The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนร่มฉัตร-66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนร่มฉัตร-66

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนร่มฉัตร-66

96 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาเพิ่มเติม จ 15201 ภาษาจีน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เวลาเรียน 80 ชั่วโมง/ปี( 2 ชั่วโมง/สัปดาห์) จำนวน 2 หน่วยกิต ปฏิบัติตามคำ สั่ง คำ ขอร้อง และคำ แนะนำ ง่ายๆ ที่ฟังและอ่าน พูดหรือเขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ตนเอง และเรื่องใกล้ตัว พูดหรือเขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คำ สั่ง คำ ขอร้อง คำขอ อนุญาต และคำ แนะนำ ง่ายๆ พูดหรือเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อนครอบครัว และเรื่อง ใกล้ตัว ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของจีน บอก ใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟังและอ่าน บทสนทนา นิทานง่ายๆ หรือเรื่องสั้นๆ เข้าร่วมกิจกรรม ทางภาษาและวัฒนธรรมของจีนที่เหมาะสมกับวัย เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดเจตคติที่ดีต่อภาษาจีน ตลอดจนวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและ นำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมตามกาลเทศะ เกิดความคิดรวบยอด นำไปสู่ความเชื่อมโยงกับกลุ่มสาระการ เรียนรู้อื่น สามารถใช้ภาษาเพื่อการเรียนรู้และการประกอบอาชีพในอนาคต ผลการเรียนรู้ 1.ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้องและคำแนะนำที่ฟังและอ่าน 2.อ่านออกเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความ และบทฝึกออกเสียงตามหลักการออกเสียง 3.พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองง่ายๆ 4.ใช้ภาษาจีนตามสถานการณ์ต่างๆ ในสถานศึกษา และชุมชน รวมจำนวน 4 ผลการเรียนรู้


97 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาเพิ่มเติม จ 16201 ภาษาจีน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลาเรียน 80 ชั่วโมง/ปี( 2 ชั่วโมง/สัปดาห์) จำนวน 2 หน่วยกิต ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้องและคำแนะนำที่ฟังและอ่าน ขอร้องพูดหรือเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว บอกความเหมือนหรือความแตกต่างระหว่างการออก เสียง ประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำ ตามโครงสร้างประโยคของ ภาษาจีนกับภาษาไทย ใช้ภาษาจีนสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ ภาษาจีนในการสืบค้น และรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดเจตคติที่ดีต่อภาษาจีน ตลอดจนวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและ นำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมตามกาลเทศะ เกิดความคิดรวบยอด นำไปสู่ความเชื่อมโยงกับกลุ่มสาระการ เรียนรู้อื่น สามารถใช้ภาษาเพื่อการเรียนรู้และการประกอบอาชีพในอนาคต ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้องและคำแนะนำที่ฟังและอ่าน 2. อ่านออกเสียงคำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความ และบทฝึกออกเสียงตามหลักการออกเสียง 3. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองง่ายๆ 4. ใช้ภาษาจีนตามสถานการณ์ต่างๆ ในสถานศึกษา และชุมชน รวมจำนวน 4 ผลการเรียนรู้


98 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รายวิชาส่งเสริมศักยภาพสู่ความเป็นเลิศ


99 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ส่งเสริมศักยภาพสู่ความเป็นเลิศ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาเพิ่มเติม อ 11201 ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เวลาเรียน 40 ชั่วโมง/ปี( 1 ชั่วโมง/สัปดาห์) จำนวน 1 หน่วยกิต ฟังและปฏิบัติตามและใช้คำสั่งง่ายๆในห้องเรียน ระบุตัวอักษร เสียงอักษร การสะกดคำตาม หลักการอ่านออกเสียง เลือกภาพ คำ กลุ่มคำและความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม พูดโต้ตอบ คำสั้นๆง่ายๆในการสื่อสารระหว่างบุคคล บทสนทนาที่ใช้ ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ และประโยค ข้อความที่ใช้แนะนำตนเอง และบอกความต้องการ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา ทำท่าทางประกอบ โดยใช้คำศัพท์ ข้อมูลที่เกี่ยวกับเทศกาลสำคัญและ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีความมุ่งมั่น ใฝ่เรียนรู้ และเห็นคุณค่าในตนเอง มีวิถีของระบอบประชาธิปไตย ซื่อสัตย์ กล้าพูด สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจำวัน ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้องที่ฟัง 2. อ่านออกเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยคง่ายๆ และ บทพูดเข้าจังหวะง่ายๆ ถูกต้องตาม หลักการอ่าน 3. บอกความหมายของคำและกลุ่มคำที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคำถามจากการฟังหรืออ่าน ประโยค บทสนทนาหรือนิทานง่ายๆ 4. พูดโต้ตอบด้วยคำสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คำสั่งและคำขอร้อง ง่ายๆบอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง 5. พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง 6. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คำตามประเภทของบุคคล สัตว์ และ สิ่งของตามที่ฟังหรืออ่าน 7. พูดและทำท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคำศัพท์ ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้าร่วม กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย 8. บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และประโยคง่ายๆ ของภาษาภาษาอังกฤษ และภาษาไทย 8. ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน รวม ๙ ผลการเรียนรู้


100 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ส่งเสริมศักยภาพสู่ความเป็นเลิศ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาเพิ่มเติม อ 12201 ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เวลาเรียน 40 ชั่วโมง/ปี( 1 ชั่วโมง/สัปดาห์) จำนวน 1 หน่วยกิต ปฏิบัติตามและใช้คำสั่ง คำขอร้องง่ายๆ ระบุตัวอักษร เสียงอักษร อ่านออกเสียง สะกดคำ สามารถ เลือกภาพ ตรง ตามความหมายของคำ กลุ่มคำที่ฟัง พูดขอและให้ข้อมูล ตอบคำถามเกี่ยวกับตนเอง ใช้ภาษารวบรวมคำศัพท์เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและนันทนาการ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย ถูกต้องตามกาลเทศะ เห็นคุณค่าของการใช้ภาษาอังกฤษ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การอยู่ ร่วมกันในสังคม เห็นคุณค่าในตนเอง ใฝ่เรียนรู้ และมีจิตสาธารณะ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีความมุ่งมั่น ใฝ่เรียนรู้ และเห็นคุณค่าในตนเอง มีวิถีของระบอบประชาธิปไตย ซื่อสัตย์ กล้าพูด สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจำวัน ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้องที่ฟัง 2.อ่านออกเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยคง่ายๆ และ บทพูดเข้าจังหวะง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน 3.บอกความหมายของคำและกลุ่มคำที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคำถามจากการฟังหรืออ่านประโยคบทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ 4. พูดโต้ตอบด้วยคำสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คำสั่งและคำขอร้อง ง่ายๆ บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง 5. พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน 6. บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวหรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง 7. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คำตามประเภทของบุคคล สัตว์ และ สิ่งของตามที่ฟังหรืออ่าน 8. พูดและทำท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 9. บอกชื่อและคำศัพท์ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของ เจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย 10. บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และประโยคง่ายๆ ของภาษาอังกฤษและ ภาษาไทย 11. ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน 12. ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว 13. มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (เน้นการฟัง-พูด) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และเวลาว่างและนันทนาการ ภายในวงคำศัพท์ประมาณ 300 -450 คำ (คำศัพท์ที่เป็นรูปธรรม) 14.ใช้ประโยคคำเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว (Simple Sentence) ในการสนทนาโต้ตอบตาม สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน รวม ๑๔ ผลการเรียนรู้


101 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ส่งเสริมศักยภาพสู่ความเป็นเลิศ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาเพิ่มเติม อ 13201 ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เวลาเรียน 40 ชั่วโมง/ปี( 1 ชั่วโมง/สัปดาห์) จำนวน 1 หน่วยกิต ปฏิบัติตามคำสั่งและคำขอร้อง พูดสนทนา โต้ตอบด้วยคำสั้นๆ ฟัง พูดประโยค นิทาน ในสถานการณ์ง่ายๆที่ เกิดขึ้นในห้องเรียน บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำและประโยคง่ายๆของภาษาอังกฤษและภาษาไทย เลือก ระบุภาพหรือสัญลักษณ์ ตรงตามความหมายของกลุ่มคำ ให้ข้อมูล บอกความต้องการ ความรู้สึกง่ายๆ เกี่ยวกับ ตนเองและเรื่องใกล้ตัว อ่านออกเสียง สะกด คำ กลุ่มคำ ประโยค ตามหลักการอ่าน ตอบคำถาม รวบรวมคำศัพท์ จากการฟังหรือการอ่านเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม เวลาว่างและ นันทนาการ พูดและทำท่าทางประกอบตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย มีความมุ่งมั่น ใฝ่รู้ใฝ่เรียน และรักความเป็นไทย โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบประชาธิปไตย ซื่อสัตย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถึงความเป็นไทยเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจำวัน ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้องที่ฟัง 2.อ่านออกเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยคง่ายๆ และ บทพูดเข้าจังหวะง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน 3.บอกความหมายของคำและกลุ่มคำที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคำถามจากการฟังหรืออ่านประโยคบทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ 4.พูดโต้ตอบด้วยคำสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คำสั่งและคำขอร้องง่ายๆ บอกความ ต้องการง่ายๆ ของตนเอง 5. พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน 6. บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวหรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง 7. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คำตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของตามที่ ฟังหรืออ่าน 8. พูดและทำท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 9.บอกชื่อและคำศัพท์ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้า ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย 10.บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และประโยคง่ายๆ ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย 11. ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน 12. ใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว 13. มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (เน้นการฟัง-พูด) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และเวลาว่างและนันทนาการ ภายในวงคำศัพท์ประมาณ ๓๐๐ -๔๕๐ คำ (คำศัพท์ที่เป็นรูปธรรม) 14. ใช้ประโยคคำเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว (Simple Sentence) ในการ สนทนาโต้ตอบตามสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน รวม ๑๔ ผลการเรียนรู้


102 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมสำคัญที่หลักสูตรโรงเรียนร่มฉัตรวิทยา(เทศบาล2) พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้จัดทำขึ้นให้ผู้เรียน ทุกคน ทุกระดับชั้น เพื่อส่งเสริมพัฒนาความสามารถของตนเองตามความถนัด ความสนใจ ให้เต็มศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ทั้งด้านร่างกายสติปัญญาอารมณ์และสังคม สร้างเยาวชน ของชาติให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม และสามารถบริหารการจัดการตนเอง กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตาม ศักยภาพ เพิ่มเติมจากกิจกรรมการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม การเข้าร่วม และปฏิบัติ กิจกรรมที่เหมาะสมร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุขกับกิจกรรมที่เลือกด้วยตนเองตามความถนัด ความสนใจ อย่างแท้จริงจะเสริมสร้างและพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้านสร้างความเป็นมนุษย์ที่ สมบูรณ์ ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม จุดมุ่งหมายของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การจัดทำกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนร่มฉัตรวิทยา(เทศบาล 2)มีจุดประสงค์สำคัญ คือ 1. เพื่อช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ของผู้เรียน ได้ฝึกฝนทักษะ ได้เรียนรู้ โดยการปฏิบัติจริง อันเป็น การสอดคล้องกับแนวการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ 2. เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะดีเด่นของความเป็นประชาธิปไตย ฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตาม ฝึกการ ทำงานร่วมกัน ฝึกการแสดงความคิดเห็น ฝึกความรับผิดชอบ 3. เพื่อก่อให้เกิดความสามัคคี รักหมู่คณะ เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะการปฏิบัติ กิจกรรมต้องทำงานเป็นกลุ่ม ต้องร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ได้พบความสุข ความทุกข์ร่วมกัน เกิด ความประทับใจซึ่งกันและกัน 4. ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความแปลกใหม่ เพราะการทำกิจกรรมร่วมกันต้องร่วมกัน ศึกษาค้นคว้า ค้นหาวิธีการที่ดีกว่า ทำให้ความคิดแตกฉาน พบเทคนิค วิธีการที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ ในการพัฒนาผลงาน 5. เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีทางเลือก มีโอกาสแสดงออกตามแนวคิด ความสนใจของตนเอง มีโอกาส ในการเลือกตามความต้องการ ความถนัด ช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนเป็นรายบุคคล 6. เพื่อฝึกผู้เรียนให้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ชุมชน และประเทศชาติ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพราะกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีลักษณะเป็นสังคมเล็กที่จำลองจากสังคมใหญ่ มีกฎระเบียบ กติกา มีความรับผิดชอบทั้งในสิทธิหน้าที่ซึ่งเป็นการปลูกฝังลักษณะนิสัยและคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ของการอยู่ร่วมกันในสังคมปกติ 7. เพื่อช่วยให้ผู้สอนรู้จักผู้เรียนแต่ละคนดีขึ้น เพราะผลงานในการทำกิจกรรมของผู้เรียน จะช่วย ให้ผู้สอนเข้าใจผู้เรียนและประเมินคุณค่าคุณภาพของนักเรียนได้ดี และถูกต้องมากขึ้น รู้จัก และเข้าใจความสนใจของผู้เรียน ความถนัดของผู้เรียน ช่วยให้ผู้สอนทราบข้อมูลพื้นฐานของ ผู้เรียนที่ถูกต้อง และสามารถส่งเสริม สนับสนุน หรือแก้ไขข้อบกพร่องของผู้เรียนได้ถูก แนวทาง


103 8. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงหลักสูตรและการเรียนการสอนของโรงเรียน เพราะพฤติกรรม การแสดงออกของผู้เรียนในการปฏิบัติกิจกรรม เป็นผลที่บ่งชี้ถึงความสำเร็จของหลักสูตรและ การเรียนการสอนของโรงเรียนว่าบรรลุผลตามจุดมุ่งหมายหรือไม่ มากน้อยเพียงใด หลักสูตร ควรจะต้องมีการปรับปรุงหรือพัฒนาในส่วนใด หลักการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 1. มีการกำหนดวัตถุประสงค์ และแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม 2. จัดให้เหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความสนใจ ความถนัด และความสามารถของผู้เรียน 3. บูรณาการกับชีวิตจริง ให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต 4. ใช้กระบวนการกลุ่มในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ ฝึกให้คิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ 1. จินตนาการ ที่เป็นประโยชน์ และสัมพันธ์กับชีวิตในแต่ละช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง 5. จำนวนสมาชิกเหมาะสมกับลักษณะของกิจกรรม 6. มีการกำหนดเวลาในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมตามโครงสร้างหลักสูตรโรงเรียน 7. ผู้เรียนเป็นผู้ดำเนินการ มีครูเป็นที่ปรึกษา ถือเป็นหน้าที่และงานประจำ โดยคำนึงถึง 2. ความปลอดภัย 8. ยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กร ทั้งภาครัฐและ เอกชน มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม 9. มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม ด้วยวิธีที่หลากหลาย และสอดคล้องกับกิจกรรมอย่างเป็น ระบบและต่อเนื่อง โดยให้ถือว่าเป็นเกณฑ์ประเมินผลการผ่านช่วงชั้นเรียน การดำเนินการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโรงเรียนร่มฉัตรวิทยา (เทศบาล 2) โรงเรียนร่มฉัตรวิทยา (เทศบาล 2) จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยมุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ตรง ได้ฝึกปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมตาม ความสนใจจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม มีทักษะในการดำเนินงาน ส่งเสริมให้ มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สังคม ศีลธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและ อาชีพได้อย่างเหมาะสม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโรงเรียนร่มฉัตรวิทยา (เทศบาล 2) 1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบ ด้านเพื่อให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย อารมณ์ และสังคม และเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือนักเรียนในเรื่อง ต่างๆ เช่นปัญหาในครอบครัว ปัญหาทางการเรียน เป็นต้น โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว 40 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา แนวทางการจัดกิจกรรมแนะแนว 1. จัดกิจกรรมเพื่อให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากขึ้น โดยใช้กระบวนการทาง จิตวิทยา การจัดบริการสนเทศ โดยจัดให้มีเอกสารเพื่อใช้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ด้วยการสังเกต การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหว่างเรียน การเยี่ยม บ้านนักเรียน การให้ความช่วยเหลือผู้เรียนในเรื่องสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทำระเบียนสะสม สมุด รายงานประจำตัวนักเรียน และบัตรสุขภาพ


104 2. จัดกิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทำแบบทดสอบเพื่อรู้จักและเข้าใจ ตนเอง มีทักษะในการตัดสินใจ การปรับตัว และการวางแผนเพื่อเลือกศึกษาต่อ เลือกอาชีพ 3. จัดบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนเป็นรายบุคคล และรายกลุ่ม ในด้านการศึกษา อาชีพ และส่วนตัว โดยมีผู้ให้คำปรึกษาที่มีคุณวุฒิ และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการให้คำปรึกษา ตลอดจน มีห้องให้คำปรึกษาที่เหมาะสม 3.1 ช่วยเหลือผู้เรียนที่ประสบปัญหาด้านการเงิน โดยการให้ทุนการศึกษาแก่ผู้เรียน 3.2 ติดตามเก็บข้อมูลของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา 2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย มีทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ตลอดทั้งมีทักษะในการดำรงชีวิตด้วยตนเอง กิจกรรมประกอบด้วย 2. 1 กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ทุกคน ได้ ฝึกอบรมวิชาลูกเสือ – เนตรนารี เพื่อส่งเสริมหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข ส่งเสริมความสามัคคี มีวินัย และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม โดยดำเนินการจัดกิจกรรมตาม ข้อกำหนดของคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี30 ชั่วโมง/ปีการศึกษา แนวทางการจัดกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ลูกเสือ กิจกรรม– เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ ผู้เรียนศึกษาและฝึกปฏิบัติในเรื่อง 1. เตรียมลูกเสือสำรอง นิยายเรื่องเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือสำรอง การทำความ เคารพเป็นหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถวเบื้องต้น คำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสำรอง 2. ลูกเสือสำรองดาวดวงที่ 1 2 และ 3 อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสำรวจ การค้นหา ธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูก เงื่อน คำปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสำรอง โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก เห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิการเมืองใด ๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หมายเหตุ - เมื่อผู้เรียนผ่านการทดสอบในข้อ 1 แล้ว จะได้รับเครื่องหมายลูกเสือสำรอง - เมื่อผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมและผ่านการสอบแล้ว จะได้รับเครื่องหมายดาวดวงที่ 1 2 และ 3 ตามลำดับ - สำหรับวิชาพิเศษ ให้ใช้ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติว่าด้วยการปกครองหลักสูตร และวิชาพิเศษลูกเสือสำรอง (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2522


105 กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ ผู้เรียนศึกษาและฝึกปฏิบัติในเรื่อง 1. ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว 2. ลูกเสือโท การรู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทักษะในทาง วิชาลูกเสือ งานอดิเรกและเรื่องที่น่าสนใจ คำปฏิญาณ และกฎของลูกเสือ ระเบียบแถวโดยใช้กระบวนการ ทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำ 3. ปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิการเมืองใด ๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หมายเหตุ - เมื่อผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม และผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับเครื่องหมายลูกเสือตรี และ ลูกเสือโท - สำหรับวิชาพิเศษ ให้ใช้ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติว่าด้วยการปกครองหลักสูตร และวิชาพิเศษลูกเสือสามัญ (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2525 ผลการเรียนรู้กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี 1.รู้ เข้าใจ และสามารถปฏิบัติตนตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ - เนตรนารี 2. เข้าใจความเป็นมาและวิวัฒนาการของลูกเสือ - เนตรนารี 3. ปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีความกล้าหาญ อดทน เชื่อมั่นในตนเอง มีระเบียบ วินัย มีความสามัคคี เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความเสียสละ บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ 4. มีทักษะการสังเกต จดจำ การใช้มือ เครื่องมือ การแก้ไขปัญหา และทักษะในการทำงาน ร่วมกัน 5. พัฒนาตนเองอยู่เสมอ สร้างสรรค์งานฝีมือ สนใจ และพัฒนาเรื่องของธรรมชาติ 2.2 กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม 40 ชั่วโมง/ปีการศึกษา แนวทางการจัดกิจกรรมชุมนุม ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 สามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชุมนุม วางแผนการดำเนิน กิจกรรมร่วมกัน โดยมีชุมนุมที่เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วยชุมนุมกีฬา ชุมนุมดนตรี ชุมนุมทำอาหาร ชุมชนภาษาญี่ปุ่นและชุมนุมนวดแผนไทย 3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำประโยชน์ ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดี งาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทำประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดำรงรักษา สืบสานศาสนา ศิลปะและวัฒนา


106 ธรรม กิจกรรมพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสังคม โดยนักเรียนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณะประโยชน์ 10 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา แนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ในระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 นำไป สอดแทรกในกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ทั้งนี้การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ให้ผู้เรียน รายงานแสดงการเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมุดบันทึก และมีผู้รับรองผลการเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้งทั้งกิจกรรม ในโรงเรียนและกิจกรรมนอกโรงเรียน แนวทางการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่หลักสูตร โรงเรียนร่มฉัตรวิทยา (เทศบาล 2) พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนด คือ มีผลกการประเมินระดับ ผ่าน ในทุกกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การพิจารณามอบหมายผู้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คณะครูทุกคนเป็นที่ปรึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามที่โรงเรียนมอบหมายโดยมีบทบาท ดังนี้ 1. ปฐมนิเทศผู้เข้าเรียนให้เข้าใจเป้าหมาย วิธีการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 2. เลือกตั้งคณะกรรมการการดำเนินกิจกรรม 3. ส่งเสริมการจัดทำแผนงาน / โครงการ โดยให้ผู้เรียนร่วมแสดงความคิดเห็นในการจัดทำ แผนงานโครงการ และปฏิทินปฏิบัติงาน 4. ประสานงาน และอำนวยความสะดวกในด้านทรัพยากรตามความเหมาะสม 5. ให้คำปรึกษา ดูแล ติดตามการจัดกิจกรรมของผู้เรียนให้เป็นไปตามแผนงานด้วยความเรียบร้อย และปลอดภัย 6. ประเมินผลการเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียน 7. สรุปและรายงานผลการจัดกิจกรรมต่อหัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ขั้นตอนการดำเนินการของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 1. ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดนโยบาย 2. แต่งตั้งคณะทำงาน 3. สำรวจความสนใจของผู้เรียนและความพร้อมของโรงเรียน 4. กำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 5. วางแผนร่วมกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนงานโครงการและปฏิทินปฏิบัติงาน 6. ปฏิบัติงานตามแผนที่กำหนด 7. นิเทศ ติดตาม และประเมินผล 8. สรุป รายงานผล


107 เกณฑ์การจบการศึกษา เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา 1) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด 2) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน 5,040 ชั่วโมง และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติม 720 ชั่วโมง ตามโครงสร้างเวลาเรียน หลักสูตรโรงเรียนร่มฉัตรวิทยา ( เทศบาล ๒ ) พุทธศักราช ๒๕๖6 ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ คือ ป.1-3 จำนวน 1,080 ชั่วโมง/ปีและ ป.4-6 จำนวน 1,080 ชั่วโมง/ปีรวม 6 ปีคือ 6,480 ชั่วโมง 3) ผู้เรียนต้องเรียนทุกรายวิชาพื้นฐานและมีผลการประเมินระดับ 1 ขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านการ ประเมินรายวิชาพื้นฐาน 4) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ โรงเรียนร่มฉัตรวิทยา (เทศบาล 2) กำหนด คือ มีผลการประเมินในระดับคุณภาพ ผ่านขึ้นไป 5) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ โรงเรียนร่มฉัตรวิทยา (เทศบาล 2) กำหนดคือ มีผลการประเมินในระดับคุณภาพ ผ่านขึ้นไป 6) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่โรงเรียน ร่มฉัตรวิทยา (เทศบาล 2) กำหนด คือ มีผลกการประเมินระดับผ่านในทุกกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คำอธิบายระดับผลการเรียนรายวิชา การให้ระดับผลการเรียนระดับประถมศึกษา 1. การประเมินผลการเรียนวิชา ให้ระดับผลการเรียน 8 ระดับ และความหมายของแต่ละระดับ ดังนี้ ระดับ ผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนน เป็นร้อยละ การตัดสินผลการเรียน ตัดสิน เป็นรายวิชา โดยใช้ผลการประเมิน ระหว่างปีและปลายปีตามสัดส่วนที่ สถาน ศึกษากำหนด และทุกรายวิชา ต้องได้รับการตัดสินให้ผลการเรียน ตามแนวทางการให้ระดับผลการเรียน ตามที่สถานศึกษากำหนด และผู้เรียน ต้องผ่านทุกรายวิชาพื้นฐาน 4 ดีเยี่ยม 80 – 100 3.5 ดีมาก 75 – 79 3 ดี 70 – 74 2.5 ค่อนข้างดี 65 – 69 2 ปานกลาง 60 – 64 1.5 พอใช้ 55 – 59 1 ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 50 – 54 0 ต่ำกว่าเกณฑ์ 0 - 49


108 2. การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เพื่อการเลื่อนชั้นและจบการศึกษา กำหนดเกณฑ์ การตัดสินเป็น 4 ระดับและความหมายของแต่ละระดับดังนี้ ดีเยี่ยม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนที่มีคุณภาพ ดีเลิศอยู่เสมอ ดี หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ ยอมรับ ผ่าน หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับ แต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ ไม่ผ่าน หมายถึง ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน หรือถ้ามี ผลงาน ผลงานนั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลายประการ 3. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อการเลื่อนชั้นและจบการศึกษา กำหนดเกณฑ์การ ตัดสินเป็น 4 ระดับ และความหมายของแต่ละระดับดังนี้ ดีเยี่ยม หมายถึง ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัยและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อ ประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน 5 – 8 คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี ดี หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคม โดยพิจารณาจาก 1) ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน 1-4 คุณลักษณะ และไม่มี คุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดีหรือ 2) ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน 4 คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน หรือ 3) ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน 5-8 คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดย พิจารณาจาก 1) ได้ผลการประเมินระดับผ่าน จำนวน 5 - 8 คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน หรือ 2) ได้ผลการประเมินระดับดีจำนวน 4 คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะ ใดได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผ่าน ตั้งแต่ 1 คุณลักษณะ 4. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มี 3 ลักษณะ คือ 1. กิจกรรมแนะแนว การจัดกิจกรรมแนะแนว มีองค์ประกอบ 3 ด้าน ดังนี้ 1.1. ด้านการศึกษา ให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอย่างเต็มตามศักยภาพ รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียนมีวิธีการ เรียนรู้และสามารถวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อได้อย่างเหมาะสม 1.2. ด้านอาชีพ ให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองในทุกด้าน รู้และเข้าใจโลกของงานอาชีพ อย่าง หลากหลายมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบ อาชีพตามที่ตนเองมีความถนัด และสนใจ


109 1.3. ด้านส่วนตัวและสังคม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าของตนเอง และผู้อื่นรักษ์สิ่งแวดล้อม มีวุฒิภาวะทางอารมณ์มีเจตคติที่ดีต่อการมีชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะ ชีวิต และสามารถ ปรับตัวดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 2. กิจกรรมนักเรียน ซึ่งประกอบด้วย 1) กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีเป็นกิจกรรมที่มุ่งปลูกฝังระเบียบวินัยและกฎเกณฑ์เพื่อ การอยู่ ร่วมกันให้รู้จักการเสียสละและบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและวิถีชีวิตในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีให้เป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติรวมทั้ง ให้ สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยกำหนดหลักสูตร เป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1.ลูกเสือสำรอง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 2.ลูกเสือสามัญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 2) กิจกรรมชุมนุม หรือชมรม กิจกรรมชุมนุมชมรมมีขอบข่ายดังนี้ 1.เป็นกิจกรรมที่เกื้อกูล ส่งเสริมการเรียนรู้8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ให้กว้างขวาง ลึกซึ้ง ยิ่งขึ้น 2.เป็นกิจกรรมจัดตามความสนใจของผู้เรียน 3.เป็นกิจกรรมที่สามารถจัดได้ทั้งในและนอกสถานศึกษาและทั้งในและนอกเวลา เรียน 4.ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 3-6 ชุมนุม ในระยะเวลา 6 ปี 3.) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญ ตน ให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อช่วยขัดเกลา จิตใจของผู้เรียนให้มีความเมตตากรุณา มีความเสียสละ และมีจิตสาธารณะ เพื่อช่วยสร้างสรรค์สังคมให้อยู่ ร่วมกันอย่างมีความสุข ให้ใช้ตัวอักษรแสดงผลการประเมิน ดังนี้ “ผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงานตาม เกณฑ์ตามที่สถานศึกษากำหนด “มผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงานไม่ เป็นไปตามเกณฑ์ตามที่สถานศึกษากำหนด ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อม เสริม ให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียน จาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนนั้นๆ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน แต่ต้องดำเนินการให้ เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น


ภาคผนวก


รายชื่อคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรโรงเรียนร่มฉัตรวิทยา (เทศบาล 2) พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 1. นายสุพจน์ วรรณวินิจ ประธานกรรมการ 2. นางสาวณัชชา สุริยะวงค์ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย 3. นางสาวพัชราภรณ์ อรุณโรจน์ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย 4. นายจิตรนาถ วัฒนไชยวงศ์ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย 5. นายณัฐพงษ์ ววรรณวงศ์ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย 6. นางสาวกาญจนา เขียวเทพ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 7. นางสาวชยุตา วิริยะ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 8. นางสาวจันทนิภา ลุงทา สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 9. นางพิมพ์ใจ วงศ์ตา สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 10.นายชุติเดช สิริโภคขจร สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 11. นายสรวิศ กาวรรณ์ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 12. นายคณิณ จันจาเล สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 13. นายดิเรก ใต้ตา สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 14. นางสาวเดือนชนก สุริยะ สาระการเรียนรู้สุขพลและพลศึกษา 15. นายประกาสิทธิ์ ร่มเย็น สาระการเรียนรู้สุขพลและพลศึกษา 16. นางสาวกิตติยา มิ่งศรีสุข สาระการเรียนรู้ศิลปะ 17. นางสาวชุติมา ยานะกุล สาระการเรียนรู้ศิลปะ 18. นายโอภาส ประวัติงาม สาระการเรียนรู้ศิลปะ 19. นางสาวสุพร พะก่าโต สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ 20. นางสาวนิภาวรรณ เวชกิจ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 21. นางสาวประภัสสร นภาสิทธิ์ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 22. นางสาวปรียานุช สุเนติโกวิท สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน) 23. นางจิราภรณ์ ทองแก้ว กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน(แนะแนว)


Click to View FlipBook Version