ใบความรู้เรื่อง การสื่อสาร
ความหมายของการ
สื่อสาร
การสื่อสาร
ความหมายของการสื่อสาร
ค าว่า “สื่อสาร” เกิดจากรวมค าสองค าเข้าด้วยกัน คือ สื่อ กับสาร
สื่อ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมาย
ไว้ว่า บุคคลหรือสิ่งที่ทาการติดต่อให้ถึงกันหรือชักน าให้รู้จักกัน เมื่อใช้เป็นค านาม สิ่งที่ชัก
น าไปนั้นอาจเป็นข้อเท็จจริง ความรู้ ความรู้สึกนึกคิด ความต้องการ ค าสอน ค าแนะน า
แรงกระตุ้น แรงจูงใจ ฯลฯ
ปัจจุบัน สื่อ มีความหมายขยายขอบเขตกว้างออกไปอีกรวมไปถึงกิจกรรมและวิธีการ
ต่างๆ เช่น การแสดง การจัดประชุม สัมมนา การสาธิต นิทรรศการ ดนตรี ฯลฯ ล้วนเป็น
สื่อทั้งสิ้น เพราะอาจน าความคิด อารมณ์ ตลอดจนเรื่องราว ข่าวสารนานาชนิดไปสู่บุคคล
ให้ได้รับรู้กัน
สาร หมายถึง เรื่องราวอันมีความหมายซึ่งมนุษย์สามารถรับรู้ได้จากแหล่งต่างๆ
สารมีความเกี่ยวข้องกับสื่ออย่างแยกออกจากกันไม่ได้ เพราะถ้าขาดสื่อไป สารก็ไม่สามารถ
ท าให้ผู้อื่นรับรู้ได้
ื่
การสื่อสาร จึงหมายถึง การน าเรองราวต่างๆ ที่เป็นข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นหรือ
ความรู้สึกโดยอาศัยเครื่องน าไปถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการ จนทาให้เกิดการก าหนดรู้
ความหมายของเรื่องราวนั้นร่วมกัน เช่น
การพูด – การฟัง
การเขียน – การอ่าน
การให้อาณัติสัญญาณ – การรับรู้อาณัติสัญญาณ
การโฆษณาสินค้า – การรับรู้โฆษณา ( ทั้งหูและตา )
การแสดงภาพยนตร์ – การชมภาพยนตร์ ( ทั้งหูและตา )
การแสดงบนเวท – การชมการแสดง
ี
การประกาศ – การรับรู้ประกาศ ( จากการอ่านหรือการฟัง )
การแสดงความเคารพ – การรับความเคารพ
การติดต่อทางโทรศัพท์ ( การพูด – การฟัง )
การส่ง - รับข้อความทางโทรศัพท ์
การประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ( การพูด – การฟัง )
การถาม – ตอบ
การสัมภาษณ ์
การส่ง – รับข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต
การสื่อสารจึงเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์กับมนุษย์เท่านั้น
หากการติดต่อเกิดขึ้นระหว่างมนุษย์กับสัตว์ เช่น สุนัขหรือลิงฟังค าสั่งของคนแล้วปฏิบัติ
ตามได้ถูกต้อง หรือคนพูดคุยกับนกแก้วนกขุนทอง สถานการณ์ดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการ
สื่อสาร
ความหมายของการสื่อสาร
ความส าคัญของการสื่อสาร อาจพิจารณาได้ ๒ ประเด็นคือ
๑. ประโยชน์ในแง่บุคคล คือท าให้เราสามารถรับรู้ความรู้สึกนึกคิดและความ
ต้องการของผู้อื่น ก่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน นอกจากนั้นการสื่อสารยังช่วยท าให้เรามี
ความรู้และมีโลกทัศน์ที่กว้างขวางขึ้น เพราะได้รับรู้ข่าวสารข้อมูลจากแหล่งต่างๆซึ่งสามารถ
น ามาใช้ประโยชน์ต่อการท างานและการใช้ชีวิตได้ดี
ี่
๒. ประโยชน์ในแง่สังคม คือการสื่อสารเป็นกระบวนการทท าให้สังคมเจริญ
ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ท าให้มนุษย์สามารถสืบทอดและพัฒนาวัฒนธรรมของตนเอง
สามารถเรียนรู้วัฒนธรรมของสังคมอื่นเพื่อน ามาปรับปรุงวัฒนธรรมของตนเอง ตลอดจน
สามารถถ่ายทอดวัฒนธรรมของตนไปสู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง หากสังคมมนุษย์
ปราศจากการสื่อสารแล้ว ก็คงไม่สามารถพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน หากมนุษย์ต่างคนต่างอย ู่
ไม่มีการสื่อสารกัน ไม่พบปะพูดคุยหรือท ากิจกรรมร่วมกัน มนุษย์คงจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์และ
อารยธรรมไปนานแล้ว
องค์ประกอบของการสื่อสาร
ี่
การสื่อสารเป็นกิจกรรมทเกิดขึ้นและด าเนินไปในสังคม โดยอาศัยองค์ประกอบ ๔
ประการ ได้แก่ ผู้ส่งสาร สาร สื่อ และผู้รับสาร
องค์ประกอบทั้ง ๔ นี้จะท างานร่วมกัน หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ถือว่าเป็นการ
สื่อสาร นอกจากนี้การสื่อสารยังขึ้นอยู่กับระบบของสังคมและวัฒนธรรมที่สถานการณ์
การสื่อสารนั้นเกิดขึ้นและด าเนินไป
ผู้รับสารและผู้ส่งสาร บุคคลทั้งสองอาจเป็นผู้พูดกับผู้ฟัง ผู้เล่านิทานกับผู้ฟัง
นักแสดงกับคนดู คนถามกับคนตอบ ผู้อ่านข่าวกับผู้ฟังข่าว นักเขียนกับผู้อ่าน ผู้สัมภาษณ์
กับผู้ให้สัมภาษณ์ ผู้ขายกับผู้ซื้อ
สื่อ คือวิธีการติดต่อของผู้รับสารกับผู้ส่งสารอาจใช้วธีพูด วิธีเขียนหรือสื่อธรรมชาติ
ิ
เช่น อากาศ แสง เสียง สื่อเฉพาะกิจ ได้แก่ป้ายโฆษณา ภาพ แผนภูมิ สิ่งพิมพ์
สื่ออีเลคโทรนิคส์และเทคโนโลยี เช่น ไมโครโฟน วิทยุ โทรทัศน์ รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ
สาร หมายถึงสาระต่างๆที่ผู้ส่งสารต้องการให้ผู้รับสารรับรู้และปฏิบัติตาม
อาจเป็นเพียงให้ผู้รับสารทราบ บอกให้ผู้รับสารท า หรือถามให้ตอบ สารนี้จะส่งผ่านสื่อ อาจ
เป็นสื่อธรรมชาติ สิ่งพิมพ์หรือีเลคโทรนิคส์ ผู้รับสารก็จะรับสารนั้นและมีปฏิกิริยาตอบสนอง
ี่
หากปฏิกิริยาตอบสนองนั้นเป็นไปดังทผู้ส่งสารต้องการ ถือว่าสื่อสารนั้นสัมฤทธิผล
หากปฏิกิริยาไม่เป็นไปตามที่ผู้ส่งสารต้องการ ถือว่าสื่อนั้นไม่สัมฤทธิผล
แผนภูมิแสดงกระบวนการสื่อสารที่สัมฤทธิผล
ผู้ส่งสาร สาร สื่อ ผู้รับสาร
ปฏิกิริยาตอบสนอง
บริบททางสังคมและวัฒนธรรม
กระบวนการสื่อสารจะด าเนินต่อไปได้ ก็ต้องอาศัยภาษาเป็นตัวกลางที่จะท าให้ผู้ส่ง
สารและผู้รับสารเข้าใจตรงกัน ขณะที่กระบวนการสื่อสารก าลังด าเนินไปนั้น ผู้ส่งสาร
จะต้องแปรสารซึ่งได้แก่ ความรู้สึกนึกคิด ความต้องการ ตลอดจนข้อเท็จจริงต่างๆที่ต้องการ
ส่งถึงผู้รับสารให้เป็นสัญลักษณ์คือ ภาษา นั่นเอง หากผู้ส่งสารไม่แปรสารให้เป็นภาษา
เสียก่อน กระบวนการสื่อสารก็จะเกิดปัญหาขาดตัวกลางที่จะเชื่อมโยงระหว่างผู้ส่งสารกับ
ผู้รับสาร
แผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับการสื่อสาร
สภาพแวดล้อมทางสังคม ผู้ส่งสาร กาละเทศะ สา สารที่แปรเป็น สื่อ ผู้รับ สภาพแวดล้อมทางสังคม
ร
ภาษา
สาร
ปฏิกิริยาตอบสนอง
ในชีวิตประจ าวันภาษาที่ที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารมีอยู่ ๒ ประเภทใหญ่ๆคือ
ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร
๑. ภาษาถ้อยค าหรือ วัจนภาษา เช่นภาษาพูด ภาษาเขียน
่
๒. ภาษาที่ไม่ใช้ถ้อยค า หรืออวัจนภาษา เช่นทาทาง แสง สี เสียง
สัญลักษณ์ เป็นต้น
๑. ภาษาถ้อยค า หรือวัจนภาษา
การเรยนภาษาทผ่านมาเราเรียนเฉพาะวัจนภาษาทั้งสิ้น ความสามารถใน
ี่
ี
การ
ใช้ภาษาถ้อยค าหรือวัจนภาษาเพื่อการสื่อสาร จึงควรมุ่งในเรองต่อไปนี้
ื่
ความสามารถในการใช้ภาษาในสังคม การใช้ภาษาในสังคมนั้นอาจไม่
เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับผู้พูด ผู้ฟัง เวลา และสถานทเป็นองค์ประกอบส าคัญ
ี่
ความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อกิจวัตรประจ าวัน คือการใช้ภาษาในการ
่
ด าเนินชีวิตในแต่ละวัน เชนการทักทาย การแสดงความยินดีหรือเสียใจ การ
สังสรรค์
ในสังคม การสนทนาเล่าเหตุการณ์หรือประสบการณ์
ขอบเขตของพฤติกรรมทางภาษา คือความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อสื่อ
ู้
ความหมายด้วยการเรียนรเกี่ยวกับหลักภาษาและการใช้ภาษา เช่น เสียงในภาษา
ค า และประโยค ระดับภาษา การเลือกใช้ค าและประโยคได้อย่างเหมาะสมตาม
วัตถุประสงค์ สถานการณ์ กาลเทศะ ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณี
๒. ภาษาที่ไม่ใช้ถ้อยค า หรืออวัจนภาษา
มนุษย์ใช้อวัจนภาษามาตลอด ทั้งการส่งสารและการรับสาร อวัจนภาษา
ที่ส าคัญมีดังนี้
การใช้สีหน้าและดวงตา ในขณะสื่อสารถ้าผส่งสารยิ้มแย้มแจ่มใสย่อมสื่อ
ู้
ความหมายว่าผู้ส่งสารเต็มใจและพอใจในการสื่อสารนั้น แต่ถ้าสีหน้าเคร่งเครียดบึ้ง
ตึง
ผู้รับสารอาจรับสารไปในทางตรงข้าม แม้ถ้อยค าที่ใช้จะเป็นค าพูดอ่อนหวานนอบ
น้อม
ก็ตาม สายตาเป็นสิ่งที่สื่อความรู้สึกอย่างที่กล่าวกันว่า “ ดวงตาเป็นหน้าต่างของ
หัวใจ”
ความรู้สึกต่างๆมักจะไม่สามารถปิดบังได้ทางสายตา แม้จะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี
่
ทั้งสีหน้าและดวงตาสามารถใช้แทนค าพูดได้เป็นอยางดี ดังนั้นการพูดใน
์
สถานการณใดก็ตาม การประสานสายตาจะเป็นสิ่งช่วยเพิ่มเติมความหมาย ความ
หนักแน่น และความจริงใจได้เป็นอย่างดี
่
การใช้ท่าทาง ในขณะที่ส่งสาร ท่ายืน ทานั่ง และการทรงตัวของผู้ส่งสาร
มีผลต่อการรับสาร ทาทางสามารถใช้แทนค าพูดได้ เช่นการจับมือแสดงความยินดี
่
การไหว้ การกราบ แสดงถึงความจริงใจ การเคารพ การใช้ท่าทางเพื่อสื่อ
ความหมาย
นั้น เราอาจฝึกฝนเพื่อประโยชน์ในการสื่อสารได้ หากเราฝึกหัดใช้บ่อยๆจะ
กลายเป็น
ธรรมชาติเข้ากับตัวเราเอง ผู้อื่นก็จะไม่สามารถอ่านความหมายจากทาทางของเราได้
่
ควรระลึกอยู่เสมอว่า เมื่อเราสามารถอ่านความหมายจากท่าทางของผู้อื่นได้ ผู้อื่นก็
จะ
สามารถเข้าถึงความคิด ความรู้สึกของเราได้จากท่าทางเช่นเดียวกัน
ดังนั้นการสื่อความหมายด้วยท่าทางจึงเป็นสิ่งที่ควรระมัดระวังและฝึกฝน
ทักษะ
ในการสื่อความหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ี
การแต่งกาย การแต่งกายที่ไม่สุภาพเรยบร้อย ทาให้เสียบุคลิกภาพและ
ก่อให้เกิดความน่าร าคาญ เช่น ผมปรกหน้าปิดตาข้างหนึ่ง จ าเป็นต้องสะบัดผมอยู่
ตลอดเวลา หรือคอยระวังกลัวเสื้อคลุมจะเปิดมากเกินไปต้องคอยเอามือไปดึงให้
กลับ
เข้าที่ เป็นห่วงเนคไท พูดไปคอยเอามือจับอยู่ตลอดเวลา การแต่งกายที่ไม่
เรียบร้อย
เช่น สวมร้องแตะ กางเกงยีน หนวดเครารุงรัง ปล่อยเสื้อลอยชายยืนส่งสารต่อหน้า
สาธารณชนก็ถือว่าเป็นการไม่สุภาพ ไม่มีวัฒนธรรมทางสังคม ก็จะท าให้ผู้รับสาร
ขาด
ความเชื่อมั่นในสารที่ต้องการสื่อ ทาให้การสื่อสารด้อยประสิทธิภาพลงไป
การใช้แขนและมือ การใช้แขนและมือตลอดจนการเคลื่อนไหวที่สอดคล้อง
กับค าพูด จะช่วยเน้นความหมายของสารที่ส่งออกไปได้มาก แต่ก็ขึ้นอยู่กับ
วัฒนธรรม
ของสังคมแต่ละด้านด้วย เช่นสังคมตะวันตกเมื่อคนมีแนวโน้มที่จะปฏิเสธหรือไม่เห็น
่
ด้วย เขาจะใช้วิธีถูข้างจมูก หรือลูบจมูก ทาทางบางอย่าง เช่น ท่าพาดขาไว้บนเข่า
่
เป็นการแสดงทาทที่เปิดเผย การให้ความร่วมมือ และแสดงถึงการมีอ านาจ
ี
ในสังคมไทย การชี้มือยกข้ามศีรษะผู้ใดไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน หรือเดิน ถือว่า
ไม่สุภาพ ไม่ควรกระท า การส่งของให้ผู้อื่นก็ไม่ควรใช้กิริยาทเรียกว่า “ เสือกไส”
ี่
หรือ
“โยน” ไปให้ ในขณะที่พูดผู้พูดย่อมเคลื่อนไหวเป็นธรรมดา แต่ให้พอเหมาะกับ
เนื้อหา
ของสารและเจตนาในการส่งสารจึงจะช่วยให้การสื่อสารที่ดี
การพูดเพื่อการสื่อสาร
ในชีวิตประจ าวันการพูดเป็นทักษะหลักในการติดต่อสื่อสาร การพูดใช้เพื่อ
ถ่ายทอดความรสึกนึกคิด ความเข้าใจและความต้องการ การรู้จักใช้ทักษะในการ
ู้
พูดให้ถูกต้อง ทั้งการออกเสียงและการเตรียมการพูดนั้น จะท าให้การสื่อสารบรรลุ
วัตถุประสงค์และเกิดไมตรีที่ดีต่อกัน
ความส าคัญของการพูด
การพูดเป็นเครื่องมือที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน ผู้ที่ได้รับการ
ทักทายจะเกิดความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ในการพูดทักทายกันนั้น สามารถเปิด
ประเด็นใหม่ของการสนทนาได้ การพูดจึงมีกฎเกณฑ์และผู้พูดต้องฝึกพูด นักพูดที่ดี
ต้องแสวงหาความรู้ต่าง ๆ ที่ทันสมัย เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงรวมทั้งสังเกตการ
พูดจากผู้พูดที่มีชื่อเสียงเพอพัฒนาการพูดของตน
ื่
การพูดจะมีประสิทธิภาพเมื่อผู้ส่งสาร (ผู้พูด) สามารถพูดได้ชัดเจนตาม
วัตถุประสงค์ของตน มีความรู้ในเรื่องที่จะพูดเป็นอย่างดี รู้กลุ่มผู้ที่รับสาร (ผู้ฟัง)
ว่ามีวัย เพศ การศึกษา ความสนใจในเรื่องใด รวมทั้งผู้พูดต้องมีบุคลิกที่น่า
้
เลื่อมใส ใช้ภาษาได้ถูกต้อง รู้จักสรางบรรยากาศในการพูดให้เป็นกันเอง
ใบงาน ชุดที่
๘
ค าชี้แจง จงเลือกตอบข้อที่ถูกต้องที่สุด
๑. กิจกรรมในข้อใดไม่ถือว่าเป็นการสื่อสาร
ก. การสัมภาษณ์บุคคล ข. การพูดคุยกับนกแก้ว
ค. การดูโทรทัศน์ ง. การรับส่งข้อความผ่านโทรศัพท ์
๒. การสื่อสารที่จะเกิดสัมฤทธิผลได้ เกิดได้ในกรณีใด
ก. สารได้ส่งถึงมือผู้รับเรียบร้อย ข. สารถูกแปลความหมายออกมา
ค. ผู้รับสารมีปฏิกิริยาตอบสนอง ง. ที่กล่าวมาถูกทุกข้อ
๓. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการสื่อสาร
ก. ผู้อ่านสาร ข. ผู้รับสาร
ค. ผู้ส่งสาร ง. สื่อ
ี่
๔. การดูข่าวทางโทรทัศน์ สิ่งที่ท าหน้าทเป็นสื่อคืออะไร
ี่
ก. ข่าวทน าเสนอ ข. วิธีการน าเสนอ
ค. ผู้อ่านข่าว ง. โทรทัศน์
๕. ข้อใดเป็นการสื่อธรรมชาติ
ก. การพูดไมโครโฟน ข. การพูดปากเปล่าในที่ประชุม
ค. การดูข่าวทางโทรทัศน์ ง. การส่งข้อความผ่านโทรศัพท ์
๖. ข้อใดเป็นตัวกลางของการสื่อสาร
ก. ภาษา ข. สื่อ อีเล็กโทรนิคส์
ิ
ค. ผู้ส่งสาร ง. วธีการสงสาร
่
๗. สิ่งใดที่มีส่วนท าให้การสื่อสารด้อยประสิทธิภาพลงไปมากที่สุด
ก. บุคลิกลักษณะของผู้ส่งสาร ข. วิธีการส่งสาร
ค. ขั้นตอนการส่งสาร ง. เนื้อหาสาระของสาร
๘. ป้ายประกาศเตือนภัยให้ระวังน้ าท่วมจากกรมอุตุฯ เป็นสารประเภทใด
ี่
ก. สารทเป็นข้อท้วงติง ข. สารที่เป็นข้อสนับสนุน
ค. สารที่เป็นข้อเสนอแนะ ง. สารที่เป็นค าประกาศ
๙. ข้อใดถือว่าเป็นอุปสรรคของการสื่อสาร
ื้
ก. ผู้ส่งสารไม่มีพื้นฐานความรู้ในเนอหาของสาร
ข. ผู้รับสารไม่มีพื้นฐานความรู้ในเนื้อหาของสาร
ค. ผู้ส่งสารใช้วิธีการที่ทันสมัยเกินไป
ู้
ง. ผส่งสารใช้ลายมือเขียนสารที่จะสื่อ
๑๐. ข้อใดเป็นอุปสรรคในด้านการใช้ภาษาเพื่อสื่อสาร
ก. ใช้ลายมือเขียน ข. ใช้ภาษาที่เน้นกฎเกณฑ์มากไป
ค. ใช้ภาษาผิดระดับกับผู้รับสาร ง. ใช้วัจนภาษาและอวัจนภาษา
ใบงาน ชุดที่
๙
ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปนี้
๑. การสื่อสารหมายความว่าอย่างไร
๒. การสื่อสารที่จะเกิดสัมฤทธิผลได้ เกิดได้ในกรณีใด
๓. สาร หมายความว่าอย่างไร
๔. การส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ อะไรคือผู้ส่งสาร อะไรคือสาร
อะไรคือสื่อ และอะไรคือผู้รับสาร
็
๕. การที่นกแก้วนกขุนทองพูดคุยกับคนนั้นถือว่าเปนการสื่อสารหรือไม่
เพราะเหตุใด
๖. การสื่อสารมีประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร จงอธิบาย
๗. อะไรบ้างที่ถือว่าเป็นการสื่อสารด้วยวิธีการทางธรรมชาติ
๘. ข้อความ “ สมชาย เสนอแนวความคิดว่าให้ใช้วิธีการเลือกตั้งหัวหน้า
ห้องเรียน
แบบเปิดเผย แต่เพื่อนๆไม่เห็นด้วย”
ในสถานการณ์นี้ ผู้ส่งสาร สาร สื่อ และผู้รับสาร คือสิ่งใด
กระบวนการสื่อสารในครั้งนี้สัมฤทธิผลหรือไม่ เพราะเหตุใด
๙. องค์ประกอบของการสื่อสารได้แก่อะไรบ้าง
๑๐. ในการสอสารนั้น นักเรียนชอบวิธีการใดมากทสุดเพราะเหตุใด
ี่
ื่