การศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์เพื่อชุมชน นางสาวณัฐณิชา อ่อนชาวนา รหัสประจำตัว 63202011112 นางสาวประกายวรรณ ลาภเกิด รหัสประจำตัว 63202011119 นายวีรภัทร ขมินทกูล รหัสประจำตัว 63202011128 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชา การบัญชี สาขางาน การบัญชี ห้อง 1 ครูที่ปรึกษา นางสาวกรรัตน์ คำดา วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร อาชีวศึกษาจังหวัดพิจิตร สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
ใบรับรองโครงงาน รายวิชา โครงงาน รหัสวิชา 20201-8501 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ชื่อโครงงาน การศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์เพื่อชุมชน ผู้รับผิดชอบโครงงาน 1. นางสาวณัฐณิชา อ่อนชาวนา รหัสประจำตัว 63202011112 2. นางสาวประกายวรรณ ลาภเกิด รหัสประจำตัว 63202011119 3. นายวีรภัทร ขมินทกูล รหัสประจำตัว 63202011128 ครูที่ปรึกษา นางสาวกรรัตน์ คำดา ปีการศึกษา 2565 ได้รับอนุมัติให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชาโครงงาน สาขาวิชา การบัญชี หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 คณะกรรมการสอบโครงงาน ลงชื่อ..............................................ประธาน (นางสาวจารุณี จุลบุตร) ลงชื่อ..............................................กรรมการ (นางสาวกรรัตน์ คำดา) ลงชื่อ..............................................กรรมการและเลขานุการ (นางสาวอรวลัญช์ น้อยสมวงษ์) ลงชื่อ..............................................หัวหน้าแผนกวิชาการบัญชี (นางสกาวรัตน์ บุญศิลป์) ลงชื่อ..............................................รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ (นายอิศรา อยู่ยิ่ง) ลงชื่อ..............................................ผู้อำนวยการวิทยาลัย (นายชัยณรงค์ คัชมาตย์)
ก ชื่อผลงาน :การศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์เพื่อชุมชน ผู้จัดทำ : 1. นางสาวณัฐณิชา อ่อนชาวนา รหัสประจำตัว 63202011112 2. นางสาวประกายวรรณ ลาภเกิด รหัสประจำตัว 63202011119 3. นายวีรภัทร ขมินทกูล รหัสประจำตัว 63202011128 ครูที่ปรึกษา : นางสาวกรรัตน์ คำดา สาขาวิชา : การบัญชี สาขางาน : การบัญชี ปีการศึกษา : 2565 บทคัดย่อ ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ 1. เพื่อการนำวัสดุในท้องถิ่นมาผลิตช่อดอกไม้จันทน์และสามารถสร้างรายได้ ได้จริง 2. เพื่อการศึกษารายได้ที่ได้จากการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้าน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีต่อการให้ความรู้ เกี่ยวกับการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ โดยมีสมมติฐานในการวิจัย คือ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาตามโครงงานการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์เพื่อชุมชน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย กลุ่มแม่บ้านผู้ว่างงานใน ชุมชนหมู่ที่ 5 ตำบลฆะมัง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้านที่มีต่อผลิตภัณฑ์ ช่อดอกไม้จันทน์ ค่าสถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ผลการวิจัยมีดังนี้ 1. ต้นทุนในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ช่อประธาน (ช่อ 7 ดอก) เฉลี่ย 204.16 บาทต่อช่อ ต้นทุนในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ช่อบุคคลทั่วไป (ช่อ 3 ดอก) เฉลี่ย 4.08 บาทต่อช่อ 2. กลุ่มแม่บ้านมีความพึงพอใจต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ ใน ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ข้อที่มีคำเฉลี่ยสูงสุดสามอันดับแรกได้แก่ ข้อ 1 คือผลิตภัณฑ์มีประโยชน์ รองลงมาข้อ 4 คือสามารถผลิตเพื่อสร้างรายได้ในครัวเรือน ข้อ 5 ความเข้าใจจากการได้รับความรู้
ข กิตติกรรมประกาศ การจัดทำโครงการครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงได้เป็นอย่างดีด้วยความอนุเคราะห์และความกรุณาให้ คำปรึกษา ตั้งแต่ต้นจนจบเสร็จสมบูรณ์ ตลอดจนให้ความรู้และประสบการณ์ที่ดีแก่ข้าพเจ้าจาก นางสาวอรวลัญช์ น้อยสมวงษ์ ครูผู้สอนวิชาโครงงาน ผู้จัดทำขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ ขอกราบขอบพระคุณนางสาวกรรัตน์ คำดา ครูที่ปรึกษาโครงงาน ที่กรุณาให้คำแนะนำและ ให้คำปรึกษามาตลอดจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ตั้งแต่แรกให้ความช่วยเหลือแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ เพื่อให้จัดทำโครงงานฉบับนี้ให้มีความสมบูรณ์ ผู้จัดทำโครงงานขอขอบพระคุณคณะอาจารย์ทุกท่านที่ ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชา บ่มเพาะจนผู้ศึกษาสามารถนำหลักการมาประยุกต์ใช้และอ้างอิงในการจัดทำ โครงงานครั้งนี้ อีกทั้งบิดามารดา พี่น้องและเพื่อน ๆ ของผู้จัดทำโครงงาน ซึ่งให้กำลังใจและความ ช่วยเหลือมาโดยตลอด คุณค่าอันพึงมีจากการศึกษาค้นคว้าวิจัยอิสระฉบับนี้ ขอมอบเพื่อคุณบิดามาดา ครูอาจารย์ และผู้มีพระคุณทุกท่าน ณัฐณิชา อ่อนชาวนา ประกายวรรณ ลาภเกิด วีรภัทร ขมินทกูล
ค สารบัญ หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญภาพ ง สารบัญตาราง บทที่ 1. บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญของปัญหา 1 1.2 วัตถุประสงค์ในการศึกษา 2 1.3 ขอบเขตในการศึกษา 2 1.4 นิยามศัพท์เฉพาะ 3 2. เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 หลักการแนวคิดเกี่ยวกับต้นทุน 4 2.2 หลักการแนวคิดเกี่ยวกับผลตอบแทน 8 2.3 เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 10 2.4 กรอบแนวคิดในการจัดทำโครงงาน 13 3. วิธีการดำเนิน 3.1 กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา 14 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 15 3.3 วิธีการดำเนินการศึกษา 15 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 15 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 15 3.6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ 16
ง สารบัญ (ต่อ) หน้า 4. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนและผลตอบแทนของช่อดอกไม้จันทน์ 17 4.2 ข้อมูลสภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 21 4.3 ข้อมูลความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้านที่มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิต 24 ช่อดอกไม้จันทน์ 5. สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษา 25 5.2 อภิปรายผล 26 5.3 ข้อเสนอแนะ 26 บรรณานุกรม 27 ภาคผนวก ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาแบบสอบถามความพึงพอใจของ 29 กลุ่มแม่บ้านที่มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ ภาคผนวก ข แบบเสนอหัวข้อและเค้าโครงการศึกษาความเป็นไปได้ใน 32 การผลิตช่อดอกไม้จันทน์เพื่อชุมชน ภาคผนวก ค ภาพการลงพื้นที่การเก็บข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัย 39 ที่มีผลต่อพฤติกรรมการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ ภาคผนวก ง บัญชี การศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 46 เพื่อชุมชน ภาคผนวก จ แสดงภาพการพบครูผู้สอนและครูที่ปรึกษาโครงงาน 60 ประวัติผู้จัดทำโครงงาน 63
จ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางที่ 4.1.1 แสดงการแบ่งประเภทต้นทุนที่ทำการศึกษา 17 ตารางที่ 4.1.2 แสดงต้นทุนในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 18 ตารางที่ 4.1.3 แสดงต้นทุนค่าแรงงานในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 19 ตารางที่ 4.1.4 แสดงมูลค่าสินทรัพย์และค่าเสื่อมราคา 20 ตารางที่ 4.1.5 แสดงข้อมูลในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 21 ตารางที่ 4.2.1 แสดงจำนวน (ความถี่) และค่าร้อยละของข้อมูลสถานภาพ 21 และข้อมูลทั่วไปจำแนกตามเพศ ตารางที่ 4.2.2 แสดงจำนวน (ความถี่) และค่าร้อยละของข้อมูลแบบสอบถาม 22 และข้อมูลทั่วไปจำแนกตามอายุ ตารางที่ 4.2.3 แสดงจำนวน (ความถี่) และค่าร้อยละของข้อมูลแบบสอบถาม 22 และข้อมูลทั่วไปจำแนกตามระดับการศึกษา ตารางที่ 4.2.4 แสดงจำนวน (ความถี่) และค่าร้อยละของข้อมูล 23 การประกอบอาชีพ ตารางที่ 4.3.1 แสดงค่าเฉสี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจของ 24 กลุ่มแม่บ้านที่มีต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตช่อดอกไม้จันทน์
ฉ สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า 1. แสดงแนวคิดในการลงทุน 13 2. แสดงกรอบแนวคิดในการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 13 3. ภาพการส่งเว็บไซต์ให้กลุ่มแม่บ้านในชุมชนตอบแบบสอบถามออนไลน์ 31 4. ภาพการส่งเว็บไซต์ให้กลุ่มแม่บ้านในชุมชนตอบแบบสอบถามออนไลน์ 31 5. อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตช่อดอกจันทน์ 40 6. วิธีการทำที่ 1 40 7. วิธีการทำที่ 2 41 8. วิธีการทำที่ 3 41 9. วิธีการทำที่ 4 42 10. วิธีการทำที่ 5 42 11. วิธีการทำที่ 6 43 12. วิธีการทำที่ 7 43 13. วิธีการทำที่ 8 44 14. วิธีการทำที่ 9 44 15. ลงพื้นที่ให้ความรู้ในชุมชน 45 16. ลงพื้นที่ให้ความรู้ในชุมชน 45 17. พบครูผู้สอนวันที่ 25 ตุลาคม 2565 61 18. พบครูผู้สอนวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 61 19. พบครูที่ปรึกษาโครงงานวันที่ 11 ตุลาคม 2565 62 20. พบครูที่ปรึกษาโครงงานวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 62
บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความสำคัญของโครงงาน/หลักการและเหตุผล ดอกไม้จันทน์เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ใช้แสดงความรู้สึกและความเคารพต่อผู้วายชนม์อาจมี ต้นเค้ามาจากการใช้ท่อนจันทน์เผาศพที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงสันนิษฐานในคราวที่เสด็จในงานพระศพกรมหมื่นอนุวัฒน์จาตุรนต์ ความว่า “ในนั้นมีกำหนดให้ จัดของตั้งถวายในการพระราชทานเพลิงพระศพ คือให้จัดธูปเทียน ข้าวตอก ดอกไม้กับท่อนจันทน์ นึกแปลเอาว่าธูปเทียนแลข้าวตอกดอกไม้สำหรับทรงขมาศพ ท่อนจันทน์ใช้เป็นฟืนสำหรับเผาศพ ภายหลังมาจึงประดิษฐ์เป็นดอกไม้จันทน์ไปเสีย” หลักฐานการใช้ไม้จันทน์ในไทยสืบเนื่องได้มาตั้งแต่ สมัย อยุธยาดั่งความที่ปรากฏในบันทึกในราชอาณาจักรสยามของ ฟรังซัวส์ อังรี ตรุแปง ความว่า “ต้นจันทน์นั้นมีสองชนิด ชนิดขาวอยู่บนเกาะติมอร์ และชนิดแดงซึ่งเป็นของหายากกว่าชนิดขาว มากมี อยู่ในประเทศสยามชาวสยามใช้ต้นจันทน์ทำประโยชน์หลายประการ เช่น เผาเป็นแผ่นเล็ก ๆ ให้มี กลิ่นหอมใช้ฝนกับน้ำบนหินใช้เป็นแป้งที่มีกลิ่นหอมเพื่อทำให้ร่างกายมีกลิ่นหอม และยังใช้เผา ข้างศพ ผู้ตายเพื่อกลบกลิ่นศพผู้ตาย” ที่มาของดอกไม้จันทน์ยังอธิบายไว้ในหนังสือเกี่ยวกับชีวิต และ การตาย ของเสฐียร โกเศศ ว่า “ท่านผู้ใหญ่เมตตาอธิบายให้ฟังว่าการเผาศพเป็นแน่ว่าต้องมีธูปเทียน ดอกไม้ กับฟืน ฟืนสำหรับเผา ธูปเทียนสำหรับขมาศพ ย่อมยังเห็นปรากฏอยู่ในเครื่องขมาศพของหลวงที่ยังมี กระทงข้าวตอกและดอกไม้อยู่ด้วยจนถึงทุกวันนี้ในหนังสือเรียนฉบับหมอปลัดเล มีบันทึก จดหมายของ เจ้าหน้าที่มหาดเล็กว่าต้องตั้งเครื่องขมาศพกับท่อนจันทน์ในการพระราชทานเพลิงศพ ภายหลังเข้าใจว่า คิดประดิษฐ์ไม้จันทน์เป็นดอกไม้จันทน์เพื่อกระเบียดกระเสียรไม้จันทน์ให้เปลือง น้อยลง” จึงสันนิษฐาน ว่าธรรมเนียมการใช้ดอกไม้จันทน์อาจคลี่คลายมาจากการใช้ท่อนจันทน์ในการ เผาพระศพ ศพของ ชนชั้นสูงในสังคมไทย ภายหลังจึงเกิดการผสมผสานรูปแบบของพิธีการจาก ราษฎร์สู่หลวง จากหลวงสู่ ราษฎร์ทำให้พบเห็นการใช้ดอกไม้จันทน์ในงานศพเป็นการทั่วไปเมื่อการใช้งานกับดอกไม้จันทน์เพิ่มขึ้นก็ ทำให้จำนวนต้นจันทน์ตามธรรมชาติลดน้อยลงไป จึงได้มีการจัดหาวัสดุ ทดแทน เช่น ไม้โมกมัน กระดาษ เป็นต้นเมื่อมีวัสดุที่หลากหลายจึงทำให้เกิดการพัฒนารูปแบบ ลักษณะหลากหลายขึ้นตามไป ด้วย โดยรูปแบบที่จัดทำ เช่น ดอกกุหลาบ ดอกบัวหลวง ดอกแก้ว ดอกดารารัตน์ ดอกคาเนชั่น เป็นต้น ซึ่งทำให้เจ้าภาพสามารถเลือกรูปแบบดอกไม้จันทน์ได้ตามความชอบ อีกทั้งขั้นตอนในการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ไม่ยุ่งยากวัสดุและอุปกรณ์จัดหาได้ง่ายสามารถ ทำขายเป็นการสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย
2 ในปัจจุบันเห็นได้ว่าดอกไม้จันทน์มีการซื้อขายตลอดเวลา เป็นสินค้าที่มีผู้ผลิตน้อยแต่มี ปริมาณความต้องการสูง อาจทำให้เกิดการขาดตลาดได้ในบางเวลา ทั้งดอกไม้จันทน์เป็นสิ่งที่ ประดิษฐ์ ง่ายสามารถใช้วัสดุในพื้นถิ่นมาประดิษฐ์ได้ อีกทั้งยังมีกลุ่มแม่บ้านในชุมชนที่ยังว่างงานจาก สถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รวมถึงผู้ป่วย และผู้สูงอายุในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลฆะมัง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร จึงทำให้ผู้จัดทำมีแนวคิดในการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ เพื่อมาแก้ไขปัญหาการว่างงานและสร้างรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้าน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย ที่ว่างงานในพื้นที่ชุมชน จากปัญหาดังกล่าวคณะผู้จัดทำมีความสนใจและมองเห็นเส้นทางที่จะทำเรื่องการศึกษาความ เป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์เพื่อชุมชน ดังนั้นในการศึกษาครั้งนี้จึงมุ่งหวังที่จะศึกษาความเป็นไป ได้ของโครงงานเป็นแนวทางในการพัฒนาและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในการศึกษาครั้งนี้จะทำให้ ความสำคัญกับปัจจัยเหล่านี้เป็นหลักเพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้ชุมชนเกิดการพัฒนาขึ้น 1.2 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1.2.1 เพื่อการนำวัสดุในท้องมาผลิตช่อดอกไม้จันทน์และสามารถสร้างรายได้ได้จริง 1.2.2 เพื่อการศึกษารายได้ที่ได้จากการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 1.2.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้าน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีต่อการให้ความรู้ เกี่ยวกับการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 1.3 ขอบเขตของโครงงาน 1.3.1 ด้านตัวแปร – 1.3.2 ด้านเนื้อหา การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์เพื่อให้ทราบ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการศึกษาต้นทุนที่จะได้รับจากการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ผู้ศึกษาได้ทำ การสำรวจ ดังนี้ 1) ศึกษาต้นทุนการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการทำจนไปถึง ขั้นตอนการ และวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนในการทำช่อดอกไม้จันทน์ 2) ศึกษาผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนทำช่อดอกไม้จันทน์
3 1.3.3 ด้านเวลา ตุลาคม 2565 - กุมภาพันธ์ 2566 1.3.4 แบบร่าง (ถ้ามี) - 1.4 นิยามศัพท์เฉพาะ ต้นทุน หมายถึง ต้นทุนทั้งสิ้นที่ใช้ซื้อวัสดุในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ ประชากร หมายถึง หมู่ 5 ตำบลฆะมัง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาต้นทุนผลิตภัณฑ์ช่อดอกไม้จันทน์เพื่อชุมชนของกลุ่มแม่บ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลฆะมัง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ผู้ศึกษาได้ศึกษาหลักการแนวคิดทฤษฎี และ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้คือ 2.1 หลักการแนวคิดที่เกี่ยวกับต้นทุน 2.2 สภาพทั่วไปของชุมชน หมู่ที่ 5 ตำบลฆะมัง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.4 กรอบแนวคิดการศึกษา 2.1 หลักการแนวคิดเกี่ยวกับต้นทุน ต้นทุน (Cost) หมายถึง มูลค่าของทรัพยากรที่องค์กรใชประโยชน์เพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ เช่น ต้นทุนของวัสดุและแรงงานที่เกิดขึ้นเพื่อผลิตสินค้าหรือบริการ และเมื่อต้นทุนได้ก่อประโยชน์ต่อธุรกิจแล้ว ต้นทุนส่วนนั้นจะเปลี่ยนสภาพไปเป็นค่าใช้จ่าย (Expense) ซึ่งจะนำไปหักจากรายได้ในแต่ละงวดบัญชี ต้นทุนการผลิต คือ ต้นทุนที่ทำให้สินค้าใด ๆ ประกอบด้วย วัสดุทางตรง ที่เบิกใช้ใปใน การผลิต แรงงานทางตรงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการผลิต เมื่อทั้ง 3 ส่วนประกอบ ได้เข้าสู่ขั้นตอนต่าง ๆ ของการผลิตก็จะถูกแปรสภาพเป็นสินค้าสำเร็จรูปต่อไป การจำแนกประเภทต้นทุนแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ 2.1.1 การจำแนกต้นทุรตามระยะเวลา 2.1.2 การจำแนกต้นทุนตามลักษณะการดำเนินงาน 2.1.3 การจำแนกต้นทุนตามส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ 2.1.4 การจำแนกต้นทุนตามปริมาณกิจกรรม 2.1.5 การจำแนกต้นทุนเพื่อการควบคุมและวัดผลการปฏิบัติงาน 2.1.6 การจำแนกต้นทุนเพื่อการตัดสินใจ
5 ซึ่งรายละเอียดของการจำแนกต้นทุนแต่ละประเภท ดังต่อไปนี้ 2.1.1 การจำแนกต้นทุนตามระยะเวลา เป็นการพิจารณาต้นทุนในการจัดหาสินทรัพย์และบริการต่าง ๆ ซึ่งจะต้องสัมพันธ์ กับระยะเวลาการดำเนินงานธุรกิจของกิจการ โดยสามารถแบ่งต้นทุนออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) ต้นทุนที่เกิดขึ้นในอดีต (Historicol Cost) คือต้นทุนที่เกิดขึ้นเมื่อได้มาซึ่ง สินทรัพย์หรือบริการต่าง ๆ และกิจการได้จ่ายชำระเงินสด สินทรัพย์อื่นใดหรือรายการเทียบเท่าเงิน สดโดยปกติจะใช้ต้นทุนประเภทนี้มนการบันทึกบัญชีประกอบการจัดทำงบการเงินแต่ไม่นิยมนำไปใช้ ประกอบการตัดสินใจปัญหาหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอนาคต เนื่องจากสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจ มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา 2) ต้นทุนทดแทนหรือต้นทุนเปลี่ยนแปลงแทน (Replacement Cost) คือ ต้นทุนที่จ่ายไปเพื่อใช้ในการจัดหาสินทรัพย์มาเปลี่ยนแทนหรือทดแทนสินทรัพย์เดิม ซึ่งสินทรัพย์ที่ จัดหามานั้น ต้องมีลักษณะคล้ายคลึงกับสินทรัพย์เดิม เพื่อนำมาเปรียบเทียบต้นทุนประกอบการ ตัดสินใจในการเลือกทางต่าง ๆ ว่าควรเปลี่ยนแทนหรือปรับปรุงสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิมหรือควรซื้อ สินทรัพย์ใหม่เพื่อทดแทนสินทรัพย์เดิม โดยเปรียบเทียบจากราคาตลาดของสินทรัพย์นั้น ๆ 3) ต้นทุนในอนาคต (Future Cost) คือต้นทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อ กิจการต้องตัดสินใจเลือกโครงงานใดโครงงานหนึ่งในอนาคต ซึ่งกิจการต้องพยากรณ์ต้นทุนที่คาดว่า จะเกิดขึ้นเพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกลงทุนในโครงงานจากแนวโน้มของต้นทุนจริงในอดีตหรือจาก ระบบงบประมาณของกิจการ 2.1.2 การจำแนกต้นทุนตามลักษณะการดำเนินงาน เป็นการพิจารณาต้นทุนที่เกิดการดำเนินงานหรือปฏิบัติงานของธุรกิจซึ่งแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้ 1) ต้นทุนการผลิต (Manufacturing Cost) คือ ต้นทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดใน กระบวนการผลิตเพื่อแปรสภาพวัสดุให้เป็นสินค้า ซึ่งปกติต้นทุนการผลิตจะเกิดขึ้นในธุรกิจผลิตสินค้า เท่านั้น เช่น วัตถุดิบมางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต เป็นต้น 2) ต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิต (Nonmanufacturing Cost) คือ ต้นทุนอื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า ซึ่งจะจำแนกต้นทุนโดยพิจารณาตามหน้าที่หรือลักษณะของการ ปฏิบัติงาน ดังนี้ 2.1) ต้นทุนในการจัดซื้อหรือจัดหาสินค้า (Merchandise Cost) ซึ่งเป็น ต้นทุนในการจัดหาสินค้า เช่น ค่าขนส่งเข้า เป็นต้น
6 2.2) ต้นทุนทางการตลาด (Marketing Cost) เป็นต้นทุนที่เกิดจากการ ส่งเสริมการขาย หรือแนะนำการผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด เช่น ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นต้น 2.3) ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Administrative Cost of Expense) เป็นต้นทุนจากการบริหารงานโดยรวม เช่น เงินเดือนฝ่ายบริหาร ค่าใช้จ่ายแผนกบัญชี 2.4) ต้นทุนทางการเงิน (financing Cost) คือ ต้นทุนจากการจัดหาเงินทุน มาดำเนินงาน เช่น ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เป็นต้น 2.5) ต้นทุนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Research and Development Cost) เป็นต้นทุนจากการวิจัยสินค้าใหม่ ๆ หรือพัฒนาสินค้าที่มีอยู่ให้ทันสมัยจากเดิมเพื่อตอบสนอง ความต้องการของทางการตลาดของลูกค้า เช่น เงินเดือนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น 2.1.3 การจำแนกต้นทุนตามส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ เป็นการจำแนกต้นทุนของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ที่กิจการได้ทำการผลิต เพื่อให้ได้มา ซึ่งสินค้าต่าง ๆ สามารถจำแนกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) วัสดุทางตรง (Direct Mateial) คือ วัสดุส่วนสำคัญที่ใช้ในการผลิตสินค้า หรือบริการ สามารถคำนวณได้ง่ายกว่าสินค้า 1 หน่วย ต้องใช้วัสดุเท่าใด เช่น 2) ค่าแรงทางตรง (Direct Labor) คือ ค่าแรงงานที่เกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนสภาพวัสดุ ให้เป็นสินค้าสำเร็จรูป หรือเป็นค่าแรงทางตรงที่เกิดจากการผลิตสินค้าโดยตรง สามารถคำนวณ ต้นทุนค่าแรงที่ใช้ในการผลิตได้โดยง่าย เช่น ค่าแรง 3) ค่าใช้จ่ายในการผลิตหรือค่าใช้จ่ายโรงงาน (Factory Overhead) คือ ต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการสนับสนุนการผลิตสินค้าหรือบริการไม่เกี่ยวข้องกับวัสดุทางตรงและ ค่าแรงทางตรง และไม่เกี่ยวข้องกับส่วนของสำนักงาน ดังนี้ วัสดุทางตรงและค่าแรงทางตรง เป็นส่วนประกอบหลักที่นำไปคิดเข้ากับตัวสินค้าโดยตรง ผลรวมของต้นทุนวัสดุทางตรงและค่าแรงงานทางตรง จัดเป็นต้นทุนขั้นตอน (Prime Costs) และ ผลรวมของต้นทุนค่าแรงงานทางตรงกับค่าใช้จ่ายในการผลิต จัดเป็นต้นทุนแปรสภาพหรือต้นทุน เปลี่ยนสภาพ (Conversion Cost) ซึ่งหมายถึงต้นทุนที่ใช้ในการเปลี่ยนสภาพวัสดุให้เป็นสินค้า สำเร็จรูป 2.1.4 การจำแนกต้นทุนว่าผันแปรตามปริมาณกิจกรรม เป็นการวิเคราะห์พฤติกรรมต้นทุนว่าผันแปรตามปริมาณกิจกรรมที่ปรับสูงขึ้นหรือ ลดลงหรือไม่ เช่น หน่วยสินค้าที่ผลิต จำนวนชั่วโมงแรงงาน จำนวนชั่วโมงเครื่องจักร เป็นต้น ซึ่งสามารถจำแนกต้นทุนประเภทประเภทนี้ได้เป็น 4 ประเภท
7 1) ต้นทุนผันแปร คือ ต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปตามสัดส่วนของระดับกิจกรรมหรือ ปริมาณการผลิต ในขณะที่ต้นทุนผันแปรต่อหน่วยคงที่ไม่ว่าปริมาณกิจกรรมจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งทำให้คำนวณต้นทุนได้โดยง่ายและทราบว่าต้นทุนดังกล่าวเป็นต้นทุนของแผนกใด 2) ต้นทุนคงที่ คือ ต้นทุนคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสัดส่วนของระดับกิจกรรม หรือปริมาณการผลิต ในขณะที่ต้นทุนแปรผันต่อหน่วยคงที่ไม่ว่าปริมาณกิจกรรมจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งคำนวณหาต้นทุนได้ง่ายและทราบว่าต้นทุนดังกล่าวเป็นต้นทุนของแผนกใด 3) ต้นทุนกึ่งแปรผัน คือ ต้นทุนที่มีลักษณะส่วนหนึ่งเป็นต้นทุนคงที่ อีกส่วนหนึ่ง เป็นต้นทุนแปรผันไปตามระดับของกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ค่าบริการรายเดือนซ่อมบํารุง เดือนละ 500 บาท โดยเข้าตรวจสภาพเครื่องจักรเดือนละ 2 ครั้งหากเพิ่มจากนั้นต้องเสียเพิ่มอีก ครั้งละ 200 บาท กล่าวคือต้นทุนคงที่ 500บาท ต้นทุนแปรผันขึ้นอยู่กับปริมาณกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น จากเดิม 4) ต้นทุนกึ่งคงที่ คือ ต้นทุนที่คงที่ในช่วงระดับกิจกรรมหนึ่ง เมื่อกิจกรรม เปลี่ยนไปอีกระดับหนึ่ง ต้นทุนก็จะแปรผันตามไปด้วย และจะคงที่ตลอดช่วงกิจกรรมใหม่จนกว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงระดับกิจกรรม เช่น หัวหน้างาน1คน ควบคุมงานได้10คน แต่ถ้าต้องการเพิ่ม คนงานเป็น20คน ต้องจ้างหัวหน้างานเพิ่มอีก1คน ต้นทุนคงที่จากเดิม1คน ก็จะเพิ่มเป็น2คน จนกว่า จะมีการเปลี่ยนแปลง 2.1.5 การจำแนกต้นทุนเพื่อการควบคุมและวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นการควบคุมต้นทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เป็นหน้าที่ที่สำคัญของ ผู้บริหารซึ่งจะต้องทำการกำหนดหน่วยงานที่ต้องการควบคุมต้นทุนแล้ววางแผนการควบคุม ตลอดจนการลงมือปฏิบัติและการวัดผลการปฏิบัติการควบคุมดังกล่าว ว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หรือไม่ ซึ่งในการควบคุมต้นทุนนั้นสามารถจำแนกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1) ต้นทุนที่ควบคุมได้ คือ ต้นทุนที่ผู้จัดการหรือหัวหน้างานสามารถสั่งการหรือ ควบคุมได้ เช่น ค่าล่วงเวลา ค่าวัสดุสิ้นเปลือง เป็นต้น 2) ต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้ คือ ต้นทุนที่ผู้จัดการหรือหัวหน้างานไม่สามารถสั่งการ ได้เพราะอยู่ในอำนาจการตัดสินใจของผู้บริหารหรือได้รับการปั่นส่วนมาจากส่วนกลางไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได้ เช่น ค่าเสื่อมราคาโรงงาน ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น 2.1.6 การจําแนกต้นทุนเพื่อการตัดสินใจ ต้นทุนประเภทนี้สามารถแยกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้ 1) ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ คือ ต้นทุนที่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจของ ผู้บริหารเพื่อใช้ในการประเมินทางเลือก ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการเปรียบเทียบต้นทุน ในอดีต หรือพยากรณ์โดยอาศัยเทคนิคทางสถิติซึ่งจําแนกได้ดังนี้
8 1.1) ต้นทุนส่วนต่าง คือ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากการเปลี่ยนแปลง วิธีการ ปฏิบัติเดิมให้เป็นวิธีการใหม่ เช่น กำลังการผลิต 100 หน่วย ต้นทุนต่อหน่วย 2 บาท ถ้า เพิ่ม กําลังการผลิตเป็น 150 หน่วย ต้นทุนต่อหน่วยเป็น 1.80 บาท ทำให้เกิดต้นทุนส่วนต่างที่ ลดลง จากเดิมเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตเดิมอยู่ 2.20 บาท 1.2) ต้นทุนที่เลี้ยงได้ คือ ต้นทุนที่สามารถประหยัดได้จากการตัดสินใจ เช่น การยุบสาขาที่ได้กําไรน้อยหรือขาดทุน จะช่วยลดต้นทุนได้ลงจากเดิม 1.3) ต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ ผลตอบแทนที่กิจการได้รับจากการตัดสินใจ เลือก ทางเลือกใดทางเลือกหนึ่ง แต่กิจการต้องสูญเสียผลตอบแทนจากทางเลือกที่ไม่ได้เลือก เช่น มีเงิน อยู่ 10,000 บาท ถ้าฝากเงินจะได้ดอกเบี้ย 200 บาทต่อปีแต่ถ้าปล่อยเงินกู้จะได้ดอกเบี้ย 500 บาทต่อปี ซึ่งถ้าเลือกปล่อยเงินกู้จะทำให้เสียโอกาสได้รับดอกเบี้ยจากการฝากเงินเป็นจำนวน 200 บาท 2) ต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ คือ ต้นทุนที่ไม่แสดงความสัมพันธ์ เกี่ยวข้อง กับการตัดสินใจ ไม่ว่าผู้บริหารจะเลือกทางใดก็ตามซึ่งสามารถจำแนกได้ ดังนี้ 2.1) ต้นทุนจม คือ ต้นทุนที่เกิดขึ้นในอดีตที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น การ ซื้อเครื่องจักรมาในราคา 20,000 บาท เป็นเวลา 2 ปี ไม่ว่ากิจการจะทำการขายหรือไม่ขาย ต้นทุน ดังกล่าวก็ได้เกิดขึ้นแล้วจากการซื้อเครื่องจักร 2.2) ต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ ต้นทุนที่ยังคงมีอยู่ไม่ว่ากิจการจะเปลี่ยนแปลง ไปจากเดิมหรือไม่ เช่น ค่าเสียภาษีทรัพย์สินโรงงาน เป็นต้น 2.2 หลักการแนวคิดเกี่ยวกับผลตอบแทน การวิเคราะห์การลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนของโครงการใด ๆ โดยเป็น โครงการ เปรียบเทียบผลตอบแทนและต้นทุนของโครงงานนั้น ๆ ซึ่งผลตอบแทนและต้นทุนของ โครงงานนั้น จะเกิดขึ้นในระยะเวลาต่างกันตลอดอายุของโครงงาน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับค่า ของเวลาของ โครงงานเพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับและต้นทุนที่เสียไปช่วงในระยะเวลา ที่ต่างกัน ให้เป็นเวลาปัจจุบันก่อนแล้วจึงจะสามารถทำการเปรียบเทียบกันได้อย่างถูกต้องแน่นอน ชัดเจนมากยิ่งขึ้นไปอีก การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายหรือเงินลงทุนหรือผลตอบแทนและผลกำไรทาง การเงินของโครงงาน เพื่อวิเคราะห์ว่าโครงงานที่จัดทำขึ้นนั้นมีความคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
9 1) วิธีการวิเคราะห์โดยไม่มีการคิดลด (Undiscounted Approach) คือการวัดค่า ต้นทุนและผลตอบแทนจากโครงงาน โดยไม่คำนึงถึงค่าเงินที่ได้มาหรือใช้ในช่วงเวลาที่ต่างกัน เช่น เงินสดรับในปีที่ 1 จำนวนหนึ่ง กับเงินจำนวนเดียวกันนี้ที่จะได้รับในปีที่ 5 จะถือว่ามีมูลค่า ที่เท่ากัน การวิเคราะห์วิธีนี้ เช่น การหาระยะเวลาคืนทุน (Playback Period) ซึ่งเป็นการคำนวณ ว่านับจาก จุดเริ่มต้นโครงงานจะใช้ระยะเวลาอีกเท่าไหร่ มีกระแสเงินสดรับสุทธิจากโครงงานรวมกัน เท่ากับมูลค่าลงทุน 2) จึงมีวิธีการวิเคราะห์โดยมีการคิดลด (Discounted Approach) วิธีวิเคราะห์โดย มีการคิดลดเป็นวิธีการวัดค่าของผลตอบแทนและต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากโครงงานโดยคำนึง ถึงค่าเสียโอกาสผ่านวิธีการคิดลด (Discounted Method) ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ ได้แก่ มูลค่าปัจจุบัน สุทธิ (NPV) อัตราตอบแทนภายในจากการลงทุน (IRR) วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์ทางการเงิน โดยทั่วไปการวิเคราะห์ทางการเงินจะมีวัตถุประสงค์ 4 ประการดังนี้ 1) เพื่อประเมินความเป็น ไปได้ทางการเงินวัตถุประสงค์สำคัญของการวิเคราะห์ทางการเงิน คือ การประเมินความสามารถ ในทางโครงงานนั้น คือ โครงงานสามารถก่อเกิดรายได้ที่คุ้มค่าเหมาะสมกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และ มีอัตราผลตอบแทนที่ดีการประเมินส่วนนี้จะต้องมีการประมาณต้นทุนและผลตอบแทนทั้งสิ้น เพื่อศึกษาหาผลตอบแทนสุทธิของโครงงาน 2) เพื่อประเมินแรงจูงใจการวิเคราะห์ทางการเงินจะมี ความสำคัญต่อการประเมินแรงจูงใจที่มีต่อเจ้าของโครงงานและผู้มีส่วนร่วมกับโครงงาน หรือถ้าเป็น โครงงานรัฐวิสาหกิจหรือรัฐบาลให้การสนับสนุนก็พิจารณาว่าผลตอบแทนที่ได้รับจะเพียงพอต่อการ เลี้ยงตัวเอง และบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเงินตามที่ต้องการหรือไม่ 3) เพื่อจัดให้มีแผนการเงินที่ดี เพื่อให้โครงงานมีกำไรและผลตอบแทนที่ดีก็จะต้องมีแผนการเงินที่ดีด้วย โดยเฉพาะการวางแผน จัดหาเงินทุน เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทุนในจำนวนและเวลาตามที่ต้องการโดยเสียค่าใช้จ่ายต่ำสุดรวมทั้ง เพื่อให้ข้อเสนอแนะวิธีการปรับปรุงความเป็นไปได้ทางการเงินของโครงงาน โดยเฉพาะความ เหมาะสมของอัตราค่าบริการราคา และปริมาณการผลิตที่คุ้มทุน 4) เพื่อประเมินขีดความสามารถ ในการบริหารการเงิน สำหรับโครงงานลงทุนขนาดใหญ่ที่มีการบริหารการเงินที่สลับชับซ้อน ก็จำเป็นต้องพิจารณา ถึงระบบการจัดการด้านการเงินและความสามารถของผู้ที่จะบริหารการเงิน ด้วยในการนี้ก็อาจมีการพิจารณาว่าควรจะมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงองค์กรและการจัดการ อย่างไร ควรจัดให้มีระบบการควบคุมและการตรวจสอบการเงินอย่างไรรวมทั้งการฝึกอบรมทักษะ เฉพาะทางเรื่องอะไร เพื่อให้โครงงานเดินหน้าไปตามความต้องการไว้
10 2.3 เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากการวิจัยความต้องการ ของตลาดของดอกไม้จันทน์จะเห็นได้ว่า กิจการดอกไม้จันทน์ เป็นกิจการที่มีรายได้ดีในส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ในปัจจุบันอัตราการว่างงานของคนในประเทศเริ่มมีมากขึ้น และค่าครองชีพก็เพิ่มขึ้น ทำให้ส่งผลโดยตรงต่อจำนวนผู้คนที่มีความคิดจะเข้ามาประกอบอาชีพ ประดิษฐ์อกไม้จันทน์เป็นงานหลักและงานอดิเรกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสังเกตได้จากในปัจจุบันมีการเปิด รับสอนการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ การจำหน่ายอุปกรณ์การประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ การเปิดหลักสูตร สอนประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เพิ่มมากขึ้นประเภทดอกเดี่ยวจะประดิษฐ์ได้เฉลี่ยประมาณ 8-12 ดอก ในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถ ทักษะ และความชำนาญของผู้ประดิษฐ์ ซึ่งในงานฌาปนกิจศพในแต่ละงานจะมีการสั่งซื้อดอกไม้จันทน์เข้ามา โดยจำนวนดอกไม้จันทน์ที่สั่ง เข้ามาจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าร่วมพิธี และลักษณะของงานโดยส่วนใหญ่ดอกไม้จันทน์ที่สั่งเข้ามา ในแต่ละงานจะเฉลี่ยประมาณ 1,000-2,000 ดอกต่องาน ซึ่งจะใช้เวลาในการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ประมาณ 2-5 วัน ซึ่งระยะเวลาการประดิษฐ์จะขึ้นอยู่กับจำนวนดอกไม้จันทน์ที่สั่งเข้ามา โดยส่วนมากในงานฌาปนกิจศพจะนิยมใช้ดอกไม้จันทน์ประเภทดอกเดี่ยวชนิดดอกกุหลาบ เพราะ ดอกไม้จันทน์ชนิดดอกกุหลาบขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก มีสีสันตายตัว คือ สีขาวกับสีครีม แต่จะมี ดอกช่อประธาน 1 ช่อ สำหรับประธานในพิธีมาฌาปนกิจศพ (ศุภวิชญ์ ศิริวรรณ. 2554) ผลการศึกษา การผลิตและการตลาดดอกไม้จันทน์จากการศึกษาผลิตภัณฑ์ดอกไม้จันทน์ ในปัจจุบัน พบว่ามีผลิตภัณฑ์ 3 รูปแบบ คือ 1) ดอกโบราณ 2) ดอกคาร์เนชัน 3) ดอกกุหลาบ มีลักษณะของดอกไม้จันทน์ 2 ลักษณะ คือ 1) ดอกแบบเดี่ยว 2) ดอกแบบช่อ จากการ สัมภาษณ์หัวหน้ากลุ่มสามารถสรุปได้ดังนี้ การทำดอกไม้จันทน์ในระยะเริ่มแรกที่ได้ผลผลิตมีเพียงแค่ รูปแบบเดียวได้แก่ ดอกโบราณ ตลอดระยะเวลาก็พยายามคิดและออกแบบการผลิตดอกไม้จันทน์ อยู่เรื่อย ๆ จนปัจจุบันมีดอกไม้จันทน์อยู่ทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) ดอกโบราณ 2) ดอกคาร์เนชั่น 3) ดอกกุหลาบ (ศิริพร โสมคาภา และคณะ. 2561) วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาการเรื่องพัฒนาผลิตภัณฑ์งานไว้ อาลัยจากแกลบ : กรณีศึกษาชุมชนบางตาโฉง อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี สรุปผลการวิจัย ได้ว่า 1.1 ผลการใช้ประโยชน์จากแกลบโดยการทำเป็นผลิตภัณฑ์ดอกไม้งานไว้อาลัยจากแกลบ ดังนี้ ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 7 ท่าน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของสูตรดินปั้นที่จะนำ ประดิษฐ์ดอกไม้ไว้อาลัยจากแกลบ จำนวน 5 สูตร พบว่าสูตรที่ 3 มีความเหมาะสมมากที่สุด (̅ 4.44) อยู่ในระดับมากรองลงมาคือ สูตรที่2 (̅ 4.09) สูตรที่5 (̅ 3.85) สูตรที่ 1 (̅ 4.80) และสูตรที่4 (̅ 3.71) อยู่ในระดับมาก ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้นำสูตรดินสูตรที่ 3 มาทำผลิตภัณฑ์
11 ดอกไม้ไว้อาลัยและให้ผู้เชี่ยวชาญเลือกดอกไม้ที่เหมาะสมสำหรับประดิษฐ์เป็นรายประเด็น คือ ลักษณะดอกที่เหมาะสมสำหรับการทำพวงหรีด ได้แก่ ดอกเด่นผู้เชี่ยวชาญเลือกดอกลิลลี่ ร้อยละ 42.85 รองลงมาดอกกล้วยไม้แคทลียา ร้อยละ 28.57 ดอกเสริมผู้เชี่ยวชาญเลือก ดอกกุหลาบ ร้อยละ 42.86 รองลงมาดอกลีลาวดี ร้อยละ 28.57 ดอกแซมผู้เชี่ยวชาญเลือก ดอกแก้วรองลงมาดอกหญ้า ร้อยละ 28.57 เท่ากัน สำหรับลักษณะดอกที่เหมาะสมสำหรับการทำ ดอกไม้จันทน์ ได้แก่ ดอกเด่นผู้เชี่ยวชาญเลือกดอกกุหลาบและดอกลีลาวดี ร้อยละ 42.86 เท่ากัน ดอกแซมผู้เชี่ยวชาญเลือกดอกแก้ว ร้อยละ 57.14 รองลงมาดอกยิปโซ ร้อยละ 28.5 (ปิยะธิดา สีหะวัฒนกุล และคณะผู้จัดทำงานวิจัย. 2564) วิจัยเครื่องอัดกลีบดอกไม้จันทน์เพื่อช่วยแก้ปัญหาความยุ่งยากล่าช้า และความผิดพลาด ในการอัดกลีบดอก ลดต้นทุนการผลิตในการอัดกลีบดอกไม้จันทน์ให้ได้ปริมาณมาก เครื่องอัดกลีบ ดอกไม้จันทน์จะมีโครงสร้างเป็นเหล็กโดยมีส่วนสำคัญประกอบด้วยฐาน ชุดฐานแท่นอัด 360 องศา พร้อมแท่นอัด 16 แกน แกนหัวอัด 4 หัว ปลอกแกนอัด สปริง เหล็กกดแกนอัด คันโยก และ ด้ามจับ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ถอดประกอบง่ายและสามารถเปลี่ยนอะไหล่ได้ มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา ขนย้ายสะดวก และมีอายุการใช้งานนาน ไม่ใช้พลังงานไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีแกนพันกลีบดอกจำนวนหลายแกน ซึ่งสามารถอัดกลีบดอกได้จำนวนมาก ประหยัดเวลา วัสดุ ที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุที่หาซื้อได้จากร้านขายของเก่า ต้นทุนการผลิตต่ำ ประโยชน์ที่ได้รับจาก ผลงานสิ่งประดิษฐ์เครื่องอัดกลีบ ดอกไม้จันทน์นี้ สามารถทำดอกไม้จันทน์ได้จำนวนมากขึ้น (กฤตภาส ดวงไพชุม. 2554) โครงการวิจัย เรื่องผลกระทบของ COVID-19 ต่อการส่งเสริมการมีงานทำ สำนักงาน ศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สรุปได้ว่าการจ้างงานในภาพรวมมีแนวโน้ม ลดลงทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมาตรการการจำกัดการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่ทางด้านประเทศไทย ธนาคารโลกได้คาดการณ์ ว่าแนวโน้มผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ในปี 2563 ของประเทศไทยจะปรับตัวลดลง ร้อยละ 5 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงอย่างมากจากการ คาดการณ์ก่อนหน้าในเดือนมกราคม ปี 2563 ที่ร้อยละ 2.7 และเป็นอัตราที่มีการหดตัวมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 อย่างชัดเจนในไตรมาสที่ 2 ของปี2563 จากจำนวนผู้ว่างงานในเดือนกรกฎาคม ปรับตัวเพิ่ม สูงถึงร้อยละ 2 (7.45 แสนคน) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน โดยแรงงานภาคบริการเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง มากที่สุดจากทั้ง 3 กลุ่ม (ภาคเกษตร ภาคการผลิต ภาคบริการ) โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจการ ท่องเที่ยว เช่น บริการพักแรม ร้านอาหาร ขนส่งสาธารณะ เป็นต้น อย่างไรก็ตามในบางธุรกิจ
12 ได้รับผลทางด้านบวกจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้บางธุรกิจมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรค ได้แก่ ธุรกิจการผลิต สินค้าจำพวกถุงมือยาง ผลิตภัณฑ์ ฆ่าเชื้อ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขายของทางออนไลน์ (E-commerce) ธุรกิจขนส่งสินค้าและ อาหาร เป็นต้น ซึ่งสะท้อนไปถึงแนวโน้มอาชีพที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ในอนาคต ซึ่งต้องการอาชีพที่มีลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและทักษะอาชีพที่เกี่ยวข้องกับออนไลน์ มากขึ้นในอนาคต (รศ.ดร. กิริยา กุลกลการ และคณะนักวิจัย. 2563)
13 2.4 กรอบแนวคิดในการจัดทำโครงงาน แนวคิดต้นทุน ภาพที่ 1 : แสดงแนวคิดในการลงทุน ภาพที่ 2 : แสดงกรอบแนวคิดในการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ ต้นทุน ต้นทุนตามส่วนประกอบของ ผลิตภัณฑ์ 1. ค่าวัตถุดิบ 2. ค่าแรง 3. ค่าใช้จ่ายในการผลิต ความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้าน ผู้ว่างงาน คนสูงอายุในพื้นที่ ที่มีต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับ การผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 1. ผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ 2. ความเข้าใจจากการได้รับรู้ 3. ความปลอดภัยและถูกสุขอนามัย 4. ต้นทุนของผลิตภัณฑ์ 5. สามารถทำใช้ได้เองในครัวเรือน 6. ระยะเวลาของการให้ความรู้
บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน การดำเนินงานการศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ เพื่อชุมชนของนักเรียน นักศึกษา แผนกวิซาการบัญชี วิทยลัยเทคนิคพิจิตร ผู้จัดทำโครงงานได้ ดำเนินการศึกษาตามลำดับชั้น ดังนี้ 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 3.3 วิธีการดำเนินงาน 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.1.1 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 1) ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ กลุ่มแม่บ้าน หมู่ 5 ตำบลฆะมัง อำเภอ เมือง จังหวัดพิจิตร 2) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ กลุ่มแม่บ้าน หมู่ 5 ตำบลฆะมัง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตรที่เข้ารับการอบรมการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 3.1.2 สถานณ์ที่ดำเนินการ กลุ่มแม่บ้าน หมู่ 5 ตำบลฆะมัง อำเภอเมือง จังหวัด พิจิตร จำนวน 20 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยเลือกแบบเจาะจง จากกลุ่มแม่บ้านที่เข้ารับการ อบรมการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 3.1.3 วิธีดำเนินการศึกษา การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ (Survey Research) ใช้ข้อมูล 2 ลักษณะ คือ 1) ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นการรวบรวมข้อมูล เพื่ออธิบายสภาพทั่วไปทาง เศรษฐกิจและสังคมของชุมชนโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์และใช้เอกสารที่เกี่ยวข้อง
15 2) ข้อมูลเชิงปริมาณ เป็นการรวบรวมข้อมูลค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา มีดังนี้ 3.2.1 แบบสอบถามความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้านที่มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ 3.2.2 แบบบันทึกต้นทุนการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 3.3 วิธีการดำเนินงาน การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ (Survey Research) ใช้ 2 ลักษณะ คือ 3.3.1 ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นการรวบรวมข้อมูล เพื่ออธิบายสภาพทั่วไปทางเศรษฐกิจ และสังคมของชุมชนโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์ และการใช้เอกสารที่เกี่ยวข้อง 3.3.2 ข้อมูลเชิงปริมาณ เป็นการรวบรวมข้อมูลค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้จัดทำโครงงานได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 3.4.1 นำแบบสอบถามแจกให้กับกลุ่มแม่บ้านที่ได้เข้าร่วมโครงงานและให้ความรู้เกี่ยวกับ การผลิตช่อดอกไม้จันทน์ และเก็บแบบสอบถามด้วยตนเอง ได้รับแบบสอบถามจำนวนทั้งสิ้น 20 ฉบับ 3.4.2 รวบรวมแบบสอบถามที่ได้มาทำการวิเคราะห์ข้อมูล 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 3.5.1 วิเคราะห์สถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ใช้สถิติพื้นฐานการแจกแจง ความถี่และค่าร้อยละ (Percentage)
16 3.5.2 วิเคราะห์ความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้านที่มีต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ 3.6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.6.1 วิเคราะห์สถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามใช้สถิติร้อยละ 3.6.2 การวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้านที่มีต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับการ ผลิตช่อดอกไม้จันทน์
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การดำเนินการศึกษาครั้งนี้ เป็นการวิเคราะห์ต้นทุนและผลการตอบแทนเพื่อการตัดสินใจ ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ผู้ศึกษาเสนอผลการวิเคราะห์ ข้อมูลตามลำดับ ดังนี้ 4.1 ข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนและผลตอบแทนของช่อดอกไม้จันทน์ 4.2 ข้อมูลค่าใช้จ่ายในการซื้อช่อดอกไม้จันทน์ 4.3 ข้อมูลสถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 4.4 ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจของแม่บ้าน ที่มีต่อช่อดอกไม้จันทน์ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนและผลตอบแทนของช่อดอกไม้จันทน์ การศึกษาต้นทุนในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ ผู้ศึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากการ ผลิตช่อดอกไม้จันทน์โดยต้นทุนในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ แบ่งตามส่วนประกอบของ ช่อดอกไม้จันทน์ ประกอบด้วย ค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าใช้จ่ายในการผลิต ดังแสดงในตารางที่ 4.1.1 - 4.1.5 ตารางที่ 4.1.1 แสดงการแบ่งประเภทต้นทุนที่ทำการศึกษา ค่าวัตถุดิบ ค่าเรงงาน ค่าใช้จ่ายในการผลิต 1. กลีบดอกไม้จันทน์ 1. ค่าแรงงานตนเอง 1. ค่าออกแบบผลิตภัณฑ์ 2. หนวดจันทน์ 2. ค่าเสื่อมราคา 3. ริบบิ้นดิ้นทอง 4. ริบบิ้นผ้าสีขาว 5. ด้ายสีขาว 6. ลวดเบอร์ 24 7. ฟลอล่าเทปสีขาว 8. ธูป/เทียน
18 ตารางที่ 4.1.2 แสดงต้นทุนในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ (จำนวนการผลิต 2 ช่อ) (ช่อประธานขนาด 8 ดอก) ผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ จำนวน ราคา (บาท) ช่อดอกไม้จันทน์ 1. กลีบดอกไม้จันทน์ 0.5 กิโลกรัม 45 บาท 2. หนวดจันทน์ 1 มัด 25 บาท 3. ริบบิ้นดิ้นทอง 1 ม้วน 45 บาท 4. ริบบิ้นผ้าสีขาว 1 ม้วน 75 บาท 5. ด้ายสีขาว 1 หลอด 20 บาท 6. ลวดเบอร์ 24 1 ขด 20 บาท 7. ฟลอล่าเทปสีขาว 1 ม้วน 20 บาท 8. ธูป/เทียน 1 ห่อ 30 บาท ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยต่อช่อ 140 บาท จากตารางที่ 4.1.2 แสดงต้นทุนค่าวัตถุดิบในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ พบว่าอันดับแรก คือ กลีบดอกไม้จันทน์ จำนวน 0.5 กิโลกรัม ในราคา 45 บาท รองลงมาคือ หนวดจันทน์ จำนวน 1 มัด ในราคา 25 บาท ริบบิ้นดิ้นทอง จำนวน 1 ม้วน ในราคา 45 บาท ริบบิ้นผ้า สีขาว จำนวน 1 ม้วน ในราคา 75 บาท ด้ายสีขาว จำนวน 1 หลอด ในราคา 20 บาท ลวดเบอร์ 24 จำนวน 1 ขด ในราคา 20 บาท ฟลอล่าเทปสีขาว จำนวน 1 ม้วน ในราคา 20 บาท ธูป/เทียน จำนวน 1 ห่อ ในราคา 30 บาท จึงทำให้มีต้นทุนเฉลี่ย 140 บาทต่อช่อ
19 (ช่อบุคคลทั่วไป 3 ดอก) (จำนวนการผลิต 100 ช่อ) ผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ จำนวน ราคา (บาท) ช่อดอกไม้จันทน์ 1. กลีบดอกไม้จันทน์ 0.5 กิโลกรัม 45 บาท 2. หนวดจันทน์ 1 มัด 25 บาท 3. ริบบิ้นดิ้นทอง 1 ม้วน 45 บาท 4. ริบบิ้นผ้าสีขาว 1 ม้วน 75 บาท 5. ด้ายสีขาว 1 หลอด 20 บาท 6. ลวดเบอร์ 24 1 ขด 20 บาท 7. ฟลอล่าเทปสีขาว 1 ม้วน 20 บาท 8. ธูป/เทียน 1 ห่อ 30 บาท ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยต่อช่อ 2.8 บาท จากตารางที่ 4.1.2 แสดงต้นทุนค่าวัตถุดิบในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ พบว่าอันดับแรกคือ กลีบดอกไม้จันทน์ จำนวน 0.5 กิโลกรัม ในราคา 45 บาท รองลงมาคือ หนวดจันทน์ จำนวน 1 มัด ในราคา 25 บาท ริบบิ้นดิ้นทอง จำนวน 1 ม้วน ในราคา 45 บาท ริบบิ้นผ้าสีขาว จำนวน 1 ม้วน ในราคา 75 บาท ด้ายสีขาว จำนวน 1 หลอด ในราคา 20 บาท ลวดเบอร์ 24 จำนวน 1 ขด ในราคา 20 บาท ฟลอล่าเทปสีขาว จำนวน 1 ม้วน ในราคา 20 บาท ธูป/เทียน จำนวน 1 ห่อ ในราคา 30 บาท จึงทำให้มีต้นทุนเฉลี่ย 2.8 บาทต่อช่อ ตารางที่ 4.1.3 แสดงต้นทุนค่าแรงงานในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ (จำนวนการผลิต 2 ช่อ) ลำดับที่ รายการ ค่าจ้าง (บาท)/ช่อ 1. ค่าแรงงานตนเอง 120.00 ค่าแรงงานเฉลี่ยต่อช่อ 60.00 จากตารางที่ 4.1.3 พบว่าผลการวิเคราะห์ข้อมูลค่าแรงงานในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 60.00 บาท คิดค่าแรงานต่อการผลิต 2 ช่อ เป็นเงิน 120 บาท
20 ตารางที่ 4.1.3 แสดงต้นทุนค่าแรงงานในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ (จำนวนการผลิต 100 ช่อ) ลำดับที่ รายการ ค่าจ้าง (บาท)/ช่อ 1. ค่าแรงงานตนเอง 120.00 ค่าแรงงานเฉลี่ยต่อช่อ 1.20 จากตารางที่ 4.1.3 พบว่าผลการวิเคราะห์ข้อมูลค่าแรงงานในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 1.20 บาท คิดค่าแรงานต่อการผลิต 100 ช่อ เป็นเงิน 120 บาท ตารางที่ 4.1.4 แสดงมูลค่าสินทรัพย์และค่าเสื่อมราคา (จำนวนการผลิต 2 ช่อ) รายการ อายุ (ปี) ราคา (บาท) ค่าเสื่อมราคา (บาท) อุปกรณ์ 1 100.00 8.33 ค่าเสื่อมราคาต่อชุด 4.17 จากตารางที่ 4.1.4 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลสินทรัพย์และค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์มีค่า เสื่อมราคาอุปกรณ์ 8.33 บาท จึงทำให้ค่าเสื่อมราคา 4.165 บาทต่ออัน ตารางที่ 4.1.4 แสดงมูลค่าสินทรัพย์และค่าเสื่อมราคา (จำนวนการผลิต 100 ช่อ) รายการ อายุ (ปี) ราคา (บาท) ค่าเสื่อมราคา (บาท) อุปกรณ์ 1 100.00 8.33 ค่าเสื่อมราคาต่อชุด 0.08 จากตารางที่ 4.1.4 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลสินทรัพย์และค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์มีค่า เสื่อมราคาอุปกรณ์ 8.33 บาท จึงทำให้ค่าเสื่อมราคา 0.0833 บาทต่ออัน
21 ตารางที่ 4.1.5 แสดงข้อมูลในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ (จำนวนการผลิต 2 ช่อ) ที่ รายการ ต้นทุนเฉลี่ย/ช่อ ร้อยละ 1 ค่าวัตถุดิบ 140.00 68.57 2 ค่าแรงงาน 60.00 29.39 3 ค่าเสื่อมราคา 4.16 2.04 ต้นทุนในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 204.16 100.00 จากตารางที่ 4.1.5 เสดงการวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนในการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ เฉลี่ย ต่อช่อพบว่า อันดับแรกคือ ค่าวัตถุดิบ 140 บาท คิดเป็นร้อยละ 68.57 รองลงมาคือ ค่าแรงงาน 60 บาท คิดเป็นร้อยละ 29.39 และค่าเสื่อมราคา 4.16 บาท ติดเป็นร้อยละ 2.04 จึงทำให้ทุน ในการผลิตเฉลี่ยต่อช่อ 102.8 บาท ตารางที่ 4.1.5 แสดงข้อมูลในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ (จำนวนการผลิต 100 ช่อ) ที่ รายการ ต้นทุนเฉลี่ย/ช่อ ร้อยละ 1 ค่าวัตถุดิบ 2.80 68.57 2 ค่าแรงงาน 1.20 29.38 3 ค่าเสื่อมราคา 0.08 2.04 ต้นทุนในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 4.08 100.00 จากตารางที่ 4.1.5 เสดงการวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนในการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ เฉลี่ย ต่อช่อพบว่า อันดับแรกคือ ค่าวัตถุดิบ 140 บาท คิดเป็นร้อยละ 68.57 รองลงมาคือ ค่าแรงงาน 60 บาท คิดเป็นร้อยละ 29.39 และค่าเสื่อมราคา 4.16 บาท ติดเป็นร้อยละ 2.04 จึงทำให้ทุน ในการผลิตเฉลี่ยต่อช่อ 4.08 บาท
22 4.2 ข้อมูลสถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม การศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาได้เก็บรวมรวบข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือกลุ่มแม่บ้านบ้านจำนวน 20 คนซึ่งผู้ศึกษาได้นำมาวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ที่เกี่ยวกับความ พึงพอใจของกลุ่มแม่บ้าน ที่มีต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ ดังตารางที่ 4.3.1 -4.3.4 ตารางที่ 4.2.1 แสดงจำนวน (ความถี่) และค่าร้อยละของข้อมูลสถานภาพและข้อมูล ทั่วไปจำแนกตามเพศ เพศ จำนวน (คน) ร้อยละ ชาย 3 15.00 หญิง 17 85.00 รวม 20 100.00 จากตารางที่ 4.2.1 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพและข้อมูลทั่วไป จำแนกตาม เพศ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามอันดับแรกคือเพศหญิง จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 85.00 รองมาคือเพศชายจำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 15.00 ตามลำดับ ตารางที่ 4.2.2 แสดงจำนวน (ความถี่) และค่าร้อยละของข้อมูลแบบสอบถามและ ข้อมูลทั่วไปจำแนกตามอายุ อายุ จำนวน (คน) ร้อยละ 1. ต่ำกว่า 20 ปี 6 30.00 2. 20-25 ปี 7 35.00 3. 25-30 ปี 4 20.00 4. 30 ปี ขึ้นไป 3 15.00 รวม 20 100.00 จากตารางที่ 4.2.2 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพทั่วไปจำแนกตามอายุ พบว่า ช่วงอายุที่ตอบแบบสอบถามอันดับแรกคืออายุ 20-25 ปี จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 35.00 รองลงมาคืออายุ ต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 30.00 และอายุ 25-30 ปี จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00 และอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 3.33 ตามลำดับ
23 ตารางที่ 4.2.3 แสดงจำนวน (ความถี่) และค่าร้อยละของข้อมูลแบบสอบถามและ ข้อมูลทั่วไปจำแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา จำนวน (คน) ร้อยละ 1. ประถมศึกษา - - 2. มัธยมศึกษา 2 10.00 3. ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 12 60.00 4. ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 3 15.00 5. ปริญญาตรี 3 15.00 รวม 20 100.00 จากตารางที่ 4.2.3 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพทั่วไปจำแนกตามระดับ การศึกษา พบว่าระดับการศึกษาที่ตอบแบบสอบถามอันดับแรกคือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 60.00 รองลงมาคือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรีจำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 15.00 และระดับมัธยมศึกษา จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 10.00 ตามลำดับ ตารางที่ 4.2.4 แสดงจำนวน (ความถี่) และค่าร้อยละของข้อมูลการประกอบอาชีพ การประกอบอาชีพ จำนวน (คน) ร้อยละ 1. ว่างงาน 7 35.00 2. ธุรกิจส่วนตัว 4 20.00 3. รับจ้างทั่วไป 2 10.00 4. เกษตรกร 2 10.00 5. เจ้าหน้าที่รัฐ 1 5.00 6. กำลังศึกษา 4 20.00 รวม 20 100.00 จากตารางที่ 4.2.4 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพทั่วไปจำแนกตามการประกอบ อาชีพ พบว่าอาชีพที่ตอบแบบสอบถามอันดับแรกคือว่างงาน จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 35.00 รองลงมาคือ ธุรกิจส่วนตัว และกำลังศึกษา จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00 เกษตรกร และ รับจ้างทั่วไป จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ10.00 และเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 5.00 ตามลำดับ
24 4.3 ข้อมูลความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้านที่มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตช่อ ดอกไม้จันทน์ ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้านที่มีต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ สอบถามความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 20 คน ตอบแบบสอบถามรวบรวม ข้อมูลที่ได้มาหาคำคะแนนเฉลี่ย ได้ค่าต่าง ๆ ปรากฏในตารางที่ 4.3.1 ตารางที่ 4.3.1 แสดงค่าเฉสี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้าน ที่มีต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ รายการ ผลการวิเคราะห์ ระดับ ̅ . ความพึงพอใจ 1. ผลิตภัณฑ์มีประโยชน์ 5.00 16.58 มากที่สุด 2. ระยะเวลาของการให้ความรู้ 4.80 15.46 มากที่สุด 3. ต้นทุนของการผลิต 4.80 15.46 มากที่สุด 4. สามารถผลิตเพื่อสร้างรายได้ในครัวเรือน 4.90 16.03 มากที่สุด 5. ความเข้าใจจากการได้รับความรู้ 4.85 15.81 มากที่สุด รวม 4.87 15.87 มากที่สุด จากตารางที่ 4.3.1 พบว่า กลุ่มแม่บ้านมีความพึงพอใจต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (̅ =4.87,.=15.87) และเมื่อพิจารณาเป็น รายข้อ ข้อที่มีคำเฉลี่ยสูงสุดสองอันดับแรกได้แก่ ข้อ 1 คือผลิตภัณฑ์มีประโยชน์ (̅ =5.00, ..=16.58) รองลงมาข้อ 4 คือสามารถผลิตเพื่อสร้างรายได้ในครัวเรือน (̅ =4.90, . =16.03) ข้อ 5 ความเข้าใจจากการได้รับความรู้ (̅ =4.85,. =15.81) และสุดท้ายข้อ 2 คือมีความเข้าใจจากการได้รับความรู้ และข้อ 3 คือต้นทุนของการผลิต (̅ =4.80, ..=15.46) ตามลำดับ
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การศึกษาครั้งนี้ เป็นการวิเคราะห์ต้นทุนเพื่อการตัดสินใจในการทำช่อดอกไม้จันทน์ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อการนำวัสดุในท้องมาผลิตช่อดอกไม้จันทน์และสามารถสร้างรายได้ ได้จริง 2. เพื่อการศึกษารายได้ที่ได้จากการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้าน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีต่อการให้ความรู้ เกี่ยวกับการ ผลิตช่อดอกไม้จันทน์ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านที่ว่างงาน ม.5 ตำบลฆะมัง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบสอบความคิดเห็นการผลิต ช่อดอกไม้จันทน์ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้านที่มีต่อ ผลิตภัณฑ์ช่อดอกไม้จันทน์ และแบบบันทึกต้นทุนจาการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ศึกษาได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยนำ แบบสอบถามที่สร้างเสร็จแล้วไปทำการเก็บข้อมูลด้วยตนเอง จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 20 คน รวบรวมแบบสอบถามที่ได้มาทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติพื้นฐานการแจกแจงความถี่และ ค่าร้อยละ และใช้ผลตอบแทนโดยใช้อัตราส่วนทางการเงิน 5.1 สรุปผลการศึกษา จากผลการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผลการศึกษาต้นทุนในการทำช่อดอกไม้จันทน์มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 5.1.1 ต้นทุนในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์เฉลี่ยต่อช่อ จากการศึกษา พบว่า ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ช่อประธานขนาด 8 ดอก มีต้นทุน ขาย เฉลี่ย 204.16 บาท ต่อช่อประกอบด้วย ค่าวัตถุดิบ 140 บาทต่อช่อ ค่าแรงงาน 60.00 บาท ต่อช่อ และ ค่าเสื่อมราคา 4.16 บาท ต่อช่อ
26 ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ช่อบุคคลทั่วไป 3 ดอก มีต้นทุนขาย เฉลี่ย 4.08 บาท ต่อช่อประกอบด้วย ค่าวัตถุดิบ 2.80 บาทต่อช่อ ค่าแรงงาน 1.20 บาทต่อช่อ และ ค่าเสื่อมราคา 0.08 บาท ต่อช่อ 5.1.2 ความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้านที่มีต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ ความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้านที่มีต่อการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ ภาพรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากและเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้อ 1 คือผลิตภัณฑ์มีประโยชน์ รองลงมาข้อ 4 คือสามารถผลิตเพื่อสร้างรายได้ในครัวเรือน และข้อ 5 ความเข้าใจจากการได้รับความรู้ ตามลำดับ 5.2 อภิปรายผลการศึกษา จากการสรุปผลการศึกษามีประเด็นสำคัญที่ควรนำมาอภิปรายผล ดังนี้ 5.2.1 ต้นทุนการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ประกอบด้วย 3 ส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ ค่าวัตถุดิบร้อยละ 68.57 ค่าแรงร้อยละ 29.38 และค่าเสื่อมราคาร้อยละ 2.04 เห็นได้ว่าในการ ผลิตช่อดอกไม้จันทน์มีสัดส่วนของวัตถุดิบมากที่สุด ทั้งนี้อาจเนื่องจากการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ใช้ วัตถุดิบหลัก คือ กลีบดอกไม้จันทน์ 5.2.2 ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์พบว่าการผลิตช่อดอกไม้จันทน์นั้น สามารถสร้างรายได้ ให้กับผู้ว่างงาน สามารถกำหนดราคาให้ต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไปได้ ดังนั้นผู้จัดทำโครงงานจึงตัดสินใจ ผลิตช่อดอกไม้จันทน์ขึ้นมาเพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานในชุมชน 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งนี้ ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ สามารถสร้างรายได้ให้ผู้ว่างงานในชุมชนแม่บ้านจึง ควรพิจารณาหาแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ต่อไป 5.3.2 ข้อเสนอในการศึกษาครั้งต่อไป ควรศึกษาแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ช่อดอกไม้จันทน์และทำการวิเคราะห์ ต้นทุนเพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพ โดยการนำแนวคิดใหม่ ๆ มาทดลองเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ ที่แปลกใหม่ เช่น ทำให้มีสีสันและรูปลักษณ์ต่างไปจากเดิม แล้วนำมาเปรียบเทียบตันทุนของ ผลิตภัณฑ์เดิม
บรรณานุกรม กฤตภาส ดวงไพชุม. วิจัยเครื่องอัดกลีบดอกไม้จันทน์เพื่อช่วยแก้ปัญหาความยุ่งยากล่าช้า. เข้าถึงได้จาก : https://research.rmutsb.ac.th/fullpaper/2556/2556239509858.pdf [ สืบค้นวันที่ 21 ตุลาคม ] ศุภวิชญ์ ศิริวรรณ. จากการวิจัยความต้องการ ของตลาดของดอกไม้จันทน์. เข้าถึงได้จาก : https://research.rmutsb.ac.th/fullpaper/2556/2556239509858.pdf [ สืบค้นวันที่ 21 ตุลาคม ] ปิยะธิดา สีหะวัฒนกุล และคณะผู้จัดทำงานวิจัย. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวน สุนันทาการเรื่องพัฒนาผลิตภัณฑ์งานไว้อาลัยจากแกลบ. เข้าถึงได้จาก : https://so05.tci-thaijo.org/index.php/irdssru/article/view/248180/170711 [ สืบค้นวันที่ 21 ตุลาคม ] ศิริพร โสมคาภา และคณะ. ผลการศึกษา การผลิตและการตลาดดอกไม้จันทน์จากการศึกษา ผลิตภัณฑ์ดอกไม้จันทน์. เข้าถึงได้จาก : https://research.kpru.ac.th/research2/pages/filere/20812019-03-15.pdf [ สืบค้นวันที่ 21 ตุลาคม ] รศ.ดร. กิริยา กุลกลการ และคณะนักวิจัย. โครงการวิจัย เรื่องผลกระทบของ COVID-19 ต่อ การส่งเสริมการมีงานทำ. เข้าถึงได้จาก : https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/lmia_th/f70f1d6bccf6452c89n c10eb17d5f9dbd.pdf [ สืบค้นวันที่ 21 ตุลาคม ]
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ศึกษา แบบสอบถามความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้านที่มีการให้ความรู้เกี่ยวกับ การผลิตช่อดอกไม้จันทน์
30 แบบสอบถามนี้จัดทำขึ้นโดย นักศึกษากลุ่มการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์เพื่อ ชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นว่ามีข้อผิดพลาดหรือ ข้อบกพร่องประการใด ทำแสกน QR-CODE ทางด้านบนเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ทำแบบสอบถาม หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ https://shorturl.asia/OudvA
31 ภาพที่ 3 ภาพการส่งเว็บไซต์ให้กลุ่มแม่บ้านในชุมชนตอบแบบสอบถามออนไลน์ ภาพที่ 4 ภาพการส่งเว็บไซต์ให้กลุ่มแม่บ้านในชุมชนตอบแบบสอบถามออนไลน์
12/27/22, 3:29 PM แบบสอบถามความพึงพอใจของก พึลุ่มแลุ่ ม่บ้ม่านบ้ที่มีที่ การใ มีห้ความห้รู้เรู้กี่ยวกี่กับการผกัลิตลิ ช่อดอกไ ช่ม้จัม้จันทน์ https://docs.google.com/forms/d/1lW5DpC8jzh0B1qZ6Ts_EspdD1KlV6GbsfDcec11ThWE/edit 1/3 ตอนที่ 1 ที่ ข้อข้มูลเมูกี่ยว กี่ กับกัพื้นฐานของ พื้ ผู้ตอบผู้ แบบสอบถาม ให้ผู้ห้ตผู้อบแบบสอบถามกรอกข้อข้มูลมูให้ ครบถ้วถ้น 1 ทำ เครื่องหมายเ รื่ พียงหพีนึ่ง นึ่ ช่องช่ ชาย หญิงญิ 2 ทำ เครื่องหมายเ รื่ พียงหพีนึ่ง นึ่ ช่องช่ ต่ำ กว่าว่ 20 ปี 20 - 25 ปี 25 - 30 ปี 30 ปีขึ้น ขึ้ ไป แบบสอบถามความพึงพอใจของก พึ ลุ่มแลุ่ ม่บ้ม่านบ้ ที่มี ที่ การใ มี ห้ความห้รู้เรู้กี่ยว กี่ กับการผ กั ลิตลิ ช่อดอกไ ช่ม้ จันทน์ คำ ชี้แ ชี้ จง : โปรดให้รห้ายละเอียอีดเกี่ย กี่ วข้อข้งกับกัตัวตัท่าท่นโดยเลือลืกข้อข้ความตามความเป็นจริงริ ตอนที่ 1 ข้อข้มูลมูเกี่ย กี่ วกับกัพื้น พื้ ฐานของผู้ตผู้อบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ระดับดัคะแนนความพึงพึพอใจที่มี ที่ ต่มีอต่การให้คห้วามรู้เรู้กี่ย กี่ วกับกัการผลิตลิ ช่อช่ดอกไม้จัม้จันทน์ ตอนที่ 3 ข้อข้เสนอแนะอื่น อื่ ๆ *จำ เป็น เพศ * เลือลืกเพียพีงคำ ตอบเดียดีว อายุ * เลือลืกเพียพีงคำ ตอบเดียดีว
12/27/22, 3:29 PM แบบสอบถามความพึงพอใจของก พึลุ่มแลุ่ ม่บ้ม่านบ้ที่มีที่ การใ มีห้ความห้รู้เรู้กี่ยวกี่กับการผกัลิตลิ ช่อดอกไ ช่ม้จัม้จันทน์ https://docs.google.com/forms/d/1lW5DpC8jzh0B1qZ6Ts_EspdD1KlV6GbsfDcec11ThWE/edit 2/3 3 ทำ เครื่องหมายเ รื่ พียงหพีนึ่ง นึ่ ช่องช่ อื่นอื่ๆ: ประถมศึกศึษา มัธมัยมศึกศึษา ประกาศนียนีบัตบัรวิชวิาชีพชี (ปวช.) ประกาศนียนีบัตบัรวิชวิาชีพชีชั้นชั้สูงสู (ปวส.) 4 ทำ เครื่องหมายเ รื่ พียงหพีนึ่ง นึ่ ช่องช่ อื่นอื่ๆ: เกษตรกร รับจ้าจ้งทั่ว ทั่ ไป ธุรธุกิจกิส่วส่นตัวตั ว่าว่งงาน ตอนที่ 2 ที่ ระดับคะแนนความดัพึงพอใจของก พึลุ่มแลุ่ ม่บ้ม่านบ้ที่มี ที่ การใ มีห้ ความรู้เรู้กี่ยว กี่ กับการผกัลิตลิ ช่อดอกไ ช่ม้จัม้จันทน์ เกณฑ์รฑ์ะดับดัการ ประเมินมิ 5 = พึงพึพอใจ มากที่สุที่ ดสุ 4 = พึงพึพอใจ มาก 3 = พึงพึพอใจ ปานกลาง 2 = พึงพึพอใจ น้อน้ย 1 = พึงพึพอใจ น้อน้ยที่สุที่ ดสุ ระดับการดั ศึกษาศึ * เลือลืกเพียพีงคำ ตอบเดียดีว อาชีพชี * เลือลืกเพียพีงคำ ตอบเดียดีว
12/27/22, 3:29 PM แบบสอบถามความพึงพอใจของก พึลุ่มแลุ่ ม่บ้ม่านบ้ที่มีที่ การใ มีห้ความห้รู้เรู้กี่ยวกี่กับการผกัลิตลิ ช่อดอกไ ช่ม้จัม้จันทน์ https://docs.google.com/forms/d/1lW5DpC8jzh0B1qZ6Ts_EspdD1KlV6GbsfDcec11ThWE/edit 3/3 5 ทำ เครื่อรื่งหมายแถวละหนึ่งนึ่ ช่อช่งเท่าท่นั้นนั้ ตอนที่ 3 ที่ ข้อเสนอแนะ ข้อื่นๆ อื่ 6 เนื้อหานื้นี้มินี้ ไมิด้ถูด้กสถูร้างร้ขึ้นหขึ้รือรืรับรองโดย Google จงเลือกลื ช่องช่ลำ ดับคะแนนดัที่ตรง ที่ กับควากัคิดเคิห็นของท่านท่ที่มี ที่ ต่มี อการใ ต่ห้ความห้รู้ * เลือลืกเพียพีงคำ ตอบเดียดีว 5 4 3 2 1 ผลิตลิภัณภัฑ์มีฑ์ ปมีระโยชน์ ระยะเวลาของการให้ ความรู้ ต้นต้ทุนทุของการผลิตลิ สามารถผลิตลิเพื่อ พื่ สร้าร้ง รายได้ใด้ห้คห้รัวเรือรืน ความเข้าข้ใจจากการได้ รับความรู้ ผลิตลิภัณภัฑ์มีฑ์ ปมีระโยชน์ ระยะเวลาของการให้ ความรู้ ต้นต้ทุนทุของการผลิตลิ สามารถผลิตลิเพื่อ พื่ สร้าร้ง รายได้ใด้ห้คห้รัวเรือรืน ความเข้าข้ใจจากการได้ รับความรู้ ข้อเสนอแนะ ข้ ฟอร์ม ร์
ประทบัเวลา เพศ อายุระดบัการศกึษา อาชพีขอ้เสนอแนะ 8/11/2022, 11:10:41 ชาย ตํา กวา่ 20 ปีวา่งงาน 5 5 5 5 5 ดมีากๆเลยคะ่ 8/11/2022, 11:18:14 หญงิตํา กวา่ 20 ปีวา่งงาน 5 5 5 5 5 ดมีากกก 21/11/2022, 18:47:41 หญงิ 20 - 25 ปีวา่งงาน 5 5 5 5 5 21/11/2022, 18:53:52 หญงิ 20 - 25 ปีธรุกจิสว่นตวั 5 5 5 5 5 21/11/2022, 18:55:36 หญงิ 20 - 25 ปีมธัยมศกึษา วา่งงาน 5 4 5 5 4 เพมิ ระยะเวลาในการอบรมใหม้เีวลาเพมิ มากขนึ 21/11/2022, 18:55:55 หญงิ 30 ปีขนึ ไป มธัยมศกึษา เกษตรกร 5 4 4 4 5 21/11/2022, 18:59:13 หญงิ 30 ปีขนึ ไป รับจา้งทวั ไป 5 4 4 4 5 ไมม่ ี 21/11/2022, 18:59:26 หญงิ 20 - 25 ปีรับจา้งทวั ไป 5 4 4 5 3 22/11/2022, 8:07:35 หญงิ 20 - 25 ปีธรุกจิสว่นตวั 5 5 5 5 5 22/11/2022, 8:10:11 หญงิตํา กวา่ 20 ปีนักเรยีน-นักศกึษา 5 5 5 5 5 ใหค้วามรดู้มีากๆเลยคะ่ 22/11/2022, 8:25:40 หญงิ 20 - 25 ปีวา่งงาน 5 5 5 5 5 22/11/2022, 8:52:48 หญงิตํา กวา่ 20 ปีนักเรยีน 5 5 5 5 5 22/11/2022, 8:59:33 หญงิตํา กวา่ 20 ปีกําลงัศกึษา 5 5 5 5 5 22/11/2022, 9:00:44 หญงิ 20 - 25 ปีมหาวทิยาลยันักศกึษา 5 5 5 5 5 22/11/2022, 9:01:29 ชาย 30 ปีขนึ ไป ป.ตรีเจา้หนา้ทขี องรัฐ 5 5 4 5 5 ไมม่ ี 22/11/2022, 9:25:32 หญงิตํา กวา่ 20 ปีวา่งงาน 5 5 5 5 5 22/11/2022, 17:31:30 หญงิ 25 - 30 ปีธรุกจิสว่นตวั 5 5 5 5 5 - 25/11/2022, 9:18:55 หญงิ 25 - 30 ปีจบแลว้ธรุกจิสว่นตวั 5 5 5 5 5 25/11/2022, 9:25:19 ชาย 25 - 30 ปีเกษตรกร 5 5 5 5 5 25/11/2022, 9:26:08 หญงิ 25 - 30 ปีวา่งงาน 5 5 5 5 5 จงเลอืกชอ่งลําดบัคะแนนทตี จงเลอืกชอ่งลําดบัคะแนนทตี จงเลอืกชอ่งลําดบัคะแนนทตี จงเลอืกชอ่งลําดบัคะแนนทตี จงเลอืกชอ่งลําดบัคะแนนทตี ประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวชประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวชประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวชประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวช ประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวชประกาศนยีบตัรวชิาชพชีนั สงูประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวชประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวชประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวชประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวชประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวช ประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวชประกาศนยีบตัรวชิาชพชีนั สงู ประกาศนยีบตัรวชิาชพี (ปวชประกาศนยีบตัรวชิาชพชีนั สงู
ภาคผนวก ข แบบเสนอหัวข้อและเค้าโครง การศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์เพื่อชุมชน
33 แบบเสนอโครงงาน 1. ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) การศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์เพื่อชุมชน ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ) Feasibility study on the production of sandalwood flowers in community 2. ประเภทของโครงงาน สิ่งประดิษฐ์/นวัตกรรม ศึกษาทฤษฎีและหลักการ ศึกษาค้นคว้าทดลอง สำรวจรวบรวมข้อมูล 3. รายชื่อผู้จัดทำโครงงาน 3.1 นางสาวณัฐณิชา อ่อนชาวนา รหัสนักศึกษา 63202011112 3.2 นางสาวประกายวรรณ ลาภเกิด รหัสนักศึกษา 63202011119 3.3 นายวีรภัทร ขมินทกูล รหัสนักศึกษา 63202011128 4. ครูที่ปรึกษาโครงงาน นางสาวกรรัตน์ คำดา
34 5. ความสำคัญของโครงงาน/หลักการและเหตุผล ดอกไม้จันทน์เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ใช้แสดงความรู้สึกและความเคารพต่อผู้วายชนม์อาจมี ต้นเค้ามาจากการใช้ท่อนจันทน์เผาศพที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงสันนิษฐานในคราวที่เสด็จในงานพระศพกรมหมื่นอนุวัฒน์จาตุรนต์ ความว่า “ในนั้นมีกำหนดให้ จัดของตั้งถวายในการพระราชทานเพลิงพระศพ คือให้จัดธูปเทียน ข้าวตอก ดอกไม้กับท่อนจันทน์ นึกแปลเอาว่าธูปเทียนแลข้าวตอกดอกไม้สำหรับทรงขมาศพ ท่อนจันทน์ใช้เป็นฟืนสำหรับเผาศพ ภายหลังมาจึงประดิษฐ์เป็นดอกไม้จันทน์ไปเสีย” หลักฐานการใช้ไม้จันทน์ในไทยสืบเนื่องได้มาตั้งแต่ สมัยอยุธยาดั่งความที่ปรากฎในบันทึกในราชอาณาจักรสยามของ ฟรังซัวส์ อังรี ตรุแปง ความว่า “ต้นจันทน์นั้นมีสองชนิด ชนิดขาวอยู่บนเกาะติมอร์ และชนิดแดงซึ่งเป็นของหายากกว่าชนิดขาว มากมีอยู่ในประเทศสยามชาวสยามใช้ต้นจันทน์ทำประโยชน์หลายประการ เช่น เผาเป็นแผ่นเล็ก ๆ ให้มีกลิ่นหอมใช้ฝนกับน้ำบนหินใช้เป็นแป้งที่มีกลิ่นหอมเพื่อทำให้ร่างกายมีกลิ่นหอม และยังใช้เผา ข้างศพผู้ตายเพื่อกลบกลิ่นศพผู้ตาย” ที่มาของดอกไม้จันทน์ยังอธิบายไว้ในหนังสือเกี่ยวกับชีวิต...และ การตายของเสฐียรโกเศศ ว่า “ท่านผู้ใหญ่เมตตาอธิบายให้ฟังว่าการเผาศพเป็นแน่ว่าต้องมีธูปเทียน ดอกไม้กับฟืน ฟืนสำหรับเผา ธูปเทียนสำหรับขมาศพ ย่อมยังเห็นปรากฏอยู่ในเครื่องขมาศพของ หลวงที่ยังมีกระทงข้าวตอกและดอกไม้อยู่ด้วยจนถึงทุกวันนี้ในหนังสือเรียนฉบับหมอปลัดเล มีบันทึก จดหมายของเจ้าหน้าที่มหาดเล็กว่าต้องตั้งเครื่องขมาศพกับท่อนจันทน์ในการพระราชทานเพลิงศพ ภายหลังเข้าใจว่าคิดประดิษฐ์ไม้จันทน์เป็นดอกไม้จันทน์เพื่อกระเบียดกระเสียรไม้จันทน์ให้เปลือง น้อยลง” จึงสันนิษฐานว่าธรรมเนียมการใช้ดอกไม้จันทน์อาจคลี่คลายมาจากการใช้ท่อนจันทน์ในการ เผาพระศพ ศพของชนชั้นสูงในสังคมไทย ภายหลังจึงเกิดการผสมผสานรูปแบบของพิธีการจาก ราษฎร์สู่หลวง จากหลวงสู่ราษฎร์ทำให้พบเห็นการใช้ดอกไม้จันทน์ในงานศพเป็นการทั่วไปเมื่อการใช้ งานกับดอกไม้จันทน์เพิ่มขึ้นก็ทำให้จำนวนต้นจันทน์ตามธรรมชาติลดน้อยลงไป จึงได้มีการจัดหาวัสดุ ทดแทน เช่น ไม้โมกมัน กระดาษ เป็นต้นเมื่อมีวัสดุที่หลากหลายจึงทำให้เกิดการพัฒนารูปแบบ ลักษณะหลากหลายขึ้นตามไปด้วย โดยรูปแบบที่จัดทำ เช่น ดอกกุหลาบ ดอกบัวหลวง ดอกแก้ว ดอกดารารัตน์ ดอกคาเนชั่น เป็นต้น ซึ่งมทำให้เจ้าภาพสามารถเลือกรูปแบบดอกไม้จันทน์ได้ตาม ความชอบ อีกทั้งขั้นตอนในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ไม่ยุ่งยากวัสดุและอุปกรณ์จัดหาได้ง่ายสามารถ ทำขายเป็นการสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย ในปัจจุบันเห็นได้ว่าดอกไม้จันทน์มีการซื้อขายตลอดเวลา เป็นสินค้าที่มีผู้ผลิตน้อยแต่มี ปริมาณความต้องการสูง อาจทำให้เกิดการขาดตลาดได้ในบางเวลา ทั้งดอกไม้จันทน์เป็นสิ่งที่ ประดิษฐ์ง่ายสามารถใช้วัสดุในพื้นถิ่นมาประดิษฐ์ได้ อีกทั้งยังมีกลุ่มแม่บ้านในชุมชนที่ยังว่างงานจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รวมถึงผู้ป่วย และผู้สูงอายุในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลฆะมัง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร จึงทำให้ผู้จัดทำมีแนวคิดในการศึกษาความเป็นไปได้ในการ
35 ผลิตช่อดอกไม้จันทน์ เพื่อมาแก้ไขปัญหาการว่างงานและสร้างรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้าน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่ว่างงานในพื้นที่ชุมชน จากปัญหาดังกล่าวคณะผู้จัดทำมีความสนใจและมองเห็นเส้นทางที่จะทำเรื่องการศึกษาความ เป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์เพื่อชุมชน ดังนั้นในการศึกษาครั้งนี้จึงมุ่งหวังที่จะศึกษาความ เป็นไปได้ของโครงงานเป็นแนวทางในการพัฒนาและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในการศึกษาครั้งนี้จะ ทำให้ความสำคัญกับปัจจัยเหล่านี้เป็นหลักเพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้ชุมชนเกิดการพัฒนาขึ้น 6. วัตถุประสงค์ของโครงงาน 6.1 เพื่อการนำวัสดุในท้องมาผลิตช่อดอกไม้จันทน์และสามารถสร้างรายได้ ได้จริง 6.2 เพื่อการศึกษารายได้ที่ได้จากการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 6.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มแม่บ้าน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีต่อการให้ความรู้ เกี่ยวกับการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 7. ขอบเขตของโครงงาน 7.1 ด้านตัวแปร - 7.2 ด้านเนื้อหา การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์เพื่อให้ทราบถึง ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการศึกษาต้นทุนที่จะได้รับจากการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ผู้ศึกษาได้ทำ การสำรวจ ดังนี้ 7.2.1 ศึกษาต้นทุนการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการทำจนไป ถึงขั้นตอนการ และวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนในการทำช่อดอกไม้จันทน์ 7.2.2 ศึกษาผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนทำช่อดอกไม้จันทน์ 7.3 ด้านเวลา ตุลาคม 2565 - กุมภาพันธ์ 2566
36 7.4 แบบร่าง (ถ้ามี) - 8. วิธีการดำเนินงาน กิจกรรม/ขั้นตอน ดำเนินงาน ระยะเวลาดำเนินงาน (สัปดาห์ที่) หมายเหตุ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 ขั้นเตรียมการ เสนอหัวข้อโครงงาน และจัดทำแบบเสนอ ขออนุมัติโครงงาน ศึกษาข้อมูลขั้นตอน การผลิต ขั้นดำเนินการ ทำการผลิต ดอกไม้จันทน์ ทำการให้ความรู้กับ กลุ่มแม่บ้านผู้ว่างงาน คนสูงอายุในพื้นที่ฯ ขั้นสรุปและประเมินผล สรุปผลการ ดำเนินงาน จัดทำรายงานเพื่อ นำเสนอครูผู้สอนและ ครูที่ปรึกษาโครงงาน
37 9. รายการวัสดุและแหล่งที่มาของงบประมาณในการดำเนินโครงงาน 9.1 รายการวัสดุ ที่ รายการ จำนวน ราคาหน่วยละ จำนวนเงิน หมายเหตุ 1 วัสดุในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 2 ชุด 400 บาท 800 บาท 2 อุปกรณ์ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 1 ชุด 350 บาท 350 บาท 3 ค่าเอกสารรูปเล่ม 2 เล่ม 300 บาท 600 บาท รวมทั้งสิ้น 1,850 บาท 9.2 แหล่งที่มาของงบประมาณ ทุนส่วนตัวนักเรียน 10. ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการทำโครงงาน 10.1 ทำให้ทราบถึงวิธีการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 10.2 ทำให้ทราบต้นทุนในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 10.3 เพื่อให้ทราบความพึงพอใจที่มีต่อการให้ความรู้ในการผลิตช่อดอกไม้จันทน์ 11. การติดตามและประเมินผลโครงงาน เครื่องมือที่ใช้ในการติดตามประเมินผลโครงงาน ได้แก่ แบบสอบถาม
38 ลงชื่อ....................................................ผู้เสนอโครงงาน (นางสาวประกายวรรณ ลาภเกิด) ลงชื่อ.........................................ครูประจำวิชา (นางสาวอรวลัญช์ น้อยสมวงษ์) ลงชื่อ.....................................ครูที่ปรึกษาโครงงาน (นางสาวกรรัตน์ คำดา) ความคิดเห็น............................................. ลงชื่อ..............................หัวหน้าแผนกวิชา (นางสกาวรัตน์ บุญศิลป์) ความคิดเห็น............................................... ลงชื่อ....................................รองผู้อำนวยการ (นายอิศรา อยู่ยิ่ง) .............../................................/................. การพิจารณาของผู้อำนวยการ/ลงนาม อนุมัติ ไม่อนุมัติ ลงชื่อ........................................................ ผู้อำนวยการ (นายชัยณรงค์ คัชมาตย์) .............../................................/................