กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ครแู ละนักเรียนทบทวนอานบทรอยกรอง ฝนตกแดดออก โดยอา นพรอมกนั ๑ ครงั้
๒. แบงนักเรียนออกเปน ๒ กลุม สลับกันทองจําบทรอยกรอง ฝนตกแดดออก โดยไมดูหนังสือ
จนคลอ ง
๓. แบง นกั เรียนเปน ๔ กลมุ แสดงบทบาทสมมติ กลมุ ละ ๑ บท จากเรือ่ งฝนตกแดดออก โดยครู
และเพอื่ นๆ ชว ยกนั อา นบทรอยกรองและรองเพลง
๔. นกั เรยี น ครู ชว ยกันสรปุ บทอาขยาน ฝนตกแดดออก ดังน้ี
- ฝนตกแดดออกเปน เรอื่ งธรรมชาตทิ ช่ี ว ยชีวิตทกุ ชวี ิตในโลก
- ธรรมชาติจะใหคุณเม่ือชวยกนั รักษาทุกส่งิ ใหส มดุลกนั
- การชวยเหลือเกือ้ กลู กนั เปนการผูกมติ ร
- การรูจ ักบญุ คณุ และตอบแทนบุญคุณกันชวยใหเกดิ ความสุข
๕. นักเรยี นคัดลายมอื บทสรุปในขอ ๕ ลงในสมุด
สอ่ื / แหลง การเรยี นรู
- หนังสือเรียน วรรณคดลี าํ นาํ
การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครือ่ งมือประเมิน
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- ผลงาน
๓. เกณฑการประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรมรอยละ ๗๕-๘๐
- นกั เรยี นผานเกณฑการประเมนิ ผลงานรอ ยละ ๗๕-๘๐
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๑
หนวยการเรียนรทู ่ี ๘ เรือ่ ง พูดเพราะ เวลา ๑๕ ช่ัวโมง
เรอ่ื ง การฟง การดู และการพูด เวลา ๑ ชวั่ โมง
สาระสําคญั
การฟง การดู และการพดู การฟง และการดูอยางตั้งใจ รจู ักสังเกต ชว ยใหเ กิดความรูความเขาใจเร่ือง
ทฟี่ งและดู สามารถถายทอดโดยการพูดเลาเรื่อง แสดงความคิดเห็นและความรูสึกจากเร่ืองที่ฟงและดูไดเปน
อยา งดี
การมีมารยาทในการฟง ดู พูด ชว ยใหก ารตดิ ตอสอ่ื สาร สะดวก ราบรนื่ และไดผ ลดี
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟง และดูอยางมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคดิ ความรูสึก
ในรปู แบบตา งๆ อยางมวี ิจารณญาณและสรางสรรค
ตวั ชว้ี ดั
ท ๓.๑ ป.๑/๓ พูดแสดงความคดิ เหน็ และความรูส กึ จากเรือ่ งท่ีฟงและดู
ท ๓.๑ ป.๑/๕ มมี ารยาทในการฟง การดู และการพูด
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรียนตอบคาํ ถาม สนทนาและตอบคําถามได
๒. มมี ารยาทในการฟง การดู และการพูด
สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มีวินยั
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรยี นรู
๑. การฟง ดู และการพูดแสดงความคดิ เห็นจากบทอานเร่ือง พูดเพราะ
๒. มารยาทในการฟง ดู พูด และอา น
กิจกรรมการเรียนรู
๑. ครูนําสนทนาจากภาพในบทอา น เร่ือง พดู เพราะ เชน
- ใครทาํ อะไรในภาพ
- นกั เรยี นคิดวา ชา งจะไปไหน
- นกั เรียนสงั เกตหนาของชางวา มคี วามรสู กึ อยา งไร
๒. นักเรียนแตละคนพูดส่ิงที่เห็นในภาพตามจินตนาการ คนละ ๑ ประโยค โดยใชตัวละครในเร่ือง
กําหนดเปนประโยค เชน แดงเตะฟุตบอลกบั ชาง ชา งเลนกับเดก็ ๆ เปนตน
๓. นักเรยี นอา นชอื่ บทอา น เรอื่ งพดู เพราะ พรอ มๆ กนั แลวนําสนทนาเกยี่ วกับชือ่ เรือ่ ง
๔. นักเรียนวาดภาพระบายสีตามจนิ ตนาการในหวั ขอ เลน กบั ชา ง
สอ่ื / แหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรยี น ภาษาพาที
๒. แบบฝก หดั ทักษะภาษา เลม ๒
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วิธปี ระเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครือ่ งมือประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- ผลงาน
๓. เกณฑการประเมิน
- นักเรียนผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
- นกั เรียนผา นเกณฑการประเมินผลงานรอ ยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๒
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๑
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๘ เร่ือง พดู เพราะ เวลา ๑๕ ช่ัวโมง
เร่อื ง การฟง การดู และการพูด เวลา ๑ ชั่วโมง
สาระสําคัญ
การฟง การดู และการพดู การฟง และการดอู ยางตั้งใจ รูจกั สงั เกต ชวยใหเ กิดความรูความเขาใจเรื่อง
ทีฟ่ ง และดู สามารถถายทอดโดยการพูดเลาเร่ือง แสดงความคิดเห็นและความรูสึกจากเร่ืองท่ีฟงและดูไดเปน
อยางดี
การมมี ารยาทในการฟง ดู พดู ชว ยใหก ารตดิ ตอสื่อสาร สะดวก ราบรื่นและไดผลดี
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟง และดอู ยา งมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู ความคิด ความรูสึก
ในรปู แบบตา งๆ อยางมีวจิ ารณญาณและสรา งสรรค
ตัวช้วี ดั
ท ๓.๑ ป.๑/๓ พดู แสดงความคดิ เหน็ และความรสู กึ จากเรอื่ งทฟี่ ง และดู
ท ๓.๑ ป.๑/๕ มีมารยาทในการฟง การดู และการพูด
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
๑. นกั เรยี นตอบคําถามจากเรอ่ื งได
๒. นักเรียนอานคําได
๓. มมี ารยาทในการฟง การดู และการพูด
สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
๑. การฟง ดู และการพดู แสดงความคดิ เห็นจากเรอ่ื ง พดู เพราะ
๒. มารยาทในการฟง ดู พดู และอาน
กิจกรรมการเรยี นรู
๑. นักเรียนทายปริศนาคาํ ทาย เชน
- อะไรเอย มลี ักษณะกลมลาย เด็กทง้ั หลายชอบเตะ (ฟตุ บอล)
- อะไรเอย มลี กั ษณะเปนส่ีเหล่ียม อยูในบาน ทะลผุ า นท้งั นอกและใน บานใหญใชเปดปด (ประตู)
๒. นักเรียนดูภาพใน รูจักคํา นําเรื่อง จากเรื่อง พูดเพราะ พรอมถามวา มีสิ่งที่ทายกันไดหรือไม
และใหดรู ปู ภาพ ลองฝก อานดวย
๓. นักเรียนฝกสงั เกตคาํ ใน รูจ กั คาํ นําเรื่อง จากเร่ืองพูดเพราะ โดยครูอานคําใหนักเรียนฟง สนทนา
ซกั ถามนกั เรียน เชน นักเรยี นอา นดวยตัวเองถกู กี่คาํ แตละคํามีความหมายอยางไร ใหแสดงทาทางประกอบได
๔. นกั เรียนอา นคําทลี ะคาํ ทลี ะคน เมื่อจบวนกลบั มาเรมิ่ ใหมจนครบทุกคน รอบที่สองถาคําเหลือให
อานเปน กลมุ
๕. นักเรียนทําแบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา เลม ๒
แบบฝก หัดที่ ๘ ขอ ๓ และ ขอ ๔
สือ่ / แหลงการเรียนรู
๑. คาํ ทายปริศนา
๒. รปู ภาพ
๓. แบบฝก หัด
การวดั ผลและประเมินผล
๑. วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครือ่ งมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด
๓. เกณฑการประเมนิ
- นักเรยี นผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรมรอยละ ๗๕-๘๐
- นักเรียนผานเกณฑก ารประเมนิ ผลงานรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๓
กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๑
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๘ เรอ่ื ง พูดเพราะ เวลา ๑๕ ช่วั โมง
เรอ่ื ง การฟง การดู และการพดู เวลา ๑ ชั่วโมง
สาระสําคัญ
การฟง การดู และการพูด การฟง และการดอู ยางตั้งใจ รูจ กั สังเกต ชว ยใหเกิดความรูความเขาใจเร่ือง
ท่ีฟง และดู สามารถถายทอดโดยการพูดเลาเร่ือง แสดงความคิดเห็นและความรูสึกจากเร่ืองท่ีฟงและดูไดเปน
อยา งดี
การมมี ารยาทในการฟง ดู พูด ชว ยใหก ารติดตอสือ่ สาร สะดวก ราบรน่ื และไดผ ลดี
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงและดอู ยางมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคดิ ความรูสึก
ในรปู แบบตางๆ อยางมีวจิ ารณญาณและสรา งสรรค
ตวั ชวี้ ัด
ท ๓.๑ ป.๑/๑ ฟง คาํ แนะนาํ คาํ งายๆ และปฏบิ ัตติ าม
ท ๓.๑ ป.๑/๕ มมี ารยาทในการฟง การดู และการพูด
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรียนอานคาํ ได
๒. นกั เรยี นตอบคําถามจาดเรอ่ื งได
๓. มมี ารยาทในการฟง การดู และการพูด
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรียนรู
๑. การฟง การดู และการพูดแสดงความคิดเหน็ จากเรอ่ื ง พดู เพราะ
๒. มารยาทในการฟง การดู การพูด และการอาน
กจิ กรรมการเรยี นรู
๑. นกั เรยี นทบทวนโดยใหสังเกตคําและฝก อา นคํา
๒. ครสู นทนาเก่ียวกบั ภาพในบทเรียน
๓. ครอู า นบทเร่อื ง พูดเพราะ ใหนกั เรยี นฟงและซกั ถามเกย่ี วกับเนือ้ เรื่อง
๔. นักเรียนทาํ แบบฝกหัด ทกั ษะภาษา เลม ๒ แบบฝก หดั ที่ ๘ ขอ ๘ ขอ ๑ และ๒
ส่อื / แหลงการเรียนรู
๑. หนังสือเรยี น ภาษาพาที
๒. แบบฝกหดั ทกั ษะภาษา เลม ๒
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วิธีประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครอื่ งมอื ประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกหัด
๓. เกณฑการประเมิน
- นักเรยี นผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
- นกั เรยี นผานเกณฑการประเมินผลงานรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๔ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย เวลา ๑๕ ชว่ั โมง
หนว ยการเรียนรูท ่ี ๘ เรื่อง พูดเพราะ เวลา ๑ ชว่ั โมง
เร่ือง รจู ักคํานาํ เรอื่ ง
สาระสาํ คญั
การอา นคํา ขอ ความ ทาํ ความเขาใจเก่ยี วกับความหมายของคํา ขอความไดถูกตองเปนการสงเสริมให
ผอู านเขา ใจเรอ่ื งราวไดเปนอยา งดี
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพ่ือนําไป ใชตัดสินใจแกปญหาในการ
ดําเนินชวี ิต และมนี สิ ยั รกั การอา น
ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๑/๑ อานออกเสยี งคํา คําคลองจองและขอความและขอ ความสน้ั ๆ
ท ๑.๑ ป.๑/๘ มมี ารยาทในอา น
จดุ ประสงคการเรยี นรู
๑. นักเรยี นอานคาํ ได
๒. นกั เรยี นมมี ารยาทในอาน
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยูอยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
๑. การอา นแจกลกู และอา นสะกดคํา การออกเสยี งคาํ การอา นในใจ
๒. มารยาทในการอา นและเขยี น
กิจกรรมการเรียนรู
๑. นกั เรยี นทบทวนอานคําใน รูจกั คํา นําเร่อื ง จากเรื่อง พดู เพราะ พรอมกนั
๒. นกั เรยี นฝกอานเนอื้ เรื่อง โดยจดั กิจกรรม อานกลมุ ใหญ อา นเปนคู และอานเด่ยี ว
๓. ครแู ละนักเรยี นรวมกันสนทนา ซักถามจากเรอื่ งทอ่ี าน
๔. นักเรียนคัดขอ ความหรือประโยคทปี่ ระทบั ใจ จากเรอื่ ง พดู เพราะ ลงในสมุด
สื่อ / แหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรียน ภาษาพาที
๒. แบบฝกหัด ทักษะภาษา เลม ๒
การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครื่องมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๕ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๑
กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย เวลา ๑๕ ช่ัวโมง
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๘ เร่ือง พดู เพราะ เวลา ๑ ชั่วโมง
เรื่อง การพูดแสดงความคดิ เหน็
สาระสาํ คญั
การฟง การดู และการพูด การฟงและการดูอยา งตงั้ ใจ รูจกั สงั เกต ชวยใหเ กดิ ความรคู วามเขาใจเรื่อง
ทฟ่ี งและดู สามารถถายทอดโดยการพูดเลาเรื่อง แสดงความคิดเห็นและความรูสึกจากเรื่องท่ีฟงและดูไดเปน
อยางดี
การมมี ารยาทในการฟง ดู พดู ชวยใหการติดตอส่อื สาร สะดวก ราบร่นื และไดผลดี
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดูอยางมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคิด ความรูสึก
ในรปู แบบตางๆ อยางมีวิจารณญาณและสรา งสรรค
ตัวชวี้ ัด
ท ๓.๑ ป.๑/๓ พูดแสดงความคิดเหน็ และความรูสกึ จากเรอื่ งทีฟ่ ง และดู
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรยี นพดู แสดงความคดิ เหน็ จากเรอ่ื งได
๒. นักเรียนอานและเขยี นคําได
๓. นักเรยี นมีมารยาทในการพูด
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยูอยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
๑. การพดู ในการแสดงความคดิ เห็น
๒. มารยาทในการอานและเขียน
กจิ กรรมการเรยี นรู
๑. นกั เรียนแสดงความคิดเห็นในหวั ขอ การพดู ดีมปี ระโยชนอ ยา งไร
๒. นักเรยี นฝกสังเกตและอานคําจากเรอื่ ง โดยคน หาคําทม่ี ีพยัญชนะตน เหมือนคําวา เพราะ โดยยกมือ
บอกทีละคน ครเู ขยี นคําท่นี กั เรียนบอกบนกระดานดาํ
๓. นักเรียนอานคาํ ทีเ่ ขียนบนกระดานดาํ พรอ มกันแลว เขียนคําดงั กลา วลงในสมุด
๔. นกั เรียนรวมกนั อานคาํ ใน อธิบายเพิม่ เตมิ ความรู จากเรอ่ื ง พดู เพราะ และตอบคําถามจากสิง่ ท่อี า น
ส่อื / แหลงการเรยี นรู
- หนงั สือเรียน ภาษาพาที
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
๒. เครื่องมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรียนผานเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรมรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๖ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๑
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย เวลา ๑๕ ช่ัวโมง
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๘ เร่ือง พดู เพราะ เวลา ๑ ช่วั โมง
เรื่อง การเขยี นพยญั ชนะ สระ
สาระสําคัญ
การเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยุกตไ ดถกู ตองและสวยงามจะชว ยใหเ ขาใจสว นประกอบของคํา สามารถ
เขียนคํา เขยี นส่ือความใชในชีวิตประจาํ วนั
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก ระบวนการเขยี น เขยี นสอื่ สาร เขยี นเรยี งความ ยอ ความ และเขียนเรื่องราวใน
รปู แบบตา งๆ เขยี นรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน ควา อยางมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมปิ ญ ญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ขิ องชาติ
ตัวชี้วัด
ท ๒.๑ ป.๑/๓ มมี ารยาทในการเขียน
ท ๔.๑ ป.๑/๑ บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยุกตและเลขไทย
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรยี นเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ตไ ด
๒. นกั เรียนมีมารยาทในการเขียน
สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
๑. การเขยี นพยญั ชนะ สระ ไมย มก คํา ขอความ ประโยค การคดั ลายมือ คาํ คลอ งจอ ง
๒. มารยาทในการอา นและการเขียน
กิจกรรมการเรยี นรู
๑. นกั เรยี นรว มกันอานบัตรคาํ ท่ีมี ส ห พ ค เปน พยญั ชนะตน
๒. ครจู บั ฉลากหมายเลขตามเลขที่ เพอ่ื อา นออกเสียงเน้อื เร่อื งใหเพือ่ นๆ ฟง
๓. นักเรียนฝก เขยี น พยญั ชนะ และสระ
- ฝกเขยี นพยญั ชนะ
- ฝกเขยี นสระ เอะ เอา อาํ และ แอะ
- ฝก เขียนรูปวรรณยุกต
- ฝกเขียนเครือ่ งหมาย ๆ (ไมย มก)
๔. นักเรยี นทาํ แบบฝกหดั ทกั ษะภาษา เลม ๒ แบบฝก หัดท่ี ๘ ขอ ๙, ๑๐ และ๑๑
ส่อื / แหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรียน ภาษาพาที
๒. แบบฝกหดั ทกั ษะภาษา เลม ๒
๓. ฉลากหมายเลข
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วิธีประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครือ่ งมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝก หดั
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรยี นผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรมรอยละ ๗๕-๘๐
- นกั เรยี นผานเกณฑการประเมินผลงานรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๗ ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๑
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย เวลา ๑๕ ช่วั โมง
หนวยการเรียนรูท ี่ ๘ เรือ่ ง พดู เพราะ เวลา ๑ ช่วั โมง
เรอ่ื ง อา นคาํ
สาระสําคัญ
การอา นคาํ ขอความ ทําความเขาใจเกี่ยวกบั ความหมายของคํา ขอความไดถูกตองเปนการสงเสริมให
ผูอานเขา ใจเร่อื งราวไดเปน อยางดี
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจแกปญหาในการ
ดาํ เนินชีวิต และมีนสิ ัยรกั การอา น
ตวั ช้วี ดั
ท ๑.๑ ป.๑/๑ อา นออกเสยี งคํา คาํ คลองจองและขอความและขอความสัน้ ๆ
ท ๑.๑ ป.๑/๘ มีมารยาทในอา น
จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรยี นอานสะกดคาํ แจกลูกได
๒. นกั เรยี นมมี ารยาทในอา น
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรยี นรู
๑. การอา นแจกลูกและอา นสะกดคํา การออกเสยี งคาํ การอา นในใจ
๒. มารยาทในการอานและการเขียน
กจิ กรรมการเรยี นรู
๑. นักเรยี นทายปรศิ นาคาํ ทาย ดงั น้ี
- อะไรเอย เล็กใหญต ัง้ ไว กอไฟหงุ อาหาร (เตาไฟ)
- อะไรเอย ไดจากขาวเปลอื ก เลอื กเปนอาหารหมู (ราํ ขาว)
- อะไรเอย เปน คาํ กิริยา เห็นอะไรขวางหนา ใชบ าทาเหวยี่ งแรงๆ (เตะ)
๒. นกั เรียนอา นบัตรคาํ เฉลย เตา รําขาว เตะ
๓. นักเรยี นฝก อา นแจกลูกและอา นสะกดคาํ ใน อธิบายเพิ่มเตมิ ความรู จากเรื่อง พูดเพราะ
๔. นกั เรียนทาํ แบบฝกหัด ทกั ษะภาษา เลม ๒ แบบฝก หัดที่ ๘ ขอ ๘
สื่อ / แหลง การเรียนรู
๑. บตั รคาํ
๒. แบบฝกหดั ทกั ษะภาษา เลม ๒
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วิธปี ระเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครื่องมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรมรอยละ ๗๕-๘๐
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารประเมนิ ผลงานรอ ยละ ๗๕-๘๐
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๘ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๑
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย เวลา ๑๕ ชัว่ โมง
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๘ เร่อื ง พูดเพราะ เวลา ๑ ชว่ั โมง
เร่อื ง อา นแจกลกู สะกดคํา
สาระสําคัญ
การอาน การเขียนสะกดคําและบอกความหมายของคําไดถูกตอง ชวยใหเขาใจสวนประกอบของคํา
สามารถเขยี นคํา เขยี นสอื่ ความใชในชวี ติ ประจาํ วันได
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรแู ละความคิด เพ่ือนําไปใชตัดสินใจแกปญหาในการดําเนินชีวิต
และมนี สิ ัยรกั การอา น
ตวั ชว้ี ดั
ท ๑.๑ ป.๑/๒ บอกความหมายของคําและขอ ความทอ่ี า น
ท ๑.๑ ป.๑/๘ มมี ารยาทในอา น
จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรียนอา นคําได
๒. นักเรียนมมี ารยาทในอาน
สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
๑. การอา นแจกลกู และอา นสะกดคาํ การออกเสียงคํา การอานในใจ
๒. การเขยี นพยัญชนะ สระ ไมยมก คํา ขอความ ประโยค การคัดลายมือ คําคลองจอ ง
๓. มารยาทในการอานและการเขยี น
กจิ กรรมการเรียนรู
๑. นกั เรียนอานแจกลูกและอานสะกดคาํ สระเอะ เอา อํา และแอะ จากบตั รคาํ
๒. นักเรยี นฝก อานคําตอ ไปน้ี
เละเทะ เกะกะ ปะแปะ เอะอะ ในเตา เกาหวั ตัวเบา เสาบา น
ลกู แกะ แวะมา หาแพะ แนะนาํ กาํ ยาํ ทําดี สดี ํา จําใจ
๓. นักเรยี นเลอื กคําทฝ่ี ก อา นในขอ ๒ แตงประโยคดวยปากเปลา
๔. นักเรยี นคัดคําจากขอ ๒ ลงในสมดุ
สื่อ / แหลงการเรยี นรู
๑. หนังสอื เรียน ภาษาพาที
๒. แบบฝก หดั ทกั ษะภาษา เลม ๒
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครอื่ งมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤติกรรมรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๙ ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๑
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย เวลา ๑๕ ช่ัวโมง
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๘ เร่ือง พดู เพราะ เวลา ๑ ชว่ั โมง
เรอื่ ง การเขยี นตามคําบอก
สาระสาํ คัญ
การเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกตไ ดถ กู ตอ งและสวยงามจะชวยใหเ ขา ใจสว นประกอบของคาํ สามารถ
เขียนคํา เขียนสอ่ื ความใชในชีวิตประจาํ วนั
การอา น การเขียนสะกดคําและบอกความหมายของคาํ ไดถูกตอง ชว ยใหก ารนําภาษาไปใชสื่อความตรง
ตามจดุ ประสงค
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมิปญ ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัตขิ องชาติ
ตวั ชีว้ ดั
ท ๔.๑ ป.๑/๑ บอกและเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกตแ ละเลขไทย
ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรียนหาคาํ ตามทีก่ าํ หนดได
๒. นกั เรียนเขยี นคาํ ตามคําบอกได
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- การอา นเขียนคําท่ใี ช สระเอะ เอา อํา และแอะ
กิจกรรมการเรียนรู
๑. นกั เรยี นฝก อา นและเขียนคาํ ใน อธบิ ายเพิ่ม เติมความรู จากเรอื่ ง พูดเพราะ พรอมกนั
๒. นักเรยี นเขียนตามคาํ บอกโดยคาํ ทใ่ี ช สระเอะ เอา อาํ และแอะ และคําทีใ่ ชวรรณยกุ ต
๓. นกั เรยี นหาคําท่มี วี รรณยกุ ตก าํ กับจากหนังสอื เรียน ภาษาพาที หรือหนังสืออ่นื ๆ
๔. ครูสุมนกั เรียนออกมานําเสนอผลงานการคนคําและอา นใหเ พื่อนฟง
๕. นกั เรียนทําแบบฝกหัด ทักษะภาษา เลม ๒ แบบฝกหัดท่ี ๘ ขอ ๗
สือ่ / แหลงการเรียนรู
๑. หนงั สอื เรยี น ภาษาพาที
๒. แบบฝกหัด ทกั ษะภาษา เลม ๒
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ปี ระเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เคร่อื งมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรียนผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
- นกั เรียนผานเกณฑการประเมนิ ผลงานรอ ยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑๐
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑
หนวยการเรยี นรู ๘ เรอื่ ง พูดเพราะ เวลา ๑๕ ช่ัวโมง
เรื่อง อานคลอ ง รอ งเลน เวลา ๑ ชั่วโมง
สาระสําคญั
การอา นคํา ขอ ความ ทาํ ความเขาใจเก่ยี วกับความหมายของคํา ขอความไดถูกตองเปนการสงเสริมให
ผูอา นเขาใจเรอื่ งราวไดเปน อยา งดี
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิด เพื่อนําไปใชตัดสินใจแกปญหาในการ
ดาํ เนินชวี ติ และมีนสิ ยั รกั การอา น
ตัวชีว้ ัด
ท ๑.๑ ป.๑/๑ อา นออกเสียงคาํ คําคลองจอง และขอ ความสั้นๆ
ท ๑.๑ ป.๑/๒ บอกความหมายของคํา และขอ ความทอี่ าน
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรียนอานคาํ และบอกความหมายของคาํ ได
๒. นักเรียนอา นบท อา นคลองรองเลนได
สมรรถนะสําคัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรียนรู
- อา นบท อานคลอ งรอ งเลน
กจิ กรรมการเรียนรู
๑. นกั เรียนทบทวนรองเพลงชา งท่เี คยรอง
๒. นักเรียนดูภาพในบท อานคลอง รองเลน ชางก็มีหัวใจ จากเรื่อง พูดเพราะ และรวมกันสนทนา
แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับภาพ
๓. ครอู า นบท อานคลอง รองเลน ชา งกม็ ีหัวใจ จากเร่ือง พูดเพราะ เปนจังหวะใหนักเรียนฟงและ
ซักถามเรือ่ งราวที่ฟง
๔. นกั เรียนฝก อานบท อา นคลอง รองเลน ชา งก็มีหัวใจ พรอ มกัน
๕. นกั เรยี นทุกคนชว ยกนั สรปุ แนวคิดจากเรอ่ื งทีอ่ า น
๖. นักเรียนฝกคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดในบท อานคลอง รองเลน ชางก็มีหัวใจ จากเรื่อง
พูดเพราะ ลงในสมดุ
สอ่ื / แหลง การเรียนรู
- หนังสอื เรียน ภาษาพาที
การวดั ผลและประเมินผล
๑. วธิ ีประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครือ่ งมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- ผลงาน
๓. เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารประเมนิ ผลงานรอ ยละ ๗๕-๘๐
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๑๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๑
กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย เวลา ๑๕ ช่ัวโมง
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๘ เรือ่ ง พดู เพราะ เวลา ๑ ชัว่ โมง
เรื่อง เขยี นตามคาํ บอก
สาระสําคัญ
การเขียนสะกดคําและบอกความหมายของคําไดถูกตอง ชวยใหการนําภาษาไปใชสื่อความตรงตาม
จุดประสงค
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของ
ภาษา ภมู ปิ ญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ
ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียนสะกดคําและบอกความหมายของคาํ
จุดประสงคการเรยี นรู
๑. นักเรยี นบอกความหมายของคาํ ได
๒. นกั เรยี นเขียนตามคาํ บอกได
สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มีวินยั
๕. อยูอ ยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- มารยาทในการอานและการเขยี น
กจิ กรรมการเรียนรู
๑. นักเรยี นรวมกันทาํ กจิ กรรม ชวนทํา ชวนคดิ เลน ทายปริศนา จากเรอ่ื ง พูดเพราะ
๒. นกั เรียนฝก อา นคาํ ทําทา ทางเก่ียวกับความหมายของคําใน รจู กั คํา นาํ เรื่อง จากเรอื่ ง พดู เพราะ
๓. นกั เรียนฝกเขยี นตามคําบอกตามความเหมะสม
๔. นักเรียนรวมกันทองบท อานคลอ ง รอ งเลน ชางกม็ หี ัวใจ จากเรือ่ ง พูดเพราะ เพอื่ สรุปบทเรยี น
๕. นกั เรยี นทําแบบฝกหดั ทักษะภาษา เลม ๒ แบบฝก หัดที่ ๘ ขอ ๖
ส่ือ / แหลง การเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรยี น ภาษาพาที
๒. แบบฝก หัด ทกั ษะภาษา เลม ๒
การวดั ผลและประเมินผล
๑. วิธีประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงาน
๒. เคร่อื งมือประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด
๓. เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารประเมินผลงานรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑๒ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๑
กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย เวลา ๑๕ ชั่วโมง
หนวยการเรียนรูท ี่ ๘ เรือ่ ง พดู เพราะ เวลา ๑ ช่วั โมง
เรื่อง อา นคํา
สาระสาํ คญั
การอา นคาํ ขอความ ทําความเขาใจเกีย่ วกบั ความหมายของคํา ขอความไดถูกตองเปนการสงเสริมให
ผอู านเขา ใจเรอื่ งราวไดเ ปน อยางดี
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจแกปญหาในการ
ดําเนินชีวิต และมนี สิ ยั รกั การอาน
ตัวชว้ี ดั
ท ๑.๑ ป.๑/๒ บอกความหมายของคาํ และขอความท่อี า น
ท ๑.๑ ป.๑/๘ มมี ารยาทในอาน
จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรยี นอา นคาํ งา ยๆ ได
๒. นกั เรียนมีมารยาทในอา น
สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- มารยาทในการอานและการเขยี น
กจิ กรรมการเรียนรู
๑. นักเรยี นฝกสังเกตและอา นคาํ จากเรอ่ื ง พูดเพราะ ตามข้นั ตอนดงั นี้
- ใหนกั เรียนดู สังเกตคาํ จากบทอานเรอ่ื ง พูดเพราะ
- นกั เรยี นสงั เกตและฟง เสียงครอู า นคาํ ในเร่ือง ๑ คํา นักเรียนอา นคําถดั ไป ๑ คาํ
- ครอู า น ๓ คาํ นักเรยี นอานคาํ ถัดไป ๓ คํา
- ครอู า นทลี ะบรรทัด นกั เรียนอา นถัดไป ๑ บรรทัด
- นักเรยี นชวยกนั ตอบครูวา คําใดท่ียากทสี่ ดุ และทาํ อยางไรจงึ จะอานได
๒. นกั เรยี นฝก อานในใจบทอาน เรอื่ ง พูดเพราะ แลว สนทนา ซักถาม
สือ่ / แหลงการเรียนรู
- หนงั สอื เรียน ภาษาพาที
การวัดผลและประเมินผล
๑. วธิ ีประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครือ่ งมือประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑก ารประเมิน
- นักเรียนผานเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑๓ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๑
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย เวลา ๑๕ ช่ัวโมง
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๘ เรอ่ื ง พดู เพราะ เวลา ๑ ชั่วโมง
เร่อื ง ฝก เขยี นแตง ประโยค
สาระสาํ คัญ
การเรยี บเรียงคําใหเ ปนประโยคท่ีถกู ตองทําใหร วู า ใครทําอะไร ทไ่ี หน จะชวยใหผ อู า นเขาใจแจมชดั
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียน เขยี นสอ่ื สาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเร่ืองราวใน
รปู แบบตา งๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน ควา อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน ท ๒.๑ ป.๑ /๒ เขียนสอ่ื สารดว ยคําและประโยคงายๆ
จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรียนเขียนพยัญชนะไดถ ูกตอง
๒. นกั เรยี นเขียนคาํ งายๆ ได
สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยูอยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- มารยาทในการอานและการเขียน
กิจกรรมการเรียนรู
๑. นกั เรียนรว มกนั อานบตั รคําจากเร่ือง พดู เพราะ เชน ลูกบอล ฟตุ บอล หัวเราะ แยง ตลิ่ง ควาญ
พูดเพราะ เปนตน
๒. นกั เรยี นแตงประโยคปากเปลา จากคาํ ที่อา น ครูชวยเขยี นประโยคทแ่ี ตงบนกระดานดาํ
๓. นักเรียนอานออกเสยี งประโยคบนกระดานดาํ พรอ มกนั
๔. นักเรียนคดั ประโยคบนกระดานดําลงในสมดุ
๕. นักเรียนอานออกเสียง กิจกรรม ฝกอาน เขียนคํา ฝกอาน เขียนประโยคจากเรื่อง พูดเพราะ
เพื่อสรปุ การเรียน
ส่ือ / แหลง การเรียนรู
- บัตรคํา
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
๒. เคร่อื งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑๔ ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๑
กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย เวลา ๑๕ ชว่ั โมง
หนว ยการเรียนรูที่ ๘ เร่ือง พดู เพราะ เวลา ๑ ชั่วโมง
เรื่อง วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระสาํ คญั
การอา นอยา งคิดวเิ คราะห จะชวยใหเกดิ แนวคิดและนําไปประยกุ ตใ ชใ นชวี ิตประจําวนั ไดเ ปนอยางดี
การทองบทอาขยานชว ยใหน กั เรยี นเกิดความเพลดิ เพลนิ จําคําและขอความไดแ มน ยาํ
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคา
และนาํ มาประยุกตใชใ นชวี ติ จริง
ตวั ช้ีวัด
ท ๕.๑ ป.๑/๑ บอกขอคิดที่ไดจ ากการอานหรือการฟงวรรณกรรมรอยแกวและรอยกรองสาํ หรบั เด็ก
ท ๕.๑ ป.๑/๒ ทองจําบทอาขยานตามท่กี ําหนดและบทรอ ยกรองตามความสนใจ
จุดประสงคการเรียนรู
๑. นักเรียนเขา ใจและแสดงความคดิ เหน็ ได
๒. นกั เรียนวิจารณวรรณคดแี ละวรรณกรรมไดอ ยางเหน็ คณุ คา
สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
๑. การอา นและฟงวรรณกรรม
๒. การทอ งบทอาขยาน
กิจกรรมการเรียนรู
๑. ครูนําสนทนาเกี่ยวกับภาพในบทที่ ๕ เรื่อง เรารักเมืองไทย จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน
ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวติ วรรณคดลี าํ นาํ
๒. ครอู า นบทรอ ยกรอง เรารักเมืองไทย ใหนกั เรยี นฟง แลว ใหน ักเรยี นฝก อา นจนคลอง
๓. ครถู ามเกีย่ วกบั ประเทศไทยวาท้งั หมดมกี ่ีภาค ภาคอะไรบาง นกั เรียนเคยไปภาคไหนบาง
๔. นักเรยี นรว มจับมอื ประสานกนั โยกตวั เปนจังหวะพรอมกับทอ งบทรอ ยกรอง เรารักเมืองไทย
สื่อ / แหลงการเรียนรู
- หนงั สือเรยี น วรรณคดีลาํ นํา
การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ีประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
๒. เครื่องมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
๓. เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรมรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑๕ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๑
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย เวลา ๑๕ ชวั่ โมง
หนวยการเรียนรูท ่ี ๘ เรอื่ ง พดู เพราะ เวลา ๑ ชว่ั โมง
เร่อื ง วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระสําคญั
การอานอยา งคดิ วเิ คราะหจ ะชวยใหเ กดิ แนวคิดและนาํ ไปประยุกตใ ชในชวี ติ ประจําวนั ไดเ ปนอยา งดี
การทองบทอาขยานชว ยใหน ักเรียนเกิดความเพลิดเพลิน จาํ คําและขอ ความไดแ มนยาํ
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคา
และนํามาประยุกตใ ชใ นชวี ิตจรงิ
ตัวช้ีวัด
ท ๕.๑ ป.๑/๑ บอกขอ คิดทีไ่ ดจ ากการอานหรือการฟง วรรณกรรมรอ ยแกว และรอยกรองสาํ หรับเดก็
ท ๕.๑ ป.๑/๒ ทองจําบทอาขยานตามทก่ี าํ หนดและบทรอ ยกรองตามความสนใจ
จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. นักเรียนเขาใจและแสดงความคดิ เห็นได
๒. นักเรียนวิจารณว รรณคดีและวรรณกรรมไดอยางเหน็ คุณคา
สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยูอยางพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
๑. การอา นและฟง วรรณกรรม
๒. การทอ งบทอาขยาน
กิจกรรมการเรียนรู
๑. ครตู ิดแผนภมู เิ พลง ไตรรงคธ งไทย แลวนาํ นักเรียนรองเพลง สนทนาเก่ียวกบั เพลง นักเรียนรองเพลง
ไตรรงคธงไทย พรอมกัน
๒. นกั เรียนทาํ กิจกรรม ชวนคิด อาน เขยี น เรียน รอ ง เลน ใน เรื่องเรารกั เมอื งไทย
๓. นักเรียนทาํ แบบฝกหัด ทักษะภาษา เลม ๒ แบบฝกหดั ท่ี ๘ ขอ ๑๓ และ ๑๔
๔. นกั เรียนฝก อา นบท อานคลอง รองเลน ชางก็มีหวั ใจ พรอมกัน
๕. นกั เรียนทุกคนชว ยกันสรุปแนวคิดจากเรือ่ งท่อี าน
๖. นักเรียนฝกคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดในบท อานคลอง รองเลน ชางก็มีหัวใจ จากเรื่อง
พูดเพราะ ลงในสมดุ
สื่อ / แหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สือเรยี น วรรณคดลี ํานาํ
๒. แบบฝกหดั ทักษะภาษา เลม ๒
๓. เพลง ไตรรงคธงไทย
การวดั ผลและประเมินผล
๑. วิธีประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
๒. เคร่อื งมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด
๓. เกณฑก ารประเมิน
- นักเรียนผา นเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรมรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑
กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๑
หนวยการเรียนรูที่ ๙ เรื่อง เกือบไป เวลา ๑๕ ชว่ั โมง
เรือ่ ง การฟง ดู และพูด เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระสาํ คญั
การฟง การดู และการพูด การฟงการดอู ยางต้ังใจ รูจักสังเกต ชวยใหเกิดความรูความเขาใจเรื่องที่ฟง
และดู สามารถถายทอดโดยการพูด เลาเรอื่ ง แสดงความคิดเหน็ และความรสู ึกจากเรอ่ื งทฟี่ ง และดูไดเปนอยา งดี
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงและดูอยางมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคดิ ความรูสึก
ในรปู แบบตา งๆ อยางมีวจิ ารณญาณและสรางสรรค
ตัวช้วี ัด
ท ๓.๑ ป.๑/๓ พูดแสดงความคดิ เหน็ และความรสู กึ จากเรือ่ งทีฟ่ ง และดู
ท ๓.๑ ป.๑/๕ มีมารยาทในการฟง การดู และการพดู
จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. นกั เรยี นตอบคําถาม สนทนาและตอบคําถามได
๒. มมี ารยาทในการฟง การดู และการพดู
สมรรถนะสาํ คัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต
คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
๑. การฟง ดู และการพูดแสดงความคิดเห็นจากบทอานเรอ่ื ง เกอื บไป
๒. มารยาทในการฟง ดู พูด และอา น
กจิ กรรมการเรยี นรู
๑. ใหนักเรยี นรว มกนั รองเพลง ชา ง
๒. รว มกนั สนทนาแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ชา งทเี่ คยเหน็ และท่อี ยูอาศยั ของชาง
๓. นกั เรียนดูภาพและสนทนาเกยี่ วกบั เรือ่ ง เกอื บไป จากหนังสอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด
ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที
๔. นักเรยี นดภู าพและสนมนาใน รูค ํา นําเร่อื ง จากเรอื่ ง เกอื บไป
๕. ครูอานคาํ ใน รูจักคาํ นําเร่อื ง จากเร่ือง เกือบไป นักเรียนฟง นกั เรียนอา นตามครู ๑-๒ คร้ัง
๖. นักเรียนเขยี นคําจากบตั รคํา นาํ เรอ่ื ง จากเรือ่ งเกอื บไป
สอื่ / แหลง การเรยี นรู
๑. หนังสอื เรียน ภาษาพาที
๒. แบบฝก หดั ทักษะภาษา เลม ๒
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วิธีประเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
๒. เคร่ืองมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรมรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๒
กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๑
หนว ยการเรียนรูท่ี ๙ เรือ่ ง เกือบไป เวลา ๑๕ ช่วั โมง
เร่อื ง การฟง ดู และพดู เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระสาํ คัญ
การฟง การดู และการพดู การฟง การดูอยางตั้งใจ รจู กั สังเกต ชวยใหเ กดิ ความรคู วามเขาใจเรอื่ งที่ฟง และ
ดู สามารถถา ยทอดโดยการพูด เลา เร่ือง แสดงความคิดเห็น และความรสู ึกจากเรอ่ื งทฟ่ี งและดูไดเปน อยางดี
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟง และดูอยา งมวี จิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคิด ความรูสึก
ในรปู แบบตา งๆ อยา งมวี จิ ารณญาณและสรา งสรรค
ตัวชว้ี ัด
ท ๓.๑ ป.๑/๑ ฟงคาํ แนะนาํ คาํ ส่งั งายๆและปฏบิ ัติตาม
ท ๓.๑ ป.๑/๓ พูดแสดงความคดิ เห็นและความรสู กึ จากเร่อื งทฟ่ี งและดู
ท ๓.๑ ป.๑/๕ มมี ารยาทในการฟง การดู และการพูด
จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. นักเรยี นตอบคําถาม สนทนาและตอบคาํ ถามได
๒. นกั เรียนอา นคําได
๓. มีมารยาทในการฟง การดู และการพดู
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยูอยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
๑. การฟง ดู และการพูดแสดงความคดิ เหน็ จากบทอา นเรือ่ ง เกือบไป
๒. มารยาทในการฟง ดู พูด และอาน
กจิ กรรมการเรยี นรู
๑. นักเรยี นดูภาพและคําใน รูจักคาํ นําเรือ่ ง จากเร่ือง เกือบไป แลวรว มกนั แสดงความคิดเห็น
๒. นักเรียนแบง กลุม กลุมละ ๔–๕ ชวยกนั เขียนบตั รคาํ ใน รูจ กั คํา นาํ เร่อื ง จากเรื่องเกือบไป โดยครู
แจกกระดาษ กลุมละ ๔–๕ แผน
๓. นักเรยี นแตละกลมุ นําเสนอผลงานหนา ชนั้ โดยอา นบัตรคาํ
๔. แตละกลมุ เย็บบัตรคําเจาะรใู สห ว งเก็บไวเพอ่ื ฝกอา น
๕. นกั เรยี นฝก คดั คาํ ใน รูจกั คํา นําเรื่อง จากเรอ่ื ง เกือบไป ลงในสมดุ
ส่ือ / แหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรียน ภาษาพาที
๒. บัตรคํา
การวัดผลและประเมินผล
๑. วิธปี ระเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
๒. เครื่องมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรมรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๓
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๑
หนวยการเรียนรทู ี่ ๙ เร่ือง เกือบไป เวลา ๑๕ ชวั่ โมง
เรอื่ ง การอา นออกเสียง เวลา ๑ ชั่วโมง
สาระสาํ คัญ
การอา นออกเสยี งชวยใหท ราบวา การอา นคาํ ขอความ มีความถูกตองหรือไม เพื่อพัฒนาการอานให
ถกู ตอง การอา นท่ีถกู ตอ ง ชวยใหก ารสอื่ สารถกู ตองชัดเจน
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรู และความคิด เพ่ือนําไปใชตัดสินใจแกปญหาในการ
ดําเนนิ ชีวิต และมีนสิ ัยรักการอา น
ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๑/๑ อา นออกเสยี งคํา คําคลองจอง และขอความสนั้ ๆ
ท ๑.๑ ป.๑/๒ บอกความหมายของคาํ และขอความทอ่ี าน
จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรยี นอานคําและบอกความหมายของคาํ ได
๒. นกั เรยี นอา นออกเสียงเรื่องในบทเรียนได
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยอู ยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การอา นออกเสยี งบทเรียนเรื่อง เกือบไป
กจิ กรรมการเรยี นรู
๑. นักเรยี นดูภาพในบทอานเร่อื ง เกอื บไป แลวถามวาใคร จะไปไหน ไปทําไม
๒. ครอู านบทอา นเร่ือง เกือบไป ใหน กั เรยี นฟงและเนนมารยาทในการฟง
๓. นักเรยี นอานออกเสยี งบทอานเรอ่ื ง เกือบไป ตามครู ๑–๒ ครง้ั
๔. แบงนักเรียนเปนสองกลุมใหญ ฝกอานออกเสียงบทอานเร่ือง เกือบไป กลุมละ ๑ หนา และ
สลบั กันอาน
๕. ใหน ักเรียนแบงกลมุ ยอย ๓–๔ คนฝก อา นออกเสียงบทอา นเรื่องเกอื บไป
๖. นักเรียนรว มกันสรปุ ใจความสําคญั ของเรือ่ งอาน
๗. นักเรียนทําแบบฝกหัด รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา เลม ๒
แบบฝกหัดท่ี ๙ ขอ ๑ และ ๒
สื่อ / แหลง การเรียนรู
๑. หนังสือเรยี น ภาษาพาที
๒. แบบฝก หดั ทกั ษะภาษา เลม ๒
๓. ภาพ
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วิธีประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครอ่ื งมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝกหัด
๓. เกณฑการประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรมรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๔
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๙ เรอ่ื ง เกือบไป เวลา ๑๕ ชั่วโมง
เรอ่ื ง การฟง ดู และพูด เวลา ๑ ช่ัวโมง
สาระสําคญั
การฟง การดู และการพูด การฟง การดูอยางตั้งใจ รูจักสังเกต ชวยใหเกิดความรูความเขาใจเร่ืองที่ฟง
และดู สามารถถายทอดโดยการพูด เลา เร่อื ง แสดงความคิดเหน็ และความรูสกึ จากเร่อื งที่ฟงและดไู ดเ ปนอยา งดี
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟง และดอู ยางมวี จิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู ความคิด ความรูสึก
ในรูปแบบตางๆ อยางมวี ิจารณญาณและสรางสรรค
ตัวชว้ี ัด
ท ๓.๑ ป.๑/๔ พูดสอ่ื สารไดตรงตามวตั ถปุ ระสงค
ท ๓.๑ ป.๑/๕ มีมารยาทในการฟง การดู และการพดู
จดุ ประสงคการเรยี นรู
๑. นกั เรียนพดู เลา เร่อื งเหตกุ ารณท ีป่ ระทบั ใจได
๒. นกั เรียนมีมารยาทในการฟง การดู และการพดู
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- การพูดเลาเหตุการณ
กจิ กรรมการเรยี นรู
๑. นักเรยี นดูและอานบทอานเร่ือง เกอื บไป พรอ มกนั เปน การทบทวนเร่อื งราว
๒. นักเรียนฝกเลาเรอ่ื ง โดยครตู ัง้ คําถามนาํ ชี้ชวนใหช ว ยกันเลาตามเหตุการณก อ นหลงั
๓. นักเรียนวาดภาพทป่ี ระทับใจเร่อื งราวในเหตกุ ารณ
๔. ทําแบบฝก หัด ทกั ษะ เลม ๒ แบบฝก หดั ที่ ๙ ขอ ๓
สอ่ื / แหลงการเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรยี น ภาษาพาที
๒. แบบฝก หัด ทกั ษะภาษา เลม ๒
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ีประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครื่องมือประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝกหดั
๓. เกณฑการประเมิน
- นักเรียนผานเกณฑการสังเกตพฤติกรรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
- นักเรยี นผา นเกณฑการประเมินผลงานรอ ยละ ๗๕-๘๐
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๕
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๑
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๙ เรอื่ ง เกอื บไป เวลา ๑๕ ชวั่ โมง
เรื่อง รูจักคาํ นาํ เรอ่ื ง เวลา ๑ ช่วั โมง
สาระสําคญั
การอานคํา ขอ ความ ทําความเขาใจเกยี่ วกับความหมายของคํา ขอความไดถูกตองเปนการสงเสริมให
ผูอ านเขา ใจเรอื่ งราวไดเปนอยางดี
การมีมารยาทในการอาน เปน การอา นที่ตองใชสถานท่ีอานรวมกับผูอ่ืน ตองอานดวยความสงบ ไมสง
เสยี งดังรบกวนผูอน่ื และไมทําลายหนังสอื
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไป ใชตัดสินใจแกปญหาในการ
ดาํ เนินชวี ิต และมีนสิ ัยรกั การอา น
ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๑/๑ อา นออกเสียงคํา คาํ คลองจองและขอ ความและขอความส้นั ๆ
ท ๑.๑ ป.๑/๘ มมี ารยาทในอาน
จุดประสงคการเรยี นรู
๑. นักเรยี นอา นคํางา ยๆ ได
๒. นักเรยี น มีมารยาทในอาน
สมรรถนะสําคัญของผเู รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
๑. การอานรูจักคาํ นาํ เรอื่ ง และความหมายของคํา
๒. มารยาทในการอา นและการเขียน
กิจกรรมการเรยี นรู
๑. นกั เรยี นอานคําใน รูจกั นําเรอ่ื ง จากเรือ่ ง เกือบไป พรอมกันเพื่อทบทวนความรู
๒. นกั เรียนนําคาํ ใน รูจักคํา นาํ เร่ือง จากเรือ่ ง เกือบไป แตงประโยคดวยปากเปลาทีละคน ครูชวย
เขียนประโยคของนักเรยี นบนกระดานดาํ
๓. นกั เรยี นอานประโยคบนกระดานดาํ
๔. นักเรียนเลือกคดั ประโยคบนกระดานดาํ ลงในสมุด ๕ ประโยค
สือ่ / แหลงการเรยี นรู
- หนงั สอื เรียน ภาษาพาที
การวัดผลและประเมินผล
๑. วิธีประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
๒. เคร่อื งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรยี นผา นเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๖
กลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๑
หนวยการเรียนรูท ่ี ๙ เร่ือง เกอื บไป เวลา ๑๕ ช่ัวโมง
เรื่อง การอานเรือ่ ง เวลา ๑ ช่วั โมง
สาระสาํ คัญ
การอานคาํ ขอความ ทําความเขาใจเก่ียวกับความหมายของคาํ ขอความไดถูกตองเปนการสงเสริม
ใหผูอานเขา ใจเร่อื งราวไดเปนอยางดี
การมีมารยาทในการอาน เปนการอานที่ตองใชสถานที่อานรวมกับผูอื่น ตองอานดวยความสงบ
ไมสงเสียงดงั รบกวนผูอ่นื และไมท าํ ลายหนงั สอื
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไป ใชตัดสินใจแกปญหาในการ
ดําเนินชวี ติ และมีนิสยั รักการอาน
ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๑/๖ อานหนงั สอื ตามความสนใจอยา งสมํา่ เสมอและนาํ เสนอเรอ่ื งทีอ่ าน
ท ๑.๑ ป.๑/๗ บอกความหมายของเครือ่ งหมายหรือสัญลักษณสําคญั ทีม่ กั พบเห็นในชีวติ ประจําวนั
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. อานบทอานเรอ่ื ง เกอื บไป สนทนา ซักถาม คาดคะเนเหตุการณและตอบคาํ ถามจากเร่ืองได
๒. นักเรยี นมีมารยาทในอา น
สมรรถนะสําคัญของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
๑. การอานสรา งความรเู ร่ือง เกอื บไป
๒. มารยาทในการอา นและการเขียน
กิจกรรมการเรียนรู
๑. นักเรียนอานบทอานเร่ือง เกือบไป รวมกันสนทนา ซักถาม คาดคะเนเหตุการณและตอบคาํ ถาม
จากเรอ่ื ง
๒. บทอา นเรือ่ ง เกอื บไป โดยการใหจ บั คอู าน อา นเปนกลุม
๓. ครูเขียนเครือ่ งหมายอัศเจรยี (!) บนกระดานดํา แลวใหนักเรียนตอบคําถามวาพบท่ีใดบางจากเร่ือง
เกือบไป
๔. นกั เรยี นคนหาคาํ ทใี่ ชเ ครอ่ื งหมายอัศเจรีย (!) และเขียนลงในสมุด
สอ่ื / แหลงการเรยี นรู
- หนงั สือเรยี น ภาษาพาที
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ปี ระเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
๒. เครื่องมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑการประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรมรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๗
กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๑
หนวยการเรียนรทู ี่ ๙ เร่อื ง เกือบไป เวลา ๑๕ ชวั่ โมง
เร่อื ง การอานพยญั ชนะและสระ เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระสาํ คญั
การรูจักพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต ชวยใหก ารอา นคาํ และเขยี นคาํ ไดถ ูกตอง
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของ
ภาษา ภมู ปิ ญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเปน สมบัติของชาติ
ตวั ชวี้ ัด
ท ๔.๑ ป.๑/๑ บอกและเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยุกต และเลขไทย
ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคาํ และบอกความหมายของคํา
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรยี นบอกพยญั ชนะและสระไดถ กู ตอง
๒. นักเรียนอานเขียนพยัญชนะและสระไดถูกตอ ง
สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- อา นพยัญชนะ
กิจกรรมการเรยี นรู
๑. นกั เรยี นอา นบัตรคําพรอ มกัน
๒. นกั เรยี นอา นบทอา นเร่ือง เกือบไป เพอ่ื ทบทวน
๓. นกั เรียนฝกอานและเขยี นพยัญชนะใน อธิบายเพม่ิ เตมิ ความรู จากเรื่อง เกือบไป ลงในสมดุ
๔. นกั เรยี นฝกอานและเขยี นสระใน อธิบายเพ่ิม เตมิ ความรู จากเรื่อง เกอื บไป
๕. นักเรียนอา นคาํ ในบทเรยี น เกาะ เพราะ ขอ ของ สอง เพอ่ื เพอื่ น เลอื้ ย เกอื บ
๖. นักเรยี นนาํ คําท่อี านในขอ ๔ แตงประโยคปากเปลา เพ่อื สรปุ ความหมายของคํา
สื่อ / แหลงการเรยี นรู
- บตั รคํา
การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. วิธีประเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
๒. เครื่องมอื ประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑการประเมนิ
- นักเรียนผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๘
กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๑
หนว ยการเรียนรูท่ี ๙ เร่ือง เกือบไป เวลา ๑๕ ช่ัวโมง
เรอื่ ง การอานแจกลูกประสมคาํ เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระสาํ คญั
การรจู ักพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต ชวยใหก ารอา นคํา และเขยี นคาํ ไดถูกตอ ง
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมปิ ญญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัตขิ องชาติ
ตัวชี้วดั
ท ๔.๑ ป.๑/๑ บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต และเลขไทย
ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคาํ และบอกความหมายของคํา
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
๑. นักเรยี นประสมพยัญชนะและสระเปน คําได
๒. นกั เรยี นอา นแจกลูกสะกดคาํ ได
๓. นักเรยี นมีมารยาทในอา น
สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยูอ ยางพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
๑. อานสะกดคาํ แจกลูก
๒. มารยาทในการอานและการเขียน
กจิ กรรมการเรียนรู
๑. นักเรยี นอา นสระ ในอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ความรู จากเร่ืองเกอื บไป เพ่ือทบทวน
๒. นักเรียนฝกอานแจกลูกสระ โ- ะ โ – เ-าะ -อ ใน อธิบายเพิ่ม เตมิ ความรูจากเรอ่ื ง เกือบไป
๓. นักเรียนเลนเกมประสมคาํ ดงั นี้ นกั เรยี นกลมุ ท่ี ๑ ถือบตั รพยัญชนะ ก-ฮ นักเรียน กลุมท่ี ๒ ถือบัตร
สระ โ- ะ เ-าะ -อ โ – ยืนหนา ชัน้ เรยี นดงั น้ี
กลุมที่ ๑
ก ขค จ
คนที่ ๑ คนท่ี ๒ คนที่ ๓ คนที่ ๔
กลุมที่ ๒
โ-ะ เ-าะ -อ โ-
คนท่ี ๑ คนท่ี ๒ คนที่ ๓ คนท่ี ๔
๔. ครูอานคาํ “เงาะ” นักเรยี นท่ีถอื บัตรพยญั ชนะ ง วิ่งไปหาเพื่อนคนท่ี ๒ เพ่ือนๆ อานสะกดคําพรอม
กัน ดังนี้ งอ-เอาะ-เงาะ, ครูอานคํา “คอ” นักเรียนที่ถือบัตรพยัญชนะ ค ว่ิงไปหาเพ่ือนที่ถือบัตรสระคนท่ี ๓
เพื่อนๆ อานสะกดคํา คอ-ออ-คอ ครูอานคําใหนักเรียนวิ่งไปประสมคําเรื่อยๆ จนครบทุกสระ (ครูเตรียมบัตร
พยัญชนะ/บัตรสระ)
๕. นักเรียนแตล ะคูอ า นคาํ พรอมแตง ประโยคปากเปลา ครูเขยี นประโยคบนกระดานดํา
๖. นักเรยี นเลือกเขียนคําในประโยคบนกระดานดํา คนละ ๕ ประโยคลงในสมุด
สอ่ื / แหลง การเรียนรู
- บตั รคาํ
การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ีประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เคร่ืองมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรยี นผา นเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรมรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๙
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๑
หนว ยการเรียนรูท ี่ ๙ เร่ือง เกือบไป เวลา ๑๕ ชัว่ โมง
เรื่อง อานแจกลูกสะกดคาํ เวลา ๑ ช่วั โมง
สาระสําคญั
การรจู กั พยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต ชวยใหก ารอา นคํา และเขยี นคําไดถูกตอ ง
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภมู ิปญ ญาทางภาษาและรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ
ตวั ชี้วดั
ท ๔.๑ ป.๑/๑ บอกและเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต และเลขไทย
ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคําและบอกความหมายของคํา
จดุ ประสงคการเรยี นรู
๑. นกั เรียนประสมพยญั ชนะและสระเปน คาํ ได
๒. นกั เรียนอา นแจกลูกสะกดคาํ ได
๓. นักเรยี นมีมารยาทในอา น
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยอู ยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
๑. การอานแจกลกู ประสมคํา สระเอือ เออ เออะ
๒. มารยาทในการอานและการเขียน
กจิ กรรมการเรียนรู
๑. แบง กลมุ นักเรยี น ๒ กลมุ ผลัดกันอา นบทอา น เรื่อง เกอื บไป ทลี ะบรรทดั สลบั กนั
๒. นักเรียนรว มกันสงั เกตคํา ทีใ่ ชสระ เ-ือ จากเรื่องท่ีอา น
๓. นกั เรียนฝกอา นแจกลูกสะกดคาํ สระ เ-อะ เ-อ และ เ-อื ในอธบิ ายเพิ่มเติมความรูจากเร่ือง เกอื บไป
๔. นักเรียนแตงประโยคปากเปลาจากคําวา เรือ เสือ มะเขือ เช่ือ เจอะ เถอะ เยอะ เจอ เธอ
เผลอ หลงั จากนน้ั ครูเขยี นประโยคบนกระดานดํา
๕. นักเรยี นอานประโยคบนกระดานดํา
๖. นักเรยี นทาํ แบบฝกหัด ทักษะภาษา เลม ท่ี ๒ แบบฝก หัดที่ ๙ ขอ ๔ และ ๕
สือ่ / แหลง การเรียนรู
๑. หนงั สอื เรียน ทกั ษะภาษา
๒. แบบฝกหัด ทักษะภาษา
การวัดผลและประเมินผล
๑. วิธปี ระเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เคร่ืองมอื ประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรียนผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรมรอ ยละ ๗๕-๘๐
- นักเรียนผานเกณฑการประเมนิ ผลงานรอยละ ๗๕-๘๐
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๑๐
กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๑
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๙ เรอื่ ง เกอื บไป เวลา ๑๕ ช่ัวโมง
เร่ือง การอานแจกลูก เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระสาํ คัญ
การรจู กั พยญั ชนะ สระ วรรณยุกต ชวยใหการอา นคํา และเขียนคําไดถ ูกตอ ง
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมปิ ญญาทางภาษาและรกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบัตขิ องชาติ
ตัวชี้วดั
ท ๔.๑ ป.๑/๑ บอกและเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต และเลขไทย
ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขยี นสะกดคาํ และบอกความหมายของคํา
จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรยี นอานแจกลูกสะกดคําได
๒. นกั เรียนมมี ารยาทในอา น
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยูอ ยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
๑. การอานแจกลูกประสมคาํ
๒. มารยาทในการอา นและการเขียน