สรปุ สาระสาคัญ
พระราชบญั ญตั ิทรพั ยากรนา พ.ศ. 2561
ที่เกีย่ วข้องกบั การดาเนนิ งานของ กฟผ.
โดย กองจัดการทรัพยากรนา้ (กจน-ฟ.)
ผชู้ ่วยผ้วู า่ การผลติ ไฟฟ้าพลงั งานหมุนเวียน (ชฟม.)
28 ธนั วาคม 2563
เหตุผลในการออกกฎหมาย
ประเทศไทยประสบปัญหาเก่ียวกับทรัพยากรน้าในหลายด้าน การด้าเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
กระท้าโดยหลายหน่วยงานตามอ้านาจหน้าท่ีซ่ึงก้าหนดไว้ในกฎหมายหลายฉบับ ท้าให้การด้าเนินงานแก้ไขปัญหา
ขาดความเป็นเอกภาพ ประกอบกับการจัดท้ากิจกรรมและโครงการบางอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวขาดการมี
ส่วนร่วมของประชาชน และบางครังสง่ ผลกระทบต่อวถิ ชี วี ิตของคนในทอ้ งถิ่น
จึงสมควรมีกฎหมายในการบูรณาการเกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา
การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าให้เกิดความเป็นเอกภาพ ก้าหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม วางหลักเกณฑ์ในการประกันสิทธิขันพืนฐานของประชาชนในการเข้าถึงทรัพยากร
น้าสาธารณะ ตลอดจนจัดให้มีองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้าทังในระดับชาติ ระดับลุ่มน้า และระดับองค์กร
ผใู้ ชน้ า้ ซึง่ สะทอ้ นการมสี ่วนร่วมของประชาชน เพอื่ ร่วมกนั บรหิ ารจดั การทรพั ยากรนา้
โครงสร้างของกฎหมาย
ประกอบด้วย 9 หมวด และบทเฉพาะกาล รวมจา้ นวน 106 มาตรา ดังนี
หมวด 1 ทรัพยากรน้า
หมวด 2 สิทธิในน้า
หมวด 3 องค์กรบรหิ ารจดั การทรพั ยากรนา้
สว่ นท่ี 1 คณะกรรมการทรัพยากรน้าแหง่ ชาติ
ส่วนที่ 2 ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ
สว่ นที่ 3 ลุม่ น้าและคณะกรรมการลุ่มนา้
สว่ นที่ 4 องคก์ รผู้ใชน้ า้
หมวด 4 การจดั สรรน้าและการใชน้ ้า
หมวด 5 ภาวะนา้ แลง้ และภาวะน้าท่วม
ส่วนท่ี 1 การใช้ประโยชนท์ ดี่ ินในระบบทางน้าตามผังน้า
ส่วนที่ 2 การปอ้ งกนั และแก้ไขภาวะน้าแล้ง
ส่วนท่ี 3 การป้องกันและแกไ้ ขภาวะนา้ ทว่ ม
ส่วนที่ 4 อา้ นาจของพนักงานเจา้ หนา้ ทใ่ี นการปอ้ งกันและแก้ไข ภาวะน้าแล้งและภาวะนา้ ทว่ ม
หมวด 6 การอนรุ กั ษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้าสาธารณะ
หมวด 7 พนกั งานเจา้ หนา้ ที่
หมวด 8 ความรับผดิ ทางแพ่งในกรณที ท่ี า้ ให้เกิดความ เสยี หายต่อทรัพยากรนา้ สาธารณะ
หมวด 9 บทก้าหนดโทษ
บทเฉพาะกาล
1
การใชบ้ ังคับกฎหมาย
พระราชบัญญัติทรัพยากรน้า ปี พ.ศ.2561 ให้ใช้บังคับเม่ือพ้นก้าหนดสามสิบวนั นับแต่วันประกาศในราช
กิจจานุเบกษา เป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติในหมวด 4 การจัดสรรน้าและการใช้น้า และมาตรา 104 ให้ใช้บังคับ
เม่อื พน้ กา้ หนดสองปนี ับแต่วนั ทพ่ี ระราชบัญญัตินใี ช้บงั คับเปน็ ต้นไป
พระราชบัญญัติทรัพยากรน้า ปี พ.ศ.2561 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561
และมีผลบังคับใช้ในวันท่ี 27 มกราคม 2562 เว้นแต่กฏหมายว่าด้วยการจัดสรรน้าและการใช้น้า (หมวด 4) และ
กฏหมายวา่ ด้วยการยืน่ คา้ ขอรบั ใบอนุญาติการใช้นา้ (มาตรา 104) ใหม้ ผี ลบังคับใชใ้ นวนั ท่ี 27 มกราคม 2564
ผลของการมีกฎหมายวา่ ดว้ ยทรัพยากรนา้
กฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้า ครอบคลุมการจัดการน้าท่ัวประเทศ ทังทรัพยากรน้าในที่สาธารณะ น้า
ชลประทาน และน้าบาดาล โดยกระจายอ้านาจการจัดการทรัพยากรน้าสาธารณะท่ีมิใช่ทางน้าชลประทานตาม
กฎหมายว่าด้วยการชลประทาน และน้าบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล ให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเป็นผรู้ บั ผดิ ชอบควบคุมดแู ลและบ้ารงุ รักษาทรัพยากรน้าสาธารณะ
องคก์ รบริหารจดั การทรพั ยากรนา้
ให้มคี ณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ (กนช.) มนี ายกรฐั มนตรี เป็นประธานกรรมการ รอง
นายกรัฐมนตรที น่ี ายกรัฐมนตรมี อบหมาย เปน็ รองประธานกรรมการ
กรรมการโดยต้าแหน่ง ประกอบด้วย รัฐมนตรีท่ีเก่ียวข้องจากหกกระทรวง เลขาธิการส้านักงานสภา
พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เลขาธกิ ารสา้ นักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพื่อประสานงานโครงการ
อนั เน่อื งมาจากพระราชดา้ ริ (กปร.) และผู้อา้ นวยการส้านักงบประมาณ
กรรมการผ้แู ทนคณะกรรมการลุ่มนา้ จา้ นวนหกคน กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิ จา้ นวนสค่ี น ให้เลขาธกิ าร
สา้ นกั งานทรัพยากรน้าแห่งชาติ (สทนช.) เปน็ กรรมการและเลขานุการ
หนา้ ทแ่ี ละอา้ นาจของคณะกรรมการทรัพยากรนา้ แหง่ ชาติ (กนช.)
กนช. มีหน้าท่ีและอ้านาจเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าเพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการบูรณาการ
เกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าให้เกิด
ความเป็นเอกภาพ รวมทงั ให้มหี น้าที่และอา้ นาจ จดั ท้านโยบาย และแผนแมบ่ ทเก่ียวกับการบริหารทรัพยากรน้าท่ี
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เสนอคณะรัฐมนตรีเพ่ือให้ความเห็นชอบ พิจารณาและให้ความเหน็ ชอบแผนปฏบิ ัติ
การของหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีเกี่ยวกับทรัพยากรน้าและแผนงบประมาณการบริหาร
ทรพั ยากรน้าแบบบรู ณาการ เป็นตน้
2
อนกุ รรมการภายใต้คณะกรรมการทรพั ยากรนา้ แห่งชาติ (กนช.)
ให้มีคณะอนกุ รรมการเฉพาะด้านเป็นกลไกชว่ ยเหลอื และสนบั สนนุ กนช. ในการขับเคล่ือนภารกจิ โดย
อย่างน้อยต้องมีคณะอนกุ รรมการ
(1) ด้านการพฒั นาและอนรุ ักษท์ รัพยากรน้า
(2) ดา้ นการบริหารจดั การทรัพยากรนา้ และ
(3) ด้านเทคนิคและวชิ าการ
ซงึ่ เป็นภารกจิ ถาวรท่ีมีความส้าคญั ในการบรหิ ารทรพั ยากรน้า
ในกรณีจ้าเป็น ให้ กนช. สามารถแตง่ ตังคณะอนกุ รรมการทรัพยากรนา้ จงั หวดั เพ่ือให้เกิดการบูรณาการ
ตงั แต่ ระดับจังหวดั ระดับลมุ่ น้า และระดบั ชาติ
หนา้ ท่แี ละอา้ นาจของส้านกั งานทรัพยากรน้าแห่งชาติ (สทนช.)
ให้ สทนช. ท้าหน้าที่เป็นส้านักงานเลขานุการของ กนช. โดยให้มีหน้าท่ีและอ้านาจรับผิดชอบงานธุรการ
ของ กนช. และคณะอนุกรรมการ กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อ กนช. เพื่อประกอบการพิจารณานโยบาย
แผนแม่บท แผนปฏิบัติการของหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ีเก่ียวกับทรัพยากรน้าและแผน
งบประมาณการบริหารทรัพยากรน้าแบบบูรณาการ จัดท้าผังน้าเสนอ กนช. เพ่ือพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ประสานการด้าเนินงานกบั คณะกรรมการลมุ่ น้า หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ และภาคสว่ นต่าง ๆ
ท่เี ก่ยี วขอ้ ง
3
ลมุ่ นา้ และคณะกรรมการลุม่ น้า
เพอื่ ประโยชน์ในการบรหิ ารจัดการทรัพยากรน้า ให้มกี ารกา้ หนดล่มุ นา้ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ทงั นี
ให้คา้ นึงถงึ สภาพอทุ กวทิ ยา สภาพภมู ิศาสตร์ ระบบนิเวศ การตงั ถน่ิ ฐาน การผังเมอื ง ผงั น้า และเขตการปกครอง
ประกอบดว้ ย
คณะกรรมการลมุ่ นา้ ประกอบดว้ ย
(1) กรรมการลุม่ นา้ โดยต้าแหนง่
(2) กรรมการลุ่มนา้ ผูแ้ ทนองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่
(3) กรรมการลุ่มนา้ ผูแ้ ทนองค์กรผใู้ ชน้ า้ และ
(4) กรรมการลุ่มนา้ ผ้ทู รงคุณวฒุ ิ
ประธานกรรมการลมุ่ น้า
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเลือกกันเองเพื่อเป็นประธานกรรมการลุ่มน้า และให้คณะกรรมการลุ่มน้าเลือก
กรรมการลุ่มน้าอีกสองคนเป็นรองประธานกรรมการลุ่มน้า การเลือกประธานกรรมการลุ่มน้าและรองประธาน
กรรมการลุม่ นา้ ให้กระท้าทกุ สามปี
ให้ผู้อ้านวยการส้านักงานทรัพยากรน้าแหง่ ชาติภาคแตง่ ตังข้าราชการของส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติ
ภาคเปน็ กรรมการลมุ่ น้าและเลขานกุ าร และผชู้ ่วยเลขานกุ ารอกี ไม่เกนิ สองคน
หน้าที่และอ้านาจของคณะกรรมการลุม่ น้า
คณะกรรมการลุ่มนา้ มหี นา้ ทีแ่ ละอา้ นาจเก่ยี วกับการบรหิ ารทรัพยากรน้าในเขตลมุ่ นา้
จัดท้าแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบรหิ ารจัดการ การบา้ รงุ รักษา การฟืน้ ฟแู ละการอนุรกั ษท์ รพั ยากร
น้าในเขตลมุ่ นา้ เสนอ กนช. เพ่ือใหค้ วามเหน็ ชอบ
จัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง และแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม เสนอ กนช. เพ่ือให้
ความเห็นชอบ
พิจารณาปริมาณการใชน้ ้า การจัดสรรนา้ และจัดล้าดับความส้าคัญในการใชน้ ้าในเขตลุ่มน้า และควบคุม
การใชน้ ้าใหเ้ ป็นไปตามกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางท่ี กนช. ก้าหนด
ใหค้ วามเห็นชอบการอนญุ าตการใช้น้าประเภททีส่ อง เปน็ ตน้
สา้ นกั งานทรัพยากรน้าแห่งชาติภาค
ให้จัดตังส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติภาคขึนใน สทนช. ท้าหน้าท่ีเป็นส้านักงานเลขานุการของ
คณะกรรมการลุ่มน้า โดยให้มีหน้าที่และอ้านาจรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการลุ่มน้าศึกษา วิเคราะห์
4
วิจัย เกย่ี วกบั ทรพั ยากรนา้ เพือ่ ใชป้ ระกอบการพิจารณาจดั ท้าแผนแม่บททรัพยากรน้าในเขตลุ่มนา้ ประสานงานกับ
หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และองค์กร ผู้ใช้น้าในการบังคับใช้กฎหมายท่ีเก่ียวกับการใช้ การ
พัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้า และกฎหมายที่เกี่ยวกับการ
ควบคมุ มลพิษทางน้าในเขตลมุ่ นา้
องค์กรผใู้ ชน้ ้า
บคุ คลซ่งึ ใชน้ า้ ในบริเวณใกล้เคยี งกันและอยใู่ นเขตลุ่มนา้ เดยี วกัน มสี ิทธริ วมตวั กนั จดทะเบียนก่อตังองค์กร
ผู้ใช้น้าเพื่อประโยชน์ร่วมกันเก่ียวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟ้ืนฟู และการ
อนุรักษท์ รัพยากรน้าในหมสู่ มาชิกขององค์กรผู้ใช้นา้
วัตถุประสงค์ หน้าท่ีและอ้านาจ และการด้าเนินงานขององค์กรผู้ใช้น้า รวมทังหลักเกณฑ์ ขันตอน และ
วิธีการก่อตังองค์กรผใู้ ชน้ า้ ใหเ้ ปน็ ไปตามที่กา้ หนดในกฎกระทรวงท่ีออกโดยนายกรฐั มนตรี
หลักเกณฑ์การจัดตัง ภารกิจ และหน้าที่และอ้านาจขององค์กรผู้ใช้น้าในแต่ละลุ่มน้าให้แตกต่างกันก็ได้
ทังนี โดยค้านึงถึงสภาพอุทกวิทยา สภาพภูมิศาสตร์ ระบบนิเวศ วัฒนธรรม จารีตประเพณี วิถีชีวิตของประชาชน
ในการใช้น้าประเภทต่าง ๆ และความจ้าเปน็ ในการบริหารจดั การ
ศนู ยบ์ ญั ชาการเฉพาะกจิ
ในกรณีเกิดปัญหาวิกฤติน้าจนอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อ การด้ารงชีวิตของคน สัตว์ หรือพืช หรืออาจ
ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐเป็นอย่างมาก ให้นายกรัฐมนตรีมีอ้านาจจัดตังศูนย์
บัญชาการเฉพาะกิจ โดยนายกรฐั มนตรีเป็น ผู้บญั ชาการ อา้ นวยการแก้ไขปัญหาวิกฤตนิ ้าเปน็ การชวั่ คราว จนกว่า
ปัญหาวิกฤติน้าจะผา่ นพน้ ไป
การจดั สรรนา้
การจดั สรรนา้ ของประเทศพึงค้านงึ ถึงนา้ เพ่ือการอุปโภคบรโิ ภค การรกั ษาระบบนิเวศ จารตี ประเพณี การ
บรรเทาสาธารณภยั การคมนาคม เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณชิ ยกรรม และการทอ่ งเที่ยว ทังนี การจดั ลา้ ดับ
ความส้าคัญให้เป็นไปตามที่ กนช. กา้ หนด
การใช้ทรพั ยากรนา้ สาธารณะ
การใช้ทรพั ยากรน้าสาธารณะ แบ่งเป็นสามประเภท
(1) การใช้น้าประเภทที่หน่ึง ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะเพื่อการด้ารงชีพ การอุปโภคบริโภคใน
ครัวเรือน การเกษตรหรือการเลียงสัตว์เพ่ือยังชีพ การอุตสาหกรรมในครัวเรือน การรักษาระบบนิเวศ จารีต
ประเพณี การบรรเทาสาธารณภยั การคมนาคม และการใช้นา้ ในปริมาณเล็กน้อย
5
(2) การใช้น้าประเภทที่สอง ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะเพ่ือ การอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการ
ท่องเทย่ี ว การผลติ พลงั งานไฟฟ้า การประปาและกจิ การอน่ื
(3) การใชน้ ้าประเภทท่ีสาม ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะเพือ่ กิจการขนาดใหญ่ที่ใชน้ ้าปริมาณมาก
หรอื อาจก่อใหเ้ กดิ ผลกระทบขา้ มลมุ่ นา้ หรือครอบคลมุ พนื ที่อยา่ งกวา้ งขวาง
การขอรับใบอนญุ าตการใชน้ ้าประเภทท่ีสองและประเภทที่สาม ผู้ขอรับใบอนญุ าตตอ้ งยืน่ แผนการบริหาร
จดั การนา้ มาพร้อมกับคา้ ขอดว้ ย
การใชท้ รัพยากรน้าสาธารณะทไ่ี ม่ตอ้ งขอรบั ใบอนญุ าต
การใชน้ ้าประเภทท่หี นง่ึ ไมต่ อ้ งขอรบั ใบอนุญาตการใชน้ ้า และไม่ตอ้ งชา้ ระคา่ ใช้นา้
ให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดท้าข้อมูลการใช้น้าประเภทที่หนึ่งท่ีอยู่ในพืนท่ี
รับผิดชอบ และจัดส่งข้อมูลดังกล่าวต่อส้านักงาน ทังนี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ี กนช. ประกาศ
กา้ หนด
อัตราคา่ ธรรมเนียมใบอนุญาตและอัตราค่าใช้นา้
นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ กนช. มีอ้านาจออกกฎกระทรวงก้าหนดอัตราค่าธรรมเนียม
ใบอนญุ าตการใช้นา้ ประเภทที่สองและประเภททีส่ าม
นายกรัฐมนตรโี ดยความเห็นชอบของ กนช. มอี า้ นาจออกกฎกระทรวงก้าหนด
(1) หลกั เกณฑก์ ารกา้ หนดอัตราค่าใชน้ ้าสา้ หรบั การใช้นา้ ประเภทท่สี องและการใช้น้าประเภทที่สาม
(2) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเรียกเก็บ ลดหย่อน หรือยกเว้นค่าใช้น้า ทังนี จะก้าหนดให้
แตกต่างกันโดยค้านงึ ถงึ กจิ กรรม ลกั ษณะ หรือปริมาณ ของการใชน้ า้ ในแตล่ ะประเภทและในแต่ละลุม่ น้าก็ได้
ผังน้า
“ผังน้า” หมายความว่า แผนที่หรือแผนผังแสดงระบบทางน้า ท่ีมีน้าไหลผ่าน ซ่ึงเชื่อมโยงกันตังแต่ต้นน้า
จนถึงทางออก สู่พืนที่แหล่งน้า ทะเล หรือทางออกทางน้าระหว่างประเทศ ซ่ึงระบบทางน้าดังกล่าวครอบคลุมทัง
แม่น้า ล้าคลอง ห้วย หนอง บึง กุด ป่าบุ่ง ป่าทาม พืนที่ชุ่มน้า พืนท่ีแหล่งกักเก็บน้า พืนท่ี ทางน้าหลาก พืนท่ี
น้านอง พืนที่ลุ่มต่้า ทางน้าหรือพืนที่อ่ืนใดท่ีมีลักษณะท้านองเดียวกัน ไม่ว่าจะเกิดขึนตามธรรมชาติหรือมนุษย์
สรา้ งขึน โดยทางน้าดงั กล่าวอาจมีน้าไหลผ่านตลอดทังปี หรือบางช่วงเวลาก็ได้
เมื่อมีการประกาศผังน้าในราชกิจจานุเบกษาแล้ว การใช้ประโยชน์ที่ดินท่ีอยู่ในระบบทางน้าตามผังน้า
จะต้องไม่ก่อให้เกิดการเบ่ียงเบนทางน้า หรือกระแสน้า หรือกีดขวางการไหลของน้าในระบบทางน้า อันเป็น
อปุ สรรคต่อการปฏิบตั ิตามแผนปอ้ งกันและแก้ไขภาวะน้าแลง้ และแผนป้องกนั และแก้ไขภาวะน้าท่วม
6
การปอ้ งกนั และแกไ้ ขภาวะนา้ แล้ง
คณะกรรมการลุ่มน้าโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี มีอ้านาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กา้ หนดเขตภาวะน้าแล้ง และก้าหนดใหก้ จิ การใดสามารถใช้นา้ ได้ในปรมิ าณทีเ่ ห็นสมควร
นายกรัฐมนตรีมีอ้านาจประกาศก้าหนดเขตภาวะน้าแล้งอย่างรุนแรง และก้าหนดวิธีการใช้น้า รวมทัง
ก้าหนดมาตรการอื่นใด ที่จ้าเป็นใช้บังคับในพืนท่ีเพื่อแก้ไขและบรรเทาภาวะน้าแล้งนัน เพ่ือให้เกิดประโยชน์แก่
ส่วนรวมและให้ผใู้ ช้น้าตอ้ งเสียหายน้อยที่สดุ เท่าทจี่ ะเปน็ ไปได้
การเฉล่ียนา้
ในกรณีท่ีเกิดภาวะน้าแล้งอย่างรุนแรงในพืนท่ีใด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจส่ังให้บุคคลซ่ึงกักเก็บ
น้าไว้ ต้องเฉล่ียน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการอุปโภคบริโภค ของประชาชนในพืนที่ตามหลักเกณฑ์และ
วิธีการท่ีนายกรัฐมนตรีประกาศก้าหนด ในกรณีเช่นว่านี ให้ผู้กักเก็บน้าดังกล่าวมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากการที่
ต้องสญู เสยี น้าท่ีกักเกบ็ ไว้
แผนปอ้ งกนั และแกไ้ ขภาวะนา้ แล้ง
ให้คณะกรรมการลุ่มน้าจัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งขึนไว้เป็นการล่วงหน้า โดยให้จัดท้าเป็น
แผนเพื่อเตรียมการรองรับทังกรณีปกติซ่ึงสามารถคาดหมายได้ว่าจะเกิดภาวะน้าแล้งในระยะเวลาใดระยะเวลา
หนึ่งเป็นประจ้า และกรณที ีเ่ กิดภาวะนา้ แลง้ อย่างรุนแรง
ให้คณะกรรมการลุ่มน้าจัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมขึนไว้เป็นการล่วงหน้า โดยให้จัดท้าเป็น
แผนเพื่อเตรียมการรองรับทังกรณีปกติซ่ึงสามารถคาดหมายได้ว่าจะเกิดภาวะน้าท่วมในระยะเวลาใดระยะเวลา
หน่ึงเป็นประจ้า และกรณีฉุกเฉินที่มีน้าท่วมเกิดขึนโดยฉับพลัน โดยในการจัดท้าแผนต้องพิจารณาถึง
สภาพแวดลอ้ ม ผงั น้า ระบบนเิ วศ และความหลากหลายทางชวี ภาพของพนื ท่นี ันประกอบด้วย
อา้ นาจของพนักงานเจา้ หนา้ ท่ใี นการปอ้ งกันและแก้ไขภาวะนา้ แล้งและภาวะนา้ ท่วม
พนักงานเจ้าหน้าท่ีมีอ้านาจเข้าไปในที่ดินหรือส่ิงก่อสร้างของบุคคลใด ๆ เพื่อท้าการส้ารวจ ตรวจสอบ
หรือเก็บรวบรวมข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพ่ือการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม ทังนี การด้าเนินการ
ดังกล่าวต้องอยู่ภายในกรอบของแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง หรือแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมหรือ
ทงั สองแผนควบคกู่ นั แลว้ แต่กรณี
บทเฉพาะกาล
ในระหว่างที่ยังไม่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาก้าหนด ลุ่มน้าตามมาตรา 25 ให้คณะกรรมการลุ่มน้า
ตามระเบยี บส้านกั นายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยการบรหิ ารทรพั ยากรน้าแห่งชาติ พ.ศ. 2550 และทีแ่ ก้ไขเพ่มิ เตมิ ซง่ึ ดา้ รง
7
ต้าแหน่งอยู่ในวันก่อนวันท่ีพระราชกฤษฎีกาก้าหนดลุ่มน้าตามมาตรา 25 ใช้บังคับ คงปฏิบัติหน้าท่ีคณะกรรมการ
ลุ่มน้าตามลุ่มน้าเดิม ท่ีรับผิดชอบไปพลางก่อน และให้เลขาธิการแต่งตังข้าราชการของส้านักงานหนึ่งคนเป็น
กรรมการลมุ่ นา้ และเลขานุการ และผชู้ ่วยเลขานุการอกี ไมเ่ กนิ สองคน
ในกรณีท่ีมีการตราพระราชกฤษฎีกาก้าหนดลุ่มน้าตามมาตรา 25 แล้ว โดยลุ่มน้าท่ีก้าหนดขึนไม่ได้
แตกตา่ งจากลุ่มน้าท่ีมีอยู่ในวนั ก่อนวันท่ีพระราชกฤษฎีกาดังกลา่ วใชบ้ ังคบั และยงั ไม่มีคณะกรรมการลุ่มน้าประจ้า
ลุ่มน้าตามมาตรา 27 ใหค้ ณะกรรมการลุ่มน้าตามวรรคหนง่ึ ปฏิบัติหนา้ ทเี่ ปน็ คณะกรรมการลมุ่ น้าประจ้าลมุ่ น้าตาม
มาตรา 27 ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการลุ่มน้าประจ้าลุ่มน้าตามมาตรา 27 ทังนี ไม่เกินสองปีนับแต่
วันท่พี ระราชบัญญตั ินีใชบ้ ังคบั
ในกรณีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกาก้าหนดลุ่มน้าตามมาตรา 25 แล้ว โดยลุ่มน้าที่ก้าหนดขึนแตกต่าง
จากลุ่มน้าที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับและยังไม่มีคณะกรรมการลุ่มน้าประจ้าลุ่มน้า
ตามมาตรา 27 ให้คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติตามค้าส่ังส้านักนายกรัฐมนตรี ท่ี 24/2561 เรื่อง แต่งตัง
คณะกรรมการทรพั ยากรน้าแหง่ ชาติ ลงวนั ท่ี 29 มกราคม พ.ศ. 2561 มอบหมายให้คณะกรรมการลมุ่ นา้ ตามวรรค
หนึ่งคณะหน่ึงคณะใดปฏิบัติหน้าท่ีเป็นคณะกรรมการลุ่มน้าประจ้าลุ่มน้าตามมาตรา 27 ไปพลางก่อนจนกว่าจะมี
คณะกรรมการล่มุ น้าประจา้ ลุ่มน้าตามมาตรา 27
ทังนี ไม่เกินสองปีนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินีใช้บังคับ ในกรณีเช่นนี ให้คณะกรรมการลุ่มน้าตามวรรค
หน่ึงที่ยังคงปฏิบัติหน้าท่ีในลุ่มน้าดังกล่าวแต่ไม่ได้รับมอบหมาย ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามความในวรรคนีสินสุดการ
ปฏิบัติหนา้ ที่ นับแตว่ นั ทีไ่ ด้มีการมอบหมายให้คณะกรรมการลมุ่ น้าคณะหนึง่ คณะใดปฏบิ ตั หิ น้าท่ี
การขออนุญาตและการอนุญาต
ในระหว่างท่ีหมวด 4 การจัดสรรน้าและการใช้น้า ยังไม่มีผล ใช้บังคับ หรือมีผลใช้บังคับแล้วแต่ยังมิได้
ออกกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศ การขออนุญาตและการอนุญาตใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะ ที่เป็นทางน้า
ชลประทาน และน้าบาดาล อัตราค่าธรรมเนียมเก่ียวกับ การอนุญาต อัตราค่าใช้น้า การเรียกเก็บ ลดหย่อน หรือ
ยกเว้นค่าใช้น้าจากทรัพยากรน้าสาธารณะดังกล่าว รวมทังการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต ให้ด้าเนินการตาม
กฎหมายว่าด้วยการชลประทานหรือกฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล แล้วแต่กรณี ไปพลางก่อน จนกว่าหมวด 4 จะใช้
บังคบั หรือจนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศท่อี อกตามความในหมวด 4 ใชบ้ ังคับ
การตราและออกกฎหมายลา้ ดบั รอง
การด้าเนินการตราพระราชกฤษฎีกาและออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศตามพระราชบัญญัตินี
ยกเว้นการออกกฎกระทรวงและประกาศตามหมวด 4 การจัดสรรน้าและการใช้น้า ให้ด้าเนินการให้แล้วเสร็จ
ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัตินีใช้บังคับ หากไม่สามารถด้าเนินการได้ ให้นายก รัฐมนตรี
8
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ
รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี รายงานเหตผุ ลท่ีไม่อาจดา้ เนนิ การไดต้ อ่ คณะรัฐมนตรเี พือ่ ทราบ
ผู้ใช้นา้ อยูเ่ ดมิ
เมื่อกฎกระทรวงก้าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต
การใช้น้าประเภทที่สองหรือ การใช้น้าประเภทที่สามตาม มาตรา 45 ใช้บังคับแล้ว ให้ผู้ใช้น้าอยู่เดิมที่เข้าลักษณะ
ของการใช้นา้ ประเภทที่สองตามมาตรา 41 (2) หรือการใชน้ า้ ประเภททส่ี ามตามมาตรา 41 (3) แล้วแตก่ รณี ยื่นคา้
ขอรับใบอนุญาตการใช้น้า ตามพระราชบัญญัตินีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าวมีผลบังคับ และ
เม่ือได้ยื่นค้าขอรับใบอนุญาตภายในก้าหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ใช้น้าต่อไปได้จนกว่าอธิบดีกรมชลประทาน
อธิบดกี รมทรพั ยากรน้า หรอื อธิบดกี รมทรพั ยากรน้าบาดาล แล้วแตก่ รณี จะมคี า้ สั่งไมอ่ นุญาต
ความคืบหน้า ร่างกฎกระทรวงและประกาศ ตามพระราชพระราชบัญญัติทรัพยากรน้า พ.ศ. 2561
หมวด 4 การจดั สรรน้าและการใชน้ า้ จา้ นวน 5 ฉบับ
การด้าเนนิ งานของ สา้ นกั งานทรัพยากรนา้ แหง่ ชาติ
ส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติ ได้ว่าจ้างศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษา
“โครงการจัดท้าหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการคิดค่าน้าและจัดท้ากฎหมายล้าดับรองตามกฎหมายว่าด้วย
ทรพั ยากรน้า (หมวด 4 การจัดสรรนา้ และการใชน้ า้ )” โดยมรี ะยะเวลาดา้ เนินงาน 270 วนั ด้าเนนิ การแลว้ เสร็จใน
เดอื นมนี าคม 2563 การศกึ ษาโครงการฯ มวี ัตถุประสงค์ ดงั นี
1) เสนอแนะหลกั เกณฑ์และแนวทางการกา้ หนดจัดลา้ ดับความส้าคญั ของการจัดสรรนา้
2) ศึกษาหลกั เกณฑ์และกรอบกา้ หนด อัตราค่าใช้น้า
3) ศึกษาหลกั เกณฑ์ วธิ กี ารและเงื่อนไขการ เรียกเกบ็ การลดหย่อน หรอื การยกเวน้ ค่าใชน้ า้
4) เสนอแนะรูปแบบ วธิ กี ารตรวจวัด หรอื ประเมนิ ปรมิ าณน้าท่ใี ช้
5) ศึกษา ออกแบบและพัฒนาระบบจัดเก็บและ สืบค้นข้อมูลการใช้น้า ประเภทท่ี 1 ประเภทท่ี 2 และ
ประเภทท่ี 3
6) ยกร่างกฎหมายล้าดับรอง ในหมวดที่ 4 การจัดสรรน้าและการใช้น้า ของ พระราชบัญญัติทรัพยากร
น้าและท่เี ก่ียวขอ้ ง ในส่วนของ สทนช.
9
ที่ปรึกษาได้จัดท้าร่างกฎหมายล้าดับรอง ในความรับผิดชอบของ ส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติ
(สทนช.) จ้านวน 5 ฉบับ ประกอบด้วย
1) ร่างประกาศคณะกรรมการทรัพยากรน้าแหง่ ชาติ เรอื่ ง การจดั ลา้ ดบั ความส้าคัญในการจัดสรรน้าของ
ประเทศ พ.ศ. .... โดยคณะกรรมการทรัพยากรน้าแหง่ ชาติ (กนช.) เปน็ ผูม้ ีอ้านาจออก
2) ร่างกฎกระทรวงก้าหนดลักษณะหรือรายละเอียดการใช้น้า พ.ศ. .... โดยนายก รัฐมนตรีเป็นผู้มี
อ้านาจออก
3) ร่างประกาศคณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขจัดท้าข้อมูล
การใช้น้าประเภทที่หนึ่ง และการจัดส่งข้อมูลต่อส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติ พ.ศ. .... โดย กนช. เป็นผู้มีอ้านาจ
ออก
4) ร่างกฎกระทรวงก้าหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สอง และค่าธรรมเนียม
ใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สาม พ.ศ. ....โดยอ้างมาตรา 5 วรรคสอง ประกอบการยกเว้นค่าธรรมเนียม โดย
นายกรัฐมนตรี เป็นผมู้ ีอา้ นาจออก
5) ร่างกฎกระทรวงก้าหนดหลักเกณฑ์การก้าหนดอัตราค่าใชน้ ้าสา้ หรับการใช้นา้ ประเภททสี่ อง และการ
ใช้น้าประเภทท่ีสาม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเรียกเก็บ ลดหย่อน หรือยกเว้นค่าใช้น้า พ.ศ. ....
โดยนายกรัฐมนตรี เปน็ ผมู้ ีอ้านาจออก
การด้าเนินงานของ กรมทรัพยากรนา้
ปัจจุบนั กรมทรัพยากรน้า อยรู่ ะหวา่ งการจัดท้ากฎหมายล้าดับรองท่ีอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มและกรมทรัพยากรน้า จา้ นวน 4 ฉบบั ประกอบดว้ ย
1) ร่างกฎกระทรวงก้าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต
อายุใบอนุญาต การขอต่อใบอนุญาต การโอนใบอนญุ าต และการอนุญาต รวมทังการขอ และการออกใบแทนการ
อนุญาตการใช้น้าประเภทที่สอง และประเภทท่ีสาม พ.ศ. .... โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ร่วมกบั รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม เปน็ ผมู้ ีอ้านาจออก
2) รา่ งประกาศกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้า กรมทรพั ยากรนา้ บาดาล (แล้วแตก่ รณ)ี เร่อื ง แบบคา้
ขอรับใบอนุญาตการใช้น้าและแผนการบริหารจัดการน้าส้าหรับการใช้น้าประเภทท่ีสอง และการใช้น้าประเภทท่ี
สาม พ.ศ. .... โดยอธบิ ดกี รมชลประทาน กรมทรพั ยากรน้า กรมทรพั ยากรนา้ บาดาล (แล้วแต่กรณ)ี เป็นผู้มอี า้ นาจ
ออก
3) ร่างกฎกระทรวงก้าหนดอัตราค่าใช้น้าประเภทที่สอง และประเภทที่สาม พ.ศ. ....
โดยรฐั มนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม เปน็ ผู้มีอ้านาจออก
4) รา่ งประกาศกรมทรัพยากรน้า ก้าหนดหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการในการติดตังเครื่องมือวัดหรือปริมาณน้า
ทใ่ี ช้และการเก็บข้อมลู ทีจ่ า้ เปน็ เพื่อการตรวจสอบและควบคุมการใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะของผู้รบั ใบอนุญาตการ
ใช้นา้ ประเภทที่สอง และประเภททีส่ าม พ.ศ. .... โดยอธบิ ดีกรมทรัพยากรนา้ เปน็ ผ้มู ีอา้ นาจออก
10
โดยในปีงบประมาณ 2563 กรมทรัพยากรน้า ด้าเนินการว่าจ้างส้านักศูนย์วิจัยและให้ค้าปรึกษาแห่ง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้าเนินงาน “โครงการศึกษาและยกร่างอนุบัญญัติที่ออกตามพระราชบัญญัติ
ทรพั ยากรน้า พ.ศ. 2561 ในสว่ นทีอ่ ยู่ในหน้าทีแ่ ละอา้ นาจ และภารกจิ ของกรมทรัพยากรนา้
(หมวด 4 การจัดสรรนา้ และการใชน้ า้ )” ตามสัญญาเลขที่ ทส 0601/44/2563 ลงวันท่ี 31 สิงหาคม 2563
เริม่ ด้าเนนิ งาน วนั ท่ี 1 กนั ยายน 2563 สินสุดสญั ญาวันท่ี 28 เมษายน 2567 โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ ดังนี
1) เพ่ือยกร่างกฎกระทรวงก้าหนด หลักเกณฑ์ วิธีการและเง่ือนไข ในการขอรับใบอนุญาต
การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การขอต่อใบอนุญาต การโอนใบอนุญาต และการอนุญาต รวมทังการขอ และ
การออกใบแทนการอนุญาต การใช้น้าประเภทที่สองและประเภทที่สาม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา 45
ของพระราชบญั ญตั ทิ รพั ยากรน้า พ.ศ.2561
2) เพ่ือยกร่างประกาศกรมทรัพยากรน้า เร่ืองแบบค้าขอรับใบอนุญาตการใช้น้าและแผนการบริหาร
จั ด ก า ร น้ า ส้ า ห รั บ ก า ร ใ ช้ น้ า ป ร ะ เ ภ ท ท่ี ส อ ง แ ล ะ ก า ร ใ ช้ น้ า ป ร ะ เ ภ ท ท่ี ส า ม ต า ม ม า ต ร า 4 7
ของพระราชบัญญตั ิทรัพยากรนา้ พ.ศ.2561
3 ) เ พ่ื อ ย ก ร่ า ง ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง ก้ า ห น ด อั ต ร า ค่ า ใ ช้น้ า ป ระ เ ภ ท ที่ สอ ง แ ล ะ ป ร ะ เ ภ ท ที่สาม
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้มีอ้านาจออก ตามมาตรา 50
ของพระราชบญั ญตั ทิ รพั ยากรน้า พ.ศ.2561
4) เพ่ือยกร่างประกาศกรมทรัพยากรน้า เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการติดตังเคร่ืองมือวัดหรือ
ประเมินปริมาณน้าที่ใช้ และการเก็บข้อมูลท่ีจ้าเป็นเพ่ือการตรวจสอบและควบคุมการใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะ
ของผู้รับใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สองและประเภทที่สาม ตามมาตรา 51 ของพระราชบัญญัติทรัพยากรน้า
พ.ศ. 2561
5) เพ่ือยกร่างประกาศกระทรวงแต่งตังพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามหมวด 4 การจัดสรรน้าและการใช้น้า
รวมทังศึกษาวิเคราะห์ขันตอนกระบวนงานและแนวปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายของพนักงานเจ้าหน้าท่ี ภายใต้
พระราชบัญญัติทรัพยากรนา้ หมวด 4 การจดั สรรนา้ และการใชน้ ้า
6) เพ่ือรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วม ของประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรภาคประชาชน
ในพืนท่ีลุ่มน้า คณะกรรมการลุ่มน้า องค์กรผู้ใช้น้า เจ้าหน้าท่ีของรัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ท่ีเก่ียวข้อง อันเป็นการ
ปอ้ งกนั และลดความขดั แยง้ จากการบงั คับใช้อนบุ ัญญตั ิ (กฎหมายล้าดับรอง) ในอนาคต
7) เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับบุคลากรท่ีมีบทบาท หน้าท่ีการท้างานรองรับภารกิจภายใต้
พระราชบัญญัติทรพั ยากรน้า พ.ศ.2561
11
ผลการด้าเนนิ งานถึงปัจจุบัน สรุปได้ ดังนี
1) ส่งมอบรายงานการเรม่ิ งาน เมอื่ วันที่ 30 กนั ยายน 2563
2) จัดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาและยกร่างอนุบัญญัติที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติ
ทรัพยากรน้า พ.ศ... ในส่วนที่อยู่ในหน้าท่ีและอ้านาจ และภารกิจของกรมทรัพยากรน้า (หมวด 4 การจัดสรรน้าและ
การใช้น้า) เมื่อวันพฤหัสบดีท่ี 29 ตุลาคม 2563 เวลา 08.30 – 13.00 น. ณ ห้องภาณุรังษี โรงแรมรอยัลริเวอร์
กรงุ เทพมหานคร มผี เู้ ข้ารว่ มประชมุ ประมาณ 200 คน
3) ส่งมอบรายงานความก้าวหน้า ครังที่ 1 เม่ือวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 โดยมีการประชุม
คณะกรรมการก้ากับวชิ าการฯ เพ่อื พจิ ารณารายงานดังกล่าว เม่อื วันท่ี 21 ธันวาคม 2563 เวลา 13.30 – 17.00 น.
ณ ห้องประชมุ สายชล กรมทรพั ยากรนา้
ในการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาและยกร่างอนุบัญญัติที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้า
พ.ศ.2561 (หมวด 4 การจัดสรรน้าและการใช้น้า) เม่ือวันพฤหัสบดีท่ี 29 ตุลาคม 2563 ณ ห้องภาณุรังษี โรงแรม
รอยัลริเวอร์ กรงุ เทพมหานครนัน ผูช้ ว่ ยผวู้ ่าการผลติ ไฟฟ้าพลังงานหมนุ เวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
(นายประเสริฐ อินทับ) พร้อมด้วย หัวหน้ากองจัดการทรัพยากรน้า (กจน-ฟ.) ได้เข้าร่วมการประชุมปฐมนิเทศ
โครงการฯ และให้ข้อมูลการผลิตไฟฟ้าพลังน้าจากเขื่อนขนาดใหญ่ซ่ึงเป็นเข่ือนอเนกประสงค์ เป็นการใช้น้าเพ่ือ
สาธารณะประโยชน์ของประเทศ ระบายน้าตามแผนความต้องการน้าเพ่ือการชลประทาน การอุปโภค-บริโภค รักษา
ระบบนิเวศ ป้องกันบรรเทาอุทกภัย และเกษตรกรรม โดยการผลิตไฟฟ้าพลังน้าเป็นผลพลอยได้จากการระบายน้า
อีกทัง กฟผ. มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนก่อสร้าง ค่าบ้ารุงรักษาเข่ือน อ่างเก็บน้า อุปกรณ์ประตูระบายน้า ค่าท่ีดิน
ค่าเวณคืน ค่าจัดสรรพืนที่ท้ากินให้ราษฎรอพยพ ค่าใช้จ่ายในการดูแลพืนที่ที่ขอใช้จากหน่วยงานของรัฐ
ค่าบ้ารุงรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าต้นน้า การสร้างฝาย ปลูกป่า ป้องกันไฟป่า และการขุดลอกตะกอน เป็นต้น
โดยไม่ได้น้าค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาเป็นต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า แต่พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังน้าสามารถทดแทนการ
ผลิตไฟฟ้าจากเชือเพลิงชนิดอ่ืนและน้ามาลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ซึ่งเป็นค่าไฟฟ้าที่ปรับเปล่ียนเพ่ิมขึนหรอื ลดลงตาม
การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านเชือเพลิงและค่าซือไฟฟ้า ส่งผลให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าท่ีถูกลง ดังนันหาก
ต้องมีอัตราค่าน้าส้าหรับอ่างเก็บน้าขนาดใหญ่ อาจจะส่งผลกระทบต่อราคาค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องแบกรับเพ่ิมขึน
เพอ่ื เปน็ ข้อมลู ใหท้ ี่ปรึกษาใชป้ ระกอบการพิจารณาต่อไป
12
การรวบรวมขอ้ มลู การผลติ ไฟฟ้าพลงั นา้ และการใชน้ ้าในกระบวนการผลติ ไฟฟา้ ของก
การไฟฟา้ ฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย (กฟผ.)
13
14
15
16
17
18