The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัฎจักรการปรากฏของกลุ่มดาว
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krooponnipha, 2022-12-27 08:10:55

วัฎจักรการปรากฏของกลุ่มดาว

วัฎจักรการปรากฏของกลุ่มดาว
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

วัฏการปรากฏของกลุ่มดาว

1.ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์

เม่ือเราสงั เกตท้องฟา้ ในเวลากลางคนื จะสังเกตเหน็ แสงระยิบระยับ
หรอื แสงน่ิงไมก่ ระพริบบนทอ้ งฟา้ แสงท่มี ีลักษณะแตกตา่ งกันดังกล่าวน้นั
คือ ดาวฤกษแ์ ละดาวเคราะห์ ซ่ึงในแต่ละคนื เราจะมองเห็นแสงนนั้ มากหรอื
นอ้ ยแตกตา่ งกันออกไป หากเป็นคืนเดอื นมืดเราจะสามารถสังเกตเหน็ ดาว
ตา่ ง ๆ จานวนมากกว่าคนื ที่ดวงจันทร์เต็มดวง เน่ืองจากดาวบนทอ้ งฟา้ มี
จานวนมาก

ภาพที่ 1 การมองเหน็ ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ของคนบนโลก

ในระบบสุริยะ ดวงอาทติ ย์เป็นดาวฤกษเ์ พยี งดวงเดียว ซ่งึ เป็น
แหลง่ กาเนิดแสงท่ที าให้เราสามารถมองเหน็ ดาวเคราะห์บางดวงไดด้ ว้ ยตา
เปล่า แมว้ า่ จะมีดาวฤกษอ์ ่ืน ๆ อยบู่ นท้องฟา้ อกี จานวนมาก แตด่ าวฤกษ์
เหลา่ น้นั อย่ไู กลจากระบบสุรยิ ะมาก จงึ ไมส่ ามารถเป็นแหลง่ กาเนิดแสงทท่ี า
ใหเ้ ราเห็นดาวเคราะห์นั้น ๆ ได้ เรามองเหน็ ดวงอาทติ ยแ์ ละดาวฤกษต์ า่ ง ๆ
ไดเ้ พราะมแี สงจากดวงอาทติ ย์และดาวฤกษเ์ หล่านน้ั เขา้ ส่ตู าเราโดยตรง
แตก่ ารมองเห็นจะแตกต่างกันโดยเห็นดวงอาทติ ยเ์ ป็นดวงกลมโตสว่างจา้
จนไมส่ ามารถมองดดู วงอาทิตยด์ ว้ ยตาเปลา่ ได้ ส่วนดาวฤกษ์ดวงอ่นื ๆ อยู่
ไกลมากจึงมองเห็นเป็นจุดสว่างชัดเจนในเวลากลางคนื สว่ นการมองเห็น
ดาวเคราะห์ ซ่ึงเป็นดาวทีไ่ มม่ แี สงในตัวเอง ต้องมแี สงจากดวงอาทติ ย์มา
ตกกระทบดาวเคราะหแ์ ลว้ สะท้อนเข้าสู่ตาเรา

ภาพท่ี 2 ระบบสรุ ยิ ะจาลอง

ดาวทเ่ี รามองเหน็ บนทอ้ งฟา้ จะเป็นบริเวณท่อี ยู่นอกบรรยากาศของโลก
มที ั้งดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ซ่ึงมีความแตกตา่ งกนั ดังนี้

1. ดาวฤกษ์

ดาวฤกษ์ เป็นดาวท่มี แี สงสวา่ งในตัวเอง จึงจดั เป็นแหล่งกาเนิด
แสง เราสามารถมองเหน็ เป็นจดุ สว่าง และมแี สงระยบิ ระยับบนท้องฟา้
ดวงอาทติ ย์เป็นดาวฤกษท์ อี่ ยู่ใกลโ้ ลกของ
เรามากท่สี ุด ทาใหม้ องเห็นดวงอาทติ ยม์ ี
ขนาดใหญแ่ ละสว่างมาก สว่ นดาวฤกษ์
ดวงอ่นื ๆ ในจกั รวาลมีอยมู่ ากมายแตอ่ ยู่
ห่างไกลทาให้เรามองเห็นเป็นจดุ สว่าง
ระยิบระยับบนทอ้ งฟา้ เท่านั้น แตเ่ ม่ือ
เทยี บขนาดของดวงอาทติ ยก์ ับ ดาวฤกษ์
ดวงอ่นื ๆ ท่อี ยนู่ อกระบบสุรยิ ะจะพบว่า
ดวงอาทิตย์มีขนาดเลก็ มาก ดังภาพ
ภาพท่ี 3 ดวงอาทิตย์

ภาพท่ี 4 การเปรยี บเทยี บขนาดของ ภาพที่ 5 การเปรยี บเทียบขนาดของ
ดวงอาทติ ย์กบั ดาวฤกษด์ วงอ่ืน ๆ ดวงอาทิตยก์ บั ดาวเคราะห์บรวิ าร
ด้วยแบบจาลอง ดว้ ยแบบจาลอง

2. ดาวเคราะห์

ดาวเคราะห์ ไม่มีแสงสวา่ งในตวั เอง เพราะไม่ใชแ่ หลง่ กาเนิดแสง
แตเ่ ราสามารถมองเห็นเป็นแสงน่ิงไมก่ ระพรบิ เน่ืองจากแสงจากดวง
อาทิตยต์ กกระทบดาวเคราะห์แลว้ สะท้อนเข้าสู่ตา

ดาวเคราะหใ์ นระบบสุริยะมที ้ังหมด 8 ดวง ซ่ึงดาวเคราะห์ท่ีเรา
สามารถมองเห็นไดด้ ว้ ยตาเปล่ามีเพียง 5 ดวง ไดแ้ ก่ ดาวพธุ ดาวศกุ ร์
ดาวอังคาร ดาวพฤหสั บดี และดาวเสาร์ สว่ นดาวยเู รนัส และดาวเนปจนู
นั้นอยู่ไกลจากโลกมากจึงไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

ภาพที่ 6 ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ

เกรด็ นา่ รู้

ดวงจนั ทร์ เป็นดาวบรวิ ารของโลก
ไมม่ ีแสงสวา่ งในตัวเอง เราสามารถ
มองเห็นดวงจันทรไ์ ดเ้ น่ืองจาก แสง
ของดวงอาทติ ยต์ กกระทบผวิ ของ
ดวงจนั ทร์ แลว้ สะท้อนมายังโลก

2. กลมุ่ ดาวฤกษ์บนทอ้ งฟา้

ท้องฟา้ มลี ักษณะคล้ายคร่งึ ทรงกลม
ในเวลากลางวนั เราจะมองเห็นทอ้ งฟา้
เป็นสฟี า้ สว่ นในเวลากลางคนื เราจะ
มองเห็นกลุ่มดาวฤกษต์ ่าง ๆ ท่ีอยู่บน
ทอ้ งฟา้ มีรูปร่างแตกตา่ งกันออกไป
และกลุ่มดาวฤกษ์จะมเี สน้ ทางทข่ี ้ึนและตกในทิศเดมิ เสมอ โดยเราสามารถ
ใชแ้ ผนทด่ี าวในการสงั เกตตาแหน่งการข้นึ และตกของดาวฤกษ์ และกลมุ่
ดาวฤกษ์ได้ นอกจากนี้ยงั ใช้มอื ในการประมาณค่ามมุ เงยได้

ภาพท่ี 7 กลุม่ ดาวบนท้องฟา้

รปู รา่ งของกลมุ่ ดาวฤกษ์

ในคนื เดอื นมดื เราสามารถมองเห็นกลุ่มดาวไดช้ ดั เจน เพราะไม่มี
แสงสว่างของดวงจนั ทรม์ าบดบังแสงของดาว เม่ือเราสังเกตและลองโยง
เส้นกลุ่มดาวฤกษ์โดยใชจ้ นิ ตนาการจะพบว่า ดาวฤกษใ์ นแต่ละกลุ่มมี
รปู ร่างแตกตา่ งกนั ออกไป ซ่งึ กลุม่ ดาวฤกษ์ตา่ ง ๆ ท่ปี รากฏอยูบ่ นท้องฟา้
แตล่ ะกลุม่ จะมีการเรียงตวั ของดาวฤกษ์อย่างคงท่ี จึงทาใหม้ รี ปู ร่าง
เหมอื นเดิมทกุ คนื

กลุ่มดาวนายพราน สามารถมองเห็นได้ทวั่ กันทวั่ โลก แต่ผู้ท่ีอาศัย
อยูท่ างซกี โลกเหนือในเดือนตลุ าคมถึงเดือนมกราคมจะมองเห็นได้
ในชว่ งเยน็ และชว่ งปลายเดือนกรกฎาคมถงึ เดือนพฤศจิกายนจะสามารถ
มองเห็นไดใ้ นชว่ งเชา้

ภาพที่ 8 กลมุ่ ดาวนายพราน

กลมุ่ ดาวหมีใหญ่ ผู้ทอ่ี าศยั อย่ทู างซีกโลกเหนือสามารถมองเหน็ ได้
ตลอดท้งั ปี ส่วนผทู้ ี่อยู่อาศยั ทางซกี โลกใต้มาก ๆ จะมองเห็นได้ลาบาก

ภาพท่ี 9 กลุ่มดาวหมใี หญ่

การข้นึ และตกของกลุม่ ดาวฤกษ์

เน่ืองจากโลกของเราหมุนรอบตัวเองจากทศิ ตะวันตกไปยงั ทิศ
ตะวนั ออก (หมนุ ทวนเข็มนาฬกิ า) และเม่อื เราสงั เกตกลุ่มดาวในชว่ งเวลา
ตา่ ง ๆ ในคนื เดียวกนั จะพบว่ากลุ่มดาวฤกษ์มีการเปลีย่ นตาแหน่งไป โดย
เคล่ือนจากทศิ ตะวันออกไปทางทิศตะวันตก จงึ ทาใหเ้ รามองเห็นกลุ่มดาว
ฤกษข์ ้นึ จากขอบฟา้ ทางทศิ ตะวันออก และตกลบั ขอบฟา้ ไปทศตะวันตก
เชน่ เดียวกบั การข้นึ และตกของดวงอาทิตย์ ซ่งึ ดาวฤกษแ์ ละกล่มุ ดาวฤกษ์
มีเสน้ ทางการข้ึนและตกตามเส้นทางเดมิ ทุกคืน และจะปรากฏตาแหน่ง
เดมิ อยู่เสมอ

ในขณะท่ีกลุ่มดาวฤกษก์ าลังลบั ขอบฟา้ เราจะมองไมเ่ ห็นกลุม่ ดาวฤกษ์
เพราะแสงสวา่ งจากดวงอาทติ ยจ์ ะบดบังแสงจากกลุ่มดาวฤฤกษ์ ดงั นั้นเรา
จะเหน็ กล่มุ ดาวฤกษต์ า่ ง ๆ ข้นึ ทางขอบฟา้ เม่อื แสงจากดวงอาทิตยล์ ด
นอ้ ยลง จนกระทั่งดวงอาทติ ย์ลับขอบฟา้ ไป

ท้องฟา้ ในเวลากลางวัน ทอ้ งฟา้ ในคืนเดือนมดื

ทอ้ งฟา้ ในคนื ดวงจันทร์เตม็ ดวง ท้องฟา้ ในคนื ดวงจนั ทร์รปู เส้ยี ว

ภาพที่ 10 ทอ้ งฟา้ ในเวลาตา่ ง ๆ

การบอกตาแหน่งของกลมุ่ ดาวฤกษ์

ทอ้ งฟา้ ท่เี ราเห็นนน้ั มีลกั ษณะคล้ายคร่งึ ทรงกลม มแี นวเสน้ ท่ีบรรจบ
กนั ระหว่างทอ้ งฟา้ และผนื น้า หรอื แผน่ ดนิ เรยี กวา่ เส้นขอบฟา้ ส่วนจดุ ท่ี
อย่สู งู สดุ ของทอ้ งฟา้ และอยู่ตรงศรี ษะพอดี เรียกว่า จุดเหนือศรี ษะ จดุ ยอด
ฟา้ หรอื จดุ จอมฟา้ ซ่งึ เสน้ ขอบฟา้ และจดุ เหนือศีรษะไม่มจี รงิ เน่ืองจากเป็น
ตาแหน่งทีส่ มมตขิ ้นึ มาจากการมองเหน็

ในการสงั เกตตาแหน่งของกลุม่ ดาวฤกษบ์ นทอ้ งฟา้ ด้วยวิธีการตา่ ง ๆ
เป็นการฝึกทกั ษะในการสังเกต ฝึกความอดทน รวมทั้งยังก่อให้เกดิ ความ
สนใจในเชงิ วทิ ยาศาสตร์ ซ่งึ การสังเกตตาแหน่งของดาวฤกษ์ และกลุ่ม
ดาวฤกษส์ ามารถทาไดโ้ ดยใชแ้ ผนทีด่ าว ซ่ึงระบุมมุ ทิศและมมุ เงยทก่ี ลมุ่
ดาวนั้นปรากฏ และเม่ือเราสงั เกตดาวบนท้องฟา้ เราสามารถระบุมมุ เงยได้
โดยใชม้ อื ในการประมาณค่าของมมุ เงย

ภาพท่ี 11 เส้นขอบฟา้ และจุดเหนือศรี ษะ

1) การใชแ้ ผนที่ดาว แผนทด่ี าวเป็นแผนทีท่ ้องฟา้ ซ่ึงแสดงตาแหน่งของ
กลมุ่ ดาวฤกษ์บนทอ้ งฟา้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนไดแ้ ก่ ท้องฟา้ ทางทิศ
เหนือ และทอ้ งฟา้ ทางทศิ ใต้
การใชแ้ ผนที่ดาวในการดดู าว มวี ิธีการ ดังน้ี
- หมนุ แผนทีด่ าวใหว้ ันที่และเดือนตรงกบั วันและเวลาที่ตอ้ งการดูดาว
- เม่อื ต้องการดดู าวดา้ นทิศเหนือใหใ้ ชแ้ ผนทดี่ าวด้านทิศเหนือ แล้วหนั
หนา้ ไปทางทิศเหนือ ด้านซา้ ยมอื เป็นทิศตะวันตก ดา้ นขวามอื เป็นทิศ
ตะวนั ออก
- ยกแผนที่ดาวข้ึนเหนือศรี ษะ ใหท้ ิศของแผนทดี่ าวตรงกับทศิ ของท้องฟา้
จรงิ แลว้ มองแผนที่ดาวตามทิศและค่าของมมุ เงยที่ระบไุ วใ้ นแผนทดี่ าว
- มองท้องฟา้ จริงเปรียบเทยี บกับแผนท่ีดาว

แผนทด่ี าวด้านทศิ เหนือ แผนที่ดาวด้านทิศใต้

ภาพที่ 12 แผนทด่ี าว

2) การกาหนดคา่ มุมทศิ และการประมาณคา่ ของมุมเงย มมุ ทิศที่วดั ตาม
แนวระนาบกับพ้นื ดนิ มีค่าอยู่ระหว่าง 0 – 360 องศา ส่วนการบอกตาแหน่ง
ของดาวดว้ ยค่ามุมเงย คอื มุมท่ีวัดจากท้องฟา้ ข้นึ ไปหาดาวทสี่ ังเกตใน
แนวด่งิ มีคา่ อยู่ระหว่าง 0 – 90 องศา ดังภาพ

มุมทิศ
ทศิ เหนือมีค่ามุม 0 หรอื 360
องศา แล้ววนไปตามเข็มนาฬิกา
(ทศิ ตะวนั ออก) ตามแนวของเส้น
ขอบฟา้ ทศิ ตะวนั ออกจะมีคา่ มมุ ทิศ
90 องศา ทิศใต้ 180 องศา และทิศ
ตะวันตก 270 องศา

มุมเงย
จดุ ทเ่ี รามองเห็นดาวตรงกบั
ระดบั สายตา หรือเส้นขอบฟา้ มุม
เงยจะมีคา่ 0 องศา แต่ถา้ มองเหน็
ดาวปรากฏอยตู่ รงเหนือศีรษะพอดี
โดยเวลาดูจะตอ้ งเงยหนา้ มากท่ีสุด
มุมเงยจะมีคา่ 90 องศา

ภาพที่ 13 มมุ ทศิ และมมุ เงย

1๐ 2.5๐ 5๐ 10๐ 15๐ 22๐

ภาพท่ี 14 การใชน้ ้ิวและมือประมาณคา่ มุมเงย

วิธกี ารประมาณคา่ มุมเงยของวัตถุบนทอ้ งฟา้ มวี ธิ ีการ ดังนี้
- เหยยี ดแขนออกไปจนสดุ ใหต้ รงในระดับสายตา
- หลับตาข้างหน่ึง แล้วใช้ตาอกี ข้างหน่ึงเลง็ ไปที่ปลายมอื
- กางน้ิวมอื ให้มีความกว้างพอดกี บั ขนาดมุมเงยที่ตอ้ งการวดั

การกาหนดค่ามมุ ทิศ
จุดเหนือศีรษะ

0๐
ทศิ เหนือ

360๐

ทิศตะวันตก ทิศตะวันออก
270๐ 90๐

ทศิ ใต้ 180๐

การระบุตาแหน่งของดาวและกล่มุ ดาว
จดุ เหนือศรี ษะ
มมุ เงย 60๐

ทศิ เหนือ

ทศิ ตะวนั ทิศตะวนั
ตก ออก

ทศิ ใต้ มุมทศิ 135๐

ดังนัน้ การบอกตาแหน่งของดาวและกลมุ่ ดาวต้องบอกทั้งมุม
ทศิ และมุมเงยที่ดาวนน้ั ปรากฏ จากรูปแสดงตาแหน่งของดาว
ดวงหน่ึงในท้องฟา้ อยู่ทต่ี าแหน่งมมุ ทศิ 135๐ และมมุ เงย 60๐

ตวั อย่างการประมาณค่ามมุ เงย
ความกวา้ งปลายน้ิวก้อย มคี า่ ประมาณ 1๐ ความกว้าง 3 น้ิวมือ มีค่าประมาณ 5๐

ความกว้างหน่ึงกามอื มีค่าประมาณ 10๐ ความกว้างระหวา่ งปลายน้ิวชี้กับปลาย
น้ิวก้อย ที่กางออกเต็มท่ี มคี า่ ประมาณ 5๐

ภาพท่ี 15 การประมาณค่ามมุ เงยตา่ ง ๆ

3) การหาทิศโดยใช้เข็มทิศ วางเขม็ ทิศบนพ้นื ราบ หมุนตลบั จนหัวลูกศร
ทบั บนอกั ษร N ดังรปู ก็จะทราบทิศต่าง ๆ ได้

1. วางเข็มทิศบนพ้นื ราบ 2. หมนุ ตลับจนหวั ลกู ศรทับบนอกั ษร N

ภาพที่ 16 การหาทศิ โดยใชเ้ ขม็ ทศิ


Click to View FlipBook Version