การเลี้ยงไก่ไข่
January 19, 2019 0 Comments
การเล้ียงไก่ไข่
ส่วนแหล่งท่ีมาของใข่ไก่นน้ั ก็มีทงั้ แบบเล้ียงเองตามธรรมชาติ กนิ เปลือกข้าว ราข้าว แมลง ตามทอ้ งนา และอกี
แบบท่ีนยิ มเลย้ี งกันก็คอื แบบโรงเรือน
การเล้ียงไก่ไข่ในโรงเรอื น สาหรับเป็นขอ้ มูลของเกษตกรอสี านบ้านเรา รวมถงึ พนี่ ้องทางภาคอืน่ ๆ ดว้ ย ไมว่ ่าจะ
เปน็ ผเู้ รม่ิ ตน้ เล้ียงในครวั เรือนหรอื ผู้ท่ีคิดจะเลี้ยงเป็นอาชีพ ก่อนอ่นื สิ่งหนึง่ ทีเ่ ราควรรู้ก็คือ
พนั ธไุ์ ก่ใข่
โดยจะแยกเปน็ 2 ประเภทใหญ่ๆ ก็คอื
ไก่พนั ธแ์ุ ท้
เปน็ ไกท่ ีไ่ ด้รับการคดั เลอื กและผสมพนั ธ์ุมาเป็นอยา่ งดี จนลูกหลานในร่นุ ตอ่ ๆ มามลี ักษณะรปู รา่ ง ขนาด สี
และอน่ื ๆ เหมอื นบรรพบรุ ุษไกพ่ นั ธุแ์ ท้ ยกตัวอยา่ ง ไก่พันธแ์ุ ท้ท่เี ปน็ ทนี่ ยิ ม ไดแ้ ก่ โรด๊ ไอส์แลนด์แดง บาร์
พลมี ทั ร็อค เลก็ ฮอร์นขาวหงอนจกั ร
โรด๊ ไอสแ์ ลนดแ์ ดง หรือทีเ่ รียกส้นั ๆ ว่า ไก่โร๊ด เปน็ ไกพ่ นั ธุเ์ กา่ แกพ่ นั ธหุ์ น่ึง มีอายุกวา่ 100 ปี โดยการ
ผสมและคัดเลือกพนั ธุ์มาจากพนั ธ์ุมาเลย์แดง ไก่เซยี่ งไฮแ้ ดง ไก่เลก็ ฮอร์นสีนา้ ตาล ไกไ่ วยนั ดอทท์ และไกบ่ ราห์
มาส์ ไก่พนั ธ์ุโรด๊ ไอสแ์ ลนดแ์ ดง มี 2 ชนิดคือ ชนดิ หงอนกุหลาบและหงอนจกั ร แตน่ ยิ มเลี้ยงชนิดหงอนจักร
รูปรา่ งลักษณะ
#มรี ปู ร่างค่อนขา้ งยาวและลกึ เหมือนสเี่ หล่ียมยาว
#ขนสนี า้ ตาลแกมแดง#ผิวหนงั และแขง้ สีเหลอื ง แผ่นหูมีสีแดง#เปลือกไขส่ ีนา้ ตาล
ลกั ษณะนิสัย
#เชอื่ ง แขง็ แรง#สามารถปรับตวั เข้ากับสภาพแวดลอ้ มได้ดี
#เร่ิมใหไ้ ข่เม่อื อายุ 5 เดือนคร่ึง – 6 เดอื น ใหไ้ ข่ปีละประมาณ 280-300 ฟอง
#น้าหนกั โตเตม็ ที่ เพศผูห้ นัก 3.1-4.0 ก.ก. เพศเมียหนัก 2.2-4.0 ก.ก.
บารพ์ ลีมัทรอ็ ค หรือทเี่ รยี กกนั ว่า ไก่บาร์ เป็นไกพ่ ันธุพ์ ลีมัทร็อค ผวิ หนงั สเี หลือง
รปู รา่ งลักษณะ
#ขนสีบาร์ คือมีสดี าสลบั กับขาวตามขวางของขน#หงอนจักร
#ให้ไขเ่ ปลอื กสนี ้าตาล#เรม่ิ ใหไ้ ขเ่ มอ่ื อายุประมาณ 5 เดือนคร่ึง – 6 เดอื น
เล็กฮอรน์ ขาวหงอนจักร จัดเปน็ ไกพ่ ันธทุ์ น่ี ยิ มเล้ยี งกนั แพร่หลายมากทส่ี ุดในบรรดาไกเ่ ล็กฮอร์นด้วยกัน
ปจั จุบันนิยมผสมข้าม
สายพนั ธ์ุตงั้ แตส่ องสายพันธข์ุ น้ึ ไป เพื่อผลติ เปน็ ไก่ไขล่ ูกผสมเพ่อื การค้า
รปู ร่างลกั ษณะ
#มขี นาดเล็ก ขนสขี าว ให้ไขเ่ รว็ ให้ไข่ดก ไข่เปลือกสีขาว
#มีประสทิ ธิภาพในการเปลีย่ นอาหารคอ่ นขา้ งสูง เพราะมีขนาดเล็ก ทนร้อนไดด้ ี
#เริม่ ให้ไขเ่ มื่ออายุ 4 เดอื นครึ่ง – 5 เดอื น ให้ไข่ปีละประมาณ 300 ฟอง
#นา้ หนกั โตเตม็ ท่ี เพศผู้ 2.2-2.9 ก.ก. เพศเมยี 1.8-2.2 ก.ก.
ไก่พนั ธุผ์ สม
คือไกท่ ่เี กิดจากการผสมพันธุร์ ะหวา่ งไกพ่ ันธ์ุแท้ 2 สายพันธ์ุ ยกตวั อย่างไก่ผสมที่เป็นทนี่ ิยมกค็ อื ไกไ่ ฮบรีด
จุดประสงค์ของไก่พนั ธ์ผุ สมก็เพ่ือ ให้ไดไ้ กท่ ใี่ ห้ไก่ดก ทนทานโรค โตเรว็ โดยเป็นไก่ทีเ่ กดิ จากการผสมพนั ธุ์
ระหวา่ งไกพ่ นั ธุแ์ ท้ 2 พันธุ์ ท่ีให้การผลติ ไขใ่ นจานวนมากและราคาท่ีถูกที่สดุ สว่ นมากแลว้ การผสมไกล่ กั ษณะน้ี
ลกู ผสมท่ีไดจ้ ะมีคณุ สมบตั ิทดี่ กี ว่าพอ่ แม่พนั ธ์ุ โดยเฉพาะอย่างย่ิงการทนทานต่อโรค ไกล่ กู ผสมที่ยังมีผ้นู ยิ มเลี้ยง
อยู่บ้าง ไดแ้ ก่ ไกล่ ูกผสมระหว่างพอ่ โร๊ด+แม่บาร์, พอ่ บาร์+แมโ่ ร๊ด, เลก็ ฮอร์น+โรด๊ , โร๊ด+ไฮบริด และลกู ผสม
3 สายเลอื ด คอื ลกู ตวั เมยี ท่ไี ดจ้ ากลูกผสมพอ่ โรด๊ +แมบ่ าร์ นาไปผสมกับพอ่ ไกอ่ ู ลูกผสมท่ีได้จะมเี นือ้ ดี โตเรว็
และไข่ดี
ไกไฮบรดี
เปน็ ไก่พนั ธไุ์ ข่ที่มผี ้นู ิยมเลยี้ งมากท่สี ุดในปัจจุบัน เป็นพนั ธ์ไุ กท่ ผี่ สมขึน้ เปน็ พิเศษ ซง่ึ บริษทั ผผู้ ลิตลูกไกพ่ นั ธุ์
จาหน่ายไดม้ กี ารพฒั นาและปรบั ปรุงพันธ์ุให้ได้ไกพ่ นั ธท์ู ี่ใหผ้ ลผลติ ไข่สงู และมคี ณุ ภาพตามความต้องการของ
ตลาด คอื ใหไ้ ข่ดก เปลือกไขส่ ีนา้ ตาล ไข่ฟองโตและไขท่ น ไกไ่ ฮบรดี จะมีลกั ษณธะเด่นประจาพนั ธุ์และมีข้อมลู
ประจาพันธ์อุ ยา่ งละเอยี ด เช่น อัตราการเจรญิ เตบิ โต เปอร์เซนตก์ ารไข่ ระยะเวลาในการให้ไข่ ขนาดของแมไ่ ก่
อัตราการเลยี้ งรอด ขนาดของฟองไข่ สีของเปลือกไข่ ปริมาณอาหารทก่ี นิ เปน็ ตน้ อยา่ งไรกต็ าม ไกไ่ ฮบรีดน้ี
ต้องเลย้ี งด้วยอาหารท่ีมคี ุณภาพสงู มีการจัดการท่ีถกู ตอ้ ง เชน่ การควบคมุ น้าหนกั ตวั การควบคุมการกิน
อาหาร การควคมุ แสงสว่าง ตลอดท้งั การสขุ าภบิ าลและการป้องกันโรคที่ดี
ด้วยเหตนุ ้ีท่ไี กไ่ ฮบรดี ส่วนใหญ่มีการผสมพนั ธทุ์ ่ดี าเนินการโดยบริษัทผลติ พันธุไ์ ก่เปน็ การคา้ ซ่งึ จะรกั ษาไกต่ ้น
พนั ธุ์และระบบการผสมพันธไ์ุ ว้เปน็ ความลบั เพื่อผลประโยชน์ในทางการค้า ไกไ่ ขไ่ ฮบรีดจงึ มชี ื่อแตกต่างกนั
ออกไปตามแต่บรษิ ัทผู้ผลิตจะต้ังข้ึน ที่นยิ มเลีย้ งกันในประเทศไทย ไดแ้ ก่ ดีคาร์บ, ซปุ เปอรฮ์ าร์โก้, เอ-เอบ
ราวน,์ เซพเวอร์สตารค์ รอ็ ส, เมโทรบราวน์ เป็นต้น
อปุ กรณใ์ นการเล้ยี งไก่ไข่
การเลย้ี งไกไ่ ขเ่ ปน็ อาชีพหรือเพอ่ื การคา้ จาเปน็ ที่ต้องมีอุปกรณก์ ารเลยี้ งนบั ต้ังแตร่ ะยะลกู ไก่จนถงึ ระยะใหไ้ ข่
ดงั นี้
1. อปุ กรณก์ ารให้อาหาร มีหลายแบบ เชน่ ถาดอาหาร รางอาหาร ถังอาหาร เปน็ ต้น
2. อปุ กรณ์ใหน้ า้ มีหลายแบบขึ้นอยูก่ บั อายุไก่ เช่น แบบรางยาว แบบขวดมีฝาครอบ
3. เครอ่ื งกกลูกไก่ ทาหนา้ ทใี่ ห้ความอบอ่นุ แทนแม่ไกใ่ นตอนทลี่ กู ไกย่ ังเล็กอยู่
4. รงั ไข่ โดยปกติรงั ไขจ่ ะควรมีความมดื พอสมควร และมอี ณุ หภูมทิ ่เี ยน็ ซงึ่ ถา้ หากเล้ยี งแบบโรงเรือนกจ็ ะ
เปน็ รางทีค่ วรทาความสะอาดง่าย หรอื ถา้ ใครเลี้ยงแบบปลอ่ ย กค็ วรมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสาหรับ
การออกไข่ อย่างทไี่ ดก้ ลา่ วมาข้างตน้
5. วสั ดรุ องพื้น จาพวก ฟางขา้ ว ซงั ข้าวโพด แกลบ เป็นต้น เพื่อความสะอาดและความสบายของตวั ไก่
6. อปุ กรณ์การให้แสง ท้ังแสงจากธรรมชาติ และแสงจากอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนคิ ส์
1. อุปกรณก์ ารใหอ้ าหาร มอี ยู่หลายแบบแต่ท่ีนิยมใชก้ นั มากมี 4 ชนดิ คือ
1.1ถาดอาหาร ขนาด 48 x 72 x 6.5 เซนติเมตร (กว้างxยาวxสูง) จานวน 1 ถาด ใช้กับลูกไกอ่ ายุ 1-7 วัน ได้
จานวน 100 ตัว วางไว้ใต้เคร่ืองกก เพื่อหดั ไกก่ นิ อาหารเป็นเรว็ ข้ึน
1.2.รางอาหาร ทาดว้ ยไม้ สังกะสี เอสล่อนหรอื พลาสตกิ ทาเป็นรางยาวให้ไก่ยืนกนิ ไดข้ ้างเดยี วหรือสองขาง ท่ี
มีจาหน่ายโดยท่วั ไปมี 2 ขนาดคอื ขนาดเลก็ สาหรบลกู ไก่ และขนาดใหญ่ใชก้ บั ไกอ่ ายุประมาณ 2 สัปดาห์ขน้ึ
ไป นอกจากน้รี างอาหารอาจทาจากปลอ้ งไม้ไผ่ท่ีมีขนาดใหญ่แทนก็ได้
1.3.ถงั อาหาร ทาดว้ ยเอสลอ่ นหรอื พลาสติก เปน็ แบบถงั แขวนมีขนาดเดยี วเปน็ มาตรฐาน มีขนาด
เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 16 นวิ้ มีเสน้ รอบวงประมาณ 50 น้วิ หลงั จากลูกไก่อายุได้ 15 วัน อาจใช้ถังอาหารแบบ
แขวนได้ และให้อาหารดว้ ยถังตลอดไป การให้อาหารด้วยการใช้ถงั แขวนน้ีต้องปรบั ให้อยู่ในระดับเดียวกับหลัง
ไกห่ รอื ต่ากวา่ หลงั ไกเ่ ลก็ น้อย อาหารจะไหลลงจานลา่ งได้โดยอัตโนมตั ิ และควรเขย่าถังบอ่ ยๆ เพอื่ ไม่ใหอ้ าหาร
ติดคา้ งอยภู่ ายในถัง สาหรับจานวนถังสาหรบั ถังท่ีใช้จะแตกต่างไปตามอายขุ องไก่
1.4.รางอาหารแบบอตั โนมัติ โรงเรอื นขนาดกวา้ งประมาณ 10-12 เมตร ใช้รางอตั โนมตั ิ 2 แถว แล้วเพ่งิ ถงั
อาหารแบบแขวนจานวน 6-8 ถงั ตอ่ ไก่จานวน 1,000 ตวั แต่ถ้าโรงเรือนที่มีความกว้างเกิน 12 เมตร ควรตั้ง
รางอาหารเกิน 4 แถว
2. อปุ กรณใ์ หน้ ้า แตกตา่ งกันไปตามชว่ งอายุของไก่ อุปกรณใ์ ห้น้าท่นี ิยม มีอยู่ 2 แบบ ดงั นี้
2.1 แบบรางยาว รางนา้ อาจทาดว้ ยสังกะสี พลาสติกหรือเอสล่อน การเลี้ยงลกู ไก่อายุ 1-3 สปั ดาห์ ถา้ ใชร้ างนา้
ที่เข้าไปกินได้ดา้ นเดียว ควรใช้รางยาว 2-2.5 ฟุตต่อลูกไก่ 100 ตวั สาหรบั ไก่อายุ 3 สัปดาห์ขน้ึ ไป ให้เพิ่มอีก 3
เท่า โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในฤดรู ้อนควรเพิ่มข้ึนอกี สาหรบั ไก่ในระยะไข่ ควรให้มีเน้ือที่รางประมาณ 1 นิ้ว ต่อ ไก่
1 ตัว
2.2 แบบขวดมีฝาครอบ เปน็ ภาชนะใหน้ ้าทน่ี ิยมใชม้ ากเพราะใช้สะดวกมีขายอยู่ท่ัวไป มหี ลายขนาด หรือ
เกษตรกรอาจดดั แปลงจากขอบประมาณ 1 เซนติเมตร จานวน 2 รู ใส่นา้ สะอาดแล้วคว่าลงบนจานหรอื ถาดใช้
เลย้ี งลกู ไกไ่ ด้ลกู ไก่ในระยะ 1-2 สัปดาหแ์ รกควรใชข้ วดน้าขนาดบรรจุ 2 แกลลอน ในอัตราส่วน 2 ใบ ตอ่ ลูกไก่
100 ตวั เมอื่ ลกู ไกอ่ ายุ 3-6 สปั ดาห์ ใช้ขวดน้าขนาดบรรจุ 2 แกลลอน ควรใช้ 2 ใบต่อลูกไก่ 100 ตัว
3. เคร่อื งกกลูกไก่
เปน็ อุปกรณท์ ี่มีความสาคญั มากในการเลี้ยงลกู ไก่ ทาหนา้ ทใ่ี ห้ความอบอ่นุ แทนแม่ไก่ในขณะที่ลกู ไก่ยังเลก็ อยู่
ซ่ึงมีหลายแบบ ดังนี้
3.1 เคร่ืองกกแบบฝาชี เป็นเครอ่ื งกกทน่ี ิยมใช้กนั อย่างแพรห่ ลายกว่าเครอ่ื งกกแบบอ่ืน มรี ูปรา่ งและขนาด
แตกต่างกัน ส่วนมากมรี ปู รา่ งกลมหรอื เป็นเหลี่ยม ทาดว้ ยโลหะชว่ ยให้ความร้อนสะท้อนลงสู่พืน้ กก ขนาดของ
กกแบบฝาชีโดยท่ัวไปมีเสน้ ผา่ ศูนย์กลางประมาณ 1.5-2 เมตร สามารถกกลูกไก่ได้ประมาณ 500 ตัว เครอื่ งกก
แบบฝาชอี าจจะเป็นหว้ ยแขวนกบั เพดาน สามารถปรับใหส้ ูงตา่ ได้ตามตอ้ งการ เมือ่ ไมต่ อ้ งการใชก้ ็สามารถดึง
ขน้ึ เก็บไว้หรืออาจเปน็ แบบมขี าวางกับพนื้ คอกที่สามารถปรับให้สงู ต่าได้ และยกออกจากบริเวณกก เม่ือไม่
ตอ้ งการใช้ เครื่องกกแบบน้ีส่วนมากจะใช้ไฟฟา้ น้ามนั หรอื แกส๊ เปน็ แหล่งให้ความร้อน
3.2 เครอ่ื งกกแบบหลอดอินฟราเรด การกกด้วยเคร่ืองกกแบบนโ้ี ดยใช้หลอดไฟอินฟราเรด ซง่ึ หลอดไฟ
อนิ ฟราเรดขนาด 250 วตั ต์ 1 หลอด แขวนไว้เหนอื พืน้ ดนิ ประมาณ 45-60 เซนติเมตร จะสามารถกกลูกไก่ได้
ประมาณ 60-100 ตัว แต่โดยทว่ั ไปจะใช้หลอดอนิ ฟราเรดจานวน 4 หลอดต่อกก ความร้อนที่ไดจ้ ากหลอดไฟ
จะไมช่ ่วยให้อากาศรอบๆ อุ่น แต่จะใหค้ วามอบอุ่นโดยตรงแก่ลูกไก่
3.3 เคร่อื งกกแบบรวม เปน็ การกกลูกไกจ่ านวนมากๆ โดยให้ความรอ้ นจากแหล่งกลางแล้วปล่อยความร้อนไป
ตามทอ่ ในรูปของนา้ รอ้ นหรือไอน้า วางทอ่ ไปตามความยาวของโรงเรือนตรงกลางใตค้ อนกรีต อยา่ งไรก็ดี การ
กกลกู ไกด่ ้วยวิธีน้ีการให้ความรอ้ นจะไมท่ วั่ พ้นื คอนกรีตทงั้ คอก แตจ่ ะใหเ้ ฉพาะตรงสว่ นกลางไปตามความยาว
ของโรงเรอื น กว้างเพียง
2-2.5 เมตรเท่านนั้ นอกจากนีก้ ารกกแบบรวมอาจปล่อยความร้อนออกมาในรปู ของลมรอ้ นออกมาตามท่อ
กระจายไปท่ัวคอก ซงึ่ แหลง่ ใหค้ วามร้อนอาจได้จากน้ามนั แก๊ส ถา่ นหนิ หรอื ไมฟ้ ืน เปน็ ตน้
4. รังไข่
รงั ไข่ท่ีดีต้องมขี นาดกวา้ งพอ สามารถเคล่ือนยา้ ยได้ ทาความสะอาดไดง้ า่ ย มีการระบายอากาศได้ดี เยน็
ภายในมีความมืดพอ และวางอยูใ่ นที่มคี วามเหมาะสมภายในโรงเรือนไก่ไข่ รังไขอ่ าจะทาดว้ ยไมห้ รอื สงั กะสี รงั
ไข่ทาด้วยไม้อาจจะมปี ญั หาเรื่องการทาความสะอาด และจะเป็นที่อาศัยของไรแดง รงั ไขท่ ่นี ยิ มใชก้ นั อยู่ทว่ั ไปมี
ดงั น้ี
5. วัสดุรองพืน
หมายถงึ วัสดุที่ใชร้ องพ้ืนคอกเพือ่ ให้ไก่ในคอกสะอาดและอยไู่ ด้สบาย วัสดุที่ใชร้ องพื้นคอกเลยี้ งไก่ควรหาได้
ง่ายในท้องถิ่น ราคาถกู และเมอื่ เลิกใชแ้ ลว้ สามารถนาไปใช้เป็นปยุ๋ ได้อยา่ งดี
วสั ดุรองพ้ืนท่ีเหมาะสาหรบั ใช้ในประเทศไทยและนิยมใช้กนั ทั่วไป ไดแ้ ก่ แกลบ ขีก้ บ ขี้เล่อื ย ชานอ้อย ฟางขา้ ว
ซงั ขา้ วโพด ต้นขา้ วโพด เปลอื กฝ้าย เปลือกถว่ั ลิสง เปลือกไม้และทราย ถา้ ใช้แกลบควรมีฟางขา้ วโรยหนา้ บางๆ
เพื่อป้องกันไกค่ ุ้ยแกลบลงไปในรางน้าและรางอาหาร
6. อปุ กรณ์การให้แสง
เน่อื งจากแสงสว่างมคี วามจาเปน็ ต่อการมองเหน็ ของไก่ ไมว่ ่าเวลากินอาหาร กนิ นา้ หรอื อน่ื ๆ นอกจากน้แี สงยงั
มคี วามสาคญั ตอ่ การให้ไข่ของไก่ ดงั นน้ั ภายในโรงเรอื นจะต้องมอี ุปกรณก์ ารใหแ้ สงสว่างอย่างเพียงพอ
โดยท่วั ไปนยิ มติดตั้งหลอดไฟ หลอดไฟท่ีนยิ มใชก้ นั มาก คอื หลอดกลมธรรมดาและหลอดฟลอู อกรสเซนต์หรอื
หลอดนีออน
กฎของการใหแ้ สงสว่างในการเลี้ยงไก่ คือ
1. ความยาวของแสงจะไม่เพ่ิมขน้ึ ในชว่ ง 8-16 สัปดาห์
2. ไมล่ ดความยาวของแสงหลังจากไก่เริม่ ไข่
7. ผา้ มา่ น ในระยะกกลกู ไกร่ อบๆ คอกมีผ้าม่านไว้เพ่ือปอ้ งกนั ลมพดั แรงโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว การปิด
ผา้ ม่านจะทาใหอ้ ุณหภมู ภิ ายในโรงเรอื นและอุณหภมู ใิ ตเ้ ครอ่ื งกกอย่ใู นสภาพท่ีค่อนขา้ งคงที่ ไมเ่ ปลี่ยนแปลงข้นึ
ลงอยา่ งรวดเร็ว สาหรับการกกลูกไกใ่ นฤดูรอ้ น ควรเปิดม่านขึ้นเล็กนอ้ ยในเวลากลางวนั เพือ่ ให้ลมพัดผา่ น
ภายในโรงเรอื น และปิดม่านในตอนเยน็
8. คอนนอน การเลีย้ งไก่ไข่แบบปลอ่ ยพน้ื โดยเฉพาะในระยะไกส่ าว มีความจาเปน็ จะต้องทาคอนนอนสาหรบั
ใหไ้ กไ่ ดน้ อน และยงั ชว่ ยใหไ้ ก่เยน็ สบาย ไมร่ อ้ นอบอา้ วเหมือนอยูใ่ นคอกคอนนอนอาจะทาขน้ึ เปน็ คอนนอน
โดยเฉพาะ โดยใช้ไมข้ นาด 1×4 น้ิว หรือ 1×3 น้ิว หรือ 2×3 นิ้ว หรอื 2×2นว้ิ กไ็ ด้ สว่ นความยาวตามตอ้ งการ
ลบเหลยี่ มไม้ให้กลมเพอื่ ให้ไกเ่ กาะไดส้ ะดวกและไมเ่ ป็นอันตรายตอ่ เทา้ และอกไก่ โดยวางเอาดา้ นแคบขึ้น วาง
หา่ งกันประมาณ 33-41 เซนติเมตร ให้มีเนือ้ ที่คอนนอน 10-15 เซนตเิ มตรต่อตัวสาหรบั ไกส่ าว และ 18-20
เซนตเิ มตร สาหรับไกไ่ ข่ ใต้คอนนอนและด้านขา้ งตอ้ งบดุ ว้ ยลวดตาข่ายเพ่อื ปอ้ งกนั ไมใ่ หไ้ ก่เข้าไปคยุ้ เขยี่
อจุ จาระใต้คอนนอน ควรอยู่ติดขา้ งฝาด้านใดด้านหนึ่งของโรงเรือน ในระยะไกส่ าวควรลดระดบั ด้านหนา้ ของ
คอนนอนลงใหต้ า่ พอทไ่ี ก่จะขึน้ เกาะคอนได้สะดวก เม่ือไก่โตขน้ึ ค่อยยกระดับขน้ึ ให้สงู กวา่ ระดับปกติดประมาณ
75 เซนติเมตร
มาทส่ี ่วนที่สาคัญท่ีสดุ อีกอย่างหนงึ่ ก็คอื อาหารและการใหอ้ าหารของไก่ไข่ ผลผลิตทอี่ อกมานนั้ จะคุ้มคา่ กบั
การลงทนุ หรอื ไม่ ในสว่ นของอาหารและวธิ กี ารใหอ้ าหารจงึ สาคญั มากเพราะเป็นตวั ชวี้ ัดผลกาไรและขาดทุนได้
เลยทเี ดยี ว
อาหารของไก่ไข่
ชนิดของอาหารที่ใช้เลยี้ งไก่ไข่
1. อาหารผสม เปน็ อาหารผสมจากวัตถุดิบที่บดละเอียดแลว้ หลายๆ อยา่ งคลกุ เคลา้ ให้เขา้ กัน สามารถ
นาไปเลีย้ งไกไ่ ด้ทันที
2. หัวอาหาร เปน็ อาหารเข้มข้นทผี่ สมจากวัตถดุ ิบพวกโปรตีนจากพชื สัตว์ ไวตามิน แร่ธาตุ และยาตา่ ง
ๆ เพือ่ ให้เหมาะสมและลดต้นทุนค่าอาหาร
3. อาหารอัดเมด็ เปน็ อาหารสาเรจ็ รปู มีใหเ้ ลอื กหลากหลาย ขึ้นอยูก่ ับอายขุ องไก่
4. อาหารเสริม เปน็ อาหารทน่ี าไปเสริมเพ่อื เพิม่ สารอาหารดา้ นตา่ ง ๆ ทยี่ ังขาด เพอ่ื ใหไ้ ก่ไดร้ ับ
สารอาหารครบถว้ น
ส่วนประกอบของสารอาหารท่ีจาเปน็ ต่อไกไ่ ข่ ก็ไมไ่ ด้ต่างจากมนุษยม์ ากเท่าไหร่ แต่สิง่ ทแ่ี ตกต่างคือ วตั ถดุ บิ ท่ี
นามาใชจ้ ะตอ้ งเหมาะสมทง้ั ในเร่ืองของ ราคา ปริมาณ และคณุ ภาพของสารอาหารที่ให้ โดยทางทมี งานอีสาน
ร้อยแปด จะแบ่งใหท้ ุกคนดงู า่ ยๆ เปน็ สารอาหาร 6 ประเภทใหญๆ่
อาหารเปน็ องค์ประกอบที่สาคัญที่สุดท่จี ะทาให้การเล้ยี งไกไ่ ข่มีกาไรหรอื ขาดทนุ เนื่องจากต้นทุนการผลติ
ประมาณ 60-70 เปอรเ์ ซนต์ของตน้ ทุนทง้ั หมดเปน็ คา่ อาหาร ไกไ่ ข่นัน้ นอกจากจะตอ้ งการอาหารเพอื่ การดารง
ชีพ การเจริญเติบโตแล้ว ยงั ต้องนาไปใชใ้ นการผลิตไขอ่ กี ด้วย การทีผ่ ู้เลี้ยงจะลดตน้ ทนุ การผลิตในส่วนของ
คา่ อาหารลงนัน้ สามารถทาได้โดยการประกอบสูตรอาหารทม่ี ีราคาถูก แต่คณุ ภาพดี เลอื กใช้วัตถุดิบอาหาร
สัตว์ทีม่ ีราคาถูกตามฤดกู าลและให้อาหารแก่ไกก่ ินอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ เพ่อื ใหไ้ ดไ้ ขท่ มี่ คี ุณภาพและต้นทนุ ต่า
การทไี่ กจ่ ะเจริญเตบิ โตไดด้ ี มีความแข็งแรงและให้ไข่มาก จาเปน็ จะตอ้ งไดก้ นิ อาหารท่เี พยี งพอและกินอาหาร
ได้ดีสม่าเสมอทกุ วนั โดยทวั่ ไปแลว้ อาหารทใ่ี ช้เล้ียงไกไ่ ข่จะประกอบดว้ ยสารอาหาร 6 ประเภท ดงั ต่อไปนี้
1. โปรตีน เป็นสารประกอบที่สาคญั ตอ่ การเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด ประกอบด้วยกรดอะมิโนชนิดตา่ งๆ เป็น
สารอาหารท่ีชว่ ยในการสร้างเนอื้ เย่ือทจี่ าเป็นตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของร่างกาย และช่วยในการสรา้ งและ
ซอ่ มแซมรักษาสว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกาย เช่น ขน เล็บ หนงั กระดูก อวยั วะภายในตา่ งๆ เม็ดเลอื ดแดง และเป็น
สว่ นประกอบของผลผลิต เช่น ไข่ รวมทงั้ ยังนาไปใช้ในการสรา้ งเน้ืออีกด้วย โดยปกตแิ ลว้ อาหารท่ีใช้เลีย้ งไก่ไข่
จะประกอบด้วยโปรตนี ประมาณ 13-19% ทั้งนีข้ ึน้ อยกู่ บั อายขุ องไก
2. คารโ์ บไฮเดรต เป็นสารอาหารจาพวกแป้งและน้าตาล มีหน้าท่ใี ห้พลังงาน ให้ความอบอุ่น และช่วยใหไ้ ก่
อ้วน คาร์โบไฮเดรต เป็นแหลง่ ในการให้พลงั งานแกร่ ่างกาย เพ่อื นาไปใช้ในการทางานของอวัยวะตา่ งๆ เพือ่
การดารงชพี การเจรญิ เติบโต และการให้ผลผลติ เชน่ ไข่ ฯลฯ คาร์โบไฮเดรตถอื เป็นอาหารหลัก เพราะเปน็
ส่วนประกอบในสตู รอาหารไกไ่ ขป่ ระมาณ 38-61% ขึน้ อยกู่ ับอายุไก่ คารโ์ บไฮเดรตแบง่ เป็น 2 พวกตาม
ลกั ษณะความยากงา่ ยในการยอ่ ย คือ นา้ ตาล และแป้งกบั เยือ่ ใย แหล่งคาร์โบไฮเดรตสว่ นใหญไ่ ด้มาจากพืช
3. น้า เป็นส่วนประกอบทีส่ าคัญของรา่ งกาย ร่างกายไกม่ ีนา้ เปน็ สว่ นประกอบประมาณ 60-70% ลกู ไก่อายุ 1
วนั มีนา้ เปน็ องค์ประกอบ 85% และจะลดลงเมื่ออายุมากขึน้ นา้ มีหน้าที่สาคญั ต่อร่างกาย เช่น ชว่ ยในการ
ย่อย การดูดซึม การรักษาระดบั ความร้อนปกติในรา่ งกาย และชว่ ยในการขับถ่ายของเสยี ออกนอกรา่ งกาย นา้
นับเปน็ สารอาหารที่จาเปน็ และมคี วามสาคญั ทีส่ ุด เพราะถา้ ไก่ขาดน้าจะทาให้ไกไ่ ม่อยากกินอาหารและอาจถงึ
ตายได้ ดังนนั้ เกษตรกรจะต้องหาภาชนะใส่น้าจืดสะอาดต้ังไว้ใหไ้ กก่ นิ ตลอดเวลา หากไก่ขาดนา้ จะแคระแกร็น
และการสญู เสยี น้าเพียง 10% ของร่างกาย ไก่จะตายได้
4. ไขมนั เปน็ แหลง่ ใหพ้ ลังงานแก่รา่ งกายเช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรต แต่ใหพ้ ลงั งานมากกว่า 2.5 เท่า และ
ยังให้กรดไขมันบางชนดิ ท่ีจาเปน็ สาหรับรา่ งกาย ให้ความอบอุ่น ทาให้อว้ นและช่วยเพิ่มความนา่ กนิ ของอาหาร
สว่ นมากจะได้จากไขมันสตั ว์และน้ามันพชื หากปรมิ าณไขมันมากเกินไปจะทาใหไ้ ก่ถา่ ยเหลวหรือท้องเสยี ทา
ใหพ้ ืน้ เปยี กแฉะ วสั ดุรองพน้ื จะเสยี เรว็
5. วติ ามนิ จาเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดารงชวี ิตของไก่ ช่วยสร้างความแข็งแรงและความ
กระปร้ีกระเปร่าแกร่ า่ งกาย สร้างความตา้ นทานโรค และบารุงระบบประสาท แตร่ า่ งกายตอ้ งการในปรมิ าณ
นอ้ ย แตข่ าดไมไ่ ด้ เพอื่ ใหป้ ฏกิ ริ ิยาตา่ งๆ ในรา่ งกายดาเนนิ ไปตามปกติ วิตามินแบง่ ออกเป็น 2 กลุม่ ใหญ่ตาม
คุณสมบัตใิ นการละลาย คอื วติ ามนิ ที่ละลายในไขมนั ได้แก่ วติ ามิน เอ ดี อี เค และวิตามนิ ทล่ี ะลายในน้า
ได้แก่ วิตามนิ บี ซี หากไก่ขาดจะทาใหโ้ ตชา้ และเป็นโรคขาดวิตามนิ นัน้ ๆ
6. แร่ธาตุ ช่วยในการสรา้ งโครงกระดกู สรา้ งความเจรญิ เตบิ โต สร้างเลือด สรา้ งเปลอื กไข่ และอืน่ ๆ รา่ งกาย
สัตว์มแี รธ่ าตุเปน็ ส่วนประกอบอย่ปู ระมาณ 3% ของนา้ หนักตัว แรธ่ าตุที่สาคญั ไดแ้ ก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส
แมกนีเซียม โซเดยี ม คลอรีน เหล็ก กามะถนั ไอโอดนี ทองแดง โคบอลต์ แมงกานีส และสงั กะสี
ชนิดของอาหารที่ใช้เลยี งไก่ไข่
1. อาหารผสม เป็นอาหารผสมจากวตั ถุดิบทบี่ ดละเอียดแลว้ หลายๆ อย่างคลกุ เคล้าให้เข้ากัน โดยมากจะเติม
ยาปฏชิ วี นะ, วิตามิน, แรธ่ าตุ และกรดอะมโิ นทจี่ าเป็นลงไปด้วย อาหารนี้นาไปเล้ยี งไกไ่ ด้ทนั ทโี ดยไมต่ อ้ งเสรมิ
อะไรอกี
2. หวั อาหาร เป็นอาหารเขม้ ขน้ ที่ผสมจากวัตถดุ ิบพวกโปรตนี จากพชื สตั ว์ ไวตามนิ แรธ่ าตุ และยาตา่ งๆ
ยกเวน้ ธญั พชื หรือวตั ถุดบิ บางอยา่ ง ทงั้ นี้เพอื่ ให้เหมาะสมและลดตน้ ทุนคา่ อาหาร แต่ละทอ้ งถนิ่ ท่มี วี ตั ถุดบิ อ่นื
บางอยา่ งราคาถูกหรอื ท่ปี ลกู เก็บเกยี่ วเอง เช่น ข้าวฟา่ ง ขา้ วโพด เมอื่ ผสมกับอาหารขน้ ตามอัตราสว่ นทีก่ าหนด
ก็จะได้อาหารสมดลุ ซ่ึงมีโภชนะต่างๆ ครบถ้วนตามความตอ้ งการ
3. อาหารอัดเม็ด เปน็ การนาอาหารผสมสาเร็จรปู ทีอ่ ยู่ในรปู ของอาหารผสมไปผา่ นกรรมวิธกี ารอดั เมด็ ก็จะได้
อาหารอดั เม็ดขนาดต่างๆ ตามอายุของไก่
4. อาหารเสริม คืออาหารหรือวตั ถุดิบท่เี ติมไปกบั สว่ นประกอบตา่ งๆ ที่จะผสมเป็นอาหารใช้เล้ียงสัตว์ เพอื่
ช่วยเสริมคุณภาพของอาหารนัน้ ๆ ใหด้ ขี ึ้นและให้เป็นอาหารที่สมดุล
สตู รอาหารไกไ่ ข่เล็ก (อายุแรกเกิด – 6 สัปดาห)์
วัตถุดบิ อาหารสตั ว์ (ก.ก.) สูตรที่ 1 สูตรท่ี 2 สูตรท่ี 3 สตู รท่ี 4
ปลายข้าว 56 – – –
ข้าวโพด – 61.2 – –
ขา้ วฟ่าง – – 59.3 –
มนั เส้น – – – 46.2
ราละเอยี ด 112 10 12 15
กากถ่วั เหลือง 22 18.8 18.7 26.8
ปลาป่น 8 8 8 10
ไดแคลเซยี มฟอสเฟต 1 1 1 1
0.5 0.5 0.5
เกลือ 0.5 0.5 0.5 0.5
พรมี กิ ซ์ไกไ่ ขเ่ ลก็ 0.5
100 100 100
100
สตู รอาหารไกไ่ ข่รนุ่ (อายุ 6-14 สัปดาห)์
วตั ถดุ ิบอาหารสตั ว์ (ก.ก.) สตู รที่ 1 สตู รท่ี 2 สูตรท่ี 3 สตู รที่ 4
ปลายข้าว 51.5 – – –
ข้าวโพด – 58.3 – –
ขา้ วฟ่าง – – 56.4 –
มันเส้น – – – 46.6
ราละเอียด 29 25 27 26
กากถว่ั เหลือง 10 7.2 7.1 18.1
ปลาปน่ 8 8 8 8
เปลือกหอย 0.5 0.5 0.5 0.3
ดีแอล-เมทไธโอนนี – – 0.05 0.05
0.5 0.5 0.5
เกลือ 0.5 0.5 0.5 0.5
พรมี ิกซไ์ กไ่ ขร่ ุน่ 0.5
100 100 100
100
สตู รที่ 3 สตู รท่ี 4
สตู รอาหารไก่ไข่สาว (อายุ 14-20 สัปดาห์)
– –
วัตถุดบิ อาหารสตั ว์ (ก.ก.) สูตรที่ 1 สตู รท่ี 2 – –
58.3 –
ปลายข้าว 55 – – 48.2
ขา้ วโพด – 58.3 30 30
ข้าวฟา่ ง – – 4 4
มนั เส้น – – 2.6 11.1
ราละเอยี ด 30 30 3 5
ใบกระถนิ ปน่ 4 4 0.8 0.7
กากถั่วเหลอื ง 5.8 2.6 0.3 –
ปลาปน่ 3 3 0.05 0.05
เปลอื กหอย 0.7 0.8 0.5 0.5
ไดแคลเซียมฟอสเฟต 0.5 0.3
ดีแอล-เมทไธโอนนี – –
0.5
เกลือ 0.5
พรมี กิ ซไ์ กไ่ ข่สาว 0.5 0.5 0.5 0.5
100 100 100 100
สูตรอาหารไก่ไข่ระยะใหไ้ ข่
วตั ถดุ บิ อาหารสตั ว์ (ก.ก.) สตู รท่ี 1 สูตรที่ 2 สตู รท่ี 3 สูตรท่ี 4
ปลายข้าว 47 – – –
ข้าวโพด – 47.9 – –
ขา้ วฟา่ ง – – 46.6 –
มนั เสน้ – – – 38.8
ราละเอียด 20 20 20 20
ใบกระถนิ ป่น -5 5 5 5
กากถวั่ เหลอื ง 9.9 8.8 9 16.6
ปลาปน่ 8 7 7 8
ไขมนั สตั ว/์ นา้ มนั พืช 1 2 3 2.5
เปลอื กหอย 8.3 8.5 8.3 8.2
ไดแคลเซียมฟอสเฟต – – 0.2 –
ดแี อล-เมทไธโอนนี 0.1 0.1 0.15 0.15
เกลือ 0.5 0.5 0.5 0.5
พรมี ิกซ์ไกไ่ ขส่ าว 0.25 0.25 0.25 0.25
100 100 100 100
การทา้ วคั ซนี ไก่ไข่
1. วคั ซีนเชอื เป็น เปน็ วคั ซนี ทีเ่ ตรยี มจากเช้ือทม่ี ีความรุนแรงแต่ถูกทาใหอ้ ่อนแอลง หรือถกู ทาใหเ้ กิดการ
เปล่ยี นแปลงไปเปน็ จุลชีพทีไ่ ม่มคี วามรุนแรง ซ่ึงไมส่ ามารถทาให้เกิดโรคได้ จุลชพี เหล่าน้ีสามารถแบ่งตัวเพม่ิ
จานวนได้เมอ่ื เขา้ ส่รู ่างกาย ทาใหเ้ กิดความเครยี ดหรอื เกิดอาการแพ้วคั ซีน วคั ซีนเชือ้ เปน็ สามารถให้ไกไ่ ดท้ ลี ะ
ตัว โดยการหยอดตาหรอื หยอดจมกู หรือใหไ้ ก่เป็นกลุ่มโดยการละลายในน้าดื่ม หรอื การสเปรย์ ทาให้ประหยดั
แรงงาน วคั ซนี เชอ้ื เป็นสามารถถกู ทาลายไดง้ ่ายโดยภมู ิคมุ้ กนั ทถ่ี า่ ยทอดมาจากแม่แต่ให้ความคุ้มโรคสูง อาจทา
ให้สตั วเ์ กิดโรคได้ แตก่ ารเกบ็ รักษายงุ่ ยากกวา่ วัคซีนเชอ้ื ตาย และมรี าคาถูก
2. วคั ซีนเชือตาย เป็นวัคซีนที่มกั เตรยี มจากเชอื้ ท่ีความรนุ แรงท่ถี ูกทาใหต้ ายโดยทางเคมีหรอื ฟสิ ิกส์ จุลชพี
เหล่านไี้ มส่ ามารถแบ่งตัวเพิ่มจานวนไดเ้ มอื่ เขา้ สู่ร่างกาย จงึ มีความปลอดภัย แต่ให้ความคุม้ โรคตา่ วัคซนี เชอ้ื
ตายจะใหโ้ ดยวธิ กี ารฉีดเทา่ น้ัน สารท่ใี ช้ผสมกบั วัคซนี จะเป็นน้ามนั หรอื อลูมินม่ั ไฮดร็อกไซด์ สามารถกระตนุ้ ให้
เกิดภูมคิ ุม้ กันไดด้ ี วัคซนี เช้ือตายมรี าคาแพงแต่เก็บรักษาง่าย
วธิ กี ารท้าวคั ซีน
การทาวคั ซีนไก่สามารถทาไดห้ ลายวิธีทั้งนข้ี ึน้ อยูก่ ับชนดิ ของวคั ซีนทใ่ี ช้และชนดิ ของโรค
1. การหยอดตาหรอื หยอดจมูก เปน็ การสร้างภมู คิ ุม้ กนั เฉพาะที่ เพ่อื ป้องกันโรคทีเ่ กิดข้ึนกับระบบทางเดิน
หายใจ เช่น โรคนวิ คาสเซลิ และหลอดลมอกั เสบ โดยละลายวคั ซนี ในนา้ ยาละลายวัคซนี (นา้ กลัน่ ท่ี
อุณหภูมหิ ้อง) การใช้นา้ เยน็ จัดอาจทาให้เยอ่ื บอุ ักเสบ ขวดที่ใช้หยอดวคั ซีนควรเปน็ ขวดมาตรฐาน เพอ่ื ให้ลกู ไก่
ไดร้ ับวัคซนี ครบโดส๊ การหยอดตาใหห้ ยอดวัคซีน 1-2 หยดตอ่ ไก่ 1 ตวั ตาแหนง่ ทีจ่ ะหยอดวคั ซีนก็คือท่บี รเิ วณ
มมุ ตาดา้ นใน รอจนกระทัง่ วัคซนี เข้าไปในตาจึงปล่อยไก่ การหยอดจมกู จะให้ผลดีกวา่ การหยอดตา การหยอด
โดยใช้น้วิ มอื ปิดรจู มกู ไว้ขา้ งหน่ึงแลว้ จึงหยอดวคั ซีนในรูจมูกอกี ข้างหนงึ การทาวคั ซนี โดยการหยอดตาและ
หยอดจมูกทาใหไ้ กท่ กุ ตวั ไดร้ บั ปริมาณวัคซนี ทีใ่ กล้เคียงกนั ทกุ ๆ ตวั ดงั นนั้ ภมู ิคมุ้ โรคท่เี กิดจงึ มรี ะดบั ใกลเ้ คียง
กัน เพยี งแต่วธิ กี ารทายงุ่ ยาก เสียเวลา และเสยี แรงงานมากกวา่ เท่าน้นั
2. การแทงปกี เป็นการสร้างภมู ิคุม้ กันเฉพาะท่ี คือบริเวณใต้ผวิ หนงั เชน่ วคั ซีนปอ้ งกนั โรคฝดี าษ เป็นวัคซีนท่ี
มคี วามเขม้ ขน้ มาก เนื่องจากใช้น้ายาละลายวัคซีนเพยี งเล็กน้อย และใช้เข็มจมุ่ วัคซีนครัง้ ละ 0.01 ซ.ี ซี. โดย
สังเกตุจากการทว่ี ัคซีนเตม็ รเู ข็มท้งั สองข้าง แล้วแทงเขม็ จากทางด้านลา่ งผ่านทะลุผนงั ของปีกไก่ ระวังอยา่ ให้
แทงผา่ นขน กลา้ มเน้ือ หรือกระดกู ภายใน 7-10 วัน หลังจากทาวัคซนี จะเกิดรอยสะเก็ดแผลทง้ั ด้านบนและ
ดา้ นลา่ งของผนังปกี ไกซ่ ึ่งเกิดจากการแทงเข็มผา่ น
3. การฉีดเขา้ ใต้ผวิ หนัง เป็นวิธที ี่นยิ มใชใ้ นการทาวัคซนี ปอ้ งกนั โรคมาเรก็ ซ์ โดยฉดี เข้าใต้ผิวหนงั บรเิ วณท้าย
ทอยหรือฐานคอ ทาใหก้ ารสรา้ งภูมคิ มุ้ กันเกิดข้นึ อยา่ งช้าๆ แต่ใหผ้ ลในการคุ้มกันโรคนาน
4. การฉดี เขา้ กลา้ มเนือ เปน็ วธิ ีท่ีนิยมใช้กบั วคั ซนี ชนิดเชอื้ ตาย ซึง่ จะฉีดเขา้ กล้ามเนอื้ หนา้ อก การฉีดเขา้
กล้ามเนอื้ จะกระตนุ้ การสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั ดกี ว่าการหยอดตาและจมูก เพราะจะไปกระต้นุ ระบบภูมคิ มุ้ กนั ดว้ ยสาร
นาขนึ้ ในกระแสเลอื ดและเกดิ การหมนุ เวยี นไปท่ัวรา่ งกาย ทาให้ภูมิคมุ้ กันเกดิ ขึ้นอยา่ งรวดเรว็ ได้แก่ การฉีด
วัคซนี ปอ้ งกนั โรคอหิวาต์ไก่ เปน็ ตน้
5. การละลายนา้ ดมื่ เป็นวิธที ที่ าไดง้ ่าย ประหยดั แรงงาน และเหมาะสาหรบั ไกจ่ านวนมากๆ แตก่ ารสรา้ ง
ภมู ิค้มุ กนั จะมคี วามผนั แปรคอ่ นขา้ งมาก เน่อื งจากไกแ่ ตล่ ะตัวได้รับวคั ซีนในปริมาณท่แี ตกตา่ งกนั ดังนนั้
จะตอ้ งหยุดให้น้าไกเ่ ปน็ เวลาอย่างน้อย 2 ชัว่ โมงกอ่ นทาวัคซีน เพ่อื กระตนุ้ ใหไ้ ก่กระหายน้าและกนิ นา้ ผสม
วัคซีนใหห้ มดภายใน 2 ชัว่ โมง ระยะเวลาในการอดน้าจะขน้ึ อย่กู บั สภาพอากาศ อุปกรณใ์ หน้ ้าตอ้ งเพียงพอ
สาหรับไกจ่ านวน 2 ใน 3 ของคอกสามารถเข้าไปกนิ นา้ ได้พร้อมๆ กนั ถ้าไม่พออาจเพิม่ อุปกรณ์ให้น้าขึ้นมา
ชั่วคราวสาหรับการน้โี ดยเฉพาะ จดุ น้ถี อื ว่าเป็นสว่ นทส่ี าคัยที่สดุ เพราะการลม้ เหลวจากการให้วัคซีนนี้มักเกดิ
จากระบบนา้ ไมถ่ กู ตอ้ งและอปุ กรณ์ไมเ่ พยี งพอ สาหรับปริมาณนา้ ที่ใชล้ ะลายวัคซีนจะผันแปรไปตามอายขุ อง
ไก่ ดังนี้
อายุ 1 สัปดาห์ ใชน้ า้ 2-5 ลติ รตอ่ ไก่ 1,000 ตัว
อายุ 2-3 ใชน้ า้ 9-11 ลิตรต่อไก่ 1,000 ตัว
สัปดาห์
อายุ 5-7 ใช้น้า 14-18 ลิตรต่อไก่ 1,000 ตัว
สัปดาห์
อายมุ ากกว่า 7 ใชน้ ้า 20-23 ลติ รต่อไก่ 1,000 ตัว
สปั ดาห์
6. การสเปรย์ เปน็ วิธีท่นี ิยมมากสาหรบั การทาวัคซีนครัง้ แรกในลกู ไกอ่ ายุ 1 วนั เพอ่ื ป้องกันโรคติดเช้อื จาก
ไวรัสในระบบะทางเดนิ หายใจ อาจสเปรยต์ ง้ั แต่ในโรงฟกั หรอื โรงเรอื นทเ่ี ล้ียง โดยสเปรยใ์ ส่ลกู ไกท่ อ่ี ย่ใู นกล่อง
เลย ลูกไกจ่ ะไดร้ บั วัคซนี ผ่านทางลูกตาหรือจมกู เปน็ วธิ ที ี่ทาไดร้ วดเร็ว สามารถใหว้ ัคซีนแก่ไก่จานวนมากๆ ใน
ระยะเวลาอนั ส้นั แตป่ ระมาณวคั ซนี ท่ีได้รับอาจแตกตา่ งกันไป การสเปรยค์ วรสเปรย์ให้พอหมาดๆ ไมค่ วรให้ตวั
ลูกไกเ่ ปยี กโชก และควรทงิ้ ลกู ไกไ่ ว้ 10-15 นาที เพ่อื ให้ตวั แห้ง
ข้อควรปฏบิ ัตใิ นการท้าวคั ซีน
1. อายุของไกแ่ ละระยะเวลาในการทาวคั ซีนจะมีความสาคัญต่อการสรา้ งภมู ิคมุ้ กนั โรคของไก่เปน็ อย่างมาก
ดงั น้ันในการทาวคั ซีนจึงควรทาตามกาหนดเวลาอย่างถกู ต้อง
2. สขุ ภาพของไก่ขณะที่ทาวัคซนี จะต้องมคี วามสมบรู ณ์ แจ่มใส แขง็ แรง ไม่เปน็ โรคระบาด และตอ้ งปลอดภัย
จากพยาธิ เพราะอาจจะทาใหก้ ารทาวัคซนี ไม่ได้ผลเท่าทีค่ วร ทงั้ อาจทาให้ไก่ปว่ ยมีอาการขน้ั รนุ แรงได้ ดังนัน้
เพ่ือเป็นการรกั ษาสุขภาพของไกแ่ ละอาการแทรกซอ้ นตา่ งๆ จึงควรให้ยาปฏชิ ีวนะหรือไวตามิน 3 วนั ติดต่อกนั
กลา่ วคอื กอ่ นและหลงั ทาวคั ซนี 1 วัน และในวันทาวคั ซีนอกี 1 วัน
3. วคั ซีนท่ใี ชต้ ้องไมห่ มดอายุหรอื เสื่อมสภาพ และควรซ้ือวคั ซีนจากแหล่งทเ่ี ช่อื ถือไดเ้ ทา่ นัน้
4. การเกบ็ รักษาวคั ซีน จะต้องเกบ็ ไว้ในทเี่ ยน็ จดั เชน่ ในช่องแช่แขง็ ของต้เู ยน็ หรือตามคาแนะนาของการใช้
วคั ซีนนนั้ การขนส่งจะต้องบรรจุในกระติดน้าแข็งผสมเกลอื และควรระวงั อย่าให้วัคซนี ถูกความร้อนหรือ
แสงอาทิตย์ เพราะจะทาให้วคั ซนี เส่ือมสภาพได้
5. เคร่อื งมือและอุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นการทาวัคซีนทกุ ช้นิ จะต้องไดร้ ับการทาความสะอาดและผ่านการฆา่ เชื้อ อาจ
เป็นวิธตี ้ม นงึ่ ไอนา้ แลว้ ท้งิ ไวใ้ หเ้ ย็นก่อนนาไปใช้ทกุ คร้งั ในกรณที ที่ าวัคซีนละลายนา้ ควรลา้ งภาชนะตา่ งๆ ให้
สะอาดกอ่ นนาไปใชท้ ุกครั้ง
6. ในการผสมวคั ซนี จะต้องผสมในอัตราทีถ่ กู ต้องและเหมาะสม เมอ่ื ผสมเสร็จแลว้ ควรรีบใช้ใหห้ มดภายใน 2
ช่วั โมง
7. วคั ซนี ทผี่ สมแลว้ เหลือใช้ รวมทั้งหลอดหรอื ขวดบรรจวุ คั ซนี กอ่ นทิ้งควรผา่ นการต้มฆา่ เชื้อเสียก่อน
โปรแกรมวคั ซีนในไกไ่ ข่
ก่ ชนดิ วคั ซีน วิธีทา้ หมายเหตุ
1 วนั มาเร็กซ์ ฉีดใต้ผวิ หนงั ทาจากโรงฟัก
1 วัน หลอดลมอกั เสบ หยอดตา ทาเม่ือลกู ไกถ่ งึ ฟารม์
10 วนั นวิ คาสเซิลลาโซตา้ หยอดตา
14 วนั กัมโบโร ละลายน้า ชนดิ เชอ้ื เป็น
4 สปั ดาห์ นิวคาสเซลิ + หลอดลมอักเสบ หยอดตา
ผีดาษ แทงปกี
5 สัปดาห์ วัคซีนหวัด ฉีดเขา้ กลา้ ม 1/2 โด๊ส ในพื้นทที่ ่ีมโี รค
กลอ่ งเสยี งอกั เสบ หยอดตา 1/2 โด๊ส ระบาดรนุ แรง
8 สปั ดาห์ นิวคาสเซลิ + หลอดลม หยอดตา ชนิดเชื้อเปน็
นวิ คาสเซลิ ฉดี เขา้ กลา้ ม ชนดิ เชือ้ ตาย
10 สัปดาห์ กล่องเสียงอักเสบ หยอดตา
14 สปั ดาห์ วัคซีนหวดั ฉดี เข้ากล้าม
หลอดลมอกั เสบ หยอดตา
16 สัปดาห์ * อี.ดี.เอส + นิวคาสเซิล ฉีดเขา้ กล้าม ชนดิ เชอ้ื ตาย
22 สปั ดาห์ นิวคาสเซลิ + หลอดลมอกั เสบ ละลายนา้
32 สัปดาห์ นวิ คาสเซลิ + หลอดลมอักเสบ ละลายน้า
40 สปั ดาห์ นวิ คาสเซลิ + หลอดลมอักเสบ ละลายน้า
48 สัปดาห์ นวิ คาสเซิล + หลอดลมอกั เสบ ละลายนา้
56 สปั ดาห์ นิวคาสเซิล + หลอดลมอักเสบ ละลายนา้
64 สัปดาห์ นิวคาสเซิล + หลอดลมอักเสบ ละลายน้า
* โปรแกรมวัคซนี อาจมกี ารเปล่ยี นแปลงตามภาวะของโรคระบาดที่เกดิ ข้ึนในแต่ละท้องที่
ตอ่ มาเปน็ ทีอ่ ยอู่ าศยั ของไก่ไข่ ซึง่ ในเนือ้ หานจี้ ะเปน็ การเล้ียงไก่พนั ธไุ์ ข่ในโรงเรอื น ซง่ึ จะต้องสรา้ งใหเ้ หมาะสม
กับปัจจยั ต่าง ๆ โรงเรือนจะต้องสรา้ งใหถ้ กู ตอ้ ง มีความแขง็ แรง ทนทาน และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
โรงเรอื นทีด่ ีควรจะมีลักษณะดังน้ี
โรงเรอื นในการเล้ียงไก่ไข่
1. ปอ้ งกนั แดด ลม และฝนได้
2. แขง็ แรง ทนทาน ป้องกัน นก หนู แมว หรือสุนขั ได้
3. ทาความสะอาดไดง้ า่ ย
4. ห่างจากชมุ ชน และอยใู่ ต้ลมของบ้าน เพราะจะได้ไม่มกี ลิ่นรบกวน
5. ใชว้ ัสดุที่หางา่ ย ราคาถกู
6. ถ้าสรา้ งหลายหลังควรมีระยะหา่ งมากกวา่ 10 เมตร เพอื่ ให้ระบายอากาศได้ดแี ละปอ้ งกนั การแพร่
ระบาดของโรค
แบบโรงเรือนในการเล้ียงไกไ่ ข่
ลกั ษณะของโรงเรอื นไก่ไข่จะมหี ลายแบบข้นึ อยกู่ บั งบประมาณ วัสดุ ความยากงา่ ยในการสร้าง รปู แบบของ
โรงเรอื นไก่ไขม่ ีดงั น้ี
1. แบบเพิงหมาแหงน
แบบนี้จะสรา้ งง่าย ลงทนุ นอ้ ย แต่จะมขี อ้ เสยี คอื ฝนอาจจะสาดเข้าทางดา้ นหนา้ ได้งา่ ย และมีความ
แขง็ แรงนอ้ ย
2. แบบหน้าจัว่ ช้ันเดียว
ขอ้ ดีคอื แข็งแรงกว่าแบบเพงิ หมาแหงน สามารถป้องกันแดด ลม ฝนไดด้ กี วา่ แต่จะมีคา่ วสั ดุ อปุ กรณ์
และค่าก่อสร้างมากกวา่ แบบเพงิ หมาแหงน เพราะรูปแบบมคี วามซับซอ้ นมากกว่า
3. แบบหน้าจ่ัวสองช้นั
แบบนี้จะคล้าย ๆ กับหน้าจว่ั ชั้นเดยี ว แต่จะตา่ งกันตรงทม่ี หี น้าจว่ั ชน้ั ท่ี 2 เพง่ิ ขน้ึ มาเพ่อื ชว่ ยระบาย
อากาศ ทาให้แบบน้ีจะระบายความรอ้ นได้ดแี ละเย็นกว่าแบบหนา้ จัว่ ชัน้ เดียว แตก่ ็จะมคี า่ ก่อสรา้ ง
แพงกวา่ หนา้ จวั่ ช้ันเดียว
4. แบบหนา้ จัว่ กลาย
คลา้ ยเพงิ หมาแหงน แต่สามารถกันฝนไดด้ ีกวา่ และมคี ่าใชจ้ ่ายในการกอ่ สรา้ งมากกวา่ เพิงหมาแหงน
5. แบบเพิงหมาแหงนกลาย
แบบนจี้ ะมีกว่าเพงิ หมาแหงนและแบบหนา้ จั่ว เพราะมกี ารระบายอากาศ และกันฝน กนั แดดได้ดกี วา่
แต่ค่าใช้จ่ายถกู กวา่ แบบหน้าจ่ัวหลาย
โรงเรอื นเลยี งไก่