คำนำ
สั ญ ญ า เ ช่ า ซื้ อ
หนั งสืออิเล็กทรอนิ กส์นี้ มีเนื้ อหาเกี่ยวกับคำ
อธิบายประมวลกฎหมายเเพ่งเเละพาณิชย์ เรื่อง
สัญญาเช่าซื้อ ได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการศึกษา
ค้นคว้าในรายวิชาเอกเทศสั ญญาเเละอาจเป็น
ประโยชน์ ให้เเก่การค้นคว้าสำหรับผู้ที่สนใจไม่มาก
ก็น้ อย
สั ญญาเช่าซื้อหมายถึงสั ญญาซึ่งเจ้าของ
ทรัพย์สิ นออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สิ น
นั้ นหรือว่าให้ทรัพย์สินนั้ นตกเป็นสิทธิ์แก่ผู้เช่าโดย
เงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้ นเท่านี้
คราวทั้งนี้ สัญญาเช่าซื้อได้บัญญัติเอาไว้ในบรรพ 3
ลักษณะ 5 ตั้งแต่มาตราที่ 572 ถึงมาตราที่ 574 ซึ่ง
จะเห็นได้ว่ามีการบัญญัติเอาไว้เพียง 3 อัตราเท่านั้ น
ดังนั้ นหากบทบัญญัติมาตรา 572 ถึง 574 ไม่ได้มี
การบัญญัติเอาไว้เป็นการเฉพาะก็จะต้องนำเอา
บทบัญญัติเรื่องกฎหมายเช่าทรัพย์มาใช้บังคับแก่
กรณี
รัชดาภรณ์ กำมะหยี่
RATCHADAPHORN
สารบัญ 1
สั ญ ญ า เ ช่ า ซื้ อ
2
รู้จักสั ญญาเช่าซื้อเบื้องต้น
สาระสำคัญของสั ญญาเช่าซื้อ 11
แบบของสั ญญาเช่าซื้อ 13
หน้ าที่และความรับผิดของผู้เช่าและผู้ให้เช่า 15
ความระงับของสั ญญาเช่าซื้อ 18
การทำสั ญญาเช่าซื้อรถยนต์ 25
และรถจักรยานยนต์
27
อายุความ
สรุป
RATCHADAPHORN
รู้จักสั ญญาเช่าซื้อเบื้องต้น สั ญญาเช่าซื้อ
(Hire Purchase)
สั ญญาเช่าซื้อ (HIRE PURCHASE)
ความหมาย :
สั ญญาเช่าซื้อคือสั ญญาที่เจ้าของทรัพย์สิ นเอาทรัพย์สิ น
ของตนออกให้ผู้อื่นเช่าเพื่อใช้สอยหรือเพื่อให้ได้ประโยชน์ และ
ให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์นั้ นหรือจะให้ทรัพย์สิ นที่เช่าตกเป็นสิ ทธิ
แก่ผู้เช่าซื้อเมื่อได้ใช้เงินจนครบตามที่ตกลงไว้โดยการชำระเป็น
งวดๆจนครบตามข้อตกลง
ข้อควรรู้เกี่ยวกับสั ญญาเช่าซื้อ
1.เป็นสั ญญาประเภทหนึ่ งที่มีกฎหมายรองรับไว้บัญญัติอยู่ใน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 5 ตั้งแต่
มาตราที่ 572-574
2. เป็นนิ ติกรรมประเภท นิ ติกรรมสองฝ่ายหรือหลายฝ่าย
3. เป็นสั ญญาต่างตอบแทนและเป็นสั ญญาที่มีค่าตอบแทน
4. สั ญญาเช่าซื้อต้องทำเป็นหนั งสื อ เสมอไม่ว่าเช่าซื้อทรัพย์สิ น
ประเภทใดตามมาตา 572 วรรคสอง
5. ผู้เช่าซื้อจะบอกเลิกสั ญญาในเวลาใดเวลาหนึ่ งไปยังผู้ให้เช่า
ซื้อก็ได้ และต้องส่ งมอบทรัพย์สิ นกลับคืนให้แก่ เจ้าของโดย
เสี ยค่าใช้จ่ายของตนเอง ตามมาตรา 573
6. สั ญญาเช่าซื้อแม้ว่าจะมีลักษณะซื้อขายผ่อนส่ งเรื่องชำระราคา
เป็นงวดๆ เเต่การซื้อขายผ่อนส่ งกรรมสิ ทธิ์ในทรัพย์สิ นเป็นของ
ผู้ซื้อทันทีขณะทำสั ญญาไม่ต้องรอให้ชำระราคาครบแต่ประการ
ใดส่ วนเรื่องสั ญญาเช่าซื้อ เมื่อผู้เช่าบอกเลิกสั ญญาบรรดาเงินที่
ได้ชำระแล้วให้ริบเป็นเจ้าของทรัพย์สิ นและเจ้าของทรัพย์สิ น
ชอบที่จะกลับเข้าครอบครองทรัพย์สิ นที่เช่าได้
สาระสำคัญของสั ญญาเช่าซื้อ
มาตรา 572 วรรคแรก ได้ให้ความหมายของ สัญญาเช่าซื้อ ว่าเป็น
สัญญา ซึ่งเจ้าของทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คํามั่นว่าจะขายทรัพย์สิน
นั้ นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้ นตก เป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่า
ได้ใช้เงินเป็นจํานวนเท่านั้ นเท่านี้ คราวเป็นการตอบแทน เมื่อผู้เช่าซื้อ
ชําระราคาค่าเช่าซื้อครบงวดทั้งหมดแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่า
ซื้อก็จะตกเป็น กรรมสิทธิ์ของผู้เช่าซื้อ
มาตรา 572 บัญญัติว่า
อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของทรัพย์สิน ออกให้เช่า
และให้คํามั่นว่าจะขายทรัพย์สิ นนั้ นหรือว่าจะให้ทรัพย์สิ นนั้ นตก
เป็นสิ ทธิแก่ผู้เช่าโดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจํานวนเท่านั้ น
เท่านี้ คราว
สั ญญาเช่าซื้อนั้ นถ้าไม่ทำเป็นหนั งสื อท่านว่าเป็นโมฆะ
องค์ประกอบ ของมาตรา 572 มีดังนี้
1.สั ญญาเช่าซื้อเป็นสั ญญาที่มีคู่สั ญญาสองฝ่าย
2.สั ญญาเช่าซื้อเป็นสั ญญาที่เจ้าของทรัพย์สิ นออกให้เช่าและให้คำมั่น
ว่าจะขายทรัพย์สินนั้ นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้ นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า
3.สั ญญาเช่าซื้อมีทรัพย์สิ นเป็นวัตถุแห่งสั ญญา
4.เป็นสัญญาที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้ นเท่านี้ คราว
1. สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาที่มีคู่สัญญาสองฝ่าย
เช่าซื้อเป็นสัญญาที่มีคู่สัญญาสองฝ่าย อันได้แก่"ผู้เช่าซื้อ" และ
"ผู้ให้เช่าซื้อ" ซึ่งสัญญาเช่าซื้อนั้ นเป็นนิ ติกรรมสัญญาอย่างหนึ่ ง การ
ทำสั ญญาเช่าซื้อจะชอบด้วยกฎหมายให้พิจารณาถึงหลักทั่วไปภายใต้
บังดับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะ 4 ว่าด้วย
นิ ติกรรม รวมทั้งบุคคลที่เข้าทำสัญญานั้ นก็จะต้องมีสภาพบุคคลและ
มีความมารถตามกฏหมายส่งผลให้สัญญาเช่าซื้อที่เกิดขึ้นนั้ นก่อให้
เกิดผลทางกฎหมายทั้งผลในทางหนี้ ผลในทางทรัพย์
จนกว่าบุคคลที่กฎหมายกำหนดเอาไว้จะใช้สิ ทธิบอกล้างสั ญญา
ภายในเวลาที่กำหนด เเละการแสดงเจตนาเข้าทำสัญญาเช่าซื้อ
ระหว่างคู่สัญญาก็จะต้องไม่เกิดจากการข่มขู่ กลฉัอฉล ความสำคัญ
ผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิ ติกรรม หรือสำคัญผิดในตัว
บุคคลหรือตัวทรัพย์สิน หากสัญญาเช่าซื้อมีวัตถุประสงค์เป็นการ
พ้นวิสัย เป็นการฝ่าฝืนข้อต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฏหมาย สัญญาดัง
กล่าวก็ตกเป็นโมฆะ
หากคู่สั ญญาประสงค์ที่จะเลิกสั ญญาก็จะต้องนำเอา
บทบัญญัติว่าด้วยการเลิกสัญญาตามบรรพ2ว่าด้วยหนี้ (มาตรา
386-394) มาใช้บังคับแก่กรณีด้วย เว้นแต่จะได้มีการบัญญัติเอาไว้
เป็นการเฉพาะในเอกเทศสัญญานั้ นๆ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2541 รถยนต์ที่จำเลยเช่าซื้อจากโจทก์
เป็นรถยนต์เก่าสภาพพอใช้ได้ และจำเลยได้ตรวจดูสภาพรถยนต์ที่
เช่าซื้อแล้วทั้งได้รับมอบรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งเป็นคันเดียวกันกับ
ที่ได้ตกลงทำสัญญาเช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อ เป็นกรณีอันมิใช่
เป็นการสำคัญผิดในตัวทรัพย์สินที่ซื้อขายกัน ไม่ทำให้สัญญาเช่าซื้อ
ตกเป็นโมฆะ ส่วนการที่จำเลยมาตรวจสอบภายหลังพบว่า
หมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์มีการปลอมแปลง ไม่ตรง
กับหมายเลขทะเบียนตามใบอนุญาตทะเบียนรถยนต์คันที่เช่าซื้อ
เป็นเพียงความสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์สิน ตามปกติถือว่า
เป็นสาระสำคัญอันทำให้นิ ติกรรมการเช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าวเป็น
โมฆียะ ตามมาตรา 157เมื่อจำเลยไม่ได้แสดงเจตนาบอกล้างโมฆียะ
กรรมดังกล่าวแก่โจทก์ สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงยัง
คงใช้บังคับได้ หาตกเป็นโมฆะไม่ ดังนั้ นเมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญา
เช่าซื้อแล้ว จำเลยผู้เช่าซื้อจึงมีหน้ าที่ต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อ
คืนให้โจทก์ในสภาพใช้การได้ดี
2.สั ญญาเช่าซื้อเป็นสั ญญาที่เจ้าของทรัพย์สิ นออกให้เช่าและให้คำมั่น
ว่าจะขายทรัพย์สินนั้ นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้ นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า
สั ญญาเช่าซื้อเป็นสั ญญาซึ่งเจ้าของทรัพย์สิ นออกให้เช่าและ
ให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้ นหรือจะให้ทรัพย์สินนั้ นตกเป็นสิทธิ
แก่ผู้เช่าซื้อ เมื่อผู้เช่าซื้อได้ชำระราคาหรือชำระเงินให้เเก่ผู้ให้เช่าซื้อ
ครบถ้วนเเล้ว กล่าวคือ เมื่อผู้เช่าซื้อได้ชำระเงินหรือชำระราคา
เท่านั้ นเท่านี้ คราวให้แก่ เจ้าของทรัพย์สิน ครบถ้วนแล้วกรรมสิทธิ์
ในทรัพย์สินอันเป็นวัตถุเเห่งสัญญานั้ นก็ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เช่า
ซื้อ ผู้เช่าซื้อจะสั่งโอนให้แก่ผู้ใดก็ย่อมเป็นสิทธิของผู้เช่าซื้อ แต่หาก
ทรัพย์สินตามสัญญาเช่าซื้อนั้ นจะต้องพิจารณาทะเบียนการโอน
กรรมสิทธิ์คู่สัญญาก็จะต้องปฏิบัติตามนั้ นต่อไป
ดังนั้ นระหว่างที่ยังชำระราคาไม่ครบถ้วนกรรมสิทธิ์ใน
ทรัพย์สินยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ ซึ่งผู้ให้เช่าซื้อยังคงมีสิทธิ์เหนื อ
ทรัพย์สิ นที่ให้เช่าซื้ออยู่และมีสิ ทธิติดตามเอาคืนได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 240/2525 สัญญาเช่าซื้อระบุว่า เมื่อผู้เช่า
ซื้อชำระราคาที่ดินครบถ้วนแล้วผู้ให้เช่าซื้อจะต้องโอนกรรมสิ ทธิ์ให้ผู้
เช่าซื้อทันที หากบิดพลิ้วให้ปรับเป็นสองเท่า ดังนี้ เมื่อโจทก์ชำระ
ค่าที่ดินครบถ้วนแล้วจำเลยไม่อาจโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ทันทีได้ จึง
ตกเป็นฝ่ายผิดนั ดโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกเบี้ยปรับได้
แนวคำพิพากษาที่น่ าสนใจ
จากประเด็นข้างต้นมีเเนวคำพิพากษาว่า ผู้ให้เช่าไม่จำเป็น
ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อก็ได้ ซึ่งตาม
มาตรา572 สัญญาเช่าซื้อสัญญาที่เจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่าเเละ
ให้คำมั่นว่าจะขายหรือให้ทรัพย์สินนั้ นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เช่าซื้อ
เมื่อได้ใช้เงินเท่านั้ นเท่านี้ คราวจนครบ กล่าวคือกรรมสิทธิ์ใน
ทรัพย์สิ นจะโอนไปยังผู้เช่าซื้อในอนาคตมิได้โอนทันทีในขณะทำ
สั ญญา
ดังนั้ นผู้มีอำนาจในการทำสัญญาคือ ''เจ้าของ'' ซึ่งถ้าทำสัญญา
จะให้เช่าซื้ออันเป็นสัญญาเบื้องต้น สัญญานั้ นก็จะก่อให้เกิดผลทาง
หนี้ ที่จะมาทำสัญญาเช่าซื้อที่เสร็จเด็ดขาดกันอีกครั้งหนึ่ งในอนาคต
คือ ก่อนการทำสัญญาเช่าซื้อเสร็จเด็จขาด ผู้เช่าซื้อจะยังไม่มีสิทธิใน
ทรัพย์สินนั้ นก็ได้ ดังนั้ นการทำสัญญาเบื้องต้นจึงไม่มีผลใดๆเเต่อาจ
จะมีผลในลักษณะของการโอนสั ญญาหรือสิ ทธิตามสั ญญาก็ได้
เเล้วเเต่กรณี
คำว่า“เจ้าของ”ในที่นี้ จึงหมายถึงผู้ให้เช่าซื้อหรือผู้ที่มี
กรรมสิ ทธิ์ในทรัพย์สิ นขณะทำสั ญญาเช่าซื้อและหมายความรวมถึงผู้
ที่จะมีกรรมสิ ทธิ์ในทรัพย์สิ นในอนาคตโดยชอบด้วยแม้ขณะทำ
สั ญญาเช่าซื้อผู้ให้เช่าซื้อจะยังไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สิ นที่เช่าซื้อ
ก็ตาม แต่ผู้ให้เช่าซื้อก็อาจจะปฏิบัติการชำระหนี้ ดังกล่าวให้เป็นไป
ตามสั ญญาเช่าซื้อได้ไม่ว่าผู้ให้เช่าซื้อจะเป็นเจ้าของกรรมสิ ทธิ์ใน
ทรัพย์สินหรือไม่ ก็ไม่ทำให้ความสมบูรณ์แห่งสัญญาเช่าซื้อเสียไป
สัญญาเช่าซื้อที่ได้ทำขึ้นนั้ นจึงเป็นสัญญาที่สมบูรณ์บังคับได้ตาม
กฎหมาย
คำพิพากษาฎีกาที่ 6862/2550 ป.พ.พ. มาตรา 572 เช่าซื้อคือ
สัญญาซึ่ง "เจ้าของ" เอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขาย
ทรัพย์สินนั้ นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้ นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าโดย
เงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้ นเท่านี้ คราว ซึ่งผู้มีอำนาจ
ทำสัญญาจึงต้องเป็น "เจ้าของ" แต่โดยสภาพของสัญญาเช่าซื้อ
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินย่อมจะโอนไปยังผู้เช่าซื้อในอนาคต หาได้
โอนกรรมสิทธิ์ในทันทีขณะทำสัญญาไม่ "เจ้าของ" จึงหมายถึง ผู้มี
กรรมสิ ทธิ์ในทรัพย์สิ นขณะทำสั ญญาเช่าซื้อและหมายรวมถึงผู้ที่จะมี
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในอนาคตโดยชอบด้วย กรณีจึงถือได้ว่า
โจทก์เป็น "เจ้าของ" รถแทรกเตอร์คันพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา
572 มีอำนาจทำสัญญาเช่าซื้อได้ สัญญาเช่าซื้อจึงสมบูรณ์ไม่เป็น
โมฆะ
หากพิจารณามาตรา572 มีการบัญญัติไว้ชัดเจนว่าผู้ให้เช่าซื้อ
จะต้องเป็นเจ้าของเพื่อเป็นหลักประกันว่าเมื่อผู้เช่าซื้อชำระเงินครบ
ถ้วนตามงวดเเล้วตนจะได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้ นทันที
คำว่า“เจ้าของ”ตามมาตรานี้ จึงควรมีความหมายในทางนิ ตินั ยว่าเป็น
เจ้าของหรือเจ้ากรรมสิ ทธิ์ในขณะนำทรัพย์สิ นออกให้เช่าไม่ใช่เจ้าของ
ในอนาคต อย่างไรก็ดีหากผู้ให้เช่าไม่ใช่เจ้าของจะทำสัญญาให้เช่าซื้อ
ก็ได้เเต่ควรเป็นสัญญาที่ไม่มีชื่อ เเละหากคู่สัญญาไม่มีเจตนาที่จะโอน
กรรมสิ ทธิ์ในทรัพย์สิ นกันมาตั้งแต่ต้นสั ญญาดังกล่าวก็ไม่เป็นสั ญญา
เช่าซื้อ
สัญญาเช่าเเบบลิสซิ่ง Leasing
คือสั ญญาที่เจ้าของทรัพย์สิ นตกลงให้ผู้เช่าทรัพย์สิ นแบบลิส
ซิ่ง ใช้ประโยชน์ จากทรัพย์นั้ นได้ โดยมีเงื่อนไขและข้อจำกัดตามที่
ระบุในสัญญา และต้องชำระราคาตามที่กำหนดไว้ โดยเจ้าของ
ทรัพย์สินตกลงจะขายทรัพย์สินที่ให้ลิสซิ่งนั้ นให้แก่ผู้เช่าทรัพย์สิน
แบบลิสซิ่งเมื่อครบกำหนดตามสัญญา ซึ่งราคาค่าเช่าแต่ละงวดจะ
มิได้รวมราคาทรัพย์สินด้วย แต่จะมีการระบุไว้ต่างหากในสัญญานั้ น
และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่านั้ นจะไม่ได้โอนไปยังผู้เช่าโดย
ทันทีดังเช่นสัญญาเช่าซื้อ หากผู้เช่าประสงค์จะซื้อหรือรับโอน
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้ น ต้องแสดงเจตนาสนองรับคำมั่นของผู้ให้
เช่าและชำระราคาซื้อทรัพย์สิ นตามจำนวนที่ระบุไว้ในสั ญญาก่อน
กรรมสิทธิ์จึงจะโอนมาเป็นของผู้เช่า ส่วนมากจะมีข้อกำหนดว่า
หากบอกเลิกสัญญาก่อนจะเสียค่าปรับ และเมื่อสิ้นสุดสัญญา
เช่า ผู้เช่าแบบลิสซิ่งจะซื้อทรัพย์สินหรือไม่ก็ได้ ซึ่งเป็นรูปแบบที่นำมา
จากต่างประเทศ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ยังไม่มี
บทบัญญัติเกี่ยวกับลิสซิ่งไว้เป็นการเฉพาะ
ตามแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาส่ วนใหญ่จะเห็นว่า
สั ญญาลีสซิ่งเป็นสั ญญาเช่าทรัพย์โดยอาศั ยการเทียบเคียงกฎหมายที่
ใกล้เคียงอย่างยิ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491/2546 สัญญาให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง
แม้จะมีข้อตกลงให้ผู้เช่ามีสิ ทธิซื้อทรัพย์สิ นที่เช่าเมื่อสั ญญาเช่าแบบลิส
ซิ่งสิ้นสุดลงแล้ว ก็เป็นเพียงคำมั่นจะขายทรัพย์สินที่เช่าให้แก่ผู้เช่า
ถ้าผู้เช่าไม่ใช้สิทธิก็ต้องคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้ให้เช่า กรรมสิทธิ์ใน
ทรัพย์สิ นไม่ได้ตกเป็นของผู้เช่าทันทีจึงแตกต่างจากสั ญญาเช่าซื้อใน
สาระสำคัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 ซึ่ง
หากผู้เช่าชำระค่าเช่าซื้อครบตามสัญญา กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินย่อม
ตกเป็นของผู้เช่าซื้อทันที สัญญาให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่งจึงเป็น
สัญญาเช่าสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตามประมวลรัษฎากรฯ มิได้กำหนดไว้ว่า
จะต้องปิดอากรแสตมป์
3. สัญญาเช่าซื้อมีทรัพย์สินเป็นวัตถุแห่งสัญญา
วัตถุแห่งสัญญาเช่าซื้อ คือ ทรัพย์สิน ซึ่งหมายความรวมทั้งทรัพย์และ
วัตถุที่ไม่มี รูปร่าง ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้ เช่นสิทธิบัตร
ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และหาก พิจารณาคําว่า “ทรัพย์สิน” ตาม
สัญญาซื้อขายในบทมาตรา 456 แล้วอาจแบ่งทรัพย์สินออกได้ เป็น
อสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์พิเศษ และสังหาริมทรัพย์ ดังนี้
อสังหาริมทรัพย์ หมายถึง ที่ดิน และทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดิน
มีลักษณะเป็นการถาวร หรือ ประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้ นรวม
ถึงทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับที่ดิน หรือทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินหรือ
ประกอบเป็นส่วนเดียวกับที่ดินนั้ นด้วยตามมาตรา 139
“อสังหาริมทรัพย์” ตามกฎหมาย ได้แก่
1. ที่ดิน
1.1 แบบเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เลย เช่น โฉนดที่ดิน, โฉนดแผนที่,
ตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์ แล้ว เป็นต้น
1.2 ที่ดินที่เจ้าของมีเพียงสิทธิครอบครอง เช่น น.ส.3, น.ส. 3ก.
เป็นต้น
2. ทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินมีลักษณะเป็นการถาวร เช่น ไม้ยืนต้น
(มะม่วง, มะพร้าว, ต้นไผ่ ฯลฯ) ,โรงเรือน, รั้ว, กำแพงเป็นต้น
3. ทรัพย์อันประกอบเป็นอันเดียวกันกับที่ดินนั้ นเช่น กรวด หิน ดิน
ทราย น้ำ แร่ธาตุต่างๆ บนที่ดินนั้ นๆ
4. ทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับ ข้อ1 – 3 ได้แก่ กรรมสิทธิ์, สิทธิครอบ
ครอง, ภาระจำยอม, สิทธิอาศัย, สิทธิเหนื อพื้นดิน, สิทธิเก็บกิน,
ภาระติดพันในอสั งหาริมทรัพย์
สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ หมายถึง ทรัพย์อื่นนอกจาก
อสังหาริมทรัพย์ที่มี กฎหมายได้กำหนดให้เป็นทรัพย์ในลักษณะ
พิเศษกว่าสังหาริมทรัพย์ทั่วไป อันได้แก่ เรือที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้น
ไป แพ และสัตว์พาหนะ คือ ช้าง ม้า วัว ควาย ลา ล่อ
สังหาริมทรัพย์ หมายถึงทรัพย์สินอื่นนอกจากอสังหาริมทรัพย์ จะ
มีรูปร่างหรือไม่ก็ได้ รวมไปถึงสิทธิที่ติดกับทรัพย์นั้ นด้วย หรือเป็น
สินทรัพย์ที่ไม่ติดอยู่กับที่ เช่นโบราณวัตถุ, งานศิลป์, เหรียญสะสม
และเครื่องประดับ เป็นต้น โดยมีข้อยกเว้นก็แต่ที่เป็นของสะสมพิเศษ
อย่างไรก็ตามทรัพย์สิ นบางอย่างก็ไม่สามารถที่จะนำมาทำ
สัญญาเช่าซื้อกันได้ เช่น ทรัพย์นอกพาณิชย์ "ทรัพย์นอกพาณิชย์" คือ
ทรัพย์ที่ไม่สามารถถือเอาได้ และทรัพย์ที่โอนแก่กันมิได้โดยชอบด้วย
กฎหมาย ได้แก่ ทรัพย์ที่ไม่สามารถถือเอาได้ เช่น ดวงดาว ดวงจันทร์
พระอาทิตย์ มนุษย์ ใต้ทะเล ฯลฯ ทรัพย์ที่โอนแก่กันมิได้โดยชอบด้วย
กฎหมาย เช่น ที่ธรณีสงฆ์ ป่าสงวน ทางสาธารณะ ฯลฯ ทรัพย์สิน
ส่วนพระมหากษัตริย์ ทรัพย์สินซึ่งได้มาโดยมีข้อกำหนดห้ามโอน
สิทธิซึ่งกฎหมายห้ามโอน เช่น สิทธิเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อ
ความเสียหายแก่ร่างกาย สิทธิในการสืบมรดก ทรัพย์สินที่กฎหมาย
ห้ามมีไว้หรือห้ามจำหน่ าย สิทธิในการได้รับบำเหน็ จบำนาญ เป็นต้น
สังหาริมทรัพย์ หมายถึงทรัพย์สินอื่นนอกจาก
อสังหาริมทรัพย์ จะมีรูปร่างหรือไม่ก็ได้ รวมไปถึงสิทธิที่ติดกับทรัพย์
นั้ นด้วย หรือกล่าวได้อีกนั ยหนึ่ งว่าเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ติดอยู่กับที่
สามารถนำติดตัวไปไหนมาไหนได้ ตัวอย่างเช่นโบราณวัตถุ, งาน
ศิลป์, เหรียญสะสม และเครื่องประดับ เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้ว
สังหาริมทรัพย์จะเสื่อมมูลค่าลงอย่างรวดเร็ว โดยมีข้อยกเว้นก็แต่ที่
เป็นของสะสมพิเศษ
ทรัพย์สินที่ไม่สามารถที่จะนำมาทำสัญญาเช่าซื้อกันได้ เช่น
"ทรัพย์นอกพาณิชย์" คือ ทรัพย์ที่ไม่สามารถถือเอาได้ และทรัพย์ที่
โอนแก่กันมิได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ได้แก่ ทรัพย์ที่ไม่สามารถถือ
เอาได้ เช่น ดวงดาว ดวงจันทร์ มนุษย์ ใต้ทะเล ฯลฯทรัพย์ที่โอนแก่
กันมิได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น ที่ธรณีสงฆ์ ทางสาธารณะ ฯลฯ
ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทรัพย์สินซึ่งได้มาโดยมีข้อกำหนด
ห้ามโอน สิทธิซึ่งกฎหมายห้ามโอน เช่น สิทธิในการสืบมรดก
ทรัพย์สินที่กฎหมายห้ามมีไว้หรือห้ามจำหน่ าย สิทธิในการได้รับ
บำเหน็ จบำนาญ เป็นต้น
คำพิพากษาฎีกาที่ 6180/2533 ที่ดินที่โจทก์ให้จำเลยเช่าซื้อเป็น
ที่ราชพัสดุและเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะ
นำที่ดินไปให้จำเลยเช่าซื้อ เพราะต้องห้ามมิให้โอนกันตามมาตรา
1305 สัญญาเช่าซื้อจึงตกเป็นโมฆะ เพราะมีวัตถุที่ประสงค์เป็นการ
พ้นวิสัยและต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย โจทก็จึงต้องคืนค่าเช่าซื้อ
ให้จำเลยเพราะเป็นการรับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้
ตามมาตรา 406 วรรคแรก ดังนั้ น เมื่อทรัพย์สินบางอย่างไม่
สามารถที่จะนำมาทำสัญญาเช่าซื้อระหว่างกันได้ เพราะต้องห้ามมิให้
โอนกันตามกฎหมาย หากมีการนำเอาทรัพย์สินที่ไม่อาจทำการเช่า
ซื้อได้มาเป็นวัตถุแห่งสัญญา สัญญาเช่าซื้อนั้ นจึงตกเป็นโมฆะเพราะมี
วัตถุที่ประสงค์เป็นการพันวิสั ยและต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย
4. เป็นสัญญาที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้ นเท่านี้ คราว
สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้ นเท่านี้
คราวแก่ผู้ให้เช่าซื้อ ซึ่งจะจ่ายกันเป็นงวดๆ โดยไม่จำต้อง
กำหนดการผ่อนชำระเป็นรายเดือน รายวัน หรือรายสัปดาห์แต่อย่าง
ใด และเมื่อชำระค่าเช่าซื้อครบตามงวดที่ตกลงกันครบถ้วนแล้ว ผู้
เช่าซื้อก็ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้ น ทั้งนี้ การส่งใช้เงินเป็นงวด ๆ
เช่นนี้ ย่อมเป็นจำนวนเงินที่สูงกว่า ค่าเช่าตามปกติธรรมดากฎหมาย
จึงไม่เรียกว่าค่าเช่า แต่เรียกว่าการใช้เงิน
คำพิพากษาฎีกาที่ 1206/2539ราคาค่าเช่าซื้อรถยนต์ตามสัญญาเช่า
ซื้อนั้ นได้รวมค่าเช่ากับราคารถยนต์ที่เช่าซื้อเข้าไว้ด้วยกัน การ
กำหนดราคาค่าเช่าซื้อดังกล่าวไม่มีกฎหมายห้ามไว้ และไม่เป็นการ
ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน แม้ราคา
ค่าเช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าวโจทก์จะกำหนดโดยวิธีหักเงินชำระล่วง
หน้ าออกไปก่อนแล้วนำส่วนที่เหลือไปคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15
ต่อปีในจำนวน 48 งวด คือ 4 ปีคำนวณเป็นดอกเบี้ยเท่าใด บวกเข้า
กับเงินที่ค้างชำระ จากนั้ นเอา 4 ปีหารเป็นรายปีออกมาเป็นค่างวด
ก็ตาม ก็เป็นวิธีการกำหนดราคาค่าเช่าซื้อรถยนต์ของโจทก์โดยชอบ
หาตกเป็นโมฆะไม่
ในสัญญาเช่าซื้อนั้ น เมื่อผู้เช่าซื้อชำระราคาทรัพย์สินที่เช่าซื้อ
ครบถ้วนแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้ นก็ตกเป็นของผู้เช่าซื้อ
อย่างไรก็ดี หากทรัพย์สินตามสัญญาเช่าซื้อนั้ นจะต้องมีการจด
ทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ คู่สัญญาก็จะต้องปฏิบัติตามนั้ น
แบบของสั ญญาเช่าซื้อ
"แบบ" ของสัญญาเช่าซื้อนั้ น บัญญัติเอาไว้ในมาตรา 572
วรรคสอง ว่า "...สัญญา เช่าซื้อนั้ นถ้าไม่ทำเป็นหนั งสือ ท่านว่าเป็น
โมฆะ" ซึ่งเมื่อพิจารณาบทมาตรา 572 วรรคสองแล้ว นั้ นจึง
สามารถทราบได้ว่า การทำสัญญาเช่าซื้อนั้ น คู่สัญญาจะต้องทำเป็น
"หนั งสือ" เสมอ ไม่ ว่าหนั งสือนั้ นจะใช้แบบพิมพ์ เขียนเองทั้งฉบับ
หรือทั้งสองผสมกัน โดยจะต้องมีสาระสำคัญครบ ถ้วนอันเป็นองค์
ประกอบของสัญญาเช่าซื้อตามที่ได้อธิบายเอาไว้แล้วข้างต้น ทั้งนี้
สัญญาเช่าซื้อ นั้ นจึงไม่จำเป็นต้องไปจดทะเบียนต่อพนั กงานเจ้า
หน้ าที่แต่อย่างใด
การทำเป็นหนั งสื อ
การทำเป็นหนั งสือ หมายถึง การทำสัญญาขึ้นเป็นลาย
ลักษณ์อักษร มีสาระสำคัญต่างๆ อันเป็นองค์ประกอบของสัญญา
เช่าซื้อครบถ้วน และในหนั งสือสัญญาเช่าซื้อนั้ นจะต้องมีการลง
ลายมือชื่อของคู่สัญญา กล่าวคือ ลายมือชื่อของทั้งผู้เช่าซื้อและผู้ให้
เช่าซื้อ ทั้งนี้ หากนิ ติกรรมสัญญาใดที่กฎหมายบังคับให้ต้องทำเป็น
หนั งสือ บุคคลผู้จะต้องทำหนั งสือไม่จำต้องเขียนเอง แต่ต้องลง
ลายมือชื่อของบุคคลนั้ น ส่วนลายพิมพ์นิ้ วมือ แกงได ตรา ประทับ
หรือเครื่องหมายอื่นทำนองเช่นว่านั้ นที่ทำลงในเอกสารแทนการ
ลงลายมือชื่อ หากมี พยานลงลายมือซื่อรับรองไว้สองคนแล้วให้ถือ
เสมอกับลงลายมือซื่อ' อย่างไรก็ดี คู่สัญญาจะต้อง พิจารณาถึง
ความหมายของคำว่า "ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิ กส์" ตามพระราช
บัญญัติว่าด้วยธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิ กส์ พ.ศ. 2544 ด้วย
เนื่ องจากสัญญาซื้อขายเป็นธุรกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ อย่าง
หนึ่ งที่กฎหมายให้เอาลายมือชื่ออิเล็กทรอนิ กส์มาใช้บังคับได้
คำพิพากษาที่ 7352|2551 มาตรา 572 วรรคสอง กำหนดว่าสัญญา
เช่าซื้อต้องทำเป็นหนั งสือ และมาตรา 798 กำหนดว่ากิจการใด
บังคับโดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนั งสือการตั้งตัวแทนเพื่อกิจการ
นั้ นต้องทำเป็นหนั งสือด้วย การที่ ก. ลงลายมือชื่อในสัญญาเช่าซื้อ
จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้ลงลายมือชื่อในสัญญาเช่าซื้อดังกล่าว สัญญา
เช่าซื้อจึงมีเพียงลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อแต่ฝ่ายเดียว ย่อม
ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา 572 วรรคสอง เช่นนี้ สัญญาเช่าซื้อ
จึงเป็นนิ ติกรรมที่ต้องทำเป็นหนั งสือ การตั้งตัวแทนในการทำ
สัญญาเช่าซื้อก็ต้องทำเป็นหนั งสือด้วย
นอกจากนี้ ไม่มีบทบัญญัติใดระบุว่าดูสัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ งหรือ
ทั้งสองฝ่ายจะต้องลงชื่อ ในวันทำสัญญานั้ น เมื่อคู่สัญญาลงชื่อใน
สัญญาเช่าซื้อทั้งสองฝ่ายก็ย่อมถือได้ว่าสัญญาเช่าซื้อ นั้ นได้กระทำ
เป็นหนั งสือแล้ว โดยคู่สัญญาไม่จำเป็นต้องลงชื่อในวันเดียวกับที่ทำ
สัญญาเช่าซื้อ แต่อย่างใด
ข้อสังเกต การนำเอาหนั งสือสัญญาเช่ามาใช้เป็นหลักฐานใน
การฟ้องร้องบังคับคดีนั้ น จะต้องมีการ ปิดอากรแสตมป์ด้วย ไม่เช่น
นั้ นไม่อาจใช้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ ดังนั้ น กรณีที่
สั ญญาเช่าซื้อไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็จะใช้เป็นหลักฐานในการฟ้อง
คดีไม่ได้ เว้นแต่เป็นสำเนา เอกสาร ซึ่งหากศาลยอมรับฟังสำเนา
เอกสารแทนต้นฉบับ สำเนาเอกสารดังกล่าวก็ไม่อยู่ในบังคับ ที่ต้อง
ปิดอากรแสตมป์
คำพิพากษาฎีกาที่ 7027/2543 เมื่อสัญญาเช่าซื้อที่ถือว่าเป็นมูลหนี้
ตามเช็คพิพาทมิได้ปิดอากรแสตมป์จึงต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยาน
หลักฐานในคดีแพ่งตามประมวลรัษฎากรมาตรา 118 และรับฟังไม่
ได้ว่ามีการทำสัญญาเช่าซื้อกันเป็นหนั งสือตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ มาตรา 572 ฉะนั้ น หนี้ ตามสัญญาเช่าซื้อย่อมไม่อาจ
บังคับได้ตามกฎหมาย
หน้ าที่และความรับผิดของผู้เช่าและผู้ให้เช่า
ผู้เช่าซื้อมีสิ ทธิได้รับมอบทรัพย์สิ นที่เช่าซื้อในสภาพที่ปลอด
จาก ความชำรุดบกพร่องหรือในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว เพราะผู้
ให้เช่าซื้อ มีหน้ าที่และความรับผิดชอบในเรื่องทรัพย์สินที่ชำรุด
บกพร่อง แม้ว่าผู้ให้เช่าซื้อจะทราบถึงความชำรุดบกพร่องหรือไม่
ก็ตาม
ตัวอย่าง ผู้เช่าซื้อไปทำสัญญาเช่าซื้อทีวีสีเครื่องหนึ่ ง เจ้าของ
ทรัพย์สินมีหน้ าที่ต้องส่งมอบทีวีสีในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่มีส่วนที่ผิด
ปกติแต่ประการใด ถ้าตรวจพบว่า ปุ่มปรับสีหลวมหรือปุ่มปรับเสียง
หลวมก็ดี ผู้เช่าซื้อต้องบอกให้ เจ้าของทรัพย์สินเปลี่ยนทีวีสีเครื่อง
ใหม่ให้ เพราะในเรื่องนี้ เป็นสิทธิของผู้เช่าซื้อตามกฎหมาย และ
เจ้าของทรัพย์สินไม่มีสิทธิที่ จะบังคับผู้เช่าซื้อให้รับทีวีสีที่ชำรุดได้
ผู้เช่าซื้อมีสิ ทธิบอกเลิกสั ญญาในเวลาใดก็ได้ด้วยการส่ งมอบ
ทรัพย์สินกลับคืนให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ โดยตนเองจะต้องเสีย ค่าใช้จ่าย
ในการส่งคืน การที่กฎหมายบัญญัติเช่นนี้ ก็เพราะเงินที่ผู้เช่าซื้อได้
ชำระให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อเป็นงวด ๆ เปรียบเสมือนการชำระค่าเช่า ดังนั้ น
ผู้เช่าซื้อจะบอกเลิกสัญญา ก็ได้ การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจะ
ต้องส่งมอบทรัพย์สินคืน ให้แก่เจ้าของถ้ามีการแสดงเจตนาว่าจะคืน
ทรัพย์สินให้ภายหลัง หาเป็นการเลิกสัญญาที่สมบูรณ์ไม่ การบอก
เลิกสัญญาจะต้องควบคู่ ไปกับการส่งคืนในขณะเดียวกัน
ผู้เช่าซื้อผิดนั ดไม่ชำระเงินสองคราวติดๆกันหรือกระทำผิด
สัญญา ในข้อที่เป็นสาระสำคัญ เจ้าของทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อมีสิทธิ
บอกเลิก สัญญาเมื่อใดก็ได้ ส่วนเงินที่ชำระราคามาแล้วแต่ก่อน ให้
ตกเป็นสิทธิของเจ้าของทรัพย์สินโดยถือเสมือนว่าเป็นค่าเช่า ผู้เช่าซื้อ
ไม่มีสิทธิเรียกคืนจากเจ้าของได้ และเจ้าของทรัพย์สินก็ไม่มีสิทธิเรียก
เงินที่ค้างชำระได้ การผิดนั ดไม่ชำระจะต้องเป็นการไม่ชำระสองงวด
ติดต่อกัน หากผิดนั ดไม่ใช้เงินเพียงครั้งเดียวหรือหลายครั้งแต่ไม่ติด
ๆ กัน
เช่น ผิดนั ดไม่ใช้เงินเดือนกุมภาพันธ์, เมษายน, มิถุนายน, สิงหาคม
ฯลฯ แต่ชำระค่าเช่าซื้อสำหรับเดือนมกราคม, มีนาคม, พฤษภาคม,
กรกฎาคม ฯลฯ สลับกันไปเช่นนี้ แม้จะผิดนั ดกี่ครั้งกี่หนก็ตาม ผู้ให้
เช่าซื้อไม่มีสิ ทธิบอกเลิกสั ญญาได้
กล่าวคือต้องเป็นในกรณีที่ผู้เช่าซื้อ ผิดนั ดไม่ใช้เงินค่าเช่าซื้อสอง
คราวติดๆกัน เช่นผิดนั ด เดือน มิถุนายน และเดือนกรกฎาคม ต่อกัน
เจ้าของทรัพย์สิ นจึงจะมีสิ ทธิบอกเลิกสั ญญาเช่าซื้อได้
ข้อยกเว้น
ถ้าสัญญาเช่าซื้อระบุไว้ว่าในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนั ดไม่ชำระค่าเช่า
ซื้อเพียงงวดเดียวก็ให้ถือว่าผู้เช่าซื้อผิดสัญญาเช่าซื้อ ให้เจ้าของทรัพย์
บอกเลิกสัญญาได้ ข้อตกลงเช่นนี้ มีผลผูกพันคู่สัญญาได้ ดังนั้ น หากผู้
เช่าซื้อผิดนั ดไม่ชำระเงินเพียงงวดเดียวผู้ให้เช่าซื้อ (เจ้าของ) ก็มีสิทธิ
บอกเลิกสั ญญาได้
ในการผิดสัญญาในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ หมายความว่า
สัญญาเช่าซื้อนั้ นมีวัตถุประสงค์ให้ผู้เช่าซื้อ มีสิทธิใช้สอยทรัพย์สินและ
ครอบครองในกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าซื้อ จนกว่าจะชำระราคาครบตาม
ข้อตกลง ถ้าผู้เช่าซื้อนำทรัพย์สินไปจำนำและไม่ชำระเงิน ถือว่าผิด
สัญญาเช่าซื้อ เจ้าของมีสิทธิบอกเลิกสัญญา และผู้เช่าซื้อมีความผิด
อาญาฐานยักยอกทรัพย์ได้อีก เนื่ องจากกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังเป็น
ของผู้ให้เช่าซื้ออยู่
อนึ่ ง ในกรณีผู้เช่าซื้อกระทำผิดสัญญา เพราะผิดนั ดไม่ใช้เงิน
ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายนั้ น เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิจะริบบรรดาเงินที่ชำระ
มาแล้วแต่ก่อนและ ยึดทรัพย์กลับคืนไปได้ต่อเมื่อรอให้ผู้เช่าซื้อมา
ชำระราคา เมื่อถึงกำหนดชำระราคาในงวดถัดไป ถ้าไม่มาผู้ให้เช่าซื้อ
ริบเงิน
ความระงับของสั ญญาเช่าซื้อ
ความระงับของสัญญาเช่าซื้ออาจระงับได้ เมื่อ
·ผู้เช่าซื้อบอกเลิกสั ญญา
·เมื่อผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสั ญญา
·การระงับสัญญาด้วยเหตุอื่นๆ โดย
มีรายละเอียดดังนี้
(1). ผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญา
มาตรา 573 บัญญัติว่า "ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่ ง
ก็ได้ด้วยส่ งมอบทรัพย์สิ นกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสี ยค่าใช้จ่าย
ของตนเอง"
ในสัญญาเช่าซื้อ การใช้สิทธิเลิกสัญญาตามมาตรา 573 นี้ ต้อง
เป็นกรณีที่ผู้เช่าซื้อไม่ได้ตกเป็นผู้ผิดนั ดผู้เช่าซื้อสามารถบอกเลิก
สัญญาในเวลาใด ๆ ก็ได้ด้วยการส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อกลับคืนให้
แก่ผู้ให้เช่าซื้อ โดยผู้เช่าซื้อไม่จำต้องรับผิดใช้ค่าขาดราคาแก่ผู้ให้เช่าซื้อ
แต่อย่างใด
แต่หากไม่เข้ากรณีตามบทมาตรา 573 แล้วนั้ น ก็ไม่ถือว่าผู้เช่า
ซื้อบอกเลิกสั ญญาแต่อย่างใด
ตัวอย่าง นาย ทาคาฮาชิ ได้ทำการเช่าซื้อบ้านจากนาย นิ ชิดะ ผู้ให้เช่า
โดยชำระราคาค่าเช่าซื้อกันเป็นงวดๆละ 40,000 บาท เป็นเวลา 10 ปี
ภายหลังจากที่เช่าไปได้เพียง 5 ปี นาย ทาคาฮาชิ ไม่สามารถส่งใช้
จำนวนเงินงวดได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ ดังนี้
นาย ทาคาฮาชิ ผู้เช่าซื้อจะต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งคือบ้านกลับคืนให้
แก่นาย นิ ชิดะ ผู้ให้เช่าซื้อ
ตัวอย่าง นาย ยูจิ ผู้เช่าซื้อสามารถบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ได้
ด้วยการส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อกลับคืนให้แก่นาย มัทสึกะ ผู้ให้เช่า
ซื้อ เนื่ องจากนาย มัทสึกะ ผู้ให้เช่าซื้อส่งมอบรถยนต์ไม่ตรงตาม
วัตถุประสงค์แห่งสั ญญาเช่าซื้อ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3149/2530 โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์จาก
จำเลย หากโจทก์จะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อก็อาจทำได้ด้วยการส่ง
มอบรถยนต์คืนแก่จำเลย ดังนั้ นเมื่อโจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาโดย
ยังครอบครองรถยนต์คันที่เช่าซื้ออยู่ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์
จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573.
(2) ผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญา
มาตรา 574 "ในกรณีผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กัน
หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ เจ้าของทรัพย์สินจะ
บอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ ถ้าเช่นนั้นบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่
ก่อน ให้ริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สินและเจ้าของทรัพย์สินชอบที่
จะกลับเข้าครองทรัพย์สิ นนั้ นได้ด้วย
อนึ่ ง ในกรณีกระทำผิดสัญญาเพราะผิดนัดไม่ใช้เงินซึ่งเป็น
คราวที่สุดนั้น ท่านว่าเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะริบบรรดาเงินที่
ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อนและกลับเข้าครองทรัพย์สิ นได้ต่อเมื่อระยะ
เวลาใช้เงินได้พ้นกำหนดไปอีกงวดหนึ่ ง"
1.กรณีการผิดนัดไม่ชำระเงินค่าเช่าซื้อสองคราวติดๆ กัน
(มาตรา574วรรคแรก )
เจ้าของทรัพย์สินจะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อเสียก็ได้ และบรรดาเงินที่
ได้ใช้มาแล้วก่อนนั้ นก็ให้ริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สินและเจ้าของ
ทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สินนั้ นได้ด้วย
คำพิพากษาฎีกาที่ 716/2525 ผู้เช่าซื้อผิดสัญญา เมื่อมีการเลิก
สั ญญาเช่าซื้อแล้วผู้ให้เช่าซี้อย่อมมีสิ ทธิรับเงินค่าเช่าซื้อที่รับไว้แล้ว
ทั้งหมด กับมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่ผู้เช่า
ซื้อได้ใช้ทรัพย์ของผู้ให้เช่าซื้อตลอดระยะเวลาที่ผู้ซื้อครอบครอง
ทรัพย์ดังกล่าวอยู่
2.กรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ใช้เงินซึ่งเป็นคราวที่สุด หรืองวด
สุดท้าย (มาตรา574 วรรคท้าย )
เจ้าของทรัพย์สิ นชอบที่จะริบบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่
ก่อนและกลับเข้าครองทรัพย์สิ นได้เมื่อระยะเวลาใช้เงินได้พันกำหนด
ไปอีกงวดหนึ่ ง
นอกจากนี้ หากผู้เช่าซื้อได้กระทำผิดสัญญาในข้อตกลงที่เป็นส่วน
สำคัญในสัญญาเช่าซื้อ เจ้าของทรัพย์สินจะบอกเลิกสัญญาก็ได้ ซึ่งข้อ
ตกลงที่เป็นส่วนสำคัญในสัญญาเช่าซื้อนั้ นจะต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ
ไป เช่น ตกลงกันเรื่องการใช้และการดูแลรักษาทรัพย์สินที่เช่า ตกลง
กันว่าห้ามแก้ไข ดัดแปลง หรือต่อเติมทรัพย์สินที่เช่าซื้อ ตกลงกัน
เรื่องการเช่าซื้อช่วง ตกลงกันเรื่องการผิดนั ดการชำระค่าเช่าซื้อ
เป็นต้น หากผู้เช่าซื้อได้กระทำผิดในข้อตกลงที่เป็นส่วนสำคัญของ
สัญญาเช่าซื้อเงินที่ได้ใช้มาแล้วก่อนนั้ นก็ให้ริบเป็นของเจ้าของ
ทรัพย์สิ นและเจ้าของทรัพย์สิ นสามารถที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สิ น
นั้ นได้ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1195/2511 กรณีจำเลยผู้เช่าซื้อผิดนั ด ประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 มิได้บัญญัติให้สิทธิโจทก์โดย
แจ้งชัดนอกเหนื อไปจากการกลับเข้าครองทรัพย์สินและริบเงินที่
จำเลยส่งแล้ว ถ้าโจทก์ยังมีสิทธิเรียกเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจนเต็ม
จำนวนด้วย ก็ไม่มีเหตุที่กฎหมายจะบัญญัติไว้เพียงให้ริบเงินที่ส่งใช้
แล้วก่อนเลิกสั ญญา
เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 มิได้บัญญัติไว้ ย่อม
แสดงว่ากฎหมายประสงค์ปล่อยให้ความรับผิดของจำเลยอยู่ภายใต้
บทบัญญัติในเรื่องหนี้ โดยทั่วไป กล่าวคือ โจทก์มีสิทธิได้รับค่าสินไหม
ทดแทน เพราะจำเลยไม่ชำระหนี้ จนเป็นเหตุให้โจทก์บอกเลิกสัญญา
กรณีที่มีการเลิกสัญญาเช่าซื้อเพราะผู้เช่าซื้อผิดนั ดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ
-ผู้ให้เช่าซื้อมีสิ ทธิเข้าครอบครองทรัพย์สิ นที่เช่าซื้อ
-ผู้ให้เช่าซื้อมีสิ ทธิริบเงินค่าเช่าซื้อที่ส่ งใช้มาแล้ว
-ผู้ให้เช่าซื้อมีสิ ทธิเรียกค่าใช้ทรัพย์ตลอดเวลาที่ผู้เช่าซื้อครอบครอง
ทรัพย์อยู่ภายหลังจากการเลิกสัญญาตามมาตรา 391วรรคสาม
กรณี ทรัพย์สิ นเช่าซื้อที่คืนมาเสี ยหาย
-ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดนอกเหนื อไปจากความเสียหายซึ่งเกิดจากการใช้
ทรัพย์โดยชอบ
-ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดสำหรับค่าใช้จ่ายในการติดตามเอาทรัพย์สิ นที่เช่า
ซื้อคืนมาให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อด้วย'
หากข้อสัญญาเช่าซื้อมีข้อตกลงว่าเมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลง ผู้เช่าซื้อ
จะต้องชำระราคาค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่ทั้งหมด ข้อตกลงนี้ ก็สามารถใช้
บังคับได้ แต่ถือว่าเป็นการกำหนดเบี้ยปรับหากเบี้ยปรับสูงเกินไปศาล
ชอบที่จะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 990/2532 ตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่ว่า
เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนั ดผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธินำรถที่ได้คืนมาออกขาย ถ้าได้เงิน
ไม่พอชำระราคาค่าเช่าซื้อที่ยังคงเหลืออยู่ ผู้เช่าซื้อยอมชำระเงินจำนวน
ที่ยังขาดอยู่จนครบและยอมเสี ยดอกเบี้ยในค่าเสี ยหายอัตราร้อยละ18
ต่อปีนั้ น เป็นวิธีการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่ งมีลักษณะเป็นการ
กำหนดเบี้ยปรับ หากกำหนดไว้สูงเกินส่วนศาลอาจลดลงเป็นจำนวน
ที่พอสมควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
การทำสั ญญาเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์
การทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์นั้ น มีประกาศคณะ
กรรมการว่าด้วยสั ญญาเรื่องให้ธุ รกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์
เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา
35 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ประกอบ
มาตรา 3 มาตรา 4 และมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์
และวิธีการในการกำหนดธุ รกิจที่ควบคุมสั ญญาและลักษณะของสั ญญา
พ.ศ. 2522
โดยมีการกำหนดให้สั ญญาเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์เป็น
ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ดังนั้ น หากเป็นการทำธุรกิจให้เช่าซื้อ ซื้อรถยนต์และ
รถจักรยานยนต์' หากมีกรณีที่จะต้องบอกเลิกสัญญาก็จะต้องบังคับไปตาม
ประกาศข้างต้นนี้ ไม่นำเอาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับแต่
ประการใด
สาระสำคัญของประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสั ญญาเรื่องให้ธุ รกิจให้
เช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561
มีดังต่อไปนี้
ธุรกิจให้เช่าซื้อ ซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หมายความว่า การ
ประกอบกิจการค้าโดยเจ้าของนำเอารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ของตน
ออกให้บุคคลธรรมดาเช่าและให้คำมั่นว่าจะขายรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
หรือว่าจะให้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้ นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าโดยมี
เงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้ นเท่านี้ คราว
รถยนต์ หมายถึง รถยนต์นั่ งส่วนบุคคลหรือรถยนต์บรรทุกส่วน
บุคคลเพื่อใช้เป็นการส่วนตัวเท่านั้ น โดยไม่นำไปใช้ทำการขนส่ง เพื่อการค้า
หรือธุรกิจของตนเอง หรือเพื่อสินจ้าง
รถจักรยานยนต์ หมายถึง รถที่เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์หรือกำลัง
ไฟฟ้าและมีล้อไม่เกินสองล้อถ้ามีพ่วงข้างมีล้อเพิ่มอีกไม่เกินหนึ่ งล้อและให้
หมายความรวมถึงรถจักรยานที่ติดเครื่องยนต์ด้วยเพื่อใช้เป็นการส่ วนตัว
เท่านั้ น ไม่นำไปใช้ทำการขนส่ง เพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเอง หรือเพื่อ
สิ นจ้าง
สั ญญาเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผู้ประกอบธุ รกิจทำกับผู้
บริโภคนั้ นจะต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็นและอ่านได้ชัดเจน มี
ขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่า2 มิลลิเมตร โดยมีจำนวนไม่เกิน 11 ตัวอักษรใน 1
นิ้ ว และต้องใช้ข้สัญญาที่มีสาระสำคัญและเงื่อนไขต่อไปนี้
ก. ยี่ห้อ รุ่น หมายเลขเครื่องยนต์และหมายเลขตัวถัง สภาพของรถยนต์หรือ
รถจักรยานยนต์ว่าเป็นรถใหม่หรือรถใช้แล้ว และระยะทางได้ใช้แล้ว โดยให้
มีหน่ วยเป็นกิโลเมตรหรือไมล์ รวมทั้งภาระผูกพันของรถยนต์หรือรถ
จักรยานยนต์ (ถ้ามี)
ข. ราคาเงินสด จำนวนเงินจอง จำนวนเงินดาวน์ ราคาเงินสดส่วนที่เหลือ
อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปีในการคำนวณผลตอบแทนให้ระบุอัตราดอกเบี้ย
ที่แท้จริงต่อปี จำนวนงวดที่ผ่อนชำระจำนวนเงินค่าเช่าซื้อทั้งสิ้น จำนวน
เงินค่าเช่าซื้อที่ผ่อนชำระในแต่ละงวด จำนวนค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่ซำระใน
แต่ละงวด เป็นต้น
ค. วิธีคำนวณจำนวนเงินค่าเช่าซื้อ จำนวนค่าเช่าซื้อ จำนวนดอกเบี้ยที่ชำระ
และจำนวนค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระในแต่ละงวด
ง. ตารางแสดงภาระหนี้ ตามสัญญาเช่าซื้อสำหรับผู้เช่าซื้อแต่ละราย โดยให้
แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนงวดค่าเช่าซื้อที่ต้องชำระ วัน เดือน ปี ที่
ชำระเงินค่างวดเช่าซื้อ จำนวนเงินค่าเช่าซื้อที่ชำระในแต่ละงวด โดยแยก
เป็นเงินต้น ดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และจำนวนเงินค่าเช่าซื้อคง
ค้าง โดยแยกเป็นเงินตันคงค้างดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อ รวมทั้งจำนวนส่วนลดที่
ผู้เช่าซื้อจะได้รับตามเอกสารแนบท้ายประกาศฉบับนี้ เพื่อส่งมอบให้ผู้เช่าซื้อ
พร้อมกับหนั งสือสัญญาเช่าซื้อ
จ. อัตราค่าธรรมเนี ยมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ ค่าเช่าซื้อที่
คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ ประกาศกำหนดตามกฎหมายว่าด้วย
การทวงถามหนี้ โดยให้ระบุวิธีการคิดคำนวณค่าธรรมเนี ยมหรือค่าใช้จ่าย
ใด ๆ ในการทวงถามหนี้ ค่าเช่าซื้อในแต่ละรายการไว้ในเอกสารแนบท้าย
สั ญญาเช่าซื้อ
กรรมสิ ทธิ์ในรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อตกเป็นของผู้เช่าซื้อเมื่อ
ผู้เช่าซื้อ ได้ชําระเงินค่าเช่าซื้อครบถ้วน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ผู้ให้เช่าซื้อเรียก
เก็บได้ โดยผู้เช่าซื้อต้องชําระ ค่าธรรมเนี ยมการโอนทะเบียนรถยนต์หรือรถ
จักรยานยนต์ตามที่กรมการขนส่ งทางบกเรียกเก็บ
ผู้ให้เช่าซื้อต้องดําเนิ นการจดทะเบียนรถยนต์หรือรถ
จักรยานยนต์ดังกล่าว ให้เป็นชื่อ ของผู้เช่าซื้อภายใน ๓๐ วัน นั บแต่วันที่ผู้ให้
เช่าซื้อได้รับเอกสารที่จำเป็นสำหรับการจดทะเบียนครบถ้วนจากผู้เช่าซื้อ
เว้นแต่เป็นกรณี ที่มีเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถทําการจดทะเบียนโอนได้โดย
มิใช่เป็นความผิด ของผู้ให้เช่าซื้อ
หากผู้ให้เช่าซื้อไม่ปฏิบัติตามดังกล่าว ผู้ให้เช่าซื้อยินยอมเสียเบี้ย
ปรับโดยคํานวณจาก มูลค่าเช่าซื้อ ในอัตราเท่ากับอัตราเบี้ยปรับที่ผู้เช่าซื้อ
ต้องชําระในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนั ดชําระค่าเช่าซื้อ และถ้าผู้เช่าซื้อดําเนิ นคดี
ทางศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือเบี้ยปรับ ผู้ให้เช่าซื้อต้องรับภาระ ค่า
ธรรมเนี ยม ค่าทนายความ หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดําเนิ น
คดีดังกล่าว ทั้งนี้ เพียงเท่าที่ ผู้เช่าซื้อได้ใช้จ่ายไปจริง โดยประหยัด ตาม
ความจําเป็น และมีเหตุผลอันสมควร
กรณี ผู้ให้เช่าซื้อประสงค์จะนาเงินค่างวดของผู้เช่าซื้อที่ได้ชำระแล้ว
ในงวดต่อมาเพื่อหักชําระเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ให้เช่าซื้อเรียกเก็บได้ซึ่งผู้เช่าซื้อ
ต้องชําระในแต่ละงวด ค่าธรรมเนี ยม หรือ ค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถาม
หนี้ ค่าเช่าซื้อ ค่าเบี้ยปรับชําระค่างวดล่าช้า ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้ าที่ต้องแจ้ง เป็น
หนั งสือให้ผู้เช่าซื้อทราบก่อนภายใน ๗ วัน นั บแต่วันที่ผู้เช่าซื้อได้รับแจ้ง
หากผู้ให้เช่าซื้อไม่มีหนั งสือ ดังกล่าว ผู้ให้เช่าซื้อไม่มีสิทธินาเงินค่างวดต่อ
มานั้ นมาหักช ำระค่าใช้จ่ายดังกล่าว และผู้ให้เช่าซื้อจะถือว่าผู้เช่าซื้อผิดนั ด
ชําระค่าเช่าซื้อที่นํ ามาชําระเต็มจํานวนในงวดนั้ นไม่ได้
กรณีผู้ให้เช่าซื้อได้หักเงินค่างวดเรียบร้อยแล้ว ผู้ให้เช่าซื้อมีหน้ าที่
ต้องแจ้งเป็นหนั งสือ ให้ผู้เช่าซื้อนํ าเงินในส่วนที่ขาดของค่างวดเช่าซื้อ
มาชําระให้ครบถ้วนภายใน ๑๕ วัน นั บแต่วันที่ผู้เช่าซื้อ ได้รับหนั งสือดัง
กล่าว หากผู้เช่าซื้อมิได้ชาระเงินส่วนที่ขาดให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาดัง
กล่าว ให้ถือว่า ํ ผู้เช่าซื้อผิดนั ดเฉพาะเงินค่างวดเช่าซื้อบางส่วนที่ยังมิได้ชํา
ระนั้ น
ในกรณีผู้เช่าซื้อผิดนั ดชําระค่าเช่าซื้อรายงวดสามงวดติด ๆ กัน และ
ผู้ให้เช่าซื้อมี หนั งสือบอกกล่าวผู้เช่าซื้อให้ใช้เงินรายงวดที่ค้างชําระนั้ น
ภายในเวลาอย่างน้ อย ๓๐ วัน นั บแต่วันที่ ผู้เช่าซื้อได้รับหนั งสือและผู้เช่า
ซื้อละเลยเสียไม่ปฏิบัติตาม ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้
เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลงไม่ว่ากรณีใด ๆ และผู้ให้เช่าซื้อได้กลับ
เข้าครอบครองรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ที่ให้เช่าซื้อ ก่อนนํ ารถยนต์
หรือรถจักรยานยนต์ออกขายโดยวิธีประมูลหรือวิธี ขายทอดตลาดที่เหมาะ
สม
ข้อสั ญญาที่ผู้ประกอบธุ รกิจทำกับผู้บริโภคต้องไม่ใช้ข้อสั ญญาที่มี
ลักษณะหรือความหมาย ในลักษณะทำนองเดียวกัน ดังต่อไปนี้
(๑) ข้อสัญญาที่เป็นการผลักภาระให้ผู้เช่าซื้อเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนี ยม
ค่าภาษีอากร หรือ ค่าใช้จ่ายใด ๆ เกี่ยวกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ซึ่ง
เกิดขึ้นก่อนที่ผู้เช่าซื้อจะเข้าทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์
ดังกล่าว
(๒) ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อคิดเบี้ยปรับในกรณีที่ผู้เช่าซื้อ
ผิดนั ดชำระค่างวดตาม สัญญาเช่าซื้อ เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี
(Effective Interest Rate) บวกร้อยละ ๓ ต่อปี แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินอัตรา
ร้อยละ ๑๕ ต่อปี
(๓) ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อเรียกให้ผู้เช่าซื้อเปลี่ยนแปลงผู้ค้ำ
ประกัน เว้นแต่เป็น กรณีที่ผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย หรือศาลมีคำสั่ง
พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือ เป็นคนไร้ความ
สามารถ หรือเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔) ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชำระค่าเช่าซื้อให้ครบ
ถ้วนตามสัญญาในกรณี รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อสูญหาย ถูก
ทำลาย ถูกยึด ถูกอายัด หรือถูกริบ โดยมิใช่เป็น ความผิดของผู้เช่าซื้อ เว้น
แต่เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนี ยม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ ค่าเช่าซื้อ
หรือค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่คงเหลือ ทั้งนี้ เพียงเท่าที่ผู้ให้เช่าซื้อได้ใช้จ่ายไป
จริง โดยประหยัด ตามความ จำเป็น และมีเหตุผลอันสมควร
(๕) ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชำระเงินใด ๆ ในกรณีที่
ผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิก สัญญาเช่าซื้อ และกลับเข้าครอบครองรถยนต์หรือรถ
จักรยานยนต์ที่เช่าซื้อ เว้นแต่เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนี ยม ค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการ
ทวงถามหนี้ ค่าเช่าซื้อ หรือค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่คงเหลือ ทั้งนี้ เพียงเท่าที่ผู้ให้
เช่าซื้อ ได้ใช้จ่ายไปจริง โดยประหยัด ตามความจำเป็น และมีเหตุผลอัน
สมควร
(๖) ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อรับการโอนสิทธิเรียกร้องตาม
สัญญาเช่าซื้อหรือรับภาระ ผูกพันใด ๆ เพิ่มเติมจากสัญญาเช่าซื้อ โดยผู้เช่า
ซื้อมิได้ยินยอมเป็นหนั งสือ
(๗) ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อเรียกเก็บเงินหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ
นอกเหนื อจากที่ ประกาศนี้ กําหนด
อนึ่ ง บรรดาสัญญาเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผู้ประกอบ
ธุรกิจได้ทํากับผู้บริโภค ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้
ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจ ที่ควบคุมสัญญา
พ.ศ. ๒๕๕๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนวันที่ประกาศนี้ ใช้บังคับ ให้คงใช้
บังคับได้ต่อไป
3. สัญญาเช่าซี้อระงับด้วยเหตุอื่นๆ
นอกจากสั ญญาเช่าซื้อจะสามารถระงับลงไปด้วยเมื่อผู้เช่าซื้อบอกเลิก
สัญญา หรือเมื่อผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาแล้วนั้ น สัญญาเช่าซื้อยัง
สามารถระงับลงไปเมื่อวัตถุแห่งสัญญาเช่าซื้อนั้ นสูญหาย
มาตรา 567 ซึ่งบัญญัติว่า "ถ้าทรัพย์สินซึ่งให้เช่าสูญหายไป
ทั้งหมดไซร้ ท่านว่าสัญญาเช่าก็ย่อมระงับไปด้วย"
ดังนั้ น จากบทบัญญัติมาตรา 567 ถ้าทรัพย์ที่เช่าสูญหายไป
ทั้งหมด สัญญาเช่าซื้อก็ระงับทันที เพราะตัวทรัพย์อัน เป็นวัตถุแห่ง
สัญญาสูญหายไปทั้งหมด ผู้เช่าซื้อย่อมไม่สามารถใช้ทรัพย์หรือใช้
ประโยชน์ จากทรัพย์ที่ได้อีก สัญญาเช่าก็ ระงับทันที
คำพิพากษาฎีกาที่ 4593/2531 เมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายสัญญา
เช่าซื้อย่อมระงับไปตั้งแต่วันที่รถยนต์สูญหายตามประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ มาตรา 567 ผู้ให้เช่าซื้อจะฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อที่ยัง
ค้างชำระอยู่ตั้งแต่วันที่รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายไปหาได้ไม่ เมื่อสัญญา
เช่าซื้อกำหนดให้ผู้เช่าซื้อชำระเงินค่าเช่าซื้อจนครบในกรณี ที่รถยนต์ที่
เช่าซื้อถูกโจรภัย แม้ผู้เช่าซื้อไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อนั บแต่วันที่รถยนต์ที่
เช่าซื้อสูญหายก็ถือได้ว่าผู้เช่าซื้อได้ตกลงชำระค่าเสี ยหายให้แก่ผู้ให้เช่า
ซื้อไว้ด้วย ซึ่งศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามที่เห็นสมควร
1.หากทรัพย์สินที่เช่าซื้อได้สูญหายไปนั้ นไม่เป็นความผิดของผู้
เช่าซื้อ ก็ให้กำหนดค่าเสียหายโดยคิดจากผลประโยชน์ ตามสัญญาเช่า
ซื้อ และค่าใช้ทรัพย์ในระหว่างครอบครอง โดยไม่นำเงินลงทุนมารวม
คำนวณทั้งให้นำค่าเช่าซื้อที่ชำระแล้วบางส่ วนมาประกอบเป็นข้อ
พิจารณากำหนดค่าเสียหายด้วย ส่วนค่าเสียหายอื่นๆ เช่น ค่าติดตาม
ทวงถาม ค่าทนายความหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หากผู้ให้เช่าซื้อนำสืบได้
ศาลก็จะกำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ ให้
2. หากทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหายไปทั้งหมดเป็นเพราะความ
ผิดของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อก็จะต้องรับผิดอยู่นั่ นเอง โดยกำหนดค่าเสีย
หายโดยคิดจากราคาทรัพย์ที่แท้จริง หักด้วยราคาที่ได้ชำระไปแล้ว
โดยไม่กำหนดส่วนที่เป็นเงินผลประโยชน์ ให้ เว้นแต่การสูญหายไป
นั้ นเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัยอันจะโทษฝ่ายหนึ่ งฝ่ายใดไม่ได้ ทั้งนี้
ตามบทมาตรา 372
3. หากสัญญามีข้อตกลงให้ผู้เช่าซื้อชำระค่าเสียหายกรณีสูญหาย
เพราะความผิดของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อก็ยังคงต้องรับผิด แต่ข้อตกลงดัง
กล่าวถือเป็นเบี้ยปรับ ซึ่งศาลอาจปรับลดลงเป็นจำนวนพอสมควร
ได้ตามมาตรา 383 วรรคหนึ่ ง
อย่างไรก็ดี ข้อตกลงตามสัญญาเช่าซื้อรถที่กำหนดบังคับให้
ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าซื้อในกรณี รถสูญหายโดยเด็ดขาดทุก
กรณี โดยไม่ได้แบ่งความรับผิดกรณีเป็นความผิดของผู้เช่าซื้อ และ
กรณีไม่เป็นความผิดของผู้เช่าซื้อไว้ต่างหากจากกัน ข้อสัญญาดัง
กล่าวจึงถือเป็นข้อสัญญา ที่ไม่เป็นธรรม ขัดต่อประกาศคณะ
กรรมการว่าด้วยสัญญา แต่ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็น
ธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 วรรดหนึ่ ง ไม่ได้กำหนดให้ข้อตกลงใน
สัญญาที่ทำให้คู่สัญญาฝ่าย ใดฝ่ายหนึ่ งได้เปรียบอีกฝ่ายหนึ่ งเกิน
สมควรเป็นโมฆะ เพียงแต่ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและ
พสมควร ข้อสัญญาดังกล่าวจึงไม่ตกเป็นโมฆะ เพียงแต่ศาลมีอำนาจ
กำหนดให้ผู้เช่าซื้อชดใช้ราคาแทนเป็นจำนวนพอสมควรได้
นอกจากนี้ สัญญาเช่าซื้อยังสามารถระงับลงได้ด้วยการแสดง
เจตนาตกลงกันเองระหว่างคู่สัญญา ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดย
ปริยาย อันส่งผลให้สิทธิ หน้ าที่ และความรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ
ย่อมละงับลงไป
คำพิพากษาฎีกาที่ 754/2519 โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดิน
จากจำเลยและได้ชำระค่าเช่าซื้อบางส่วนให้จำเลยแล้ว ต่อมาโจทก์
และจำเลยแสดงเจตนาเลิกสั ญญากันและเป็นผลให้โจทก์
จำเลยกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามมาตรา 391
อายุความ
อายุความ (prescription หรือ limitation) คือระยะเวลาที่
กฎหมายกำหนดให้ใช้สิ ทธิเรียกร้องสิ ทธิฟ้องหรือสิ ทธิร้องทุกข์หาก
ปล่อยเนิ่ นนานไปจนล่วงระยะเวลาดังกล่าวแล้ว สิทธิเช่นว่า จะเป็น
อันยกขึ้นอ้างอีกมิได้ซ่ึงเรียกวา่ "การขาดอายุความ"
ในบางกรณี กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความเอาไว้เป็นการ
เฉพาะ ก็ให้ใช้อายุความทั่วไปคือสิบปี ตามมาตรา 193/30 ซึ่งบัญญัติ
ว่า "อายุความนั้ นถ้าประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติ
เอาไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนดสิบปี"
สิทธิเรียกร้องที่ขาดอายุความจะส่งผลให้เจ้าหนี้ ไม่มีสิทธิเรียก
ร้องหรือทวงถามให้ลูกหนี้ ใช้หนี้ ได้ หากเจ้าหนี้ ใช้สิทธิเรียกร้องที่
ขาดอายุความลูกหนี้ สามารถยกเอาอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้
อายุความของสั ญญาเช่าซื้อ
อายุความของสัญญาเช่าซื้อนั้ น ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ไม่ได้มีการบัญญัติเอาไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องพิจารณาใน
เรื่องอายุความทั่วไปมาใช้บังคับแก่กรณี
1.ผู้ให้เช่าซื้อเป็นผู้ประกอบการให้เช่าอสั งหาริมทรัพย์ย่อมมีสิ ทธิ
ที่จะเรียกร้องค่าเช่าซื้อที่ยังด้างชำระภายในกำหนดอายุความ 2 ปี
ตามมาตรา193/34
คำพิพากษาฎีกาที่ 3358/2530 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
บรรพ 3 ลักษณะ 5 ว่าด้วยการเช่าซื้อ ไม่ได้บัญญัติเรื่องอายุความไว้
โดยตรง แต่ค่าเช่าซื้อก็เป็นค่าเช่าในการใช้ ทรัพย์สินอย่างหนึ่ ง ดัง
นั้ น หากผู้ให้เช่าซื้อซึ่งเป็นพ่อค้าฟ้องเรียกร้องเอาค่าเช่าซื้อ
สังหาริมทรัพย์ ที่ค้างชำระอยู่ จึงต้องฟ้องเสียภายในอายุความ 2 ปี
ตามมาตรา 193/34
2.หากผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้เป็นผู้ประกอบการให้เช่าอสั งหาริมทรัพย์ย่อม
มีสิ ทธิที่จะเรียกร้องค่าเช่าซื้อที่ยังด้างชำระภายในกำหนดอายุความ
5 ปีตามมาตรา 193/33 (3)
3.แต่หากเป็นการฟ้องเรียกค่าเสี ยหายตามสั ญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นผลมา
จาก การเลิกสัญญา ฟ้องเรียกเอาทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืน เรียกเอา
ค่าเสี ยหายกรณี
ทรัพย์สิ นที่ให้เช่าซื้อสูญหายซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดย
เฉพาะ จึงมีอายุความ 10ปีตามมาตรา 193/30
คำพิพากษาฎีกาที่ 2658/2545 การฟ้องเรียกค่าเสียหายอัน
เป็นค่าเสื่อมราดาหรือค่า ขาดราคาของรถยนต์ที่ประมูลขายได้ราคา
น้ อยกว่าราคาเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดตามสัญญา เช่าซื้อนั้ น เป็น
ผลมาจากการเลิกสั ญญาซึ่งไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดย
เฉพาะ จึงมีอายุ ความ 10 ปีตามมาตรา 193/30
สรุ ป
สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาที่มีคู่สัญญาสองฝ่าย คือ "ผู้เช่า
ซื้อ"และ"ผู้ให้เช่าซื้อ"
สัญญาเช่าซื้อเป็นนิ ติกรรมสัญญาอย่างหนึ่ ง กล่าวคือ
สัญญาเช่าซื้อคือสัญญาที่เจ้าของทรัพย์สินออก ให้เช่าและให้ดำมั่น
ว่าจะขายทรัพย์สินนั้ นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้ นตกเป็นสิทธิแก่ผู้
เช่าซื้อ
วัตถุแห่งสัญญาเช่าซื้อ ได้แก่ ทรัพย์สิน ซึ่งหมายความรวม
ทั้งทรัพย์และวัตถุไม่มี รูปร่าง ซึ่งอาจมีราคาและอาจถือเอาได้
"ทรัพย์สิน" ตามสัญญาซื้อขาย จากบทมาตรา 456 แล้ว
อาจแบ่งทรัพย์สินออกได้เป็นอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์
พิเศษ และสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ดี ทรัพย์สินบางอย่างนั้ นจะนำมาทำสัญญาเช่า
ซื้อระหว่างกันไม่ได้ เช่น ทรัพย์นอกพาณิชย์ ดังนั้ น เมื่อทรัพย์สิน
บางอย่างไม่สามารถที่จะนำมาทำสั ญญาเช่าซื้อระหว่างกันได้
เพราะต้องห้ามมิให้โอนกันตามกฎหมาย สัญญาเช่าซื้อจึงตกเป็น
โมฆะเพราะมี วัตถุที่ประสงค์เป็นการพันวิสัยและต้องห้ามชัดแจ้ง
โดยกฎหมาย
หากทรัพย์สินตาม สัญญาเช่าทรัพย์นั้ นจะต้องมีการจด
ทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ คู่สัญญาก็จะต้องปฏิบัติตามนั้ น ดัง
นั้ น แม้ผู้เช่าซื้อจะได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถที่เช่าซื้อเพราะได้
ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้อีกฝ่าย ครบถ้วนแล้วก็ตาม แต่เมื่อสัญญาเช่า
ซื้อกำหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อจัดการโอนทะเบียนรถให้แก่ผู้เช่า ซื้อด้วย
การที่ผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้ดำเนิ นการดังกล่าว ผู้ให้เช่าซื้อจึงเป็นฝ่าย
ผิดสั ญญา
ในระหว่างนั้ นผู้เช่าซื้อก็มีสิทธิฟ้องเรียกเอาค่าสินไหม
ทดแทนจากบุคคลภายนอกได้ทำให้ทรัพย์สิ นที่เช่าซื้อมาเสี ยหายได้
ในฐานะผู้ได้รับความเสียหายเนื่ องจากการใช้ทรัพย์สินนั้ นหรือ
เป็นการได้สิ ทธิมาจากผู้ให้เช่าซื้อ
สัญญาเช่าซื้อจะต้องทำกันเป็นหนั งสือ ไม่เช่นนั้ นสัญญาเช่า
ซื้อก็ตกเป็นโมฆะ เมื่อสัญญาตกเป็นโมฆะเนื่ องจากไม่ได้ทำตาม
แบบก็ไม่อาจให้สัตยาบันแก่กันได้ ทั้งนี้ ผู้มีส่วน ได้เสียคนใดคน
หนึ่ งจะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมนั้ นขึ้นกล่าวอ้างก็ได้ และ
หากจะต้องคืน ทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรม กฎหมายให้นำ
บทบัญญัติว่าด้วย "ลาภมิควรได้" มาใช้บังคับ ตามมาตรา 172
สิทธิและหน้ าที่ของคู่สัญญา ผู้เช่าซื้อมีสิทธิได้รับมอบ
ทรัพย์สินที่เช่าซื้อในสภาพที่ปลอดจาก ความชำรุดบกพร่องหรือใน
สภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว,ผู้เช่าซื้อมีสิ ทธิบอกเลิกสั ญญาในเวลาใด
ก็ได้ด้วยการส่งมอบ ทรัพย์สินกลับคืนให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ,ผู้เช่าซื้อ
ผิดนั ดไม่ชำระเงินสองคราวติดๆกันหรือกระทำผิดสัญญาเจ้าของ
ทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิก สัญญาเมื่อใดก็ได้
ความระงับของสัญญาเช่าซื้อ เกิดขึ้นเมื่อผู้เช่าซื้อบอกเลิก
สั ญญา,เมื่อผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสั ญญา,การระงับสั ญญาด้วยเหตุอื่นๆ
อายุความของสัญญาเช่าซื้อนั้ น ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ไม่ได้มีการบัญญัติเอาไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องพิจารณาใน
เรื่องอายุความทั่วไปมาใช้บังคับแก่กรณี
สัญญาเช่าซื้อ
เป็นสัญญาที่มีคู่ "ผู้เช่าซื้อ" สัญญาเช่าซื้อคือสัญญาที่เจ้าของ
สัญญาสองฝ่าย ทรัพย์สินออก ให้เช่าและให้ดำ
"ผู้ให้ มั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่า
เช่าซื้อ" จะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่
ผู้เช่า
วัตถุแห่งสัญญาเช่าซื้อ "ทรัพย์สิน" อ สั ง ห า ริ ม ท รั พ ย์
สั ง ห า ริ ม ท รั พ ย์ พิ เ ศ ษ
สั ง ห า ริ ม ท รั พ ย์
สั ญ ญ า เ ช่ า ซื้ อ จ ะ ต้ อ ง ทำ อายุความของสัญญาเช่าซื้อนั้น ป.พ.พ.ไม่ได้มี
กันเป็นหนังสือ ไม่เช่น การบัญญัติเอาไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องพิจารณา
นั้ น สั ญ ญ า เ ช่ า ซื้ อ ก็ ต ก
ใ น เ รื่ อ ง อ า ยุ ค ว า ม ทั่ ว ไ ป ม า ใ ช้ บั ง คั บ แ ก่ ก ร ณี
เ ป็ น โ ม ฆ ะ
ค ว า ม ร ะ งั บ ข อ ง เ กิ ด ขึ้ น เ มื่ อ ผู้ เ ช่ า ซื้ อ บ อ ก เ ลิ ก สั ญ ญ า
สั ญ ญ า เ ช่ า ซื้ อ เ มื่ อ ผู้ ใ ห้ เ ช่ า ซื้ อ บ อ ก เ ลิ ก สั ญ ญ า
ก า ร ร ะ งั บ สั ญ ญ า ด้ ว ย เ ห ตุ อื่ น ๆ
สิ ท ธิ แ ล ะ ห น้ า ที่
ข อ ง คู่ สั ญ ญ า ผู้ เ ช่ า ซื้ อ มี สิ ท ธิ ไ ด้ รั บ ม อ บ ท รั พ ย์ สิ น ที่ เ ช่ า ซื้ อ ใ น ส ภ า พ ที่ ป ล อ ด
จาก ความชำรุดบกพร่องหรือในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว
ผู้ เ ช่ า ซื้ อ มี สิ ท ธิ บ อ ก เ ลิ ก สั ญ ญ า ใ น
เ ว ล า ใ ด ก็ ไ ด้ ด้ ว ย ก า ร ส่ ง ม อ บ
ท รั พ ย์ สิ น ก ลั บ คื น ใ ห้ แ ก่ ผู้ ใ ห้ เ ช่ า ซื้ อ
ผู้ เ ช่ า ซื้ อ ผิ ด นั ด ไ ม่ ชำ ร ะ เ งิ น
ส อ ง ค ร า ว ติ ด ๆ กั น ห รื อ
ก ร ะ ทำ ผิ ด สั ญ ญ า เ จ้ า ข อ ง
ท รั พ ย์ สิ น ที่ ใ ห้ เ ช่ า ซื้ อ มี สิ ท ธิ
บอกเลิก สัญญาเมื่อใดก็ได้
บรรณานุกรม
สั ญ ญ า เ ช่ า ซื้ อ
ธีรยุทธ ปักษา. (2564). คำอธิบายประมวลกฎหมายเเพ่งเเละ
พาณิชย์ ซื้อขาย เเลกเปลี่ยน ให้ เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ.
(พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ :สำนั กพิมพ์นิ ติธรรม.
เกียรติคุณศรีราชา วงศารยางกูร. (2564). คำอธิบายกฎหมายว่า
ด้วยทรัพย์สิน. (พิมพ์ครั้งที่ 8 ). กรุงเทพฯ :สำนั กพิมพ์
วิญญูชน.
องค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา. การเช่าซื้อ. [ออนไลน์ ].
2559, แหล่งที่มา : shorturl.asia/yNhIf
[ 02 กันยายน 2564]
TerraBKK.com. สัญญาเช่าซื้อ. [ออนไลน์ ]. 2558, แหล่งที่มา :
https://www.terrabkk.com/articles/48609
[ 02 กันยายน 2564]
นิ ติธรรม. สัญญาลีสซิ่ง. [ออนไลน์ ]. 2563, แหล่งที่มา :
https://www.terrabkk.com/articles/48609
[ 02 กันยายน 2564]
Account & Tax Professional. สัญญาเช่าซื้อกับสัญญาลิสซิ่ง.
[ออนไลน์ ]. 2560, แหล่งที่มา : shorturl.asia/9ploP
[ 02 กันยายน 2564]
ฎีกา. คำพิพากษาฎีกา. [ออนไลน์ ]. 2564, แหล่งที่มา :
https://deka.in.th/ [ 02 กันยายน 2564]
สัญญาเช่าซื้อคือสัญญาที่เจ้าของทรัพย์สินเอาทรัพย์สิน
ของตนออกให้ผู้อื่นเช่าเพื่อใช้สอยหรือเพื่อให้ได้ประโยชน์
และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์นั้นหรือจะให้ทรัพย์สินที่เช่า
ตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าซื้อเมื่อได้ใช้เงินจนครบตามที่ตกลงไว้
โดยการชำระเป็นงวดๆจนครบตามข้อตกลง
สัญญาเช่าซื้อมิใช่สัญญาซื้อขายผ่อนส่งแม้ว่าจะมี
ลักษณะคล้ายคลึงกันเรื่องชำระราคาเป็นงวดๆ ก็ตามเพราะ
การซื้อขายผ่อนส่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเป็นของผู้ซื้อ
ทันทีขณะทำสัญญาไม่ต้องรอให้ชำระราคาครบแต่ประการ
ใดส่วนเรื่องสัญญาเช่าซื้อ เมื่อผู้เช่าบอกเลิกสัญญาบรรดา
เงินที่ได้ชำระแล้วให้ริบเป็นเจ้าของทรัพย์สินและเจ้าของ
ทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครอบครองทรัพย์สินที่เช่าได้
รัชดาภรณ์ กำมะหยี่