The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nutdanai Kaminkreu, 2024-01-25 08:40:15

วิจัย

วิจัย

42 3.3 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่ง ภาษา Python สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 การสร้างและหาคุณภาพแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีขั้นตอนดังนี้ 3.3.1 ศึกษาทฤษฎีการวัดความพึงพอใจ เกณฑ์การวัดความพึงพอใจ และการสร้าง แบบสอบถาม 3.3.2 สร้างแบบสอบถาม ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบประเมินแบบประมาณค่า (Rating Scale) ตามแบบประเมินของลิเคิร์ท (Likert) และกำหนดเกณฑ์การวัดความพึงพอใจ แบ่งระดับความพึงพอใจ เป็น 5 ระดับ ได้แก่ 5 = พอใจมากที่สุด, 4 = พอใจมาก, 3 = พอใจปานกลาง, 2 = พอใจน้อย, 1 = พอใจน้อยที่สุด จำนวน 10 ข้อคำถาม 3.3.3 จัดพิมพ์แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อนําไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป 4. วิธีดำเนินการทดลองและการเก็บรวบรวมข้อมูล การศึกษาครั้งนี้ ดำเนินการทดลองตามแบบแผนการทดลอง โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งได้กำหนดวันและเวลา การ ทดลอง ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 รายละเอียดดังตารางที่ 2 ตารางที่ 2 กำหนดการทดลอง แผนการ จัดการ เรียนรู้ที่ หัวข้อเรื่องในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เวลา (นาที) วัน/เดือน/ปี ที่ดำเนินการ - ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน 50 9/ส.ค./2566 1 คำสั่งเลือกทำ 50 9/ส.ค./2566 2 คำสั่งวนซ้ำ 50 16/ส.ค./2566 3 เขียนโปรแกรมโดยการใช้คำสั่งเลือก 50 16/ส.ค./2566


43 4 เขียนโปรแกรมโดยการใช้คำสั่งวนซ้ำ 50 23/ส.ค./2566 - ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน 50 23/ส.ค./2566 สรุปขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้ดังนี้ 1. ทดสอบก่อนเรียน (Pretest) ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน (Pretest) จำนวน 20 ข้อ กับกลุ่มตัวอย่าง ใช้เวลาในการทดสอบ 50 นาที 2. เมื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อการเรียนรู้ครบทุกหัวข้อ ผู้ศึกษาให้กลุ่มตัวอย่าง ทดสอบหลังเรียน (Posttest) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน จำนวน 20 ข้อ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ใช้ทดสอบก่อนเรียน ใช้เวลาในการทดสอบ 50 นาที การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ครั้งนี้ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และหาค่าดัชนี ประสิทธิผล 3. นำแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้ การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python1 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานีสอบถามนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง และชี้แจงทำความเข้าใจขั้นตอนการตอบแบบสอบถาม อย่างละเอียด โดยผู้ศึกษาให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด และเมื่อกลุ่มตัวอย่างส่งแบบสอบถามคืน ผู้ ศึกษาได้ตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของการตอบ โดยหากพบว่าไม่ถูกต้องและครบถ้วน ผู้ ศึกษาให้กลุ่มตัวอย่างตอบใหม่อีกครั้ง 4. รวบรวมข้อมูลไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติต่อไป 5. การวิเคราะห์ข้อมูล 5.1 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python1 สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ ค่าเฉลี่ย ( X ), ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสถิติทดสอบค่าที (t-test) แบบกลุ่มตัวอย่างไม่เป็น อิสระจากกัน (Dependent Samples) 5.2 วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ค่าเฉลี่ย ( X ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยกำหนดเกณฑ์การวัดความพึงพอใจไว้ดังนี้


44 ค่าเฉลี่ย 4.51– 5.00 หมายถึง มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง มาก ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง ปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง น้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง น้อยที่สุด 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีดังนี้ 6.1 สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีดังนี้ 6.1.1 ร้อยละ (Percentage) สูตร p = ×100 เมื่อ p แทน ค่าร้อยละ แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นค่าร้อยละ n แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด 6.1.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) สูตร ̅= ∑ เมื่อ ̅ แทน ค่าเฉลี่ย ∑ แทน ผลรวมข้อมูลทั้งหมด แทน จำนวนข้อมูล 6.1.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้สูตรดังนี้ สูตร S.D. = √∑ 2−(∑) 2 (−1) เมื่อ S.D. = แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


45 = แทน คะแนนแต่ละกลุ่มตัวอย่าง − 1 = แทน จำนวนตัวแปรอิสระ = แทน ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง (∑) 2 = แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกำลังสอง ∑ 2 = แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวด้วยยกกำลังสอง 6.1.4 ความแปรปรวน ใช้สูตร 2 = ∑(−̅) 2 −1 2 คือความแปรปรวน ความแปรปรวนจะวัดเป็นหน่วยยกกำลังสอง แทนที่จุดข้อมูลในชุดข้อมูล ∑ หมายถึง "รวม" จะบอกคุณให้คำนวณพจน์ต่อไปนี้สำหรับค่าแต่ละค่า ของ แล้วบวกมันเข้าด้วยกัน ̅คือค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง คือจำนวนสมาชิกของข้อมูล 6.2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์หาคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย 6.2.1 การประเมินความสอดคล้อง ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยการหาค่าดัชนีความ สอดคล้อง (IOC) ใช้สูตรดังนี้ IOC = ∑ IOC = คือ ดัชนีความสอดคล้อง A R = คือ คะแนนการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ ∑ = คือ ผลรวมของคะแนนพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ


46 = คือ จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 6.2.2การหาค่าความยากง่ายของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใช้สูตรดังนี้ 6.2.2.1 ความยากของข้อสอบอิงกลุ่ม 6.2.2.1.1 กรณีข้อสอบแบบเลือกตอบ ( ให้คะแนน 0, 1) คัดเลือกข้อสอบที่มีค่า p อยู่ระหว่าง 0.2 ถึง 0.8 สูตรคำนวณดัชนีความยาก มีดังนี้ = เมื่อ แทน ดัชนีความยาก แทน จำนวนที่ตอบข้อนั้นถูก (ทั้งในกลุ่ม, ปานกลาง, ต่ำ) แทน จำนวนผู้ตอบทั้งหมด 6.2.3 การหาค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของเบรนแนน (BERNNAN) ใช้สูตรดังนี้ = − เมื่อ S คือดัชนีความไว Rpost คือจํานวนผู้ตอบถูกหลังสอน Rpre คือจํานวนผู้ตอบถูกก่อนสอน N คือจํานวนนักเรียนทั้งหมด 6.2.4การหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตรของของ = 1 − ∑−∑ 2 (−1)(−) 2 เมื่อ แทน ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบอิงเกณฑ์ แทน คะแนนสอบของนักเรียนแต่ละคน


47 แทน จำนวนข้อสอบทั้งฉบับ แทน คะแนนเกณฑ์หรือจุดตัดของแบบทดสอบ 6.2.5 การหาค่าอำนาจจำแนกของแบบสอบถามเป็นรายข้อ โดยหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ อย่างง่ายระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Item Total correlation) ใช้สูตรดังนี้ = ∑−∑∑ √[∑ 2−(∑) 2][∑2−(2)] ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม จำนวนคน ∑ ผลรวมของคะแนนรายข้อ ∑ ผลรวมของคะแนนรวมทุกข้อ ∑ ผลรวมของผลคูณระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวมทุกข้อของทุกคน ∑ 2 ผลรวมของคะแนนรายข้อแต่ละตัวยกกำลังสอง ∑ 2 ผลรวมของคะแนนรวมทุกข้อแต่ละตัวยกกำลังสอง 6.2.6 การหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามตามวิธีของ ครอนบาค (Cronbach) สัมประสิทธิ์ แอลฟา ( - Coefficient) − − = 2 2 i S S 1 n 1 n α เมื่อ α แทน ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัด/แบบประเมิน n แทน จำนวนข้อของแบบวัด/แบบประเมินทั้งฉบับ 2 i S แทน ความแปรปรวนของคะแนนรายข้อ


48 2 S แทน ความแปรปรวนของคะแนนทั้งฉบับ 6.3 ที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ประกอบด้วย 6.3.1 การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพกระบวนการและประสิทธิภาพผลลัพธ์ของบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ใช้สูตรดังนี้ 100 A N X E1 = เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ x แทน คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรือ แบบทดสอบย่อยทุกชุดรวมกัน A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดทุกชุดรวมกัน N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 100 B N x E2 = 75 ตัวแรก หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดที่ได้จาก กิจกรรมกลุ่ม การปฏิบัติการทดลองและการทดสอบย่อยด้วยการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ร้อยละ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งต้องได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 75 75 ตัวหลัง หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมดที่ได้จาก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนรู้ตามการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ร้อยละ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งต้องได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 75 6.3.2 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้สถิติ ทดสอบค่าที (t-test) แบบกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระจากกัน (Dependent Samples) ใช้สูตร ดังนี้ (N 1) N D ( D) D t 2 2 − − =


49 เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่จะใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤต พื่อทราบนัยสำคัญ D แทน ความแตกต่างระหว่างคะแนนแต่ละคู่ N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่างหรือจำนวนคู่ แทน ผลรวม df แทน ความเป็นอิสระมีค่าเท่ากับ N – 1 6.3.3 การหาค่าดัชนีประสิทธิผล (The Effectiveness Index: E.I.) โดยวิเคราะห์จาก คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนเมื่อเทียบกับคะแนนเต็มตามวิธีการของกูดแมน (Goodman) เฟรสเซอร์ (Fletchers) และชไนเดอร์ (Schneider) ดัชนีประสิทธิผล = ร้อยละของผลรวมคะแนน − ร้อยละของผลรวมคะแนนก่อนเรียน 100 − ร้อยละของผลรวมคะแนนก่อนเรียน ⅈ = 2 0 0 ⁄ − 1 0 0 ⁄ 100 − 1 0 0 ⁄ 2 0 0 ⁄ แทน ร้อยละของผลรวมของคะแนนก่อนเรียน 1 0 0 ⁄ แทน ร้อยละของผลรวมของคะแนนหลังเรียน 6.3.4 วิเคราะห์ความพึงพอใจ คือ ค่าเฉลี่ย ( X ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ̅= ∑


50 เมื่อ ̅ แทน ค่าเฉลี่ย ∑ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มี 2 สูตร สูตรที่ 1 .. = √ (−̅) 2 −1 สูตรที่ 2 .. = √ ∑ 2−(∑) 2 (−1) เมื่อ S.D. คือ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X คือ ข้อมูล (ตัวที่ 1,2,3,...,n ) ̅คือ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต n คือ จำนวนข้อมูลทั้งหมด


51 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python1 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี ดังนี้ 1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษากําหนดความหมายของสัญลักษณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ N แทน จํานวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง ̅แทน ค่าเฉลี่ย (Mean) E1 แทน ประสิทธิภาพกระบวนการจากการทําแบบทดสอบระหว่างเรียน E2 แทน ประสิทธิภาพผลลัพธ์จากการทําแบบทดสอบหลังเรียน S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) t แทน สถิติทดสอบที่ใช้เปรียบเทียบค่าวิกฤตเพื่อทราบความมีนัยสําคัญ ∑ แทน ผลรวม df แทน ระดับความเป็นอิสระ (Degrees of Freedom) * แทน นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05


52 2. ขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาได้แบ่งการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วย การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python1 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python1 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 วิเคราะห์หาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการ พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python1 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานีปรากฏผลดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ผลการวิเคราะห์หาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการ พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python1 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี ทดสอบ จำนวน xˉ S.D. t Sig* ก่อนเรียน 31 6.55 1.73 45.38 .05 หลังเรียน 31 17.58 0.96 * นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่3 พบว่าการทดสอบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ค่าเฉลี่ยของคะแนนทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 6.55 และค่าเฉลี่ยของคะแนนหลังเรียนเท่ากับ 17.58 ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของ นักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญสถิติที่ ระดับ .05 ตอนที่2 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษา Python1 โดยใช้ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python1 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานีโดยใช้ค่าเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ปรากฏผล ดังตารางที่ 4


53 ตารางที่4 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียน จาตารางที่ 4 พบว่าการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python1 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แบบวัดความพึงพอใจ มีทั้งหมด 15 ข้อ มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.55 และ S.D.เท่ากับ 0.50 อยู่ในระดับความพึ่งพอใจมากที่สุด ข้อ รายการประเมิน ̅ S.D. แปลผล 1 เนื้อหามีความน่าสนใจและเข้าใจง่าย 4.61 0.50 พึงพอใจมากที่สุด 2 เนื้อหามีเหมาะสมกับระดับของผู้เรียน 4.52 0.51 พึงพอใจมากที่สุด 3 ความยาก – ง่ายของเนื้อหา เป็นไปตามระดับ ของผู้เรียน 4.55 0.51 พึงพอใจมากที่สุด 4 เนื้อหามีความสอดคล้องกับบทเรียน 4.61 0.50 พึงพอใจมากที่สุด 5 เนื้อหามีความถูกต้อง 4.55 0.51 พึงพอใจมากที่สุด 6 เนื้อหามีประโยชน์ต่อผู้เรียน 4.39 0.50 พึงพอใจมาก 7 เนื้อหาสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4.55 0.51 พึงพอใจมากที่สุด 8 สื่อมีความน่าสนใจ 4.61 0.50 พึงพอใจมากที่สุด 9 ตัวอักษรมีความชัดเจนและอ่านง่าย 4.55 0.51 พึงพอใจมากที่สุด 10 ภาพประกอบมีความเหมาะสมกับเนื้อหา 4.55 0.51 พึงพอใจมากที่สุด 11 สื่อใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน 4.58 0.50 พึงพอใจมากที่สุด 12 สื่อใช้งานที่ไหนก็ได้ มีความสดวกสบาย 4.55 0.51 พึงพอใจมากที่สุด 13 ผู้เรียนได้รับประโยชน์จากสื่อ คำสั่ง Python 4.58 0.50 พึงพอใจมากที่สุด 14 ผู้เรียนมีความประทับใจในสื่อ คำสั่ง Python 4.48 0.51 พึงพอใจมากที่สุด 15 ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จากการรับชมสื่อ Python ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 4.58 0.50 พึงพอใจมาก ภาพโดยรวม 4.55 0.50 พึงพอใจมากที่สุด


54 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี ครั้งนี้มีประเด็นสำคัญสรุปได้ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.1 เพื่อการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python สําหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 1.2 พื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการพัฒนาบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 1.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่ง ภาษา Python สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2. สมมติฐานของการศึกษา 2.1 เพื่อการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python สําหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี มีประสิทธิภาพ 80/80 2.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธทยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 (นคร อุดรธานี) หลังเรียนด้วยการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python สูงกว่าก่อนเรียน 2.4 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานีมีความพึงพอใจต่อการ พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษา Python 3. วิธีดำเนินการศึกษา 3.1 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 31 คน ได้มาโดยการเลือก แบบเจาะจง (Purposive Sampling)


55 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย 3.2.1. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ การเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาPython1 โดยใช้ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน มัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี 3.2.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.2.2.1 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน เรื่อง คำสั่ง Python ซึ่งเป็นแบบทดสอบ แบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง อยู่ที่ 0.5 ขึ้นไป ค่าความยาก ง่าย อยู่ระหว่าง 0.45 - 0.77 ค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง .23 – 0.39 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.89 3.2.2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน เรื่อง คำสั่ง Python ซึ่งเป็นแบบทดสอบ แบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง อยู่ที่ 0.5 ขึ้นไป ค่าความยาก ง่าย อยู่ระหว่าง 0.45 - 0.77 ค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง 0.23 – 0.39 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.89 3.2.2.3 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานีมี ลักษณะเป็นแบบประเมินแบบประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง อยู่ระหว่าง 0.5 ขึ้นไป ค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง 0.23 – 0.39 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.82 4. สรุปผลการศึกษา การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาPython1 โดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยม เทศบาล 6 นครอุดรธานีสามารถสรุปผลการศึกษาได้ดังนี้ 4.1 นักเรียนที่เรียนโดยการเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาPython1 โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นคร อุดรธานี มีค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างเรียนและหลังเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


56 4.2 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาPython1 โดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยม เทศบาล 6 นครอุดรธานีโดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมาก ( X = 4.55, S.D. = 0.50) 5. อภิปรายผล การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาPython1 โดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยม เทศบาล 6 นครอุดรธานี 5.1 บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง คำสั่งภาษาPython ที่ผู้วิจัยได้สร้างและพัฒนาขึ้น มี ประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80/80 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 1 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากได้ผ่าน การศึกษา พัฒนาอย่างเป็นระบบ และมีการปรับปรุงในแต่ละขั้นตอน อีกทั้งได้ผู้เชี่ยวชาญได้ช่วยตรวจ เครื่องมือและประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ทำให้ได้เครื่องมือต่างๆ มีประสิทธิภาพ การ พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในขั้นตอนของการหาประสิทธิภาพนั้น ผู้รายงานได้ดำเนินการตาม แนวคิดที่พรเทพ เมืองแมน (2544: 43) ได้กล่าวว่า การออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ครูผู้สอน ต้อง อาศัยหลักการทางจิตวิทยาการเรียนรู้ ได้แก่ การรับรู้ (Perception) การจำจด (Memory) การ ช่วยให้ผู้เรียน สามารถจัดระเบียบ (Organize) การให้ผู้เรียนฝึกและทำซ้ำมาก ๆ จะช่วยให้ผู้เรียนเกิด ทักษะความชำนาญ และสามารถจดจำได้ดี การมีส่วนร่วม(Participation) และการมีปฏิสัมพันธ์(interaction) ของผู้เรียนในการ เรียน การสร้างแรงจูงใจ (Motivation) การถ่ายโอนการเรียนรู้ (Transfer of Leaming) และความแตกต่าง ระหว่างบุคคล (Individual Diflerence) และสำหรับ ขั้นตอนการประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย สอน ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจเครื่องมือ และประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน พร้อมทั้งได้ให้ คำแนะนำในสิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไขไว้อย่างละเอียด ส่งผลให้ผู้วิจัยได้ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาให้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีความสมบูรณ์และเหมาะสมที่สุด 5.2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์นักเรียนที่เรียนโดยการเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาPython1 โดยใช้ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน มัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานีภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 พบว่า มีค่าเฉลี่ยคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ซึ่งจากการ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแสดงให้เห็นว่า การเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาPython1 โดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยม เทศบาล 6 นครอุดรธานียังสอดคล้อง กับ ศุภนุช ประพิณ (2550) กล่าวว่า คอมพิวเตอร์ช่วยสอนว่า การนำ เครื่อง คอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อช่วยในการเรียนการสอน โดยมีการนำเสนอ ในรูปแบบสื่อผสมต่างๆ ได้แก่


57 ข้อความ ภาพนิ่ง กราฟิก แผนภูมิ กราฟ ภาพเครลื่อนไหว วีดีทัศน์ และ เสียงที่บรรจุเนื้อหาบบทเรียนไว้ใน แผ่นแก็บข้อมูลล เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาสามารถนำไปศึกษาได้ด้วยตนเอง 5.3 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อสื่อการเรียนโดยการเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาPython1 โดย ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี มีความพึงพอใจอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ( X = 4.55 ) ทั้งนี้อาจ เนื่องมาจาก นักเรียนมีความพึงพอใจในด้านการนำเสนอเนื้อหาที่เหมาะสม การเรียงลำดับเนื้อหาเข้าใจง่ายซึ่ง เหมาะสมกับผู้เรียน และคำถามมีความสอดคล้อง ครอบคุลมเนื้อหา จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python1 สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ .05 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาPython1 โดยใช้ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระดับ พอใจมากที่สุด ( X = 4.55 , S.D. = 0.50) แสดงว่าการเรียนวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาPython1 โดยใช้ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องคำสั่งภาษา Python สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มี ประสิทธิผลในการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมที่จะนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในโรงเรียนเป็นอย่างมาก 6. ข้อเสนอแนะ 1. ควรนำผลการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ไปสร้างบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอนในเนื้อหาอื่น ๆ อีกหรือรายวิชาอื่น ๆ โดยเฉพาะเนื้อหาการเรียนรู้ที่มีเรื่องที่ต้องอาศัย การใช้คำสั่งภาษา Python 2. ควรมีการศึกษาการใช้และพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนควบคู่กับการใช้เทคนิคการสอน รูปแบบต่าง ๆ


58 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. กิดานันท์ มลิทอง. (2544). สื่อการสอน และฝึกอบรม: จากสื่อพื้นฐานถึงสื่อดิจิตอล. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ________. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. ไชยยัณห์ ชาญปรีชารัตน์. (2543). ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีผลต่อการวัดการเรียนการสอนของ นักเรียนโรงเรียนเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น. สารนิพนธ์ครุศาสตร์ มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ถวิล ธาราโรจน์. (2536). จิตวิทยสังคม. กรุงเทพฯ: อักษริพัฒน์. ทิศนา แขมมณี. (2545). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อกระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ประภากร โล่ทองคํา; และคนอื่นๆ. (2522). กลุ่มการสอนกลุ่มสัมพันธ์ในโรงเรียนนครราชสีมา. ประหยัด พิมพา. (2561). Current Thai Studies. ร้อยเอ็ด: วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราช วิทยาลัยวิทยาเขตร้อยเอ็ด พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2545). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ : ปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : ครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. พิมพันธ์ เตชะคุปต์. (2548). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพฯ: เดอะ มาสเตอร์กรุ๊ป แบเนจเม็นท์.


59 บรรณานุกรม (ต่อ) พรไพลิน เฉิดลออ. (2562). การพัฒนาสื่อการสอนมัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารวิชาการ “การจัดการเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม” ไพโรจน์ คะเชนทร์ . (มปป) . การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. ค้นเมื่อ 17 ม.ค. 61 จาก www.waltoongpel.com /Sarawichakarn/wichakarn/1-10/การวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการ เรียน10.pdf มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2540). เอกสารการสอนชุดวิชาการพัฒนาแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยที่ 1-7. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยสุ โขทัยธรรมาธิราช วารินทร์ รัศมีพรหม. (2531). สื่อการสอนทางเทคโนโลยีการศึกษาและการสอนร่วมสมัย.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์. วิรุฬ พรรณเทวี. (2542). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงาน กระทรวงมหาดไทยในอำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน. วิทยานิพนธปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต ,สาขาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย,มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เวสท์และคณะ (West and Others, 1991). ความแตกต่างของแนวความคิดระหว่างพฤติกรรมนิยม และปัญญานิยม. สืบค้นจาก https://www.gotoknow.org/posts/552335 สุกรี รอดโพธิ์ ทอง, อรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง และวิชุดา รัตนเพียร. (2542). “รายงานผลการวิจัยทุนวิจัยรัช กาภิเษกสมโภช เรื่องการวิเคราะห์โปรแกรมช่วยสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน”. วารสารครุ ศาสตร์ 28, 1(2542) : 52-66. มัธยมศึกษาปีที่3โดยใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนแบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองกับการจัดการ เรียนการสอนตามปกติ. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (หลักสูตรและการสอน). พระนครศรีอยุธยา: บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. สงวนศรี วิรัชชัย. จิตวิทยาสังคมเพื่อการศึกษา. กรุงเทพฯ : ศึกษาพร; 2527


60 ภาคผนวก


61 ภาคผนวก ก เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา


62 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 วิชา การเขียนโปรแกรม Python1 ว31287 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหา แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง คำสั่งเลือกทำและคำสั่งวนซ้ำ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง ผลการเรียนรู้ ข้อ 1. บอกเหตุผลและบอกลักษณะสำคัญของคำสั่งเลือกทำในภาษาไพทอน สาระสำคัญ หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่สำคัญประการหนึ่งก็คือการเลือกทำหรือตัดสินใจได้ตามเงื่อนไขหรือสถานการณ์ที่ กำหนด โดยคำสั่งที่ใช้ในการตัดสินใจคือคำสั่ง if-else ซึ่งคำสั่งเลือกทำถือว่าเป็นส่วนสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเขียน โปรแกรมหรือพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพ สาระการเรียนรู้ ความรู้ 1. คำสั่งเลือกทำ ทักษะ/กระบวนการ 1. การวิเคราะห์ 2. การแก้ปัญหา 3. การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา คุณลักษณะอันพึงประสงค์


63 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กระบวนการจัดการเรียนการสอน : ใช้การสอนแบบการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน - นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เป็นเวลา 15 นาที กิจกรรมนำเข้าสู่การเรียน 1. ครูอธิบายและยกตัวอย่างความสำคัญของคำสั่งเลือกทำในภาษาไพทอน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ กำหนดปัญหา 1. ครูให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 6 เรื่องของคำสั่งเลือกทำในภาษาไพทอน 2. ครูมอบหายภารกิจให้นักเรียนบอกเหตุผลและบอกลักษณะสำคัญของคำสั่งเลือกทำในภาษาไพทอน ในใบ กิจกรรม ทำความเข้าใจปัญหา 3. นักเรียนแต่คนทำความเข้าใจปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหาที่ต้องค้นหาหรือแก้ไขจากใบกิจกรรมที่กำหนดให้ 4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายปัญหาที่นักเรียนจะต้องค้นหา แก้ไข หรือหาวิธีการที่ ถูกต้อง โดยครูคอยให้คำแนะนำ เสริมแรง และเสนอแนะเพิ่มเติมหากนักเรียนยังวิเคราะห์ ปัญหาไม่ถูกต้อง ดำเนินการศึกษาค้นคว้า 5. นักเรียนดำเนินการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เกี่ยวกับการเหตุผลและลักษณะสำคัญของคำสั่งเลือกทำในภาษาไพ ทอน พร้อมกับตอบคำถามในใบกิจกรรมที่ โดยให้เวลานักเรียนศึกษาเรียนรู้จากเอกสารเป็นเวลา 20 นาที 6. ครูคอยให้คำแนะนำ เสนอแนะ และตอบข้อซักถามเมื่อนักเรียนเกิดปัญหาหรือไม่ข้อสงสัย สังเคราะห์ความรู้ 7. นักเรียนสังเคราะห์ความรู้ ในประเด็นต่อไปนี้ - เหตุผลและลักษณะสำคัญของคำสั่งเลือก -ลำดับการทำงาน 8. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตรวจสอบองค์ความรู้ของกับนักเรียนคนอื่น


64 สรุปและประเมินคำตอบ 9. นักเรียนสรุปคำตอบและเขียนคำตอบลงในใบกิจกรรมให้ชัดเจน 10. นักเรียนประเมินคำตอบและตรวจสอบคำตอบที่ค้นพบอีกครั้ง นำเสนอและประเมินผล 11. ครูสุ่มนักเรียน 2 – 3 คนให้ออกมานำเสนอลักษณะสำคัญของคำสั่งเลือกทำในภาษาไพทอน ที่ค้นพบ 12. นักเรียนวิเคราะห์คำตอบของเพื่อนที่นำเสนอ และเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่างจากวิธีการที่ตนเอง ค้นพบ หากมีจุดที่แตกต่างให้นักเรียนนำเสนอและแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนอื่นๆ ที่หน้าชั้นเรียนอีกครั้ง กิจกรรมสรุปการเรียนรู้ 1. ครูเฉลยใบกิจกรรม และตอบปัญหาข้อสงสัยต่างๆ ของนักเรียน 2. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปองค์ความรู้คำสั่งเลือกทำ 3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามปัญหาข้อสงสัย และตอบปัญหาให้นักเรียนเข้าใจอีกครั้ง 4. ครูเฉลยและแนะนำเพิ่มเติมในประเด็นคำถามของแบบทดสอบแต่ละข้อ สื่อการเรียนรู้ 1. ใบกิจกรรที่ 6 คำสั่งเลือกทำและคำสั่งวนซ้ำ 2. สไลด์


65 6.การวัดผลและประเมินผล ด้าน วิธีการ เครื่องมือวัด เกณฑ์ 1. ด้านความรู้ - นำเสนอองค์ความรู้ เกี่ยวกับเรื่องฟังก์ชันทาง คณิตศาสตร์และจัดการ กับข้อความ - ใบกิจกรรมที่ 6 เรื่องคำสั่งเลือกทำ และคำสั่งวนซ้ำ - ร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. ด้านคุณธรรม/จริยธรรม - สังเกตจากพฤติกรรมที่ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับ มอบหมาย - สังเกตความอดทนการ รับฟังความคิดเห็นขอผู้อื่น การวิเคราะห์การวิจารณ์ ผลงานของ - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - ระดับดีขึ้นไป - ระดับดีขึ้นไป 3. ด้านทักษะ/กระบวนการ - สังเกตจากพฤติกรรมที่ เกิดจากการทำงานในการ แก้ปัญหาร่วมกัน - แบบประเมิน ทักษะ/ กระบวนการในการ แก้ปัญหา - ระดับดีขึ้นไป


66 แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................................... (นายณัฐดนัย ขมิ้นเครือ) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................


67 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................


68 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความ คิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24


69 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นายณัฐดนัย ขมิ้นเครือ) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17 - 20 ดีมาก 13 - 16 ดี 9 - 12 พอใช้ 5 - 8 ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


70 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 วิชา การเขียนโปรแกรม Python1 ว31287 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหา แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง คำสั่งเลือกทำและคำสั่งวนซ้ำ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง ผลการเรียนรู้ ข้อ 1. บอกเหตุผลและบอกลักษณะสำคัญของคำสั่งวนซ้ำในภาษาไพทอน สาระสำคัญ หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งนอกเหนือจากการตัดสินใจได้ ก็คือการวนซ้ำตามเงื่อนไข หรือสถานการณ์ที่กำหนด โดยคำสั่งที่ใช้ในการวนซ้ำคือคำสั่ง for และ while ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานและลักษณะในการใช้งานที่ แตกต่างกันไป โดยคำสั่งวนซ้ำถือว่าเป็นส่วนสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเขียนโปรแกรมหรือพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้มีประสิทธิภาพสำหรับการประมวลผลที่มีการทำงานซ้ำๆ กันของโปรแกรมจำนวนมากๆ สาระการเรียนรู้ ความรู้ 1. คำสั่งวนซ้ำ ทักษะ/กระบวนการ 1. การวิเคราะห์ 2. การแก้ปัญหา 3. การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา


71 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กระบวนการจัดการเรียนการสอน : ใช้การสอนแบบการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน - นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เป็นเวลา 15 นาที กิจกรรมนำเข้าสู่การเรียน 1. ครูให้นักเรียนร่วมกับคิดและอภิปรายว่าหากนักเรียนต้องการเขียนโปรแกรมสูตรคูณ นักเรียนจะออกแบบการ ทำงานของโปรแกรมอย่างไร 2. ครูให้คำแนะนำและเสริมคำตอบเพื่อให้ได้คำตอบว่าการประมวลผลในสถานการณ์ต่อไปนี้คือการตัดสินใจ เพื่อ อำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม 3. ครูยกตัวอย่างโปรแกรมที่มีสูตรคูณอื่นๆ เช่น เครื่องคิดเลข เป็นต้น กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ กำหนดปัญหา 1. ครูให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 7 เรื่องคำสั่งเลือกทำและคำสั่งวนซ้ำ 2. ครูมอบหายภารกิจให้นักเรียนบอกเหตุผลและบอกลักษณะสำคัญของคำสั่งวนซ้ำในภาษาไพทอน ในใบกิจกรรม ทำความเข้าใจปัญหา 3. นักเรียนแต่คนทำความเข้าใจปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหาที่ต้องค้นหาหรือแก้ไขจากใบกิจกรรมที่กำหนดให้ 4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายปัญหาที่นักเรียนจะต้องค้นหา แก้ไข หรือหาวิธีการที่ ถูกต้อง โดยครูคอยให้คำแนะนำ เสริมแรง และเสนอแนะเพิ่มเติมหากนักเรียนยังวิเคราะห์ ปัญหาไม่ถูกต้อง ดำเนินการศึกษาค้นคว้า 5. นักเรียนดำเนินการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เกี่ยวกับเหตุผลและลักษณะสำคัญของคำสั่งวนซ้ำในภาษาไพทอน พร้อมกับตอบคำถามในใบกิจกรรมที่ โดยให้เวลานักเรียนศึกษาเรียนรู้จากเอกสารเป็นเวลา 20 นาที 6. ครูคอยให้คำแนะนำ เสนอแนะ และตอบข้อซักถามเมื่อนักเรียนเกิดปัญหาหรือไม่ข้อสงสัย


72 สังเคราะห์ความรู้ 7. นักเรียนสังเคราะห์ความรู้ ในประเด็นต่อไปนี้ - ลักษณะสำคัญของคำสั่งวน -การวนซ้ำตามเงื่อนไข 8. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตรวจสอบองค์ความรู้กับนักเรียนคนอื่น สรุปและประเมินคำตอบ 9. นักเรียนสรุปคำตอบและเขียนคำตอบลงในใบกิจกรรมให้ชัดเจน 10. นักเรียนประเมินคำตอบและตรวจสอบคำตอบที่ค้นพบอีกครั้ง นำเสนอและประเมินผล 11. ครูสุ่มนักเรียน 2 – 3 ให้ออกมานำเสนอ เหตุผลและบอกลักษณะสำคัญของคำสั่งวนซ้ำในภาษาไพทอน ที่ ค้นพบ 12. นักเรียนวิเคราะห์คำตอบของเพื่อนที่นำเสนอ และเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่างจากวิธีการที่ตนเอง ค้นพบ หากมีจุดที่แตกต่างให้นักเรียนนำเสนอและแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนอื่นๆ ที่หน้าชั้นเรียนอีกครั้ง กิจกรรมสรุปการเรียนรู้ 1. ครูเฉลยใบกิจกรรม และตอบปัญหาข้อสงสัยต่างๆ ของนักเรียน 2. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปองค์ความรู้คำสั่งเลือกทำ 3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามปัญหาข้อสงสัย และตอบปัญหาให้นักเรียนเข้าใจอีกครั้ง 4. ครูเฉลยและแนะนำเพิ่มเติมในประเด็นคำถามของแบบทดสอบแต่ละข้อ สื่อการเรียนรู้ 1. ใบกิจกรรที่ 7 คำสั่งเลือกทำและคำสั่งวนซ้ำ 2. สไลด์


73 6.การวัดผลและประเมินผล ด้าน วิธีการ เครื่องมือวัด เกณฑ์ 1. ด้านความรู้ - นำเสนอองค์ความรู้ เกี่ยวกับเรื่องฟังก์ชันทาง คณิตศาสตร์และจัดการ กับข้อความ - ใบกิจกรรมที่ 7 เรื่องคำสั่งเลือกทำ และคำสั่งวนซ้ำ - ร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. ด้านคุณธรรม/จริยธรรม - สังเกตจากพฤติกรรมที่ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับ มอบหมาย - สังเกตความอดทนการ รับฟังความคิดเห็นขอผู้อื่น การวิเคราะห์การวิจารณ์ ผลงานของ - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - ระดับดีขึ้นไป - ระดับดีขึ้นไป 3. ด้านทักษะ/กระบวนการ - สังเกตจากพฤติกรรมที่ เกิดจากการทำงานในการ แก้ปัญหาร่วมกัน - แบบประเมิน ทักษะ/ กระบวนการในการ แก้ปัญหา - ระดับดีขึ้นไป


74 แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................................... (นายณัฐดนัย ขมิ้นเครือ) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................


75 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... . ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................


76 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความ คิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24


77 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นายณัฐดนัย ขมิ้นเครือ) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17 - 20 ดีมาก 13 - 16 ดี 9 - 12 พอใช้ 5 - 8 ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


78 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 วิชา การเขียนโปรแกรม Python1 ว31287 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหา แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง คำสั่งเลือกทำและคำสั่งวนซ้ำ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง ผลการเรียนรู้ ข้อ 1. เขียนโปรแกรมโดยการใช้คำสั่งเลือกถูกต้อง สาระสำคัญ หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่สำคัญประการหนึ่งก็คือการเลือกทำหรือตัดสินใจได้ตามเงื่อนไขหรือสถานการณ์ที่ กำหนด โดยคำสั่งที่ใช้ในการตัดสินใจคือคำสั่ง if-else ซึ่งคำสั่งเลือกทำถือว่าเป็นส่วนสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเขียน โปรแกรมหรือพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพ สาระการเรียนรู้ ความรู้ 1. คำสั่งเลือกทำ ทักษะ/กระบวนการ 1. การวิเคราะห์ 2. การแก้ปัญหา 3. การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย


79 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กระบวนการจัดการเรียนการสอน : ใช้การสอนแบบการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน - นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เป็นเวลา 15 นาที กิจกรรมนำเข้าสู่การเรียน 1. ครูให้นักเรียนร่วมกับคิดและอภิปรายว่าหากนักเรียนต้องการเขียนโปรแกรมตรวจสอบว่าคะแนนที่รับเข้าสู่ โปรแกรมว่าผ่าน 50 คะแนนหรือไม่ นักเรียนจะออกแบบการทำงานของโปรแกรมอย่างไร โดยนักเรียนตอบคำถามตาม ประเด็นต่อไปนี้ -ข้อมูลนำเข้าคืออะไร -การประมวลผลคืออะไร -ผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร 2. ครูให้คำแนะนำและเสริมคำตอบเพื่อให้ได้คำตอบว่าการประมวลผลในสถานการณ์ต่อไปนี คือการตัดสินใจ โดยมี เงื่อนไขคือผ่านเกณฑ์ 50 คะแนน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม 3. ครูยกตัวอย่างโปรแกรมที่มีการตัดสินใจอื่นๆ เช่น โปรแกรมตัดเกรด โปรแกรมตัดสินใจในการเดินทางไปโรงเรียน เป็นต้น กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ กำหนดปัญหา 1. ครูให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 8 เรื่องคำสั่งเลือกทำ 2. ครูมอบหมายภารกิจให้เขียนโปรแกรมคำนวณตัดเกรดดังนี้ - คะแนนมากว่าหรือเท่ากับ 80 ให้เกรด 4 - คะแนนมากว่าหรือเท่ากับ 75 ให้กรด 3.5 - คะแนนมากว่าหรือเท่ากับ 70 ให้กรด 3 - คะแนนมากว่าหรือเท่ากับ 65 ให้กรด 2.5 - คะแนนมากว่าหรือเท่ากับ 60 ให้กรด 2 - คะแนนมากว่าหรือเท่ากับ 55 ให้กรด 1.5 - คะแนนมากว่าหรือเท่ากับ 50 ให้กรด 1


80 - คะแนนมากว่าหรือเท่ากับ 49 ให้กรด 0 ทำความเข้าใจปัญหา 3. นักเรียนแต่คนทำความเข้าใจปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหาที่ต้องค้นหาหรือแก้ไขจากใบกิจกรรมที่กำหนดให้ 4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายปัญหาที่นักเรียนจะต้องค้นหา แก้ไข หรือหาวิธีการที่ถูกต้อง โดยครูคอยให้คำแนะนำ เสริมแรง และเสนอแนะเพิ่มเติมหากนักเรียนยังวิเคราะห์ปัญหาไม่ถูกต้อง โดยตอบคำถามในประเด็นต่อไปนี้ -ข้อมูลนำเข้ามีกี่ค่า อะไรบ้าง -การประมวลผลคืออะไร มีเงื่อนไขในการตัดสินใจอะไรบ้าง -ผลลัพธ์หรือข้อมูลส่งออกคืออะไร ดำเนินการศึกษาค้นคว้า 5. นักเรียนดำเนินการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เกี่ยวกับการแสดงผลข้อมูลและการรับค่าข้อมูลเข้าสู่โปรแกรม พร้อม กับตอบคำถามในใบกิจกรรมที่ โดยให้เวลานักเรียนศึกษาเรียนรู้จากเอกสารเป็นเวลา 20 นาที 6. ครูคอยให้คำแนะนำ เสนอแนะ และตอบข้อซักถามเมื่อนักเรียนเกิดปัญหาหรือไม่ข้อสงสัย สังเคราะห์ความรู้ 7. นักเรียนสังเคราะห์ความรู้ ในประเด็นต่อไปนี้ - นิพจน์ที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง - มีวิธีการเขียนนิพจน์ในภาษาไพทอนอย่างไร - ลำดับการตัดสินใจของกลุ่มเป็นอย่างไร 8. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตรวจสอบองค์ความรู้ของเพื่อนคนอื่น สรุปและประเมินคำตอบ 9. นักเรียนสรุปคำตอบและเขียนคำตอบลงในใบกิจกรรมให้ชัดเจน 10. นักเรียนประเมินคำตอบและตรวจสอบคำตอบที่ค้นพบอีกครั้ง นำเสนอและประเมินผล 11. ครูสุ่มนักเรียน 2 – 3 ให้ออกมานำเสนอจุดเด่นของภาษาไพทอนที่แตกต่างจากภาษาโปรแกรมอื่นๆ ที่ค้นพบ 12. นักเรียนวิเคราะห์คำตอบของเพื่อนที่นำเสนอ และเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่างจากวิธีการที่ตนเอง ค้นพบ หากมีจุดที่แตกต่างให้นักเรียนนำเสนอและแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนอื่นๆ ที่หน้าชั้นเรียนอีกครั้ง กิจกรรมสรุปการเรียนรู้


81 1. ครูเฉลยใบกิจกรรม และตอบปัญหาข้อสงสัยต่างๆ ของนักเรียน 2. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปองค์ความรู้คำสั่งเลือกทำ 3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามปัญหาข้อสงสัย และตอบปัญหาให้นักเรียนเข้าใจอีกครั้ง 4. ครูเฉลยและแนะนำเพิ่มเติมในประเด็นคำถามของแบบทดสอบแต่ละข้อ สื่อการเรียนรู้ 1. ใบกิจกรรที่ 8 คำสั่งเลือกทำและคำสั่งวนซ้ำ 2. สไลด์ 6.การวัดผลและประเมินผล ด้าน วิธีการ เครื่องมือวัด เกณฑ์ 1. ด้านความรู้ - นำเสนอองค์ความรู้ เกี่ยวกับเรื่องฟังก์ชันทาง คณิตศาสตร์และจัดการ กับข้อความ - ใบกิจกรรมที่ 8 เรื่องคำสั่งเลือกทำ และคำสั่งวนซ้ำ - ร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. ด้านคุณธรรม/จริยธรรม - สังเกตจากพฤติกรรมที่ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับ มอบหมาย - สังเกตความอดทนการ รับฟังความคิดเห็นขอผู้อื่น การวิเคราะห์การวิจารณ์ ผลงานของ - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - ระดับดีขึ้นไป - ระดับดีขึ้นไป 3. ด้านทักษะ/กระบวนการ - สังเกตจากพฤติกรรมที่ เกิดจากการทำงานกลุ่มใน การแก้ปัญหาร่วมกัน - แบบประเมิน ทักษะ/ กระบวนการในการ แก้ปัญหา - ระดับดีขึ้นไป


82 แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................................... (นายณัฐดนัย ขมิ้นเครือ) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................


83 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................


84 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่..................... สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันที่.......................เดือน........................พ.ศ................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การรับฟัง ความ คิดเห็น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 20 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24


85 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 ลงชื่อ……………….......……………….............ผู้สังเกต (นายณัฐดนัย ขมิ้นเครือ) วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ = ดีมาก ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = ดี ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง = พอใช้ ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = ปรับปรุง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17 - 20 ดีมาก 13 - 16 ดี 9 - 12 พอใช้ 5 - 8 ปรับปรุง เกณฑ์การสรุปผลการประเมิน นักเรียนที่ได้ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


86 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 วิชา การเขียนโปรแกรม Python1 ว31287 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหา แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง คำสั่งเลือกทำและคำสั่งวนซ้ำ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง ผลการเรียนรู้ ข้อ 1. บอกเหตุผลและบอกลักษณะสำคัญของคำสั่งวนซ้ำในภาษาไพทอน สาระสำคัญ หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งนอกเหนือจากการตัดสินใจได้ ก็คือการวนซ้ำตามเงื่อนไข หรือสถานการณ์ที่กำหนด โดยคำสั่งที่ใช้ในการวนซ้ำคือคำสั่ง for และ while ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานและลักษณะในการใช้งานที่ แตกต่างกันไป โดยคำสั่งวนซ้ำถือว่าเป็นส่วนสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเขียนโปรแกรมหรือพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้มีประสิทธิภาพสำหรับการประมวลผลที่มีการทำงานซ้ำๆ กันของโปรแกรมจำนวนมากๆ สาระการเรียนรู้ ความรู้ 1. คำสั่งวนซ้ำ ทักษะ/กระบวนการ 1. การวิเคราะห์ 2. การแก้ปัญหา 3. การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา


87 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กระบวนการจัดการเรียนการสอน : ใช้การสอนแบบการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน - นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เป็นเวลา 15 นาที กิจกรรมนำเข้าสู่การเรียน 1. ครูให้นักเรียนร่วมกับคิดและอภิปรายว่าหากนักเรียนต้องการเขียนโปรแกรมสูตรคูณ นักเรียนจะออกแบบการ ทำงานของโปรแกรมอย่างไร 2. ครูให้คำแนะนำและเสริมคำตอบเพื่อให้ได้คำตอบว่าการประมวลผลในสถานการณ์ต่อไปนี้คือการตัดสินใจ เพื่อ อำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม 3. ครูยกตัวอย่างโปรแกรมที่มีสูตรคูณอื่นๆ เช่น เครื่องคิดเลข เป็นต้น กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ กำหนดปัญหา 1. ครูให้นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 9 เรื่องคำสั่งเลือกทำและคำสั่งวนซ้ำ 2. ครูมอบหมายภารกิจ -จงเขียนโปรงแกรมสูตรคูณ -จงเขียนโปรแกรมเลขที่หารด้วย 5 ลงตัว จำนวน 50 ตัว (เริ่มตั้งแต่เลข 5, 10, 15, …) ทำความเข้าใจปัญหา 3. นักเรียนแต่คนทำความเข้าใจปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหาที่ต้องค้นหาหรือแก้ไขจากใบกิจกรรมที่กำหนดให้ 4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายปัญหาที่นักเรียนจะต้องค้นหา แก้ไข หรือหาวิธีการที่ถูกต้อง โดยครูคอยให้คำแนะนำ เสริมแรง และเสนอแนะเพิ่มเติมหากนักเรียนยังวิเคราะห์ปัญหาไม่ถูกต้อง โดยตอบคำถามในประเด็นต่อไปนี้ -ข้อมูลนำเข้ามีกี่ค่า อะไรบ้าง -การประมวลผลคืออะไร มีเงื่อนไขในการตัดสินใจอะไรบ้าง -ผลลัพธ์หรือข้อมูลส่งออกคืออะไร ดำเนินการศึกษาค้นคว้า


88 5. นักเรียนดำเนินการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เกี่ยวกับการแสดงผลข้อมูลและการรับค่าข้อมูลเข้าสู่โปรแกรม พร้อม กับตอบคำถามในใบกิจกรรมที่ โดยให้เวลานักเรียนศึกษาเรียนรู้จากเอกสารเป็นเวลา 20 นาที 6. ครูคอยให้คำแนะนำ เสนอแนะ และตอบข้อซักถามเมื่อนักเรียนเกิดปัญหาหรือไม่ข้อสงสัย สังเคราะห์ความรู้ 7. นักเรียนสังเคราะห์ความรู้ ในประเด็นต่อไปนี้ - นิพจน์ที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง - มีวิธีการเขียนนิพจน์ในภาษาไพทอนอย่างไร - ลำดับการตัดสินใจของกลุ่มเป็นอย่างไร 8. นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตรวจสอบองค์ความรู้ของเพื่อนคนอื่น สรุปและประเมินคำตอบ 9. นักเรียนสรุปคำตอบและเขียนคำตอบลงในใบกิจกรรมให้ชัดเจน 10. นักเรียนประเมินคำตอบและตรวจสอบคำตอบที่ค้นพบอีกครั้ง นำเสนอและประเมินผล 11. ครูสุ่มนักเรียน 2 – 3 ให้ออกมานำเสนอจุดเด่นของภาษาไพทอนที่แตกต่างจากภาษาโปรแกรมอื่นๆ ที่ค้นพบ 12. นักเรียนวิเคราะห์คำตอบของเพื่อนที่นำเสนอ และเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่างจากวิธีการที่ตนเอง ค้นพบ หากมีจุดที่แตกต่างให้นักเรียนนำเสนอและแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนอื่นๆ ที่หน้าชั้นเรียนอีกครั้ง กิจกรรมสรุปการเรียนรู้ 1. ครูเฉลยใบกิจกรรม และตอบปัญหาข้อสงสัยต่างๆ ของนักเรียน 2. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปองค์ความรู้คำสั่งเลือกทำ 3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามปัญหาข้อสงสัย และตอบปัญหาให้นักเรียนเข้าใจอีกครั้ง 4. ครูเฉลยและแนะนำเพิ่มเติมในประเด็นคำถามของแบบทดสอบแต่ละข้อ สื่อการเรียนรู้ 1. ใบกิจกรรที่ 9 คำสั่งเลือกทำและคำสั่งวนซ้ำ 2. สไลด์


89 6.การวัดผลและประเมินผล ด้าน วิธีการ เครื่องมือวัด เกณฑ์ 1. ด้านความรู้ - นำเสนอองค์ความรู้ เกี่ยวกับเรื่องฟังก์ชันทาง คณิตศาสตร์และจัดการ กับข้อความ - ใบกิจกรรมที่ 9 เรื่องคำสั่งเลือกทำ และคำสั่งวนซ้ำ - ร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. ด้านคุณธรรม/จริยธรรม - สังเกตจากพฤติกรรมที่ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับ มอบหมาย - สังเกตความอดทนการ รับฟังความคิดเห็นขอผู้อื่น การวิเคราะห์การวิจารณ์ ผลงานของ - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - ระดับดีขึ้นไป - ระดับดีขึ้นไป 3. ด้านทักษะ/กระบวนการ - สังเกตจากพฤติกรรมที่ เกิดจากการทำงานในการ แก้ปัญหาร่วมกัน - แบบประเมิน ทักษะ/ กระบวนการในการ แก้ปัญหา - ระดับดีขึ้นไป


90 แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ปัญหาและอุปสรรคในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................................... (นายณัฐดนัย ขมิ้นเครือ) วันที่ .......... เดือน ............... พ.ศ. ................


91 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................................... ( นายพุทธศาสน์ จิตจง ) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. .................. ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................................... (..................................................................) ตำแหน่ง............................................................... วันที่ .............. เดือน ............... พ.ศ. ..................


Click to View FlipBook Version