แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 1
1. หัวข้อบทเรียน (Lesson title) : โจทย์ปัญหาอสมการเชงิ เส้นตัวแปรเดียวเก่ียวกับการหาจำนวน
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรดู้ า้ นความรู้ (Objectives) :
ดา้ นความรู้
นักเรียนสามารถแกโ้ จทยป์ ัญหาอสมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดียวเก่ยี วกับการหาจำนวนได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
นกั เรยี นสามารถ
- ใชว้ ธิ ีการทหี่ ลากหลายในการแก้ปญั หาได้
- ใหเ้ หตุผลประกอบการตัดสนิ ใจ และสรุปผลไดอ้ ย่างเหมาะสม
- ใช้ภาษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการสอื่ สาร การส่อื ความหมายและการนำเสนอ ได้อยา่ งถูกต้อง และชดั เจน
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- มคี วามรบั ผิดชอบ
- มรี ะเบียบวนิ ยั
- ตรงต่อเวลา
- ตระหนักในคณุ คา่ และมีเจตคตทิ ดี่ ตี ่อคณิตสษศ๖ณื
3. คำถามสำคญั สำหรบั บทเรยี น (Key questions to be used to check for understanding)
จะมีวิธีหาจำนวนท่ีไม่ทราบค่าจากอสมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดียวทก่ี ำหนดให้อย่างไร
4. ลกั ษณะการทำงานของนักเรียน เชน่ งานกลุ่ม งานเด่ยี ว งานจับคู่ และอน่ื ๆ (Nature of the student work)
งานเด่ยี ว งานคู่ และงานกล่มุ
5. ส่อื การเรยี นรแู้ ละอปุ กรณ์ (Materials needed)
5.1 หนงั สือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน คณติ ศาสตร์ เลม่ 2 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
5.2 แถบโจทยป์ ญั หาตามใบกิจกรรมท่ี 1
5.3 ใบกิจกรรมที่ 1,2,3
5.4 ห้องศูนย์การเรยี นร้คู ณิตศาสตร์
5.5 ห้องสมุดคณติ ศาสตร์
5.6 ระบบ Internet
6. กิจกรรมการเรยี นรู้ การตอบสนองท่คี าดหวงั และความเข้าใจคาดเคลอ่ื น ส่งิ ท่คี รูจะช่วยเหลอื นักเรยี น
กจิ กรรมปัญหาและคำถามของครู
1.ข้ันเตรยี มความพรอ้ ม (Warm-up) (5 นาที)
1.1ครูทบทวนการแกอ้ สมการเชงิ เส้นตัวแปรเดียว โดย
เล่นเกมจับค่ปู ระโยคเกีย่ วกับจำนวนกบั ประโยคทีใ่ ช้
สัญลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ โดยครเู ขยี นประโยคบน
กระดาน ดงั น้ี แนวคิดที่ 1
ประโยคเกยี่ วกบั จำนวน
ประโยคเกย่ี วกบั จำนวน ประโยคทใ่ี ช้สญั ลกั ษณ์ ประโยคทใ่ี ช้สัญลกั ษณ์
ดินสอจำนวนหน่งึ ไดม้ า ทางคณิตศาสตร์
ทางคณิตศาสตร์ เพม่ิ อีก 3 แท่ง มีไม่นอ้ ย 3 ≤ 21
กวา่ 15 แท่ง
ดินสอจำนวนหน่งึ ได้มา 3 ≤ 21 สองเทา่ ของจำนวนนับ + 3 ≥ 15
จำนวนหนง่ึ ลบออก 5 มี
เพ่มิ อีก 3 แทง่ มีไม่น้อย คา่ มากกวา่ 7 2 − 5 > 7
สามเท่าของหนงั สือ
กว่า 15 แทง่ จำนวนหนงึ่ มีคา่ ไมเ่ กนิ
21
สองเทา่ ของจำนวนนับ + 3 ≥ 15
จำนวนหน่ึง ลบออก 5 มี
คา่ มากกวา่ 7
สามเท่าของหนงั สือ 2 − 5 > 7
จำนวนหน่ึง มีค่าไมเ่ กิน
21
จากน้นั ให้นกั เรยี นจบั คู่กับคนทีน่ ง่ั ติดกนั เล่นเกม โดย
นกั เรยี นคูใ่ ดจับคถู่ ูกต้องและเรยี บรอ้ ยกอ่ นเป็นค่แู รกเป็น
ผู้ชนะ
-ครูช้ีแจงจดุ ประสงค์ใหน้ กั เรยี นทราบ
2.ข้ันนำเข้าสบู้ ทเรยี น (Introduction) (10นาที) -ครูคอยแนะนำวิธีการคดิ และวธิ กี ารหาข้อมลู
ขนั้ ท่ี 1 Search : S เพม่ิ เตมิ ให้กับนักเรยี น แล้วใหน้ ักเรียนแก้ปญั หา
-ครูแจกใบกิจกรรมที่ 1 ดว้ ยวธิ กี ารใหม่จนกว่าจะไดค้ ำตอบท่ถี ูกตอ้ ง
-ครตู ิดแถบโจทยป์ ัญหาตามใบกิจกรรมที่ 1 บน
กระดาน แลว้ ใหน้ กั เรียนคน้ หาขอ้ มลู ท่จี ะใช้ในการ
แก้ปญั หาที่กำหนดให้ว่า กำหนดอะไรมาใหบ้ ้าง ตอ้ งการ
ใหห้ าอะไร โดยการระดมสมองกบั เพอ่ื นร่วมชนั้ เรยี น
ขน้ั ท่ี 2 Solve : S
-ครูใหน้ กั เรียนแกโ้ จทยป์ ัญหาตามวธิ ีท่นี กั เรยี น
คิด โดยนกั เรียนแต่ละคนอาจจะใชว้ ธิ ีการแกโ้ จทย์
ปัญหาท่แี ตกต่างกนั ก็ได้ โดยครูจะไมจ่ ากดั วธิ ีการใน
การหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา พรอ้ มทง้ั ตรวจคาตอบ
ดวู า่ คาตอบท่นี กั เรยี นไดน้ น้ั เป็นคาตอบท่ถี กู ตอ้ ง
หรอื ไม่ และถา้ คาตอบท่ไี ดย้ งั ไมถ่ กู ตอ้ ง ใหน้ กั เรียน
กลบั ไปคน้ ควา้ หาขอ้ มลู ท่เี กี่ยวขอ้ งกบั โจทยป์ ัญหามา
ใหม่
ขนั้ ท่ี 3 Create : C
-ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละคนท่ตี รวจคาตอบแลว้
และคาตอบท่ไี ดถ้ กู ตอ้ งเขยี นวิธกี ารแกป้ ัญหาท่ตี นเอง
คดิ ได้ ใหเ้ ป็นลาดบั ขน้ั ตอนเพ่อื งา่ ยตอ่ การทาความ
เขา้ ใจ สามารถส่อื สาร และส่ือความหมายใหเ้ พ่อื นๆ
รว่ มชนั้ เรยี นไดเ้ ขา้ ใจงา่ ย
ขนั้ ท่ี 4 Share : S 1.กลวธิ ีการเดาและตรวจสอบ
เดาครงั้ ท่ี 1 ใหจ้ านวนนบั เป็น 1 จะได้ 2(1)+5=7
-ครูใหน้ กั เรยี นแสดงขนั้ ตอนวิธีการคดิ ของ เดาครงั้ ท่ี 2 ใหจ้ านวนนบั เป็น 2 จะได้ 2(2)+5=9
ตนเองใหเ้ พ่อื นรว่ มชน้ั เรยี นดู โดยการสมุ่ และหลงั จาก เดาครงั้ ท่ี 3 ใหจ้ านวนนบั เป็น 3 จะได้ 2(3)+5=11
ท่นี กั เรียนท่ถี กู สมุ่ นาเสนอเรยี บรอ้ ยแลว้ และถา้ มี เดาครงั้ ท่ี 4 ใหจ้ านวนนบั เป็น 4 จะได้ 2(4)+5=13
นกั เรียนคนใดท่มี วี ิธีการคดิ ทแ่ี ตกตา่ ง จากเพ่ือนให้ เดาครงั้ ท่ี 5 ใหจ้ านวนนบั เป็น 5 จะได้ 2(5)+5=15
นกั เรยี นออกไปแสดงวธิ ีคดิ นนั้ หนา้ ชนั้ เรยี น โดยครูจะ ดงั นน้ั จานวนนน้ั คอื จานวนนบั ท่ี มากกว่า 3
เปิดโอกาสใหน้ กั เรียนคดิ อยา่ งอสิ ระ และไดค้ ดิ อยา่ ง
เต็มศกั ยภาพ
-ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายแสดงความ
คดิ เหน็ เกี่ยวกบั คาตอบวธิ กี ารและขน้ั ตอนท่นี กั เรียน
แต่ละคนใชใ้ นการแกโ้ จทยป์ ัญหาวา่ แตกตา่ งกนั
อย่างไร และใหน้ กั เรยี นสรุปวา่ สามารถใชว้ ธิ ีการใดได้
บา้ งในการแกโ้ จทยป์ ัญหาคณิตศาสตร์ ซง่ึ แนวคาตอบ
ของนกั เรยี นอาจเหมือนหรอื แตกต่างกบั กลวธิ กี ารแก้
โจทยป์ ัญหาคณิตศาสตร์ ดงั นี้
สองเทา่ ของจานวนนบั จานวนหน่ึง บวกดว้ ย 5
มคี า่ มากกวา่ 11 จงหาจานวนนนั้
2.กลวิธีสรา้ งตาราง
จานวนนบั สองเทา่ ของจานวนนบั จานวนหนง่ึ ผลลพั ธ์
บวกดว้ ย 5
1 2(1)+5 7
2 2(2)+5 9
3 2(3)+5 11
4 2(4)+5 13
5 2(5)+5 15
ดงั นนั้ จานวนนน้ั คือ จานวนนบั ท่มี ากกว่า
3.กลวิธีการใชต้ วั แปร
ให้ x แทน จานวนนบั
เน่อื งจาก สองเทา่ ของจานวนนบั จานวนหน่งึ
บวกดว้ ย 5 มคี า่ มากกวา่ 11
ไดอ้ สมการเป็น
2x+5>11
2x+5-5>11-5
2x>6
2x>6
x>3
ดงั นน้ั จานวนนนั้ คอื จานวนนบั ท่มี ากกวา่ 3
-ครูแจกใบกจิ กรรมท่ี 2 แลว้ ใหน้ กั เรยี นแกโ้ จทยป์ ัญหา
ตามวธิ ีคดิ ท่ีไดจ้ ากใบกิจกรรมท่ี 1 วา่ สามารถใชก้ บั ใบ
กจิ กรรมท่ี 2 ไดห้ รือไม่ ถา้ ไดจ้ ะไดก้ ี่วิธี พรอ้ มทง้ั ให้
นกั เรยี นเลือกวิธีการแกโ้ จทยป์ ัญหาคณิตศาสตรท์ ่คี ดิ
วา่ ดที ่สี ดุ นาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
-ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรุปวา่ มวี ิธีการใดบา้ งท่ี
จะสามารถแกโ้ จทยป์ ัญหาคณิตศาสตร์ ขอ้ นไี้ ด้ โดยท่ี
ครูเป็นผคู้ อยชแี้ นะ จากนนั้ ใหน้ กั เรียนนาวธิ ีการในการ
แกโ้ จทยป์ ัญหาคณิตศาสตรท์ ่ไี ดจ้ ากใบกจิ กรรมท่ี 1
และ 2 จดั นิทรรศการหลงั หอ้ งเรียน
-ครูแจกใบกจิ กรรมท่ี 3 ใหน้ กั เรยี นทาเป็นการบา้ น
เพ่อื ใหน้ กั เรยี นไดฝ้ ึกการแกโ้ จทยป์ ัญหาใหม้ ากขึน้ โดย
ท่คี รูอธิบายโจทยป์ ัญหาใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ
ขัน้ สรุป A1 : กลวิธีการเดาและตรวจสอบ -ครอู ธิบายเสริมวา่ โจทยแ์ ตล่ ะขอ้ จะใชว้ ิธีการ
-ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปขน้ั ตอนและวิธีการในการ A2 : กลวธิ ีสรา้ งตาราง หาทแ่ี ตกต่างกนั ขนึ้ อย่กู บั ปญั หาน้นั ๆตาม
แกโ้ จทยป์ ัญหาอสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี วเก่ียวกบั A3 : กลวธิ ีการใชต้ วั แปร คาวมเหมาะสม
การหาจานวน โดยครูถามเพ่อื เชอ่ื มโยงแนวคดิ นกั เรยี น
ดงั นี้
Q1 : วิธีการในการแกโ้ จทยป์ ัญหาอสมการเชงิ เสน้ ตวั
แปรเดยี วเก่ยี วกบั การหาจานวน มกี ี่วธิ ี อะไรบา้ ง