PRATHAI SCHOOL 50 ข๎อ 8 องค์ประกอบของการวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ประกอบด๎วย 1. การวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ตามกลุํมสาระการเรียนรู๎ ผู๎สอนท าการวัดและประเมินผลการ เรียนรู๎ผู๎เรียนเป็นรายวิชาตามตัวชี้วัดที่ก าหนดในหนํวยการเรียนรู๎ด๎วยวิธีการหลากหลาย ให๎ได๎ผลการประเมิน ตามความสามารถแท๎จริงของผู๎เรียน โดยท าการวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ไปพร๎อมกับการจัดการเรียนการ สอน ได๎แกํ การสังเกตพัฒนาการและความประพฤติของผู๎เรียน การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การรํวม กิจกรรมและการทดสอบ ซึ่งผู๎สอนต๎องน านวัตกรรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ที่หลากหลาย เชํน การประเมินสภาพจริง การประเมินการปฏิบัติงาน การประเมินจากโครงงานและการประเมินจากแฟูมสะสม งานไปใช๎ในการประเมินผลการเรียนรู๎ควบคูํไปกับการใช๎แบบทดสอบแบบตําง ๆ 2. การก าหนดสัดสํวนคะแนนระหวํางเรียนกับปลายภาค กลุํมสาระการเรียนรู๎ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพ และภาษาตํางประเทศ ก าหนดสัดสํวนคะแนนระหวํางเรียนกับคะแนนปลายภาค เป็นดังนี้ (การก าหนดสัดสํวนคะแนนระหวํางเรียนกับปลายภาคขึ้นอยูํกับสถานศึกษาก าหนด เชํน 60 : 40, 70 : 30, 80 : 20) กลุํมสาระการเรียนรู๎ คะแนนระหวํางเรียน คะแนนปลายภาค หมายเหตุ ภาษาไทย 80 20 คณิตศาสตร์ 80 20 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 80 20 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 80 20 สุขศึกษาและพลศึกษา 80 20 ศิลปะ 80 20 การงานอาชีพ 80 20 ภาษาตํางประเทศ 80 20 3. ผู๎สอนมีการประเมินกํอนเรียน ระหวํางเรียน และประเมินหลังเรียนเป็นการประเมินที่ มุํงตรวจสอบการพัฒนาการของผู๎เรียนวําบรรลุตัวชี้วัดหรือไมํ เพื่อน าสารสนเทศที่ได๎ไปปรับปรุงข๎อบกพรํอง ของผู๎เรียน และสํงเสริมผู๎เรียนให๎มีความรู๎ ความสามารถ และเกิดพัฒนาการสูงสุดตามศักยภาพ
51 โรงเรียนประทาย 4. การประเมินระหวํางเรียน เป็นการประเมินผู๎เรียนในเรื่องที่ได๎เรียนจบแล๎ว เพื่อตรวจสอบวํา ผู๎เรียนเกิดการเรียนรู๎ตามตัวชี้วัดหรือไมํ 5. การประเมินผลการเรียนปลายภาค เป็นการประเมินผลเพื่อตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของผู๎เรียนในการ เรียนรู๎ตามตัวชี้วัด ข๎อ 9 การประเมินการอําน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู๎เรียนในการอําน หนังสือ เอกสารและสื่อตําง ๆ เพื่อหาความรู๎ เพิ่มพูนประสบการณ์ ความสุนทรีย์และประยุกต์ใช๎ แล๎วน า เนื้อหาสาระที่อํานมาคิดวิเคราะห์ น าไปสูํการแสดงความคิดเห็น การสังเคราะห์ สร๎างสรรค์การแก๎ปัญหา ในเรื่องตํางๆ และถํายทอดความคิดนั้นด๎วยการเขียนที่มีส านวนภาษาถูกต๎อง มีเหตุผลและล าดับขั้นตอนการ น าเสนอ สามารถสร๎างความเข๎าใจแกํผู๎อํานได๎อยํางชัดเจนตามระดับความสามารถในแตํละระดับชั้น สรุปผล เป็นรายปี/รายภาค เพื่อวินิจฉัยและใช๎เป็นข๎อมูลเพื่อประเมินการเลื่อนชั้นเรียนและจบการศึกษา 1. ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 1.1 ขอบเขตการประเมิน เป็นการอํานจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช๎ข๎อมูลสารสนเทศ ข๎อคิด ความรู๎เกี่ยวกับสังคม และสิ่งแวดล๎อมที่เอื้อให๎ผู๎อํานน าไปคิดวิเคราะห์ วิจารณ์สรุปแนวคิดคุณคําที่ได๎ น าไป ประยุกต์ใช๎ด๎วยวิจารณญาณ และถํายทอดเป็นข๎อเขียนเชิงสร๎างสรรค์หรือรายงานด๎วยภาษาที่ถูกต๎องเหมาะสม เชํน อํานหนังสือพิมพ์ วารสาร หนังสือเรียน บทความ สุนทรพจน์ ค าแนะน า ค าเตือน แผนภูมิ ตาราง แผนที่ 1.2 ตัวชี้วัดที่แสดงถึงความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์และเขียน มีดังนี้ 1) สามารถคัดสรรสื่อ ที่ต๎องการอํานเพื่อหาข๎อมูลสารสนเทศได๎ตามวัตถุประสงค์ สามารถสร๎างความ เข๎าใจและประยุกต์ใช๎ความรู๎จากการอําน 2) สามารถจับประเด็นส าคัญและประเด็นสนับสนุน โต๎แย๎ง 3) สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์ ความสมเหตุสมผล ความนําเชื่อถือ ล าดับความและความเป็นไปได๎ของ เรื่องที่อําน 4) สามารถสรุปคุณคํา แนวคิด แงํคิดที่ได๎จากการอําน 5) สามารถสรุป อภิปราย ขยายความแสดงความคิดเห็น โต๎แย๎ง สนับสนุน โน๎มน๎าวโดยการเขียน สื่อสารในรูปแบบตําง ๆ เชํน ผังความคิด เป็นต๎น 2. ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 2.1 ขอบเขตการประเมิน เป็นการอํานจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช๎ข๎อมูลสารสนเทศ ความรู๎ ประสบการณ์ แนวคิดทฤษฎี รวมทั้งความงดงามทางภาษาที่เอื้อให๎ผู๎อํานวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ แสดง ความข๎อคิดเห็นโตแย๎งหรือสนับสนุน ท านาย คาดการณ์ ตลอดจนประยุกต์ใช๎ในการตัดสินใจ แก๎ปัญหา และถํายทอด เป็นข๎อเขียน เชิงสร๎างสรรค์ รายงาน บทความทางวิชาการอยํางถูกต๎องตามหลักวิชา เชํน อํานบทความวิชาการ วรรณกรรมประเภทตํางๆ 2.2 ตัวชี้วัดที่แสดงถึงความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์และเขียน มีดังนี้ 1) สามารถอํานเพื่อการศึกษาค๎นคว๎า เพิ่มความรู๎ ประสบการณ์ และการประยุกต์ใช๎ใน ชีวิตประจ าวัน
PRATHAI SCHOOL 52 2) สามารถจับประเด็นส าคัญล าดับเหตุการณ์จากการอํานสื่อที่มีความซับซ๎อน 3) สามารถวิเคราะห์สิ่งที่ผู๎เขียนต๎องการสื่อสารกับผู๎อําน และสามารถวิพากษ์ ให๎ข๎อเสนอแนะใน แงํมุมตํางๆ 4) สามารถประเมินความนําเชื่อถือ คุณคํา แนวคิดที่ได๎จากสิ่งที่อํานอยํางหลากหลาย 5) สามารถเขียนแสดงความคิดเห็นโต๎แย๎ง สรุป โดยมีข๎อมูลอธิบายสนับสนุนอยํางพอเพียงและ สมเหตุสมผล ข๎อ 10 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และตามที่สถานศึกษาก าหนดเพิ่มเติมเป็นการประเมิน รายคุณลักษณะแล๎วรวบรวมผลการประเมินจากผู๎ประเมินทุกฝุาย น ามาพิจารณาสรุปผลเป็นรายปี/รายภาค เพื่อใช๎เป็นข๎อมูลประเมิน การเลื่อนชั้นเรียนและการจบ (1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (2) ซื่อสัตย์สุจริต (3) มีวินัย (4) ใฝุเรียนรู๎ (5) อยูํอยํางพอเพียง (6) มุํงมั่นในการท างาน (7) รักความเป็นไทย (8) มีจิตสาธารณะ ข๎อ 11 การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียนเป็นการประเมินการ ปฏิบัติกิจกรรมตามจุดประสงค์ และเวลาในการเข๎ารํวมกิจกรรมตามเกณฑ์ที่ก าหนดไว๎ในแตํละกิจกรรมและ ใช๎เป็นข๎อมูลประเมินการเลื่อนชั้นเรียนและการจบการศึกษาระดับตําง ๆ กิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน แบํงเป็น 3 ลักษณะ ได๎แกํ (1) กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่สํงเสริมและพัฒนาผู๎เรียนให๎สอดคล๎องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจ โดยค านึงถึงความแตกตํางระหวํางบุคคล ด๎วยกระบวนการทางจิตวิทยา การ แนะแนว ให๎สอดคล๎องครอบคลุมด๎านการศึกษา อาชีพสํวนตัวและสังคม กิจกรรมส าคัญในการพัฒนา ได๎แกํ กิจกรรมการรู๎จัก เข๎าใจและเห็นคุณคําในตนเองและผู๎อื่น กิจกรรมการปรับตัวและด ารงชีวิต กิจกรรมแสวงหาและใช๎ข๎อมูลสารสนเทศ กิจกรรมการตัดสินใจและแก๎ปัญหา เป็นต๎น (2) กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุํงพัฒนาความมีระเบียบ ความเป็นผู๎น า ผู๎ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การท างานรํวมกัน การรู๎จักแก๎ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การ ชํวยเหลือ แบํงปันกัน เอื้ออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให๎สอดคล๎องกับความสามารถ ความถนัด และ ความสนใจของผู๎เรียน ให๎ผู๎เรียนได๎ปฏิบัติด๎วยตนเองในทุกขั้นตอน ได๎แกํ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการท างาน เน๎นการท างานรํวมกันเป็นกลุํมตามความเหมาะสม และ สอดคล๎องกับวุฒิภาวะของผู๎เรียน บริบทของสถานศึกษาและท๎องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด๎วย กิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด และนักศึกษาวิชาทหาร เป็นกิจกรรมที่
53 โรงเรียนประทาย มุํงพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู๎น าผู๎ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การท างานรํวมกัน การรู๎จัก แก๎ปัญหา การตัดสินใจเหมาะสม ความมีเหตุผล การชํวยเหลือแบํงปันกัน การประนีประนอม เพื่อ สํงเสริมให๎ผู๎เรียนเจริญเติบโตเป็นผู๎ใหญํที่มีความสมบรูณ์ พร๎อมทั้งด๎านรํางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและ สติปัญญา เป็นต๎น (2.2) กิจกรรมชุมนุม ชมรม เป็นกิจกรรมที่สํงเสริม และพัฒนาผู๎เรียนให๎สอดคล๎องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยเน๎นให๎ผู๎เรียนได๎ปฏิบัติด๎วยตนเอง ตั้งแตํการศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการท างาน เน๎นการท างานรํวมกันเป็นกลุํม กิจกรรมส าคัญในการ พัฒนา ได๎แกํ ชุมนุมหรือชมรมตําง ๆ ที่สถานศึกษาก าหนดขึ้นตามความเหมาะสมและสอดคล๎องกับวุฒิ ภาวะของผู๎เรียนและบริบทของสถานศึกษาและท๎องถิ่น (3) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่สํงเสริมให๎ผู๎เรียนได๎ท าประโยชน์ ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละตํอสังคม มีจิตใจมุํงท าประโยชน์ตํอครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมที่ส าคัญ ได๎แกํ กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร๎างสรรค์สังคม กิจกรรมด ารงรักษา สืบสานศาสนา ศิลปะและ วัฒนธรรม กิจกรรมพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสังคม เป็นต๎น หมวดที่ 3 เกณฑ์การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ ข๎อ 12 การตัดสินผลการเรียน (1) ผู๎เรียนต๎องมีเวลาเรียนไมํน๎อยกวํา 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด (2) ผู๎เรียนต๎องได๎รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผํานตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด (3) ผู๎เรียนต๎องได๎รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา (4) ผู๎เรียนต๎องได๎รับผลการประเมินและมีผลการประเมินผํานเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด ในการอําน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน ข๎อ 13 การให๎ระดับผลการเรียน รายวิชาของกลุํมสาระการเรียนรู๎มีระดับผลการเรียน 8 ระดับ ดังนี้ ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ 4 ดีเยี่ยม 80-100 3.5 ดีมาก 75-79 3 ดี 70-74 2.5 คํอนข๎างดี 65-69 2 ปานกลาง 60-64 1.5 พอใช๎ 55-59 1 ผํานเกณฑ์ขั้นต่ า 50-54 0 ต่ ากวําเกณฑ์ 0-49
PRATHAI SCHOOL 54 1. การนับหนํวยกิตจะต๎องเป็นรายวิชาที่ได๎ระดับผลการเรียนตั้งแตํ 1 ขึ้นไป 2. ในกรณีที่ไมํสามารถให๎ระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับได๎ ให๎ใช๎ตัวอักษรระบุเงื่อนไขของผลการเรียน ดังนี้ (1) “มส” หมายถึง ผู๎เรียนไมํมีสิทธิ์ เข๎ารับการวัดผลปลายภาคเรียน เนื่องจากผู๎เรียนมีเวลาเรียน ไมํถึงร๎อยละ 80 ของเวลาเรียนในแตํละรายวิชาและไมํได๎รับการผํอนผัน ให๎เข๎ารับการวัดผลปลายภาคเรียน (2) “ร” หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินผลการเรียนไมํได๎เนื่องจากผู๎เรียนไมํมีข๎อมูลผลการ เรียนรายวิชานั้นครบถ๎วน ได๎แกํ ไมํได๎วัดผลปลายภาคเรียน หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ท าให๎ประเมินผลการเรียน ไมํได๎ ข๎อ 14 การสรุปผลการประเมินการอําน คิดวิเคราะห์และเขียน เพื่อการเลื่อนชั้นและจบการศึกษา ก าหนดเกณฑ์ตัดสินเป็น 4 ระดับ และความหมายของแตํละระดับดังนี้ (1) ดีเยี่ยม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์และเขียน ที่มีคุณภาพดีเลิศอยูํเสมอ (2) ดี หมายถึง มีผลงานที่แสดงความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์และเขียนที่ มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ (3) ผําน หมายถึง มีผลงานที่แสดงความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์และเขียนที่มี คุณภาพเป็นที่ยอมรับ แตํยังมีข๎อบกพรํองบางประการ (4) ไมํผําน หมายถึง ไมํมีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์และ เขียน หรือถ๎ามีผลงาน ผลงานนั้นยังมีข๎อบกพรํองที่ต๎องได๎รับการปรับปรุงแก๎ไขหลายประการ ผู๎เรียนที่ยังไมํผํานเกณฑ์การประเมิน จัดให๎มีการซํอมเสริม ปรับปรุงแก๎ไข แล๎วประเมินใหมํจนผําน เกณฑ์ที่ก าหนด ข๎อ 15 ในการสรุปผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รวมทุกคุณลักษณะเพื่อการเลื่อนชั้น และจบการศึกษา ก าหนดเกณฑ์การตัดสินแบํงเป็น 4 ระดับ และความหมายของแตํละระดับดังนี้ (1) ดีเยี่ยม หมายถึง ผู๎เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติจนเป็นนิสัยและน าไปใช๎ใน ชีวิตประจ าวันเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม (2) ดี หมายถึง ผู๎เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อให๎เป็นที่ยอมรับ ของสังคม (3) ผําน หมายถึง ผู๎เรียนรับรู๎และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไข ที่สถานศึกษา ก าหนด (4) ไมํผําน หมายถึง ผู๎เรียนรับรู๎และปฏิบัติได๎ไมํครบตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถาน ศึกษาก าหนด กรณีที่มีผู๎ไมํผํานเกณฑ์ต๎องได๎รับการซํอมเสริมพัฒนา ด๎วยวิธีการที่เหมาะสมและสอดคล๎องกับ คุณลักษณะที่ต๎องการพัฒนา เชํน เข๎าคํายคุณธรรม ท ากิจกรรมความดี เมื่อได๎รับการซํอมเสริมพัฒนาแล๎ว ถือวําผํานเกณฑ์การประเมิน
55 โรงเรียนประทาย ข๎อ 16 การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน พิจารณาจากเวลาการเข๎ารํวมกิจกรรมการปฏิบัติ กิจกรรม และผลงานของผู๎เรียน ใช๎ตัวอักษรแสดงผลการประเมินดังนี้ (1) “ผ” หมายถึง ผู๎เรียนมีเวลาเข๎ารํวมกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียนปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน ตามเกณฑ์ตามที่สถานศึกษาก าหนด (2) “มผ” หมายถึง ผู๎เรียนมีเวลาเข๎ารํวมกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียนปฏิบัติกิจกรรม และมี ผลงานไมํเป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด ข๎อ 17 การแก๎ไขผลการเรียนที่มีเงื่อนไข “0” สถานศึกษาจัดให๎มีการสอนซํอมเสริมในมาตรฐาน การเรียนรู๎/ตัวชี้วัด ผลการเรียนรู๎ ที่ผู๎เรียนสอบไมํผํานกํอนแล๎วจึงสอบแก๎ตัวได๎ไมํเกิน 2 ครั้ง ถ๎าผู๎เรียนไมํ ด าเนินการสอบแก๎ตัวตามระยะเวลาที่สถานศึกษาก าหนด ให๎อยูํในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลา ออกไปอีก 1 ภาคเรียน ทั้งนี้ต๎องด าเนินการให๎เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ข๎อ 18 การแก๎ไขผลการเรียนที่มีเงื่อนไข “ร” ให๎ผู๎เรียนด าเนินการแก๎ไข “ร” ตามสาเหตุ เมื่อ ผู๎เรียนแก๎ไขปัญหาเสร็จแล๎ว ให๎ได๎ระดับผลการเรียนตามปกติ ( 0-4 ) ถ๎าผู๎เรียนไมํด าเนินการแก๎ไข “ร” ให๎ผู๎สอนน าข๎อมูลที่มีอยูํตัดสินผลการเรียน ยกเว๎นมีเหตุสุดวิสัยให๎อยูํในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยาย เวลาการแก๎ไข “ร” ออกไปอีกไมํเกิน 1 ภาคเรียน ทั้งนี้ต๎องด าเนินการให๎เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น เมื่อพ๎นก าหนดนี้แล๎วหากผลการเรียนเป็น “0” ให๎ด าเนินการแก๎ไขตามหลักเกณฑ์ ข๎อ 19 การแก๎ไขผลการเรียนที่มีเงื่อนไข “มส” กรณีการเปลี่ยนผลการเรียน “มส” มี 2 กรณี 1. กรณีผู๎เรียนได๎ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไมํถึงร๎อยละ 80 แตํไมํน๎อยกวํา 60 ของเวลาเรียนทั้งหมด ให๎สถานศึกษาจัดให๎เรียนเพิ่มเติมโดยใช๎ชั่วโมงสอนซํอมเสริมหรือใช๎เวลาวํางหรือใช๎ วันหยุด หรือมอบหมายงานให๎ท า จนมีเวลาเรียนครบตามที่ก าหนดไว๎ส าหรับรายวิชานั้น แล๎วจึงให๎วัดผลปลาย ภาคเป็นกรณีพิเศษ ผลการแก๎ “มส”ให๎ได๎ระดับผลการเรียนไมํเกิน “1”การแก๎ “มส” กรณีนี้ให๎ท าให๎เสร็จสิ้น ภายในปีการศึกษานั้น ถ๎าผู๎เรียนไมํมาด าเนินการแก๎ไข “มส” ตามระยะเวลาที่ก าหนดไว๎นี้ให๎เรียนซ้ ายกเว๎น เหตุสุดวิสัย ให๎อยูํในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก๎ “มส” ออกไปอีกไมํเกิน 1 ภาคเรียน แตํเมื่อพ๎นก าหนดนี้แล๎วให๎ปฏิบัติดังนี้คือ ถ๎าเป็นรายวิชาพื้นฐาน ให๎เรียนซ้ ารายวิชานั้น แตํถ๎าเป็นรายวิชา เพิ่มเติม อยูํในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให๎เรียนซ้ าหรือเปลี่ยนรายวิชาใหมํ 2. กรณีผู๎เรียนได๎ผลการเรียน “มส” และมีเวลาเรียนน๎อยกวํา 60 ของเวลาเรียน ทั้งหมด ถ๎าเป็นรายวิชาพื้นฐานให๎เรียนซ้ ารายวิชานั้น แตํถ๎าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมอยูํในดุลยพินิจของ สถานศึกษาให๎เรียนซ้ าหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหมํ ข๎อ 20 การแก๎ไขผลการเรียนที่มีเงื่อนไข “มผ” หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ก าหนดให๎ผู๎เรียนเข๎ารํวมกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน 3 กิจกรรม คือ 1) กิจกรรมแนะแนว 2) กิจกรรมนักเรียนซึ่งประกอบด๎วยกิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด ผู๎บ าเพ็ญประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร และ รํวมกิจกรรมชุมนุม 3) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในกรณีที่ผู๎เรียนได๎ผลการเรียน “มผ” สถานศึกษาจัดซํอมเสริมให๎ผู๎เรียนท ากิจกรรมในสํวน ที่ผู๎เรียนไมํได๎เข๎ารํวมหรือไมํได๎ท าจนครบถ๎วน แล๎วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ทั้งนี้
PRATHAI SCHOOL 56 ด าเนินการให๎เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนนั้น ๆ ยกเว๎นมีเหตุสุดวิสัยอยูํในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยาย เวลาออกไปอีกไมํเกิน 1 ภาคเรียน แตํต๎องด าเนินการให๎เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ข๎อ 21 การสอนซํอมเสริม เป็นการสอนเพื่อแก๎ไขข๎อพกพรํอง กรณีที่ผู๎เรียนมีความรู๎ ทักษะ กระบวนการ หรือเจตคติ / คุณลักษณะไมํเป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด สถานศึกษาจัดสอนซํอม เสริมเป็นกรณีพิเศษ นอกเหนือไปจากการสอนตามปกติ เพื่อพัฒนาผู๎เรียนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการ เรียนรู๎/ตัวชี้วัดที่ก าหนดไว๎ หมวดที่ 4 การเลื่อนชั้น การเรียนซ้ าชั้น และเกณฑ์การจบการศึกษา ข๎อ 22 เมื่อสิ้นปีการศึกษา ผู๎เรียนจะได๎รับการเลื่อนชั้น เมื่อมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ดังนี้ (1) รายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม ได๎รับการตัดสินผลการเรียน (2) ผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นตั้งแตํ 1.00 ขึ้นไป ข๎อ 23 การเรียนซ้ าชั้น นักเรียนที่มีผลการประเมินมีแนวโน๎มวําจะเป็นปัญหาตํอการเรียนใน ระดับสูงขึ้น สถานศึกษาจะตั้งคณะกรรมการการพิจารณาให๎เรียนซ้ าชั้นได๎ตามเงื่อนไข (1) ผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นต่ ากวํา 1.00 (2) มีผลการเรียนที่มีเงื่อนไข “0” , “ร” , “มส” , “มผ” เกินครึ่งหนึ่งที่ลงทะเบียนใน ปีการศึกษานั้น ข๎อ 24 เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต๎น (1) ผู๎เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน 66 หนํวยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไมํน๎อยกวํา 15 หนํวยกิต (2) ผู๎เรียนได๎หนํวยกิตตลอดหลักสูตรไมํน๎อยกวํา 77 หนํวยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หนํวยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไมํน๎อยกวํา 11 หนํวยกิต (3) ผู๎เรียนมีผลการประเมินการอําน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผํานเกณฑ์ประเมิน ของสถานศึกษา (4) ผู๎เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผํานเกณฑ์ประเมินของ สถานศึกษา (5) ผู๎เรียนมีผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน ผํานเกณฑ์ประเมินของสถานศึกษา ข๎อ 25 เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (1) ผู๎เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน 41 หนํวยกิตและเพิ่มเติมไมํน๎อยกวํา 36 หนํวยกิต (2) ผู๎เรียนได๎หนํวยกิตตลอดหลักสูตรไมํน๎อยกวํา 77 หนํวยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หนํวยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไมํน๎อยกวํา 36 หนํวยกิต (3) ผู๎เรียนมีผลการประเมินการอําน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผํานเกณฑ์ประเมิน ของสถานศึกษา
57 โรงเรียนประทาย (4) ผู๎เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผํานเกณฑ์ประเมินของ สถานศึกษา (5) ผู๎เรียนมีผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน ผํานเกณฑ์ประเมินของสถานศึกษา หมวดที่ 5 การเทียบโอนผลการเรียน ข๎อ 26 สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู๎เรียนจากสถานศึกษาได๎ ในกรณี ตําง ๆ ได๎แกํ (1) การย๎ายสถานศึกษา (2) การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา (3) การย๎ายหลักสูตร (4) การละทิ้งการศึกษาและการขอกลับเข๎ารับการศึกษาตํอ (5) การศึกษาจากตํางประเทศและขอเข๎าศึกษาตํอในประเทศ (6) การเทียบโอนความรู๎ ทักษะ ประสบการณ์จากแหลํงเรียนรู๎อื่น ๆ ข๎อ 27 ผู๎เรียนที่ได๎รับการเทียบโอนผลการเรียน ต๎องศึกษาตํอเนื่องในสถานศึกษาที่รับเทียบโอน อยํางน๎อย 1 ภาคเรียน ข๎อ 28 การเทียบโอนผลการเรียน ด าเนินการในรูปของคณะกรรมการเทียบโอน จ านวน 3-5 คน ข๎อ 29 กรณีผู๎ขอเทียบโอนมีผลการเรียนมาจากหลักสูตรอื่น ให๎น ารายวิชาหรือหนํวยกิตที่มี มาตรฐานการเรียนรู๎/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู๎/จุดประสงค์/เนื้อหาที่สอดคล๎องกัน ไมํน๎อยกวําร๎อยละ 60 มาเทียบโอนผลการเรียนรู๎ และพิจารณาให๎ระดับผลการเรียนให๎สอดคล๎องกับหลักสูตรที่รับเทียบโอน ข๎อ 30 กรณีเทียบโอนความรู๎ ทักษะและประสบการณ์ ให๎พิจารณาจากเอกสารหลักฐาน (ถ๎ามี) โดยให๎มีการประเมินด๎วยเครื่องมือที่หลากหลาย และให๎ระดับผลการเรียนให๎สอดคล๎องกับหลักสูตรที่รับ เทียบโอน ข๎อ 31 กรณีการเทียบโอนนักเรียนที่เข๎าโครงการแลกเปลี่ยนตํางประเทศ ให๎ด าเนินการตาม ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องหลักการและแนวปฏิบัติ การเทียบชั้นการศึกษาส าหรับนักเรียนที่ เข๎ารํวมโครงการแลกเปลี่ยน ข๎อ 32 วิธีการและแนวทางการเทียบโอนผลการเรียน ให๎เป็นไปตามหลักการและแนวทาง การเทียบโอนผลการเรียน ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการเทียบโอนผลการเรียนการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน และการอุดมศึกษาระดับต่ ากวําปริญญา ประกาศ ณ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2540 และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเทียบโอนผลการเรียนเข๎าสูํการศึกษาในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจัดท าโดย ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( สิงหาคม 2549 )
PRATHAI SCHOOL 58 หมวด 6 การรายงานผลการเรียน ข๎อ 33 ให๎การรายงานผลการเรียนแกํผู๎ปกครอง ผู๎เรียน และผู๎เกี่ยวข๎องอยํางน๎อยภาคเรียนละครั้ง ข๎อ 34 การรายงานผลการเรียนมีจุดมุํงหมายดังนี้ 1. เพื่อแจ๎งผู๎เรียน ผู๎เกี่ยวข๎องทราบความก๎าวหน๎าของผู๎เรียน 2. เพื่อให๎ผู๎เรียนผู๎เกี่ยวข๎องใช๎เป็นข๎อมูลในการปรับปรุงแก๎ไข สํงเสริม และพัฒนาการของ ผู๎เรียน 3. เพื่อให๎ผู๎เรียนผู๎เกี่ยวข๎องใช๎เป็นข๎อมูลในการวางแผนการเรียน ก าหนดแนวทางการศึกษา และการเลือกอาชีพ 4. เพื่อเป็นข๎อมูลให๎ผู๎เกี่ยวข๎องใช๎ในการออกเอกสารหลักฐานศึกษา ตรวจสอบและรับรอง ผลการเรียน หรือวุฒิการศึกษาของผู๎เรียน 5. เพื่อเป็นข๎อมูลส าหรับสถานศึกษา องค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น ใช๎ประกอบในการก าหนด นโยบายวางแผนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ข๎อ 35 การรายงานผลให๎มีข๎อมูลที่เป็นประโยชน์ตํอผู๎เรียนและผู๎เกี่ยวข๎อง ประกอบไปด๎วย 1. ข๎อมูลระดับชั้นเรียน 2. ข๎อมูลระดับสถานศึกษา 3. ข๎อมูลระดับระดับองค์กรปกครองสํวนท๎องถิ่น/เขตพื้นที่การศึกษา 4. ข๎อมูลระดับชาติ 5. ข๎อมูลพัฒนาการด๎านอื่นๆทั้งด๎านรํางกายจิตใจ อารมณ์ สังคม และพฤติกรรมตํางๆ หมวดที่ 7 เอกสารหลักฐานทางการศึกษา ข๎อ 36 เอกสารหลักฐานการศึกษาถือวําเป็นเอกสารส าคัญที่สถานศึกษาต๎องจัดท าขึ้น เพื่อใช๎ในการ ด าเนินงานในด๎านตําง ๆ ของการจัดการศึกษา ข๎อ 37 เอกสารหลักฐานการศึกษาที่โรงเรียนต๎องด าเนินการมี 2 ประเภท ได๎แกํ 1. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงก าหนด ในระดับมัธยมศึกษาตอนต๎น มี 3แบบ คือ 1) ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) 2) ประกาศนียบัตร (ปพ.2) 33) แบบรายงานผู๎ส าเร็จการศึกษา (ปพ.3) 2. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่โรงเรียนด าเนินการเอง ประกอบด๎วย 1) ใบรับรองผลการเรียน
59 โรงเรียนประทาย 2) แบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนรายวิชา (ปถ.05) 3) แบบรายงานการพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนรายบุคคล (ปถ.06) 4) ใบรับรองผลการเรียน (ปถ.07) 5) ระเบียนสะสม (ปถ.08) หมวดที่ 8 บทเฉพาะกาล ข๎อ 38 ในกรณีที่ผู๎เรียนที่เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2554 ซึ่งควรจะจบ หลักสูตรได๎ตามก าหนด แตํไมํจบตามเวลาที่จะจบ ให๎ใช๎ระเบียบฉบับนี้ ข๎อ 39 การเปลี่ยนแปลงแก๎ไข เพิ่มเติมระเบียบนี้ ต๎องได๎รับการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหาร หลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา แล๎วเสนอขอความเห็นชอบจากผู๎อ านวยการสถานศึกษาเพื่อประกาศใช๎ตํอไป ประกาศ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 (นายทนงค์ เขียวแก๎ว) ผู๎อ านวยการสถานศึกษาโรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 60 ฝ่ายบริหารงานวิชาการ 1. การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ ด๎วยการจัดท าโครงสร๎างการบริหารจัดการให๎เอื้อตํอการ ด าเนินงานทุกคนมีสํวนรํวมและมีการประชาสัมพันธ์กับทุกฝุายที่เกี่ยวข๎อง แตํงตั้งคณะกรรมการเพื่อก าหนด แนวทางให๎ความเห็นและข๎อเสนอแนะ และแตํงตั้งคณะบุคคลท าการตรวจสอบ ทบทวนและรายงานคุณภาพ การศึกษา และจัดให๎มีข๎อมูลที่เพียงพอในการด าเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อน ามาก าหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจและแผนพัฒนา 2. การพัฒนามาตรฐานการศึกษา โดยมุํงเน๎นมาตรฐาน ผลการเรียนรู๎ของผู๎เรียนที่สอดคล๎องกับ มาตรฐานชํวงชั้นที่หลักสูตรก าหนด 3. การจัดท าแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ด๎วยการจัดท าแผนอยํางเป็นระบบพื้นฐานของข๎อมูล สถานศึกษาซึ่งประกอบด๎วยเปูาหมาย ยุทธศาสตร์ และแนวปฏิบัติที่ชัดเจน สมบูรณ์ ครอบคลุมการพัฒนา ทุกกิจกรรมที่เป็นสํวนประกอบหลักของการจัดการศึกษาและเป็นที่ยอมรับรํวมกันของทุกฝุายที่เกี่ยวข๎องน าไป ปฏิบัติ เพื่อให๎บรรลุตามเปูาหมายของทุกกิจกรรมที่ก าหนดอยํางสอดรับกับวิสัยทัศน์และมาตรฐานหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. การด าเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยการก ากับ ติดตามการด าเนินงานอยําง ตํอเนื่องให๎บรรลุเปูาหมายตามแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาที่ก าหนดไว๎โดยจัดท าแผนปฏิบัติการประจ าปีที่ ชัดเจนครอบคลุมงาน/โครงการของสถานศึกษา 5. การตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา จะประกอบด๎วยการตรวจสอบ และทบทวน ภายในโดยบุคลากรในสถานศึกษาด าเนินการตรวจสอบและทบทวนจากหนํวยงานต๎นสังกัด 6. การประเมินคุณภาพการศึกษา โดยมุํงเน๎นการประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู๎เรียนในระดับชั้นที่เป็น ตัวประโยค ได๎แกํ ประถมศึกษาปีที่ 3 และ 6 ในวิชาแกนรํวมโดยใช๎แบบทดสอบมาตรฐาน จาก หนํวยงานสํวนกลางรํวมกับต๎นสังกัดด าเนินการ 7. การรายงานคุณภาพการศึกษาประจ าปี เป็นการน าข๎อมูลผลการประเมินมาตรฐานคุณภาพ การตรวจสอบและทบทวนภายในและภายนอกในประมวลรายงานผลการพัฒนาคุณภาพประจ าปีการศึกษาซึ่ง จะน าไปใช๎เป็นข๎อมูลส าหรับการวางแผนพัฒนาคุณภาพตํอไป 8. การผดุงระบบการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นกลไกสํวนหนึ่งของระบบประกันคุณภาพ ภายใน เพื่อให๎ข๎อมูลย๎อนกลับเพื่อการสํงเสริม พัฒนาและประเมินประสิทธิภาพการด าเนินงานของระบบ ประกันคุณภาพ งานประกันคุณภาพการศึกษา 1. เพื่อให๎การจัดการบริหารการศึกษาเป็นไปตามนโยบายของหนํวยงานต๎นสังกัด ได๎มีการจัดให๎มี ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 2. เพื่อให๎สถานศึกษามีการน าเสนอผลการประเมินไปใช๎ประโยชน์ เพื่อพัฒนาปรับปรุงตนเองของทุก ฝุายที่เกี่ยวข๎องได๎มีการจัดท ารายงานการประเมินตนเองประจ าปี (SAR) เสนอตํอหนํวยงานต๎นสังกัด หรือ หนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง
61 โรงเรียนประทาย 3. เพื่อให๎สถานศึกษาน าข๎อมูลจากผลการด าเนินงานในปีปัจจุบันซึ่งจะเป็นประโยชน์ตํอการน าไปใช๎ ปรับปรุงและพัฒนางานในปีถัดไป ได๎มีการจัดท ารายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาประจ าปี 4. เพื่อให๎มีการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาอยํางมีมาตรฐานในภาพรวมและมีการใช๎ทรัพยากรทาง การศึกษาอยํางคุ๎มคํามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลได๎มีการก าหนดเกณฑ์การประเมินตามมาตรฐาน การศึกษา
PRATHAI SCHOOL 62 โครงสร้างหลักสูตร ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
63 โรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 64
65 โรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 66
67 โรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 68 โครงสร้างหลักสูตร ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
69 โรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 70
71 โรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 72
73 โรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 74
75 โรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 76
77 โรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 78
79 โรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 80 ฝ่ายบริหารงานกิจการนักเรียน
81 โรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 82
83 โรงเรียนประทาย
PRATHAI SCHOOL 84
85 โรงเรียนประทาย ตารางเรียน ปีการศึกษา 2567
PRATHAI SCHOOL 86
87 โรงเรียนประทาย ระเบียบโรงเรียนประทาย ว่าด้วยข้อปฏิบัติและข้อห้ามของนักเรียน พ.ศ. 2566 อาศัยกฎกระทรวง เรื่อง ก าหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวําด๎วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 18 มกราคม 2548 ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ผู๎ปกครองนักเรียนนักศึกษา พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวําด๎วยการเคารพของนักเรียน และนักศึกษา พ.ศ. 2530ลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2530 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวําด๎วยเครื่องแบบ นักเรียน พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวําด๎วยการไว๎ทรงผม ของนักเรียน พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563 นโยบายและแนวการด าเนินการ การจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษา โรงเรียนประทายจึงประกาศระเบียบโรงเรียนประทายวําด๎วยข๎อปฏิบัติและข๎อห๎ามของนักเรียน พ.ศ. 2566 ดังนี้ หมวดทั่วไป ข๎อ 1 ระเบียบนี้ เรียกวํา “ระเบียบโรงเรียนประทาย วําด๎วยข๎อปฏิบัติและข๎อห๎ามของนักเรียน พ.ศ. 2566” ข๎อ 2 ให๎เริ่มใช๎ระเบียบนี้ตั้งแตํวันที่ 25 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 เป็นต๎นไป ข๎อ 3 จุดมุํงหมายของระเบียบนี้ คือ 3.1 เพื่อสํงเสริมให๎นักเรียนเป็นผู๎มีระเบียบวินัย 3.2 เพื่อสํงเสริมให๎นักเรียนเป็นผู๎น าและผู๎ตามที่ดีในสังคม 3.3 เพื่อสํงเสริมให๎นักเรียนเป็นผู๎มีศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม 3.4 เพื่อสํงเสริมการอยูํรํวมกันโดยสันติตามวิถีทางประชาธิปไตย 3.5 เพื่อสํงเสริมความสามัคคีและความเป็นน้ าหนึ่งใจเดียวกัน ข๎อ 4 ระเบียบนี้ ผู๎ปกครอง หมายถึง บุคคลซึ่งมีนักเรียนไว๎ในอุปการะ หรือในความปกครอง หรือ บุคคลที่นักเรียนนั้นอาศัยอยูํ เป็นผู๎บรรลุนิติภาวะ และไมํอยูํในสภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา มีหน๎าที่ ควบคุมดูแลความประพฤติของนักเรียน ข๎อ 5 นักเรียนไมํปฏิบัติตามระเบียบนี้ข๎อใดข๎อหนึ่ง หรือหลายข๎อก็ดี ให๎พิจารณาลงโทษตามควรแกํ กรณี โดยอาศัยอ านาจตาม 5.1 ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 5.2 กฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ.2515) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 5.3 กฎกระทรวงก าหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 5.4 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวําด๎วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. 2548 5.5 ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ผู๎ปกครองนักเรียนนักศึกษา พ.ศ. 2522
PRATHAI SCHOOL 88 5.6 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวําด๎วยการเคารพของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2530 5.7 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวําด๎วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 5.8 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวําด๎วยการไว๎ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2564 5.9 นโยบายและแนวการด าเนินการ การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมใน สถานศึกษา ข๎อ 6 ตั้งแตํวันที่ใช๎ระเบียบนี้ ให๎ยกเลิกระเบียบโรงเรียนประทาย วําด๎วยข๎อปฏิบัติของนักเรียน พ.ศ. 2565 และให๎ใช๎ระเบียบโรงเรียนประทายวําด๎วยข๎อปฏิบัติและข๎อห๎ามของนักเรียน พ.ศ. 2566 หมวดที่ 1 ผู้ปกครองนักเรียน ข๎อ 7 นักเรียน อาจมีผู๎ปกครองได๎ 2 คน ดังนี้ 7.1 ผู๎ปกครองคนที่ 1 หมายถึง บุคคลซึ่งรับนักเรียนไว๎ในความปกครอง หรืออุปการะเลี้ยงดู เป็นผู๎บรรลุนิติภาวะ และไมํอยูํในสภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา มีหน๎าที่ก ากับดูแล ความประพฤติของ นักเรียน 7.2 ผู๎ปกครองคนที่ 2 หมายถึง บุคคลที่นักเรียนนั้นอาศัยอยูํ เป็นผู๎บรรลุนิติภาวะ และไมํอยูํ ในสภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา มีหน๎าที่ดูแลความประพฤติของนักเรียน ข๎อ 8 นักเรียนทุกคนต๎องมีผู๎ปกครองคนที่ 1 และในกรณีที่ผู๎ปกครองคนที่ 1 ไมํสามารถอยูํดูแล นักเรียนเป็นประจ าได๎ นักเรียนจะต๎องมีผู๎ปกครองคนที่ 2 เพิ่มอีก 1 คน ข๎อ 9 ในวันมอบตัวนักเรียน ผู๎ปกครองเป็นผู๎มอบตัวกับผู๎อ านวยการสถานศึกษาโรงเรียนประทาย ด๎วยตนเอง ถ๎าไมํสามารถมอบตัวนักเรียนได๎ให๎ตกลงกับผู๎อ านวยการสถานศึกษาโรงเรียนประทายเป็นรายๆ ไป และหากผู๎ปกครองไมํมามอบตัวนักเรียนถือวํานักเรียนในความปกครองมิได๎ลงทะเบียนเรียน ข๎อ 10 นักเรียนต๎องน าส าเนาบัตรประจ าตัวประชาชน หรือบัตรประจ าตัวเจ๎าหน๎าที่ของรัฐ พร๎อม ลงลายมือชื่อของผู๎ปกครอง เป็นตัวอยํางให๎โรงเรียนเก็บไว๎เป็นหลักฐานในวันมอบตัว หรือหากจ าเป็นและ ได๎รับการผํอนผันจากทางโรงเรียน ต๎องด าเนินการภายใน 7 วันท าการ นับแตํวันมอบตัวเข๎าโรงเรียน หรือ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู๎ปกครองพร๎อมแผนผังสถานที่พักอาศัย 1 ชุด ข๎อ 11 ผู๎ปกครองต๎องให๎ความรํวมมือกับทางโรงเรียน โดยก ากับดูแลความประพฤติและการศึกษา เลําเรียนเพื่อให๎นักเรียนประพฤติตนให๎ถูกต๎องตามระเบียบของโรงเรียน ตามพันธะสัญญาปรากฏในใบมอบตัว นักเรียน หมวดที่ 2 การแต่งกายมาโรงเรียน ข๎อ 12 เครื่องแบบนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต๎น นักเรียนชาย 1) เสื้อ ผ๎าสีขาว แบบคอเชิ้ต แขนสั้น 2) เครื่องหมาย ที่อกเสื้อเบื้องขวาบนเนื้อผ๎าปักด๎วยด๎ายสีน้ าเงิน ปักอักษร “ป.ท.” สูง 1.5 เซนติเมตร ต่ าลงมาอีก 1 เซนติเมตร ปักชื่อสกุลนักเรียน ข๎างบนอักษร “ป.ท.” ปัก
89 โรงเรียนประทาย หมายเลขห๎องเป็นเลขอารบิก และใต๎ชื่อปักหมายเลขประจ าตัวเป็นเลขอารบิก ที่มุมปกเสื้อ ด๎านซ๎ายปักวงกลมกรมทําเพื่อแสดงถึงระดับชั้นการศึกษา ระยะหํางกัน 1.5 cm โดย ระดับชั้น ม.1 ปัก 1 จุด ม.2 ปัก 2 จุด ม.3ปัก 3 จุด และปักตราองค์การบริหารสํวน จังหวัดนครราชสีมา (วงกลม) ขนาดเส๎นผํานศูนย์กลาง 5.5 cm ที่อกเสื้อเบื้องซ๎ายบน เนื้อผ๎าด๎วยเส๎นขอบและลวดลายสีแดง ตัวหนังสือสีน้ าเงิน สีพื้นยําโมสีเหลือง เส๎นขอบ ยําโมสีน้ าเงิน 3) กางเกง ผ๎าสีกรมทํา แบบสุภาพ ขาสั้นเหนือเขําไมํเกิน 5 เซนติเมตร เมื่อยืนตรงวัดจาก กลางสะบ๎าหัวเขํา ขากางเกงกว๎างหํางจากขา 8-10 เซนติเมตรปลายขากางเกงพับเข๎าด๎าน ในกว๎าง 5 เซนติเมตร มีจีบด๎านหน๎าออกทางด๎านซ๎ายและด๎านขวา ซ๎ายและขวาด๎านละ 2 จีบ มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บด๎านข๎างด๎านละกระเป๋า ไมํมีกระเป๋าหลังมีหูร๎อยเข็ดขัด 4) เข็มขัด หนังสีด า หัวเข็มขัดเป็นโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ๎า ชนิดหัวกลัดสีเงิน 5) รองเท๎า ผ๎าใบสีด า แบบหุ๎มส๎นชนิดผูก 6) ถุงเท๎า สีขาวความยาววัดจากตาตุํม 10-15 เซนติเมตร นักเรียนหญิง 1) เสื้อ ผ๎าสีขาว แบบคอบัวแหลม แขนสั้น เอวปลํอย ผูกด๎วยโบว์ สีกรมทําตามแบบ ที่ก าหนด 2) เครื่องหมาย ที่อกเสื้อเบื้องขวาบนเนื้อผ๎าปักด๎วยด๎ายสีน้ าเงิน ปักอักษร “ป.ท.” สูง 1.5 เซนติเมตร ต่ าลงมาอีก 1 เซนติเมตร ปักชื่อสกุลนักเรียน ข๎างบนอักษร “ป.ท.” ปัก หมายเลขห๎องเป็นเลขอารบิก และใต๎ชื่อปักหมายเลขประจ าตัวเป็นเลขอารบิก ที่มุมปก เสื้อด๎านซ๎ายปักวงกลมสีกรมทําเพื่อแสดงถึงระดับชั้นการศึกษา ระยะหํางกัน 1.5 cm โดย ระดับชั้น ม.1 ปัก 1 จุด ม.2 ปัก 2 จุด ม.3 ปัก 3 จุด และปักตราองค์การบริหารสํวน จังหวัดนครราชสีมา (วงกลม) ขนาดเส๎นผํานศูนย์กลาง 5.5 cm ที่อกเสื้อเบื้องซ๎ายบน เนื้อผ๎าด๎วยเส๎นขอบและลวดลายสีแดง ตัวหนังสือสีน้ าเงิน สีพื้นยําโมสีเหลือง เส๎นขอบ ยําโมสีน้ าเงิน 3) กระโปรง ผ๎าสีกรมทํา แบบสุภาพ พับเป็นจีบข๎างละสามจีบทั้งด๎านหน๎าและด๎านหลัง เมื่อสวมแล๎วชายกระโปรงคลุมเขํา 4) รองเท๎าหนังสีด า แบบหุ๎มส๎นหุ๎มปลายเท๎า มีสายรัดหลังเท๎า 5) ถุงเท๎า สีขาวความยาววัดจากตาตุํม 10-15 เซนติเมตร ข๎อ 13 เครื่องแบบนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนชาย 1) เสื้อ ผ๎าสีขาว แบบคอเชิ้ต แขนสั้น 2) เครื่องหมาย ที่อกเสื้อเบื้องขวาบนเนื้อผ๎าปักด๎วยด๎ายสีน้ าเงิน ปักอักษร “ป.ท.” สูง 1.5 เซนติเมตร ต่ าลงมาอีก 1 เซนติเมตร ปักชื่อสกุลนักเรียน ข๎างบนอักษร “ป.ท.” ปัก หมายเลขห๎องเป็นเลขอารบิก และใต๎ชื่อปักหมายเลขประจ าตัวเป็นเลขอารบิก ที่มุมปกเสื้อ
PRATHAI SCHOOL 90 ด๎านซ๎ายปักดาวสีแดงเพื่อแสดงถึงระดับชั้นการศึกษา ระยะหําง 1.5 cm โดยระดับชั้น ม.4 ปัก 1 ดาว ม.5 ปัก 2 ดาว ม.6 ปัก 3 ดาว และปักตราองค์การบริหารสํวนจังหวัด นครราชสีมา (วงกลม) ขนาดเส๎นผํานศูนย์กลาง 5.5 cm ขนาด 4.5x5.5 เซนติเมตร ที่อก เสื้อเบื้องซ๎ายบนเนื้อผ๎าด๎วยเส๎นขอบและลวดลายสีแดง ตัวหนังสือสีน้ าเงิน สีพื้นยําโมสี เหลือง เส๎นขอบยําโมสีน้ าเงิน 3) กางเกง ผ๎าสีกรมทํา แบบสุภาพ ขาสั้นเหนือเขําไมํเกิน 5 เซนติเมตร เมื่อยืนตรงวัดจาก กลางสะบ๎าหัวเขํา ขากางเกงกว๎างหํางจากขา 8-10 เซนติเมตรปลายขากางเกงพับเข๎าด๎าน ในกว๎าง 5 เซนติเมตร มีจีบด๎านหน๎าออกทางด๎านซ๎ายและด๎านขวา ซ๎ายและขวาด๎านละ 2 จีบ มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บด๎านข๎างด๎านละกระเป๋า ไมํมีกระเป๋าหลัง มีหูร๎อยเข็มขัด 4) เข็มขัดหนังสีด า หัวเข็มขัดเป็นโลหะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ๎า ชนิดหัวกลัดสีเงิน 5) รองเท๎า ผ๎าใบสีด า แบบหุ๎มส๎นชนิดผูก 6) ถุงเท๎าสีขาวความยาววัดจากตาตุํม 10-15 เซนติเมตร นักเรียนหญิง 1) เสื้อ ผ๎าสีขาว แบบคอเชิ้ต แขนยาว ผูกด๎วยโบว์สีกรมทํา ตามแบบที่ก าหนด 2) เครื่องหมาย ที่อกเสื้อเบื้องขวาบนเนื้อผ๎าปักด๎วยด๎ายสีน้ าเงิน ปักอักษร “ป.ท.” สูง 1.5 เซนติเมตร ต่ าลงมาอีก 1 เซนติเมตร ปักชื่อสกุลนักเรียน ข๎างบนอักษร “ป.ท.” ปัก หมายเลขห๎องเป็นเลขอารบิก และใต๎ชื่อปักหมายเลขประจ าตัวเป็นเลขอารบิก ที่มุมปกเสื้อ ด๎านซ๎ายปักดาวสีแดงเพื่อแสดงถึงระดับชั้นการศึกษา ระยะหําง 1.5 cm โดยระดับชั้น ม.4 ปัก 1 ดาว ม.5 ปัก 2 ดาว ม.6 ปัก 3 ดาว และปักตราองค์การบริหารสํวนจังหวัด นครราชสีมา (วงกลม) ขนาดเส๎นผํานศูนย์กลาง 5.5 cm ที่อกเสื้อเบื้องซ๎ายบนเนื้อผ๎า ด๎วยเส๎นขอบและลวดลายสีแดง ตัวหนังสือสีน้ าเงิน สีพื้นยําโมสีเหลือง เส๎นขอบยําโมสีน้ า เงิน 3) กระโปรง ใช๎ผ๎าสีกรมทํา แบบสุภาพ พับเป็นกลีบข๎างละสามจีบทั้งด๎านหน๎าและด๎านหลัง เมื่อสวมแล๎วชายกระโปรงคลุมเขํา 4) เข็มขัด หนังสีด า หัวเข็มขัดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ๎าชนิดหัวกลัดหุ๎มด๎วยหนังสีด า 5) รองเท๎า หนังสีด า แบบหุ๎มส๎นหุ๎มปลายเท๎า มีสายรัดหลังเท๎า 6) ถุงเท๎าสีขาวความยาววัดจากตาตุํม 10-15 เซนติเมตร ข๎อ 14 ชุดพลศึกษา โรงเรียนอนุโลมให๎สวมชุดพลศึกษาของโรงเรียนในวันที่มีคาบเรียนวิชาพล ศึกษาและสุขศึกษา หรือตามที่โรงเรียนก าหนดเป็นอยํางอื่น 14.1 กางเกง ให๎ใช๎กางเกงวอร์มสีด า มีแถบสีแสด มียางยืดรัดข๎อเท๎า ไมํมีลวดลาย ตัวหนังสือหรือตัว การ์ตูน โดยโรงเรียนเป็นผู๎จัดหา 14.2 เสื้อพลศึกษา ให๎ใช๎เสื้อพลศึกษาตามแบบที่ทางโรงเรียนก าหนด เป็นเสื้อโปโลสีแสด-ด า 14.3 เสื้อกีฬาตามคณะสี ให๎ใช๎เสื้อกีฬาคณะสีตามรูปแบบที่ทางโรงเรียนก าหนดในวันพฤหัสบดีของ สัปดาห์
91 โรงเรียนประทาย 14.4 ส าหรับคณะกรรมการนักเรียน และสารวัตรนักเรียนให๎แตํงชุดปฏิบัติหน๎าที่ของตนตามวันที่มี กิจกรรมเฉพาะกิจเทํานั้น 14.5 เสื้ออื่นๆ /เสื้อช็อป หรือ เสื้อกิจกรรม ของนักเรียนในหลักสูตรตํางๆ ในใสํในชั่วโมงกิจกรรม ของวันที่มีเรียนเทํานั้น/ หรือใสํทั้งวัน 14.6 รองเท๎า นักเรียนชายให๎ใช๎รองเท๎า-ถุงเท๎านักเรียน นักเรียนหญิงให๎ใช๎รองเท๎าผ๎าใบหุ๎มส๎นสีด า ไมํมีลวดลาย ใช๎ประกอบกับถุงเท๎าสีขาว ไมํมีลวดลาย ข๎อ 15 ทรงผมนักเรียนชายและนักเรียนเพศสภาพ ทรงผมนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 15.1 แบบที่ 1 รองทรงสูง 1. ด๎านข๎าง และด๎านบนความยาวไมํเกิน 5 เซนติเมตร ด๎านหน๎ายาวไมํเกิน 5 เซนติเมตร 2. ด๎านหลังยาวไมํเกินตีนผม ตัดแตํงทรงผมให๎เรียบร๎อยห๎าม ดัด ย๎อม ไว๎หนวดหรือเครา การกระท าอื่นๆ เชํน ตัดแตํงเป็นลวดลาย 15.2 แบบที่ 2 รองทรงต่ า 1. ด๎านข๎าง และด๎านบนความยาวไมํเกิน 7 เซนติเมตร ด๎านหน๎ายาวไมํเกิน 7 เซนติเมตร 2. ด๎านหลังยาวไมํเกินตีนผม ตัดแตํงทรงผมให๎เรียบร๎อยห๎าม ดัด ย๎อม ไว๎หนวดหรือเครา การกระท าอื่นๆ เชํน ตัดแตํงเป็นลวดลาย 15.3 นักเรียนต๎องห๎ามปฏิบัติตน ดังนี้ 15.3.1 ดัดผม 15.3.2 ย๎อมสีผมให๎ผิดไปจากเดิม 15.3.3 ไว๎หนวดหรือเครา 15.3.4 การกระท าอื่นใดซึ่งไมํเหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เชํน การตัดแตํงทรงผม เป็นรูปทรงสัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย 15.4 นักเรียนชายและนักเรียนเพศสภาพทุกคนต๎องตรวจสอบทรงผมในสัปดาห์แรกของทุกเดือน หรือตามที่ โรงเรียนก าหนดเป็นอยํางอื่น 15.5 กรณีนักเรียนชายและนักเรียนเพศสภาพท าผิดระเบียบเกี่ยวกับทรงผม นักเรียนต๎องด าเนินการแก๎ไขให๎ ถูกต๎องภายในเวลาก าหนด 15.6 นักเรียนชายและนักเรียนเพศสภาพที่ฝุาฝืนเรื่องเกี่ยวกับทรงผม 15.6.1 นักเรียนต๎องผํานการตรวจสอบ “ทรงผมที่ถูกต๎องตามระเบียบโรงเรียน” จากครูที่ ปรึกษา สัปดาห์แรกของเดือนนั้นๆ หรือตามที่โรงเรียนก าหนดเป็นอยํางอื่น 15.6.2 ในกรณีเข๎าสอบปลายภาคเรียน นักเรียนที่ทรงผมไมํถูกต๎องตามระเบียบโรงเรียน หัวหน๎าระดับชั้นจะไมํอนุญาตให๎เข๎าห๎องสอบปลายภาคในวันนั้นๆ จนกวําจะ ได๎รับการปรับปรุงแก๎ไข และ ตรวจสอบ โดยหัวหน๎าระดับเป็นคนอนุญาตเป็นวันๆ ไป ข๎อ 16 ทรงผมนักเรียนหญิงและนักเรียนเพศสภาพ
PRATHAI SCHOOL 92 16.1 นักเรียนหญิงและนักเรียนเพศสภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต๎น ให๎ไว๎ผมสั้นหรือผม ยาวก็ได๎ กรณีไว๎ผมสั้นต๎องยาวไมํเกินระดับคาง กรณีไว๎ผมยาวให๎ไว๎ผมยาวได๎ไมํเกินกึ่งกลางหลังและรวบให๎ เรียบร๎อยผูกด๎วยโบว์สีตํางๆ ขนาดความกว๎างไมํเกิน 1 นิ้ว ยาวไมํเกิน 70 เซนติเมตร โดยก าหนดสีโบว์ดังนี้ 16.1.1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใช๎โบว์สีน้ าตาล 16.1.2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ใช๎โบว์สีน้ าเงิน 16.1.3 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใช๎โบว์สีขาว 16.2 นักเรียนหญิงและนักเรียนเพศสภาพระดับชั้นมัธยมตอนปลาย ให๎ไว๎ผมสั้นหรือผมยาวก็ได๎ กรณีไว๎ผมสั้นต๎องยาวระดับคาง กรณีไว๎ผมยาวให๎ไว๎ผมยาวได๎ไมํเกินกึ่งกลางหลังและรวบให๎เรียบร๎อยด๎วยโบว์ สีตํางๆ ขนาดความกว๎างไมํเกิน 1 นิ้ว ยาวไมํเกิน 70 เซนติเมตร โดยก าหนดสีโบว์ดังนี้ 16.2.1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ใช๎โบว์สีน้ าตาล 16.2.2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ใช๎โบว์สีน้ าเงิน 16.2.3 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใช๎โบว์สีขาว 16.3 ห๎ามนักเรียนปฏิบัติตน ดังนี้ 16.3.1 ดัดผม 16.3.2 ย๎อมสีผมให๎ผิดไปจากเดิม 16.3.3 การกระท าอื่นใดซึ่งไมํเหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เชํน การตัดแตํงทรงผม เป็นรูปทรงสัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย 16.4 นักเรียนหญิงและนักเรียนเพศสภาพทุกคนต๎องตรวจสอบทรงผมในสัปดาห์แรกของทุก เดือน หรือตามที่โรงเรียนก าหนดเป็นอยํางอื่น 16.5 กรณีนักเรียนหญิงและนักเรียนเพศสภาพท าผิดระเบียบเกี่ยวกับทรงผม นักเรียนต๎อง ด าเนินการแก๎ไขให๎ถูกต๎องภายในเวลาก าหนด 16.6 นักเรียนหญิงและนักเรียนเพศสภาพที่ฝุาฝืนเรื่องเกี่ยวกับทรงผม 16.6.1 นักเรียนต๎องผํานการตรวจสอบ “ทรงผมที่ถูกต๎องตามระเบียบโรงเรียน” จากครู ที่ปรึกษา สัปดาห์แรกของเดือนนั้นๆ หรือตามที่โรงเรียนก าหนดเป็นอยํางอื่น 16.6.2 ในกรณีเข๎าสอบปลายภาคเรียน นักเรียนที่ทรงผมไมํถูกต๎องตามระเบียบโรงเรียน หัวหน๎าระดับชั้นจะไมํอนุญาตให๎เข๎าห๎องสอบปลายภาคในวันนั้นๆ จนกวําจะได๎รับการ ปรับปรุงแก๎ไขและตรวจสอบ โดยหัวหน๎าระดับเป็นคนอนุญาตเป็นวันๆ ไป ข๎อ 17 การแตํงกายและการตกแตํงรํางกายมาโรงเรียน 17.1 ห๎ามนักเรียนใช๎เครื่องประดับ ตกแตํงรํางกายหรือเครื่องแบบนักเรียนมาโรงเรียน ยกเว๎นนาฬิกาข๎อมือสายสุภาพ และห๎ามตกแตํงรํางกายด๎วยเครื่องส าอางหรือสิ่งแปลกปลอม (เหล็กจัดฟัน ปลอม,ขนตาปลอม,คอนแทคเลนส์แฟชั่น,สักคิ้วถาวร) 17.2 นักเรียนทุกคนไมํควรมีรอยสักตามรํางกาย และนักเรียนชายไมํควรเจาะหู
93 โรงเรียนประทาย หมวดที่ 3 ระเบียบปฏิบัติภายในโรงเรียน ข๎อ 18 การมาโรงเรียน นักเรียนต๎องมาโรงเรียนให๎ทันกํอนสัญญาณเพลงมาร์ชประจ าโรงเรียนจบ เวลา 07.55 น. และเข๎ารํวมกิจกรรมหน๎าเสาธง มิฉะนั้นถือวํามาโรงเรียนสาย นักเรียนที่มาสายจะถูก พิจารณาลงโทษตามที่โรงเรียนก าหนดตามระเบียบนี้ ข๎อ 19 การเข๎ารํวมกิจกรรมหน๎าเสาธง 19.1 เมื่อถึงเวลา 07.50 น. หรือเวลาที่โรงเรียนก าหนดเป็นเวลาอื่น สัญญาณเพลงมาร์ช ประจ าโรงเรียนดังขึ้น ให๎นักเรียนทุกคนพร๎อมกันที่บริเวณโดมประทายรํวมใจหรือตามสถานที่ที่ทางโรงเรียน ก าหนดให๎ นักเรียนทุกระดับชั้นเข๎าแถวตามจุดที่ก าหนด จัดแถว แล๎วนั่งลงให๎เรียบร๎อย รอการตรวจเช็คจาก ครูที่ปรึกษา 19.2 พิธีกรสั่งให๎นักเรียนทั้งหมดยืนตรง นักเรียนอยูํในอาการสงบ เตรียมตัวเคารพธงชาติ นักเรียนทุกคนร๎องเพลงชาติรํวมกัน จากนั้นตัวแทนนักเรียนน าสวดมนต์ไหว๎พระ กลําวค าปฏิญาณตน และ สงบนิ่ง จากนั้นพิธีกรสั่งนั่ง พิธีกรหรือครูเวรผู๎ที่ทางโรงเรียนมอบหมายจะอบรม แนะน า ประกาศและสั่งให๎ แยกแถวเข๎าชั้นเรียนอยํางเป็นระเบียบเรียบร๎อยทุกวันไมํเกินเวลา 08.30 น. 19.3 ในวันที่ฝนตกหรือมีเหตุพิเศษอื่นใด โรงเรียนจะสั่งเปลี่ยนแปลงการเข๎าแถวเป็นคราวๆ ไป ข๎อ 20 การแตํงกาย 20.1 ในวันเปิดท าการเรียนการสอนปกติ นักเรียนจะต๎องแตํงกายด๎วยเครื่องแบบนักเรียนให๎ เรียบร๎อย ส าหรับกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียนหลักสูตรลูกเสือ ยุวกาชาด หรือนักศึกษาวิชาทหาร ให๎แตํงกายให๎ ถูกต๎องตามระเบียบของเครื่องแบบนั้นๆ 20.2 การแตํงกายส าหรับการมาท ากิจกรรมสํวนตัวที่โรงเรียนในวันหยุดราชการ นักเรียนที่เข๎ามา ในโรงเรียนจะต๎องแตํงกายด๎วยชุดที่สุภาพ (นักเรียนหญิงและนักเรียนข๎ามเพศ งดเสื้อแขนกุด เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้นเหนือเขํา เสื้อคอกว๎างหรือลึก รองเท๎าแตะ/ นักเรียนชายและนักเรียนข๎ามเพศ งด กางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุด รองเท๎าแตะ) และน ารถจักรยานยนต์เข๎าจอดที่โรงจอดรถจักยานยนต์ของโรงเรียนให๎ เรียบร๎อย 20.3 นักเรียนที่มาท ากิจกรรมกับทางโรงเรียนหรือติดตํอราชการ ให๎แตํงกายสุภาพด๎วยเครื่องแบบ นักเรียนหรือเครื่องแบบที่โรงเรียนก าหนด ข๎อ 21 การปฏิบัติตน นักเรียนจะต๎องปฏิบัติตนให๎ได๎ชื่อวําเป็นผู๎มีมารยาทดี กลําวคือ 21.1 เมื่อเดินผําน เดินสวน หรือติดตํอกับครูทุกคน ต๎องแสดงความเคารพ พูดจาสุภาพนอบน๎อม 21.2 ไมํตะโกน ไมํสํงเสียงดัง ไมํพูดค าหยาบคาย หรือไมํกระท าการใดๆ ที่เป็นการกํอความ ร าคาญและเดือดร๎อนตํอผู๎อื่น 21.3 นักเรียนชายต๎องปฏิบัติตนเป็นสุภาพบุรุษ นักเรียนหญิงต๎องปฏิบัติตนเป็นสุภาพสตรี ไมํวําจะเป็นการนั่ง การยืน การเดิน หรือการแสดงกิริยาอาการใดๆ ข๎อ 22 การออกนอกบริเวณโรงเรียน
PRATHAI SCHOOL 94 ไมํอนุญาตให๎นักเรียนทุกคนออกนอกบริเวณโรงเรียนในชํวงเวลาที่มีการเรียนการสอน เว๎นแตํมี ความจ าเป็นให๎ผู๎ปกครองมาติดตํอขออนุญาตกับทางโรงเรียนโดยลงชื่อในแบบบันทึกขออนุญาตออกนอก บริเวณโรงเรียนหรือเขียนใบลาครึ่งวัน ข๎อ 23 การรับประทานอาหาร 23.1 ให๎นักเรียนรับประทานอาหารเฉพาะในบริเวณที่อนุญาตเทํานั้น 23.2 ให๎นักเรียนรับประทานอาหารที่โรงอาหารตามเวลาที่โรงเรียนก าหนดเวลาในการใช๎โรง อาหารดังนี้ 23.2.1 ชํวงเช๎า เวลา 07.00 – 07.50 น. 23.2.1 ชํวงพักกลางวัน ม.ต๎น เวลา 11.30 – 12.30 น. ม.ปลาย เวลา 12.30 – 13.30 น. และให๎เข๎าคิวรับบริการกํอนหลังตามล าดับทุกครั้ง 23.3 ในกรณีที่นักเรียนต๎องมารับประทานอาหารเช๎าที่โรงเรียน เมื่อมีสัญญาณเพลงมาร์ช ดังขึ้นห๎ามนักเรียนเดินเข๎าไปในล็อกอาหารโดยเด็ดขาด 23.4 เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล๎ว ต๎องน าภาชนะตํางๆ สํงคืนที่ที่จัดเตรียมไว๎ให๎เรียบร๎อย 23.5 นักเรียนจะต๎องชํวยกันรักษาความสะอาด ไมํทิ้งเศษอาหารลงบนโต๏ะหรือพื้นในโรง อาหาร ข๎อ 24 การใช๎ห๎องน้ าห๎องส๎วม 24.1 ห๎ามนักเรียนชายเข๎าไปในบริเวณห๎องน้ าห๎องส๎วมนักเรียนหญิงโดยเด็ดขาด 24.2 ห๎ามขีดเขียนฝาผนังห๎องน้ าห๎องส๎วม และท าลายอุปกรณ์เครื่องใช๎ภายในห๎องน้ า 24.3 เมื่อใช๎ห๎องน้ าห๎องส๎วมเสร็จแล๎ว ต๎องท าความสะอาดให๎เรียบร๎อย 24.4 ห๎ามเปิดน้ าหรือไฟฟูาทิ้งไว๎ เมื่อเลิกใช๎ควรปิดทันที ข๎อ 25 หลังเลิกเรียนหรือวันหยุด เมื่อเลิกเรียนแล๎วให๎นักเรียนรีบกลับบ๎าน นักเรียนจะท ากิจกรรมตํางๆ อยูํในโรงเรียนเกิน กวําเวลา 17.00 น. ไมํได๎ เว๎นแตํจะได๎รับอนุญาตจากทางโรงเรียน หรือในวันหยุด จะต๎องมีครูดูแลควบคุมหรือ ได๎รับอนุญาตจากโรงเรียนเป็นกรณีไป หมวดที่ 4 ระเบียบการท าความเคารพของนักเรียน ข๎อ 26 ในห๎องเรียนหรือห๎องท างานของครู 26.1 เมื่อครูประจ าวิชาเดินเข๎ามาในห๎องเรียน กํอนท าการเรียนการสอน ให๎หัวหน๎าชั้นหรือ ผู๎ได๎รับมอบหมายบอกท าความเคารพด๎วยค าวํา “นักเรียนเคารพ” ให๎นักเรียนยืนตรงแสดงความเคารพ ด๎วยการยกมือไหว๎พร๎อมทั้งกลําวค าวํา “สวัสดีครับ” “สวัสดีคํะ” พร๎อมกัน ในกรณีที่เป็นภาษาตํางประเทศ ให๎เป็นไปตามครูประจ าวิชาก าหนด 26.2 เมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอนในชั่วโมง ให๎หัวหน๎าชั้นหรือผู๎ได๎รับมอบหมายบอกท าความ เคารพด๎วยค าวํา “นักเรียนเคารพ” นักเรียนทั้งหมดยืนตรงพร๎อมทั้งแสดงความเคารพด๎วยการยกมือไหว๎ และ กลําวค าวํา “ขอบคุณครับ” “ขอบคุณคํะ” พร๎อมกัน ในกรณีที่เป็นภาษาตํางประเทศ ให๎เป็นไปตามที่ครู
95 โรงเรียนประทาย ประจ าวิชาก าหนด 26.3 เมื่อนักเรียนเข๎าไปพบครูที่โต๏ะท างาน ให๎ยืนหํางโต๏ะพอประมาณ ยกมือไหว๎แล๎วยืนตรง ในทําส ารวม เมื่อจะกลับต๎องท าความเคารพกรณีไปปรึกษาหรือถามการบ๎าน ให๎กลําวค าวํา “ขอบคุณครับ” หรือ “ขอบคุณคํะ” ข๎อ 27 นอกห๎องเรียน ภายในบริเวณโรงเรียน 27.1 บนระเบียงหรือบันได ถ๎านักเรียนนั่งอยูํตามระเบียง เมื่อครูเดินผํานให๎นักเรียนยืนตรง ยกมือไหว๎ ถ๎าเดินสวนทางครูที่บันได ให๎นักเรียนเดินไปตามปกติและก๎มศีรษะเล็กน๎อยขณะที่ครูเดินผําน แตํ ถ๎า เดินแถวให๎เดินตามปกติก๎มศีรษะเล็กน๎อย 27.2 ครูนั่งอยูํที่ระเบียง เมื่อนักเรียนเดินผํานให๎ก๎มศีรษะเล็กน๎อยจนผํานครู แล๎วจึงเดินปกติ 27.3 ตามถนนหรือบริเวณอื่นๆ เมื่อสวนทางกับครู หรือครูจะผําน ให๎นักเรียนหยุด ยืนตรง ยกมือไหว๎ถ๎านักเรียนมีสัมภาระในมือให๎ยืนตรงเทํานั้น 27.4 การเดินแถวภายในโรงเรียน ให๎เดินตามที่โรงเรียนก าหนด หรือตามค าสั่ง ตาม สัญลักษณ์เป็นคราว ๆ ไป 27.5 การเดินภายในอาคารเรียน (ขึ้น-ลงบันได,ระเบียงอาคาร) ให๎เดินชิดขวาเสมอ ข๎อ 28 การท าความเคารพครูบริเวณหน๎าประตูโรงเรียน เมื่อนักเรียนเดินเข๎าประตูโรงเรียนในชํวงเช๎า นักเรียนต๎องหยุดไหว๎พระพุทธรูปประจ า โรงเรียนและเดินผํานกล๎อง สแกนใบหน๎า ท าความเคารพครูเวร เมื่อนักเรียนเดินกลับบ๎านในชํวงเย็น ให๎หยุดไหว๎พระพุทธรูปประจ าโรงเรียน และเดินผําน กล๎อง สแกนใบหน๎า ท าความเคารพครูเวรกํอนกลับบ๎าน ข๎อ 29 การท าความเคารพขณะที่แตํงเครื่องแบบอื่น ๆ นักเรียนแตํงเครื่องแบบอื่น ๆ ที่ไมํใชํเครื่องแบบนักเรียน ให๎ท าความเคารพตามระเบียบของ เครื่องแบบนั้นเชํน ลูกเสือ ยุวกาชาด และนักศึกษาวิชาทหาร ข๎อ 30 การท าความเคารพนอกบริเวณโรงเรียน ให๎ยกมือไหว๎ กลําวค าวํา“สวัสดีครับ” หรือ “สวัสดีคํะ”แม๎วําจะอยูํในชุดนักเรียนหรือไมํก็ตาม หมวดที่ 5 ข้อห้ามนักเรียน ข๎อ 31 การปฏิบัติตนอื่น ๆ ที่ห๎ามประพฤติผิดระเบียบของโรงเรียน ดังนี้ 31.1 ห๎ามน าล าโพงหรือเครื่องขยายเสียง เครื่องเลํนเกมส์ มาโรงเรียนโดยไมํได๎รับอนุญาตเว๎น แตํน ามาเพื่อการศึกษาโดยครูเป็นผู๎อนุญาต 31.2 ขณะครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ห๎ามนักเรียนใช๎โทรศัพท์,แท็บเล็ต,หูฟังทุกชนิด เว๎น แตํได๎รับอนุญาตจากครูผู๎สอนในชั่วโมงเรียนนั้น ๆ 31.3 ให๎ใช๎กระเป๋านักเรียนตามแบบที่โรงเรียนก าหนดเทํานั้น
PRATHAI SCHOOL 96 31.4 นักเรียนจะต๎องอยูํรํวมกัน และปฏิบัติตํอกันอยํางสันติวิธี จะต๎องไมํท าร๎ายรํางกายหรือ ทะเลาะวิวาทกันโดยวิธีการทั้งปวง 31.5 ห๎ามลักขโมยหรือท าลายทรัพย์สินของผู๎อื่นและของทางราชการ โดยเด็ดขาด 31.6 ห๎ามเสพหรือครอบครองบุหรี่ สุรา ของมึนเมาหรือสิ่งเสพติดทุกชนิด 31.7 ห๎ามนักเรียนมีพฤติกรรมในท านองชู๎สาว หรืออยูํในที่ลับตาสองตํอสอง หรือมี พฤติกรรมชู๎สาว หรือในลักษณะที่ท าให๎ผู๎พบเห็นอาจเข๎าใจในลักษณะชู๎สาว หรือหนทางน าไปสูํลักษณะชู๎สาว 31.8 ห๎ามนักเรียนเลํนการพนันทุกชนิด 31.9 ห๎ามพกพาอาวุธ หรืออุปกรณ์ที่เจตนาให๎เป็นอาวุธทุกชนิด 31.10 ห๎ามชักน าบุคคลอื่นมากํอการทะเลาะวิวาทหรือกํอความไมํสงบในโรงเรียน 31.11 ห๎ามนักเรียนขีดเขียนโต๏ะเรียน เก๎าอี้ ฝาผนังตามห๎องเรียน อาคารเรียน ห๎องน้ า 31.12 ห๎ามมีและเผยแพรํสื่อลามกอนาจารทุกชนิด 31.13 ห๎ามนักเรียนน ารถจักรยานยนต์จอดนอกบริเวณที่โรงเรียนก าหนดโดยเด็ดขาด 31.14 ห๎ามนักเรียนขีดเขียนกระเป๋านักเรียนและรองเท๎า 31.15 ห๎ามนักเรียนขีดเขียนข๎อความลงบนเสื้อผ๎า หรือเครื่องแตํงกายนักเรียน 31.16 ห๎ามนักเรียนใช๎น้ ายากัดสีรองเท๎านักเรียน ตลอดจนปูายชื่อนักเรียน 31.17 ห๎ามนักเรียนเข๎าไปภายในเขตบ๎านพักครู นักการ ยาม เว๎นแตํได๎รับอนุญาต 31.18 ห๎ามนักเรียนน าแก๎วน้ าดื่มออกนอกบริเวณที่โรงเรียนก าหนด หมวดที่ 6 เรื่องเกี่ยวกับการใช้รถจักรยานยนต์ของนักเรียน ข๎อ 32 การปฏิบัติตนของนักเรียนในการใช๎รถจักรยานยนต์ 32.1 รถจักรยานยนต์ต๎องอยูํในสภาพปกติ ไมํดัดแปลง หรือแตํงเติมใด ๆ 32.2 รถจักรยานยนต์ต๎องมีกระจกสํองหลังทั้ง 2 ข๎าง 32.3 รถจักรยานยนต์ต๎องมีสัญญาณไฟเลี้ยว และไฟเบรก 32.4 นักเรียนต๎องน ารถจักรยานยนต์เข๎าจอดในโรงจอดรถที่ทางโรงเรียนก าหนดให๎เทํานั้น 32.5 นักเรียนต๎องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่รถจักยานยนต์ ทั้งผู๎ขับขี่และผู๎ซ๎อนท๎าย 32.6 ห๎ามนักเรียนนั่งรถจักรยานยนต์ซ๎อนด๎านหน๎าคนขับ 32.7 นักเรียนต๎องไมํขับรถโดยประมาท หรือใช๎ความเร็วเกินกวําที่กฎหมายก าหนด 32.8 ห๎ามขับขี่รถจักรยานยนต์ซ๎อนกันเกินสองคน 32.9 ห๎ามนักเรียนขับขี่รถจักรยานยนต์เข๎ามาภายในบริเวณโรงเรียน ในเวลาราชการ 32.10 นักเรียนต๎องเคารพและปฏิบัติตามกฎจราจรอยํางเครํงครัด
97 โรงเรียนประทาย หมวดที่ 7 ระเบียบการลงโทษนักเรียน ข๎อ 33 ในระเบียบนี้ “นักเรียน” หมายถึง นักเรียนโรงเรียนประทายที่มีสถานภาพการเป็นนักเรียน ปัจจุบันของโรงเรียน “ ครูที่ปรึกษา ” หมายถึง ครู ครูผู๎ชํวย พนักงานจ๎างตามภารกิจ ครูปฏิบัติการสอน โรงเรียนประทาย ซึ่งได๎รับการแตํงตั้งเป็นครูที่ปรึกษาประจ าชั้น ท าหน๎าที่ปกครองนักเรียนในแตํละระดับชั้นของตน “ หัวหน๎าระดับชั้น ” หมายถึง ครูที่ได๎รับการแตํงตั้งให๎เป็นหัวหน๎าระดับชั้น เป็นผู๎น าของ ครูที่ปรึกษาในระดับชั้น ท าหน๎าที่ปกครอง ดูแลและแก๎ไขพฤติกรรม นักเรียนในระดับชั้น “ การลงโทษ ” หมายถึง การลงโทษนักเรียนที่กระท าผิดตามระเบียบนี้โดยมีความมุํง หมาย เพื่ออบรม สั่งสอน เพื่อแก๎ไข ปรับปรุง พฤติกรรมนักเรียนให๎ดี ขึ้น “ ผู๎ลงโทษ ” หมายถึง ครูหรือบุคลากรที่มีอ านาจในการลงโทษนักเรียนตามระดับ ความผิด 1. วํากลําวตักเตือน ผู๎ลงโทษได๎แกํ ครูทุกคน 2. ท าทัณฑ์บนผู๎ลงโทษได๎แกํ ครูที่ปรึกษา, หัวหน๎าระดับชั้น และผู๎บริหารสถานศึกษา 3. ตัดคะแนนความประพฤติ ผู๎ลงโทษได๎แกํ ครูทุกคน โดยครูที่ ปรึกษาเป็นผู๎บันทึกคะแนนความประพฤติ 4. ท ากิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผู๎ลงโทษได๎แกํ ครูที่ปรึกษา, หัวหน๎า ระดับชั้น และผู๎บริหารสถานศึกษา “ การท ากิจกรรม ” หมายถึง การให๎นักเรียนที่กระท าผิด มีคะแนนความประพฤติต่ ากวํา ร๎อยละ60 (ถูกหักคะแนนความประพฤติตั้งแตํ 41 คะแนนขึ้นไป)ต๎อง ท ากิจกรรมเพื่อให๎ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยสถานศึกษาเป็นผู๎ก าหนด “คะแนนความประพฤติ” หมายถึง คะแนนที่ก าหนดขึ้นเพื่อใช๎เป็นเกณฑ์ควบคุมพฤติกรรมของ นักเรียน มีระดับคะแนนตั้งแตํ 0 – 100 คะแนน “ คณะกรรมการฝุายบริหารงานกิจการนักเรียน ” หมายถึง ผู๎ที่ได๎รับการแตํงตั้งจากโรงเรียน ประกอบด๎วย 1. รองผู๎อ านวยการสถานศึกษาฝุายบริหารงานกิจการนักเรียน ประธาน กรรมการ 2. หัวหน๎าฝุายบริหารงานกิจการนักเรียน กรรมการ 3. หัวหน๎าระดับชั้น ม.1 กรรมการ
PRATHAI SCHOOL 98 4. หัวหน๎าระดับชั้น ม.2 กรรมการ 5. หัวหน๎าระดับชั้น ม.3 กรรมการ 6. หัวหน๎าระดับชั้น ม.4 กรรมการ 7. หัวหน๎าระดับชั้น ม.5 กรรมการ 8. หัวหน๎าระดับชั้น ม.6 กรรมการ 9. หัวหน๎าเวรประจ าวัน กรรมการ 10. หัวหน๎างานระบบการดูแลชํวยเหลือนักเรียน กรรมการ 11. หัวหน๎างานสารวัตรนักเรียน กรรมการ 12. หัวหน๎างานปูองกันและแก๎ไขปัญหายาเสพติด กรรมการ 13. หัวหน๎างานจราจรและขับขี่ปลอดภัย กรรมการ 14. หัวหน๎างานสํงเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน กรรมการ 15. หัวหน๎างานสํงเสริมกิจกรรมวันส าคัญในโรงเรียน กรรมการ 16. หัวหน๎างานสํงเสริมคุณธรรมจริยธรรม กรรมการ 17. หัวหน๎างานระบบสารสนเทศสื่อเทคโนโลยี กรรมการ 18. หัวหน๎างานเครือขํายนักเรียน ผู๎ปกครอง ผู๎น าชมชน กรรมการ 19. หัวหน๎าส านักงานฝุายบริหารงานกิจการนักเรียน กรรมการและเลขานุการ หรือผู๎ที่ได๎รับแตํงตั้งเพิ่มเติมไปจากนี้ ข๎อ 34 ให๎มีคณะอนุกรรมการด าเนินงานระบบการดูแลชํวยเหลือนักเรียน ซึ่งมีในแตํละระดับชั้น ดังนี้ 1. หัวหน๎าระดับชั้น ประธานกรรมการ 2. รองหัวหน๎าระดับชั้น รองประธานกรรมการ 3. ครูที่ปรึกษาในระดับชั้น กรรมการ 4. ครูที่ปรึกษาในระดับชั้นที่ได๎รับการคัดเลือก 1 คน กรรมการและ เลขานุการ ข๎อ 35 ให๎ฝุายบริหารงานกิจการนักเรียนพิจารณาเสนอแตํงตั้งบุคคล คณะบุคคล ตํอผู๎อ านวยการ สถานศึกษา ให๎ปฏิบัติหน๎าที่อื่นเพื่อให๎เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ตํอระบบดูแลชํวยเหลือนักเรียน และ การประกันคุณภาพการศึกษา รวมทั้งงานนโยบาย จากองค์การบริหารสํวนจังหวัดนครราชสีมา หรือ กระทรวง ทบวง กรม หนํวยงานราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข๎อง ข๎อ 36 เมื่อนักเรียนกระท าผิดหรือฝุาฝืนระเบียบข๎อบังคับ จะต๎องถูกลงโทษตามระเบียบโรงเรียน ประทายวําด๎วยข๎อปฏิบัติและข๎อห๎ามของนักเรียน พ.ศ. 2566 หรือเป็นไปตามรายการลงโทษตามตารางที่ ปรากฏในภาคผนวกท๎ายระเบียบนี้ ข๎อ 37 กรณีที่นักเรียนมีคะแนนความประพฤติต่ ากวําร๎อยละ 60 ต๎องเข๎ารํวมท ากิจกรรมเพื่อ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามที่สถานศึกษาก าหนดกํอนจบหลักสูตรถ๎านักเรียนไมํเข๎ารํวมท ากิจกรรมเพื่อ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามที่สถานศึกษาก าหนดจะถูกตัดคะแนนพฤติกรรม 30 คะแนน
99 โรงเรียนประทาย ข๎อ 38 การลงโทษนักเรียน ให๎อยูํในดุลยพินิจของผู๎อ านวยการสถานศึกษา หรือผู๎ที่ได๎รับมอบหมาย ก าหนดบทลงโทษนักเรียน ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วําด๎วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 คือ 38.1 วํากลําวตักเตือน โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนประทายทุกคน พร๎อม บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรลงในสมุดบันทึกและการแก๎ไขพฤติกรรมนักเรียนรายบุคคล (แบบ ปค.8) 38.2 เชิญผู๎ปกครองมารํวมรับทราบ/แก๎ไข และท าทัณฑ์บนให๎กับนักเรียน โดยหัวหน๎า ระดับชั้น และครูที่ปรึกษารายงานการแก๎ไขพฤติกรรมให๎ผู๎บริหารสถานศึกษารับทราบ 38.3 ตัดคะแนนความประพฤติ ผู๎ลงโทษได๎แกํ ครูทุกคน ได๎แกํ ครูที่ปรึกษา ครูประจ าวิชา ครู เวรรายคาบ ครูเวรประจ าวัน หัวหน๎าระดับชั้น ครูเวรรับนักเรียนมาสาย และผู๎บริหาร เป็นผู๎บันทึกคะแนน ความประพฤติลงในระบบ Student Care (SDC) 38.4 ท ากิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผู๎ลงโทษได๎แกํ ครูที่ปรึกษา, หัวหน๎าระดับชั้น, และผู๎บริหารสถานศึกษา โดยคณะกรรมการบริหารฝุายบริหารงานกิจการนักเรียน เป็นผู๎ก าหนดเกณฑ์ และ รูปแบบในการท ากิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตามบริบทให๎สอดคล๎องและเหมาะสม ข๎อ 39 คะแนน เป็นเครื่องมือวัดระดับความประพฤติของนักเรียนแตํละคนในระดับชั้นมัธยมศึกษา ตอนต๎นและระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อพัฒนา สํงเสริม ปรับปรุง แก๎ไขพฤติกรรมที่ไมํเหมาะสม ของนักเรียน ข๎อ 40 การด าเนินการส าหรับนักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติ เป็นดังนี้ 40.1 นักเรียนมีคะแนนพฤติกรรม 90-100 คะแนน (ถูกหัก 0 – 10 คะแนน) ให๎ครูที่ปรึกษา อบรม ดูแลความประพฤติ ให๎นักเรียนได๎ปรับคะแนนพฤติกรรมโดยท ากิจกรรม หรือกิจกรรมอื่น ๆ ตามความ เหมาะสมและบันทึกข๎อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร 40.2 นักเรียนมีคะแนนพฤติกรรม 80-89 คะแนน (ถูกหัก 11 – 20 คะแนน) ให๎ครูที่ปรึกษา อบรม หัวหน๎าระดับชั้น และหรือผู๎ปกครองดูแลความประพฤติ โดยบันทึกข๎อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร 40.3 นักเรียนมีคะแนนพฤติกรรม 70-79 คะแนน (ถูกหัก 21 – 30 คะแนน) ให๎ครูที่ปรึกษา หัวหน๎าระดับชั้นเชิญผู๎ปกครองมารับทราบ เพื่อรํวมกันแก๎ไขปัญหาและศึกษาปัญหารํวมกับครูที่ปรึกษา หรือ ครูแนะแนวและบันทึกข๎อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร 40.4 นักเรียนมีคะแนนพฤติกรรม 60-69 คะแนน (ถูกหัก 31 – 40 คะแนน) ให๎ครูที่ปรึกษา หัวหน๎าระดับชั้นเชิญผู๎ปกครองมารับทราบและท าพันธะสัญญาระหวํางนักเรียน ผู๎ปกครองนักเรียน กับทาง โรงเรียน เพื่อแก๎ปัญหาพฤติกรรมนั้นๆ และบันทึกข๎อมูล เป็นลายลักษณ์อักษร 40.5 นักเรียนมีคะแนนพฤติกรรมต่ ากวํา 60 คะแนน (ถูกหัก 41 คะแนนขึ้นไป) หัวหน๎า ระดับชั้นจัดกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยผู๎ปกครองนักเรียน หัวหน๎าระดับชั้น ครูที่ปรึกษา รับผิดชอบในการแก๎ไขปัญหารํวมกันและบันทึกข๎อมูล เป็นลายลักษณ์อักษร 40.6 นักเรียนมีคะแนนพฤติกรรม 0 คะแนน (ถูกหัก 100 ขึ้นไป) ให๎อยูํในดุลยพินิจของ หัวหน๎าสถานศึกษาพิจารณาตามความเหมาะสมและบันทึกข๎อมูล เป็นลายลักษณ์อักษร