ประวตั ิศาสตร์สากล
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา
เครือโรงเรียนมารีวทิย์ชนัมธัยมศึกษาปีทีA5 >
โดย ครูเสาวภาคย์ อินทร์ประเสริฐ
จุดประสงคก์ ารเรียน
1. นกั เรียนสามารถอธิบายการแบ่งเวลาในประวตั ิศาสตร์สากลได้
2. นกั เรียนสามารถวเิคราะห์เวลาในประวตั ิศาสตร์สากลได้
3. นกั เรียนมีความสนใจใฝ่เรียนรู้และตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของ
การแบ่งเวลาในประวตั ิศาสตร์สากล
ขอบข่ายเน*ือหา
การแบ่งยคุ สมยั ทาง ประวตั ิศาสตร์
ยคุ สมยั และหลกั ฐานทาง ประวตั ิศาสตร์
หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
ยุคสมยั และหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ผศู้ ึกษาประวตั ิศาสตร์จะตอ้ งมีความรู้พ:ืนฐานเก>ียวกบั เวลาและยคุ
สมัยทางประวัติศาสตร์ เพ>ือให้รู้ว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ'นก่อน และ
เหตุการณ์ใดเกดิ หลงั รวมทงั สามารถเลือกหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ที> :
เหมาะสมมาใชใ้ นการทาํ ความเขา้ ใจเรื>องราวทางประวตั ิศาสตร์
การแบ่งยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์
สมยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์
สมยั ประวตั ศิ าสตร์
การแบ่งยคุ สมยั ใน ประวตั ิศาสตร์ตะวนั ออก
การแบ่งยคุ สมยั ใน ประวตั ิศาสตร์ตะวนั ตก
ยุคโลหะ
ยุคหิน
สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ คือ ช่วงเวลาทีAมนุษย์ ยงั ไม่รู้จกั ใชต้ วั หนงั สือ การศึกษาเรืAองราวใน
สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์จึงตอ้ งอาศยั การสนั นิษฐาน และการตีความจากหลกั ฐานทางโบราณคดีและ หลกั ฐานทางสภาพแวดลอ้ ม
สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์สามารถแบ่งเป็น2 ยคุ ไดแ้ ก่ ยคุ หินและยคุ โลหะ
การแบ่งยุคสมยั ทาง ประวตั ศิ าสตร์
ยุคหินเก่า 2,500,000–10,500 ปี
ตอนกลาง 180,00–49,000 ปี
ยุคหิน
ตอนต้น 2,500,000–180,000 ปี
ตอนปลาย 49,000–10,500 ปี
ยุคหิน
ยุคหินกลาง 10,500–10,000 ปี
ยุคหินใหม่ 10,000–4,000 ปี
ยุคโลหะ
ยุคเหลก็ (2,700–2,000 ปี )
ยุคสําริด (4,000–2,700 ปี )
+
เป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงกบั ดบี ุก
พบเครื=องมือทาํ จากดนิ เผา หิน และแร่
สามารถหลอมเหลก็ เป็นเครื=องมือ เครื=องใช้
สังคมพฒั นาเป็นรัฐและกลายเป็น อาณาจกั รในเวลาต่อมา
ชุมชนเกษตรกรรมขยายตวั เป็นชุมชน เมือง/มกี ล่มุ อาชีพ/มกี ารจดั ระเบียบ สังคม
สามารถเพม=ิ ผลผลติ กองทพั มอี าวุธท=ี แขง็ แกร่ง
สมยั ประวตั ิศาสตร์เป็นสมยั ที3มีการจดบันทกึ ด้วยตวั อกั ษร
ทงั น5ีแต่ละสงั คมจะเริมตน้ สมยั ประวตั ิศาสตร์ไม่พร้อมกนั 53
สมยั ประวตั ศิ าสตร์
โดยประวตั ิศาสตร์ตะวนั ออก จะแบ่งตามช่วงเวลาของแต่ ละราชวงศ์หรือศูนย์กลางอํานาจเป็ นเกณฑ์ ส่วนประวัติศาสตร์ ตะวนั ตก จะใช้เหตุการณ์สําคญั ทางประวตั ศิ าสตร์ เป็นเกณฑใ์ น การแบ่งยคุ สมยั
ตะลยุ ..หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ยคุ หินเก่า ยคุ หินกลาง
ยคุ หินใหม่
• กระท่อมดนิเหนียว
• สร้ อยเปลือกหอย
• ขวานหินกะเทาะ
• ตะกร้ าสาน
• รถลาก
• ผ้าทอ
ร
ถ
ล
ต
ะ
ก
ร้
ร
ะ
ท่
ส
ร้
อ
ย
เ
ป
ลื
อ
ก
ม
ดิ
น
ข
ว
า
น
หิ
น
ก
ะ
เ
ห
ย
ว
ท
นี
า
ส
า
น
ก
ห
อ
ผ้
า
ท
อ
ะ
ย
ยุคสมยั ในประวตั ศิ าสตร์ตะวนั ออก
ประวตั ศิ าสตร์จนี
สมยั ใหม่ (ค.ศ. 1368–1911)
(ค.ศ.1911–สมยั ปัจจุบัน)
สมยั กลาง (ค.ศ. 220–1368)
สมยั โบราณ
(1,570 ปี ก่อนคริสต์ศักราช– ค.ศ.220)
ราชวงศ์ชาง ราชวงศ์ โจว ราชวงศ์ ฉิน
ราชวงศ์ ฮ=ัน
ต่างชาตยิ ดึ ครอง ราชวงศ์สุย
ราชวงศ์ ถงั
ราชวงศ์ ซ่ ง ราชวงศ์ หยวน
ราชวงศ์หมงิ
ราชวงศ์ชิง
เปลยี= นการปกครองเป็น ระบอบสาธารณรัฐ และ คอมมวิ นิสต์ ในทส=ี ุด
1.การแบ่งยุคทางสมยั ประวตั ศิ าสตร์จนี
แนวความคิดในการจดั แบ่งยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์จีนใช้พฒั นาการทางอารยธรรมและช่วงเวลาทรี= าชวงศ์ต่าง ๆ มี อาํ นาจในการปกครองเป็ นหลกั เกณฑ์ในการจดั แบ่งยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์จีน ซ=ึงสามารถแบ่งยคุ สมยั ออกไดเ้ ป็ น
2. ประวตั ิศาสตร์จีนสมยั กลาง เป็ นช่วงของการ ปรับตวั ของอารยธรรมจีนในการรับอิทธิพล ต่างชาติ เกดิ การแบ่งแยกดนิ แดนก่อนทจีG ะมี การรวมประเทศได้ในราชวงศ์สุย (Sui Dynasty)ในสมยั ราชวงศ์ซ่ง(SungDynasty) เป็นช่วงสมยั ของความเจริญรุ่งเรืองทาง ศิลปะวฒั นธรรม จนกระทงั= ชาวมองโกล สามารถยดึ ครองประเทศจีนและสถาปนา ราชวงศห์ ยวน(YuanDynasty)
1. ประวตั ิศาสตร์จีนสมยั โบราณ เริ=มในสมยั ราชวงศช์ าง1,570–1,045ปีก่อนคริสตศ์ กั ราชมี การวางรากฐานดา้ นการปกครอง เศรษฐกิจ และ สงั คม มีอกั ษรโบราณเขียนลงบนกระดองเต่า ใช้ ในการเสี=ยงทาย หลงั จากนHนั เป็นช่วงสมยั ราชวงศ์โจว ราชวงศ์ฉิน และราชวงศ์ฮัGน ซึGงใน สมยั นีสJ ามารถรวมศูนย์อาํ นาจเป็นจกั รวรรดิ ได้ ช ดั เ จ น
3. ประวตั ิศาสตร์จีนสมยั ใหม่ เริ=มตน้ ยคุ สมยั ใน ค.ศ. 1368 เมื=อชาวจีนไล่พวกมองโกลแลว้ ตHงั ราชวงศห์ มิง(MingDynasty)ขนึJ ปกครองจนี หลงั จากนJันราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) ของ พวกแมนจูโค่นราชวงศ์หมงิ เป็นช่วงสมยั ที=จีน ไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ ประสบความสาํ เร็จเกือบทุก ดา้ น นกั วชิ าการบางท่านถือวา่ ประวตั ิศาสตร์จีน สมยั ใหม่เริ=มตน้ เมื=อครHังราชวงศช์ ิง (ค.ศ. 1644)
4. ประวตั ิศาสตร์จีนสมยั ปัจจุบนั เริ=มตน้ ใน
ค.ศ. 1911 เมืGอจนี ปฏวิ ตั กิ ารเปลยGี นแปลงการ ปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็ น ระบอบสาธารณรัฐ (ค.ศ. 1911–1949) โดย ดร. ซุน ยตั เซน (Sun Yat-sen) ต่อมาพรรค คอมมิวนิสตไ์ ดป้ ฏิวตั ิและไดป้ กครองจีน จึง เปลี=ยนการปกครองเป็นระบอบคอมมวิ นิสต์ ตHงั แต่ ค.ศ. 1949 จนถึงปัจจุบนั
ช่วงปลายสมยั ราชวงศช์ ิงเป็นช่วงเวลาที=ประเทศจีนถูกคุกคามจากชาติ ตะวนั ตก และจีนแพอ้ งั กฤษในสงครามฝิ= น (ค.ศ. 1839–1842) ราชวงศ์ ชินสิLนสุดลงใน พ.ศ. 1911
ยุคสมยั ในประวตั ศิ าสตร์ตะวนั ออก
สมยั กลาง
ประวตั ศิ าสตร์อนิ เดยี
สมยั ใหม่
สมยั ปัจจุบัน
สมยั โบราณ
สมยั มหากาพย์ – สมยั คุปตะ
เกดิ ความวุ่นวายทางการเมือง มุสลมิ รุกราน
สมยั จกั รวรรดมิ ุคลั – องั กฤษ เข้าปกครอง
แบ่งประเทศออกเป็ น อนิ เดยี
ปากสี ถานและบังกลาเทศ
2.การแบ่งยุคทางสมยั ประวตั ศิ าสตร์อนิ เดยี
แนวความคิดในการจดั แบ่งยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์จีนใชพ้ ฒั นาการของอารยธรรมอนิ เดยี และเหตุการณ์สําคญั เป็นหลกั สาํ คญั
ช่วงเวลาการวางรากฐานของอารยธรรมอินเดียเริ=มตHงั แต่สมยั อารยธรรมลุ่มนาํ สินธุของพวกดราวิ H
เดียนเมื=อ2,500ปีก่อนคริสตศ์กัราชและล่มสลายลงเมื=อ1,500ปีก่อนคริสตศ์กัราชชาวอารยนัจึงอพยพเขา้มา ตHงั ถิ=นฐาน เกิดการคิดคน้ และก่อตHงั ศาสนาต่าง ๆ เรียกวา่ สมยั พระเวท (1,500–900 ปี ก่อนคริสต์ศักราช)
1. ประวตั ิศาสตร์อินเดียสมยั โบราณ เริGมต้นในสมยั มหากาพย์ (900–600 ปี ก่อน คริสตศ์ กั ราช) มีการใช้ตวั อกั ษรบันทกึ เรืGองราว อนิ เดยี รวมตวั ครJังแรกในราชวงศ์มคธ
(600–322ปีก่อนคริสตศ์ กั ราช)และรวมตวั กนั อย่างแท้จริงในสมยั ราชวงศ์เมารยะ (322–184ปีก่อนคริสตศ์ กั ราช)อินเดียเขา้ สู่สมยั แห่งความแตกแยกและการรุกรานจาก ภายนอกทHงั จากพวกกรีกและกษุ าณะ เป็นช่วงเวลาของการผสมผสานทางวฒั นธรรม ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูเจริญขHึนแทนพระพทุ ธศาสนา
3. ประวตั ิศาสตร์อินเดียสมยั ใหม่ เรียกวา่ สมยั จกั รวรรดมิ ุคลั
(Mughal Empire ค.ศ. 1526– 1858) จนกระทงัG องั กฤษเข้า ปกครองอนิ เดยี โดยตรงในค.ศ. 1858แล้วปกครองมาจนถงึ ค.ศ. 1947 อนิ เดยี จงึ ได้รับเอกราชจาก อ งั ก ฤ ษ อ นิ เ ด ยี จ ึ ง เ ข า้ ส ู ่ ย คุ ประวตั ิศาสตร์สมยั ปัจจุบนั
4. ประวตั ิศาสตร์อินเดียสมยั ปัจจุบนั คือ ภายหลงั ได้รับเอกราชและถูก แบ่งแยกออกเป็ นประเทศต่าง ๆ ได้แก่ อนิ เดยี ปากสี ถานและบังกลาเทศ
2. ประวตั ิศาสตร์อินเดียสมยั กลาง (ค.ศ. 535–1526) เป็ น ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายทาง การเมืองและรุกรานจากต่างชาติ โดยเฉพาะมุสลมิ เป็นสมยั แห่ง ความแตกแยกทางการเมือง (ค.ศ. 535–1200) และสมยั สุลต่านแห่งเดลี (ค.ศ. 1200– 1526)
อยา่ งไรกต็ ามการแบ่งยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์โดยใชห้ ลกั เกณฑพ์ ฒั นาการ ของอารยธรรมอนิ เดยี สามารถรวมสมยั สุลต่านแห่งเดลีเขา้ กบั สมยั ราชวงศม์ ุ คลั เรียกรวมวา่ สมยั มุสลิม (ค.ศ. 1200–1858)
• อารยธรรมเมโสโปเตเมยี
• อารยธรรมอยี ปิ ต์โบราณ อารยธรรมกรีก • อารยธรรมโรมนั
• เกดิ ระบบฟิวดลั
• คริสต์ศาสนาขดั แย้งกบั ศาสนาอสิ ลาม
ยุคสมยั ใน ประวตั ศิ าสตร์ ตะวนั ตก
ประวตั ศิ าสตร์สมยั โบราณ (3,500 ปี ก่อนคริสต์ศักราช– ค.ศ.476)
ประวตั ศิ าสตร์สมยั กลาง (ค.ศ.476–1453)
ประวตั ศิ าสตร์สมยั ใหม่ (ค.ศ.1453–1945)
ประวตั ศิ าสตร์สมยั ปัจจุบัน (ค.ศ. 1945–ปัจจุบัน)
• ยุครุ่งเรืองของศิลปะวทิ ยาการ
• ปฏวิ ตั วิ ทิ ยาศาสตร์และอตุ สาหกรรม
• ช่วงหลงั สงครามโลกครXังที=2ก่อให้เกดิ การเปลยี= นแปลงทางด้านเศรษฐกจิ สังคม และการปกครอง
2. ประวตั ิศาสตร์สมยั กลาง (ค.ศ. 476–ค.ศ. 1453) เป็ นช่วง
ที=ตะวนั ตกรับอิทธิพลจาก ค ร ิ ส ต ศ์ า ส น า เ ป ็ น อ ย า่ ง ม า ก ท H งั ทางดา้ นการเมือง เศรษฐกิจ สงั คมและศิลปะวฒั นธรรม นอกจากนHีสงั คมในสมยั กลาง ยงั มีลกั ษณะเป็นสังคมระบบ ฟ ิ ว ด ลั
3. ประวตั ิศาสตร์สมัยใหม่ (ค.ศ. 1453–1945) เป็ นสมัย แห่งความรุ่งเรืองทาง วิทยาการของอารยธรรม ตะวันตกและแผ่อิทธิพลไป ยงั ดนิ แดนอืGนๆ
1. ประวตั ิศาสตร์สมยั
โบราณ (3,500 ปี ก่อน คริสตศ์ กั ราช–ค.ศ. 476) เป็ นช่วงเวลาที=อารยธรรม เมโสโปเตเมยี และอารย ธรรมอยี ปิ ต์ซึGงเป็นอารย ธรรมทเีG ก่าแก่ที=สุดในโลก จนถึง ค.ศ. 476 เมืGอ
จกั รวรรดโิ รมนั ตะวนั ตกล่ม สลาย ถือเป็ นการสิJนสุด สมยั โบราณ
4.ประวตั ิศาสตร์สมยั ปัจจุบนั (ค.ศ.1945–ปัจจุบนั )เป็นช่วงสมยั หลงั สงครามโลกครJัง ทGี2ซ=ึงมีผลกระทบรุนแรงทวั=โลกและก่อใหเ้กิดการเปล=ียนแปลง ทHงัทางดา้น
เ ศ ร ษ ฐ ก ิ จ ส งั ค ม ก า ร เ ม ื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง ต ่ อ ส งั ค ม โ ล ก ใ น ป ั จ จ ุ บ นั
สรุปความรู้
ยุคสมยั ทาง ประวตั ศิ าสตร์
หลกั ฐานทาง ประวตั ศิ าสตร์
การแบ่งยุคสมยั ทาง ประวตั ศิ าสตร์
ยุคหิน
ลกั ษณะของเครGืองเครGืองใช้
ประวตั ศิ าสตร์ตะวนั ออก
ยุคโลหะ
สมยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์
ตวั อกั ษร
สมยั ประวตั ศิ าสตร์
แบ่งจากศูนย์กลางและราชวงศ์
ประวตั ศิ าสตร์ตะวนั ตก
แบ่งจากเหตุการณ์สําคญั
ขอบคุณค่ะ
หลงั จากที3นกั เรียนเรียนจบบทเรียนน5ีแลว้ ให้
นกั เรียนทาํ แบบฝึกหดั ใหG้ oogle Forms ท3ีครูลงไวด้ า้ นล่างน5ีดว้ ยค่ะ