วชั พชื ในหนอไมฝรง่ั
(Weed of asparagus)
สถานการณวัชพชื ในหนอ ไมฝรง่ั
หนอไมฝรั่งเปนพืชปลูกอายุยาว 3-10 ป แปลงปลูกตองการความช้ืนมากกวาพืชไรทั่วๆ ไป สภาพ
ดังกลาวเปนปจจัยสงเสริมใหเมล็ดวัชพืชหรือสวนของวัชพืชบางชนิดงอกและเจริญเติบโตไดดีและรวดเร็ว
วัชพืชเปนปญหาทุกชวงการเจริญเติบโต ตั้งแตชวงแรกเร่ิมปลูกหนอไมฝรั่งจากตนเล็กใหไดตนแมท่ีสมบูรณ
แขง็ แรง ชวงท่ีสองเปน ชวงทีเกบ็ เกย่ี วผลผลิต ชว งที่สามคอื ชว งพกั ตัว วัชพืชจะมีการเบียดเบียนนํ้า ธาตุอาหาร
และแสงแดดแลวยังเปนแหลงอาศัยของแมลงและโรคที่เขาทําลายเทานั้น วัชพืชยังบังไมใหเห็นหนอท่ีจะเก็บ
เก่ียว การกําจัดวัชพืชเริ่มต้ังแตขณะตนยังเล็ก ชวยลดการแขงขันกับวัชพืช เพ่ือใหไดตนแมหนอไมฝร่ังท่ีโต
สมบูรณแข็งแรง เสริมศิริ และคณะ (2546) พบวาชวงวิกฤตของการแขงขันระหวางวัชพืชกับหนอไมฝร่ัง อยู
ระหวาง 5-7 สัปดาหหลังจากยายปลูก และหนอไมฝร่ังจะไดผลผลิตสูงสุด เมื่อรักษาแปลงใหสะอาดนาน 9
สัปดาหหลังยายปลูก ระยะเวลาท่ีเหมาะสมในการกําจัดวัชพืชคือ 3 และ 6 สัปดาหหลังยายปลูก และควร
กําจัดวัชพืชตอเนื่องทุกชวง 2-3 สัปดาห จะชวยลดปริมาณวัชพืชในแปลงปลูก และประหยัดแรงงานกําจัด
วัชพืชในระยะยาวลงไดในระยะพักตนเปนชวงท่ีไมใหมีตนแมหนอไมฝร่ังอยูในแปลง ตนวัชพืชโตเต็มแปลง
สามารถจดั การวัชพืชไดหลายวิธี เชน แรงงานหรอื สารกําจัดวัชพชื แตมีรายงานวาการถากกําจัดในรองทางเดิน
แมเพียงเล็กต้ืนๆ ก็อาจทําใหเหงาของหนอไมฝร่ัง เกิดบาดแผลทําใหเกิดโรค Fusarium root rot fungus
บอ ยครงั้ ทท่ี ําใหต นหนอ ไมฝ รัง่ ตาย (Cantnluppi, 2002)
วชั พืชทีพ่ บเสมอในแปลงปลูกหนอไมฝร่ังมักเปนวัชพืชที่งอกจากเมล็ด และจะมีความหลากหลายของ
ชนิดและปริมาณที่แตกตางกันขึ้นอยูกับปจจัยหลายดาน เชน แปลงท่ีปลอยทิ้งวางจะมีโอกาสผลิตเมล็ด หรือ
สะสมสวนขยายพันธุของวัชพืชขามปได สวนแปลงท่ีมีการจัดการวัชพืชสมํ่าเสมอจะพบวัชพืชในปริมาณนอย
เชนกัน วัชพืชที่พบในแปลงปลูกหนอไมฝรั่งมีหลากหลายชนิด สามารถเรียงลําดับตามปริมาณของวัชพืชที่
สํารวจพบไดดังนี้วัชพืชประเภทใบแคบ เชน หญาตีนนก (ภาพที่ 20) หญาตีนกา (ภาพที่ 21) หญาปากควาย
(ภาพที่ 22) และหญา นกสีชมพู (ภาพที่ 23) วัชพืชประเภทใบกวาง เชน ผักโขม (ภาพท่ี 24) ผักเบี้ยหิน (ภาพ
ที่ 25) ผักเบี้ยใหญ (ภาพท่ี 26) พรหมพระอินทร (ภาพที่ 28) นํ้านมราชสีหเล็ก (ภาพที่ 29) และ และวัชพืช
ประเภทกกทขี่ ยายพนั ธุดว ยหวั และพบมากในแปลงหนอไมฝรงั่ ไดแก แหวหมู (ภาพที่ 16)
แหวหมู
ชอ่ื วิทยาศาสตร Cyperus rotundus L.
วงศ Cyperaceae
ช่อื สามัญ Nut grass
ช่ือไทย แหว หมู; หญา ขนหมู
ลักษณะ พืชมีอายุหลายป ลําตน เปน รปู สามเหลี่ยมต้ังตรง สวนโคนหนา เหงาใตดินเช่ือมตอจากโคน
ตน หวั สรางทีป่ ลายเหงา ลาํ ตนเปนกอสูง 30-70 เซนติเมตร ใบ เรียวยาว 5-20 เซนติเมตร พรอมดวยแผนใบ
ท่ีแผอ อกกาบใบเช่ือมตดิ กนั เปน ทอ ดอก เปนชอดอกแบบคันรม ประกอบดวยแถวของดอกเปน3-8 แถว สวน
ของดอกยอยคอนขางแบน ไมมีกาน ยาว 1-3 เซนติเมตร จัดเรียงตัวเปนชอรูปไขการขยายพันธุท่ีสําคัญโดย
เกิดทสี่ ว นของหัว
หญา ตนี นก
ช่ือวิทยาศาสตร Digitaria ciliaris (Retz.) Koel.
วงศ Poaceae
ช่ือสามัญ Crab grass, Finger grass, Tropical crabgrass
ชอื่ ไทย หญาตนี นก หญาปลองขา วนก
ลักษณะ พชื อายุหลายป ลาํ ตน ทอดเล้ือยแลวต้ังตรง สูง 20-60 เซนติเมตร ใบ กาบใบเกลี้ยง ยกเวน
ตามขอบใบมีตอมขน ขอบใบขนานแคบ ยาว 20 เซนติเมตร กวาง 3-10 มิลลิเมตร ล้ินใบเปนแผนบางดอก
ออกเปนชอ มี 4-7 แขนง ยาวไดถึง 12 เซนติเมตร ชอดอกยอยออกเปนคู มีกานและไมมีกานรูปไข ยาว 3.2
มิลลิเมตร เรียงตัวดานเดียวของแกน กาบคลุมลางรูปสามเหล่ียม กาบคลุมบนรูปสามเหล่ียมแคบ ขนาดใหญ
กวากาบคลุมลาง ชอดอกยอยประกอบดวย 2 ดอก ดอกลางเปนหมัน ใบประดับนอกมีเสนสัน 5 เสน ใบ
ประดับในลดรูป ดอกยอยบนเปนดอกสมบูรณเพศ ใบประดับนอกบางใส ใบประดับในมีรูปรางเหมือนใบ
ประดับนอก แตมีเกสรเพศผู 3 อัน เกสรเพศเมียปลายแยกเปน 2 แฉก ผล ยาว 3 มม. มีสวนของใบประดับ
นอกและใบประดบั ในทแ่ี ข็งติดอยู ขยายพนั ธโุ ดยเมล็ด และลาํ ตน
หญา ตนี กา
ชอ่ื วิทยาศาสตร Eleusine indica (L.) Gaertn.
วงศ Poaceae
ชื่อสามัญ Goosegrass, wiregrass
ชอ่ื ไทย หญา ตีนกา, หญาปากคอก, หญาปากควาย
ลักษณะ พืชอายุปเดียว ลําตน ทอดนอนแลวตั้งตรง แตกเปนกอสูง30-60 เซนติเมตร กาบใบเกลี้ยง
แตอาจพบขนบริเวณทตี่ ิดกบั แผนใบ ใบ แคบยาว 10-35 เซนติเมตร ปลายแหลมกวาง 7 มิลลิเมตร ลิ้นใบเปน
เยื่อบางๆ มีขนบริเวณเข้ียวใบ ดอก ออกเปนชอ ดอกยอยมีกานส้ันมากหรือไมมีกาน มี 3-12 ชอ ออกจากจุด
เดียวกัน ยาว 3-15 เซนตเิ มตร และมักมี 1 ชอท่อี ยตู ํา่ ลงมา แกนกลางแบน ชอ ดอกยอ ยยาว 5-6 มิลลิเมตร ไม
มีกาน ผิวเกล้ียง เรียงแบบสลับบนแกน ประกอบดวยดอกยอย 4-6 ดอก ดอกทางดานบนของชอ 1-2 ดอก
เปนเพศผู กาบคลุมลาง รูปใบหอก ขอบมวน กาบคลุมบนยาวกวาเล็กนอยรูปหัวใจ ใบประดับนอกยาว 2.6-4
มิลลิเมตร รูปหัวใจปลายแหลม ขอบมวน ใบประดับในยาว 2-3 มิลลิเมตร ขอบไมมวน เกสรเพศผูมี 3 อัน
เกสรเพศเมียปลายแยกเปนสองแฉก ผลยาว 1.2 มิลลิเมตร มีรอยยนตามผิว รูปไขปลายแหลม สีน้ําตาล ผลิต
เมล็ดได 40,000 เมลด็ ตอ ตน เมล็ดงอกในระดับท่ีลึกไมเกิน 5 เซนติเมตรจากผิวดิน เม่ืองอกใบแรกมักจะแบน
ราบอยูบนดิน ใบตอ มาแบนรปู ตัววี ดูทั้งตนคลายเรอื ใบ หญา ตีนกาไมท นรม เงา ขยายพันธุดวยเมล็ด
หญา ปากควาย
ชอ่ื วิทยาศาสตร Dactyloctenium aegyptium (L.) P. Beauv.
วงศ Poaceae
ชอ่ื สามัญ crowfoot grass, coast buttongrass, beach wiregrass
ช่ือไทย หญาปากควาย, หญาปากกลว ย
ลักษณะ พืชอายุปเดียว ลําตน ทอดเลื้อยแลวต้ังตรง แตกเปนกอสูง 15-50 เซนติเมตร กาบใบเปน
แผนหนาเนื้อหยาบ ใบ รูปขอบขนานปลายแหลม ยาว 7-15 เซนติเมตร กวาง 0.5-1 เซนติเมตร ขอบใบมีขน
กระจาย ล้ินใบเปนแผนบางมีขนเล็กนอย ดอก ออกเปนชอ แบบชอเชิงลด มี 4-5 แขนงออกจากจุดเดียวกัน
แตล ะชอยาว 1.5-7 เซนตเิ มตร มกั มีขนสีขาวทีโ่ คน แกนคอ นขางแบน ชอดอกยอยแบนทางดานซาย เรียงดาน
เดียวบนแกน ชอดอกซอนเหล่ือมกันเปนสองแถว กาบคลุมลางเปนแผนบางใส ปลายแหลมเปนต่ิง มีขนแข็ง
บนเสนสัน ดอกยอยบนเปนดอกสมบูรณเพศ ใบประดับนอกบางใส รูปไข ใบประดับในเปนแผนบางใส ผิว
เกลี้ยง รูปไข ปลายเวาเปน สองแฉก เกสรเพศผมู ี 3 อนั เกสรเพศเมียปลายแยกเปน 2 แฉก ผล รูปไต สีนํ้าตาล
ผิวเปน คลนื่
หญานกสีชมพู
ชือ่ วิทยาศาสตร Echinochloa colana (L.) Link.
วงศ Poaceae
ชอ่ื สามัญ Jungle rice, Awnless baryardgrass, birdsrice
ชอ่ื ไทย หญา ตนแก, หญา ขา วนก, หญา นกเขา
ลักษณะ พืชอายุปเ ดียว ลาํ ตน ตนสีแดงออกมวง ต้ังตรง อาจทอดเอนบาง แตกแขนงเปนกอจากโคน
ตน มีรากจากขอลางๆ ตนสูง 60 เซนติเมตร ขอบวมเล็กนอย อาจพบขนแข็งบริเวณรอยตอ กาบใบและแผน
ใบ มักมีสีแดง ขอบใบขนาน ปลายแหลม ขอบเปนคล่ืน ยาว 11 เซนติเมตร กวาง 3-6 มิลลิเมตร ผิวใบและ
กาบใบเกลี้ยง ไมมีล้ินใบ ดอก ออกเปนชอ แบบชอแขนง ยาว 5-15 เซนติเมตร มี 8-10 แขนงส้ันๆ คอนขาง
แบน และมขี นสากคาย ชอดอกยอยจํานวนมาก ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร เรียงตัวแนนทางดานบนของแกนเปนส่ี
แถว กาบคลุมลางมีเสนสัน 3 เสน กาบคลุมบนรูปเรือ ปลายแหลมมีขนาดใหญกวากาบคลุมลาง ชอดอกยอย
ประกอบดวย 2 ดอก ดอกลางเปนหมัน ใบประดับนอกรูปเรือปลายแหลม ใบประดับในเปนแผนใส ดอกยอย
บนเปนดอกสมบูรณเ พศ ใบประดับนอกแข็งเปนมันปลายแหลม ใบประดับในคลายใบประดับนอก เกสรเพศผู
มี 3 อัน เกสรเพศเมียมีปลายแยกเปน สองแฉก ผลยาว 2-3 มิลลเิ มตร ขยายพันธดุ ว ยเมลด็
ผกั โขม
ช่ือวิทยาศาสตร Amaranthus viridis L.
วงศ Amaranthaceae
ช่ือสามัญ Chineses spinach.
ช่อื ไทย ผกั โขม (กลาง),ผกั โหม,ผักหม (ใต) , ผักโหมเกลี้ยง (แมฮ องสอน), กระเหมอลอเตอ(กะเหรี่ยง
,แมฮ องสอน)
ลักษณะ ผักโขมเปนไมพมุ เตีย้ และเปนพืชลม ลุกปเดียว สูง 30-100 เซนติเมตร ลําตน ลําตนอวบน้ํามี
สีเขียวตั้งตรงแตกกิ่งกานสาขามาก โคนมีสีแดงน้ําตาล ใบ ใบเปนใบเดี่ยวรูปไขคลายสามเหล่ียมใบออกแบบ
สลับกวาง 2.5-8 เซนติเมตรยาว 3.5-12 เซนติเมตร ผิวเรียบหรือมีขนเล็กนอย ขอบใบเรียบหลังใหเปนคล่ืน
เล็กนอ ย ดอก ดอกเปนดอกชอสีมวงปนเขียว ออกดอกเปนชอตามซอกใบและปลายกิ่งดอกยอยเรียงตัวอัดกัน
แนน เมลด็ เมลด็ มีลักษณะกลมสนี า้ํ ตาลเกือบดํา ขนาดเลก็ ขอบหนาสีซดี ขยายพันธดุ ว ยเมล็ด
ผักเบ้ยี หนิ
ชอ่ื วิทยาศาสตร Trianthema portulacastrum L.
วงศ Aizoaceaee
ชือ่ สามัญ horse purslane
ช่อื ไทย ผักเบย้ี หนิ , ผักโขมหิน
ลักษณะ พืชอายุปเดียว ลําตน แผราบไปตามพ้ืนดิน กลมอวบน้ํา สีเขียวอมมวง แตกกิ่งกานโปรง มี
ขนละเอียด ใบ เปนเด่ียวออกจากลําตนแบบตรงขามเปนคู รูปรางคอนขางกลม รูปไขหรือไขกลับปลายใบมน
หรืหยักเวาตื้นๆ ขอบใบเปนคลื่น ขนาดของใบแตละคูจะไมเทากัน ใบหน่ึงจะใหญกวาอีกใบหนึ่ง กานใบยาว
โคนกานใบแผอ อกเปน ดอก เปน ดอกเด่ียว ออกตามซอกใบ ไมมีกานดอก กลีบดอกสีขาวอมชมพู 5 กลีบออก
ดอกตลอดป ผล มีลักษณะเปนฝกติดอยูตามซอกใบ สวนลางของฝกฝงจมอยูในงามใบ ภายในฝกมีเมล็ดสีดํา
รปู ไตขนาดเลก็
ผักเบยี้ ใหญ
ชอื่ วิทยาศาสตร Portulaca oleracea L.
วงศ Portulacaceae
ช่ือสามัญ commom purslane
ชอ่ื ไทย ผกั เบ้ียใหญ ผกั เบ้ียดอกเหลือง
ลักษณะ พืชอายุปเดียว ลําตน ลําตนสีมวงแดง อวบนํ้า ตั้งตรงหรือแผกิ่งกานตามพ้ืนดิน ผิวลําตน
เกล้ยี ง ใบ ใบเด่ียว แผนใบรปู ไขก ลบั เรยี งเวียนหรอื ตรงขาม แผนใบรูปไขหรือไขกลับ ใบหนา อวบน้ํามองเห็น
เสนใบไมชดั เจน ดอก ดอกเดี่ยว สีเหลือง ออกตามปลายยอด กลุมละ 2-7 ดอก กลีบดอกสีเหลือง 5 กลีบ ผล
ทรงกลม ขนาดเลก็ เมล็ด สีดาํ กลมแบน ผวิ ขรขุ ระ เงาเปนมัน ขยายพันธุด ว ยเมล็ด
พรหมพระอินทร
ช่ือวิทยาศาสตร Portulaca pilosa L.
วงศ Portulacaceae
ช่อื สามัญ hairy pigweed
ช่อื ไทย พรมพระอนิ ทร, สารพัดพิษ
ลักษณะ พืชอายุขามป ลําตน ทอดนอน ตั้งข้ึน สูง 5-20 เซนติเมตร. มีขนอุยสีขาวหนา มีขอชัดเจน
แตกก่ิงสานกันแนนคลายเส่ือ ใบ เด่ียว ออกสลับ อวบน้ําหนา รูปแถบหรือรูปหอก ยาว 0.2-1.6 เซนติเมตร.
กวาง 1-2.5 เซนติเมตร. ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม กานใบสั้น มีขนบริเวณซอกใบดอกเดี่ยว สีเหลือง ผล
แหงแตก แตกแบบฝาเปด เมล็ดรปู ไต ยาว 0.5-0.8 มลิ ลิเมตร เม่อื แกสีดาํ ผิวขรุขระ มีขนทฐี่ านใบและฐานดอก
ขยายพันธุด วยเมลด็ หรือเมอ่ื ตนถูกตดั หรอื มีแผล จะสามารถขยายพนั ธตุ อ ไปได
นํา้ นมราชสหี เ ล็ก
ช่ือวิทยาศาสตร Euphorbia thymifolia L.
วงศ Euphorbiaceae
ชื่อสามัญ hairy spurge, caustic red creeper, thyme leaved spurge
ช่อื ไทย นาํ้ นมราชสีหเ ลก็
ลักษณะ จัดเปนพืชอายุปเดียว ลําตน แตกแขนงมาก ทอดเล้ือยแผเปนวง เสนผานศูนยกลาง
ประมาณ 20 เซนติเมตร ลําตนและใบมีนํ้ายางสีขาว ลําตนกิ่งสีชมพูอมน้ําตาลแดง มีขนราบเอนกระจายใบ
เปนใบเดี่ยว แตกแบบตรงขาม ในระนาบเดียวกัน หูใบรูปแถบ ก่ิงดานขางใบมีขนาดเล็กกวา ปลายใบกลม มี
หยักแหลมเล็กนอย โคนใบเบี้ยว ขางหน่ึงเปนต่ิงคลายรูปหัวใจ ขอบใบจักฟนเล่ือยหางๆ แผนใบมีขนกระจาย
เลก็ นอ ยทั้งสองดาน ดอก เปนชอ ออกตามซอกใบสนั้ ๆ ไรก า น ชอ ดอกยอ ย
ติดกนั แนนเปน จกุ มที ้ังดอกเพศผูและดอกเพศเมียในชอเดียวกัน ดอกเพศผูอยูดานขาง มีหลายดอก เกสรเพศ
ผูลดรูปเหลือ 1 อัน กานเกสรสั้นๆ ติดบนกานดอก ดอกเพศเมีย 1 ดอก ติดดานบน รังไขมี 3 พู เกือบไรกาน
กานเกสรเพศเมีย 3 อัน ยอดเกสรยาวประมาณ 0.6 มลิ ลิเมตร ปลายแยก 2 แฉก ผล แบบแคปซูล มี 3 พู ยาว
ประมาณ 1 มลิ ลเิ มตร มีขนสนั้ นุม กานผลยาว 0.3-0.4 มิลลิเมตร เมล็ด เมื่อแกเปลือกจะแหงและแตกออก สี
เหลืองอมนํ้าตาล ผิวมีรองตื้นๆ เมล็ด 1 เมล็ดในแตละซีกผล รูปรี เปนเหลี่ยมเล็กนอย ยาวประมาณ 0.8
มิลลิเมตร ขยายพันธุดวยเมล็ด ออกดอกตลอดป
การปองกนั กาํ จดั วัชพืชในแปลงปลูกหนอ ไมฝรงั่
1. การควบคุมวชั พืชโดยไมใชส ารกําจัดวัชพืช อาจทําไดหลายวิธี คอื
1.1 การไถเตรยี มดินกอนปลกู อาจทําการไถ 1-2 ครั้ง คร้ังแรกไถกลบกําจัดตนวัชพืชที่ขึ้นอยู ตากดิน
ท้ิงไว 1-2 สัปดาห ทําการไถหรือคราดครั้งที่สอง เพ่ือกําจัดตนออนวัชพืชท่ีงอกขึ้นมาหลังการไถครั้งแรก แลว
ปลกู พชื ทันทจี ะชวยลดปรมิ าณวชั พชื ไดร ะดับหน่งึ
1.2 การใชวสั ดคุ ลมุ ดิน เชน การใชฟางขาว เปลือกถั่ว เศษพืช แกลบ ฯลฯ เปนตน คลุมดินทันทีหลัง
ปลูกพืชจะชว ยควบคมุ วชั พืชบางชนิด และชว ยรักษาความชื้นในดนิ
1.3 การใชแรงงาน หรือเครื่องมือกล การใชมือถอน หรือใชจอบถาก อาจทํา 1-2 ครั้งในชวง
ระยะแรกของการเจริญเติบโตของผักโดยเฉพาะวัชพืชท่ีขยายพันธุดวยหัว หรือเหงา เชน แหวหมู ควรเก็บให
มากทสี่ ดุ
1.4 การใชอัตราปลกู สงู การใชอ ัตราการหวานหรอื จาํ นวนตนตอพื้นทใี่ หเตม็ พ้นื ที่ปลูก จะชวยลดพ้ืนที่
วา งไมใ หว ัชพชื ขนึ้ แขงขนั กบั พชื ปลูกได
2. การควบคุมโดยใชสารกําจัดวัชพืช พนสารกําจัดวัชพืชตามคําแนะนําของกลุมวิจัยวัชพืช สํานักวิจัย
พัฒนาการอารักขาพชื ดงั นี้
2.1 สารกําจัดวัชพืชท่ีเหมาะสมในการกําจัดวัชพืชในหนอไมฝรั่งระยะตนโต ประเภทหลังวัชพืชงอก
ไดแ ก
- ฟลูอะซฟิ อบ พี บิวทลิ (fluzaifop-p-butyl 15% W/V EC)
- ฮาโลซฟิ อป อาร เมธิล (haloxyfop-R-methyl 10.8% W/V EC)
- โพรพาควซิ าฟอป (propaquizafop 10% W/V EC)
- ควิซาโลฟอป พี เทฟรู ลิ (quizalofop-P-tefuryl 4% W/V EC)
- คลีโทดิม (cletodim 24% W/V EC)
- ไซฮาโลฟอป บวิ ทิล (cyhalofop butyl 10% W/V EC)
- ฟโนซาพรอป พี เอธิล (fenoxaprop-p-ethyl 6.9% W/V EW)
- เมทรบิ ูซิน (metribuzin 48% W/V SC, metribuzin 70% WP)
โดยพน ระหวา งแถวปลกู ระวังละอองสารไมใ หส ัมผสั ตนหนอไมฝรัง่
2.2 ระยะหนอไมฝร่งั ชว งพกั ตน ไดแ ก
- อมิ าเซทาเพอร (imazethapyr 5.3% W/V SL)
- ไตรฟลรู าลิน (trifluralin 48% W/V EC)
- เมทริบูซิน (metribuzin 48% W/V SC, metribuzin 70% WP)
- ออกซาไดอะซอน (oxadiazon 25% W/V EC)
- ออกซีฟลอู อรเฟน (oxyfluorfen 23.5% W/V EC, oxyfluorfen 48% W/V SC)
- โคลมาโซน (clomazone 48% W/V EC)
- เพนดเิ มทาลิน (pendimethalin 33% W/V EC)
- อะลาคลอร (alachlor 48% W/V EC)
โดยทําการพนในรอ งทางเดนิ ระวังไมใ หล ะอองสารสัมผสั แนวปลูก
การใชส ารไกลโฟเสท ไอโซโพรพลิ แอมโมเนียม (glyphosate isopropylamonium 48% W/V SL),
พาราควอท ไดคลอไรด (paraquat dichloride 27.6% W/V SL) ควรพนสารกาํ จดั วัชพืชเมื่อ 20 วนั หลัง
กําจัดวชั พชื พน เฉพาะในรอ งทางเดินระหวา งละอองสารไมใหสัมผสั ตน หนอ ไมฝ ร่ังไมเปน พษิ ตอตน หนอ ไมฝรง่ั
จะควบคมุ วัชพชื ไดดี ประเภทกอนวชั พชื งอก ไดแก ไดยรู อน (diuron 80% SC, diuron 80% WG, diuron
80% WP), ออกซาไดอะซอน (oxadiazon 25% W/V EC), เพนดเิ มทาลนิ (pendimethalin 33% W/V EC)
และเมทรบิ ูซนิ (metribuzin 48% W/V SC, metribuzin 70% WP) พน คลุมดนิ ทั่วท้งั แปลงทันที หลังจาก
กาํ จัดวชั พืช
เทคโนโลยกี ารจัดการศัตรูหนอ ไมฝ รง่ั โดยวิธผี สมผสาน
(Technology of Integrated Pest Management on Asparagus)
เทคโนโลยีการจัดการศัตรูหนอไมฝรั่งโดยวิธีผสมผสาน เปนการทดลองในแปลงเกษตรกรโดยมีการ
เปรียบเทียบกับวิธีการของเกษตรกร โดยเปรียบเทียบ ชนิด และ จํานวนปริมาณศัตรูพืชศัตรูธรรมชาติ ชนิด
ของสารกําจัดศัตรูพืชและอัตราการใช น้ําหนักและราคาผลผลิต ตลอดจนสารพิษตกคางในผลผลิต และ
ผลตอบแทนการลงทุน การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน ประกอบดวย การสุมนับแมลงศัตรูพืชทุก 7 วัน การ
ใชระดับเศรษฐกิจ ใชเชื้อจุลินทรีย (NPV, Bt) สารสกัดสะเดา และสารฆาแมลง ในการปองกันกําจัดแมลง
ศัตรูพืช การจัดการดานโรคพืช โดยมีการสมุ สาํ รวจการใชสารปอ งกนั กาํ จัดโรคพชื การจดั การดานวัชพืช มีการ
สมุ สํารวจชนิดของวัชพชื และจัดการโดยวธิ กี ารถอนตน โดยมีการตรวจนับชนิด และจาํ นวนปริมาณศัตรูพืชทุก
7 วัน
แนวทางการจัดการศัตรหู นอไมฝรง่ั วิธีผสมผสาน (IPM)
1. สํารวจศัตรพู ืชทุก 7-10 วนั (100 กอตอไร)
2. ระดบั เศรษฐกจิ
-หนอนกระทูหอม หนอนกระทูผกั กลมุ ไข 0.2 กลุม หรือหนอน 1 ตวั ตอ กอ
-หนอนเจาะสมอฝา ย 0.5 ตัวตอกอ
-เพลี้ยไฟ 20 ตัวตอ กอ
-โรคพืช พบการทําลาย 5 เปอรเซน็ ต
3. สารชีวนิ ทรีย ไวรสั NPV (หนอนกระทหู อม หนอนกระทูผ ัก และหนอนเจาะสมอฝา ย) เม่อื พบแมลงศัตรูเกนิ
ระดบั เศรษฐกจิ
4. สารเคมีปองกนั กําจัดศตั รูพชื ไดแกส ารฆา แมลงตอสารสกัดสะเดา สารปองกนั กาํ จดั โรคพชื และสารปองกนั
กาํ จัดวชั พืช
5. เทคนคิ การพน สาร อตั รา 120 ลติ รตอ ไร
การทดสอบแบบวิธีผสมผสานจะชวยสามารถลดจํานวนคร้ังในการใชสารปองกันกําจัดศัตรูพืชลงได
45.65 เปอรเซ็นต และปริมาณลงไดอีก 75.44 เปอรเซ็นต เสียคาใชจายเปนตนทุนการผลิต 17,701.2,
16,733.52 บาทตอไร ไดนํ้าหนักผลผลิตตอไร 2,330.27, 1,508.59 กิโลกรัมตอไร ทําใหไดกําไรสุทธิ
51,575.76, 25,083.26 บาทตอ ไร ไดผลตอบแทนตอ การลงทนุ 3.91, 2.50 สวนวธิ ีการของเกษตรกร เสียค
การวิเคราะหส ารพิษตกคา งในหนอไมฝ รงั่
(Residue analysis of asparagus)
1. สภาพการทดลอง (Experimental Conditions)
1.1 สถานท่ี อยางนอย 2 แหลง ปลูก หรอื 2 ฤดกู าล
1.2 การวางแผนการทดลอง แบบ supervised residue trial
1.3 จาํ นวนซา้ํ (replication) ไมนอยกวา 3 ซ้าํ แยกวเิ คราะหแ ตละซา้ํ
1.4 ขนาดของแปลงทดลอง พน้ื ท่ีปลกู ขนาดประมาณ 800 ตารางเมตร และตองมปี รมิ าณผลผลติ
เพยี งพอตอการเกบ็ ตัวอยางตามจาํ นวนคร้งั ที่กําหนดเพ่ือนํามาวเิ คราะหส ารพิตกคาง
2. กรรมวิธี (Application of Treatments)
2.1 การใชวตั ถุอนั ตรายทางการเกษตร
2.1.1 เคร่อื งพน ควรเปนเครื่องพน ชนิดแรงดนั สงู (High pressure pump sprayer) หรือ
เครอื่ งพนสารแบบสบู โยกสะพายหลัง (Knapsack sprayer)
2.1.2 อตั ราการใชว ตั ถุอันตรายทางการเกษตรใชต ามอัตราสงู สุดและระยะหา งการใชตาม
คําแนะนําบนฉลาก กรณที ี่ฉลากไมกาํ หนด ใหพนทุกๆ 7 วนั ไมนอ ยกวา 3 คร้ัง
2.1.3 อัตราการใชน าํ้ 120 ลติ รตอ ไร สําหรับเครื่องพนสารแบบสูบโยกสะพายหลงั หรอื ตาม
คําแนะนําของกรมวิชาการเกษตร การผสมและพนแยกแตละซ้ํา
2.2 แปลงทดลอง
2.2.1 แปลงเปรยี บเทยี บ (control) เปน แปลงที่ไมพนวตั ถุอันตรายทางการเกษตรที่ทดลอง
มี 1 ซ้าํ
2.2.2 แปลงท่พี น วัตถุอนั ตรายทางการเกษตรที่ทดลอง (treatment) มี 3 ซํา้
2.2.3 แปลงแตละซํา้ เวน ระยะหา งไมน อยกวา 2 เมตร
2.3 การเกบ็ ตวั อยา ง
2.3.1 สมุ เกบ็ หลงั การพน ครั้งสุดทา ยที่ 0 วนั (หลงั พน 2 ชวั่ โมง) 1-3 วนั และอกี 4 คร้งั เปน
อยา งนอย ใหครอบคลุมวนั ท่เี กบ็ เกย่ี ว (Pre harvest interval: PHI)
2.3.2 สมุ ตัวอยา งจากแปลงเปรยี บเทยี บกอนแปลงท่ีพนวัตถุอนั ตรายทางการเกษตรท่ีทดลอง
โดยสุมตัวอยางแตล ะซ้าํ ใหกระจายทวั่ แปลงเพ่อื เปน ตวั แทนท่ีถกู ตอง ใหไดจ ํานวนไมนอยกวา 12
หนอจาก 12 กอ ปรมิ าณไมน อยกวา 2 กิโลกรัม เวน ระยะ 1 เมตร ทห่ี ัวแปลงและทายแปลง ไมส มุ ชิด
ขอบแปลง
2.3.3 บรรจตุ ัวอยา งลงในถงุ พลาสตกิ แลวปดใหสนทิ ตดิ ปา ยฉลากใหชัดเจน
2.3.4 รีบนําตัวอยางสงหองปฏิบัติการเร็วที่สุด ตัวอยางอยูในสภาพเดิม และไมเกิดการ
สลายตวั ของสารพษิ ตกคา งกอ นถึงหองปฏิบตั ิการ หรือเก็บตัวอยางในสภาพเย็นในระหวา งการขนสง
3. การบันทึกขอมูล (Record) บันทึกขอมูลในแบบบันทึกการทดลองสารพิษตกคางเพ่ือการขึ้นทะเบียน
ไดแก บนั ทึกการพน สารปองกันกําจัดศัตรูพืช (บท.3) และบนั ทกึ การเก็บเกยี่ วผลผลิต (บท.4)
ขอ กําหนดเกยี่ วกับศตั รูพืชเพื่อการสงออกหนอไมฝรั่งและการจัดการ
การสงออกสินคาเกษตรน้ันการดําเนินการใดๆ จะขึ้นกับขอกําหนดของประเทศผูนําเขาวามีการวาง
มาตรการไวอยางไร เพื่อใหผูสงออกไดทราบและปฏิบัติตาม ซ่ึงปจจุบันประเทศในกลุมสมาชิกองคการการคา
โลก (World Trade Organization, WTO) ไดมีการทําความตกลงทางการคาในรูปแบบทวิภาคีหรือพหุภาคี
กันหลายๆประเทศ สําหรับประเทศไทยมีการเปดการคาเสรีกับหลายประเทศในภูมิภาคตางๆ โดยมีการทํา
ความตกลงทางการคา (Free Trade Area, FTA) และหลายๆ ประเทศเรม่ิ มีการใชมาตรการสุขอนามัยพืชเพ่ือ
ปกปองคุมครองสินคาเกษตรตนเอง ดังน้ันเพ่ือใหเปนไปตามอนุสัญญาอารักขาพืชแหงชาติ (International
Plant Protection Convention, IPPC) กาํ หนดไว ทาํ ใหป ระเทศทเ่ี ปน ภาคีสมาชิกของอนุสัญญาน้ีตองปฏิบัติ
ตาม โดยหนวยงานที่รับผิดชอบและดําเนินการจัดทําขอมูลเพื่อเปดตลาดสินคาเกษตร คือ หนวยงานอารักขา
พืชแหงชาติ (National Plant protection Organization, NPPO) ของประเทศตน ทาง
ปจจุบันการเปดตลาดอาจเกิดจากหลายเหตุผล เชน (1) มีผูย่ืนเร่ืองขอใหดําเนินการจัดทําขอมูลเปด
ตลาดสนิ คา เกษตรออกไปจาํ หนา ยยงั ตา งประเทศ (2) ประเทศคูคามีการเปล่ียนแปลงกฎระเบียบในการนําเขา
สินคา หรือ (3) มีการตรวจพบศัตรูพืชใหมๆ ทําใหประเทศผูนําเขาจําเปนตองดําเนินการวิเคราะหความเสี่ยง
ศัตรูพืชเพ่ือกําหนดมาตรการสุขอนามัยพืชในการนําเขา กรมวิชาการเกษตรในฐานะเปนหนวยปฏิบัติของ
องคกรอารักขาพืชแหงชาติของประเทศไทย (NPPO) จึงเปนผูรับผิดชอบดําเนินการจัดทําขอมูลหากมีผู
ประสงคจะสงสินคาไปจําหนายยังตางประเทศท่ีมีการกําหนดใหมีการจัดเตรียมขอมูลเปดตลาดเพื่อใชในการ
วิเคราะหความเสี่ยงศัตรูพืช ดังเชนประเทศเวียดนาม ที่กําหนดใหประเทศสงออกตองสงขอมูลใหเวียดนาม
ดําเนินการวิเคราะหความเสี่ยงศัตรูพืชกอนมีการนําเขาสินคา โดยเฉพาะกับประเทศที่ไมเคยสงออกมากอน
และยังมีมาตรการทางสขุ อนามัยประกอบการพิจาณานาํ เขา ดวย เสนอมาตรการจัดการศัตรูพืชท่ีมีโอกาสติดไป
กับสินคาที่มีศักยภาพสงออกของประเทศไทย โดยมีการวิเคราะหความเสี่ยงศัตรูพืชเบ้ืองตนกับพืชท่ีตองการ
สงออก เพื่อใหทราบวามีศัตรูพืชชนิดใดที่มีโอกาสเปนศัตรูพืชกักกันของประเทศคูคาน้ัน เม่ือทราบชนิดของ
ศัตรูพืชแลวจะไดวางมาตรการจัดการศัตรูพืช เพื่อเสนอใหประเทศคูคาไดพิจารณาการนําเขาสินคาจาก
ประเทศไทย
การออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ใหกับหนอไมฝรั่งหรือผลผลิตของ
หนอไมฝร่ัง เพ่ือสงออกไปตางประเทศเปนการปฏิบัติงานภายใตพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 ซ่ึงแกไข
เพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัตกิ กั พชื (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2542 และพระราชบญั ญัตกิ กั พืช (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2551
การออกใบรบั รองสุขอนามัยพืชมิใชมาตรการบังคับ ขึ้นกับความประสงคของผูสงออก หรือเปนความ
ตองการของประเทศผูนําเขาท่ีตองการใหมีใบรับรองสุขอนามัยพืชกํากับไปกับพืช/ผลผลิตพืช เพ่ือเปนการ
แสดงวา พชื หรอื ผลผลติ พชื ท่สี ง ออกไปน้ันปราศจากศัตรูพชื
การจัดการเพอ่ื การสง ออก
การนําเขาหนอ ไมฝร่ังในทุกๆ ประเทศทเ่ี ปนประเทศคูคา กับประเทศไทยกาํ หนดใหตอ งมีใบรับรอง
สขุ อนามัยพชื (Phytosanitary Certificate) กํากับมากับสินคา
การวางมาตรการทางสขุ อนามยั พชื ของประเทศคคู าบางประเทศทําใหประเทศไทยตองมีความเขมงวด
กับศัตรูพืชทีม่ รี ายงานพบในประเทศไทย ดังน้ันประเทศไทยไดกําหนดมาตรการในการขอใบรับรองสุขอนามัย
พืช ไดแก
1. ประเทศกลมุ สหภาพยโุ รป (European Union)
ประเทศไทยกําหนดใหหนอไมฝร่ังเปนพืชควบคุมเฉพาะ หมายถึง พืชที่ถูกกําหนดวาตองผานการ
ตรวจสอบเชื้อจุลินทรีย หรือส่ิงอ่ืนใดที่เปนอันตรายตอสุขภาพของมนุษย ตามประกาศกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ เร่ือง กําหนดพืชเปนพืชควบคุมเฉพาะ พ.ศ. 2552 และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรื่อง
กําหนดพืชเปน พชื ควบคมุ เฉพาะ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552 และเง่ือนไขการขอใบรับรองสุขอนามัยพืชสําหรับพืช
ควบคุมเฉพาะที่จัดหนอ ไมฝร่ังเปน ประเภทควบคุมเฉพาะทัว่ ไปมีดงั น้ี
- ผสู ง ออกตองจดทะเบยี นเปนผสู งออกสินคาผักและผลไมสดไปสหภาพยุโรป (ทะเบยี น EU-XX-XXX)
- บริษัทหรือโรงคัดบรรจุตองผานการรับรองคุณภาพและมาตรฐานตามระบบการผลิตท่ีดี (Good
Manufacturing Practice: GMP AC -03-03-XXXX-XXXX-XXX) จากกรมวิชาการเกษตร
- พืชตองมาจากแปลงปลูกที่ผานการรับรองมาตรฐานเกษตรดีที่เหมาะสม (Good Agricultural
Practice, GAP AC -03-02-XXXX-XXXX-XXX) จากกรมวิชาการเกษตร
- ตองมีสําเนาใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) ประกอบการขอใบรับรองสุขอนามัยพืชทุก
คร้งั
- ผูสงออกท่ีมีโรงคัดบรรจุเปนของตนเองแตมีหนอไมฝร่ังและ/หรือปริมาณไมเพียงพอตอการสงออก
สามารถจัดหาสินคาจากโรงคัดบรรจุอ่ืนได (แตตองผานการรับรองและข้ึนทะเบียน GMP แลว) และตองมี
สําเนาหนังสือรับรองจากโรงคัดบรรจุนั้นๆ วาไดจัดเตรียมสินคาใหแกผูสงออกรายดังกลาว โดยระบุชนิดพืช
นํ้าหนกั และปริมาณแนบมาพรอ ม กบั คาํ ขอ พ.ก. 7 และตองแนบสําเนาหนังสือแสดงการไดรับการรับรองและ
ขน้ึ ทะเบียน GMP ของโรงคดั บรรจุนัน้ ๆ ดวย
- ตองติดปายหรือฉลาก หรือประทับขอความภาษาอังกฤษ ตองระบุหมายเลขทะเบียนผูสงออก ช่ือ
สามัญ (Asparagus) และวทิ ยาศาสตร (Asparagus officinalis) นํ้าหนัก รหสั รุนท่ผี ลิต และประเทศผูผลิตโดย
ติดท่ีกลอ งบรรจุหบี หอ หรือ ภาชนะบรรจยุ อ ย หรือติดสองทก่ี ไ็ ด
ศตั รพู ชื ที่สหภาพยโุ รปกําหนดและมรี ายงานการตรวจพบจากประเทศไทยไดแ ก
1. Thrip tabaci Lindeman (Onion thrips – เพลยี้ ไฟหอม)
2. Spodoptera litura (Fabricius) (Common cutworm – หนอนกระทูผกั )
2. สาธารณรฐั ประชาชนจนี (People’s Republic of China)
ขอกําหนดในการนําเขาผักสดตามพิธีสารฯ ผักไทย-จีน ซ่ึงหนอไมฝร่ังอยูในประเภท ผักรับประทาน
หนอ คอื
- ผักที่สงออกตองมาจากแปลงปลูกที่ผานการรับรองมาตรฐานเกษตรดีท่ีเหมาะสม (GAP AC -03-02-XXXX-
XXXX-XXX) จากกรมวชิ าการเกษตร
- ตองมาจากโรงคัดบรรจุที่ผานการรับรองคุณภาพและมาตรฐานตามระบบการผลิตท่ีดี (GMP AC-03-03-
XXXX-XXXX-XXX) จากกรมวิชาการเกษตร
อยา งไรก็ตามมขี อกาํ หนดของประเทศคูคา ในการนาํ เขาหนอไมฝ รั่งในปจจบุ ัน ไดแ ก
1. ประเทศญ่ีปนุ (Japan)
ขอกําหนดในการนําเขาหนอ ไมฝ รง่ั คอื
- การตรวจสารพิษตกคา ง ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เร่ือง กําหนดพืชเปนพืชควบคุม
เฉพาะ พ.ศ. 2552 และประกาศกรมวิชาการเกษตร เร่ือง หลักเกณฑการสงออกสินคาพืชผัก 21 ชนิดไปญ่ีปุน
กําหนดใหหนอ ไมฝรงั่ สด แหงและแชแข็งตอ งตรวจสารพษิ ตกคา ง
2. ประเทศเกาหลีใต - มใี บรบั รองสุขอนามยั พชื กาํ กบั มากับสนิ คา
3. ประเทศไตห วนั
- ตอ งมีใบรับรองสุขอนามยั พืช (Phytosanitary Certificate) แนบไปกับสินคา ทกุ คร้ัง
- หนอไมฝรั่งหรือผลผลิตตองไดรับการตรวจสอบและระบุขอความรับรองพิเศษวาปลอดจากไสเดือน
ฝอย Ditylenchus dipsaci และเพลีย้ ไฟ Frankliniella occidentalis
4. ประเทศสหรัฐอเมริกา
- หนอไมฝรั่ง ใหยอด (shoot) เขาไดและตองปฏิบัติตามขอ T101-b-1 ท่ีกําหนดวาตองรมดวย
Methyl Bromide 24 กรมั ตอลูกบาศกเ มตร นาน 2 ช่ัวโมง ท่ีอุณหภูมิมากกวาหรือเทากับ 27 องศาเซลเซียส
หรอื 32 กรัมตอ ลูกบาศกเ มตร นาน 2 ชว่ั โมง ทีอ่ ุณหภูมิ 21-26 องศาเซลเซยี ส
ขอกาํ หนดท่ัวไปในการสง ออกหนอไมฝรงั่ ไปประเทศสหรฐั อเมริกาคือ
- สามารถนําเขา ไดทกุ ดา นทม่ี เี จา หนา ทีก่ ักกันพืช
- ผูนําเขาตองย่ืนขอใบอนุญาตนําเขา (Import permit) และตองไดรับใบอนุญาตนําเขาจาก Plant
Protection and Quarantine Programs เสยี กอ นจึงจะทําการนําเขาได โดยท่ัวไปแลวใบอนุญาตนําเขาจะมี
อายุ 5 ป
- รายละเอียดใบขออนุญาตนําเขาตองระบุชื่อประเทศ หรือแหลงผลิตผักผลไมที่ตองการนําเขาดาน
นาํ เขาดานแรกในสหรัฐอเมรกิ าท่สี นิ คา จะถกู สง เขา มา ชอ่ื และที่อยูของผนู ําเขาในสหรัฐอเมริกาที่ขอใบอนุญาต
นําเขา ใบอนุญาตดังกลาวจะอนุญาตชนิดสินคาเฉพาะเจาะจงท่ีมาจากประเทศหรือเขตการผลิตเดียวและ
นําเขามาไดทางดา นใดดานหนงึ่ เทา นนั้ พรอมระบเุ ง่ือนไขอนื่ ๆ ที่เก่ยี วกับการนําเขา
- การนาํ เขาผักตอ งไมติดดนิ และราก
- ผักที่ไดรับอนุญาตนําเขาตองผานการคัดสรรมาอยางดีหรือผานการกําจัดศัตรูพืชตามขอกําหนดใน
การนําเขา
- ภาชนะบรรจุผักแตล ะกลองจะตองปด ฉลากใหเปนไปตามขอ กาํ หนดท่ีไดระบุไว
- การสง ออกตอ งระบชุ ่อื วทิ ยาศาสตรแ ละจํานวนใหถ ูกตอ ง
5. ประเทศแคนนาดา – มใี บรบั รองสขุ อนามยั พชื กาํ กับมากบั สินคา
6. ประเทศออสเตรเลีย
- ตอ งมีหนงั สอื อนญุ าตนําเขา (Import permit) และใบรบั รองสุขอนามัยพืช (PC)
- ภาชนะบรรจตุ องใหมและสะอาด
- ตองปราศจากแมลงที่มีชีวติ ลกั ษณะอาการโรค เมล็ดวชั พืชหรือพชื อนื่ เศษซากพชื ดิน และอน่ื ๆ
7 .ประเทศอินเดยี
หนอไมฝ รั่งสาํ หรบั บรโิ ภค มีใบรับรองสุขอนามยั พืชที่ ไมต อ งมีการระบขุ อความในใบรับรองสุขอนามยั พชื
8. ประเทศมาเลเซยี
การสงออกหนอไมฝร่ังตองมีใบรับรองสุขอนามัยพืชกํากับมากับสินคาและ ปฏิบัติตามระเบียบท่ีมาเลเซีย
กาํ หนด เรื่อง การคัดขนาด การบรรจสุ ินคา การตดิ ฉลาก และการตรวจสอบสนิ คา