The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นายไพโรจน์ ร้อยแก้ว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanjana Chatamma, 2023-08-22 00:20:54

นายไพโรจน์ ร้อยแก้ว

นายไพโรจน์ ร้อยแก้ว

รายงาน เรื่อง นายไพโรจน์ร้อยแก้ว จัดทำโดย นายนพวรรต สมปิตตะ รหัสนักศึกษา 66302160026 ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการจัดการสำนักงาน เสนอ นางสาววาสนา คูสกุล วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3


ก คำนำ รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา การจัดการสำนักงานสมัยใหม่ 30216-2001 ระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ที่ได้จากเรื่องบุคคลตัวอย่าง ซึ่งรายงานนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้จากความสำเร็จของนายไพโรจน์ร้อยแก้ว ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ในการทำรายงาน เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจและ ต้องขอขอบคุณ นางสาววาสนา คูสกุล ผู้ให้ความรู้และแนวทางการศึกษา เพื่อน ๆ ทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือมาโดยตลอดผู้จัดทำหวังว่ารายงาน ฉบับนี้ จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน นายนพวรรต สมปิตตะ ผู้จัดทำ


ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข จุดพลุแบรนด์ใหม่ Jodd Fairs 1 ปี 67 ปักหมุด Jodd Fairs รัชดาฯ 2 จุดเริ่มต้นของคุณ ไพโรจน์ ร้อยแก้ว 3 กว่า 10 ปีบนเส้นทางพ่อค้าขายของเก่า 3 จุดเปลี่ยนสู่ผู้ก่อตั้ง ตลาดนัดรถไฟ 4 ก้าวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม @ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ 5 กลยุทธ์ปั้นตลาดนัดให้ประสบความสำเร็จ 5 บรรณานุกรม 7


1 จากเจ้าของร้านขายของเก่า Rod’s Antique ในตลาดนัดจตุจักร คุณโรจน์ “ไพโรจน์ ร้อยแก้ว” ต่อยอด สร้างแบรนด์ตลาดกลางคืน (Night Market) ตลาดนัดรถไฟและจ๊อดแฟร์ (Jodd Fairs) ให้เป็นที่รู้จักทั้งคนไทยและ นักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นหนึ่งในจุดหมายของสายกิน นักช้อป เส้นทางนักบริหารพื้นที่ตลาดนัดของ คุณไพโรจน์ ร้อยแก้ว ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารตลาดนัดรถไฟและจ๊อดแฟร์ หลังจากหมดสัญญาเช่า “ตลาดนัดรถไฟ จตุจักร” (ฝั่งตรงข้าม อตก.) ในปี 2554 ได้ย้ายมาเปิด “ตลาดนัดรถไฟ” ศรีนครินทร์ พื้นที่ 60 ไร่ หลังซีคอนสแควร์ สัญญาเช่า 15 ปี กับคอนเซ็ปต์ของวินเทจสไตล์ ถือเป็นจุดสร้างชื่อ “เจ้าพ่อไนท์มาร์เก็ต” ติดลมบน จากนั้นในปี 2558 ได้เปิด “ตลาดนัดรถไฟ รัชดาฯ” หลังเอสพลานาด รัชดาฯ บนพื้นที่ 12 ไร่ กลายเป็น อีกจุดหมายของนักช้อปทั้งไทยและต่างชาติ แต่ต้องมาสะดุดจากสถานการณ์โควิด-19 และตัดสินใจปิดตลาดนัด รถไฟ รัชดาฯ คืนสัญญาเช่าในปี 2564 จุดพลุแบรนด์ใหม่ Jodd Fairs ช่วงปลายปี 2564 สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย คุณไพโรจน์ ตัดสินใจเปิดไนท์มาร์เก็ตแห่งใหม่ ด้วยแบ รนด์ใหม่ Jodd Fairs พื้นที่หลังห้างเซ็นทรัล พระราม 9 (ชื่อ Jodd มาจากชื่อเล่นของคุณไพโรจน์ ที่ชาวต่างชาติ เรียกในช่วงที่เปิดร้านในสวนจตุจักร) การเปิด Jodd Fairs พระราม 9 เพราะได้รับข้อเสนอพื้นที่เช่าในราคาที่ดีและมองว่าน่าทำ หลังจากปิด ตลาดนัดรถไฟ รัชดาฯ ไปปีกว่า จึงคิดว่าต้องลองทำตลาดใหม่ เพราะหากไม่ทำอยู่นิ่งๆ ก็ไม่มีลุ้น แต่ครั้งนี้ไม่ได้ อยากเจ็บตัวเยอะ และโควิดทำให้ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ จึงทำสัญญาเช่าระยะสั้น 2 ปี หลังเปิดตัวได้ไม่นาน Jodd Fairs เป็นอีกบทพิสูจน์ฝีมือ “เจ้าพ่อไนท์มาร์เก็ต” ที่สามารถสร้างตลาดนัดแห่งใหม่ให้ กลายเป็นเดสทิเนชั่น นักช้อปต้องมา! การที่ Jodd Fairs พระราม 9 เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว เพราะช่วงเวลาที่เปิดยังอยู่ในสถานการณ์โควิด “เหมือนเราจุดพลุ ในช่วงเงียบ จึงมีแสงชัดและเสียงดัง ในวันที่ไม่มีใครกล้าทำ แต่ Jodd Fairs กล้าเปิด เมื่อ ประสบความสำเร็จจึงเป็นที่รู้จัก วันนั้นเรามีความกล้าและบ้าที่จะทำ”


2 “หลักคิดการทำไนท์มาร์เก็ต ทั้งตลาดนัดรถไฟและ Jodd Fairs ถ้าร้านค้าอยู่ได้ เราก็ไปต่อได้ เราต้องให้มากกว่าที่ เก็บ (ค่าเช่า) จากเขา หากเรามีพื้นที่ให้เช่า แต่ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามาเช่า ก็ไม่มีประโยชน์” คุณไพโรจน์ พูดถึงการ บริหารไนท์มาร์เก็ต ที่สามารถสร้างเครือข่ายร้านค้าในมือได้ว่า 3,000-4,000 ร้านค้า และพร้อมจะตามไปเปิดใน พื้นที่ใหม่ๆ ปี 67 ปักหมุด Jodd Fairs รัชดาฯ แม้สิ้นปีนี้ Jodd Fairs พระราม 9 จะหมดสัญญาเช่ากับเซ็นทรัล เพราะทำสัญญาระยะสั้นไว้ 2 ปีเท่านั้น และได้เซ็นสัญญากับกลุ่ม Property Perfect ระยะยาว 20 ปีเพื่อบริหารพื้นที่รีเทลในโครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ พื้นที่ 13 ไร่ ริมถนนรัชดาภิเษก (พื้นที่เดิมของ จัสโก้ รัชดา) ติดรถไฟฟ้า MRT ศูนย์วัฒนธรรมพื้นที่รีเทลใหม่มีร้านค้าใน อาคาร (Indoor) 928 ห้อง และไนท์มาร์เก็ตด้านหน้า (Outdoor) อีก 800 ล็อค จะเริ่มเปิดตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 เป็นการเปิด Jodd Fairs แห่งใหม่ต่อเนื่องทันทีหลังจากหมดสัญญากับเซ็นทรัล โดยเก็บค่าเช่าจากร้านค้า เท่าเดิมล็อคละ 500 บาทต่อวัน พื้นที่ล็อคละ 2×2 เมตร เมื่อเปิดให้จองพื้นที่ร้านค้า Jodd Fairs รัชดาฯ เชื่อว่าจะ ถูกจองพื้นที่เต็มอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเป็นหลัก “วัน” เท่านั้น ร้านค้าจาก Jodd Fairs พระราม 9 กว่า 700-800 ร้านค้า จะตามมาหมด เพราะเชื่อมั่นในประสบการณ์การบริหารไนท์มาร์เก็ต ทุกโครงการที่ผ่านมา การย้าย Jodd Fairs พระราม 9 ไป รัชดาฯ ทำเลใกล้เคียงกัน ห่างกัน 1.3 กิโลเมตร แต่จำนวนคน (traffic) ที่เดินผ่านที่ดินแปลงรัชดาฯ จะมากกว่า เพราะ ติด MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ และมีสำนักงานจำนวนมาก โครงการมีบริการอาคารจอดรถ โดยศักยภาพที่ดิน แทบไม่ต้องทำอะไรก็ขายได้แล้ว เพราะพื้นที่ขายตัวเองอยู่แล้ว คอนเซ็ปต์ Jodd Fairs รัชดาฯ พื้นที่ Indoor จะเป็นดีไซน์ Factory ใช้แฟชั่นทั้งเสื้อผ้า ของตกแต่ง และอาหาร เป็นตัวกำหนดทิศทางลูกค้า ปรับเปลี่ยนไปตามวิถีแฟชั่นในแต่ละยุค “เราจะเป็นผู้นำไปเรื่อยๆ ไม่ใช่พื้นที่มิวเซียม ที่คนมาเดินดูแล้วเหมือนเดิมทุกครั้ง แต่การมา Jodd Fairs รัชดาฯ แต่ละครั้ง อาจจะเจอสิ่งใหม่ๆ ที่ต่างจากเดิม” การทำร้าน Indoor เป็นสิ่งที่เรามีประสบการณ์มาแล้ว ตั้งแต่ทำร้านที่สวนจตุจักร และตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ที่นำโกดังเก่ามาทำเป็นร้านค้า การทำร้าน Indoor จึงไม่ใช่สิ่งใหม่ ส่วนไนท์มาร์เก็ต Jodd Fairs รัชดาฯ พื้นที่ Outdoor ด้านหน้าถือว่าเป็น “ทางถนัด” เป็นการนำข้อดีข้อเสียจากไนท์มาร์เก็ตที่เคยทำ มาปรับปรุงใหม่และเพิ่ม กิจกรรมใหม่ๆ เข้าไปตลอดเวลา มาทุกครั้งต้องมีความสนุกกลับไปทุกครั้ง ก่อนย้ายไปที่ใหม่ ล่าสุด Jodd Fairs หลังเซ็นทรัลพระราม 9 ได้เปิดโซนใหม่ ติดกับพื้นที่เดิมอีก 400 ล็อค เปิดรับร้านค้าทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า สินค้าทั่วไป ฯลฯ เริ่มขายวันที่ 1 เมษายน – 31 ธันวาคม 2566


3 จุดเริ่มต้นของคุณ ไพโรจน์ ร้อยแก้ว วัยเด็กของไพโรจน์ในจังหวัดอยุธยาบ้านเกิดนั้น แตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันทั่วไป ด้วยพ่อของเขาที่มี อาชีพเป็นช่างไม้ทำให้เขาคลุกคลีกับงานไม้และของเก่าๆ มาโดยตลอด ทำให้เขาเป็นคนที่มี “รสนิยม”และแนวคิด ที่แตกต่างจากคนอื่นมาตั้งแต่เล็ก อย่างเพื่อนๆ จะฟังเพลงป๊อปยุคใหม่แต่เขาเลือกฟังเพลงสากลยุค 70-80 รักและ สะสมอัลบั้มนักร้องฝรั่งมาตั้งแต่เด็กๆ และเริ่มเป็นพ่อค้าขายของเก่าตั้งแต่อายุ 15 ปี เมื่อได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่ หาดใหญ่ เพราะที่นั่นเป็นแหล่งของเก่าจากอเมริกา ตั้งแต่เสื้อทหาร กางเกง กระเป๋า เป้ รองเท้า เอามาขายต่อเพื่อ เป็นค่ารถ ค่าเที่ยวฟรี จนเริ่มตีตั๋วลงไปหาดใหญ่เพื่อสร้างอาชีพซื้อของเก่ามาขายที่ตลาดโต้รุ่ง จ.อยุธยา แล้วก็ขยับ ขยายไปเส้นทางการค้าใหม่ ที่ อ.โรงเกลือ จ.สระแก้ว จนเขาสามารถเก็บเงินซื้อรถคันแรกเป็นของตัวเองได้ในวัย แค่17 ปี “ไพโรจน์ ร้อยแก้ว” ผู้ก่อตั้งจ๊อดแฟร์และตลาดนัดรถไฟ กว่า 10 ปีบนเส้นทางพ่อค้าขายของเก่า “ลำบากจริงๆ ต้องไปขายของลุ่มๆ ดอนๆ ไปเป็นคนทำพร็อพ จัดอุปกรณ์ประกอบฉากทำหนังอยู่ พักนึงก็กลับมาขายของตามเดิม” – ไพโรจน์ ร้อยแก้ว เมื่อโรจน์อายุได้ 21 ปี ตอนนั้นเขาเป็นนักศึกษาปี 3 คณะวิศวะกรรม ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หนังสือ เล่มหนึ่งที่เขาอ่านจุดประกายให้เขาเลือกทิ้งการเรียนไปผจญโลกและสร้างโอกาสแห่งความร่ำรวยให้ตัวเอง เขาในตอนนั้นมองว่าการเรียนเป็นเรื่องเสียเวลา เขาอยากจะสร้างฐานะ มีอาชีพที่มั่นคงตั้งตัวได้ก่อนเพื่อนๆ จะเรียนจบ แต่ในโลกความเป็นจริงสิ่งที่คิดนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่ฝันซักนิด เขายังจำวันแรกในการเริ่ม


4 ขายของในคลองถมได้ดี เงินทุน 8,000 บาท ซื้อของเก่าเตรียมขายเต็มกระเป๋า เดินลากกระเป๋าอันหนักอึ้งเพื่อหา ที่ลงขายแต่ไม่ว่าจะวางขายตรงไหนก็โดนไล่จากเจ้าของที่เดิม จนเขาเริ่มรู้ว่าการเริ่มทำธุรกิจมันไม่ได้ง่ายแต่ก็ยังคง ต้องลากกระเป๋าไปจนเกือบสุดตลาดจึงได้ที่ลงของขายและตัดสินใจที่จะเล่นมุกตะคอกกลับบ้างเวลามีคนมาบอกว่า เป็นที่ของพวกเขา “ไม่ใช่ๆ ที่นี่ที่ผม ขายมาหลายปีแล้ว!” และจากจุดเริ่มต้นในวันนั้นทำให้โรจน์ได้เดินบนถนนของ พ่อค้าขายของเก่าอย่างเต็มตัว ทนตากแดดตากฝน ผจญกับฝุ่น นั่งกินข้าวกับพื้นฟุตบาท เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็ ประสบความสำเร็จในการค้าขายของเก่าที่คลองถม มีลูกค้าประจำเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รายได้ขยับขึ้นจากหลักพัน เป็นหมื่นเป็นแสน ทำอยู่ตลาดนี้เกือบ 10ปี ก็ถึงเวลาต้องขยับขยาย จุดเปลี่ยนสู่ผู้ก่อตั้ง ตลาดนัดรถไฟ ชีวิตถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งในช่วงระหว่างอายุประมาณ 30 ปีต้นๆ เมื่อเขาอยากเป็นเจ้าของธุรกิจโดยเปิดร้าน ของตัวเองย่านจตุจักรแทนคลองถมโดยงานนี้เขาขายรถไป 1 คันและได้เงินทุนจากพี่สาวเพื่อมาใช้เซ้งร้าน เขาเปิด ร้านขายของในเวลานานกว่าคนอื่น ทำมากกว่าคนอื่น ก็เพื่อให้คืนทุนเร็วที่สุด อย่างคนอื่นเปิด 10 โมง ร้านของเขา จะเปิด 8 โมงเช้า ถ้าคู่แข่งปิด 6 โมงเย็น เขาก็จะปิด 4 ทุ่ม แนวคิดการทำงานแบบใหม่นี้ ทำให้เขาคืนทุนได้ ใน 3 เดือน และหาเงินมาเซ้งร้านต่อขยายไปได้อีก 9 ห้องติดกัน กลายเป็นอาณาจักร Rod’s Antique ร้านขาย ของเก่า ที่มีทั้งร้านอาหารและบาร์ในบรรยากาศแบบยุคเก่า กลยุทธ์ทำธุรกิจ แบบนี้ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ และดึงลูกค้าเก่าไว้ได้อย่างเหนียวแน่นแต่แล้ว ร้านก็ถูกเวนคืน แต่แล้วโรจน์ก็ไปเจอกับพื้นที่โล่งและรกร้างว่างเปล่า ซึ่งเป็นพื้นที่ของการรถไฟฯ ติดกับตลาดนัด จตุจักร โดยพื้นที่ตรงนี้หลายคนมองว่าเป็นพื้นที่ตาบอด แต่สำหรับเขามองว่าที่นี่น่าจะเป็นทำเลทองในอนาคต เขา จึงไปเช่าโกดังในนั้นแล้วบุกเบิกให้เป็นตลาดนัดสไตล์วินเทจที่มีของกินของใช้มาวางขายหลากหลาย และไม่น่าเชื่อ ว่าเมื่อผ่านไปเพียง 6 เดือน พื้นที่ตรงนั้นก็กลายเป็นอาณาจักรของร้านค้านับหมื่นและเป็นตลาดนัดแห่งแรกที่ใช้ แนวคิดการบริหารแบบใหม่คือการเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือน มีผู้คนเดินทางมาจากทั่วสารทิศเพื่อมาเดินช้อปปิ้งที่นี่ ในแต่ละคืนมีคนมาจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดแห่งนี้นับหมื่นคนเลยทีเดียวจนกลายเป็น “ตลาดรถไฟจตุจักร” อันโด่งดัง


5 ก้าวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม @ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ ผ่านไปเพียง 2 ปี“ตลาดรถไฟจตุจักร” ก็หมดสัญญาเช่าและถูกเรียกคืนเพื่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง โรจน์ จึงต้องย้ายออก เขาเลือกที่จะสร้างอาชีพใหม่ของเขาบนพื้นที่ของถนนศรีนครินทร์ โดยยังคงชื่อเดิมของตลาดแห่งนี้ แต่ต่อท้ายด้วยชื่อสถานที่แห่งใหม่ว่า “ตลาดรถไฟศรีนครินทร์” อีกหนึ่งในกลยุทธ์ธุรกิจที่สร้างความมั่นใจให้ผู้เช่า ว่าจะไม่ต้องโยกย้ายอีกคือการทำสัญญาเช่ายาวถึง 15 ปี บนพื้นที่ 62 ไร่ มีพื้นที่จอดรถกว่า 20 ไร่ ถือเป็นตลาด แห่งใหม่ที่กว้างใหญ่กว่าเดิมมาก ซึ่งหลังเปิดให้เข้ามาขายได้2-3 เดือนแรกผลตอบรับก็ทำให้เขาหายเหนื่อย เพราะ มีผู้มาเช่าล็อคในตลาดได้ตามเป้าทั้งจากผู้เช่าเดิมที่ตามมาจากจตุจักรและผู้เช่าใหม่ โดยแบ่งเป็นแผงขายของ 1,600 แผง พลาซ่า 500 ล็อค และโซนโกดัง 9 โกดัง แล้วยังมีพื้นที่สำหรับขาจรอีก 400 – 500 ราย ที่แวะเวียน เข้ามาขายเป็นจำนวนมาก แนวคิดใหม่ๆ ในการดึงดูดทั้งผู้ซื้อและผู้ขายให้เข้ามาในตลาดรถไฟศรีนครินทร์ คือ การตกแต่งแนว คลาสสิก สถาปัตยกรรมที่สวยงามให้คนเข้ามาเช็คอิน ถ่ายรูปลงโซเชี่ยลสร้างกระแสในโลกออนไลน์และมีโซน พลาซ่า ซึ่งเป็นไอเดียในการตกแต่งตามสไตล์ของเขาเอง นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ เช่น ดนตรี แสดงโชว์ อีเว้นท์ต่างๆ ซึ่งกลยุทธ์การทำธุรกิจแบบนี้ช่วยดึงดูดให้คนมาที่ตลาดรถไฟศรีนครินทรเป็น จำนวนมาก จนตลาดแห่งนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับเขามากถึง 8 หลักต่อเดือนเลยทีเดียว กลยุทธ์ปั้นตลาดนัดให้ประสบความสำเร็จ โรจน์เปิดเผยว่า กลยุทธ์ในการทำธุรกิจตลาดนัดให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้อง “รู้จักการให้ เสียก่อน” เพราะยิ่งให้ก็ยิ่งได้ เขาใช้หลักการบริหารตลาดด้วยหัวใจ นึกถึงใจเขาใจเราและจากการที่เคยเป็นพ่อค้า ตลาดนัดมาก่อนทำให้เขาเข้าใจตรงนี้ได้ดีและใช้แนวคิดการบริหารแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร เช่น เก็บค่าเช่าไม่แพง เหมือนที่อื่น ไม่มีการขึ้นค่าเช่า ไม่มีการเซ้งใดๆ ทั้งสิ้น ลดค่าเช่าในช่วงฤดูฝน ลดค่าเช่าในช่วงที่ผู้ค้าประสบภัยทาง


6 การเมือง สิ่งเหล่านี้ทำให้มีผู้ค้าตบเท้าเข้ามาค้าขายมากขึ้น ตลาดมีสินค้ามากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จ ดังเช่นปัจจุบัน และยังพัฒนาต่อไปอีกเรื่อยๆ สร้างโอกาสให้เขาได้ทำโปรเจ็คท์ใหม่ๆ ต่อยอดออกไปอย่างตลาดนัด รถไฟรัชดา และ ตลาดนัดรถไฟเกษตรนวมินทร์ “การบริหารตลาดนั้นต้องเข้าใจ ต้องเห็นอกเห็นใจคนที่มาเช่าพื้นที่ เราต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย ดูแลความสะอาดพวกสาธารณูปโภค แสงสว่าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ พาคนมาเดินในตลาดให้ได้คอนเซ็ปต์จะต้อง ดี การประชาสัมพันธ์ต้องดี เดินแล้วก็ยังอยากมาเดินอีก เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการคัดเลือกร้าน ต้องมีอะไร ใหม่ๆ อย่างของกินก็ต้องอร่อยด้วย นี่เป็นจุดขายและจุดดึงดูดให้คนมา” – ไพโรจน์ ร้อยแก้ว กว่า 20 ปีในการทำธุรกิจที่เริ่มต้นจากความรักและหลงใหลในของเก่า ทำให้เราเห็นความเป็นตัวตนของผู้ชายคนนี้ ได้อย่างชัดเจนว่า เขาทำงานภายใต้แนวคิดแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร คือ “Art & Business” ใช้ทั้งศิลปะและธุรกิจ เดินคู่ขนานกันไป โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้าง “ความแตกต่าง” ฉีกรูปแบบการทำธุรกิจแนวเก่า ด้วยกลยุทธ์ธุรกิจ แนวคิดใหม่ที่ยิ่งให้ยิ่งได้และเน้นการเติบโตร่วมกันไปในระบบคู่ค้าที่พึ่งพาอาศัยกันอย่างยั่งยืน ตลาดจ๊อดแฟร์ พระราม 9 (Photo Credit: Facebook JODD FAIRS : จ๊อดแฟร์)


7 บรรณานุกรม เจาะสูตรสำเร็จ เจ้าพ่อไนท์มาร์เก็ต ‘ไพโรจน์ ร้อยแก้ว’ ปั้นแบรนด์ ‘ตลาดนัดรถไฟ- Jodd Fairs’ จุดหมาย สายกิน-นักช้อป [สืบค้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566] ที่มา: https://www.brandbuffet.in.th/2023/02/key-success-factors-of-jodd-fairs-night-market/ วิสัยทัศน์ CEO – ไพโรจน์ ร้อยแก้ว เจ้าพ่อตลาดนัดรถไฟ [สืบค้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566] ที่มา: https://www.passiongen.com/inspired/2018/06/ceo-vision-rod-fai-market-founder-pairodroikaew


Click to View FlipBook Version