แผนการจดั การเรียนรู
วชิ า วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาการคาํ นวณ)
ตามมาตรฐานการเรยี นรแู ละตัวช้วี ดั
กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 1
นางสาวฤทัยรงค ศรีแกว
ตําแหนง ครผู ชู ว ย
โรงเรียนบานบาตนั (ฟลอยดร อสอนสุ รณ)
สาํ นกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษายะลา เขต 1
สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
แผนการจดั การเรียนรู
วชิ า วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาการคาํ นวณ)
ตามมาตรฐานการเรยี นรแู ละตัวช้วี ดั
กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 1
นางสาวฤทัยรงค ศรีแกว
ตําแหนง ครผู ชู ว ย
โรงเรียนบานบาตนั (ฟลอยดร อสอนสุ รณ)
สาํ นกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษายะลา เขต 1
สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
คํานาํ
แผนการจัดการเรียนรู วิชา วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ของระดับชนั้ ประถม
ศึกษาปที่ ๑ น้ี ประกอบดวย 6 หนวยการเรียนรู ไดแก หนวยการเรียนรู การเปรียบเทยี บ การเรียง
ลําาดับ การแกปญหา การเขยี นโปรแกรม ประโยชนของคอมพิวเตอร และโปรแกรมกราฟก ซง่ึ จะมุง
เนนใหผ ูเ รียนไดเรยี นรูวทิ ยาการคํานวณผา นการทาํ ากิจกรรมดว ยการลงมอื ปฏบิ ัติ เพ่ือใหผ เู รียนไดใชทกั ษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี นาํ ความรูท่ไี ดไปใชในการดาํ รงชวี ติ และรูเ ทาทนั การเปล่ียนแปลงของโลกได
ผูจัดทําหวงั เปนอยางย่ิงวาแผนการจดั การเรียนรูวชิ าวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (วิทยาการ
คาํ นวณ) ของระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๑ น้ี จะเปนประโยชนตอครผู ูสอนในการนาํ ไปใชจดั การ เรยี น
รูใ หกับนักเรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจดั การเรยี นรขู องครูและการเรยี นรขู องนกั เรียนใหสูงข้นึ ตอ ไป
ขอบคุณผทู รงคุณวุฒิ ผบู ริหารสถานศึกษา ศกึ ษานเิ ทศก ครู อาจารย และทกุ ทา นท่ีมสี ว นเกยี่ วของ กับ
การจัดทาํ เอกสารมา ณ โอกาสน้ี
ฤทัยรงค ศรแี กว
ผจู ดั ทํา
คำ�ชีแ้ จง
การจดั ทาํ แผนการจัดการเรยี นและชุดการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ วิชา วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
(วทิ ยาการคาํ นวณ) ใหส้ อดคลองกบั มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ัด กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ ละ
เทคโนโลยี สาระเทคโนโลยี วิทยาการคาํ นวณ (พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
พทุ ธศักราช 2551 และเพื่อใหส ะดวกตอ การนาํ ไปใชจ งึ จัดแยกเปน รายช้ัน (ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 1-6) โดย
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 1-3 จะมเี พยี งช้นั ปล ะ 1 ภาคเรียน เฉพาะภาคเรียนที่ 1 (จาํ นวน 1 เลม) และ
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 4-6 จะแยกเปนภาคเรียนที่ 1 (เลม 1) และภาคเรยี นที่ 2 (เลม 2)
แผนการจัดการเรียนรู วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (วทิ ยาการคํานวณ) ของระดบั ช้นั ประถม
ศึกษาปที่ ๑ นี้ ประกอบดวย 6 หนวยการเรยี นรู ไดแก หนว ยการเรยี นรู การเปรยี บเทยี บ การเรยี งลาํ ดบั
การแกปญ หา การเขียนโปรแกรม ประโยชนข องคอมพิวเตอร และ โปรแกรมกราฟก ซง่ ึ จะมงุ เนน ใหผูเรยี น
ไดเรียนรูวทิ ยาการคําานวณผานการทาํ ากิจกรรมดวยการลงมอื ปฏิบัติ เพ่ือใหผ ูเ รียนไดใ ชท กั ษะกระบวนการ
ทางเทคโนโลยี นาํ ความรทู ไ่ี ดไปใชใ นการดําารงชวี ติ และรูเ ทาทนั การเปลี่ยนแปลงของโลกได
สารบัญ
ค�ำ แนะน�ำ สำ�หรับครูผ้สู อน หน้า
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี ๑
โครงสรา้ งการจดั กจิ กรรมการเรียนรกู้ ลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔
สาระเทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ ๕
แนวทางการจัดหน่วยการเรียนร้ ู
โครงสร้างรายวชิ าวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำ�นวณ) ๖
ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑ ๗
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๑ การเปรยี บเทยี บ ๙
สาระส�ำ คญั มาตรฐานและตัวชวี้ ัดของหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ การเปรียบเทียบ ๑๐
ลำ�ดบั การน�ำ เสนอแนวคดิ หลักของหน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ การเปรียบเทยี บ ๑๑
คำ�ชแ้ี จงประกอบแผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑.๑ ความเหมือนและความแตกต่าง ๑๒
แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรขู้ องแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๑.๑ ความเหมอื นและความแตกต่าง ๑๔
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๑.๑ ความเหมอื นและความแตกต่าง ๑๕
เฉลยใบงาน ๑๙
ค�ำ ชแี้ จงประกอบแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๑.๒ การค้นหาดว้ ยการเปรยี บเทยี บ ๒๘
แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรขู้ องแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๑.๒ การคน้ หาดว้ ยการเปรยี บเทยี บ ๓๐
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑.๒ การค้นหาดว้ ยการเปรียบเทยี บ ๓๑
เฉลยใบงาน ๓๕
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๒ การเรียงล�ำ ดับ ๔๕
สาระส�ำ คญั มาตรฐานและตวั ชว้ี ดั ของหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ การเรียงลำ�ดับ ๔๖
ล�ำ ดบั การน�ำ เสนอแนวคิดหลกั ของหน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๒ การเรยี งลำ�ดบั ๔๗
คำ�ชีแ้ จงประกอบแผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๒ ขน้ั ตอนในกิจวัตรประจ�ำ วนั ๔๘
แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ของแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒ ข้นั ตอนในกจิ วัตรประจ�ำ วนั ๕๐
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๒ ขน้ั ตอนในกจิ วตั รประจ�ำ วนั ๕๑
เฉลยใบงาน ๕๖
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๓ การแกป้ ญั หา ๖๗
สาระส�ำ คญั มาตรฐานและตวั ชวี้ ัดของหน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๓ การแก้ปญั หา ๖๘
ลำ�ดบั การนำ�เสนอแนวคดิ หลักของหนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๓ การแกป้ ญั หา ๖๙
ค�ำ ชี้แจงประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓.๑ การลองผดิ ลองถกู ๗๐
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรขู้ องแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๓.๑ การลองผิดลองถูก ๗๒
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๓.๑ การลองผิดลองถูก ๗๓
เฉลยใบงาน ๗๘
สารบัญ
หนา้
คำ�ชแี้ จงประกอบแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๓.๒ ปญั หาหลายเปา้ หมาย ๘๘
แนวการจัดกิจกรรมการเรียนร้ขู องแผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๓.๒ ปัญหาหลายเปา้ หมายทยี บ ๙๐
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๓.๒ ปญั หาหลายเปา้ หมาย ๙๑
เฉลยใบงาน ๙๗
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๔ การเขียนโปรแกรม ๑๐๙
สาระส�ำ คญั มาตรฐานและตัวชวี้ ัดของหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๔ การเขยี นโปรแกรม ๑๑๐
ลำ�ดบั การนำ�เสนอแนวคดิ หลักของหน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๔ การเขียนโปรแกรม ๑๑๑
คำ�ชี้แจงประกอบแผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๔.๑ การส่งั ให้ตัวละครเคลื่อนที่ ๑๑๒
แนวการจดั กจิ กรรมการเรียนรขู้ องแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๔.๑ การส่ังใหต้ ัวละครเคลือ่ นที่ ๑๑๔
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๔.๑ การสัง่ ใหต้ วั ละครเคล่อื นที่ ๑๑๕
เฉลยใบงาน ๑๒๑
ค�ำ ช้ีแจงประกอบแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๔.๒ การแก้ปญั หาแบบมเี ง่ือนไข ๑๓๒
แนวการจดั กิจกรรมการเรียนรขู้ องแผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๔.๒ การแกป้ ัญหาแบบมีเงอ่ื นไข ๑๓๔
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๔.๒ การแก้ปญั หาแบบมเี งอื่ นไข ๑๓๕
เฉลยใบงาน ๑๓๙
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ ๑๔๗
สาระสำ�คัญ มาตรฐานและตัวช้วี ัดของหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ ประโยชนข์ องคอมพวิ เตอร์ ๑๔๘
ล�ำ ดับการน�ำ เสนอแนวคิดหลกั ของหนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๕ ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ ๑๔๙
ค�ำ ชแี้ จงประกอบแผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๕ คอมพิวเตอร์มปี ระโยชน์ ๑๕๐
แนวการจัดกิจกรรมการเรยี นร้ขู องแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๕ คอมพวิ เตอร์มีประโยชน์ ๑๕๒
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๕ คอมพวิ เตอรม์ ปี ระโยชน์ ๑๕๓
เฉลยใบงาน ๑๕๗
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๖ โปรแกรมกราฟิก ๑๖๗
สาระส�ำ คญั มาตรฐานและตัวชว้ี ัดของหน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ โปรแกรมกราฟกิ ๑๖๘
ล�ำ ดับการน�ำ เสนอแนวคิดหลักของหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๖ โปรแกรมกราฟิก ๑๖๙
ค�ำ ช้แี จงประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ มาวาดรูปกันเถอะ ๑๗๐
แนวการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ของแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๖ มาวาดรูปกนั เถอะ ๑๗๒
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๖ มาวาดรปู กันเถอะ ๑๗๓
เฉลยใบงาน ๑๗๘
� ๑๘๘
๑๙๕
คำ�แนะนำ�สำ�หรับครผู ู้สอน
๑. แนวคิดหลกั
การจัดการเรียนการสอนวิทยาการคำ�นวณมุ่งให้ผู้เรียนมีความสามารถเข้าใจเนื้อหาสาระวิทยาการคำ�นวณ
และน�ำ ความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำ�วนั ได้ รวมท้ังเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นได้ฝึกทกั ษะตา่ ง ๆ เช่น ทกั ษะกระบวนการ
ทางเทคโนโลยี ทกั ษะการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ทกั ษะการแก้ปัญหา ทกั ษะการเขยี น ทกั ษะ
การอ่าน นอกจากนี้ในการจดั กิจกรรมยังมุ่งเนน้ การเรียนรรู้ ว่ มกันเป็นกลุ่ม ซงึ่ เปน็ การเปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นไดร้ ่วมกนั คิด
ปรกึ ษาหารือ อภิปราย แก้ปัญหา แสดงความคิดเห็น สะท้อนความคิด และได้นำ�เสนอผลการทำ�กิจกรรม ซึ่งช่วยให้
ผเู้ รยี นได้พัฒนาทั้งความรู้ ทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยีและทักษะอน่ื ๆ รวมทั้งคณุ ธรรม จรยิ ธรรมอีกดว้ ย การจดั
กลุ่มอาจจัดเปน็ กลมุ่ ๒ คน หรือกล่มุ ๔-๖ คน หรอื อาจจัดกิจกรรมรว่ มกันท้ังช้นั ท้ังนีข้ ี้นอย่กู ับวตั ถปุ ระสงค์ของการจดั
กจิ กรรมการเรียนรนู้ ้นั ๆ
ในการดำ�เนินกจิ กรรมการเรียนการสอนวิทยาการคำ�นวณ สิ่งสำ�คัญที่ผู้สอนควรคำ�นึงถึงเป็นอันดับแรกคือ
ความรูพ้ น้ื ฐานของผเู้ รยี น ผสู้ อนอาจทบทวนหรอื ตรวจสอบความรู้เดิมของผ้เู รยี นโดยใชค้ �ำ ถามหรอื กลวธิ ตี า่ ง ๆ ท่กี ระตุน้
ความสนใจของผู้เรียนและนำ�ไปสู่การเรียนรู้เนื้อหาใหม่ ขั้นการสอนเนื้อหาใหม่ ผู้สอนอาจกำ�หนดสถานการณ์
ที่เชื่อมโยงกบั เรอ่ื งราวในขั้นทบทวนความรู้หรือมีคำ�ถาม และมีกิจกรรมให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัตดิ ้วยกระบวนการ
สืบเสาะหาความรู้ (inquiry) ในการค้นหาคำ�ตอบที่สงสัยด้วยตนเอง ผู้สอนมีบทบาทเป็นผู้ให้อิสระทางความคิดกับ
ผเู้ รียน คอยสังเกต ตรวจสอบความเข้าใจและคอยใหค้ วามชว่ ยเหลอื และค�ำ แนะนำ�อยา่ งใกลช้ ดิ
ในการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ผู้สอนควรให้ผู้เรียนแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มได้นำ�เสนอแนวคิด เพราะ
ผเู้ รียนมีโอกาสแสดงแนวคิดเพิ่มเติมร่วมกัน ซักถาม อภิปรายข้อขัดแย้งด้วยเหตุและผล ผู้สอนมีโอกาสเสรมิ ความรู้
ขยายความรู้หรือสรุปประเด็นสำ�คัญของสาระที่นำ�เสนอนั้น ทำ�ให้การเรียนรู้ขยายวงกวา้ งและลกึ มากข้ึน สามารถนำ�
ไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จรงิ ได้ นอกจากนย้ี ังท�ำ ใหผ้ เู้ รยี นเกิดเจตคติที่ดี มีความภาคภูมิใจในผลงาน เกิดความร้สู ึกอยากท�ำ
กลา้ แสดงออก และจดจำ�สาระทีต่ นเองไดอ้ อกมาน�ำ เสนอไดน้ าน รวมท้งั ฝกึ การเปน็ ผู้นำ� ผู้ตาม รบั ฟงั ความคดิ เห็นของ
ผู้อ่ืน
๒. กระบวนการจดั การเรียนรู้
การนำ�ชดุ กิจกรรมการเรียนรไู้ ปใช้ ครคู วรเตรียมตวั ล่วงหนา้ ดงั นี้
๑. ศึกษาโครงสร้างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้ทราบว่าตลอดทั้งปีการศึกษา นักเรียนต้องเรียนรู้
ทัง้ หมดกห่ี นว่ ย แต่ละหนว่ ยมหี น่วยย่อยอะไรบา้ ง ใชเ้ วลาสอนกีช่ ่ัวโมง และมีกแี่ ผน
๒. ศกึ ษาโครงสรา้ งหน่วยการเรียนรู้ ว่าแต่ละหน่วยการเรียนรู้มีเนื้อหาอะไรบ้าง เนื้อหาละกี่ชั่วโมง ซงึ่ จะ
ช่วยให้ครูผสู้ อนมองเหน็ ภาพรวมของการสอนในหนว่ ยดงั กลา่ วได้อย่างชดั เจน
1วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๓. ศึกษาแนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งอยู่ในแผนแต่ละแผน เปน็ การสรปุ แนวการจัดกิจกรรมใน
แต่ละข้ันตอนการสอน ท�ำ ให้ครมู องเปน็ ภาพรวมของการจดั การเรียนรใู้ นชั่วโมงน้นั ๆ
๔. ศึกษาแผนการจดั การเรียนรู้ ตามหวั ข้อต่อไปน้ี
๔.๑ ขอบเขตเนือ้ หา เป็นเน้ือหาทนี่ ักเรยี นต้องเรียนรใู้ นแผนทกี่ �ำ ลงั ศึกษา
๔.๒ สาระสำ�คัญ เปน็ ความคิดรวบยอดหรือหลักการที่นักเรียนควรจะได้หลังจากไดเ้ รยี นรตู้ าม
แผนท่กี �ำ หนด
๔.๓ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ แบ่งเปน็ ด้านความรู้ ด้านทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี และด้าน
คณุ ธรรม
๔.๔ กิจกรรมการเรียนรู้ แบ่งเปน็ ขั้นนำ� ขั้นสอน และขั้นสรุป ซึ่งแต่ละขั้นครูผู้สอนควรศึกษา
ท�ำ ความเข้าใจอย่างละเอียด นอกจากนคี้ รูควรพจิ ารณาด้วยวา่ ในแต่ละข้นั ตอนการสอน ครู
จะต้องศกึ ษาว่ามสี ่ือ/อปุ กรณอ์ ะไรบา้ ง
๔.๕ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ เป็นการบอกรายการสื่อ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ที่ต้องใช้ในการจดั
กจิ กรรมการเรียนรใู้ นชั่วโมงนั้น
๔.๖ การประเมิน เป็นการบอกทั้งวิธีการ เครื่องมือ และเกณฑ์การประเมิน สำ�หรับเครื่องมือ
การประเมินในชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นร้ฯู น้ี ไดจ้ ัดเตรยี มไว้ให้ครผู ูส้ อนเรยี บร้อยแลว้
๓. สอ่ื การจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำ�นวณ)
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑
สอ่ื การจดั การเรยี นรู้ กลมุ่ สาระวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สาระเทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) ชน้ั ประถมศึกษา
ปีท่ี ๑ ประกอบด้วย
๓.๑ แผนการจดั การเรยี นรู้ ส�ำ หรบั ครใู ชเ้ ปน็ แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หก้ บั นกั เรยี น
๓.๒ ใบกจิ กรรม ส�ำ หรบั นกั เรยี นใชฝ้ ึกทกั ษะปฏิบัติ หรอื สร้างความคิดรวบยอดในบทเรยี น โดยใน
ใบกจิ กรรมจะประกอบด้วยใบงาน ให้นักเรียนได้บันทกึ คำ�ตอบ การตอบคำ�ถามหลังจากท�ำ
กจิ กรรม เพอ่ื ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำ�กิจกรรม และมีแบบฝึกหัดเพื่อประเมินการ
เรียนรหู้ ลงั จากเรยี นจบในแตล่ ะกจิ กรรม
๓.๓ แบบทดสอบ เปน็ การวดั ความรคู้ วามเขา้ ใจตามตวั ชว้ี ดั ทก่ี �ำ หนดไวใ้ นหลกั สตู ร
2 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ใบกิจกรรมของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ ไดม้ ีการกำ�หนดสญั ลกั ษณร์ ปู ดาว ๕ แฉก จ�ำ นวน ๑ ดวง และ
แถบสเี หลือง โดย
บ. หมายถงึ ใบกิจกรรม
ผ. หมายถงึ แผนการจัดการเรียนรู้
เช่น
บ. ๑ / ผ. ๑.๑-๐๑
ระดับชนั้ ใบงานท่ี
ใบกจิ กรรม แผนที่
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ แผนการจัดการเรียนรู้
หมายเหตุ เลขแสดงล�ำ ดบั ของแผนการจัดการเรยี นรูจ้ ะเรยี งต่อกันจนครบทุกแผนในแต่ละหน่วยการเรยี นรู้ และใบงาน
จะเรียงเลขตอ่ กนั ในแตล่ ะแผน เมอ่ื ขน้ึ หนว่ ยใหม่ การแสดงล�ำ ดบั เลขของทง้ั หนว่ ยการเรยี นรู้ แผน และใบงานจะเรมิ่ ต้นใหม่
๔. ลักษณะชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระเทคโนโลยี
(วิทยาการคำ�นวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สาระเทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ จดั ท�ำ เปน็ หนว่ ยการเรยี นรู้ (Learning Unit) โดยผา่ นการวเิ คราะหม์ าตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มาจดั ท�ำ เปน็ หนว่ ยการเรยี นรู้ ดงั น้ี
ในเลม่ ประกอบดว้ ย หนว่ ยการเรยี นรู้ ๖ หนว่ ย ดงั น้ี
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ การเปรยี บเทยี บ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ การเรยี งล�ำ ดบั
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ การแกป้ ญั หา
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๔ การเขยี นโปรแกรม
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ ประโยชนข์ องคอมพวิ เตอร์
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๖ โปรแกรมกราฟกิ
3วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๕. แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาตร์และเทคโนโลยี สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำ�นวณ)
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
การจดั ทำ�แผนการจัดการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สาระเทคโนโลยี (วิทยาการ
ค�ำ นวณ) ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ก�ำ หนดให้สอดคลอ้ งกับหน่วยการเรยี นรู้ แต่ละหน่วยการเรยี นรู้ประกอบด้วย แผนการ
จัดการเรยี นรหู้ ลายแผน โดยมีองคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรียนรูค้ อื ขอบเขตเนื้อหา สาระสำ�คญั จดุ ประสงค์การ
เรยี นรู้ ซ่งึ มีท้ังด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี และด้านคุณธรรม กจิ กรรมการเรยี นรู้ สื่อ/แหลง่
เรยี นรู้ และการประเมนิ ส�ำ หรับแผนการจดั การเรียนรู้ทุกแผนจะมแี นวการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ อยหู่ น้าแผนทุกแผน
ซ่ึงเป็นการสรปุ ภาพรวมของการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ นชว่ั โมงนน้ั ๆ ในทกุ ขน้ั ตอน การสอนตง้ั แตข่ น้ั น�ำ ขน้ั สอน ข้ันสรปุ
และการประเมินผล พรอ้ มท้งั มีเฉลยคำ�ตอบในใบงาน และเฉลยแบบทดสอบอกี ดว้ ย
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
ทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เปน็ ทกั ษะทีพ่ ัฒนาความสามารถของผเู้ รยี นในการแก้ปญั หาหรอื พัฒนางาน
อยา่ งสรา้ งสรรค์ ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาทักษะและกระบวนการที่จำ�เป็นต่อการดำ�รงชีวิตผ่านการจัดการเรียนร้ทู ่ี
เน้นการลงมือปฏบิ ัติ ซึ่งทกั ษะและกระบวนการสำ�คัญของเทคโนโลยี ไดแ้ ก่
๑. ทกั ษะการคดิ เชิงระบบ
๒. ทักษะการคดิ สร้างสรรค์
๓. ทักษะการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ
๔. ทักษะการคิดวเิ คราะห์
๕. ทกั ษะการทำ�งานรว่ มกนั และการสือ่ สาร
๖. ทกั ษะการคิดเชงิ คำ�นวณ
4 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
โครงสรา้ งของชุดการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สาระเทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๑ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓
การเปรียบเทยี บ การเรียงลำ�ดับ การแกป้ ัญหา
(๔ ชั่วโมง) (๒ ชั่วโมง) (๕ ชว่ั โมง)
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี สาระเทคโนโลยี
(วิทยาการค�ำ นวณ)
(๒๐ ชั่วโมง/ป)ี
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๔ หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๕ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๖
การเขียนโปรแกรม ประโยชนข์ องคอมพวิ เตอร์ โปรแกรมกราฟิก
(๕ ช่ัวโมง) (๒ ชวั่ โมง) (๒ ชว่ั โมง)
5วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
แนวทางการจัดหน่วยการเรียนรู้
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ การเปรยี บเทยี บ
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๒ การเรยี งล�ำ ดบั
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ การแก้ปญั หา
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๔ การเขียนโปรแกรม
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๕ ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๖ โปรแกรมกราฟิก
6 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
โครงสรา้ งรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ วิทยาการค�ำ นวณ ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑
หน่วยการเรยี นรู/้ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑
เวลาที่ใช้ (ชว่ั โมง)
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑ ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้
การเปรยี บเทียบ
(๔ ชัว่ โมง) ว ๔.๒ ป. ๑/๑ • การแกป้ ญั หาใหป้ ระสบความส�ำ เรจ็ ท�ำ ไดโ้ ดยใชข้ น้ั ตอน
แกป้ ญั หาอยา่ งงา่ ยโดย การแกป้ ญั หา
ใชก้ ารลองผดิ ลองถูก
การเปรยี บเทยี บ • ปญั หาอยา่ งงา่ ย เชน่ เกมเขาวงกต เกมหาจดุ แตกตา่ ง
ของภาพ การจดั หนงั สอื ใสก่ ระเปา๋
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ ว ๔.๒ ป. ๑/๒ • การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา ทำ�ได้โดยการเขียน
การเรียงลำ�ดับ แสดงล�ำ ดับข้ันตอนการ บอกเลา่ วาดภาพ หรือใชส้ ญั ลักษณ์
(๒ ช่วั โมง) ทำ�งานหรือการแก้ปญั หา • ปญั หาอย่างงา่ ย เชน่ เกมเขาวงกต เกมหาจุดแตกต่าง
อยา่ งงา่ ยโดยใชภ้ าพ ของภาพ การจัดหนงั สอื ใส่กระเป๋า
สัญลักษณ์ หรือขอ้ ความ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ ว ๔.๒ ป. ๑/๒ • การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา ทำ�ได้โดยการเขียน
การแกป้ ญั หา แสดงลำ�ดบั ขั้นตอนการ บอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใช้สัญลักษณ์
(๕ ชั่วโมง) ทำ�งานหรอื การแกป้ ัญหา • ปญั หาอยา่ งง่าย เชน่ เกมเขาวงกต เกมหาจุดแตกต่าง
อยา่ งงา่ ยโดยใชภ้ าพ ของภาพ การจัดหนงั สือใสก่ ระเป๋า
สญั ลกั ษณ์ หรือขอ้ ความ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๔ ว ๔.๒ ป. ๑/๓ • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำ�ดับของคำ�ส่ังให้
การเขยี นโปรแกรม เขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย คอมพวิ เตอรท์ �ำ งาน
(๕ ชวั่ โมง) โดยใช้ซอฟต์แวรห์ รือสื่อ • ตวั อย่างโปรแกรม เชน่ เขยี นโปรแกรมสง่ั ให้ ตัวละคร
ย้ายตำ�แหน่ง ย่อขยายขนาด เปล่ียนรูปร่าง
• ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เชน่ ใช้
บัตรคำ�ส่งั แสดงการเขยี นโปรแกรม, Code.org
7วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
หนว่ ยการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวดั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑
เวลาทีใ่ ช้ (ชัว่ โมง) สาระการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๕ ว ๔.๒ ป. ๑/๔ • การใชง้ านอปุ กรณเ์ ทคโนโลยเี บอ้ื งตน้ เชน่ การใชเ้ มาส์
ประโยชนข์ องคอมพวิ เตอร์ ใชเ้ ทคโนโลยีในการสรา้ ง คีย์บอรด์ จอสมั ผัส การเปิด-ปดิ อปุ กรณ์เทคโนโลยี
(๒ ชั่วโมง) จดั เก็บ เรียกใช้ข้อมูล • การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น เช่น การเข้าและออก
ตามวัตถุประสงค์ จากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การจัดเกบ็ การเรยี กใช้
ไฟล์ ทำ�ได้ในโปรแกรม เช่น โปรแกรมประมวลคำ�
โปรแกรมกราฟิก โปรแกรมนำ�เสนอ
• การสร้างและจัดเก็บไฟล์อย่างเป็นระบบจะทำ�ให้การ
เรียกใช้ ค้นหาขอ้ มลู ได้ง่ายและรวดเรว็
ว ๔.๒ ป. ๑/๕ • การใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย เช่น รู้จักข้อมูล
ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ส่วนตัว อนั ตรายจากการเผยแพร่ข้อมูลสว่ นตวั และ
อยา่ งปลอดภยั ปฏบิ ัติ ไม่บอกข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลอื่นยกเว้นผู้ปกครอง
ตามข้อตกลงในการใช้ หรือครู แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อต้องการความช่วยเหลือ
คอมพิวเตอรร์ ่วมกัน เกย่ี วกบั การใชง้ าน
ดแู ลรกั ษาอปุ กรณเ์ บอ้ื งตน้
ใช้งานอย่างเหมาะสม
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๖ ว ๔.๒ ป. ๑/๔ • การใชง้ านอปุ กรณเ์ ทคโนโลยเี บอ้ื งตน้ เชน่ การใชเ้ มาส์
โปรแกรมกราฟกิ ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง คียบ์ อร์ด จอสมั ผัส การเปดิ -ปิด อปุ กรณ์เทคโนโลยี
(๒ ชั่วโมง) จัดเก็บ เรยี กใช้ข้อมูล • การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น เช่น การเขา้ และออก
ตามวัตถุประสงค์ จากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การจัดเก็บ การเรยี กใช้
ไฟล์ ท�ำ ได้ในโปรแกรม เช่น โปรแกรมประมวลคำ�
โปรแกรมกราฟกิ โปรแกรมนำ�เสนอ
• การสร้างและจัดเก็บไฟล์อย่างเป็นระบบจะทำ�ให้การ
เรียกใช้ ค้นหาข้อมลู ได้งา่ ยและรวดเรว็
8 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑
การเปรียบเทียบ
9วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ การเปรยี บเทยี บ
จำ�นวนเวลาเรยี น ๔ ชว่ั โมง จ�ำ นวนแผนการจดั การเรียนรู้ ๒ แผน
สาระส�ำ คญั ของหน่วย
การแก้ปัญหาอย่างง่ายทำ�ได้โดยการเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตา่ ง รวมท้งั การคน้ หาจากภาพ
อย่างเป็นระบบ จะช่วยใหส้ ามารถแก้ปญั หาไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐานและตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน ว ๔.๒
เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงค�ำ นวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเปน็ ขน้ั ตอนและเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอื่ สารในการเรียนรู้ การทำ�งาน และการแก้ปญั หาไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ รูเ้ ท่าทัน และมจี ริยธรรม
ตัวชวี้ ัด
ว ๔.๒ ป. ๑/๑ แก้ปญั หาอย่างง่ายโดยใชก้ ารลองผดิ ลองถกู การปรียบเทียบ
10 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ล�ำ ดับการน�ำ เสนอแนวคดิ หลกั ของหน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๑ การเปรยี บเทียบ
การเปรียบเทียบความเหมอื นและความแตกต่าง
การคน้ หาจากภาพอย่างเปน็ ระบบ
โครงสร้างของหน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ การเปรยี บเทียบ
หน่วยการเรียนรู้ จำ�นวนแผน ช่อื แผนการจัดการเรียนรู้ จ�ำ นวนชัว่ โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑ ๒ ๑.๑ ความเหมอื นและความแตกตา่ ง ๒
การเปรียบเทยี บ ๑.๒ การคน้ หาดว้ ยการเปรยี บเทยี บ ๒
11วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ค�ำ ชแ้ี จงประกอบแผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๑
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๑.๑ ความเหมือนและความแตกตา่ ง เวลา ๒ ช่วั โมง
๑. สาระสำ�คัญของแผน
การแก้ปัญหาอยา่ งงา่ ยโดยใช้การเปรยี บเทียบความเหมือนและความแตกตา่ ง
๒. ข้อเสนอแนะเพิม่ เตมิ ในการนำ�ไปใช้
๒.๑ ขอบข่ายเนอ้ื หา
การเปรียบเทียบความเหมอื นและความแตกต่าง
๒.๒ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
จุดประสงค์ดา้ นความรู้
เปรียบเทยี บความเหมือนและความแตกตา่ ง
จดุ ประสงคด์ า้ นทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
๑. การเปรียบเทยี บความเหมอื น
๒. การเปรียบเทียบความแตกต่าง
จดุ ประสงค์ดา้ นคณุ ธรรม
๑. มคี วามมุง่ ม่นั ในการท�ำ งาน
๒. มคี วามซือ่ สัตย์ตอ่ ตนเอง
๓. ใฝ่เรียนรู้
๔. มวี ินัย
๕. ความสามัคคี ชว่ ยเหลือในการท�ำ งานกลมุ่ ร่วมกัน
๒.๓ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
๑) การเตรียมตวั ของครู นักเรียน
การจัดกลุม่ โดยแบ่งนักเรียนออกเปน็ กลมุ่ กล่มุ ละ ๒-๓ คน
๒) การเตรยี มสอื่ วัสดุอปุ กรณ์ ของครู นักเรียน
ส่ิงท่ีครตู อ้ งเตรียม คือ
๒.๑ เหรียญ ๑ บาท เหรยี ญ ๕ บาท และเหรยี ญ ๑๐ บาท จำ�นวน ๑ ชุด/ห้อง
๒.๒ อปุ กรณเ์ ครอื่ งเขยี น จำ�นวน ๑ ชดุ /ห้อง
สิ่งทีน่ ักเรียนตอ้ งเตรยี ม คือ
- ดนิ สอ จำ�นวน ๑ แท่ง/คน
- ดนิ สอสี จำ�นวน ๑ กลอ่ ง/กลุ่ม
12 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๓) เตรยี มใบงาน ใบความรู้ ใบกจิ กรรม
๓.๑ ใบงาน ๐๑ ดใู ห้ดี
๓.๒ ใบงาน ๐๒ เหมือนหรอื ตา่ ง
๓.๓ ใบงาน ๐๓ แบบฝึกหดั เรื่อง ความเหมอื นและความแตกตา่ ง
๒.๔ วัดผลประเมนิ ผล
๑) วธิ ีการวัดผลประเมนิ ผลการเรียนรู้
๑.๑ การตอบค�ำ ถามในใบงาน
๑.๒ สังเกตทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีในการทำ�กิจกรรม
๑.๓ สงั เกตดา้ นคุณธรรมขณะทำ�กิจกรรม
๒) วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑ์
๒.๑ เครอ่ื งมอื และเกณฑใ์ นการประเมนิ ดา้ นความรู้
ตรวจให้คะแนนจากการตอบคำ�ถามในใบงาน แล้วใช้เกณฑใ์ นการให้คะแนน ดังน้ี
- มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
- ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน
- ตํ่ากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๒.๒ เคร่ืองมอื และเกณฑใ์ นการประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
สงั เกตทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี โดยใชแ้ บบประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี (ดงั แนบ)
นำ�คะแนนมารวมกนั แล้วใชเ้ กณฑ์ในการให้คะแนนดังน้ี
- มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
- ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน
- ต่าํ กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๒.๓ เครอื่ งมือและเกณฑใ์ นการประเมนิ ดา้ นคุณธรรม
สังเกตคณุ ลกั ษณะด้านคณุ ธรรมโดยใช้แบบประเมนิ ด้านคุณธรรม (ดงั แนบ)
นำ�คะแนนมารวมกนั แลว้ ใชเ้ กณฑใ์ นการใหค้ ะแนน ดังน้ี
- มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
- ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน
- ตํา่ กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๓) การทดสอบก่อนเรยี น หลังเรียน แบบฝึกหัดกอ่ นเรียน หลงั เรยี น
ท�ำ แบบฝึกหัดในใบงานหลังเรียน
๓. อืน่ ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
13วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
14 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ แนวการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ของแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๑.๑
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ การเปรียบเทยี บ เรอื่ ง ความเหมือนและความแตกตา่ ง เวลา ๒ ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑
ขนั้ น�ำ แนวการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ สอน • สาธิตโดยใช้อุปกรณ์ และทดสอบความเขา้ ใจดว้ ยการต้ังคำ�ถาม
• ท�ำ กิจกรรมท่ี ๑ เปรียบเทยี บความเหมอื นและความแตกตา่ งอยา่ งไร
• ทำ�ใบงาน ๐๑ ดูใหด้ ี
• ทำ�ใบงาน ๐๒ เหมอื นหรือตา่ ง น�ำ เสนอและอภปิ รายผล
ขน้ั สรุป • อภปิ รายและลงข้อสรปุ เกีย่ วกับการเปรียบเทียบความเหมอื นและความแตกตา่ ง
• ท�ำ ใบงาน ๐๓ แบบฝกึ หดั เรื่องความเหมอื นและความแตกตา่ ง
วัดและประเมินผล • ประเมินจากการตอบค�ำ ถาม
• ประเมินจากการทำ�กจิ กรรมในช้ันเรียน
• ประเมินจากการทำ�แบบฝึกหัด
กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ การเปรยี บเทยี บ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๑.๑ เวลา ๒ ช่ัวโมง
กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เร่อื ง ความเหมือนและความแตกต่าง ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑
รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เทคโนโลยี
วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 15๑ ขอบเขตเน้ือหา กิจกรรมการเรยี นรู้ (๒ ชัว่ โมง) ส่ือ/แหล่งเรียนรู้
การเปรียบเทียบความเหมอื นและ ชว่ั โมงที่ ๑ ๑. เหรียญ
ความแตกตา่ ง ข้นั นำ� (๑๕ นาที) ๒. อปุ กรณเ์ คร่ืองเขียน
จุดประสงคด์ า้ นความรู้ ๑. ครูน�ำ เขา้ สูบ่ ทเรยี นโดยการนำ�เหรียญ ๑ บาท เหรยี ญ ๕ บาท และเหรียญ ๓. ใบงาน
ภาระงาน/ชนิ้ งาน
เปรยี บเทยี บความเหมือนและ ๑๐ บาท ชนิดละ ๑ เหรยี ญ มาแสดงใหน้ กั เรยี นดู และถามนกั เรียนว่า ๑. การตอบค�ำ ถามในใบงาน
ความแตกตา่ ง เหรยี ญท้งั ๓ เหรยี ญนี้มีอะไรท่เี หมือนกันบ้าง (แนวค�ำ ตอบ : สีเหมอื นกนั ๒. การท�ำ แบบฝึกหัด
จุดประสงค์ดา้ นทกั ษะกระบวนการ มีรปู ในหลวงเหมอื นกัน เป็นตน้ ) วิธีการประเมิน
ทางเทคโนโลยี ๒. ครูถามต่อวา่ เหรยี ญทั้ง ๓ เหรยี ญนม้ี อี ะไรทแ่ี ตกตา่ งกันบ้าง (แนวค�ำ ตอบ : ๑. การตอบค�ำ ถามในแบบฝกึ หดั
๑. การเปรียบเทียบความเหมอื น ขนาดไม่เทา่ กนั ตัวเลขทีแ่ สดงจำ�นวนเงินบนเหรียญไมเ่ หมือนกัน เป็นตน้ ) ๒. สังเกตทักษะกระบวนการ
๒. การเปรยี บเทียบความแตกตา่ ง ๓. ครนู �ำ อุปกรณ์เครื่องเขียนใกลต้ ัว เชน่ สมุด หนังสอื ปากกา ดินสอ ไมบ้ รรทดั ทางเทคโนโลยีในการท�ำ กิจกรรม
จดุ ประสงคด์ ้านคณุ ธรรม โดยอาจน�ำ ๒ ชน้ิ ทม่ี ลี กั ษณะคลา้ ยๆ กนั เชน่ สมดุ กบั หนงั สอื ใหเ้ ปรยี บเทยี บ ๓. สงั เกตดา้ นคุณธรรมขณะ
๑. มีความมุง่ มนั่ ในการท�ำ งาน ว่า มีอะไรทีเ่ หมือนกนั บ้าง หรอื อาจเปรียบเทยี บ ปากกา กับ ดินสอ ว่ามี
๒. มีความซอื่ สัตยต์ ่อตนเอง อะไรท่ีเหมอื นกนั แล้วจึงน�ำ เครอ่ื งเขียนหลายชิ้นมาใหน้ ักเรียนเปรยี บเทยี บ ทำ�กิจกรรม
๓. ใฝ่เรียนรู้ วา่ มอี ะไรทเ่ี หมอื นกนั บา้ ง โดยใหเ้ ปรยี บเทยี บเฉพาะสง่ิ ทเ่ี หมอื นกนั เทา่ นน้ั กอ่ น เกณฑ์การประเมิน
๔. มีวนิ ยั ขัน้ สอน (๓๕ นาท)ี ๑. การตอบค�ำ ถามในแบบฝกึ หัด
๕. มคี วามสามคั คี ช่วยเหลอื ในการ ๔. ครูใหน้ ักเรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ ๒-๓ คน ไดถ้ กู ต้องดว้ ยตนเอง
๕. จากนน้ั ครแู จกใบงาน ๐๑ ให้แตล่ ะกลุ่มรว่ มกัน ทำ�ใบงาน โดยครใู หน้ ักเรียน
ทำ�งานกลุ่มรว่ มกัน พยายามอา่ นโจทยเ์ อง หรอื ครูชว่ ยอา่ นโจทย์ใหน้ ักเรยี นฟงั - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
ขั้นสรุป (๑๐ นาที) - ๕๐ % - ๗๕ % ได้ ๒ คะแนน
๖. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยใบงาน ๐๑ โดยทส่ี รปุ ใหไ้ ดว้ า่ มสี ง่ิ ใดทเ่ี หมอื นกนั บา้ ง - ต่ํากวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๒. มคี ุณลักษณะด้านคณุ ธรรม
16 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ การเปรยี บเทยี บ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑.๑ เวลา ๒ ชวั่ โมง
กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เร่ือง ความเหมือนและความแตกตา่ ง ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑
รายวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เทคโนโลยี - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
- ๕๐ % - ๗๕ % ได้ ๒ คะแนน
ชว่ั โมงท่ี ๒ - ตํา่ กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
ขน้ั นำ� (๑๐ นาที)
๑. ครทู บทวนบทเรยี นโดยการตง้ั ค�ำ ถามวา่ วนั นน้ี กั เรยี นไดเ้ หน็ อะไรทเ่ี หมอื นกนั บา้ ง
(แนวคำ�ตอบ : เพอื่ นฝาแฝด เพ่ือนใส่ชดุ นกั เรยี นเหมือนกบั เรา)
๒. ครูน�ำ เขา้ สบู่ ทเรียนโดยการตัง้ คำ�ถามวา่ วนั นนี้ กั เรยี นไดเ้ หน็ อะไรที่แตกต่าง
กันบา้ ง (แนวค�ำ ตอบ : ชุดนกั เรียนของเดก็ ชายแตกตา่ งจากชุดของเดก็ หญิง)
ขน้ั สอน (๒๐ นาที)
๓. ครูใหน้ ักเรียนท�ำ ใบงาน ๐๒ เพ่ือเปรียบเทียบสง่ิ ท่แี ตกตา่ งกัน พรอ้ มให้
เหตผุ ลประกอบ ซง่ึ ค�ำ ตอบของนกั เรยี นอาจจะไมเ่ หมอื นกนั กไ็ ดข้ น้ึ อยกู่ บั เหตผุ ล
๔. ครูสุ่มนักเรยี นน�ำ เสนอค�ำ ตอบใบงาน ๐๒
ขน้ั สรุป (๒๐ นาท)ี
๕. ใหน้ กั เรยี นตอบค�ำ ถามหลงั จากท�ำ กจิ กรรม และสรปุ การเปรยี บเทยี บความเหมอื น
และความแตกตา่ ง
๖. ครูแจกใบงาน ๐๓ แบบฝกึ หัด เร่ืองความเหมอื นและความแตกต่าง เพ่อื ให้
นกั เรียนทดสอบความเข้าใจ
แบบประเมินดา้ นคณุ ธรรม
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑.๑ ความเหมอื นและความแตกต่าง
ชือ่ ผปู้ ระเมิน/กลมุ่ ประเมนิ ………………………………………………………………………………………………………………………
ชอื่ กลมุ่ รบั การประเมนิ …………………………………………………………………………………………………………………………….
ประเมินผลครั้งที่……………………….... วัน ……………..……... เดือน ………..……….…. พ.ศ. ……...….…………...........
เรอื่ ง……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ท่ี ลักษณะ/พฤติกรรมบง่ ชี้ ระดบั พฤติกรรม คะแนนท่ไี ด้
เกิด = ๑ ไมเ่ กดิ = ๐
๑ มีความมงุ่ มั่นในการท�ำ งาน
๒ มคี วามซ่ือสัตย์ต่อตนเอง
๓ ใฝ่เรียนรู้
๔ มีวนิ ัย
๕ ความสามคั คี ชว่ ยเหลอื ในการท�ำ งานกลมุ่ รว่ มกัน
รวมคะแนนท่ไี ดท้ ัง้ หมด = …………… คะแนน
คุณลักษณะตามจุดประสงคด์ า้ นคุณธรรม
- มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
- ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน
- ต่าํ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
17วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
แบบประเมนิ ดา้ นทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยใี นการท�ำ กจิ กรรม
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑.๑ ความเหมอื นและความแตกต่าง
เกณฑ์การประเมนิ มีดงั นี้ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง
๓ หมายถงึ ดี ๒ หมายถงึ พอใช้
คะแนน
ส่ิงทปี่ ระเมนิ
การเปรียบเทยี บความเหมอื น
การเปรยี บเทยี บความแตกตา่ ง
รวมคะแนน
เกณฑ์การประเมิน
ทกั ษะกระบวนการ ระดับความสามารถ
ทางเทคโนโลยี
ดี (๓) พอใช้ (๒) ควรปรับปรงุ (๑)
การเปรียบเทยี บ ไม่สามารถเปรียบเทยี บ
ความเหมือน สามารถเปรียบเทยี บ สามารถเปรยี บเทียบความ ความเหมือนได้ ถึงแม้จะ
ความเหมือนไดด้ ้วยตนเอง เหมอื นได้ โดยการชแ้ี นะ ได้รับคำ�แนะน�ำ จากครหู รือ
โดยระบเุ หตผุ ลได้ ของครูหรือผูอ้ ่ืน ผ้อู ่นื
การเปรยี บเทียบความ สามารถเปรียบเทียบ สามารถเปรยี บเทยี บความ ไมส่ ามารถเปรียบเทยี บ
แตกตา่ ง ความแตกต่างไดด้ ว้ ย แตกต่างได้ โดยการชแี้ นะ ความแตกต่างได้ ถึงแม้จะ
ตนเองโดยระบเุ หตผุ ลได้ ของครูหรือผูอ้ ่ืน ไดร้ ับคำ�แนะนำ�จากครหู รือ
ผูอ้ ่นื
18 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
เฉลยใบงาน
19วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
20 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
21วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
22 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ตัวอยา่ งคาตอบ กวาง สุนขั แมว กระต่าย
23วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ตัวอย่างคาตอบ มตี าเหมอื นกนั
ตวั อย่างคาตอบ ปลามีคลีบแตไ่ มม่ ขี า
กระตา่ ยมี ๔ ขา ไมม่ ีคลีบ
24 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
แจกนั ดอกไมม้ ีไวป้ ระดบั สว่ นของอื่น ๆ
เป็นของใช้ในการรบั ประทานอาหาร
25วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
สงั เกตสว่ นต่าง ๆ ทีส่ ตั ว์แตล่ ะตัวมเี หมอื นกัน
แลว้ เปรยี บเทยี บและเลือกสงิ่ ทเ่ี หมือนกนั
สงั เกตสิง่ ท่ีมีความแตกตา่ งกนั อาจเป็นลกั ษณะภายนอก
หรอื หน้าที่การทางานทีแ่ ตกต่างกัน
26 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ตาและหาง
ขา
27วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ค�ำ ช้แี จงประกอบแผนจัดการเรยี นรู้ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑.๒ การคน้ หาดว้ ยการเปรยี บเทยี บ เวลา ๒ ชว่ั โมง
๑. สาระส�ำ คัญของแผน
การค้นหาอยา่ งเป็นระบบ เปน็ การแกป้ ญั หาอยา่ งง่ายด้วยการเปรยี บเทยี บอกี แบบหน่งึ
๒. ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติมในการนำ�ไปใช้
๒.๑ ขอบขา่ ยเนื้อหา
การค้นหาจากภาพ เปน็ การปรียบเทียบเพือ่ คน้ หาสิ่งท่ีตอ้ งการ ซึง่ ต้องท�ำ อยา่ งเปน็ ระบบ
๒.๒ จุดประสงค์การเรียนรู้
จดุ ประสงค์ดา้ นความรู้
ค้นหาสง่ิ ของจากภาพหรอื สถานการณจ์ ริงอยา่ งเปน็ ระบบ
จุดประสงค์ดา้ นทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
การคน้ หาด้วยการเปรียบเทยี บ
จดุ ประสงค์ด้านคุณธรรม
๑. มีความมงุ่ ม่ันในการท�ำ งาน
๒. มีความซือ่ สัตย์ต่อตนเอง
๓. ใฝ่เรยี นรู้
๔. มวี นิ ยั
๕. ความสามัคคี ช่วยเหลือในการท�ำ งานกลมุ่ ร่วมกนั
๒.๓ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
๑) การเตรยี มตวั ของครู นกั เรยี น
การจดั กลุม่ โดยแบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุม่ ละ ๔ คน โดยคละนกั เรียนทมี่ ีความสามารถแตกตา่ งกัน
๒) การเตรียมสอ่ื วัสดอุ ปุ กรณ์ ของครู นกั เรยี น
สิ่งท่คี รูต้องเตรยี ม คือ
๒.๑ เหรียญ ๑ บาท จ�ำ นวน ๑ เหรียญ/กลุม่
๒.๒ เกมจบั ผิดภาพ บนอนิ เทอรเ์ น็ตตอ่ ขนึ้ จอภาพใหน้ ักเรียนทั้งห้องดู
สงิ่ ท่ีนักเรยี นตอ้ งเตรียม คอื
๒.๓ ดนิ สอ จ�ำ นวน ๑ แทง่ /คน
๒.๔ ดินสอสี จ�ำ นวน ๑ กลอ่ ง/กล่มุ
28 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๓) เตรยี มใบงาน ใบความรู้ ใบกิจกรรม
๓.๑ ใบงาน ๐๑ จุดตา่ ง
๓.๒ ใบงาน ๐๒ อยไู่ หนนะ
๓.๓ ใบงาน ๐๓ แบบฝึกหัด เรื่อง การคน้ หาด้วยการเปรียบเทยี บ
๒.๔ วัดผลประเมนิ ผล
๑) วธิ ีการวดั ผลประเมนิ ผลการเรียนรู้
๑.๑ การตอบค�ำ ถามในใบงาน
๑.๒ สงั เกตทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีในการทำ�กจิ กรรม
๑.๓ สงั เกตด้านคุณธรรมขณะทำ�กจิ กรรม
๒) วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
๒.๑ เคร่อื งมอื และเกณฑ์ในการประเมินดา้ นความรู้
ตรวจใหค้ ะแนนจากการตอบคำ�ถามในใบงาน แล้วใช้เกณฑใ์ นการใหค้ ะแนน ดังนี้
- มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
- ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน
- ต่ํากว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๒.๒ เครอื่ งมือและเกณฑใ์ นการประเมนิ ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
สังเกตทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี โดยใชแ้ บบประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี (ดงั แนบ)
นำ�คะแนนมารวมกนั แลว้ ใชเ้ กณฑ์ในการให้คะแนนดงั นี้
- มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
- ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน
- ตา่ํ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๒.๓ เคร่อื งมอื และเกณฑใ์ นการประเมินดา้ นคุณธรรม
สงั เกตคณุ ลกั ษณะด้านคณุ ธรรมโดยใชแ้ บบประเมนิ ด้านคุณธรรม (ดังแนบ)
น�ำ คะแนนมารวมกัน แล้วใชเ้ กณฑใ์ นการใหค้ ะแนน ดังน้ี
- มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
- ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน
- ตํา่ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๓) การทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรียน แบบฝกึ หดั กอ่ นเรียน หลงั เรยี น
ท�ำ แบบฝกึ หัดในใบงานหลังเรียน
๓. อ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
29วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
30 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ แนวการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ของแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑.๒
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ การเปรียบเทยี บ เรอื่ ง การค้นหาดว้ ยการเปรยี บเทียบ เวลา ๒ ช่วั โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑
แนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำ� • เลน่ เกมจากเหรยี ญ และเกมจบั ผิดภาพ
ขนั้ สอน • ทำ�กิจกรรมที่ ๑ คน้ หาอยา่ งไร
• ทำ�ใบงาน ๐๑ จุดตา่ ง
• ท�ำ ใบงาน ๐๒ อยู่ไหนนะ
• น�ำ เสนอและอภปิ รายผล
ข้ันสรุป • อภิปรายและลงข้อสรุปเก่ียวกบั การคน้ หาด้วยการเปรียบเทียบ อย่างเปน็ ระบบ
• ทำ�ใบงาน ๐๓ แบบฝกึ หัด เร่ือง การค้นหาดว้ ยการเปรียบเทียบ
วัดและประเมนิ ผล • ประเมินจากการตอบค�ำ ถาม
• ประเมินจากการทำ�กจิ กรรมในช้ันเรยี น
• ประเมนิ จากการทำ�แบบฝกึ หดั
กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑ การเปรยี บเทียบ แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๑.๒ เวลา ๒ ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เรอื่ ง การคน้ หาด้วยการเปรยี บเทยี บ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑
รายวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เทคโนโลยี ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้
๑. เหรียญ
วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 31๑ ขอบเขตเนอ้ื หา กิจกรรมการเรียนรู้ (๒ ชัว่ โมง) ๒. อปุ กรณ์เคร่อื งเขียน
การคน้ หาจากภาพ เปน็ การ ชั่วโมงท่ี ๑ ๓. ใบงาน
เปรียบเทียบเพอ่ื คน้ หาสิ่งทต่ี ้องการ ขั้นน�ำ (๑๕ นาที) ภาระงาน/ชน้ิ งาน
ซง่ึ ตอ้ งท�ำ อย่างเป็นระบบ ๑. ครแู บ่งนกั เรยี นเป็นกล่มุ กลมุ่ ละ ๔ คน แลว้ แจกเหรยี ญ ๑ บาท ใหน้ ักเรยี น ๑. การตอบค�ำ ถามในใบงาน
จดุ ประสงค์ดา้ นความรู้ กล่มุ ละ ๑ เหรยี ญ และให้นักเรยี นค้นหาตัวเลขท่ีอยบู่ นเหรียญ ว่ามตี วั เลข ๒. การท�ำ แบบฝึกหัด
อะไรบ้าง (แนวค�ำ ตอบ : เลข ๑ บาท เลขปี พ.ศ. เช่น ๒๕๕๔ เปน็ ตน้ ) วิธกี ารประเมนิ
คน้ หาส่ิงของจากภาพหรือ ๒. ครใู ห้นกั เรียนคน้ หารปู ภาพทอี่ ยู่บนเหรยี ญ วา่ มภี าพอะไรบ้าง ๑. การตอบค�ำ ถามในแบบฝึกหัด
สถานการณจ์ รงิ อยา่ งเปน็ ระบบ (แนวค�ำ ตอบ : ภาพในหลวง ภาพเจดีย์ เป็นตน้ ) ๒. สังเกตทกั ษะกระบวนการ
จุดประสงค์ดา้ นทกั ษะกระบวนการ ๓. ครูถามนักเรียนคนที่หาได้เรว็ ทส่ี ุดก่อนว่ามวี ธิ กี ารหาอย่างไร ทางเทคโนโลยใี นการท�ำ กจิ กรรม
ทางเทคโนโลยี (แนวคำ�ตอบ : หาจากบนลงลา่ ง เป็นตน้ ) ๓. สงั เกตดา้ นคณุ ธรรมขณะ
ขน้ั สอน (๓๕ นาท)ี ทำ�กจิ กรรม
คน้ หาอย่างเปน็ ระบบ ๔. ครูแจกใบงาน ๐๑ ให้แตล่ ะกลมุ่ ช่วยกนั ทำ� เกณฑก์ ารประเมิน
จุดประสงคด์ า้ นคุณธรรม ๕. หากโรงเรียนทมี่ ีเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ท่เี ข้าอินเทอร์เน็ตได้ ให้ครคู น้ หาเกม ๑. การตอบค�ำ ถามในแบบฝึกหัด
๑. มคี วามมุ่งม่ันในการท�ำ งาน จบั ผดิ ภาพ แสดงขน้ึ จอภาพให้นักเรยี นทกุ คนไดช้ ว่ ยกนั หาจดุ ทีแ่ ตกต่าง ไดถ้ กู ตอ้ งด้วยตนเอง
๒. มีความซ่ือสัตยต์ ่อตนเอง ของภาพพรอ้ มกนั ทั้งหอ้ ง - มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
๓. ใฝ่เรียนรู้ ขน้ั สรปุ (๑๐ นาที) - ๕๐ % - ๗๕ % ได้ ๒ คะแนน
๔. มวี นิ ยั ๖. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันเฉลยใบงาน ๐๑ โดยสรปุ วธิ กี ารค้นหาอยา่ งเปน็ ระบบ - ต่าํ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๕. มคี วามสามัคคี ช่วยเหลือในการ
ท�ำ งานกลมุ่ รว่ มกนั
32 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การเปรยี บเทยี บ แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๑.๒ เวลา ๒ ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง การค้นหาดว้ ยการเปรียบเทียบ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑
รายวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เทคโนโลยี ๒. มีคณุ ลักษณะด้านคุณธรรม
- มากกว่า ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
ชวั่ โมงที่ ๒ - ๕๐ % - ๗๕ % ได้ ๒ คะแนน
ขนั้ นำ� (๑๐ นาท)ี - ตา่ํ กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
๑. ครทู บทวนบทเรยี นโดยการใหเ้ ลน่ เกมจับผดิ ภาพ
๒. ครนู �ำ เขา้ สบู่ ทเรยี นโดยการตง้ั ค�ำ ถามวา่ นกั เรยี นมวี ธิ ใี นการหาจดุ ทแ่ี ตกตา่ งกนั
ของภาพอย่างไร (แนวค�ำ ตอบ : มองจากบนลงลา่ ง)
ขนั้ สอน (๒๐ นาที)
๓. ครใู ห้นักเรียนท�ำ ใบงาน ๐๒ เพือ่ คน้ หาและนบั จ�ำ นวนของสิ่งทต่ี ้องการ
๔. ครูสมุ่ นักเรยี นน�ำ เสนอค�ำ ตอบในใบงาน ๐๒
ขน้ั สรุป (๒๐ นาท)ี
๕. ครูให้นักเรียนตอบค�ำ ถามหลังจากทำ�กจิ กรรม และสรปุ การคน้ หาจากภาพ
อยา่ งเปน็ ระบบ
๖. ครูแจกใบงาน ๐๓ แบบฝกึ หดั เรื่อง การค้นหาอยา่ งเป็นระบบ เพอ่ื ให้
นักเรยี นทดสอบความเข้าใจ
แบบประเมนิ ดา้ นคุณธรรม
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑.๒ การคน้ หาด้วยการเปรยี บเทยี บ
ชือ่ ผูป้ ระเมนิ /กลุ่มประเมนิ ………………………………………………………………………………………………………………………
ช่ือกลมุ่ รับการประเมนิ …………………………………………………………………………………………………………………………….
ประเมินผลครั้งที่……………………….... วัน ……………..……... เดือน ………..……….…. พ.ศ. ……...….…………...........
เรือ่ ง……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ท่ี ลักษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ระดับพฤติกรรม คะแนนท่ไี ด้
เกิด = ๑ ไมเ่ กิด = ๐
๑ มคี วามมงุ่ มน่ั ในการท�ำ งาน
๒ มคี วามซอ่ื สตั ยต์ อ่ ตนเอง
๓ ใฝเ่ รยี นรู้
๔ มวี นิ ยั
๕ มคี วามสามคั คี ชว่ ยเหลอื ในการท�ำ งานกลมุ่ รว่ มกนั
รวมคะแนนท่ีไดท้ ้งั หมด = …………… คะแนน
คณุ ลักษณะตามจดุ ประสงคด์ ้านคุณธรรม
- มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน
- ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน
- ต่าํ กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน
33วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
แบบประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีในการท�ำ กิจกรรม
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๑.๒ การคน้ หาดว้ ยการเปรียบเทียบ
เกณฑก์ ารประเมนิ มดี ังน้ี ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง
๓ หมายถงึ ดี ๒ หมายถงึ พอใช ้
คะแนน
สง่ิ ที่ประเมนิ
การคน้ หาอยา่ งเป็นระบบ
รวมคะแนน
เกณฑก์ ารประเมิน
ทกั ษะกระบวนการ ระดบั ความสามารถ
ทางเทคโนโลยี
ดี (๓) พอใช้ (๒) ควรปรบั ปรุง (๑)
การคน้ หาอยา่ งเป็น สามารถคน้ หาอยา่ งเปน็
ระบบ ระบบไดด้ ว้ ยตนเอง สามารถคน้ หาอยา่ งเปน็ ไม่สามารถค้นหาอยา่ งเปน็
ระบบได้ โดยการชี้แนะของ ระบบได้ ถึงแม้จะไดร้ ับ
ครหู รือผ้อู นื่ คำ�แนะน�ำ จากครหู รอื ผอู้ นื่
34 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
เฉลยใบงาน
35วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
36 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ตวั อยา่ งคาตอบ อาจใชห้ ลายวธิ ีรวมกนั
37วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ตัวอยา่ งคาตอบ ค้นหาจากจุดสังเกตเช่นที่ชดุ มสี ีเขม้
อยู่ด้านบนเปน็ รูปสามเหลี่ยม แลว้ หาจากบนลงลา่ ง
38 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
39วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๕
๔
๘
๖
๕
๔
๒
๖
40 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ผสมผสานหลายวิธี
(๗)
(๓)
41วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ตัวอย่างคาตอบ สงั เกตลกั ษณะและสขี องภาพที่แตกตา่ งกนั
โดยคน้ หาจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย
คน้ หาลกั ษณะเดน่ ของรถท่ีต้องการนบั แลว้ คน้ หาจาก
ลา่ งขน้ึ บน ซา้ ยไปขวา และบนลงลา่ ง ขวาไปซ้ายซา้ อกี คร้งั
หมายเหตุ : คาตอบขึ้นกบั วธิ ขี องนกั เรียน ไมม่ ีถูกผิด
42 วิทยาการคำ�นวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑