The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KruMIW6968, 2022-07-17 12:13:49

โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคนสำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6

วิจัย 63

47

เลอื กตอบ 4 ตวั เลือก จำนวน 10 ขอ้ และแบบวดั ความพงึ พอใจต่อการเรียนคณิตศาสตรจ์ ำนวน
20 ขอ้

2. ทำการสอนโดยใชแ้ บบฝกึ เสริมทกั ษะ กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ เร่ือง โจทย์
ปญั หาการบวก ลบ คณู หารเศษสว่ นระคนสำหรบั นักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 รวมเวลา 14
ชั่วโมง ไมร่ วมเวลาทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น ในภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

3. ทดสอบหลงั เรยี น (Post-test) โดยใชแ้ บบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นชดุ เดียวกนั
กบั การทดสอบก่อนเรยี น จำนวน 10 ข้อ และแบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนคณิตศาสตรช์ ดุ
เดิมจำนวน 20 ขอ้

7. การวเิ คราะหข์ ้อมูล
1.ตรวจใหค้ ะแนนแบบทดสอบหลังเรยี นแบบฝึกเสรมิ ทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้

คณิตศาสตร์แลว้ นำมาหาคา่ เฉล่ยี รอ้ ยละ และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน
2. ตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรยี นและหลงั เรียน จำนวน 10 ข้อ

แลว้ นำมาหาค่าเฉล่ีย รอ้ ยละ และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
3. นำข้อมลู มาวเิ คราะหเ์ พื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะคณิตศาสตร์
4. นำข้อมลู แบบวัดความพงึ พอใจตอ่ การเรยี นคณติ ศาสตรท์ ่ีไดจ้ ากนักเรียนมาหาคา่ เฉลย่ี

และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แลว้ แปลค่าของคะแนนตามเกณฑ์ทก่ี ำหนดไว้
5. วเิ คราะห์ความแตกตา่ งระหว่างคะแนนทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นก่อนและหลัง

เรยี น โดยการใชก้ ารทดสอบค่าที กรณีกลมุ่ ตัวอย่างไม่เป็นอิสระจากกัน(t-test for dependent
samples) (ชศู รี วงศ์รตั นะ.2544,หน้า 190-201)

6. วเิ คราะห์หาความแตกต่างระหว่างคะแนนแบบวดั ความพงึ พอใจต่อการเรียนคณิตศาสตร์
กอ่ นและหลังเรียนโดยใช้การทดสอบค่าทีกรณีกลุ่มตัวอย่างไม่เปน็ อสิ ระจากกนั
(t-test for dependent samples) (ชูศรี วงศ์รตั นะ.2544, หน้า 190-201)

8. สถิตทิ ่ีใช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล

48

1. สถิติพ้ืนฐาน ประกอบด้วย
1.1 รอ้ ยละ (Percentage)

P= f × 100



เม่อื P แทนรอ้ ยละ

ƒ แทนความถี่ทต่ี ้องการแปลงใหเ้ ป็นร้อยละ

N แทนจำนวนความถี่ทงั้ หมด

1.2 คา่ คะแนนเฉลย่ี (Mean) ซ่งึ ใชส้ ูตร (ล้วน สายยศและอังคณา สายยศ.2546, หนา้

73)

= X



เมอ่ื  แทนคะแนนเฉลย่ี

 X แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมด

N แทน จำนวนนกั เรียนกลมุ่ เป้าหมาย

1.3 ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ซ่ึงวิเคราะห์ข้อมูลโดยใชส้ ูตรดงั นี้ (บญุ

ชม ศรสี ะอาด.2546,หนา้ 103)

S.D. = 2

N  X 2 −   X 

N (N −1)

เมอ่ื S.D. แทนค่าสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน

 X แทนผลรวมของคะแนนทั้งหมด
(  X )2 แทนผลรวมของคะแนนท้งั หมดยกกำลงั สอง

N แทนจำนวนนักเรยี นในกลมุ่ เปา้ หมาย

49

2. สถติ หิ าคณุ ภาพเครื่องมือทีใ่ ช้ในการศกึ ษา
2.1 ค่าความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกบั จุดประสงค์และเนอ้ื หาวชิ า (IOC) ดว้ ย

การพจิ ารณา ของผูเ้ ชย่ี วชาญ (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์.2547,หน้า 67) จากสตู ร

IOC = R

N

เม่ือ IOC แทน ดชั นคี วามสอดคล้องระหว่างขอ้ สอบกับจุดประสงค์และเนอื้ หา

R แทนผลรวมคะแนนความคิดเหน็ ของผู้เช่ยี วชาญเนื้อหาวชิ าท้งั หมด N
แทนจำนวนผเู้ ชี่ยวชาญ
คา่ ความยากง่ายของแบบทดสอบ (P) ใชส้ ูตรดงั น้ี (สมนึก ภทั ทยิ ธนี.2544,หน้า 221) 2.2

P= R

N

เมอ่ื P แทน ความยากงา่ ยของข้อสอบ

R แทนจำนวนนกั เรียนท่ีตอบถูก
N แทนจำนวนนกั เรยี นทสี่ อบท้งั หมด

2.3 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น โดยใช้สตู ร KR-20
ของคเู ดอร์ ริชารด์ สัน (Kuder Richardson 20)

rtt= n  − pq 
− 1 
n 1  St2 

เมอื่ rtt แทน ค่าความเชือ่ มนั่ ของแบบทดสอบ
n แทน จำนวนขอ้ สอบ
p แทน สดั ส่วนของผตู้ อบถกู ในข้อหนึง่ ๆ
q แทน สัดส่วนของผู้ตอบผิดในข้อหนง่ึ ๆ
St2 แทน คะแนนความแปรปรวนของคะแนนรวมท้ังฉบับ

2.4 การคำนวณหาค่าอำนาจจำแนก ( r ) ของแบบวัดความพึงพอใจตอ่ การเรียน
คณติ ศาสตร์ โดยใช้คา่ สัมประสทิ ธ์สิ หสมั พันธข์ องเพยี ร์สนั (Pearson product moment
correlation coefficient) ใช้สูตร

50

r = N XY −  X Y

  N X 2 − ( X )2 Y 2 −(Y )2

เม่ือ r แทน สัมประสิทธสิ์ หสัมพันธ์

 X แทน ผลรวมของคะแนนชดุ X
Y แทน ผลรวมของคะแนนชดุ Y
 X 2 แทน ผลรวมของคะแนน X แต่ละตัวยกกำลงั สอง
Y 2 แทน ผลรวมของคะแนน Y แตล่ ะตัวยกกำลังสอง
 XY แทน ผลรวมของผลคูณระหวา่ ง X กับ Y

N แทน จำนวนคน

2.5 หาค่าความเชือ่ มนั่ ของแบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนคณิตศาสตร์

โดยค่าสมั ประสทิ ธแ์ิ อลฟา ( - Coefficent) ของครอนบรัค(Conbrach)

(ลว้ น สายยศ และอังคณา สายยศ. 2546, หนา้ 201)ดังนี้ หาได้จากสตู ร

 = SSnn 1 − 2 
−  i 

1 2
t

เม่ือ  แทนคา่ สัมประสิทธข์ิ องความเชือ่ มัน่

S 2 แทนผลรวมของความแปรปรวนของแบบสอบถามเป็นรายข้อ
i แทนความแปรปรวนของแบบสอบถามทั้งฉบับ
แทนจำนวนขอ้ ของแบบสอบถาม
S2
t
n

2.6 การหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสรมิ ทักษะ กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์

เร่อื ง โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคนสำหรับนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6ตาม

เกณฑ์ 80/80 โดยใช้สูตร

E1 =  X 100

NA

51

เมอื่ E1 แทน ประสิทธภิ าพของกระบวนการท่จี ัดไว้ในบทเรียน เม่ือ

 X แทน คะแนนรวมของนักเรียนท่ีไดจ้ ากการทำแบบฝกึ หดั

ในแบบฝึกเสริมทักษะ
A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดในแบบฝกึ เสริมทักษะ
N แทน จำนวนนกั เรยี นท้งั หมด
E2 แทน ประสทิ ธภิ าพของแบบฝึกเสริมทักษะในการเปลย่ี นแปลง

พฤติกรรมของนกั เรยี น

E•= Y 100
N B

Y แทน คะแนนรวมของนักเรียนท่ีได้จากการทำทดสอบหลังเรยี น

B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน

N แทน จำนวนนกั เรียนท้ังหมด

ดงั น้ัน ค่าประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ = E1/E2
3. สถติ วิ เิ คราะห์ความแตกต่างระหว่างการทดสอบก่อนและหลังเรียน

เพ่อื ศึกษาความกา้ วหน้าในการเรียนของนักเรยี น เปรยี บเทียบผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนและ

เจตคติต่อการเรียนคณิตศาสตร์ โดยใชส้ ูตรการทดสอบคา่ ทีกรณีกลุ่มตัวอย่างไมเ่ ป็นอิสระจากกนั (t-

test for Dependent Samples) (ชูศรี วงศร์ ัตนะ.2544,หน้า 190-201)

t = D
n D2 − ( D)2

n −1

เมอื่ t แทน คา่ สถิตทิ ี่ใช้พจิ ารณาใน t-distribution

D แทน ความแตกต่างของคะแนนแตล่ ะคู่

n แทน จำนวนคขู่ องคะแนนหรือจำนวนกลุม่ เป้าหมาย

52

บทที่ 4
ผลการศกึ ษา

การเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู ในการศึกษาเร่ือง การพฒั นาแบบฝกึ เสริมทักษะ
คณติ ศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคนสำหรบั นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษา
ปีที่ 6

ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
การศึกษาครัง้ นีผ้ ู้รายงานได้นำเสนอผลการวิเคราะหด์ ังน้ี คอื
1. ผลการเปรยี บเทียบผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของนักเรยี นก่อนเรียนและหลงั เรียน

ด้วยแบบฝึกเสรมิ ทักษะ กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู หาร
เศษสว่ นระคนสำหรบั นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6

2.ผลการเปรยี บเทยี บความพึงพอใจตอ่ การเรยี นคณติ ศาสตรข์ องนักเรียนก่อนเรยี นและหลงั
เรียนด้วยแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะ กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ เรือ่ ง โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ

หารเศษสว่ นระคนสำหรบั นักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
ซึง่ ปรากฏผลการวิเคราะห์ข้อมลู ตามลำดบั ดงั นี้
ตาราง ผลคะแนนก่อนเรียนและหลงั เรยี นของกลุ่มเปา้ หมายโดยใชแ้ บบทดสอบวัดผล

สมั ฤทธท์ิ างการเรยี น เรือ่ ง โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคน ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6
(10 คะแนน)

ค่าสถติ ิ ผลการทดสอบ

กอ่ นเรยี น หลังเรียน

 3.27 8.09
S.D. 0.90 0.83
รอ้ ยละ 32.72 80.90

จากตาราง พบว่า คะแนนการทำแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นกอ่ นเรยี น มี
คะแนนเฉล่ยี เทา่ กับ 3.27 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน คิดเป็นรอ้ ยละ 32.72 และคะแนน

53

การทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นหลังเรียนดว้ ย แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะคณติ ศาสตร์ เรื่อง
โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู หารเศษส่วนระคนสำหรับนักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนน
เฉล่ียเท่ากับ 8.09 จากคะแนนเตม็ 10 คะแนนคิดเปน็ ร้อยละ 80.90 ซึง่ มีผลการพัฒนาคดิ เป็น
รอ้ ยละ 48.18

ตาราง ผลการเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรยี น ของนักเรียน
กล่มุ เป้าหมายโดยใช้ แบบฝกึ เสริมทักษะ กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ เร่ือง โจทยป์ ญั หาการ
บวก ลบ คณู หารเศษส่วนระคนสำหรบั นักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6

คะแนน คา่ สถติ ิ

n  S.D. t p

กอ่ นเรยี น 11 3.27 0.86 21.29** .000

หลงั เรียน 11 8.09 0.79

**p < .05

จากตาราง พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรยี นหลังเรยี น โดยใชแ้ บบฝึกเสรมิ

ทักษะคณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ นระคนสำหรับนักเรียนชั้น

ประถมศึกษาปีท่ี 6 พบว่า นกั เรยี น มีผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนหลงั เรยี น (  =8.09 , S.D. = 0.79

กวา่ กอ่ นเรยี น  = 3.27, S.D. = 0.86) และจากการทดสอบคา่ t-testให้ค่า t = 21.29 (สงู กวา่

คา่ t จากตาราง ) แสดงวา่ นักเรยี นมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนหลังเรียนสูงกวา่ กอ่ นเรียนอยา่ งมี

นยั สำคญั ทางสถิติทีร่ ะดับ .05

54

3. ผลการเปรยี บเทียบความพึงพอใจตอ่ การเรียนคณติ ศาสตรข์ องนักเรยี นก่อนเรยี นและหลัง
เรยี น ด้วยแบบฝึกเสริมทกั ษะ กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ เร่ือง โจทย์ปญั หาการบวก ลบ
คูณ หารเศษสว่ นระคนสำหรบั นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6

ตาราง ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจตอ่ การเรยี นคณติ ศาสตร์กอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
ของนักเรยี นกลุ่มเป้าหมายด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ กล่มุ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ เรอื่ ง โจทย์
ปญั หาการบวก ลบ คณู หารเศษส่วนระคนสำหรบั นักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6

คะแนน คา่ สถิติ

n  S.D. t p

ก่อนเรียน 11 9.42 1.51 12.1980**

.000หลังเรยี น 11 17.83 1.59

**p<.05

จากตารางท่ี พบวา่ ความพึงพอใจต่อการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรยี นหลงั เรียนสูงกว่า

ก่อนเรยี นอย่างมนี ยั สำคัญทางสถิติที่ระดบั .05 แสดงวา่ ความพึงพอใจตอ่ การเรยี นคณติ ศาสตร์

ของนักเรยี นหลังเรยี นด้วยแบบฝึกเสริมทกั ษะ กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง โจทยป์ ญั หา

การบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ นระคนสำหรับนักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6

55

บทที่ 5
สรปุ อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

การดำเนินงานวิจัยการใช้แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ
คูณ หารเศษส่วนระคนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านดอนธรรม อำเภอ
เกาะคา จังหวัดลำปาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 2 ในครั้งนี้ มี
รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดทำ การสรุปผลการวิจัย การอภิปรายผลรวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ
ตามลำดบั ดงั ตอ่ ไปน้ี

วตั ถุประสงคข์ องการศึกษา
1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียน และหลังเรียน

ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร
เศษสว่ นระคนสำหรบั นกั เรยี น ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6

2. เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจต่อการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนก่อนเรียน และหลัง
เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ
หารเศษสว่ นระคนสำหรับนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6
กลุ่มเปา้ หมาย

กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านดอนธรรม อำเภอเกาะคา
จังหวัดลำปาง ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2563 จำนวนนักเรียน 11 คน ซ่งึ ได้มาโดยวิธีการเลือก
แบบเจาะจง (Purposive Sampling)

เครอื่ งมือที่ใช้ในการศกึ ษา
เครือ่ งมือทใี่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลเพื่อทำการศึกษา ที่ใชค้ รง้ั นีป้ ระกอบด้วย
1. แบบฝกึ เสริมทกั ษะ กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ เร่ือง โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คณู

หารเศษส่วนระคนสำหรับนักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องโจทย์

ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แบบปรนัยชนิด
เลอื กตอบ 4 ตวั เลอื ก จำนวน 30 ข้อ

3. แบบวดั ความพงึ พอใจตอ่ การเรียนคณติ ศาสตร์ จำนวน 20 ขอ้

56

สรุปผลการศึกษา
1. นักเรียนที่เรียนโดยใชแ้ บบฝึกเสริมทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์

ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรยี นอยา่ งมีนัยสำคญั ทางสถิติที่ระดบั .05

2. นักเรียนที่เรียนโดยใชแ้ บบฝึกเสริมทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์
ปญั หาการบวก ลบ คณู หารเศษสว่ นระคนสำหรับนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 มีความพงึ พอใจต่อ
การเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับมาก

อภปิ รายผลการศึกษา
จากการศึกษาผลการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง

โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผู้รายงาน
เสนอผลการอภปิ รายตามลำดับ ดงั นี้

1.นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์
ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมนี ัยสำคัญทางสถติ ิที่ระดับ .05สอดคล้องกับสมมุติฐาน
ที่ตั้งไว้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะการจัดการเรียนการสอนตามแบบฝึกเสริมทักษะที่ 1 –14
โดยเน้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ครูและนักเรียนจัดกิจกรรมร่วมกัน นักเรียนเรียนรู้โดยใช้กระบวนการคดิ
การเรียนรู้จากคุณลักษณะทางความคิดของนักเรียนแต่ละคนทำให้การเรียนรู้เป็นการพัฒนาทักษะ
การคิดวเิ คราะห์ วิจารณ์มากข้นึ ตามประสบการณ์ท่ีแบบฝกึ เสริมทักษะกำหนดกิจกรรมและเน้ือหาท่ี
ใช้เรียนรู้เพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์การเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน นอกจากนี้ยัง
สอดคล้องกับงานวิจัยของ ถาวร ผาบสิมมา (2549, หน้าบทคัดย่อ) ได้ทำการศึกษาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคนของนกั เรียนชัน้
มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนทุ่งบ่อวิทยา จังหวัดขอนแก่นโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะ/
กระบวนการคณิตศาสตร์ ซึ่งขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบด้วย 5 ขั้น คือ1) ขั้นนำ 2)
ขั้นสอน ได้แก่ ขั้นทำความเข้าใจในปัญหาหรือวิเคราะห์ปัญหา ขั้นวางแผนแก้ปัญหา ขั้นลงมือ
แก้ปัญหา และขั้นตรวจสอบหรือมองย้อนกลับ 3) ขั้นฝึกทักษะ4) ขั้นสรุป และ 5) ขั้นพัฒนาทักษะ
ผลการศึกษาพบว่า มีจำนวนนักเรียนร้อยละ 82.35 ที่ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ ร้อยละ 70
สอดคล้องกับจริยา เจือจันทร์ (2547,หน้า 64-67)ได้ศึกษาพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์
ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคนวิชาคณิตศาสตร์ ช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 6โดยมีความมุ่งหมายเพื่อ 70 ศึกษาดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนรู้การแก้โจทย์
ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารเศษส่วนระคนวิชาคณติ ศาสตร์ พบวา่

57

ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะการแก้ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหาร เท่ากับ 0.47 และ
สถาพร ศรีสุนทร (2547,หน้า 64-67) ได้ศึกษาแบบฝึกเสริมทกั ษะการแก้โจทย์ปัญหา การบวก ลบ
คูณ หารโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โดยมีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาดัชนีประสทิ ธผิ ลการเรียนรู้ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ และ
หารโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู หารเศษส่วนระคน วชิ าคณติ ศาสตร์ พบวา่ เท่ากบั 0.47

2. นักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์
ปัญหาการบวก ลบ คณู หารเศษสว่ นระคนสำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6มคี วามพึงพอใจต่อ
การเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับมากและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานไม่ถึง 1 แสดงว่านักเรียนมีความ
คิดเห็นสอดคลอ้ งกันคอ่ นข้างสูง ( = 4.45, S.D.= 0.59) สอดคลอ้ งกับงานวิจยั ของสรรพสิริ เอ่ยี ม
สะอาด (2547,หน้า 83-85) ได้ศึกษาการพัฒนาแผนการเรียนรูโ้ ดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์
เรื่อง การบวก ลบ โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคน ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6 มีความ
มุ่งหมายเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนกั เรียนท่ีมีต่อการเรียนโดยใช้แผนการจดั การเรียนรู้โดยใช้แบบ
ฝึกทกั ษะวิชาคณติ ศาสตร์ กลมุ่ ตัวอยา่ ง ไดแ้ ก่ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนบา้ นอำปลึ (ปอเกีย-
เพลนิ อทุ ศิ 3) อำเภอเมือง จงั หวดั สุรินทร์ จำนวน 24 คน ได้มาโดยการเลอื กแบบเจาะจง จำนวน
7 แผน พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจตอ่ การเรียนโดยใช้แผนการเรียนรูโ้ ดยใช้แบบฝึกทักษะอย่ใู น
ระดบั มาก

7.ขอ้ เสนอแนะ
ขอ้ เสนอแนะด้านการวจิ ัยและพฒั นาตอ่
1. ควรจัดทำแบบฝึกเสริมทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพิ่มมากขึ้น ทั้งในด้าน

ลักษณะของเนื้อหาท่ีนำมาให้นักเรยี นเรียนรู้และด้านปรมิ าณท่ีเพิม่ มากข้นึ เพ่อื ให้นักเรียนเกิดทักษะ
ในวชิ าคณิตศาสตร์ เพอ่ื ความเข้าใจมากขนึ้

2. แบบฝึกเสริมทักษะเปน็ นวตั กรรมทีม่ ีคณุ ค่าเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้จัดกจิ กรรมการ
เรียนการสอน จึงควรนำหลักการของแบบฝึกเสริมทักษะไปสร้างแบบฝึกเสริมทักษะวิชาอื่นและช้ัน
อ่ืน ตามความเหมาะสมของเน้ือหาวชิ าและนกั เรยี นต่อไ)

58

บรรณานกุ รม

กรมวิชาการ. (2545). ทักษะการแกป้ ัญหา.กรงุ เทพฯ:โรงพิมพก์ ารศาสนา.
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2545). คู่มือครคู ณติ ศาสตรช์ ั้นประถมศึกษาปที ่ี6. (พมิ พ์ครั้งท่ี 4).

กรุงเทพฯ :กระทรวงศกึ ษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ.(2551). หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐานพุทธศกั ราช 2551.

กรงุ เทพฯ :โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .
กญั ญาโพธิวฒั น.์ (2542). พฤติกรรมการสอนคณิตศาสตรร์ ะดับประถมศกึ ษา. สุรนิ ทร์ :

คณะครศุ าสตร์สถาบนั ราชภฎั สรุ นิ ทร.์
จรรยาอาจหาญ.(2548). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณติ ศาสตรข์ องนักเรยี น

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 เรอ่ื งโจทย์ปัญหาการคูณการหารดว้ ยวธิ ีสอนแบบใชข้ ้ันตอน
การแก้ปญั หาของโพลยากับวธิ ีการสอนปกต.ิ วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลยั บรู พา.
จรยิ า เจอื จันทร์. (2547). การพฒั นาแผนการจัดการเรียนรูโ้ ดยใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์
เรอ่ื งตัวประกอบจำนวนนบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6. การศึกษาคน้ ควา้ อสิ ระ
กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลยั มหาสารคาม.
ชัยยงคพ์ รหมวงศ.์ (2547). เอกสารการสอนชุดวชิ าสื่อการสอนระดับประถมศึกษา. กรงุ เทพฯ :
ยไู นเตด็ โปรดัคชน่ั .
พนั ทิพาปจั จังคะตา.( 2549 ). การพัฒนาเอกสารประกอบการเรยี นโดยใช้ภาพการต์ ูน
เร่ืองการเลือกซื้อสินคา้ และบรกิ ารช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรียนบ้านหวั หมู.
สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามหาสารคามเขต 2 วทิ ยานพิ นธป์ ริญญาการศกึ ษามหาบัณฑิต.
สาขาวชิ าหลกั สตู รและการสอน.บณั ฑิตวิทยาลัย.มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม
พิชติ ฤทธ์ิจรูญ.( 2545 ). การวิจยั เพื่อพัฒนาการเรยี นรู้ปฏบิ ตั ิการวจิ ยั ในช้ันเรยี น. กรงุ เทพฯ :
ศนู ย์หนังสอื จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
พสิ มยั ศรีอำไพ. (2548). คณติ ศาสตรส์ ำหรบั ครูประถมศึกษา. มหาสารคาม :ภาควิชาหลักสตู ร
และการเรยี นการสอนคณะศึกษาศาสตร์มหาวทิ ยาลัศรนี ครินทรนวโิ รฒ. มหาสารคาม.

ไพศาลหวงั พานิช.(2543). บทเรยี นสำเร็จรูปและเคร่อื งช่วยสอน.ลพบรุ ี : หตั ถโกศลการพิมพ.์
มณั ฑนีกุฏาคาร.(2546 ).เอกสารคำสอนวชิ า วผ401 การวัดผลการศึกษา. กรงุ เทพฯ :ภาควิชาหลักสูตร

และการสอนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานกุ รมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ. 2546. พิมพค์ รง้ั ที่ 2.

กรุงเทพ ฯ :อกั ษรเจรญิ ทัศน.์

59

รจุ ิราโพธิสุวรรณ. (2540). การสอนคณิตศาสตรแ์ นวใหม่ในโรงเรียนประถมศึกษา.เชยี งใหม่ :
คณะศึกษาศาสตรม์ หาวทิ ยาลยั เชียงใหม.่

ลว้ นสายยศและอังคณาสายยศ. (2546). เทคนิคการวิจยั ทางการศกึ ษา. (พิมพ์ครัง้ ที่ 4). กรุงเทพฯ
:สวุ รี ิยาสาส์น.

สมยศนาวกี าร. (2535). ตารางวิเคราะหข์ ้อสอบ.กรุงเทพฯ : วัฒนาพานชิ .
สรรพสิริเอยี่ มสะอาด. (2547). การพัฒนาแผนการเรียนรโู้ ดยใชแ้ บบฝึกทักษะวิชาคณติ ศาสตร์

เรอื่ ง การบวกลบโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู หารเศษส่วนระคนชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6.
การศึกษาคน้ ความอสิ ระ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลยั มหาสารคาม.
สรรพสิรเิ อีย่ มสะอาด.( 2547 ).การพฒั นาแผนการเรียนรู้โดยใช้แบบฝกึ ทักษะ วิชาคณติ ศาสตร์
เร่อื งการบวกลบโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ นระคนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6.
การศึกษาคน้ ควา้ อสิ ระการศกึ ษามหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย.มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.
ถา่ ยเอกสาร.
สวุ รกาญจนมยูร. (2544). เทคนิคการสอนคณติ ศาสตรร์ ะดับประถมศกึ ษาเล่ม 3 . พมิ พ์ครัง้ ที่ 6.
กรุงเทพ ฯ : ไทยวัฒนาพานชิ .
สุวรกาญจนมยรู และคณะ. (2543). เทคนิคการใช้สือ่ เกมและของเล่นคณิตศาสตรร์ ะดับประถมศึกษาเลม่ 4.
กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
อธิพรศรียมก.( 2545 ). เอกสารการสอนชุดวชิ าสื่อการสอนระดับมธั ยมศึกษาหน่วยที่ 11-15.กรุงเทพฯ:
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช
อัจฉราสุขารมณ์และอรพินท์ชูชม.(2540). การวดั และประเมินผลทางการศึกษา.มหาสารคาม :
ปรีดาการพิมพ.์
อุทยั เพชรชว่ ย. (2542). "ทักษะในการคดิ คำนวณจดุ มงุ่ หมายของหลกั สูตรท่ีถกู ละเลย,".
สารพัฒนาหลักสูตร. 88 : 37-40.
อุทมุ พรจามรมาน.( 2540 ) .ข้อสอบ :การสร้างและการพัฒนา=Test Items : construction and
Development. กรงุ เทพฯ :ฟนั น่ีพับลิชชงิ่

60

ภาคผนวก

เครื่องมอื ทใ่ี ช้ในการศกึ ษา

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

เรอ่ื ง เศษส่วน ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6

แผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง

หารเศษสว่ นระคน เวลาฝึกทักษะ 1 ชั่วโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกิดข้นึ จากการดำเนนิ การ สมบัตขิ องการดำเนินการ และนำไปใช้

มาตรฐาน ค 1.2 เขา้ ใจและวเิ คราะหแ์ บบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชนั ลำดับและอนุกรม และ
นำไปใช้
มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพ้นื ฐานเกย่ี วกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งท่ีตอ้ งการวดั และ

นำไปใช้
มาตรฐาน ค 2.2 เขา้ ใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณติ ความสัมพันธ์ระหวา่ ง

รปู เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช้
มาตรฐาน ค 3.1 เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรทู้ างสถิตใิ นการแก้ปัญหา

สาระสำคัญ
การแก้โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู หารเศษส่วนระคน จะต้องใช้ทักษะกระบวนการคิด

แก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ และใชย้ ุทธวธิ ตี า่ งๆ มาใชแ้ ก้ปญั หาเพอ่ื ใหไ้ ด้คำตอบทต่ี ้องการ
จุดประสงค์การเรียนรู้

- เม่อื กำหนดโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คณู หารเศษส่วนระคนให้ นกั เรยี นสามารถหาคำตอบ
โดยใชย้ ุทธวธิ ตี า่ ง ๆ ได้
สาระการเรียนรู้
การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนระคน
ทกั ษะ/กระบวนการ
1. ใช้วิธีการทีห่ ลากหลายในการแก้ปัญหา
2. ใชค้ วามรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหาใน
สถานการณ์ต่างๆได้อยา่ งเหมาะสม

3. ใชภ้ าษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร การส่อื ความหมาย และการ
นำเสนอได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม

4. เชอ่ื มโยงความรู้ตา่ งๆในคณิตศาสตรแ์ ละเช่ือมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อน่ื ๆ
5. มีความคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝ่รใู้ ฝ่เรียน
2. มุ่งม่นั ในการทำงาน
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1.ขั้นทบทวนความรเู้ ดิม
1.ทบทวนการบวก การลบ การคูณ และการหารเศษสว่ นระคน ดังนี้ การบวก ลบ คูณ หาร
ระคนใหห้ าผลลพั ธใ์ นเคร่อื งหมายวงเล็บกอ่ น แลว้ จึงทำการคณู หาร บวกและลบต่อไป
2. ทบทวนการแก้โจทยป์ ัญหาเศษส่วน เก่ียวกับขั้นตอนต่างๆของกระบวนการแก้ปัญหา
2.1 ขน้ั การวิเคราะหโ์ จทย์ปัญหา มีดงั น้ีคือ
2.1.1 ส่ิงท่ีโจทยก์ ล่าวถึง
2.1.2 ส่งิ ที่โจทย์กำหนดให้
2.1.3 สง่ิ ที่โจทยต์ อ้ งการทราบ
2.2 ขัน้ การวางแผนแกป้ ญั หา เปน็ ข้ันทม่ี ีความสำคัญ จะตอ้ งใชท้ ักษะและความรูเ้ ดิมมาใชใ้ นการ
แก้ปัญหา
2.2.1 วเิ คราะห์รายละเอียดสิ่งทก่ี ำหนดและสิ่งท่ีไม่รู้
2.2.2 เชอื่ มโยงความรเู้ ดมิ สมบัตแิ ละทฤษฎีตา่ งๆทีเ่ รยี นรมู้ า

2.2.3 หาวธิ กี ารตา่ งๆเพื่อให้ไดข้ อ้ สรปุ สามารถแกป้ ัญหาและหาคำตอบได้ เช่น การวาดรูป
ประกอบ การทำตาราง การเดาและทดสอบ และการแยกปัญหาออกเป็นส่วนย่อยๆ

2.3 ขั้นดำเนินการแก้ปัญหา เป็นข้นั ตอนการปฏิบตั ิตามแผนท่วี างเอาไวแ้ ละมีการตรวจสอบ
แตล่ ะขัน้ ตอนว่าถูกต้องหรือไม่

2.4 ขน้ั ตรวจสอบผล
2.4.1 ตรวจสอบผลทไี่ ด้ อาจตรวจสอบโดยวธิ กี ารแก้ปญั หาอนื่ ๆ
2.4.2 ปรบั เปล่ียนเง่ือนไขบางประการแล้วหาข้อสรุป และสรุปผลการแก้ปัญหาในรปู ทัว่ ไป

2.ขน้ั สอนเน้อื หาใหม่
1. แจง้ ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวังให้นกั เรียนทราบ
2. นักเรียนเข้ากลุ่ม กลุม่ ละ 4-5 คน คละตามความสามารถ
3. นำบตั รโจทย์ปญั หา ตดิ บนกระดานดำ พรอ้ มท้ังดำเนนิ การอภปิ ราย ดังนี้

ในการทัศนศกึ ษาครั้งหนง่ึ นักเรยี นตอ้ งเสียค่าท่ีพัก 2ของค่าใชจ้ ่ายท้งั หมด ค่าพาหนะ 1 ของ

54

คา่ ใชจ้ ่ายท้ังหมดและค่าใชจ้ ่ายส่วนตวั คดิ เป็นเงิน 140 บาท จงหา
1)คา่ ใช้จ่ายท้ังหมด
2)คา่ พาหนะ
3)คา่ ท่ีพัก

3.1 โจทย์กล่าวถงึ เรื่องอะไร (การทัศนศกึ ษาของนักเรยี น)
3.2 สง่ิ ทโี่ จทย์กำหนดให้น้นั มีกอ่ี ยา่ ง (3 อย่าง)
3.3 สิ่งทโี่ จทยต์ อ้ งการทราบนั้นมีกีป่ ระเดน็ (3 ประเด็น)
4.ครชู แี้ นะให้นกั เรียนเห็นขอ้ แตกต่างของโจทยป์ ัญหาท่ีนำเสนอและโจทย์ปัญหาท่นี ักเรียน
เคยพบมาก่อนว่ามคี วามแตกต่างกนั อยา่ งไร ดงั นี้
4.1 การกำหนดประเด็นมาให้มคี วามซบั ซ้อน
4.2 คำตอบทต่ี ้องการมหี ลายประเด็น ตอ้ งใชว้ ธิ ีทำหลายวิธจี งึ จะได้คำตอบ ท้งั การ
บวก ลบ คณู และการหาร ซ่ึงเรยี กวา่ โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู หารเศษส่วนระคน
4.3 วิธกี ารทจ่ี ะได้มาของคำตอบจะต้องใช้กระบวนการในการคดิ แก้ปัญหา

5. ใหน้ ักเรียนตัวแทนรับแบบฝกึ เสริมทกั ษะคณิตศาสตร์ เร่อื ง เศษสว่ น กลุ่มสาระการเรียนรู้

คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 เรอ่ื ง การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู

หารเศษสว่ นระคน

6.นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้ เรื่อง การแก้โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ นระคน โดย

ใช้กลยุทธ์การวาดภาพ จากแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรอื่ ง เศษสว่ น กลุ่มสาระการเรยี นรู้

คณติ ศาสตร์ สำหรับนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 เรอื่ ง การแกโ้ จทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู

หารเศษสว่ นระคน

7.นกั เรียนตวั แทนออกมารายงานผลการศึกษาการใบความรเู้ รอ่ื ง การแก้โจทย์ปญั หาการ

บวก ลบ คณู หารเศษส่วนระคน

8.ครูคอยชีแ้ นะแนวทางและให้คำแนะนำเพ่ิมเติมเกยี่ วกับ กระบวนการคิดการแก้โจทย์

ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ นระคน

3.ข้นั สรุป

นักเรียนร่วมกันอภิปรายแนวคิด หลักเกณฑใ์ นการคดิ ท่ีได้จากการศึกษาใบความรู้

กระบวนการคดิ แก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์ เรื่อง การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ น

ระคน เพื่อให้ไดข้ ้อสรปุ ที่เป็นวิธลี ดั และนำไปใชต้ ่อไป ดงั น้ี

1.การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ นระคน นักเรยี นต้องใช้ทักษะกระบวนการ

คดิ แกป้ ัญหาทางคณติ ศาสตร์ เพอ่ื ใหไ้ ด้คำตอบทต่ี ้องการ 2.

ทักษะท่ีจำเป็นในการแก้โจทย์ปญั หาการคูณ การหารเศษส่วน นักเรยี นต้องมีทักษะการอ่านโจทย์

ปญั หา การตีความ และการแปลความ การคิดคำนวณ และการย่อความ

4.ข้ันการฝกึ ทกั ษะ

นักเรยี นทำแบบฝึกเสรมิ ทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษสว่ น กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์

สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 เรือ่ ง การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู หารเศษส่วน

ระคน

5.ข้ันนำความร้ไู ปใช้

นกั เรยี นทำแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์

สำหรับนักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 เรื่อง การแกโ้ จทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษส่วน

ระคน เพ่ิมเตมิ เป็นรายบุคคล

ขัน้ ที่ 6 การประเมนิ ผล

1. สังเกตการรว่ มกิจกรรมระหวา่ งการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม

2. ตรวจแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรอื่ ง เศษสว่ น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

สำหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 เรอ่ื ง การแกโ้ จทยป์ ญั หาการบวก ลบ คณู

หารเศษสว่ นระคน

3. ตรวจแบบฝกึ หดั

สื่อ/การเรียนรู้

1. แผนภาพเศษส่วน

2. แบบฝกึ เสรมิ ทักษะคณิตศาสตร์ เรือ่ ง เศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ สำหรบั

นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 เรอ่ื ง การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ นระคน 3.

แบบฝึกหัด

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

เครอื่ งมอื วธิ ีวดั เกณฑ์
1.แบบสังเกตพฤติกรรม 1.สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี น 1.คะแนนพฤติกรรมผ่านเกณฑ์
การปฏิบัติงานกลุ่ม รอ้ ยละ 80
2. แบบสังเกตพฤตกิ รรม 2. สังเกตพฤติกรรมระหวา่ ง 2.คะแนนพฤติกรรมผา่ นเกณฑ์
ระหว่างเรียน เรียน รอ้ ยละ 80
3. แบบประเมนิ พฤติกรรม 3. สังเกตพฤติกรรมการเรียน 3.คะแนนพฤติกรรมผ่านเกณฑ์
การเรยี นดา้ นทักษะ ด้านทักษะกระบวนการ รอ้ ยละ 80
กระบวนการ 4. สงั เกตพฤติกรรมตาม 4.คะแนนพฤติกรรมผ่านเกณฑ์
4. แบบประเมินพฤติกรรม คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ รอ้ ยละ 80
ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.คะแนนกอ่ นเรยี นหละงเรยี น 5.คะแนนจากการทำแบบฝึก
5. แบบบันทึกคะแนน และการตรวจคะแนนกจิ กรรม เสริมทกั ษะผ่านเกณฑ์ร้อยละ
ต่างๆในแบบฝึกเสรมิ ทักษะ 80

ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื _________________________
นายบญุ นพดล แดว้ ดวงตา

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนธรรม

บันทึกหลังการสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________

ปญั หา / อปุ สรรค
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________

แนวทางแก้ไข
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________
_________________________________________________________________________

ลงช่อื __________________________ (ผู้สอน)
(นางสาวแสงระวี ตยุ้ วงศ์)

แบบบนั ทกึ คะแนน กอ่ นเรียน - หลงั เรียน(แบบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น)

เลขที่ ชอ่ื - สกลุ คะแนน คะแนน ผา่ น ไม่
1 เดก็ ชายชิณณกร มาธรุ ะ กอ่ น หลัง / ผา่ น
เรยี น เรียน
3 7 /
/
2 เด็กชายเค่อไจ๋ ลงุ หลู่ 48
/
3 เดก็ หญงิ ธญั ญามาศ พงษว์ นั 59 /
/
4 เดก็ หญิงวรรณภา ทะวัน 3 7/ /
/
5 เด็กหญงิ ฉันทนา จนี า 38 /

6 เด็กหญงิ พัชราภา วทิ ยารักษ์นุกลู 38

7 เด็กหญิงสุพรรษา สนั วงศ์ 49

8 เดก็ หญิงปนดั ดา มู่หลิง่ 39

9 เดก็ หญงิ อณิชา สงั ขห์ อม 49

10 เด็กหญงิ ทิพยธ์ ดิ า บุญมา 28

11 เด็กหญิงหาดสววค์ มนั่ จติ 2 7/

ลงชอื่ ...........................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวแสงระวี ตุ้ยวงศ์)

แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบัติงาน

คำชี้แจง แบบประเมนิ พฤติกรรมระหว่างเรียนฉบับนี้ ใชส้ งั เกตพฤติกรรมระหวา่ งเรียนของผ้เู รยี น
โดยมเี กณฑ์การให้คะแนน ดงั น้ี

ระดับ 3 หมายถงึ ปฏิบตั ิมีความพร้อม ระดบั 2 หมายถงึ ปฏิบตั ิพอใช้
ระดับ 1 หมายถึงปฏบิ ัตนิ ้อยหรือไมป่ ฏิบัติเลย

รายการ

ที่ ชอ่ื -สกุล
ต้ังใจทำแบบฝึกเสริมทักษะ
ความรับผิดชอบ
ช่วยเหลือ ่ึซง ักนและกัน
สรุปความรู้ได้ ูถกต้อง
การนำเสนอหน้าช้ันเรียน

รวมคะแนน
สรุปผลการประเ ิมน

ผ่าน/ไ ่ม ่ผาน

1 เด็กชายชณิ ณกร มาธุระ 2 23 2 2 11 พอใช้/ผา่ น
33 2 2 13 ด/ี ผา่ น
2 เด็กชายเคอ่ ไจ๋ ลุงหลู่ 3 33 3 3 15 ดี/ผา่ น
33 2 3 13 ดี/ผา่ น
3 เด็กหญงิ ธญั ญามาศ พงษว์ ัน 3 33 2 3 14 ดี/ผา่ น
33 3 3 15 ด/ี ผา่ น
4 เดก็ หญงิ วรรณภา ทะวนั 2 33 3 3 15 ด/ี ผา่ น
33 3 3 15 ด/ี ผา่ น
5 เด็กหญงิ ฉันทนา จีนา 3 33 3 3 15 ด/ี ผา่ น
33 2 3 14 ด/ี ผา่ น
6 เดก็ หญงิ พชั ราภา วิทยารักษน์ กุ ลู 3 23 2 2 11
12-15 หมายถงึ พอใช้/ผ่าน
7 เด็กหญิงสพุ รรษา สันวงศ์ 3 8-11 หมายถึง ระดบั ดี
5-7 หมายถึง ระดบั พอใช้
8 เด็กหญงิ ปนัดดา มหู่ ลิง่ 3 ระดบั ปรับปรงุ

9 เด็กหญิงอณิชา สังข์หอม 3

10 เด็กหญงิ ทิพย์ธดิ า บุญมา 3

11 เด็กหญงิ หาดสววค์ ม่ันจิต 2

หมายเหตุ เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนรวม

ลงชอ่ื ................................. .........(ผู้สอน)
(นางสาวแสงระวี ตุ้ยวงศ์)

แบบสังเกตพฤตกิ รรมระหวา่ งเรยี น

คำชีแ้ จง ครปู ระเมินผลการปฏิบัตงิ านของนกั เรียนและใหค้ ะแนนในชอ่ งทตี่ รงกับความเป็นจริง

เกณฑ์การประเมิน ผผู้ ่านการประเมิน ตอ้ งได้คะแนนร้อยละ 80 ขนึ้ ไป

เล ชื่อ - สกุล ความสนใจเรียน(5) รวม สรุป
ความรับ ิผดชอบใน
ขที่ การปฏิบั ิตงาน(5)
เครีวยานม ื่ซอ ัสตย์(5)
ความ ้ตังใจ 20 ผา่ น ไม่ผ่าน
ป ิฏบั ิตงาน(5)

1 เดก็ ชายชิณณกร มาธุระ 4 3 4 3 14 /
2 เด็กชายเค่อไจ๋ ลงุ หลู่
3 เด็กหญงิ ธญั ญามาศ พงษว์ ัน 4 4 5 4 17 /
4 เด็กหญงิ วรรณภา ทะวัน
5 เดก็ หญงิ ฉันทนา จนี า 5 5 5 5 20 /
6 เดก็ หญิงพชั ราภา วิทยารกั ษน์ กุ ลู
7 เด็กหญิงสุพรรษา สันวงศ์ 4 4 5 4 17 /
8 เด็กหญงิ ปนัดดา ม่หู ล่งิ
9 เดก็ หญิงอณิชา สงั ข์หอม 5 5 5 5 20 /
10 เดก็ หญิงทพิ ยธ์ ดิ า บุญมา
11 เด็กหญงิ หาดสววค์ ม่นั จิต 5 5 5 5 20 /

5 5 5 5 20 /

5 5 5 5 20 /

5 5 5 5 20 /

4 3 5 3 15 /

3 4 4 4 15 /

ลงชื่อ.............................................................
(นางวาวแสงระวี ตุ้ยวงศ์)

แบบประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นร้ดู า้ นทกั ษะกระบวนการ

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ..............7................

กจิ กรรม..การแกโ้ จทยป์ ัญหาการ บวก ลบ คณู หารเศษสว่ น

คำชี้แจง ให้ครผู ู้สอนสงั เกตการใช้ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ในขณะปฏบิ ัติกิจกรรมโดย

เขียนระดบั คะแนนลงในตารางที่ตรงกบั ความสามารถของผู้เรยี น

เกณฑก์ ารประเมนิ สรุปผล
การประเมนิ

เลขท่ีชือ่ -สกุล
ทักษะการแ ้ก ัปญหา
ทักษะการให้เหตุผล รวม
ัทกษะการสื่อสาร คะแนน
ทักษะการเช่ือมโยง
ความ ิคด ิรเ ่ริมสร้างสรรค์

ผ่าน
ไ ่มผ่าน

1 เด็กชายชิณณกร มาธุระ 2 2 3 2 3 12 /
2 เด็กชายเคอ่ ไจ๋ ลุงหลู่
3 เด็กหญงิ ธญั ญามาศ พงษ์วนั 2 2 3 3 3 13 /
4 เดก็ หญิงวรรณภา ทะวนั
5 เด็กหญงิ ฉนั ทนา จีนา 3 3 3 3 3 15 /
6 เดก็ หญงิ พชั ราภา วิทยารักษน์ ุกูล
7 เด็กหญงิ สพุ รรษา สันวงศ์ 3 2 3 2 3 13 /
8 เดก็ หญิงปนัดดา มู่หล่ิง
9 เด็กหญิงอณิชา สังข์หอม 3 3 3 3 3 15 /
10 เดก็ หญิงทิพยธ์ ิดา บุญมา
11 เด็กหญงิ หาดสววค์ มนั่ จิต 3 3 3 3 3 15 /

3 3 3 3 3 15 /

3 3 3 3 3 15 /

3 3 3 3 3 15 /

3 3 3 3 3 15 /

1 2 3 2 2 10 /

ลงช่อื ................................... .........................ผปู้ ระเมิน

(นางสาวแสงระวี ตยุ้ วงศ์ )

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ

แบบประเมินพฤติกรรมด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชี้แจง ใหค้ รูผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน การปฏบิ ตั ิงานของนักเรยี นว่า มีการปฏบิ ัติหรือ ไม่
ถ้ามกี ารปฏบิ ัติในรายการใดให้ขดี เครอ่ื งหมาย / ถ้าไม่มีการปฏบิ ัตใิ หข้ ดี เคร่ืองหมาย X

คณุ ลักษณะอนั
พงึ ประสงค์

เลขท่ี ชื่อ-สกุล ใฝ่รู้ใฝ่เรียน รวม สรุปผล
ุ่มง ่ัมนในการทำงาน การประเมนิ

1 เดก็ ชายชณิ ณกร มาธรุ ะ / /2 ผ่าน
ผ่าน
2 เดก็ ชายเคอ่ ไจ๋ ลงุ หลู่ / /2 ผา่ น
ผ่าน
3 เด็กหญงิ ธัญญามาศ พงษ์วัน / /2 ผ่าน
ผา่ น
4 เด็กหญงิ วรรณภา ทะวัน / /2 ผา่ น
ผ่าน
5 เดก็ หญงิ ฉนั ทนา จนี า / /2 ผ่าน
ไมผ่ า่ น
6 เดก็ หญิงพัชราภา วิทยารกั ษ์นกุ ลู / /2 ผา่ น

7 เดก็ หญิงสพุ รรษา สนั วงศ์ / /2

8 เดก็ หญิงปนดั ดา มู่หลิง่ / /2

9 เดก็ หญงิ อณิชา สงั ขห์ อม / /2

10 เด็กหญิงทิพยธ์ ดิ า บญุ มา / X1

11 เดก็ หญงิ หาดสววค์ ม่ันจติ / /2

ระดบั คะแนน ผา่ น 1 รายการ = 1 คะแนน

ผา่ น 2 รายการ = 2 คะแนน

ลงชอ่ื ............................ .....................ผู้ประเมิน

( นางสาวแสงระวี ตยุ้ วงศ์)

เกณฑ์การประเมิน : นกั เรียนมีการปฏบิ ตั ิ 2 รายการข้นึ ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์การประเมิน

แบบบันทึกคะแนน สรปุ ผล
กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ครผู ู้บันทกึ นางสาวแสงระวี ตยุ้ วงศ์ วนั ที่ .........เดือน...................................พ.ศ. .......

แบบฝึกเสริมทักษะท่ี ........เรอ่ื ง ......โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คณู หารเศษสว่ น
คะแนน(10 คะแนน )

ที่ ชอ่ื -สกุล คะแนนสอบก่อนเรียนรวม
กิจกรรม ีท่ .......1.1..........
กิจกรรม ีท่ .......1.2..........
กิจกรรมที่ ......1.3..........
คะแนนสอบหลังเรียน

ผ่าน
ไม่ผ่าน

1 เดก็ ชายชิณณกร มาธุระ 10 3 10 5 10 38 /
2 เดก็ ชายเคอ่ ไจ๋ ลงุ หลู่
3 เด็กหญงิ ธญั ญามาศ พงษว์ นั 3 1 7 3 7 21 /
4 เดก็ หญงิ วรรณภา ทะวนั 4 2 7 3 8 24 / /
5 เดก็ หญิงฉันทนา จนี า 5 3 8 4 9 29 /
6 เดก็ หญงิ พัชราภา วิทยารกั ษ์นุกูล 3 2 7 3 7 22 /
7 เด็กหญิงสุพรรษา สนั วงศ์ 3 3 8 4 8 26 /
8 เดก็ หญิงปนดั ดา มหู่ ลงิ่ 3 3 8 4 8 26 /
9 เดก็ หญิงอณชิ า สงั ขห์ อม 4 3 8 4 9 28 /
10 เด็กหญงิ ทิพย์ธดิ า บญุ มา 3 3 8 4 9 27 /
11 เดก็ หญิงหาดสววค์ มัน่ จติ 4 3 8 4 9 28 /
2 2 7 3 8 22
2 2 7 3 7 21

ลงชือ่ ............................ .....................ผูป้ ระเมิ
( นางสาวแสงระวี ต้ยุ วงศ์)

มากที่ ุสด แบบวดั ความพงึ พอใจของนักเรียนต่อการเรียนคณติ ศาสตร์
มาก โดยใชแ้ บบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์เรอื่ ง โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู หารเศษส่วนระคน กล่มุ
ปานกลาง
น้อย สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
น้อย ี่ท ุสดสำหรับนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6
คำชี้แจง
1. แบบวดั ความพึงพอใจของนักเรยี น ต่อการเรียนการสอน โดยใชแ้ บบฝึกเสรมิ ทกั ษะ
คณิตศาสตรเ์ รื่อง โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ นระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
สำหรับนกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ฉบบั น้มี ีทั้งหมด 20 ข้อ
2. อ่านขอ้ ความแต่ละข้อและขีดเครื่องหมาย (/ )ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ความคดิ เหน็ ของ
นกั เรียนมากทส่ี ุด
3. การตอบแบบวัดความพึงพอใจของนักเรยี นต่อการเรยี นโดยใชแ้ บบฝึกเสรมิ ทักษะ
คณิตศาสตร์เร่ือง โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ นระคน กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
สำหรับนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6ฉบบั นี้ จะไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อนกั เรียน ฉะน้ันขอใหต้ อบ
ตามความคิดเหน็ ท่ีแท้จรงิ ของนักเรียน

ระดบั ความรู้สกึ
รายการ

1. คณิตศาสตรเ์ ปน็ วชิ าที่ส่งเสริมความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์
2. การเรยี นคณิตศาสตร์ เรื่องโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารเศษสว่ น
ระคน ทำให้ฉันเรียนอย่างสนกุ สนาน
3. กิจกรรมคณติ ศาสตร์ในชัน้ เรียนเป็นกจิ กรรมทีส่ นุกสนาน
4. คณิตศาสตร์เปน็ เน้ือหาวชิ าทเี่ ข้าใจง่าย
5. ข้าพเจ้าชอบทำแบบฝกึ หัดวิชาคณติ ศาสตร์
6. เรยี นด้วยความสนกุ ไมเ่ บื่อ ไม่ตอ้ งคอยเพื่อน
7. เรียนดว้ ยความสบายใจ
8. มีความรใู้ นบทเรียนมากขึ้น
9. นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวนั

ระดบั ความรสู้ กึ

รายการ มากที่ ุสด
มาก
10. ภาพประกอบเหมาะสม ปานกลาง
11. อยากใหม้ ีบทเรยี นสำเรจ็ รปู วชิ าอื่นด้วย น้อย
12. กจิ กรรมเหมาะสมกบั เนื้อหา น้อย ี่ท ุสด
13. นักเรียนสนใจในการปฏิบตั งิ าน
14. ตรวจคำตอบดว้ ยตนเองได้
15. รูปเล่ม ตวั หนงั สือ น่าอ่าน
16. เรียนแล้วไม่เครยี ด
17. เรยี นจากบทเรยี นสำเรจ็ รูปแลว้ ทำให้ทำงานมรี ะเบียบมากขึน้
18. เรียนแล้วทำใหม้ ีความรู้ความกา้ วหนา้
19. เวลาเรียนต้องใช้สมาธิ ความตงั้ ใจ
20. นำกลับไปเรียนท่บี ้านได้


Click to View FlipBook Version