The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ploypairin Phetma, 2020-11-15 02:19:34

ธุรกิจจะเดินอย่างไรในยุคสื่อสังคมออนไลน์

ธุรกิจออนไลน์

EIC | Economic Intelligence Center
July-August 2011

Insight

ธุรกิจจะเดินอย่างไรในยุคส่อื สังคมออนไลน์



ธรุ กจิ จะเดนิ อยา่ งไรใน
ยคุ ส่อื สงั คมออนไลน์

แม้สื่อสังคมออนไลน์จะยังไม่ครอบคลุมผู้ใช้จำนวนมากเหมือนโทรทัศน์ วิทยุ แต่เป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้เร็วและ
ตลอดเวลาอกี ทงั้ มคี า่ ใชจ้ า่ ยนอ้ ยกวา่ สอื่ สงั คมออนไลนย์ งั ถกู จำกดั ดว้ ยจำนวนคนทเี่ ขา้ ถงึ อนิ เทอรเ์ นต็ ของไทยซงึ่ มสี ดั สว่ นเพยี ง
27% ในขณะที่ 92% ของครัวเรือนมีสื่อดั้งเดิมอย่างโทรทัศน์ อย่างไรก็ตาม สำหรับการเข้าถึงผู้บริโภคของธุรกิจนั้น สื่อดั้งเดิม
อย่างโทรทัศน์ยังคงเสียเปรียบสื่อสังคมออนไลน์ในเรื่องของความรวดเร็วเพราะธุรกิจสื่อสารถึงผู้บริโภคได้โดยตรงทันที เรื่อง
ของความตลอดเวลาเพราะเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือ และเรื่อง
ของการประหยัดค่าใช้จ่ายที่แทบไม่ต้องใช้งบประมาณมากนักกับการใช้บริการสื่อสังคมออนไลน์ขั้นพื้นฐาน
อีกทั้งกลุ่มผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์นั้น เป็นกลุ่มที่มีกำลังการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคสูง โดยตัวอย่างผู้ใช้ Facebook ในไทยนั้น
แม้จะครอบคลุมประชากรเพียง 15% ของประชากรทั้งประเทศ แต่ผู้ใช้จะกระจุกอยู่ตามจังหวัดที่มีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค
ค่อนข้างสูง โดย 12 จังหวัดที่มีผู้ใช้ Facebook เกินหนึ่งหมื่นคนจากทั้งหมด 76 จังหวัดของไทยนั้นมีรายจ่ายเพื่อการบริโภคคิด
เป็นสัดส่วน 41% ของทั้งประเทศ โดยรายจ่ายแต่ละจังหวัดใน 12 จังหวัดดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมประมาณ 2 เท่า
นอกจากนี้ สื่อสังคมออนไลน์มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากโครงสร้างพื้นฐานที่จะมีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ
ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคสื่อออนไลน์มากขึ้นแทนที่สื่อดั้งเดิม โดยปัจจุบันนั้นคนอายุน้อยใช้เวลาดูโทรทัศน์ลดลง
โดยอยู่กับคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือมากขึ้น และด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อ
อำนวยให้การสื่อสารออนไลน์มีความรวดเร็วและรองรับปริมาณข้อมูลได้มากขึ้นไปอีก ส่งผลให้คาดการณ์ได้ว่าในอนาคต
ข้างหน้าคนส่วนใหญ่จะยิ่งใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือมากขึ้นไปอีก ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้โลกของสื่อสังคม
ออนไลน์ขยายตัวเพิ่มขึ้น
ธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจที่มีผู้บริโภคเป็นกลุ่มย่อยๆ เฉพาะเจาะจง รวมถึงธุรกิจบริการ มีโอกาสและช่องทางทางการตลาด
มากขึ้นจากการมีสื่อสังคมออนไลน์ แม้สื่อสังคมออนไลน์จะเป็นโอกาสที่ทุกธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่ช่วยให้ธุรกิจ
ขนาดเล็กที่ไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอสำหรับการโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์มีช่องทางทางการตลาด ช่วยให้ธุรกิจที่มีสินค้าและ
บริการหลากหลายแบ่งทำการตลาดกับผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้ด้วยต้นทุนต่ำ และช่วยให้ธุรกิจบริการที่วัดคุณภาพสินค้าได้ยาก
มีช่องทางสำหรับบอกต่อประสบการณ์ได้ถึงผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม จากตัวอย่างธุรกิจโรงแรมในไทยจะพบว่า
ยังมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ไม่มากนัก
แม้กระนั้น สื่อสังคมออนไลน์ไม่ใช่แค่สีสันทางการตลาด แต่ทุกธุรกิจควรให้ความสำคัญกับสื่อสังคมออนไลน์อย่างจริงจัง
มากขึ้น ทั้งการใช้เพื่อเป็นช่องทางทางการตลาดและเป็นข้อมูลตรงในการวางกลยุทธ์และนโยบายของธุรกิจ ทั้งในเรื่องการ
จัดสรรงบประมาณทางการตลาดรวมถึงการมีบุคลากรโดยเฉพาะ เพราะแม้แต่ธุรกิจท่ีอาจจะเลือกไม่ใช้ส่ือสังคมออนไลน์เป็น
ชอ่ งทางทางการตลาดกไ็ มส่ ามารถหลกี เลย่ี งผลกระทบจากสอ่ื สงั คมออนไลนไ์ ด้ เนอ่ื งจากผบู้ รโิ ภคยงั คงสามารถใชส้ อ่ื สงั คมออนไลน์
สร้างกระแสที่อาจจะส่งผลกระทบทางลบมาถึงธุรกิจได้อยู่ดี นอกจากนี้ โลกดิจิตอลมีการเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา
และครอบคลุมผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจจึงควรเริ่มต้นสร้างความคุ้นเคยกับโลกออนไลน์โดยเร็ว เพื่อสามารถสร้างสรรค์
รูปแบบการตลาดใหม่ๆ และเพื่อสามารถปรับตัวให้ทันกับธุรกิจคู่แข่ง ยิ่งไปกว่านั้น ข้อดีอีกประการหนึ่ง คือ สามารถใช้เนื้อหา
ที่ผู้บริโภคเป็นผู้เขียนหรือสร้างขึ้นเป็นข้อมูลสำคัญในการวางกลยุทธ์และนโยบายของธุรกิจ
ทั้งนี้ ธุรกิจควรจับตามองและก้าวทันตามกระแสต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในโลกออนไลน์ ได้แก่ แนวโน้มการใช้ช่องทางโทรศัพท์
มือถือมากขึ้น รวมถึงเนื้อหาในรูปแบบวีดีโอที่จะได้รับความนิยมมากขึ้น ในขณะเดียวกันด้วยค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ถูกลง
พร้อมๆ กับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะส่งผลให้ธุรกิจตอบสนองผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มย่อยๆ ได้มากขึ้น (mass production
to customization)

EIC l Economic Intelligence Center

1สงั คมออนไลน์ทำไมต้องเครอื ข่าย

สอ่ื สงั คมออนไลน์ (social media) จะเปน็ อกี หนง่ึ ชอ่ งทางทางการตลาดและประชาสมั พนั ธส์ ำหรบั ธรุ กจิ ของไทย แตจ่ ะยงั ไมม่ า
แทนทส่ี อื่ การตลาดแบบดงั้ เดมิ อยา่ งโทรทศั นแ์ ละวทิ ยใุ นปจั จบุ นั เพราะการใชส้ อ่ื สงั คมออนไลนใ์ นไทย ณ ปจั จบุ นั ยงั คอ่ นขา้ งจำกดั
เมื่อเทียบกับสื่อดั้งเดิม เช่น โทรทัศน์และวิทยุ โดยสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook มีสัดส่วนผู้ใช้ต่อประชากรประมาณ 15%
ในขณะท่คี รัวเรือนไทยสดั ส่วนเกือบ 92% มีโทรทศั น์ ส่งผลใหส้ ่ือโทรทัศนย์ งั มีพื้นทค่ี รอบคลุมมากกวา่

1 ส่ือสังคมออนไลนห์ รอื social media
ยังไมส่ ามารถแทนทส่ี อื่ ดงั้ เดิมอยา่ งโทรทัศน์และวิทยไุ ดใ้ นปัจจบุ ัน

การเขา้ ถึงสอื่ สังคมออนไลน์และส่ือโทรทัศน์ของคนไทย
หน่วย: % ตอ่ ประชากร, % ตอ่ ครัวเรอื น

92%

15%

Facebook Television

ที่มา: การวิเคราะหโ์ ดย SCB EIC จากข้อมูลของสำนักงานสถติ แิ ห่งชาติ และ Facebook

ขอ้ จำกดั สำคญั ของการใชส้ อ่ื สงั คมออนไลนใ์ นการเขา้ ถงึ ผบู้ รโิ ภคของธรุ กจิ ไทย คอื การเขา้ ถงึ อนิ เทอรเ์ นต็ ของคนไทย โดยปจั จบุ นั
สัดส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่อประชากรหรือที่เรียกว่า penetration rate ของไทยอยู่ที่ประมาณ 26% ซ่ึงค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับ
ประเทศเพ่ือนบ้าน ส่วนหนึ่งเป็นสาเหตุจากตลาดบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตของไทยท่ีเร่ิมต้นค่อนข้างช้าโดยเริ่มมีตลาดอย่างจริงจัง
ในปี 2005 ทั้งนี้ จากการสำรวจในปี 2009 พบวา่ ครัวเรอื นทมี่ บี รอดแบนดอ์ นิ เทอรเ์ นต็ ยังมสี ัดส่วนเพียงประมาณ 10%

4

EIC l Economic Intelligence Center

2 ปัจจุบันการเข้าถึงสอ่ื สงั คมออนไลน์ของคนไทยยังถูกจำกดั ด้วยสัดส่วน
ประชากรทส่ี ามารถเขา้ ถึงและใช้อินเทอร์เนต็ ซ่ึงยงั ต่ำกวา่ ประเทศอ่ืนๆ

จำนวนและสดั สว่ นผ้ใู ชอ้ นิ เทอร์เน็ตของประเทศต่างๆ จำนวนผ้ใู ชอ้ นิ เทอร์เน็ต
หนว่ ย: ล้านคน, % ตอ่ ประชากร สดั สว่ นตอ่ ประชากร

39

78% 29 30 30 81%
65% Korea

17 18
27% 32% 30%

4 12%

Singapore Malaysia Thailand Vietnam Philippines Indonesia

ที่มา: การวิเคราะหโ์ ดย SCB EIC จากข้อมูลของ internetworldstats

ทั้งๆ ท่ีในความเป็นจริงนั้น สื่อท่ีเข้าข่ายจะเรียกว่าเป็นสังคมออนไลน์น้ันมีมานานแล้ว แต่ท่ีเพิ่งจะมาเป็นกระแสในปัจจุบันมี
ต้นเหตุมาจากการโดง่ ดังเป็นระเบดิ ของ Facebook ทัง้ น้ี จุดเริ่มต้นของส่ือสงั คมออนไลน์น่าจะเริม่ ต้นท่กี ารพฒั นา web 2.0 ซ่งึ
ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถสรรสร้างเนื้อหาได้ ในขณะท่ี web 1.0 นั้น เอื้อให้ผู้บริการนำเสนอข้อมูลให้บุคคลท่ัวไปได้อย่างเดียว
(read only) ดงั นน้ั จงึ เรยี กไดว้ า่ สอื่ สงั คมออนไลนท์ เี่ ออ้ื ใหบ้ คุ คลสามารถแบง่ ปนั เนอื้ หากนั ไดน้ น้ั มมี านานแลว้ ไมว่ า่ จะเปน็ รปู แบบของ
บล็อค (blog) การพดู คุยด้วยขอ้ ความ (instant messaging) และกระดานพดู คุยหรือเวบ็ บอรด์ (webboard) ต่างๆ อย่างไรกต็ าม
ถึงแม้จะมมี านานแล้วแต่การเข้าถึงของคนไทยกย็ งั ถกู จำกัดด้วยสัดสว่ นการเขา้ ถึงและการใช้อนิ เทอร์เน็ต
แมจ้ ะมจี ำนวนผใู้ ชน้ อ้ ยกวา่ สอ่ื ดง้ั เดมิ แตเ่ ครอื ขา่ ยสงั คมออนไลนม์ ขี อ้ ไดเ้ ปรยี บมากกวา่ สอ่ื โทรทศั น์ วทิ ยุ และหนงั สอื พมิ พใ์ นบางแงม่ มุ ท่ี
สำคญั โดยเฉพาะการส่ือสารเชิงรุกถึงผู้บริโภคท้ังในเรื่องความเร็วและความสามารถในการเข้าถึงได้ในทุกช่วงเวลาและสถานที่
รวมไปถงึ การประหยัดคา่ ใชจ้ ่ายสำหรับธรุ กิจ

5

EIC l Economic Intelligence Center

3 แมจ้ ะเขา้ ถึงผู้ใช้จำนวนน้อยกวา่ แตส่ ือ่ สังคมออนไลน์ได้เปรียบสอ่ื ดั้งเดมิ
ในเรอ่ื งของการเขา้ ถึงได้เร็ว ทุกทีท่ ุกเวลา และประหยดั ค่าใชจ้ ่าย

แย่สดุ ดสี ดุ

คณุ สมบัตขิ องสื่อในแงม่ ุมต่างๆ ทุกเขท้าที่ ถกุ งึ เไวดล้ า ปตร้นะหทยนุ ัด คผรบู้อรบโิ คภลคุม เนื้อหา
รเขวดา้ ถเรึงว็อทยนัา่ งที เจ้าของกิจการ

โทรทศั น์ วิทยุ

หนังสือพมิ พ์ เจา้ ของกิจการ

เว็บไซต์ เจ้าของกิจการ

อเี มล เจ้า+ขผอูบ้ งรกิโภิจกคาร
เสคงั รคือมขอ่าอยนไลน์ เจ้า+ขผอูบ้ งรกิโภิจกคาร

ทม่ี า: การวิเคราะห์โดย SCB EIC

ความรวดเรว็ ในการเข้าถงึ ผูบ้ ริโภคเปน็ ข้อแตกต่างสำคญั ท่ที ำใหส้ ือ่ เครือขา่ ยสงั คมออนไลนม์ คี วามได้เปรียบ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่ง
การบริโภคข่าวสารท่ีมีการเปล่ียนแปลงรูปแบบชัดเจน ปัจจุบันในสหรัฐฯ มีการบริโภคข่าวสารทางสื่ออินเทอร์เน็ตมากเป็นอันดับ
สามรองจากสถานโี ทรทศั นข์ องประเทศและสถานที อ้ งถนิ่ แตแ่ ซงหนา้ หนงั สอื พมิ พแ์ ละวทิ ยแุ ลว้ เชน่ เดยี วกบั คนไทยทเี่ ขา้ ถงึ อนิ เทอรเ์ นต็
จะตดิ ตามขา่ วสารทางอนิ เทอรเ์ นต็ ถงึ 94% เปน็ อนั ดบั สองรองจากโทรทศั น์ (96%) แตส่ งู กวา่ หนงั สอื พมิ พ์ (76%) และวทิ ยุ (43%)1
ทงั้ น้ี เพราะเปน็ ชอ่ งทางท่ีมีการอัพเดทอยา่ งรวดเร็ว อกี ท้งั การแสดงความเหน็ และพูดคยุ เกี่ยวกับขา่ วบนสื่อสังคมออนไลน์ยงั เปน็
รปู แบบทชี่ ่วยให้ข่าวสารกระจายออกไปไดอ้ ยา่ งรวดเร็วอกี ด้วย
และอกี แงม่ มุ ทส่ี ำคญั คอื การทส่ี อ่ื เครอื ขา่ ยสงั คมออนไลนเ์ ออ้ื อำนวยใหผ้ บู้ รโิ ภคมสี ว่ นรว่ มในการผลติ เนอื้ หาเองไดส้ ะดวกมากกวา่
ซึ่งเป็นอิทธิพลท่ีสำคัญต่อการทำตลาด เพราะปัจจุบันการบอกต่อถือว่าเป็นการตลาดท่ีสำคัญ โดยจากผลการสำรวจของ เดอะ
นลี เส็น คอมปะนี พบว่า ผู้บรโิ ภคชาวไทยมากถึง 85% เชอื่ คำแนะนำจากบุคคลอื่นมากท่ีสดุ ในรปู แบบของโฆษณาตา่ งๆ ท้งั หมด
(หนังสอื พมิ พป์ ระชาชาติธุรกิจ 31 สิงหาคม 2009) นอกจากนี้ การสำรวจของแมคคินซยี ์แอนดค์ อมปะนียังพบวา่ การบอกตอ่ ถอื
เปน็ ปัจจัยหลกั ในการตัดสนิ ใจซ้อื มากถงึ 20-50% (หนงั สอื พิมพป์ ระชาชาติธรุ กิจ 19-22 พฤษภาคม 2011)

1 การสำรวจพฤติกรรมการบริโภคสอื่ ในชว่ งเหตุการณร์ ุนแรงทางการเมืองในกรงุ เทพมหานครของเดอะ นลี เสน็ คอมปะนี
6

EIC l Economic Intelligence Center

ผใู้ ชส้ ่ือสงั คมออนไลนฮ์ อตฮิตอย่าง Facebook ยงั คงจำกดั อยูใ่ นเมอื งใหญๆ่ แต่มสี ดั ส่วนการใชจ้ า่ ยเพอ่ื การบริโภคสงู โดยผู้ใช้
ในกรุงเทพมหานครมจี ำนวนกวา่ 10 ล้านคน คดิ เป็นสัดสว่ นเกือบ 90% ของผู้ใช้ทง้ั หมดในประเทศไทยทม่ี ปี ระมาณ 11.5 ลา้ นคน
(ขอ้ มลู ณ วนั ท่ี 6 สงิ หาคม 2011) ในขณะทจี่ งั หวดั ทม่ี ผี ใู้ ชม้ ากรองจากกรงุ เทพมหานครมจี ำนวนนอ้ ยกวา่ คอ่ นขา้ งมาก ไดแ้ ก่ นนทบรุ ี
มจี ำนวนผใู้ ชป้ ระมาณ 314,260 คน เชยี งใหม่ 98,720 คน ภเู กต็ 29,260 คน ขอนแกน่ 28,040 คน และชลบรุ ี 26,480 คน ซง่ึ แมจ้ ะเปน็ สอ่ื ที่
เข้าถึงผู้บริโภคในไทยได้ในพ้ืนท่ีจำกัด แต่จังหวัดดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นมีค่าใช้จ่ายในการบริโภคสูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมประมาณ
เทา่ ตวั (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร) ท้งั นี้ 12 จงั หวัดท่มี ผี ูใ้ ช้ Facebook จำนวนมากเกินหนึ่งหมืน่ คนนั้นมีรายจา่ ยเพือ่ การบริโภคคดิ
เปน็ 41% ของรายจ่ายเพอื่ การบริโภคท้ังประเทศ

4 ประมาณ 94% ของผู้ใช้ Facebook
อยู่ในพ้ืนทท่ี ี่มีการใช้จ่ายเพอ่ื การบริโภคสงู

จังหวดั ทม่ี ผี ้ใู ช้ Facebook จำนวนมาก
หนว่ ย: คน (ขอ้ มลู ณ วันท่ี 6 สงิ หาคม 2011)

ประเทศไทย 11,485,960 ลา้ นคน

เชียงราย 11,340

เชียงใหม่ 98,720

ลำปาง 13,340

ขอนแกน่ 28,040 12 = 41%

นครราชสมี า 11,920 จังหวดั ของการบริโภคทั้งประเทศ

นครปฐม 11,060 นนทบรุ ี 314,260

กรงุ เทพ 10,203,700
ชลบุรี 26,480

ระยอง 11,240

สงขลา 11,940

ภเู ก็ต 29,260

ท่ีมา: การวิเคราะหโ์ ดย SCB EIC จากขอ้ มูลของ Facebook และสำนักงานสถติ ิแหง่ ชาติ

7

EIC l Economic Intelligence Center

แมป้ จั จบุ นั เครอื ขา่ ยสงั คมออนไลนจ์ ะยงั ไมส่ ามารถเขา้ มาแทนทส่ี อ่ื ดง้ั เดมิ อยา่ งโทรทศั น์ และวทิ ยไุ ด้ แตใ่ นอนาคตมแี นวโนม้ จะมอี ทิ ธพิ ล
มากขน้ึ เรอ่ื ยๆ คนรุ่นใหม่มพี ฤติกรรมการใชเ้ วลากับจอโทรทัศนล์ ดลง ทง้ั น้ี ผลสำรวจล่าสดุ ในสหรฐั ฯ พบว่าครัวเรอื นชาวอเมรกิ ัน
ทคี่ รอบครองโทรทศั นม์ สี ดั สว่ นนอ้ ยลงจาก 98.9% ในปี 2010 เหลอื เพยี ง 96.7% ในปปี จั จบุ นั ซง่ึ สว่ นหนง่ึ เปน็ เหตผุ ลมาจากกลมุ่ วยั รนุ่
ทบี่ รโิ ภครายการโทรทศั นท์ างอนิ เทอร์เน็ตแทนและไมซ่ ือ้ โทรทศั นใ์ หมเ่ มื่อยา้ ยออกจากบา้ นไป (แหล่งขอ้ มูลจาก Time magazine)
ความนยั ประการหนง่ึ ของพฤตกิ รรมน้ี คอื ผบู้ รโิ ภคยงั ดรู ายการโทรทศั นอ์ ยู่ แตเ่ ลอื กทจ่ี ะไมซ่ อ้ื โทรทศั น์ และจา่ ยคา่ บรกิ ารเคเบลิ อกี ตอ่ ไป
อยา่ งไรกต็ าม ทง้ั หมดทง้ั ปวง ย่อมข้นึ อยกู่ ับผใู้ หบ้ รกิ ารอนิ เทอรเ์ นต็ ด้วย เพราะถ้าเทียบกับสหรฐั ฯ ทม่ี ี penetration rate สงู ถงึ 76%
จะเหน็ ไดว้ ่าแนวโนม้ ดงั กล่าวสำหรบั ประเทศไทยอาจต้องใช้เวลาอกี พอสมควร

5 แม้เวลาโดยรวมที่ใช้บริโภคสอ่ื จะเทา่ ๆ กัน
แตค่ นรุ่นใหมบ่ รโิ ภคเนอ้ื หาจากโทรทศั น์ลดลง
เวลาท่ีใช้ในการบรโิ ภคสอ่ื ในแตล่ ะวนั ของคนอายตุ า่ งๆ
หนว่ ย: นาทตี ่อวนั
A65G+E 421 47 3
55-64
346 117 14
45-54
336 166 21
35-44
230 201 28
25-34 256 159 24
18-24 210 170 43
ท่มี า: SCB EIC จากข้อมลู ของ How Internet Junkies Will Save Television by Dan Zigmond and Horst
Stipp, Havard Business Review January 2011

8

EIC l Economic Intelligence Center

โดยเฉพาะในไทยที่หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้วจะพบว่าผู้ใช้ส่ือเครือข่ายสังคมออนไลน์ของไทยมีจำนวนเติบโตสูงท่ีสุด
ในอาเซยี น ทงั้ นี้ ปจั จบุ นั ผใู้ ชส้ อ่ื สงั คมออนไลนอ์ ยา่ ง Facebook ในไทยยงั มสี ดั สว่ นเพยี ง 13% ของประชากรเทา่ นนั้ ยงั คอ่ นขา้ งตำ่
เม่ือเทียบกบั ประเทศอ่ืนๆ ในอาเซียน เชน่ อินโดนเี ซีย (15%) ฟลิ ิปปนิ ส์ (24%) และมาเลเซยี (34%) แตม่ อี ตั ราการเติบโตในชว่ ง
สองปที ี่ผา่ นมาสูงท่ีสุดในอาเซียน โดยเตบิ โตถงึ เกอื บ 6,000% ในชว่ งสองปีกว่า จากประมาณ 168,000 คนในปี 2008 เปน็ กว่า
10 ลา้ นคนในปจั จบุ นั สว่ นหนงึ่ สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ ยงั มโี อกาสเตบิ โตไดอ้ กี มาก เพราะโครงสรา้ งพนื้ ฐานยงั คงมกี ารพฒั นาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
อีกทัง้ การเติบโตของวัยรนุ่ ท่ีจะมาทดแทนประชากรร่นุ ตอ่ ๆ ไป
ไม่เพียงแตจ่ ำนวนผใู้ ช้ที่เพ่มิ ข้ึน แตผ่ ูใ้ ช้อินเทอร์เน็ตใช้เวลาอยู่ในสือ่ สงั คมออนไลน์มากขึน้ โดยคนอเมริกนั ซงึ่ มีจำนวนผใู้ ชเ้ ตบิ โต
อยา่ งรวดเรว็ มากอ่ นและปจั จบุ นั มจี ำนวนผใู้ ช้ Facebook มากทส่ี ดุ ในโลกนนั้ ปจั จบุ นั ใชเ้ วลาอยกู่ บั สอื่ สงั คมออนไลนค์ ดิ เปน็ สดั สว่ น
ประมาณ 16% ของเวลาที่ใช้ออนไลน์ท้ังหมดเพ่ิมข้ึน 25% จากปี 2010 ในขณะที่ใชเ้ พอื่ การสง่ ข้อความ (instant messaging)
ประมาณ 9% อเี มล 7% และมัลติมีเดียประมาณ 6% และคนไทยผใู้ ช้อนิ เทอร์เน็ตทก่ี ำลังมจี ำนวนผู้ใช้สอื่ สงั คมออนไลนเ์ พ่ิมขน้ึ
อยา่ งรวดเรว็ มีแนวโน้มท่ีจะมพี ฤตกิ รรมคลา้ ยกันในอนาคตข้างหน้า

9

EIC l Economic Intelligence Center

2เครอื ข่ายสงั คมออนไลน์บ้างธรุ กจิ ใด (ควร) ใช้ส่อื

ในยุคท่ีการใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์มีแต่แนวโน้มจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเร่ือยๆ ทุกธุรกิจควรใช้ประโยชน์จากส่ือ
ออนไลน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพ่ือให้บริษัทมีพ้ืนท่ีและเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ท่ีขยายตัวใหญ่ข้ึนเร่ือยๆ ทำนองเดียวกันกับบริษัท
ชน้ั นำตา่ งๆ ของโลกในสหรฐั ฯ ทใี่ ชป้ ระโยชนจ์ ากสอื่ สงั คมออนไลนม์ ากขนึ้ เรอ่ื ยๆ ทงั้ นี้ การสำรวจบรษิ ทั ทมี่ อี ตั ราการเตบิ โตสงู ทส่ี ดุ
ในแต่ละปีของนิตยสาร Inc. พบว่าธุรกิจที่เติบโตเร็วมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์มากข้ึน นอกจากนี้ สัดส่วน 56% ของบริษัทใน
Inc. 500 ที่ทำการสำรวจในปี 2010 เห็นว่าเทคโนโลยีส่ือสังคมออนไลน์มีความสำคัญอย่างย่ิงในฐานะกลยุทธ์การตลาดของ
ธุรกิจ เพิ่มข้นึ จาก 43% ในปี 2009 เช่นเดยี วกนั กบั บรษิ ัทชั้นนำของโลกใน Fortune 500 ทกี่ ารสำรวจในปี 2009 พบว่า 43%
ตระหนักวา่ สื่อสังคมออนไลน์มคี วามสำคญั อยา่ งยง่ิ ในการวางกลยุทธข์ องบริษทั เพ่มิ ข้ึนจาก 26% ในปี 2007 ยิ่งไปกวา่ น้ัน 79%
ของบริษัทชั้นนำของโลกใน Fortune 100 มีการใช้ส่ือสังคมออนไลน์อย่างน้อย 1 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Twitter, Facebook,
YouTube และ Blog ในการติดต่อกับผบู้ รโิ ภค

6 ธรุ กจิ ในสหรฐั ฯ ทมี่ ีอตั ราการเตบิ โตสงู ท่สี ดุ
มีการใชส้ อื่ สังคมออนไลนท์ กุ ชนิดเพ่มิ ขึ้น

ประเภทสือ่ สังคมออนไลน์ท่มี กี ารใชใ้ น Inc. 500* 2009
หน่วย: % 2010

71%

50% 61% 59%

45% 52%

33% 36%33%

28%

12%16% 18%
6% 5% 9%

Blogging BulMleetisnsabgoea/rds Online video Podcasting Facebook Twitter MySpace Foursquare uDsoe naonty

* Inc. 500 คอื รายชื่อบรษิ ัทเอกชนในสหรัฐฯ ท่มี ีอัตราการเตบิ โตสูงทสี่ ดุ ในแตล่ ะปี จัดทำโดยนิตยสาร Inc. โดยผลการสำรวจ
ท่มี า : SกาCรBใชE้สIือ่ Cสังจคามกขอ้ออมนลูไลขนอ์ใงนทTh่ีนe้ไี ดCร้ ับeคnวteาrมรfo่วrมมMือaจrาkกet1in7g1 RบeริษseัทaใrนchInca.t 5th00e คUิดnเiปveน็ rสsดั itสyว่ oนf 3M4%assachusetts Dartmouth

10

EIC l Economic Intelligence Center

นอกจากนี้ สื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างธุรกิจและผู้บริโภคเท่านั้น แต่ธุรกิจในสหรัฐฯ
ยังคงใชเ้ พื่อระหวา่ งธรุ กิจ เชน่ การตดิ ต่อกบั คู่ค้าอกี ดว้ ยแต่มีสดั สว่ นการใชไ้ มม่ ากนัก โดย 70% ของบริษทั ใน Inc. 500 ทท่ี ำการ
สำรวจใชส้ อ่ื สงั คมออนไลนใ์ นการตดิ ตามและประเมนิ สถานะของแบรนดข์ องบรษิ ทั ในปี 2010 เพมิ่ ขน้ึ จาก 50% ในปี 2007 ในขณะท่ี
30% ของ Inc. 500 ใช้ Facebook ในการติดตอ่ สอ่ื สารระหวา่ งธรุ กจิ (B2B communications) และ 27% ใช้ Twitter
แม้ทกุ ธุรกิจจะสามารถเข้าถงึ การใช้สื่อเครือข่ายสงั คมออนไลน์ได้ แต่ด้วยคุณสมบัตติ ่างๆ ของสอื่ สงั คมออนไลนท์ ำให้กลายเป็น
รูปแบบท่ีมีประโยชน์และความสำคัญอย่างย่ิงต่อธุรกิจบางกลุ่มบางประเภท เพราะด้วยคุณสมบัติท่ีแตกต่างจากสื่อด้ังเดิม
ของสอ่ื สงั คมออนไลนไ์ มว่ า่ จะเปน็ ความรวดเรว็ ทนั ทตี ลอดเวลา ความสามารถในการขยายผลกระทบในวงกวา้ ง (broad influence)
ความง่ายในการเริ่มต้นใช้ ความประหยัดค่าใช้จ่าย ความสามารถในการเป็นช่องทางรับคำติชมจากผู้บริโภค ส่งผลให้ธุรกิจ
บางประเภทมชี อ่ งทางทางการตลาดทีอ่ าจจะไม่เคยเขา้ ถึงมาก่อน
(1) สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นช่องทางท่ีสร้างโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงการทำการตลาดและเพิ่มพ้ืนท่ีในสายตาผู้บริโภค
(visibility) ของบริษัทด้วยต้นทุนต่ำ ทั้งน้ี ความนิยมในสื่อสังคมออนไลน์สร้างโอกาสให้ธุรกิจที่ไม่สามารถลงทุนใช้จ่ายด้านการ
ตลาดและโฆษณาได้ โดยเฉพาะธุรกจิ ขนาดเลก็ ใหส้ ามารถใหข้ ้อมลู และตดิ ตอ่ กับกลมุ่ ลูกคา้ ได้ ในขณะทช่ี ่องทางโฆษณาด้านอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ มีต้นทุนท่ีแพงเกินไปสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก และเสมือนเป็นอีกอุปสรรคในการเติบโตของธุรกิจขนาด
เลก็ เพราะนน่ั หมายความวา่ ตอ้ งมขี นาดใหญพ่ อทจ่ี ะคมุ้ ทนุ ในการใชส้ อื่ โทรทศั นแ์ ละวทิ ยใุ นการทำการตลาด เนอ่ื งจากคา่ โฆษณาทาง
โทรทศั นส์ ามารถสงู ถึง 480,000 บาทต่อเวลาเพียง 1 นาที และไม่ต่ำกวา่ 50,000 บาทต่อนาที ทง้ั ๆ ที่ออนแอร์อยู่ในชว่ งเวลา
ท่มี ีผูช้ มไมม่ ากนกั อยา่ งชว่ งเวลา 04.00 - 04.30 น. คา่ ใชจ้ า่ ยดงั กลา่ วยังไมร่ วมค่าใชจ้ า่ ยในการผลิตภาพยนตร์โฆษณาทส่ี ามารถ
สงู ถึงหลกั ลา้ นบาท
ย่ิงไปกว่าน้ัน แม้แต่ส่ือในโลกอินเทอร์เน็ตด้วยกันเอง ยังพบว่าส่ือสังคมออนไลน์อย่าง Facebook ยังกลายเป็นโอกาสเดียวท่ี
แทบทกุ ธรุ กจิ สามารถใชเ้ ปน็ ชอ่ งทางได้ เนอ่ื งจากการทำเวบ็ ไซตข์ องตนเองยงั อาจมคี า่ ใชจ้ า่ ยทส่ี งู มาก เนอื่ งจากตอ้ งมกี ารพฒั นา
ออกแบบ และบำรงุ รกั ษา รวมไปถงึ คา่ ทำการตลาดโฆษณาเพือ่ ใหผ้ ้บู ริโภครูจ้ กั และเข้าถงึ ซ่งึ เปน็ จดุ สำคัญท่ีแตกตา่ งจากสือ่ สังคม
ออนไลนย์ อดฮติ อยา่ ง Facebook เพราะเปน็ รปู แบบทรี่ จู้ กั กนั อยา่ งกวา้ งขวางอยแู่ ลว้ นน่ั หมายความวา่ สนิ คา้ และบรกิ ารของธรุ กจิ
ทมี่ หี น้าเพจของ Facebook อาจจะมโี อกาสท่ีจะเขา้ ถึงไดง้ า่ ยกวา่ เพราะมผี คู้ นเขา้ ใชร้ ปู แบบดงั กล่าวเปน็ ประจำอยแู่ ล้ว

11

EIC l Economic Intelligence Center

7 สำหรับธรุ กจิ ขนาดเลก็ การใช้ Facebook เปน็ ชอ่ งทางท่มี ปี ระสิทธภิ าพตอ่ ต้นทนุ
(cost-effective) ในการสอ่ื สารกบั ลูกค้ามากกวา่ การทำเว็บไซตข์ องตนเอง

ต้นทุนโดยเฉลี่ยในการสร้างช่องทางทางการตลาดกับลกู คา้ ทางอินเทอร์เนต็ eคn่าปgiรnะeช,าเสวมั็บพไซันตธ์ต์ผา่า่ งนๆs(eตaอ่ rปcี)h
หน่วย: บาท คคา่า่ เอชัพา่ เพดน้ืทท(ีแ่ ตล่อะปี)

30 - 50K

25 - 90K

30 - 50K 50 - 500K โคฮา่ สจตดั ง้ิทแำลเวะบ็ โดไซเมตน์ พเนรมอ้ ม
10 - 50K
ฟรี eเว-c็บoไซmตmพ์ eรrอ้ cมe
20 - 100K
Facebook
เว็บไซต์ใหข้ อ้ มูล

ทีม่ า: การรวบรวมและวิเคราะหข์ อ้ มลู โดย SCB EIC

นอกจากน้ี แมแ้ ตส่ นิ คา้ ทโ่ี ฆษณาผา่ นโทรทศั นน์ น้ั สอ่ื สงั คมออนไลนก์ ย็ งั เปน็ ตวั ชว่ ยเพม่ิ มลู คา่ ของโฆษณานน้ั ไดม้ ากขน้ึ เพราะเปน็ สอ่ื ท่ี
เอื้ออำนวยการบอกต่อ (word-of-mouth) ที่รวดเร็วทันที ช่วยให้โฆษณาของสินค้าและบริการที่เป็นท่ีสนใจกระจายออกไปได้
รวดเรว็ ขน้ึ ยกตวั อยา่ งเชน่ สนิ คา้ อาจจะโฆษณาผา่ นโทรทศั นแ์ ตพ่ อมคี นชอบโฆษณากเ็ อาไปโพสตล์ งสอ่ื สงั คมออนไลนร์ ปู แบบตา่ งๆ
ไม่ว่าจะเป็นเว็บบอร์ด หรือสื่อท่ีได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันอย่าง Facebook จนกลายเป็นกระแสท่ีสังคมพูดถึงส่งผลให้
โฆษณานั้นมีมลู ค่าเพ่ิมขน้ึ ไปอีก อยา่ งไรก็ตาม สอ่ื เครอื ข่ายสงั คมออนไลนท์ ี่ใช้ในไทยในปัจจุบนั ไมใ่ ช่ชอ่ งทางการขายสินคา้ โดยตรง
แต่เปน็ เพยี งแหลง่ ข้อมลู ทผ่ี ใู้ ชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ นยิ มใช้ ซึ่งช่วยสร้างการตระหนักรบั รู้ (awareness) และเปน็ ประโยชนต์ อ่ ภาพลกั ษณ์
ของสินคา้ และธุรกิจมากกว่า
(2) สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือท่ีเหมาะสมทั้งด้านต้นทุนและด้านกลยุทธ์ในการติดต่อสื่อสารและเข้าถึงตลาดท่ีมีลักษณะ
เฉพาะกลุ่มย่อยๆ และมีความเฉพาะเจาะจงตามไลฟ์สไตล์ท่ีมีจำนวนมากข้ึนในปัจจุบัน ซ่ึงเป็นประโยชน์ต่อเน่ืองจากการท่ีการ
ทำตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าส่ือโฆษณาด้ังเดิม และความสามารถในการตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภค
ท่มี ีความเฉพาะเจาะจงมากขนึ้ โดยเฉพาะธุรกจิ ทมี่ ีสินคา้ และบริการหลากหลาย
ส่ือสังคมออนไลน์สร้างช่องทางการสื่อสารกับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มได้มากกว่า และช่วยให้ธุรกิจตอบสนองบริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
เพราะสามารถส่ือสารข้อมูลถึงลูกค้าได้เฉพาะกลุ่มมากกว่า พร้อมกับทราบความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มในขณะเดียวกัน
ซงึ่ แตกตา่ งจากสอ่ื โฆษณาแบบดงั้ เดมิ ทม่ี ขี อ้ จำกดั เรอื่ งคา่ ใชจ้ า่ ยตอ่ เวลาในการทำการตลาด การมงุ่ เนน้ ไปในทกุ สนิ คา้ และบรกิ ารของ
ธุรกิจจึงเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ เม่ือเปรียบเทียบกับส่ือด้ังเดิมแล้ว ส่ือสังคมออนไลน์มีพื้นที่มากกว่าในการส่ือสารกับผู้บริโภค
โดยเฉพาะสำหรบั สินคา้ และบรกิ ารทม่ี คี วามซบั ซอ้ นมาก ซ่ึงรวมถงึ การตอบคำถามและคำวจิ ารณต์ า่ งๆ จากผู้บรโิ ภค

12

EIC l Economic Intelligence Center

8 การใช้ Facebook เป็นช่องทางทเ่ี ขา้ ถึงผู้บรโิ ภคแตล่ ะกลมุ่
ท่ีมีลักษณะเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

เปรยี บเทียบลักษณะการตลาดผ่านโทรทศั น์และสื่อสงั คมออนไลน์

1 ภขอาพงยAนIตSรโ์ ฆษณาโทรทัศน์ 7Fบaรcกิ eารbขoอoงk AแIฟSน(เอพยจ่าขงอนง้อสยิน)ค้าและ

“สายใยรกั ครอบครัว” One2Call แนะนำบริการเสริม AIS

บรAกิ ISารASเeIสSreรnมิPadrAeivICiSlBleulagbAcekAIBSISeriLrPyifhefrsootnymleeAIS

ที่มา: การวิเคราะห์โดย SCB EIC

(3) เป็นช่องทางที่สำคัญสำหรับสินค้าและบริการที่ข้อมูลด้านประสบการณ์จริงเป็นปัจจัยสำคัญในการทำตลาด
โดยเฉพาะกลมุ่ ธรุ กจิ บรกิ าร เนอื่ งจากคณุ ภาพของการบรกิ ารไมส่ ามารถแสดงใหเ้ หน็ ไดด้ ว้ ยรปู ลกั ษณแ์ ละหนว่ ยวดั เหมอื นสนิ คา้
ท้งั นี้ การบอกต่อถือเป็นปัจจยั หลกั ในการตดั สนิ ใจซื้อมากถึง 20-50% (หนงั สอื พมิ พป์ ระชาชาติธุรกิจ 19-22 พฤษภาคม 2011 จาก
การสำรวจของแมคคินซีย์แอนด์คอมปะนี) โดยกระแสดังกล่าวส่วนหน่ึงเป็นผลมาจากการต่อต้านโฆษณาที่เกินจริง และเห็นว่า
ประสบการณจ์ ากผทู้ ่ใี ชส้ นิ คา้ และบรกิ ารโดยตรงนน้ั มีแนวโน้มทจี่ ะใหข้ ้อมลู ทป่ี ราศจากอคตมิ ากกวา่ ส่งผลใหก้ ารบอกตอ่ กลายเปน็
ขอ้ มลู ทม่ี คี วามสำคญั มากขน้ึ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งและกวา้ งขวางมากขน้ึ ตง้ั แตม่ ยี คุ อนิ เทอรเ์ นต็ เพราะทำใหผ้ บู้ รโิ ภคหาขอ้ มลู ประสบการณ์
และการรีววิ ต่างๆ ได้ง่ายขนึ้ มาก
หากเปรียบเทียบความจำเป็นของการตลาดแบบบอกต่อแล้ว ธุรกิจบริการดูจะมีแนวโน้มต้องให้ความสำคัญมากกว่าธุรกิจขาย
สินค้า เพราะในการเลือกซ้ือสินค้าต่างๆ น้ัน มีลักษณะท่ีเป็นรูปธรรมชัดเจนมากกว่าในการเปรียบเทียบสินค้าแต่ละย่ีห้อหรือ
แตล่ ะแบบ ยกตวั อยา่ งเชน่ การเลอื กซอ้ื โทรทศั นน์ น้ั ผบู้ รโิ ภคสามารถพจิ ารณาเปรยี บเทยี บคณุ ลกั ษณะตา่ งๆ ของแตล่ ะยหี่ อ้ ไดจ้ ากขอ้ มลู
ทเี่ ปน็ หน่วยวดั ชัดเจน เชน่ ระบบภาพ ความละเอียดของจอ ระบบเสียง ขนาด ยห่ี อ้ เป็นต้น ในขณะทธ่ี ุรกจิ บรกิ ารน้ันไมส่ ามารถ
ทำการตลาดด้วยข้อมูลแบบนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น ร้านนวดแผนไทยน้ันให้ข้อมูลสำหรับลูกค้าได้เพียงว่ามีบริการอะไรบ้าง แต่หาก
จะตอ้ งเปรยี บเทยี บและเลอื กบรกิ ารระหวา่ งสองรา้ นขนึ้ ไปนนั้ จะไมม่ ขี อ้ มลู ทเ่ี ปน็ รปู ธรรมและบอกไดช้ ดั เจนวา่ รา้ นใดดกี วา่ ซง่ึ เปน็
เหตุผลวา่ ทำไมการตลาดแบบบอกตอ่ จึงสำคัญกับธรุ กจิ บริการมากกว่า

13

EIC l Economic Intelligence Center

ทง้ั น้ี การใชส้ อ่ื สงั คมออนไลนเ์ พอ่ื ใหเ้ กดิ การบอกตอ่ ของธรุ กจิ บรกิ ารจำเปน็ ตอ้ งกระตนุ้ ใหผ้ บู้ รโิ ภคแบง่ ปนั ประสบการณ์ รวมถงึ ตดิ ตาม
สื่อสังคมออนไลน์ประเภทที่เป็นสาธารณะ เพราะในบางกรณีสื่อสังคมออนไลน์ประเภทเว็บบอร์ดและ blog อาจจะเหมาะสม
มากกวา่ เนื่องจากเป็นเวทสี าธารณะท่เี ขา้ ถึงไดง้ ่าย และผู้ใช้ท่ัวไปสามารถแสดงความเห็นได้เลย ในขณะที่ Facebook แฟนเพจ
(fan page) ทต่ี งั้ โดยธรุ กจิ เองจะยงั คงจำกดั อยใู่ นกลมุ่ แฟนเพจ และสว่ นใหญม่ กั เปน็ การใหข้ อ้ มลู จากเจา้ ของธรุ กจิ และการตดิ ตอ่ สอื่
โปรโมช่นั ถึงผ้ทู ่เี ปน็ ลกู ค้า นอกจากน้ี เจา้ ของแฟนเพจยังสามารถลบข้อความทแ่ี ตล่ ะคนเขียนไดอ้ กี ดว้ ย ซึ่งอาจส่งผลใหค้ ำวิจารณ์
ทม่ี ีต่อสินค้าและบริการ หรอื ตอ่ แบรนด์น้ันๆ ไมม่ ีความเปน็ กลาง
อย่างไรก็ตาม ข้อเสียประการหนึ่งของการใช้ส่ือสังคมออนไลน์โดยเฉพาะเพ่ือการโฆษณา คือ ต้องใช้ความพยายามและเวลา
ระยะหน่งึ ในการรวบรวมจำนวนแฟนเพจหรือผ้ตู ดิ ตามรับข่าวสาร เนอ่ื งจากลักษณะของสือ่ สงั คมออนไลน์อยา่ ง Facebook เป็น
การสอื่ สารลกั ษณะแบบกลุ่มทม่ี กี ารเช่อื มโยง หมายความว่าธุรกจิ จะสอ่ื สารกบั ผูบ้ รโิ ภคได้นั้นจำเปน็ ตอ้ งสร้างสมาชกิ ของกลมุ่ กอ่ น
ซง่ึ จำเป็นตอ้ งอาศัยเวลาท่สี มาชกิ ของกลมุ่ จะกระจายไปถึงกลุ่มเพ่ือนของแตล่ ะสมาชกิ ต่อไป
....รวมถึงความเสีย่ งในการเผชญิ กับการเผยแพรป่ ระสบการณท์ ีไ่ มด่ ีตอ่ สินคา้ และบรกิ าร หรอื แม้แตก่ ารกลัน่ แกล้ง เพราะแม้จะ
มคี า่ ใชจ้ า่ ยทน่ี อ้ ยกวา่ ในการใชส้ อื่ สงั คมออนไลนเ์ พอื่ การตลาด แตอ่ าจจะมผี ลเสยี ทก่ี ลายเปน็ ตน้ ทนุ สำคญั ของธรุ กจิ ได้ เนอ่ื งจากสอ่ื
ดงั กลา่ วเออื้ อำนวยใหผ้ บู้ รโิ ภคทเี่ ปน็ แฟนเพจแสดงความเหน็ ไดเ้ ชน่ กนั โดยเฉพาะกรณที ผ่ี บู้ รโิ ภคแบง่ ปนั ประสบการณท์ ไ่ี มด่ จี ากการ
บริโภคสินค้า ซ่งึ รวมถึงการเอารดั เอาเปรียบผ้บู รโิ ภค

14

EIC l Economic Intelligence Center

BOX: บทบาทส่อื สงั คมออนไลนใ์ นการเมอื งไทย

ผู้ใช้ Facebook ทีม่ ีสทิ ธิเลือกตั้งคดิ เป็นเกอื บหนงึ่ ในห้าของผู้มสี ิทธเิ ลือกตง้ั ทง้ั หมดท่วั ประเทศ โดยจากขอ้ มูลของ Facebook
พบวา่ จำนวนผู้ใช้ Facebook ในไทยเพิ่มข้ึนอยา่ งรวดเรว็ จากประมาณ 2 ล้านคนในปี 2009 มาเปน็ 9.8 ล้านคน ในปี 2011
(ณ เดือนพฤษภาคม) โดยเป็นกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป หรือ ผู้มีสิทธิเลือกต้ังถึง 8 ล้านคน ซ่ึงคิดเป็นประมาณ 17%
ของผู้มีสิทธเิ ลอื กตง้ั ทั้งหมด (47.3 ลา้ นคน) ดว้ ยความแพรห่ ลายของสอ่ื สังคมออนไลนอ์ ย่าง Facebook ดังกลา่ วจึงดึงดูดใหพ้ รรค
การเมืองหาเสียงผ่านสื่อดังกล่าวอย่างเป็นจริงเป็นจังมากข้ึนในช่วงการเลือกตั้งท่ีผ่านมา ซึ่งนอกจากจะเข้าถึงกลุ่มประชาชนได้
มากแลว้ ยังประหยดั คา่ ใช้จ่ายอกี ด้วย
สื่อสังคมออนไลน์ช่วยแก้ไขข้อจำกัดของสื่อการหาเสียงด้ังเดิม ท้ังน้ี เดิมทีการหาเสียงจะมีช่องทางท่ีเห็นได้ชัดคือ
การพบปะประชาชน การใช้โปสเตอร์โฆษณา โทรทัศน์และวิทยุ และเว็บไซต์ของพรรคการเมือง ซ่ึงมีข้อจำกัดสำคัญคือเร่ือง
ปริมาณเน้ือหาที่จะส่ือถึงประชาชนรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่เว็บไซต์ของพรรคการเมืองแม้จะบรรจุเนื้อหานโยบาย
และผลงานไดม้ ากแต่อาจจะดงึ ดูดแคก่ ลุ่มประชาชนท่ีมีความสนใจหรือเป็นแฟนพันธ์แุ ท้มากๆ ท่จี ะเข้ามาเยย่ี มชมเวบ็ ไซตด์ ังกลา่ ว
ในขณะที่ส่ือสังคมออนไลน์อย่าง Facebook สามารถสื่อทั้งเน้ือหาข้อความ รูปภาพ วีดีโอเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ท่ีมีจำนวนมากได้
ตลอดเวลา ไม่มีค่าใช้จ่ายเพ่ิมเติม และยังอาศัยคุณลักษณะสำคัญของ Facebook ในการกระจายต่อไปได้อีกด้วย นอกจากน้ัน
ยังเป็นสื่อสองทางที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถซักถามและแสดงความเห็นตอบกลับมา และพรรคการเมืองสามารถชี้แจง
อธบิ ายและตอบกลับได้ในทันที ยงิ่ ไปกว่าน้ัน ความสามารถในการใชส้ ่อื ดงั กลา่ วผ่านโทรศัพทม์ อื ถอื ยงั ส่งผลใหพ้ รรคการเมืองหรอื
ผู้ลงสมคั รใชช้ ่องทางสื่อสงั คมออนไลนด์ ังกลา่ วไดท้ กุ ท่ที ุกเวลา
นอกจากนี้ ยงั เป็นหนึง่ ในปัจจัยแห่งความสำเรจ็ ในการเลือกตั้งในหลายประเทศ การใช้ Facebook ในการรณรงคห์ าเสียงไมใ่ ช่
เรื่องใหม่ ในการรณรงค์หาเสียงของประธานาธบิ ดีบารัค โอบามา ในปี 2007 Facebook มีส่วนสำคัญอย่างย่งิ ในการเพิม่ การเข้า
ถงึ ประชาชน รวมถึงการเพ่มิ เมด็ เงนิ ท่ีไดจ้ ากการบรจิ าคเพ่ือใชใ้ นการรณรงคห์ าเสยี ง ลา่ สดุ การเลือกตงั้ ท่วั ไปในสิงคโปร์ เม่ือเดือน
พฤษภาคม 2011 ซึ่งแม้ว่าพรรค People’s Action Party (PAP) ซึง่ เปน็ พรรคการเมอื งใหญ่ท่ีสุดจะยงั คงรกั ษาเสยี งสว่ นใหญ่ไวไ้ ด้
แตเ่ ปน็ ครงั้ แรกตงั้ แตส่ งิ คโปรไ์ ดร้ บั เอกราชจากองั กฤษในปี 1965 ทพ่ี รรคฝา่ ยคา้ นไดร้ บั การเลอื กตง้ั เขา้ มาถงึ 6 ทน่ี ง่ั โดย Facebook
เป็นเครือ่ งมือสอ่ื สารหลกั ทที่ างผู้สมคั รของพรรคฝา่ ยคา้ นใชใ้ นการรณรงคห์ าเสียง
การใช้ส่ือสังคมออนไลน์คงไม่จบแค่การใช้ในการหาเสียงเลือกต้ัง แต่จะมีบทบาทมากข้ึนในการเมืองของไทย บทบาทของ
Facebook จะไม่จำกัดแค่เฉพาะการเลือกต้ังท่ัวไป แต่น่าจะกลายเป็นเหมือนอีกเวทีหน่ึงที่สำคัญในการเลือกตั้งทุกระดับ รวมท้ัง
กลายเปน็ ชอ่ งทางถาวรในการสอื่ สารระหวา่ งพรรคการเมอื งและประชาชน รวมถงึ การโตต้ อบระหวา่ งพรรคการเมอื งดว้ ยกนั เอง ซง่ึ
อาจจะกลายเปน็ เครอื่ งมอื หรอื กลไกหนง่ึ ในการใชต้ ิดตามและตรวจสอบการทำงานของภาคการเมืองอกี ด้วย
…รวมถงึ เปน็ กลไกผลกั ดนั ใหห้ นว่ ยงานราชการบรกิ ารประชาชนไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ ดงั จะเรม่ิ เหน็ วา่ หนว่ ยงานราชการ
ของไทยเริ่มจัดทำหน้าสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถส่งข้อร้องเรียน ขอความช่วยเหลือรวมถึงแสดง
ความเหน็ ตา่ งๆ ได้ ซง่ึ ขอ้ ดสี ำคญั ทแ่ี ตกตา่ งจากการสง่ จดหมายหรอื อเี มล คอื การกลายเปน็ หวั ขอ้ ของสาธารณะทท่ี กุ คนทอ่ี ยใู่ นวงสอ่ื
สังคมออนไลน์สามารถเห็นและมีส่วนร่วมได้ง่ายยิ่งขึ้น และสามารถกลายเป็นกระแสสังคมที่จะช่วยผลักดันให้หน่วยงานราชการ
เรง่ ทำงานใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพมากยิง่ ขึ้นได้

15

EIC l Economic Intelligence Center

3สงั คมออนไลนข์ องธรุ กิจโรงแรมเจาะลกึ ตวั อย่างการใช้สื่อเครือข่าย

อนิ เทอรเ์ นต็ ไดเ้ ปลย่ี นรปู แบบของการวางแผนการทอ่ งเทย่ี วของนกั ทอ่ งเทยี่ วและการดำเนนิ งานของธรุ กจิ ทอ่ งเทย่ี วไปอยา่ งมาก
ธรุ กจิ โรงแรมและตวั แทนทอ่ งเทยี่ วในปจั จบุ นั พงึ่ พาอนิ เทอรเ์ นต็ มากขนึ้ จะเหน็ ไดว้ า่ ระบบการซอ้ื หรอื จองตวั๋ เครอ่ื งบนิ และหอ้ งพกั
ออนไลน์แทบจะกลายเป็นบริการข้นั พนื้ ฐานไปแลว้ ท้ังนี้ รายไดจ้ ากการท่องเทีย่ วออนไลนไ์ มว่ า่ จะเปน็ การจองซือ้ ตัว๋ เครื่องบนิ หรอื
หอ้ งพกั ทางอนิ เทอรเ์ นต็ คดิ เปน็ สดั สว่ นประมาณ 60% ของการทอ่ งเทยี่ วทง้ั หมดสำหรบั นกั ทอ่ งเทยี่ วชาวอเมรกิ นั และคดิ เปน็ สดั สว่ น
43% และ 21% สำหรับนกั ทอ่ งเที่ยวในยโุ รป และเอเชียแปซิฟคิ ตามลำดบั โดยเฉพาะการซอื้ ตวั๋ เครอื่ งบินซ่ึงสดั สว่ นประมาณ
71%2
ความงา่ ยและรวดเรว็ ในการเขา้ ถงึ ขอ้ มลู บนอนิ เทอรเ์ นต็ ทำใหน้ กั ทอ่ งเทยี่ วใชเ้ วลาในการเปรยี บเทยี บราคามากขนึ้ เพอื่ ใหไ้ ดร้ าคาท่ี
คมุ้ คา่ ทสี่ ดุ ดงั จะเหน็ ไดว้ า่ การจองซอื้ หอ้ งพกั ในนาทสี ดุ ทา้ ย (last minute booking) มมี ากขน้ึ โดยผลการสำรวจโดย hotelbook.com
พบว่าสัดส่วน 20% ของนักท่องเท่ียวจองห้องพักเพียง 5 วันล่วงหน้า นอกจากน้ีผลการศึกษาโดย Google ยังช้ีให้เห็นว่า
นกั ทอ่ งเที่ยวใชเ้ วลาค้นหาข้อมูลการท่องเทีย่ วลว่ งหนา้ นานถงึ 18 สปั ดาห์ จึงทำการจองทีพ่ ัก ทง้ั นี้ พฤตกิ รรมดงั กล่าวอนั เปน็ ผล
มาจากความแพร่หลายและความรวดเร็วของข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตส่งผลให้โรงแรมต้องทำโปรโมช่ันส่วนลดเป็นรายวันโดยจำกัด
จำนวนเพอ่ื ดงึ ดดู ลกู คา้ ไดง้ า่ ยขนึ้ ผลลพั ธท์ สี่ ง่ ผลกระทบตอ่ โรงแรม คอื ธรุ กจิ โรงแรมตอ้ งตน่ื ตวั ตลอดเวลาเพราะจะหวงั พงึ่ การจอง
ลว่ งหนา้ นานๆ ไดน้ อ้ ยลงและเผชญิ การแขง่ ขนั ทส่ี งู ขน้ึ โดยทางออก คอื อาจจะตอ้ งหาเครอื ขา่ ยพนั ธมติ รกบั บรษิ ทั ตวั แทนทอ่ งเทย่ี ว
หรือโรงแรมอ่นื ๆ ใหไ้ ด้มากข้นึ หรืออกี ทางหน่ึง คอื สรา้ งความแตกตา่ งให้เปน็ ท่ตี ้องการของตลาดมากทีส่ ดุ
โดยเฉพาะการหาข้อมูลเพื่อการวางแผนการท่องเที่ยว ปัจจุบันนักท่องเที่ยวหาข้อมูลที่พัก การเดินทางและการท่องเท่ียวต่างๆ
ทางอนิ เทอร์เนต็ มากกว่าเวบ็ ไซต์บรษิ ัทตวั แทนทอ่ งเทยี่ ว (online travel agency: OTA) โดยผลสำรวจของ Google รายงานว่า
การคน้ หาขอ้ มลู ท่องเท่ียวผา่ น search engine มสี ัดส่วนมากขน้ึ เป็นอนั ดบั หนง่ึ แทนทกี่ ารหาขอ้ มูลจาก OTA ต่างๆ และคาดวา่
จะยังคงเพิม่ ขน้ึ อย่างต่อเน่ือง ท้ังนี้ พบว่า 64% ของนกั ทอ่ งเที่ยวพกั ผ่อนและ 65% ของนกั เดนิ ทางเพ่อื ธุรกจิ ใช้ search engine
ในการเร่มิ วางแผนการเดินทาง กระแสนส้ี ่งผลให้ทกุ โรงแรมจำเปน็ ตอ้ งมขี อ้ มูลแสดงอยใู่ นอนิ เทอร์เนต็ ไมท่ างใดกท็ างหน่งึ ไม่วา่ จะ
เป็นในรูปแบบเว็บไซต์ของตนเอง แบนเนอรโ์ ฆษณา หนา้ ตาและรายชอื่ ในเวบ็ ไซตข์ องบรษิ ัทตวั แทนท่องเท่ียวตา่ งๆ รวมไปจนถงึ มี
การกลา่ วถงึ ในเว็บบอร์ดและสังคมออนไลน์ต่างๆ
ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจท่องเท่ียวโดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและท่ีพักต้องสร้างพ้ืนที่ของตนเองในโลก
อินเทอร์เน็ต ท้ังนี้ จะสังเกตได้ว่าธุรกิจโรงแรมของไทยในทุกแหล่งท่องเท่ียวมีเว็บไซต์ทางการของตนเองคิดเป็นสัดส่วนเกือบ
100% โดยเฉพาะโรงแรมระดับบน เพอื่ เป็นแหลง่ ข้อมูลให้กบั นักทอ่ งเทย่ี ว อย่างไรก็ตาม โลกอินเทอรเ์ น็ตปจั จบุ ันก้าวไกลไปกวา่
การใช้เวบ็ ไซต์ของธุรกิจเปน็ แหลง่ ข้อมลู แหล่งเดียว แตก่ ารเกิดขนึ้ ของ web 2.0 ท่เี ออื้ อำนวยการส่ือสารทง้ั สองทางช่วยให้ข้อมูล
ด้านการท่องเท่ยี วสามารถหาได้จากทกุ ที่ ตัวอย่างทีเ่ ห็นได้ชัดเจน คอื การเลา่ ประสบการณก์ ารทอ่ งเท่ยี วรวมถึงการโพสต์รปู ภาพ
ของนักท่องเท่ียวในเว็บบอรด์ ตา่ งๆ แนวโนม้ พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ธรุ กิจทอ่ งเที่ยวตอ้ งขยายพื้นที่ในโลกอินเทอร์เน็ตใหม้ ากขน้ึ
ดงั จะเหน็ ไดว้ า่ ธรุ กจิ โรงแรมทงั้ 100% จะตอ้ งรว่ มมอื กบั บรษิ ทั ตวั แทนทอ่ งเทยี่ วออนไลน์ (OTA) ในการเพม่ิ ชอ่ งทางการขายหอ้ งพกั
รวมไปถงึ การสรา้ งแบนเนอรโ์ ฆษณาตามเว็บไซต์ทไี่ ดร้ ับความนยิ มตา่ งๆ จนถงึ ปจั จบุ นั ทเ่ี ป็นยุคบมู ของสอ่ื สงั คมออนไลน์

2 ข้อมลู จาก “European Online Travel Overview” โดย PhoCusWright และ PricewaterhouseCoopers (PWC)
16

EIC l Economic Intelligence Center

กระแสความนยิ มในสอ่ื สงั คมออนไลนย์ ง่ิ ชว่ ยใหธ้ รุ กจิ ทอ่ งเทยี่ ว เชน่ โรงแรมมคี วามใกลช้ ดิ กบั ลกู คา้ มากขน้ึ ไปอกี จงึ เปน็ ชอ่ งทาง
“การประชาสมั พนั ธ”์ ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพมากกวา่ เวบ็ ไซตท์ างการของโรงแรมซง่ึ ดเู หมอื นจะทำหนา้ ทเี่ ปน็ ตวั แทนขายทใ่ี หข้ อ้ มลู หลกั ๆ
ของสินค้าและบริการมากกว่า โดยเฉพาะอย่างย่ิงในยุคท่ีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตใช้เวลาอยู่กับส่ือสังคมออนไลน์มากกว่ารูปแบบอื่นๆ
โดยการสำรวจของเดอะ นลี เส็น คอมปะนี พบวา่ ผู้ใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตใช้เวลาอยู่กับ Facebook โดยเฉลี่ยมากกวา่ 6 ชัว่ โมงต่อเดือน
ในการสำรวจเม่อื เดอื นเมษายน 2011 ท่ีผา่ นมา สงู กว่าเว็บไซตต์ ่างๆ ไมว่ า่ จะเป็น MSN, Yahoo หรือแม้แต่ YouTube และ
Google
ธรุ กจิ โรงแรมในไทยยงั ใชส้ อื่ สงั คมออนไลนไ์ มม่ าก โดยเฉพาะเมอื่ เทยี บกบั การสรา้ งเวบ็ ไซต์ โดยปจั จบุ นั โรงแรมในไทยมี Facebook
แฟนเพจหรือ Twitter account ของตวั เองคิดเป็นสัดสว่ นเพียงประมาณ 60% ทัง้ นี้ จากสถิติ พบอกี ว่าโรงแรมในแหลง่ ท่องเทีย่ ว
ของนักทอ่ งเทีย่ วต่างชาติ เช่น ภเู ก็ตและพัทยา มอี ตั ราการใช้ Facebook ประมาณ 59% ในขณะทโี่ รงแรมในแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วของ
คนไทย เช่น เขาใหญแ่ ละกาญจนบุรี มีการสรา้ งหน้า Facebook แฟนเพจ คดิ เป็นสัดสว่ นประมาณ 71%

9 ธุรกิจโรงแรมในไทยยงั ใช้
สอื่ สงั คมออนไลนไ์ ม่มากนกั

สดั สว่ นโรงแรมทีม่ เี วบ็ ไซตเ์ ปน็ ทางการและใชส้ ่อื สังคมออนไลน์
หน่วย: %

มีเวบ็ ไซตท์ างการ มTwี Fiattceerbook หรอื มขอีกงาโรรใงชแ้เพรม่ือการตลาด
99%
แนหักลตท่งา่ ทอ่ง่อชงเงาทเตท่ียิ ยี่วว 59% 85%

แนหักลคท่งนท่อไ่องทเงทยเท่ียี่ยวว 99% 71% 72%

ท่มี า: การรวบรวมและวิเคราะห์ขอ้ มูลโดย SCB EIC

17

EIC l Economic Intelligence Center

แมโ้ รงแรมในแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วของคนไทยจะมอี ตั ราการใชส้ อ่ื สงั คมออนไลนม์ ากกวา่ แตโ่ รงแรมในแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วของชาวตา่ งชาติ
ใชส้ ื่อดงั กล่าวเพ่ือทำการตลาดมากกวา่ ทง้ั น้ี ในบรรดาโรงแรมในแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วของคนไทยท่มี ี Facebook แฟนเพจ จะพบว่ามี
การใช้สอ่ื ดงั กลา่ วทำการตลาดของโรงแรมเพียง 72% ไมว่ า่ จะเปน็ การแจ้งขา่ วสาร การมอบสว่ นลด การโพสตร์ ปู ภาพสมำ่ เสมอ
รวมไปถึงการโฆษณากิจกรรมต่างๆ ของโรงแรมและลูกค้า ในขณะที่โรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติท่ีแม้จะมีสัดส่วน
การใชส้ ่อื ดงั กลา่ วนอ้ ยกว่า แต่ก็ถกู ใชเ้ พื่อทำการตลาดอยา่ งจริงจังถงึ 85% ของโรงแรมท่มี หี น้า Facebook แฟนเพจ

โรงแรมระดบั บนใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ และสอ่ื สงั คมออนไลนม์ ากกวา่ โรงแรมระดบั รองลงมา โดยโรงแรมระดบั 4-5 ดาวทกุ โรงแรมทที่ ำ
การสำรวจมเี ว็บไซต์อย่างเปน็ ทางการของตนเอง ในขณะที่โรงแรมระดบั 3 ดาวลงมาบางโรงแรมไม่มกี ารจดั ทำเวบ็ ไซตอ์ ย่างเปน็
ทางการของตนเอง แตเ่ ลือกทจ่ี ะใช้บริการบรษิ ทั ตัวแทนทอ่ งเทีย่ วแทน เชน่ เดยี วกับการใชส้ ่อื สังคมออนไลน์ทีพ่ บว่า โรงแรมระดับ
3 ดาวมีการใช้ Facebook แฟนเพจเพียงครึ่งเดียวของจำนวนท่ีทำการสำรวจ และโรงแรมระดับต่ำกว่า 3 ดาวมี Facebook
แฟนเพจเพียงประมาณ 30%

10 โรงแรมระดบั บนมสี ดั สว่ นการใชอ้ ินเทอรเ์ นต็
และสอ่ื สงั คมออนไลน์มากกวา่

สัดสว่ นโรงแรมทมี่ เี วบ็ ไซตเ์ ป็นทางการและใชส้ อื่ สังคมออนไลนแ์ ยกตามระดบั ดาว
หน่วย: %

มเี ว็บไซต์ทางการ Tมwี Fiattceerbook หรอื มขอีกงาโรรใงชแเ้ พรมอื่ การตลาด
97% 87%
5 ดาว 100% 94%
4 ดาว 100% 76%
3 ดาว 98% 51% 75%
ตำ่ กวา่ 3 ดาว 88% 31% 75%

ท่ีมา: การรวบรวมและวเิ คราะหข์ อ้ มลู โดย SCB EIC

18

EIC l Economic Intelligence Center

นอกจากนี้ หากมองในเชิงผลตอบรับต่อการใช้ส่ือสังคมออนไลน์แล้วจะพบว่าโรงแรมระดับบนในแหล่งท่องเที่ยวของ
นกั ทอ่ งเทีย่ วตา่ งชาตมิ ผี ลตอบรับท่ีดกี ว่า โดยสงั เกตจากจำนวนแฟนทเี่ ป็นสมาชกิ Facebook แฟนเพจของโรงแรมท่ีมากกวา่ โดย
มจี ำนวนเฉลย่ี ประมาณ 1,500 คน นอกจากน้ี จำนวนแฟนโดยเฉลย่ี สว่ นหนง่ึ ยงั สอ่ื ใหเ้ หน็ วา่ โรงแรมในแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วของชาวตา่ งชาติ
มคี วามจรงิ จงั ในการทำการตลาดผา่ นสอ่ื สงั คมออนไลนม์ ากกวา่ และไดผ้ ลตอบรบั มากกวา่ โดยวดั จากจำนวนสมาชกิ ของแฟนเพจท่ี
มากกว่าของโรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวของคนไทยประมาณ 2 เท่า ทั้งน้ี ความจริงจังในการให้ความสำคัญกับสื่อสังคมออนไลน์
ส่วนหนึ่งสามารถสังเกตได้จากความเชื่อมโยงของเว็บไซต์ทางการและหน้า Facebook ของโรงแรม โดยโรงแรมระดับ 5 ดาว
สว่ นใหญจ่ ะสร้างจดุ เชื่อมโยง (link) ผ่านสัญลกั ษณ์ของ Facebook ไวใ้ นหนา้ เวบ็ ไซตท์ างการของโรงแรมเสมอ ในขณะทโี่ รงแรม
ระดบั รองลงมานน้ั จะพบวา่ เวบ็ ไซตท์ างการและสอ่ื สงั คมออนไลนแ์ ยกออกจากกนั อยา่ งสน้ิ เชงิ อกี ทง้ั เวบ็ ไซตส์ ว่ นมากไมม่ กี ารปรบั ปรงุ
พัฒนามากนัก ขอ้ มูลของหลายเวบ็ ไซต์ยังเปน็ ขอ้ มูลเก่า ย่งิ ไปกว่านัน้ Facebook แฟนเพจจำนวนหนงึ่ ของโรงแรมระดับลา่ งเป็น
การจัดสรา้ งไว้เท่านนั้ ไม่มสี มาชิก

11 โรงแรมระดับบนในแหล่งท่องเท่ียวของชาวต่างชาติไดร้ บั
ผลตอบรับท่ีดจี ากการใชส้ ื่อสงั คมออนไลนม์ ากกวา่

จำนวนเพือ่ นหรือแฟนเพจโดยเฉลย่ี ของ Facebook ของโรงแรม
หน่วย: คน

97 1,007 1,504
570 542 447

358 609
26
22

แหลค่งนทไอ่ ทงยเทีย่ ว แหลตง่า่ ทง่อชงาเตทิ ย่ี ว

ทมี่ า: การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลโดย SCB EIC

19

EIC l Economic Intelligence Center

ความสมำ่ เสมอในการโพสตท์ ง้ั ของธรุ กจิ และสมาชกิ ของแฟนเพจเปน็ ปจั จยั สำคญั ของการใชส้ อ่ื สงั คมออนไลนอ์ ยา่ ง Facebook
ของโรงแรม เมื่อเปรียบเทียบ Facebook แฟนเพจของโรงแรมท่ีมีจำนวนสมาชิกมากและท่ีมีจำนวนสมาชิกน้อยแล้วจะพบว่ามี
ลกั ษณะสำคญั ทแ่ี ตกตา่ งกนั หลายอยา่ ง โดยจดุ ทแี่ ตกตา่ งอยา่ งมาก คอื ความสมำ่ เสมอในการโพสตข์ องเจา้ ของเพจ ซง่ึ พบวา่ แฟนเพจ
ของโรงแรมที่มจี ำนวนสมาชกิ มากนน้ั มกี ารโพสต์ของโรงแรมเฉลยี่ ประมาณสัปดาห์ละหน่ึงคร้งั และส่วนมากเป็นการโพสตเ์ กีย่ วกับ
กิจกรรมของโรงแรมและภาพวิวทิวทัศนข์ องโรงแรมและแหลง่ ท่องเที่ยวเปน็ หลัก ตรงข้ามกบั แฟนเพจของโรงแรมท่มี ีสมาชกิ น้อย
จะพบวา่ ไมม่ ีการโพสตข์ องโรงแรมอยา่ งสมำ่ เสมอ บางโรงแรมมีการโพสตล์ ่าสุดเม่ือ 12 เดอื นที่ผ่านมา
การโพสตเ์ กย่ี วกบั กจิ กรรมของโรงแรมหรอื กจิ กรรมในแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วใกลเ้ คยี งเปน็ ตวั จดุ ประเดน็ ความสนใจใหส้ มาชกิ เขา้ มารว่ ม
พดู คยุ ไดม้ าก ยกตวั อยา่ งเชน่ การจดั คอนเสริ ต์ ในแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วใกลเ้ คยี งเปน็ ตวั จดุ ประเดน็ ใหส้ มาชกิ เขา้ มาพดู คยุ ในแฟนเพจของ
ทางโรงแรมมากข้นึ เช่น การสอบถามและจองหอ้ งพัก การเดินทางจากโรงแรมไปยังคอนเสริ ์ต และโปรโมชั่นของโรงแรม เปน็ ต้น
เชน่ เดยี วกบั กรณกี ารเกดิ ประเดน็ ขา่ วตา่ งๆ ทท่ี ำใหห้ นา้ แฟนเพจของโรงแรมมกี ารพดู คยุ สอื่ สารมากขนึ้ ไดท้ นั ที ดงั กรณขี า่ วคนื พน้ื ที่
เขตปา่ สงวนบรเิ วณวงั น้ำเขียวที่สง่ ผลให้มกี ารพูดคุยและตอบคำถามระหวา่ งโรงแรมและแฟนเพจผ่านสอื่ สังคมออนไลน์
ส่ือสังคมออนไลน์ของโรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติได้รับความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากสมาชิกมากกว่า
ซงึ่ สว่ นมากเปน็ การแบง่ ปนั ขอ้ ความ ประสบการณ์ รปู ภาพจากนกั ทอ่ งเทยี่ วตา่ งชาติ ซงึ่ สว่ นหนงึ่ สง่ ผลใหโ้ รงแรมในแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว
ของชาวต่างชาติมักจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักของหน้าสื่อสังคมออนไลน์ ในขณะท่ีโรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวของคนไทยใช้
ภาษาไทยเปน็ หลกั ยกเวน้ โรงแรมระดบั บนทใ่ี ชภ้ าษาไทยควบคกู่ บั ภาษาองั กฤษ อยา่ งไรกต็ าม เนอ้ื หาในหนา้ Facebook ของโรงแรม
ไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นการโพสต์โดยโรงแรมเอง โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการโพสต์รูปมุมต่างๆ ของโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยว
ใกลเ้ คยี ง และยงั ไมม่ ีการใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ของ Facebook ในการทำกิจกรรมของโรงแรม ยกตัวอย่างเช่น การให้จับรางวลั สำหรบั
ผู้แสดงความเหน็ หรือโพสต์รูป แต่มกั จะเป็นการโฆษณาส่วนลดเลยมากกว่า
อย่างไรก็ตาม จากตัวอย่างที่สำรวจ ยังไม่มีโรงแรมใดสร้างช่องทางการจองห้องพักผ่านทางหน้าส่ือสังคมออนไลน์ แต่จะเป็น
สร้างจุดเช่ือมโยงไปยังเว็บไซต์ทางการของโรงแรมมากกว่า โดยส่วนใหญ่โรงแรมจะใส่จุดเช่ือมโยงไปยังเว็บไซต์ของโรงแรมท่ีมี
ระบบสนับสนุนการจองห้องพักออนไลน์ใต้รูปภาพหรือข้อความโฆษณากิจกรรมต่างๆ ของโรงแรมเสมอ แต่ยังไม่มีหน้าสื่อสังคม
ออนไลน์ของโรงแรมใดท่ีทำการสำรวจมีการพัฒนาแอพพลิเคช่ันการจองห้องพักออนไลน์โดยตรง ทั้งนี้ ส่วนหน่ึงเน่ืองมาจาก
การจัดทำบริการดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่ายเกิดข้ึนและเป็นบริการท่ีซ้ำซ้อนกับหน้าเว็บไซต์ของโรงแรม อย่างไรก็ตาม ด้วยพฤติกรรม
ท่ีผู้ใช้นิยมใช้เวลาอยู่กับส่ือสังคมออนไลน์มากกว่ารูปแบบอื่นๆ บนอินเทอร์เน็ตน้ัน อาจส่งผลให้มีรูปแบบการซ้ือขายในสื่อสังคม
ออนไลนโ์ ดยตรงในอนาคตมากขนึ้ เพอื่ เปน็ การเพม่ิ ความสะดวกสบายใหผ้ ใู้ ชไ้ มจ่ ำเปน็ ตอ้ งเปลยี่ นหนา้ ไปไหน ดงั เชน่ บางสายการบนิ
ในยุโรปตะวนั ออก (Delta และ easyJet) ท่ีพัฒนาใหท้ ำการซ้อื ขายตว๋ั เคร่อื งบนิ ในหนา้ Facebook ได้โดยตรง เป็นต้น

20

EIC l Economic Intelligence Center

4สงั คมออนไลนใ์ นอนาคตข้างหน้าแนวทางสำหรบั ธรุ กจิ ในยุคส่อื เครือขา่ ย

ตัวอย่างความสำเร็จจากการใช้ส่ือสังคมออนไลน์ของบริษัทช้ันนำของโลกและบริษัทท่ีมีการเติบโตสูงจะยิ่งทำให้ธุรกิจใช้ประโยชน์
จากส่ือสังคมออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้มีการแข่งขันทางการตลาดท่ีรุนแรงมากข้ึนไปอีก ซึ่งธุรกิจไทยต้องก้าวตามให้ทัน ทั้งน้ี
ในอนาคตข้างหนา้ จะมแี นวโนม้ และกระแสทน่ี ่าจบั ตามองอยา่ งนอ้ ย 4 กระแสท่ธี ุรกิจควรใหค้ วามสำคัญ

12 แนวโนม้ และกระแสสำคัญ
สำหรบั โลกออนไลนใ์ นอนาคต

ท่มี า: การวเิ คราะห์โดย SCB EIC

1. การใช้อินเทอร์เน็ตทางโทรศัพท์มือถือจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับจำนวนผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook
ในไทยท่มี แี ต่แนวโนม้ ทจ่ี ะเพ่มิ ขึ้น ในชว่ งท่ผี า่ นมาจำนวนผู้ใช้ Facebook ในไทยมีอัตราการเพ่ิมขนึ้ สงู ติด 10 อันดับแรกของโลก
และเติบโตเป็นอันดับหน่ึงในอาเซียน โดยเพ่ิมข้ึนกว่า 300% ในช่วง 12 เดือนท่ีผ่านมา และยังมีแนวโน้มขยายตัวเพ่ิมขึ้นอีก
โดยเฉพาะการใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือสังเกตได้จากแนวโน้มการเพิ่มข้ึนของผู้ใช้ smartphone ท้ังนี้ ผลการสำรวจโดย
เดอะนลี เสน็ คอมปะนีพบวา่ 47%ของผสู้ ำรวจทย่ี งั ไมใ่ ช้smartphoneมแี นวโนม้ ทจ่ี ะซอ้ื ในปนี ้ีนอกจากน้ีมากกวา่ 50%ของผใู้ ชอ้ นิ เทอรเ์ นต็
ตั้งใจจะใช้อินเทอร์เน็ตทางโทรศัพท์มือถือในปีนี้ ซ่ึงสอดคล้องกับกระแสโลกท่ีคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตทาง
โทรศพั ทม์ อื ถอื จะเพม่ิ ขน้ึ จาก 14 ลา้ นคนในปี 2010 เปน็ ประมาณ 788 ลา้ นคนในปี 2015 ทง้ั หมดทง้ั ปวง สอื่ ใหเ้ หน็ วา่ ความสามารถใน
การเข้าถึงผูบ้ รโิ ภคอย่างทนั ทแี ละตลอดเวลาจะมแี นวโนม้ สงู และง่ายข้ึนอีกในอนาคตข้างหนา้
กระแสการใช้อินเทอร์เน็ตทางโทรศัพท์มือถือดังกล่าวจึงไม่ได้เพียงส่งผลให้สื่อสังคมออนไลน์จะมีผู้ใช้ชาวไทยเพ่ิมขึ้นเท่าน้ัน
แต่ยังผลักดันให้ธุรกิจต่างๆ รุกทำการตลาดบนมือถือในรูปแบบอ่ืนๆ มากขึ้นไปอีก เช่น การสร้างความแตกต่างด้วยการพัฒนา
แอพพลิเคช่ันของธุรกิจและบริษัทโดยเฉพาะ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในอนาคตโดยมีการคาดการณ์ว่ารายได้จากการพัฒนา
แอพพลิเคช่นั บนมอื ถือจะเติบโตจาก 2,200 ลา้ นเหรยี ญสหรฐั ฯ ในปจั จบุ ันเปน็ กว่า 37,500 ลา้ นเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2015

21

EIC l Economic Intelligence Center

2. ความรวดเรว็ ของการรบั สง่ ขอ้ มลู ท่ีเพ่ิมขึ้นอย่างมากจะส่งผลใหม้ ีการแชรข์ อ้ มลู ประเภทวดี โี อมากขน้ึ เรมิ่ เห็นได้จากการไดร้ ับ
ความนิยมท่ีเพ่ิมขึ้นอย่างมากของ YouTube อีกท้ังการพัฒนารูปแบบการสนทนาผ่านวีดีโอท่ีกลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของท้ัง
คอมพิวเตอร์ แทบเล็ตและโทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงการพัฒนาโปรแกรมการแชร์วีดีโอออนไลน์ท่ีได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
หลงั จากโปรแกรมแชรร์ ูปภาพไดร้ บั ความนยิ มในทำนองเดยี วกันไปกอ่ นหน้านี้
3. ขอ้ มูลตา่ งๆ ทั้งคำถาม การโต้ตอบ และรูปภาพจากผใู้ ชจ้ ะเปน็ หน่งึ ในขอ้ มูลสำคญั สำหรบั การวางกลยุทธข์ องธุรกจิ (market
insight) ส่ือสังคมออนไลน์เอื้ออำนวยให้ธุรกิจใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น เจ้าของธุรกิจจะทราบว่าผู้บริโภคกล่าวถึงสินค้าและ
บรกิ ารรวมถงึ ตวั บรษิ ทั วา่ อยา่ งไรทง้ั ในทางบวกและทางลบ ชว่ ยใหร้ วู้ า่ สนิ คา้ และบรกิ ารทอ่ี อกไปนน้ั จะประสบความสำเรจ็ มากนอ้ ย
เพียงใด ขณะเดียวกันธุรกิจจะมีโอกาสให้การเข้าร่วมสนทนาโต้ตอบ ซักถามและใช้ความคิดเห็นดังกล่าวในการตัดสินใจเชิงธุรกิจ
ตอ่ ไป ตัวอย่างท่ีเหน็ ไดช้ ัด คอื กรณกี ารเปล่ยี นโลโกแ้ บรนด์เส้อื ผา้ ช่ือดังในสหรฐั ฯ ในปี 2010 ท่ีผา่ นมา ก่อให้เกิดกระแสคำวิจารณ์
ต่อต้านอยา่ งมากในส่อื สังคมออนไลน์ Facebook ของแบรนดซ์ ่ึงมีสมาชกิ กว่า 700,000 คน จนกระทั่งบรษิ ทั ตดั สนิ ใจกลับไปใช้
โลโก้เดิมภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียวหลังจากเปิดตัวโลโก้ใหม่ ในขณะเดียวกัน บริษัทใช้สื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวเป็นโอกาสใน
การฟงั ความคิดเห็นจากกล่มุ ผูบ้ รโิ ภคเกีย่ วกบั การออกแบบโลโกใ้ หม่ เป็นตน้
4. ความประหยัดค่าใช้จ่ายและการมีข้อมูลท่ีเฉพาะเจาะจงจากการใกล้ชิดผู้บริโภคได้มากขึ้น ช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนอง
ความต้องการผ้บู รโิ ภคได้ละเอยี ดมากขึน้ (mass production to customization) การแข่งขนั ทางธรุ กจิ ท่รี นุ แรงมากขน้ึ ทำให้
ธุรกจิ พยายามตอบสนองความต้องการผบู้ ริโภคให้ไดม้ ากที่สดุ อนิ เทอรเ์ นต็ ช่วยประหยดั ค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดไดม้ ากในการ
ตอบสนองพฤติกรรมเฉพาะเจาะจงของผู้บริโภค โดยมีส่ือสังคมออนไลน์ที่ช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลและสามารถออกแบบสินค้าและ
บริการให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ทุกวันน้ีหลายบริษัทใช้อินเทอร์เน็ตเอื้ออำนวยให้ผู้บริโภคสามารถระบุและออกแบบสินค้าที่ตนเอง
ตอ้ งการได้งา่ ยขึน้ ยกตัวอยา่ งเชน่ แบรนดเ์ ส้อื ผา้ รองเท้ากีฬา จนถึงแวน่ ตาแบรนดเ์ นมชือ่ ดังเพิม่ ฟังก์ชนั่ ใหผ้ ู้บริโภคส่งั ซ้อื สินคา้
โดยสามารถเลอื กแบบ สีและรายละเอียดต่างๆ ได้ตามต้องการผา่ นหนา้ เวบ็ ไซต์ของบรษิ ทั เปน็ ต้น
ธุรกิจควรให้ความสำคัญกับกระแสส่ือสังคมออนไลน์ในอินเทอร์เน็ตมากข้ึน มากกว่าเป็นเพียงสีสันทางการตลาด เพราะจาก
ตวั อยา่ งธรุ กจิ โรงแรมในขา้ งตน้ จะเหน็ ไดว้ า่ ยงั ไมม่ กี ารใชส้ อื่ สงั คมออนไลนอ์ ยา่ งจรงิ จงั ทง้ั ๆ ทป่ี จั จบุ นั พฤตกิ รรมการสอ่ื สารระหวา่ ง
ผู้บริโภคด้วยกันส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจบริโภคของผู้บริโภคในปัจจุบันได้มาก และส่ือสังคมออนไลน์ยังเป็นตัวกระตุ้นให้การ
สอ่ื สารระหวา่ งผบู้ รโิ ภคกระจายไปไดไ้ กลมากขนึ้ จะเหน็ ไดว้ า่ ขา่ วโทรทศั นบ์ างขา่ วมแี หลง่ ทม่ี าจากการไดร้ บั ความนยิ มกอ่ นอยา่ งมาก
ในสอ่ื สังคมออนไลนด์ ้วยซำ้ เช่น ขา่ วการสรา้ งจุดชมวิวบนผาเดยี วดาย อำเภอเขาใหญ่ ทม่ี กี ระแสตอ่ ต้านอย่างมากบนเวบ็ บอร์ด
ชื่อดังของไทย ก่อนจะกลายเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ในเวลาถัดมา เช่นเดียวกับภาพยนตร์โฆษณาของบริษัท
ประกันชีวิตท่ีเป็นกระแสดังในส่ือสังคมออนไลน์ก่อนจะมีการออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ท่ัวไป เป็นต้น อีกทั้งปัจจุบันผู้บริโภค
ยังเสพขา่ วได้รวดเรว็ มากขนึ้ จากส่ือสงั คมออนไลน์ เชน่ การใช้ Twitter ของผูส้ ื่อข่าว และรวดเรว็ กว่าสอื่ ดง้ั เดิมท้ังโทรทศั น์ วทิ ยุ
และหนังสือพมิ พท์ ่ไี มส่ ามารถเข้าถึงผู้บรโิ ภคไดต้ ลอดเวลา
จัดสรรงบประมาณสำหรับช่องทางทางการตลาดออนไลน์มากขึ้น ท้ังน้ี แม้ปัจจุบันมูลค่าการใช้จ่ายงบประมาณผ่านส่ือโฆษณา
ทางอินเทอร์เน็ตจะยังมีมูลค่าไม่มากนักโดยคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.4% ของมูลค่าการใช้จ่ายงบประมาณผ่านสื่อโฆษณาทั้งหมด
หรอื นอ้ ยกวา่ สอ่ื โทรทศั นถ์ งึ กวา่ 140 เทา่ ซงึ่ สว่ นหนง่ึ เปน็ ผลมาจากตน้ ทนุ คา่ ใชจ้ า่ ยทถี่ กู กวา่ มาก แตม่ อี ตั ราการเตบิ โตทคี่ อ่ นขา้ งสงู
โดยเตบิ โตประมาณ 70% ในชว่ ง 6 เดือนแรกในปนี ีเ้ ทียบกับปี 2010 ทีผ่ ่านมา ในขณะทบี่ ริษัทในสหรฐั ฯ มกี ารจดั สรรงบประมาณ
การทำการตลาดเกือบ 6% สำหรบั ส่ือสังคมออนไลน์โดยเฉพาะ และคาดวา่ จะเพิ่มเป็นเกอื บ 20% ในอีก 5 ปขี ้างหนา้ 3

3www.emarketer.com based on Duke University’s Fuqua School of Business, “The CMO Survey” commissioned by the American Marketing Association
(AMA), February 11, 2010)
22

EIC l Economic Intelligence Center

เพิ่มตำแหน่งผู้ดูแลสื่อสังคมออนไลน์ของธุรกิจอย่างจริงจัง เพราะการสื่อสารระหว่างผู้บริโภคในส่ือสังคมออนไลน์ไม่ได้มี
เฉพาะดา้ นบวกเทา่ นนั้ และแมธ้ รุ กจิ จะไมไ่ ดใ้ ชโ้ ดยตรงแตจ่ ะไมส่ ามารถหลกี เลยี่ งผลกระทบจากสอ่ื สงั คมออนไลนไ์ ดอ้ ยดู่ ี เพราะสอื่
ดังกล่าวเอ้ืออำนวยให้ผู้บริโภคท่ีเป็นแฟนเพจแสดงความเห็นได้เช่นกัน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่ในเฉพาะหน้าแฟนเพจของธุรกิจเท่าน้ัน
แตผ่ บู้ รโิ ภคทมี่ คี วามสนใจและความเหน็ ตอ่ เรอื่ งเดยี วกนั สามารถสรา้ งแฟนเพจขนึ้ มาเพอื่ เรอื่ งดงั กลา่ วโดยเฉพาะเจาะจงได้ ตวั อยา่ ง
ทเ่ี หน็ ไดช้ ัด คอื กรณีกล่มุ คนต่อตา้ นการใหบ้ รกิ ารของโรงภาพยนตร์แห่งหนึง่ สรา้ ง Facebook แฟนเพจขึ้นมา โดยมีสมาชกิ หรือ
แฟนเพจกว่าหม่ืนคนร่วมแสดงความเห็นทางลบต่อการให้บริการธุรกิจโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งจนกลายเป็นกระแสกระจายออกไป
อย่างกวา้ งขวางในส่ือสังคมออนไลนด์ ว้ ยกัน ซง่ึ ทา้ ยทส่ี ดุ กลายเปน็ ตัวกระต้นุ ใหบ้ รษิ ัทตอ้ งตอบสนองโดยแตง่ ตง้ั ตัวแทนเพื่อทำการ
ชีแ้ จงและตอบขอ้ คำถามต่างๆ ดังกล่าว เช่นเดยี วกับ Facebook แฟนเพจอย่าง “ลดราคา บอกด้วย” ทีก่ ลายเปน็ ชอ่ งทางศนู ย์
รวมการประชาสมั พนั ธก์ ารตลาดใหท้ กุ แบรนดท์ ก่ี ำลงั ทำโปรโมชน่ั ลดราคาสนิ คา้ เปน็ ตน้ นอกจากน้ี การมผี ดู้ แู ลชอ่ งทางทางการตลาด
สอื่ สงั คมออนไลนโ์ ดยเฉพาะจะมคี วามจำเปน็ มากขนึ้ เพราะมรี ายละเอยี ดปลกี ยอ่ ยคอ่ นขา้ งมากในการมปี ฏสิ มั พนั ธก์ บั กลมุ่ ผบู้ รโิ ภค
ยกตวั อยา่ งเช่น ตอ้ งระวังการโฆษณามากเกนิ ไป (overshare) เพราะเปน็ การทำการตลาดทีเ่ ขา้ ถึงผบู้ ริโภคโดยตรง ซ่ึงถ้ามากเกนิ
ไปจะกอ่ ให้เกิดความรำคาญและร้สู ึกไมด่ ีกบั แบรนดส์ ินคา้ และบรกิ ารของธรุ กจิ ได้ นอกจากน้ี ธรุ กจิ ตอ้ งหาทางสร้างสรรค์ข้อมลู ท่มี ี
คณุ ภาพสูงเพ่ือเข้าถงึ ผู้บรโิ ภคในยคุ ออนไลน์ท่ปี รมิ าณข้อมลู มมี ากจนถึงมากเกินไป
ทั้งน้ีท้ังนั้น ในขณะที่ธุรกิจจะเผชิญการแข่งขันที่มากขึ้นในยุคของการเปิดเสรี ต้ังแต่การทำข้อตกลงการค้าเสรีกับหลายๆ
ประเทศจนถึง ASEAN Economic Community (AEC) ซึง่ สง่ ผลให้การบริหารตน้ ทุนอยา่ งมีประสิทธิภาพกลายเป็นปจั จยั ท่ี
สำคัญของธุรกิจ และทำให้บทบาทของนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มเพิ่มข้ึนในฐานะรูปแบบที่เข้าถึงคนใน
วงกว้างและประหยัดค่าใช้จ่าย ดังจะเห็นได้จากการแข่งขันทางการตลาดท่ีมีรูปแบบต่างๆ หลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นผล
ต่อเน่ืองมาจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโลกยุคดิจิตอลและอินเทอร์เน็ต แม้ปัจจุบันรูปแบบสื่อสังคมออนไลน์ยังไม่ถึงข้ัน
เป็นปัจจัยวิกฤติที่ธุรกิจขาดไม่ได้ แต่ในโลกอนาคตท่ีจะเต็มไปด้วยเด็กในปัจจุบันที่มีความคุ้นเคยกับโลกออนไลน์เป็นอย่างดีน้ัน
คงมคี วามจำเปน็ มากขน้ึ สำหรบั ธรุ กจิ ในการเขา้ ถงึ ผบู้ รโิ ภค ดงั นน้ั การเรมิ่ ตน้ ตงั้ แตว่ นั นดี้ จู ะเปน็ หนทางทด่ี กี วา่ เพราะตอ้ งอาศยั
เวลาในการเรียนรแู้ ละปรับตัวไปเรอื่ ยๆ เพราะรปู แบบในอนาคตอาจจะไมไ่ ดจ้ ำกัดอยู่แค่ส่ือสังคมออนไลน์
คงถึงยคุ ทีธ่ รุ กิจตอ้ งบกุ ไปใหถ้ งึ ทที่ ่ผี ้บู รโิ ภคอยู่ มากกวา่ พยายามชวนเช่อื ให้ผบู้ รโิ ภคเป็นฝ่ายเขา้ มาหาแลว้

23

EIC l Economic Intelligence Center

ผู้จัดทำ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยม) และปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์ จาก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วธิ าน เจริญผล มีประสบการณ์วิจัยเชิงนโยบายและกลยุทธ์กว่า 7 ปี โดยเคยร่วมงานกับสถาบันวิจัยนโยบาย
เศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
[email protected]
(662)544-2478

24

EIC l Economic Intelligence Center

SCB Economic Intelligence Center

ศูนยว์ ิจยั เศรษฐกจิ และธรุ กิจ
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกดั (มหาชน)

วิเคราะหเ์ ศรษฐกจิ และธรุ กจิ เครอื ขา่ ยสัมพันธ์

พรเทพ ชพู นั ธ์ุ ดารากร พิพฒั นกลุ

[email protected] [email protected]
(662)544-3066 (662)544-4006

ปราณิดา ศยามานนท์ วิภสั รา อาภาสกุลเดช

[email protected] [email protected]
(662)544-2705 (662)544-6566

วิธาน เจริญผล จิราพร กฤษฎารกั ษ์

[email protected] [email protected]
(662)544-2478 (662)544-6759

วชิ ชุดา ชุ่มมี บุณยนชุ นลิ ทคช

[email protected] สนบั สนุนงานผู้บรหิ ารระดับสูง
(662)544-1644
[email protected]
เอกสิทธิ์ กาญจนาภิญโญกลุ (662)544-5644

[email protected]
(662)544-3085

มันทนา เลิศชยั ทวี

[email protected]
(662)544-6760

ธนกร ลิม้ วิทยธ์ ราดล

[email protected]
(662)544-6103

Disclaimer : The information contained in this report has been obtained from sources believed to be reliable. However, neither we nor any of
our respective affiliates, employees or representatives makes any representation or warranty, express or implied, as to the accuracy or
completeness of any of the information contained in this report, and we and each of such persons expressly disclaims any and all liability
relating to or resulting from the use of this report or such information by the receipt and persons in whatever manner.

Any opinions presented herein represent the subjective views of ours and our current estimated and judgments which are based on various
assumptions that may be subject to change without notice, and may not prove to be correct.

This report is for the recipient’s information only. It does not represent or constitutes an advice, offer, recommendation, or solicitation by us
and should not be relied as such. We or any of our associates may also have an interest in the companies mentioned herein.

25



EIC l Economic Intelligence Center
27

!: :+H *&: < * č ; 9 Ů)3: !ů 0A!*č/< 9*D0+1 < E-8 @+ < D-
=L i !!+9 :(<D1 E
/ @ 9 + D
@ 9 + +@ D &)3:! + a`i`` Email : [email protected]


Click to View FlipBook Version