รายงานผลการดำเนินงาน
โครงการ สบสู่ มุนไพร Handmade fong (แฮนด์เมดฟอง)
จดั ทำโดย
1. นางสาว กมลชนก ปุณณะภุม รหัส 64302020001
2. นางสาว เกษรา แสนวงศ์ รหัส 64302020004
3. นางสาว จริ ารตั น์ การเรง่ รหัส 64302020006
4. นางสาว ณฐพร จันตะ๊ วงั รหสั 64302020008
5. นางสาว ตะวันไท ชยั ชนะ รหสั 64302020012
ชั้น สบต.64.1
รายงานนเี้ ป็นสว่ นหนงึ่ ของการบรู ณาการรายวชิ าโครงงาน
ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี ชั้นสงู (ปวส.) ชั้นปีที่ 2
สาขาวชิ าการตลาด ประเภทวชิ าบรหิ ารธุรกิจ
วิทยาลยั อาชวี ศึกษาลำปาง 2565
รายงานผลการดำเนินงาน
โครงการ สบสู่ มุนไพร Handmade fong (แฮนด์เมดฟอง)
จดั ทำโดย
1. นางสาว กมลชนก ปุณณะภุม รหัส 64302020001
2. นางสาว เกษรา แสนวงศ์ รหัส 64302020004
3. นางสาว จริ ารตั น์ การเรง่ รหัส 64302020006
4. นางสาว ณฐพร จันตะ๊ วงั รหสั 64302020008
5. นางสาว ตะวันไท ชยั ชนะ รหสั 64302020012
ชั้น สบต.64.1
รายงานน้เี ป็นสว่ นหนงึ่ ของการบรู ณาการรายวชิ าโครงงาน
ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี ชั้นสงู (ปวส.) ชั้นปีที่ 2
สาขาวชิ าการตลาด ประเภทวชิ าบรหิ ารธุรกิจ
วิทยาลยั อาชวี ศึกษาลำปาง 2565
ก
ใบรบั รองโครงการ
ระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) ชน้ั ปีที่ 2
สาขาวิชาการตลาด ประเภทวิชาบรหิ ารธุรกจิ
วิทยาลยั อาชวี ศึกษาลำปาง
...................................................
โครงการ
สบสู่ มุนไพร Handmade fong (แฮนด์เมดฟอง)
โดย
1. นางสาว กมลชนก ปุณณะภุม รหัส 64302020001
2. นางสาว เกษรา แสนวงศ์ รหัส 64302020004
3. นางสาว จิรารัตน์ การเร่ง รหัส 64302020006
4. นางสาว ณฐพร จนั ตะ๊ วงั รหัส 64302020008
5. นางสาว ตะวนั ไท ชยั ชนะ รหัส 64302020012
ชั้น สบต.64.1
พจิ ารณาเห็นชอบโดย ............................................................
(นางอทุ ุมพร โชควัฒนาพรชัย)
อาจารยท์ ี่ปรึกษาโครงการ
แผนกวชิ าการตลาด
ข
โครงการ สบูส่ มนุ ไพร Handmade fong (แฮนด์เมดฟอง)
โดย 1. นางสาว กมลชนก ปุณณะภมุ รหสั 64302020001
2. นางสาว เกษรา แสนวงศ์ รหัส 64302020004
3. นางสาว จิรารตั น์ การเร่ง รหัส 64302020006
4. นางสาว ณฐพร จนั ต๊ะวงั รหัส 64302020008
5. นางสาว ตะวนั ไท ชัยชนะ รหสั 64302020012
หลักสตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) แผนกวชิ าการตลาด
อาจารยท์ ี่ปรกึ ษา อาจารย์อทุ มุ พร โชควัฒนาพรชยั
บทคดั ย่อ
การศึกษาการทําสบู่สมุนไพรจาก ขมิ้น ทานาคา และไพล เป็นโครงงานที่มุ่งศึกษาเกีย่ วกับ
กับสบู่สมุนไพรจากภูมิปัญญาในชุมชน และมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อศึกษาการทําสบู่สมุนไพรและ
ประโยชน์ของทานาคา ขมิ้นและไพล ส่งเสริมการใช้สบู่สมุนไพรในปัจจุบันและศึกษาสรรพคุณของ
ทานาคา ขมิ้นและไพรที่นำเป็นส่วนผสมในการทำสบู่ โดยกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียน นักศึกษา ครู
บุคลากรทางการศึกษา วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาลำปางจาํ นวน 50 คน โดยวธิ กี ารสุ่มแบบไม่เฉพาะเจาะจง
ซง่ึ มีผลการศกึ ษาดงั น้ี
ผลการศึกษาสตู รที่เหมาะสมในการผลิตสบจู่ ากสมนุ ไพร พบว่าสูตรท่เี หมาะสมในการผลิตสบู่
จากสมุนไพร คือ การนำผงสมนุ ไพรแต่ละชนิดมาผสมกบั น้ำเปลา่ ในอตั ราส่วนดังนี้ ผงขมิ้น 1:3 ผงทา
นาคา 1:1 และผงไพล 1:3 จากนั้นนำนำ้ สมุนไพรแต่ละชนดิ จำนวน 1⁄2 ช้อนชามาผสมใหเ้ ขา้ กันทงั้
3 ชนิด และชั่งเบสสบู่ 400 กรัม ละลายโดยการนำใส่ถ้วยเซรามิกแล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟกลางตั้ง
เวลาประมาณ 30 – 40 วนิ าทีหรอื จนกวา่ จะละลาย และผสมสว่ นผสมที่เตรยี มไวโ้ ดยมี สารเพ่ิมฟอง
2 ช้อนโตะ๊ นำ้ สมุนไพรที่ผสมไว้ 1 ช้อนโต๊ะ และคนใหเ้ ข้าเป็นเนอ้ื เดียวกนั
ผลการทดลองจากกลุ่มตัวอย่างพบว่า ด้านผลิตภัณฑ์(Product) โดยรวมอยู่ในระดับชอบ
มาก ด้านราคา (Price) โดยรวมอยูใ่ นระดบั ชอบมาก ด้านชอ่ งทางการจัดจำหนา่ ย(Place) โดยรวมอยู่
ในระดบั ชอบมาก และดา้ นการสง่ เสริมการตลาด (Promotion) ) โดยรวมอยใู่ นระดับชอบมาก
ค
กิตติกรรมประกาศ
การดำเนนิ โครงการครั้งนจี้ ะไม่สามารถลุลว่ งลงได้ หากปราศจากความชว่ ยเหลอื จากคณะ
กรรมการที่ปรึกษา และอาจารย์ประจำวิชา ซึ่งประกอบด้วย อาจารย์อุทุมพร โชควัฒนาพรชัยทีไ่ ด้
กรุณาให้ขอ้ เสนอแนะช่วยเหลือ และให้คำปรกึ ษาตรวจแก้ขอ้ บกพร่องต่าง ๆ เป็นอยา่ งดี ตลอดจน
อาจารย์ท่านอืน่ ๆ ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ใหแ้ ก่คณะผู้จัดทำ คณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณเปน็
อยา่ งสูง
ตลอดระยะเวลาในการดำเนินโครงการสบู่สมุนไพร ทางคณะผู้จัดทำได้รับความช่วยเหลือ
จาก อาจารย์อุทุมพร มาโดยตลอด นอกจากน้ียังมีอีกหลายท่านที่ไม่ได้กล่าวนาม ที่ได้ให้ความ
ช่วยเหลอื ในเร่อื งตา่ งๆ จงึ ได้ขอขอบคณุ ทกุ ทา่ นมาในโอกาสนด้ี ้วย
คณะผู้จัดทำ
สงิ หาคม 2565
สารบัญ ง
ใบรับรองโครงการ หน้า
บทคดั ย่อ ก
กิตตกิ รรมประกาศ ข
สารบญั ค
สารบัญตาราง ง-จ
สารบัญภาพ ฉ
ช
บทที่ 1 บทนำ
ความเปน็ มาและความสำคญั 1
วัตถุประสงค์ของการศกึ ษา 2
ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั 2
ขอบเขตในการดำเนินโครงการ 2
นิยามศัพท์เฉพาะ 3
บทท่ี 2 แนวคดิ ทฤษฎี เอกสาร และงานวจิ ัยที่เกย่ี วขอ้ ง 4-7
สว่ นประกอบของวัตถดุ บิ ที่ใช้ในการพัฒนาผลิตภณั ฑ์ 7-9
แนวคิดในการพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ 9-11
ทฤษฎสี ่วนประสมทางการตลาด 11-12
แนวคดิ ในการบูรณาการรายวชิ าโครงการ 12-13
งานวจิ ยั ที่เกยี่ วขอ้ ง
14-15
บทท่ี 3 วิธีการดำเนินโครงการ 15
วสั ดุ อุปกรณ์ทใี่ ช้ในการพฒั นาผลติ ภัณฑ์
ข้นั ตอนการผลิต 15-17
ข้ันตอนการพฒั นาผลิตภัณฑ์ 18-19
การพฒั นาผลิตภณั ฑ์ 19
การพัฒนาตราผลติ ภัณฑ์
การวิเคราะหข์ ้อมูล
จ
สารบญั (ต่อ)
บทท่ี 4 ผลการดำเนินงานโครงการ หนา้
ส่วนท่ี 1 ผลการพฒั นาผลติ ภัณฑ์
สว่ นที่ 2 ผลการพัฒนาบรรจุภณั ฑ์ 20-21
สว่ นที่ 3 ผลการพัฒนาตราสนิ คา้ 21
22
บทท่ี 5 สรุปผลการดำเนนิ โครงการ และขอ้ เสนอแนะ 23
สรปุ ผลการดำเนินโครงการ 23
อภปิ รายผล 24
ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงงาน 24
ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 24
ขอ้ เสนอแนะในการทำวจิ ยั ครัง้ ต่อไป
บรรณานกุ รม 25
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก ภาพขน้ั ตอนการพฒั นาผลติ ภณั ฑ์
ภาคผนวก ข ภาพขนั้ ตอนการประชมุ กลุ่มเพื่อออกแบบตราสนิ ค้า และ บรรจุภัณฑ์
ภาคผนวก ค ประวตั ิผดู้ ำเนินโครงการ
สารบญั ตาราง ฉ
ตาราง หน้า
บทที่ 3 15
16
3.1 แสดงสูตรการผลิตสบสู่ มนุ ไพร สูตรท่ี 1 16
3.2 แสดงสตู รการผลติ สบู่สมนุ ไพร สตู รท่ี 2 17
3.3 แสดงสตู รการผลิตสบู่สมุนไพร สูตรท่ี 3
3.4 แสดงสตู รการผลิตสบ่สู มุนไพร สูตรที่ 4 20
บทท่ี 4
4.1 แสดงลกั ษณะของสบู่สมุนไพรทใ่ี ช้ปริมาณส่วนผสมทตี่ ่างกนั
สารบัญภาพ ช
ภาพ หน้า
บทท่ี 2
5
2.1 ภาพแสดงลกั ษณะของขมนิ้ 6
2.2 ภาพแสดงลักษณะของทานาคา 7
2.3 ภาพแสดงลักษณะของไพล
18
บทที่ 3 18
3.1 ภาพตราผลิตภณั ฑ์คร้ังที่ 1 19
3.2 ภาพตราผลิตภณั ฑ์ครง้ั ท่ี 2
3.3 ภาพตราผลิตภณั ฑ์ครั้งที่ 3 20
20
บทท่ี 4 20
4.1 ภาพสบู่สูตรที่ 1 21
4.2 ภาพสบู่สูตรท่ี 2 21
4.3 ภาพสบ่สู ูตรท่ี 3 22
4.4 ภาพสบสู่ ูตรที่ 4
4.5 ภาพบรรจภุ ัณฑท์ ีพ่ ัฒนาแลว้
4.6 ภาพตราผลิตภณั ฑ์ท่ีพฒั นาแลว้
1
บทที่ 1
บทนำ
ความเปน็ มาและความสำคญั
ผิวของบคุ คลมลี กั ษณะทแี่ ตกตา่ งกันไปตามเหตุปัจจัยต่าง ๆ อาทิ สภาพแวดลอ้ ม กรรมพนั ธุ์
หรือการดูแลผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งการดูแลผิวของบุคคลมีลักษณะที่แตกต่างกันตามสภาพและ
ปญั หาผวิ บางคนมปี ญั หาผวิ บอบบางแพง้ ่าย บางคนมีปญั หาผวิ หมองคลำ้ อาจเน่อื งมาจากกรรมพันธุ์
หรือการเจอกับฝุ่นและมลภาวะตา่ ง ๆ ในปัจจุบัน ประกอบกับการใช้สบู่ที่ผสมสารเคมี อาจทำให้ผิว
เกิดอาการระคายเคอื งหรือเกดิ อาการแพ้สารเคมไี ด้ ซึ่งจะมีอาการของการระคายเคืองท่ีแตกตา่ งกัน
ไปตามแต่ละบุคคล บางคนมีอาการคันตามตัว ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดง ๆ และทำให้เกิดรอยแผล
ตามมา ซ่งึ แผลท่กี ลา่ วมานอี้ าจเกดิ อาการแทรกซ้อนได้ หรือมีอาการอนื่ ๆตามมาได้ จากการเกา การ
ถู ซึง่ จะทำใหแ้ บคทีเรยี ในชีวติ ประจำวนั เข้าสู่บาดแผลและเกิดผลเสียอน่ื ๆ ตามมาได้ ฉะน้ันการท่ีเรา
จะช่วยลดแบคทีเรียได้นั้น ควรเลือกใช้สบู่ที่เหมาะสมกับผิวพรรณ มีค่า PH ที่เหมาะสมและไม่มี
สารเคมีท่เี ปน็ อันตรายต่อผวิ หนงั หรอื กล่มุ ทมี่ ีการแพเ้ กดิ ข้ึนมากท่สี ดุ
สบู่ เป็นเครือ่ งสำอางชนิดหน่ึงที่ใช้ในการทำความสะอาดร่างกาย เดิมใชเ้ พือ่ ทำความสะอาด
รา่ งกายเทา่ นั้น แต่ในปัจจุบัน กระบวนการผลิตสบมู่ ีการเพิ่มสว่ นผสมอนื่ ๆ เพือ่ ให้สบู่มีสรรพคุณตรง
ตามความต้องการของผู้บริโภคมากขนึ้ เช่น มสี สี ันท่ีสวยงามน่าใช้ มกี ลิ่นหอม และมสี รรพคุณทางยา
ในทางการค้า มกี ารใชส้ ารสังเคราะหเ์ พมิ่ ขึ้นทำใหผ้ ลิตภัณฑน์ ่าใช้แต่แฝงไปดว้ ยสารเคมที ี่เปน็ อันตราย
ปัจจุบันนิยมใช้พืชสมุนไพรที่มีอยู่ในธรรมชาติมาเป็นส่วนผสมเพิ่มเดิมในสบู่ หาได้ง่ายราคาถูก
ประหยัด ปลอดภัย ไร้สารสังเคราะห์ และไม่มีพิษตกค้าง ทำให้สบู่สมุนไพรที่ผลิตขึ้นจากผลิตภัณฑ์
ธรรมชาติมคี ุณลักษณะเฉพาะที่หลากหลาย จงึ เปน็ บทพสิ จู นใ์ ห้เหน็ ถึงความมหัศจรรยข์ องสบู่สมนุ ไพร
ทม่ี ีคณุ คา่ ย่ิงของภูมิปัญญาไทย
ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงมุ่งศึกษาเกี่ยวกับกับสบู่สมุนไพรจากภูมิปัญญาในชุมชน จึงได้ศึกษา
ค้นคว้าการทำสบู่สมนุ ไพรจาก ขม้นิ ทานาคา และไพล ได้จัดทำโครงงานนข้ี ้ึนมาเพ่ือเผยแพร่ความรู้
เกี่ยวกบั การทำสบูจ่ ากสมุนไพร เพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาการแพส้ ารเคมใี นสบู่ของกลุม่ บุคคลและผลิต
สบู่สมุนไพรมาใช้เอง อันจะเป็นหนทางหารายได้และนำไปสู่การพัฒนาเพื่อประกอบธุรกิจได้อีก
ชอ่ งทางหนงึ่
2
วตั ถุประสงคข์ องการศกึ ษา
1. เพอ่ื ศกึ ษาการทำสบู่สมนุ ไพรและประโยชน์ของทานาคา ขมนิ้ และไพล
2. เพอื่ สง่ เสริมการใชส้ บู่สมุนไพรในปัจจบุ นั
3. เพอื่ ศึกษาสรรพคุณของทานาคา ขม้ินและไพรท่จี ำนำมาเปน็ สว่ นผสมในการทำสบู่
ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะไดร้ ับ
1. สามารถนำสบู่ทผ่ี ลิตนำไปตอ่ ยอดเป็นธุรกิจได้
2. สบู่สมุนไพรที่ใชบ้ ำรงุ ผิวพรรณได้อย่างดี
3. สามารถนำไปเป็นของฝากหรือของชำรว่ ยได้
ขอบเขตในการดำเนินโครงงาน
ขอบเขตด้านเน้อื หา
1. การศึกษากรรมวิธีที่เหมาะสมในการผลิตส่วนในการทำสบู่ จาก ทานาคา ขมิ้นและไพร
เป็นการศึกษาระยะเวลาในการทำสบู่และอตั ราส่วนทเ่ี หมาะสมของปริมาณทานาคา ขมน้ิ และไพรต่อ
ปริมาณน้ำเเละส่วนผสมอน่ื
2. ศึกษาการพัฒนาสูตรที่เหมาะสมของ สบู่ เป็นการศึกษาปริมาณอัตราส่วน ระหว่าง
ปริมาณ ทานาคา ขมน้ิ และไพร ต่อปรมิ าณน้ำหรอื สว่ นผสมที่เหมาะสมในการผลติ สบู่
3. การศึกษาคุณภาพทางเคมีคุณภาพจากจุลินทรีย์และค่าPHให้มีความเหมาะสมกับผิว
ขอบเขตด้านพื้นท่ี
วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง ตั้งอยู่เลขที่ 272 ถนนพหลโยธิน ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง
ลำปาง จังหวดั ลำปาง 52000
ขอบเขตดา้ นประชากร
ประชากร คือ นักเรียน นักศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง
จำนวน 2,743 คน (วิทยาลยั อาชวี ศึกษาลำปาง,2563)
กลุ่มตัวอยา่ ง คือ นกั เรยี น นกั ศึกษา ครู บุคลากรทางการศกึ ษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง
จำนวน 50 คน โดยวิธีการสุ่มแบบไมเ่ ฉพาะเจาะจง
ขอบเขตดา้ นระยะเวลา
เริม่ ดำเนินโครงงานตง้ั แต่ พฤษภาคม-สิงหาคม
3
นิยามศพั ท์เฉพาะ
ขมิ้นชัน เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เนื้อในสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอม ตามหลักฐานทาง
สมุนไพร เราจะใช้เหงา้ ใต้ดินบดเป็นผง รักษาแผล แมลงกัดตอ่ ย กลากเกล้ือน ป้องกนั และรักษาแผล
ในกระเพาะอาหาร และ รักษาอาการท้องเสีย โดยสารสำคัญของขมิ้นชันที่เป็นสารออกฤทธิ์ คือ
curcumin
ทานาคา หรือ กาซาน่า (ชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า LICODIA ACIDISSIMA ) มีที่มาจากต้นทา
นาคา ซึ่งมีมากในแถบตอนกลางของพม่า ส่วนที่มีกลิ่นหอมและเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ เป็น
ผลติ ภัณฑ์ท่ีรักษาผวิ พรรณ
ไพล เป็นพืชชนิดหนึ่งในวงศ์ขงิ Zingiber cassumunar เป็นพืชลงหัว มีเหง้าใหญ่ เนื้อในสี
เหลือง มีกลิ่นหอมใบเรียวยาวปลายแหลมดอกออกรวมกันเป็นช่ออยู่บนก้านช่อดอก ช่วงเวลาที่เก็บ
เป็นยา เกบ็ เหง้าแกจ่ ัด หลังจากต้นไพลลงหัวแลว้
4
บทท่ี 2
แนวคดิ ทฤษฎี เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกย่ี วขอ้ ง
การดำเนินโครงการคร้งั นี้ ผ้ดู ำเนนิ โครงการไดแ้ นวคดิ ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยที่
เกีย่ วข้องเพ่ือใชเ้ ปน็ แนวทางในการกำหนดโครงการ โดยมรี ายละเอียดดงั นี้
1. ส่วนประกอบของวตั ถุดบิ ทใี่ ช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
2. แนวคดิ การพฒั นาผลติ ภัณฑ์
3. ทฤษฎสี ว่ นประสมทางการตลาด
4. งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวข้อง
1.1 ส่วนประกอบของวัตถดุ ิบท่ีใชใ้ นการพัฒนาผลิตภณั ฑ์
1. ขม้นิ
พืชสมุนไพรขมิ้นชัน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าCurcuma longa L. อยู่ในวงศ์ (family)
Zingiberaceae สกุล (genus) Curuma มีชื่อพ้องคือ C. domesticaValeton และ Ammonum
curcumaJacq ชื่อท้องถิ่นในประเทศไทยที่ใช้เรียก เช่น ขมิ้น (ทั่วไป) ขมิ้นแกงขมิ้นหยอก ขมิ้นหัว
(เชยี งใหม)่ ขี้มิ้น หม้ิน (ภาคใต)้ เป็นต้น ขมนิ้ เป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี สงู 30-90 ซม. เหง้าใต้ดินรูป
ไข่มีแขนงรูปทรงกระบอกแตกออกดา้ นข้าง 2 ด้านตรงกันข้าม เนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ
ใบเดยี่ ว แทงออกมาเหงา้ เรียงเปน็ วงซ้อนทับกันรูปใบหอก กว้าง12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. ดอก ช่อ
แทงออกจากเหง้า แทรกขึ้นมาระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อนใบประดับสี
เขยี วออ่ นหรอื สนี วล บานครงั้ ละ 3-4 ดอก ผลรปู กลมมี3 พูสว่ นที่นำมาใชป้ ระโยชน์มากท่สี ุดคือ เหง้า
แกส่ ด และแห้ง
สารสำคัญที่พบในขมิ้นชันขมิ้นชันมสี ารประกอบทางเคมีที่สำคัญอยู่ 2 กลุ่มคือ น้ำมันหอม
ระเหย (essential oil) มีสีเหลืองอ่อน โดยส่วนใหญ่พบที่ราก (root) 4.3 เปอร์เซ็นต์รองลงมาคือ
เหง้า (rhizome) 3.8 เปอรเ์ ซ็นต์ใบ (leaf) 1.3 เปอร์เซน็ ต์และดอก (flower) 0.3 เปอรเ์ ซน็ ต์สารทีพ่ บ
มากจากเหง้าและรากคือ ar-turmerone (31 เปอร์เซ็นต์ และ 46.8 เปอร์เซน็ ต์) สารที่พบมากในใบ
คือ a-phellandrene (32.6 เปอร์เซ็นต์)และสารที่พบมากจากดอกคือ p-cymene-8-ol (26
เปอรเ์ ซ็นต์) นอกจากนี้ยังมนี ำ้ มันหอมระเหยอนื่ ๆ อีกหลายชนดิ พบวา่ สารส่วนใหญ่ทพ่ี บในดอกและ
ใบของขมน้ิ ชนั เป็นสารกล่มุ โมโนเทอรป์ ีน มจี ำนวนคาร์บอน 10 คารบ์ อน และนำ้ มันหอมระเหยที่พบ
จากรากและเหง้าส่วนใหญ่เป็นสารกลุ่มเซสควิเทอร์ปีน (sesquiterpene; โครงสร้างมีจำนวน
5
คาร์บอน 15 คาร์บอน นอกจากนี้ยังมีน้ำมันหอมระเหยชนิดอื่นอีก เช่น a-pinene, b-pinene,
myrcene, b-terpinene,p-cymene, 1,8-cineol, linalool, ar-curcumene, a-zingiberene, b-
bisabolene, a-turmerone, ซ่ึงแต่ละพนื้ ทที่ ป่ี ลกู ขมิน้ ชนั จะมีปรมิ าณของนำ้ มันหอมระเหยแตกต่าง
กัน และพบว่าเหง้าสดจะมีปริมาณน้ำมันหอมระเหยมากกว่าเหง้าแห้ง ในเหง้าสดจะมีปริมาณน้ำมัน
หอมระเหยประมาณ 7.87-16.14 เปอรเ์ ซ็นต์
ภาพที่ 2.1 แสดงลกั ษณะของขม้ิน
ท่มี า: https://www.opsmoac.go.th/surin-local_wisdom-preview-422891791843
2. ทานาคา
ทานาคา หรือ กาซาน่า (ชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า LICODIA ACIDISSIMA ) มีที่มาจากต้นทา
นาคาซ่ึงมีมากในแถบตอนกลางของพม่า ส่วนทมี่ กี ลนิ่ หอมและเป็นสมนุ ไพรสารพัดประโยชน์ คือ สว่ น
ที่เป็นเปลือก การนาทานาคามาใช้จะเลือกต้นทานาคาที่มีอายุราวๆ 35 ปี ตัดเป็นท่อนๆ ขนาดพอดี
มอื แลว้ ใช้ส่วนของเปลอื กไม้ไปฝนหรอื บดกับหนิ ขดั พรอ้ มพรมนา้ เปน็ ระยะ จะไดอ้ อกมาเปน็ ผงสีออก
ขาวเหลือง ใช้ทาหน้า ทาตัว ถือเป็นวิธดี ัง้ เดิมทานาคามีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่สูงมาก และมีสาร
OPC และ Curcuminoid ทำให้ทานาคามีคุณสมบัติครบถว้ นท่ีจะต่อตา้ นความเสื่อมของเซลล์และยัง
ช่วยปอ้ งกันการเกิดสิว ด้วยคณุ สมบตั ิฆา่ เชือ้ แบคทีเรยี และช่วยลดผดผ่นื คัน ลดการเกิดจุดด่างดำและ
ฝา้ มีฤทธลิ์ ดการสร้างเม็ดสเี มลานิน และยังช่วยป้องกนั การทำลายผิวจากรงั สยี ูวีอีกด้วย สารสกัดทา
นาคา 100% ให้สารออกฤทธ์ิความเข้มข้นสูง ซึ่งได้ผลดกี ว่าการใช้ผงทานาคาพอกผิวถึง100 เท่า ผง
ทานาคา ที่ดีจะต้องมาจากไมท้ านาคาทต่ี ากแหง้ ตามธรรมชาตแิ ละนามาบดเป็นผงให้ละเอยี ดโดยจะมี
สรรพคุณในการชะลอความชราของผิวได้ดีมาก ด้วยฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของทานาคา ที่มี
ประสิทธิภาพสงู และคงตัวได้ดี ไม่สลายไปเมื่อโดนออกซเิ จน เหมือน วิตามินC หรือ E โดยที่เปลือก
ทานาคาบดละเอียดจะมีลักษณะเปน็ ผงสเี หลืองนวล ใชผ้ สมน้ำขัดหน้าและพอกไว้สักครู่จนแห้ง เป็น
สมุนไพรรักษาสิวและความมันของใบหน้าไดเ้ ปน็ อย่างดี (กฤษณา งามสอาด,2560)
6
ทานาคา จึงเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่ใช้ในการรักษาผิวพรรณ เเละยังปรับผิวขาวขึ้น อย่าง
เห็นไดช้ ัด ปลอดภยั เพราะเป็นสมนุ ไพรจากธรรมชาติ ลด ฝ้า กระ จุดด่างดา รกั ษารอยแผลเป็นต่าง
ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาผดผื่น คัน ผิวอักเสบ แดงอาการแพ้ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุม
ความมัน ตอ่ ต้านร้ิวรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดร้ิวรอยท่ีมอี ยู่ให้ผิวคงความออ่ นเยาว์ด้วยสารต้าน
อนุมูลอิสระประสิทธิภาพสงู ปอ้ งกันแสงแดดใหก้ ับผิวได้อย่างดี โดยไมต่ ้องพ่ึงสารเคมีและระงับกล่ิน
ตามร่างกาย
ภาพท่ี 2.1 แสดงลกั ษณะของทานาคา
ทีม่ า: http://www.rtc.ac.th/www_km/03/032/125603.pdf
3. ไพล
ไพล ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Zingibermontanum (Koenig ) Link ex Dietr. ไม้ล้มลุก สูง
ประมาณ 1 – 1.5 เมตร มีลำต้นใต้ดินลักษณะเป็นเหง้ามีขนาดใหญ่ และเป็นข้อ เปลือกมีสีน้ำตาล
แกมเหลือง เนื้อในหัวสีเหลืองแกมเขียว แทงหน่อหรอื ลำต้นเทยี มข้ึนเป็นกอ โดยจะประกอบไปด้วย
กาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกันอยู่ เหง้าไพลสดฉ่ำน้ำ รสฝาด เอียด ร้อนซ่า มีกลิ่นหอมเฉพาะ ส่วนเหงา้
ไพลแก่สดและแห้งจะมีรสเผ็ดเล็กน้อยใบ เป็นใบเดี่ยว ออกใบเรียงสลับระนาบเดียว กว้างประมาณ
3.5-5.5 เซนตเิ มตรและยาวประมาณ 18-35 เซนตเิ มตร ลกั ษณะใบรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ขอบ
ใบเรียบ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน แผ่นใบบาง เนื้อในละเอียดสีเขียว โคนก้านใบแผ่ออกมีหูใบ
ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลด แทงช่อดอกออกจากเหง้าใต้ดนิ รูปเห็ดหรือรูปกระบองโบราณ
มีใบประดบั สมี ่วงซอ้ นกนั แนน่ รปู โค้งหอ่ รองรับเปน็ กาบปิดแนน่ และจะขยายเปิดอ้าออกให้เห็นดอก
ในภายหลัง กลีบดอกมีสีนวล ออกดอกระหว่างกลีบของใบประดับผล เป็นผลแห้งแตก รูปทรงกลม
มีเมล็ดกลมแข็งขนาดเล็กอยู่ภายใน เปลือกเมล็ดสีน้ำตาลแกมเหลืองขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด
แงง่ หรอื เหงา้ แต่โดยท่ัวไปแล้วจะใชส้ ว่ นของเหง้าเป็นทอ่ นพนั ธใุ์ นการเพาะปลกู พรรณไมช้ นดิ นมี้ ถี ิ่น
กำเนิดอยู่ในเอเชียแถบประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ปลูกกันมากในจังหวัด
7
กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ปราจีนบรุ ี และสระแกว้ (ฐานขอ้ มูลสมนุ ไพร คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวิทยาลัย
อบุ ลราชธานี,2560)
ภาพ 2.3 แสดงลกั ษณะของไพล
ทม่ี า: https://amprohealth.com/herb/zingiber-cassumunar/
1.2 แนวคดิ ในการพัฒนาผลติ ภัณฑ์
การพัฒนาสินค้า (product development) เป็นกระบวนการที่ครอบคลุมทั้งหมดในการ
นำเสนอสินค้าสู่ตลาด การพฒั นาสนิ ค้าถกู นิยามว่า เปน็ การใช้โอกาสทางการตลาดท่ีมีอยู่สร้างสินค้า
เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งสินค้าแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ สินค้าที่เป็นรูปธรรม เป็น
สนิ ค้าทส่ี ามารถจบั ตอ้ งได้ทางกายภาพ และสนิ คา้ นามธรรมเป็น การบริการ ประสบการณ์ และความ
เช่ือต่าง ๆ ความเข้าใจถงึ ความจำเปน็ และความต้องการของลูกค้า ความเขา้ ใจในสภาพแวดล้อมของ
การแข่งขัน และธรรมชาติของตลาดเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จในการพัฒนาสินค้า ต้นทุน
เวลา และคุณภาพ เป็นตัวแปรหลักที่ขับเคลื่อนความต้องการของลูกค้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้
ผูป้ ระกอบการควรพัฒนากลยุทธ์อย่างตอ่ เน่อื งเพอื่ ตอบสนองความต้องการของลูกคา้ ใหด้ ีข้ึน และเพื่อ
เพมิ่ สว่ นแบ่งการตลาด (Kahn, 2012)
การพัฒนาสนิ คา้ ประกอบไปด้วยกิจกรรมท่หี ลากหลาย โดยผปู้ ระกอบการจะใชก้ ระบวนการ
ต่าง ๆ มาปรับใช้เพื่อนำเสนอสินคา้ สู่ตลาด ผู้ประกอบการควรปรบั โครงสร้างขององคก์ รให้สามารถ
พัฒนาสินค้าอย่างต่อเนือ่ ง สินค้าใหม่ทุกชิ้นจะผ่านขัน้ ตอนการออกแบบการผลิต และการวิเคราะห์
ตลาดเป็นอย่างดี ส่วนสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เช่น เครื่องบิน ยานยนต์ และเครื่องจักร จะมี
กระบวนการพัฒนาสินค้าที่ซับซ้อนกว่าสินค้าทั่วไป อีกทั้งการส่งมอบต้องใช้ระบบขององค์กรท่ี
ซบั ซ้อนเพอ่ื จดั การกบั กระบวนตา่ ง ๆ ใหป้ ระสบความสำเรจ็ (Kahn, 2012)
Koen (2004) ได้อธิบายช่วงวางแผน หรือเริ่มต้นอันสับสนว่า ประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอนที่
สำคัญ คอื (1) ขน้ั ตอนการสำรวจโอกาสในการสรา้ งนวัตกรรม
8
(2) ขั้นตอนการสังเคราะห์ความคิดนวัตกรรม (3) ขั้นตอนการคดั สรรความคิดนวัตกรรม (4) ขั้นตอน
การพัฒนาและทดสอบแนวคิด (5) ขั้นตอนการวิเคราะห์ทางธุรกิจ (Business Analysis) ซึ่งมี
รายละเอียดดงั น้ี
1) ขั้นตอนการสำรวจโอกาสในการสร้างนวัตกรรม ในส่วนนี้ผู้ประกอบบการต้องระบุ
หนทางต่าง ๆ ที่ใช้ในการจัดสรรทรัพยากรไปยงั โครงการใหม่ กำหนดกลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์ใหมแ่ ละ
กำหนดรายละเอียดของกระบวนการตา่ ง ๆ ในการพฒั นาสินค้า
2) ขัน้ ตอนการสังเคราะห์ความคิดนวัตกรรม ข้นั ตอนน้ีคอื การวเิ คราะหโ์ อกาสการนำไปใช้
และเพ่ือกำหนดบรบิ ทและเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมกับผู้ประกอบการ ซง่ึ ขนั้ ตอนนีต้ ้องใช้ความพยายาม
อยา่ งมากทัง้ ทำการศกึ ษาตลาด และการคน้ ควา้ วจิ ัย
3) ขน้ั ตอนการคัดสรรความคิดนวตั กรรม มเี ป้าหมายเพอื่ ลดปรมิ าณตวั เลอื กลงในขณะที่ทำ
ให้ความคิดมีคุณภาพสูงขึ้น จึงต้องอาศัยการคิดสร้างสรรค์แบบเอกนัยไปพร้อม ๆ กับการประเมิน
ทางเลือกโดยทีมงานภายในองค์กรเพือ่ พิจารณาผสมผสานสว่ นที่ดีของทางเลอื กต่าง ๆ เข้าด้วยกันให้
ได้ผลลัพธ์ใหม่ที่มีศักยภาพ และมีความเป็นไปได้สูงที่สุดว่าจะประสบความสำเร็จ ซึ่งการคัดสรร
ความคิดนวัตกรรมนี้อาจได้มาจากภายในบริษัทหรือภายนอกบริษัทก็ได้ทั้งจากการระดมความคิด
หรอื มาจากความต้องการของลกู คา้
4) ขั้นตอนการพัฒนาและทดสอบแนวคิด การทดสอบแนวความคิดมีความคล้ายคลึงกับ
การคัดสรรความคิดในแง่ท่ีเปน็ ข้ันตอนลดจำนวนทางเลือกลง การทดสอบแนวคดิ เป็นการประเมินผล
ตามความเห็นของผู้ใช้ โดยมีเป้าหมายเพื่อ 1. ระบุตำแหน่งแนวคิด (concept positioning) เมื่อ
เปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือทางเลือกอ่ืน ๆ ในตลาด ศึกษาตลาดเป้าหมายอย่างชัดเจน และคาดคะเน
การตอบรับผลิตภัณฑ์ และ 2 ประเมินแนวคิด (concept evaluation) เพื่อระบจุ ุดแข็งและจุดออ่ น
ของแนวคดิ ที่ควรไดร้ บั การพฒั นาใหส้ อดคล้องกับความตอ้ งการของตลาดเปา้ หมาย
5) การวิเคราะห์ทางธุรกิจ เปน็ ชว่ งที่พัฒนาแนวคิดต่าง ๆ บนพ้ืนฐานของการประเมนิ สภาพ
ตลาด ความต้องการของลูกค้า ความต้องการในการลงทุน การวิเคราะห์การแข่งขันทางธุรกิจ และ
ความไม่แน่นอน การวิเคราะห์ทางธุรกิจเป็นการศึกษาความเป็นไปได้ และประเมินศักยภาพของ
โครงการโดยการคาดการณ์ยอดขาย ความคุ้มทุน และผลกำไร เทียบกับค่าใช้จ่ายในการพัฒนา
ผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์ทางธุรกิจมีความสัมพันธ์กับกลยุทธ์ทางการตลาดมาก จึงทำให้องค์กรส่วน
ใหญท่ ำทง้ั 2 ขัน้ ตอนไปพรอ้ ม ๆ กัน ผลของการวิเคราะห์ทางธุรกจิ ทำใหส้ ามารถตั้งราคาผลติ ภัณฑ์ได้
ซึ่งการตั้งราคาถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการตลาด โดยทั่วไปการวิเคราะห์ทางธุรกิจประกอบไปด้วย
การประมาณการณ์ด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนีไ้ ดแ้ ก่ วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ค่าใช้จ่ายในการพัฒนา การ
ผลิตและการกระจายผลิตภัณฑ์สู่ตลาด การลงทุนด้านครุภัณฑ์ เครื่องมืออุปกรณ์ และการพัฒนา
ตลาด ราคาขาย ยอดขาย ผลกำไร และผลตอบแทนจากการลงทนุ
9
จากขั้นตอนทั้ง 5 ที่กล่าวมาข้างต้น ขั้นตอนการสำรวจโอกาสในการสร้างนวัตกรรมเป็น
ขั้นตอนที่ยากที่สุดของกระบวนการการพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื่องจากช่วงนี้ค่อนข้างยุ่งเหยิงไมส่ ามารถ
คาดการณ์ได้ และไม่มีความเป็นระเบยี บ (Yan-mei, 2009) และช่วงนี้เป็นชว่ งเริ่มตน้ ของการพฒั นา
ผลิตภัณฑ์ เป็นกระบวนการท่ีองค์กรพฒั นากรอบความคิดของผลิตภณั ฑ์ และเพื่อการตดั สนิ ใจวา่ จะ
ลงทุนดหี รอื ไม่ เป็นขน้ั ตอนทอี่ ยรู่ ะหว่างการพิจารณาโอกาสและการตัดสินใจเขา้ สู่กระบวนการในการ
พัฒนาโครงสร้าง (Kim and Wilemon, 2007) Koen et al., (2001) อธิบายว่าช่วงวางแผน หรือ
เริ่มต้นอันสับสน (Fuzzy Front End) จะครอบคลุมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่การหาโอกาสใหม่ ๆ
ตลอดจนการพัฒนากรอบความคิดในช่วงแรก และช่วงนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อองค์กรอนุมัติโครงการและ
เร่ิมการพฒั นากรอบความคดิ อยา่ งเป็นทางการ ถงึ แมช้ ่วงน้ีจะไมไ่ ดเ้ ป็นขั้นตอนที่มีค่าใชจ้ ่ายสูงมากนัก
แต่เป็นที่ต้องใช้เวลาถึง 50% ของการพัฒนา ซึ่งต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของผลิตภัณฑ์และ
แนวทางปฏิบตั ิของโครงการทงั้ หมดจนถึงการผลิตภัณฑ์ขน้ั สุดทา้ ย ด้วยเหตุน้ีชว่ งนถี้ ูกพิจารณาว่าเป็น
ช่วงที่มีสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนามากกว่าช่วงอื่น ๆ ท้ังหมด อีกทั้งเป็นเหมือนช่วงเริ่มต้นของ
นวัตกรรม (front end of innovation) “Phase 0”, “Stage 0” หรือก่อนเริ่มต้นโครงการ (Husig
and Kohn 2003)
ส่วนขั้นตอนการออกแบบกเ็ ป็นขั้นตอนที่สำคัญเช่นกัน เพราะขั้นตอนนีจ้ ะทำให้รู้ถึงต้นทนุ
การผลิตสินค้าทั้งหมด Hargadon (1997) ได้อธิบายว่า ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์จะใช้
ระยะเวลาประมาณหน่ึงเดือนไปจนถึงสามปีโดยเฉลีย่ แล้วอยู่ที่หนึ่งปี Adler (1995) ได้กล่าวว่า การ
ออกผลิตภัณฑ์โดยปกติแล้วจะเกิดในช่วงแรก เมื่อการออกแบบเสร็จสิ้น แบบจะถูกส่งไปยัง
โรงงานผลิตสนิ คา้ ต้นแบบเพ่อื ทำการผลิตสินคา้ ตอ่ ไป
1.3 ทฤษฎสี ่วนผสมทางการตลาด
ส่วนประสมการตลาด Marketing( Mix) คือ องค์ประกอบที่สำคัญในการดำเนินงานการ
ตลาด เป็นปัจจัยที่กิจการสามารถควบคุมได้ กิจการธุรกิจจะต้องสร้างส่วนประสมการตลาดท่ี
เหมาะสมในการวางกลยุทธท์ างการตลาด (ศิริวรรณ เสรรี ตั น์, และคณะ2541:35-36, 337)
1. ผลิตภัณฑ์ (Product) ปัจจัยแรกที่จะแสดงว่ากิจการพร้อมจะทำธุรกิจได้ กิจการน้ัน
จะต้องมีสิ่งที่จะเสนอขาย อาจเป็นสินค้าที่มีตัวตน บริการ ความคิด (Idea) ที่จะตอบสนองความ
ต้องการ ไดก้ ารศึกษาเกี่ยวกบั ผลิตภัณฑน์ ้ัน นักการตลาด มักจะศึกษาผลติ ภณั ฑ์ในรูปของผลิต ภัณฑ์
เบ็ดเสร็จ (Total Product) ซึ่งหมายถึง ตัวสินค้าบวกกับความพอใจและผลประโยชน์อ่ืนที่ผู้บริโภค
ไดร้ บั จากการซอื้ สินคา้ นนั้
2. การกำหนดราคา (Price) เมื่อธรุ กิจได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้นึ มา รวมทง้ั หาช่องทางการ
จัดจำหน่ายและวิธีการแจกจ่ายตัวสินค้าได้แล้ว สิ่งสำคัญที่ธุรกิจจะต้องดำเนินการต่อไป คือ การ
10
กำหนดราคา ทเี่ หมาะสมให้กับผลติ ภณั ฑ์ทีจ่ ะนำไปเสนอขาย ก่อนท่ีจะกำหนดราคาสนิ คา้ ธุรกจิ ตอ้ งมี
เป้าหมายว่าจะตั้งราคา เพื่อต้องการกำไร หรือเพื่อขยายส่วนถือครองตลาด (Market Share) หรือ
เพื่อเป้าหมายอยา่ งอื่น อีกทั้งตอ้ งมี การใช้กลยุทธใ์ นการตัง้ ราคาที่จะทำให้เกดิ การยอมรับจากตลาด
เปา้ หมายและสกู้ ับคแู่ ขง่ ขนั ได้
3. การจัดจำหน่าย (Place or Distribution) ผลิตภณั ฑท์ ่ีผู้ผลิตผลติ ขน้ึ มาไดน้ ั้น ถึงแม้ว่าจะ
มีคุณภาพดีเพียงใดก็ตาม ถ้าผู้บริโภคไม่ทราบแหล่งซื้อและไม่สามารถจะจัดหามาได้เมื่อเกิดความ
ตอ้ งการผลติ ภัณฑ์ทีผ่ ลติ ข้ึนมาก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้ ดงั นน้ั นกั การตลาดจึง
จำเป็นเป็นตอ้ ง พจิ ารณาวา่ ท่ีไหน เมอ่ื ไร และโดยใครที่จะเสนอขายสนิ ค้า การจัดจำหน่ายเป็นเร่ืองที่
ซับซอ้ น แตก่ เ็ ป็นสิง่ จำเป็นทีต่ ้องศกึ ษา
4. การส่งเสริมการตลาด (Promotion) เป็นการศกึ ษาเก่ียวกับกระบวนการติดต่อสือ่ สารไป
ยังตลาดเปา้ หมาย การส่งเสริมการตลาดเป็นวิธีการทจ่ี ะบอกให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เสนอ
ขาย วัตถุประสงค์ของการส่งเสริมการตลาด เพื่อบอกให้ลูกค้าทราบว่ามีผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายใน
ตลาดพยายามชกั ชวนใหล้ ูกค้าซือ้ และเพ่ือเตือนความทรงจำกบั ตวั ผูบ้ ริโภค
การส่งเสริมการตลาดจะต้องมกี ารศึกษาถึงกระบวนการติดต่อสื่อสาร (Communication Process)
เพอื่ เขา้ ใจถึงความสัมพันธร์ ะหวา่ งผ้รู บั กับผสู้ ง่ การส่งเสริมการตลาดมีเครอ่ื งมอื สำคญั จะใชอ้ ยู่ 4 ชนิด
ด้วยกัน ทเี่ รียกวา่ ส่วนผสมของการสง่ เสรมิ การตลาด (Promotion Mix) ได้แก่
4.1 การขายโดยใช้พนักงาน (Personal Selling) เป็นการเสนอขายสินค้าแบบ
เผชิญหน้ากัน (Face-to-Face) พนักงานขายต้องเข้าพบปะกับผู้ซื้อโดยตรงเพื่อเสนอขาย
สินค้า การสง่ เสรมิ การตลาดโดยวธิ ีนีเ้ ป็นวิธีทด่ี ที ีส่ ุด แต่เสียค่าใช้จ่ายสงู
4.2 การโฆษณา (Advertising) หมายถึงรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อการส่งเสริม
การตลาด โดยมิได้อาศัยตัวบุคคลในการน าเสนอหรือช่วยในการขาย แต่เป็นการใช้ส่ือ
โฆษณาประเภทต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ วทิ ยุ หนังสือพิมพ์ นติ ยสาร ป้ายโฆษณา อินเตอร์เนท
(Internet) สอ่ื โฆษณาเหล่าน้ีจะสามารถ เขา้ ถงึ ผู้บริโภคเปน็ กลุ่มใหญ่ เหมาะสำหรับสินค้าท่ี
ต้องการกระจายตลาดกว้าง
4.3 การส่งเสริมการขาย (Sales Promotion) หมายถึงกิจกรรมท่ีทำหน้าที่ช่วย
พนักงานขายและการโฆษณาในการขายสินค้า การส่งเสริมการขายเป็นการกระตุ้นผูบ้ ริโภค
ให้เกิดความ ต้องการในตัวสินค้า การส่งเสริมการขายจัดทำในรูปของการแสดงสินค้า
การแจกของตัวอย่าง แจกคูปอง ของ แถม การใช้แสตมป์เพื่อแลกสินค้าการชิงโชคแจก
รางวัลตา่ งๆ ฯลฯ
11
4.4 การเผยแพร่และประชาสมั พันธ์ (Publicity and Public Relation) ในปัจจุบัน
ธรุ กิจมักสนใจภาพพจน์ของกจิ การ ธรุ กิจได้ใชเ้ งนิ จำนวนมากเพื่อสรา้ งชอ่ื เสียงและภาพพจน์
ของ กิจการ ปัจจุบันองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ไดเ้ น้นที่การแสวงหากำไร (Maximize Profit)
เพยี งอย่าง เดยี ว ต้องเนน้ ท่ีวัตถปุ ระสงคข์ องการใหบ้ รกิ ารแก่สังคมด้วย (Social Objective)
1.4 แนวคดิ ในการบูรณาการรายวชิ าโครงการ
สบู่สมนุ ไพร
Handmade fong
(แฮนด์เมดฟอง)
12
การเรียนในรายวิชาโครงการในครั้งนี้ ผู้รายงานสามารถอธิบายลักษณะการบูรณา
การของรายวชิ าตา่ ง ๆ ไดด้ ังน้ี ในโครงการพฒั นาวัตถดุ ิบทอ้ งถ่นิ : สบ่สู มนุ ไพรได้นำรายวิชา
ตา่ ง ๆ มาบรู ณาการในการดำเนนิ โครงการ ดงั น้ี
1. รายวชิ า
2. รายวิชา
3. รายวชิ า
4. รายวชิ า
1.5 งานวจิ ยั ทเ่ี ก่ียวข้อง
กรรณิการ์ ชุมภู และคณะ (2558) ได้ศึกษา THANAKA natural body skin care พบว่า
คณะผูจ้ ัดทำไดจ้ ดั ทำ THANAKA natural body skin care ดา้ นการผลติ THANAKA natural body
skin careเปน็ ผลติ ภณั ฑท์ ่ที ำจากวัตถดุ บิ ท่หี าซื้อได้งา่ ย และตน้ ทุนต่ำ ทำใหไ้ ดผ้ ลตอบแทนในรูปแบบ
ของกาไรที่สูงขึ้น ด้านการเงิน การผลิตผลิตภัณฑ์ THANAKA natural body skin careแผนก
การตลาด วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบรหิ ารธุรกิจ ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จะ
เป็นการผลิตแบบอตุ สาหกรรมใชใ้ นบคุ คลทว่ั ไป จึงใชเ้ งนิ ทนุ ไม่มากนัก และในการผลิตแต่ละคร้ังจะมี
การจดั จาหนา่ ยออก ทาให้มีเงินทุนหมนุ เวียนตลอดเวลาด้านทรพั ยากรบคุ คลคณะผู้จดั ทำ THANAKA
natural body skin careมีการวางแผนการดำเนินงานของแต่ละคนอย่างชัดเจน จึงทำให้การ
ดำเนินงานเป็นไปได้อย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ด้านการตลาด มีการวางจำหน่ายที่ถนนคนเดินต่างๆ ใน
จังหวัดเชียงใหม่ และฝากขายตามร้านขายของที่ระลึกตา่ งๆ และยังมีการจัดการส่งเสริมการขายใน
รปู แบบต่างๆ อีกมากมาย
นพพร บึกแว่นและคณะ (2561) ได้ศึกษา การออกแบบและพัฒนากระบวนการผลิตสบู่
สมุนไพรกรณีศกึ ษาศนู ย์เรียนรู้โครงการบ้านต่อยอด พบว่า การดำเนนิ งานวิจยั น้ีใช้คอมพิวเตอร์ช่วย
ออกแบบผลิตภัณฑ์สบู่สมุนไพรคอื สบสู่ มนุ ไพรขม้นิ สบ่สู มนุ ไพรทานาคา สบ่สู มุนไพรรังไหม และใช้
คอมพิวเตอร์ชว่ ยออกแบบแม่พิมพ์จำนวน 3 แม่พมิ พ์ ตลอดจนนำเทคโนโลยีเครื่องจักรซีเอ็นซีเข้ามา
ชว่ ยผลิตแม่พมิ พ์ป้มั สบู่สมนุ ไพร ผลการทดสอบดา้ นประสิทธภิ าพของแม่พิมพ์ปมั้ สบู่สมุนไพรพบว่ามี
อัตราการผลิตเฉลยี่ ของสบู่สมนุ ไพรขมน้ิ เท่ากบั 239 กอ้ นต่อชั่วโมง หรอื 31,548 กอ้ นต่อเดือนอัตรา
ของเสียมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 18 ก้อนต่อชั่วโมง อัตราการผลิตเฉล่ียของสบู่สมุนไพรทานาคาเท่ากับ228
กอ้ นตอ่ ช่ัวโมง หรือ 30,096 ก้อนต่อเดอื น อัตราของเสียมคี ่าเฉลี่ยเท่ากับ 24 ก้อนตอ่ ช่ัวโมงและอตั รา
การผลติ เฉลยี่ ของสบู่สมุนไพรรงั ไหมเท่ากับ 231 กอ้ นต่อช่ัวโมง หรือ 30,492 ก้อนต่อเดอื นอตั ราของ
13
เสยี มีคา่ เฉล่ียเท่ากับ 22 ก้อนตอ่ ชว่ั โมง เมอ่ื เปรยี บเทยี บอัตราผลิตสบขู่ องศนู ย์เรยี นรู้มีอัตราการผลิต
เฉล่ียเทา่ กับ 12,188 กอ้ นตอ่ เดอื นกับกระบวนการผลิตท่ีพัฒนามีอตั ราการผลิตเฉลี่ย 30,712ก้อนต่อ
เดือน ทาให้ประสิทธิภาพของอัตราการผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 152.0 ด้านการประเมินความพึง
พอใจในผลิตภัณฑ์สบู่สมุนไพรโดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 20 คน
พบว่ามีผลการประเมินสบู่สมุนไพรขมิ้นอยู่ในระดับดี (X̅ = 4.50, S.D.= 0.52) ผลการประเมินสบู่
สมุนไพรทานาคาอยู่ในระดับดี ( X=̅ 4.32, S.D.= 0.49) และผลการประเมินสบู่สมุนไพรรังไหมอยู่ใน
ระดบั ดี (X̅ = 4.40, S.D.=0.52
นงเยาว์ เทพยา (2559) ได้ศึกษา ความมหัศจรรย์ของสบู่สมุนไพร พบว่า สบู่ เป็น
เครื่องสำอางชนิดหนึ่งที่ใช้ในการทำความสะอาดร่างกาย เดิมใช้เพื่อทำความสะอาดร่างกายเท่านนั้
ปัจจุบันกระบวนการผลิตสบู่มีการเพมิ่ ส่วนผสมอ่ืน ๆ เพือ่ ใหส้ บู่มีสรรพคุณตรงตามความต้องการของ
ผู้บริโภคมากขึ้น เช่นมีสีสันที่สวยงามน่าใช้ มีกลิ่นหอม และมีสรรพคุณทางยาในทางการค้ามีการใช้
สารสังเคราะห์เพิ่มขน้ึ ทำให้ผลติ ภัณฑน์ ่าใช้ บรรจภุ ณั ฑ์สวยงามแต่แฝงไปดว้ ยสารเคมีท่ีเป็นอันตราย
มพี ษิ ตกค้างและราคาสูง ปจั จบุ นั นยิ มใชพ้ ืชสมนุ ไพรท่มี ีอยูใ่ นธรรมชาติมาเป็นสว่ นผสมเพิม่ เติม ในสบู่
แทนการใช้สารเคมีสังเคราะห์ พืชสมุนไพรที่ใช้มีสารสำคัญและมีสรรพคุณทางยา เช่น มีน้ำมันหอม
ระเหยที่มีกลิ่นเฉพาะใช้ในการบำบัดโรค มีสีสันสวยงาม หาง่ายราคาถูก ประหยัด ปลอดภัย ไร้สาร
สังเคราะห์ และไม่มีพิษตกค้าง ทำให้สบู่สมุนไพรที่ผลิตขึ้นจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมีคุณลักษณะ
เฉพาะที่หลากหลาย จึงเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของสบู่สมุนไพรที่มคี ุณค่ายิ่งของภูมิ
ปญั ญาไทย
รักฤดี สารธิมา และ ผศ.ศรัณยู ค าเมือง (2558) ได้ศึกษา สบู่สมุนไพรมะม่วงขมิ้น พบว่า
จากสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระและต้านแบคทีเรียได้เป็นอย่างดีของสารสกัดมะม่วงและ
สรรพคุณในการบ ารุงผิวพรรณของสมุนไพรอื่นๆ เช่น ขมิ้น ไพล น ้าผึ้ง เป็นต้น ท าให้ได้เป็นสบู่
สมุนไพรท่สี ามารถช าระล้างสิ่งสกปรกปอ้ งกนั เช้ือโรคทางผวิ หนังและช่วยฟืน้ ฟบู ารงุ ผิวพรรณได้เป็น
อย่างดีเป็นการเพม่ิ มูลคา่ ให้แก่สมุนไพรไทย
14
บทท่ี 3
วธิ ีการดำเนินโครงการ
การวิจัยสง่ิ ประดิษฐด์ ้านผลติ ภณั ฑ์ทำความสะอาดรา่ งกาย เร่อื ง สบจู่ ากสมนุ ไพร ในครัง้ น้ี
คณะผู้วจิ ัยไดด้ ำเนินการวจิ ัยดงั รายละเอียดต่อไปนี้
วัสดุทใี่ ช้ในการค้นคว้า
1. เบสสบู่
2. สารเพม่ิ ฟอง
3. ผงขมน้ิ ทานาคา และไพล
4. น้ำผ้งึ
5. น้ำเปลา่
อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการคน้ คว้า
1. เตาไมโครเวฟ
คอื คลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าท่มี คี วามยาวชว่ งคล่ืนสน้ั มาก เตาอบทใ่ี ชไ้ มโครเวฟทำให้เกิดพลังงาน
ความร้อน ทำให้อาหารสุก เรยี กเตม็ ๆ วา่ เตาไมโครเวฟ
2. เครือ่ งช่งั ดิจิตอล
คือ เครอ่ื งชงั่ นำ้ หนักทแี่ สดงผลเปน็ ตวั เลขผ่านหนา้ จอ สามารถแสดงผลจุดทศนิยมไดล้ ะเอียด
มีทั้งแบบทศนยิ ม 2, 3 และ 4 ตำแหนง่ ซง่ึ เหมาะสำหรังการช่งั ทต่ี อ้ งการความละเอียดสูง
3. ถ้วยเซรามิก
คอื ถ้วยทีถ่ ูกผลิตขึ้นมาจากดินเซรามกิ ทม่ี ีสขี าว นำมาปั้นออกใหไ้ ด้ตามรปู ทรงเปน็ ถ้วย
ตามท่ีต้องการ แล้วนำดนิ เหลา่ น้ันไปอบเผาดว้ ยอุณหภูมิทีส่ งู มากๆ จากนั้นก็จะได้ถว้ ยเซรามกิ
4. ไม้พาย
คือ อปุ กรณท์ ่ีมกี ารผลิตและออกแบบใหส้ ามารถนำไปใชง้ านได้หลากหลายประเภทไมว่ ่าจะ
ใช้ในการทำขนมทำอาหาร รวมถงึ ใช้ในหอ้ งปฏิบัติการเคมี งานทางการแพทย์ เปน็ ต้น
5. ชอ้ นตวง, ช้อนเล็ก
คอื ช้อนตวง ใช้ตวงวัตถุดิบ เช่น ผงฟู โดยทว่ั ไปมี 4 ขนาด คือ ¼ ชอ้ นชา , ½ ช้อนชา , 1
ช้อนชา , 1 ช้อนโต๊ะ มที ัง้ แบบพลาสตกิ สแตนเลส อะลมู ิเนยี ม และกระเบอื้ ง
15
6. ถ้วยเลก็
คือ ภาชนะก้นลกึ สำหรับใส่นำ้ หรือของบริโภค มีหลายขนาด.
7. แมพ่ ิมพ์
คือ สิ่งท่เี ปน็ ต้นแบบ เชน่ แมพ่ มิ พ์ตวั หนงั สือ แมพ่ ิมพ์ขนม แมพ่ มิ พ์สบู่ เป็นต้น
ข้นั ตอนการผลิต
1. จดั เตรียมสว่ นสผมต่างๆ (ขม้นิ ทานาคา ไพล น้ำผึ้ง สารเพิม่ ฟอง)
2. นำเบสสบู่ไปชัง่ ให้ไดน้ ้ำหนกั ตามท่ีต้องการ และนำเบสสบไู่ ปละลาย
3. เมือ่ ละลายสบเู่ สร็จแล้ว นำสว่ นผสมมาผสมใหเ้ ขา้ กนั
3. เมอื่ ผสมเขา้ กนั แลว้ นำมาเทลงพิมพ์ และนำสเปรยแ์ อลกอฮอล์มาฉีดไล่ฟองอากาศ
4. พกั ตวั สบทู่ ี่เทลงพิมพ์ไว้ใหเ้ ย็น หรอื จนกวา่ จะเซ็ตตวั
5. นำสบู่ออกจากพมิ พ์
การพฒั นาผลิตภัณฑ์
การทดลองสูตรที่ 1 การหาสูตรมาตรฐานในการผลิตสบู่สมุนไพร มีการดัดแปลงสูตรจาก
สูตรการทำสบู่ทั่วไปโดยมีการใช้สมุนไพรจากธรรมชาติเป็นส่วนผสมหลัก และเตรียมส่วนผสมดัง
ตารางที่ 3.1 จากนั้นชั่งเบสสบู่ 250 กรัม ละลายโดยการนำใส่ถ้วยเซรามิกแล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟ
กลางตัง้ เวลาประมาณ 30 – 40 วนิ าที และผสมสว่ นผสมท่เี ตรยี มไว้โดยมี สารเพ่ิมฟอง 1 ช้อนโตะ๊ ผง
ขมิ้น 1 ช้อนชา ผงทานาคา 1 ช้อนชา ผงไพล 1 ช้อนชา และน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนให้เข้าเป็นเนื้อ
เดียวกันแลว้ คอ่ ยๆ เทใส่แม่พมิ พ์ และพักให้เยน็ จากน้ันสังเกตลกั ษณะของสบไู่ ดแ้ ก่ สี กลิ่น ฟองขณะ
ใช้ และบันทึกผลการทดลอง และสรุปสูตรมาตรฐานในการผลิตสบู่
ตารางท่ี 3.1 สตู รการผลิตสบู่สมนุ ไพร สตู รท่ี 1
ส่วนผสม นำ้ หนักสว่ นผสม
1. เบสสบู่ 250 กรัม
2. สารเพ่มิ ฟอง 1 ชอ้ นโต๊ะ
3. ผงขมน้ิ 1 ช้อนชา
4. ผงทานาคา 1 ช้อนชา
5. ผงไพล 1 ชอ้ นชา
6. น้ำผึง้ 1 ชอ้ นชา
16
การทดลองสูตรที่ 2 การหาสูตรมาตรฐานในการผลิตสบู่จากสมุนไพร ทางผู้วิจัยได้ทำการ
พัฒนาสูตรจากสูตรที่ 1 และเตรียมส่วนผสมดังตารางท่ี 3.2 ในสูตรที่ 2 มีการนำผงสมุนไพรทั้ง 3
ชนิดมาผสมกบั น้ำเปล่า ในอัตราส่วน 1:1 จากน้ันชงั่ เบสสบู่ 250 กรมั ละลายโดยการนำใส่ถ้วยเซรา
มิกแล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟกลางตัง้ เวลาประมาณ 30 – 40 วนิ าที และผสมสว่ นผสมท่ีเตรียมไว้โดยมี
สารเพิ่มฟอง 1 ช้อนโตะ๊ ตามดว้ ยนำ้ สมนุ ไพรแตล่ ะชนิด ¼ ชอ้ นชา ใสจ่ ำนวน 2 ช้อน และคนให้เข้า
เป็นเนื้อเดียวกันแล้วคอ่ ยๆ เทใส่แม่พิมพ์ และพักให้เย็น จากนั้นสังเกตลักษณะของสบู่ได้แก่ สี กล่ิน
ฟองขณะใช้ และบันทกึ ผลการทดลอง และสรุปสูตรมาตรฐานในการผลติ สบู่
ตารางท่ี 3.2 สตู รการผลติ สบู่จากสมุนไพร สตู รท่ี 2
ส่วนผสม น้ำหนกั ส่วนผสม
1. เบสสบู่ 250 กรัม
2. สารเพมิ่ ฟอง 1 ช้อนโตะ๊
3. นำ้ ผงขมน้ิ ¼ ช้อนชา 2 ชอ้ น
4. นำ้ ผงทานาคา ¼ ช้อนชา 2 ชอ้ น
5. นำ้ ผงไพล ¼ ชอ้ นชา 2 ชอ้ น
การทดลองสูตรที่ 3 การหาสูตรมาตรฐานในการผลิตสบู่จากสมุนไพร ทางผู้วิจัยได้ทำการ
พัฒนาสูตรจากสูตรที่ 2 และเตรียมส่วนผสมดังตารางท่ี 3.3 ในสูตรที่ 3 มีการนำผงสมุนไพรทั้ง 3
ชนดิ มาผสมกบั น้ำเปล่า ในอตั ราสว่ น 1:1 จากนั้นชัง่ เบสสบู่ 250 กรัม ละลายโดยการนำใส่ถ้วยเซรา
มกิ แล้วนำเขา้ ไมโครเวฟไฟกลางตั้งเวลาประมาณ 30 – 40 วินาที และผสมส่วนผสมที่เตรียมไว้โดยมี
สารเพิม่ ฟอง 1 ช้อนโตะ๊ ตามด้วยน้ำสมนุ ไพรแต่ละชนิดชนิด ¼ ช้อนชา น้ำผง้ึ ¼ ชอ้ นชา และคนให้
เข้าเป็นเนื้อเดียวกันแล้วค่อยๆ เทใส่แม่พิมพ์ และพักให้เย็น จากนั้นสังเกตลักษณะของสบู่ได้แก่ สี
กลิ่น ฟองขณะใช้ และบนั ทกึ ผลการทดลอง และสรุปสูตรมาตรฐานในการผลติ สบู่
ตารางท่ี 3.3 สูตรการผลติ สบูจ่ ากสมนุ ไพร สตู รที่ 3
ส่วนผสม นำ้ หนกั สว่ นผสม
1. เบสสบู่ 250 กรัม
2. สารเพ่มิ ฟอง 1 ช้อนโตะ๊
3. น้ำผงขมิ้น ¼ ช้อนชา
4. นำ้ ผงทานาคา ¼ ชอ้ นชา
5. นำ้ ผงไพล ¼ ช้อนชา
6. น้ำผง้ึ ¼ ชอ้ นชา
17
การทดลองสูตรที่ 4 การหาสูตรมาตรฐานในการผลิตสบู่จากสมุนไพร ทางผู้วิจัยได้ทำการ
พัฒนาสูตรจากสูตรที่ 3 และเตรียมส่วนผสมดังตารางที่ 3.4 ในสูตรที่ 4 มีการนำผงสมุนไพรแต่ละ
ชนิดมาผสมกับนำ้ เปล่า ในอัตราสว่ นต่อนำ้ ดงั นี้ ผงขม้ิน 1:3 ผงทานาคา 1:1 และผงไพล 1:3 จากนั้น
นำน้ำสมุนไพรแต่ละชนิด จำนวน ½ ช้อนชามาผสมให้เข้ากันทั้ง 3 ชนิด และชั่งเบสสบู่ 400 กรัม
ละลายโดยการนำใสถ่ ้วยเซรามกิ แล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟกลางตัง้ เวลาประมาณ 30 – 40 วินาทีหรอื
จนกว่าจะละลาย และผสมส่วนผสมท่ีเตรียมไว้โดยมี สารเพิ่มฟอง 2 ชอ้ นโต๊ะ นำ้ สมนุ ไพรที่ผสมไว้ 1
ช้อนโต๊ะ และคนใหเ้ ขา้ เป็นเนอ้ื เดียวกนั แลว้ คอ่ ยๆ เทใส่แม่พมิ พ์ และพกั ให้เยน็ จากนัน้ สังเกตลกั ษณะ
ของสบู่ได้แก่ สี กลิ่น ฟองขณะใช้ และบนั ทกึ ผลการทดลอง และสรุปสูตรมาตรฐานในการผลิตสบู่
ตารางที่ 3.4 สูตรการผลิตสบู่จากสมนุ ไพร สตู รที่ 4
ส่วนผสม นำ้ หนกั ส่วนผสม
1. เบสสบู่ 400 กรมั
2. สารเพิม่ ฟอง 2 ช้อนโตะ๊
2. น้ำสมนุ ไพร (น้ำสมุนไพรแต่ 1 ช้อนโตะ๊
ละชนดิ ท่ีผสมกันแลว้ ตาม
อัตราสว่ น)
18
การพฒั นาตราผลติ ภณั ฑ์
ภาพตราผลิตภณั ฑ์
ภาพ 3.1 ตราผลิตภัณฑ์ครั้งที่ 1
ปัญหาของตราผลติ ภณั ฑ์
1. ตราผลิตภณั ฑ์มขี นาดเลก็ ไม่เป็นเอกลักษณ์ และมองเหน็ ไดไ้ มช่ ดั เจนเม่ือนำมาตดิ กับตวั
บรรจภุ ณั ฑ์เดิม
แนวทางการพัฒนา
1. ปรับเปล่ียนตราผลิตภณั ฑ์ใหม้ ีขนาดท่ีพอดี เป็นเอกลกั ษณ์ และสามารถมองเห็นไดช้ ดั เจน
เมอ่ื นำมาติดกับบรรจภุ ัณฑ์
ภาพตราผลติ ภณั ฑ์
ภาพ 3.2 ตราผลติ ภณั ฑ์ ครัง้ ท2่ี
ปัญหาของตราผลิตภัณฑ์
1. ตวั หนังสือหรือชอื่ ของผลติ ภัณฑม์ ขี นาดเล็ก และมองเห็นไดไ้ มช่ ัดเจนเม่ือนำมาติดกับตัว
บรรจภุ ัณฑ์
19
แนวทางการพฒั นา
1. ปรับเปลี่ยนช่อื ผลิตภัณฑ์และตราผลิตภัณฑ์ ให้เปน็ เอกลักษณ์ และสามารถมองเหน็ ได้
ชัดเจนเม่ือนำมาตดิ กับบรรจุภัณฑ์
ภาพตราผลติ ภัณฑ์
ภาพ 3.3 ตราผลติ ภัณฑ์ ครงั้ ท3่ี
ปัญหาของตราผลิตภัณฑ์
1. ตราผลิตภัณฑม์ ีความเรยี บง่าย เมื่อนำไปตดิ กับตัวบรรจุภัณฑ์ทำใหไ้ ม่มีความโดดเด่น และ
รปู ทรงไมเ่ ข้ากบั ตัวบรรจุภัณฑ์
แนวทางการพัฒนา
1. ปรับเปลย่ี นสี และรปู ทรงของตราผลิตภัณฑ์ใหเ้ ข้ากบั ตัวบรรจุภณั ฑ์ ใหม้ ีความพอดีไมโ่ ดด
เดน่ หรือเรียบง่ายจนเกนิ ไป
การวิเคราะหข์ อ้ มูล
นำสบู่สมุนไพรที่ผลิตได้มาทำการประเมินการยอมรับคุณภาพ ได้แก่ คุณภาพด้านสี กล่ิน
เนอ้ื สัมผสั ฟองขณะใช้งาน และความชอบโดยรวม แลว้ นำไปวเิ คราะห์ข้อมลู ทางสถติ ิโดยหาคา่ เฉลี่ย
ในการทดสอบการยอมรับคณุ ภาพของผู้ทดลองใชส้ บสู่ มุนไพร แบ่งเปน็ 5 ระดับ ดงั น้ี
5 = ชอบมากทีส่ ดุ
4 = ชอบมาก
3 = ชอบปานกลาง
2 = ไมช่ อบ
1 = ไม่ชอบทีส่ ุด
20
บทที่ 4
ผลการดำเนนิ งานโครงการ
จากการพัฒนาสูตรและทำการทดลองผลิตสบู่สมุนไพร ผลการดำเนินงานโครงการในครง้ั น้ี ผรู้ ายงาน
ไดน้ ำเสนอผลงานการดำเนินงานออกเปน็ 3 สว่ น ดงั น้ี
ส่วนท่ี 1 การพฒั นาผลติ ภัณฑ์สบู่สมนุ ไพร
สว่ นที่ 2 การพัฒนาบรรจุภณั ฑ์
สว่ นท่ี 3 การพัฒนาตราสินค้า
ส่วนท่ี 1 การพัฒนาผลิตภัณฑส์ บสู่ มุนไพร ทดลองใช้
ตารางที่ 4.1 ลักษณะของสบ่สู มุนไพรทใ่ี ช้ปรมิ าณส่วนผสมทีต่ ่างกนั
สูตร สี กลน่ิ
สนี ำ้ ตาลเขม้ มีกล่นิ ของ สบู่ไม่ค่อยมีฟอง มเี นอื้
ไม่คอ่ ยใส สมนุ ไพร สัมผสั ทไ่ี ม่เหลว ล้างสบู่
ออกไดย้ ากเลก็ น้อย เนอ้ื
ภาพ 4.1 สตู รที่ 1 สมั ผสั ของสบู่มคี วามหยาบ
บาดผิวเลก็ นอ้ ย
สนี ้ำตาลเขม้ มีกล่นิ ของ สบ่ไู มค่ อ่ ยมฟี อง มเี นื้อ
มีความใส สมนุ ไพร สมั ผสั ที่ไมเ่ หลว ล้างสบู่
เลก็ นอ้ ย เล็กนอ้ ย ออกไดย้ ากเล็กน้อย เน้ือ
สมั ผสั ของสบู่มคี วามลืน่ ไม่
ภาพ 4.2 สูตรท่ี 2
สบายผิว
สนี ำ้ ผง้ึ มีกลนิ่ ของ สบไู่ มค่ ่อยมีฟอง มเี นอื้
มีความใส สมนุ ไพร สัมผัสทไ่ี ม่เหลว ล้างสบู่
เลก็ นอ้ ย ออกได้ยากเล็กน้อย เนอ้ื
สัมผัสของสบู่มีความ
ภาพ 4.3 สตู รที่ 3
ละเอยี ด ไมบ่ าดผิว
21
สบ่มู ีฟองนุ่มนา่ ใช้ มีเนอ้ื
สนี ำ้ ผึง้ เข้ม มกี ลิ่นของ สมั ผสั ที่ไมเ่ หลว ล้างสบู่
เล็กนอ้ ย มี สมุนไพร ออกได้งา่ ยขึ้น เนือ้ สมั ผัส
ความใส พอประมาณ ของสบมู่ ีความนมุ่ ละเอยี ด
ภาพ 4.4 สตู รที่ 4 ไมบ่ าดผวิ
จากตารางที่ 4.5 พบวา่ สตู รที่ 4 ทำให้ได้สบจู่ ากสมุนไพรทม่ี ีมาตรฐานมคี ุณลักษณะท่ีดีทีส่ ุด คือ สบู่มี
สนี ้ำผ้ึงเข้มเลก็ น้อย มคี วามใสทำใหน้ ่าใช้ มกี ลน่ิ ของสมนุ ไพรทพ่ี อประมาณไม่จางไปหรือแรงไป และ
สบู่ยงั มีฟองน่มุ นา่ ใช้ มีเน้อื สัมผัสที่ไม่เหลว ล้างออกได้ง่าย มีเนื้อสัมผสั ที่ดี ละเอียดไม่บาดผิวอกี ด้วย
สว่ นท่ี 2 การพฒั นาบรรจุภัณฑ์
ภาพ 4.5 บรรจุภณั ฑท์ ี่พฒั นาแล้ว
บรรจภุ ัณฑ์มลี กั ษณะเป็นกล่องสี่เหลีย่ มท่มี ขี นาดพอดีกบั ตัวผลติ ภัณฑ์ ด้านนอกมีความโดด
เด่นเพราะสามารถมองเห็นสบู่ผ่านทางพลาสติกใสตรงตัวกล่องได้ สว่ นด้านในมีกระดาษสำหรับรอง
ตัวสบู่ และมีถงุ ตีฟองแถมให้อกี ดว้ ย
22
ส่วนที่ 3 ผลการพัฒนาตราผลิตภณั ฑ์ Skin Soap (สกนิ โซป)
ภาพ 4.6 ตราผลติ ภณั ฑ์ท่พี ฒั นาแลว้
พฒั นาตราผลติ ภัณฑ์ให้มคี วามเปน็ เอกลกั ษณ์ มีสัญลักษณ์สบู่ตรงกลางทำใหเ้ ป็นจุดเด่น และ
ปรบั เปลย่ี นช่ือผลิตภัณฑเ์ ป็นชื่อท่ีจำได้ง่าย มที ัง้ ภาษาองั กฤษและภาษาไทย เป็นตราผลิตภัณฑ์ท่ีไม่
เรยี บง่ายและไมโ่ ดดเด่นจนเกนิ ไป องคป์ ระกอบโดยรวมแล้วเหมาะสมกบั ตวั บรรจภุ ัณฑแ์ ละตวั
ผลิตภัณฑอ์ ีกด้วย
23
บทที่ 5
สรปุ ผลการดำเนินโครงการ และข้อเสนอแนะ
การดำเนนิ โครงงานสิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภณั ฑ์ทำความสะอาดร่างกาย เรอ่ื ง สบสู่ มุนไพร ใน
ครั้งน้ี สามารถสรปุ ผลการวจิ ัย อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ ดงั น้ี
สรุปผลการวจิ ยั
1. ผลการศกึ ษาสูตรท่เี หมาะสมในการผลิตสบู่จากสมนุ ไพร พบว่าสตู รทเี่ หมาะสมในการผลิต
สบู่จากสมุนไพร คือ การนำผงสมุนไพรแต่ละชนิดมาผสมกับน้ำเปล่า ในอัตราส่วนดังนี้ ผงขมิ้น 1:3
ผงทานาคา 1:1 และผงไพล 1:3 จากนั้นนำนำ้ สมนุ ไพรแต่ละชนิด จำนวน ½ ช้อนชามาผสมให้เข้ากัน
ทงั้ 3 ชนดิ และช่ังเบสสบู่ 400 กรัม ละลายโดยการนำใส่ถว้ ยเซรามกิ แล้วนำเขา้ ไมโครเวฟไฟกลางตั้ง
เวลาประมาณ 30 – 40 วนิ าทีหรอื จนกว่าจะละลาย และผสมสว่ นผสมที่เตรียมไว้โดยมี สารเพิ่มฟอง
2 ช้อนโตะ๊ นำ้ สมุนไพรทีผ่ สมไว้ 1 ชอ้ นโตะ๊ และคนให้เข้าเป็นเนอื้ เดียวกนั
2. ผลการพัฒนาสตู รที่เหมาะสมของสบู่จากสมุนไพร พบว่า สูตรมาตรฐานของสบจู่ าก
สมุนไพร ประกอบดว้ ย เบสสบู่ 400 กรมั สารเพิม่ ฟอง 2 ชอ้ นโต๊ะ และน้ำสมุนไพร (นำ้ สมุนไพรแต่
ละชนดิ ท่ผี สมกนั แลว้ ตามอตั ราส่วน) 1 ชอ้ นโตะ๊ มีคณุ ลักษณะท่ดี ที ่ีสดุ คือ สบมู่ สี ีนำ้ ผง้ึ เข้มเลก็ นอ้ ย มี
ความใสน่าใช้ มกี ลิน่ ของสมนุ ไพรทีพ่ อประมาณไมจ่ างจนเกินไปหรอื แรงจนเกนิ ไป และสบูย่ ังมีฟอง
นมุ่ นา่ ใช้ มีเน้ือสัมผัสทีไ่ ม่เหลว ล้างออกได้งา่ ยอกี ดว้ ย ทำใหผ้ ู้บรโิ ภคสนใจผลติ ภัณฑส์ บ่จู ากสมุนไพร
เป็นอยา่ งมาก
การอภปิ รายผล
สบูจ่ ากสมนุ ไพร เริม่ แรกได้ดำเนนิ การทดลองโดยการพัฒนาจากสตู รการทำสบู่มาตรฐานซึ่ง
ประกอบด้วย เบสสบู่ 250 กรมั สารเพม่ิ ฟอง 1 ช้อนโตะ๊ ผงขม้นิ 1 ช้อนชา ผงทานาคา 1 ชอ้ นชา ผง
ไพล 1 ช้อนชา และน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา แต่ได้สบู่ที่ยังไม่ได้มาตรฐานพอ จึงมีการพัฒนาสูตรการทำสบู่
จากสมุนไพรมาจนได้สูตรมาตรฐานซึ่งประกอบ เบสสบู่ 400 กรัม สารเพิ่มฟอง 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำ
สมุนไพร (น้ำสมุนไพรแต่ละชนิดที่ผสมกันแล้วตามอัตราส่วน) 1 ช้อนโต๊ะ สบู่ที่ผลิตออกมาจึงมี
มาตรฐานและมีคุณลักษณะท่ีดีทส่ี ุด ทำใหม้ คี ะแนนความชอบ ดา้ นผลิตภัณฑ์ (Product) โดยรวมอยู่
ในระดับชอบมาก ด้านราคา (Price) โดยรวมอยู่ในระดับชอบมาก ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย
(Place) โดยรวมอยู่ในระดับชอบมาก และด้านการส่งเสริมการตลาด (Promotion) ) โดยรวมอยู่ใน
ระดบั ชอบมาก
24
ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงงาน
ปัญหาและอปุ สรรคท่ีพบในการดำเนินการผลิตสบู่สมนุ ไพรมีหลากหลายเน่ืองจากผู้จัดทำไม่
เคยได้ทดลองทำสบู่สมนุ ไพรมากอ่ น จึงจะมีปัญหาในเร่ืองของ
1. ขน้ั ตอนการละลายเบสสบู่ การละลายเบสสบู่จะต้องใชอ้ ุณภูมิท่ีเหมาะสม หากมีอุณภูมิที่
สูงจนเกนิ ไปทำให้ข้นั ตอนการผสมส่วนผสมเบสสบู่จะมกี ารจับตวั กนั อย่างรวดเร็วทำให้เกิดอุปสรรคใน
การผสมสว่ นผสม และได้สบูท่ มี่ เี นื้อไม่ละเอียด
2. ขั้นตอนการเทสบู่ลงพิมพ์ การเทสบู่ลงพิมพ์จะต้องเทโดยไม่ทำให้สบู่มีฟองอากาศ หาก
เบสสบู่จับตัวกันเป็นก้อนทำให้ขณะที่เทลงพิมพ์จะทำให้สบู่มีเนื้อท่ีไม่ละเอียด และมีผิวสัมผัสท่ีไม่
เรยี บเนียน เนอ่ื งจากมีฟองอากาศ
ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจยั ไปใช้
1. กอ่ นทจ่ี ะละลายเบสสบคู่ วรจะห่นั ให้เปน็ ชิ้นเลก็ ๆ เพอื่ ให้สามารถละลายได้งา่ ยและรวดเร็ว
2. หลังจากที่เทสบู่ลงพิมพ์แล้ว หากหน้าสบู่ขึ้นเป็นฟองควรรีบนำสเปยแอลกอฮอมาฉีดเพอื่
ไลฟ่ องอากาศหน้าสบู่
ขอ้ เสนอแนะในการทำวจิ ยั ครัง้ ตอ่ ไป
ผ้สู นใจควรทีจ่ ะต่อยอดดว้ ยการนำสมุนไพรชนิดอืน่ มาศกึ ษา เพอ่ื หาแนวทางการผลิตสบู่จาก
สมุนไพรหลากหลายชนิด และใช้ประโยชน์จากสมุนไพรพื้นบ้านให้กว้างขวางและแพร่หลายยิ่งขึ้น
ตอ่ ไป
25
บรรณานุกรม
https://www.gangbeauty.com/113884
https://hd.co.th/turmeric
https://hd.co.th/thanakha
https://medthai.com/%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a5/
ภาคผนวก ก
จัดเตรียมส่วนผสมในสูตรที่ 4 นำผงสมุนไพรแต่ละชนดิ มาผสมกับน้ำเปลา่ ในอัตราส่วนตอ่
น้ำ ดังนี้ ผงขมิ้น 1:3 ผงทานาคา 1:1 และผงไพล 1:3 จากนั้นนำน้ำสมุนไพรแต่ละชนิด จำนวน ½
ชอ้ นชา มาผสมให้เข้ากันท้ัง 3 ชนิด
ชั่งเบสสบู่ 400 กรัม ละลายโดยการนำใส่ถ้วยเซรามิกแล้วนำเข้าไมโครเวฟไฟกลางตั้งเวลา
ประมาณ 30 – 40 วินาทีหรือจนกว่าจะละลาย และผสมส่วนผสมที่เตรียมไว้โดยมี สารเพิ่มฟอง 2
ช้อนโต๊ะ นำ้ สมนุ ไพรท่ผี สมไว้ 1 ชอ้ นโตะ๊
คนให้เข้าเปน็ เนื้อเดยี วกนั แล้วค่อยๆ เทใส่แม่พมิ พ์ นำสเปรย์แอลกอฮอล์มาฉดี ไล่ฟองอากาศ
และพกั สบู่ไว้ใหเ้ ยน็ หรือจนกวา่ จะเซ็ตตัว
ภาคผนวก ข
ภาคผนวก ค
ประวัติ
ชอ่ื -สกุล นางสาว กมลชนก ปณุ ณะภุม
เกดิ เมอ่ื 29 สงิ หาคม 2545
ประวตั ิการศกึ ษา อนุบาล โรงเรียนวัดเสดจ็
ประถมศึกษา โรงเรยี นวัดเสดจ็
มัธยมศกึ ษา โรงเรียนเสดจ็ วนชยางค์กูลวิทยา
ประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาลำปาง
ประกาศรบั บัตรวชิ าชพี ชัน้ สงู (ปวส.) วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาลำปาง
ประวตั กิ ารฝึกงาน รา้ นข้าวแตน๋ ของฝากลำปาง
ประวัติ
ชอื่ -สกลุ นางสาว เกษรา แสนวงศ์
เกดิ เมอื่ 8 กนั ยายน 2545
ประวตั ิการศกึ ษา อนุบาล โรงเรียนแมอ่ าง
ประถมศกึ ษา โรงเรยี นแม่อาง
มธั ยมศึกษา โรงเรยี นเสดจ็ วนชยางคก์ ลู วทิ ยา
ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.) วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาลำปาง
ประกาศรบั บตั รวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาลำปาง
ประวตั ิการฝึกงาน ร้านกลน่ิ กร่นุ วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาลำปาง
ประวัติ
ชอ่ื -สกลุ นางสาว จิรารตั น์ การเร่ง
เกดิ เมอ่ื 29 มกราคม 2546
ประวตั ิการศกึ ษา อนบุ าล โรงเรยี นบ้านสบค่อม
ประถมศึกษา โรงเรียนบ้านสบคอ่ ม
มธั ยมศึกษา โรงเรยี นเตรยี มอดุ มศกึ ษาพัฒนาการเขลางคน์ คร
ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี (ปวช.) วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาลำปาง
ประกาศรับบตั รวชิ าชพี ชนั้ สงู (ปวส.) วิทยาลัยอาชวี ศึกษาลำปาง
ประวตั กิ ารฝึกงาน ศูนยป์ ฏบิ ตั ิการฝึกวชิ าชีพดา้ นการตลาด อาชีวศกึ ษาลำปาง
ประวตั ิ
ชอ่ื -สกลุ นางสาว ณฐพร จันตะ๊ วัง
เกดิ เม่ือ 17 มีนาคม 2546
ประวัติการศึกษา อนุบาลศกึ ษา โรงเรียนณฐั บรรจงวิทยา
ประถมศึกษา โรงเรียนณัฐบรรจงวทิ ยา
มัธยมศกึ ษา โรงเรยี นณฐั บรรจงวทิ ยา
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาลำปาง
ประกาศรบั บตั รวชิ าชีพชน้ั สงู (ปวส.) วิทยาลยั อาชวี ศึกษาลำปาง
ประวตั ิการฝึกงาน ศนู ยป์ ฏบิ ตั ิการฝึกวชิ าชพี ดา้ นการตลาด อาชีวศึกษาลำปาง
ประวัติ
ชือ่ -สกลุ นางสาว ตะวนั ไท ชัยชนะ
เกดิ เม่อื 8 มีนาคม 2546
ประวัตกิ ารศึกษา ประถมศึกษา โรงเรยี นอนบุ าลหา้ งฉัตร
มัธยมศกึ ษา โรงเรยี นเตรยี มอุดมศกึ ษาพฒั นาการเขลางค์นคร
ประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาลำปาง
ประกาศรับบัตรวิชาชพี ชน้ั สงู (ปวส.) วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง
ประวตั ิการฝึกงาน โรงแรมลำปางเวียงทอง