หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม สังกัดกองการศึกษา เทศบาลนครระยอง 2566 (สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ)
คำนำ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการที่รัฐต้อง ดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ อย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รวมไปถึงกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี(พุทธศักราช 2560 - 2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พุทธศักราช 2560 - 2564) แผนการศึกษา แห่งชาติ(พุทธศักราช 2560 - 2579) เป้าหมายยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่ 2 (พุทธศักราช 2552 - 2561) แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (พุทธศักราช 2560 - 2564) ส่งผลให้เกิด การปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 โดยได้มีการประกาศใช้หลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย พุทธศักราช 2560 แทนตามสภาพการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งสถานศึกษาในฐานะสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในช่วงอายุ 3-6 ปี มีหน้าที่จัดทำ หลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและเป็นไปตามบริบทของท้องถิ่น จะเห็นได้ ว่าหลักสูตรสถานศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสถานศึกษาในการนำไปใช้ในการจัดการศึกษา เนื่องจากเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการศึกษา ให้เป็นในทิศทางที่สอดคล้องกับจุดเน้นของสถานศึกษา ความ ต้องการของผู้ปกครอง ชุมชน ท้องถิ่น รวมถึงมาตรฐานของหลักสูตร โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม สังกัดกองการศึกษา เทศบาลนครระยอง ในฐานะสถานศึกษา ที่จัดการศึกษาในระดับปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโดยใน ระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษามาโดยตลอด แต่ยังขาดการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษาที่มีจุดเน้นเฉพาะตามบริบทของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ งานหลักสูตรสถานศึกษา ฝ่าย บริหารงานวิชาการ เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา จึงได้จัดทำโครงการปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา 2565 ตามแผนพัฒนาการศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัด โขดทิมทาราม (พุทธศักราช 2566 - 2570) ในยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาระบบการจัดการศึกษา กลยุทธ์ที่ 1.1 พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นคุณภาพผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งยังเป็นไปตาม แผนพัฒนาเทศบาลนครระยอง ในยุทธศาสตร์ที่ 4 ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม จารีต ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น กลยุทธ์ที่ 4.3 พัฒนามาตรฐานและโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้เด็กและ เยาวชนมีคุณภาพ เพื่อพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ มีคุณภาพ และพร้อมที่จะนำไปใช้เป็น หลักสูตรสถานศึกษาในปีการศึกษา 2566 ภายใต้การเป็นสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดระยองต่อไป สถานศึกษาขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ หลักสูตรสถานศึกษา ขอขอบพระคุณผู้บริหารท้องถิ่น นายวิชิต ศรีชลา นายกเทศมนตรีนครระยอง และ นายนิพนธ์ เตชโชควารี รองนายกเทศมนตรีนครระยอง ที่ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานในการพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษาในครั้งนี้ ขอขอบคุณปลัดเทศบาลนครระยอง ผู้อำนวยการกองการศึกษา รวมทั้ง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการศึกษาประจำเทศบาลนครระยอง และผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลนคร ระยอง ที่ได้ให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาอย่างเป็นกัลยณมิตร ขอขอบคุณคณะผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษาอย่างแข็งขันจนสำเร็จลุล่วง และขอขอบคุณท่านผู้ปกครองโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิม ทาราม ที่ได้ให้ความไว้วางใจและให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษาด้วยดีเสมอมา
สารบัญ หน้า ข้อมูลพื้นฐาน...............................................................................................................................................3 วิสัยทัศน์ของหลักสูตร (School Concept)................................................................................................4 ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย.............................................................................................................................7 วิสัยทัศน์การศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม .....................................................................7 ภารกิจการจัดการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม..............................................................7 เป้าหมายการจัดการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม..........................................................8 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์..............................................................................................................9 โครงสร้างเวลาการจัดประสบการณ์...........................................................................................................17 คำอธิบายชั้นปีระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาล 1 (อายุ3-4 ปี) ........................................................18 โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ชั้นปี ชั้นอนุบาล 1 (อายุ3-4 ปี)...................................................19 คำอธิบายชั้นปีระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาล 2 (อายุ5-5 ปี) ........................................................20 โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ชั้นปี ชั้นอนุบาล 2 (อายุ4-5 ปี)...................................................21 คำอธิบายชั้นปีระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาล 3 (อายุ5-6 ปี) ........................................................22 โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ชั้นปี ชั้นอนุบาล 3 (อายุ5-6 ปี)...................................................23 การจัดประสบการณ์..................................................................................................................................24 การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้..................................................................................................................31 สื่อและแหล่งเรียนรู้....................................................................................................................................31 การประเมินพัฒนาการ..............................................................................................................................32 ภาคผนวก ...............................................................................................................................................33
ประกาศโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช ๒๕๖๖ ---------------------------------------------- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๑ พุทธศักราช ๒๕๖๔ มาตรา ๕๔ กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา เพื่อพัฒนา ร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย และโดยที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๓ พุทธศักราช ๒๕๕๓ มาตรา ๔๑ กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ จัดการศึกษาระดับใดระดับหนึ่งหรือทุกระดับตามความพร้อม ความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่น ประกอบกับมาตรา ๑๘ กำหนดให้โรงเรียนของรัฐเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีอำนาจในการจัดการศึกษาปฐมวัย รวมถึงพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๒ มาตรา ๒๕ โรงเรียนในฐานะสถานพัฒนา เด็กปฐมวัยที่มีหน้าที่จัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย ต้องจัดให้มีการอบรมเลี้ยงดู เพิ่มพูนประสบการณ์ ส่งเสริม พัฒนาการเรียนรู้ และจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัยอย่างทั่วถึง รวมทั้งจัดให้มีการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ปฐมวัยที่เหมาะสมในช่วงรอยต่อตั้งแต่ก่อนระดับอนุบาลจนถึงระดับประถมศึกษาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๒ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมาย กำหนด คือการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้รวมถึงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทารามซึ่งเป็นสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง ได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาขึ้นใหม่ทั้งฉบับ ภายใต้วิสัยทัศน์ของหลักสูตรหรือ School Concept ที่สะท้อนจุดเน้นรวมถึงความเป็นตัวตนเฉพาะของสถานศึกษาในการจัดการศึกษา เพื่อมุ่งพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้มีคุณภาพตามบริบทสถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น และสภาพภูมิสังคม อีกทั้งยังสอดคล้องกับกรอบหลักสูตร การศึกษาตามยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดระยองหรือ Rayong MARCO เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคนระยอง ตามวิถีระยองที่มีคุณภาพต่อไป อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๑๓ พุทธศักราช ๒๕๕๒ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๓ พุทธศักราช ๒๕๕๓ และมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๒ สถานศึกษาโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะคณะกรรมการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ในการประชุม ครั้งที่ ๔/๒๕๖๕ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ จึงมีประกาศดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช ๒๕๖๖” ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ผู้อำนวยการสถานศึกษาลงนามเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้ แทนหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (สำหรับเด็กอายุ ๓-๖ ปี) ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๖ เป็นต้นไป ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามปีการศึกษา เว้นแต่มีเหตุตามข้อ ๔ ข้อ ๔ ภายในระยะเวลาสองปีการศึกษาแรก นับตั้งแต่ปีการศึกษาที่หลักสูตรสถานศึกษามีผลใช้บังคับ การยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมอันส่งผลให้สาระสำคัญของหลักสูตรสถานศึกษาแตกต่างไปจากเดิมจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยตามประกาศหรือคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยตามประกาศหรือคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ให้ สถานศึกษาดำเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายในปีการศึกษานั้น หรือตาม ระยะเวลาที่กระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงมหาดไทยกำหนด แล้วแต่กรณี ข้อ ๕ ให้มีการประเมินผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษาและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาทุกปี การศึกษา ทั้งนี้ การปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาต้องไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของหลักสูตร สถานศึกษาให้แตกต่างไปจากเดิม โดยให้จัดทำเป็นหลักสูตรสถานศึกษาฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๖ ภายในปีการศึกษาที่สาม นับตั้งแต่ปีการศึกษาที่หลักสูตรสถานศึกษามีผลใช้บังคับ ให้มีการ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาใหม่ทั้งฉบับ เว้นแต่มีเหตุตามข้อ ๔ หรือมีการขยายเวลาการใช้หลักสูตรตามข้อ ๗ ข้อ ๗ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาอย่างต่ำตามข้อ ๓ สถานศึกษาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ประสานงานวิชาการท้องถิ่นระดับสถานศึกษา (กปว.สถานศึกษา) สามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบขยาย ระยะเวลาการใช้หลักสูตรสถานศึกษาต่อไปได้อีกครั้งหนึ่งเป็นระยะเวลาสามปีการศึกษา โดยต้องมีการพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษาขึ้นใหม่ทั้งฉบับ และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ขยายออกไปแล้ว ให้หลักสูตรสถานศึกษา นี้สิ้นผลบังคับใช้ ให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในฐานะคณะกรรมการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นผู้อนุมัติ การขยายระยะเวลาการใช้หลักสูตรสถานศึกษาตามวรรคแรก โดยต้องจัดทำเป็นประกาศสถานศึกษา ซึ่งต้อง ระบุหลักการและเหตุผลความจำเป็นในการขยายระยะเวลาการใช้หลักสูตรสถานศึกษาด้วย ข้อ ๘ ให้สถานศึกษาจัดให้มีการเผยแพร่หลักสูตรสถานศึกษานี้ต่อสาธารณชน โดยอย่างน้อยต้อง ครอบคลุมถึงเด็กและผู้ปกครอง และพึงจัดให้มีการเผยแพร่ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย ทั้งนี้ต้องเป็นไป เพื่อการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารหลักสูตรสถานศึกษาได้เป็นสำคัญ ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ (นายธนพงศ์ สุขะ) ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 3 หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 ข้อมูลพื้นฐาน โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม ตั้งอยู่เลขที่ 17/4 ถนนพจนกร ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง ระยอง จังหวัดระยอง รหัสไปรษณีย์ 21000 หมายเลขโทรศัพท์ 0-3861-1361 เป็นสถานศึกษาที่จัด การศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดกองการศึกษา เทศบาลนครระยอง ปัจจุบันมีผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 2 ราย ประกอบด้วย 1. ผู้อำนวยการสถานศึกษา นายธนพงศ์ สุขะ วิทยฐานะผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ 2. รองผู้อำนวยการสถานศึกษาฝ่ายบริหารงานทั่วไป นางนิตยา ครุฑใหญ่ วิทยฐานะรองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม เป็นสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2565 มีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 1,396 คน แบ่งเป็นเด็กปฐมวัย 293 คน และนักเรียนระดับประถมศึกษา 1,103 คน มีครูผู้สอนจำนวนทั้งสิ้น 52 คน และครูสอนภาษาชาว ต่างประเทศ 2 คน ความนำ หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม ระดับปฐมวัย พุทธศักราช 2566 จัดทำ ขึ้นตามความมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ซึ่งกำหนดให้สถานศึกษาที่จัด การศึกษาระดับปฐมวัยพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา เด็กปฐมวัย ให้บรรลุมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้และสภาพที่พึงประสงค์ โดยคำนึงถึง วิสัยทัศน์ จุดเน้น ภูมิปัญญาท้องถิ่น สภาพบริบทและความต้องการของชุมชน ประกอบกับโรงเรียน เทศบาลวัดโขดทิมทาราม เป็นสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง ตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พุทธศักราช 2562 จึงได้พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาระดับ ปฐมวัยที่สะท้อนถึงจุดเน้น บริบทของสถานศึกษา โดยเฉพาะการนำกรอบหลักสูตรตามยุทธศาสตร์ การศึกษาจังหวัดระยอง (Rayong MARCO) มาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาหลักสูตร
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 4 วิสัยทัศน์ของหลักสูตร (School Concept) “นักสรรค์สร้างนวัตกรรมนำวิถีระยองสู่สากล” “Innovation creator leading the way to Rayong becoming global” โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม สังกัดกองการศึกษา เทศบาลนครระยอง ได้ดำเนินการ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฉบับใหม่ เพื่อใช้แทนหลักสูตรสถานศึกษาฉบับเดิน โดยใช้กระบวนการพัฒนา หลักสูตรแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนระดับปฐมวัย ในฐานะผู้นำหลักสูตรไป ปฏิบัติ โดยแบ่งกระบวนการพัฒนาหลักสูตรออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ School Concept หรือวิสัยทัศน์ของหลักสูตรสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครู ได้ร่วมดำเนินการวิเคราะห์ School Concept หรือวิสัยทัศน์ ของหลักสูตรสถานศึกษา ผ่านการร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลใน 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1. บริบท (Context) ของสถานศึกษา ในมิติด้านพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยพื้นที่ทาง ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ได้แก่ วัดโขด แม่น้ำระยอง ย่านเมืองเก่าถนนยมจินดา รวมถึงย่านการค้า ถนนสุขุมวิทและถนนราษฎร์บำรุง วัฒนธรรมประเพณีทั้งประเพณีไทยและท้องถิ่น โดยเฉพาะภาษาถิ่น ระยอง ของดีและภูมิปัญญาเกี่ยวกับอาหารการกิน การมีส่วนร่วมของชุมชนที่เข้ามามีบทบาทในการ สนับสนุนจัดการศึกษา และการพัฒนาของพื้นที่ที่มีการขยายตัวของชุมชนเมืองควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ เมืองของเทศบาลนครระยอง 2. ทุน (Cost) ของสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นด้านบุคลากรที่มีจำนวนมากและมี ความสามารถที่หลากหลาย ทั้งด้านเทคโนโลยี ภาษาถิ่นระยอง อาคารสถานที่รวมไปถึงแหล่งเรียนรู้ภายใน โรงเรียนและบริเวณใกล้เคียง การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม รวมไปถึงทรัพยากรที่ได้รับการสนับสนุน จากเทศบาลนครระยองในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด ความถนัด และความมุ่งมั่นตั้งใจของบุคลากรที่พร้อม รับการเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา 3. แนวโน้มของสังคมไทย และสังคมระยอง (Trends) ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ซึ่งพบว่า จังหวัดระยองมีแนวโน้มของการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการขนส่งในภูมิภาค เด็กระยองมีแนวโน้ม ของการเติบโตไปเป็นผู้ประกอบการที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีและการใช้ภาษาที่สองและสามมากขึ้น โดยพิจารณาร่วมกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ที่ว่าคนไทยจะต้องมีคุณลักษณะของการเป็น (1) ผู้เรียนรู้ (2) ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม และ (3) พลเมืองที่เข้มแข็ง และพิจารณาร่วมกับกรอบหลักสูตรตามยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดระยอง หรือ Rayong MARCO อันประกอบด้วย การพัฒนาผู้นำ M-manpower ภูมิปัญญาท้องถิ่น A-ancestor ทรัพยากร R-resource การจัดการถิ่นฐาน C-city planning และอาชีพ O-occupation สู่แนวคิดหลักใน การจัดการศึกษาที่ว่า “โขดทิมริมน้ำแห่งการศึกษา ภูมิปัญญาแห่งวัฒนธรรม เรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยี สืบสานวิถีถิ่นระยอง” “KHODTIM - The riverside of education for wisdom of culture, innovation and technology learning with continuing the way of Rayong local life” และนำมาสู่การกำหนดSchool Concept หรือวิสัยทัศน์ของหลักสูตรสถานศึกษา
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 5 ระยะที่ 2 การวิเคราะห์ Curriculum Focus หรือจุดเน้นของหลักสูตรชั้นปีระดับปฐมวัย เมื่อสถานศึกษามี School Concept หรือวิสัยทัศน์ของหลักสูตรสถานศึกษาที่เป็นหลักในการ จัดการศึกษาแล้ว คณะครูระดับปฐมวัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ Curriculum Focus หรือจุดเน้นของ หลักสูตรชั้นปีระดับปฐมวัย เพื่อใช้เป็นจุดเน้นหรือหลักในการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย โดยมี Curriculum Focus คือ “นักเล่น นักเรียนรู้ สู่วิถีระยอง” และเมื่อได้Curriculum Focus หรือจุดเน้นของหลักสูตรชั้นปีระดับปฐมวัยที่เป็นหลักของ หลักสูตรแล้ว คณะครูระดับปฐมวัยได้ดำเนินการพิจารณาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ร่วมกับกรอบหลักสูตรตามยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดระยอง หรือ Rayong MARCO เพื่อนำไปสู่การ จัดทำ Course Description หรือคำอธิบายชั้นปีต่อไป ระยะที่ 3 การจัดทำ Course Description หรือคำอธิบายชั้นปีคณะครูแต่ละกลุ่มสาระ การเรียนรู้ ดำเนินการวิเคราะห์ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่ม สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) ภายใต้กรอบของ Course Focus หรือจุดเน้นของรายวิชาในหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ได้จัดทำขึ้น ร่วมกับการนำผล การเรียนรู้ตามกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น (Rayong-MARCO) ซึ่งพัฒนาโดยกองการศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง มาใช้ในการจัดทำคำอธิบายรายวิชาในทุกรายวิชา ทั้งรายวิชา พื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 6 กระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม Course Description คำอธิบายชั้นปี Costs ฐานทุน Contexts บริบท Rayong MARCO กรอบหลักสูตร จังหวัด DOE THAILAND ผลลัพธ์ที่พึง ประสงค์ของ การศึกษาชาติ Trends แนวโน้มสังคมไทย และระยอง
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 7 ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวมบนพื้นฐาน การอบรมเลี้ยงดู และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ให้เต็มตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และ ความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิด คุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ วิสัยทัศน์การศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม มุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมี ความสุขและเหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัยและสำนึกความเป็นไทย เป็นนักเล่น นักเรียนรู้ภายใต้วิถีถิ่นระยอง โดยความร่วมมือระหว่าง สถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน หน่วยงานต้นสังกัดและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก ภารกิจการจัดการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม 1. จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะทางกายและจิตสังคม 2. จัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 3. จัดกิจกรรมส่งเสริมอุปนิสัยรักการอ่าน และการใช้ภาษาพื้นฐานเพื่อการสื่อสารใน ชีวิตประจำวัน 4. จัดกิจกรรมเสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและประเพณีวัฒนธรรม ท้องถิ่นระยอง 5. จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะกระบวนการคิด การแก้ปัญหา และการช่วยเหลือตนเองใน ชีวิตประจำวันผ่านการพัฒนาทักษะสมอง EF (Executive Function) 6. จัดประสบการณ์อย่างหลากหลายโดยเน้นเด็กเป็นสำคัญ 7. จัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัย 8. พัฒนาครูและบุคลากรที่จัดการศึกษาปฐมวัย 9. พัฒนาสื่อและแหล่งเรียนรู้ให้เหมาะสม เพียงพอ ปลอดภัยและส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก 10. พัฒนาระบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 8 เป้าหมายการจัดการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม 1. เด็กทุกคนมีความพร้อม กล้าแสดงออก และมีพัฒนาการทุกด้านเหมาะสมกับวัย 2. เด็กทุกคนมีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน รักการอ่าน และแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองตามวัย 3. เด็กทุกคนมีร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพจิตดี 4. เด็กทุกคนมีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์ ประหยัดหัดออม และอยู่ใน สังคมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 5. เด็กทุกคนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6. เด็กทุกคนมีมารยาทและปฏิบัติตนตามขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมไทยและท้องถิ่น ระยอง 7. เด็กทุกคนมีทักษะในการใช้ภาษาพื้นฐานเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 9 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย พุทธศักราช 2566 กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์จำนวน 12 มาตรฐานที่ครอบคลุมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ประกอบด้วย 1. พัฒนาการด้านร่างกาย ประกอบด้วย 2 มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ 1 ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี มาตรฐานที่ 2 กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและ ประสานสัมพันธ์กัน 2. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ 3 มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข มาตรฐานที่ 4 ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว มาตรฐานที่ 5 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม 3. พัฒนาการด้านสังคม ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ 6 มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาตรฐานที่ 7 รักธรรมชาติสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย มาตรฐานที่ 8 อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมใน ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 4. พัฒนาการด้านสติปัญญา ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ 9 ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ มาตรฐานที่ 11 มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ 12 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้ เหมาะสมกับวัย
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 10 ตัวบ่งชี้และสภาพที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเด็กที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ สภาพที่พึงประสงค์ เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวังให้เด็กเกิด บนพื้นฐาน พัฒนาการตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุ เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดสาระการ เรียนรู้ในการจัดประสบการณ์และประเมินพัฒนาการเด็ก โดยมีรายละเอียดของมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ ดังนี้ มาตรฐานที่ 1 ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 1.1 มีน้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ - น้ำหนักและส่วนสูงตาม เกณฑ์ของกรมอนามัย - น้ำหนักและส่วนสูงตาม เกณฑ์ของกรมอนามัย - น้ำหนักและส่วนสูงตาม เกณฑ์ของกรมอนามัย 1.2 มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี - ยอมรับประทานอาหารที่ มีประโยชน์ และดื่มน้ำที่ สะอาดเมื่อมีผู้ชี้แนะ - รับประทานอาหารที่มี ประโยชน์และดื่มน้ำที่ สะอาด - รับประทานอาหารที่มี ประโยชน์ได้หลายชนิดและ ดื่มน้ำที่สะอาดได้ด้วย ตนเอง - ล้างมือก่อนรับประทาน อาหารและหลังจากใช้ ห้องน้ำห้องส้วมเมื่อมีผู้ชี แนะ - ล้างมือก่อนรับประทาน อาหารและหลังจากใช้ ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง - ล้างมือก่อนรับประทาน อาหารและหลังจากใช้ ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง - นอนพักผ่อนเป็นเวลา - นอนพักผ่อนเป็นเวลา - นอนพักผ่อนเป็นเวลา - ออกกำลังกายเป็นเวลา - ออกกำลังกายเป็นเวลา - ออกกำลังกายเป็นเวลา 1.3 รักษาความ ปลอดภัยของตนเอง และผู้อื่น - เล่นและทำกิจกรรมอย่าง ปลอดภัยเมื่อมีผู้ชี้แนะ - เล่นและทำกิจกรรมอย่าง ปลอดภัยด้วยตนเอง - เล่น ทำกิจกรรมและ ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่าง ปลอดภัย
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 11 มาตรฐานที่ 2 กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 2.1 เคลื่อนไหวร่างกาย อย่างคล่องแคล่วประสาน สัมพันธ์ และทรงตัวได้ - เดินตามแนวที่กำหนดได้ - เดินต่อเท้าไปข้างหน้า เป็นเส้นตรงได้ โดยไม่ต้อง กางแขน - เดินต่อเท้าถอยหลังเป็น เส้นตรง โดยไม่ต้องกาง แขน - กระโดดสองขาขึ้นลงอยู่ กับที่ได้ - กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ ได้โดยไม่เสียการทรงตัว - กระโดดขาเดียวไป ข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เสียการทรงตัว - วิ่งแล้วหยุดเองได้ - วิ่งหลบสิ่งกีดขวางได้ - วิ่งหลบสิ่งกีดขวางได้ อย่างคล่องแคล่ว - รับลูกบอลโดยใช้มือและ ลำตัวช่วย - รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้ง สองข้าง - รับลูกบอลที่กระดอนขึ้น จากพื้นได้ 2.2 ใช้มือ-ตา ประสาน สัมพันธ์กัน - ใช้กรรไกรตัดกระดาษ ขาดจากกันได้โดยใช้มือ เดียว - ใช้กรรไกรตัดกระดาษ ตามแนวเส้นตรงได้ - ใช้กรรไกรตัดกระดาษ ตามแนวโค้งได้ - เขียนรูปวงกลมตามแบบ ได้ - เขียนรูปสี่เหลี่ยมตาม แบบได้อย่างมีมุมชัดเจน - เขียนรูปสามเหลี่ยมตาม แบบได้อย่างมีมุมชัดเจน - ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้น ผ่านศูนย์กลาง 1 ซม. ได้ - ร้อยวัสดุที่มีเส้นผ่าน ศูนย์กลาง.5 ซม. ได้ - ร้อยวัสดุที่มีเส้นผ่าน ศูนย์กลางเล็กกว่า 0.25 ซม. ได้ มาตรฐานที่ 3 มีสุขภาพจิตและมีความสุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 3.1 แสดงออกทางอารมณ์ ได้อย่างเหมาะสม - แสดงอารมณ์ ความรู้สึก ได้เหมาะสมกับบาง สถานการณ์ - แสดงอารมณ์ ความรู้สึก ได้ตามสถานการณ์ - แสดงอารมณ์ ความรู้สึก ได้สอดคล้องกับถานการณ์ อย่างเหมาะสม 3.2 มีความรู้สึกที่ดีต่อ ตนเองและผู้อื่น - กล้าพูดกล้าแสดงออก - กล้าพูดกล้าแสดงออก อย่างเหมาะสมบาง สถานการณ์ - กล้าพูดกล้าแสดงออก อย่างเหมาะสมตาม สถานการณ์ - แสดงความพอใจใน ผลงานของตนเอง - แสดงความพอใจใน ผลงานและความสามารถ ของตนเอง - แสดงความพอใจใน ผลงานและความสามารถ ของตนเองและผู้อื่น
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 12 มาตรฐานที่ 4 ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 4.1 สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว - สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ - สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ - สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ - สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี - สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี - สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี - สนใจมีความสุขและแสดง ท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี - สนใจมีความสุขและแสดง ท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี - สนใจมีความสุขและแสดง ท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี มาตรฐานที่ 5 มีคุณธรรม จริยธรรม และจิตใจที่ดีงาม ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 5.1 ซื่อสัตย์สุจริต - บอกหรือชี้ได้ว่าสิ่งใดเป็น ของตนเองและสิ่งใดเป็น ของผู้อื่น - ขออนุญาตหรือรอคอย เมื่อต้องการสิ่งของของ ผู้อื่นเมื่อมีผู้ชี้แนะ - ขออนุญาตหรือรอคอย เมื่อต้องการสิ่งของของ ผู้อื่นด้วยตนเอง 5.2 มีเมตตากรุณา มี น้ำใจและช่วยเหลือ แบ่งปัน - แสดงความรักเพื่อนและมี เมตตาสัตว์เลี้ยง - แสดงความรักเพื่อนและมี เมตตาสัตว์เลี้ยง - แสดงความรักเพื่อนและมี เมตตาสัตว์เลี้ยง - แบ่งปันผู้อื่นได้เมื่อมี ผู้อื่นชี้แนะ - ช่วยเหลือและแบ่งปัน ผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ - ช่วยเหลือและแบ่งปัน ผู้อื่นได้ด้วยตนเอง 5.3 มีความเห็นอกเห็น ใจผู้อื่น - แสดงสีหน้าหรือท่าทาง รับรู้ ความรู้สึกผู้อื่น - แสดงสีหน้าและท่าทาง รับรู้ ความรู้สึกผู้อื่น - แสดงสีหน้าและท่าทาง รับรู้ ความรู้สึกผู้อื่นอย่าง สอดคล้องกับ สถานการณ์ 5.4 มีความรับผิดชอบ - ทำงานที่ได้รับมอบหมาย จนสำเร็จ เมื่อมีผู้ช่วยเหลือ - ทำงานที่ได้รับมอบหมาย จนสำเร็จเมื่อมีผู้ชี้แนะ - ทำงานที่ได้รับมอบหมาย จนสำเร็จ ด้วยตนเอง
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 13 มาตรฐานที่6 มีทักษะชีวิต และปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 6.1 ช่วยเหลือตนเองในการ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน - แต่งตัวโดยมีผู้ช่วยเหลือ - แต่งตัวด้วยตนเอง - แต่งตัวด้วยตนเองได้อย่าง คล่องแคล่ว - รับประทานอาหารด้วย ตนเอง - รับประทานอาหารด้วย ตนเอง - รับประทานอาหารด้วย ตนเอง อย่างถูกวิธี - ใช้ห้องน้ำห้องส้วมโดยมีผู้ ช่วยเหลือ - ใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วย ตนเอง - ใช้และทำความสะอาด หลังใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วย ตนเอง 6.2 มีวินัยในตนเอง - เก็บของเล่น ของใช้เข้าที่ เมื่อมีผู้ชี้แนะ - เก็บของเล่น ของใช้เข้าที่ ด้วยตนเอง - เก็บของเล่น ของใช้เข้าที่ อย่าง เรียบร้อยด้วยตนเอง - เข้าแถวตามลำดับ ก่อนหลังได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ - เข้าแถวตามลำดับ ก่อนหลังได้ ด้วยตนเอง - เข้าแถวตามลำดับ ก่อนหลังได้ด้วยตนเอง 6.3 ประหยัดและพอเพียง - ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่าง ประหยัด และพอเพียงเมื่อ มีผู้ชี้แนะ - ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่าง ประหยัด และพอเพียงเมื่อ มีผู้ชี้แนะ - ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่าง ประหยัด และพอเพียงด้วย ตนเอง มาตรฐานที่ 7 รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 7.1 ดูแลรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม - มีส่วนร่วมดูแลรักษา ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เมื่อมีผู้ชี้แนะ - มีส่วนร่วมดูแลรักษา ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เมื่อมีผู้ชี้แนะ - ดูแลรักษาธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง - ทิ้งขยะได้ถูกที่ - ทิ้งขยะได้ถูกที่ - ทิ้งขยะได้ถูกที่ 7.2 มีมารยาทตาม วัฒนธรรมไทย และรักษา ความเป็นไทย - ปฏิบัติตนตามมารยาท ไทยได้ เมื่อมีผู้ชี้แนะ - ปฏิบัติตนตามมารยาท ไทยได้ด้วยตนเอง - ปฏิบัติตนตามมารยาท ไทยได้ ถูกต้องตาม กาลเทศะ - กล่าวคำขอบคุณและขอ โทษเมื่อมีผู้ชี้แนะ - กล่าวคำขอบคุณและขอ โทษด้วยตนเอง - กล่าวคำขอบคุณและขอ โทษด้วยตนเอง - หยุดยืนเมื่อได้ยินเพลง ชาติและ เพลงสรรเสริญ พระบารมี - หยุดยืนเมื่อได้ยินเพลง ชาติและ เพลงสรรเสริญ พระบารมี - หยุดยืนเมื่อได้ยินเพลง ชาติและ เพลงสรรเสริญ พระบารมี
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 14 มาตรฐานที่8 อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 8.1 ยอมรับความเหมือน และความแตกต่างระหว่าง บุคคล - เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับเด็กที่แตกต่างไป จากตน - เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับเด็กที่แตกต่างไป จากตน - เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับเด็กที่แตกต่างไป จากตน 8.2 มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อ ผู้อื่น - เล่นร่วมกับเพื่อน - เล่นหรือทำงานร่วมกับ เพื่อนเป็นกลุ่ม - เล่นหรือทำงานร่วมมือกับ เพื่อน อย่างมีเป้าหมาย - ยิ้มหรือทักทายผู้ใหญ่ และบุคคล ที่คุ้นเคยได้เมื่อ มีผู้ชี้แนะ - ยิ้ม ทักทาย หรือพูดคุย กับผู้ใหญ่ และบุคคลที่ คุ้นเคยได้ด้วยตนเอง - ยิ้ม ทักทาย และพูดคุย กับผู้ใหญ่ และบุคคลที่ คุ้นเคยได้เหมาะสมกับ สถานการณ์ 8.3 ปฏิบัติตนเบื้องต้นใน การเป็นสมาชิกที่ดีของ สังคม - ปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมี ผู้ชี้แนะ - มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลง และ ปฏิบัติตามข้อตกลง เมื่อมีผู้ชี้แนะ - มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลง และปฏิบัติตามข้อตกลง ด้วยตนเอง - ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ ตาม เมื่อมีผู้ชี้แนะ - ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ ตามได้ด้วยตนเอง - ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ ตามได้ เหมาะสมกับ สถานการณ์ - ยอมรับการ ประนีประนอมแก้ไข ปัญหาเมื่อมีผู้ชี้แนะ - ประนีประนอมแก้ไข ปัญหาโดย ปราศจากการ ใช้ความรุนแรงเมื่อ มีผู้ ชี้แนะ - ประนีประนอมแก้ไข ปัญหาโดย ปราศจากการ ใช้ความรุนแรงด้วย ตนเอง มาตรฐานที่ 9 ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 9.1 สนทนาโต้ตอบและเล่า เรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ - ฟังผู้อื่นพูดจนจบและพูด โต้ตอบ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง - ฟังผู้อื่นพูดจนจบและ สนทนา โต้ตอบสอดคล้อง กับเรื่องที่ฟัง - ฟังผู้อื่นพูดจนจบและ สนทนาโต้ตอบอย่าง ต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับเรื่องที่ ฟัง - เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้นๆ - เล่าเรื่องเป็นประโยค อย่างต่อเนื่อง - เล่าเป็นเรื่องราวต่อเนื่อง ได้ 9.2 อ่าน เขียนภาพ และ สัญลักษณ์ได้ - อ่านภาพและพูดข้อความ ด้วยภาษาของตนเอง - อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ พร้อมทั้งชี้หรือกวาดสายตา มองข้อความ ตามบรรทัด - อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ ด้วยการชี้ หรือกวาดตา มองจุดเริ่มต้นและจุดจบ ของข้อความ - เขียนขีดเขี่ยอย่างมี ทิศทาง - เขียนคล้ายตัวอักษร - เขียนชื่อของตนเองตาม แบบ เขียนข้อความด้วยวิธี ที่คิดขึ้นเอง
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 15 มาตรฐานที่10 มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 10.1 มีความสามารถใน การคิดรวบยอด - บอกลักษณะของสิ่งต่าง ๆ จากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส - บอกลักษณะและ ส่วนประกอบของสิ่งต่าง ๆ จากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส - บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การ เปลี่ยนแปลงหรือ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ จากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส - จับคู่หรือเปรียบเทียบสิ่ง ต่าง ๆ โดยใช้ลักษณะหรือ หน้าที่การใช้งานเพียง ลักษณะเดียว - จับคู่และเปรียบเทียบ ความ แตกต่างหรือความ เหมือนของสิ่ง ต่าง ๆ โดย ใช้ลักษณะที่สังเกตพบ เพียงลักษณะเดียว - จับคู่และเปรียบเทียบ ความ แตกต่างหรือความ เหมือนของสิ่ง ต่าง ๆ โดย ใช้ลักษณะที่สังเกตพบ 2 ลักษณะขึ้นไป - คัดแยกสิ่งต่าง ๆตาม ลักษณะ หรือหน้าที่การใช้ งาน - จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่าง ๆ โดยใช้อย่างน้อย 1 ลักษณะเป็นเกณฑ์ - จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ ตั้งแต่ 2 ลักษณะ ขึ้นไปเป็นเกณฑ์ - เรียงลำดับสิ่งของหรือ เหตุการณ์อย่างน้อย 3 ลำดับ - เรียงลำดับสิ่งของหรือ เหตุการณ์ อย่างน้อย 4 ลำดับ - เรียงลำดับสิ่งของหรือ เหตุการณ์ อย่างน้อย 5 ลำดับ 10.2 มีความสามารถใน การคิดเชิงเหตุผล - ระบุผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือการกระทำ เมื่อมีผู้ชี้แนะ - ระบุสาเหตุ หรือผลที่ เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือ การกระทำเมื่อมีผู้ชี้แนะ - อธิบายเชื่อมโยงสาเหตุ และผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือการกระทำ ด้วยตนเอง - คาดเดา หรือคาดคะเนสิ่ง ที่อาจจะเกิดขึ้น - คาดเดา หรือคาดคะเนสิ่ง ที่อาจจะเกิดขึ้น หรือมีส่วน ร่วมในการลงความเห็นจาก ข้อมูล - คาดคะเนสิ่งที่อาจจะ เกิดขึ้น และมีส่วนร่วมใน การลงความเห็นจากข้อมูล อย่างมีเหตุผล 10.3 มีความสามารถใน การคิดแก้ปัญหา และ ตัดสินใจ - ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ - ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ และเริ่ม เรียนรู้ผลที่เกิดขึ้น - ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ และยอมรับผลที่เกิดขึ้น - แก้ปัญหาโดยลองผิดลอง ถูก - ระบุปัญหา และแก้ปัญหา โดย ลองผิดลองถูก - ระบุปัญหา สร้าง ทางเลือก และ เลือกวิธี แก้ปัญหา
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 16 มาตรฐานที่11 มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 11.1 ทำงานศิลปะตาม จินตนาการและความคิด สร้างสรรค์ - สร้างผลงานศิลปะ เพื่อ สื่อสาร ความคิด ความรู้สึก ของตนเอง - สร้างผลงานศิลปะ เพื่อ สื่อสาร ความคิด ความรู้สึก ของตนเอง โดยมีการ ดัดแปลงและแปลกใหม่ จากเดิม หรือมีรายละเอียด เพิ่มขึ้น - สร้างผลงานศิลปะ เพื่อ สื่อสาร ความคิด ความรู้สึก ของตนเอง โดยมีการ ดัดแปลงและแปลกใหม่ จากเดิม หรือมีรายละเอียด เพิ่มขึ้น 11.2 แสดงท่าทาง/ เคลื่อนไหวตามจินตนาการ อย่างสร้างสรรค์ - เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อ สื่อสาร ความคิด ความรู้สึก ของตนเอง - เคลื่อนไหวท่าทาง เพื่อ สื่อสาร ความคิด ความรู้สึก ของตนเอง อย่าง หลากหลายหรือแปลกใหม่ - เคลื่อนไหวท่าทาง เพื่อ สื่อสาร ความคิด ความรู้สึก ของตนเองอย่าง หลากหลายหรือแปลกใหม่ มาตรฐานที่12 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสม กับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ 3 - 4 ปี อายุ 4 - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี 12.1 มีเจตคติที่ดีต่อการ เรียนรู้ - สนใจฟังหรืออ่านหนังสือ ด้วยตนเอง - สนใจซักถามเกี่ยวกับ สัญลักษณ์ หรือตัวหนังสือ ที่พบเห็น - สนใจหยิบหนังสือมาอ่าน และเขียนสื่อความคิดด้วย ตนเองเป็นประจำอย่าง ต่อเนื่อง - กระตือรือร้นในการเข้า ร่วมกิจกรรม - กระตือรือร้นในการเข้า ร่วม กิจกรรม - กระตือรือร้นในการเข้า ร่วมกิจกรรม ตั้งแต่ต้นจน จบ 12.2 มีความสามารถใน การแสวงหาความรู้ - ค้นหาคำตอบของข้อ สงสัยต่าง ๆ ตามวิธีการ เมื่อมีผู้ชี้แนะ - ค้นหาคำตอบของข้อ สงสัยต่าง ๆ ตามวิธีการ ของตนเอง - ค้นหาคำตอบของข้อ สงสัยต่าง ๆ ตามวิธีการที่ หลากหลายด้วยตนเอง - ใช้ประโยคคำถามว่า “ใคร” “อะไร” ในการ ค้นหาคำตอบ - ใช้ประโยคคำถามว่า “ที่ ไหน” “ทำไม” ในการ ค้นหาคำตอบ - ใช้ประโยคคำถามว่า “เมื่อไหร่” “อย่างไร” ใน การค้นหาคำตอบ
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 17 โครงสร้างเวลาการจัดประสบการณ์ ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 กิจกรรม เวลา (ชั่วโมง/ปี) 3-4 ปี 4-5 ปี 5-6 ปี อ.1 อ.2 อ.3 1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 66 83 100 2. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (กิจกรรมในวงกลม) 100 117 134 3. กิจกรรมสร้างสรรค์ 66 83 100 4. กิจกรรมเสรี 100 117 134 5. กิจกรรมกลางแจ้ง 66 83 100 6. เกมการศึกษา 66 83 100 รวม 464 566 668
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 18 คำอธิบายชั้นปีระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาล 1 (อายุ 3-4 ปี) ในชั้นปีนี้เด็กปฐมวัยจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับชื่อเล่นของตนเอง เพื่อน ครูประจำชั้น เพศของตนเอง หน้าที่และการดูแลรักษาอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย การใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ที่มีความสำคัญกับเด็ก การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และการมีสุขนิสัยที่ดีรวมถึงการปฏิบัติตนในการออกกำลังกาย และการพักผ่อน การดูแลความปลอดภัยให้กับตนเองในการเล่น การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การใช้ของมีคม การ ใช้ยา และการใช้ถนน มารยาทในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นทั้งการรับประทานอาหาร การฟัง พูด การเดินผ่าน ผู้ใหญ่ การนั่ง การไหว้และการกราบ รวมถึงการสร้างความมีระเบียบวินัย การปฏิบัติตนตามข้อตกลง การ เก็บของเข้าที่ นอกจากการเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว บ้าน โรงเรียน ชุมชน จังหวัดระยอง อาชีพ ประเพณีวัฒนธรรม แหล่งเรียนรู้ในจังหวัดระยอง และบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหรือมีโอกาสใกล้ชิดและมี ปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นไทย วันสำคัญของชาติรวมถึงเพื่อนบ้านอาเซียน นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ลักษณะการเจริญเติบโต ที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต คน พืช สัตว์ ตลอดจนปรากฎการณ์ทางธรรมชาติกลางวัน กลางคืน ฤดูกาลต่าง ๆ และการปลูกฝัง ดูแล อนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติรวมถึงสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น การคัดแยกขยะ การกำจัดขยะที่ถูกวิธีการ ป้องกันและลดการทิ้งขยะที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเด็ก อีกทั้งยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาใน การติดต่อสื่อสาร เทคโนโลยีวัฒนธรรมประเพณีการละเล่น การแต่งกาย ธงชาติเพลงชาติดอกไม้อาหาร และสัตว์ประจำชาติไทย ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ รอบตัว การนับจำนวน ตำแหน่งของสิ่งต่างๆ การ เปรียบเทียบ การเรียงลำดับเหตุการณ์สีผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง การทดลองวิทยาศาสตร์สร้างสรรค์และ การเลือกใช้ยานพาหนะได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย โดยใช้การเล่น การเรียนรู้และการลงมือปฏิบัติผ่าน กิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญาตามวัยอย่างมีความสุข ตัวบ่งชี้ตามกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง (Rayong-MARCO) จำนวน 12 ข้อ ประกอบด้วย สาระที่ 1 การพัฒนาผู้นำ M-manpower M อ.1/1 อ.1/2 อ.1/3 สาระที่ 2 ภูมิปัญญาท้องถิ่น A-ancestor A อ.1/1 อ.1/2 อ.1/3 สาระที่ 3 ทรัพยากร R-resource R อ.1/1 อ.1/2 สาระที่4 การจัดการถิ่นฐาน C-city planning C อ.1/1 อ.1/2 สาระที่ 5 อาชีพ O-occupation O อ.1/1 อ.1/2
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 19 โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ชั้นปี ชั้นอนุบาล 1 (อายุ 3-4 ปี) สัปดาห์ที่ 1 - 2 เตรียมความพร้อม สัปดาห์ที่ 3 แรกรับประทับใจ สัปดาห์ที่ 4 เด็กดีมีวินัย สัปดาห์ที่ 5 อวัยวะและการดูแลรักษา สัปดาห์ที่ 6 กินดี อยู่ดี มีสุข สัปดาห์ที่ 7 ขยับกายสบายชีวี สัปดาห์ที่ 8 ปลอดภัยไว้ก่อน สัปดาห์ที่ 9 หนูน้อยนักสัมผัส สัปดาห์ที่ 10 หนูน้อยน่ารักทำได้ สัปดาห์ที่ 11 บ้านเสนสุข สัปดาห์ที่ 12 ครอบครัวสุขสันต์ สัปดาห์ที่ 13 โรงเรียนของฉัน สัปดาห์ที่ 14 ชุมชนน่าอยู่ สัปดาห์ที่ 15 จังหวัดระยอง สัปดาห์ที่ 16 อาชีพในฝัน สัปดาห์ที่ 17 ประเทศสมาชิกอาเซียน สัปดาห์ที่ 18 วันสำคัญของชาติ สัปดาห์ที่ 19 ไข่ ไข่ ไข่ สัปดาห์ที่ 20 ทบทวน/ประเมินพัฒนาการ สัปดาห์ที่ 21 สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต สัปดาห์ที่ 22 ฤดูหรรษา สัปดาห์ที่ 23 กลางวัน กลางคืน สัปดาห์ที่ 24 สัตว์โลกน่ารัก สัปดาห์ที่ 25 ต้นไม้แสนรัก สัปดาห์ที่ 26 ผีเสื้อ สัปดาห์ที่ 27 มด สัปดาห์ที่ 28 ผลไม้ สัปดาห์ที่ 29 ข้าวมหัศจรรย์ สัปดาห์ที่ 30 โลกสวยด้วยมือเรา สัปดาห์ที่ 31 เรารักประเทศไทย สัปดาห์ที่ 32 ปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ สัปดาห์ที่ 33 สาระแห่งสีสัน สัปดาห์ที่ 34 สร้างฝันนักคิด สัปดาห์ที่ 35 วิทยาศาสตร์สร้างสรรค์ สัปดาห์ที่ 36 การสื่อสารไร้พรมแดน สัปดาห์ที่ 37 หนูน้อยตาวิเศษ สัปดาห์ที่ 38 ผู้นำพอเพียง สัปดาห์ที่ 39 เรียนรู้วัฒนธรรม สัปดาห์ที่ 40 ทบทวน/ประเมินพัฒนาการ
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 20 คำอธิบายชั้นปีระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาล 2 (อายุ 4-5 ปี) ในชั้นปีนี้เด็กปฐมวัยจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเด็ก ชื่อตนเอง เพื่อน ครูพี่เลี้ยง ของใช้ประจำตัวเด็ก ข้อตกลงและการปฏิบัติตนในห้องเรียน การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การดูแลรักษาอวัยวะของร่างกาย มารยาทและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์การรักษาความปลอดภัยของตนเอง ความเป็นมาของ ตนเอง ครอบครัวและโรงเรียน การรู้จักมารยาทในการฟัง พูด กราบไหว้และการเดินเข้าแถว การอยู่ร่วม และการปฏิบัติตนในครอบครัว ชุมชนและจังหวัดระยอง รู้จักเอกลักษณ์ของความเป็นไทย แหล่งเรียนรู้ จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ความสำคัญของประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงชื่อ หน้าที่ การปฏิบัติตนของอาชีพ ต่างๆ และวันสำคัญของชาติศาสนา พระมหากษัตริย์อีกทั้งธรรมชาติรอบตัว ชื่อ ลักษณะของสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิต ความสัมพันธ์ของคน พืช สัตว์ตลอดจนการรู้จักท้องฟ้า สภาพอากาศ การจม-ลอย แม่เหล็ก แว่นขยาย แรง ในชีวิตประจำวัน การใช้เครื่องมือ วิธีการ มารยาท เพื่อการสื่อสาร รู้จักการนับ การเรียงลำดับ การบอกตำแหน่ง และแบบรูป รวมถึงการคัดแยกขยะ การกำจัดและประโยชน์และโทษของ ขยะ โดยใช้การเล่น การเรียนรู้และลงมือปฏิบัติผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคมและสติปัญญาตามวัยอย่างมีความสุข ตัวบ่งชี้ตามกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง (Rayong-MARCO) จำนวน 15 ข้อ ประกอบด้วย สาระที่ 1 การพัฒนาผู้นำ M-manpower M อ.1/1 อ.1/2 อ.1/3 อ.1/4 อ.1/5 สาระที่ 2 ภูมิปัญญาท้องถิ่น A-ancestor A อ.1/1 อ.1/2 อ.1/3 สาระที่ 3 ทรัพยากร R-resource R อ.1/1 อ.1/2 สาระที่ 4 การจัดการถิ่นฐาน C-city planning C อ.1/1 อ.1/2 สาระที่ 5 อาชีพ O-occupation O อ.1/1 อ.1/2 อ.1/3
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 21 โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ชั้นปี ชั้นอนุบาล 2 (อายุ 4-5 ปี) สัปดาห์ที่ 1 แรกรับประทับใจ สัปดาห์ที่ 2 แรกรับประทับใจ สัปดาห์ที่ 3 เด็กดีมีวินัย สัปดาห์ที่ 4 อวัยวะและการดูแลรักษา สัปดาห์ที่ 5 กินดีอยู่ดีมีสุข สัปดาห์ที่ 6 ผัก สัปดาห์ที่ 7 ปลอดภัยไว้ก่อน สัปดาห์ที่ 8 หนูน้อยน่ารักทำได้ สัปดาห์ที่ 9 โรงเรียนของฉัน สัปดาห์ที่ 10 บ้านแสนสุข สัปดาห์ที่ 11 ชุมชนของเรา สัปดาห์ที่ 12 จังหวัดระยอง สัปดาห์ที่ 13 ยานพาหนะ สัปดาห์ที่ 14 กีฬา สัปดาห์ที่ 15 ฤดูฝน สัปดาห์ที่ 16 สมาชิกอาเซียน สัปดาห์ที่ 17 สมาชิกอาเซียน สัปดาห์ที่ 18 โลกไร้พรมแดน สัปดาห์ที่ 19 เมืองไทยที่รัก สัปดาห์ที่ 20 ทบทวน/ประเมินพัฒนาการ สัปดาห์ที่ 21 สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต สัปดาห์ที่ 22 กลางวันและกลางคืน สัปดาห์ที่ 23 ข้าวมหัศจรรย์ สัปดาห์ที่ 24 โลกสวยด้วยมือเรา สัปดาห์ที่ 25 ต้นไม้แสนรัก สัปดาห์ที่ 26 สาระแห่งสีสัน สัปดาห์ที่ 27 เสียง สัปดาห์ที่ 28 ผีเสื้อ สัปดาห์ที่ 29 ฤดูหนาว สัปดาห์ที่ 30 สัตว์โลกน่ารู้ สัปดาห์ที่ 31 สร้างฝันนักคิด สัปดาห์ที่ 32 อาชีพในฝัน สัปดาห์ที่ 33 วิทยาศาสตร์น่ารู้ สัปดาห์ที่ 34 ฤดูร้อน สัปดาห์ที่ 35 อาเซียน สัปดาห์ที่ 36 มดแสนขยัน สัปดาห์ที่ 37 วันสำคัญของชาติ สัปดาห์ที่ 38 โลกสวยด้วยมือเรา สัปดาห์ที่ 39 หนูน้อยตาวิเศษ สัปดาห์ที่ 40 ทบทวน/ประเมินพัฒนาการ
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 22 คำอธิบายชั้นปีระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาล 3 (อายุ 5-6 ปี) ในชั้นปีนี้เด็กปฐมวัยจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ นามสกุล รูปร่างหน้าตา อวัยวะต่างๆวิธีการระวัง รักษาและดูแลร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดีการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์การรักษา ความปลอดภัยของตนเอง รวมทั้งการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย การรู้จักประวัติความเป็นมาของตนเอง และครอบครัว การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และบุคคลต่างๆ ที่เด็กต้อง เกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน สถานที่สำคัญ วันสำคัญ อาชีพของคนในชุมชน ศาสนา และวัฒนธรรมในชุมชน อีกทั้งได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัญลักษณ์สำคัญของชาติและการปฏิบัติตนตาม วัฒนธรรมท้องถิ่นระยองและความเป็นไทย รวมถึงเพื่อนบ้านอาเซียน และนอกจากนั้นเด็กได้เรียนรู้ เกี่ยวกับ ชื่อ ลักษณะส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของมนุษย์สัตว์พืช ตลอดจนการ รู้จักดิน น้ำ ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติแรงและพลังงานในชีวิตประจำวันที่แวดล้อมเด็ก รวมทั้ง การเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาเพื่อสื่อความหมายในชีวิตประจำวัน ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและ ตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สีผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบ การ เปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของส่วนต่างๆ รอบตัว เวลา ประโยชน์การใช้งานและการเลือกใช้สิ่งของ เครื่องใช้ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยีและการสื่อสารต่างๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด ปลอดภัย โดยใช้การเล่น การเรียนรู้และการลงมือปฏิบัติผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาตามวัยอย่างมีความสุข ตัวบ่งชี้ตามกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง (Rayong-MARCO) จำนวน 16 ข้อ ประกอบด้วย สาระที่ 1 การพัฒนาผู้นำ M-manpower M อ.1/1 อ.1/2 อ.1/3 อ.1/4 อ.1/5 อ.1/6 สาระที่ 2 ภูมิปัญญาท้องถิ่น A-ancestor A อ.1/1 อ.1/2 อ.1/3 สาระที่ 3 ทรัพยากร R-resource R อ.1/1 อ.1/2 สาระที่ 4 การจัดการถิ่นฐาน C-city planning C อ.1/1 อ.1/2 สาระที่ 5 อาชีพ O-occupation O อ.1/1 อ.1/2 อ.1/3
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 23 โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ชั้นปี ชั้นอนุบาล 3 (อายุ 5-6 ปี) สัปดาห์ที่ 1 แรกรับประทับใจ สัปดาห์ที่ 2 เด็กดีมีวินัย สัปดาห์ที่ 3 กินดีอยู่ดี สัปดาห์ที่ 4 ขยับกายสบายชีวี สัปดาห์ที่ 5 อวัยวะและการดูแลรักษา สัปดาห์ที่ 6 หนูน้อยน่ารักทำได้ สัปดาห์ที่ 7 ปลอดภัยไว้ก่อน สัปดาห์ที่ 8 หนูน้อยนักสัมผัส สัปดาห์ที่ 9 ครอบครัวสุขสันต์ สัปดาห์ที่ 10 บ้านแสนสุข สัปดาห์ที่ 11 โรงเรียนของฉัน สัปดาห์ที่ 12 ชุมชนน่าอยู่ สัปดาห์ที่ 13 อาชีพในฝัน สัปดาห์ที่ 14 จังหวัดระยอง สัปดาห์ที่ 15 วันสำคัญของชาติ สัปดาห์ที่ 16 ศาสนา และวันสำคัญ สัปดาห์ที่ 17 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา สัปดาห์ที่ 18 สมาชิกประเทศอาเซียน สัปดาห์ที่ 19 ดิน น้ำ อากาศ สัปดาห์ที่ 20 ทบทวน/ประเมินพัฒนาการ สัปดาห์ที่ 21 สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต สัปดาห์ที่ 22 สัตว์โลกน่ารัก สัปดาห์ที่ 23 โลกของแมลง สัปดาห์ที่ 24 ต้นไม้แสนรัก สัปดาห์ที่ 25 ผัก ผลไม้ สัปดาห์ที่ 26 ข้าวมหัศจรรย์ สัปดาห์ที่ 27 ฤดูหรรษา สัปดาห์ที่ 28 โลกสวยด้วยมือเรา สัปดาห์ที่ 29 หนูน้อยตาวิเศษ สัปดาห์ที่ 30 การสื่อสารไร้พรมแดน สัปดาห์ที่ 31 ปลอดภัยในยานพาหนะ สัปดาห์ที่ 32 เรารักประเทศไทย สัปดาห์ที่ 33 ผู้นำพอเพียง สัปดาห์ที่ 34 โลกและดวงดาว สัปดาห์ที่ 35 สร้างฝันนักคิด สัปดาห์ที่ 36 วิทยาศาสตร์สร้างสรรค์ สัปดาห์ที่ 37 สาระแห่งสี สัปดาห์ที่ 38 วันสำคัญทางประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น สัปดาห์ที่ 39 บ้านเราและเพื่อนบ้านอาเซียน สัปดาห์ที่ 40 ทบทวน/ประเมินพัฒนาการ
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 24 การจัดประสบการณ์ นอกเหนือไปจากการจัดประสบการณ์ใน 6 กิจกรรมหลัก ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเคลื่อนไหวและ จังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (กิจกรรมในวงกลม) กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสรีกิจกรรม กลางแจ้ง และเกมการศึกษาแล้ว โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม ยังได้จัดประสบการณ์ให้กับเด็ก ปฐมวัยภายใต้แนวคิดต่างๆ ที่สำคัญคือ 1. การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษาสำหรับปฐมวัย 2. การจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย 3. การจัดประสบการณ์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับปฐมวัย 4. การจัดประสบการณ์การพัฒนาทักษะสมอง EF 5. การจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ของกรอบหลักสูตรตามยุทธศาสตร์ การศึกษาจังหวัดระยอง (Rayong MARCO) โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษาสำหรับปฐมวัย สะเต็มศึกษา (STEM Education) เป็นแนวทางการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่บูรณาการศาสตร์ 4 ศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยนำเอาตัวอักษรตัวแรกของศาสตร์ทั้ง 4 มาร่วมตัวกันได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineer) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) โดยมีหลักแนวคิดในการนำเอาความรู้มาใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง รายละเอียดของศาสตร์ ทั้ง 4 มีดังต่อไปนี้ - วิทยาศาสตร์ (S) เป็นศาสตร์ที่ทำให้ผู้เรียนเข้าใจปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดขึ้นตาม ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ จะมีองค์ประกอบ 8 สาระการเรียนรู้ ซึ่งได้แก่ สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรง ชีวิต กับสิ่งแวดล้อม สารและสมบัติของสาร แรงและการเคลื่อนที่ พลังงาน กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก ดาราศาสตร์ และ อวกาศ ธรรมชาติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งประกอบด้วยทักษะต่าง ๆ ได้แก่ การ สังเกต การสำรวจ การจำแนก การลงความคิดเห็น การวัด การพยากรณ์ การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปส กับสเปสและสเปสกับเวลา เป็นต้น - เทคโนโลยี (T) เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการนำเอาเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มา ใช้ ตัวอย่าง เทคโนโลยีในระดับปฐมวัย เช่น แว่นขยาย อุปกรณ์เครื่องชั่ง ตวง วัด ไม้บรรทัด รอก เป็นต้น - วิศวกรรมศาสตร์ (E) เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวกับการออกแบบ การวางแผน การสร้าง - คณิตศาสตร์ (M) เป็นศาสตร์ที่พัฒนาทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล การแก้ปัญหาให้กับ ผู้เรียน โดยสาระ คณิตศาสตร์จะประกอบด้วย จำนวนและการดำเนินการ (เนื้อหาที่เกี่ยวกับตัวเลข จำนวน ลำดับที่ การรวมจำนวน การแยกจำนวน) การวัด เรขาคณิต พีชคณิต การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะ เป็น และทักษะกระบวนการ ทางคณิตศาสตร์
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 25 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษาจะดำเนินตามขั้นตอนที่สอดคล้องกับ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process ) ในระดับปฐมวัยซึ่งทางสถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ให้หลักของการดำเนินการดังนี้ 1. การตั้งประเด็นคำถามหรือปัญหา ซึ่งลักษณะของคำถามจะเป็น คำถามปลายเปิดที่ นำไปสู่การสำรวจตรวจสอบ เช่น คำถามอย่างไร ทำไม 2. การสำรวจตรวจสอบ เป็นขั้นตอนของการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ทักษะกระบวนการ ทาง วิทยาศาสตร์เช่น การสังเกต การสำรวจ การวัด การทดลอง การสอบถามข้อมูลจากผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องนั้นๆ 3. การอธิบายเพื่อตอบคำถามในสิ่งที่สงสัยโดยมีข้อมูลหลักฐานที่สนับสนุน ซึ่งในระดับ ปฐมวัย เด็กอาจจะไม้สามารถอธิบายข้อมูลและหลักฐานที่สนับสนุนได้ แต่จะเป็นขั้นที่เด็กได้ข้อมูลที่พบ จากการสำรวจตรวจสอบทำความเข้าใจกับข้อมูลนั้น 4. การนำเสนอการสำรวจตรวจสอบอย่างง่าย ซึ่งในระดับปฐมวัยจะสามารถทำได้โดยการ บอกเล่าการวาดภาพสื่อสาร การแสดงท่าทาง การประดิษฐ์ชิ้นงานเพื่อสะท้อนข้อ ค้นพบ เป็นต้น
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 26 2. การจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์การเรียนรู้ทาง วิทยาศาสตร์ จึงมีความสำคัญที่จะทำให้เกิดการพัฒนาวิธีคิดทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผลคิดสร้างสรรค์คิด วิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญในการค้นคว้าหาความรู้มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ช่วยให้มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้น รวมถึงการนำความรู้ไปใช้ อย่างสร้างสรรค์มีเหตุผลมีคุณธรรม นอกจากนั้นยังช่วยให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ ประโยชน์การดูแลรักษาตลอดจนการพัฒนา สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน การจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยเป็นการตอบสนองและส่งเสริม พัฒนาการของ เด็กในการเรียนรู้โลกธรรมชาติรอบตัวและพัฒนาทักษะทางสติปัญญาต่าง ๆ เนื่องจากเด็ก ในระดับปฐมวัย มีพฤติกรรมธรรมชาติของการสืบเสาะหาความรู้แบบวิทยาศาสตร์อยู่ในตนเอง การส่งเสริม กระบวนการเรียนรู้ และค้นพบตนเองมากที่สุด ให้ได้ทั้งกระบวนการเรียนรู้และองค์ความรู้ตั้งแต่ระดับ ปฐมวัย จะช่วยส่งเสริมศักยภาพ ของเด็กในด้านต่างๆ เป้าหมายของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย 1. แสดงความตระหนักรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นผ่านการลงมือ ปฏิบัติ การสำรวจการสังเกตการตั้งคำถามและการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ค้นพบ 2. ดำเนินการสืบเสาะหาความรู้อย่างง่ายๆ ด้วยตนเองอย่างเสรี หรือตามแบบที่กำหนดให้ รวมทั้งทำกิจกรรมตามคำแนะนำในการสังเกตการตั้งคำถามการวางแผนการสำรวจการตรวจสอบและการ สื่อสาร สิ่งที่ค้นพบ 3. แสดงความเข้าใจและรู้จักดูแลรักษาธรรมชาติ 4. สืบค้นและสนทนาเกี่ยวกับลักษณะและองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ และใช้สิ่งเหล่านั้นได้ อย่างปลอดภัย 5. รู้และสามารถใช้สิ่งของที่เป็นเทคโนโลยีอย่างง่าย ๆ ได้อย่างเหมาะสมปลอดภัย 6. เพื่อให้มีจิตวิทยาศาสตร์มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี อย่างสร้างสรรค์
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 27 3. การจัดประสบการณ์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับปฐมวัย ความสำคัญของคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์มีความสำคัญต่อการพัฒนาความคิดทำให้มนุษย์มี ความคิด อย่างมีเหตุผล เป็นระเบียบ มีแบบแผน ตลอดจนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และสามารถ วิเคราะห์ปัญหา หรือ สถานการณ์ได้อย่างรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์วางแผนแก้ปัญหาและนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม และคณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่นๆ เด็กปฐมวัยเป็นวัยเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้ มีความอยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกต ชอบเล่นและ สำรวจ สิ่งต่าง ๆ รอบตัว คณิตศาสตร์สามารถพัฒนาเสริมสร้างให้เด็กมีความรูความเข้าใจธรรมชาติรอบตัว และสิ่งต่าง ๆ รอบตัว การที่เด็กมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์และมีเจตคติที่ดี ต่อคณิตศาสตร์ ไม่เพียงส่งผลให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์เท่านั้น แต่จะส่งผล ต่อการเรียนรู้ในศาสตร์ อื่น ๆ คณิตศาสตร์จึงมีบทบาทสำคัญทั้งในการเรียนรู้และมีประโยชน์ต่อการดำเนิน ชีวิต การเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับปฐมวัยมุ่งหวังให้เด็กทุกคนได้เตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ ทาง คณิตศาสตร์ อันเป็นพื้นฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในชั้นประถมศึกษา โดยกำหนดสาระหลักที่จำเป็น สำหรับเด็กปฐมวัยดังนี้ - จำนวนและการดำเนินการ จำนวน การดำเนินการของจำนวนการรวมและการแยกกลุ่ม - การวัด ความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน และเวลา - เรขาคณิต ตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง รูปเรขาคณิตสามมิติและรูปเรขาคณิตสองมิติ - พีชคณิต แบบรูปและความสัมพันธ์ - การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น การเก็บรวบรวมข้อมูลและการนำเสนอ - ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ การแก้ปัญหา การให้เหตุผลการสื่อสาร การ สื่อสารความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และ เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 28 4. การจัดประสบการณ์การพัฒนาทักษะสมอง (Executive Function : EF) Executive Function : EF หรือทักษะสมองเพื่อบริหารจัดการชีวิตให้สำเร็จเป็นองค์ความรู้ สมัยใหม่ ที่ผู้เกี่ยวข้องในวงการพัฒนาเด็กกำลังให้ความสนใจ ด้วยตระหนักว่าเป็นธรรมชาติของสมองที่ติด ตัวมนุษย์มาแต่เดิม เมื่อครูเข้าใจพัฒนาการ 4 ด้าน สามารถส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านของเด็กได้ดีขึ้น องค์ประกอบของ EF มี 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. กลุ่มทักษะพื้นฐาน ความจำเพื่อใช้งาน การยั้งคิดไตรตรอง การยืดหยุ่นความคิด 2. กลุ่มทักษะปฏิบัติ การริเริ่มและลงมือทำ การวางแผนจัดระบบดำเนินการ การมุ่งเป้าหมาย 3. กลุ่มทักษะกำกับตนเอง การจดจ่อใส่ใจ การควบคุมอารมณ์ การติดตามประเมินผล เมื่อเด็กได้รับโอกาสพัฒนาทักษะสมอง EF ทั้งตัวเด็กเองและสังคมได้รับประโยชน์ จะช่วยสร้าง พฤติกรรมเชิงบวก และเลือกตัดสินใจในทางที่สร้างสรรค์ต่อตนเองและครอบครัว
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 29 5. การจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับตัวบ่งชี้ ของกรอบหลักสูตรตามยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดระยอง (Rayong MARCO) กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ได้พัฒนาคู่มือการใช้ กรอบหลักสูตรตามยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดระยอง (Rayong MARCO) โดยได้กำหนดตัวบ่งชี้ในระดับ ปฐมวัยตามสาระการเรียนรู้ต่าง ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาผู้นำ M-manpower ภูมิปัญญาท้องถิ่น Aancestorทรัพยากร R-resource การจัดการถิ่นฐาน C-city planning และอาชีพ O-occupation ซึ่งมี รายละเอียดดังนี้ สาระการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ อนุบาล 1 อนุบาล 2 อนุบาล 3 สาระที่ 1 การพัฒนาผู้นำ Manpower : M การพัฒนาเด็กปฐมวัย สู่การเป็นผู้นำโดยการเตรียม ความพร้อมให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์ ในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม มีความคิด กล้าแสดงออก มี ความเชื่อมั่นในตนเอง ช่วยเหลือตนเองและมีความ รับผิดชอบรู้จักแก้ปัญหา สามารถสื่อสารกับผู้อื่นด้วย ภาษาที่หลากหลาย เป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี - การเป็นสมาชิกที่ดีของ ห้องเรียนและโรงเรียน แสดงความพอใจผลงาน ของตนเอง สนทนาโต้ตอบ เล่าเรื่อง ด้วยประโยคสั้น ๆ - ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ของห้องเรียนได้โดยมีผู้ ชี้แนะ - แสดงความพอใจผลงาน และความสามารถของ ตนเอง - สนทนาโต้ตอบ เล่าเรื่อง เป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง - มีความรับผิดชอบต่อ ตนเองและปฏิบัติตนเป็น ผู้นำได้โดยมีผู้ชี้แนะ - ช่วยเหลือตนเองในการ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ เหมาะสมตามวัย - ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ของห้องเรียนได้ด้วย ตนเอง - ชื่นชมผลงานของตนเอง และผู้อื่น - เล่าเรื่องราวเป็นประโยค ได้อย่างต่อเนื่อง - กล้าคิด กล้าแสดงออก และมีความเชื่อมั่นใน ตนเอง - ช่วยเหลือตนเองในการ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ เหมาะสมกับสถานการณ์ - รู้จักแก้ปัญหาด้วย ตนเองได้อย่างเหมาะสม สาระที่ 2 ภูมิปัญญาท้องถิ่น Ancestor : A แหล่งเรียนรู้และจดจำภูมิ ปัญญาท้องถิ่น สืบค้นประวัติ เมืองระยอง เข้าใจพื้นฐาน จังหวัดระยอง ค้นหาภูมิปัญญา ท้องถิ่น ประเพณีวัฒนธรรม และแหล่งเรียนรู้ในจังหวัด ระยอง - เล่าเรื่องจากภาพเป็น ประโยคสั้น ๆ ได้ - บอกชื่อแหล่งท่องเที่ยว ในจังหวัดระยองได้ - สนใจฟังเกี่ยวกับบุคคล ที่สำคัญในจังหวัดระยอง - เล่าเรื่องสิ่งที่พบเห็นได้ - บอกชื่อแหล่งท่องเที่ยว ภูมิปัญญาท้องถิ่น ใน จังหวัดระยองได้ - สนใจซักถามเกี่ยวกับ บุคคลที่สำคัญในจังหวัด ระยอง - เล่าเรื่องจากสิ่งที่พบเห็น เป็นเรื่องราวได้ - บอกชื่อแหล่งท่องเที่ยว ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณี วัฒนธรรมของ จังหวัดระยอง - สนใจซักถามและค้นหา คำตอบเกี่ยวกับบุคคลที่ สำคัญในจังหวัดระยอง
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 30 สาระการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ อนุบาล 1 อนุบาล 2 อนุบาล 3 สาระที่ 3 ทรัพยากร Resource : R การเรียนรู้ตามแหล่งทรัพยากร ตามธรรมชาติในโรงเรียน และ จังหวัดระยอง ส่งเสริมให้ ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้และ เรียนรู้ด้วยตนเองอย่าง กว้างขวางและต่อเนื่อง เพื่อ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิด กระบวนการการเรียนรู้ และ ปลูกฝังการอนุรักษณ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้มีความ สะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบมี ความสวยงามน่าอยู่ - ใช้สิ่งของทรัพยากร อย่างประหยัดโดยมีผู้ ชี้แนะ - ปลูกฝังและสร้าง จิตสำนึกและหวงแหน ทรัพยากรตามธรรมชาติ โดยมีผู้ชี้แนะ - ใช้สิ่งของทรัพยากรอย่าง ประหยัดและพอเพียงเมื่อ มีผู้ชี้แนะ - ปลูกฝังและสร้าง จิตสำนึกให้รักและหวง แหนทรัพยากรตาม ธรรมชาติโดยมีผู้ชี้แนะ เป็นบางครั้ง - ใช้สิ่งของทรัพยากร อย่างประหยัดและ พอเพียงด้วยตนเอง - ปลูกฝังและสร้าง จิตสำนึกให้รักและหวง แหนทรัพยากรตาม ธรรมชาติด้วยตนเอง สาระที่ 4 การจัดการถิ่นฐาน City Plan : C ตระหนักถึงถิ่นฐานของตนเอง ชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด ระยองให้มีความปลอดภัยน่า อยู่ สามารถสำรวจข้อมูลที่ ตนเองอาศัยอยู่ได้โดยระบุ ปัญหาของชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ ได้เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาให้ เมืองระยองน่าอยู่และปลอดภัย - มีส่วนร่วมดูแลรักษา สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน ห้องเรียนได้ - ทิ้งขยะได้ถูกที่โดยมีผู้ ชี้แนะ - มีส่วนร่วมดูแลรักษา สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน ห้องเรียน และโรงเรียนได้ - ทิ้งขยะได้ถูกที่ด้วย ตนเอง - มีส่วนร่วมดูแลรักษา สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน ห้องเรียน โรงเรียนและ ชุมชนได้ - ทิ้งขยะและแยกได้ถูก ประเภท สาระที่ 5 อาชีพ Occupation : O การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ผ่านกระบวนการจัดกิจกรรมที่ เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ด้วยตนเองโดยครูส่งเสริมให้ ผู้เรียนรู้จักคิด ศึกษา ค้นคว้า หาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพดังเดิม ของคนระยอง และอาชีพต่างๆ ในเมืองระยอง - บอกอาชีพของพ่อแม่ได้ โดยมีผู้ชี้แนะ - บอกอาชีพในฝันของ ตนเองได้โดยมีผู้ชี้แนะ - บอกอาชีพของสมาชิกใน ครอบครัวได้โดยมีผู้ชี้แนะ - ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ อาชีพดังเดิมของคน ระยองโดยมีผู้ชี้แนะ - บอกอาชีพในฝันได้ด้วย ตนเอง - บอกอาชีพของสมาชิก ในครอบครัวได้ด้วยตนเอง - ค้นคว้าหาข้อมูล เกี่ยวกับอาชีพดังเดิมของ คนระยองได้ด้วยตนเอง - บอกอาชีพในฝันของ ตนเอง พร้อมบอกเหตุ ผลได้ด้วยตนเอง
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 31 การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม ดำเนินการจัดบรรยากาศทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่ เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กอย่างปลอดภัย เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ สอดคล้องกับพัฒนาการ ของเด็กแต่ละวัยเรียนรู้ ผ่านการเล่นที่น่าสนใจ สนุกสนาน โดยได้ดำเนินการดังนี้ ภายในห้องเรียน ห้องเรียนแต่ละห้องจะเน้นความสะอาด สวยงาม ปลอดภัย ตกแต่งบอร์ด ด้วยเนื้อหา สาระที่สอดคล้องกับหน่วยที่เด็กกำลังเรียนอยู่ในแต่ละสัปดาห์ ภายในห้องเรียน จะมีมุม ประสบการณ์พร้อมกับสื่อ อุปกรณ์ที่แข็งแรง สวยงามปลอดภัย และเพียงพอกับจำนวนของเด็กเพื่อให้เด็ก ได้เรียนรู้จากการสัมผัสทั้ง 5 ซึ่งสภาพแวดล้อมที่ดีจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดี มุมประสบการณ์ เช่น มุม บ้าน มุมร้านค้า มุมหนังสือ มุมบล็อก มุมของเล่นพลาสติก มุมดนตรี มุมแต่งตัว มุมนิทาน นอกจากนี้ ทาง สถานศึกษาได้จัดทำ ห้องน้ำ ห้องส้วมไว้ภายในห้องเรียน เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของเด็ก ภายนอกห้องเรียน สถานศึกษาได้จัดตกแต่งสภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียนด้วยพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ได้แก่ ไม้ดอกไม้ประดับ ผักสวนครัว ไม้ยืนต้น เพื่อความสวยงาม ความเพลิดเพลิน เพื่อเอื้อต่อการ พัฒนาการของเด็กได้ศึกษานอกสถานที่ได้ทำให้เด็ก ได้สัมผัสธรรมชาติของจริง ส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพจิต ดี สนุกสนานกับการเรียนรู้มีครูจัดกิจกรรมขึ้นให้กับเด็ก ยึดหลักการสะอาด ปลอดโปร่ง ร่มรื่น ทั้งภายใน และภายนอกห้องเรียน สื่อและแหล่งเรียนรู้ สื่อ เป็นเครื่องมือของการเรียนรู้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก เพิ่มพูน ทักษะและประสบการณ์ สร้างสถานการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็ก กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทางด้าน ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตลอดจนสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมให้แก่เด็ก โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทารามได้ดำเนินการพัฒนาสื่อและแหล่งเรียนรู้โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. การจัดหามีการสอบถามความต้องการในการใช้สื่อของครูผู้สอน โดยใช้แต่ละห้อง นำเสนอ ทุกตนปีการศึกษา 2. การจัดเก็บสื่อทุกประเภทมีทะเบียนคุม มีเอกสารชัดเจน 3. การจัดการเมื่อลงทะเบียนแล้วจะแยกให้แก่ครูประจำชั้นรับได้ เก็บได้โดยให้แต่ละห้อง ทำทะเบียนเขียนสื่อของห้องตนเองไว้ 4. การซ่อมจะมีการสำรวจสื่อทุกสิ้นเทอม เพื่อดูว่ามีสื่อใดชำรุดจะซ่อมหรือจำหน่าย สถานศึกษา ได้กำหนดสื่อตามลักษณะของสื่อ ไม่ว่าจะเป็นสื่อธรรมชาติสื่อสิ่งพิมพ์สื่อวัสดุและอุปกรณ์ สื่อที่ไม่มีตัวหนังสือกำกับ รวมถึงสื่อเทคโนโลยี นอกจากนี้สถานศึกษายังได้พัฒนาแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนและส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ทั้งใน และนอกสถานที่ มีการจัดบรรยากาศทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งเป็น แหล่งเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย บูรณาการการเรียนรู้ผ่านการเล่นที่สนุกสนาน
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 32 การประเมินพัฒนาการ การประเมินพัฒนาการเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก ทุกด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เพื่อนำผลมาใช้วางแผนจัดกิจกรรมให้เด็กแต่ ละคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทารามได้จัดให้มีระบบการประเมิน พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน เป็นการประเมินตามสภาพจริงในสถานการณ์ปกติ ขณะที่เด็กทำกิจกรรมประจำวันด้วยวิธีการต่างๆ อย่างหลายหลาย ได้แก่ การสังเกต การสัมภาษณ์ การ สนทนา การบันทึกพฤติกรรมเด็กและวิเคราะห์ข้อมูล ผลงานเด็กที่เก็บอย่างมีระบบ แล้วนำข้อมูลจากการ ประเมิน พัฒนาการมาสรุป เพื่อจัดทำรายงานผลพัฒนาการทุกภาคเรียน และรายงานให้ผู้ปกครองทราบ อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง โดยมีกระบวนการดำเนินงานดังต่อไปนี้ ก่อนเรียน สถานศึกษาจัดทำข้อมูลของเด็กเป็นรายบุคคล โดยให้ผู้ปกครองกรอกข้อมูลและ สัมภาษณ์ ผู้ปกครอง เช่น ข้อมูลทั่วไป ประวัติสุขภาพ ลักษณะนิสัย ระหว่างเรียน สถานศึกษาได้จัดทำ เครื่องมือประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงด้วยวิธีการหลากหลายเหมาะสมกับเด็ก รวมทั้งใช้ แหล่งข้อมูลหลายๆ ด้าน ได้แก่ การสังเกต การบันทึก พฤติกรรม การสนทนา การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ ข้อมูล จากผลงานเด็กที่เก็บอย่างมีระบบ บันทึกการมาเรียน บันทึกสุขภาพ และ บันทึกกิจกรรมต่าง ๆ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กให้สอดคล้อง กับความสามารถหรือ พัฒนาการแต่ละ ด้านของเด็ก หลังเรียน สถานศึกษาได้นำข้อมูลจากการประเมินพัฒนาการมารวบรวมสรุปและจัดทำ รายงานผลพัฒนาการลงในสมุดรายงานประจำตัวทุกภาคเรียน
หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม พุทธศักราช 2566 | หน้า 33 ภาคผนวก - พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 - ประกาศคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง เรื่อง สถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง รุ่นที่ 3 เพิ่มเติม ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2564 - คำสั่งที่โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม ที่ 9/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา 2565 ลงวันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2566
พระราชบัญญัติ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕ ๖ ๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยค าแนะน าและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติท าหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป เป็นเวลาเจ็ดปี การขยายเวลาใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ให้กระท าได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยให้กระท าได้เพียงหนึ่งครั้งแต่ไม่เกินเจ็ดปี มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “นวัตกรรมการศึกษา” หมายความว่า แนวคิด วิธีการ กระบวนการ สื่อการเรียนการสอน หรือการบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ ซึ่งได้มีการทดลองและพัฒนาจนเป็นที่น่าเชื่อถือว่าสามารถส่งเสริม การเรียนรู้ของผู้เรียนและการจัดการศึกษา และให้หมายความรวมถึงการน าสิ่งดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาด้วย หนา ๑๐๒้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
“พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” หมายความว่า พื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีประกาศก าหนดให้เป็นพื้นที่ ปฏิรูปการบริหารและการจัดการศึกษาเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมการศึกษา“ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา” หมายความว่า พัฒนาการของผู้เรียนทั้งในด้านความรู้ สมรรถนะ ทักษะ และเจตคติ“สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” หมายความว่า โรงเรียนที่จัดการศึกษาในระบบ ระดับการศึกษ า ขั้นพื้นฐาน ประเภทสามัญศึกษา “สถานศึกษาน าร่อง” หมายความว่า สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัดส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือของเอกชน ที่อยู่ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ที่คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาอนุมัติให้เป็นสถานศึกษาน าร่อง“คณะกรรมการนโยบาย” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา“คณะกรรมการขับเคลื่อน” หมายความว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา“คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” หมายความว่า คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ“ก.ค.ศ.” หมายความว่า คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมวด ๑ การจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มาตรา ๕ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (๑) คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ของผู้เรียน รวมทั้งเพื่อด าเนินการให้มีการขยายผลไปใช้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอื่น (๒) ลดความเหลื่อมล้ าในการศึกษา หนา ๑๐๓้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
(๓) กระจายอ านาจและให้อิสระแก่หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษาน าร่องในพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารและการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและ ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ (๔) สร้างและพัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ในกรณีที่มีปัญหาเรื่องการตีความหรือการวินิจฉัยปัญหาอันเกิดจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ การตีความจะต้องเอื้ออ านวยให้เกิดการสร้างนวัตกรรมการศึกษา และมุ่งเน้นให้เกิดสัมฤทธิผลของ การจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นส าคัญ มาตรา ๖ คณะรัฐมนตรีโดยค าแนะน าของคณะกรรมการนโยบายมีอ านาจก าหนดให้จังหวัดใด เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการนโยบายพิจารณาความเหมาะสมของการเป็นพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาโดยค านึงถึงความพร้อม ตลอดจนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง และโอกาสที่จะประสบ ความส าเร็จอย่างยั่งยืนประกอบด้วย โดยอย่างน้อยจะต้องค านึงถึงผลการด าเนินการที่ผ่านมาของพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาอื่นที่มีการจัดตั้งอยู่ก่อนแล้ว การพิจารณาว่าจังหวัดใดมีความพร้อมเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายประกาศก าหนด มาตรา ๗ จังหวัดใดประสงค์จะเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ให้คณะผู้เสนอโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเพื่อด าเนินการตามมาตรา ๖ โดยแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมขององค์กรภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และ ภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง และแสดงให้เห็นว่าจังหวัดนั้นมีความพร้อมที่จะด าเนินการตามวัตถุประสงค์ ของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จ านวนและคุณสมบัติของคณะผู้เสนอ หลักเกณฑ์และวิธีการเสนอตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ คณะกรรมการนโยบายประกาศก าหนด ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายอาจก าหนดให้แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาก็ได้ มาตรา ๘ การเสนอให้จัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาตามมาตรา ๗ วรรคสอง ต้องกระท า อย่างเปิดเผย และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) รายชื่อคณะผู้เสนอ หนา ๑๐๔้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
(๒) สถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ประสงค์จะเข้าร่วมเป็นสถานศึกษาน าร่อง (๓) องค์ประกอบของคณะกรรมการขับเคลื่อน (๔) แนวทางการด าเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ (๕) แนวทางการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง (๖) ผลการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ความพร้อมในการจัดตั้ง พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาอย่างรอบด้าน องค์ประกอบของคณะกรรมการขับเคลื่อนตาม (๓) ในแต่ละพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาอาจมี ความแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ ความพร้อม และความจ าเป็นของแต่ละพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มาตรา ๙ ในกรณีที่คณะกรรมการนโยบายเห็นว่าจังหวัดใดมีความจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนา นวัตกรรมการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ า คณะกรรมการนโยบายอาจให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ส ารวจความพร้อมของภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ในการด าเนินการขอเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาตามมาตรา ๗ และมาตรา ๘ ในกรณีที่มีความพร้อม ตามมาตรา ๖ ให้คณะกรรมการนโยบายเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศให้จังหวัดนั้นเป็นพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ หมวด ๒ คณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มาตรา ๑๐ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา” ประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ (๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธานกรรมการ (๓) กรรมการโดยต าแหน่ง จ านวนเจ็ดคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ ผู้อ านวยการส านักงบประมาณ และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ หนา ๑๐๕้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษา การพัฒนานวัตกรรมการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การบริหาร การเงิน การพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม การประเมินผล กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือด้านอื่นอันจะเป็นประโยชน์แก่การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพใน การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ จ านวนไม่เกิน แปดคน เป็นกรรมการ ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อ านวยการ ส านักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาและผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ช่วยเลขานุการ การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ นโยบายประกาศก าหนด มาตรา ๑๑ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๔) ไม่เคยได้รับโทษจ าคุกโดยค าพิพากษาถึงที่สุดให้จ าคุก เว้นแต่เป็นโทษส าหรับความผิด ที่ได้กระท าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๕) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระท าการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ (๖) ไม่เคยต้องค าพิพากษาหรือค าสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะ ร่ ารวยผิดปกติ หรือเคยต้องค าพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจ าคุกเพราะกระท าความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา ๑๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการด ารงต าแหน่งคราวละสี่ปีและอาจได้รับแต่งตั้ง อีกได้ แต่จะด ารงต าแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ เมื่อครบก าหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังไม่ได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากต าแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในต าแหน่งเพื่อด าเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ หนา ๑๐๖้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
มาตรา ๑๓ นอกจากการพ้นจากต าแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากต าแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๑ (๔) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร ่องต ่อหน้าที ่ มีความประพฤติเสื ่อมเสีย หรือ หย่อนความสามารถ มาตรา ๑๔ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากต าแหน่งก่อนครบวาระ ให้แต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิแทนต าแหน่งที่ว่าง หรือในกรณีที่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในต าแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่งแทนต าแหน่งที่ว่าง หรือเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น อยู่ในต าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว เว้นแต่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิแทนหรือเพิ่มขึ้นก็ได้ และให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ มาตรา ๑๕ คณะกรรมการนโยบายมีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ก าหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับประเทศในการด าเนินการส่งเสริมให้มีพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา (๒) ให้ค าแนะน าแก่คณะรัฐมนตรีในการประกาศก าหนดให้จังหวัดใดเป็นพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา รวมทั้งประกาศยุบเลิกพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (๓) ก าหนดนโยบาย และก ากับดูแลการด าเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อน เพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาตามมาตรา ๕ (๔) ก าหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการด าเนินงานและการบริหารจัดการในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา (๕) ก าหนดแนวทางให้คณะกรรมการขับเคลื่อนปรับปรุงแก้ไขการด าเนินงานของหน่วยงาน ทางการศึกษาหรือสถานศึกษาน าร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (๖) ก าหนดมาตรฐานข้อมูลและมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลการจัดการศึกษาของพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาและสถานศึกษาน าร่อง หนา ๑๐๗้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
(๗) เสนอแนะต่อรัฐมนตรีให้มีการน าแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ไปใช้ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐและของเอกชน (๘) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือ ค าสั่งที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยน าผลสัมฤทธิ์ในการด าเนินงานของพื้นที่นวัตกรรม การศึกษามาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขดังกล่าว (๙) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกาขยายเวลาใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ (๑๐) ก าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษาน าร่อง (๑๑) ออกระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารจัดการ การปฏิบัติงาน การเงิน สิทธิประโยชน์ และการประเมินผล ภายในสถานศึกษาน าร่อง (๑๒) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อท าการแทนหรือปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการนโยบาย มอบหมาย (๑๓) ออกระเบียบหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ (๑๔) หน้าที่และอ านาจอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นก าหนดให้เป็นหน้าที่และ อ านาจของคณะกรรมการนโยบาย หลักเกณฑ์การประเมินผลการด าเนินงานและการบริหารจัดการพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาตาม (๔) ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ มาตรา ๑๖ การประชุมคณะกรรมการนโยบายต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจ านวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการนโยบาย ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด คณะกรรมการนโยบายต้องมีการประชุมอย่างน้อยปีละสี่ครั้ง หนา ๑๐๘้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
มาตรา ๑๗ ให้ประธานกรรมการนโยบาย รองประธานกรรมการนโยบา ย กรรมการนโยบาย และอนุกรรมการที่คณะกรรมการนโยบายแต่งตั้ง ได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ตามที่ คณะรัฐมนตรีก าหนด มาตรา ๑๘ ให้จัดตั้งส านักงานบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ในส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ท าหน้าที่เกี่ยวกับงานวิชาการและงานธุรการของคณะกรรมการนโยบาย รวมทั้ง ให้มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นหน่วยงานกลางในการด าเนินการ ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานของพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษา และรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการนโยบาย (๒) จัดท านโยบายและยุทธศาสตร์ระดับประเทศในการด าเนินการส่งเสริมให้มีพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย (๓) จัดให้มีการวิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา (๔) จัดท ามาตรฐานข้อมูลและมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลการจัดการศึกษาของพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาและสถานศึกษาน าร่องเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย (๕) รวบรวมข้อมูล ศึกษา และวิเคราะห์แนวทางการจัดการศึกษาของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา รวมทั้งน าเสนอแนวทางการขยายผลแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการศึกษาของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ต่อคณะกรรมการนโยบาย (๖) ก ากับ ติดตาม และตรวจสอบการจัดการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (๗) จัดท ารายงานประจ าปีเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (๘) ปฏิบัติงานอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่บัญญัติให้เป็นหน้าที่และอ านาจ ของส านักงาน หรือตามที่คณะกรรมการนโยบายมอบหมาย หมวด ๓ การบริหารพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มาตรา ๑๙ ในแต่ละพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา คณะหนึ่ง จ านวนไม่เกินยี่สิบเอ็ดคน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ และกรรมการอื่นซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย กรรมการโดยต าแหน่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทน หนา ๑๐๙้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิต และพัฒนาครู ผู้แทนองค์กรเอกชน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นกรรมการ และเลขานุการ องค์ประกอบของคณะกรรมการ จ านวน คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และ วิธีการได้มา วาระการด ารงต าแหน่งและการพ้นจากต าแหน่งของกรรมการขับเคลื่อน ให้เป็นไปตามที่ คณะกรรมการนโยบายประกาศก าหนดตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยให้ พิจารณาจากค าขอจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาตามมาตรา ๗ และให้ค านึงถึงความหลากหลายและ การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ เมื่อคณะรัฐมนตรีประกาศให้จังหวัดใดเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาแล้ว ให้ส านักงาน ศึกษาธิการจังหวัดของจังหวัดนั้น ด าเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการขับเคลื่อนตามวรรคหนึ่ง เพื่อเสนอ คณะกรรมการนโยบายแต่งตั้ง มาตรา ๒๐ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนมีหน้าที่และ อ านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ก าหนดยุทธศาสตร์และแผนการด าเนินงานเพื่อขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (๒) ประสานให้หน่วยงานทางการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐและ เอกชน ด าเนินการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาตามยุทธศาสตร์และแผนการด าเนินงาน ตาม (๑) (๓) ประสานให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะให้การสนับสนุนทางเทคนิคในการจัดท า สื่อการสอน จัดการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ พัฒนาบุคลากร จัดระบบการประเมินและวัดผล และการอื่น ที่จ าเป็นส าหรับพัฒนานวัตกรรมการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (๔) น าหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ไปปรับใช้กับการจัดการศึกษาในสถานศึกษาน าร่องให้เหมาะสมกับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (๕) ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษา น าร่องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพใน พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (๖) จัดให้มีการออกแบบการทดสอบผู้เรียนเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา หนา ๑๑๐้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
(๗) ส่งเสริม สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ และติดตามสถานศึกษาน าร่องเพื่อให้จัดการเรียน การสอนที่มีคุณภาพและเกิดการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา (๘) เสริมสร้างและเตรียมความพร้อมให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ในการเป็นสถานศึกษาน าร่องหรือในการน านวัตกรรมการศึกษาไปใช้ในการจัดการศึกษา (๙) เพิ่มขีดความสามารถให้แก่หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อท าการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาหรือน านวัตกรรมการศึกษาไปใช้ (๑๐) จัดให้มีการประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาน าร่อง (๑๑) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อท าการแทนหรือปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อน มอบหมาย (๑๒) รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษารวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาต่อ คณะกรรมการนโยบาย (๑๓) หน้าที่และอ านาจที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นก าหนดให้เป็นหน้าที่และอ านาจของ คณะกรรมการขับเคลื่อน (๑๔) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายมอบหมาย การด าเนินการตาม (๑) (๒) (๔) (๖) และ (๑๐) ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนปรึกษาหารือกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย การออกแบบทดสอบตาม (๖) และการประเมินผลตาม (๑๐) ต้องสอดคล้องกับหลักสูตร ตามมาตรา ๒๕ ในกรณีที่คณะกรรมการขับเคลื่อนเห็นว่าสถานศึกษาน าร่องใดมีความพร้อม อาจมอบหมายหน้าที่ และอ านาจตาม (๖) ให้แก่สถานศึกษาดังกล่าวด าเนินการในส่วนของตนได้ มาตรา ๒๑ ให้น าความในมาตรา ๑๒ วรรคสอง และมาตรา ๑๔ มาใช้บังคับแก่การพ้นจาก ต าแหน่งของกรรมการอื่นนอกจากกรรมการโดยต าแหน่งในคณะกรรมการขับเคลื่อนโดยอนุโลม มาตรา ๒๒ ให้น าความในมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการขับเคลื่อน โดยอนุโลม มาตรา ๒๓ ให้ประธานกรรมการขับเคลื่อน กรรมการขับเคลื่อน และอนุกรรมการที่ คณะกรรมการขับเคลื่อนแต่งตั้ง ได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ตามระเบียบที่คณะกรรมการนโยบาย ก าหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง หนา ๑๑๑้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
มาตรา ๒๔ ให้ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ท าหน้าที่รับผิดชอบ งานธุรการของคณะกรรมการขับเคลื่อน และให้มีหน้าที่และอ านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีระบบข้อมูลตามมาตรฐานที่คณะกรรมการนโยบายก าหนด รวมทั้งศึกษาและ วิเคราะห์แนวทางการจัดการศึกษาของสถานศึกษาน าร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (๒) จัดให้มีการวิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา (๓) จัดท ารายงานการด าเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัด โดยให้แจ้งส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทราบด้วย (๔) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายหรือคณะกรรมการขับเคลื่อนมอบหมาย ให้ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือแก่ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในการด าเนินการตามวรรคหนึ่ง มาตรา ๒๕ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที ่ได้รับการปรับเพื ่อน าไปใช้ ตามมาตรา ๒๐ (๔) ต้องครอบคลุมสมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ โดยต้องจัดสาระการเรียนรู้รายวิชาให้หลากหลายและสอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดหรือ ความสนใจของผู้เรียน และสภาพภูมิสังคม ในกรณีที่สถานศึกษาน าร่องต้องการปรับหลักสูตรเพิ่มเติมจากหลักสูตรตามมาตรา ๒๐ (๔) ต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและคณะกรรมการขับเคลื่อน ให้ถือว่าการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรตามวรรคหนึ่งและวรรคสองเป็นการจัดการเรียน การสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ สถานศึกษาน าร่องที่ประสงค์จะจัดการเรียนการสอนโดยไม่ใช้หลักสูตรตามมาตรา ๒๐ (๔) หรือโดยใช้หลักสูตรต่างประเทศต้องเสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนเพื่อขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการนโยบาย การเทียบโอนผลการเรียนและการเทียบวุฒิการศึกษาของผู้เรียนระหว่างสถานศึกษาน าร่องและ สถานศึกษาอื่นให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายก าหนด หนา ๑๑๒้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
มาตรา ๒๖ ในการด าเนินการตามมาตรา ๒๕ คณะกรรมการขับเคลื่อน หรือสถานศึกษา น าร่อง แล้วแต่กรณี ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทาง การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนภาคเอกชน และผู้แทนภาคประชาสังคม ในพื้นที่ นวัตกรรมการศึกษาด้วย หมวด ๔ สถานศึกษาน าร่อง มาตรา ๒๗ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาแห่งใดประสงค์จะเป็น สถานศึกษาน าร่อง ให้ด าเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ขอ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา (๒) สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นต้นสังกัด (๓) สถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชน ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา และกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนในส านักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือส านักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด แล้วแต่กรณี เมื่อได้ด าเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ขออนุมัติต่อคณะกรรมการขับเคลื่อน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการขับเคลื่อนก าหนด มาตรา ๒๘ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ การจัดสรรงบประมาณเฉพาะใน ส่วนของเงินอุดหนุนรายการค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและค่าใช้จ่ายด าเนินงานให้แก่ สถานศึกษาน าร่องตามมาตรา ๒๗ (๑) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ให้จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป ให้ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อจัดสรรให้แก่สถานศึกษาน าร่องแต่ละแห่งโดยตรง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามความจ าเป็นและความต้องการของสถานศึกษาน าร่อง การจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายด าเนินงานตามวรรคหนึ่งให้แก่สถานศึกษาน าร่อง แต่ละแห่ง ให้ค านวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการนโยบายก าหนดโดยความเห็นชอบของ ส านักงบประมาณ หนา ๑๑๓้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒
มาตรา ๒๙ การรับและการใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคเพื่อการศึกษาให้แก่ สถานศึกษาน าร่องที่เป็นสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการนโยบายก าหนด โดยไม่ต้องน าส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน การรับและการใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง จะต้องเป็นไปเพื่อการพัฒนาสถานศึกษา หรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค และต้องไม่มีเงื่อนไขเลือกปฏิบัติต่อผู้เรียนในการเข้าร่วม กิจกรรม มาตรา ๓๐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสถานศึกษาน าร่องในสังกัดส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้คณะกรรมการนโยบายประสานงาน กับกระทรวงการคลังเพื่อให้คณะกรรมการนโยบายสามารถด าเนินการจัดให้มีระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับ การจัดซื้อจัดจ้างของสถานศึกษาน าร่องทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้เอง ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มาตรา ๓๑ ให้คณะกรรมการนโยบายเสนอแนะต่อ ก.ค.ศ. เพื่อให้มีการออกกฎ ก.ค.ศ. หรือหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไข ส าหรับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาเกี่ยวกับการคัดเลือก การบรรจุแต่งตั้ง การโยกย้าย การเลื่อนเงินเดือน และการประเมิน วิทยฐานะ ให้เกิดความเหมาะสมกับการบริหารงานของสถานศึกษาน าร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ในการด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประสานกับ ส านักงาน ก.ค.ศ. เมื่อได้มีการด าเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นน ากฎ ก.ค.ศ. หรือ หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขดังกล่าวไปใช้กับสถานศึกษาน าร่องในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย โดยอนุโลม มาตรา ๓๒ ในกรณีที่มีความจ าเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลในพื้นที่นวัตกรรม การศึกษา คณะกรรมการนโยบายอาจเสนอแนะต่อ ก.ค.ศ. ให้ตั้ง อ.ก.ค.ศ. ตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาส าหรับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาโดยเฉพาะก็ได้ หนา ๑๑๔้่ เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๒