The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปัจจุบันกีฬาบอลเป็นกีฬาที่แพร่หลาย และได้รับความสนใจเนื่องจากกีฬาฟุตบอลนั้นเล่นได้ง่ายเหมาะกับการสร้างความสามัคคี ซึ่งในงาน E-book เล่มนี้ประกอบด้วย ประวัติและความเป็นมา กติกา และรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลทั้งสิ้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 18 สมสกุล สมหวัง ADM1, 2024-02-27 03:27:28

ประวัติและความเป็นมาของกีฬาฟุตบอล

ปัจจุบันกีฬาบอลเป็นกีฬาที่แพร่หลาย และได้รับความสนใจเนื่องจากกีฬาฟุตบอลนั้นเล่นได้ง่ายเหมาะกับการสร้างความสามัคคี ซึ่งในงาน E-book เล่มนี้ประกอบด้วย ประวัติและความเป็นมา กติกา และรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลทั้งสิ้น

กีกี กีฬกี าฟุฟุ ฟุ ต ฟุ ตบอล ประวัติ และความเป็นมา ประวัติ และความเป็นมา ผู้จัดทำ E-book นายสมสกุล สมหวัง M.ed 1/66 กลุ่มเมือง รหัส 665520018-5 [email protected] วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ


คำ นำ งาน E-book เล่มนี้เนี้ป็นส่วนหนึ่งนึ่ของวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัจปัจุบันกีฬาบอลเป็นกีฬาที่แที่พร่หลายและได้รับความสนใจเนื่อนื่งจากกีฬา ฟุตบอลนั้นเล่นได้ง่ายเหมาะกับการสร้างความสามัคคี ซึ่งซึ่ในงาน E-bookเล่มนี้ปนี้ระกอบด้วย ประวัติและความเป็นมา กติกา และรายละเอียด อื่นอื่ๆ เกี่ยกี่วกับกีฬาฟุตบอลทั้งสิ้น ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงมีประโยชน์ต่อผู้ที่สที่นใจไม่มากก็น้อย จัดทำ โดย นายสมสกุล สมหวัง นักศึกษาปริญญาโท สาขาบหริหารการศึกษา วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย M.Ed กลุ่มเมือง1/66 รหัส 665520018-5


สารบัญ เรื่อรื่ง ประวัติฟุตบอล ความเป็น ป็ มาฟุตบอล วิวัฒนาการฟุตบอล ประวัติฟุตบอล ตามภูมิภาค ประวัติฟุตบอล ที่เกี่ยวข้องกับประเทศอังกฤษ จุดเริ่มต้นของสโมสรฟุตบอล และสมาคมฟุตบอล สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ความเป็น ป็ มาฟุตบอลอาชีพในเอเชีย งานของสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ฟุตบอลปรากฏการณ์ระดับโลก การก่อตั้ง FIFA มีสโมสรฟุตบอลกี่แห่งในโลกนี้ ประวัติและวิวัฒนาการฟุตบอลโลก ประวัติกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย กติกากีฬาฟุตบอลฉบับย่อ อัพเดตในปี 2024 ประโยชน์ของกีฬาฟุตบอล บทสรุปของประวัติกีฬาฟุตบอล


ประวัติฟุตบอลความเป็นมาฟุตบอลวิวัฒนาการฟุตบอล ประวัติฟุตบอล (Football) หรือซอคเก้อร์ (Soccer) เป็น ป็ กีฬาที่ มีผู้สนใจที่จะชมการแข่งขันและเข้าร่วมเล่นมากที่สุดในโลก ชนชาติใด เป็น ป็ ผู้กำ เนิดกีฬาชนิดนี้อย่างแท้จริงนั้นไม่อาจจะยืนยันได้แน่นอน เพราะ แต่ละชนชาติต่างยืนยันว่าเกิดจากประเทศของตน แต่ในประเทศฝรั่งเศส และประเทศอิตาลี ได้มีการละเล่นชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ซูเลอ” (Soule) หรือจิโอโค เดล คาซิโอ (Gioco Del Calcio) มีลักษณะการเล่นที่ คล้ายคลึงกับกีฬาฟุตบอลในปัจปัจุบัน ทั้งสองประเทศอาจจะถกเถียงกัน ว่า กีฬาฟุตบอล ถือกำ เนิดจากประเทศของตน อันเป็น ป็ การหาข้อยุติไม่ ได้ เพราะขาดหลักฐานยืนยันอย่างแท้จริง ดังนั้น ประวัติของกีฬาฟุตบอล ที่มีหลักฐานที่แท้จริงสามารถจะอ้างอิง ได้ เพราะการเล่นที่มีกติกาการแข่งขันที่แน่นอน คือประเทศอังกฤษ เพราะประเทศอังกฤษตั้งสมาคมฟุตบอลในปี พ.ศ. 2406 และฟุตบอล อาชีพของอังกฤษเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2431 กีฬาฟุตบอล มีวิวัฒนาการไป พร้อมกับความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ตลอดมา ต้นกำ เนิดกีฬา ตะวันออกไกลจะได้รับอิทธิพลมาจากสงครามครั้งสำ คัญ ๆ เช่น สงครามพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ได้นำ เอา “แกลโล-โรมัน” (Gello-Roman) พร้อมกีฬาต่างๆ เข้ามาสู่เมืองกอล (Gaul) อันเป็น ป็ รากฐานส่วนหนึ่งของกีฬาฟุตบอลในอนาคต และการเล่นฮาร์ปาสตัม (Harpastum) ได้ถูกดัดแปลงมาเป็น ป็ กีฬาซูเลอ


ประวัติฟุตบอล ตามภูมิภาค ประวัติฟุตบอล ภาคตะวันออกไกล มีหลักฐานบันทึก จากบุคคลสำ คัญ คือ ขงจื้อ ที่ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “กังฟู” เกี่ยวกับกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาที่ใช้เท้าและศีรษะในสมัย จักรพรรดิ์ เซิงติ (Emperor Cneng Ti)(ปี 32 ก่อน คริสตกาล) มีการเล่นกีฬาที่คล้ายกับฟุตบอลซึ่งเรียกว่า”ซือ-ซู” (Tsu-Chu) ซึ่งหมายถึงการเตะลูกหนังด้วยเท้า กีฬาชนิดนี้ได้ รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ซึ่งนักประพันธ์และนัก ประวัติศาสตร์ในสมัยนั้นได้ยกย่องผู้เล่นที่มีชื่อเสียงให้เป็น วีรบุรุษของชาติ และในสมัยเดียวกันได้มีการเล่นคล้ายฟุตบอล ในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ประวัติฟุตบอล ภาคตะวันออกกลาง ในกรุงโรม ความ เจริญของตะวันออกไกลได้แผ่ขยายถึงตะวันออกกลางโดย เฉพาะอย่างยิ่งจากอิทธิพลของสงคราม โดยพระเจ้าอเล็กซาน เดอร์มหาราช การเล่นกีฬาชนิดหนึ่งเรียกว่า ฮาร์ปาสตัม เป็น กีฬาที่นิยมของชาวโรมันและชาวกรีกโบราณวิธีการเล่นคือ มี ประตูคนละข้าง แล้วเตะลูกบอลไปยังจุดหมายที่ต้องการ เช่น จากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง การเล่นจะเป็นการเตะ หรือ การขว้างไปข้างหน้าฮาร์ปาสตัม หมายถึงการเหวี่ยงไปข้างหน้า การเล่นกีฬาฮาร์ปาสตัมในกรุงโรมดูเหมือนจะเป็นต้นกำ เนิดของ กีฬาซึ่งมีการเล่นในสมัยกลาง ในการเล่นฮาร์ปาสตัม ขนาดของ สนามจะเล็กกว่าสนามกีฬาซูเลอ แต่จุดประสงค์ของกีฬาทั้งสอง คือ การนำ ลูกบอล ไปยังแดนของตน แต่เนื่องจากมีเสียง อึกทึกโครมครามจากการวิ่งแย่งลูกบอล ซึ่งอาจจะทำ ให้เกิด อุบัติเหตุได้มากมาย อันเป็นข้อห้ามของพระเจ้า จึงมีพระบรม ราชโองการในนามของพระเจ้าแผ่นดินห้ามเล่นกีฬาดังกล่าวใน เมือง ผู้ฝ่าฝืนมีโทษถึงจำ คุก นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามซึ่งออกใน วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.1892 ขอให้เล่นยิงธนูในวันฉลองต่าง ๆ แทนการเล่นเกมฟุตบอล


ในโอกาสต่อมากีฬาฟุตบอลได้จัดให้มีการแข่งขันกันอีก ครั้ง ซึ่งเป็น ป็ การเผชิญหน้ากันระหว่างทีมต่างๆ ที่อยู่ห่างกัน ประมาณ 3-4 ไมล์ ( 5-6.5 กิโลเมตร) ในปี พ.ศ. 2344 กีฬา ชนิดนี้ได้ขัดเกลาให้ดีขึ้น มีการกำ หนดจำ นวนผู้เล่นให้เท่ากันใน แต่ละข้าง ขนาดของสนามอยู่ในระหว่าง 80 – 100 หลา (73- 91 เมตร) และมีประตูทั้งสองข้างที่ริมสุดของสนามซึ่งทำ ด้วยไม้ 2 อัน ห่างกัน 2-3 ฟุตในปี พ.ศ. 2366 ได้จัดให้มีการเล่น ฟุตบอลในรูปแบบของการเล่นใน ปัจปัจุบัน William Alice คือผู้ เริ่มวางกฎบังคับต่างๆ สำ หรับกีฬาฟุตบอลและรักบี้ ในปี พ.ศ. 2393 ได้มีการออกระเบียบและกฎของการเล่นไปสู่ ดินแดน ต่างๆ ให้ปฏิบัติตาม โดยจำ กัดจำ นวนผู้เล่นให้มีข้างละ 15-20 คน


ประวัติฟุตบอล ที่เกี่ยวข้องกับประเทศอังกฤษ เมื่อ 900 ปีกปีว่ามาแล้ว ประเทศอังกฤษได้ตกอยู่ในความ ปกครองของพวกเคนส์ เชื้อสายโรมัน ซึ่งยกกองทัพมาตีหมู่เกาะ อังกฤษตอนใต้ และได้ปกครองเรื่อยมาจนถึงปีพปี .ศ. 1589 อังกฤษ เริ่มเข้มแข็งขึ้นและสามารถขับไล่พวกเคนส์ออกจากประเทศได้ หลัง จากนั้น 2-3 ปี อังกฤษจึงเริ่มปรับปรุงประเทศเป็น ป็ การใหญ่ มีการขุด อุโมงค์ตามพื้นที่หลายแห่ง ซึ่งในการขุดอุโมงค์คนงานคนหนึ่งได้ขุด ไปพบกะโหลกศีรษะในบริเวณที่เคยเป็น ป็ สนามรบและเป็น ป็ ที่ฝังศพของ พวกเคนส์มาก่อนทุกคนในที่นั้นแน่ใจว่าเป็น ป็ กะโหลกศีรษะของพวกเคน ส์ อารมณ์แค้นจึงเกิดขึ้นทันทีเมื่อต่างคนต่างคิดถึงเหตุการณ์ที่ถูก พวกเคนส์กดขี่ทารุณจิตใจคนอังกฤษในสมัยนั้นด้วยเหตุผลนี้ คนงานคนหนึ่งจึงเตะกะโหลกศีรษะนั้นทันที ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่ใน บริเวณนั้นก็พากันหยุดงานชั่วคราว แล้วหันมาเตะกะโหลกศีรษะ เป็น ป็ การใหญ่ เพื่อระบายอารมณ์แค้นที่เก็บไว้อย่างสนุกสนาน ผลที่สุด เมื่อพวกนี้หากะโหลกศีรษะเตะกันไม่ได้ก็เอาถุงลมของวัวมาทำ เป็น ป็ ลูก กลมขึ้นเตะแทนกะโหลกศีรษะ ปรากฏว่าเป็น ป็ ที่รื่นเริงสนุกสนามกันมาก ต่อมาชาวโรมันได้นำ เกมนี้ไปเล่นในอังกฤษ จากนั้นชาวอังกฤษก็ได้ ปรับปรุงวิธีการเล่น เทคนิคการเล่น ตลอดจนกติกาให้เหมือนในสมัย ปัจปัจุบัน คือเกมฟุตบอลที่ใช้เท้าเล่น


แต่ในระยะแรกของการเล่นฟุตบอลจะเล่นกันเป็น ป็ กลุ่มๆ เฉพาะพวกคนธรรมดาเท่านั้น ไม่มีการจำ กัดจำ นวนผู้เล่น ประตูจะ ห่างกันเป็น ป็ ไมล์และใช้เวลาในการเล่นหลายชั่วโมง จะเป็น ป็ การเล่น ระหว่างทหารใหม่ที่ถูกเกณฑ์ นักบวช คนที่แต่งงานแล้ว คนโสด และพวกพ่อค้า เกมชนิดได้กลายเป็น ป็ สิ่งฉลองในงานพิธีต่างๆ เช่น ในวันโชรพ ทิวส์เดย์ (Shrove Tuesday) จะมีฟุตบอลนัด สำ คัญให้คนได้ชม เกมในสมัยนั้นจะเล่นกันอย่างรุนแรงและมีการ บาดเจ็บกันมากในวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 1857 พระเจ้าเอ๊ดเวิร์ด ที่ 2 ได้ทรงออกพระราชกฤษฎีกา เนื่องจากมีเสียงอึกทึก ครึกโครมจาการวิ่งแย่งลูกบอล ซึ่งอาจจะทำ ให้เกิดอุบัติเหตุ มากมาย อันเป็น ป็ ข้อห้ามของพระเจ้า โดยห้ามเล่นกีฬาดังกล่าว ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำ คุก


จุดเริ่มต้นของสโมสรฟุตบอล และสมาคมฟุตบอล ในปี พ.ศ. 2400 สโมสรฟุตบอลได้ก่อตั้งเป็น ป็ ครั้งแรกที่เมือง เซนพัสด์ประเทศอังกฤษ และต่อมาในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2406 สโมสรฟุตบอล 11 แห่งได้มารวมกันที่กรุงลอนดอนเพื่อก่อตั้งสมาคม ฟุตบอลขึ้น ซึ่งถือเป็น ป็ รากฐานในการกำ เนิดสมาคมแห่งชาติ จนถึง 140 สมาคม และทำ ให้ผู้เล่นฟุตบอลต้องเล่นตามกฎและกติกาของ สมาคมฟุตบอล จนเวลาผ่านไปจากคำ ว่า Association ก็ย่อเป็น ป็ Assoc และกลายเป็น ป็ Soccer ขึ้นในที่สุด ซึ่งนิยมเรียกกันในประเทศ อังกฤษ แต่ชาวอเมริกันเรียกว่า Football หมายถึง American football ปี พ.ศ. 2412 ฟุตบอลได้เริ่มแข่งขันภายใต้กฎของสมาคม แห่งชาติ ระหว่างทีมรัตเกอร์กับทีมบรินท์ตันในปี พ.ศ. 2413 มีการ กำ หนดผู้เล่นให้เหลือข้างละ 11 คน โดยมีผู้เล่นกองหน้า 9 คน และผู้ เล่นรักษาประตู 2 คน โดยผู้รักษาประตูใช้เท้าเล่นเหมือน 9 คนแรกจน กระทั่งให้เหลือผู้รักษาประตู 1 คน แต่อนุญาตให้ใช้มือจับลูกบอลได้ใน ปี พ.ศ. 2423 จากนั้นกิจการฟุตบอลได้เจริญขึ้นช้าๆ ในต่างจังหวัดจน กระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้มีการตั้งสมาคมฟุตบอลต่างจังหวัด ขึ้นในปี พ.ศ. 2450 และมีการฝึกสอนในปี พ.ศ. 2484 ภายนอกเกาะอังกฤษ พวกกะลาสีเรือ ทหาร พ่อค้า วิศวกร หรือ แม้แต่นักบวชได้นำ กีฬาชนิดนี้ไปเผยแพร่ ประเทศเดนมาร์กเป็น ป็ ประเทศที่ 2 ในยุโรป ในอเมริกาใต้ สโมสรแรกได้ถูกตั้งขึ้นในประเทศ อาร์เจนตินา เมื่อพี่น้องชาวอังกฤษ 2 คน ได้ลงข้อความโฆษณาใน หนังสือพิมพ์ของเมืองบูเอโนสไอเรส (Buenos Aires) เพื่อหาผู้ อาสาสมัคร


ในปี พ.ศ. 2427 กีฬาฟุตบอลก็กลายมาเป็น ป็ วิชาหนึ่งใน โรงเรียนของเมืองบูเอโนสไอเรส การแข่งขันระดับชาติครั้งแรกใน ทวีปอเมริกาใต้ คือ การแข่งขันระหว่างอาร์เจนตินากับอุรุกวัย ในปี พ.ศ.2448 แต่อเมริกาเหนือเริ่มแข่งขันเมื่อปี พ.ศ. 2435 ในอิตาลี ฮาร์ปาสตัมเป็น ป็ ต้นกำ เนิดจิโอโค เดล คาลซิโอ ผู้เล่นกีฬาจะ เป็น ป็ ผู้นำ ทางสังคม หรือแม้แต่ผู้นำ ชั้นสูงของศาสนา เช่นสันตปาปา เกลาเมนต์ที่ 7 ลีออนที่ 10 และเออร์เบนที่ 7 เป็น ป็ ถึงแชมเปี้ยปี้นในกีฬา ฟลอเรนไทน์ฟุตบอล ต่อมาชาวโรมันได้ดัดแปลงเกมการเล่นฮาร์ปาสตัมเสียใหม่ โดยกำ หนดให้ใช้เท้าแตะลูกบอลเท่านั้น ส่วนมือให้ใช้เฉพาะการทุ่ม ลูกบอล ซึ่งนักรบชาวโรมัน นิยมเล่นกันมาก กีฬาฮาร์ปาสตัมซึ่งมีต้น กำ เนิดจากสมัยโรมันได้ถูกแปลงมาเป็น ป็ กีฬาซูลอหรือซูเลอ กีฬาชนิดนี้ เหมือนกับฮาร์ปาสตัม คือ นำ ลูกบอลกลับไปยังแดนของตน แต่ สนามมีขนาดกว้างกว่ามาก การเล่นซูเลอมักจะมีขึ้นในบ่ายวันอาทิตย์หลังการสวดมนต์ เย็น จะมีการแข่งขันสำ คัญในช่วงเวลาดีคาร์นิวาล กีฬาชนิดนี้เป็น ป็ ที่ นิยมมากในเขตปริตานีและมอร์ลังดี กีฬานี้ได้ถูกเผยแพร่ไปยัง อังกฤษโดยผู้ติดตามของวิลเลี่ยมผู้พิชิตภายหลังการรบที่เฮสติ้ง (Hasting) สำ หรับในเอเชีย อินเดียเป็น ป็ ประเทศแรกที่เริ่มเล่น ฟุตบอล ศาสตราจารย์จากวิทยาลัยกัลกัตตา เป็น ป็ ผู้นำ สำ เนากฎหมายการเล่น มาเผยแพร่ในปี พ.ศ. 2426


ส่วนออสตราเลเซีย ในปี พ.ศ. 2435 ได้มีการแข่งขันชิงถ้วย รางวัลเป็น ป็ ครั้งแรก ในทวีปซึ่งยังไม่มีชื่อเสียงในด้านการเล่นฟุตบอล กีฬาชนิดนี้มีผู้กล่าวว่าได้มีการเริ่มเล่นมาก่อนร่วมร้อยปีแปีล้ว และมีหลัก ฐานการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งนิวเซาท์เวลส์ ในออสเตรเลีย ปี พ.ศ. 2425 และสมาคมฟุตบอลของนิวซีแลนด์ได้ถูกตั้งขึ้นหลังจาก ออสเตรเลีย 9 ปี สมาคมระดับชาติแห่งแรกได้ถูกตั้งขึ้นในประเทศแอฟริกาใต้ แต่อียิปต์เป็น ป็ ประเทศแรกที่มีการแข่งขันระดับชาติในปี พ.ศ. 2467 คือ 3 ปี หลังจากที่ได้ก่อตั้งสมาคมขึ้น และอียิปต์สามารถเอาชนะฮังการีได้ 3-0 ในกีฬาโอลิมปิกปิที่ปารีส การแข่งขันระดับชาติเป็น ป็ การแข่งขันระหว่างอังกฤษกับ สกอตแลนด์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2415 และในปีแปีรกของศตวรรษที่ 20 โดย ประเทศยุโรปอื่นๆ อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. 2447 กลุ่มประเทศต่างๆ ในแถบนี้ได้ประชุมกันที่ปารีสเพื่อตั้งสมาคมฟุตบอลนานาชาติขึ้น ใน ครั้งแรกก่อนการจัดตั้งสหพันธ์ 20 วัน สเปนและเดนมาร์กไม่เคยร่วม การแข่งขันระดับชาติมาก่อน และ 3 ประเทศใน 7 ประเทศที่เข้าร่วม ประชุมยังไม่มีสมาคมฟุตบอลในชาติของตน แต่ฟีฟ่ฟีาฟ่ก็แข็งแกร่งขึ้น เรื่อยมา โดยมีสมาชิก 5 ชาติในปี พ.ศ. 2481 และ 73 ชาติ ในปี พ.ศ. 2493 และในปัจปัจุบันมีสมาชิกถึง 146 ประเทศ ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรม ของฟีฟ่ฟีาฟ่ทำ ให้ฟีฟ่ฟีาฟ่เป็น ป็ องค์การกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก


สมาพันธ์ประจำ ทวีปของสมาคมฟุตบอลแห่งแรกที่ตั้งขึ้น คือ Conmebol ซึ่งเป็นสมาพันธ์ของอเมริกาใต้ สมาพันธ์นี้ได้ถูก จัดขึ้นเพื่อจัดตั้งเพื่อจัดการแข่งขันชิงชนะเลิศภายในทวีป อเมริกาใต้ ในปีพ.ศ. 2460 เกือบครึ่งศตวรรษ ต่อมาเมื่การ แข่งขันภายในทวีปได้แพร่หลายมากขึ้น จึงได้มีการจัดตั้งสมาพันธ์ ในทวีปอื่นๆ ขึ้นอีกคือสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป ในปีพ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นปีเดียวกับการจัดตั้งในทวีปเอเชีย และ 2 ปีก่อนการ จัดตั้งสมาคมฟุตบอลยุโรป ในปีพ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นปีเดียวกับการ จัดตั้งสหพันธ์ฟุตบอลแห่งแอฟริกา (Concacaf)หรือสหพันธ์ ฟุตบอลแห่งอเมริกากลาง อเมริกาเหนือ และแคริบเบี้ยน ได้ถูกจัด ตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2504 และน้องใหม่ในวงการฟุตบอลโลกคือ สมา พันธ์ฟุตบอลแห่งโอเชียนเนีย (Oceannir)


สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ (Federation International Football Association FIFA) ก่อตั้งขึ้นที่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. 2447 โดยสมาคม ฟุตบอลแห่งประเทศฝรั่งเศส และประเทศที่เข้าร่วมก่อตั้ง 7 ประเทศคือ ฝรั่งเศส เบลเยียม เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ มีสำ นักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์


สมาพันธ์ฟุตบอลที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ 1. Africa (C.A.F.) เป็นเขตที่มีสมาชิกมากที่สุด ได้แก่ ประเทศ แอลจีเรีย ตูนิเซีย แซร์ ไนจีเรีย และซูดาน เป็นต้น 2. America-North and Central Caribbean (Concacaf) ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก คิวบา เอติ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา และฮอนดูรัส เป็นต้น 3. South America (Conmebol) ได้แก่ ประเทศเปรู บราซิล อุรุกวัย โบลิเวีย อาร์เจนตินา ชิลี เวเนซุเอลา อีคิวเตอร์ และ โคลัมเบีย เป็นต้น 4. Asia (A.F.C.) เป็นเขตที่มีสมาชิกรองจากแอฟริกา ได้แก่ ประเทศไทย มาเลเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง เลบานอน อิสราเอล อิหร่าน จอร์แดน และเนปาล เป็นต้น 5. Europe (U.E.F.A.) เป็นเขตที่มีการพัฒนามากที่สุด ได้แก่ ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮังการี อิตาลี สกอตแลนด์ รัสเซีย สวีเดน สเปน และเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น 6. Oceania เป็นเขตที่มีสมาชิกน้อยที่สุดและเพิ่งจะได้รับการ แบ่งแยก ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิจิฟิ จิและปาปัว นิวกินี เป็นต้น ซึ่งประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิกต้องเสียค่าบำ รุง เป็นรายปี ปีละ 300 ฟรังสวิสส์ หรือประมาณ 2,400 บาท


สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ความเป็นมาฟุตบอลอาชีพในเอเชีย ในทวีปเอเชียมีการจัดตั้งสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (A.F.C.) เพื่อดำ เนินการ กีฬาฟุตบอล ดังนี้ • พ.ศ. 2495 มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปิที่เฮลซิงกิ ประเทศฟินฟิแลนด์ โดยมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากประเทศในเอเชียเข้ามาร่วมการแข่งขัน ด้วย จึงได้ปรึกษาหารือกันในการจัดตั้งสหพันธ์ฟุตบอลเอเชียขึ้น • พ.ศ. 2497 มีการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิฟิ ลิปปินปิส์ ก็ได้เริ่มตั้งคณะกรรมการจากชาติต่างๆ ที่เข้าร่วมเป็น ป็ สมาชิก 12 ประเทศ • พ.ศ. 2501 มีการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ที่ประเทศญี่ปุ่นปุ่ ได้มีการ ประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก และมีประเทศเข้าร่วมเป็น ป็ สมาชิกรวมเป็น ป็ 35 ประเทศ • พ.ศ. 2509 ฟีฟ่ฟีาฟ่ ได้มองเห็นความสำ คัญของ A.F.C. จึงได้กำ หนดให้ มีเลขานุการประจำ ในเอเชีย โดยออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด รวมทั้งเงิน เดือน และคนแรกที่ได้รับตำ แหน่งคือ Khow Eve Turk • พ.ศ. 2517 ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ที่เตหะราน ประเทศอิหร่าน ได้มีการประชุมประเทศสมาชิก A.F.C. และที่ประชุมได้ลงมติขับไล่ อิสราเอล ออกจากสมาชิก และให้จีนแดงเข้าเป็น ป็ สมาชิกแทน ทั้งๆ ที่จีน แดงไม่ได้เป็น ป็ สมาชิกของฟีฟ่ฟีาฟ่นับว่าเป็น ป็ การสร้างเหตุการณ์ที่ ประหลาดใจให้กับบุคคลทั่วไปเป็น ป็ อย่างมากทั้งนี้เนื่องจากเหตุผล ทางการเมือง • พ.ศ. 2519 มีการประชุมกันที่ประเทศมาเลเซีย ปรากฏว่าประเทศ สมาชิกได้ลงมติให้ขับไล่ประเทศไต้หวันออกจากสมาชิก และให้รับจีน แดงเข้ามาเป็น ป็ สมาชิกแทน ทั้งๆ ที่ไต้หวันเป็น ป็


งานของสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย • ดำ เนินการจัดการแข่งขันและควบคุม Asian Cup • ดำ เนินการจัดการแข่งขันและควบคุม Asian Youth • ดำ เนินการจัดการแข่งขันและควบคุมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก • ดำ เนินการจัดการแข่งขันและควบคุม Pre-Olympic • ดำ เนินการจัดการแข่งขันและควบคุม World Youth • ควบคุมการแข่งขัน Kings Cup, President Cup, Merdeka


ฟุตบอลปรากฏการณ์ระดับโลก จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 19 การเล่นฟุตบอลในโรงเรียน กลายเป็นเรื่องปกติ โดยเริ่มในโรงเรียนของรัฐ แม้ว่ากฎเกณฑ์จะ ไม่แตกต่างกันอย่างมากกับมาตรฐาน แต่โรงเรียนหลายแห่งจะคิด รูปแบบเกมขึ้นมาเองโดยขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มีอยู่ ตัวอย่างเช่น ถ้า โรงเรียนมีเพียงสนามเด็กเล่นที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นความจริงใน หลายโรงเรียน พวกเขาต้องทำ งานกับสิ่งที่พวกเขามีและจะปรับ ขอบเขตให้เหมาะสม แปดปีหลังจากก่อตั้งสมาคมฟุตบอลได้จัดตั้งสโมสร สมาชิก 50 แห่ง นั่นคือเมื่อในปีพ.ศ. 1872 เอฟเอ คัพ ถือกำ เนิด ขึ้นโดยมีการแข่งขันชิงแชมป์ครั้งแรกภายในปีพ.ศ. 1888 ในเวลา นี้ ยุโรปยังคงไม่ยอมรับรูปแบบฟุตบอลร่วมสมัย ซึ่งช่วยให้นิยาม ฟุตบอลว่าเป็น 'กีฬาชนิดหนึ่งของอังกฤษ' อย่างไรก็ตาม ก่อน หน้านั้นในปี1872 เป็นการแข่งขันฟุตบอล 'ระหว่างประเทศ' ครั้ง แรกระหว่างอังกฤษและสกอตแลนด์ ซึ่งดึงดูดผู้คนจำ นวนมาก เหมือนกับเกมในปัจจุบันการแพร่กระจายของฟุตบอลนอกสหราช อาณาจักรนั้นช้าในตอนแรก แต่ในไม่ช้ามันก็ไปทั่วทุกมุมโลก เนเธอร์แลนด์และเดนมาร์กก่อตั้งสมาคมฟุตบอลของตนเองขึ้นใน ปีพ.ศ. 1889 ตามด้วยนิวซีแลนด์ในปีพ.ศ. 1891 อาร์เจนตินาในปี พ.ศ. 1893 และชิลี สวิตเซอร์แลนด์ และเบลเยียมในปีพ.ศ. 1895 ต่อมาอิตาลีได้ก่อตั้งสมาคมขึ้นในปีพ.ศ. 1898 เบื้องหลังคือ เยอรมนีและอุรุกวัยในปีพ.ศ. 1900 ทศวรรษหน้าจะได้เห็นฮังการี และฟินฟิแลนด์จัดตั้งสมาคมด้วย


การก่อตั้ง FIFA พื้นที่ Fédération Internationale de Football Association (FIFA) ก่อตั้งขึ้นในกรุงปารีสในปี พ.ศ. 1904. สมาชิกผู้ก่อตั้ง ได้แก่ เบลเยียม ฝรั่งเศส เดนมาร์ เนเธอร์แลนด์ สเปน สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ สแตนลีย์ รูส์ ซึ่งดำ รง ตำ แหน่งประธานฟีฟ่ฟีาฟ่ต่อไป ได้เขียนกฎของฟุตบอลและให้ เหตุผลกับพวกเขาในปี พ.ศ. 1886 และได้มีการร่างกฎหมายใหม่ ในปี พ.ศ. 1997ภายในทศวรรษ 1950 หลังสงครามโลกครั้งที่ สอง มีสมาชิก FIFA มากกว่า 73 คน มีสโมสรฟุตบอลกี่แห่งในโลกนี้? ในตอนท้ายของการประชุม FIFA 2007 FIFA ได้ สมาชิก 208 ทั่วโลก แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบอกว่ามีสโมสร ฟุตบอลกี่แห่งในโลกนี้ แต่เราสามารถบอกคุณได้ว่ามีมากกว่า 600 สโมสรในอังกฤษเพียงแห่งเดียว คณิตศาสตร์บอกว่ามี คลับมากมายทั่วโลก และจำ นวนนั้นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


ประวัติและวิวัฒนาการฟุตบอลโลก ฟุตบอลหรือที่ชาวอังกฤษนิยมเรียกว่า "SOCCER" เป็น ป็ กีฬา ประเภทหนึ่งที่รู้จักกันดีและได้รับความนิยมสูง ที่สุดและแพร่หลาย มากที่สุดในโลก เป็น ป็ ที่ยอมรับกันว่าฟุตบอลได้เริ่มต้นเล่นกันใน ประเทศอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีหลักฐานการบันทึกเรื่องราว การสร้าง กฎ กติกาการเล่น สถาบันทางกีฬาฟุตบอลที่ยังคงค้นพบ ได้ในปัจปัจุบัน แต่ในขณะเดียวกันประเทศจีนก็มีหลักฐานที่ทำ ให้เข้าใจว่า กีฬาฟุตบอลอาจมีต้นกำ เนิดมาจากประเทศจีนก่อน ซึ่งมีหลักฐานการ บันทึกเรื่องราวไว้ว่าเมื่อประมาณ 200 ปีก่ปี ก่อนคริสต์ศักราชว่า ชาว จีนได้มีการเล่นเกมส์เกมส์หนึ่ง เรียกว่า "ทสิชู" (Tsu Chu) ทสิ หมายถึง การเตะ และ ชู หมายถึง ลูกบอล ทหารจีนเล่นเกมส์ Tsu Chu โดยมีประตูซึ่งทำ ด้วยเสาไม้ไผ่และมีเนตด้วย ผู้เล่นที่ดีที่สุดก็จะ มีการส่งเสริม (อาจจะคล้ายกับทีมของกองทัพคอมมิวนิสต์ใน ปัจปัจุบัน) และในบางครั้งผู้แพ้ก็จะถูกลงโทษด้วย (คล้ายกันกับผู้ จัดการทีมฟุตบอลอังกฤษในปัจปัจุบัน)ส่วนชาวญี่ปุ่นปุ่ ก็เป็น ป็ ชนชาติหนึ่ง ที่มีการเล่นเกมส์นี้เช่นเดียวกัน เกมส์นี้เรียกว่า "เกมมาริ" (Kemari) มีผู้นิยมเล่นกันมา ตั้งแต่ก่อนคริสต์ศักราช และได้รับการพัฒนาใน ช่วงศตวรรษที่ 17


ชาวญี่ปุ่นปุ่ ได้มีการกำ หนดเขตและมุมของ สนามเพื่อเล่นเกมนี้ โดยต้นสน ต้นเชอร์รี่ ต้นเมเบิล และต้นวิลโล เป็น ป็ แนวเขตโดย ธรรมชาติ อย่างไรก็ตามจากหลักฐานของกรีกโบราณและโรมัน โบราณก็มีการเล่นเกมส์ประเภทฟุตบอลเช่นกัน ในประเทศกรีซ เรียกชื่อเกมส์ว่า "อีพิสไครอส" (Episkyros) และชาวโรมันเรียกชื่อเกมส์ว่า "ฮาพาสตัม" (Harpastum) เกมส์นี้เป็น ป็ การเล่นที่มีจุดมุ่งหมาย หรือประตูของ ฝ่ายตรงข้าม แล้วก็เตะลูกบอลไปยังจุดที่ต้องการ จากหมู่บ้านหนึ่ง ไปยัง หมู่บ้านหนึ่ง โดยทุ่มหรือขว้างไป ซึ่งคำ ว่า ฮาพาสตัม แปลว่า การเหวี่ยงไปข้างหน้า ชาวโรมันได้ดัดแปลงเกมส์ ฮาพาสตัมใหม่ โดยกำ หนด กติกาการเล่นใหม่ โดยใช้แต่เพียงเท้าเตะลูกบอลเท่านั้น ส่วนมือใช้ทุ่มลูก


และชาวอังกฤษก็ได้ปรับปรุงวิธีการเล่น เทคนิคการเล่น ตลอดจนกติกาให้ เหมือนปัจปัจุบัน เกมส์ฟุตบอลได้เปลี่ยนมาใช้เท้า เล่นกันตอนแรก ๆ เหมือนปัจปัจุบัน เกมส์ฟุตบอลได้เปลี่ยนมาใช้เท้า เล่นกันตอนแรก ๆ จะนิยมเล่นกันเป็น ป็ กลุ่ม ๆ เฉพาะพวกคนธรรมดา เท่านั้น ไม่จำ กัดจำ นวนผู้เล่น ประตูห่างกันมาก ใช้เวลาเล่นนานเป็น ป็ ชั่วโมง เกมส์นี้ได้กลายเป็น ป็ สิ่งฉลองในงานพิธีต่างๆของอังกฤษเช่น วันโชรฟทิวส์เดย์ (Shrove Tuesday) นิยมเล่นกันที่แอชบราวนี (Ashbourne) มรเดอยริไฌร (Derbyshtre) ชาวเมืองจะใช้ประตู ทางเข้าของโบสถ์ และประตูของห้องโถงแอชบราวนีเป็น ป็ ประตูของ แต่ละฝ่าย เกมส์นี้เป็น ป็ ที่นิยมมากและเผยแพร่ไปสู่ชนบทและกลายเป็น ป็ ประเพณีนิยมเล่นในจังหวัดต่างๆเกมส์สมัยนั้นเล่นกันรุนแรงบาด เจ็บกันมากจึงมีพระราชบัญญัติ ห้ามเล่นเกมส์นี้ในปี ค.ศ. 1314 ซึ่ง ออกโดยพระเจ้าเอดเวิร์ดที่ 2 กำ หนดโทษจำ คุกแก่บุคคลที่เล่นกีฬา ฟุตบอลภายในเมืองลอนดอน ในปี 1801


กีฬาชนิดนี้ได้รับการขัดเกลาให้ดีขึ้น มีการกำ หนดจำ นวนผู้ เล่นให้เท่ากันในแต่ละข้าง ขนาดของ สนาม 80 - 100 หลา (73- 91 ม.) และมีประตูทั้งสองข้างที่ริมสุดของสนามซึ่งทำ ด้วยไม้ 2 อัน ห่างกัน 2-3 ฟุต ในปี ค.ศ. 1850 ได้มีการออกกฎระเบียบไป ยังดินแดนต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตาม จำ กัดจำ นวนผู้เล่นให้เหลือข้างละ 11 คน โดยมีผู้เล่นกองหน้า 9 คน และมีผู้รักษาประตู 2 คน ผู้ รักษาประตูใช้เท้าเล่นเหมือน 9 คนแรก จนกระทั่งลดลง เหลือผู้ รักษาประตู 1 คน และอนุญาติให้ใช้มือจับลูกบอลได้ในปี 1880 ในปี 1857 สโมสรฟุตบอลแรกได้ก่อตั้งเป็น ป็ ครั้งแรกที่เมืองเชนนิลด์ ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 26 ตุลาคม 1863 สโมสรฟุตบอล 11 แห่ง มาพบกันที่กรุงลอนดอนและก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งลอนดอน ขึ้นทำ ให้ฟุตบอลต้องเล่นตามกฎและกติกาของสมาคมฟุตบอลใน ประเทศสหรัฐอเมริกาฟุตบอลได้รับความนิยมน้อยกว่าอเมริกา ฟุตบอลมากจนกระทั่งได้มีการจัดการแข่งขัน ฟุตบอลโลกที่ ประเทศอังกฤษ และทีมชาติอังกฤษเป็น ป็ ผู้ชนะเลิศ จึงเป็น ป็ สิ่ง บันดาลให้กีฬาฟุตบอลเป็น ป็ ที่นิยม ในอเมริกา มีการริเริ่มจัดตั้ง สโมสรฟุตบอลขึ้น มีการนำ นักฟุตบอลทีมชาติต่าง ๆ ที่เด่น ๆ มา ร่วมทีมสหรัฐ ทำ ให้ มีคนนิยมเล่นและเข้าชมกีฬาฟุตบอลมากขึ้น


ประวัติกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย ประเทศไทยริเริ่มมีการเล่นฟุตบอลในรัชกาลที่ 6 เนื่องจากในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ส่งราชโอรสและข้าราชบริพาร ไปศึกษายังประเทศอังกฤษ จึงได้นำ กีฬานี้เข้ามาเล่นในเมือง ไทย ผู้ริเริ่มนำ ฟุตบอลเข้ามาเล่นในประเทศไทยคนแรก คือ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เนื่องจากฟุตบอลนิยมเล่นกันใน ประเทศหนาวจึงได้รับคำ วิพากษ์วิจารณ์เป็น ป็ อย่างมากในตอน แรก แต่ต่อมาฟุตบอลก็เป็น ป็ กีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างกว้าง ขวาง ตอนแรกได้นำ ไปแข่งขันกันในโรงเรียนก่อน ต่อมาจึง เผยแพร่ไปยังสโมสรกีฬาและต่างจังหวัดอย่างรวดเร็ว


ในปี พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็น ป็ สมาคมฟุตบอลแห่งสยามขึ้น ต่อมาได้เป็น ป็ สมาชิกฟุตบอลระหว่างชาติ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2468 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรรมการอำ นวยการขึ้น ตราข้อ บังคับใช้ และได้เปลี่ยนแปลงปรับปรุงข้อบังคับให้เหมาะสมกับสมัย ด้วย มีการแก้ไขครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2471 ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2493 ครั้งที่ พ.ศ. 2499 ให้เรียกข้อบังคับนั้นว่า " ข้อบังคับลักษณะ ปกครอง " และเปลี่ยนชื่อสมาชิกเสียใหม่ว่า " สมาคมฟุตบอลแห่ง ประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมถ์ " มีอักษรย่อว่า " ส.ฟ.ท. " ซึ่ง เขียนเป็น ป็ ภาษาอังกฤษว่า " The Football Association of Thailand and The Royal Patronage of His Majestic The King " อักษรย่อว่า " F.A.T " สมาคมฟุตบอลในพระบรม ราชูปถัมภ์ ได้ดำ เนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 โดยเปิดปิการแข่งชัน เป็น ป็ ประเภท ก. ข. ค. ง. แบบของอังกฤษ มีการจัดแข่งขันระดับ มัธยมศึกษา อุดมศึกษา สมาคมฟุตบอลได้ส่งทีมเข้าแข่งขันกีฬา โอลิมปิกปิ 2 ครั้ง คือ พ.ศ. 2499 ที่นครเมลเบอร์น ประเทศ ออสเตรเลีย เป็น ป็ ครั้งแรก และต่อมาส่งเข้าแช่งขันที่เม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก นอกจากนี้ได้เข้าแข่งขันกีฬาซีเกมส์ และ เอเชี่ยนเกมส์เกือบทุกครั้ง ได้เคยเป็น ป็ แชมป์ร่ป์ ร่วมกับพม่าในกีฬา แหลมทอง ครั้งที่ 3 และแชมเปี้ยปี้นฟุตบอลเยาวชน ครั้งที่ 5 และ ครั้งที่ 11 ณ กรุงเทพมหานคร


กติกากีฬาฟุตบอลฉบับย่อ อัพเดตในปี 2024 1. สนามฟุตบอลต้องเป็น ป็ สนามหญ้ารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีเส้น ขอบสนามเป็น ป็ สีขาวชัดเจน ขนาดขั้นต่ำ กว้าง 64 เมตร x 100 เมตร และสูงสุด 75 เมตร x 110 เมตร มีเส้นวงกลมเพื่อแสดงเขต กับใช้ในการเขี่ยลูกเริ่มเกมที่มีขนาดรัศมีประมาณ 3 เมตร 2. ลูกฟุตบอลจะต้องเป็น ป็ ทรงกลมที่ทำ มาจากหนัง หรือวัสดุที่ ปลอดภัยเท่านั้น 3. ผู้เล่นตัวจริง และตัวสำ รองของทั้งสองทีมจะต้องแบ่งตัวจริง เป็น ป็ 11 คน และตัวสำ รอง 7 คน พร้อมการสวมเสื้อสีเดียวกันทั้งทีม 4. เสื้อแข่งขันของทั้ง 2 ทีม จะเป็น ป็ คนละเฉดสี และผู้รักษาประตูทั้ง 2 ทีม จะต้องสวมเสื้อสีอื่น ให้ต่างจากผู้เล่นทั้ง 2 ทีม 5. ระยะเวลาของการแข่งขันจะมีแบ่งออกเป็น ป็ 2 ช่วง คือ ครึ่งแรก 45 นาที และครึ่งหลัง 45 นาที เวลาพัก 15 นาที 6. ถ้าลูกฟุตบอลโดนเสาประตู, คานของประตู หรือธงที่มุมสนาม แล้วกระเด้งกลับเข้ามาในสนาม สามารถเล่นต่อได้ 7. เมื่อลูกฟุตบอลออกนอกเส้นขอบสนาม จะใช้การทุ่มลูกฟุตบอล เหนือศีรษะจากเส้นข้างสนาม ตรงจุดที่ฟุตบอลออกไป 8. การล้ำ หน้า จะเกิดขึ้นเมื่อฟุตบอลออกจากเท้าผู้เล่นฝ่ายรุก และ ฝ่ายรุกที่รอรับฟุตบอล ยืนเหนือผู้เล่นแนวรับคนรองสุดท้าย 9. ลูกจุดโทษ คือ เกิดการทำ ฟาล์วในกรอบเขตโทษ โดยการยิงจุด โทษในเวลา 90 นาที หากยิงชนเสา ผู้ยิงจะไม่สามารถยิงซ้ำ ได้ใน จังหวะถัดมา แต่หากฟุตบอลสัมผัสกับผู้รักษาประตู ผู้ยิงและผู้เล่น ทุกคน สามารถยิงซ้ำ ได้ 10. ลูกตั้งเตะ เกิดจากผู้เล่นทำ ฟาล์วที่ไม่ใช่ในกรอบเขตโทษ โดย สามารถเริ่มเล่นได้ทันทีเมื่อจับบอลตั้งกับพื้น หรือจะรอสัญญาณ จากผู้ตัดสินก็ได้เช่นเดียวกัน


11. เมื่อผู้เล่นฝ่ายรับทำ บอลออกเส้นหลัง ผู้เล่นฝ่ายรุกจะต้องนำ ลูก ฟุตบอลไปเริ่มเล่นอีกครั้งที่มุมธง โดยผู้เล่นฝ่ายรับต้องยืนห่าง 10 หลา 12. ผู้รักษาประตู สามารถจับบอลได้ 6 วินาทีเท่านั้น 13. เมื่อผู้เล่นทำ ผิดกติกา จะมีการคาดโทษครั้งที่ 1 ด้วยใบเหลือง และ หากถูกคาดโทษ 2 ครั้ง จะกลายเป็น ป็ ใบแดง ทำ ให้ผู้เล่นคนดังกล่าวจะ ต้องออกจากการแข่งขัน


ประโยชน์ของกีฬาฟุตบอล 1. ทำ ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง 2. รู้จักการเข้าสังคม และทำ งานเป็นทีม 3. รู้จักการให้อภัยซึ่งกันและกัน 4. สามารถต่อยอดเป็นอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้


บทสรุปของประวัติกีฬาฟุตบอล ได้ทำ ให้เห็นถึงการใช้ฟุตบอลเป็นพื้นที่ของการ ออกกำ ลังกาย แล้วได้พัฒนามาเป็นการแข่งขัน ซึ่ง เวลาที่ผ่านมากว่าร้อยปี ฟุตบอลได้มีวิวัฒนาการที่ เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เพื่อให้การแข่งขันมี คุณภาพที่ดี แต่สิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ คือ ศรัทธาและความหลงไหลของแฟนบอล ที่ยังคงส่ง ผ่านรุ่นต่อรุ่นแบบไม่รู้จบ


บรรณานุกรม เข้าข้ถึงข้อข้มูลได้จาก : https://www.educatepark.com/story/history-of-football/ : https://thepfsa.co.uk/th/football-history/ : https://sportyrelax.com


Click to View FlipBook Version