คำนำ เด็กปฐมวัย จะต้องได้รับการพัฒนาในหลายด้าน ให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้ หากเราพัฒนาเด็กให้มีทักษะสำคัญอันเป็นพื้นฐานสู่การต่อยอดในอนาคตได้ดีแล้ว เด็กก็จะสามารถเรียนรู้ได้ ด้วยตนเองด้วยวิธีการที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นการ เปิดโอกาสให้เด็กเล็กได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมด้วยตนเอง โดยใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ของเด็ก เด็กได้ลง มือปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ แก้ไขปัญหาจากตัวเด็กเอง โดยมีครู เป็นผู้คอยกระตุ้นเพื่อให้เด็กเกิดความสนใจการเรียนรู้มากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดองค์ความรู้ระยะยาว การทดลอง วิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการแสวงหาความรู้ และค้นคว้า หาคำตอบในสิ่งที่เด็กสงสัยหรือต้องการคำตอบ ซึ่งจะก่อให้เกิดกระบวนการและวิธีการหาคำตอบผ่านกิจกรรมต่างๆและกระบวนการของผู้เรียนเอง ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย มักเกิดความอยากรู้ อยากเห็น มีความคิดการกระทำเป็นของตนเอง ครูควร จัดประสบกรณ์ให้เด็กได้สังเกต ได้สัมผัส ได้ทดลอง เพื่อตอบสนองธรรมชาติของการเรียนรู้ของเด็ก ช่วยให้เด็ก เจริญงอกงามทางปัญญา การได้คิด ได้สังเกต ได้สำรวจ ได้คันคว้าทดลองและปฏิบัติจริงด้วยตนเอง จะช่วยให้ เด็กเกิดการเรียนรู้ มีความเข้าใจในระยะยาวมากยิ่งขึ้น ซึ่งการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์นั้น จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่รวดเร็ว มีพัฒนาการกระบวนการทักษะต่างๆ เช่น ทักษะการคิด วิเคราะห์ รวมไปถึงพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กอีกด้วย ผู้จัดทำขอขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนสงเปลือย ผู้ทรงคุณวุฒิ ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 และคุณครูทุกท่านในระดับชั้นปฐมวัย ที่ให้ คำปรึกษา ให้ข้อแนะนำในการวางแผนการทำงานร่วมกัน ส่งผลให้ข้าพเจ้าประสบผลสำเร็จในการจัดกิจกรรม ดังกล่าวขึ้น จนเป็นที่ยอมรับ สามารถเผยแพร่ เป็นแบบอย่างที่เป็นเลิศได้ (Best Practice) และผลลัพธ์ในการ เรียนรู้ของเด็กประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพึงพอใจ ผู้จัดทำหวังว่า วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในการพัฒนาเด็กปฐมวัย เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ แก่ผู้ที่นำไปใช้ และพัฒนาเด็กในระดับชั้นปฐมวัย ต่อไป จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ อรอุมา เย็นวัฒนา ผู้รายงาน ก
สารบัญ หน้า เรื่อง คำนำ ก สารบัญ ข ชื่อผลงาน 1 ชื่อผู้นำเสนอผลงาน 1 ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ 1 จุดประสงค์ และเป้าหมาย ของการดำเนินงาน 1 ขั้นตอนการดำเนินงาน กระบวนการผลิตผลงาน รูปแบบวิธีการในการพัฒนา การจัดการศึกษาปฐมวัย สู่ความเป็นเลิศ 2 ผลการดำเนินการ / ผลสัมฤทธิ์ / ประโยชน์ที่ได้รับ 4 ปัจจัยความสำเร็จ 6 บทเรียนที่ได้รับ 6 การเผยแพร่ / การได้รับการยอมรับ / รางวัลที่ได้รับ 6 ภาพกิจกรรมการทดลอง 8 ข
1 แนวทางการนำเสนอวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการศึกษาปฐมวัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 ( ครูผู้สอน ) 1. ชื่อผลงาน : การส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านโนนสงเปลือย ด้วย กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย 2. ชื่อผู้นำเสนอผลงาน : นางอรอุมา เย็นวัฒนา ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียน บ้านโนนสงเปลือย สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 ตำบล โนนสัง อำเภอ โนนสัง จังหวัด หนองบัวลำภูรหัสไปรษณีย์39140 โทรศัพท์081-768-5322 E-mail : [email protected] เว็บไซต์โรงเรียน https://www.facebook.com/nonsongpluayschool64/ 3. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ ในการพัฒนาเด็กปฐมวัยในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน หรือ ยุค 4.0 เด็กปฐมวัยจำเป็นที่จะต้องได้รับ การส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาให้มีทักษะในการสร้างผลงานหรือนวัตกรรมได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของครูผู้สอนที่ จะต้องพัฒนาเด็กให้มีคุณลักษณะ 4 ประการ คือ การคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์การคิดผลิตภาพและ การคิดรับผิดชอบ ในการที่จะพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีคุณลักษณะดังกล่าวนั้น จะต้องพัฒนาให้เด็กสร้างความรู้ ด้วยตนเองจากการลงมือกระทำ ได้ปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรม โดยมีสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ แหล่งเรียนรู้ที่สามารถจับ ต้องได้ มีกระบวนการคิดตามลำดับขั้นตอน และนำความรู้ไปสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานของตนเอง สร้างองค์ ความรู้และประสบการณ์จากการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองจนสามารถนำเสนอผลงานหรือชิ้นงาน ของเด็กได้ ซึ่งการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วย พัฒนาเด็กปฐมวัย ให้มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้านสูงขึ้น ทั้งนี้ การพัฒนาเด็กปฐมวัยจะต้องสอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 ซึ่งเด็กปฐมวัยทุกคนจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างเป็นองค์ รวม โดยพัฒนาอย่างรอบด้านอย่างสมดุล ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 หมวดที่ 1 มาตราที่ 5 ข้อที่ 3 ระบุใจความสำคัญว่า ให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการที่ดีรอบด้านทั้งทางร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย เพื่อให้เกิดทักษะพื้นฐานในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สามารถเรียนรู้อย่างสอดคล้องกับหลักการพัฒนาศักยภาพของแต่ละบุคคลและความต้องการจำเป็นพิเศษ “กระบวนการสืบเสาะ” ในทางวิทยาศาสตร์ การหาคำตอบให้กับคำถาม และการอธิบายปรากฏการณ์ ต่างๆ ได้มาด้วยการค้นหาอย่างมีระบบและมีเป้าหมาย ตามธรรมชาติของเด็กแล้ว เด็กมีทักษะในการสำรวจ โลกของตัวเองอย่างมีระบบ มีการตั้งคำถามเป็นพื้นฐานและใช้เป็นจุดเริ่มต้นของคำถามและการสังเกตด้วย ความสงสัยของพวกเขา โดยกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัยนั้น มีกิจกรรมการทดลองที่หลากหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนา กระบวนการคิดของเด็ก ผนวกกับการพัฒนาพัฒนาการทั้ง 4 ด้านอย่างสัมพันธ์กัน กล่าวคือ ในขณะที่เด็กได้ เรียนรู้และปฏิบัติด้วยตนเอง จะเกิดการพัฒนาทั้งในด้านร่างกาย เช่นการพัฒนาการบังคับกล้ามเนื้อมัดเล็ก และกล้ามเนื้อมัดใหญ่ การหยิบ จับ สัมผัสสิ่งของ การเคลื่อนไหวของร่างกายผ่านกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งเกิด กระบวนการคิด วิเคราะห์ ตามสถานการณ์ที่กำหนดขึ้น ได้รับการพัฒนาในด้านอารมรณ์และสังคม จากการ ทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อนนักเรียน เรียนรู้การปฏิบัติเมื่ออยู่กับผู้อื่น สามารถช่วยเหลือตนเองได้ดีขึ้น เช่น การอาบน้ำ แต่งตัว ใส่รองเท้าเอง เข้าห้องน้ำเอง เด็กเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตัว เพื่อให้สังคมยอมรับ ทำตัวให้เข้า กลุ่มได้ รู้จักแบ่งปัน
2 จากการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักเรียน สังเกตพฤติกรรม วิเคราะห์สภาพปัญหา วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผล ครูผู้สอนได้เห็นถึงสภาพปัญหาที่ควรได้รับการพัฒนาของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านโนน สงเปลือย จำนวน 8 คน จากทั้งหมด 17 คน มีปัญหาทางด้านพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน โดยเฉพาะในด้าน สติปัญญา เด็กไม่สามารถคิด วิเคราะห์ สถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง ไม่สามารถสรุปองค์ความรู้ได้ ด้วยตนเอง ไม่สามารถบอกลักษณะและส่วนประกอบของสิ่งต่างๆ จากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส เปรียบเทียบความแตกต่างหรือความเหมือนของสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งยังไม่สามารถคาดเดาหรือ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง ครูผู้สอนจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย มาจัดกิจกรรม เสริมสร้างประสบการณ์และใช้ในการแก้ไขปัญหาเด็กให้มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ให้สูงขึ้นต่อไป 4. จุดประสงค์ และเป้าหมายของการดำเนินงาน 4.1 จุดประสงค์ 4.1.1 เพื่อพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 4.1.2 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ 4.1.3 เพื่อฝึกฝนให้เด็กกล้าคิด กล้าแสดงออก กล้าลงมือทำด้วยตัวเอง 4.2 เป้าหมายของการดำเนินงาน 4.2.1 นักเรียนชั้นอนุบาล 3 จำนวน 17 คน ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการ ทดลองทางวิทยาศาสตร์ ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย ส่งผล ให้มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน เหมาสมตามวัย 5. ขั้นตอนการดำเนินงาน กระบวนการผลิตผลงาน รูปแบบวิธีการในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย สู่ความเป็นเลิศ 5.1 ศึกษากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กปฐมวัย คือ พระราชบัญญัติการพัฒนา เด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 และ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ 5.2 ศึกษาแนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่ - การจัดประสบการณ์ด้วยกิจกรรมตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย - ทฤษฎีพัฒนาการทางความคิดความเข้าใจของเพียเจต์ (Piaget’s Cognitive Development Theory) ซึ่งจะสอดคล้องกับความต้องการพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็ก - ศึกษาจิตวิทยาด้านความต้องการพื้นฐานของเด็ก เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อม เด็กก่อนที่จะเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น 5.3 นำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕60 ตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์และ หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ของโรงเรียนบ้านโนนสงเปลือย มาวิเคราะห์ในการจัดทำแผนจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัย ที่สอดคล้องและเหมาะสมกับศักยภาพการเรียนรู้ของเด็ก 5.4 วิเคราะห์ผลการประเมินพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 ปีการศึกษา ๒๕๖6 ก่อน การพัฒนาด้วยกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ 5.5 ออกแบบกิจกรรมการจัดประสบการณ์การทดลองเพื่อพัฒนาการพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน ของนักเรียน ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านโนนสงเปลือย โดยมีลำดับขั้นตอน ดังนี้
3 5.5.1 ศึกษาสภาพปัญหาของเด็ก พร้อมทั้งศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ของโรงเรียน 5.5.2 จัดทำแผนจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยมีกิจกรรม ดังนี้ ที่ เนื้อหา กิจกรรม 1 เรื่องน้ำและอากาศ เนินน้ำ 2 เรื่องน้ำและแรงตึงผิวของน้ำ หมุดลอยน้ำ 3 เรื่องน้ำและแรงดันน้ำ ไหลแรงไหลค่อย 4 การละลายและการเปลี่ยนสถานะของสาร การละลายของน้ำตาล 5 เรื่องมวล สสาร และน้ำ น้ำ ทราย และน้ำมัน 6 เรื่องน้ำและแรง ทอร์นาโดในขวด 7 เรื่องน้ำและอากาศ กักน้ำไว้ได้ 8 เรื่องแก๊ส เมล็ดพืชเต้นระบำ 9 เรื่องน้ำและอากาศ ตัวทำละลาย 10 เรื่องน้ำและแรงดันของน้ำ ไข่ลอยน้ำ 5.6 ดำเนินการจัดกิจกรรมทั้ง ๑0 กิจกรรม ต่อเนื่อง ๑0 สัปดาห์โดยจัดกิจกรรมการทดลอง สัปดาห์ละ 1 กิจกรรม โดยครูนำกิจกรรมตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย มาให้ เด็กทำความคุ้นเคยและฝึกสังเกต ครูใช้คำถามนำเพื่อกระตุ้นให้เด็กๆค้นหาคำตอบ และครูอธิบายและสาธิต วิธีการทดลองวันละกิจกรรมทุกวัน โดยให้เด็กลงมือปฏิบัติตามขั้นตอน โดยมีครูกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด กิจกรรม หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมแล้ว นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทดลอง หลังจากนั้น 5.6.1 เด็กนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน 5.6.2 เด็กและครูร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลอง 5.7 ครูผู้สอนดำเนินการรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์ ประเมินผลการพัฒนาของพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของ นักเรียนจากการใช้กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ 5.8 ดำเนินการปรับปรุง แก้ไข และพัฒนากิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในแต่ละกิจกรรมให้ดีขึ้น เหมาะสมกับเด็กมาขึ้น โดยปรับวิธีการ ขั้นตอนให้กระชับ ชัดเจน และเข้าใจง่าย ใช้วัสดุ อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว เน้น การใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดการสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด อีกทั้งยังพัฒนากระบวนการทำงานเป็น กลุ่มของเด็ก ให้มีส่วนร่วม สนใจ ใส่ใจในการทำกิจกรรมมากขึ้น โดยนำเทคนิควิธีการที่เหมาะสมมากระตุ้นเด็ก เช่นการ เคลื่อนไหวเข้าจังหวะประกอบเพลง การเล่นเกม การเล่านิทาน การเล่าเรื่อง การทำกิจกรรม เป็นต้น 5.9 สรุปขั้นตอนการใช้นวัตกรรมสู่วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)ในการพัฒนาเด็ก ได้ดังนี้
4 แผนผังแสดงวิธีการดำเนินงานส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ด้วยกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ตาม โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดับปฐมวัย 6. ผลการดำเนินการ / ผลสัมฤทธิ์ / ประโยชน์ที่ได้รับ 6.1 ผลการดำเนินการ จากการดำเนินงานด้วยกิจกรรมการทดลองตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศ ไทย ระดับปฐมวัย ส่งผลลัพธ์เชิงบวกซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเด็กที่ได้กำหนดไว้โดยเด็กๆได้ ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เรียนรู้ด้วยการคิด วิเคราะห์ แก้ไขปัญหาด้วยตนเองและกิจกรรมกลุ่มร่วมกัน เด็กกล้า พูดมากขึ้น สามารถนำเสนอผลการทดลองได้ดีขึ้น ตรงตามสมมติฐานที่ได้ร่วมกันระดมสมองก่อนทำการ ทดลอง สนทนาและตอบคำถามได้ถึงแม้คำตอบที่ได้จะถูกต้องหรืออาจจะคลาดเคลื่อนบ้าง แต่สิ่งที่ครูผู้สอน สามารถสังเกตพฤติกรรมเด็กได้ชัดเจน คือ เด็กมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการทดลองต่างๆ สามารถเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการทดลองได้อย่างเหมาะสม เกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ สืบเสาะ ประเด็นปัญหาการทดลอง สามารถจินตนาการผลที่จะเกิดขึ้นหลังการทดลองได้อย่างมีเหตุผล รวมไป ถึงมีความกล้าแสดงออกในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการทดลอง สามารถร่วมกันบันทึกผลการทดลองได้อย่าง เหมาะสม นักเรียนส่วนใหญ่มีความมั่นใจในการนำเสนอผลงาน ร่วมงานกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข มีความอดทน และรอคอย ชื่นชมและเห็นคุณค่าของผลงานของตัวเองและผู้อื่น 6.2 ผลสัมฤทธิ์ จากการประเมินพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 จำนวน 17 คน ในปีการศึกษา 2566 พบว่าผลการประเมินพัฒนาการของ เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 เฉลี่ยแล้วเด็กมีผลพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจำแนกได้ดังนี้ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านสังคม คิดเป็นร้อยละ 100 และด้าน สติปัญญา คิดเป็นร้อยละ 88.23
5 6.3 ประโยชน์ที่ได้รับ 6.3.1 เด็กได้รับการพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ด้วยกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ตามแนวทาง โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดับปฐมวัย โดยเกิดผลลัพธ์การพัฒนาต่อเด็ก ดังนี้ ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กสามารถเล่า/บอก วิธีการหาคำตอบของตัวเองได้ - เด็กได้เรียนรู้ว่าน้ำมีแรงตึงผิวสามารถทำให้วัตถุลอยน้ำได้ - เด็กมีพัฒนาการด้านภาษาจากการสนทนาโต้ตอบแสดงความคิดเห็น - ทักษะด้านภาษาจากการพูด บรรยาย เล่าสิ่งที่สังเกตเห็น ด้านสังคม - เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ - เด็กแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น - เด็กปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกันของห้องเรียน ด้านอารมณ์และจิตใจ - เด็กมีความสุขและสนุกสนานจากการทำกิจกรรมด้วยตัวเอง - เด็กมีความกระตือรือร้นในการทำงานและทำกิจกรรม ด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกาย - เด็กได้เคลื่อนไหวหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆ ขณะทำการทดลอง ได้อย่างคล่องแคล่ว - เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการสังเกตการณ์ด้วยตัวเองจนได้ข้อมูลที่ชัดเจนในการ สรุปผล 6.3.2 เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ มีใจรัก ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง ให้ความสนใจในการทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น 6.3.3 เด็กได้พัฒนาทักษะกระบวนการที่สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นในยุคศตวรรษที่ 21 สามารถ นำความรู้และทักษะ กระบวนการสร้างองค์ความรู้ไปต่อยอดในการเรียนรู้ระดับที่สูงขึ้นไปได้ มีรูปแบบวิธีการ เรียนรู้ตามความถนัดของตนเอง ค้นพบศักยภาพการเรียนรู้ของตนเองและสามารถพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ได้ ด้วยตนเองต่อไป 6.3.4 ครูผู้สอนมีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศในการพัฒนาตามสภาพปัญหาของเด็กได้อย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดผลลัพธ์แก่เด็กสู่สมรรถนะสำคัญ ต่อยอดการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กปฐมวัยได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพของเด็กแต่ละบุคคล อีกทั้งยังสามารถนำไปเผยแพร่ความสำเร็จ วิธีการ แนวทาง ให้กับ เครือข่ายครูผู้สอนในโรงเรียนและระหว่างโรงเรียนได้สามารถนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา แก้ไข ปัญหาเด็กได้อย่างเหมาะสมตามบริบท 6.3.5 โรงเรียนได้รับการยอมรับ เชื่อมั่นจากชุมชนในการนำบุตรหลานเข้าเรียนและศึกษาต่อใน โรงเรียนบ้านโนนสงเปลือย ผู้ปกครองใส่ใจ ดูแลเด็ก ส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาการของเด็กมากขึ้น 6.3.6 เครือข่ายและหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเห็นความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน
6 7. ปัจจัยความสำเร็จ 7.๑ ได้รับการส่งเสริม สนับสนุนด้านการจัดการศึกษา จากผู้บริหาร หัวหน้าฝ่ายวิชาการ หัวหน้าฝ่าย บริหารงบประมาณ จัดสรรงบประมาณให้อย่างเพียงพอต่อการดำเนินงานทั้งหมด 7.๒ ในด้านการจัดการเรียนการสอน ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงาน เป็นที่ปรึกษา คอยให้กำลังใจ และให้คำแนะนำในการออกแบบสื่อนวัตกรรม 7.3 ได้รับความร่วมมือจากเด็ก ผู้ปกครอง และชุมชนเป็นอย่างดี เด็กสนใจและมีความสุขในขณะทำ กิจกรรม 8. บทเรียนที่ได้รับ 8.1 ขณะที่กิจกรรมหากครูผู้สอนไม่เตรียมความพร้อมเด็กก่อนทำกิจกรรมต่างๆ เด็กอาจเกิดการขาด แรงจูงใจและสมาธิในการเรียนรู้ ดังนั้นเป็นหน้าที่หลักของครูผู้สอนที่จะต้องศึกษาและนำเทคนิค วิธีการนำเข้า สู่บทเรียนที่สามารถดึงดูดและเตรียมความพร้อมของเด็กให้ได้มากที่สุด อันจะส่งผลให้เกิดผลดีต่อการจดจำ และทักษะที่เกิดขึ้นของเด็กได้อย่างยั่งยืน 8.2 การเรียนรู้จะไม่เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีได้เลยหากขาดความร่วมมือจากทุกฝ่าย ซึ่งการนำ วิธีการปฏิบัติที่เป็นดังกล่าวซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ครูผู้สอนได้สร้าง ปรับประยุกต์ และนำมาพัฒนาเด็กนั้น ได้รับการช่วยเหลือ จากทุกฝ่าย จึงส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายเป็นอย่างดี 9. การเผยแพร่ / การได้รับการยอมรับ / รางวัลที่ได้รับ 9.1 การเผยแพร่ 9.1.1 เผยแพร่ผลงานผ่าน Youtube Channel 9.1.2 เผยแพร่ผลงานผ่าน Facebook/Line 9.1.3 เผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่ระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://anyflip.com 9.2 การได้รับการยอมรับ ในการสร้างและประยุกต์ใช้นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการยอมรับจากเพื่อนครู ผู้บริหาร จากการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนทางวิชาชีพ (PLC) ถือว่าประสบผลสำเร็จในการเผยแพร่วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ได้รับข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไข และพัฒนานวัตกรรม เพื่อนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น สอดคล้อง กับมาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กอย่างเหมาะสม
7 9.3 รางวัลที่ได้รับ - รางวัลครูดีศรีโนนสัง จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 ประจำปี 2564 ผ่านการประเมินรอบที่ 3 “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย” ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพนัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปีการศึกษา 2563 - 2567
8 ภาพกิจกรรมการทดลองตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย 1.ภาพตัวอย่างกิจกรรมการทดลอง “เนินน้ำ” 2.ภาพตัวอย่างกิจกรรมการทดลอง “หมุดลอยน้ำ”
9 3.ภาพตัวอย่างกิจกรรมการทดลอง “ไหลแรงไหลค่อย” 4.ภาพตัวอย่างกิจกรรมการทดลอง “การละลายของน้ำตาล”
10 5.ภาพตัวอย่างกิจกรรมการทดลอง “น้ำ ทราย และน้ำมัน” 6.ภาพตัวอย่างกิจกรรมการทดลอง “ตัวทำละลาย” 7.ภาพตัวอย่างกิจกรรมการทดลอง “เมล็ดพืชเต้นระบำ”
11 8.ภาพตัวอย่างกิจกรรมการทดลอง “ทอร์นาโดในขวด” 9.ภาพตัวอย่างกิจกรรมการทดลอง “กักน้ำไว้ได้” 10.ภาพตัวอย่างกิจกรรมการทดลอง “สนุกกับฟองสบู่”
12