ทรพั ยากร
ดิน
ดิน
เปนสงิ แวดล้อมทีเกิดขนึ เองโดย
ธรรมชาติ เกิดจากการสลายตัวผพุ งั ของหนิ
ชนดิ ต่าง ๆ โดยใชเ้ วลาทีนานมาก หนิ ทีสลาย
ตัวผกุ รอ่ นนจี ะมขี นาดต่าง ๆ กัน เมอื ผสมรวม
กับซากพชื ซากสตั ว์ นาํ อากาศ ก็กลายเปน
เนอื ดนิ ซงึ สว่ นประกอบเหล่านจี ะมากนอ้ ยแตก
ต่างกันไปตามชนดิ ของดนิ
อนนิ ทรยี วตั ถุ หรอื แรธ่ าตุ เปนสว่ น อินทรยี วตั ถุ อินทรยี วตั ถใุ นดิน ในทีนีมคี วาม
ประกอบทีมปี รมิ าณมากทีสดุ ในดินทัวไป ได้ หมายครอบคลมุ ตังแต่สว่ นของซากพชื ซากสตั วท์ ี
มาจากการผพุ งั สลายตัวของหินและแร่ อนิ กําลังสลายตัว เซลล์จุลินทรยี ์ ทังทีมชี วี ติ อยูแ่ ละใน
นทรยี วตั ถุ หรอื แรธ่ าตุ สว่ นทีตายแล้ว ตลอดจนสารอินทรยี ท์ ีได้จากการ
ยอ่ ยสลาย
ดิ น
ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย
ส่ ว น สาํ คั ญ 4 ส่ ว น
นาํ ในดิน หมายถึง สว่ นของนาํ ทีพบอยู่ อากาศในดิน หมายถึง สว่ นของก๊าซต่างๆ ที
ในชอ่ งวา่ งระหวา่ งอนภุ าคดินหรอื เมด็ ดินมี แทรกอยูใ่ นชอ่ งวา่ งระหวา่ งเมด็ ดินในสว่ นทีไมม่ ี
ความสาํ คัญมากต่อการปลกู และการเจรญิ นาํ อยู่ ก๊าซทีพบโดยทัวไปในดิน คือ ก๊าซไนโตรเจน
เติบโตของพชื ออกซเิ จน และคารบ์ อนไดออกไซด์
ประโยชน์ของดิ น
1. ประโยชน์ต่ อ
การเกษตรกรรม
เพราะดิ นเปนต้ น
กํา เ นิ ด ข อ ง
การเกษตรกรรม
เ ป น แ ห ล่ ง ผ ลิ ต
อาหารของ
ม นุ ษ ย์
3. เปนแหล่งที 2. การเลียง 4. เปนแหล่งเก็บ
อยู่อาศั ย แผ่น สัตว์ ดิ นเปน กักนํา เนือดิ นจะมี
แ ห ล่ ง อ า ห า ร
ดิ นเปนที ตั ง สัตว์ทั งพวก ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ
ของเมือง บ้าน พื ช แ ล ะ ห ญ้ า สาํ คัญ ๆ คือ ส่วน
เรือน ทําให้เกิด
วัฒนธรรมและ ที เปนของแข็ง
อารยธรรมของ ได้ แก่ กรวด
ทราย ตะกอน
ชุ มชนต่ าง ๆ และส่วนที เปน
มากมาย
ของเหลว คือ นํา
ซึ ง อ ยู่ ใ น รู ป ข อ ง
ความชืนในดิ นซึง
ถ้ามีอยู่มาก ๆ ก็
จ ะ ก ล า ย เ ป น นํา ซึ ม
อยู่คือนําใต้ ดิ น
ช นิ ด ข อ ง ดิ น
อนุภาคของดินจะรวมตัวกันเข้าเกิดเปนเม็ดดิน อนุภาคเหล่านีจะมีขนาด
ไม่เท่ากัน ขนาดเล็กทีสุดคืออนุภาคดินเหนียว อนุภาคขนาดกลางเรียก
อนุภาคทรายแปง อนุภาคขนาดใหญ่เรียกว่า อนุภาคทรายเนือดิน จะมี
อนุภาคทัง 3 กลุ่มนีผสมกันอยู่ในสัดส่วนทีไม่เท่ากันทําให้เกิดลักษณะของ
ดิน 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ ดินเหนียว ดินทราย และดินร่วน
1. ดินเหนียว เปนดินทีเมือเปยกแล้วมีความยืดหยุ่น
เหมาะทีจะใช้ทํานาปลูกข้าวเพราะเก็บนาํ ได้นาน
2. ดินร่วน เปนดินทีมีเนือดินค่อนข้างละเอียดนุ่มมือ
ยืดหยุ่นได้บ้าง เหมาะสมสาํ หรับการเพาะปลูกใน
ธรรมชาติมักไม่ค่อยพบ แต่จะพบดินทีมีเนือดินใกล้
เ คี ย ง กั น ม า ก ก ว่ า
3. ดินทราย เปนดินทีมีการระบายนาํ และอากาศดีมาก
ป ญ ห า ท รัพ ย า ก ร ดิ น
1 . ก า ร กั ด เ ซ า ะ
แ ล ะ พัง ท ล า ย โ ด ย
นํา นํา จาํ น ว น ม า ก
ที ก ร ะ ท บ ผิ ว ดิ น
โ ด ย ต ร ง จ ะ กั ด
เ ซ า ะ ผิ ว ดิ น ใ ห้
ห ลุด ล อ ย ไ ป ต า ม
นํา
2 . ก า ร ตั ด ไ ม้
ทํา ล า ย ป า ก า ร
เผาปา ถางปา
ทํา ใ ห้ห น้ า ดิ น
เ ป ด แ ล ะ ถูก
ช ะ ล้ า ง ไ ด้ ง่ า ย
3. การเพาะ
ป ลูก แ ล ะ เ ต รีย ม
ดิ น อ ย่ า ง ไ ม่ ถู ก
วิ ธี ตั ว อ ย่ า ง เ ช่น
การไถพรวน
ข ณ ะ ดิ น แ ห้ง
ทํา ใ ห้ห น้ า ดิ น ที
ส ม บู ร ณ์ ห ลุ ด
ล อ ย ไ ป กั บ ล ม ไ ด้
การ 1. การใหค้ วามชุม่ ชนื
อนุ แก่ดนิ การระบายนาํ
รักษ์ ในดนิ ทีมนี าํ ขงั ออก
ดิน การจดั สง่ เขา้ สทู่ ีดนิ
และการใชว้ สั ดุ เชน่
หญา้ หรอื ฟางคลมุ
หนา้ ดนิ จะชว่ ยใหด้ นิ มี
ความอุดมสมบูรณ์
จัดทําโดย
นางสาวนศิ าชล อดเิ รก เลขที 16
นางสาวพชิ ามญชุ์ วนั ดี เลขที 23
นางสาวรวษิ ฎา เตชะนา เลขที 27
ชนั มธั ยมศึกษาปที 4/1
โรงเรยี นเวยี งเจดยี ว์ ทิ ยา