พระราชบญญัตัิ 1 พระราชบญญัตัิ ควบคมอาคารุ พ.ศ. 2522 ภมูพลอดิุลยเดช ป.ร. ใหไว้ ้ณ วนทั่ี8 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 เป็นปีท่ี34 ในรชกาลป ัจจัุบนั พระบาทสมเดจพระปรม ็นทรมหาภิมูพลอดิุลยเดช มพระบรมราชโองการโปรดเกล ีาฯ้ ใหประกาศว ้า่ โดยทเป่ี ็นการสมควรปรบปร ัุงกฎหมายว่าดวยการควบคุ้มการก่อสรางอาคาร้และกฎหมายว่าดวยการควบคุ้มการ ก่อสรางในเขตเพล ้ งไหม ิ ้และรวมเป็นกฎหมายฉบบเดัยวกีนั จงทรงพระกรึ ณาโปรดเกลุาฯ้ ใหตราพระราชบ้ญญัตัขินไว ้ึ โดยค ้าแนะนํ ําและยนยอมของสภานิ ิตบิญญัตัแหิ ่งชาติทาํ หน้าทร่ีฐสภาัดงตั ่อไปน้ี มาตรา1 พระราชบญญัตันิ้ีเรยกวีา่ “พระราชบญญัตัควบคิุมอาคาร พ.ศ. 2522” มาตรา2 พระราชบญญัตันิ้ีใหใช้บ้งคับตังแตั้่วนถัดจากวั นประกาศในราชก ัจจานิุเบกษา และจะใชบ้งคั บในท ัองท้่ี ใด มบรีเวณเพิ ยงใด ี ใหตราเป ้ ็นพระราชกฤษฎกาี 1 สาหรํบเขตทัองท้ท่ีได่ีม้ การประกาศให ี ใช้บ้งคับผังเมัองรวมตามกฎหมายวืาด่วยการผ้งเมัองหรือเขตทืองท้ท่ีได่ีเคยม้ ี การประกาศดงกลัาว่ ใหใช้พระราชบ้ญญัตันิ้ีบงคับตามเขตของผังเมัองรวมนื นโดยไม ั้ต่ องตราเป ้ ็นพระราชกฤษฎกาี สาหรํบอาคารสังู อาคารขนาดใหญ่พเศษิอาคารชุมนุมคน และโรงมหรสพ ให้ใชบทบ้ญญัตัแหิ ่งพระราชบญญัตันิ้ี บงคั บไม ัว่าท่องท้ท่ีอาคารน่ีนตั้งอยั้ จะได ู่ม้พระราชกฤษฎี กาให ี ใช้บ้งคับพระราชบัญญัตันิ้ีหรอไม ืก่ตาม็ มาตรา3 ใหยกเล้กิ (1) พระราชบญญัตัควบคิุมการก่อสรางอาคาร้พทธศุกราชั 2479 (2) พระราชบญญัตัควบคิุมการก่อสรางอาคาร้ (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2504 (3) ประกาศของคณะปฏวิตัิฉบบทั่ี192 ลงวนทั่ี31 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 (4) พระราชบญญัตัควบคิุมการก่อสรางในเขตเพล ้ งไหม ิ ้พทธศุกราชั 2476 (5) พระราชบญญัตัควบคิุมการก่อสรางในเขตเพล ้ งไหม ิ ้(ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2496 มาตรา4 ในพระราชบญญัตันิ้ี “อาคาร” หมายความว่า ตกึบาน้เรอนื โรง ราน้แพ คลงสันคิา้สานํ ักงาน และสงทิ่สร่ีางข้นอย้ึ ่างอ่นืซ่งบึุคคลอาจ เขาอย้หรู่อเขื าใช ้ สอยได ้ ้และหมายความรวมถงึ (1) อฒจันทรัหร์อสืงทิ่สร่ีางข้นอย้ึางอ่่นเพื อใช ่ื เป้ ็นทช่ีุมนุมของประชาชน (2) เขอน่ืสะพาน อุโมงค์ทางหรอทื ่อระบายน้ํา อู่เรอืคานเรอืท่าน้ํา ท่าจอดเรอืรวั้กําแพง หรอประต ืูท่ี สรางข้นต้ึดติ ่อหรอใกล ืเค้ยงกีบทัสาธารณะหร่ีอสืงทิ่สร่ีางข้ นให ้ึบุ้คคลทวไปใช ั่สอย้ (3) ป้ ายหรอสืงทิ่สร่ีางข้นส้ึาหรํบตัดหริอตื งปั้ ้ าย (ก) ทต่ีดหริอตื งไว ั้เหน้ ือทสาธารณะและม่ีขนาดเกีนหนิ่ึงตารางเมตร หรอมืนี้ําหนักรวมทงโครงสร ั้าง้ เกนสิบกิ โลกร ิมั (ข) ท่ตีิดหรอตื งไว ั้ ในระยะห ้ ่างจากท่สาธารณะซี่งเมึ ่อวื ดในทางราบแล ั ้วระยะห่างจากท่สาธารณะมี ี น้อยกวาความส่ งของปู้ ายนนเมั้อว่ืดจากพันด้ืนิและมขนาดหรีอมืนี้ําหนกเกันกวิาท่ก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ 1 มาตรา 2 วรรคสองและวรรคสาม บญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 4 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ.2543
2 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ (4) พ้นทื่หรีอสืงทิ่ ่สรีางข้นเพ้ึ ่อใช ื ้เป็นท่จอดรถีท่กลีบรถัและทางเขาออกของรถส้ ําหรบอาคารทั่กีําหนด ตามมาตรา 8(9) (5) สงทิ่สร่ีางข้นอย้ึางอ่่นตามทืก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ ทงนั้ ้ีใหหมายความรวมถ้งสึวนต่ ่าง ๆ ของอาคารดวย้ 2 “อาคารสงู” หมายความวา่อาคารทบ่ีุคคลอาจเขาอย้หรู่อเขื าใช ้ สอยได ้ท้ม่ีความสีงตูงแตั้่ยส่ีบสามเมตรขิ นไป ้ึการวดั ความสูงของอาคารให้วดจากระดับพั้นดืนทิ่กี่อสรางถ้งพึ ้นดาดฟ ื ้ า สําหรบอาคารทรงจัวหรั่อปื นหยาให ั้้วดจากระดับพั้นดืนทิ่ี ก่อสรางถ้งยอดผนึงของชันสั้งสูดุ 2 “อาคารขนาดใหญ่พเศษิ ” หมายความวา่อาคารทก่ี่อสรางข้นเพ้ึ อใช ่ืพ้นท้ือาคารหร่ีอสื วนใดของอาคารเป ่ ็นทอย่ีอาศู่ยั หรอประกอบก ื จการประเภทเด ิยวหรี อหลายประเภท ื โดยมพีนท้ืรวมก่ีนทัุกชนในหล ั้งเดัยวกีนตังแตั้่หน่ึงหมนตารางเมตรข่ื นไป ้ึ 2 “อาคารชุมนุมคน” หมายความถงึอาคารหรอสื วนใดของอาคารท ่บ่ีุคคลอาจเขาไปภายในเพ ้ อประโยชน ่ื ์ในการชุมนุม คนทม่ีพีนท้ืต่ีงแตั้่หน่ึงพนตารางเมตรขั นไป ้ึหรอชืุมนุมคนไดต้งแตั้่หาร้อยคนข้ นไป ้ึ 2 “โรงมหรสพ” หมายความวา่อาคารหรอสื วนใดของอาคารท ่ ใช่ี เป้ ็นสถานทส่ีาหรํบฉายภาพยนตรั ์แสดงละคร แสดง ดนตรีหรือการแสดงร่ืนเริงอ่ืนใด และมีวตถัุประสงค์เพ่ือเปิดให้สาธารณชนเข้าชมการแสดงนันเป้็นปกติธุระ โดยจะมี คาตอบแทนหร่ อไม ืก่ตาม็ “ทสาธารณะี่ ” หมายความว่า ท่ซี่งเปึ ิดหรอยื นยอมให ิ ้ประชาชนเขาไปหร ้ อใช ื เป้ ็นทางสญจรได ั ้ทงนั้ ้ีไม่ว่าจะมการี เรยกเกีบค็าตอบแทนหร่ อไม ื ่ “แผนผงบรัเวณิ ” หมายความวา่แผนทแสดงล่ีกษณะัทต่ีงั้และขอบเขตของทด่ีนิและอาคารทก่ี่อสราง้ดดแปลง ัรอ้ื ถอน เคล่อนยื ้าย ใช้หรอเปล ื่ยนการใช ี ้รวมทงแสดงลั้กษณะและขอบเขตของทั่สาธารณะและอาคารในบร ีเวณทิ่ดีนทิ่ีติดต่อ โดยสงเขปด ัวย้ “แบบแปลน” หมายความว่า แบบเพ่อประโยชน ื ์ในการก่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืเคล่อนยืาย้ ใชหร้ อเปล ื ยนการใช ่ี ้ อาคาร โดยมรีปแสดงรายละเอูยดสีวนส่าคํญัขนาดเคร่องหมายวืสดัุและการใชสอยต้ ่างๆ ของอาคารอย่างชดเจนพอทั จะใช ่ี ใน้ การดาเนํ ินการได้ “รายการประกอบแบบแปลน” หมายความวา่ขอความช้แจงรายละเอ้ียดเกียวก่ีบคัุณภาพและชนิดของวสดัุตลอดจน วธิปฏีบิตัหริอวืธิการสีาหรํบการกั ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืเคล่อนยืาย้ ใชหร้ อเปล ื ยนการใช ่ีอาคารเพ้ อให ่ื เป้ ็นไปตามแบบแปลน “รายการคานวณํ ” หมายความวา่รายการแสดงวธิการคีานวณกํ ําลงของวัสดัุการรบนั้ําหนัก และกําลงตัานทานของ้ สวนต่ ่างๆ ของอาคาร “ก่อสราง้ ” หมายความวา่สรางอาคารข้ นใหม ้ึท่งหมดั้ ไมว่ าจะเป ่ ็นการสรางข้นแทนของเด้ึมหริ อไม ื ่ “ดดแปลง ั ” หมายความวา่ เปลยนแปลงต่ี ่อเตมิเพมิ่ลด หรอขยายซืงล่ึกษณะขอบเขตัแบบ รปทรงูสดสัวน่น้ําหนกั เน้ือท่ีของโครงสรางของอาคารหร้อสืวนต่ ่างๆ ของอาคารซงได ่ึก้ ่อสรางไว ้แล้ วให ้ผ้ ดไปจากเด ิมิและมใชิ ่การซ่อมแซมหรอการื ดดแปลงท ัก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ “ซ่อมแซม” หมายความวา่ซ่อมหรอเปล ืยนส่ีวนต่ ่างๆ ของอาคารใหคงสภาพเด้มิ “ร้อถอนื ” หมายความว่า รอส้ื ่วนอนเป ั ็นโครงสรางของอาคารออกไป ้เช่น เสา คาน ตง หรอสื ่วนอ่นของโครงสร ืาง้ ตามทก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ “เขตเพลงไหม ิ ”้หมายความวา่บรเวณทิเก่ีดเพลิ งไหม ิอาคารต้งแตั้่สามสบหลิงคาเรัอนขื นไป ้ึหรอมืเนี้ือทต่ีงแตั้่หน่ึง ไรข่ นไป ้ึรวมทงบรั้เวณทิอย่ีตู่ดติ ่อภายในระยะสามสบเมตริ โดยรอบบรเวณทิเก่ีดเพลิ งไหม ิด้วย้ “ผควบคูุ้มงาน” หมายความวา่ผซู้งร่ึบผั ดชอบในการอ ิ ํานวยการหรอควบคืุมดแลการกู่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืหรอื เคล่อนยืายอาคาร้ 2 บทนิยาม บญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 5 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ.2543
พระราชบญญัตัิ 3 “ผู้ดําเนินการ” หมายความว่า เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซ่ึงกระทําการก่อสร้าง ดัดแปลง ร้ือถอน หรือ เคล่อนยืายอาคารด้วยตนเอง้และหมายความรวมถงผึูซ้่งตกลงรึบกระทั ําการดงกลั ่าวไม่วาจะม่คี่าตอบแทนหรอไม ื ่กตาม็และ ผรู้บจัางช้วง่ 3 “ผูครอบครองอาคาร้ ” หมายความรวมถงึผูจ้ดการของนั ิตบิุคคลอาคารชุดสาหรํบทรัพยัส์วนกลางตามกฎหมายว่ ่า ดวยอาคารชุ้ดดวย้ 3 “ผู้ตรวจสอบ” หมายความว่า ผู้ซ่ึงได้รบใบอน ัุญาตประกอบวชาชิ ีพวศวกรรมควบคิุม หรอผืู้ซ่ึงได้รบใบอน ัุญาต ประกอบวชาชิ พสถาป ีตยกรรมควบคัุมตามกฎหมายวาด่วยการน้นั้แลวแต้ ่กรณีซงได ่ึข้นทะเบ้ึ ยนไว ีตามพระราชบ้ญญัตันิ้ี “นายตรวจ” หมายความวา่ผซู้งเจ่ึาพน้กงานทัองถ้นแติ่่งตงใหั้เป้ ็นนายตรวจ 4 “นายช่าง” หมายความว่า ขาราชการหร้อพนื ักงานของราชการส่วนท้องถนิ่ซ่งเจึาพน้ ักงานท้องถนแติ่่งตงให ั้้เป็น นายชาง่หรอวืศวกรหริ อสถาปน ื ิกซงอธ่ึบดิ กรมโยธาธ ีการและผิงเมัองื 5 แต่งตงใหั้เป้ ็นนายชาง่ “ราชการสวนท่องถ้นิ่ ” หมายความวา่เทศบาล สขาภุบาลิองคการบร์หารสิวนจ่งหวัดักรุงเทพมหานคร เมองพืทยาั และองคการปกครองท ์องถ้นอิ่ ่นทืร่ีฐมนตรั ประกาศก ี าหนดให ํ เป้ ็นราชการสวนท่องถ้นตามพระราชบิ่ญญัตันิ้ี “ขอบ้ญญัตัทิองถ้นิ่ ” หมายความวา่กฎซงออกโดยอาศ ่ึยอั ํานาจนิตบิญญัตัของราชการสิวนท่องถ้นิ่เช่น เทศบญญัตัิ ขอบ้งคับสัขาภุบาลิขอบ้ญญัตัจิงหวัดัขอบ้ญญัตักริงเทพมหานครุหรอขือบ้ญญัตัเมิองพืทยาั เป็นตน้ 4 “เจาพน้กงานทัองถ้นิ่ ” หมายความวา่ (1) นายกเทศมนตรีสาหรํ บในเขตเทศบาล ั (2) นายกองคการบร์หารสิวนจ่งหวัดัสาหรํ บในเขตองค ัการบร์หารสิวนจ่งหวัดั (3) ประธานกรรมการบรหารองคิการบร์หารสิวนต่าบลํสาหรํ บในเขตองค ัการบร์หารสิวนต่าบลํ (4) ผวู้าราชการกร่งเทพมหานครุสาหรํ บในเขตกร ังเทพมหานครุ (5) นายกเมองพืทยาัสาหรํ บในเขตเม ัองพืทยาั (6) ผูบร้หารทิองถ้นขององคิ่ ์การปกครองสวนท่องถ้นอิ่ ่นทื่รีฐมนตรั ประกาศก ี ําหนด สาหรํ บในเขตองค ั ์กร ปกครองสวนท่องถ้นนิ่นั้ “รฐมนตรั ”ีหมายความวา่รฐมนตรัผีรู้กษาการตามพระราชบัญญัตันิ้ี มาตรา5 ใหร้ฐมนตรัวีาการกระทรวงมหาดไทยร ่กษาการตามพระราชบัญญัตันิ้ีและใหม้อีานาจออกกฎกระทรวงํ (1) กาหนดคําธรรมเน่ ียมไมเก่นอิตราทัายพระราชบ้ญญัตันิ้ีหรอยกเวืนค้าธรรมเน่ ียม (2) กําหนดแบบคาขออนํุญาต ใบอนุญาต ใบรบรองั ใบแทน ตลอดจนแบบของคาสํงหรั่อแบบอื่นใดท ื จะใช ่ี ้ ในการปฏบิตัตามพระราชบิญญัตันิ้ี (3) กาหนดกํจการอิ่นเพื อปฏ่ืบิตัการตามพระราชบิญญัตันิ้ี กฎกระทรวงนนั้เมอได ่ื ประกาศในราชก ้จจานิุเบกษาแลว้ ใหใช้บ้งคั บได ั ้ หมวด 1 บททวไป ั่ มาตรา6 พระราชบญญัตันิ้ีไมใช่บ้งคับแกั ่พระทน่ีงหรั่อพระราชวืงั มาตรา7 ให้รฐมนตรั ีมีอํานาจออกกฎกระทรวง ยกเว้น ผ่อนผัน หรือกําหนดเง่ือนไขในการปฏิบัติตาม พระราชบญญัตันิ้ีไมว่าท่งหมดหรั้อบางสืวนเก่ยวก่ีบอาคารัดงตั ่อไปน้ี 3 บทนิยาม บญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 6 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 4 บทนิยาม ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 7 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 5 คาวํ ่า “อธบดิ กรมโยธาธ ีการิ ” ในพระราชบญญัตันิ้ีแกไขเป ้ ็น “อธบดิ กรมโยธาธ ีการและผิงเมัองื ” โดยมาตรา 47 แหง่พระราชกฤษฎกาแกี ไขบทบ ้ญญัตัใหิสอดคล้องก้ บการโอน ั อํานาจหน้าทของส่ี วนราชการให ่ เป้ ็นไปตามพระราชบญญัตัปริ บปร ังกระทรวงุทบวง กรม พ.ศ. 2545 พ.ศ. 2545
4 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ (1) อาคารของกระทรวง ทบวง กรม ทใช่ี ในราชการหร ้ อใช ืเพ้ อสาธารณประโยชน ่ื ์ (2) อาคารของราชการสวนท่องถ้นิ่ทใช่ี ในราชการหร ้ อใช ืเพ้ อสาธารณประโยชน ่ื ์ (3) อาคารขององค์การของรัฐท่ีจัดตั้งข้ึนตามกฎหมาย ท่ีใช้ในกิจการขององค์การหรือใช้เพ่ือ สาธารณประโยชน์ (4) โบราณสถาน วดวาอารามัหรออาคารตื ่างๆ ทใช่ีเพ้่อการศาสนาืซ่งมึกฎหมายควบคีุมการก่อสรางไว ้ ้ แลวโดยเฉพาะ ้ (5) อาคารทท่ีาการขององคํการระหว์ างประเทศ ่หรออาคารทืท่ีาการของหนํ ่วยงานทต่ีงขั้นตามความตกลง้ึ ระหวางร่ ฐบาลไทยก ับรัฐบาลตั ่างประเทศ (6) อาคารทท่ีาการสถานทํตหรูอสถานกงสืลตุ่างประเทศ (7) อาคารชวคราวเพั่ ่อใช ื ประโยชน ้ ์ในการก่อสรางอาคารถาวรหร้ออาคารเพื่อใช ื ประโยชน ้ ์เป็นการชวคราวั่ ทม่ีกีาหนดเวลาการรํอถอน้ื 5.1 (8) อาคารทกระทรวง่ีทบวง กรม ราชการสวนท่องถ้นิ่รฐวัสาหกิจิองคการของร์ฐทัจ่ีดตังขั้นตามกฎหมาย้ึ หรอหนื ่วยงานอ่นของรืฐัจดให ั ้มหรีอพืฒนาเพั่อเป ื ็นท่อยี ู่อาศยสั ําหรบผัู้มรายได ี ้น้อย ทงนั้ ้ีต้องมใชิ ่การยกเวนหร้อผื ่อนผนั เงอนไขเก ่ืยวก่ีบความมันคงแขั่งแรงและความปลอดภ ็ยของอาคารหรั อความปลอดภ ืยของผัซู้งอย่ึอาศู่ยหรั อใช ือาคาร้ 6 มาตรา8 เพ่อประโยชน ื ์แห่งความมนคงแขั่งแรง็ ความปลอดภยั การป้ องกนอัคคัภียัการสาธารณสุข การรกษาั คุณภาพสงแวดลิ่อม้การผงเมัองื การสถาปตยกรรมัและการอํานวยความสะดวกแก่การจราจร ตลอดจนการอ่นทื่จีําเป็นเพ่อื ปฏบิตัตามพระราชบิญญัตันิ้ีใหร้ฐมนตรั โดยค ีาแนะนํ ําของคณะกรรมการควบคุมอาคารมอีานาจออกกฎกระทรวงกําหนดํ (1) ประเภท ลกษณะัแบบ รปทรงูสดสัวน่ขนาด เน้ือท่ีและทต่ีงของอาคารั้ (2) การรบนั้ําหนกัความตานทาน้ความคงทน ตลอดจนลกษณะและคัุณสมบตัของวิสดัุทใช่ี ้ (3) การรบนั้ําหนกัความตานทาน้ความคงทนของอาคาร และพนด้ืนทิรองร่ีบอาคารั (4) แบบและวธิการเกี่ยวกีบการตัดติ งระบบประปา ั้ก๊าซ ไฟฟ้ า เคร่องกลื ความปลอดภยเกั่ยวกีบอัคคัภียั หรอภืยพับิตัอยิางอ่่นื และการป้ องกนอันตรายเมัอม่ืเหตีุชุลมนวุนวายุ่ (5) แบบ และจานวนของหํองน้้ําและหองส้วม้ (6) ระบบการจดการเกั่ยวกีบสภาพแวดลัอมของอาคาร้เช่น ระบบการจดแสงสวั ่าง การระบายอากาศ การ ปรบอากาศั การฟอกอากาศ การระบายน้ํา การบาบํดนั้ําเสยีและการกาจํดขยะมั ลฝอยและสู งปฏ ิ่กิลู (7) ลกษณะัระดบัความสงูเน้ือทของท่ีว่ีางภายนอกอาคาร่หรอแนวอาคารื (8) ระยะหรอระดืบระหวั ่างอาคารกบอาคารหรัอเขตทื่ดีนของผิู้อ่นืหรอระหวื ่างอาคารกบถนนัตรอก ซอย ทางเทา้ทาง หรอทืสาธารณะ่ี (9) พนท้ืหร่ีอสืงทิ่สร่ีางข้นเพ้ึ ่อใช ื เป้ ็นทจอดรถ่ีทกล่ีบรถัและทางเขาออกของรถส้าหรํบอาคารบางชนั ิดหรอื บางประเภท ตลอดจนลกษณะและขนาดของพันท้ืหร่ีอสืงทิ่สร่ีางข้นด้ึงกลัาว่ (10) บรเวณหิามก้ ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืเคล่อนยืาย้ และใชหร้ อเปล ื ยนการใช ่ีอาคารชน้ ิดใดหรอประเภทใด ื (11) หลกเกณฑั ์วธิการและเงี อนไขในการก ่ื ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืเคล่อนยืาย้ ใชหร้ อเปล ื ยนการใช ่ีอาคาร้ (12) หลกเกณฑั ์วธิการีและเงอนไขในการขออน ่ืุญาต การอนุญาต การต่ออายใบอนุ ุญาต การโอนใบอนุญาต การออกใบรบรองั และการออกใบแทนตามพระราชบญญัตันิ้ี (13) หน้าทและความร่ีบผัดชอบของผิออกแบบู้ผควบคูุ้มงาน ผดู้าเนํ ินการ ผครอบครองอาคารู้และเจาของอาคาร้ (14) คุณสมบตัเฉพาะและลิกษณะตัองห้ามของผ้ตรวจสอบู้ตลอดจนหลกเกณฑั ์วธิการและเงี อนไขในการขอ ่ื ขนทะเบ้ึยนและการเพีกถอนการขินทะเบ้ึ ยนเป ี ็นผตรวจสอบู้ (15) หลกเกณฑั ์วิธีการ และเง่ือนไขในการตรวจสอบอาคาร ติดตังและตรวจสอบอุ้ปกรณ์ประกอบ 5.1 มาตรา 7(8) บญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 3 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี4) พ.ศ. 2550 6 มาตรา 8 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 8 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้
พระราชบญญัตัิ 5 ของอาคาร (16) ชนิดหรือประเภทของอาคารท่ีเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารหรือผู้ดําเนินการต้องทําการ ประกนภัยความรับผัดตามกฎหมายติ ่อชวีติรางกาย่และทรพยัส์นของบิุคคลภายนอก 7 กฎกระทรวงตามวรรคหน่ึงจะกําหนดให้เร่องทื่เปี ็นรายละเอยดทางดี ้านเทคนิคเก่ยวกีบการกั ่อสราง้ดดแปลง ัรอ้ื ถอน หรอเคลื่อนยืายอาคาร้ท่มี การเปล ี่ยนแปลงรวดเร ีว็ เป็นไปตามหลกเกณฑั ์ท่รีฐมนตรั โดยค ี ําแนะนําของคณะกรรมการ ควบคุมอาคารประกาศกาหนดในราชก ํจจานิุเบกษากได็ ้ 8 มาตรา 8 ทวิเพ่ือประโยชน์แห่งความปลอดภัยของประชาชน ให้รฐมนตรั โดยค ี ําแนะนําของคณะกรรมการ ควบคุมอาคารมอีํานาจออกกฎกระทรวงกําหนดประเภทหรอลืกษณะของสังทิ่สร่ีางข้นเพ้ึ ่อใช ื ในการขนส ้งบุ่คคลในบรเวณใดใน ิ ลกษณะกระเชั ้าไฟฟ้ าหรอสืงอิ่ ่ืนใดท่ีสร้างข้นโดยม ึ ีวตถัุประสงค์อย่างเดียวกนัหรอออกกฎกระทรวงกื ําหนดประเภทหรอื ลกษณะของสังทิ่สร่ีางข้นเพ้ึ อใช ่ื เป้ ็นเครองเล่ื นในสวนสน ุ่กหรอในสถานท ือ่ี่นใดเพ ื่อประโยชน ื ์ในลกษณะเดัยวกีนั เป็นอาคารตาม พระราชบญญัตันิ้ี กฎกระทรวงตามวรรคหน่ึงต้องกําหนดหลกเกณฑั ์วธิีการ และเง่อนไขในการก ื ่อสร้าง การอนุญาตให้ใช้การ ตรวจสอบ มาตรฐานการรบนั้ําหนกั ความปลอดภยัและคุณสมบตัของวิสดัุหรออืุปกรณ์ทจ่ีาเปํ ็นเกยวเน่ี่ืองกบสังนิ่ัน้ทงนั้ ้ีตาม ความเหมาะสมของสงทิ่สร่ีางข้นแต้ึ ่ละประเภทหรอแตื ่ละลกษณะั โดยอาจกาหนดให ํแตกต้ ่างจากบทบญญัตัของพระราชบิญญัตัิ น้ีได้ 9 มาตรา9 ในกรณีทได่ีม้การออกกฎกระทรวงกี ําหนดเร่องใดตามมาตรา ื 8 แลว้ ใหราชการส้วนท่องถ้นถิ่อปฏ ืบิตัิ ตามกฎกระทรวงนนั้เวนแต้ ่เป็นกรณีตามมาตรา 10 ในกรณีทย่ีงมั ไดิม้การออกกฎกระทรวงกี ําหนดเร่องใดตามมาตรา ื 8 ใหราชการส้วนท่องถ้นมิ่อีํานาจออกขอบ้ญญัตัิ ทองถ้นกิ่าหนดเรํองน่ื นได ั้้ ในกรณีท่ไดีม้การออกขีอบ้ญญัตัทิองถ้นกิ่ําหนดเร่องใดตามวรรคสองแล ืว้ถ้าต่อมามการออกกฎกระทรวงกี ําหนด เรองน่ืนั้ ใหข้อก้าหนดของขํอบ้ญญัตัทิองถ้ นในส ิ่วนท่ข่ีดหรัอแยืงก้ บกฎกระทรวงเป ั ็นอนยกเลักิ และใหข้อก้าหนดของขํอบ้ญญัตัิ ทองถ้ นในส ิ่วนท่ ไม่ีข่ดหรัอแยืงก้บกฎกระทรวงยั งคงใช ับ้งคับตั ่อไปไดจนกว้าจะม่การออกขีอบ้ญญัตัทิองถ้ นใหม ิ่ตามมาตรา่ 10 แต่ตองไม ้เก่นหนิ่ึงปีนบแตั ่วนทักฎกระทรวงน่ี นใช ั้บ้งคับั การยกเลกขิอบ้ญญัตัทิองถ้นตามวรรคสามยิ่ อมไม ่กระทบกระเท่อนตื ่อการดาเนํ ินการทได่ีกระท้ าไปแล ํ วโดยถ ู้กตอง้ ตามขอบ้ญญัตัทิองถ้นนิ่นั้ 9 มาตรา10 ในกรณีท่ไดีม้การออกกฎกระทรวงกี ําหนดเร่องใดตามมาตรา ื 8 แลว้ ใหราชการส้ ่วนทองถ้นมิ่อีํานาจ ออกขอบ้ญญัตัทิองถ้ นในเร ิ่องน่ื นได ั้ ในกรณ ้ ีดงตั ่อไปน้ี (1) เป็นการออกขอบ้ญญัตัทิองถ้นกิ่ําหนดรายละเอยดในเร ี่องนื ันเพ้มเติ่มจากทิ่กีําหนดไวในกฎกระทรวง ้ โดยไมข่ดหรัอแยืงก้บกฎกระทรวงดังกลัาว่ (2) เป็นการออกขอบ้ญญัตัิท้องถิ่นกําหนดเร่องนื ันข้ดหรัอแยืงก้บกฎกระทรวงดังกลั ่าวเน่ืองจากมความี จาเปํ ็นหรอมืเหตีุผลพเศษเฉพาะทิองถ้นิ่ การออกขอบ้ญญัตัทิองถ้นตามิ่ (2) ใหม้ ผลใช ีบ้งคั บได ัเม้่อได ืร้บความเหันชอบจากคณะกรรมการควบค็ุมอาคารและ ไดร้บอนัุมตัจากริฐมนตรั ี คณะกรรมการควบคุมอาคารจะตองพ้ จารณาให ิความเห้นชอบหร็ อไม ื ให่ความเห้ นชอบในข ็อบ้ญญัตัทิองถ้นตามิ่ (2) ใหเสร้ จภายในหกส ็บวินนับแตั ่วนทั ได่ีร้บขัอบ้ญญัตัทิองถ้นนิ่ัน้ถาไม ้ ให่ความเห้นชอบ็ ใหแจ้งเหตุ้ผลใหราชการส้วนท่องถ้นนิ่ัน้ ทราบดวย้ 7 วรรคสองของมาตรา 8 บญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 3 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี5) พ.ศ. 2558 8 มาตรา 8 ทวิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 9 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 9 มาตรา 9 และมาตรา 10 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 3 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้
6 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ ถ้าคณะกรรมการควบคุมอาคารพจารณาขิอบ้ญญัตัทิ ้องถนนิ่ันไม ้่เสรจภายในก ็ ําหนดเวลาตามวรรคสาม ให้ถอวื ่า คณะกรรมการควบคุมอาคารไดให้ความเห้ นชอบในข ็อบ้ญญัตัทิองถ้นนิ่ันแล้ว้ และใหราชการส้วนท่องถ้นเสนอริ่ฐมนตรัเพี่อสืงั่ การต่อไป ถาร้ฐมนตรั ไมีส่ งการภายในสามส ั่บวินนับแตั ่วนทั ได่ีร้บขัอบ้ญญัตัทิองถ้นนิ่นั้ ใหถ้อวืาร่ฐมนตรั ไดีอนุ้มตัตามวรรคสองิ 10มาตรา10 ทวิ ในกรณีท่รีฐมนตรั โดยค ี ําแนะนําของคณะกรรมการควบคุมอาคารเหนว็ ่า ขอบ้ญญัตัทิองถ้ นใดท ิ่ ่ี ออกตามมาตรา 10(1) ขดหรัอแยื ้งกบกฎกระทรวงทั่ีออกตามมาตรา 8 หรอขื ้อบญญั ัติท้องถิ่นท่ีออกตามมาตรา 10(2) มี ขอก้ ําหนดท่กี่อภาระหรอความยืุ่งยากใหแก้ ่ประชาชนเกนความจิ ําเป็น หรอกื ่อใหเก้ดภยินตรายตั ่อสุขภาพ ชวีตริ ่างกาย หรอื ทรพยั ์สนของประชาชน ิ ให้รฐมนตรัมีีอํานาจแจ้งให้ราชการส่วนท้องถิ่นนันด้ําเนินการยกเลิกหรอแกื ้ไขข้อบญญั ัติท้องถิ่น ดงกลัาวเส่ ยใหม ี ได่ ้ ในกรณีตามวรรคหน่ึง ให้ราชการส่วนท้องถนดิ่ําเนินการให้แลวเสร้ จภายในหน ็่ึงรอยย้่สีบวินนั ับแต่วนรับแจังจาก้ รฐมนตรั ีกาหนดวํนดังกลั าวให ่หมายถ้งวึ นในสม ั ยประช ัุมของราชการสวนท่องถ้นนิ่นั้ การยกเลกหริอแกื ไขข ้อบ้ญญัตัทิองถ้นตามวรรคหนิ่ ่ึงย่อมไม่กระทบกระเทอนตื ่อการดําเนินการทได่ีกระท้ ําไปแลว้ โดยถกตูองตามข้อบ้ญญัตัทิองถ้นนิ่นั้ มาตรา11 ขอบ้ญญั ัติท้องถิ่นท่ีออกตามมาตรา 9 หรอมาตราื 10 เม่อประกาศในราชก ื ิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้ บงคั บได ั ้ มาตรา12 กฎกระทรวงทออกตามมาตรา่ี 8 หรอขือบ้ญญัตัทิองถ้นทิ่ออกตามมาตรา่ี 9 หรอมาตราื 10 ถาข้ดหรัอื แยงก้บกฎหมายวัาด่วยการผ้งเมั องให ืบ้งคับตามกฎหมายวัาด่วยการผ้งเมัองื มาตรา13 ในกรณีทสมควรห่ีามการก้ ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืเคล่อนยืาย้ และใชหร้ อเปล ื ยนการใช ่ีอาคารชน้ ิดใด หรอประเภทใดในบร ืเวณหนิ่ึงบรเวณใด ิแต่ยงไม ั ่มีกฎกระทรวง หรอขื ้อบญญั ัติท้องถิ่นกําหนดการตามมาตรา 8(10) ให้ รฐมนตรั โดยค ีาแนะนํ ําของอธบดิ กรมโยธาธ ีการและผิงเมัองหรือเจืาพน้กงานทัองถ้นแลิ่วแต้ ่กรณีมอีํานาจประกาศในราชกจจาิ นุเบกษาหามการก้ ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืเคล่อนยืาย้ และใชหร้ อเปล ื ยนการใช ่ี อาคารในบร ้เวณนิ นเป ั้็นการชวคราวได ั่้และให้ ดาเนํ ินการออกกฎกระทรวงหรอขือบ้ญญัตัทิองถ้ นภายในหน ิ่ ่ึงปีนบแตั ่วนทั ประกาศน่ีนมั้ ผลใช ีบ้งคับั ถ้าไม่มการออกกฎกระทรวงหรีอขือบ้ญญัตัทิ ้องถนภายในก ิ่ําหนดเวลาตามวรรคหน่ึง ให้ประกาศดงกลั ่าวเป็นอนั ยกเลกิ 11มาตรา13 ทวิเพอประโยชน ่ื ์ในการอานวยความสะดวกแกํ ่ประชาชนซงจะต่ึ องปฏ ้บิตัตามพระราชบิญญัตันิ้ี (1) ใหส้วนราชการและหน่ ่วยงานต่างๆ ทม่ีอีํานาจหน้าทตามกฎหมายอ่ี่นแจืงข้อห้าม้ขอจ้ ํากดัหรอขือม้ลู อ่นทื่เกี่ยวขีองก้บการกั ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืหรอเคลื่อนยืายอาคาร้หรอการดื ําเนินการอย่างอ่นตามพระราชบืญญัตันิ้ีให้ ราชการสวนท่องถ้นทิ่เก่ียวข่ีองทราบเพ้อด่ืาเนํ ินการตาม (2) (2) ให้ราชการส่วนท้องถนจิ่ ดให ั ้มเอกสารเผยแพรี ่หลกเกณฑั ์วธิการีและเง่อนไขในการขออน ืุญาตและ การอนุญาตดําเนินการต่าง ๆ ตามพระราชบญญัตันิ้ีตลอดจนขอมู้ลท่ไดี ้รบแจั ้งตาม (1) ไวจ้ําหน่ายหรอให ื ้แก่ประชาชนซ่ึง จะตองปฏ ้บิตัตามพระราชบิญญัตันิ้ี (3) ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งคําเตือนไว้ในใบอนุญาตท่ีได้ออกให้ตามพระราชบัญญัติน้ีว่า ผู้ได้รบั ใบอนุญาตตามพระราชบญญัตันิ้ียงคงมัหนี ้าทต่ีองขออนุ้ญาตเกยวก่ีบอาคารนันตามกฎหมายอั้ ่นในส ืวนท่เก่ียวข่ีองต้ ่อไปดวย้ (4) ราชการสวนท่องถ้นอาจจิ่ ดให ัม้แบบแปลนอาคารต ี ่างๆ ท่ไดีมาตรฐานและถู้กตองตามบทบ้ญญัตัแหิ ่ง พระราชบญญัตันิ้ีกฎกระทรวงและหรอขือบ้ญญัตัทิองถ้นทิ่ออกตามพระราชบ่ีญญัตันิ้ีไวจ้าหนํ ่ายหรอให ืแก้ ่ประชาชนได้ 11มาตรา13 ตรีถาผ้ซู้งจะต่ึ องปฏ ้บิตัตามพระราชบิญญัตันิ้ีมขีอสงส้ยเกัยวก่ีบั 10 มาตรา 10 ทวิบญญัตัเพิ มโดย ิ่มาตรา 4 แหง่พระราชบญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 11 มาตรา 13 ทวิและมาตรา 13 ตรีบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 5 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535
พระราชบญญัตัิ 7 (1) การกําหนดระยะหรอระดืบระหวัางอาคารก่บอาคารัหรอเขตทืด่ีนของผิอู้่นืหรอระหวืางอาคารก่บถนนั ตรอก ซอย ทางเทา้หรอทืสาธารณะ่ีหรอื (2) การกําหนดบรเวณหิามก้ ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืเคล่อนยืาย้ และใชหร้ อเปล ื ยนการใช ่ีอาคารชน้ ิดใด หรอประเภทใด ื ผนู้นมั้สีทธิหาริ อไปย ืงเจัาพน้กงานทัองถ้ นได ิ่ โดยท ้ าเปํ ็นหนงสัอื และใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นตอบขิ่อหาร้อนื ันภายใน ้ สามสบวินนับแตั ่วนทั ได่ีร้บหนังสัอืแต่ถาเจ้าพน้กงานทัองถ้นเหิ่นว็าม่ความจี าเปํ ็นตองขอค้ าปร ํกษาจากคณะกรรมการควบคึุม อาคารเสยกี ่อนหรอมืเหตีุจาเปํ ็นอ่นใด ืกให็ขยายก้าหนดเวลาดํงกลั าวออกไปได ่อ้ กไม ีเก่นสองคราวิ คราวละไมเก่นสามสิบวินั ในกรณีท่ผีู้หารอตามวรรคหนื่ึงได้ดําเนินการก่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืหรอเคลื่อนยื ายอาคารโดยถ ้ อปฏ ืบิตัตามิ คําตอบขอหาร้อของเจืาพน้ ักงานทองถ้นิ่ถ้าต่อมาปรากฏว่าเจาพน้ ักงานทองถ้ นได ิ่ตอบข้อหาร้ อไปโดยผ ื ดพลาดเป ิ ็นเหตุใหผู้้ หารอได ืด้ ําเนินการดงกลั ่าวไปโดยไม่ถูกต้องตามบทบญญัตัแหิ ่งพระราชบญญัตันิ้ีกฎกระทรวงหรอขือบ้ญญัตัทิ ้องถนทิ่ ่ออกี ตามพระราชบญญัตันิ้ีหรอกฎหมายอื่นทืเก่ียวข่ีอง้ผนู้ นไม ั้ต่องร้ บโทษ ั หมวด 2 คณะกรรมการควบคมอาคารุ มาตรา14 ใหม้คณะกรรมการควบคีุมอาคาร ประกอบดวยอธ้บดิ กรมโยธาธ ีการและผิงเมั องเป ื ็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมทางหลวง ผู้แทนกรมอยการั ผแทนสู้านํกผังเมัองืผแทนสู้านํกงานคณะกรรมการสังแวดลิ่อมแห้ ่งชาติผแทนกรูุ้งเทพมหานคร ผแทนคณะกรรมการควบคูุ้ม การประกอบวชาชิ ีพวิศวกรรม และผู้แทนคณะกรรมการควบคุมการประกอบวชาชิ ีพสถาปตยกรรมัแห่งละหน่ึงคน และ ผทรงคูุ้ณวฒุอิกไม ีเก่นสิคน่ีซงร่ึฐมนตรัแตี ่งตงเปั้็นกรรมการและใหห้วหนั ้าสานํกงานคณะกรรมการควบคัุมอาคารเป็นกรรมการ และเลขานุการ มาตรา15 กรรมการซงร่ึฐมนตรัแตี ่งตงมั้วาระอยี ในต ู่าแหนํ ่งคราวละสามปี ในกรณีมการแตี ่งตงกรรมการในระหว ั้างท่กรรมการซ่ีงแต่ึ ่งตงไว ั้แล้วย้งมัวาระอยี ในต ู่าแหนํ ่ง ไมว่ าจะเป ่ ็นการแต่งตงั้ เพมขิ่นหร้ึอแตื ่งตงซั้่อม ใหผ้ไดู้ร้บแตั ่งตงนั้นอยั้ ในต ู่าแหนํ ่งเทาก่บวาระทัเหล่ีออยืของกรรมการซู่งได ่ึแต้ ่งตงไว ั้แล้วน้นั้ กรรมการซงพ่ึนจากต้าแหนํ ่งอาจไดร้บแตั ่งตงอั้ กได ี ้แต่ตองไม ้เก่นสองคราวติดติ ่อกนั มาตรา16 นอกจากการพนจากต้าแหนํ ่งตามวาระตามมาตรา 15 กรรมการซงร่ึฐมนตรัแตี ่งตงพั้นจากต้าแหนํ ่ง เมอ่ื (1) ตาย (2) ลาออก (3) รฐมนตรั ใหีออก้ (4) เป็นบุคคลลมละลาย้ (5) เป็นคนไรความสามารถหร้อคนเสมื อนไร ืความสามารถ้ (6) ไดร้บโทษจ ั ําคุกโดยคาพํพากษาถิงทึส่ีดหรุอคื ําสงทั่ชอบด่ี วยกฎหมายให ้จ้าคํุก เวนแต้ ่เป็นโทษสาหรํบั ความผดทิกระท่ี าโดยประมาทหร ํอความผืดลหิุโทษ มาตรา17 การประชุมของคณะกรรมการควบคุมอาคาร ตองม้ กรรมการมาประช ีุมไม่น้อยกว่าก่งหนึ ่ึงของจํานวน กรรมการทงหมดั้จงเปึ ็นองคประช ์ุม ถ้าประธานกรรมการไม่อย่หรูอไม ื ่สามารถปฏบิตัหนิ ้าทได่ี ้ใหกรรมการท้่มาประช ีุมเลอกื กรรมการคนหน่ึงเป็นประธานในทประช่ีุม การวนิิจฉยชัขาดของท้ี ประช่ีุมใหถ้อเสืยงขีางมาก้ กรรมการคนหน่ึงใหม้เสียงหนี่ึงในการลงคะแนน ถาคะแนนเส้ยงเที ่ากนั ใหประธานในท ้ ประช่ีุมออกเสยงเพีมขิ่นอ้ึกี เสยงหนี่ึงเป็นเสยงชีขาด้ี
8 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ 12มาตรา18 ใหคณะกรรมการควบคุ้มอาคารมอีานาจหนํ ้าท่ีดงตั ่อไปน้ี (1) ใหค้าแนะนํ ําแก่รฐมนตรั ในการด ีาเนํ ินการตามมาตรา 8 หรอมาตราื 10 ทวิ (2) ใหความเห้ นชอบในการออกข ็อบ้ญญัตัทิองถ้นตามมาตราิ่ 10(2) 13 (3) ใหค้าปร ํกษาแนะนึ ําแก่เจาพน้กงานทัองถ้นหริ่อสื วนราชการในการปฏ ่บิตัการตามพระราชบิญญัตันิ้ี 13 (4) กํากับดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและผู้ซ่ึงมีหน้าท่ีปฏิบัติการตาม พระราชบญญัตันิ้ี 14 (5) รบขันทะเบ้ึยนและเพีกถอนการขินทะเบ้ึ ยนเป ี ็นผตรวจสอบู้ 14 (6) ปฏบิตัการอิ่นตามทืบ่ีญญัตัไวิ ในพระราชบ ้ญญัตันิ้ี มาตรา19 คณะกรรมการควบคุมอาคารอาจตงคณะอนัุ้กรรมการเพ่อพืจารณาหริ อปฏ ืบิตัการอยิ ่างหน่ึงอย่างใด ตามทคณะกรรมการควบค่ีุมอาคารมอบหมายได้ ใหน้ ํามาตรา 17 มาใชบ้งคับแกั ่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม 15มาตรา20 ใหจ้ดตังสั้านํกงานคณะกรรมการควบคัุมอาคารขนในกรมโยธาธ ้ึการและผิงเมัองื 16 มหนี ้าทด่ีงนั้ี (1) ปฏบิตังานธิุรการและงานวชาการให ิแก้ ่คณะกรรมการควบคุมอาคาร (2) ปฏบิตังานธิุรการ ตรวจสอบขอเท้จจร็งิและเสนอความเหนแก็ ่คณะกรรมการพจารณาอิุทธรณ์ (3) ประสานงานและใหความช้ ่วยเหลอแกื ่ราชการสวนท่องถ้นิ่สวนราชการ่หน่วยงานของรฐั ในการปฏบิตัิ หน้าทตามพระราชบ่ีญญัตันิ้ีตลอดจนใหค้าแนะนํ ําแก่ภาคเอกชน (4) ปฏบิตังานตามทิคณะกรรมการควบค่ีุมอาคารมอบหมาย หมวด 3 การก่อสร้าง ดดแปลง ัรือถอน้เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร 17มาตรา21 ผใดจะกู้ ่อสราง้ดดแปลง ัหรอเคลื่อนยืายอาคารต้ องได ้ร้บใบอน ัุญาตจากเจาพน้ ักงานทองถ้นิ่หรอแจืง้ ต่อเจาพน้กงานทัองถ้นและดิ่าเนํ ินการตามมาตรา 39 ทวิ 18มาตรา21 ทวิการก่อสราง้ดดแปลง ัหรอเคลื่อนยื ้ายอาคารชนิดหรอประเภทท ื่ีกฎกระทรวงกําหนดให้มการี ตรวจสอบงานออกแบบและคานวณสํวนต่ ่างๆ ของโครงสรางอาคาร้ผขอรู้ บใบอน ัุญาตหรอผืแจู้งตามมาตรา้ 39 ทวิตองจ้ ดให ัม้ ี การตรวจสอบงานออกแบบและคานวณดํงกลัาวตามหล่กเกณฑั ์วธิการีและเงอนไขท ่ืก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ 17มาตรา22 ผใดจะรู้อถอนอาคารด้ืงตั ่อไปน้ีตองได ้ร้บใบอน ัุญาตจากเจาพน้ ักงานทองถ้นิ่หรอแจืงต้ ่อเจาพน้ ักงาน ทองถ้นและดิ่าเนํ ินการตามมาตรา 39 ทวิ (1) อาคารทม่ีสีวนส่งเกูนสิบหิาเมตรซ้งอย่ึหู่างจากอาคารอ่่นหรือทืสาธารณะน่ี ้อยกวาความส่งของอาคารู (2) อาคารทอย่ีหู่างจากอาคารอ่่นหรือทืสาธารณะน่ี ้อยกวาสองเมตร่ 19มาตรา23 12 มาตรา 18 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 6 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 13 มาตรา 18(3) และ (4) ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 10 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 14 มาตรา 18(5) และ (6) บญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 11 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 15 มาตรา 20 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 12 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 16 คําว่า “กรมโยธาธการิ ” ในพระราชบญญัตันิ้ีแก้ไขเป็น “กรมโยธาธการและผิงเมัองื ” โดยมาตรา 47 แห่ง พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบญญั ัตใหิสอดคล้ ้องกบการโอนอ ั ํานาจ หน้าทของส่ี วนราชการให ่ เป้ ็นไปตามพระราชบญญัตัปริ บปร ังกระทรวงุทบวง กรม พ.ศ. 2545 พ.ศ. 2545 17 มาตรา 21 และมาตรา 22 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 7 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 18 มาตรา 21 ทวิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 13 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 19 มาตรา 23 และมาตรา 24 ถูกยกเลกโดย ิมาตรา 8 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535
พระราชบญญัตัิ 9 19มาตรา24 20มาตรา25 ในกรณีทเป่ี ็นการย่นคืาขอรํ บใบอน ัุญาต ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นตรวจพิ่ จารณาและออกใบอน ิุญาต หรอื มหนีงสัอแจืงค้าสํ งไม ั่อนุ่ญาตพรอมด้วยเหตุ้ผล ใหผ้ขอรู้ บใบอน ัุญาตทราบภายในสส่ีบหิาว้นนับแตั ่วนทั ได่ีร้บคัาขอํ ในกรณีมีเหตุจําเป็นท่ีเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจออกใบอนุญาตหรือยังไม่อาจมีคําสงไม ั่่อนุญาตได้ภายใน กาหนดเวลาตามวรรคหนํ่ึง ใหขยายเวลาออกไปได ้อ้ กไม ีเก่นสองคราวิ คราวละไมเก่นสิส่ีบหิาว้นัแต่ตองม้หนีงสัอแจืงการขยาย้ เวลาและเหตุจําเป็นแต่ละคราวให้ผู้ขอรบใบอน ัุญาตทราบก่อนสนก้ิ ําหนดเวลาตามวรรคหน่ึงหรอตามทื่ไดี ้ขยายเวลาไวน้ ัน้ แลวแต้ ่กรณี ในกรณีทเจ่ีาพน้ ักงานทองถ้ นออกใบอน ิุ่ญาตหรอมืคีําสงไม ั่่อนุญาตใหเจ้าพน้ ักงานทองถ้นแจิ่ งให ้ผ้ขอรู้ บใบอน ัุญาต ทราบโดยไมช่กชัา้ 20มาตรา26 ในกรณีท่ีการก่อสราง้ดดแปลง ัร้อถอนืหรอเคลื่อนยื ้ายอาคารท่ีขออนุญาตนันม้ลีกษณะหรัออยื ู่ใน ประเภททได่ีก้าหนดเป ํ ็นวชาชิพวีศวกรรมควบคิุมตามกฎหมายวาด่วยว้ชาชิพวีศวกรรมิหรอเป ื ็นวชาชิ พสถาป ีตยกรรมควบคัุม ตามกฎหมายวาด่วยว้ชาชิ พสถาป ีตยกรรมัถาว้ศวกรหริ อสถาปน ื ิกผรู้บผั ดชอบในการน ิ ันตามท้ระบ่ีุไวในค ้าขอมํ ไดิ เป้ ็นผไดู้ร้บั ใบอนุญาตใหประกอบว ้ชาชิพวีศวกรรมควบคิุมหรอวืชาชิ พสถาป ีตยกรรมควบคัุมตามกฎหมายดงกลั ่าว แลวแต้ ่กรณีให้เจา้ พนกงานทัองถ้ นปฏ ิ่ เสธไม ิร่บพัจารณาคิาขอนํนั้ 20มาตรา27 ในการตรวจพจารณาคิาขอรํ บใบอน ัุญาต ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นมิ่อีํานาจสงใหั่ผ้ขอรู้ บใบอน ัุญาตแกไข้ เปลยนแปลงแผนผ่ีงบรัเวณิ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรอรายการคื ํานวณทได่ีย้่นไว ื ้เพ่อให ืถู้กตองและเป ้ ็นไป ตามกฎกระทรวงทออกตามมาตรา่ี 8 หรอขือบ้ญญัตัทิองถ้นทิ่ออกตามมาตรา่ี 9 หรอมาตราื 10 และใหน้ ํามาตรา 25 วรรคสาม มาใชบ้งคั บโดยอน ัุโลม เม่อผืู้ขอรบใบอน ัุญาตได้แก้ไขเปล่ยนแปลงแผนผ ีงบรัเวณิ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรอรายการื คํานวณตามคําสงของเจั่าพน้ ักงานทองถ้นแลิ่ว้ ใหเจ้าพน้ ักงานทองถ้นตรวจพิ่ จารณาและออกใบอน ิุญาตใหภายในสามส ้บวินั แต่ถาผู้ขอร้ บใบอน ัุญาตไดแก้ ไขเปล ้ ยนแปลงในสาระส ่ีาคํญผัดจากคิาสํงของเจั่าพน้ ักงานทองถ้นิ่ ในกรณีน้ีใหถ้อวื าเป่ ็นการย่นื คาขอใหม ํ และให ่ด้าเนํ ินการตามมาตรา 25 ต่อไป 21มาตรา28 ในกรณีท่ีแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคํานวณท่ไดี ้ย่นมาพรือมก้บคั ําขอรบั ใบอนุญาตกระทาโดยผ ํทู้ ได่ีร้บใบอน ัุญาตใหเป้ ็นผประกอบวู้ชาชิพวีศวกรรมควบคิุมตามกฎหมายวาด่วยว้ศวกริ ใหเจ้าพน้กงานั ทองถ้นตรวจพิ่จารณาแติ ่เฉพาะในสวนท่ ไม่ีเก่ยวก่ีบรายการคัานวณํ 22มาตรา28 ทวิ ในกรณีท่แบบแปลน ี รายการประกอบแบบแปลน และรายละเอยดดี านสถาป ้ตยกรรมของอาคารั ซงไม ่ึ ่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใชท้ ได่ีย้่นมาพรือมก้บคั ําขอรบใบอน ัุญาตกระทาโดยผ ํูท้ ได่ีร้บใบอน ัุญาตใหเป้ ็นผประกอบู้ วชาชิ ีพสถาปตยกรรมควบคัุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพิจารณาแต่เฉพาะในส่วนท่ีไม่ เกยวก่ีบรายละเอัยดดี านสถาป ้ตยกรรมสั วนภายในอาคาร ่เวนแต้ ่ทางหนีไฟและบนไดหน ั ีไฟ 20มาตรา29 เม่อได ืร้บใบอน ัุญาตแลว้ ใหผู้ได้ร้บใบอน ัุญาตมหนี ังสอแจืงช้่อผืูควบคุ้มงานกบวันเรัมติ่นและว้นสันส้ิุด การดาเนํ ินการตามทได่ีร้บอนัุญาตใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นทราบพริ่อมท้งแนบหนั้งสัอแสดงความความยืนยอมของผิควบคูุ้มงาน มาดวย้ ผู้ควบคุมงานจะเป็นบุคคลใดหรอเป ื ็นเจ้าของอาคารก็ได้เวนแต้ ่จะเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยวชาชิพี วศวกรรมหริอกฎหมายวืาด่วยว้ชาชิ พสถาป ีตยกรรมั 20 มาตรา 25 ถงึมาตรา 37 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 9 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 21 มาตรา 28 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 9 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และโดยมาตรา 14 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 22 มาตรา 28 ทวิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 15 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543
10 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ 20มาตรา30 ถาผู้ได้ร้บใบอน ัุญาตจะบอกเลกติวผัูควบคุ้มงานทได่ีแจ้งช้่อไว ื ้หรอผืูควบคุ้มงานจะบอกเลกการเป ิ ็นผู้ ควบคุมงาน ใหม้หนี ังสอแจื งให ้เจ้าพน้ ักงานทองถ้นทราบิ่แต่ทงนั้ ้ีไม่เป็นการกระทบถงสึทธิและหนิ ้าททางแพ่ี ่งระหว่างผูได้ร้บั ใบอนุญาตกบผัควบคูุ้มงานนนั้ ในกรณีทม่ีการบอกเลีกตามวรรคหนิ่ึง ผไดู้ร้บใบอน ัุญาตตองระง้บการดั ําเนินการตามทได่ีร้บอนัุญาตไวก้ ่อนจนกว่า จะไดม้หนีงสัอแจืงช้่อและสืงหน่งสัอแสดงความยืนยอมของผิควบคูุ้มงานคนใหมให่แก้ ่เจาพน้กงานทัองถ้นแลิ่ว้ 20มาตรา31 ห้ามมใหิ ้ผู้ใดจดให ั ้มหรีอดื ําเนินการก่อสราง้ดดแปลง ัร้อถอนืหรอเคลื่ือนย้ายอาคารให้ผิดไปจาก แผนผงบรัเวณิ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนทได่ีร้บอนัุญาต ตลอดจนวธิการหรีอเงื่อนไขท ื่เจีาพน้ ักงานทองถ้นิ่ กาหนดไว ํ ในใบอน ุ้ญาต หรอให ืผ้ ดไปจากท ิ ได่ีแจ้ งไว ้ตามมาตรา้ 39 ทวิเวนแต้ ่ (1) เจ้าของอาคารนันได ้้ย่นคื ําขออนุญาต และได้รบใบอน ัุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ทําการแก้ไข เปลยนแปลงได ่ี ้ (2) เจาของอาคารน้ นได ั้แจ้งการแก้ ไขเปล ้ ยนแปลงให ่ีเจ้าพน้กงานทัองถ้นทราบแลิ่ว้หรอื (3) การดําเนินการดงกลั ่าวไม่ขดตั ่อกฎกระทรวงหรอขือบ้ญญัตัิท้องถนทิ่ ่เกี่ยวขีอง้หรอเป ื ็นกรณีตามท่ี กาหนดในกฎกระทรวง ํ ใหน้ ํามาตรา 25 หรอมาตราื 39 ทวิมาใชบ้งคับแกั ่การดาเนํ ินการตาม (1) หรอื (2) แลวแต้ ่กรณีโดยอนุโลม ในกรณีทม่ีการกี ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืหรอเคลื่อนยืายอาคาร้ เป็นการฝ่ าฝืนความในวรรคหน่ึง ใหถ้อวื าเป่ ็นการ กระทาของผํควบคูุ้มงาน เวนแต้ ่ผควบคูุ้มงานจะพสิจนู์ไดว้า่ เป็นการกระทาของผํอู้่นซืงผ่ึควบคูุ้มงานไดม้หนีงสัอแจืงข้อท้กทัวง้ การกระทาดํงกลั าวให ่เจ้าของหร้อผืครอบครองอาคารู้และผดู้าเนํ ินการทราบแลว้แต่บุคคลดงกลั าวไม ่ ยอมปฏ ่บิตัตามิ 20มาตรา32 อาคารประเภทควบคุมการใช้คอือาคารดงตั ่อไปน้ี 23 (1) อาคารสาหรํ บใช ั เป้ ็นคลงสันคิา้ โรงแรม อาคารชุด หรอสถานพยาบาลื (2) อาคารสาหรํ บใช ัเพ้อก่ืจการพาณิ ิชยกรรม อุตสาหกรรม การศกษาึการสาธารณสขุหรอกืจการอิ่นทืงนั้ ้ี ตามทก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ เม่อผืูได้ร้บใบอน ัุญาตใหก้ ่อสราง้ดดแปลง ัหรอเคลื่อนยื ายอาคารประเภทควบค ุ้มการใช้หรอผืูแจ้งตามมาตรา้ 39 ทวิไดกระท้าการดํงกลั ่าวเสรจแล็ว้ ใหแจ้ งเป้ ็นหนงสั อให ืเจ้าพน้กงานทัองถ้นทราบตามแบบทิ่เจ่ีาพน้กงานทัองถ้นกิ่าหนดํเพ่อื ทาการตรวจสอบการกํ ่อสราง้ดดแปลง ัหรอเคลื่อนยืายอาคารน้ นให ั้แล้วเสร้ จภายในสามส ็บวินนับแตั ่วนทั ได่ีร้บแจัง้ ห้ามมิให้บุคคลใดใช้อาคารนันเพ้ ่ือกิจการดงทั่ีระบุไว้ในใบอนุญาต หรอทื่ีได้แจ้งไว้ตามมาตรา 39 ทวิภายใน กาหนดเวลาตามวรรคสองํ ถาเจ้าพน้ ักงานทองถ้ นได ิ่ท้ ําการตรวจสอบแลวเห้นว็ ่าการก่อสราง้ดดแปลง ัหรอเคลื่อนยืายอาคารน้ ันเป้็นไปโดย ถูกตองตามท้ ได่ีร้บใบอน ัุญาตหรอทื ได่ีแจ้ งไว ้ตามมาตรา้ 39 ทวิแลว้กให็ ออกใบร ้ บรองให ัแก้ ่ผไดู้ร้บใบอน ัุญาตหรอผืูแจ้งตาม้ มาตรา 39 ทวิเพ่อให ืม้ การใช ีอาคารน้นตามทั้ ได่ีร้บใบอน ัุญาตหรอทื ได่ีแจ้ งไว ้ตามมาตรา้ 39 ทวิได้แต่ถาเจ้าพน้กงานทัองถ้นิ่ มไดิ ้ทําการตรวจสอบภายในกําหนดเวลาตามวรรคสอง ให้เจ้าของหรอผืู้ครอบครองอาคารนันใช ้้หรอยื นยอมให ิ ้บุคคลใดใช้ อาคารนนเพั้อก่ืจการดิงทัระบ่ีุไวในใบอน ุ้ญาตหรอทื ได่ีแจ้ งไว ้ตามมาตรา้ 39 ทวิต่อไปได้ หามม้ ใหิเจ้าของหร้อผืูครอบครองอาคารประเภทควบค ุ้มการใชหร้อยื นยอมให ิบุ้คคลใดใชอาคารน้ ันเพ้ ่อกืจการอิ่นื นอกจากทระบ่ีุไวในใบอน ุ้ญาต หรอทื ได่ีแจ้ งไว ้ตามมาตรา้ 39 ทวิ 24มาตรา32 ทวิเจาของอาคารด้งตั ่อไปน้ี (1) อาคารสงู อาคารขนาดใหญ่พเศษิ (2) อาคารชุมนุมคน (3) อาคารตามทก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ 23 มาตรา 32(1) ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 16 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 24 มาตรา 32 ทวิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 17 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543
พระราชบญญัตัิ 11 ตองจ้ ดให ัม้ผีตรวจสอบดู้านว้ศวกรรมหริอผืตรวจสอบดู้ านสถาป ้ตยกรรมัแลวแต้ ่กรณีทาการตรวจสอบสภาพอาคารํ โครงสราง้ ของตวอาคารัอุปกรณ์ประกอบต่างๆ เก่ียวกบระบบไฟฟ ั ้ า และการจดแสงสวั ่าง ระบบการเตือน การป้ องกนและการระงับั อคคัภียั การป้ องกนอันตรายเมั่อมืเหตีุชุลมุนวุ่นวาย ระบบระบายอากาศ ระบบระบายน้ํา ระบบบําบดนั้ําเสยีระบบเคร่องกลื หรอระบบอื่นๆืของอาคารทจ่ีาเป ํ ็นต่อการป้ องกนภยันตรายตั ่างๆ ทม่ีผลตี ่อสขภาพุชวีติรางกาย่หรอทรืพยัส์นิแลวรายงาน้ ผลการตรวจสอบต่อเจาพน้กงานทัองถ้นิ่ทงนั้ ้ีตามหลกเกณฑั ์วธิการีและเงอนไขท ่ืก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นพิ่จารณาผลการตริวจสอบสภาพอาคารตามวรรคหน่ึงโดยมชิกชัา้เพ่อพื จารณาออกใบร ิบรองั การตรวจสอบสภาพอาคารหรอดืาเนํ ินการตามมาตรา 46 หรอมาตราื 46 ทวิแลวแต้ ่กรณีต่อไป 25มาตรา32 ตรีเจ้าของอาคาร ผู้ครอบครองอาคาร หรอผืู้ดําเนินการ สําหรบอาคารชนั ิดหรอประเภทตามท ื่ี กําหนดในกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา 8 (16) ต้องจดให ั ้มการประก ีนภัยความรับผัดตามกฎหมายติ ่อชวีติร่างกาย และ ทรพยัส์นของบิุคคลภายนอกตามหลกเกณฑั ์วธิการีเง่อนไข ืและจํานวนเงนเอาประก ินภัยทั่รีฐมนตรักีําหนดในกฎกระทรวง โดยคาแนะนํ ําของคณะกรรมการควบคุมอาคาร 20มาตรา33 ห้ามมใหิ ้เจ้าของหรอผืู้ครอบครองอาคารซ่ึงไม่เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ใช้หรอยื นยอมให ิ ้ บุคคลใดใช้อาคารดังกล่าวเพ่ือกิจการตามมาตรา 32 เว้นแต่จะได้รบใบอน ัุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือได้แจ้งให้ เจาพน้กงานทัองถ้นทราบแลิ่ว้ และใหน้ ํามาตรา 25 และมาตรา 27 หรอมาตราื 39 ทวิแลวแต้ ่กรณีมาใชบ้งคั บโดยอน ัุโลม ใหน้ ําความในวรรคหน่ึงมาใชบ้งคับแกั ่การเปล่ยนการใช ี อาคารประเภทควบค ุ้มการใชส้าหรํบกัจการหนิ่ึงไปใชเป้ ็น อาคารประเภทควบคุมการใชส้าหรํบอักกีจการหนิ่ึงโดยอนุโลม 20มาตรา34 หามม้ ใหิ ้เจาของหร้อผืู้ครอบครองอาคารท่ตี้องมพี้นทื่หรีอสืงทิ่ ่สรีางข้นเพ้ึ ่อใช ื เป้ ็นท่จอดรถีท่กลีบรถั และทางเขาออกของรถตามท้ระบ่ีุไวในมาตรา ้ 8(9) ดดแปลง ัหรอใช ืหร้อยื นยอมให ิบุ้คคลอ่นดื ดแปลงหร ั อใช ืท้จอดรถ่ีทกล่ีบรถั และทางเขาออกของรถน้นเพั้อการอ่ื่นืทงนั้ ้ีไมว่าท่งหมดหรั้อบางสืวน่เวนแต้ ่จะไดร้บใบอน ัุญาตจากเจาพน้กงานทัองถ้นิ่ ขอห้ามตามวรรคหน้่ึงใหถ้อวื าเป่ ็นภาระตดพิ นในอส ังหารัมทริพยัน์ นโดยตรง ั้ตราบทอาคารน่ีนยั้งมัอยี ู่ทงนั้ ้ีไมว่าจะ่ มการโอนท ีจอดรถ่ีทกล่ีบรถัและทางเขาออกของรถน้นตั้่อไปยงบัุคคลอ่นหรื อไม ืก่ตาม็ 20มาตรา35 ใบอนุญาตท่ออกตามมาตราี 21 หรอมาตราื 22 ใหใช้ ได้ตามระยะเวลาท้่กีําหนดไวในใบอน ุ้ญาต ถาผู้้ ได้รบใบอน ัุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องย่นคื ําขอก่อนใบอนุญาตสนอาย้ิุและเม่อได ื ้ย่นคื ําขอดงกลั ่าวแล้ว ให้ ดาเนํ ินการต่อไปไดจนกว้าเจ่าพน้กงานทัองถ้นจะสิ่ งไม ั่อนุ่ญาตใหต้ ่ออายใบอนุ ุญาตนนั้ 20มาตรา36 ใบอนุญาตทออกตามมาตรา่ี 21 มาตรา 22 หรอมาตราื 33 จะโอนแก่กนมั ไดิ ้เวนแต้ ่ไดร้บอนัุญาตเป็น หนงสัอจากเจืาพน้กงานทัองถ้นิ่ 26มาตรา37 ในกรณีทผ่ีูได้ร้บใบอน ัุญาตตามมาตรา 21 มาตรา 22 หรอมาตราื 33 ตาย ทายาทหรอผืูจ้ดการมรดกั ของบุคคลดงกลั ่าวซ่ึงประสงค์จะทําการก่อสราง้ดดแปลง ัร้อถอนืเคล่อนยื ้าย ใช้หรอเปล ื่ยนการใช ี ้อาคารนันต้่อไป ต้องมี หนงสัอแจื งให้เจ้าพน้กงานทัองถ้ นทราบภายในเก ิ่าส้บวินนับแตั ่วนทัผ่ีไดู้ร้บใบอน ัุญาตตาย ในกรณีเชนว่าน่้ีใหถ้อวืาทายาทหร่อื ผจู้ดการมรดกดังกลั าวเป ่ ็นผไดู้ร้บใบอน ัุญาตนนแทนั้ มาตรา38 ในระหว่างการก่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืหรอเคลื่อนยืายอาคาร้แลวแต้ ่กรณีผูได้ ้รบใบอน ัุญาตต้อง เกบใบอน ็ุญาต แผนผงบรัเวณิ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนไวในบร ้เวณทิ่ไดีร้บอนัุญาตใหกระท้ ําการดงกลั ่าว หน่ึงชุด และพรอมท้ จะให ่ีนายช้างหร่อนายตรวจตรวจดื ไดู้ ใหผู้ครอบครองอาคารประเภทควบค ุ้มการใช้แสดงใบรบรองตามมาตราั 32 หรอใบอน ืุญาตตามมาตรา 33 ไวในท ้่ี เปิดเผยและเหนได ็ง้าย่ณ อาคารนนั้ 25 มาตรา 32 ตรีบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 4 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี5) พ.ศ. 2558 26 มาตรา 37 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 18 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้
12 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ มาตรา39 ในกรณีท่ใบอน ีุญาตหรอใบร ืบรองสัญหาย ูถูกทําลาย หรอชื ํารุด ในสาระสําคญั ให้ผูได้ร้บใบอน ัุญาต หรอใบร ืบรองยั่นคืาขอรํ บใบแทนใบอน ัุญาตหรอใบแทนใบร ืบรองตั ่อเจาพน้กงานทัองถ้ นภายในส ิ่บหิาว้นนับแตั ่วนทั ได่ีทราบถ้งึ การสญหาย ูถกทูาลายํหรอชืารํดุ การขอรบใบแทนใบอน ัุญาตหรอใบแทนใบร ืบรองั และการออกใบแทนใบอนุญาตหรอใบแทนใบร ืบรองั ให้เป็นไป ตามหลกเกณฑั ์วธิการและเงี อนไขท ่ืก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ ใบแทนใบอนุญาตหรอใบแทนใบร ืบรองั ใหม้ผลตามกฎหมายเชีนเด่ยวกี บใบอน ัุญาตหรอใบร ืบรองัแลวแต้ ่กรณี 27มาตรา39 ทวิผู้ใดจะก่อสร้าง ดดแปลง ัหรอรื้อถอนอาคารื โดยไม่ย่ืนคําขอรบใบอน ัุญาตจากเจ้าพนักงาน ทองถ้นกิ่ ได็ ้โดยการแจงต้ ่อเจาพน้กงานทัองถ้นตามแบบทิ่คณะกรรมการควบค่ีุมอาคารกาหนดํพรอมด้วยเอกสารและหล้กฐานั ตามทระบ่ีุไวในแบบด ้งกลัาว่ โดยอยางน่ ้อยตองแจ้งข้อม้ลและยูนเอกสารและหล่ืกฐานัดงตั ่อไปน้ี (1) ช่ือของผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคาร ซ่ึงเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ สถาปตยกรรมควบคัุมตามกฎหมายวาด่ วยสถาปน ้ ิก และตองไม ้ เป่ ็นผไดู้ร้บการแจังช้่อตามมาตราื 49 ทวิ (2) ช่ือของผู้รับผิดชอบงานออกแบบและคํานวณอาคาร ซ่ึงเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็น ผประกอบวู้ชาชิพวีศวกรรมควบคิุมตามกฎหมายวาด่วยว้ศวกริและตองไม ้ เป่ ็นผไดู้ร้บการแจังช้่อตามมาตราื 49 ทวิ (3) ช่อของผืู้ควบคุมงาน ซ่งตึ ้องประกอบด้วยผู้ได้รบใบอน ัุญาตให้เป็นผู้ประกอบวชาชิ พสถาป ีตยกรรมั ควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก และผูได้ร้บใบอน ัุญาตให้เป็นผูประกอบว ้ชาชิพวีศวกรรมควบคิุมตามกฎหมายว่าด้วย วศวกริและตองไม ้ เป่ ็นผไดู้ร้บการแจังช้่อตามมาตราื 49 ทวิ (4) สําเนาใบอนุญาตของบุคคลตาม (1) (2) และ (3) พรอมร้บรองสั ําเนาถูกต้อง และหนังสอรืบรองการั ไดร้บอนัุญาตใหเป้ ็นผูประกอบว ้ชาชิ พสถาป ีตยกรรมควบคัุมหรอผืูประกอบว ้ชาชิพวีศวกรรมควบคิุมท่ออกโดยสภาสถาปน ี ิก หรอสภาวืศวกริแลวแต้ ่กรณี (5) แผนผงบรัเวณิ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคํานวณของอาคารท่จะกี ่อสราง้ ดดแปลง ัหรอรื้อถอนืซ่ึงลงลายมือช่ือพร้อมกับระบุช่ือของบุคคลตาม (1) และ (2) ให้ชดเจนวั ่าตนเป็นผู้รบผั ิดชอบงาน ออกแบบอาคารและเป็นผรู้บผัดชอบงานออกแบบและคิานวณอาคารนํนั้ (6) หนังสอรืบรองของบัุคคลตาม (1) และ (2) ซ่ึงรบรองวั ่าตนเป็นผู้รบผัดชอบงานออกแบบอาคาริหรอื เป็นผูร้บผัดชอบงานออกแบบและคิ ํานวณอาคาร แลวแต้ ่กรณีพรอมท้งรั้บรองวั ่าการออกแบบอาคาร และการออกแบบและ คํานวณอาคารดังกล่าว ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติน้ีกฎกระทรวงและข้อบัญญัติท้องถิ่นท่ีออกตาม พระราชบญญัตันิ้ีและกฎหมายอ่นทืเก่ียวข่ีอง้ทงนั้ ้ีสาหรํบอาคารทัต่ีองจ้ ดให ัม้สีงอิ่ํานวยความสะดวกสาหรํบผัพู้การิผทูุ้พพล ภาพ คนชรา หรอผืู้สูงอายุตามท่ีกฎหมายกําหนด ให้รบรองการเขั ้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากอาคารและสงอิ่ํานวยความ สะดวกนนดั้วย้ (7) หนังสอรืบรองของผัู้ควบคุมงานตาม (3) ซ่ึงรบรองวั ่าจะควบคุมการก่อสราง้ดดแปลง ัหรอรื้อถอนื อาคารนัน้ ใหถู้กตองตามแบบแปลน ้ รายการประกอบแบบแปลน และรายการคํานวณตามทได่ีแจ้ งไว ้และท้ ได่ีม้การแกี ไขตาม ้ ข้อทกทั ้วง หรอดื ําเนินการให้เป็นไปตามบทบญญั ัติแห่งพระราชบญญั ัติน้ีกฎกระทรวงและข้อบญญั ัติท้องถิ่นท่ีออกตาม พระราชบญญัตันิ้ีและกฎหมายอ่นทืเก่ียวข่ีอง้ (8) หนงสัอรืบรองการตรวจสอบงานออกแบบและคัานวณสํวนต่ ่างๆ ของโครงสรางอาคาร้ ในกรณีอาคารท่ี จะก่อสรางหร้อดื ดแปลงน ั ัน้เป็นอาคารชนิดหรอประเภทท ื่กีําหนดใหต้ ้องมการตรวจสอบงานออกแบบและคี ํานวณส่วนต่างๆ ของโครงสรางอาคารตามมาตรา้ 21 ทวิ (9) หนงสั อแสดงการให ืความเห้นชอบรายงานการว็เคราะหิผลกระทบส์งแวดลิ่อมหร้อรายงานการวืเคราะหิ ์ ผลกระทบสงแวดลิ่้อมเบ้ืองต้น ในกรณีท่ีเป็นอาคารในโครงการหรอกื ิจการซ่ึงต้องจดทั ํารายงานการวเคราะหิ ์ผลกระทบ 27 มาตรา 39 ทวิและมาตรา 39 ตรีบัญญัติเพิ่มโดยมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับท่ี2) พ.ศ. 2535 และความเดิมถูกยกเลิกโดยมาตรา 5 แห่ง พระราชบญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี5) พ.ศ. 2558 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้
พระราชบญญัตัิ 13 สงแวดลิ่้อมหรอรายงานการวื ิเคราะห์ผลกระทบสงแวดลิ่้อมเบ้ืองต้นตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสรมและริกษาคัุณภาพ สงแวดลิ่อมแห้งชาต่ ิแลวแต้ ่กรณี (10) หนังสอรืบรองจากผัู้แจ้ง พรอมเอกสารและหล้ กฐานแสดงการให ั ้ขอมู้ลและการแจ้งสทธิ ในการแสดง ิ ความคดเหินต็ ่อเจาพน้กงานทัองถ้นแกิ่่บุคคลทอย่ีบรู่เวณขิางเค้ยงีเกยวก่ีบการกั ่อสราง้ดดแปลง ัหรอการดืาเนํ ินโครงการหรอื กจการิ ในกรณีท่อาคารที่จะกี ่อสราง้ดดแปลง ัหรอดื ําเนินโครงการหรอกื จการเป ิ ็นอาคารทไม่ี ่ต้องจดทั ํารายงานการวเคราะหิ ์ ผลกระทบสงแวดลิ่อมหร้อรายงานการวืเคราะหิ ์ผลกระทบสงแวดลิ่อมเบ้้องตื ้นตาม (9) แต่อาคารดงกลั ่าวเป็นอาคารประเภท ควบคุมการใชตามมาตรา้ 32 ทงนั้ ้ีตามหลกเกณฑั ์วธิการีและเงอนไขท ่ืคณะกรรมการควบค่ีุมอาคารกาหนดํ ในกรณีอาคารทจะก่ี ่อสราง้ดดแปลง ัหรอรือถอนตามวรรคหน้ื่ึง เป็นอาคารสงู อาคารขนาดใหญ่พเศษิหรออาคารื ตามท่กีําหนดในกฎกระทรวง ผู้รบผัดชอบงานออกแบบอาคารตามิ (1) ต้องเป็นผู้ได้รบใบอน ัุญาตให้เป็นผู้ประกอบวชาชิพี สถาปตยกรรมควบคัุม ระดบวัุฒสถาปน ิ ิก ตามกฎหมายว่าดวยสถาปน ้ ิก และผูร้บผัดชอบงานออกแบบและคิานวณอาคารตามํ (2) ตองเป ้ ็นผไดู้ร้บใบอน ัุญาตใหเป้ ็นผประกอบวู้ชาชิพวีศวกรรมควบคิุม ระดบวัฒุวิศวกริตามกฎหมายวาด่วยว้ศวกริ ในกรณีอาคารทจะก่ี ่อสราง้ดดแปลง ัหรอรือถอนตามวรรคหน้ื่ึง เป็นอาคารทม่ีลีกษณะัขนาด หรออยื ่ในประเภททู่ี ไดก้ ําหนดใหเป้ ็นงานวชาชิ พสถาป ีตยกรรมควบคัุม ตามกฎหมายว่าดวยสถาปน ้ ิก หรอเป ื ็นงานวชาชิพวีศวกรรมควบคิุม ใน สาขาวศวกรรมโยธา ิตามกฎหมายว่าดวยว้ศวกริและมไดิ เป้ ็นอาคารสงู อาคารขนาดใหญ่พเศษิหรออาคารตามทื่กีําหนดใน กฎกระทรวง ผู้รบผั ิดชอบงานออกแบบอาคารตาม (1) ต้องเป็นผู้ได้รบใบอน ัุญาตให้เป็นผู้ประกอบวชาชิ ีพสถาปตยกรรมั ควบคุมไมต่่ํากวาระด่บสามั ญสถาปน ั ิก ตามกฎหมายวาด่ วยสถาปน ้ ิก และผรู้บผัดชอบงานออกแบบและคิานวณอาคารตามํ (2) ตองเป ้ ็นผไดู้ร้บใบอน ัุญาตใหเป้ ็นผประกอบวู้ชาชิพวีศวกรรมควบคิุมไมต่่ากวําระด่บสามัญวัศวกริตามกฎหมายวาด่วยว้ศวกริ ในกรณีอาคารท่ีจะก่อสร้าง ดัดแปลง หรอรื้ือถอนตามวรรคหน่ึง มิได้เป็นอาคารตามวรรคสองและวรรคสาม ผู้รบผั ิดชอบงานออกแบบอาคารตาม (1) ต้องเป็นผู้ได้รบใบอน ัุญาตให้เป็นผู้ประกอบวชาชิ พสถาป ีตยกรรมควบคัุม สาขา สถาปตยกรรมหลักัตามกฎหมายว่าดวยสถาปน ้ ิก และผู้รบผัดชอบงานออกแบบและคิ ํานวณอาคารตาม (2) ต้องเป็นผูได้ร้บั ใบอนุญาตใหเป้ ็นผประกอบวู้ชาชิพวีศวกรรมควบคิุมสาขาวศวกรรมโยธา ิตามกฎหมายวาด่วยว้ศวกริ 27มาตรา39 ตรีเม่อเจืาพน้ ักงานทองถ้ นได ิ่ร้บขัอม้ลูและเอกสารและหลกฐานจากผัูแจ้งตามมาตรา้ 39 ทวิและผู้ แจงได ้ช้ ําระค่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนการก่อสราง้ดดแปลง ัหรอรือถอนอาคารครบถ้ื ้วนแลว้ ใหเจ้าพน้ ักงานทองถ้นิ่ ออกใบรบแจั งภายในสามว ้นทัาการนํบแตั ่วนทั ได่ีร้บชัาระคําธรรมเน่ ียม และใหผ้แจู้งก้ ่อสราง้ดดแปลง ัหรอรือถอนอาคารตามท้ื่ี ไดแจ้ งไว ้ ได้ต้งแตั้่วนทัผ่ีแจู้ งได ้ร้บใบร ับแจัง้ ในกรณีทผ่ีูแจ้ งไม ้ ่ก่อสราง้ดดแปลง ัหรอรือถอนอาคารตามท้ื ได่ีแจ้ งไว ้ ภายในหน ้่ึงรอยย้ส่ีบวินนั ับแต่วนทั ได่ี ออกใบ ้ รบแจัง้ ใหถ้อวืาผ่แจู้ งไม ้ ประสงค ่จะก์ ่อสราง้ดดแปลง ัหรอรื อถอนอาคารตามใบร ้ืบแจังอ้กตี ่อไป และใหใบร ้บแจั งเป้ ็นอนยกเลักิ ภายในหน่ึงรอยย้ส่ีบวินนั ับแต่วนทั ได่ี ออกใบร ้บแจังตามวรรคสอง้หรอนื ับแต่วนทัเร่ีมการกิ่่อสราง้ดดแปลง ัหรอรือ้ื ถอนอาคาร แลวแต้ ่กรณีหากเจาพน้กงานทัองถ้นตรวจพบเหติุ่ไมถ่กตูอง้ ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นดิ่าเนํ ินการ ดงตั ่อไปน้ี (1) ผแจู้ งได ้แจ้งข้อม้ลหรูอยื่นเอกสารและหลืกฐานตามมาตราั 39 ทวิไวไม้ถู่กตอง้ ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นิ่ มหนี ังสอแจืงข้อท้กทั วงให ้ผู้แจ้งด้ ําเนินการแก้ไขใหถู้กตองภายในส ้บหิาว้นนั ับแต่วนทั ได่ีร้บแจัง้ ในกรณีทผ่ีูแจ้ งไม ้ ่ดําเนินการ แก้ไขให้แล้วเสรจภายในระยะเวลาท ็่ีกําหนด และมีการก่อสร้าง ดดแปลง ัหรอรื้อถอนอาคารแลื ้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น ดําเนินการตามมาตรา 40 (1) และหากอาคารได้ก่อสราง้หรอดื ดแปลง ัจนแล้วเสรจตามท็่ไดี ้แจ้งไว้เจ้าพนักงานท้องถนจะิ่ ดาเนํ ินการตามมาตรา 40 (2) จนกวาจะด่าเนํ ินการแกไขให ้ถ้กตูองด้วยก้ ได็ ้ (2) แผนผงบรัเวณิ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน หรอรายการคืานวณของอาคารทํผ่ีแจู้ งได ้ย้่นไว ื ้ ตามมาตรา 39 ทวิไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติน้ีกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นท่ีออกตาม พระราชบญญัตันิ้ีหรอกฎหมายอื่นทืเก่ียวข่ีอง้ ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นมิ่หนีงสัอแจืงข้อท้กทั วงให ้ผ้แจู้งแก้ ไขแผนผ ้งบรัเวณิแบบ แปลน รายการประกอบแบบแปลน หรอรายการคืานวณดํงกลั ่าว ใหถู้กตองตามบทบ้ญญัตัแหิ ่งพระราชบญญัตันิ้ีกฎกระทรวง หรอขือบ้ญญัตัทิองถ้นทิ่ออกตามพระราชบ่ีญญัตันิ้ีหรอกฎหมายอื่นทืเก่ียวข่ี องภายในระยะเวลาท ้เจ่ีาพน้กงานทัองถ้นกิ่ําหนด แต่ตองไม ้น่ ้อยกวาสามส่บวินั
14 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ (3) การก่อสร้าง ดดแปลง ัหรอรื้อถอนอาคารทื่ีได้แจ้งไว้ไม่ถูกต้องตามบทบญญั ัติแห่งพระราชบญญั ัติน้ี กฎกระทรวงหรอขือบ้ญญัตัทิองถ้นทิ่ ่ออกตามพระราชบีญญัตันิ้ีหรอกฎหมายอื่นทื่เกี่ยวขีอง้ ใหเจ้าพน้ ักงานทองถ้นมิ่หนี ังสอื แจงข้อท้กทั วงให ้ผ้แจู้งด้าเนํ ินการก่อสราง้ดดแปลง ัหรอรือถอนอาคารด้ืงกลัาว่ ใหถ้กตูองตามบทบ้ญญัตัแหิ ่งพระราชบญญัตันิ้ี กฎกระทรวงหรอขือบ้ญญัตัทิ ้องถนทิ่ ่ออกตามพระราชบีญญัตันิ้ีหรอกฎหมายอื่นทื่เกี่ยวขี องภายในระยะเวลาท ้่เจี ้าพนักงาน ทองถ้นกิ่ําหนดแต่ตองไม ้ ่น้อยกวาสามส่บวินั และในระหวางระยะเวลาท่ผ่ีูแจ้งด้ ําเนินการแกไขตามหน ้ ังสอแจืงข้อท้กทัวง้ ใหผู้้ แจงระง้บการกั ่อสราง้ดดแปลง ัหรอรื อถอนอาคารในส ้ื ่วนท่ไมี ่ถูกต้องนันจนกว้่าจะไดปฏ้บิตัใหิถู้กต้อง เวนแต้ ่เป็นการกระทํา เพอแก่ื ไขให ้ เป้ ็นไปตามขอท้กทัวงของเจ้าพน้กงานทัองถ้นิ่ ในกรณีทผ่ีแจู้ งไม ้ด่าเนํ ินการแกไขให ้แล้วเสร้ จภายในระยะเวลาท ็เจ่ีาพน้ ักงานทองถ้ นได ิ่ก้ ําหนดไวในหน ้ ังสอแจืงข้อ้ ทกทัวงตามวรรคสาม้ (2) หรอื (3) ใหถ้อวืาผ่แจู้ งไม ้ ประสงค ่จะก์ ่อสราง้ดดแปลง ัหรอรือถอนอาคารตามท้ื ได่ีแจ้ งไว ้น้นอั้กตี ่อไป และใหเจ้าพน้ ักงานทองถ้นมิ่คีําสงยกเลั่ กใบร ิบแจังท้ ได่ี ออกไว ้ ้และมอีํานาจดําเนินการตามมาตรา 40 (1) และ (2) และมาตรา 42 แลวแต้ ่กรณี ถาเจ้าพน้ ักงานทองถ้นมิ่ ไดิม้หนี ังสอแจืงข้อท้กทั วงให ้ผู้แจ้งตามมาตรา้ 39 ทวิทราบภายในกําหนดเวลาตามวรรค สาม ให้ถือว่าการก่อสร้าง ดดแปลง ัหรือร้ือถอนอาคารดงกลั ่าวได้รบอนัุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถ่ินแล้ว เว้นแต่กรณี ดงตั ่อไปน้ีเจาพน้กงานทัองถ้นมิ่อีานาจแจํงข้อท้กทั วงได ้ตลอดเวลา้ (1) กรณีเกยวก่ีบการรักลุ้าทํสาธารณะ่ี (2) กรณีเกยวก่ีบระยะัหรอระดืบระหวัางอาคารก่บถนนัตรอก ซอย ทางเทา้หรอทืสาธารณะท่ี เป่ี ็นการฝ่ า ฝืนกฎกระทรวง ประกาศ หรอขือบ้ญญัตัทิองถ้นทิ่ออกตามพระราชบ่ีญญัตันิ้ีหรอกฎหมายอื่นทืเก่ียวข่ีองท้ ใช่ีบ้งคับอยั ในขณะท ู่่ี ผแจู้ งได ้ย้นแจ่ืง้หรอื (3) กรณีเกยวก่ีบขัอก้ ําหนดในการหามก้ ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ื ใช้หรอเปล ื ยนการใช ่ีอาคารชน้ ิดใดหรอื ประเภทใดท่ีเป็นการฝ่ าฝืนกฎกระทรวง ประกาศ หรอขื ้อบญญั ัติท้องถิ่นท่ีออกตามพระราชบญญั ัติน้ีหรอกฎหมายอื่ืนท่ี เกยวข่ีองท้ ใช่ีบ้งคับอยั ในขณะท ู่ผ่ีแจู้ งได ้ย้นแจ่ืง้ ใบรบแจังและหน้งสัอแจืงข้อท้กทัวง้ ใหเป้ ็นไปตามแบบทคณะกรรมการควบค่ีุมอาคารกาหนดํ ใหน้ ําบทบญญัตัเกิยวก่ีบหลักเกณฑั ์วธิการีและเงอนไขท ่ืก่ีาหนดในกฎกระทรวงท ํออกตามมาตรา่ี 8 (12) และใหน้ ํา มาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 37 มาตรา 38 และมาตรา 39 มาใชบ้งคับแกั ่ใบรบแจั งโดยอน ุ้โลม 28 หมวด 3 ทวิ การอนุญาตให้ใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการเกี่ยวกบโรงมหรสพ ั 28มาตรา39 จตวาัการก่อสราง้ดดแปลง ัเคล่อนยืาย้รอถอน้ืหรอตรวจสอบอาคารทื่ใชี ้เพ่อประกอบก ื ิจการโรง มหรสพ ตองด้าเนํ ินการใหเป้ ็นไปตามบทบญญัตัแหิงพระราชบ่ญญัตันิ้ีดวย้ 28มาตรา39 เบญจ หามม้ ใหิเจ้าของอาคารหร้อผืูครอบครองอาคารใช ้หร้อยื นยอมให ิผู้ใดใช ้อาคารหร้อสื วนใดของ ่ อาคารเป็นโรงมหรสพ เว้นแต่จะได้รบใบอน ัุญาตให้ใช้อาคารเพ่ือประกอบกิจการโรงมหรสพจากคณะกรรมการท่ีมอีํานาจ พจารณาตามวรรคสองิแลวแต้ ่กรณี ใหม้คณะกรรมการพี จารณาการประกอบก ิ จการโรงมหรสพม ิอีํานาจพจารณาออกใบอน ิุญาต เพกถอนใบอน ิุญาต ต่อ อายใบอนุ ุญาต โอนใบอนุญาต และออกใบแทนใบอนุญาตเพอประกอบก่ื จการโรงมหรสพ ิดงตั ่อไปน้ี (1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบดวยอธ้บดิ กรมโยธาธ ีการและผิงเมั องเป ื ็นประธานกรรมการ ผูแทน้ กรุงเทพมหานคร ผูแทนกรมอนาม้ยักระทรวงสาธารณสุข ผูแทนส้านํ ักงานตํารวจแห่งชาตเปิ ็นกรรมการ และใหผู้อ้ ํานวยการ กองควบคุมการก่อสราง้ กรมโยธาธการและผิงเมั องเป ื ็นกรรมการและเลขานุการ 28 หมวด 3 ทวิมาตรา 39 จตวาัมาตรา 39 เบญจ และมาตรา 39 ฉ บญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 19 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543
พระราชบญญัตัิ 15 (2) ในเขตจงหวัดอั่ืน ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจงหวั ดเป ั ็นประธานกรรมการ เจ้าพนักงานท้องถิ่นแห่ง ท้องท่ีท่ีเก่ียวของ้สาธารณสุขจงหวัดัหวหนั ้าตํารวจภูธรจงหวั ดเป ั ็นกรรมการ และให้โยธาธิการและผงเมัองจืงหวัดั29เป็น กรรมการและเลขานุการ ในการวนิิจฉยชัขาดของท้ี ประช่ีุมใหถ้อเสืยงขีางมาก้ และใหประธานคณะกรรมการพ ้ จารณาการประกอบก ิ จการโรง ิ มหรสพตามวรรคสองแลวแต้ ่กรณีเป็นผูม้อีํานาจลงนามออกใบอนุญาต เพกถอนใบอน ิุญาต ต่ออายุใบอนุญาต โอนใบอนุญาต และออกใบแทนใบอนุญาตตามวรรคสอง ประเภทของโรงมหรสพ ระบบความปลอดภัยและการป้ องกนอันตรายอันอาจเกั ิดข้นกึ ับคนดูและจํานวนและ ระยะห่างของสงของหริ่อสืวนต่ ่างๆ ภายในและภายนอกอาคารทใช่ี เป้ ็นโรงมหรสพ เช่น หองฉาย้ทางเขาออก้ ประตูทน่ีงคนดัู่ ทางเดนิ เป็นตน้ ใหเป้ ็นไปตามทก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ 28มาตรา39 ฉ ใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพ่อประกอบก ื ิจการโรงมหรสพให้มอายีุสองปีโดยให้ใช้ได้จนถึงวนทั่ี31 ธนวาคมั ของปีทสองน่ีบแตั ่ปีทออกใบอน ่ีุญาต หลกเกณฑั ์วธิการีและเง่อนไขในการขออน ืุญาต การอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การโอนใบอนุญาต และการ ออกใบแทนใบอนุญาตสาหรํ บโรงมหรสพ ั ใหเป้ ็นไปตามทก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารผู้ใด ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ใช้อาคารเพ่ือประกอบกิจการ โรงมหรสพ ใหย้่นคืาขอตํ ่ออายุใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตเดมสินอาย้ิุและเม่อได ืย้่นคืาขอดํงกลั ่าวแลวให ้ ประกอบก ้จการติ ่อไป ไดจนกว้าผ่มู้อีานาจอนํุญาตตามมาตรา 39 เบญจ จะมคีาสํ งไม ั่อนุ่ญาต หมวด 4 อานาจหนํ ้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น 30มาตรา40 ในกรณีท่ีมีการก่อสร้าง ดัดแปลง ร้ือถอน หรือเคล่ือนย้ายอาคารโดยฝ่ าฝืนบทบัญญัติแห่ง พระราชบญญัตันิ้ีกฎกระทรวง หรอขือบ้ญญัตัทิองถ้นทิ่ออกตามพระราชบ่ีญญัตันิ้ีหรอกฎหมายอื่นทืเก่ียวข่ีอง้ ใหเจ้าพน้กงานั ทองถ้นมิ่อีานาจดําเนํ ินการดงนั้ี (1) มคีําสงให ั่้เจ้าของหรอผืู้ครอบครองอาคาร ผู้ควบคุมงาน ผู้ดําเนินการ ลูกจ้าง หรอบรืวารของบิุคคล ดงกลัาว่ระงบการกระทัาดํงกลัาว่ (2) มคีาสํงหั่ามม้ ใหิบุ้คคลใดใชหร้อเขื าไปในส ้ วนใดๆ ่ของอาคาร หรอบรืเวณทิม่ีการกระทีาดํงกลัาวและจ่ดั ใหม้เครีองหมายแสดงการห่ืามน้ นไว ั้ ในท ้ เป่ี ิดเผยและเหนได ็ง้าย่ณ อาคารหรอบรืเวณดิงกลัาว่และ (3) พจารณามิคีาสํงตามมาตราั่ 41 หรอมาตราื 42 แลวแต้ ่กรณีภายในสามสบวินนับแตั ่วนทั ได่ีม้คีาสํงตามั่ (1) 30มาตรา41 ถ้าการกระทําตามมาตรา 40 เป็นกรณีท่ีสามารถแก้ไขเปล่ียนแปลงให้ถูกต้องได้ให้เจ้าพนักงาน ทองถ้นมิ่อีํานาจสงใหั่เจ้าของอาคารย้่นคื ําขออนุญาตหรอดื ําเนินการแจงตามมาตรา้ 39 ทวิหรอดื ําเนินการแกไขเปล ้ ยนแปลง่ี ใหถู้กตองภายในระยะเวลาท ้ก่ีําหนดแต่ตองไม ้น่ ้อยกวาสามส่บวินั ในกรณีทม่ีเหตีุอนสมควรัเจาพน้ ักงานทองถ้นจะขยายเวลาิ่ ดงกลั าวออกไปอ ่กกี ได็ ้และใหน้ ํามาตรา 27 มาใชบ้งคั บโดยอน ัุโลม 30มาตรา42 ถาการกระท้าตามมาตราํ 40 เป็นกรณีทไม่ีสามารถแก่ ไขเปล ้ ยนแปลงให ่ีถู้กตองได ้ ้หรอเจืาของอาคาร้ มไดิ ้ปฏิบตัตามคิ ําสงของเจั่้าพนักงานท้องถนตามมาตราิ่ 41 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมอีํานาจสงให ั่้เจ้าของหรอผืู้ครอบครอง อาคาร ผูควบคุ้มงาน หรอผืูด้ ําเนินการรอถอนอาคารน้ื ันท้งหมดหรั้อบางสื วนได ่ ภายในระยะเวลาท ้ก่ีําหนดแต่ตองไม ้ ่น้อยกว่า 29 คาวํา่ “โยธาธการจิงหวัดั” ในพระราชบญญัตันิ้ีแกไขเป ้ ็น “โยธาธการและผิงเมัองจืงหวัดั” โดยมาตรา 47 แหง่พระราชกฤษฎกาแกี ไขบทบ ้ญญัตัใหิสอดคล้องก้ บการโอนอ ั ํานาจ หน้าทของส่ี วนราชการให ่ เป้ ็นไปตามพระราชบญญัตัปริ บปร ังกระทรวงุทบวง กรม พ.ศ. 2545 พ.ศ. 2545 30 มาตรา 40 ถงึมาตรา 45 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 11 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้
16 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ สามสบวินั โดยใหด้าเนํ ินการรอถอนตามหล้ืกเกณฑั ์วธิการีและเงอนไขท ่ืก่ีําหนดในกฎกระทรวงทออกตามมาตรา่ี 8(11) หรอื ขอบ้ญญัตัทิองถ้นทิ่ออกตามมาตรา่ี 9 หรอมาตราื 10 30มาตรา43 ถ้าไม่มีการร้อถอนอาคารตามสืงของเจั่้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 42 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมี อานาจดํงตั ่อไปน้ี (1) ย่นคื ําขอฝ่ ายเดยวโดยท ี ําเป็นคํารองต้ ่อศาล นับแต่ระยะเวลาทก่ีําหนดไวตามมาตรา้ 42 ไดล้่วงพนไป ้ ขอใหศาลม้คีําสงจั่บกัุมและกกขังบัุคคลซ่งมึ ไดิ ปฏ้บิตัการตามคิ ําสงของเจั่าพน้ ักงานทองถ้นตามมาตราิ่ 42 โดยใหน้ ําประมวล กฎหมายวธิพีจารณาความแพิ งมาใช ่บ้งคั บโดยอน ัุโลม (2) ดาเนํ ินการหรอจื ดให ัม้การรีอถอนอาคารด้ืงกลั ่าวไดเองโดยจะต ้ องป ้ ิดประกาศกําหนดการรอถอนไว ้ื ใน้ บรเวณนิ ันแล้วเป ้ ็นเวลาไม่น้อยกว่าเจดว็นัและเจาของหร้อผืูครอบครองอาคาร้ผูร้บผัดชอบงานออกแบบอาคาริผูร้บผัดชอบิ งานออกแบบและคํานวณอาคาร ผูควบคุ้มงาน และผูด้ ําเนินการจะตองร้วมก่นเสัยคี ่าใชจ้่ายในการนันเว้นแต้ ่บุคคลดงกลั ่าวจะ พสิจนู์ไดว้าตนม่ ไดิ เป้ ็นผกระทู้าหรํอมืสีวนร่ วมในการกระท ่าทํ เป่ี ็นการฝ่ าฝืนกฎหมาย ในการดาเนํ ินการรอถอนอาคารตามวรรคหน้ื่ึง เมอเจ่ืาพน้กงานทัองถ้นิ่หรอผืซู้งด่ึาเนํ ินการแทนเจาพน้กงานทัองถ้นิ่ ไดใช้ความระม้ดระวังตามสมควรแกั ่พฤตการณิ ์แลว้บุคคลตามวรรคหน่ึงจะเรยกรีองค้ ่าเสยหายจากเจีาพน้กงานทัองถ้นหริ่อผืู้ ซงด่ึาเนํ ินการแทนเจาพน้กงานทัองถ้ นไม ิ่ ได่ ้ วสดัุก่อสรางท้่ถีูกรอถอนและส้ืงของทิ่ ่ขนออกจากอาคารสีวนท่่มีการรี อถอนให ้ืเจ้าพน้ ักงานทองถ้นมิ่อีํานาจยดและึ เกบร็ กษาไว ัหร้อขายและถือเงื นไว ิ แทนได ้ ้ทงนั้ ้ีตามหลกเกณฑั ์วธิการีและเง่อนไขท ื่กีําหนดในกฎกระทรวง และถ้าเจาของ้ มไดิเร้ยกเอาทรีพยัส์นหริอเงืนนินคั้ นภายในสามส ืบวินนับแตั ่วนทัม่ีการรีอถอน้ื ใหทร้พยัส์นหริอเงืนนิ นตกเป ั้็นของราชการสวน่ ทองถ้นนิ่นั้เพอน่ื ํามาเป็นคาใช ่จ้ายในการร ่อถอนอาคารตามพระราชบ้ืญญัตันิ้ี 30มาตรา44 ในกรณีทม่ี การฝ ี ่ าฝืนมาตรา 32 วรรคสาม หรอมาตราื 33 ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นมิ่อีานาจสํ งใหั่เจ้าของ้ หรอผืครอบครองอาคารระงู้ บการใช ัอาคารส้วนท่ย่ีงไม ั ได่ร้บใบร ับรองั ใบอนุญาต หรอทื ไม่ี ่ไดแจ้ งไว ้ตามมาตรา้ 39 ทวิจนกว่า จะไดร้บใบร ับรองั ใบอนุญาต หรอได ืแจ้งตามมาตรา้ 39 ทวแลิว้ 30มาตรา45 ในกรณีทม่ี การฝ ี ่ าฝืนมาตรา 34 ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นมิ่อีานาจสํ งใหั่เจ้าของหร้อผืครอบครองอาคารู้ผู้ ครอบครองพ้นทื่หรีอสืงทิ่ ่สรีางข้้นดึงกลั ่าวหรอผืู้ท่กระที ําการฝ่ าฝืนมาตรา 34 ระงบการกระทั ํานัน้และสงให ั่้บุคคลดงกลั ่าว ดาเนํ ินการแกไขเปล ้ ยนแปลงพ่ีนท้ืหร่ีอสืงทิ่สร่ีางข้ นให ้ึกล้บคันสืสภาพเดู่มได ิ ภายในระยะเวลาท ้ก่ีาหนดํ และใหน้ ํามาตรา 43 มา ใชบ้งคั บโดยอน ัุโลม มาตรา46 ในกรณีท่อาคารซี่งกึ ่อสราง้ดดแปลง ัหรอเคลื่อนยื ายโดยได ้ร้บอนัุญาตตามพระราชบญญัตันิ้ีหรอได ื ้ ก่อสราง้ดดแปลง ัหรอเคลื่อนยืายก้ ่อนวนทัพระราชบ่ีญญัตันิ้ีใชบ้งคับัมสภาพหรีอมื การใช ีท้อาจเป่ี ็นภยนตรายตั ่อสขภาพุชวีติ ร่างกาย หรอทรืพยัส์นิหรออาจไม ื ่ปลอดภยจากอัคคัภียหรัอกื ่อใหเก้ดเหติุราคาญหรํอกระทบกระเทือนตื ่อการรกษาคัุณภาพ สงแวดลิ่อม้ ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นมิ่อีานาจสํ งใหั่ด้าเนํ ินการแกไขตามหล ้กเกณฑั ์วธิการีและเงอนไขท ่ืก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ ในกรณีทไม่ี ่มการปฏ ีบิตัตามคิ ําสงของเจั่าพน้ ักงานทองถ้นตามวรรคหนิ่ ่ึง และถาอาคารน้ ันอาจเป้็นภยนตรายอยัาง่ รายแรงต้ ่อสุขภาพ ชวีติรางกาย่หรอทรืพยัส์นิ ใหเจ้าพน้ ักงานทองถ้นมิ่อีํานาจสงใหั่ร้อถอนอาคารน้ื ันได ้ โดยให ้น้ ํามาตรา 42 มาใชบ้งคั บโดยอน ัุโลม 31มาตรา46 ทวิ ในกรณีท่อีุปกรณ์ประกอบต่างๆ เก่ยวกี บระบบไฟฟ ั ้ าและการจดแสงสวั ่าง ระบบการเตอนืการ ป้ องกนและการระงับอัคคัภียั การป้ องกนอันตรายเมั่อมืเหตีุชุลมุนวุ่นวาย ระบบระบายอากาศ ระบบระบายน้ํา ระบบบําบดนั้ํา เสยีระบบเคร่องกลืหรอระบบอื่นๆืของอาคารตามมาตรา 32 ทวิมสภาพหรีอมื การใช ีท้่อาจเป ี ็นภยนตรายตั ่อสุขภาพ ชวีติ รางกาย่หรอทรืพยัส์นิหรออาจไม ื ่ปลอดภยจากอัคคัภียัหรอกื ่อใหเก้ดเหติุราคาญหรํอกระทบกระเทือนตื ่อการรกษาคัุณภาพ สงแวดลิ่อม้ ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นมิ่อีานาจดํงนั้ี 31 มาตรา 46 ทวิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 20 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543
พระราชบญญัตัิ 17 (1) มคีําสงหั่ามม้ ใหิเจ้าของอาคารหร้อผืูครอบครองอาคาร้ ใชหร้อยื นยอมให ิบุ้คคลใดใชอุ้ปกรณ์ประกอบ ต่างๆ และจดให ัม้เครีองหมายแสดงการห่ืามน้ นไว ั้ท้อ่ีุปกรณ์หรอบรืเวณทิ เป่ี ิดเผยและเหนได ็ง้ายท่อย่ี ใกล ู่ก้บอัุปกรณ์นนั้ (2) มคีําสงให ั่้เจ้าของอาคารดําเนินการแก้ไขอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ นัน้ ให้อยู่ในสภาพท่ปลอดภ ียหรัอื สามารถใชงานได ้ ภายในระยะเวลาท ้ก่ีําหนด แต่ตองไม ้น่ ้อยกวาสามส่บวินั ในกรณีมเหตีุอนสมควรเจัาพน้กงานทัองถ้นจะขยายิ่ ระยะเวลาดงกลั าวออกไปอ ่กกี ได็ ้ ในกรณีทไม่ีม่ การปฏ ีบิตัตามคิาสํงของเจั่าพน้กงานทัองถ้นตามวรรคหนิ่ ่ึง และหากอุปกรณ์ดงกลั ่าวมผลที าให ํอาคาร้ นนมั้สภาพหรี อการใช ืท้อาจเป่ี ็นภยนตรายอยั ่างรายแรงต้ ่อสุขภาพ ชวีติรางกาย่หรอทรืพยัส์นิ ใหเจ้าพน้ ักงานทองถ้นสิ่งหั่าม้ ใชอาคารน้ ันท้งหมดหรั้อบางสื ่วนไวก้ ่อนกได็ ้และต้องจดให ัม้เครี่องหมายแสดงการหืามน้ ันไว ้ ในท ้่เปี ิดเผยและเหนได ็ง้่าย ณ บรเวณอาคารหริอบรืเวณดิงกลัาว่ 32มาตรา47 การสงหรั่อการแจืงของเจ้าพน้กงานทัองถ้นตามพระราชบิ่ญญัตันิ้ีนอกจากกรณีตามมาตรา 40(2) และ มาตรา 47 ทวิใหท้ ําเป็นหนังสอสื งทางไปรษณ ่ ียลงทะเบ์ยนตอบรี บให ัผู้ขอร้ บใบอน ัุญาต ผูได้ร้บใบอน ัุญาต ผูแจ้งตามมาตรา้ 39 ทวิเจาของหร้อผืครอบครองอาคารู้ผดู้าเนํ ินการหรอผืควบคูุ้มงาน แลวแต้ ่กรณีณ ภมูลิาเนาของผํนู้นั้หรอจะทื าเปํ ็นบนทักึ และใหบุ้คคลดงกลัาวลงลายม่อชื่อรืบทราบกั ได็ ้ ในกรณีทเจ่ีาพน้กงานทัองถ้ นไม ิ่อาจด่าเนํ ินการตามวรรคหน่ึงได้ใหป้ ิดประกาศสาเนาคําสํงหรั่อหนื ังสอแจืง้แลวแต้ ่ กรณีไวในท ้่เปี ิดเผยและเหนได ็ง้่าย ณ อาคารหรอบรืเวณทิ่ตีงอาคารทั้ ่ที ําการก่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืเคล่อนยืาย้ ใช้หรอื เปล่ยนการใช ี ้นันและให ้ถ้อวื ่าผู้ขอรบใบอน ัุญาต ผูได้ร้บใบอน ัุญาต ผูแจ้งตามมาตรา้ 39 ทวิเจาของหร้อผืูครอบครองอาคาร้ ผู้ดําเนินการ หรอผืู้ควบคุมงานได้ทราบคําสงหรั่อหนื ังสอแจื ้งนันแล้้วเม่อพื ้นกําหนดเจดว็นนั ับแต่วนทั่ีได้มการป ี ิดประกาศ ดงกลัาว่ 33มาตรา47 ทวิการแจ้งคําสงของเจั่้าพนักงานท้องถิ่นท่ีสงให ั่้ระงบการกระทั ําท่ีเป็นการฝ่ าฝืนบทบญญั ัติแห่ง พระราชบญญัตันิ้ีหรอให ืร้อถอนอาคาร้ื ใหท้ ําเป็นหนงสัอสื งทางไปรษณ ่ ียลงทะเบ์ยนตอบรี บให ัผ้ซู้่งจะตึองร้บคัาสํงดั่งกลั ่าว ณ ภูมลิาเนาของผํนู้ ัน้ และใหป้ ิดประกาศคาสํงดั่งกลั ่าวไวในท ้ เป่ี ิดเผยและเหนได ็ง้าย่ณ อาคารหรอบรืเวณทิม่ีการกระทีาดํงกลั ่าว และใหถ้อวืาผ่ซู้งจะต่ึองร้บคัาสํ งได ั่ทราบค้าสํงนั่นแลั้วเม้อพ่ืนก้าหนดสามวํนนับแตั ่วนทั ได่ีม้ การป ี ิดประกาศดงกลัาว่ มาตรา48 ในการปฏบิตัหนิ ้าทตามพระราชบ่ีญญัตันิ้ีเจาพน้กงานทัองถ้นมิ่อีานาจเขํ าไปในอาคารหร ้อบรืเวณทิต่ีงั้ อาคารทม่ีเหตีุอนสมควรสงสัยวัาม่ การฝ ี ่ าฝืนหรอไม ื ่ปฏบิตัตามพระราชบิญญัตันิ้ีในเวลาระหว่างพระอาทตยิข์นถ้ึงพระอาทึตยิ ์ ตก หรอในเวลาท ื ําการของสถานทน่ีัน้และเพ่อการนื้ีใหม้อีํานาจสอบถามขอเท้จจร็งหริอสื งใหั่แสดงเอกสารหร้อหลืกฐานอั่นทื่ี เกยวข่ีองจากบุ้คคลทอย่ีหรู่อทื างานในสถานท ํน่ีนั้ 34มาตรา49 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมอีํานาจแต่งตงขั้าราชการหร้อพนื ักงานส่วนท้องถิ่นซ่ึงมความรีูหร้อคืุณวุฒิ ตามทก่ีาหนดในกฎกระทรวงให ํ เป้ ็นนายตรวจหรอนายชื างได ่ ้ ในกรณีท่มีความจี ําเป็นหรอได ื ้รบการรัองขอจากเจ้าพน้ ักงานท้องถนิ่อธบดิ กรมโยธาธ ีการและผิงเมัองืมอีํานาจ แต่งตงวั้ศวกรหริ อสถาปน ื ิกเป็นนายชางได ่ตามหล้กเกณฑัท์ก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ 35มาตรา49 ทวิ ในกรณีท่ีมีการก่อสร้าง ดัดแปลง ร้ือถอน หรือเคล่ือนย้ายอาคารโดยฝ่ าฝืนบทบัญญัติแห่ง พระราชบญญัตันิ้ีกฎกระทรวงหรอขือบ้ญญัตัทิองถ้นทิ่ ่ออกตามพระราชบีญญัตันิ้ีและเจาพน้ ักงานทองถ้ นได ิ่ด้ ําเนินการตาม มาตรา 40 มาตรา 41 หรอมาตราื 42 แล้วแต่กรณีแต่มไดิ ้มการปฏ ี ิบตัิตามคําสงของเจั่้าพนักงานท้องถนิ่และมเหตีุอนควรั สงสยวัาผ่รู้บผัดชอบงานออกแบบและคิานวณอาคารํหรอผืรู้บผัดชอบงานออกแบบอาคาริหรอผืควบคูุ้มงาน อาจเป็นผกระทู้ ํา หรอมืสีวนร่ วมในการกระท ่าดํงกลั ่าว ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นแจิ่ งให้บุ้คคลเชนว่าน่นทราบั้ และใหม้หนีงสัอแสดงหลื กฐานภายใน ั 32 มาตรา 47 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 12 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 33มาตรา 47 ทวิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 13 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 34 มาตรา 49 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 21 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 35 มาตรา 49 ทวิความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 22 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้
18 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ สามสบวินนั ับแต่วนทั่ไดีร้บแจัง้เพ่อพืสิจนู์ว่าเป็นการกระทําของผูอ้่นื หากไม่สามารถพสิจนู์ไดว้่าเป็นการกระทําของผูอ้่นื ให้ เจาพน้กงานทัองถ้นดิ่ําเนินการแจงช้่อและการกระทื ําของบุคคลเช่นวาน่ นให ั้คณะกรรมการควบคุ้มอาคารทราบและใหแจ้งสภา้ วศวกรและสภาสถาปน ิ ิกทราบเพอพ่ืจารณาดิาเนํ ินการตามกฎหมายวาด่วยว้ศวกรและกฎหมายวิาด่ วยสถาปน ้ ิก หมวด 5 การอทธรณุ์ 36มาตรา50 ใหม้คณะกรรมการพีจารณาอิุทธรณ์ (1) ในเขตกรุงเทพมหานครหรอในเขตองค ื ์การบรหารสิ ่วนจงหวัดั ประกอบดวยปล ้ ดกระทรวงมหาดไทย ั เป็นประธานกรรมการ อธบดิ กรมโยธาธ ีการและผิงเมัองืผแทนสู้านํกงานอัยการสังสูดุผแทนสู้านํกงานคณะกรรมการกฤษฎักาี ผแทนคณะกรรมการควบคูุ้มการประกอบวชาชิพวีศวกรรมิและผแทนคณะกรรมการควบคูุ้มการประกอบวชาชิ พสถาป ีตยกรรมั เป็นกรรมการ และกรรมการอ่ืนอีกไม่เกินหกคนซ่ึงรฐมนตรั ีแต่งตังจากผู้้ทรงคุณวุฒิในจํานวนน้ีให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจาก ภาคเอกชนไมน่ ้อยกวาสองคน่ และใหห้วหนั ้าสานํกงานคณะกรรมการควบคัุมอาคารเป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการซ่ึงรฐมนตรัแตี ่งตงตามวรรคหนั้ ่ึง (1) ต้องไม่เป็นผู้ซ่ึงปฏิบตัิหน้าท่ีราชการของกรุงเทพมหานครหรอื องคการบร์หารสิวนจ่งหวัดหรัอสมาชืกสภากริงเทพมหานครหรุอสภาจืงหวัดั 37 (2) ในเขตเทศบาล เขตเมองพืทยาัหรอเขตราชการสืวนท่องถ้นอิ่ ่นื ประกอบดวย้ผวู้่าราชการจงหวั ดเป ั ็น ประธานกรรมการ อยการจังหวัดัซ่ึงเป็นหวหนั ้าท่ีทําการอยการจังหวัดัและบุคคลอ่ืนอีกไม่เกินหกคนซ่ึงปลดกระทรวงั มหาดไทยเป็นผูแต้ ่งตงั้ ในจํานวนน้ีให้แต่งตงจากภาคเอกชนไม ั้่น้อยกว่าสองคนเป็นกรรมการ และใหโยธาธ ้การและผิงเมัองื จงหวั ดเป ั ็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการและเลขานุการตามวรรคหน่ึง (2) ตองไม ้ เป่ ็นผซู้ งปฏ่ึบิตัหนิ ้าทราชการของราชการส่ีวนท่องถ้นหริ่อสมาชืกิ สภาทองถ้นิ่ ใหน้ ํามาตรา 15 มาตรา 16 และมาตรา 17 มาใชบ้งคับแกั ่คณะกรรมการพจารณาอิุทธรณ์โดยอนุโลม มาตรา51 ใหคณะกรรมการพ้จารณาอิุทธรณ์มอีานาจหนํ ้าทด่ีงตั ่อไปน้ี (1) พจารณาวินิิจฉยอัุทธรณ์คาสํงของเจั่าพน้กงานทัองถ้นตามพระราชบิ่ญญัตันิ้ี (2) มหนี ังสอเรืยกบีุคคลท่ีเก่ียวข้องมาให้ถ้อยคําหรอสื งให ั่้บุคคลดงกลั ่าวส่งเอกสารหรอหลืกฐานอั่ืนท่ี เกยวข่ีองเพ้ อประกอบการพ่ืจารณาวินิิจฉยอัุทธรณ์ (3) สอบถามขอเท้จจร็งหริอกระทื าการใด ํๆ เทาท่จ่ีาเปํ ็นเพอประกอบการพ่ืจารณาวินิิจฉยอัุทธรณ์ ในการปฏบิตัหนิ ้าทตาม่ี (3) กรรมการพจารณาอิุทธรณ์หรอผืซู้งคณะกรรมการพ่ึจารณาอิุทธรณ์มอบหมายจะเขาไป ้ ในอาคาร หรอบรืเวณทิต่ีงอาคารอั้นเป ั ็นมลกรณูีแหงการอุ่ทธรณ์ในเวลาระหวางพระอาท่ตยิข์นถ้ึงพระอาทึตยิตกก์ ได็ ้ 38มาตรา51 ทวิคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะแต่งตังคณะอนุ้กรรมการข้นคณะหนึ ่ึงหรอหลายคณะเพื่ือ พจารณาหริ อปฏ ืบิตัการอยิางหน่่ึงอยางใดตามท ่มอบหมายก่ี ได็ ้ ให้นํามาตรา 15 มาตรา 16 มาตรา 17 และมาตรา 51 มาใช้บงคับแกั ่การปฏิบตัหนิ ้าท่ของคณะอนีุกรรมการโดย อนุโลม 39มาตรา52 ผู้ขอรบใบอน ัุญาต ผู้ได้รบใบอน ัุญาต ผู้แจ้งตามมาตรา 39 ทวิและผู้ได้รบคั ําสงจากเจั่้าพนักงาน ทองถ้นตามพระราชบิ่ญญัตันิ้ีมสีทธิอิุทธรณ์คาสํงดั่งกลั ่าวต่อคณะกรรมการพจารณาอิุทธรณ์ไดภายในสามส ้บวินนับแตั ่วนทราบั คาสํงั่ 36 มาตรา 50 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 15 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 37 มาตรา 50(2) ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 23 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 38 มาตรา 51 ทวิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 16 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 39 มาตรา 52 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 17 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้
พระราชบญญัตัิ 19 การอุทธรณ์ตามวรรคหน่ึงใหท้ ําเป็นหนังสอและยื่นตื ่อเจาพน้ ักงานทองถ้นผิู่ออกค้ ําสงดั่งกลั ่าว และใหเจ้าพน้ ักงาน ท้องถิ่นจดสั ่งอุทธรณ์และเอกสารหลกฐานทั่เกี่ียวของท้ งหมดไปย ั้งคณะกรรมการพัจารณาอิุทธรณ์ภายในสบวินนั ับแต่วนทั่ี ไดร้บอัุทธรณ์ ใหคณะกรรมการพ้จารณาอิุทธรณ์มคีําวนิิจฉยอัุทธรณ์ตามวรรคหน่ึงภายในหกสบวินนั ับแต่วนทั ได่ีร้บอัุทธรณ์แลว้ แจงค้าวํนิิจฉยพรัอมด้วยเหตุ้ผลเป็นหนงสั อไปย ืงผัอูุ้ทธรณ์และเจาพน้กงานทัองถ้นิ่ ถ้าผูอุ้ทธรณ์ไม่เหนด็วยก้บคั ําวนิิจฉัยอุทธรณ์ใหเสนอคด้ตี่อศาลภายในสามสบวินนั ับแต่วนทั่ไดีร้บแจังค้ ําวนิิจฉัย อุทธรณ์ ในกรณีท่คณะกรรมการพีจารณาอิุทธรณ์หรอศาลได ืม้คีําวนิิจฉัย หรอคื ําพพากษาเป ิ ็นประการใด ให้เจาพน้ ักงาน ทองถ้ นปฏ ิ่บิตัตามนินั้ ในระหว่างอุทธรณ์ห้ามมิให้ผู้อุทธรณ์หรอเจื ้าพนักงานท้องถิ่นกระทําการใดแก่อาคารอนเป ั ็นมูลกรณีแห่งการ อุทธรณ์เวนแต้ ่อาคารนนจะเป ั้็นภยนตรายตั ่อบุคคลหรอทรืพยัส์นหริอมืลีกษณะซั งไม ่ึ อาจรอได ่ ้ ใหน้ ํามาตรา 47 มาใชบ้งคับแกั ่การแจงค้าวํนิิจฉยอัุทธรณ์โดยอนุโลม หมวด 6 นายช่าง นายตรวจ และผตรวจสอบู้ 40 มาตรา53 ใหนายช้ ่างหรอนายตรวจมือีํานาจเขาไปในบร ้เวณทิ่มีการกี ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืหรอเคลื่อนยืาย้ อาคาร เพ่อตรวจสอบวื าได ่ม้ การฝ ี ่ าฝืนหรอไม ื ปฏ่บิตัตามพระราชบิญญัตันิ้ีหรอไม ื ่และเพ่อการนื้ีใหม้อีํานาจสอบถามขอเท้จจร็งิ หรอสื งใหั่แสดงเอกสารหร้อหลืกฐานอั่นทืเก่ียวข่ีองจากบุ้คคลทอย่ีหรู่อทื างานในสถานท ํน่ีนั้ มาตรา54 เม่อมืเหตีุผลอนควรสงสัยวั ่าอาคารใดซ่งได ึก้ ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืหรอเคลื่อนยืายเสร้จแล็วน้ ัน้ ได้ กระทาขํ นโดยฝ ้ึ ่ าฝืนหรอไม ื ปฏ่บิตัตามพระราชบิญญัตันิ้ีหรอมืเหตีุอนควรสงสัยวั าอาคารใดม ่ การใช ีหร้ อเปล ื ยนการใช ่ี โดยฝ ้ ่ าฝืน หรอไม ื ปฏ่บิตัตามมาตราิ 32 มาตรา 33 หรอมาตราื 34 หรออาคารใดม ืลีกษณะตามมาตราั 46 ใหนายช้ ่างมอีํานาจเขาไปตรวจ ้ อาคารและบรเวณทิ่ตีงอาคารนั้ันได ้้และเพ่อการนื้ีให้มอีํานาจสอบถามขอเท้ ็จจรงหริอสื งให ั่้แสดงเอกสารหรอหลืกฐานอั่ืนท่ี เกยวข่ีองจากบุ้คคลทอย่ีหรู่อทื างานในสถานท ํน่ีนั้ มาตรา55 ในการปฏบิตัการตามมาตราิ 53 หรอมาตราื 54 นายช่างหรอนายตรวจตืองกระท้ ําการในเวลาระหวาง่ พระอาทตยิข์นถ้ึงพระอาทึตยิตกหร์ อในเวลาท ื ําการของสถานท่นีัน้ และในการน้ีใหนายช้ ่างหรอนายตรวจแสดงบื ตรประจ ั ําตวั เมอบ่ืุคคลทเก่ียวข่ีองร้องขอ้ บตรประจ ัาตํ วให ั เป้ ็นไปตามแบบทก่ีาหนดในกฎกระทรวง ํ 41มาตรา55 ทวิหามม้ ใหิผ้ ใดทู้าการตรวจสอบตามมาตราํ 32 ทวิเวนแต้ ่ผนู้ นเป ั้็นผตรวจสอบตามพระราชบู้ญญัตันิ้ี 41มาตรา55 ตรี ในกรณีท่ีผู้ตรวจสอบทําการตรวจสอบอาคารตามมาตรา 32 ทวิโดยฝ่ าฝืนบทบัญญัติแห่ง พระราชบญญัตันิ้ีหรอกฎกระทรวงหรือขือบ้ญญัตัทิ ้องถนทิ่ ่ออกตามพระราชบีญญัตัิน้ีให้นํามาตรา 49 ทวิมาใช้บงคั บโดย ั อนุโลม 40 ชอของหมวด่ื 6 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 24 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 41 มาตรา 55 ทวิและมาตรา 55 ตรีบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 25 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543
20 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ หมวด 7 เขตเพลิงไหม้ มาตรา56 เม่อเกืดเพลิ งไหม ิ ในบร ้ เวณใดอ ินเขัาล้ กษณะเป ั ็นเขตเพลงไหม ิ ้ใหเจ้าพน้ ักงานทองถ้ นประกาศแสดง ิ่ เขตเพลงไหม ิ ไว้ ้ณ สานํ ักงานของราชการส่วนท้องถนนิ่ัน้และบรเวณทิ่เกีดเพลิ งไหม ิ ้โดยมแผนที่สีงเขปแสดงแนวเขตเพล ังิ ไหม้พรอมท้งระบัุ้ใหทราบถ้งการกระทึาอํนตัองห้ามตามพระราชบ้ญญัตันิ้ี 42มาตรา57 ภายในส่สีบหิ ้าวนนั ับแต่วนทั่เกี ิดเพลงไหม ิ ้ห้ามมใหิ ้ผู้ใดก่อสราง้ดดแปลง ัร้อถอนืหรอเคลื่อนยื ้าย อาคารในเขตเพลงไหม ิ ้และให้ผู้ได้รบใบอน ัุญาตให้ทําการก่อสราง้ดดแปลง ัร้อถอนืหรอเคลื่อนยื ้ายอาคารหรอผืู้แจ้งตาม มาตรา 39 ทวิในเขตดงกลั ่าวอยู่แล้วก่อนวนทั่ีเกิดเพลิงไหม้ระงบการกระทั ําตามท่ีได้รบอนัุญาต หรอทื่ีได้แจ้งไว้นันตาม้ ระยะเวลาดงกลัาวด่วย้ ใหน้ ํามาตรา 40 มาตรา 42 และมาตรา 43 มาใชบ้งคับแกั ่การฝ่ าฝืนบทบญญัตัในวรรคหน ิ่ึงโดยอนุโลม บทบญญัตัในวรรคหน ิ่ึงไมใช่บ้งคับแกั ่ (1) การก่อสรางอาคารช้วคราวเพั่ อประโยชน ่ื ์ในการบรรเทาทุกข์ซงจ่ึดทัาหรํอควบคืุมโดยทางราชการ (2) การดดแปลงหร ัอซื ่อมแซมอาคารเพยงเทีาท่จ่ีาเปํ ็นเพออย่ือาศู่ยหรั อใช ืสอยช้วคราวั่ มาตรา58 ใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นพิ่จารณาวิาสมควรจะม่ การปร ี บปร ัุงเขตเพลงไหม ิหร้ อไม ื ่ โดยคานํ ึงถงประโยชน ึ ์ ในการป้ องกนอัคคัภียัการสาธารณสุข การรกษาคัุณภาพสงแวดลิ่้อม การผงเมัองื การสถาปตยกรรมัและการอํานวยความ สะดวกแก่การจราจร และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเสนอความเห็นพร้อมด้วยแผนท่ีสังเขปแสดงแนวเขตเพลิงไหม้ต่อ คณะกรรมการควบคุมอาคาร ในกรณีท่ีเขตเพลิงไหม้อยู่ในเขตอํานาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมากกว่าหน่ึงท้องท่ีให้เจ้า พนกงานทัองถ้นแหิ่งท่องท้ท่ีเก่ียวข่ี องเป ้ ็นผรู้วมก่นพัจารณาและเสนอความเหิน็ทงนั้ ้ีภายในสบหิาว้นนับแตั ่วนทัเก่ีดเพลิ งไหม ิ ้ เม่ือคณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาความเห็นของเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว ให้เสนอความเห็นพร้อมทัง้ ขอส้งเกตตั ่อรฐมนตรัเพี่อสื งให ั่้เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศให้ประชาชนในเขตเพลงไหม ิ ้ทราบว่า จะมการปร ี บปร ัุงหรอไม ื ่ ประกาศดงกลั าวให ่ ประกาศไว ้ ้ณ สานํกงานของราชการสัวนท่องถ้นนิ่นและบรั้เวณทิเก่ีดเพลิ งไหม ิ ภายในส ้ส่ีบหิาว้นนับแตั ่วนทั่ี เกดเพลิ งไหม ิ ้ มาตรา59 ในกรณีท่ีมการประกาศไม ี ่ปรบปร ัุงเขตเพลงไหม ิ ้แล้ว ให้การห้ามตามมาตรา 57 วรรคหน่ึง เป็นอนั ยกเลกิ ในกรณีทม่ี การประกาศปร ี บปร ัุงเขตเพลงไหม ิแล้ว้ ใหม้การหีามตามมาตรา้ 57 วรรคหน่ึง ยงคงมั ผลใช ีบ้งคับตั ่อไป อีกเป็นเวลาหกสบวินนั ับแต่วนทั่ีมประกาศปร ี บปร ัุงเขตเพลิงไหม้นัน้ และให้สํานักงานคณะกรรมการควบคุมอาคารจดทั ํา แผนผงปร ั บปร ังเขตเพลุงไหม ิเสนอต้ ่อรฐมนตรัเพี่อประกาศใช ืบ้งคับแผนผั งปร ั บปร ัุงเขตเพลงไหม ิ ในราชก ้จจานิุเบกษา ภายใน กาหนดเวลาดํงกลัาว่ 43มาตรา60 เม่อมื ประกาศใช ีบ้งคับแผนผั งปร ั บปร ัุงเขตเพลงไหม ิแล้ว้หามม้ ใหิผ้ ใดกู้ ่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืหรอื เคล่อนยื ายอาคารในเขตตามแผนผ ้ งปร ั บปร ัุงเขตเพลงไหม ิ ให้ผ้ ดไปจากท ิก่ีําหนดในแผนผงนันั้ และบรรดาใบอนุญาตใหท้าการํ ก่อสราง้ดดแปลง ัรอถอน้ืหรอเคลื่อนยืายอาคารหร้ อใบร ืบแจังตามมาตรา้ 39 ทวิทได่ี ออกไว ้ก้ ่อนวนประกาศใช ับ้งคับแผนผังั ปรบปร ังเขตเพลุงไหม ิซ้งข่ึดกับแผนผังดังกลัาว่ ใหเป้ ็นอนยกเลักิ ใหน้ ํามาตรา 40 มาตรา 42 และมาตรา 43 มาใชบ้งคับแกั ่การฝ่ าฝืนบทบญญัตัในวรรคหน ิ่ึงโดยอนุโลม 44มาตรา60 ทวิ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเรมติ่้นดําเนินการปรบปร ัุงเขตเพลงไหม ิ ้ตามประกาศใช้บงคับแผนผังั ปรบปร ังเขตเพลุงไหม ิตามมาตรา้ 60 ภายในสองปีนบแตั ่วนใช ับ้งคั บประกาศด ังกลัาว่ 42 มาตรา 57 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 18 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 43 มาตรา 60 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 19 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 44 มาตรา 60 ทวิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 20 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535
พระราชบญญัตัิ 21 ในกรณีทม่ีความจี าเปํ ็นตองด้าเนํ ินการเวนคนทืด่ีนหริออสืงหารัมทริพยั ใด์เพ่อใช ื ประโยชน ้ ์ตามทก่ีําหนดในแผนผงั ปรบปร ังเขตเพลุงไหม ิ ้ใหจ้ายเง่นคิ าทดแทนให ่แก้ ่ผมู้สีทธิ ไดิร้บเงันคิาทดแทนก่ ่อนเรมติ่นด้าเนํ ินการปรบปร ังเขตเพลุงไหม ิ ้โดย กําหนดตามราคาประเมนทิุนทรพยั ตามประมวลกฎหมายท ์ด่ีนทิ ใช่ีบ้งคับอยั ในว ู่นทัม่ี ประกาศปร ี บปร ัุงเขตเพลงไหม ิ ้แต่ถาไม ้ ่ สามารถจ่ายเงนคิ ่าทดแทนไดภายในสองป ้ ีนบแตั ่วนใช ับ้งคั บประกาศด ังกลั ่าว ใหก้ ําหนดตามราคาประเมนทิุนทรพยัด์งกลั ่าวท่ี ใชบ้งคับอยั ในว ู่นทั่ี1 มกราคมของปีทม่ีการจีายเง่นคิาทดแทน่ ถาเจ้าพน้ ักงานทองถ้นมิ่ ไดิเร้มติ่นด้ ําเนินการปรบปร ัุงเขตเพลงไหม ิ ภายในก ้ ําหนดเวลาตามวรรคหน่ึง ใหประกาศ ้ ดงกลั าวเป ่ ็นอนยกเลักิ มาตรา61 ในกรณีท่มีความจี ําเป็นตองจ้ ดให ั ได้มาซ้่งทึ ่ดีนหริออสืงหารัมทริพยั ใด์เพ่อใช ื ประโยชน ้ ์ตามท่กีําหนด ในแผนผงปร ั บปร ัุงเขตเพลิงไหม้ให้ดําเนินการเวนคืนท่ีดินหรออสืงหารัมทริพยั ์นันโดยให ้้นํากฎหมายว่าด้วยการเวนคืน อสงหารัมทริพยั มาใช ์บ้งคั บโดยอน ัุโลม มาตรา62 เม่อเกืดเพลิ งไหม ิ ในท ้องท้ ใดอ ่ีนเขัาล้ กษณะเป ั ็นเขตเพลงไหม ิ ้ถาท้องท้น่ีนยั้ งไม ั ่มพระราชกฤษฎี กาให ี ้ ใช้พระราชบญญัตันิ้ีบงคับั ให้ถอวื ่าได้มพระราชกฤษฎี ีกาให้ใช้พระราชบญญัตันิ้ีในท้องท่นีันต้งแตั้่วนทั่เกี ิดเพลงไหม ิ ้แต่ถ้า ต่อมามีการประกาศไม่ปรบปร ัุงเขตเพลิงไหม้ตามมาตรา 58 ให้ถือว่าพระราชกฤษฎีกาดงกลั ่าวเป็นอนยกเลั ิกตงแตั้่วนทั่ี เจาพน้กงานทัองถ้นมิ่ประกาศน ีนั้ หมวด 8 บทเบดเตล็ด็ มาตรา63 ในการปฏิบตัิหน้าท่ีของกรรมการพจารณาอิุทธรณ์ผู้ซ่ึงคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มอบหมาย กรรมการเปรยบเทียบคดี ีเจาพน้กงานทัองถ้นิ่นายชาง่หรอนายตรวจตามพระราชบืญญัตันิ้ีผขอรู้ บใบอน ัุญาต ผไดู้ร้บอนัุญาต เจาของหร้อผืูครอบครองอาคาร้ผูด้ ําเนินการ ผูควบคุ้มงานหรอบืุคคลท่เกี่ยวขีองซ้่งอยึ ู่ในสถานท่นีันต้้องใหความสะดวกและ้ ชวยเหล่อตามสมควรื มาตรา64 ในการปฏบิตัหนิ ้าท่ตามพระราชบีญญัตันิ้ีใหกรรมการพ้จารณาอิุทธรณ์ผูซ้่งคณะกรรมการพึจารณาิ อุทธรณ์มอบหมาย กรรมการเปรยบเที ียบคดีเจ้าพนักงานท้องถิ่น นายช่าง และนายตรวจ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา 45มาตรา64 ทวิ ให้ราชการส่วนท้องถนมิ่อีํานาจหกเงันคิ ่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลนก่อสรางหร้อดื ดแปลง ั อาคารทได่ีร้บจากผัขอรู้ บใบอน ัุญาตหรอผืแจู้งตามมาตรา้ 39 ทวิไวได้ ไม้เก่นริอยละส้บของเงินคิาธรรมเน่ ียมดงกลั ่าวเพอน่ื ํามา จดสรรเป ั ็นเงนคิ ่าตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าท่ีผู้ตรวจแบบแปลนก่อสร้างหรอดื ดแปลงอาคาร ันายช่างและนายตรวจได้ตาม หลกเกณฑั ์และอตราทัก่ีาหนดในข ํอบ้ญญัตัทิองถ้นิ่ หมวด 9 บทกาหนดโทษ ํ 46มาตรา65 ผใดฝู้ ่ าฝืนหรอไม ื ปฏ่บิตัตามมาตราิ 21 มาตรา 22 มาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 52 วรรคหก มาตรา 57 หรอมาตราื 60 ตองระวางโทษจ ้าคํุกไมเก่นสามเดิอนืหรอปร ื บไม ัเก่นหกหมินบาทหร่ือทืงจั้าทํ งปร ั้บั นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหน่ึงแลว้ผู้ฝ่ าฝืนหรอไม ื ่ปฏบิตัตามมาตราิ 21 มาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 34 หรอมาตราื 57 ยงตั องระวางโทษปร ้บอักวี นละไม ัเก่นหนิ่ึงหมนบาทตลอดเวลาท่ืย่ีงฝั ่ าฝืนหรอจนกวื าจะได ่ ปฏ้บิตัใหิถ้กตูอง้ 45 มาตรา 64 ทวิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 21 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 46 มาตรา 65 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 22 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้
22 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ 47มาตรา65 ทวิผูใดไม ้ ่ปฏบิตัตามมาตราิ 32 ทวิหรอมาตราื 32 ตรีต้องระวางโทษจําคุกไม่เกนสามเดิอนืหรอื ปรบไม ัเก่นหกหมินบาท่ืหรอทืงจั้าทํ งปร ั้บั นอกจากตองระวางโทษตามวรรคหน ้่ึงแลว้ผไมู้ ปฏ่บิตัตามมาตราิ 32 ทวิหรอมาตราื 32 ตรียงตั องระวางโทษปร ้บั อกวี นละไม ัเก่นหนิ่ึงหมนบาทจนกว่ื าจะได ่ ปฏ้บิตัใหิถ้กตูอง้ 48มาตรา65 ตรีผใดฝู้ ่ าฝืนมาตรา 39 เบญจ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษจ ้าคํุกไมเก่นสามเดิอนืหรอปร ื บไม ั ่เกนหกิ หมนบาท่ืหรอทืงจั้าทํ งปร ั้บั นอกจากระวางโทษตามวรรคหน่ึงแลว้ผูฝ้ ่ าฝืนมาตรา 39 เบญจ วรรคหน่ึง ยงตั ้องระวางโทษปรบอักวี นละไม ั ่เกนิ หน่ึงหมนบาทจนกว่ื าจะได ่ ปฏ้บิตัใหิถ้กตูอง้ 48มาตรา65 จตวาัผูใดฝ ้ ่ าฝืนหรอไม ื ่ปฏบิตัตามคิ ําสงของเจั่้าพนักงานท้องถนตามมาตราิ่ 46 ทวิต้องระวางโทษ ปรบไม ัเก่นสามหมินบาท่ื นอกจากตองระวางโทษตามวรรคหน ้่ึงแลว้ผฝู้ ่ าฝืนหรอไม ื ่ปฏบิตัตามมาตราิ 46 ทวิยงตั องระวางโทษปร ้บอักวีนละั ไมเก่นหิาพ้นบาทัตลอดเวลาทย่ีงฝั ่ าฝืนหรอจนกวื าจะได ่ ปฏ้บิตัใหิถ้กตูอง้ 49มาตรา66 ผูใดไม ้ ่ปฏบิตัตามมาตราิ 30 วรรคหน่ึง มาตรา 38 มาตรา 39 หรอมาตราื 39 ตรีวรรคสาม (3) ต้อง ระวางโทษปรบไม ัเก่นหนิ่ึงหมนบาท่ื 50มาตรา66 ทวิผูใดม ้ ไดิ ้รอถอนอาคารตามค้ื ําสงของเจั่้าพนักงานท้องถนตามมาตราิ่ 42 โดยมไดิอย้ ู่ในระหว่าง การอุทธรณ์คาสํงดั่งกลัาว่ตองระวางโทษจ ้าคํุกไมเก่นหกเดิอนืหรอปร ื บไม ัเก่นหนิ่ึงแสนบาท หรอทืงจั้าทํ งปร ั้บั นอกจากตองระวางโทษตามวรรคหน ้่ึงแลว้ผฝู้ ่ าฝืนยงตั องระวางโทษปร ้บอักวี นละไม ั ่เกนสามหมิ่นบาทจนกวื าจะได ่ ้ ปฏบิตัตามคิาสํงของเจั่าพน้กงานทัองถ้นิ่ 51มาตรา67 ผใดฝู้ ่ าฝืนมาตรา 30 วรรคสอง หรอฝื ่ าฝืนคาสํงของเจั่าพน้กงานทัองถ้นตามมาตราิ่ 40 มาตรา 44 หรอื มาตรา 45 ตองระวางโทษจ ้าคํุกไมเก่นหกเดิอนืหรอปร ื บไม ัเก่นหนิ่ึงแสนบาท หรอทืงจั้าทํ งปร ั้บั นอกจากตองระวางโทษตามวรรคหน ้่ึงแลว้ผฝู้ ่ าฝืนยงตั องระวางโทษปร ้บอักวี นละไม ัเก่นสามหมิ่นบาทตลอดเวลาทื่ี ยงฝั ่ าฝืนหรอจนกวื าจะได ่ ปฏ้บิตัใหิถ้กตูอง้ มาตรา68 ผใดู้ (1) ไม่มาใหถ้ ้อยคําหรอสืงเอกสารตามหน่ ังสอเรืยกของคณะกรรมการพีจารณาอิุทธรณ์ตามมาตรา 51(2) โดยไมม่เหตีุอนสมควรัหรอื (2) ขดขวางการปฏ ั ิบัติหน้าท่ีของกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ผู้ซ่ึงคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ มอบหมาย เจาพน้ ักงานทองถ้นิ่นายช่าง หรอนายตรวจืตามมาตรา 48 มาตรา 51 มาตรา 53 หรอมาตราื 54 หรอไม ื ่ปฏบิตัิ ตามมาตรา 51 มาตรา 53 มาตรา 54 หรอมาตราื 63 แลวแต้ ่กรณี ตองระวางโทษจ ้าคํุกไมเก่นหนิ่ึงเดอนืหรอปร ื บไม ัเก่นหนิ่ึงพนบาทัหรอทืงจั้าทํ งปร ั้บั มาตรา69 ถาการกระท้ ําความผดตามพระราชบิญญัตันิ้ีเป็นการกระทําของผูด้ ําเนินการ ผูกระท้ ําต้องระวางโทษ เป็นสองเทาของโทษท ่บ่ีญญัตัไวิส้าหรํบความผัดนินๆั้ 47 มาตรา 65 ทวิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 26 แห่งพระราชบญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 6 แห่งพระราชบญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี5) พ.ศ. 2558 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 48 มาตรา 65 ตรีและมาตรา 65 จตวาับญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 26 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 49 มาตรา 66 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 22 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และโดยมาตรา 7 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี5) พ.ศ. 2558 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 50 มาตรา 66 ทวิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 23 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 51 มาตรา 67 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 24 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้
พระราชบญญัตัิ 23 52มาตรา70 ถ้าการกระทําความผิดตามพระราชบญญั ัติน้ีเป็นการกระทําอนเกั่ียวกบอาคารเพั่ือพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การศกษาึหรอการสาธารณสืุข หรอเป ื ็นการกระทําในทางการคาเพ้่อให ืเช้ ่า ใหเช้ ่าซ้อืขาย หรอจื ําหน่ายโดยมี คาตอบแทน่ซงอาคารใด ่ึผกระทู้าตํ องระวางโทษเป ้ ็นสองเทาของโทษท ่บ่ีญญัตัไวิส้าหรํบความผัดนินๆั้ 52มาตรา71 ในกรณีท่มี การฝ ี ่ าฝืนหรอไม ื ่ปฏบิตัตามมาตราิ 21 มาตรา 22 มาตรา 34 มาตรา 42 มาตรา 52 วรรค หก มาตรา 57 หรอมาตราื 60 ให้ถอวื ่า เป็นการกระทําของเจาของหร้อผืู้ครอบครองอาคาร ผู้ดําเนินการ ผู้ควบคุมงาน หรอื ผอูุ้ทธรณ์ตามมาตรา 52 แลวแต้ ่กรณีหรอเป ื ็นการกระทาตามคําสํงของบัุ่คคลดงกลั ่าว เวนแต้ ่บุคคลนนจะพั้สิจนู์ไดว้าเป่ ็นการ กระทาของผํอู้่นื มาตรา72 ในกรณีท่นีิติบุคคลกระทําความผดตามพระราชบิญญัตัิน้ีให้ถือว่ากรรมการหรอผืู้จดการทัุกคนของ นิตบิุคคลนันเป้็นผรู้วมกระท่าผํดกิบนั ิตบิุคคลนนั้เวนแต้ ่จะพสิจนู์ไดว้่า การกระทาของนํ ิตบิุคคลนนได ั้กระท้ าโดยตนม ํ ไดิร้เหู้น็ หรอยืนยอมดิวย้ มาตรา73 ในกรณีมการกระทีาความผํดตามพระราชบิญญัตันิ้ีใหถ้อวืา่เจาของหร้อผืครอบครองทู้ด่ีนหริออาคารทื่ี อยู่ใกล้ชดหริอตื ิดต่อกบอาคารทั่ีมการกระที ําความผดเกิ ิดข้นหรึอบืุคคลซ่ึงความเป็นอยู่หรอการใช ื ้สอยท่ดีนหริออาคารถืูก กระทบกระเทอนเนื่ืองจากการกระทาความผํดดิงกลัาว่ เป็นผเสู้ยหายตามกฎหมายวีาด่วยว้ธิพีจารณาความอาญาิ 53มาตรา74 ใหม้ คณะกรรมการเปร ียบเทียบคดี ี (1) ในเขตกรงเทพมหานครุประกอบดวยผ้วู้าราชการกรุ่งเทพมหานคร ผแทนสู้านํกงานอัยการสังสูดุและ ผแทนสู้านํกงานตัารวจแหํงชาต่ ิ (2) ในเขตจงหวัดอั่ืน ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจงหวัดัอยการจังหวัดัซ่ึงเป็นหวหนั ้าท่ีทําการอยการั จงหวัดัและหวหนั ้าตารวจภํธรจูงหวัดั ความผดตามมาตราิ 65 วรรคหน่ึง มาตรา 65 ทวิวรรคหน่ึง มาตรา 65 ตรีวรรคหน่ึง มาตรา 65 จตวาัวรรคหน่ึง มาตรา 66 มาตรา 66 ทวิวรรคหน่ึง มาตรา 67 วรรคหน่ึง มาตรา 68 มาตรา 69 หรอมาตราื 70 ใหคณะกรรมการเปร ้ยบเทียบี คดมีอีานาจเปร ํยบเที ยบได ี ้ ในกรณีทพน่ีกงานสอบสวนพบวัาผ่ ใดกระทู้าความผํดตามวรรคสองิถาผ้กระทู้าความผํดดิงกลั ่าวและผเสู้ยหายีถาม้ ี ยนยอมให ิ เปร ้ยบเทียบี ใหพน้กงานสอบสวนสังเร่่องให ื คณะกรรมการเปร ้ยบเทียบคดีตามวรรคหนี่ึงภายในเจดว็นนับแตั ่วนทัผ่ีู้ นนยั้ นยอมให ิ เปร ้ยบเทียบี ถ้าคณะกรรมการเปรยบเทียบคดีเหี ็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรถูกฟ้ องรองหร้ อได ื ้รบโทษถ ั ึงจําคุก ให้กําหนดค่าปรบซั่ึง ผู้ต้องหาจะพงชึ ําระ ถ้าผู้ต้องหาและผู้เสยหายีถ้ามียนยอมตามนิ ัน้เม่อผืู้ต้องหาได้ชําระค่าปรบตามจั ํานวนท่เปร ียบเทียบี ภายในสามสบวินนับแตั ่วนทัม่ีการเปร ียบเทียบี ใหถ้อวืาคด่เลีกกิ นตามประมวลกฎหมายว ัธิพีจารณาความอาญาิ ถ้าผูต้ ้องหาไม่ยนยอมตามทิ่เปร ียบเทียบหรีอยืนยอมแลิ วไม ้ ่ชําระเงนคิ ่าปรบภายในเวลาตามวรรคส ั่ีใหด้ ําเนินคดี ต่อไป คาปร ่บทั เปร่ียบเทียบตามพระราชบีญญัตันิ้ีใหตกเป ้ ็นของราชการสวนท่องถ้นิ่ โดยไมต่องน้ ําสงเป่ ็นรายไดแผ้นด่นิ บทเฉพาะกาล มาตรา75 บรรดาคําขออนุญาตใดๆ ท่ีได้ย่ืนไว้ก่อนวนทั่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคบและยังอยั ู่ในระหว่างการ พจารณาของเจิาพน้ ักงานทองถ้นหริ่ออธืบดิ กรมโยธาธ ีการและผิงเมัองืและการอนุญาตใด ๆ ท่ไดี ให้ ไว้ตามกฎหมายว้ ่าดวย้ การควบคุมการก่อสร้างอาคาร หรอกฎหมายวื ่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้หรอการปฏ ื ิบตัิของผู้ขอรบั ใบอนุญาตตามทได่ีร้บใบอน ัุญาต แลวแต้ ่กรณีใหถ้อวื าเป่ ็นคาขออนํุญาตและการอนุญาตตามพระราชบญญัตันิ้ีโดยอนุโลม 52 มาตรา 70 และมาตรา 71 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 25 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี2) พ.ศ. 2535 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 53 มาตรา 74 ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 27 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้
24 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ ในกรณีท่ีการขออนุญาตหรอการพืจารณาอนิุญาตดงกลั ่าวมขีอแตกต้ ่างไปจากการขออนุญาตหรอการพืจารณาิ อนุญาตตามพระราชบญญัตันิ้ีใหการขออนุ้ญาตหรอการพืจารณาอนิุญาตนันเป้็นไปตามพระราชบญญัตันิ้ีและใหเจ้าพน้ ักงาน ท้องถนมิ่คีําสงตามมาตราั่ 27 เพ่อให ื ้ผู้ขอรบใบอน ัุญาตปฏบิตั ตามให ิ ้ถูกต้องภายในเวลาสามสบวินัถ้าผู้ขอรบใบอน ัุญาตไม่ ปฏบิตัตามคิาสํงของเจั่าพน้กงานทัองถ้ นภายในก ิ่าหนดเวลาดํงกลัาว่ ใหค้าขอรํ บใบอน ัุญาตนนเป ั้็นอนตกไป ั มาตรา76 อาคารซ่ึงได้รบใบอน ัุญาตให้ทําการก่อสร้างหรือดัดแปลง และได้กระทําการเสร็จแล้วก่อนวนทั่ี พระราชบญญัตันิ้ีใชบ้งคับัแมจะเข้าล้ กษณะเป ั ็นอาคารประเภทควบคุมการใชตามพระราชบ้ญญัตันิ้ีกให็ ได้ร้บยกเวั นไม ้ ่ต้อง ปฏบิตัตามมาตราิ 32 วรรคสอง มาตรา77 ท้องท่ีใดมีอาคารก่อสร้างข้ึนเป็นจํานวนมากในท่ีดินท่ีเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินก่อนวนทั่ี พระราชบญญัตัิน้ีใช้บงคับัและมสภาพหรีออาจทื ําให้เกดสภาพทิ่ไมี ่เหมาะสม หรอไม ื ่ปลอดภยในการอย ั ู่อาศยั การป้ องกนั อคคัภียัการสาธารณสุข การรกษาคัุณภาพสงแวดลิ่อม้การผงเมัองืและการอํานวยความสะดวกแก่การจราจร เม่อมืพระราชี กฤษฎีกากําหนดเขตปรบปร ัุงอาคารในท้องท่ีนันแล้้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคําสงอยั่่างใดอย่างหน่ึงหรือหลายอย่าง ดงตั ่อไปน้ี (1) มคีําสงใหั่เจ้าของหร้อผืูครอบครองอาคารร้อถอนอาคารน้ื ันภายในก ้ําหนดเวลาไม่เกนหกเดิอนนื ับแต่ วนทั่ไดี ้รบคั ําสงั่แต่การสงรั่อถอนอาคารจะต้ื ้องกระทําเพ่อความเป ื ็นระเบยบเรียบรีอยของบ้ ้านเมองืการพฒนาทั ้องถนหริ่อื ประโยชน์ในการใชท้สาธารณะของประชาชน่ี (2) มคีําสงภายในสามส ั่บวินนั ับแต่วนทั่ีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปรบปร ัุงอาคารมผลใช ี ้บงคับั ให้ เจาของหร้อผืูครอบครองอาคารแก้ ไขเปล ้่ยนแปลงอาคารให ีถู้กต้องตามพระราชบญญัตันิ้ีภายในกําหนดเวลาไม่เกนหกเดิอนื นบแตั ่วนทั ได่ีร้บคัาสํงั่ (3) มีคําสงให ั่้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารดําเนินงานเพ่ือขจดหรั ือระงบเหตัุท่ีก่อให้เกิดหรืออาจ ก่อให้เกิดสภาพท่ีไม่เหมาะสมหรือไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศยั การป้ องกันอัคคีภัย การสาธารณสุข การรกษาคัุณภาพ สงแวดลิ่อม้การผงเมัองืและการอานวยความสะดวกแกํ ่การจราจร ภายในกาหนดเวลาไม ํเก่นหกเดิอนนืบแตั ่วนทั ได่ีร้บคัาสํงั่ (4) มคีาสํ งใหั่เจ้าของอาคารท้าสํญญาเชัาท่ด่ีนกิบเจัาพน้กงานทัองถ้นตามหลิ่กเกณฑั ์วธิการีเงอนไข ่ืและ อตราคัาเช่าท่ กระทรวงมหาดไทยก ่ีาหนดํ ถ้าเจ้าของหรอผืู้ครอบครองอาคารผู้ใดปฏบิตัตามคิ ําสงของเจั่้าพนักงานท้องถนตามวรรคหนิ่ ่ึงแล้ว ให้ผู้นันได ้้รบั ยกเวนโทษ ้แต่ถาผ้นู้ นไม ั้ปฏ่บิตัตามิผนู้นตั้ องระวางโทษปร ้ บไม ั ่เกนหิาหม้่นบาทื และใหเจ้าพน้กงานทัองถ้นมิ่คีาสํ งใหั่ผ้นู้ ันร้อ้ื ถอนอาคารนนเสั้ ยภายในระยะเวลาท ีก่ีําหนด ถาผู้น้ นไม ั้ร่ อถอนอาคารให ้ืแล้วเสร้ จภายในก ็ ําหนดดงกลั ่าว ผนู้นตั้ องระวางโทษ ้ ปรบเป ั ็นรายวนอักวีนละหนั่ึงพนบาทตลอดเวลาทัย่ีงฝั ่ าฝืนอยู่หรอจนกวืาผ่นู้นยั้ นยอมให ิเจ้าพน้กงานทัองถ้นดิ่าเนํ ินการรอถอน้ื อาคารนนเองั้ ในกรณีหลงนั้ีใหน้ ํามาตรา 42 วรรคสและวรรคห่ีา้ มาใชบ้งคั บโดยอน ัุโลม พระราชกฤษฎกาตามวรรคหนี่ึง ใหม้แผนทีแสดงแนวเขตบร่ีเวณทิก่ีาหนดนํนแนบทั้ายพระราชกฤษฎ้กาดีวย้ และให้ เจาพน้กงานทัองถ้นมิ่อีํานาจดาเนํ ินการใหเช้าท่ด่ีนในบร ิเวณนินั้เพอเป่ื ็นรายไดส้าหรํบบัารํุงทองถ้ นได ิ่้แต่ทด่ีนนินยั้งคงเป ั ็นสา ธารณสมบตัของแผินด่นิ สญญาเชั ่าทด่ีนทิท่ีาขํนตามวรรคหน้ึ ่ึง (4) ใหม้ระยะเวลาเชีาตามท่ตกลงก่ีนัแต่ตองไม ้เก่นสิ บปิ ีการต่อระยะเวลาเช่า จะกระทํามไดิ ้เม่อสืนก้ิ ําหนดเวลาเช่าทด่ีนแลิว้เจาของหร้อผืูครอบครองอาคารผู้ใดไม ้ ่รอถอน้ืขนยายอาคารหร้อสื งปล ิู่กสราง้ ของตนออกจากบรเวณทิก่ีําหนดในพระราชกฤษฎกาีตองระวางโทษจ ้าคํุกไมเก่ นสามป ิ ีหรอปร ื บไม ัเก่นสามหมิ่นบาทืหรอทืงั้ จําทงปร ั้บัและต้องระวางโทษปรบเป ั ็นรายวนอั ีกวนละหนั่ึงพนบาทตลอดเวลาทั่ียงฝั ่ าฝืน หรอจนกวื ่าผู้นันย้ นยอมให ิ ้เจ้า พนกงานทัองถ้นเขิ่าด้าเนํ ินการรอถอนอาคารน้ืนเองั้ ในกรณีหลงนั้ีใหน้ ํามาตรา 42 วรรคส่ีและวรรคหา้ มาใชบ้งคั บโดยอน ัุโลม มาตรา78 ใหถ้อวืาอุ่ทธรณ์ตามกฎหมายวาด่วยการควบคุ้มการก่อสรางอาคารท้ ได่ีย้ นไว ่ืก้ ่อนวนทัพระราชบ่ีญญัตัิ น้ีใชบ้งคับั เป็นอุทธรณ์คาสํงของเจั่าพน้กงานทัองถ้นทิ่ ได่ีย้นต่ื ่อคณะกรรมการพจารณาอิุทธรณ์ตามพระราชบญญัตันิ้ี
พระราชบญญัตัิ 25 มาตรา79 บรรดากฎกระทรวง เทศบญญั ัติขอบ้ญญัตัิจงหวัดักฎ ขอบ้งคับั ประกาศ หรอคื ําสงซั่ ่ึงได้ออกโดย อาศยอั ํานาจตามพระราชบญญัตัควบคิุมการก่อสรางอาคารพุ้ทธศกราชั 2479 หรอพระราชบืญญัตัควบคิุมการก่อสรางในเขต ้ เพลงไหม ิ ้พทธศุกราชั 2476 ใหคงใช ้บ้งคั บได ัต้ ่อไป ทงนั้ ้ีเพยงเทีาท่ ไม่ีข่ดหรัอแยืงก้บบทแหังพระราชบ่ญญัตันิ้ี มาตรา80 ท้องท่ีใดได้มพระราชกฤษฎี ีกาให้ใช้บงคับพระราชบัญญัตัิควบคุมการก่อสรางอาคาร้พุทธศกราชั 2479 หรอพระราชบืญญัตัควบคิุมการก่อสรางในเขตเพล ้ งไหม ิ ้พุทธศกราชั 2476 อยกู่่อนวนทัพระราชบ่ีญญัตันิ้ีใชบ้งคับั ใหถ้อื วาได ่ม้พระราชกฤษฎี กาให ี ใช้บ้งคับพระราชบัญญัตัในท ิองท้น่ีนแลั้ว้ ผรู้บสนองพระบรมราชโองการ ั ส. โหตระกตยิ ์ รองนายกรฐมนตรั ี หมายเหต ุเหตุผลในการประกาศใชพระราชบ้ญญัตัฉบิบนั้ีคอืเนืองจากพระราชบ่ญญัตัควบคิุมการก่อสรางอาคาร้พุทธศกราชั 2479 และพระราชบญญัตัควบคิุมการก่อสรางในเขตเพล ้ งไหม ิ ้พุทธศกราชั 2476 ไดประกาศใช ้มานานแล้ว้แมว้าได ่ม้การแกี ไข้ เพมเติ่มกินอยั ู่ตลอดมา แต่ปจจัุบนบั ้านเมองได ื ้เจรญกิ ้าวหน้าและขยายตวมากขั้นึฉะนัน้เพอให ื่้เหมาะสมและสอดคลองก้บั สถานการณ์ปจจัุบนัและเพอเพื่มประส ิ่ทธิ ภาพในด ิ ้านการควบคุมเกียวก่บความมันคงแขั่งแรง็ ความปลอดภยั การป้ องกนั อคคั ีภัย การสาธารณสุข การรกษาคัุณภาพสงแวดลิ่้อม การผงเมั ือง การสถาปตยกรรมัและการอํานวยความสะดวกแก่ การจราจรสมควรปรบปร ัุงกฎหมายว่าดวยการควบคุ้มการก่อสรางอาคาร้และกฎหมายว่าดวยการควบคุ้มการก่อสรางในเขต ้ เพลงไหม ิเส้ ยใหม ี ่และสมควรรวมกฎหมายทงสองฉบั้บดังกลัาวเข่ าเป้ ็นฉบบเดัยวกีนัจงจึ าเปํ ็นตองตราพระราชบ้ญญัตันิ้ีขน้ึ ประกาศในราชกจจานิุเบกษา เลม่ 96 ฉบบพัเศษิตอนที่80 วนทั ี่14 พฤษภาคม 2522
26 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ อตราคั ่าธรรมเนียม (1) ใบอนุญาตก่อสราง้ฉบบละั 200 บาท (2) ใบอนุญาตดดแปลง ัฉบบละั 100 บาท (3) ใบอนุญาตรอถอน้ืฉบบละั 50 บาท (4) ใบอนุญาตเคล่อนยืาย้ฉบบละั 50 บาท (5) ใบอนุญาตเปลยนการใช ่ี ้ฉบบละั 200 บาท 54 (6) ใบรบรองัฉบบละั 100 บาท 55 (6 ทว) ิ ใบอนุญาตใหใช้อาคารเพ้ อประกอบก่ื จการโรงมหรสพ ิฉบบละั 500 บาท 55 (6 ตร) ี ใบรบรองการตรวจสอบสภาพอาคารัฉบบละั 100 บาท (7) ใบแทนใบอนุญาตหรอใบแทนใบร ืบรองัฉบบละั 10 บาท (8) การต่ออายใบอนุ ุญาตใหเป้ ็นไปตามอตราใน ั (1) ถงึ (4) 56 (8 ทว) ิการต่ออายใบอนุ ุญาตใหใช้อาคารเพ้ อประกอบก่ื จการโรงมหรสพให ิ เป้ ็นไปตามอตราใน ั (6 ทว) ิ (9) การตรวจแบบแปลนก่อสราง้หรอดื ดแปลงอาคาร ั ใหค้ดคิ ่าธรรมเนียมสาหรํบการกั ่อสราง้หรอสืาหรํบสัวนท่ม่ีี การดดแปลง ัดงนั้ี (ก) อาคารซงส่ึ งไมูเก่นสามชินหรั้ อไม ืเก่นสิบหิาเมตร้ คดตามพินท้ืของพ่ีนอาคารแต้ื ่ละชนรวมกั้นัตารางเมตรละ 2 บาท (ข) อาคารซงส่ึงเกูนสามชินหรั้อเกืนสิบหิาเมตร้ คดตามพินท้ืของพ่ีนอาคารแต้ื ่ละชนรวมกั้นัตารางเมตรละ 4 บาท (ค) อาคารประเภทซงจะต่ึองม้พีนร้ืบนั้ําหนกบรรทัุกชนั้ ใดชนหนั้ ่ึงเกนหิาร้อยก้ โลกร ิมตั ่อหน่ึงตารางเมตร คดตามพินท้ืของพ่ีนอาคารแต้ื ่ละชนรวมกั้นัตารางเมตรละ 4 บาท (ง) ป้ าย คดตามพินท้ื ของป่ี ้ ายโดยเอาสวนกว่างท้ส่ีดุ คณดูวยส้วนยาวท่ส่ีดุตารางเมตรละ 4 บาท (จ) อาคารประเภทซงต่ึองว้ดความยาวัเชน่เขอน่ืทางหรอทือ่ ระบายน้ํา รวหรั้อกืาแพงํรวมทงประต ั้รูวหรั้อกืาแพงํ คดตามความยาวิเมตรละ 1 บาท ในการคดคิ ่าธรรมเนียมการตรวจแบบแปลน เศษของตารางเมตรหรอเมตรตืงแตั้่ก่งหนึ ่ึงขนไปให ้ึถ้อเป ื ็นหน่วยเตม็ ถาต้่ากวําก่งหน่ึ ่ึงใหป้ดทัง้ิ 54 อตราคัาธรรมเน่ ียม (6) ความเดมถิูกยกเลกโดยมาตรา ิ 28 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 และใหใช้ ความใหม ้แทนด่งทัพ่ีมพิ ไว์แล้ว้ 55 อตราคัาธรรมเน่ ียม (6 ทว) ิและ (6 ตร) ีบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 29 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543 56 อตราคัาธรรมเน่ ียม (8 ทว) ิบญญัตัเพิ มโดยมาตรา ิ่ 30 แหงพระราชบ่ญญัตัควบคิุมอาคาร (ฉบบทั่ี3) พ.ศ. 2543
พระราชบญญัตัิ 27 พระราชบญญัตัิควบคมอาคารุ (ฉบบทั ี่2) พ.ศ. 2535 หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบญญัตัิฉบบนั้ีคอื โดยทเปี่็นการสมควรปรบปร ัุงบทบญญัตัในพระราชบ ิญญัตัิ ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ว่าด้วยการออกอนุบัญญัติตามพระราชบญญั ัติน้ีให้เหมาะสมและคล่องตัวมากยิงข่ ้ึน เพิมเต่ิม บทบญญัตัวิ่าด้วยการแจงให ้ ้เจาพน้ ักงานท้องถนทราบกิ่่อนการดําเนินการก่อสราง้ดดแปลง ัร้อถอนืหรอเคลือนยื่ายอาคาร้ แทนการขออนุญาต เพอให ื่เก้ดความสะดวกและรวดเริวแก็ ่ประชาชนมากยงขิ่ ้นึ ปรบปร ัุงอํานาจหน้าทของเจี่าพน้ ักงานทองถ้นิ่ ในการบงคับการตามพระราชบัญญัตันิ้ีใหม้ ประส ีทธิภาพมากยิงขิ่ ้นึ ปรบปร ัุงบทกําหนดโทษ อตราโทษ ัและอํานาจหน้าทของี่ คณะกรรมการเปรยบเทียบคดี ใหีเหมาะสมก้บสภาวะทางเศรษฐกัจและลิกษณะของการกระทัาความผํดิ และปรบปร ัุงบทบญญัตัิ อืนท่ีเก่ียวข่ องให ้ ้สอดคล้องกบการปร ั บปร ัุงบทบญญั ัติดงกลั ่าวขางต้ ้นหรอให ื ้เหมาะสมและชดเจนยังขิ่ ้นึจงจึ ําเป็นต้องตรา พระราชบญญัตันิ้ี ประกาศในราชกจจานิุเบกษา เลม่ 109 ตอนที่39 วนทั ี่6 เมษายน 2535 พระราชบญญัตัิควบคมอาคารุ (ฉบบทั ี่3) พ.ศ. 2543 หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใชพระราชบ้ญญัตัฉบิบนั้ีคอืเนืองจากป่จจัุบนการพั ฒนาประเทศได ั ้มความเจรีญกิ ้าวหน้า อย่างรวดเรว็ โดยเฉพาะไดม้การขยายตีวของเมั องในด ืานการก้ ่อสรางอาคารเพ้มมากขิ่ ้นึกฎหมายวาด่วยการควบคุ้มอาคารที่ ใชบ้งคับอยั ไมู่เหมาะสมและสอดคล่องก้บสภาพการณั ์ปจจัุบนัสมควรแกไขเพ ้มเติ่มกฎหมายวิาด่วยการควบคุ้มอาคารเสยใหม ี ่ โดยกําหนดมาตรการในดานการควบคุ้มเกยวกี่บความมันคงแขั่งแรง็ ความปลอดภยั การป้ องกนอัคคัภียัการสาธารณสุข การ รกษาคัุณภาพสงแวดลิ่อม้การผงเมัองื การสถาปตยกรรมัและการอํานวยความสะดวกแก่การจราจร นอกจากน้ีกฎหมายว่า ดวยการป ้ ้ องกนภยันตรายอันเกัดแติ ่การเล่นมหรสพได้ใช้บงคั บมาเป ั ็นเวลานานแลว้ ไม่เหมาะสมกบสภาพการณั ์ในปจจัุบนั ประกอบกบโรงมหรสพก ั เป็ ็นอาคารอย่างหนึง่สมควรทจะนี่ําหลกการเกัยวกี่บการอนัุญาตใหใช้ โรงมหรสพมาบ ้ญญัตัรวมเป ิ ็น ฉบบเดัยวกีนกับกฎหมายวัาด่วยการควบคุ้มอาคารเพอสะดวกตื่่อการใชกฎหมาย้และสมควรกําหนดใหส้งทิ่สรี่างข้้นเพึ อใช ื่ ใน้ การขนสงบุ่คคลในลกษณะกระเชั าไฟฟ ้ ้ าหรอสืงทิ่สรี่างข้้นโดยม ึวีตถัุประสงคเพ์ อใช ื่เป้ ็นเครองเลื่่นในสวนสนุก หรอสถานทือี่ นใด ื่ เพอประโยชน ื่ ์ในลกษณะเดัยวกี นเป ั ็นอาคารตามกฎหมายวาด่วยการควบคุ้มอาคารดวย้จงจึ าเปํ ็นตองตราพระราชบ้ญญัตันิ้ี ประกาศในราชกจจานิุเบกษา เลม่ 117 ตอนที่42ก วนทั ี่15 พฤษภาคม 2543 พระราชบญญัตัิควบคมอาคารุ (ฉบบทั ี่4) พ.ศ. 2550 หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใชพระราชบ้ญญัตัฉบิบนั้ีคอื โดยทปี่จจัุบนรัฐบาลมั นโยบายแก ี ้ไขปญหาความยากจนและั ขยายโอกาสใหคนยากจน้และคนดอยโอกาส ้ซงนโยบายประการหน ึ่ ึงค่อการสืงเสร่ มให ิผ้มู้รายได ีน้ ้อยมทีอยี่อาศู่ยัรวมทงได ั้ร้บั การพฒนาและปร ั บปร ังคุ ุณภาพชวีตได ิด้ขีน้ึดงนันั้เพอให ื่กระทรวง้ทบวง กรม ราชการสวนท่องถ้นิ่รฐวัสาหกิจิองคการของร์ฐั ทจี่ดตังขั้ ้นตามกฎหมายึหรอหนื ่วยงานอนของรื่ฐัสามารถดาเนํ ินการจดให ัม้หรีอพืฒนาทัอยี่อาศู่ยตันทุ้นตาสํ่าหรํ บประชาชนผ ัู้ มรายได ี ้น้อย โดยไม่มปีญหาอัุปสรรคในด้านการขออนุญาตก่อสร้าง หรอดื ้านข้อกําหนดมาตรฐานอาคารในบางเรองทื่ีไม่่ เกยวขี่ องโดยตรงก ้บความมันคงแขั่งแรงหร็ อความปลอดภ ืยของอาคารัเช่น ระยะถอยรน่เน้ือที่ของทวี่างภายนอกอาคาร่หรอื ระยะห่างจากแนวเขตทดี่นิ เป็นตน้สมควรยกเวน้ผ่อนผนัหรอกื ําหนดเงอนไขในการปฏ ื่บิตัตามกฎหมายวิ ่าดวยการควบคุ้ม อาคารบางประการ โดยออกเป็นกฎกระทรวง เพอให ื่อาคารท้หนี่่วยงานของรฐดังกลั ่าวจดให ัม้หรีอพืฒนานันสอดคลั้องก้บความั ตองการและฐานะทางเศรษฐก้จของผิมู้รายได ีน้ ้อยอยางแท่จร้งิจงจึ าเปํ ็นตองตราพระราชบ้ญญัตันิ้ี ประกาศในราชกจจานิุเบกษา เลม่ 124 ตอนที่68ก วนทั ี่16 ตุลาคม 2550
28 พระราชบญญัตัควบคิมอาคารุ พระราชบญญัตัิควบคมอาคารุ (ฉบบทั ี่5) พ.ศ. 2558 หมายเหต ุเหตุผลในการประกาศใชพระราชบ้ญญัตัฉบิบนั้ีคอื โดยทเปี่็นการสมควรแกไขเพ ้มเติ่มกฎหมายวิาด่วยการควบคุ้ม อาคาร ใหร้ฐมนตรั โดยค ี ําแนะนําของคณะกรรมการควบคุมอาคารสามารถออกกฎกระทรวงกําหนดใหเร้องทื่เปี่็นรายละเอยดี ทางด้านเทคนิคเกียวก่บการกั ่อสร้าง ดดแปลง ัร้อถอนืหรอเคลื ือนย่้ายอาคาร ทีม่การเปล ี ียนแปลงรวดเร่ว็ ให้เป็นไปตาม หลกเกณฑั ์ทรี่ฐมนตรั โดยค ี ําแนะนําของคณะกรรมการควบคุมอาคารประกาศกําหนดได้เพอใช ื่้เป็นขอปฏ ้บิตัในการก ิ ่อสราง้ ดดแปลง ัร้อถอนืหรอเคลื ือนย่้ายอาคารให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามมาตรฐานสากลซึงม่การเปล ี ียนแปลงอยู่่ ตลอดเวลาตามพฒนาการของเทคโนโลย ัเกี ียวก่บการกั ่อสร้าง เพมเติ่ิมบทบญญั ัติทีก่ําหนดให้เจ้าของอาคาร ผู้ครอบครอง อาคาร หรอผืู้ดําเนินการ สําหรบอาคารบางชนั ิดหรอประเภทต ื ้องจดให ั ้มีการประกนภั ัยความรบผั ิดตามกฎหมายต่อชีวติ รางกายและทร่พยัส์นของบิุคคลภายนอก เพอให ื่บุ้คคลดงกลั ่าวไดร้บการชดใช ัค้ ่าเสยหายในเบ ี้องตื นในกรณ ้ ีทบีุ่คคลนันได ้ร้บั ความเสยหายตี ่อชวีติรางกาย่หรอทรืพยัส์นจากอาคารนินั้ปรบปร ัุงกระบวนการเกยวกี่บการแจังการก้ ่อสราง้ดดแปลง ัหรอรื้อื ถอนอาคาร โดยไม่ยนคื่ําขอรบใบอน ัุญาต ให้มความเหมาะสมกีบการพัฒนาบัุคลากรและองค์กรวชาชิพดี ้านวศวกรรมและิ สถาปตยกรรมัอนเป ั ็นการอานวยความสะดวกให ํแก้ ่ประชาชนมากยงขิ่น้ึ และปรบปร ัุงบทบญญัตัอินทื่เกี่ยวขี่ องให ้สอดคล้องก้บั การปรบปร ังบทบุ ญญัตัดิงกลัาวข่างต้น้จงจึ าเปํ ็นตองตราพระราชบ้ญญัตันิ้ี ประกาศในราชกจจานิุเบกษา เลม่ 132 ตอนที่82ก วนทั ี่27 สงหาคมิ 2558