบบไฮโดรโปนิกส์ หน่วยมลิ ลเิ มตร................................................................... 18
รปู ท่ี 3.3 รางปลกู และระบบการปลูกภายใน Plant Factory ......................................................... 19
รูปท่ี 3.4 แผนวงจรควบคมุ การเปดิ -ปดิ ของแสง.............................................................................. 19
รปู ที่ 3.5 ภายในแอพพลเิ คชนั Blynk ............................................................................................. 20
รูปที่ 3.6 การบันทึกการเจริญเตบิ โตของเคล................................................................................... 21
รปู ที่ 4.1 การเจริญเตบิ โตของเคลเมื่อได้รบั แสงเปน็ เวลาแตกตา่ งกัน เปรยี บเทียบความแตกต่างของ
ค่าเฉล่ีย ± SD ด้วยวิธี Duncan’s new multiple range test (DMRT) ค่าเฉลีย่ ทร่ี ะบุด้วยตัวอักษร
เดยี วกันไม่มคี วามแตกตา่ งกันอยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถิติ (P≤0.05) ................................................... 23
รปู ที่ 4.2 อทิ ธิพลของระยะเวลาการไดร้ ับแสงต่อการเจรญิ เตบิ โตทางด้านขนาดลำต้น
ต้งั แตว่ ันท่ี 14 - 44.......................................................................................................................... 24
รูปท่ี 4.3 อทิ ธิพลของระยะเวลาการไดร้ ับแสงต่อการเจริญเติบโตทางดา้ นความยาวใบ
ตั้งแต่วนั ที่ 14 - 44.......................................................................................................................... 25
รูปที่ 4.4 อิทธิพลของระยะเวลาการได้รับแสงต่อการเจริญเติบโตทางด้านความยาวใบ
ต้งั แต่วันที่ 14 - 44.......................................................................................................................... 25
รูปที่ 4.5 อิทธพิ ลของระยะเวลาการไดร้ บั แสงตอ่ การเจรญิ เตบิ โตทางดา้ นขนาดทรงพุม่
ตั้งแต่วันท่ี 14 - 44.......................................................................................................................... 26
รปู ท่ี 4.6 การเจรญิ เตบิ โตของเคลเม่อื ได้รบั คา่ ความเข้มขน้ ของปยุ๋ แตกต่างกนั เปรียบเทียบความ
แตกตา่ งของคา่ เฉล่ีย ± SD ด้วยวธิ ี Duncan’s new multiple range test (DMRT) ค่าเฉลยี่ ท่ีระบุ
ดว้ ยตวั อกั ษรเดยี วกนั ไม่มคี วามแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P≤0.05)............................... 27
VIII
รปู ที่ 4.7 อทิ ธิพลของคา่ ความเขม้ ข้นของปยุ๋ ต่อการเจริญเติบโตทางดา้ นขนาดลำตน้
ตั้งแตว่ ันที่ 14 - 44.......................................................................................................................... 27
รปู ที่ 4.8 อิทธิพลของคา่ ความเข้มขน้ ของปุ๋ยต่อการเจรญิ เตบิ โตทางดา้ นความยาวใบ
ตั้งแต่วันที่ 14 – 44......................................................................................................................... 28
รูปที่ 4.9 อิทธิพลของค่าความเข้มขน้ ของปุย๋ ต่อการเจรญิ เตบิ โตทางด้านความกวา้ งใบ
ตงั้ แต่วันที่ 14 – 44 ....................................................................................................................... 28
รูปที่ 4.10 อิทธิพลของคา่ ความเขม้ ขน้ ของปุ๋ยต่อการเจรญิ เตบิ โตทางด้านขนาดทรงพมุ่
ตง้ั แตว่ ันที่ 14 – 44......................................................................................................................... 29
1
บทท่ี 1
บทนำ
1.1. ทม่ี าและความสำคัญ
ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการผลิตอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ยั่งยืน และประหยัด
พลังงาน เพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถควบคุมได้ และการเติบโต
ของอุตสาหกรรมที่มีเพิ่มมากขึ้น การพัฒนาโรงงานผลิตพืชที่สามารถผลิตพืชได้โดยไม่กระทบต่อ
อทิ ธิพลภายนอกใด ๆ ภายใตแ้ สงไฟประดิษฐ์ [1] โรงงานผลติ พชื หรอื Plant Factory เป็นระบบการ
ปลูกพืชแบบปิด ทำการปลูกภายในอาคารที่ถูกออกแบบ โดยมีองค์ประกอบหลัก ได้แก่ โครงสร้างท่ี
เป็นฉนวนป้องกันการถ่ายเทความร้อน มีการถ่ายเทอากาศสะดวกและทึบแสง, การปลูกพืชเป็นการ
ปลูกเรียงขึ้นไปเป็นชั้นตามความสูง โดยใช้หลอดไฟแบบไดโอดเปล่งแสง (Light emitting diode :
LED) เป็นแหล่งกำเนิดแสง ร่วมกับการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์, สามารถควบคุมสภาพอากาศ
ภายในด้วยเครื่องปรับอากาศพร้อมระบบหมุนเวียนอากาศ, มีแหล่งจ่าย CO2, มีระบบการให้
สารละลายธาตุอาหาร, สามารถควบคุมสภาพแวดล้อม ได้แก่ อุณหภูมิ, ค่า Photosynthetic
photon flux density (PPFD), ค่าความเป็นกรด-เบส(pH), ค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายธาตุ
อาหาร และปจั จยั อ่ืน ๆ ทจ่ี ำเปน็ ตอ่ การเจริญเตบิ โตของพชื ได้ [2]
แสงเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญต่อผลิตผลทางการเกษตร การพึ่งพาแสงธรรมชาติอย่างเดียว
อาจไม่เพียงพอต่อการผลิต[3] ไดโอดเปล่งแสงหรือ หลอดไฟ LED ถูกนำมาใช้ใน Plant Factory
เพื่อให้พลังงานแก่พืชทดแทนพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจาก มีอายุการใช้งานยาวนาน มีขนาดเล็ก
การปล่อยความร้อนต่ำ สเปกตรัมที่สามารถปรับแต่งค่าได้ ค่าบำรุงรักษาต่ำ และประหยัดพลังงาน
[4][5][6] ความเข้มของแสง (Photosynthetic photon flux density : PPFD) และการกระจาย
สเปกตรัมของ UV-B (280–315 nm), UV-A (315–400 nm), ความยาวคลื่นสีน้ำเงิน (400–500
nm), ความยาวคลื่นสีแดง (620– 700 nm) และอินฟาเรดช่วงใกล้ความยาวคลื่นสีแดง (700–850
nm) มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช[7] จากการศึกษาจำนวนมากรายงานว่า
การเจริญเติบโตของผักหลายชนิดภายใต้สภาวะแสงรวมนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าแสงสีเดียว
[8][9][10]
ธาตุอาหารเป็นอกี ปัจจยั มีบทบาทท่สี ำคญั ต่อการเจริญเตบิ โตของพชื เมอื่ พืชไดร้ ับธาตุอาหาร
ไม่เพยี งพอจะแสดงอาการขาดแคลน เช่น มีใบสเี หลือง ลำต้นแคระเกร็น ผลผลติ มีคณุ ภาพต่ำ เปน็ ต้น
ในระบบการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์ ธาตุอาหารจะอยู่ในรปู ของสารละลายธาตุอาหาร โดยต้องมีค่า
ความเขม้ ขน้ หรอื ค่าการนำไฟฟา้ ของสารละลายธาตุอาหาร (EC) ทีเ่ หมาะสม และมีค่า pH ทป่ี ระมาณ
5.5-6.5 และมอี อกซิเจนท่ีเพยี งพอ[11] ธาตอุ าหารทจ่ี ำเปน็ ตอ่ พืชมีทั้งหมด 16 ชนิด โดยธาตอุ าหารท่ี
สำคัยที่สุดของพืชคือ N, P, K[12] มีงานวิจัยหลายบทความได้ศึกษาเกี่ยวกับการให้สารละลายธาตุ
2
อาหารแกพ่ ืชพบว่า ไนโตรเจน (N) เปน็ ธาตทุ ท่ี ำใหพ้ ืชเจรญิ เตบิ โต มกี ารดดู ซึมทดี่ ี ให้ผลผลิตทเ่ี พิ่มขึ้น
และโพแทสเซียม (K) ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่ใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง การหายใจ และการลำเลียง
อาหาร[13] ซ่งึ สารละลายธาตุอาหารจะถูกดูดซึมในรูปแบบไอออนิกไอออนในรูปแบบประจุไฟฟ้าของ
สารอาหารแต่ชนิด โดยมีค่า EC เป็นดัชนีความเข้มข้นที่บ่งบอกถึงความเข้มข้นของสารละลายธาตุ
อาหารในน้ำ
ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงวัตถุประสงค์ในการศึกษาอิทธิพลของระยะเวลาการได้รับแสงร่วมกับค่า
ความเข้มข้นของปุ๋ย โดยใชห้ น่วยทดลองเปน็ คะนา้ ใบหยกิ หรือเคล ทำการปลกู ใน Plant Factory ซึ่ง
สามารถควบคุมปัจจยั ทีเ่ กี่ยวข้องได้
1.2. วัตถุประสงค์
1.2.1. เพื่อศึกษาระยะเวลาการได้รับแสงร่วมกับค่าความเข้มข้นของปุ๋ยที่เหมาะสมตอ่ การ
เจริญเติบโตของเคลในโรงงานผลิตพชื
1.2.2. เพ่อื ทดสอบการปลูกเคลในสภาพแวดล้อมที่มปี ัจจัยแตกตา่ งกัน
1.3. ขอบเขตการศึกษา
1.3.1. กลุ่มตวั อย่าง คะน้าใบหยิกหรือเคล (Brassica oleracea L.)
1.3.2. ตวั แปร
1.) ตัวแปรตน้ คือ ระยะเวลาการได้รบั แสงท่ีแตกตา่ งกัน และความเข้มขน้ ของปุ๋ย
ท่แี ตกต่างกัน
2.) ตัวแปรตาม คือ การเจริญเติบโตของพืช ได้แก่ ขนาดลำต้น ความยาวใบ
ความกว้างใบ และขนาดทรงพุ่ม
3.) ตัวแปรควบคุม คือ ค่าความกรด-ด่าง (pH) และอุณหภูมิภายใน Plant
Factory ท่ี 25˚C
1.3.3. สถานที่ทำการทดลอง ณ โรงผลิตพืช (Plant Factory) ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร
คณะวศิ วกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลา้ เจ้าคุณทหารลาดกระบงั
1.4. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.4.1. ไดร้ ะยะเวลาการไดร้ บั แสงและคา่ ความเข้มขน้ ของปุ๋ญท่เี หมาะสมต่อการปลูกเคลใน
โรงงานผลิตพชื
3
1.5. ขัน้ ตอนการดำเนินงาน
ตารางที่ 1.1 ขน้ั ตอนการดำเนินงาน
ป/ี เดอื น
ขนั้ ตอนการดำเนินงาน พทุ ธศักราช 2564 พทุ ธศักราช 2565
ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค.
1.ศึกษาข้อมูลเบ้ิองต้นเกี่ยวกับเคล
และระบบภายในโรงงานผลติ พชื
2.จัดเตรียมระบบ Plant Factory
3.ทดลองเพาะปลกู กลุ่มตวั อยา่ ง
4.เก็บผลการทดลอง
5.วเิ คราะห์ผลการทดลอง
6.สรุปและจัดทำรูปเล่มปริญญา
นิพนธ์
4
บทท่ี 2
ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกยี่ วขอ้ ง
2.1. คะนา้ ใบหยกิ หรอื เคล
2.1.1. ข้อมูลทั่วไป
เคล (Kale) หรือที่เรียกกันว่า คะน้าใบหยกิ เป็นผักประเภทรบั ประทานใบ มีต้นกำเนิดอยูใ่ น
ตระกลู กะหลำ่ ปลี[14] เป็นผกั ฤดหู นาว ท่มี ลี ักษณะใบแบบรปู ใบหอกแกมรูปรี ขอบหยกั มน ใบสีเขียว
เข้ม มีลำต้นที่แขง็ เป็นเสน้ ๆ มีความสูงเมื่อเจรญิ เติบโตประมาณ 45 – 90 เซนติเมตร มีทรงพุ่มแบบ
เป็นกอ 30 – 90 เซนติเมตร ชอบแสงแดดจัด ทนทานต่อสภาวะอากาศที่หนาวเย็นมากและสามารถ
เจริญเติบโตได้ในฤดูหนาวที่มีหิมะ สามารถทนอยู่รอดได้ในอุณหภูมิที่ต่ำถึง -15 องศาเซลเซียส
[18]และยังสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพแสงแดดจัดในฤดใู บไมผ้ ลิและฤดูใบไมร้ ่วง สามารถทนทาน
ต่อสภาวะกรด-ด่าง (pH) ประมาณ 6.0 – 7.5 ชอบความชนื้ ทนทานตอ่ ความแห้งแล้งได้ แต่คุณภาพ
และรสชาติของใบจะแย่[16] จึงนิยมเก็บในฤดหู นาวและฤดใู บไม้ร่วง[15][19] ดูแลรักษาง่าย มีพันธ์ุท่ี
หลากหลาย เช่น Curly Green Kale, Lacinato หรือ Dinosaur Kale, Siberian Kale, Scarlet
Kale และ Red Russian Kale[14][16] มีสีใบที่หลากหลาย เช่น สีเขียวอ่อน สีเขียวกลาง สีเขียวเข้ม
สีแดง หรือสีม่วง มีเนื้อใบหยาบ ปานกลาง หรือเรียบ ขึ้นอยู่กับพันธุ์ของเคล ใบอ่อนสามารถโตได้ไว
นยิ มรบั ประทานแบบดิบ ๆ หรอื นำไปประกอบอาหารได้ สามารถนำไปเป็นไมป้ ระดบั ได้ [16] อุดมไป
ด้วยสารต้านอนุมลู อิสระและกลโู คซโิ นเลตท่มี ีความเข้มข้นสูง[20] และเปน็ แหล่งวิตามินที่ดีที่สุด เช่น
วิตามิน A วิตามิน B1 วิตามิน B2 วิตามิน B6 วิตามิน C และวิตามิน E อกี ท้ังประกอบไปดว้ ย กรดโฟ
ลิก ไนอาซิน กรดไขมัน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่าง ๆ โดยเฉพาะ โพแทสเซียม(K), แคลเซียม(Ca),
แมกนีเซียม(Mg), เหล็ก(Fe) และทองแดง(Cu) นอกจากนี้ยังมีโพลีฟีนอล ซึ่งร่วมกับแคโรทีนอยด์
กลูโคซินโนเลต และไฟโตมิคอล มีส่วนจำเป็นอย่างยิ่งในการต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ต้านมะเร็งและ
การป้องกันโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด [21][22][23][25]
5
รูปที่ 2.1 คะน้าใบหยิก หรอื เคล
ที่มา : https://garden.org/plants/photo/238805/
2.1.2. ลักษณะจำเพาะ
ชอ่ื ภาษาองั กฤษ : เคล (Kale)
ชื่อภาษาไทย : คะน้าใบหยิก (Curl leaf kale)
ชือ่ วิทยาศาสตร์ : Brassica oleracea var. acephala (Kale)
วงศ์ : Cruciferae , Brassicaceae Family
วงจรชวี ติ : พืชปเี ดยี ว, ไม้ล้มลุก (Annual plant) [16]
2.1.3. ขอ้ มูลการปลกู
สามารถขยายพนั ธด์ุ ้วยเมล็ด เมล็ดจะงอกไดใ้ นอุณหภูมิ 7 – 25 องศาเซลเซียส และสามารถ
งอกได้ต่ำสุด 4 องศาเซลเซียส และจะเกิดใบอ่อน 4 - 7 วันหลังจากการเพาะเมล็ด[24] สามารถเก็บ
เมลด็ พันธ์ไุ ด้ 4 ปี[14]
2.1.3.1. วธิ ีการปลกู
หากปลูกลงในดินโดยเมล็ดพันธุ์ ต้องปลูกก่อน 3 เดือนก่อนถึงฤดูหนาวหรือ
ปลูกในช่วงฤดูใบไมผ้ ลิ 1 – 2 เดือนหลงั หิมะละลาย เพอ่ื เปน็ การป้องกนั โรคจงึ ไม่ควรปลูกซ้ำ
ในพื้นท่ีเดยี วกนั มากกว่า 3 - 4 ปี[16]
วิธีที่ 1 วิธีเพาะเมล็ดในดิน (แบบกลางแจ้ง) โดยการขุดหลุมแล้วนำเมล็ดไว้ที่
ความลึก 0.6 – 1.3 เซนติเมตร มีระยะห่างระหว่างต้น 45 เซนติเมตร แล้วกลบดิน รดน้ำที่
หลุมปลูก
6
วิธีที่ 2 วิธีเพาะเมล็ดในดิน (แบบในร่ม) โดยการนำถาดเพาะมาใช้ปลูกโดย
นำเมล็ดไว้ที่ความลึก 0.6 – 1.3 เซนติเมตร โดยในส่วนดินเพาะมี 4 ส่วนประกอบได้แก่ ปุ๋ย
หนอนแบบคดั แยก 4 สว่ น ขยุ มะพรา้ ว 2 สว่ น เวอรม์ คิ ูไลต์ 1 สว่ น เพอร์ไลต์ 1 สว่ น ผสมให้
เข้ากันแล้วรดน้ำ จึงนำไปใช้ปลูก โดยเพาะ 4-7 วัน ในอุณหภูมิ 7 – 25 องศาเซลเซียลและ
รดนำ้ ทกุ ๆ 24 ช่ัวโมงให้ชืน้ แตไ่ มเ่ ปยี ก เม่ือต้นกล้าแตกใบอ่อนนำไปไวใ้ นท่ีมีแสงอย่างน้อย 6
ชว่ั โมงต่อวนั เม่ือครบ 14 วนั จึงนำไปปลกู
วธิ ีที่ 3 วธิ เี พาะเมลด็ ในฟองนำ้ ใส่เมลด็ กลางฟองนำ้ นำลงกระบะท่ีมีนำ้ ¼ ของ
ฟองน้ำ นำไปไว้ที่พรางแสง 4-7 วัน พอต้นกล้าแตกใบอ่อน นำไปไว้ในที่มีแสง 7 วัน แล้วจึง
นำไปปลกู
2.1.3.2. วิธดี ูแลรักษา
แสงแดด : เคลต้องการที่ร่มบางส่วนในฤดูร้อน (แสงแดดโดยตรงน้อยกว่า 6
ชวั่ โมง) แต่ต้องการแสงแดดมากในฤดูหนาว (แสงแดดโดยตรงมากกวา่ 6 ชว่ั โมง)
ดิน : เคลเติบโตได้ดีที่สุดในดินที่อุดมสมบูรณ์และมีแร่ธาตุต่าง ๆ จำนวนมาก
และมีคา่ pH อยรู่ ะหวา่ ง 6.0 – 7.5
น้ำ : เคลตอ้ งการน้ำประมาณ 2.54 เซนติเมตรต่อสปั ดาห์ [14]
2.1.3.3. การเก็บเก่ยี ว
สามารถรับประทานไดท้ ัง้ แบบดิบหรือแบบปรุงสุก โดยสามารถรับประทานได้ต้งั แต่
เคลใบอ่อน (Baby Kale) จนถึงใบใหญ่ โดยส่วนมากจะเก็บเกี่ยวภายใน 2 – 3 สัปดาห์
หลังจากที่เมล็ดงอก โดยการเริ่มตัดจากใบล่างก่อน ให้เอาใบชั้นนอกออกก่อน และปล่อยให้
ใบชั้นในที่ยังอ่อนเจริญเติบโตตอ่ ไป และอย่าตัดยอดตรงกลาง โดยวิธีเก็บเกี่ยวให้อร่อยที่สุด
ถูกกล่าวกันไว้ว่าให้เก็บเกี่ยวภายใตห้ ิมะหรือหลังจากน้ำค้างแข็งเร่ิมละลาย เพราะแป้งจะถูก
เปลีย่ นเป็นน้ำตาลโดยธรรมชาติ[14]
2.1.3.4. การเก็บเมล็ดพนั ธ์ุ
เคลเปน็ พืชล้มลุก ทไ่ี มผ่ ลติ เมลด็ ในปเี ดียวกันกบั ท่ีปลูก ซง่ึ โดยปกติหากต้องการ
เก็บเมล็ด ต้องพักต้นไว้ในฤดูหนาวเพื่อให้สามารถผลิตเมล็ดได้ในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน
ถัดไป เมื่อถึงฤดูร้อน ให้ปล่อยใบเจริญเติบโตเพื่อสร้างดอก เคลจะเริ่มผลิตดอกสีเหลือง
7
ออกมา หลกี เลี่ยงการผสมเกสรข้ามสายพันธุใ์ นตระกลู Brassica oleracea (เช่น กะหล่ำปลี
บร็อคโคลี่ กะหล่ำดอก คะน้า กะหล่ำดาว) เมล็ดที่เก็บเกี่ยวได้จะมาจากดอกไม้ที่ผสมเกสร
จนเป็นฝักเมล็ดที่ยาวและบาง จะเปล่ยี นสีเป็นสีนำ้ ตาล ใหต้ ดั กา้ นเมล็ดท่โี คนและเก็บไว้ในที่
แห้งเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้เมล็ดแห้งและสุกเต็มที่ เมื่อฝักเมล็ดแห้งแล้ว จึงแกะออก
หรือถูด้วยมือเพื่อเอาเมล็ดกลมเลก็ ๆ ออก และเกบ็ ไวใ้ นภาชนะท่ปี ิดมิดชดิ เพื่อป้องกันความ
เสยี หายและนำไปเพาะปลกู ต่อไป ซ่ึงสามารถเก็บไวไ้ ด้เป็นเวลา 4 ปี[14]
2.1.4. องคป์ ระกอบทางโภชนาการและแรธ่ าตุ
ตารางที่ 2.1 องคป์ ระกอบทางโภชนาการและแร่ธาตุ(ขนาด 100 กรมั )ของเคล แสดงตามนำ้ หนักสด
Name Average Amount Unit
Proximates:
89.6 g
Water 43 kcal
Energy (Atwater General Factors) 35 kcal
Energy (Atwater Specific Factors) 0.47 g
Nitrogen 2.92 g
Protein 1.49 g
Total lipid (fat) 1.54 g
Ash
Carbohydrates: 4.42 g
4.1 g
Carbohydrate, by difference 0.8 g
Fiber, total dietary 0 g
Sugars, Total NLEA 0.4 g
Sucrose 0.4 g
Glucose 0 g
Fructose 0 g
Lactose 0 g
Maltose
Galactose 254 mg
1.6 mg
Minerals: 32.7 mg
Calcium, Ca
Iron, Fe
Magnesium, Mg
Name Average Amount 8
Phosphorus, P 55
Potassium, K 348 Unit
Sodium, Na 53 mg
Zinc, Zn 0.39 mg
Copper, Cu 0.053 mg
Manganese, Mn 0.92 mg
mg
Vitamins and Other Components: 93.4 mg
Vitamin C, total ascorbic acid 0.113
Thiamin 0.347 mg
Riboflavin 1.18 mg
Niacin 0.37 mg
Pantothenic acid 0.147 mg
Vitamin B-6 62 mg
Folate, total 241 mg
Vitamin A, RAE 2870 µg
Carotene, beta 0 µg
Carotene, alpha 27 µg
Cryptoxanthin, beta 0 µg
Lycopene 6260 µg
Lutein + zeaxanthin 0.66 µg
Vitamin E (alpha-tocopherol) 0 µg
Tocopherol, beta 0.14 mg
Tocopherol, gamma 0 mg
Tocopherol, delta 0 mg
Tocotrienol, alpha 0 mg
Tocotrienol, beta 0 mg
Tocotrienol, gamma 0 mg
Tocotrienol, delta 390 mg
Vitamin K (phylloquinone) 0 mg
Vitamin K (Dihydrophylloquinone) 0 µg
Vitamin K (Menaquinone-4) µg
µg
9
2.2. โรงงานผลิตพชื (Plant Factory)
2.2.1. ประเภทของโรงผลิตพืช (Plant Factory)
โรงงานผลิตพืชแบบระบบปิด โดยใช้แสงจากดวงอาทติ ย์หรือแสงประดิษฐ์อย่างใดอย่างหนง่ึ
จะใช้เป็นระบบแสง ดวงอาทิตย์ทั้งระบบหรือจะเป็นแสงประดิษฐ์ทั้งระบบก็สามารถทำได้ โดย
สามารถควบคมุ ปจั จัยทเ่ี กีย่ วกับการเพาะปลูกได้ท้ังระบบ ไมว่ า่ จะเปน็ แสง อณุ หภูมิ ความชื้น อากาศ
และธาตอุ าหาร และปัจจยั อน่ื ๆ ในใช้ในการเพาะปลกู โดยไม่มีการถ่ายเทสภาพอากาศหรือปัจจัยอ่ืน
ๆกบั สภาวะภายนอก นยิ มใชก้ ับการเพาะปลูกพืชต่างฤดหู รือพืชต่างถน่ิ ทีต่ ้องใชส้ ภาพอากาศทค่ี วบคุม
พเิ ศษ [26]
2.2.2. โรงงานผลติ พืชทใ่ี ชแ้ สงประดิษฐ์
Plant Factory with Artificial Lighting (PFAL) หรือ โรงงานผลิตพืชที่ใช้แสงประดิษฐ์
ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบหลัก 6 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) โครงสรา้ งทมี่ ฉี นวนป้องกนั ความร้อนอย่าง
ดีและเกือบปิดสนิทที่ปกคลุมด้วยผนังสีทึบ (2) ระบบมีหลายชั้น (ส่วนใหญ่จะ 4-16 ชั้น ระหว่างชั้น
ประมาณ 40-60 ซม. ในแนวตงั้ ) พรอ้ มอปุ กรณ์ใหแ้ สงสวา่ งเหนือรางเพาะปลูก (3) เครอื่ งปรับอากาศ
สำหรับทำความเย็นและลดความชื้น เพื่อกำจัดความร้อนที่เกิดจากหลอดไฟ (4) หน่วยส่ง CO2 เพื่อ
รักษาความเข้มข้นของ CO2 ในห้องให้อยู่ที่ประมาณ 1000 µmol (หรือ ppm) (5) หน่วยส่ง
สารละลายธาตุอาหาร และหน่วยควบคุมสิ่งแวดล้อมรวมถึงค่าการนำไฟฟ้า(EC) และตัวควบคุม pH
สำหรับสารละลายธาตอุ าหาร[2]
เป็นระบบการปลูกพชื ที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูก ได้แก่ แสง อุณหภูมิ
ความชื้น อากาศ ธาตุอาหาร และคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อช่วยให้ได้ผลผลิตสม่ำเสมอและมีคุณภาพ
โดยนำเอาเทคนิค Soilless Culture มาใช้ในการปลูกพืช เช่น ระบบไฮโดรโปนิกส์ ระบบฟลัดแอนด์เดรน
ฯลฯ กลา่ วคือ การปลูกพืชโดยให้รากแชอ่ ยใู่ นนำ้ ท่มี ีสารละลายหรือปุ๋ยโดยตรง สารละลายธาตุอาหาร
จะไหลในรางผ่านรากของพืช โดยใช้ปม๊ั เปน็ ตัวทำใหส้ ารละลายหมุนเวยี นในระบบ ระบบ Plant Factory
สามารถปลูกพืชในแนวตัง้ ไดห้ ลายช้ัน เพราะสามารถตัง้ แปลงปลูกซ้อนกนั ไดจ้ ากลักษณะการปลูกซึง่
ปลกู บนราง ซงึ่ เปน็ การใชพ้ นื้ ทีใ่ ห้เกิดประโยชนม์ ากท่ีสุดและเหมาะกับสถานท่ีทีม่ ีข้อจำกัดหลายอย่าง
[27]
2.2.3. พชื ทเี่ หมาะกับการปลกู ในโรงงานผลติ พชื ทใี่ ช้แสงประดิษฐ์
พืชท่เี หมาะสมกับการปลูกใน Plant Factory with Artificial Lighting (PFAL) เพ่ือการผลิต
เชิงพาณิชย์ มีลักษณะดังต่อไปนี้ (1) มีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร หรือน้อยกว่า (2) โตเร็ว
สามารถเก็บเกี่ยวได้ใน 10-30 วันหลังย้ายกล้า (3) เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงน้อยและความ
หนาแน่นสูง (4) มีมูลค่าสูงหากสด สะอาด อร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ปราศจากยาฆ่าแมลง (5)
มูลค่าของสินค้าสามารถปรับปรุงได้อย่างมีประสิทธิผลโดยการควบคุมสิ่งแวดล้อม (6) สามารถขาย
10
น้ำหนักสดของพืชได้ประมาณ 85% พืชผลที่ปลูกทั่วไปในโรงงานผลิตพืชเชิงพาณิชย์ ได้แก่ ผักใบ
สมุนไพร ดอกไม้ และพชื สมุนไพร [2]
2.3. ปจั จัยที่มผี ลตอ่ การเจรญิ เติบโตของพืช
2.3.1. ธาตอุ าหารและสารละลายธาตอุ าหาร
ธาตุอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เนื่องจากเป็นแหล่งสำคัญในการผลิต
ส่วนต่างๆของพืช เช่น ลำต้น ใบกิ่ง ดอกและผล และเป็นส่วนประกอบของสารอินทรีย์ที่ใช้ในการ
สังเคราะห์แสงและการหายใจ พืชแต่ละชนิดต้องการธาตุอาหารที่แตกต่างกัน โดยธาตุอาหารที่พืช
ตอ้ งการ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. ธาตุอาหารหลัก หรือธาตุอาหารที่พืชต้องการในปริมาณมาก ได้แก่ คาร์บอน ไฮโดรเจน
ออกซเิ จน ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซยี ม แมกนีเซยี ม แคลเซยี ม เหลก็ และกำมะถัน
2. ธาตุอาหารรอง หรือธาตุอาหารที่พืชต้องการในปริมาณที่นอ้ ย ได้แก่ แมงกานีส ทองแดง โม
ดิบดีนัม สงั กะสี คลอรนี และโบรอน
การวัดคา่ สารละลายธาตุอาหาร [28]
ค่า Electrical Conductivity (EC) คือ ค่าเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าในของเหลว ในที่นี้คือแร่
ธาตุที่ละลายในของเหลว พืชมีความต้านทานต่อความเข้มข้นของธาตุอาหารแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ
ปัจจยั ทางดา้ นสายพันธ์ุ อายุของพชื และสภาพแวดล้อมในการปลกู
ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) คือ ค่ากรด-เบสของสารละลาย ในที่นเี้ ปน็ ค่าของสารละลายธาตุ
อาหาร พชื แต่ละชนดิ มีความเหมาะสมของคา่ pH ต่างกัน โดยปกตแิ ล้วธาตอุ าหารสามารถละลายได้ดี
ในสภาวะที่เป็นกรด พืชสามารถดูดซึมไปใช้งานได้สะดวก หากมีสภาวะเป็นเบสจะทำให้ธาตุอาหาร
เกดิ การตกตะกอน พืชไมส่ ามารถดูดซมึ ไปใช้งานได้ ค่า pH ปกตอิ ยทู่ ี่ 5.5 - 7.0 และดีที่สดุ สำหรับพืช
อยู่ที่ 5.8 - 6.3
2.3.2. แสง
แสงมีความจำเป็นและสำคัญต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง ซึ่งเป็นกระบวนการ
สร้างอาหารและพลังงานให้แก่พืช ได้มาซึ่งสารประกอบอินทรีย์ที่มีผลตอ่ การเจริญเติบโตของพืช อีก
ทั้งยังเป็นตัวควบคุมการเจริญเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานของพืช เช่น การงอกของเมล็ด การฟักตัว
ของเมล็ด การออกดอก เป็นต้น
1.) แสงประดษิ ฐ์ (Artificial light) [29]
แสงที่มนุษย์คิดค้นมาเพื่อให้ได้ลักษณะแสงตรงตามความต้องการ และสามารถ
ควบคุมได้ LED Glow Light เป็นหลอดไฟที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเพาะปลูกพืชโดยเฉพาะ โดยการใช้
คุณสมบัติพิเศษของ LED ที่สามารถขับความยาวคลื่นแสงที่ต้องการได้ โดยคลื่นแสงที่นำมาใช้จะอยู่
ในช่วง 430 - 460 nm และช่วง 630 - 660 nm เป็นคลื่นแสงสีน้ำเงินและสีแดงตามลำดับ ซึ่งเป็น
11
คลื่นแสงที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชและการสังเคราะห์แสงของพืชมากที่สุด และอีก
ประเภทคือแสงประดิษฐ์ที่จะให้แสงแบบ Full Spectrum จะออกมาเป็นแสงสีขาว เป็นคลื่นแสง
สเปคตรัมทีค่ รอบคลมุ มากยิง่ ข้นึ โดยมชี ่วงคล่นื แสงสแี ดงและสีน้ำเงินเช่นประเภทแรกดว้ ย
รูปท่ี 2.2 กราฟแสดงปริมาณการดูดซับคลื่นแสงของคลอโรฟลิ ลแ์ ละแคโรทนี อยด์
ท่ีมา : https://www.aee-growlight.com/led-grow-light/
คา่ สำคญั ทบี่ ง่ บอกกายภาพแสงกบั พืช [30]
1. Photosynthetically Active Radiation (PAR) คือ คา่ ชว่ งแสงทีพ่ ืชใช้ในการสังเคราะห์ด้วย
แสง 400-700 นาโนเมตร
2. Photosynthetic Photon Flux (PPF) คือ การวัดค่าแสงและความเข้มแสงที่ได้จาก
แหลง่ กำเนิดแสง คา่ การผลิตPARต่อวนิ าที มหี น่วยเปน็ µmol/s
3. Photosynthetic Photon Flux Density (PPFD) คือ ค่าความเข้มแสงและปริมาณแสงที่ตก
ลงบนพชื หรือท่ีพืชใช้ในการสังเคราะห์แสง มีหน่วยเปน็ µmol/m2/s
4. Daily Light Integral (DLI) คอื ค่าทบ่ี ง่ บอกถึงความต้องการแสงของพืชในแต่ละวัน มีหน่วย
เปน็ µmol/m2/d
2.4. ระบบการปลกู ไฮโดรโปนกิ ส์
ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) มาจากภาษากรีก “Hydro” แปลว่า น้ำ รวมกับ “Ponos”
แปลว่างาน รวมกันใหค้ วามหมายวา่ การทำงานของน้ำหรือสารละลายธาตุอาหารผ่านรากพืช ซึ่งธาตุ
อาหาร เป็นหน่ึงในปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพชื ในการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ พืชจะได้รับ
12
ธาตุอาหารในรูปแบบสารละลาย เรียกว่า “สารละลายธาตุอาหารพืช” ซึ่งพืชสามารถนำไปใช้ไดท้ นั ที
[31]
ระบบ NFT (Nutrient Film Technique) เป็นการปลูกพืชโดยใหร้ ากสัมผัสกบั ธาตอุ าหาร เปน็
ฟลิ ม์ บาง ๆ ประมาณ 1-3 มิลลิเมตร และไหลผา่ นรากที่อย่บู นรางปลูกซึ่งทำจากวสั ดุที่ไม่ทำปฏิกิริยา
กับสารละลาย ใช้การหมนุ เวียนของสารละลายในระบบท่ีมีการหมนุ เวียนอยู่ตลอด เป็นตัวช่วยในการ
เตมิ อากาศใหส้ ารละลาย [32]
รปู ท่ี 2.3 ระบบ NFT
ท่มี า : https://www.kasetorganic.com/kaset-easy/soilless-culture/
2.5. Internet of Things
รปู ที่ 2.4 Internet of Things
ทม่ี า : https://aisdc.ais.co.th/blog/trend/iots.html
Internet of Things หรือ IoT คือ สภาพแวดล้อมที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ที่สามารถถ่าย
โอนข้อมูลเข้าถึงกันได้ผ่านทางโครงข่าย สามารถทำให้เข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น ควบคุมอุปกรณ์และ
13
ระบบอยา่ งมีประสิทธภิ าพมากข้นึ มกี ารนำไปประยกุ ต์ใชก้ ับงานทีห่ ลากหลายและกว้างขวาง โดยการ
เชื่อมต่ออุปกรณ์เซ็นเซอร์ต่าง ๆ เข้ากับโครงข่าย จะช่วยให้สามารถตรวจวัดข้อมูลที่หลากประเภทได้
เป็นจำนวนมาก และชว่ ยใหส้ ามารถนำข้อมลู เหลา่ น้นั มาวิเคราะห์และแสดงผลแบบกราฟฟิกเพื่อช่วย
ในการตัดสินใจได้ เมื่อนำมาผนวกเข้ากับระบบ Big Data จะช่วยให้วิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน มี
จำนวนมาก และทันเหตุการณ์ (real-time)[33]
การเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) อาศัยการทำงานร่วมกันของระบบเซ็นเซอร์ที่วัด
ความชน้ื ปรมิ าณแสงแดด อุณหภมู ิ ระบบฐานขอ้ มูลพืช และระบบใหน้ ำ้ ปรบั ปริมาณแสง และระบบ
ปรับอุณหภูมิ ที่ทำงานสอดคล้องกันเพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช
มากทีส่ ดุ และแมน่ ยำท่ีสุด เพ่ือลดค่าใชจ้ ่ายและลดการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น อกี ทัง้ ยงั ช่วยประมาณ
เวลาการเกบ็ เกี่ยวและปริมาณพชื ผลทีจ่ ะได้อกี ดว้ ย
2.5.1. Node MCU ESP8266
เป็นแพลตฟอร์มหนึ่งในการสร้างระบบ Internet of Things (IoT) ที่ประกอบด้วย
ตัวบอร์ด และซอฟแวร์บนบอร์ด ที่เป็น open source สามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Lau และ
สามารถเชือ่ มตอ่ กับอินเทอรเ์ น็ตได้ดว้ ยโมดูล ESP 8266
รูปท่ี 2.5 ESP8266
ทีม่ า : https://medium.com/@pattanapong.sriph/
2.5.2. รเี ลย์ (Relays)
คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้ในการเปิดและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ โดยใช้อำนาจ
แม่เหล็กไฟฟ้าทำให้วงจรไฟฟ้าทำงาน มีส่วนประกอบสำคัญคือ ขดลวด และส่วนของหน้าสัมผัสทำ
หน้าทค่ี ลา้ ยสวติ ช์ คือเมอ่ื รีเลย์ได้รับการจ่ายไฟแลว้ จะทำให้หน้าสัมผัสติดกนั กลายเป็นวงจรปิด ถ้าไม่
จา่ ยไฟหน้าสมั ผสั จะแยกออกจากกนั กลายเป็นวงจรเปิดรีเลย์ถกู นำไปใชใ้ นอุปกรณ์เคร่ืองใช้ไฟฟ้าและ
เครื่องจักรต่างๆ เพื่อควบคุมการทำงานของกระแสไฟฟ้า ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
และป้องกันไม่ใหม้ ีการทำงานผดิ ปกติ
14
รปู ท่ี 2.6 รีเลย์ (Relays)
ที่มา : https://www.ab.in.th/product/196/module-relay-12v-1-chanel-250v-10a-active-
low
2.5.3. นิวแมติก คอนแทคเตอร์
อุปกรณ์สวิทช์ตัดต่อวงจรไฟฟ้า เพื่อการเปิด-ปิด ของหน้าสัมผัส (Contact) ทำงาน
โดยอาศัยอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าช่วยในการเปิด-ปิดหน้าสัมผัส ในการตัดต่อวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบ
หลกั ทส่ี ำคญั ได้แก่ แกนเหลก็ (Core) ,ขดลวด (Coil) ,หน้าสัมผัส (Contact) และสปริง (Spring)
2.5.4. Blynk
เป็นแพลตฟอร์มสำหรับควบคุมและเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้าน IoT เข้ากับแอพลิเคช่ัน
เพื่อ ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์จากระยะไกล ผ่านแอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน รองรับ
การ ทำงานบนระบบ iOS และ Android มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ - Blynk Application
เป็นแอพลิเคชั่นท่ตี ิดตั้งบนโทรศัพท์ เพ่ือใชใ้ นการควบคุมอปุ กรณ์ ตา่ งๆ - Blynk Server เป็นแม่ข่าย
หรือตัวกลางในการติดต่อสื่อสารกันระหว่างสมาร์ทโฟนและ อุปกรณ์IoT - Blynk Library เป็นชุด
library สำหรบั พฒั นาโปรแกรมใน platform ของอุปกรณต์ า่ ง ๆ [34]
รปู ท่ี 2.7 การทำงานของ Blynk
ที่มา : https://docs.blynk.cc/
15
2.6. เศรษฐศาสตรว์ ศิ วกรรม (Engineering Economy)
2.6.1. การคิดตน้ ทุนการผลติ
เมื่อทำธุรกิจก็จำเป็นจะต้องคำนึงถึงกำไร ความคุ้มทุน และความคุ้มค่าสำหรับการผลิต
ผลิตผลทางการเกษตรในแตล่ ะครั้ง ผู้ประกอบการทางด้านเกษตรจงึ จำเป็นต้องทราบต้นทนุ การผลิต
เพื่อทจี่ ำได้ทราบว่ามธี รุ กิจของตนเองสามารถสร้างผลประกอบการหรือขาดทุนเท่าไหร่ เพื่อเป็นข้อมูล
สำหรับการลงทุนในการผลิตครั้งถัดไป บ่งชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำฟาร์มด้วยการวิเคราะห์
ทางเศรษฐศาสตร์ ซง่ึ ตามหลักการวิเคราะหแ์ ล้วสามารถสรุปไดด้ ังนี้[35]
(1) ใช้เป็นแนวทางในการเลอื กกจิ การผลติ หรอื ปรับปรุงการผลิต
เพื่อให้ทราบถึงผลประกอบการของการผลิตว่าให้กำไรมากน้อยเพียงใด คุ้มค่าต่อ
การลงทนุ ในครง้ั ตอ่ ไปหรอื ไม่
(2) ใชก้ ำหนดราคาซอื้ ขายผลผลิต
ในการกำหนดราคาซื้อขายผลผลิต ผู้ประกอบการทางด้านเกษตรจำเป็นต้องทราบ
ถึงต้นทนุ การผลิตเฉลย่ี เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในนการพิจารณากำหนดราคาซ้ือขาย โดยให้ซ้ือขาย
ราคาสูงกวา่ ตน้ ทุนการผลติ พอสมควร
(3) แนวโนม้ ความสำเรจ็ ในการผลติ
แสดงใหเ้ หน็ เกยี่ วกับแนวโน้มการผลิตว่าเป็นไปในทศิ ทางไหน เมื่อลงทุนในระยะยาว
อาจมีต้นทนุ ที่ลดลงเนื่องจากเทคโนโลยีท่ีสูงข้นึ และทิศทางเม่ือลงทนุ จะเป็นอย่างไร
(4) เป็นแนวทางสำหรบั ผู้ประกอบการรายใหม่ในการตัดสินใจลงทุน
แสดงให้เห็นถึงข้อมูลการผลิตและราคาที่ผู้ประกอบการจะได้รับเมื่อผลิตผลิตผลได้
เพือ่ ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจใหผ้ ู้ประกอบการหรอื ผู้ท่สี นใจเข้ามาลงทุน
(5) ใชป้ ระกอบการวางแผนหรือกำหนดนโยบายดา้ นการผลติ และการตลาด
สามารถนำข้อมูลทม่ี ีมาวเิ คราะหว์ างแผนในด้านการผลติ เพ่ือจดั สรรการใช้ทรัพยากร
การผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถใช้ข้อมูลต้นทุนมาเป็นข้อมูลประกันราคาของ
รฐั บาลหรอื กำหนดราคาการพยงุ รับซ้ือผลผลติ ของผู้ประกอบการ เพือ่ ให้เกษตรกรไดร้ ับราคา
ที่เป็นธรรมมากท่ีสดุ
2.6.2. ประเภทของตน้ ทุนการผลติ
ประเภทตน้ ทุนการผลติ ในทางเศรษฐศาสตรส์ ามารถแบ่งออกได้เปน็ 2 ประเภท[35][36] ได้แก่
16
2.6.2.1. ต้นทนุ คงท่ี (Fixed Cost)
หมายถึง ตน้ ทุนทเ่ี กดิ จากปัจจยั การผลิตท่ีคงท่ี เช่น ท่ดี ิน ค่าเช่ารายปี คา่ ภาษี ทีเ่ รา
สามารถกำหนดราคาได้สม่ำเสมอ
2.6.2.2. ต้นทุนผันแปร (Variable Cost)
หมายถงึ ตน้ ทุนทเี่ กิดจากปัจจัยทแ่ี ปรผันกบั จำนวนท่ีใช้ เชน่ ค่าปยุ๋ คา่ แรงงาน
คา่ ใชจ้ ่ายในการเพาะปลกู รวมถึงคา่ บำรุงรักษา ค่าเก็บเก่ยี วอีกด้วย
และต้นทนุ การผลติ ยงั สามารถแบ่งออกเป็นต้นทนุ ที่เป็นเงินสดกบั ต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสดได้อีกด้วย
สมการการคำนวณตน้ ทนุ ทั้งหมด (Total Cost)
ตน้ ทุนทัง้ หมด = ตน้ ทนุ คงท่ี + ตน้ ทนุ ผันแปร (1)
สามารถใชข้ ้อมลู ต้นทุนการผลติ ทั้งหมดเพื่อเปน็ ขอ้ มลู การหาปรมิ าณปจั จัยการผลติ ทีไ่ ด้กำไร
สูงสดุ หรอื สามารถใช้เป็นข้อมูลเพือ่ การหาปริมาณการผลติ ท่ไี ดก้ ำไรสงู สดุ ต่อรอบการผลิตได้
17
บทที่ 3
วธิ กี ารดำเนนิ งาน
3.1. กระบวนการทำการทดลอง
3.1.1 ศกึ ษาขอ้ มลู เบื้องตน้
3.1.2 วางแผนการทดลอง
3.1.3 เตรียมเคร่อื งมือและอุปกรณ์
- ชุดราง NFT ขนาด 15 หลมุ
- ถังพักน้ำขนาด 60 ลติ ร
- ปั๊มน้ำ SOBO WP-500D กำลังน้ำ 4500 ลิตรต่อชั่วโมง กำลังไฟ 55 W
ระยะสง่ 2.5 เมตร
- เครอื่ งควบคมุ การจ่ายปุ๋ย AB แบบอตั โนมัติ
- EC/pH meter
- PG200N Spectral PAR-PPFD Spectrometer (UPRtek)
- เคร่ืองมือวดั เชน่ เวอร์เนยี รค์ าลิปเปอร์ สายวัด และไมบ้ รรทัด
3.1.4 ขัน้ ตอนการทดลอง
- เตรียมตัวอย่างการทดลอง ทำการเพาะเมล็ดคะน้าใบหยิก โดยใช้วัสดุปลูกเป็น
ฟองน้ำ
- เตรียมระบบภายในโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ติดตั้งโครงรางปลูก และ
ไฟ LED โดยมีการตัง้ ค่าการเปิด-ปดิ ไฟอัตโนมตั ิ
- นำตัวอย่างท่ีทำการเพาะเตรยี มไว้ ยา้ ยลงถว้ ยปลกู และย้ายลงรางปลูก
- เตรียมปุย๋ A และปยุ๋ B ความเข้มข้น 1:200
- ทำการบันทึกผลการเจริญเติบโต เป็นเวลา 30 วันตั้งแต่ลงปลูก เก็บผลการ
เจริญเติบโตทกุ ๆ 3 วนั
- วิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance:
ANOVA)
3.1.5 สรปุ ผลการทดลองและเขียนรายงาน
18
3.2. พืชทีใ่ ชใ้ นการทดลอง
พืชทดลองในงานวิจัยน้ี ได้แก่ คะน้าใบหยิก หรือว่า เคล (Brassica oleracea L.) โดยก่อน
ทำการทดลองทำการเพาะเมล็ดในฟองน้ำวางในที่ร่ม ประมาณ 3 – 5 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกนำไปวาง
ในทีไ่ ด้รับแสง และยา้ ยลงถว้ ยปลูกและรางปลูกเม่ือใบจริงเร่ิมงอกหรือมีอายุครบ 14 วนั
(ก) (ข) (ค)
รูปที่ 3.1 ข้นั ตอนการเตรียมตวั อยา่ ง
(ก) การเพาะเมลด็ ในฟองนำ้ (ข) เมลด็ เรม่ิ งอก นำไปวางในทมี่ แี สง (ค) ยา้ ยลงถ้วยปลูกและรางปลกู
3.3. รางปลกู และระบบการปลกู
โครงสรา้ งชัน้ วางรางปลกู เปน็ รูปส่ีเหล่ยี ม มคี วามสูง 2 เมตร ความกวา้ ง 0.5 เมตร ความยาว
2.7 เมตร แบง่ เปน็ 3 ช้ัน โดยแตล่ ะชั้นห่างกนั 0.45 เมตร ดงั แสดงในรปู ท่ี 3.1 ระยะห่างจากไฟ LED
19 W(Civic Media) ถึงรางปลูก 0.40 เมตร สำหรับรางปลูก เป็นรางปลูก NFT 15 หลุม ต่อ 1 ราง
ทำการวางรางปลูกชั้นละ 4 ราง ใช้โครงรางทั้งหมด 4 โครง แต่ละโครงมีระยะเวลาการได้รับแสงท่ี
แตกต่างกนั
รูปที่ 3.2 โครงรางระบบไฮโดรโปนิกส์ หนว่ ยมลิ ลิเมตร
19
ระบบปลูก NFT (Nutrient Film Technique) ปลกู โดยใหร้ ากสัมผสั กับธาตอุ าหาร
เปน็ ฟลิ ์มบาง ๆ และให้สารละลายอาหารหมนุ เวียนจากถังพักขนาด 60 ลิตร ปั๊มนำ้ SOBO WP-500D
กำลังน้ำ 4500 ลติ รตอ่ ช่ัวโมง กำลังไฟ 55 W ระยะสง่ 2.5 เมตร ทำการให้ปุย๋ ที่ความเข้มขน้ แตกตา่ ง
กนั ในแตล่ ะช้นั
รปู ที่ 3.3 รางปลกู และระบบการปลูกภายใน Plant Factory
3.4. การควบคมุ การเปิด-ปดิ ของแสง
การควบคุมแสงสว่างโดยผ่านระบบ Blynk โดยมีการควบคุมผ่านไวไฟส่งไปที่แอพพลิเคชัน
Blynk และตั้งค่าการเปิด-ปิดในฟังก์ชันกำหนดเวลาโดยตั้งค่าเวลาแต่ละรางปลูกเป็น 8 12 15 และ
18 ชั่วโมงตามลำดับ โดยระบบการรับ-ส่งสัญญาณควบคุมและแผนผังวงจรที่ Plant Factory
ประกอบด้วย ESP8266, Relay 12V 4 Channel และ Magnetic Contactor โดยมีการวางแผน
วงจรดงั รูป
รปู ที่ 3.4 แผนวงจรควบคมุ การเปดิ -ปดิ ของแสง
20
รูปท่ี 3.5 ภายในแอพพลิเคชัน Blynk
3.5. การทดลอง
การทดลองทำในระบบ Plant Factory ติดตั้งระบบปรับอากาศโดยตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 25˚C ที่
ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร
ลาดกระบัง การปลูกเป็นแบบระบบ NFT (Nutrient Film Technique) ควบคุมค่าความเป็นกรด-
ด่าง (pH) ที่ 5.8-6.5 โดยมีหน่วยทดลองเป็นคะน้าใบหยิก หรือเคล ทำการทดลองแบบ 4x3
Factorial experiment in CRD มี 12 กรรมวิธี กรรมวธิ ีละ 10 ซำ้ ดงั นี้
ปัจจัยท่ี 1 คือ ระยะเวลาการได้รับแสงต่อวัน โดยให้ PPFD คงที่ 220-240 µmol/m2/s
ตลอดการทดลอง
1.1 ระยะเวลาการไดร้ บั แสง 8 ชัว่ โมง
1.2 ระยะเวลาการไดร้ ับแสง 12 ชว่ั โมง
1.3 ระยะเวลาการไดร้ บั แสง 15 ชวั่ โมง
1.4 ระยะเวลาการได้รับแสง 18 ชั่วโมง
ปจั จยั ท่ี 2 คือ ค่าความเขม้ ข้นของปยุ๋ ทีแ่ ตกตา่ งกัน
2.1 ค่าความเข้มขน้ ของป๋ยุ 1.5 mS · cm-1
2.2 ค่าความเขม้ ขน้ ของป๋ยุ 2.5 mS · cm-1
2.3 คา่ ความเข้มขน้ ของปุ๋ย 3.5 mS · cm-1
21
3.6. การบนั ทกึ ข้อมูล
1. บนั ทึกการเจริญเติบโต ทุก 3 วนั เป็นเวลา 30 วนั ใช้เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ สายวัด และ
ไม้บรรทัดในการวดั ทำการบนั ทกึ
- ขนาดของลำตน้ วัดจากเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางของลำตน้ ท่ีโคนตน้ ทพ่ี น้ จากฟองน้ำ
- ความยาวใบ วัดจากโคนใบถงึ ปลายใบ
- ความกว้างใบ วัดจากขอบใบดา้ นหนึ่งไปจนถึงอกี ดา้ นหนง่ึ
- ความกวา้ งทรงพุ่ม วดั จากความกว้างท่สี ดุ ในแนวเส้นผา่ นศนู ย์กลาง
(ก) (ข)
(ค) (ง)
รูปที่ 3.6 การบนั ทึกการเจริญเตบิ โตของเคล
(ก) การวัดขนาดลำต้น (ข) การวัดความยาวใบ (ค) การวัดความกว้างใบ (ง) การวดั ขนาดทรงพุ่ม
22
3.7. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
วิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance: ANOVA) Two-way ANOVA ของข้อมูล
ในแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design (CRD) และเปรียบเทียบความแตกต่าง
ระหวา่ งคา่ เฉล่ยี ของการทดลองโดยดว้ ยวิธี Duncan’s new multiple range test (DMRT) ในระดับ
ความเช่ือมน่ั 95% โดยใชโ้ ปรแกรม IBM SPSS Statistics Version 23
23
บทที่ 4
ผลการทดลอง
จากผลการวิเคราะห์ทางสถิติด้วย Two-way ANOVA ในวันที่ 44 ของการปลูก พบว่า
ปจั จัยที่ 1 ระยะเวลาการได้รบั แสง และปัจจัยท่ี 2 ค่าความเขม้ ข้นของปุ๋ย ไมม่ ีปฏิสมั พนั ธก์ ันทางสถติ ิ
4.1. อิทธพิ ลของระยะเวลาการไดร้ ับแสงตอ่ การเจริญเติบโตของเคล
จากผลการทดลอง พบวา่ การได้รบั แสง 15 ช่วั โมงตอ่ วัน(DLI 13 mol) และ18 ช่ัวโมงต่อวัน
(DLI 16 mol) ส่งผลให้ขนาดลำต้น ความยาวใบ และความกว้างใบ มีการเจริญเติบโตมากกว่าการ
ได้รับแสง 8 ชั่วโมงต่อวัน(DLI 7 mol) และ 12 ชั่วโมงต่อวัน(DLI 11 mol) อย่างมีนัยสำคญั ทางสถิติ
และการไดร้ ับแสง 15 ช่ัวโมงต่อวนั มีการเจริญเติบโตทางขนาดทรงพุ่มมากที่สุด อย่างมีนัยสำคัญทาง
สถิติ โดยมีขนาดลำต้น ความยาวใบ ความกว้างใบ และขนาดทรงพุ่ม 1.19 23.0 11.48 และ 53.49
เซนตเิ มตร ตามลำดบั (รูปที่ 4.1)
การเจ ิรญเ ิตบโตของเคล 60 a a
cc
45
30 a a
b b a ab
b a
15 b
18 ชวั่ โมง
c b a
ขนาดทรงพ่มุ (cm)
0 12 ชว่ั โมง 15 ช่ัวโมง
8 ช่วั โมง
ขนาดลาต้น (cm) ความยาวใบ (cm) ความกว้างใบ (cm)
รปู ท่ี 4.1 การเจรญิ เติบโตของเคลเม่ือไดร้ ับแสงเป็นเวลาแตกตา่ งกัน เปรยี บเทียบความแตกตา่ งของ
ค่าเฉลี่ย ± SD ดว้ ยวิธี Duncan’s new multiple range test (DMRT) ค่าเฉลี่ยท่รี ะบุด้วยตัวอักษร
เดียวกันไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนยั สำคญั ทางสถิติ (P≤0.05)
24
จากการเจรญิ เติบโตของเคลในรูปท่ี 4.2 พบว่า ขนาดของลำตน้ (รปู ท่ี 4.2)ในชว่ งวันท่ี 23 ถึง
44 การได้รับแสง 15 ชั่วโมง และ18 ชั่วโมงต่อวัน มีขนาดของลำต้นมากกว่าการได้รับแสง
8 ชั่วโมง และ12 ชั่วโมงต่อวัน อย่างเห็นได้ชัด ในทางเดียวกันความยาวใบ(รูปที่ 4.3) ความกว้างใบ
(รูปที่ 4.4) และขนาดทรงพุ่ม(รูปที่ 4.5) ช่วงวันที่ 20 ถึง 44 การได้รับแสง 15 ชั่วโมง และ
18 ชั่วโมงต่อวัน มีการเจริญเติบโตมากกว่าการได้รับแสง 8 ชั่วโมง และ 12 ชั่วโมงต่อวัน อย่างเห็น
ได้ชัด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การได้รับปริมาณแสงที่เท่ากันในระยะเวลาที่มากกว่าจะทำให้เคลมีการ
เจริญเตบิ โตได้ดกี ว่า สอดคลอ้ งกับงานวิจยั ของ Chen Jiaxuan และคณะ (2564) ที่พบว่าการให้แสง
รวมระหว่างแสงสีแดงและแสงสีน้ำเงิน เป็นเวลา 16 ชั่วโมง มืด 8 ชั่วโมง ให้น้ำหนักสดที่น้อยที่สุด
และใหน้ ำ้ หนักแห้งทีม่ ากทสี่ ุด ซ่ึงหมายถงึ มีการเจริญเตบิ โตไดด้ ที ่ีสุด [37]
1.5
ขนาดลา ้ตน (เซน ิตเมตร)1.2 8 ชัว่ โมง
12 ชว่ั โมง
0.9 15 ชัว่ โมง
0.6 18 ชว่ั โมง
0.3
0.0
14 19 24อายุผกั 2เค9ล (วัน)34 39 44
รปู ที่ 4.2 อิทธิพลของระยะเวลาการไดร้ บั แสงต่อการเจริญเตบิ โตทางด้านขนาดลำต้น
ต้ังแต่วนั ท่ี 14 - 44
25
25 8 ชวั่ โมงความยาวใบ (เซน ิตเมตร)
20 12 ชวั่ โมง
15 15 ชว่ั โมง
18 ช่วั โมง
10
5
0
14 19 24 29 34 39 44
อายุผักเคล (วนั )
รูปท่ี 4.3 อทิ ธพิ ลของระยะเวลาการได้รับแสงต่อการเจริญเตบิ โตทางด้านความยาวใบ
ต้งั แต่วันที่ 14 - 44
15
ความก ้วางใบ (เซนติเมตร)12
9
6 8 ช่ัวโมง
12 ชว่ั โมง
3 15 ชวั่ โมง
0 18 ชว่ั โมง
14 19 24 29 34 39 44
อายุผักเคล (วัน)
รปู ที่ 4.4 อิทธพิ ลของระยะเวลาการได้รบั แสงต่อการเจริญเตบิ โตทางดา้ นความยาวใบ
ตง้ั แตว่ ันท่ี 14 - 44
26
ขนาดทรงพุ่ม (เซนติเมตร) 60 8 ช่ัวโมง
45 12 ช่วั โมง
15 ช่ัวโมง
30 18 ชว่ั โมง
15
0
14 19 24 29 34 39 44
อายผุ กั เคล (วัน)
รปู ท่ี 4.5 อิทธิพลของระยะเวลาการได้รับแสงต่อการเจริญเตบิ โตทางด้านขนาดทรงพ่มุ
ตง้ั แตว่ ันที่ 14 - 44
4.2. อทิ ธพิ ลของคา่ ความเขม้ ข้นของป๋ยุ ตอ่ การเจริญเติบโตของเคล
จากผลการทดลอง พบว่า ค่าความเข้มข้นของปุย๋ ที่แตกต่างกัน ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติ ในด้านตวามยาวใบ ความกว้างใบ และขนาดทรงพุ่ม แต่พบว่า ค่าความเข้มข้นท่ี
ความเข้มข้นของปุ๋ย 3.5 mS/cm ส่งผลให้ขนาดลำต้นมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
และพบวา่ ที่คา่ ความเข้มขน้ ของปยุ๋ 3.5 mS/cm จะมกี ารเจริญเตบิ โตของเคลได้ดีท่สี ุด มขี นาดลำต้น
ความยาวใบ ความกว้างใบ และขนาดทรงพุ่ม 1.08 19.46 10.97 และ47.06 เซนติเมตร ตามลำดับ
(รูปท่ี 4.6)
27
การเจริญเ ิตบโตของเคล 60 ns ns ns
50
40
30 ns ns ns
20 ns ns
ns ab a
10 3.5 mS/cm
b ขนาดทรงพมุ่ (cm)
0
1.5 mS/cm 2.5 mS/cm
ขนาดลาต้น (cm) ความยาวใบ (cm) ความกวา้ งใบ (cm)
รูปท่ี 4.6 การเจริญเติบโตของเคลเมื่อไดร้ ับค่าความเข้มขน้ ของปยุ๋ แตกตา่ งกนั เปรยี บเทียบความขนาดลา ้ตน (เซน ิตเมตร)
แตกตา่ งของค่าเฉล่ีย ± SD ด้วยวิธี Duncan’s new multiple range test (DMRT) ค่าเฉล่ียทร่ี ะบุ
ดว้ ยตวั อกั ษรเดยี วกันไม่มีความแตกต่างกันอยา่ งมีนัยสำคัญทางสถติ ิ (P≤0.05)
จากรูปท่ี 4.4 ขนาดลำต้น(รูปที่ 4.7) ความยาวใบ(รูปที่ 4.8) ความกว้างใบ(รูปที่ 4.9) และ
ขนาดทรงพุ่ม(รปู ท่ี 4.10) การเจริญเตบิ โตของเคลในค่าความเข้มข้นของปุ๋ยทีแ่ ตกตา่ งกัน มีขนาดที่ไม่
แตกต่างกนั มากในช่วงเวลาเดียวกัน
1.5
1.5 mS/cm
1.2 2.5 mS/cm
0.9 3.5 mS/cm
0.6
0.3
0.0
14 19 24อายผุ กั 2เค9ล (วัน)34 39 44
รปู ท่ี 4.7 อทิ ธพิ ลของค่าความเข้มขน้ ของปุย๋ ต่อการเจริญเตบิ โตทางดา้ นขนาดลำต้น
ต้ังแตว่ ันท่ี 14 - 44
ความยาวใบ (เซน ิตเมตร) 28
ความก ้วางใบ (เซนติเมตร)25
20 1.5 mS/cm
2.5 mS/cm
15 3.5 mS/cm
10
5
0
14 19 24อายผุ กั 2เค9ล (วนั )34 39 44
รูปที่ 4.8 อิทธิพลของค่าความเข้มข้นของปยุ๋ ต่อการเจริญเติบโตทางดา้ นความยาวใบ
ต้ังแตว่ ันที่ 14 – 44
15
12
9
6 1.5 mS/cm
2.5 mS/cm
3 3.5 mS/cm
0
14 19 24 29 34 39 44
อายผุ ักเคล (วนั )
รูปที่ 4.9 อิทธิพลของค่าความเข้มขน้ ของป๋ยุ ต่อการเจริญเติบโตทางด้านความกวา้ งใบ
ต้งั แต่วนั ที่ 14 – 44
29
60 1.5 mS/cm
ขนาดทรงพุ่ม (เซนติเมตร)45 2.5 mS/cm
3.5 mS/cm
30
15
0
14 19 24 29 34 39 44
อายผุ กั เคล (วนั )
รูปที่ 4.10 อิทธิพลของค่าความเข้มข้นของปยุ๋ ต่อการเจริญเตบิ โตทางด้านขนาดทรงพมุ่
ต้งั แตว่ นั ท่ี 14 – 44
4.3. การคิดตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการปลกู เคล
สามารถหาตน้ ทุนและผลตอบแทนในการปลูกเคลไดด้ งั น[้ี 35][38][39]
สว่ นท่ี 1 การคิดตน้ ทนุ
1. ต้นทนุ ผนั แปรท้งั หมด
1.1. ค่าแรงงาน
คา่ แรงงานทัง้ หมด = อตั ราคา่ จ้างรายชัว่ โมง
x จำนวนช่ัวโมงทีท่ ำงานตอ่ วัน
คา่ แรงงานทัง้ หมด x จำนวนวนั ทำงาน x จำนวนคน
1.2. ค่าวัสดุอปุ กรณ์
= 0 x 8 x 45 x 3
= 0 บาท
คา่ เมล็ดพันธ์ุ = 0 (ได้รบั การสนบั สนนุ จากเฟรชวลิ ล์ ฟาร์ม)
คา่ ปยุ๋ = 720 บาท
- ขนาด 20 ลิตร
30
1.3. ค่าใช้จา่ ยอ่นื ๆ
ค่าไฟฟ้า ( 4 บาทต่อหน่วย)
- หลอด LED 19 W = จำนวนวัตต์ x จำนวนหลอดไฟ
6 หลอด 3 ช้นั 8 ช่วั โมง x จำนวนชว่ั โมงทีใ่ ช้ / 1,000
= 19 x 18 x 8 / 1,000
= 2.736 หนว่ ยตอ่ วนั
- หลอด LED 19 W 6 = จำนวนวัตต์ x จำนวนหลอดไฟ
หลอด 3 ชนั้ 12 ชวั่ โมง x จำนวนชวั่ โมงท่ใี ช้ / 1,000
= 19 x 18 x 12 / 1,000
= 4.104 หน่วยตอ่ วัน
- หลอด LED 19 W = จำนวนวัตต์ x จำนวนหลอดไฟ
6 หลอด 3 ชน้ั 15 ช่วั โมง x จำนวนชวั่ โมงทีใ่ ช้ / 1,000
= 19 x 18 x 15 / 1,000
= 5.130 หนว่ ยต่อวนั
- หลอด LED 19 W = จำนวนวัตต์ x จำนวนหลอดไฟ
6 หลอด 3 ชน้ั 18 ชวั่ โมง x จำนวนชว่ั โมงทใ่ี ช้ / 1,000
= 19 x 18 x 18 / 1,000
= 6.156 หน่วยต่อวนั
- ป้ัมนำ้ 12 ตัว = จำนวนวตั ต์ x จำนวนปม้ั น้ำ
x จำนวนชว่ั โมงทใ่ี ช้ / 1,000
= 55 x 12 x 24 / 1,000
= 15.840 หน่วยต่อวัน
- เคร่อื งปรบั อากาศ = จำนวนวตั ต์ x จำนวน
1 เครือ่ ง เคร่อื งปรบั อากาศ
x จำนวนชัว่ โมงทใี่ ช้ / 1,000
= 1000 x 1 x 12 / 1,000
= 12 หนว่ ยตอ่ วนั
รวมค่าไฟฟ้า = คา่ ไฟฟา้ หลอดไฟ LED 19 W ท้งั หมด
+ คา่ ไฟฟ้าปั้มน้ำท้ังหมด + ค่าไฟฟา้
เคร่ืองปรบั อากาศท้ังหมด
= (2.736 + 4.104 + 5.130 + 6.156)
+ 15.840 + 12
31
รวมคา่ ไฟฟา้ = 45.966 หนว่ ยตอ่ วัน
= 183.864 บาทตอ่ วัน
ค่านำ้ ประปา
- ถัง 60 ลติ ร (10 บาทต่อหนว่ ย)
12 ถัง = ขนาดถัง x จำนวนถัง / 1,000
รวมคา่ น้ำประปา = 60 x 12 / 1,000
2. ตน้ ทนุ คงที่ท้งั หมด = 0.72 หนว่ ยต่อคร้งั
= 7.2 บาทตอ่ ครั้ง
2.1. คา่ ใชท้ ่ีดนิ
ค่าใช้ทีด่ นิ = ไมน่ ำมาคำนวณ (พนื้ ทีภ่ ายในภาควชิ า)
2.2. ค่าเส่ือมเคร่อื งมอื และอุปกรณ์คงทน
คา่ เสอ่ื ม = ไม่นำมาคำนวณ (เครือ่ งมือภายในภาควิชา)
2.3. คา่ ดอกเบ้ยี หรือค่าเสยี โอกาสของเงนิ ลงทนุ ในเคร่ืองมอื อปุ กรณค์ งทน
คา่ เสยี โอกาส = ไม่นำมาคำนวณ (ภายในภาควชิ า)
สว่ นที่ 2 การคิดผลตอบแทน
ขนั้ ตอนท่ี 1 คำนวณรายได้จากการจำหน่ายผลผลติ ทั้งหมด
สามารถผลิตเคลไดจ้ ำนวน 4 แปลง ได้ผลผลิตทัง้ ส้นิ 25 กโิ ลกรัม มีค่าใชจ้ ่ายในการ
ปลูกทัง้ ส้นิ 9,001.08 บาท สมมติราคาเคลทีข่ ายได้กโิ ลกรัมละ 660 บาท
รายไดต้ อ่ แปลง = 16,500 / 4
= 4,125 บาท
กำไรสุทธิ = 16,500 – 9,001.08 บาท
= 7,498.92 บาท
กำไรสทุ ธติ ่อแปลง = 7,498.92 / 4
= 1,874.73 บาท
กำไรสุทธิต่อ = 660 – (9,001.08 / 7,498.92)
กโิ ลกรัม
= 660 – 1.200
= 658.800 บาท
ขน้ั ตอนท่ี 2 กำไรสุทธิ
สามารถผลิตเคลไดจ้ ำนวน 4 แปลง ได้ผลผลติ ท้ังสนิ้ 25 กิโลกรมั มคี ่าใชจ้ า่ ยใน
การปลกู ทัง้ สน้ิ 9,001.08 บาท สมมตริ าคาเคลทข่ี ายได้กโิ ลกรัมละ 660 บาท
รายการ 32
ต้นทุนผันแปร (รวม)
9,001.08
- คา่ แรงงาน 0
- คา่ วัสดอุ ปุ กรณ์
- อ่ืน ๆ 720
ต้นทุนคงที่ (รวม) 8,281.08
ต้นทุนท้งั หมด
ผลผลติ (กิโลกรัม/แปลง) 0
ราคาผลผลติ (บาท/กิโลกรัม) 9,001.08
รายได้ (บาท/แปลง)
6.25
660
4,125
ผลตอบแทนเหนือตน้ ทนุ ผนั แปร (รายได้สทุ ธิ) = 16,500 – 9,001.08
ผลตอบแทนเหนือตน้ ทนุ ทั้งหมด (กำไรสุทธ)ิ = 7,498.92 บาท
= 16,500 – 9,001.08
= 7,498.92 บาท
33
บทท่ี 5
สรุปผลการวิจยั และขอ้ เสนอแนะ
5.1. สรปุ ผลการวิจัย
จากผลการศึกษาอิทธิพลของระยะเวลาการได้รับแสงร่วมกับค่าความเข้มข้นของปุ๋ยที่
เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเคลในโรงงานผลิตพืช พบว่า ระยะเวลาการได้รับแสงและค่าความ
เขม้ ขน้ ของปุ๋ยมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของเคล โดยเคลจะเจริญเติบโตได้ดเี มื่อได้รับแสงเป็นเวลา
15 ชั่วโมงต่อวนั หรือ DLI เท่ากับ 13 mol และที่ความเข้มข้นของปุ๋ย 3.5 mS/cm ทั้งด้านขนาดลำ
ต้น ความยาวใบ ความกวา้ งใบ และขนาดทรงพุ่ม ซ่งึ การใชเ้ ทคโนโลยกี ารปลูกใน Plant Factory ทำ
ให้สามารถควบคุมปัจจัยที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ได้ รวมถึงการควบคุมปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการ
เจริญเติบโตอื่น ๆ โดยการควบคุมปัจจัยที่ศึกษาสามารถทำการควบคุมผ่านแอปพลิชัน Blynk บน
โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ได้ ส่งผลให้ผลิตผลผลิตได้ตามความต้องการ ลดระยะเวลาในการ
ผลิต อีกทั้งเพิ่มรอบการผลิตจากการออกแบบการให้แสงที่เหมาะสมต่อพืช ที่สามารถให้แสงได้คงท่ี
ตลอดระยะเวลาทีก่ ำหนด ผลผลิตที่ได้มีความปลอดสารพิษเน่ืองจากทำการเพาะปลูกในหอ้ งปดิ ไม่มี
การใช้สารฆ่าแมลง ซึ่งระบบนี้สามารถเก็บข้อมูลเป็น Big Data ไปพัฒนาต่อยอดเป็นระบบ
ปัญญาประดษิ ฐ์ไดใ้ นอนาคต
5.2. ขอ้ เสนอแนะ
ควรทำการศึกษาเร่ือง Sensory Test เพ่ิมเติม เนอ่ื งจากเป็นพืชทน่ี ำมาบรโิ ภคและประกอบ
อาหาร เพื่อเปรยี บเทยี บรสสัมผสั
34
เอกสารอ้างอิง
1. Anpo, M., Fukuda, H., Wada, T. (2019). Plant Factory Using Artificial Light Adapting
to Environmental Disruption and Clues to Agricultural Innovation. Amsterdam:
Elsevier.
2. Toyoki Kozai et al. (2020). Plant Factory: An Indoor Vertical Farming System for
Efficient Quality Food Production. 2nd ED. London: Charlotte Cockle
Acquisition.
3. Tianchun Lang , Mingsheng Cai, Tao Han Shuangqiang Fang. (2022). Light keys open
locks of plant photoresponses: A review of phosphors for plant cultivation
LEDs. Journal of Alloys and Compounds.
4. Bardsley, N., Bland, S., Pattison, L., Pattison, M., Stober, K., Welsh, F., Yamada, M.,
2014.Solid-state lighting research and development: Multi-year program plan.
In: Paper presented at the 2014 DOE SSL R&D Workshop. Tampa, Florida.
5. Hayashi, E., 2016. Current status of commercial plant factories with led lighting
market in asia, europe, and other regions. In: Kozai, T., Fujiwara, K., Runkle, E.S.
(Eds.), LED Lighting for Urban Agriculture. Springer Singapore, Singapore, pp.
295–308.
6. Kozai, T., 2016. Why LED lighting for urban agriculture? In: Kozai, T., Fujiwara, K.,
Runkle, E.S. (Eds.), LED Lighting for Urban Agriculture. Springer Singapore,
Singapore, pp. 3–18.
7. Higuchi, Y., Hisamatsu, T., 2016. Light acts as a signal for regulation of growth and
development. In: Kozai, T., Fujiwara, K., Runkle, E.S. (Eds.), LED Lighting for
Urban Agriculture. Springer Singapore, Singapore, pp. 57–73.
8. Stutte, G.W., Edney, S., Skerritt, T., 2009. Photoregulation of bioprotectant content
of red leaf lettuce with light-emitting diodes. HortScience, 44, 79-82.
Transposase-derived proteins FHU3/FAR1 interact with PHYTOCHROME-
INTERACTING FACTOR1 to regulate chlorophyll biosynthesis by Modulating
HEMB1 during deetiolation in Arabidopsis. The plant Cell 35, 1984–2000.
35
9. Hogewoning, S.W., Trouwborst, G., Maljaars, H., Poorter, H., Ieperen, W.V., Harbinson,
J., 2010. Blue light dose-responses of leaf photosynthesis, morphology, and
chemical composition of Cucumis sativus grown under different combinations
of red and blue light. Journal of Experimental Botany 61, 3107–3117.
10. Savvides, A., Fanourakis, D., Ieperen, W.V., 2012. Co-ordination of hydraulic and
stomatal conductances across light qualities in cucumber leaves. Journal of
Experimental Botany 63, 1135–1143.
11. Tsukagoshi, S., Shinohara, Y. 2020. Nutrition and nutrient uptake in soilless culture
systems. In: Kozai, T., Niu, G., Takagaki, M. (Eds.), Plant Factory: An Indoor
Vertical Farming System for Efficient Quality Food Production, Elsevier Inc.,
United Kingdom, pp. 221-229.
12. Wada, T. 2019. Theory and Technology to Control the Nutrient Solution of
Hydroponics. In: Anpo, M., Fukuda, H., Wada, T. (Eds.), Plant Factory Using
Artificial Light: Adapting to Environmental Disruption and Clues to Agricultural
Innovation, Elsevier Inc., United Kingdom, pp. 5-14.
13. Yanti, C. W. B., Dermawan, R., Nafsi, N. S., Rafiuddin., Bahrun, A. H., Mollah, A.,
Arafat, A. 2020. Response of kale (Brassica alboglabra L.) to various planting
media and application of liquid inorganic nutrition in DWC (deep water
culture) hydroponic systems. IOP Conference Series Earth and Environmental
Science 486, 1-7.
14. Aaron von Frank, Susan von Frank, Eliza A. Holcomb, Mary Dyer. (2557). Kale
INDOOR Growing QuickGuide : The basic information you need to know to get
your kale seeds started indoors. สบื ค้น 25 มีนาคม 2565, จาก
https://www.growjourney.com/kale-overview
15. Encyclopaedia Britannica. (2553). Kale vegetable. สบื คน้ 25 มนี าคม 2565, จาก
https://www.britannica.com/plant/kale
16. Cornell University. (2549). Kale vegetable (Cool Season) – Cabbage Family. สบื ค้น
25 มนี าคม 2565, จาก
http://www.gardening.cornell.edu/homegardening/scene57dc.html#varieties
36
17. The United States Department of Agriculture (USDA). (2562). Kale, raw. สบื ค้น 26
มีนาคม 2565, จาก https://fdc.nal.usda.gov/fdc-app.html#/food-
details/323505/nutrients
18. Derek B. Munro and Ernest Small. (2540). Vegetables of Canada. Ottawa :
National Research Council of Canada. สบื ค้นจาก
https://books.google.co.th/books?id=z_yezcnaUHQC&pg=PA120&redir_esc=y#
v=onepage&q&f=false
19. Benjamin Watson. (2539). Taylor's guide to heirloom vegetables. Boston :
Houghton Mifflin. สบื คน้ จาก
https://archive.org/details/taylorsguidetohe00benj/mode/2up
20. Victoria Casajús, Mauro Perini, Romina Ramos, Antonella Barriga Lourenco, Corel
Salinas, Emiliana Sánchez, Diego Fanello, Pedro Civello, Diana Frezza, Gustavo
Martínez. (2564). Harvesting at the end of the day extends postharvest life of
kale (Brassica oleracea var. sabellica). สืบคน้ 13 กรกฎาคม 2564, จาก
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0304423820305859
21. Dil Thavarajah, Tristan Lawrence, Sarah Powers, Boone Jones, Nathan Johnson,
Joshua Kay, Anuruddha Bandaranayake, Emerson Shipe, Pushparajah
Thavarajah. (2564). Genetic variation in the prebiotic carbohydrate and
mineral composition of kale (Brassica oleracea L. var. acephala) adapted to
an organic cropping system. สืบคน้ 13 กรกฎาคม 2564, จาก
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S088915752031423X
22. Magdalena Michalak, Agnieszka Kubik-Komar, Adam Waśko, Magdalena Polak-
Berecka. (2563). Starter culture for curly kale juice fermentation selected
using principal component analysis. สบื ค้น 13 กรกฎาคม 2564, จาก
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2212429219306765
23. Noelia Castillejo, Lorena Martínez-Zamora, Francisco Artés-Hernández. (2564).
Periodical UV-B radiation hormesis in biosynthesis of kale sprouts
nutraceuticals. สบื คน้ 28 มนี าคม 2565, จาก
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0981942821002709
37
24. Ali J. Othman, Ludmila G. Eliseeva, Polina G. Molodkina, Nazirya A. Ibragimova,
Fatima M.Duksi. (2565). Dataset on the effect of soaking Kale (Brassica
Oleraceae L. var. acephala DC.) seeds in solution based on amorphous
silicon dioxide on the bioactive components and physiological growth
parameters. สบื คน้ 31 มนี าคม 2565, จาก
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2352340922000014
25. Thomas Prade, Faraz Muneer, Emilia Berndtsson, Anna-Lovisa Nynäs, Sven-Erik
Svensson, William R.Newson, Eva Johansson. (2564). Protein fractionation of
broccoli (Brassica oleracea, var. Italica) and kale (Brassica oleracea, var.
Sabellica) residual leaves — A pre-feasibility assessment and evaluation of
fraction phenol and fibre content. สบื ค้น 31 มนี าคม 2565, จาก
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0960308521001541
26. Kwei-LongHuang et al. (December 2020). Plant factory crop scheduling
considering volume, yield changes and multi-period harvests using Lagrangian
relaxation. Biosystems Engineering, 328-337. Available :
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1537511020302907
27. ธาวิดา ศิริสัมพันธ.์ (5 มีนาคม 2563). แพลนท์ แฟคตอร่ี (Plant Factory) โรงงานผลติ พืชแห่ง
อนาคต ผลติ ผกั ไดเ้ ร็วและปริมาณมากกว่าผักบนดนิ หลายเทา่ ตวั . เข้าถงึ ได้จาก
https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_141084
28. zen hydroponics. (24 มถิ ุนายน 2557). ค่า pH และคา่ EC. เข้าถึงไดจ้ าก http://zen-
hydroponics.blogspot.com/2014/06/ph-ec.html
29. AEE Grow Light หลอดไฟปลกู ตน้ ไม้.(2561).LED GROW LIGHT คอื อะไร. เข้าถึงได้จาก :
https://www.aee-growlight.com/led-grow-light/
30. 4 คาํ ศัพท์ ท่คี ุณต้องรู้ ก่อนจะใช้หลอดไฟปลูกต้นไม.้ (25 กันยายน 2561). เขา้ ถงึ ได้จาก
https://www.aee-growlight.com
31. M-Group. (12 ตุลาคม 2560). การปลกู ผักสลดั ระบบ-NFT. เข้าถงึ ไดจ้ าก http://www.m-
group.in.th/article/-nft.html
38
32. กรมส่งเสรมิ การเกษตร. (2558). การปลกู ผกั ไฮโดรโปนิกส.์ เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://www.servicelink.doae.go.th/corner%20book/book%2005/Hydropronic.p
df.
33. สำนกั งาน กสทช. (2560).เทคโนโลยี Internet of Things และนโยบาย Thailand 4.0. เข้าถงึ
ไดจ้ าก http://www.nbtc.go.th/getattachment/Services/quarter2560/.pdf.aspx
34. SUPPORT THAIEASYELEC.(2563). เรมิ่ ต้น IoT App ดว้ ย Blynk เข้าถงึ ไดจ้ าก
https://blog.thaieasyelec.com/getting-started-iot-with-blynk/
35. ผศ.ดร.เบญจมาส ลกั ษณยิ านนท.์ (2549). Farm management. อุดรธานี:สำนักพมิ พ์
มหาวิทยาลยั ราชภัฎอดุ รธาน.ี สืบค้นจาก
https://ms.udru.ac.th/asst.prof.benchamat/4knowledgesources/createdthaibo
oks/farmmanagement/chapter7.pdf
36. ดร.ทรงธรรม ป่ินโต, จริยา เปรมศลิ ป์ และคณะ, และสายนโยบายการเงนิ . (2563).
เศรษฐศาสตร์...เล่มเดยี วอย.ู่ กรุงเทพ:บรษิ ัท ฮีซ์ จำกัด. สืบคน้ จาก
https://www.bot.or.th/Thai/ReportAndPublication/Publications/Documents/Ec
onomicBook.pdf
37. Chen, J., Chen, Z., Li, Z., Zhao, Y., Chen, X., Wang-Pruski, G., and Guo, R. (2021)
Effect of Photoperiod on Chinese Kale (Brassica alboglabra) Sprouts Under
White or Combined Red and Blue Light. Front. Plant Sci. 11: 1-11.
38. ไพบูลย์ แยม้ เผื่อน. (2546). เศรษฐศาสตร์วิศวกรรม (Engineering Economy). กรงุ เทพ:ซีเอ็ด
ยเู คชน่ั . สบื ค้นจาก
http://www.rmutphysics.com/news/index.php?option=com_content&task=vie
w&id=2903&Itemid=5&limit=1&limitstart=0
39. ดร.สุรเมศวร์ พริ ิยะวฒั น.์ (2565). Engineering Economic. ชลบรุ ี:สำนกั พมิ พ์มหาวทิ ยาลัย
บูรพา. สืบค้นจาก
http://www.surames.com/images/column_1227454933/chapter%206%20engin
eering%20economic.pdf