คู่มือการจัดบริการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ
และปอ้ งกนั โรคในช่องปากเด็กในสถานศกึ ษา
ในภาวะทีม่ ีการระบาดของโรคติดเช้ือ
ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
สานกั ทนั ตสาธารณสุข กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข
มิถุนายน 2563
คานา
เด็กวัยเรียน “ฉลาด แข็งแรง” เป็นเป้าหมายหลักในการดาเนินงานเพื่อพัฒนาสุขภาพเด็กวัยเรียน
ของกรมอนามัย การจดั บริการสุขภาพชอ่ งปากในเดก็ วัยเรียนให้มีความครอบคลุมการบริการ ส่งเสริม ป้องกัน
รักษา และฟ้ืนฟู มีความสาคัญในการทาให้เด็กวัยเรียนมีสุขภาพช่องปากท่ีดี ส่งผลต่อการมีสุขภาพดี
ตลอดช่วงชีวิต เป็นที่ทราบดีว่าเด็กวัยเรียนเป็นวัยสาคัญในการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ ทักษะสุขภาพ
และพฤติกรรมที่พึงประสงค์เพ่ือให้สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ การจัดให้มีบริการส่งเสริมและป้องกันโรค
ในช่องปาก และสนับสนุนให้เด็กเข้าถึงบริการทันตกรรมข้ันพื้นฐานและบริการท่ีจาเป็น มีส่วนสาคัญในการ
ทาให้เด็กวยั เรยี นมสี ุขภาพช่องปากท่ีดี
ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ท่ีขณะนี้
ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคและไม่มียารักษาโรคโดยตรง จาเป็นอย่างยิ่งท่ีหน่วยบริการสาธารณสุขต้องเตรียม
ความพรอ้ มและจัดบรกิ ารส่งเสริม ปอ้ งกัน รักษา และฟื้นฟู สุขภาพช่องปาก ให้กับเด็กวัยเรียน การจัดบริการ
สขุ ภาพชอ่ งปากในชว่ งเวลาน้ี หน่วยบรกิ ารควรเนน้ ความปลอดภัยในการให้บริการ โดยจัดให้มีความปลอดภัย
ในเร่ืองโครงสร้าง การจัดการส่ิงแวดล้อมของคลินิกบริการทันตกรรม และจัดระบบการให้บริการโดยคานึงถึง
ความปลอดภัย ของผใู้ หบ้ รกิ ารและผู้รบั บรกิ ารเป็นหลัก การจัดเตรยี มระบบบริการ การเตรียมความพร้อมของ
ทันตบุคลากร ในการจัดบรกิ ารแบบ “New normal” ใหเ้ หมาะสมภายใต้สถานการณป์ จั จุบนั จงึ มีความสาคญั
โดยเน้นการปฏิบตั ิภายใต้มาตรการการปอ้ งกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเครง่ ครัด
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับทันตแพทยสภา ร่วมกันพัฒนา “คู่มือการจัดบริการสร้าง
เสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากเด็กในสถานศึกษา ในภาวะที่มีการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19)” เพ่ือเป็นแนวทางปฏิบัติสาหรับหน่วยบริการในการจัดบริการสุขภาพช่องปาก
ภายใต้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เพ่ือให้หน่วยบริการและทันตบุคลากรมีความพร้อมในการ
จดั บรกิ ารสุขภาพช่องปากทีม่ ีคุณภาพตอ่ ไป
(แพทยห์ ญงิ พรรณพมิ ล วิปุลากร)
อธิบดีกรมอนามยั
สารบัญ หน้า
ส่วนที่ 1 แนวทางการจัดบริการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพและป้องกนั โรคในชอ่ งปากเด็กวัยเรียน 1
ในสถานพฒั นาเด็กปฐมวัยและสถานศกึ ษาในภาวะที่มกี ารระบาดของโรคตดิ เช้อื 3
ไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ 19) 6
ความรเู้ ร่ืองโรคโควดิ 19 7
คาแนะนาการดาเนินกิจกรรมส่งเสรมิ สขุ ภาพช่องปากในสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั 9
การส่งเสริมสุขภาพและป้องกนั โรคในชอ่ งปากเด็กวัยเรียน 9
แนวทางการจดั กิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันในโรงเรียนแบบ New normal 9
แนวทางการจดั บริการสร้างเสริมสุขภาพและปอ้ งกันโรคในช่องปากเดก็ วยั เรียน 13
การเตรียมโครงสร้างคลินกิ บริการทันตกรรม 15
ความปลอดภยั ผ้รู บั บรกิ าร/ผูใ้ ห้บรกิ าร/สง่ิ แวดล้อม 16
ระบบการจดั บรกิ ารสร้างเสริมสขุ ภาพและป้องกันโรคในช่องปาก 17
(ตวั อย่าง) แบบคัดกรองเด็กนกั เรียนก่อนเข้ารบั บรกิ ารทางทนั ตกรรม 18
(ตัวอยา่ ง) แบบประเมนิ ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุในเด็ก 4-12 ปี
แนวทางปฏบิ ัติในการจดั การโรคฟนั ผุในเด็ก 4-12 ปี ตามระดับความเสี่ยง 25
แนวทางการจัดบริการป้องกนั โรคในช่องปากในเด็ก 4-12 ปี
ส่วนท่ี 2 แนวทางปฏบิ ตั กิ ารรกั ษาทางทันตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19
การจดั บรกิ ารสร้างเสรมิ สขุ ภาพและปอ้ งกันโรคในช่องปากเดก็ วัยเรยี น
ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และสถานศกึ ษา
ในภาวะทีม่ กี ารระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ 19)
การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากเด็กวัยเรียน ในภาวะที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรสั โคโรนา 2019 (โควิด 19) ควรเน้นให้เดก็ วยั เรยี นสามารถเฝา้ ระวงั โรคในช่องปากด้วยตนเอง ( Self- surveillance)
การมพี ฤติกรรมการแปรงฟัน 222 เน้นการแปรงฟันอย่างมีประสิทธิภาพ การลดพฤติกรรมการบริโภคน้าตาล
ลน้ เกินจาก การบรโิ ภคอาหาร ขนม และเคร่ืองดื่ม การตรวจฟันด้วยตนเองและสามารถบอกผู้ปกครองหรือครู
ได้ในกรณีท่ีต้องการรักษาฉุกเฉินและเร่งด่วน ในส่วนของการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคใน
ชอ่ งปากในชว่ งเวลานี้ หน่วยบรกิ ารควรเนน้ ความปลอดภยั ในการให้บริการ ควรมีการประเมินความเส่ียง และ
จัดบริการตามความเส่ียงและความจาเป็น และลดความเหล่ือมล้าในการให้บริการ โดยจัดให้มีความปลอดภัย
ในเรื่องโครงสร้าง การจัดการสิ่งแวดล้อมของคลินิกบริการทันตกรรม และจัดระบบการให้บริการโดยคานึงถึง
ความปลอดภยั ของผู้ใหบ้ รกิ ารและผรู้ ับบริการเปน็ หลกั
ความรูเ้ ร่ืองโรคโควดิ 191
โรคโควิด 19 คอื อะไร
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID – 19))
เป็นตระกูลของไวรัสท่ีก่อให้เกิดอาการป่วยต้ังแต่โรคไข้หวัดธรรมดาไปจนถึงโรคที่มีความรุนแรงมาก เช่น
โรคระบบทางเดินหายใจตะวนั ออกกลาง (MERS-CoV) โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS-CoV)
เป็นสายพันธ์ุใหม่ท่ีไม่เคยพบมาก่อนในมนุษย์ ก่อให้เกิดอาการป่วยระบบทางเดินหายใจในคนและสามารถ
แพร่เช้ือจากคนสู่คนได้ โดยเชื้อไวรัสน้ีพบการระบาดครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชน
จีน ในช่วงปลายปี 2019 หลังจากนั้นได้มีการระบาดไปทั่วโลก องค์การอนามัยโลกจึงตั้งช่ือการติดเชื้อไวรัส
โคโรนาสายพันธใุ์ หม่นี้ วา่ โรคโควิด 19
ผูป้ ่วยโรคโควิด 19 มีอาการอยา่ งไร
อาการทว่ั ไป ได้แก่ อาการระบบทางเดินหายใจ มีไข้ ไอ มีน้ามูก เจ็บคอ หายใจลาบาก เหน่ือยหอบ
ไม่ได้กลิ่น ไม่รู้รส ในกรณีท่ีอาการรุนแรงมาก อาจทาให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม ปอดอักเสบ ไตวาย
จนถึงเสยี ชีวติ ได้
1
1
โรคโควดิ 19 แพร่กระจายเชือ้ ได้อยา่ งไร
การแพร่กระจายเชื้อโควิด 19 จะมีการติดต่อผ่านทางละอองฝอยท่ีผ่านทางเดินหายใจและติดต่อจาก
การสัมผัสสารคัดหล่ัง จาก การไอ จาม น้ามูก น้าลาย ของผู้ป่วยติดเช้ือ การไอจามจากผู้ป่วยติดเช้ือโควิด 19
สามารถส่งผ่านเช้ือทางอากาศได้ด้วยในระยะที่ใกล้ชิดคือน้อยกว่า 6 ฟุต (2 เมตร) ฝอยละอองที่มีเช้ือโรคจะ
เกาะได้ยาวนานถึง 9 วันบนพ้ืนผิวท่ีแข็งอย่างเช่น พลาสติก หรือ โลหะ และเช้ือสามารถแพร่กระจายผ่านทาง
อุจจาระของผู้ป่วยเข้าสู่อีกคนหนึ่งโดยผ่านเข้าทางปากได้อีกด้วย (Fecal-oral route) ดังน้ันการใส่หน้ากาก
อนามัย การเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร และการใช้สารฆ่าเช้ือและการล้างมือจึงมีความจาเป็นอย่างยิ่งในการ
ควบคุมการแพรก่ ระจายของเชือ้ โรค
โรคโควดิ 19 รักษาได้อย่างไร
ยังไม่มียาสาหรับป้องกันหรือรักษาโรคโควิด 19 ผู้ที่ติดเชื้ออาจต้องได้รับการรักษาแบบประคับประคอง
ตามอาการ โดยอาการท่ีมีแตกต่างกัน บางคนรุนแรงไม่มาก ลักษณะเหมือนไข้หวัดทั่วไป บางคนรุนแรงมาก
ทาให้เกิดปอดอักเสบได้ ต้องสังเกตอาการใกล้ชิดร่วมกับการรักษาด้วยการประคับประคองอาการจนกว่า
จะพน้ อาการช่วงน้นั และยงั ไม่มยี าตัวใดที่มหี ลกั ฐานชดั เจนว่า รักษาโรคโควิด 19 ได้โดยตรง
ใครบ้างท่เี สยี่ งสงู ตอ่ การติดโรคโควิด 19
กลุ่มเสี่ยงโดยตรงที่อาจสัมผัสกับเช้ือ ได้แก่ ผู้ท่ีเพ่ิงกลับจากพื้นท่ีเส่ียง สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยสงสัยติดเช้ือ
กลุม่ เส่ียงท่ีตอ้ งระวงั หากติดเชื้ออาจมีอาการท่ีรุนแรง ได้แก่ ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเร้ือรัง เช่น เบาหวาน
ความดนั โลหิตสูง หลอดเลอื ดหวั ใจ หรือภูมแิ พ้ เดก็ เลก็ อายุตา่ กวา่ 5 ปี
2
2
คาแนะนาการดาเนินกจิ กรรมส่งเสริมสขุ ภาพช่องปากในสถานพฒั นาเด็กปฐมวัย
ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ภายใต้สถานการณ์โรค COVID-19 ท่ีเกิดข้ึน ส่งผลให้บริการทันตกรรมต่างๆไม่สามารถดาเนินการได้
ตามปกติ มีการงด หรือ จากัดบริการทันตกรรมบางประเภท ดังนั้น การดูแลสุขภาพช่องปากในสถานการณ์น้ี
จึงมุ่งเนน้ ทกี่ ารส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปาก โดยส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพช่องปากตนเองได้
เพ่อื ลดเชอ้ื ลดโรค ลดการไปโรงพยาบาลโดยไมจ่ าเปน็
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย (สพด.) เป็นสถานที่รับดูแล จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะและสร้างเสริม
ประสบการณ์เรียนรู้ให้แก่เด็กปฐมวัย ซ่ึงมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากรวมอยู่ด้วย เน่ืองจาก สพด.
เป็นสถานท่ีที่มีเด็ก ครูหรือผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง และผู้ปฏิบัติงาน จานวนมากอยู่รวมกัน ทาให้มีโอกาสเสี่ยง
ต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ง่าย ดังน้ัน การจัดกิจกรรมใดๆควรมีการดูแลเพ่ือป้องกัน และลด
การแพร่กระจายของเช้อื โรค
การคัดกรองกอ่ นเข้าเรียน โดยคร/ู ผูด้ แู ลเด็ก
ครู/ผู้ดูแลเด็ก ใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลทุกครั้ง ก่อนตรวจเด็กแต่ละคน
ให้เด็กอ้าปาก ตรวจความสะอาดฟัน (มีคราบจุลินทรีย์/ขี้ฟัน หรือไม่) โดยทาไปพร้อมกับการตรวจร่างกาย
ด้านอื่นๆ กลา่ วชมเชย หากพบวา่ เด็กมีฟันสะอาด และ กระตุ้นผูป้ กครองแปรงฟนั ให้เดก็ หากพบว่าเดก็ มฟี ันไมส่ ะอาด
การจัดกิจกรรมส่งเสริมสขุ ภาพช่องปาก
1. จัดกิจกรรมท่ีสอนให้เด็กรู้จักอวัยวะในช่องปากตนเอง ส่งเสริมให้เด็กมีทัศนคติที่ดีต่อการแปรงฟัน
จัดให้มีระยะห่างระหว่างบุคคล 1-2 เมตร เลือกใช้กิจกรรมท่ีเด็กสามารถน่ัง ยืน หรือ เคลื่อนไหวร่างกาย
อยปู่ ระจาจุดของตนเองได้ เชน่ การเลา่ นทิ าน ร้องเพลง เต้นประกอบเพลงเก่ียวกับการแปรงฟัน ฝึกการใช้
กลา้ มเน้อื มดั เลก็ โดยการฝึกขยบั แปรงสฟี ันในปากใหค้ รบทุกซี่ทกุ ดา้ น นาน 2 นาที ดว้ ยเพลงแปรงฟัน
2. กจิ กรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวนั
2.1 จดั เตรียมอปุ กรณ์
- ให้เด็กทุกคน มีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน (ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ความเข้มข้น 1000 ppm) แก้วน้า และ
ผ้าเชด็ หน้า ประจาตวั
- ควรเปลี่ยนแปรงสฟี นั ใหม่ เมือ่ ขนแปรงมลี กั ษณะบาน หรือทุกครัง้ ท่เี ปดิ เรยี นใหม่
- ครู/ผู้ดแู ลเดก็ บีบยาสีฟนั ใหเ้ ด็กแตล่ ะคน ในปรมิ าณที่เหมาะสม
เดก็ อายนุ ้อยกวา่ 3 ปี แตะปลายขนแปรงพอเปยี ก
เดก็ อายุ 3-6 ปี บบี ยาสีฟนั ตามความกว้างของแปรงสีฟัน
ท่ีมา : ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ แนวทางการใชฟ้ ลอู อไรดส์ าหรบั เด็ก 2560
3
3
2.2 การแปรงฟัน
จัดให้เด็ก แปรงฟัน โดยมีระยะห่างจากกัน 1-2 เมตร (ใช้เวลาประมาณ 2 นาที หรือเปิดเพลงแปรง
ฟันความยาว 2 นาที ประกอบ) หากพื้นที่ไม่เพียงพอ สามารถบริหารจัดการ โดย แบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มๆ
ให้แปรงฟนั ทลี ะรอบ หรอื หากมีเด็กจานวนมาก ไม่สะดวกในการแบ่งเป็นรอบๆ อาจจัดให้เด็กน่ังแปรงฟันอยู่
ที่โต๊ะตนเอง โดยมีแก้วน้า 2 ใบ ใบหน่ึงใส่น้าสะอาด อีกใบหน่ึงเป็นแก้วเปล่าไว้สาหรับบ้วนฟองและบ้วนน้า
สะอาด เช็ดปากดว้ ยผา้ เชด็ หนา้ ประจาตัว
แปรงสีฟันที่ใช้แล้ว วางในแก้วน้าประจาตัวเด็ก ครู/ผู้ดูแลเด็ก นาไปล้างให้สะอาดทีละด้าม
(ไม่มีเศษอาหาร ยาสีฟันตกค้าง) จัดเก็บในท่ีโปร่ง อากาศถ่ายเทดี อุปกรณ์ไม่ปะปนกันหรือสัมผัสกัน
วางแปรงสฟี ันในแนวตง้ั (ขนแปรงอย่ดู ้านบน)
2.3 การเฝา้ ระวงั ปัญหาสุขภาพชอ่ งปาก โดย ครู/ผ้ดู ูแลเด็ก
ครู/ผูด้ แู ลเดก็ ใส่หน้ากากอนามัย ลา้ งมือให้สะอาด ใส่ถงุ มือ ตรวจความสะอาดฟัน และ ตรวจฟันผุ
- ตรวจความสะอาดฟัน (ตรวจดูคราบจลุ ินทรยี ์) อย่างน้อยเดือนละ 1 ครงั้
นาหลอดพลาสติกมาตัดแบ่งเป็นท่อนสั้นๆ ความยาวประมาณ 2 นิ้ว หรือ ความยาวพอให้ผู้ตรวจจับ
ได้ถนัดมอื โดยตดั แฉลบ มนปลาย และใช้ขดู เบาๆบนผวิ ฟนั (เปลี่ยนหลอดทุกคร้งั ในการตรวจเดก็ ทกุ ราย)
ฟันทส่ี ะอาด ผวิ ฟนั เรียบลื่น เปน็ มัน ไมม่ ีคราบติดออกมากับปลายหลอด หากมคี ราบติดออกมากับปลายหลอด
แสดงว่าแปรงฟันไม่สะอาด หรือไม่ค่อยได้แปรงฟัน ครู/ผู้ดูแลเด็กสามารถช่วยฝึกทักษะการแปรงฟันให้เด็ก
เพ่ิมข้ึน และแนะนาให้ผู้ปกครองแปรงฟันให้เด็กท่ีบ้าน รวมทั้งแนะนาวิธีใช้หลอดขูดคราบจุลินทรีย์
แก่ผู้ปกครอง เพอ่ื ใหผ้ ูป้ กครองสามารถตรวจไดว้ ่าแปรงฟนั ให้เด็กสะอาดหรือไม่
- ตรวจฟันผุ เดือนละ 1 คร้ัง หากพบฟันผุเป็นรู บันทึกไว้ในแบบเก็บข้อมูล แจ้งผู้ปกครอง และ
ประสานงานกบั ทนั ตบุคลากร
ในกรณีทมี่ เี ด็กจานวนมาก อาจไม่สามารถตรวจเดก็ ไดท้ ั้งหมดในครั้งเดียว ครู/ผู้ดูแลเด็ก สามารถแบ่ง
เด็กออกเป็น 4 กลุ่ม ทยอยตรวจสัปดาห์ละ 1 กลุ่ม วนต่อเน่ืองไปเรื่อยๆ เพื่อลดระยะเวลาในการตรวจแต่ละ
คร้ัง โดยท่ีเด็กทุกคนยงั คงไดร้ บั การตรวจเฝ้าระวงั อยา่ งสมา่ เสมอทกุ เดือน
ใช้เวลาในชว่ งที่ผ้ปู กครองมารบั เดก็ กลบั บา้ น กระตุน้ สนับสนนุ ให้กาลงั ใจ ผูป้ กครองแปรงฟันให้เด็กท่ี
บ้าน ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ เพ่ือป้องกันฟันผุ ลดเชื้อโรคในช่องปาก และแนะนาให้พาเด็กไปพบ
ทนั ตแพทย์ หากพบเดก็ มีฟันผุเปน็ รู หรือ มีอาการปวดฟัน
4
4
การส่งเสรมิ สขุ ภาพช่องปากใน สพด. โดยทันตบคุ ลากร
1. ทันตบุคลากรให้บริการตรวจฟัน เคลือบฟลูออไรด์เฉพาะท่ี และให้ใบนัดหรือใบส่งตัวแก่ผู้ปกครอง ให้พาเด็ก
ไปทาฟันท่ีสถานบริการ ในรายที่จาเป็นต้องได้รับการอุดฟัน หรือ รับการรักษาอื่นๆ โดยการให้บริการในสถาน
บริการในช่วงสถานการณ์ COVID-19 เพื่อที่จะหลีกเล่ียงหัตถการที่ก้อให้เกิดการฟุ้งกระจายของละอองฝอย
(aerosol) แนะนาให้พิจารณาบูรณะฟันด้วยเทคนิค Simplified Modified Atraumatic Restorative Technique
(SMART) หรือใช้ Silver Diamine Fluoride (SDF) ในการยบั ยั้งการลุกลามของโรคฟันผุ ตามความเหมาะสม
2. ให้คาแนะนาการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ สขุ ภาพช่องปากใน สพด.
- สพด. เกบ็ ข้อมลู จานวนเดก็ ทม่ี ีฟันผุ (คน) จานวนฟนั ผุ (ช่/ี คน)
- สพด. ตง้ั เปา้ หมายร่วมกัน เช่น
1. จานวนเด็กฟันผุ ไมเ่ กินรอ้ ยละ…….
2. จานวนฟันผุ (ซ/่ี คน) ไม่เพมิ่ ขึน้
3. เดก็ ทกุ คนได้รับการแปรงฟนั จากผปู้ กครอง วันละ 2 ครง้ั (สารวจ/สอบถาม)
4. เด็กมีฟันสะอาด (ไมม่ ีคราบจลุ ินทรีย์) อยา่ งน้อย รอ้ ยละ 80
5. เด็กมีพฤติกรรมทันตสุขภาพท่ีดี เช่น แปรงฟันหลังอาหารกลางวัน ไม่ใช้ขวดนม ด่ืมนม
รสจืด ทานอาหารวา่ ง/ขนมท่มี นี ้าตาล ไม่เกนิ วนั ละ 2 คร้งั เป็นต้น
3. ให้บริการตรวจสขุ ภาพชอ่ งปาก แก่ครู/ผู้ดูแลเด็กประจาปี และให้บริการรกั ษาทางทนั ตกรรม
4. จดั อบรมฝกึ ทักษะการตรวจความสะอาดฟัน ฟนั ผุ (ระยะแรก-เป็นร)ู และการแปรงฟันเด็ก ใหแ้ กค่ รู/ผดู้ แู ลเด็ก
หมายเหตุ การดาเนนิ กิจกรรมยึดหลกั สอดคล้องกบั คาแนะนาการป้องกนั ตนเอง และการปฏิบัติด้านสุขอนามัย
ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวยั ในสถานการณร์ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
5
5
การสร้างเสริมสขุ ภาพและป้องกนั โรคในชอ่ งปากเดก็ วยั เรียนในภาวะท่มี กี ารระบาดของโรคโควดิ 192
เด็กวัยเรียนเป็นช่วงระยะเวลาที่สาคัญในการปลูกฝัง ความรู้ความสามารถ การเป็นคนดี มีวินัย
สุขภาพเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาเด็ก แนวทางการดาเนินกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพตามกฎบัตร
ออตตาวา (Ottawa charter) ครอบคลุมมติ ิดา้ นการสรา้ งนโยบายสาธารณะเพ่ือสุขภาพ การสร้างสิ่งแวดล้อม
ที่เอ้ืออานวยต่อการมีสุขภาพดี การเสริมสร้างกิจกรรมชุมชนให้เข้มแข็ง การพัฒนาทักษะส่วนบุคคล และ
การปรับเปล่ียนระบบบริการสุขภาพ การดาเนินงานสร้างเสริมสุขภาพช่องปากในโรงเรียนประถมศึกษา
ควรจัดกิจกรรมครอบคลุมงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก (Oral health promotion and
prevention) งานทันตสุขศึกษา (Oral health education) รวมท้ังควรดาเนินงานให้ครอบคลุมการลด
ค ว า ม เ ห ล่ื อ ม ล้ า เ นื่ อ ง จ า ก ปั จ จั ย ท า ง สั ง ค ม แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ซ่ึ ง เ ป็ น ปั จ จั ย ส า คั ญ เ ก่ี ย ว เ น่ื อ ง กั บ ปั ญ ห า
สุขภาพช่องปาก (Social determinant of oral health)
มาตรการแนะนาในการสร้างเสริมสขุ ภาพชอ่ งปากในเดก็ วัยเรยี น
1) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง เช่น โรงเรียน ครอบครัว ชุมชน และ
ภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากในเด็กวัยเรียน สร้างส่ิงแวดล้อม รวมถึง
นโยบายท่สี นับสนนุ การมีสุขภาพช่องปากทีด่ ใี นเดก็ วยั เรยี น
2) พัฒนาแนวคิดการเป็น “เจ้าของสุขภาพ” ในเด็กวัยเรียน ผ่านการสร้างเครือข่าย สร้างกระแส
สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก เพ่ือให้เด็กมีพฤติกรรมสุขภาพช่องปากท่ีพึงประสงค์ และสามารถ
เฝา้ ระวังโรคในช่องปากไดด้ ้วยตนเอง ( Self-surveillance)
3) สร้างความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากนักเรียน ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ
ในโรงเรียนและการเรียนรู้ผ่าน digital platform เช่น จัดกิจกรรมเรียนรู้เร่ืองทันตสุขภาพท่ี
สอดคล้องกบั หลักสูตรการศกึ ษา จัดการเรียนรู้ที่มงุ่ พัฒนาทักษะการแปรงฟันทีถ่ กู ตอ้ ง การเรียนรู้ที่มุ่ง
พัฒนาทักษะในการเลือกรับประทาน อาหาร ขนม และเคร่ืองด่ืมที่ไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก
และจดั ระบบบริการสุขภาพช่องปากทมี่ ีประสิทธิภาพ
4) จัดให้มีระบบเฝ้าระวังสภาวะสุขภาพช่องปากของนักเรียนและการส่งต่อเพื่อรับบริการต้ังแต่
เริ่มแรก (Early detection and early treatment) มีการตรวจสุขภาพช่องปากนักเรียนและ
ประเมินความเส่ียงของโรคในช่องปาก จัดบริการทันตกรรมป้องกันในเด็กตามระดับความเสี่ยง และ
จดั ระบบสง่ ตอ่ บริการในเด็กท่ีจาเป็นต้องได้รับบริการ
*รายละเอยี ดแกนาวรทดาางเนกนิารกจิจัดกกรารรมกสิจ่งกเสรรริมมสแุขปภรงาฟพันชห่อลงปังอากาหในาเรดกก็ ลวายังเวรนั ยี ในนโสรางมเรายีรนถศึกษาเพิม่ เตมิ
ไใดน้จสาถกาเนอกกาสราณร์ก“าแรนแวพทรา่รงะกบาารดดขาอเนงโนิ รงคาตนดิ สเชง่ เ้ือสไรวิมรสสั ุขโคภโารพนชา่อ2ง0ป1า9กใ(นCเOดVก็ วIDยั -เ1ร9ีย)น”
URL:http://dental.anamai.moph.go.th/e_book/book_04/mobile/index.html
6
6
แนวทางการจัดกจิ กรรมแปรงฟันหลงั อาหารกลางวันในโรงเรียนแบบ New normal
การจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันในโรงเรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักแปรงฟัน
ตนเอง และเรียนรู้ว่าการแปรงฟันเป็นส่ิงสาคัญที่จะต้องปฏิบัติอย่างสม่าเสมอเป็นประจาทุกวัน
เม่ือเด็กแปรงฟันเป็นประจา จะเคยชินกับการมีสภาพช่องปากสะอาด ทาให้เกิดการเรียนรู้ว่า การแปรงฟัน
เป็นสิ่งท่ีต้องปฏิบัติเป็นกิจวัตรประจา วัน และจะพัฒนาเป็นสุขนิสัย เม่ือเติบใหญ่ ผลดีของการแปรงฟัน
หลงั อาหารยังช่วยลดความเสย่ี งต่อการเกิดโรคฟันผุ และ เหงอื กอักเสบ
การจัดสถานท่แี ปรงฟนั
โรงเรียนจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันโดยหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม เว้นระยะห่าง
ในการแปรงฟนั และเน้นการมอี ปุ กรณ์การแปรงฟนั สว่ นบุคคล ดังนี้
1. การจดั เตรียมวัสดอุ ุปกรณ์การแปรงฟัน
แปรงสฟี ัน
1) ให้นกั เรยี นทุกคนมีแปรงสฟี นั เป็นของตนเอง ห้ามใชแ้ ปรงสีฟันรว่ มกัน
2) ทาสัญลักษณ์หรอื เขยี นชอ่ื บนแปรงสีฟนั ของแต่ละคนเพ่ือใหร้ ู้วา่ เป็นแปรงสีฟันของใคร
เพื่อปอ้ งกันการหยิบของผอู้ ื่นไปใช้
3) ควรเปลย่ี นแปรงสีฟันใหเ้ ดก็ ทกุ 3 เดอื น หรือเม่ือแปรงสฟี นั เสื่อมคุณภาพโดยสงั เกตท่ี
- บริเวณหัวแปรงสีฟนั มีคราบสกปรกตดิ คา้ ง ล้างได้ยาก
- ขนแปรงสฟี ันบาน แสดงว่าขนแปรงเสอ่ื มคุณภาพ ใชแ้ ปรงฟันได้ไม่สะอาดและอาจกระแทก
เหงือกให้เป็นแผลได้
ยาสีฟนั ให้นักเรยี นทกุ คนมยี าสฟี ันเป็นของตนเอง และเลือกใช้ยาสฟี นั ผสมฟลอู อไรด์สาหรับเด็ก
ซง่ึ มีปริมาณฟลอู อไรด์ 1,000-1,500 ppm. (มลิ ลกิ รัม/ลิตร) เพือ่ ปอ้ งกนั ฟนั ผุ
แกว้ นา้ จดั ให้นกั เรยี นทุกคนมีแก้วนา้ สว่ นตัวเป็นของตนเอง จานวน 2 ใบ
ผา้ เชด็ หนา้ ส่วนตัว เพ่อื เชด็ ทาความสะอาดบรเิ วณใบหน้า และควรซกั และเปลีย่ นใหม่ทุกวนั
2. การเก็บอุปกรณแ์ ปรงฟัน
1) เก็บแปรงสีฟนั ในบรเิ วณที่มอี ากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อับชื้น และปลอดจากแมลง
2) จัดทาท่ีเก็บแปรงสีฟัน แก้วน้า โดยเก็บของนักเรียนแต่ละคนแยกจากกัน ไม่ปะปนกัน
เว้นที่ให้มีระยะห่างเพียงพอท่ีจะไม่ให้แปรงสีฟันสัมผัสกัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของ
เชื้อโรค และควรวางหัวของแปรงสีฟันต้ังขึ้น เพื่อกันไม่ให้น้าท่ีค้างตามด้ามแปรงสีฟันหยด
ลงใสห่ วั แปรงสฟี นั
7
7
การจดั กจิ กรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวนั
ครูประจาช้ันดูแลและจัดให้มีกิจกรรมการแปรงฟันในห้องเรียน ให้นักเรียนทุกคนแปรงฟัน
หลงั อาหารกลางวันทุกวนั อย่างสมา่ เสมอ โดยหลีกเลยี่ งการรวมกลุ่ม และเวน้ ระยะห่างในการแปรงฟัน โดย
1) ให้เด็กนักเรียนแปรงฟันในห้องเรียนโดยนั่งท่ีโต๊ะเรียน เพ่ือป้องกันการแพร่กระจายของน้าลาย
ละอองฝอยท่ีผ่านทางเดินหายใจ หรือเช้ือโรคสู่ผู้อ่ืน กรณีห้องเรียนแออัด ให้เหลื่อมเวลา
ในการแปรงฟนั
2) ก่อนการแปรงฟันทุกคร้ังให้ล้างมือด้วยน้าและสบู่เสมอเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้
เจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70-74% หลีกเล่ียงการรวมกลุ่ม และเว้นระยะห่างระหว่าง
บคุ คลอย่างนอ้ ย 1-2 เมตร
3) ครปู ระจาช้ันเทนา้ ให้นกั เรยี นใส่แกว้ นา้ ใบท่ี 1 ประมาณ 15 ml.
4) นักเรียนนั่งท่ีโต๊ะเรียนแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ครอบคลุมทุกซี่ทุกด้าน
นานอย่างน้อย 2 นาที เม่ือแปรงฟันเสร็จแล้ว ให้บ้วนยาสีฟันและน้าสะอาดลงในแก้วน้า
ใบท่ี 2 เช็ดปากให้เรียบรอ้ ย
5) นักเรียนทุกคนนาน้าที่ใช้แล้วจากแก้วใบท่ี 2 เทรวมใส่ภาชนะท่ีเตรียมไว้ และให้ครูประจาชั้น
นาไปเททง้ิ ในทรี่ ะบายนา้ ของโรงเรียน หา้ มเทลงพ้ืนดิน
6) นักเรียนนาแปรงสีฟันและแก้วน้าไปล้างทาความสะอาด และนากลับมาเก็บให้เรียบร้อย
หลีกเล่ยี งการรวมกลมุ่ และเวน้ ระยะห่าง 1-2 เมตร
7) มีการตรวจความสะอาดฟันหลังการแปรงฟันด้วยตนเองทุกวัน โดยอาจมีกระจกของตัวเอง
ในการตรวจดูความสะอาด เสรมิ ดว้ ยกจิ กรรมการย้อมสีฟนั อย่างน้อยภาคเรียนละ 2 ครง้ั
นักเรียนงดรบั ประทานอาหารและเครือ่ งดืม่ หลงั การแปรงฟนั นาน 2 ชว่ั โมง
หมายเหตุ:
คลปิ วิดโิ อ สาธติ วิธกี ารแปรงฟันแบบ new normal สามารถเข้าถงึ ไดจ้ าก
URL:http://dental2.anamai.moph.go.th/ewtadmin/ewt/dental/
ewt_news.php?nid=4163&filename=pd
Info-graphic เก็บ "แปรงสีฟัน ให้ถกู วิธี เชื้อไม่มีแพร่กระจาย” สามารถเข้าถงึ ได้จาก
URL: http://dental2.anamai.moph.go.th/ewtadmin/ewt/dental/
main.php?filename=pd#article
8
8
แนวทางการจัดบรกิ ารสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพและป้องกนั โรคในชอ่ งปากเดก็ วัยเรียน
ในภาวะทีม่ ีการระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ 19) 3-6
การจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากในช่วงเวลานี้ หน่วยบริการควรเน้น
ความปลอดภัยในการให้บริการ โดยจัดให้มีความปลอดภัยในเรื่องโครงสร้าง การจัดการส่ิงแวดล้อมของคลินิก
บริการทนั ตกรรม และจดั ระบบการให้บรกิ ารโดยคานึงถงึ ความปลอดภัย ของผู้ใหบ้ รกิ ารและผรู้ บั บรกิ ารเป็นหลัก
1. การเตรียมโครงสร้างคลินิกบริการทันตกรรม ในการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
ในชอ่ งปาก
สถานบรกิ ารทีจ่ ดั บริการสร้างเสรมิ สขุ ภาพและป้องกนั โรคในชอ่ งปากเด็กวัยเรียน ควรมีการเตรียม
ความพร้อมของการจัดบรกิ ารครอบคลมุ ประเดน็ ดงั น้ี
1) มีจุดคัดกรองนักเรียน ผู้ปกครอง/ผู้ติดตาม ณ วันนัดในการให้บริการทางทันตกรรม โดยซักประวัติ
ความเสยี่ งของการเกิดโรคโควดิ 19 และวดั ไข้ (แผนภมู ิการคัดกรองผรู้ บั บริการในภาคผนวก)
2) จดั ใหม้ จี ดุ บริการลา้ งมือดว้ ยสบู่ หรอื แอลกอฮอลเ์ จลที่มคี วามเข้มขน้ 70-80 % หรือนา้ ยาฆ่าเชอื้ โรค
ในการทาความสะอาดมือให้ผู้ปว่ ยและญาติ
3) บริเวณทพี่ ักรอของนกั เรยี นและผปู้ กครองมีการเว้นระยะหา่ ง (Physical distancing) 1-2 เมตร
และใหน้ กั เรียนและผปู้ กครอง/ผ้ตู ดิ ตาม สวมใสห่ น้ากากอนามยั ตลอดเวลาขณะท่ีรอรับการบรกิ าร
4) มีการทาความสะอาดพื้น และพื้นผิวสัมผัสบริเวณยูนิตทาฟันท้ังก่อนและหลังการให้บริการผู้ป่วย
แตล่ ะราย
5) มีการใชเ้ คร่อื งดดู ความแรงสงู และจดั ใหม้ ผี ู้ช่วยขา้ งเก้าอี้ขณะให้บริการ (Four Hands technique)
6) ปรับปรุงให้มีการหมุนเวียนอากาศท่ีเหมาะสม ตามประกาศของกรมการแพทย์ เร่ืองแนวทาง
ปฏบิ ตั กิ ารรกั ษาทางทันตกรรมในสถานการณ์การระบาดของ COVID -196
7) มีการกาจดั ขยะติดเชื้อทุกวันอยา่ งเหมาะสม
2. ความปลอดภัย ผ้รู บั บริการ/ผูใ้ หบ้ ริการ/สิ่งแวดล้อม
ความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเช้ือของการให้บริการทันตกรรมขึ้นอยู่กับการเกิดละอองกระเด็น
และละอองลอย (Splatter droplet and aerosol) ในขณะให้บริการ โดยข้ันตอนที่เสี่ยงต่อการ ทาให้
เกิดการแพร่กระจายเช้ือได้คือ การขูดหินปูนด้วยเครื่องขูดหินปูนแบบ Ultrasonic และ Sonic scalers
การใช้ Triple syringe การกรอฟนั ดว้ ยหัวกรอเร็ว (Air turbine handpiece) และการขดั ฟนั 8,9
การให้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากเด็กวัยเรียน อาจมีการลงพื้นที่ให้บริการ
ในสถานศึกษาที่มีการเปิดภาคเรียนและมีจัดการเรียนการสอนตามปกติ ในสถานการณ์การระบาดของ
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ในระยะผ่อนปรน ตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์
โควิด 19 (ศบค.) หรือมีการจัดบริการในคลินิกทันตกรรมของหน่วยบริการ การจัดบริการควรคานึงถึง
ความปลอดภัย ของผ้รู ับบริการ ผใู้ หบ้ ริการ และมีการจัดการส่งิ แวดล้อมทเ่ี หมาะสม ดังตารางที่ 1
9
9
ตารางที่ 1 การจดั ความปลอดภัย ของ สิง่ แวดลอ้ ม ผ้รู ับบรกิ าร และผู้ให้บรกิ าร ในการจัดบรกิ าร
สร้างเสรมิ สุขภาพและปอ้ งกันโรคในช่องปากในเดก็ วยั เรียน
กรณีจดั บรกิ ารในสถานศึกษา กรณีจัดบรกิ ารในหนว่ ยบรกิ าร
ส่ิงแวดล้อม - มจี ุดวดั ไข้ ดว้ ยเครอ่ื งมือทไ่ี ดม้ าตรฐาน - มจี ุดคดั กรองนกั เรียน ผปู้ กครอง/ผตู้ ดิ ตาม ณ วันนัด
- มีจุดบริการแอลกอฮอล์เจล หรือน้ายาฆ่าเช้ือ ในการให้บริการทางทันตกรรม โดยทาการซัก
โรคในการทาความสะอาดมือ ประวัติความเสย่ี งของการเกิดโรคโควดิ 19 และวัดไข้
- มีการทาความสะอาดพื้น และพื้นผิวสัมผัสจุด - จัดใหม้ ีจดุ บรกิ ารล้างมอื ดว้ ยสบู่ หรือ
ตรวจทั้งก่อนและหลังการให้บริการผู้ป่วย แอลกอฮอล์เจล หรือน้ายาฆ่าเช้ือโรคในการ
แต่ละราย ทาความสะอาดมอื ให้ผู้ปว่ ยและญาติ
- มีการกาจัดขยะตดิ เช้อื ทุกวันอยา่ งเหมาะสม - มีการทาความสะอาดพื้น และพ้ืนผิวสัมผัส
- ตั้งจุดบริการในบริเวณที่มีการระบายอากาศ บริเวณ ยูนิตทาฟันทั้งก่อนและหลัง
และอากาศถา่ ยเทสะดวก การใหบ้ รกิ ารผปู้ ว่ ยแต่ละราย
- มีการกาจัดขยะตดิ เช้ือทุกวันอย่างเหมาะสม
- คลนิ ิกควรมกี ารหมุนเวียนอากาศท่ีระดับ 12 ACH*
- มีการใชเ้ ครอื่ งดูดความแรงสูงและจดั ใหม้ ผี ้ชู ว่ ยข้าง
เกา้ อีข้ ณะใหบ้ ริการ(FourHandstechnique)*
เดก็ นกั เรยี น - มีระบบคัดกรองนักเรียน ก่อนให้การบริการ - มรี ะบบนดั
และ ทางทันตกรรม โดยทาการซักประวัติความ - มรี ะบบคัดกรองนกั เรยี น ผูป้ กครอง/ผู้ติดตาม กอ่ น
ผูเ้ กี่ยวข้อง เสี่ยงของการเกิดโรคโควิด-19 ประเมินความ ใหก้ ารบริการทางทนั ตกรรม โดยทาการซัก
เส่ียงของการเกิดโรคในช่องปาก และมีการ ประวตั ิความเสย่ี งของการเกิดโรคโควดิ 19
ขออนญุ าตผปู้ กครอง และวัดไข้
- มีการเวน้ ระยะห่าง (Physical distancing) 1-2 เมตร - มีการเวน้ ระยะห่าง (Physical distancing) 1-2 เมตร
- สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา - สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา
- บ้วนนา้ ยาบ้วนปาก 0.2% povidone iodine - เชด็ ในช่องปากเด็กด้วยสาลี หรือผ้าก๊อซชบุ
หรอื 1% hydrogen peroxide หรือ 0.12% น้ายาบว้ นปาก* หรอื แนะนาให้เด็กแปรงฟนั
chlorhexidine (C-20 mouthwash)** ก่อนรบั บริการ สามารถลดปริมาณเชอื้ ในละออง
หรอื แนะนาใหเ้ ด็กแปรงฟันก่อนการรับบริการ ฝอยทอี่ อกมาได้
สามารถลดปรมิ าณเชือ้ ในละอองฝอยท่ี
ออกมาได้
ผ้ใู ห้บริการ - ทันตบุคลากรมีการสวมใส่ชุดป้องกันตนเอง - ทันตบุคลากรมีการสวมใส่ชุดป้องกันตนเอง
(PPE) ประกอบด้วย Hair net, surgical (PPE) ข้ึนอยู่กับชนิดหตั ถการ กรณีปฏิบัติงานที่มี
mask, Disposable gloves, Face shield, การฟุ้งกระจาย (ประกอบด้วย Hair net,
surgical mask, Disposable gloves, Face
เส้อื กาวน์ผ้าแขนยาว shield, เส้ือกาวน์ผา้ แขนยาว เสอื้ กาวนก์ นั น้า)
- จัดให้มผี ู้ช่วยขณะใหบ้ ริการในผปู้ ว่ ยทุกราย
10
10
หมายเหตุ:
* ศึกษารายละเอียดเพิ่มเตมิ ได้จากประกาศกรมการแพทย์ ฉบับลงวนั ท่ี 19 พ.ค. 25636
** น้ายาบว้ นปาก 0.2% povidone iodine มีขอ้ ห้ามใชใ้ นผูป้ ่วยทม่ี ีการทางานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติ ผู้ท่ีมี
ประวัติการแพ้ไอโอดีน ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยตั้งครรภ์ ผู้ป่วยในระยะให้นมบุตร และเด็กอายุต่ากว่า 6 ปี หากใช้
น้ายาบ้วนปากดังกล่าวไม่ได้ ให้พิจารณาใช้น้ายาบ้วนปาก 1% hydrogen peroxide หรือ 0.12%
chlorhexidine (C-20 mouthwash) โดยมขี ้อควรระวัง คือ อาจก่อใหเ้ กิดการระคายเคืองค่อนข้างสูง จึงห้าม
ใช้ในผู้สูงอายุ ผู้ท่ีปากแห้งน้าลายน้อยหรือมีแผลในช่องปาก ผู้ป่วยท่ีมีแผลถอนฟัน ในกรณีท่ีผู้ป่วยท่ีไม่
สามารถควบคุมการกลืนได้ เช่น ผู้ป่วยเด็ก หรือผู้ป่วยสูงอายุ ให้ใช้ผ้าก๊อซหรือสาลีชุบน้ายาบ้วนปาก
เชด็ ภายในชอ่ งปากแทนการบว้ นน้ายา
การเช็ดทาความสะอาดพ้นื ผิว1,5
การเช็ดทาความสะอาดพื้นผิวแบ่งพ้ืนผิวออกตามระดับของความเส่ียงต่อการปนเปื้อนดังแสดงใน
ตารางท่ี 2
ตารางที่ 2 ชนดิ ของพ้นื ผิวในคลนิ กิ ทันตกรรมและนา้ ยาฆ่าเชอื้ ท่ีเหมาะสม
พื้นผิว ตัวอย่าง ชนิดสารฆ่าเชอ้ื ความเขม้ ขน้ ระยะเวลา วธิ เี ตรยี มการ
ทฆี่ า่ เชอ้ื
พนื้ ผวิ ทเ่ี สี่ยงตอ่ ยูนติ ทาฟนั โตะ๊ นา้ ยาฆ่าเช้อื ระดบั กลาง 70-90% โดย
การปนเปอ้ื น วางเครอื่ งมือ ทส่ี ามารถฆ่าเช้ือวณั โรค ปริมาตร 10
ขณะให้บริการ ลูกบดิ ประตู ได้ เช่น ethyl alcohol นาที
พน้ื ผิวทเี่ ปน็ โลหะ
พื้นผิวท่วั ไปใน พื้นในบริเวณ โซเดียมไฮโปคลอไรท์ 0.1% 5-10 ผสม 1 ส่วน
คลินกิ ยูนติ อา่ งล้างมอื (เช่นนา้ ยาซักผ้าขาว) นาที ในน้า 49 ส่วน
พ้ืนกระเบื้องแต่ (เช่น 1 ช้อนโตะ๊
ไม่เหมาะกบั ผิว ต่อน้า 1 ลติ ร
โลหะ กรณี ผลติ ภัณฑ์ทีใ่ ช้
มีความเข้มขน้ 6%)
พืน้ ผวิ ทัว่ ไปใน พื้นบริเวณทางเดนิ ไฮโดรเจนเปอร์
อาคาร 0.5% 1 นาที ผสม 1 ส่วน
เกา้ อ้ีน่งั รอ ออกไซด์ ตอ่ น้า 5 ส่วน
(เช่น 13 ชอ้ น โต๊ะ
ราวประตู ต่อนา้ 1 ลติ ร
กรณผี ลิตภณั ฑท์ ีใ่ ช้
ป่มุ ลฟิ ต์ มีความเขม้ ขน้ 3%)
11
11
เน่ืองจากละอองฝอยในอากาศมีแนวโน้มตกลงบนพื้นผิว ดังน้ันจึงควรเช็ดทาความสะอาดพ้ืนผิว
ในบริเวณที่ให้การรักษาในตอนเช้าก่อนเริ่มงานและหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในแต่ละวัน สาหรับพ้ืนผิว
ที่เส่ียงต่อการปนเป้ือนขณะให้การรักษา ควรเช็ดทาความสะอาดทุกคร้ังหลังเสร็จสิ้นการรักษาผู้ป่วยในแต่ละ
รายด้วยน้ายาฆ่าเช้ือระดับกลาง โดยใช้หลักการเช็ดทาความสะอาดคราบสกปรกออกก่อนและเช็ดซ้าอีกครั้ง
เพือ่ ชโลมน้ายาใหท้ ่วั ถึงกอ่ นปล่อยให้นา้ ยาสมั ผสั กบั พ้ืนผวิ ตามระยะเวลาท่ีกาหนดโดยบรษิ ัทผูผ้ ลิต
การกาจัดของเสยี และการรักษาสภาวะแวดล้อม15
ขยะทเี่ กิดขึน้ จากการให้การบรกิ ารทางทันตกรรมท่ถี ือเปน็ ขยะตดิ เช้ือ ไดแ้ ก่ ผ้าก๊อส/ สาลที ป่ี นเปื้อน
เลอื ดและน้าลาย ฟันที่ถอนแลว้ เข็มฉีดยาที่ใชแ้ ลว้ เป็นต้น ซง่ึ ขยะตดิ เชอ้ื เหลา่ น้ี ต้องกาจัดอยา่ งถูกวธิ ี เพอ่ื
ไม่ให้เปน็ แหล่งแพรเ่ ช้ือไปสชู่ ุมชน และทาลายสิ่งแวดล้อม
ตารางที่ 3 การจัดประเภทของเสยี ทางทันตกรรมและวธิ ีการกาจดั ของเสีย
ประเภทของเสีย วิธีกาจัดของเสีย
สาลี/ ผ้ากอ๊ สที่ปนเปอื้ นเลือด รวบรวมในถงุ สีแดง ระบุข้างถุงว่าเป็น “ขยะติดเชื้อ” มัดปากถุงให้
และนา้ ลาย ฟนั ทีถ่ อนแล้ว แนน่ นาไปทงิ้ ในทที่ ้ิงขยะติดเชือ้ ทท่ี างโรงพยาบาลจัดไวใ้ ห้
ช้ินเนอ้ื ขนาดเล็ก
ของมีคม เชน่ เข็มฉีดยา ท้ิงลงในภาชนะที่กนั การทะลุ เม่อื บรรจุเตม็ แลว้ ปิดฝาให้สนทิ เพือ่ สง่
หลอดยาชา ใบมีด หัว bur ฯลฯ ทาลายตอ่ ไป
สารเคมที เี่ ปน็ อนั ตราย แยกตามประเภทของสารเคมี เพอ่ื สง่ ทาลายต่อไป
เลอื ด น้าลาย สารคัดหล่ัง ฯลฯ - เทลงชกั โครกสาหรบั ท้ิงเลอื ด น้าลายและสารคดั หลง่ั
ในขวด suction - ล้างขวดด้วยผงซกั ฟอก ควา่ ไวใ้ ห้แหง้ เติม 0.05% โซเดียมไฮโปคลอ
ไรท์ 1/5 ของปริมาตรขวด ก่อนนาไปใช้
การกาจัดขยะ
1. แยกประเภทขยะเปน็ 2 ประเภท ดงั นี้
1.1 ขยะทั่วไป
1.2 ขยะติดเช้ือ
2. การจัดเก็บขยะในหน่วยงาน
2.1 ขยะทัว่ ไปแยกใส่ถงุ ดา
2.2 ขยะตดิ เช้ือแยกใสถ่ ุงแดง
3. การขนส่งขยะสู่ที่พกั ขยะ
3.1 พนกั งานตอ้ งสวมถงุ มืออยา่ งหนา ผา้ ยางกันเปอื้ นและรองเทา้ บู๊ท
3.2 รถขนสง่ ขยะ ต้องเปน็ รถท่ีปิดมิดชิด นา้ ไม่ร่วั และต้องทาด้วยวสั ดุเรียบล้างทาความสะอาดงา่ ย
3.3 การขนส่งขยะ ต้องจับทคี่ อถุง ห้ามอุ้มถงุ ขยะ การยกหรือวางให้ทาอยา่ งน่มุ นวล
ไมโ่ ยนหรือขว้าง
3.4 ท่ีเกบ็ หรือทีพ่ ักขยะ ต้องเปน็ ที่มิดชิด เขา้ -ออกได้เฉพาะเจ้าหน้าทีผ่ ู้รับผดิ ชอบเท่านนั้
และต้องสามารถป้องกนั สัตว์และแมลงได้
12 12
3. ระบบการจัดบรกิ ารสรา้ งเสริมสขุ ภาพและป้องกันโรคในชอ่ งปากในเดก็ วัยเรยี น
ควรมีการจัดบริการตามความเสี่ยงและความจาเป็น โดยมีข้ันตอนครอบคลุม การคัดกรองความเสี่ยง
ของการเกิดโรค โควิด 19 ความเสี่ยงของการเกิดโรคในช่องปาก การยินยอมการรับบริการจากผู้ปกครอง
จดั ระบบสง่ ต่อบรกิ ารและจดั บรกิ ารในสถานบรกิ ารให้เหมาะสมตามความเสี่ยงและความจาเปน็
ทัง้ นี้ให้ทุกหน่วยบรกิ ารปฏบิ ัติตามหลักการ Standard precautions อย่างเคร่งครัด
การจัดบรกิ ารสรา้ งเสรมิ สุขภาพและปอ้ งกันโรคในช่องปากในเด็กวยั เรียนควรมีขั้นตอนดงั น้ี
1) จัดระบบการคัดกรองความเสีย่ งของการเกิดโรค โควิด 19 ความเส่ียงของการเกิดโรคในช่องปาก การ
ยินยอมการรับบรกิ ารจากผู้ปกครอง
2) ใหบ้ ริการตรวจฟนั ในสถานศึกษาในเด็กท่ผี ปู้ กครองอนุญาต และไม่มีความเสี่ยงต่อการเกดิ โรคโควิด 19
เด็กที่มีความเสย่ี งต่อการเกดิ โรคโควิด 19 ดาเนินการตามแผนผังการประเมินความเส่ยี งโรคโควิด 19
(ในภาคผนวก)
3) กจิ กรรมท่ีทาในสถานศกึ ษาครอบคลมุ
- การตรวจฟันเด็ก 4-12 ปี ณ สถานศกึ ษา
- การสอนทันตสุขศึกษา เรือ่ งการแปรงฟนั และการลดการบริโภคนา้ ตาลลน้ เกนิ
- ทา ฟลูออไรด์วาร์นชิ ในเด็ก 4-5 ปี ที่มคี วามเสย่ี ง
4) จดั ระบบสง่ ต่อบริการในเด็กที่มคี วามเส่ียงต่อการเกดิ โรคในชอ่ งปากให้ไปรบั บริการในสถานบรกิ าร
ตามความเส่ยี งและความจาเปน็
รูปที่ 1 แผนผงั แนวทางการบริการสร้างเสรมิ สุขภาพและป้องกันโรคในช่องปาก
13
13
รปู ที่ 2 แผนผงั การบรกิ ารสร้างเสรมิ สขุ ภาพและป้องกนั โรคในช่องปากในเด็ก 4-12 ปี
14
14
(ตวั อย่าง) แบบคัดกรองเด็กนกั เรียนกอ่ นเขา้ รบั บรกิ ารทางทันตกรรม
วตั ถุประสงค์ เพื่อคัดกรองนกั เรยี นกอ่ นเขา้ รับบริการทางทันตกรรม ทาใหเ้ กิดความปลอดภยั แกน่ ักเรียนและ
ผู้เก่ียวข้อง แบบสอบถามน้เี ป็นการประเมินเบ้ืองต้นเท่านั้น การตัดสินใจใหก้ ารรักษาขน้ึ อย่กู ับการ
ซกั ประวัติเพิ่มเติมและดลุ ยพินิจของทันตแพทย์
ช่อื – นามสกุล เดก็ ชาย/เด็กหญงิ ....................................................................................อายุ......................ปี
โรคประจาตวั / การแพย้ า หรอื แพอ้ าหาร...........................................................................................................
โรงเรยี น....................................................................................................................ชั้น.......................................
เบอรโ์ ทรศพั ท์ผู้ปกครอง..........................................................
บนั ทึกข้อมูลตามความเปน็ จรงิ โดยการทาเครือ่ งหมาย ลงใน ไม่มี
1. นกั เรยี นในปกครองของท่านมปี ระวัตเิ หลา่ นีห้ รือไม่ (ภายในระยะ 14 วนั ที่ผ่านมา)
มี
1.1 สัมผัสหรืออยใู่ กล้ชิดกบั ผปู้ ่วยโรคโควิด 19.........................................................................
1.2 พักอาศยั กับผ้ทู ่เี ดนิ ทางมาจากประเทศท่ีมกี ารระบาดของโรค โควิด 19………………………..
1.3 มีประวตั เิ ดนิ ทางจากต่างประเทศ (ถา้ มีโปรดระบปุ ระเทศ................................................)
2. นักเรยี นในปกครองของทา่ นมอี าการเหล่าน้หี รือไม่ ไม่มี
มี
2.1 มไี ข้........................................................................................................................ .............
2.2 ไอ………………………………………………………………………………………………………………………..
2.3 มีน้ามูก…………………………………………………………………………………………………………………
2.4 เจ็บคอ………………………………………………………………………………………………………………….
2.5 หายใจลาบาก/ หอบเหน่ือย…………………………………………………………………………………….
2.6 จมกู ไม่ได้กล่นิ หรอื ได้กล่ินลดลง……………………………………………………………………………….
2.7 ลิน้ ไมร่ รู้ สหรือลน้ิ รับรสน้อยลง…………………………………………………………………………………
3. มปี ระวัตปิ ่วยด้วยโรคโควิด 19 แตร่ กั ษาหายแลว้ (ระบุวันทรี่ กั ษาหาย...............................)
4. ข้าพเจ้าอนญุ าตใหม้ ีการตรวจสขุ ภาพชอ่ งปากและการให้บรกิ ารทนั ตกรรมกบั
เด็กชาย/เดก็ หญิง....................................................................................
อนญุ าต ไม่อนุญาต
ข้าพเจ้ายืนยันว่า ข้อมูลดงั กล่าวเป็นความจริงทุกประการ และจึงขอลงลายมือชื่อไว้เป็นหลกั ฐานประกอบ
คายนื ยัน
ลงช่อื ผู้ปกครอง...............................................................
(............................................................)
วันที่.........................................................................
15
15
ตารางที่ 4 (ตัวอยา่ ง) แบบประเมนิ ความเส่ียงตอ่ การเกดิ โรคฟันผุในเดก็ 4-12 ปี
ปัจจัย ระดบั ความเสี่ยงต่อการเกดิ ฟนั ผุ
ตา่ ปานกลาง สงู
สว่ นที่ 1 ปัจจยั ด้านสขุ ภาพท่วั ไป
- เดก็ มโี รคประจาตัว หรือความบกพร่องทางการพฒั นาการ ไม่ใช่ ใช่
ของร่างกายและจติ ใจที่ทาให้การทาความสะอาดช่องปากมี
ประสิทธิภาพลดลง รวมถงึ เด็กได้รับการฉายรังสี หรือรักษา ไมใ่ ช่ ใช่
ทางเคมีบาบัด หรอื กินยาทมี่ ผี ลต่อการหลั่งของน้าลาย เช่น ไม่ใช่ ใช่
กินยาแก้แพ้ (anti-allergy medications) ยาแอนติฮิสตา ไมใ่ ช่ ใช่
มนี (anti-histamine) ไม่ใช่ ใช่
สว่ นที่ 2 ปจั จยั ดา้ นการตรวจช่องปาก ไมใ่ ช่ ใช่ ใช่
- เด็กมแี ผ่นคราบจลุ นิ ทรยี ์หนาปกคลุมฟนั ชัดเจน ไมใ่ ช่
- เด็กมรี อยขุ่นขาวบนผิวเคลือบฟนั (Active white lesions)
- เดก็ มีฟันผุในชอ่ งปาก ใช่ แปรงทกุ วัน ไม่ใช่
- เดก็ มคี วามผดิ ปรกติของผวิ ฟันและหลมุ ร่องฟันลึกในฟัน 1 คร้ัง/วนั
กรามแท้ แปรงทุกวนั แปรงบาง
- มฟี ันที่อดุ ฟันแล้ววัสดุอุดชารดุ ≥ 2 ครั้ง/วนั 1 ครั้ง/วัน วนั
- เด็กจัดฟนั ใสเ่ คร่ืองมอื ในชอ่ งปาก มฟี นั ปลอม
ไม่บรโิ ภค ≥ 2 คร้งั /วนั
สว่ นท่ี 3 ปจั จัยการป้องกันฟันผุและปจั จยั เสยี่ ง ระหวา่ งมอ้ื
- เดก็ ไดร้ บั การทาฟลอู อไรดว์ านิช/เคลือบฟลูออไรด์เจล
- เด็กแปรงฟันทุกวันดว้ ยยาสฟี ันผสมฟลอู อไรด์ (ต้ังแต่ 1,000 อาหาร
ppm. ขึ้นไป)
- ความถใ่ี นการบรโิ ภคอาหาร ขนม ประเภทแปง้ และน้าตาล
ดื่มเครอ่ื งดื่มรสหวานระหว่างมอ้ื อาหาร
การประเมนิ ความเส่ียงตอ่ การเกิดโรคฟันผุของเด็กในภาพรวม
ระดับความเสี่ยง เกณฑป์ ระเมิน
เส่ียงสงู มรี ะดับความเสย่ี งของปจั จยั ส่วนที่ 1 และ สว่ นท่ี 2 ข้อใดข้อหนึ่งอยู่ในระดับสงู
หรือมปี ัจจัยส่วนใหญใ่ นส่วนที่ 3 อยู่ในระดบั เสี่ยงสงู
เสยี่ งปานกลาง ปจั จัยในส่วนที่ 1 และ 2 ไม่มีขอ้ ใดอยใู่ นระดับสงู และมรี ะดับความเส่ียงของปัจจัยสว่ นที่ 2 อยู่
ในระดับปานกลาง หรือมีปัจจยั สว่ นใหญใ่ นสว่ นท่ี 3 อยูใ่ นระดบั ปานกลาง
เส่ียงตา่ ปัจจัยในส่วนที่ 1 และ 2 ไม่มีข้อใดอยู่ในระดับสงู และมีระดบั ความเสี่ยงของปจั จัยสว่ นใหญ่ใน
ส่วนที่ 3 อยใู่ นระดับต่า
ทม่ี า: ดดั แปลงจาก แนวทางการประเมินความเสย่ี งตอ่ การเกดิ โรคฟันผุ AAPD 201910 สานกั ทันตสาธารณสุข11
และทันตแพทยสมาคม12
16
16
ตารางท่ี 5 แนวทางปฏบิ ัตใิ นการจดั การโรคฟนั ผุในเดก็ 4-12 ปี ตามระดับความเส่ยี ง
กลมุ่ เสีย่ งต่อ ระยะเวลาใน กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปาก
โรคฟันผุ การติดตาม
ฟลูออไรด์ พฤตกิ รรมการบริโภค การเคลือบ
เสี่ยงตา่ หลมุ ร่องฟนั
ทุก 6 เดือน -แปรงฟันด้วยยาสีฟัน -เสริมแรงพฤติกรรมที่ดี
เส่ยี งปานกลาง √
ถงึ 1 ปี ผสมฟลูออไรด์อย่างน้อย อ ยู่ แ ล้ ว แ ล ะ ใ ห้ ก า ร
√
วันละ 2 คร้ัง นานอย่าง สนับสนุน
นอ้ ย 2 นาที
ทุก 6 เดือน -แปรงฟันด้วยยาสีฟัน -ปรบั พฤตกิ รรมการกิน
ผสมฟลูออไรด์อย่างน้อย อาหาร การกินระหวา่ ง
วันละ 2 ครั้ง นานอย่าง ม้ืออาหาร การกินอาหาร
นอ้ ย 2 นาที และดมื่ เคร่อื งดื่มรสหวาน
-ทาฟลูออไรด์วาร์นิชหรือ (diet counseling)
เคลือบฟลูออไรด์เจล ทุก เพื่อให้รู้จักและสามารถ
6 เดือน เลือกกินอาหารได้อย่าง
เหมาะสม
เสี่ยงสงู ทกุ 3 เดือน -แปรงฟันด้วยยาสีฟนั -ปรบั พฤตกิ รรมการกิน √
ผสมฟลอู อไรด์อย่างน้อย อาหาร การกนิ ระหว่าง
วันละ 2 ครงั้ นานอย่าง ม้อื อาหาร การกินอาหาร
น้อย 2 นาที และดม่ื เครอื่ งด่ืมรสหวาน
-ทาฟลอู อไรด์วารน์ ชิ หรอื (diet counseling)
เคลือบฟลอู อไรด์เจล ทุก เพื่อให้รู้จกั และสามารถ
3 เดอื น เลอื กกินอาหารไดอ้ ย่าง
-ทา Silver diamine เหมาะสม
fluoride ฟนั น้านมท่ีผุ
เปน็ รู ในเด็กทผี่ ปู้ กครอง
อนุญาต
ที่มา: ดดั แปลงจาก AAPD 201910
17
17
4. แนวทางการจดั บริการป้องกันโรคในชอ่ งปากในเด็ก 4-12 ปี
ในการให้บรกิ ารควรใชห้ ลกั Standard precautions อย่างเคร่งครดั ควรคานึงถงึ หลักความปลอดภยั
ลดการเกดิ ละอองฝอยให้มากท่ีสุดเทา่ ทจี่ ะทาได้ หลกั ปฏิบตั เิ พ่อื ความปลอดภัยใน การจัดบรกิ ารปอ้ งกนั โรค
ในชอ่ งปากในเดก็ 4-12 ปี ดงั แสดงในตารางที่ 6
ตารางที่ 6 หลกั ปฏบิ ัตเิ พื่อความปลอดภัยในการจัดบริการปอ้ งกนั โรคในช่องปากในเด็ก 4-12 ปี
หัตถการ หลกั ปฏบิ ัตเิ พื่อความปลอดภัย
การตรวจในช่องปาก 1. ให้เดก็ แปรงฟนั ใหส้ ะอาดก่อนตรวจฟนั
2. หลกี เลย่ี งการกระตนุ้ ใหเ้ กิดอาการไอ จาม หรือ gag reflex
3. ไมค่ วรตรวจในเดก็ ที่ไมใ่ ห้ความร่วมมอื
การทาฟลอู อไรดว์ าร์นิชในเดก็ อายุ 4-5 ปี จัดบริการในเด็กที่ผ่านการประเมินความเส่ียงของการเกิดโรคโควิด
19 มีความเส่ยี งของการเกิดโรคฟันผใุ นระดับปานกลางและสูง และมี
การยินยอมการรบั บริการจากผู้ปกครอง ไม่ควรจดั บรกิ ารในเดก็ ที่
ไม่ใหค้ วามร่วมมือ
การทาฟลูออไรด์วาร์นชิ ในสถานศึกษา 1. จัดให้มจี ดุ วดั ไข้และจุดบริการแอลกอฮอล์เจล หรอื น้ายาฆ่าเช้อื
โรคในการทาความสะอาดมือ
2. ต้งั จดุ บริการในบริเวณท่ีมีการระบายอากาศ และอากาศถ่ายเท
สะดวก
3. แนะนาใหเ้ ด็กแปรงฟันใหส้ ะอาดก่อนรบั บริการ
4. จัดบริการโดยใหเ้ ดก็ นอนบนท่ีนอนของตนเอง ให้มีระยะห่าง 1-2
เมตร
5. ทันตบุคลากรมกี ารสวมใส่ชดุ ป้องกันตนเอง (PPE) ประกอบด้วย
Hair net, Surgical mask, Disposable gloves, Face shield
เสื้อกาวน์ผ้าแขนยาว
6. ใหบ้ ริการทาฟลูออไรดว์ าร์นชิ ในเดก็ แตล่ ะคนโดยหลีกเล่ียงการ
กระตุ้นให้เดก็ ไอ จาม หรอื เกิด gag reflex
7. มีการกาจัดขยะติดเชอ้ื อยา่ งเหมาะสม
การทาฟลูออไรดว์ าร์นชิ ในคลนิ ิกบรกิ าร 1. จัดให้มีจุดวดั ไข้และจดุ บริการแอลกอฮอลเ์ จล หรอื น้ายาฆ่าเชื้อ
โรคในการทาความสะอาดมือ
2. แนะนาใหเ้ ด็กแปรงฟันใหส้ ะอาดก่อนรบั บริการ
3. มีการทาความสะอาดพนื้ และพ้ืนผิวสัมผัสบริเวณยูนิตทาฟันท้ัง
กอ่ นและหลงั การใหบ้ รกิ ารผู้ปว่ ยแตล่ ะราย
4. ทนั ตบุคลากรมีการสวมใสช่ ดุ ป้องกนั ตนเอง (PPE) ประกอบดว้ ย
Hair net, Surgical mask, Disposable gloves, Face shield
เส้อื กาวนผ์ ้าแขนยาว
5. ใหบ้ รกิ ารทาฟลอู อไรดว์ ารน์ ิชในเดก็ แต่ละคนโดยหลีกเลี่ยงการ
กระต้นุ ให้เด็ก ไอ จาม หรอื เกดิ gag reflex
6. มกี ารกาจัดขยะตดิ เช้ืออยา่ งเหมาะสม
18 18
หัตถการ หลักปฏบิ ัติเพ่ือความปลอดภัย
การเคลือบฟลอู อไรด์เจลในเด็กวยั เรียน 1. จดั ให้มีจุดวดั ไข้และจุดบริการแอลกอฮอลเ์ จล หรือนา้ ยาฆ่าเชื้อ
จดั ให้มบี ริการเฉพาะในคลนิ กิ บรกิ าร โรคในการทาความสะอาดมือ
เทา่ น้นั จดั บรกิ ารในเดก็ ท่ผี ่านการประเมนิ 2. แนะนาใหเ้ ด็กแปรงฟันให้สะอาดกอ่ นรับบริการ หลกี เลย่ี งการขดั
ความเสย่ี งของการเกดิ โรคโควดิ 19 ฟัน
มคี วามเสีย่ งของการเกิดโรคฟันผใุ นระดบั 3. มกี ารทาความสะอาดพ้ืน และพืน้ ผวิ สัมผัสบรเิ วณยนู ติ ทาฟัน
ปานกลางและสูง และมีการยินยอมการรับ ทัง้ ก่อนและหลงั การใหบ้ รกิ ารผปู้ ว่ ยแตล่ ะราย
บริการจากผปู้ กครอง ไม่ควรจัดบริการใน 4. ทันตบุคลากรมีการสวมใส่ชุดปอ้ งกนั ตนเอง (PPE) ประกอบดว้ ย
เดก็ ท่ีไม่ให้ความรว่ มมือ Hair net, Surgical mask, Disposable gloves, Face shield
เสอ้ื กาวนผ์ ้าแขนยาว
5. ให้บริการเคลือบฟลูออไรด์เจลในเดก็ แต่ละคนโดยหลีกเล่ยี งการ
กระตุน้ ให้เด็ก ไอ จาม หรอื เกดิ gag reflex
6. ใช้ High power suction และใช้หลักการ 4-hands technique
7. หลกี เลี่ยงการใช้ Triple syringe
8. มกี ารกาจัดขยะติดเชื้ออย่างเหมาะสม
การเคลอื บหลุมร่องฟัน 1. จดั ให้มจี ดุ วัดไข้และจุดบริการแอลกอฮอลเ์ จล หรือนา้ ยาฆา่ เชื้อ
จัดใหม้ ีบริการเฉพาะในคลนิ กิ บริการ โรคในการทาความสะอาดมือ
เทา่ น้ันจดั บรกิ ารในเดก็ ทผ่ี ่านการประเมิน 2. มีการทาความสะอาดพ้นื และพืน้ ผวิ สัมผัสบรเิ วณยนู ติ ทาฟัน
ความเส่ียงของการเกดิ โรคโควิด 19 และ ทง้ั ก่อนและหลงั การให้บริการผู้ปว่ ยแต่ละราย
ในเด็กท่ีมคี วามผิดปรกติของผิวฟันและ 3. แนะนาใหเ้ ด็กแปรงฟันให้สะอาดก่อนรบั บริการ
หลุมร่องฟันลึกในฟันกรามแท้ และมกี าร 4. พิจารณาใส่ Rubber dam ทุกเคสหากทาได้
ยินยอมการรับบรกิ ารจากผปู้ กครอง ไม่ 5. หากไม่สามารถใส่ Rubber dam ไดต้ ้องมกี ารกันนา้ ลายอย่างมี
ควรจดั บริการในเด็กที่ไม่ให้ความร่วมมอื ประสิทธภิ าพ หลีกเลยี่ งการขัดฟัน และหลกี เล่ยี งการใช้ Triple
syringe
6. ทนั ตบุคลากรมกี ารสวมใส่ชุดปอ้ งกันตนเอง (PPE) กรณปี ฏิบัติงาน
ท่ีมีการฟงุ้ กระจาย ประกอบด้วย Hair net, Surgical mask,
Disposable gloves, Face shield เสือ้ กาวนผ์ ้าแขนยาว เส้อื
กาวน์กนั นา้
7. หลกี เล่ยี งการกระตนุ้ ให้เด็ก ไอ จาม หรือ เกดิ gag reflex
8. ใช้ High power suction และใช้หลักการ 4-hands technique
9. มกี ารกาจัดขยะติดเชื้ออยา่ งเหมาะสม
การทา Silver Diamine Fluoride (SDF) 1. จัดให้มจี ุดวดั ไข้และจดุ บริการแอลกอฮอล์เจล หรือนา้ ยาฆ่าเช้ือโรค
จดั ใหม้ ีบรกิ ารเฉพาะในคลินิกบรกิ าร ในการทาความสะอาดมือ
เทา่ นน้ั จัดบริการในเด็กทผี่ ่านการประเมนิ 2. ทันตบุคลากรมกี ารสวมใส่ชุดป้องกันตนเอง (PPE) ประกอบดว้ ย
ความเสี่ยงของการเกดิ โรคโควดิ 19 และ Hair net, Surgical mask, Disposable gloves, Face shield
ในเด็กที่มีความเสย่ี งต่อการเกิดโรคฟันผสุ งู เส้อื กาวนผ์ า้ แขนยาว
มฟี นั นา้ นมผหุ ลายซ่ี และมีการยินยอมการ 3. มีการทาความสะอาดพนื้ และพนื้ ผวิ สมั ผสั บริเวณยูนติ ทาฟันทง้ั
รบั บริการจากผูป้ กครอง ไม่ควรจดั บรกิ าร ก่อนและหลงั การให้บรกิ ารผู้ป่วยแตล่ ะราย
ในเดก็ ที่ไม่ให้ความร่วมมือ 4. แนะนาให้เด็กแปรงฟันใหส้ ะอาดก่อนรับบริการ
5. กันนา้ ลายดว้ ยสาลีหรือผ้าก๊อซ
19
19
หัตถการ หลักปฏิบัตเิ พ่ือความปลอดภัย
การอุดฟนั ด้วยเทคนิค SMART
1. จัดให้มีจุดวัดไข้และจดุ บริการแอลกอฮอล์เจล หรอื นา้ ยาฆ่าเชอื้
โรคในการทาความสะอาดมือ
2. มีการทาความสะอาดพืน้ และพนื้ ผวิ สัมผัสบรเิ วณยูนติ ทาฟันทัง้
กอ่ นและหลังการให้บริการผู้ป่วยแต่ละราย
3. แนะนาให้เด็กแปรงฟันใหส้ ะอาดกอ่ นรับบริการ
4. ทันตบุคลากรมกี ารสวมใส่ชดุ ปอ้ งกนั ตนเอง (PPE) ประกอบดว้ ย
Hair net, Surgical mask, Disposable gloves, Face shield
เสือ้ กาวนผ์ ้าแขนยาว
5. ใส่ Rubber dam หากไม่สามารถใส่ Rubber dam ไดต้ ้องมกี าร
กนั น้าลายอย่างมปี ระสิทธิภาพ หลีกเล่ียงการขัดฟัน และหลกี เล่ียง
การใช้ Triple syringe
6. หลีกเลีย่ งการกระตนุ้ ให้เด็ก ไอ จาม หรอื เกดิ gag reflex
7. ใช้ High power suction และใชห้ ลักการ 4-hands technique
8. ตักเน้อื ฟันผุด้วย Spoon excavator
หมายเหต:ุ ต้องประเมินเด็กก่อนให้บริการทุกครั้ง ไม่ควรจัดบริการในเด็กท่ีไมใ่ ห้ความรว่ มมอื
รายละเอยี ดขั้นตอนการใหบ้ ริการ
1. การทาฟลอู อไรด์วาร์นิช การเคลือบฟลูออไรด์เจล และการทา Silver Diamine Fluoride (SDF)
สามารถดรู ายละเอยี ดตามแนวทางคู่มือ การใช้ฟลอู อไรดใ์ นรูปแบบตา่ งๆ
URL:http://dental.anamai.moph.go.th/e_book/book_03/mobile/index.html
2. รายละเอียดข้นั ตอนการเคลือบหลุมร่องฟนั อย่างมปี ระสิทธิภาพ
URL:http://dental.anamai.moph.go.th/e_book/book_02/mobile/index.html
3. รายละเอยี ดการอุดฟันดว้ ยเทคนคิ SMART
URL:https://www.facebook.com/146630252166656/posts/1563870487109285/
4. เทคนคิ การกนั นา้ ลายอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
URL: http://www.sealant.dent.chula.ac.th/VDOKantorn/C1-5.html
20
20
ตารางท่ี 7 แนวทางการปฏบิ ัต/ิ การใช้อปุ กรณ์จาแนกตามชนิดงานสรา้ งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชอ่ งปาก
หัตถการ Rubber dam High power Surface Gown Antiseptic
suction cleaning/case Change/case* mouthrinse
การตรวจในช่องปาก - -
การทา Fluoride Varnish - +/- +/-
การเคลอื บฟลอู อไรดเ์ จล - -
การทา Silver Diamine +/- +/-
Fluoride(SDF)
การเคลอื บหลมุ รอ่ งฟนั +/- +/-
การอดุ ฟนั ด้วยเทคนคิ
SMART - - +/- +/-
+/- +/-
+/- +/-
*หมายเหตุ: พจิ ารณาเปลีย่ น ทกุ ครง่ึ วนั หรือในกรณีทเี่ ปอ้ื น หรือฉีกขาด
ข้ันตอนการใสแ่ ละถอดเคร่ืองปอ้ งกนั ร่างกาย
ขัน้ ตอนการใส่เคร่ืองปอ้ งกนั รา่ งกาย
1) เสอ้ื คลมุ
2) หนา้ กากอนามัย
3) หมวก
4) แวน่ ตา, face shield
5) ถุงมือ
6) รองเทา้ บู๊ท
ขัน้ ตอนการถอดเครือ่ งป้องกันรา่ งกาย
1) ถงุ มือ
2) แวน่ ตา, face shield
3) หมวก
4) เสื้อคลมุ และรองเท้าบทู๊
5) หน้ากากอนามัย
21
21
เอกสารอ้างอิง
1. กรมอนามัย. 2563. คูม่ ือการปฏบิ ตั ิสาหรบั สถานศกึ ษาในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควดิ 19.
นนทบรุ ี: สืบคน้ 8 มิถุนายน 2563, จาก URL:
https://multimedia.anamai.moph.go.th/associates/educational-manual-covid19/
2. สานกั ทันตสาธารณสุข กรมอนามยั . 2563. แนวทางการดาเนินงานสง่ เสรมิ สุขภาพชอ่ งปากในเด็กวัยเรียน.
สบื ค้น 29 พฤษภาคม 2563, จาก
URL:http://dental.anamai.moph.go.th/e_book/book_04/mobile/index.html
3. ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. 2563. แนวทางการใหก้ ารรักษาทางทนั ตกรรม
ในภาวะที่มกี ารระบาดของ โควดิ 19. สบื ค้น 29 พฤษภาคม 2563, จาก:
URL: https://www.thaidental.or.th/main/pdfview/upload/upload-
203171228433117.pdf/315
4. ทันตแพทยสภา. 2563. แนวทางปฏิบัตทิ างทันตกรรมในกรณสี ถานการณไ์ ม่ปกติ อันเน่ืองมาจากภาวะการ
แพรร่ ะบาดของเชื้อโรค COVID -19. สืบคน้ 29 พฤษภาคม 2563, จาก:
URL: https://www.facebook.com/285515698197744/posts/2762997860449503/
5. คณะทันตแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2563. แนวทางปฏิบัติในการให้บรกิ ารทาง ทันตก
รรมภายหลงั การระบาดของโรค โควิด 19.
6. กรมการแพทย.์ 2563. แนวทางปฏบิ ัติการรักษาทางทันตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19.
สืบคน้ 29 พฤษภาคม 2563, จาก:
URL:http://covid19.dms.go.th/backend///Content//Content_File/Covid_Health/Attach/256
30518154838PM_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B
8%A8%20Dental%20COVID19.pdf
7. รัชนี อมั พรอร่ามเวทย.์ คณุ ภาพอากาศในคลินกิ ทนั ตกรรม Air Quality in Dental Clinic. J DENT
ASSOC THAI. 2017;67:1-14.
8. Stephen K Harr. Aerosols and Splatter in Dentistry: A Brief Review of the Literature and
Infection Control Implications. JADA 2004;135:429-437.
9. Miller RL and Micik RE. Air pollution and its control in the dental office. Dent Clin North
Am. 1978;22:453-76.
10. American Academy of Pediatric Dentistry (AAPD). Caries-risk assessment
and management for infants,children and adolescents.; 2019.
11. สานักทนั ตสาธารณสขุ กรมอนามัย. การประเมนิ ความเสี่ยงเพือ่ งานทนั ตรรมป้องกันในคลิก. สืบคน้ 29
พฤษภาคม 2563, จาก
URL:http://www.sealant.dent.chula.ac.th/VDOKantorn/AllPageDrSupaporn5_ok.html
12. ทนั ตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถมั ภ.์ 2563. การประเมนิ ความเสยี่ งต่อการเกิดโรค
ฟนั ผุ 2561. สบื คน้ 29 พฤษภาคม 2563, จาก
URL: https://www.thaidental.or.th/main/pdfview/upload/upload-20190213213415.pdf
22
22
13. สานกั ทันตสาธารณสขุ กรมอนามยั . การเคลอื บหลุมร่องฟันอย่างมปี ระสิทธิภาพ. สืบค้น 29 พฤษภาคม
2563, จาก
URL:http://www.sealant.dent.chula.ac.th/VDOKantorn/AllPageDrSupaporn5_ok.html
14. สานักทนั ตสาธารณสุข กรมอนามัย. การใชฟ้ ลอู อไรด์ในรูปแบบต่างๆ. สืบค้น 29 พฤษภาคม 2563, จาก
URL:http://dental.anamai.moph.go.th/e_book/book_03/mobile/index.html
15. คณะกรรมการควบคุมการติดเช้ือ โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร.์ คมู่ ือการควบคุมการตดิ เชื้อโรงพยาบาลทนั ตกรรม.สืบคน้ 29 พฤษภาคม
2563, จาก URL:
https://www.dent.psu.ac.th/unit/denthos/images/IC.compressed.pdf
23
23
คณะผู้จดั ทา
ท่ปี รกึ ษา ประเสรฐิ สม ผ้อู านวยการสานักทันตสาธารณสุข
1. ทพญ.ปิยะดา
2. ทพญ.กรกมล นยิ มศิลป์ ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ สานกั ทันตสาธารณสุข
คณะทางาน
1. ทพญ.จิราพร ขีดดี ทันตแพทยเ์ ช่ียวชาญ สานักทนั ตสาธารณสขุ
2. ทพญ.ภทั ราภรณ์ หสั ดเิ สวี ทันตแพทย์ชานาญการพิเศษ สานกั ทนั ตสาธารณสขุ
3. ทพญ.สวุ รรณา เอ้อื อรรถการรุณ ทนั ตแพทย์ชานาญการพิเศษ สานกั ทนั ตสาธารณสขุ
4. ทพญ.พชั รวรรณ สขุ มุ าลนิ ท์ ทันตแพทย์ชานาญการ สานักทนั ตสาธารณสขุ
5. ทพญ.กันยา บญุ ธรรม ทนั ตแพทย์ชานาญการ สานกั ทันตสาธารณสุข
6. นาง อังศณา ฤทธ์ิอยู่ นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชานาญการพิเศษ สานกั ทนั ตสาธารณสุข
7. นางสาวชนิกา โรจน์สกลุ พานชิ นักวชิ าการสาธารณสุขปฏบิ ตั ิการ สานักทนั ตสาธารณสขุ
8. นางสาวปาจรียภัทร นาควารี นกั วิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ สานกั ทนั ตสาธารณสุข
9. นางสาววรี ยา กัญหารตั น์ นกั วิชาการสาธารณสุข สานักทนั ตสาธารณสขุ
24
24
25
สว่ นที่ 2
แนวทางปฏิบัติ
การรักษาทางทนั ตกรรม
ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19
26
25
แ น ว ท า ง ป ฏิ บั ติ
การรกั ษาทาง ทันตกรรม
ในสถานการณ์การระบาดของ
COVID-19
กรมการแพทย ์
สถาบนั ทนั ตกรรม
2 แนวทางปฏบิ ัติการรกั ษาทางทนั ตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19
แนวทางในการจดั กลมุ่ อาการตามความเรง่ ด่วน Emergency Urgency และ Elective case
ในผ้ปู ว่ ยทางทันตกรรม
(หมายเหต:ุ นิยามทแ่ี นะน�ำนีเ้ ป็นแนวในการทำ� ความเข้าใจระหวา่ งผูป้ ฏบิ ัติงานใหต้ รงกันเทา่ นนั้ )
ในสถานการณก์ ารระบาดของโรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 ขณะที่มีความจำ� กดั ของทรพั ยากรทางการแพทย์
และคำ� นงึ ถงึ ความปลอดภยั จากการติดเช้อื ของบคุ ลากรทางการแพทย์ แนะนำ� ให้ปรับสัดส่วนการใหบ้ รกิ ารทันตกรรม
โดยพจิ ารณาจาก การจัดกลุ่มอาการตามความเรง่ ดว่ นของโรค ตามล�ำดับดงั นี้ ภาวะเร่งดว่ นฉุกเฉิน (Emergency)
ภาวะเร่งด่วน (Urgency) และ ภาวะไม่เร่งด่วน (Elective case) โดยกรณีฉุกเฉนิ และเร่งด่วนใหพ้ ิจารณาตามประกาศ
กรมการแพทย์ร่วมกบั องค์กรวิชาชพี ทางทนั ตกรรม ณ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2563 ทัง้ น้ี ภาวะไม่เรง่ ดว่ น ให้พจิ ารณาใน
กรณที ีเ่ ปน็ ผู้ป่วยตอ่ เนอ่ื ง หรอื ในกรณที ่ีหากขาดการดแู ลรกั ษาตอ่ เนือ่ งเป็นระยะเวลานาน อาจสง่ ผลเสียต่อผูป้ ว่ ยตาม
สาขาการบรกิ ารทนั ตกรรม ดังนี้ (สว่ นกรณอี ่นื ๆ ขึน้ อยู่กบั ดลุ ยพินิจของทนั ตแพทยแ์ ละความพร้อมด้านอ่ืนๆ ของระบบ
สนับสนุนการใหบ้ รกิ าร)
ปรทิ ันตวทิ ยา
1. ผูป้ ่วยที่มคี วามจ�ำเป็นต้องไดร้ ับการรกั ษาทางปรทิ ันตก์ อ่ นการผา่ ตัดทางการแพทยต์ า่ งๆ ท่ีมกี ารนัดหมายแลว้ เชน่
เปลี่ยนข้อเขา่ , เปลย่ี นลิ้นหัวใจ, ฉายรังสีเพอ่ื การรักษา
2. ผู้ป่วยทสี่ มควรได้รับ Periosurgery เพอ่ื ป้องกนั การเกดิ disease progression โดยต้องเป็น surgery ที่ไมม่ กี าร
กรอฟุ้งกระจายมาก
3. ผ้ปู ว่ ยทจี่ ำ� เปน็ ตอ้ งได้รบั การ maintenance เช่น กลมุ่ ทีเ่ ป็น High risk หรอื Follow up ภายหลงั Periosurgery
ทนั ตกรรมหตั ถการ
1. ฟันผุลึกท่ีเสี่ยงต่อการเปลยี่ นแผนการรกั ษาเปน็ การรักษารากฟัน
2. การเปลย่ี นวัสดอุ ุดฟนั ชว่ั คราวเป็นการบรู ณะฟันถาวร กรณีผู้ปว่ ยไม่สามารถใชง้ านไดห้ รือมกี ารแตกหกั ของวัสดุ
3. ผปู้ ่วยกลุ่ม High caries risk หรอื มี systemic disease ทีจ่ �ำเปน็ ตอ้ งทำ� การรกั ษา
วิทยาเอน็ โดดอนต์
1. กรณรี กั ษารากฟนั ยงั ไมเ่ สรจ็ มอี าการปวดแลว้ ไดร้ ับยาแล้วไม่ดขี ึ้น
2. กรณที พ่ี จิ ารณาแลว้ วา่ มีแนวโน้มจะเกดิ ปัญหา เช่น ปวด บวม มี leakage หรอื มี crack
3. case trauma ทีต่ ้องมี intervention
แนวทางปฏิบัตกิ ารรกั ษาทางทนั ตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19 3
ทันตกรรมประดิษฐ์
1. ครอบฟันชว่ั คราวที่ใส่มาเปน็ ระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะมีการรว่ั ซึมและอาจทำ� ให้เกดิ ฟนั ผุต่อได้ รวมถงึ ครอบฟัน
ชั่วคราวแตก
2. ครอบฟนั หลุด ขยบั ผุ
3. ครอบฟันชวั่ คราวและฟันเทียมช่วั คราวใน Rehabilitation case ทจี่ ำ� เป็นต้องประเมนิ และปรับการสบฟนั อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
4. ฟันทีร่ กั ษาคลองรากฟันแล้วและรอการบรู ณะ
5. ฟันเทยี มทตี่ ้องมีการเปล่ยี น soft liner
6. ฟนั เทียมทีจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งได้รบั การกรอแก้ไขเนอื่ งจากใส่แล้วเจ็บ
7. ฟนั เทียมที่ทำ� เสร็จแล้วรอใส่
ทันตกรรมรากฟันเทยี ม
1. รากฟันเทียมที่ฝังไปแลว้ แตย่ ังไม่ไดบ้ ูรณะดว้ ยครอบฟันตอ้ งใสฟ่ นั เพ่ือปอ้ งกนั ฟนั ขา้ งเคียงลม้ หรือก่อใหเ้ กดิ ความ
เสียหายอ่นื ๆ ในชอ่ งปาก
2. ครอบฟนั บนรากฟนั เทยี ม หลุด ขยับ
3. Screw บนส่วนของรากฟันเทียม หลวม หลุด ขยับ
4. Fixture, Abutment, Screw โยก แตก หัก
5. O ring, attachment ขยบั หลดุ ขาด ทำ� ใหฟ้ นั เทียมหลวม
ศลั ยศาสตรช์ อ่ งปาก
1. ฟันท่มี ีความจ�ำเป็นต้องถอนหรือฟนั คดุ ท่ีจ�ำเป็นตอ้ งผ่าตดั โดยถา้ ทิง้ ไว้เปน็ ระยะเวลานานอาจท�ำใหเ้ กิดการตดิ เช้อื
ลกุ ลามได้
2. กรณกี ารผ่าตัดบรเิ วณใบหนา้ และขากรรไกร ท่ีมีความจำ� เป็นตอ้ งรักษาเพ่ือลดการลกุ ลามของโรค เชน่
ถุงน�้ำหรือเนอ้ื งอก (cystic lesion or Tumor) ของบริเวณใบหน้าและขากรรไกร
ทันตกรรมสำ� หรบั เดก็
1. มีฟันผุลุกลาม หรือ ผลุ ึก ทห่ี ากทง้ิ ไว้ เสีย่ งทีจ่ ะตอ้ งเปล่ยี นแผนการรักษาเป็นรกั ษารากฟนั
2. รักษารากฟนั น้�ำนมยงั ไมเ่ สรจ็
3. รักษารากฟันน�้ำนมเสร็จและอุดช่วั คราวไว้
4. ฟัน trauma ท่ีท�ำ splint ไวแ้ ละยงั ไมไ่ ดเ้ อา splint ออก
5. ผู้ปว่ ยทป่ี ระเมนิ แลว้ มีปญั หาเกี่ยวกับ space deficiency
5.1 ถอนฟนั ไปแล้ว และมคี วามจ�ำเปน็ ต้องใส่ space maintainer
5.2 มีความจำ� เปน็ ต้องใส่ removable appliance
6. ฟนั ที่ไดร้ บั การวินิจฉยั ว่า retained root หรือ prolong retention
4 แนวทางปฏิบตั กิ ารรกั ษาทางทันตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19
ทนั ตกรรมจดั ฟนั
1. ผ้ปู ่วยทต่ี อ้ งมีการปรบั เครือ่ งมือตอ่ เนือ่ งตามดุลยพนิ ิจของทนั ตแพทย์ผ้ดู แู ลผู้ปว่ ย เช่น อยรู่ ะหว่างการให้แรงท่ี
ต่อเนือ่ ง, ผู้ป่วย corticotomy เปน็ ตน้ ท้งั ในงานจดั ฟนั แบบตดิ แน่นและงานจดั ฟนั แบบถอดได้
2. ผู้ปว่ ยที่ตอ้ งตดิ เครอ่ื งมือ ในกรณที ่ีมีการเตรยี มช่องปากไวเ้ เลว้ เช่น ถอนฟันเพ่ือการจัดฟันและยงั ไมม่ ีการเรม่ิ ให้แรง
3. ผ้ปู ่วยที่ตอ้ งถอดเคร่ืองมือ ในกรณีท่พี มิ พป์ ากเพือ่ สง่ ทำ� เครอ่ื งมือคงสภาพฟันไวแ้ ลว้ หรือวางแผนพมิ พ์ปากทำ� เครอื่ ง
มือคงสภาพฟันในคร้ังถดั ไป แตม่ เี คร่อื งมือหลุดระหว่างการนดั หมาย
หมายเหตุ ควรมกี ารจ�ำกดั ผ้ปู ่วยต่อวนั ต่อทันตแพทย์
ทันตกรรมบดเคย้ี ว
ผปู้ ว่ ยท่ีปวดจาก non odontogenic สามารถปรึกษาไดท้ าง VDO call และ Tele treatment นอกเหนอื จาก
แนวทางข้างตน้ Elective case บางกรณี ซงึ่ หากขาดการดแู ลรกั ษาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจสง่ ใหเ้ กิดผลเสียต่อ
ผูป้ ว่ ยสาขาทันตกรรมบดเค้ียว ไดแ้ ก่
1. ผปู้ ว่ ยกรณที ส่ี ามารถตรวจใหก้ ารรักษา ใหค้ �ำแนะนำ� การทำ� กายภาพบ�ำบดั หรือ จ่ายยาได้ หรอื กรณผี ู้ปว่ ยที่ต้องได้
รบั ยาตอ่ เน่ือง
2. ผู้ป่วยกรณีท่เี ครื่องมอื ใสใ่ นชอ่ งปากทจ่ี ำ� เปน็ ต้องได้รับการกรอแกไ้ ขเน่อื งจากใส่แลว้ เจ็บ หรอื เกดิ การชำ� รุดเสียหาย
3. ผู้ปว่ ยกรณที เี่ ครื่องมือใสใ่ นชอ่ งปากท่ีทำ� เสร็จแลว้ รอใส่ หากทง้ิ ไวเ้ ปน็ ระยะเวลานานอาจท�ำให้เกดิ ความเสียหาย
ต่อฟนั หรืออวัยวะอ่ืนๆ ในชอ่ งปาก
4. ผู้ปว่ ยกรณีที่แพทยส์ ่งตวั มารักษาโรคหยดุ หายใจขณะหลับจากการอุดก้นั ถา้ รอท�ำใหส้ ่งผลเสยี ตอ่ สุขภาพรา่ งกาย
และกระทบกับแผนการรกั ษาโรคของแพทย์
5. ผู้ป่วยกรณใี สเ่ คร่อื งมอื mandibular advancement device เพอื่ รักษาโรคหยดุ หายใจขณะหลบั จากการอุดก้นั ท่ี
อยู่ในระหว่างก�ำลงั ปรับเคร่ืองมือเพอื่ ย่นื ขากรรไกรกอ่ นสง่ กลบั ไปหาแพทย์ หากทงิ้ ไวร้ กั ษาไม่ตอ่ เนอ่ื งทำ� ใหม้ ีผลเสีย
กับสขุ ภาพรา่ งกายและแผนการรกั ษาโรคของแพทย์
เวชศาสตร์ชอ่ งปากและทันตรงั สี
1. สามารถใหก้ ารรกั ษาผปู้ ว่ ยในกรณตี รวจ จ่ายยาได้
2. การถา่ ยภาพรงั สีเน้นการใช้การถา่ ยภาพรังสีนอกชอ่ งปาก (Sectional / full width panoramic หรอื small volume
CBCT ในกรณีท่ี panoramic ยงั ไมส่ ามารถแปลผลได้หรือไมส่ ามารถให้รายละเอยี ดทีเ่ พยี งพอหรือ oblique lateral
radiograph)
แนวทางปฏิบัตกิ ารรกั ษาทางทนั ตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19 5
แนวทางการคัดกรองผูป้ ่วยทางทนั ตกรรม
เพ่อื ความปลอดภยั ของทนั ตบคุ ลากรและเพ่อื ป้องกันการแพร่กระจายเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ทันตบคุ ลากรทุก
คนต้องให้ความส�ำคัญและร่วมการคัดกรองผู้ป่วยทุกรายในด้านความเส่ียงต่อการติดเช้ือเป็นหนึ่งในการประเมินก่อน
การทำ� หตั ถการดงั ตอ่ ไปนี้
การคัดกรองโดยการซกั ประวัติ (social risk factor, physical/medical risk factor) ควรดำ� เนนิ การตามแนวทาง
เวชปฏบิ ัติ การวินจิ ฉยั ดูแลรกั ษา และป้องกนั การติดเชือ้ ในโรงพยาบาล กรณีโรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ร่วมกับการตรวจประเมนิ อาการ อาการแสดงก่อนการรักษาทางทนั ตกรรม ท้ังน้ี การคัดกรองโดยการสอบถามสามารถ
ด�ำเนินการไดก้ ่อนถงึ วนั นดั อยา่ งน้อย 1 วนั เพ่อื ลดความเสย่ี งจากการเดินทางของผ้ปู ว่ ยมายงั สถานพยาบาล
ประวตั ิ
• มีประวัตเิ ดินทางไปยัง หรือมาจากพื้นทีห่ รืออยูอ่ าศัยในพื้นท่เี กิดโรคระบาดต่อเนอ่ื งของ COVID-19
• มปี ระวัติคนในครอบครวั ป่วยเปน็ COVID-19 สมั ผสั กบั ผปู้ ว่ ย COVID-19 หรือสารคดั หล่งั จากระบบทางเดนิ
หายใจของผู้ปว่ ยโดยไม่ได้ใสอ่ ปุ กรณ์ปอ้ งกนั ตนเองทีเ่ หมาะสม
• เป็นผู้ประกอบอาชีพทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับนกั ทอ่ งเที่ยว สถานทีแ่ ออัด หรือตดิ ต่อกับคนจ�ำนวนมาก
• มีประวัตไิ ปในสถานที่ทชี่ มุ ชน หรอื สถานทีท่ ่มี ีการรวมกลุ่มคน เชน่ ตลาดนดั ห้างสรรพสนิ คา้ สถานพยาบาล
ขนสง่ สาธารณะ
• เป็นบุคลากรทางการแพทย์ทมี่ ีโอกาสใกล้ชิด/ สัมผสั ผูป้ ่วย COVID-19
อาการ และอาการแสดง
• ไอเจ็บคอน้ำ� มกู ไหล
• มีไขอ้ ุณหภมู ติ ้งั แต่ 37.5 0C
• การสูญเสยี การได้กลิน่ การรบั รส
• ปวดศีรษะปวดกล้ามเนื้อ
• หายใจเหนื่อย/ หายใจเรว็
6 แนวทางปฏิบตั ิการรกั ษาทางทันตกรรมในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19
แนวปฏิบัตใิ นการรกั ษาทางทนั ตกรรมในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019
(**หลกั การส�ำคญั ท่ตี อ้ งทำ� ความเขา้ ใจในเบื้องตน้ คือ การบรกิ าร elective case ที่จ�ำเปน็ ในระยะแรก
ตัง้ อยู่บนสมมติฐานเบอื้ งตน้ ว่าเป็นการให้บริการเฉพาะผูป้ ว่ ยท่ีไม่มีความเสีย่ งในการเป็น spreader ของ COVID-19
ก่อนเทา่ นน้ั ตามหลักฐานเชงิ ประจกั ษใ์ นขณะน้กี ารคดั กรองทางคลนิ ิกเป็นสง่ิ ที่สำ� คญั ทสี่ ุด ท่ที ันตแพทยต์ ้องใสใ่ จ
มากท่สี ุด ผู้ป่วยทค่ี ัดกรองโดยการซกั ประวัตวิ า่ เปน็ กลุ่มไมม่ ีความเส่ยี งเหล่านีม้ ีความเป็นไปไดท้ ีจ่ ะเปน็ พาหะนอ้ ยมาก
**การตรวจคัดกรองทางห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาโดยไม่จ�ำเป็นจะท�ำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและการใช้
ทรพั ยากรโดยไมจ่ �ำเป็นอยา่ งมาก)
ในการดูแลผปู้ ว่ ยทางทนั ตกรรม ในสถานการณ์การระบาดของโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มแี นวปฏบิ ัติดังน้ี
ก. แนวปฏบิ ัติทางทนั ตกรรม ในกรณีผู้ปว่ ยเขา้ ข่ายเป็นโรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (PUI suspected case)
1. กรณีทีผ่ ูป้ ่วยจัดอย่ใู นกลมุ่ มอี าการฉุกเฉิน (Emergency) ใหบ้ คุ ลากรทีท่ �ำการรกั ษาสวมใส่ Maximum PPE โดยใช้
High Volume Evacuation (HVE) /High power intraoral suction ทำ� การรกั ษาในหอ้ งแยก Airborne Infection
Isolation Rooms (AIIRs) หรือหอ้ ง Negative pressure และสง่ ตวั ผู้ป่วยเพื่อรบั การตรวจวินิจฉยั ดว้ ยวธิ ี RT-PCR
test จากสถานพยาบาลทม่ี ศี กั ยภาพเพยี งพอ
2. กรณีทผี่ ปู้ ่วยมีอาการไมฉ่ กุ เฉิน (Non-Emergency) พจิ ารณาส่งตรวจ RT-PCR test ทง้ั นขี้ ึน้ อยกู่ ับบริบทความ
พรอ้ มและศกั ยภาพของแตล่ ะสถานพยาบาล
• ในกรณีที่ยนื ยนั ผลการตรวจผลตรวจเปน็ บวก ใหเ้ ลื่อนการรักษาทางทันตกรรมออกไปกอ่ นอยา่ งน้อย 30 วัน
หลงั จากทผี่ ้ปู ่วยไดร้ ับผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ และพิจารณานัดหมายใหก้ ารรกั ษาทางทันตกรรมใหม่ โดยให้
บคุ ลากรที่ทำ� การรักษาสวมใส่ Standard PPE ร่วมกับใช้ High Volume Evacuation (HVE) ท�ำการรกั ษาใน
ห้องทนั ตกรรมทีม่ กี ารหมุนเวยี นและระบายอากาศทเ่ี หมาะสม โดยไม่จำ� เป็นต้องมกี ารตรวจหาการติดเช้อื ไวรัส
ซ�ำ้ ในวันทมี่ าทำ� การรักษาทางทันตกรรม
• ในกรณที ีย่ นื ยันผลการตรวจผลตรวจเป็นลบ ควรเลือ่ นการรักษาไปก่อนอย่างน้อย 14 วนั เพื่อปอ้ งกนั ผลตรวจท่ี
เปน็ ลบในระยะ window period โดยแนะนำ� ผูป้ ว่ ยให้ปฏบิ ัตติ ัวในการ Self-Quarantine อย่างเครง่ ครดั ไดแ้ ก่
การรักษาระยะห่าง หลีกเล่ยี งพฤตกิ รรมเสยี่ งตา่ งๆ ไม่อยู่ใกล้ชดิ ผู้ทม่ี ีอาการเปน็ ไขห้ วัด หลีกเลีย่ งการออกไปในท่ี
ชมุ ชน งดพบปะกับญาตหิ รือบคุ คลอ่ืนโดยเฉพาะคนทม่ี าจากต่างถิน่ แลว้ จงึ นัดผู้ป่วยมาเข้ารบั การรกั ษาใหม่ โดย
มีการคดั กรองซำ้� และให้บุคลากรทีท่ �ำการรกั ษาสวมใส่ Standard PPE ร่วมกับใช้ High Volume Evacuation
(HVE) ท�ำการรกั ษาในหอ้ งทนั ตกรรมท่ีมกี ารหมุนเวียนและระบายอากาศที่เหมาะสม
* ทงั้ นม้ี าตรการการดแู ลผู้ปว่ ยระหว่างทีร่ อผลตรวจคดั กรองทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารไวรสั วทิ ยาให้เป็นไปตามนโยบาย
ของแต่ละโรงพยาบาลทก่ี ำ� หนดตามแนวโน้มความชุกของพนื้ ที่ตั้งของโรงพยาบาล และตอ้ งแนะนำ� ผปู้ ่วยให้
สวมหนา้ กากอนามยั และระมัดระวังต่อพฤติกรรมทเี่ สยี่ งตอ่ การตดิ เช้อื หรือกระจายเชอ้ื ไปสู่ผอู้ ่ีน
แนวทางปฏิบตั กิ ารรกั ษาทางทันตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19 7
ข. แนวปฏิบัติในการรกั ษาในกรณผี ้ปู ่วยไมเ่ ข้าขา่ ยเป็นโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (Non -PUI suspected case)
1. กรณที ผี่ ู้ปว่ ยจดั อยใู่ นกลุม่ มอี าการฉุกเฉิน (Emergency) ให้บุคลากรท่ีท�ำการรักษาสวมใส่ Maximum PPE/Full PPE
โดยใช้ High Volume Evacuation (HVE) ท�ำการรักษาในหอ้ งแยก Isolation Room
2. กรณีทีผ่ ปู้ ว่ ยมีอาการไมฉ่ กุ เฉิน (Non-Emergency) อาจพจิ ารณาทางเลือกสง่ ตรวจ RT-PCR test ในกรณีทตี่ ้องการ
ตรวจเพ่ือการเฝ้าระวังเชงิ รุก (Active Surveillance) หรือกรณีต้องการ Admit ผูป้ ว่ ย โดยใชว้ ิธกี าร Pool sampling จาก
saliva sample ท้งั นข้ี ้ึนกับดุลยพินิจของทันตแพทยผ์ ้ใู ห้การรกั ษา บรบิ ทความพร้อมและศักยภาพของแตล่ ะสถานพยาบาล
2.1 กรณีท่ไี มส่ ่งตรวจ RT-PCR
• กรณหี ัตถการทีเ่ กดิ ละอองฝอยฟุ้งกระจาย ใหบ้ ุคลากรทท่ี �ำการรักษาสวมใส่ Full PPE ร่วมกับการใส่ Mask N95
หรือ sealed surgical mask โดยใช้ High Volume Evacuation (HVE) ทำ� การรกั ษาในห้องทนั ตกรรมท่ีมกี าร
หมนุ เวียนและระบายอากาศทเ่ี หมาะสม
• กรณีหัตถการท่ีไม่เกดิ ละอองฝอยฟ้งุ กระจาย ใหบ้ ุคลากรที่ท�ำการรักษาสวมใส่ Standard PPE โดยใช้ High
Volume Evacuation (HVE) ท�ำการรักษาในห้องทนั ตกรรมทม่ี ีการหมนุ เวียนและระบายอากาศทเี่ หมาะสม
2.2 กรณที ่สี ่งตรวจ RT-PCR
• ในกรณที ยี่ ืนยนั ผลการตรวจผลตรวจเปน็ บวก ใหเ้ ล่ือนการรักษาทางทันตกรรมออกไปก่อนอย่างนอ้ ย 30 วนั
หลังจากทผี่ ปู้ ว่ ยไดร้ บั ผลตรวจ RT-PCR เปน็ ลบ และพิจารณานัดหมายให้การรกั ษาทางทนั ตกรรมใหม่ โดยให้
บคุ ลากรท่ีทำ� การรกั ษาสวมใส่ Standard PPE ร่วมกบั High Volume Evacuation (HVE) ท�ำการรักษาในห้อง
ทันตกรรมทมี่ ีการหมุนเวียนและระบายอากาศที่เหมาะสม โดยไมจ่ �ำเป็นตอ้ งมีการตรวจหาการติดเช้อื ไวรสั ซำ้�
• ในกรณที ย่ี นื ยันผลการตรวจผลตรวจเปน็ ลบ ใหพ้ ิจารณาให้การรกั ษาทางทนั ตกรรมได้โดยเรว็ เพอ่ื ลดความ
เสี่ยงต่อการที่ผปู้ ่วยจะติดเช้ือในระหว่างน้ี ในชว่ งระยะเวลาระหวา่ งการรกั ษาทางทันตกรรมแต่ละคร้ัง ผูป้ ว่ ย
ควรปฏบิ ตั ติ วั กอ่ นตามคำ� แนะน�ำอย่างเคร่งครดั ไดแ้ ก่ การรักษาระยะห่าง หลกี เลยี่ งพฤตกิ รรมเส่ียงตา่ งๆ ไม่
อยู่ใกลช้ ิดผูท้ ่มี อี าการเป็นไขห้ วัด หลีกเลีย่ งการออกไปในทช่ี ุมชน งดพบปะกบั ญาตหิ รอื บุคคลอ่นื โดยเฉพาะคน
ทมี่ าจากต่างถนิ่ โดยให้บคุ ลากรท่ที �ำการรกั ษาสวมใส่ Standard PPE รว่ มกบั High Volume Evacuation
(HVE) ท�ำการรักษาในห้องทนั ตกรรมท่มี กี ารหมนุ เวยี นและระบายอากาศทีเ่ หมาะสมโดยไมจ่ ำ� เปน็ ต้องมีการ
ตรวจหาการตดิ เช้ือไวรสั ซ�้ำ
* ทง้ั นม้ี าตรการการดูแลผู้ปว่ ยระหวา่ งทร่ี อผลตรวจคดั กรองทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารไวรัสวิทยาใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบาย
ของแต่ละโรงพยาบาลท่ีก�ำหนดตามแนวโน้มความชุกของพ้ืนที่ตั้งของโรงพยาบาลและต้องแนะน�ำผู้ป่วยให้
สวมหน้ากากอนามัยและระมดั ระวังตอ่ พฤตกิ รรมที่เส่ียงต่อการตดิ เช้อื /กระจายเช้ือไปส่ผู ูอ้ ่ีน
8 แนวทางปฏิบตั ิการรกั ษาทางทันตกรรมในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19
แนวทางปฏบิ ตั กิ ารรกั ษาทางทนั ตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19 9
แนวทางปฏิบัตกิ ารควบคมุ การตดิ เช้อื ในการบริการทางทันตกรรม
** ทัง้ น้ีขอให้แต่ละหนว่ ยงานพจิ ารณาใหก้ ารรกั ษาตามศักยภาพของหน่วยงานโดยค�ำนงึ ถึงประโยชน์และ
ความปลอดภยั ของผปู้ ว่ ยและทนั ตบคุ ลากรเป็นหลักในแง่ของกระบวนการปอ้ งกนั โรคและควบคมุ การแพรร่ ะบาดของ
โรค COVID-19
1. ควรมีระบบการนัดหมาย ล่วงหน้าทางโทรศพั ท์/ Application
2. ควรมชี อ่ งทางใหผ้ ้ปู ่วยปรึกษาปญั หาสขุ ภาพชอ่ งปาก กรณีฉุกเฉิน/เร่งด่วนกรณีผู้ปว่ ยมขี อ้ สงสยั และเพ่ือลดความ
เสี่ยงจากการเดนิ ทางมารบั บรกิ าร เชน่ ระบบปรกึ ษาทางไกล ระบบโทรศัพท์ เป็นต้น
3. แนะน�ำให้ผปู้ ่วยมารับการรักษาเพยี งคนเดยี ว หรือในกรณีทีต่ อ้ งมผี ู้ดแู ล/ผปู้ กครอง ควรมีผตู้ ดิ ตามเพียง 1-2 คน
4. คัดกรองผูป้ ว่ ยและญาติ/ผ้ตู ิดตาม กอ่ นใหก้ ารรักษาทางทนั ตกรรม โดยท�ำการซักประวัติอยา่ งละเอยี ด และวัดไข้
แนะนำ� ให้ผู้ปว่ ยและญาต/ิ ผ้ตู ิดตาม สวมใส่หนา้ กากอนามัยตลอดเวลาขณะท่รี อรบั การบริการ
5. ควรมกี ารจดั แยกพนื้ ทก่ี ารใหบ้ รกิ ารตามความเสย่ี งต่อการเกดิ การแพร่กระจายเช้ือออกเป็น 3 บรเิ วณ คือ
1) พื้นท่พี ักหรือสำ� นักงานของเจ้าหน้าท่ี พ้ืนที่พกั รอรับการรักษา 2) พนื้ ท่ีการรักษาท่ไี ม่เกิดหรอื เกิดละอองฝอยจาก
หัตถการในระดับตำ�่ 3) พน้ื ทก่ี ารรักษาท่ีเกดิ ละอองฝอยจากหตั ถการในระดับสูง
6. ทันตแพทย์ ผชู้ ่วยทันตแพทย์ และบุคลากรที่เก่ียวข้องให้สวมใสอ่ ปุ กรณ์ป้องกันตนเองตามแนบทา้ ยประกาศเรอ่ื ง
ชนิดของการใชอ้ ุปกรณป์ อ้ งกนั ตนเองทางทนั ตกรรม **ทั้งนแ้ี นวทางอาจมีการปรบั ตามความพรอ้ มหรอื นโยบาย
ตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน
7. แนวทางการเปล่ยี นอปุ กรณ์ป้องกนั ตนเองทางทนั ตกรรม ใหพ้ จิ ารณาตามแนบท้ายแนวทางการปฏบิ ัติ /การใช้
อุปกรณต์ ามหตั ถการทางทันตกรรม
8. ลา้ งมอื ให้สะอาดอย่างถกู วิธีดว้ ยน้�ำยาฆ่าเช้ือ
9. การเตรียมหอ้ งก่อนการรกั ษา
9.1 ในห้องทที่ ำ� การรักษา ให้เอาส่ิงของทไ่ี มจ่ ำ� เปน็ ออกใหห้ มด และให้ทนั ตแพทยบ์ นั ทึกเวชระเบียนนอกหอ้ งท่ี
ให้การรกั ษาผู้ป่วย
9.2 ปกคลุมพ้ืนผิวบรเิ วณส่วนสัมผัสตา่ งๆ ดว้ ยวสั ดุท่ีใช้แลว้ ทิ้ง เชน่ plastic wrap
9.3 หลีกเล่ยี งการใชอ้ ปุ กรณท์ �ำฟันทกี่ อ่ ใหเ้ กิดการฟุ้งกระจายของละอองนำ้� เช่นการเป่าลม, การใช้หวั กรอ, การใช้
เคร่อื งขดู หินปูน Ultrasonic ในพ้นื ท่ีการรักษาทแี่ ยกไมใ่ หม้ ีการฟ้งุ กระจาย
10. ให้ผู้ป่วยบว้ นปากดว้ ยน้ำ� ยาบว้ นปาก 0.2% povidone iodine โดยให้อมกลว้ั ในชอ่ งปาก 1 นาที แล้วบ้วนทิ้ง
โดยมขี ้อห้ามใชใ้ นผ้ปู ว่ ยทีม่ ีการทำ� งานของต่อมไทรอยดผ์ ิดปกติ ผทู้ มี่ ีประวตั ิการแพ้ไอโอดนี ผ้ปู ว่ ยโรคไต ผปู้ ว่ ยตง้ั
ครรภ์ ผูป้ ว่ ยในระยะให้นมบตุ ร และเดก็ อายตุ ำ่� กวา่ 6 ปี หากใชน้ ้ำ� ยาบว้ นปากดังกลา่ วไมไ่ ด้ ใหพ้ จิ ารณาใช้น้�ำยา
บว้ นปาก 1% hydrogen peroxide โดยมีข้อควรระวงั คอื อาจกอ่ ให้เกิดการระคายเคอื งคอ่ นข้างสูง จึงหา้ มใช้ใน
ผ้สู งู อายุ ผู้ทป่ี ากแหง้ น้�ำลายนอ้ ยหรือมแี ผลในช่องปาก ผ้ปู ว่ ยทม่ี แี ผลถอนฟนั
ในกรณที ผ่ี ูป้ ่วยท่ีไมส่ ามารถควบคุมการกลืนได้ เช่น ผ้ปู ว่ ยเด็ก หรอื ผูป้ ว่ ยสูงอายุ ให้ใช้ผา้ ก๊อซหรือส�ำลีชุบ
นำ้� ยาบว้ นปากเชด็ ภายในช่องปากแทนการบว้ นน้�ำยา
10 แนวทางปฏิบัตกิ ารรกั ษาทางทนั ตกรรมในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19
11. พิจารณาถ่ายภาพรงั สนี อกช่องปาก (Panoramic หรอื CBCT) เปน็ หลกั จาํ กดั การใช้ intraoral x-ray โดยเฉพาะ
ต�ำแหนง่ ทก่ี ระต้นุ ใหเ้ กิดการไอหรอื ส�ำลกั เชน่ upper/lower posterior molar ในหัตถการงานวทิ ยาเอนโดดอนต์
ขนั้ ตอนวดั ความยาวรากในการทำ� งานพิจารณาใช้ electronic apex locator เป็นหลัก
12. ใช้ High Volume Evacuation (intraoral High power suction) ในผปู้ ว่ ยทกุ รายและพจิ ารณาใช้ extraoral High
power suction ท่มี ี HEPA filter เพ่มิ
13. ในหัตถการบางอย่างทกี่ ระตุ้นให้เกิด gag reflex หรอื ไอ เชน่ การพิมพป์ าก พจิ ารณาการใช้ intraoral scanner
14. ในการรักษาท่ีจ�ำเปน็ ตอ้ งมกี ารขัดแต่งช้นิ งานนอกปาก ใหแ้ ชช่ นิ้ งานใน disinfectant agent อย่างเหมาะสม กอ่ น
การกรอแต่งนอกช่องปากควรทำ� ร่วมกับการใช้ extraoral High power suction หรอื กรอแต่งชน้ิ งานในกล่อง
พลาสตกิ เพอ่ื ลดการฟุ้งกระจาย
15. ใช้เวลาในการรกั ษาอยา่ งเหมาะสม ไมค่ วรเกิน 1 ชว่ั โมง ในผปู้ ว่ ยแต่ละราย
16. การดูแลพ้ืนผิวและบริเวณแวดล้อม
16.1 เช็ดท�ำความสะอาดด้วยสารฆ่าเชอ้ื (surface disinfectant) ทีเ่ หมาะสมส�ำหรบั พ้ืนผิวนนั้ ๆ ในความเขม้ ข้น
และระยะเวลาที่สามารถทำ� ลายเชือ้ ก่อโรค COVID-19 ได้ หลงั จากเสรจ็ สนิ้ การรกั ษาผู้ปว่ ยแตล่ ะราย
16.2 ในกรณีท่ีต้องใหก้ ารรกั ษาผู้ปว่ ยต่อเน่อื งกันหลายราย ควรให้มกี ารระบายอากาศในหอ้ งทำ� ฟัน หรอื เวน้ ระยะ
เวลาไวอ้ ย่างนอ้ ย 30 นาที และทำ� ความสะอาดพืน้ ผิว ก่อนเรม่ิ การรกั ษาผู้ป่วยรายต่อไป
16.3 พื้นท่กี ารใหบ้ รกิ ารอนื่ ๆ เชน่ จดุ นดั จดุ ชำ� ระค่ารกั ษา ใหเ้ ชด็ ท�ำความสะอาดพ้ืนผิวทุก 1 ชว่ั โมงและมี
แอลกอฮอลเ์ จลส�ำหรับท�ำความสะอาดมือในทุกจุดบรกิ าร
16.4 การจัดการผ้าปนเปื้อนตดิ เชื้อ ไดแ้ ก่ ผา้ เปอื้ นเลอื ด/สารคดั หลัง่ ท่มี องเหน็ ได้ชดั เจน หรอื ท่คี าดวา่ จะปนเล้ือน
เลือด/สารคัดหล่ัง ให้แยกบรรจุในถุงพลาสตกิ สีแดงไม่เกนิ 2/3 ถุง และส่งทำ� ความสะอาดตามมาตรฐานการ
ซกั ผ้าตดิ เชื้อ
16.5 เจ้าหนา้ ที่หรอื แม่บ้านท่ีท�ำความสะอาดพ้ืนผวิ และสง่ิ แวดลอ้ ม ตอ้ งสวมอปุ กรณป์ ้องกนั คอื หนา้ กากอนามัย
face shield/แวน่ ตา ผ้ากนั เป้อื นกนั น�้ำ และถงุ มือยางอยา่ งหนา
17. ให้จัดการขยะตดิ เชอื้ โดยทง้ิ ในถุงขยะตดิ เชื้อ (ถงุ แดง) และท�ำการกำ� จัดด้วยวธิ กี ารทเ่ี หมาะสม
18. ให้น�ำมาตรการ physical distancing มาปรับใชใ้ นการบริหารจัดการผู้ป่วยอย่างเหมาะสม
19. ให้บริการตอบข้อซักถามและใหค้ �ำแนะน�ำการดูแลตนเองแกผ่ ูป้ ว่ ยและญาติ ผ่านช่องทางโทรศัพท์ หรอื ช่องทางอ่ืนๆ
ท่เี หมาะสม
แนวทางปฏบิ ัตกิ ารรักษาทางทนั ตกรรมในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 11
แนวปฏิบัตใิ นการลดปรมิ าณการปนเปือ้ นของเช้อื ในอากาศในคลนิ กิ ทันตกรรม
สง่ิ ทค่ี วรปฏิบัติเพื่อลดความเสย่ี งของการแพรเ่ ช้ือจากการฟุ้งกระจายของละอองฝอยท่เี กิดขน้ึ จากหตั ถการ
ทางทันตกรรม ได้แก่
1. ใช้ระบบการป้องกันการดดู กลบั (anti-retraction valve) ของดา้ มกรอฟนั เพอ่ื ป้องกนั ไม่ให้เกิดการดดู กลบั ของ
นำ้� ภายในช่องปาก กลบั เข้าไปในระบบน้ำ� ของยูนติ ท�ำฟนั
2. ทำ� การเดนิ เครื่องไล่นำ�้ ออกจากสายสง่ น้�ำก่อนเรม่ิ ปฏบิ ัติงานและในระหว่างเปลย่ี นผ้ปู ่วยทกุ ราย เป็นระยะเวลา
อย่างน้อย 20-30 วินาที
3. การใชเ้ ครือ่ งดูดความแรงสงู (High power suction หรือ High volume evacuators) แบบ motor suction
อย่างถกู วิธี ในหัตถการท่มี กี ารฟุง้ กระจาย
• ระบบการดดู น�้ำลายแบบ High power suction ในยนู ติ ทันตกรรมทเี่ ปน็ แบบ Air suction ควรมีการเดินทอ่
ระบายอากาศแยกออกจากทอ่ นำ�้ ทิ้งของยนู ิต เพือ่ ไมใ่ ห้เกิดแรงดันกลบั มาทอี่ ่างบว้ นน้�ำลาย เกิดการฟ้งุ กระจาย
ของไวรัสตามมาได้
• กรณที ่ีการเปลย่ี นแปลงกระทำ� ไดย้ าก พิจารณาใช้ Mobile motor suction หรอื Surgical mobile motor
suction แทนได้
12 แนวทางปฏิบัตกิ ารรักษาทางทันตกรรมในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19
แนวทางการปฏบิ ตั ิ /การใช้อปุ กรณจ์ ำ� แนกตามหตั ถการทางทนั ตกรรม
หมายเหตุ
+++ หมายถึง เป็นอปุ กรณ์หรอื ข้ันตอนที่จ�ำเป็น และควรตอ้ งใชเ้ พ่อื Infection control
ในหตั ถการที่เปน็ High Aerosol
++ หมายถงึ เปน็ อปุ กรณ์หรอื ขน้ั ตอนทม่ี ี แล้วจะชว่ ยเพม่ิ ประสิทธภิ าพของ Infection control
ในหตั ถการทเ่ี ปน็ Moderate Aerosol
+ หมายถงึ เป็นอปุ กรณ์หรือขั้นตอนท่ีมีแล้ว มีผลเพม่ิ ประสิทธภิ าพโดยรวมของ Infection control
เพยี งเลก็ นอ้ ยในหตั ถการทเี่ ป็น Low Aerosol
- หมายถึง หตั ถการนนั้ ๆ ไมส่ ามารถใช้อปุ กรณช์ นิดนน้ั ได้
+/- หมายถึง เป็นอุปกรณ์หรือขน้ั ตอนทช่ี ่วยเสรมิ ประสทิ ธิภาพในการฟ้งุ กระจายของ Aerosol
โดยยงั ไม่มีขอ้ มูลสนับสนนุ เชงิ ประจกั ษ์
แนวทางปฏิบัติการรักษาทางทันตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19 13
แนวปฏบิ ตั ใิ นการจดั สงิ่ แวดลอ้ มเพ่ือควบคุมการติดเช้อื ในห้องทนั ตกรรม
1. บรเิ วณหอ้ งที่พักคอยของผูป้ ว่ ย/ญาติ
• ควรแยกพื้นทีพ่ ักคอยออกจากพื้นทีห่ ้องท่มี ีการรกั ษาไม่ใหม้ กี ารไหลเวียนของอากาศร่วมกัน
• ควรจัดพ้นื ทีก่ ารนัง่ และเกา้ อ้ีให้หา่ งกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร
• ควรมกี ารทำ� ความสะอาดพื้น บริเวณที่มกี ารสัมผสั ด้วยมอื เช่น มือจับประตู เก้าอ้ี ปมุ่ กดลฟิ ท์ ห้องน�ำ้
ด้วย surface disinfectant ท่ีเหมาะสมทุก 1-2 ชัว่ โมง
• การบริการอนื่ ๆ เช่น การช�ำระเงนิ การสง่ มอบเอกสารใบนดั ควรใช้วิธกี ารเพอ่ื ลดการสมั ผสั เช้ือ
• จัดให้มแี อลกอฮอลเ์ จลอำ� นวยความสะดวกในการทำ� ความสะอาดมือใหผ้ ู้ป่วยและญาติ
• ใหผ้ ปู้ ่วยและญาตสิ วมใสห่ น้ากากอนามัยตลอดเวลา ยกเว้นขณะท่ีได้รับการตรวจรกั ษา
• ควรจัดให้มรี ะบบระบายอากาศไมน่ ้อยกวา่ 2 ACH ซ่ึงสามารถท�ำไดโ้ ดยการมีพดั ลมดูดอากาศบรเิ วณผนังห้องออก
สูบ่ รรยากาศภายนอก หรือ เปดิ หนา้ ตา่ งระบายอากาศเป็นเวลา 10-15 นาที ทกุ 1-2 ช่วั โมง
• พิจารณาเพม่ิ เคร่อื งฟอกอากาศท่มี ี HEPA filter และมปี ระสิทธิภาพเหมาะสมกบั ขนาดของห้อง
2. บรเิ วณทีใ่ หก้ ารรกั ษา
• ควรการควบคุมทศิ ทางการไหลของอากาศภายในห้อง โดยวางตำ� แหน่งหัวจ่ายลมเย็นให้ลมผ่านบริเวณสะอาด
ตอ้ งการความสะอาดมากกวา่ ไปยังท่ีสะอาดน้อยกว่า
**ทัง้ นแ้ี ต่ละสถานพยาบาล/หนว่ ยงาน สามารถปรับระบบระบายอากาศ ไดต้ ามความเหมาะสมกบั ระดับ
ความเส่ียงในการแพร่กระจายเช้อื ของผปู้ ว่ ย ประเภทของหัตถการภายในหอ้ ง บรบิ ทด้านโครงสรา้ งและ
ความพร้อมของแต่ละแห่ง โดยปรึกษาวิศวกรผู้มีความเชีย่ วชาญด้านวศิ วกรรมปรับอากาศ โดยสามารถ
พจิ ารณาแนวทาง ดงั น้ี
1) ถา่ ยเทอากาศในหอ้ งออกขา้ งนอกให้ได้ 6-12 เท่าของขนาดห้อง ภายใน 1 ชั่วโมง หรอื
2) ถ่ายเทอากาศในหอ้ งออกข้างนอกใหไ้ ด้อยา่ งนอ้ ย 2 เทา่ และมีระบบฟอกอากาศในหอ้ งดว้ ย HEPA filter
10 เทา่
นอกจากนหี้ ากไมส่ ามารถปรับปรงุ โครงสรา้ งของระบบปรับอากาศไดก้ ็สามารถเลือกใช้ระบบระบายอากาศ
ประเภทอ่นื ทดแทนได้ เช่น การเปิดหน้าต่างระบายอากาศ หรือการใช้พัดลมดูดอากาศใหม้ ปี รมิ าณอากาศออกจากห้อง
ทันตกรรม (Exhaust Air) อยา่ งนอ้ ย 2 ACH ติดตั้งในต�ำแหนง่ ทีเ่ หมาะสม โดยรายละเอยี ดของประสิทธภิ าพของพัดลม
ดดู อากาศท่ีเหมาะสมกบั ปริมาตรของหอ้ ง ดังนี้
14 แนวทางปฏบิ ัตกิ ารรกั ษาทางทันตกรรมในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19
หรอื เลอื กใชเ้ ครอื่ งฟอกอากาศ (Air Purifier) มเี คร่อื งฟอกอากาศ (Air Purifier) ในห้องที่ใหบ้ รกิ ารทันตกรรม โดย
คุณลกั ษณะของเครอ่ื งฟอกอากาศตอ้ งประกอบด้วย HEPA filter ทม่ี ีคณุ ภาพมาตรฐานและทศิ ทางการไหลเข้าออกของ
อากาศไม่อยใู่ นทศิ ทางเดยี วกนั ของเครอ่ื งและ วางต�ำแหนง่ เครอ่ื งฟอกอากาศในต�ำแหนง่ ที่สะอาดนอ้ ยกว่าตามทศิ ทาง
การไหลเวยี นของอากาศภายในห้องทนั ตกรรม
*ข้อมูลอ้างอิงจาก
1) https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371/journal.pone.0003186 https://doi.
org/10.1371/journal.pone.0003186 "Inactivation of Poxviruses by Upper-Room UVC Light in a
Simulated Hospital Room Environment"James J. McDevitt,Donald K. Milton ,Stephen N. Rud-
nick,Melvin W. First Published: September 10, 2008
2) https://www.cdc.gov/niosh/docs/2009-105/default.html :"The National Institute for Occupational
Safety and Health (NIOSH)"
แนวทางปฏิบตั ิการรักษาทางทันตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19 15
ประเภทของอุปกรณ์ปอ้ งกนั ตนเองทางทนั ตกรรม
(ข้อมลู อ้างอิงตามแนวทางของทันตแพทยสภา)
ในกรณที ่ี surgical mask เปียกหรอื ปนเปื้อนส่ิงคดั หลั่ง ควรเปลี่ยนใหม่ทันที
ในกรณหี ัตถการ Aerosol สามารถปรบั ใช้ Sealed Surgical Mask เชน่
การใช้ Mask Fitter หรือการใช้ Surgical Tape ปดิ ผนึกขอบโดยรอบ Surgical Mask ทดแทน N95 ได้
16 แนวทางปฏบิ ตั ิการรักษาทางทันตกรรมในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19
*ท้งั นที้ นั ตบุคลากรทเี่ ก่ียวขอ้ งควรได้รบั ความรู้ มคี วามเข้าใจในการเลือกใช้อปุ กรณป์ อ้ งกนั ตนเองแตล่ ะประเภทได้
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ รวมถึงควรมกี ารฝึกซอ้ มถอดใส่ให้เกิดความช�ำนาญ เพอื่ ลดการปนเปื้อนสงิ่ คดั หล่งั หรือละออง
ฝอยจากการรกั ษาผปู้ ว่ ยดว้ ย
แนวทางปฏิบัติการรกั ษาทางทนั ตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19 17
ระบระบบขบอ้ ขม้อูลมกูลกาารรบบรริหหิ าารรททรรัพพั ยยาากกรรPPPPEE
หน่วยงงาานนหหรรอื ือสสถถาานนพพยยาาบบาาลลททกุ ุกแแหห่ง่งคควรวมรมรี ะีรบะบจบดัจเัดกเบ็ กข็บอ้ ขม้อูลมกูลากราใชรใ้ทชร้ทัพรยัพายการการรกใาชรอ้ ใชุป้อกุปรณกร์ PณP์ EPPE
สใสในนูงงู หสหสดุุดตััตถถใใกกนนาาสสรรถถแแาาตตนนล่่ลกกะะาาปปรรรรณณะะ์ภ์ภเเภภาาทววทะะเฉฉเพพกุุกือ่อื่เเใฉฉใชชินนิ เ้้เรรปปะะน็น็ ดดขขับบั อ้อ้ ปปมมรรลููละะใใเเหหททเ้เ้ศศกกิดิดดดกกงัังาตาตรราาบบรรราารหิงงิหตตาาวััวรรอจอจัดยยัดกา่า่ กงงาาตตรรอ่่อททไไรรปปพั ัพนนยยี้ี้ าากกรรใใหหม้ ม้ ปี ีปรระะสสทิ ิทธธภิ ิภาาพพเกเกดิ ิดปปรระะโยโยชชนน์ ์
ชื่อสถานพยาบาล...............................................................จงั หวดั ................................................
ช่อื สถานพยาบาล...............................................................จงั หวดั ............................................... .
หัตถการ ชนิด / ชนดิ /จำนวน Reuse / PUI /Non PCR PCR result
Disposable PUI sample
จำนวน Mask Gown
ผ่าฟันคุด N95 / 2 Isolation/2 Reuse Non saliva Negative
Incision N95/3 Cover all /3 Disposable PUI Throat Positive
&drain swab
18 แนวทางปฏิบตั กิ ารรักษาทางทนั ตกรรมในสถานการณก์ ารระบาดของ COVID-19
15
กรมการแพทย ์
สถาบนั ทนั ตกรรม