The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 6 ภาษามาตรฐานบนระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พิ้' ตาล, 2023-03-01 10:23:33

หน่วยที่ 6 ภาษามาตรฐานบนระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

หน่วยที่ 6 ภาษามาตรฐานบนระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

Keywords: หน่วยที่ 6 ภาษามาตรฐานบนระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

สาระการเร ี ยนร ้ ู 1. ภาษาสอบถามเชิงโครงสร้าง 2. ค าสั่ง SQL ทใี่ช ้ ส าหรับน ิ ยามข ้ อมูล 3. ค าสั่ง SQL ทใี่ช ้ ส าหรับดา เน ิ นการกบัข ้ อมูลและควบคุมข ้ อมูล


ภาษาสอบถามเชิงโครงสร้าง (Structured Query Language : SQL) เป็ นภาษาส าหรับการ จัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ซอฟต์แวร์ดา ้ นระบบจดัการฐานขอ ้ มูลท ี่ใชง ้ านในลกัษณะเช่นเด ี ยวกบั SQL มีอยดู่ว ้ ยกนัหลายตวัเช่น Oracle, DB2, Foxpro เป็ นต้น การใช้ค าสั่ง SQL สามารถท าได้ 2วิธี คือ 1. ใช้ค าสั่ง SQL เร ี ยกดูข ้ อมูลได ้ ทนัท ี(Interactive SQL) เป็ นลักษณะแบบออนไลน์ ผู้ใช้จะ สามารถพิมพค ์ า สั่งเพ ื่อสั่งงานบนจอภาพ คา สั่งเหล่าน ้ ี จะถูกปฏิบตัิงานทนัท ี 2. ใช้ค าสั่ง SQL ร่วมกับโปรแกรมภาษาอื่นๆ (Embedded SQL) เป็ นการเข ี ยนคา สั่งSQL แทรก ไวใ้ นประโยคคา สั่งโปรแกรมประยกุต ์ ท ี่เข ี ยนข ้ึ นดว ้ ยภาษาต่างๆ เช่น PASCAL, COBOL, C เป็ นต้น โดยที่ SQL เป็ นภาษาส าหรับจัดการฐานข ้ อมูลจ ึ งแบ ่ งคา สั่งSQL ตามการใช้งานเป็ น 3 ประเภท คือ SQL ที่ใช้ส าหรับนิยามข้อมูล (Data Definition Language : DDL) SQL ท ี่ใชส้ า หรับดา เนินการกบัขอ ้ มูล(Data Manipulation Language : DML) SQL ที่ใช้ส าหรับการควบคุมข้อมูล (Data Control Language : DCL) จึงพอจะสรุปคา สั่งSQL ท ี่จะใชไ้ ดด ้ งัน ้ ี


คา สั่งส าหรับน ิ ยามข ้ อมูล คา สั่งส าหรับดา เน ิ นการกบัข ้ อมูล คา สั่งส าหรับการควบคุม


1. ค าสั่ง CREATE TABLE เป็ นคา สั่งท ี่ใช ้สร ้ างรี เลชันข ้ึ น ก่อนท ี่จะม ี การจดัเกบ ็ ขอ ้ มูล หร ื อกระทา การใดๆ กบัขอ ้ มูลใน รี เลชัน โดยค าสั่งน ้ ี จะม ี การระบุช ื่อของรี เลชัน พร ้ อมท ้ งัช ื่อแอททริบิวต์ต่างๆ ขนาดและประเภท ของข้อมูลท ี่จดัเก ็ บในแต่ละแอททริบิวตีรวมท ้ งั ระบุวา่แอททริบิวต์ใดที่เป็ นคีย์หลักหรือคีย์นอก 2. ค าสั่ง ALTER TABLE ในบางกรณ ี แมว ้่าจะม ี การออกแบบระบบงาน มาอย่างด ี แล ้ ว แต่ก ็ อาจม ี ความจา เป็ นท ี่จะต้อง ปรั บปรุ งระบบ เช่น เม ื่อม ี ความต ้ องการท ี่ เปล ี่ยนไป ท ้ งัท ี่ไดส้ ร ้ างรีเลชนัและใส่ขอ ้ มูลลงไป มากมายแลว ้ ก ็ ตาม ซ่ึ งการแกไ้ ขน ้ ี อาจกระทบกบั ขอ ้ มูลท ี่ม ี อยู่แลว ้ กรณ ี เช่นน ้ ีในภาษา SQL จะมี คา สั่งท ี่สามารถใชเ ้ พิ่มแอททริบิวต์ใหม่เขา ้ไปใน รีเลชนัได ้โดยใชค ้ า สั่ง ALTER TABLE


3. ค าสั่ง DROP TABLE เป็ นคา สั่งท ี่ใชล ้ บรีเลชัน 4. ค าสั่ง CREATE INDEX โดยปกติการค้นหาข้อมูล จะค้นหาไปทีละ รายการจนกว่าจะพบรายการท ี่ตอ ้ งการ ซ่ึ งจะ ท าให ้ เกิดความล่าชา ้ ถา ้ ยิ่งม ี ขอ ้ มูลจา นวนมาก การสร ้ างดชัน ี จะช่วยให ้สามารถคน ้ หาขอ ้ มูลท ี่ ต้องการได้เร็ วข ้ึ นและดัชน ี แต่ละตัวก ็ อาจ ประกอบด้วยแอททริบิวต์มากกว่า 1 แอททริ บิวต์กไ็ ด ้ 5. ค าสั่ง DROP INDEX เป็ นคา สั่งท ี่ใชย ้ กเลิกดชัน ี ท ี่เคยสร ้ างไว ้


6. ค าสั่ง CREATE VIEW ในระบบฐานขอ ้ มูลผูใ้ ชแ ้ ต่ละคนจะม ี วิว (View) ท ี่ต่างกนัดงัไดก ้ ล่าวในเร ื่องของวิวมาบา ้ งแลว ้ ในหน่วยท ี่ผ่านมา และโดยท ี่เราสามารถระบุให ้ วิวแต่ ละวิวประกอบด้วยแอททริบิวต์ใดบ้างก ็ได ้ ดงัน ้ันแล้ว การสร ้ างวิวจ ึ งสามารถทา ไดด ้ งัน ้ ี 6.1 แสดงเฉพาะบางส่วนของขอ ้ มูลบางแอททริ บิวต์ที่มาจากรีเลชันหนึ่งหรือหลายรีเลชัน 6.2 แสดงเฉพาะบางส่วนของขอ ้ มูลท ี่สอดคลอ ้ ง ตามเง ื่อนไขท ี่กา หนด 6.3 สามารถปรับปรุงแกไ้ ขขอ ้ มูลในรีเลชนัต่างๆ ซึ่งจะมีผลให้การแสดงค่าในวิวที่สร้างไว้ปรับ ค่าตามข้อมูลในรีเลชันที่ได้เปลี่ยนแปลง 7. ค าสั่ง DROP VIEW เป็ นคา สั่งท ี่ใชล ้ บวิวท ี่เคยสร ้ างไว ้ ข้อสังเกต ในเรื่องของ VIEW ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในรีเลชันใดที่ถูกอ้างถึงจาก VIEW กจ ็ ะทา ใหข ้ อ ้ มูลท ี่ปรากฏใน VIEW น ้ นัเปล ี่ยนตามไปดว ้ ยและถา ้ ม ี การลบรีเลชันใดที่ถูกอ้างถึง จาก VIEW ใดกจ ็ ะทา ให ้ VIEW น ้ นัๆ ถูกลบตามไปดว ้ ยโดยอตัโนมตัิ


1. ค าสั่ง INSERT เป็ นคา สั่งท ี่ใชใ้ นการใส่ขอ ้ มูลท ี ละ ทูเพิลลงในรีเลชัน 2. ค าสั่ง UPDATE เป็ นคา สั่งท ี่ใชใ้ นการปรับปรุง เปล ี่ยนแปลง แก ้ไขค่าของแอททริบิวต์ที่ต้องการเฉพาะในทู เพิลท ี่ม ี เง ื่อนไขตรงตามท ี่ระบุการแกไ้ ขสามารถ กระท าได้หลายแอททริบิวต์ในคา สั่งเด ี ยวกนั 3. ค าสั่ง DELETE เป็ นคา สั่งท ี่ใชล ้ บขอ ้ มูล1 ทูเพิล หร ื อมากกว่า 1 ทูเพิลออกจากรีเลชันตามเงื่อนไขที่ระบุ


4. ค าสั่ง SELECT เป็ นคา สั่งท ี่ใชเ ้ ร ี ยกดูขอ ้ มูลจากฐานขอ ้ มูลอาจเป็ นขอ ้ มูลท ี่มาจากรีเลชันเพียงรีเลชัน เดียวหรือ มาจากหลายรูปแบบ


ในภาษาSQL ม ีฟังกช ์ นัสา เร ็ จไดแ ้ ก่ รูปแบบคา สั่ง


ข้อที่ 1 การใช้ค าสั่ง SQL สามารถท าได้โดยวิธีใด ก. ใช้ค าสั่ง SQL ร่วมกับโปรแกรมภาษาอื่น ข. ใช้ค าสั่ง SQL เรียกดูข้อมูลทันที ค. ใช้ค าสั่ง SQL เก็บข้อมูล ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข. ข้อที่ 2 สามารถแบ่งค าสั่ง SQL ตามการใช้งานได้ เป็นกี่ชนิด ก. 2 ชนิด ข. 3 ชนิด ค. 4 ชนิด ง. 5 ชนิด ข้อที่ 3 ค าสั่งที่ใช้สร้างรีเลชันก่อนการจัดเก็บ ข้อมูลคือค าสั่งใด ก. INSERT INTO ข. ALTER TABLE ค. CREATE TABLE ง. CREATE INDEX ข้อที่ 5 ค าสั่ง UPDATE ใช้ส าหรับงานใด ก. เป็นค าสั่งที่ใช้ลบวิวที่เคยสร้างไว้ ข. เป็นค าสั่งที่ใช้ในการปรับปรุง ค. เป็นค าสั่งที่ใช้ยกเลิกดัชนีที่เคยสร้างไว้ ง. เป็นค าสั่งที่ใช้สร้างรีเลชันขึ้น ข้อที่ 4 ค าสั่ง DELETE ใช้ส าหรับงานใด ก. ลบข้อมูลได้ทีละ 1 ทูเพิล ข. ลบข้อมูลได้ทีละหลายๆ ทูเพิล ค. ลบข้อมูลได้ครั้งละ 1 ทูเพิล หรือหลายๆ ทูเพิล ง. ลบ Table ที่ต้องการ


ข้อที่ 6 เครื่องหมาย ^= มีความหมายว่าอย่างไร ก. น้อยกว่าหรือเท่ากับ ข. มากกว่าหรือเท่ากับ ค. ไม่เท่ากับ ง. ไม่มีข้อถูก ข้อที่ 7 ค าสั่ง CREATE TABLE ใช้ส าหรับงานใด ก. ใช้ในการสร้างรีเลชัน ข. ใช้เพิ่มแอททริบิวต์ในรีเลชันที่มีอยู่เดิม ค. ใช้สร้างดัชนีของตาราง ง. ใช้สร้างวิว ข้อที่ 8 ค าสั่ง CREATE INDEX ใช้ส าหรับงานใด ก. ใช้ในการสร้างรีเลชัน ข. ใช้เพิ่มแอททริบิวต์ในรีเลชันที่มีอยู่เดิม ค. ใช้สร้างดัชนีของตาราง ง. ใช้สร้างวิว ข้อที่ 10 ค าสั่ง ALTER TABLE ใช้ส าหรับงานใด ก. ใช้ในการสร้างรีเลชัน ข. ใช้เพิ่มแอททริบิวต์ในรีเลชันที่มีอยู่เดิม ค. ใช้สร้างดัชนีของตาราง ง. ใช้สร้างวิว ข้อที่ 9 ค าสั่ง CREATE VIEW ใช้ส าหรับงานใด ก. ใช้ในการสร้างรีเลชัน ข. ใช้เพิ่มแอททริบิวต์ในรีเลชันที่มีอยู่เดิม ค. ใช้สร้างดัชนีของตาราง ง. ใช้สร้างวิว


ข้อที่ 1 การใช้ค าสั่ง SQL สามารถท าได้โดยวิธีใด ก. ใช้ค าสั่ง SQL ร่วมกับโปรแกรมภาษาอื่น ข. ใช้ค าสั่ง SQL เรียกดูข้อมูลทันที ค. ใช้ค าสั่ง SQL เก็บข้อมูล ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข. ข้อที่ 2 สามารถแบ่งค าสั่ง SQL ตามการใช้งานได้ เป็นกี่ชนิด ก. 2 ชนิด ข. 3 ชนิด ค. 4 ชนิด ง. 5 ชนิด ข้อที่ 3 ค าสั่งที่ใช้สร้างรีเลชันก่อนการจัดเก็บ ข้อมูลคือค าสั่งใด ก. INSERT INTO ข. ALTER TABLE ค. CREATE TABLE ง. CREATE INDEX ข้อที่ 5 ค าสั่ง UPDATE ใช้ส าหรับงานใด ก. เป็นค าสั่งที่ใช้ลบวิวที่เคยสร้างไว้ ข. เป็นค าสั่งที่ใช้ในการปรับปรุง ค. เป็นค าสั่งที่ใช้ยกเลิกดัชนีที่เคยสร้างไว้ ง. เป็นค าสั่งที่ใช้สร้างรีเลชันขึ้น ข้อที่ 4 ค าสั่ง DELETE ใช้ส าหรับงานใด ก. ลบข้อมูลได้ทีละ 1 ทูเพิล ข. ลบข้อมูลได้ทีละหลายๆ ทูเพิล ค. ลบข้อมูลได้ครั้งละ 1 ทูเพิล หรือหลายๆ ทูเพิล ง. ลบ Table ที่ต้องการ


ข้อที่ 6 เครื่องหมาย ^= มีความหมายว่าอย่างไร ก. น้อยกว่าหรือเท่ากับ ข. มากกว่าหรือเท่ากับ ค. ไม่เท่ากับ ง. ไม่มีข้อถูก ข้อที่ 7 ค าสั่ง CREATE TABLE ใช้ส าหรับงานใด ก. ใช้ในการสร้างรีเลชัน ข. ใช้เพิ่มแอททริบิวต์ในรีเลชันที่มีอยู่เดิม ค. ใช้สร้างดัชนีของตาราง ง. ใช้สร้างวิว ข้อที่ 8 ค าสั่ง CREATE INDEX ใช้ส าหรับงานใด ก. ใช้ในการสร้างรีเลชัน ข. ใช้เพิ่มแอททริบิวต์ในรีเลชันที่มีอยู่เดิม ค. ใช้สร้างดัชนีของตาราง ง. ใช้สร้างวิว ข้อที่ 10 ค าสั่ง ALTER TABLE ใช้ส าหรับงานใด ก. ใช้ในการสร้างรีเลชัน ข. ใช้เพิ่มแอททริบิวต์ในรีเลชันที่มีอยู่เดิม ค. ใช้สร้างดัชนีของตาราง ง. ใช้สร้างวิว ข้อที่ 9 ค าสั่ง CREATE VIEW ใช้ส าหรับงานใด ก. ใช้ในการสร้างรีเลชัน ข. ใช้เพิ่มแอททริบิวต์ในรีเลชันที่มีอยู่เดิม ค. ใช้สร้างดัชนีของตาราง ง. ใช้สร้างวิว


Click to View FlipBook Version