1
2 ราชบัญญัติสงเสริมการเรียนรูพ.ศ. 2566 กำหนดใหกรมสงเสริมการเรียนรู มีหนาที่ในการจัด สงเสริม และสนับสนุนการเรียนรูตลอดชีวิต การเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรูเพื่อคุณวุฒิตามระดับ หรือการเรียนรู รูปแบบอื่น โดยมีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาบุคคลใหมีความสมบูรณทั้งร่างการ จิตใจ อารมณ สังคม และ สติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย รูจักสิทธิควบคูกับหนาที่และความรับผิดชอบ ภูมิใจและตระหนัก ในความสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รูจักรักษา ประโยชนสวนรวมและของประเทศชาติ รูจักความพอเพียง มีเหตุผล มีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ใฝเรียนรูมีความรอบรูรอบคอบ ระมัดระวัง มีคุณธรรม และมีความ ซื่อสัตยสุจริต พระ
3 ภาวะปัจจุบันเศรษฐกิจไทยปี 2567 ยังคงมีความเปราะบาง ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่ม มากขึ้นในตลาดโลก ส่งผลให้รายรับ และรายจ่ายของประชนขาดสมดุล เกิดภาระหนี้สิน ทั้งในระบบและนอกระบบ การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งอยู่บน พื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงการรู้จักพึ่งตนเอง ความพอประมาณ พอมีพอกิน พอมีพอใช้ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรมประกอบการวางแผนตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ควรจะเป็น เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอย่าง ยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปลูกฝัง ให้เกิดขึ้นกับทุกคนในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของชาติ เหตุผลข้างต้น ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอสูงเนิน ได้ตระหนัก และเล็งเห็น ความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการค่ายพัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขึ้น เพื่อพัฒนาผู้เรียนใหมีความสมบูรณทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ สังคมและ สติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย รูจักสิทธิควบคูกับหนาที่และความรับผิดชอบ ตระหนักในความสำคัญของความพอเพียง มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ดำเนินชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคง ในกระแสการเปลี่ยนแปลงของเศษฐกิจ ตลอดจนส่งเสริมให้นักศึกษา มีความรู้และความเข้าใจสามารถ ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้องในการดำเนินชีวิตประจำวัน 1. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษา มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง 2. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษา สามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง ใน จาก
4 นักศึกษา สกร.อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 80 คน วันที่ 22 มกราคม 2567 1. แบบสอบถามความคิดเห็น 2. สมุดบันทึกการเรียนรู้บัญชีครัวเรือน Home Accounting 3. สังเกต/สอบถาม
5 1. นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่าง ถูกต้อง 2. นักศึกษาสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง ร้อยละ 80 ของนักศึกษา มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง และ สามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง
6 ในการรายงานผลการประเมินโครงการฯในครั้งนี้ ผู้จัดทำโครงการฯได้ศึกษาค้นคว้าเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะได้นำเสนอตามลำดับต่อไปนี้ 1. หลักสตูรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 3. กรอบแนวทางการจัดการศึกษา งบอุดหนุน กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป็นหลักสูตรที่มุ่งจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองอุดมการณ์การจัดการศึกษาตลอดชีวิต การสร้าง สังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตามปรัชญา “คิดเป็น” เพื่อสร้างคุณภาพชีวิต และสังคม มี การบรูณาการอย่างสมดุลระหว่างปัญญาธรรม ศีลธรรม และวัฒนธรรม มุ่งสร้างพื้นฐานการเป็นสมาชิก ที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และพัฒนาความสามารถเพื่อการทำงานที่มีคุณภาพ โดยให้ภาคี เครือข่ายมีส่วนร่วมจัดการศึกษาให้ตรงตามความต้องการของผู้เรียน และสามารถตรวจสอบได้ว่า การศึกษานอกระบบเป็นกระบวนการของการพัฒนาชีวิตและสังคม สามารถพึ่งพาตนเองได้ และรู้เท่า ทันการเปลี่ยนแปลง เป็นหลักสูตรที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการของ บุคคลที่อยู่นอกระบบโรงเรียน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ประสบการณ์จากการทำงาน และการประกอบอาชีพ โดยการกำหนดสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล ให้ ความสำคัญกับการพัฒนากลุ่มเป้าหมายด้านจิตใจให้มีคุณธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาการเรียนรู้ สร้าง ภูมิคุ้มกัน สามารถจัดการกับองค์ความรู้ ทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้เรียนสามารถ ปรับตัวอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สร้างภูมิคุ้มกันตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งคำนึงถึงธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ที่อยู่นอกระบบ และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการสื่อสาร
7 หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดหลักการไว้ ดังนี้ 1. เป็นหลักสูตรที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นด้านสาระการเรียนรู้ เวลาเรียนและการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นการบรูณาการเนื้อหาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ความแตกต่างของบุคคล ชุมชน และสังคม 2. ส่งเสริมให้มีการเทียบโอนผลการเรียนจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการ ศึกษาตามอัธยาศัย 3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยตระหนักว่าผู้เรียน มีความสำคัญสามารถพัฒนาตนเองได้ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ 4. ส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียน มีคุณธรรม จริยธรรม มีสติปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักยภาพในการประกอบอาชีพและการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการ จึงกำหนดจุดหมายดังต่อไปนี้ 1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข 2. มีความรู้พื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 3. มีความสามารถในการประกอบสัมมาอาชีพให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัด และตาม ทันความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง 4. มีทักษะการดำเนินชีวิตที่ดีและสามารถจัดการกับชีวิต ชุมชน สังคมได้อย่างมีความสุขตาม แนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5. มีความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติไทย ภูมิใจในความเป็นไทย โดยเฉพาะภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี กีฬา ภูมิปัญญาไทย ความเป็นพลเมืองดี ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนา ยึด มั่นในวิถีชีวิต และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 6. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 7. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีทักษะในการแสวงหาความรู้สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ และ บูรณาการความรู้มาใช้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
8 ระดับการศึกษา แบ่งระดับการศึกษาออกเป็น 3 ระดับ คือ - ระดับประถมศึกษา - ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น - ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยแต่ละระดับ ใช้เวลาเรียน 4 ภาคเรียน ยกเว้นกรณีที่มีการเทียบโอน แต่ทั้งนี้ต้องลงทะเบียน เรียนในสถานศึกษาอย่างน้อย 1 ภาคเรียน สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ประกอบด้วย 5 สาระการเรียนรู้และ 18 มาตรฐานการเรียนรู้ ดังนี้ 1) สาระทักษะการเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 มาตรฐาน มาตรฐานที่ 1.1 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง มาตรฐานที่ 1.2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติที่ดีต่อการใช้แหล่งเรียนรู้ มาตรฐานที่ 1.3 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติที่ดีต่อการจัดการความรู้ มาตรฐานที่ 1.4 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติที่ดีต่อการคิดเป็น มาตรฐานที่ 1.5 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติที่ดีต่อการวิจัยอย่างง่าย 2) สาระความรู้พื้นฐาน ประกอบด้วย 2 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับภาษา และการสื่อสาร มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 3) สาระการประกอบอาชีพ ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 3.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติที่ดีในงานอาชีพ มองเห็นช่องทาง และ ตัดสินใจประกอบอาชีพได้ตามความต้องการ และศักยภาพของตนเอง มาตรฐานที่ 3.2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในอาชีพที่ตัดสินใจเลือก มาตรฐานที่ 3.3 มีความรู้ความเข้าใจ ในการจัดการอาชีพอย่างมีคุณธรรม มาตรฐานที่ 3.4 มีความรู้ ความเข้าใจ ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง 4) สาระทักษะการดำเนินชีวิต ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 4.1 มีความรู้ ความเข้าใจ เจตคติที่ดีเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ สามารถประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม
9 มาตรฐานที่ 4.2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติที่ดีเกี่ยวกับการดูแล ส่งเสริม สุขภาพ อนามัยและความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต มาตรฐานที่ 4.3 มีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติที่ดีเกี่ยวกับศิลปะ และสุนทรียภาพ 5) สาระการพัฒนาสังคม ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 5.1 มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง สามารถนำมาปรับใช้ในการดำรงชีวิต มาตรฐานที่ 5.2 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสืบทอดศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี เพื่อ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มาตรฐานที่ 5.3 ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย มีจิตสาธารณะ เพื่อความสงบสุข ของสังคม มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสำคัญของหลักการพัฒนา และสามารถพัฒนา ตนเอง ครอบครัว ชุมชน/สังคม สาระการเรียนรู้ความรู้พื้นฐาน มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเข้าใจทักษะ พื้นฐานเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร ซึ่งภาษาในมาตรฐานนี้หมายถึง ภาษาไทย และ ภาษาต่างประเทศ การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ดังนี้ 1) การเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนกำหนดแผนการเรียนรู้ของตนเอง ตามรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียน โดยมีครูเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในการการศึกษาหาความรู้ด้วย ตนเอง ภูมิปัญญา ผู้รู้ และสื่อต่าง ๆ 2) การเรียนรู้แบบพบกลุ่ม เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่กำหนดให้ผู้เรียนมาพบกันโดยมีครูเป็น ผู้ดำเนินการให้เกิดกระบวนการกลุ่ม เพื่อให้มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และหาข้อสรุปร่วมกัน 3) การเรียนรู้แบบทางไกล เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้จากสื่อต่าง ๆ โดยที่ผู้เรียนและครูจะ สื่อสารกันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่ หรือถ้ามีความจำเป็นอาจพบกันเป็นครั้งคราว 4 ) การเรียนรู้แบบชั้นเรียน เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่สถานศึกษากำหนดรายวิชา เวลาเรียน และสถานที่ ที่ชัดเจน ซึ่งวิธีการจัดการเรียนรู้เหมาะสำหรับผู้เรียนที่มีเวลามาเข้าชั้นเรียน 5 ) การเรียนรู้ตามอัธยาศัย เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามความ ต้องการ และความสนใจจากสื่อเอกสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือจากการฝึกปฏิบัติตามแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วนำความรู้และประสบการณ์มาเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
10 6 ) การเรียนรู้จากการทำโครงงาน เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนกำหนดเรื่องโดยสมัครใจ ตามความสนใจ ความต้องการ หรือสภาพปัญหา ที่จะนำไปสู่การศึกษาค้นคว้า ทดลอง ลงมือปฏิบัติจริง และมีการสรุปผลการดำเนินการตามโครงการ โดยมีครูเป็นผู้ให้คำปรึกษา แนะนำ อำนวยความสะดวก ในการเรียนรู้ และกระตุ้นเสริมแรงให้เกิดการเรียนรู้ 7 ) การเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ สถานศึกษาสามารถออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบอื่น ๆ ได้ตามความต้องการของผู้เรียน วิธีการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวข้างต้น สถานศึกษาและผู้เรียนร่วมกันกำหนดวิธีเรียนโดยเลือก เรียนวิธีใดวิธีหนึ่ง หรือหลายวิธีก็ได้ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเนื้อหา และสอดคล้องกับวิถีชีวิต และ การทำงานของผู้เรียน โดยขณะเดียวกันสถานศึกษาสามารถจัดให้มีการสอนเสริมได้ทุกวิธีเรียน เพื่อเติม เต็มความรู้ให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นกระบวนการ ด้วยรูปแบบวิธีการที่หลากหลาย ในการพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์และสังคม มุ่งเสริมเจตคติ คุณค่าชีวิต ปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สร้างจิตสำนึกใน ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับตัวและปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติและดำรงชีวิต ได้อย่างมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1. กิจกรรมแนะแนว ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เหมาะสมตามความแตกต่าง ระหว่าง บุคคล สามารถค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ์ การเรียนรู้ในเชิงพหุ-ปัญญาและการสร้างสัมพันธภาพที่ดี 2. กิจกรรมนักเรียน ผู้เรียนเป็นผู้ปฏิบัติด้วยตนเองตั้งแต่ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตาม แผนประเมินและปรับปรุงการทำงาน โดยเน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อให้ผู้เรียนได้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำช่วยกันแก้ปัญหา ส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็มที่ รวมทั้งปลูกฝังความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนเอง
11 1. เพื่อผู้เรียนใช้กระบวนการกลุ่มฝึกทักษะ การวิเคราะห์ วางแผน เพื่อส่งเสริมด้านวิชาการ และวิชาชีพ 2. ผู้เรียนได้ค้นพบความสนใจ ความถนัด และได้ใช้กระบวนการกลุ่มพัฒนาความสามารถพิเศษ เฉพาะตัว 3. ผู้เรียนได้รับการฝึกทักษะการให้บริการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม 4. ผู้เรียนพัฒนาบุคลิกภาพ เจตคติ ค่านิยม ในการดำเนินชีวิต 5. ได้รับการปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกในการทำประโยชน์ต่อสังคมและเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม 1. โครงการเกี่ยวกับกิจกรรมพัฒนาวิชาการ / ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น เป็น การพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถทางด้านวิชาการเพิ่มมากขึ้นในรายวิชาตามหลักสูตร การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. โครงการเกี่ยวกับกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตเป็นกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติ ค่านิยมที่ถูกต้องและมีทักษะหรือ ความสามารถพื้นฐานที่จําเป็นในการเผชิญปัญหาที่เกิดขึ้น ในชีวิต เช่น ปัญหายาเสพติด การตั้งครรภ์ไม่พึง ประสงค์ การป้องกันในการมีเพศสัมพันธ์ ปัญหาความ รุนแรงในครอบครัว ภัยพิบัติ 3. โครงการเกี่ยวกับกิจกรรมที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ เป็นกิจกรรมที่พัฒนา ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดี มีความรักและ ภาคภูมิใจในชาติไทย และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ 4. โครงการเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นกิจกรรมที่ พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยสามารถนํา ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ให้เกิดผลในการดำรงชีวิตประจำวัน 5. โครงการเกี่ยวกับลูกเสือ และกิจกรรมอาสายุวกาชาด เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียน เป็นผู้ที่มีระเบียบ วินัย มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา มีความ เสียสละในการช่วยเหลือผู้อื่น บําเพ็ญ ประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน เช่น ลูกเสือ กศน. / ลูกเสือมัคคุเทศก์ / ยุวกาชาด 6. โครงการเกี่ยวกับกีฬาและส่งเสริมสุขภาพ 7. โครงการเกี่ยวกับพัฒนาความรู้ ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT)
12 8. โครงการเกี่ยวกับพัฒนาความรู้สู่ประชาคมโลก เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้ให้กับผู้เรียน ด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ความมั่งคง และการเมือง เพื่อรับการเปลี่ยนแปลง โครงการสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัยทักษะของประชากรในศตวรรษ ที่ 21 และมุ่งพัฒนาประเทศ ไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมยุค 4.0 9. โครงการเกี่ยวกับจิตอาสา กศน. “เราทำความดีด้วยหัวใจ” เป็นกิจกรรมที่จัดถึงการบําเพ็ญ สาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และ แก้ไขปัญหาประชาชน เป็นกิจกรรม ที่สอดคล้องกับพระบรมราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เป็นการพัฒนาสภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่ในชุมชนให้มีสภาพที่ดีขึ้น 10. โครงการเกี่ยวกับส่งเสริมการอ่าน และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ 11. โครงการเกี่ยวกับการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ 12. โครงการเกี่ยวกับการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ด้วยการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเอกลักษณ์ของชาติ 13. โครงการเกี่ยวกับการเรียนรู้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข การปกครองระบอบประชาธิปไตยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน - อบรมประวัติศาสตร์ชาติไทยและตอบแทนบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย - อบรมให้ความรู้ประชาธิปไตย - รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชานออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 14. โครงการเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสามารถพิเศษ เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนมี ความสามารถพิเศษ ฝึกการกล้าแสดงออก ความคิดสร้างสรรพ จินตนาการในแนวทางที่ถูกต้องและ เหมาะสม สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ (2524, หน้า 1) ได้ให้ความหมายของการประเมินโครงการไว้ว่า เป็น กระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลสารสนเทศสำหรับการตัดสินคุณค่าของโครงการ ผลผลิตกระบวนการ จุดมุ่งหมายของโครงการ หรือทางเลือกต่าง ๆ เพื่อนำไปปฏิบัติให้บรรลุจุด มุ่งหมาย จุดเน้นของการ ประเมินคือ การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้ข้อสนเทศ เพื่อตัดสินคุณค่า ของสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยเฉพาะ ไพศาล หวังพานิช (2533, หน้า 25 – 26) ได้ให้ความหมาของการประเมินโครงการไว้ว่า การ ประเมินโครงการเป็นกระบวนการกำหนดคุณค่าของโครงการนั้นว่า ดีมีประสิทธิภาพและได้ผลเพียงใด สุวิมล ติรกานันท์ (2543, หน้า 2) กล่าวว่า การประเมินโครงการเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในทุกขั้นตอน
13 ของกระบวนการดำเนนิ งานเพื่อให้ได้สารสนเทศที่สามารถใช้ในการพิจารณาการดำเนินการ ซึ่งจะทำให้ การดำเนินการเป็นไปได้อย่างทันท่วงที ในทางตรงกันข้ามผลการประเมินจะไม่เกิดเท่าที่ควร หากผลนั้น ไม่สามารถใช้ในเวลาที่เหมาะสม จากความหมายข้างต้นสรุปได้ว่า ความหมายการประเมินโครงการ เป็นกระบวนการดำเนินงาน ที่ให้ได้มาซึ่งข้อมูลสารสนเทศสำหรับการตัดสินคุณภาพ คุณค่า ของโครงการว่ามีระดับคุณภาพ และ คุณค่าอย่างไร นำไปใช้พัฒนาสืบเนื่องต่อไปได้อย่างไร
14 รายงานผลการจัดกิจกรรมตาม โครงการค่ายพัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ได้นำวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง PDCA มาใช้ในการดำเนินการ 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นตอนการร่วมกันวางแผน (Plan) 2. ขั้นตอนการร่วมกันปฏิบัติ(Do) 3. ขั้นตอนการร่วมกันประเมิน (Check) 4. ขั้นตอนการร่วมปรับปรุง (Act) 1.1 ครูพบว่าเป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง คือ การ ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชน รู้จักการใช้ชีวิตที่พอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ ฝึกการอยู่ร่วมกับ ผู้อื่นอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน มีจิตสำนึกรักษาสิ่งแวดล้อมและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม ค่านิยม เอกลักษณ์ ความเป็นไทย 1.2 ครูนำความต้องการเรียนรู้แนวทางการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การนำไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันจากการสอบถามความคิดเห็นของผู้เรียน ระหว่างการพบกลุ่ม รายงานต่อ ผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อดำเนินการสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจการนำหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม
15 1.3 ผู้บริหารสถานศึกษา และคณะครูสกร.อำเภอสูงเนิน ประชุมร่วมกันเพื่อหาแนว ทางในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ตามจุดเนนการดำเนินงานกรมสงเสริมการเรียนรูประจำ ปงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในการจัด สงเสริม และสนับสนุนการเรียนรูตลอดชีวิต การเรียนรูเพื่อพัฒนา ตนเอง และการเรียนรูเพื่อคุณวุฒิตามระดับที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรูและยกระดับ การศึกษาให้ผู้เรียนสามารถ ปรับตัวในการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม และมีสมรรถนะ พรอมรับการ เปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ 1.4 ครูดำเนินการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียน 2 รูปแบบ ประกอบด้วย - การสอดแทรกสาระเศรษฐกิจพอเพียงในหลักสูตรและสาระการเรียนรู้ในการพบกลุ่ม - การประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดย ครูจัดทำโครงการค่ายพัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เสนอผู้บริหาร สถานศึกษา เพื่อพิจารณาอนุมัติ 1.5 แต่งตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม/โครงการ ตามความเหมาะสม การปฏิบัติงานตามแผนงานที่วางไว้โดยมีขั้นตอนในการดำเนิน งาน ดังนี้ 2.1 บันทึกเสนอผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อขออนุญาตดำเนินการ 2.2 ดำเนินการ โครงการค่ายพัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง กลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา สกร.อำเภอสูงเนิน จำนวน 80 คน โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้และ ลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ดังนี้
16 2.2.1 บรรยายพิเศษ เรื่อง “องค์ประกอบของเศรษฐกิจพอเพียง” โดย นางบุศรา อารีชาติผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอสูงเนิน สรุปพอสังเขป ดังนี้ ▪ 3 ห่วง คือ ทางสายกลาง ประกอบไปด้วย ดังนี้ ห่วงที่ 1 คือ พอประมาณ หมายถึง พอประมาณในทุกอย่าง ความพอดีไม่มากหรือว่าน้อย จนเกินไปโดยต้องไม่เบียดเบียนตนเอง หรือผู้อื่นให้ เดือดร้อน ห่วงที่ 2 คือ มีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจ เกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมี เหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน คำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่าง รอบคอบ ห่วงที่ 3 คือ มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการ เปลี่ยนแปลงด้านการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะ เกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล 2 เงื่อนไข ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ เงื่อนไขที่ 1 เงื่อนไขความรู้ คือ มีความรอบรู้ เกี่ยวกับ วิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความ รอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการ วางแผน และความระมัดระวังในขั้นตอน ปฏิบัติ คุณธรรมประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียร ใช้ สติปัญญาในการดำเนินชีวิต เงื่อนไขที่ 2 เงื่อนไขคุณธรรม คือ มีความ ตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความ อดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต “เศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ คือ หลักการดำเนินชีวิต ที่จริงแท้ที่สุด กรอบแนวคิดของหลักปรัชญามุ่งเน้นความ มั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา อันมีคุณลักษณะที่ สำคัญ คือ สามารถประยุกต์ใช้ในทุกระดับ ตลอดจนให้
17 ความสำคัญกับคำว่าความพอเพียง ที่ประกอบด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีใน ตัว ภายใต้เงื่อนไขของการตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมที่ต้องอาศัยเงื่อนไขความรู้และเงื่อนไข คุณธรรม” “หากทุกฝ่ายเข้าใจกรอบแนวคิด คุณลักษณะ คำนิยาม ของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแจ่มชัดแล้ว ก็จะง่ายขึ้นในการ นำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ และจะนำไปสู่ผลที่ คาดว่าจะได้รับ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับ ต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี” 2.2.2 นางสาวจีระณัฐ เยินสูงเนิน วิทยากรและคณะครู สกร.อำเภอสูงเนิน บรรยาย และให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ - ภูมิปัญญาทางบัญชี สร้างวิถีสู่อนาคต /ประวัติความเป็นมาของบัญชีครัวเรือน - บัญชีครัวเรือนกับเศรษฐกิจพอเพียง /ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง และบัญชี ครัวเรือน - วัตถุประสงค์ และประโยชน์ของการบันทึกบัญชีครัวเรือน/ข้อควรระวังในการจัดทำ บัญชีครัวเรือน - สมุดบัญชีรับจ่ายในครัวเรือน และบัญชีรับจ่ายในครัวเรือน
18 -ตระหนักถึงประโยชน์ของสารอาหารพืช - ใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล -เข้าใจกระบวนการทำงานของจุลินทรีย์ -ออกแบบขั้นตอนการทำ - การคำนวณปริมาณ - การคำนวณระยะเวลา -สะเต็มศึกษาฮอร์โมนไข่ -สะเต็มศึกษาฮอร์โมนนม 2.2.3 นางสาวจีระณัฐ เยินสูงเนิน วิทยากรและคณะครู สกร.อำเภอสูงเนิน บรรยาย กิจกรรมการเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ดังนี้ กิจกรรมการเก็บออมตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง 3:2:4 กิจกรรมสะเต็มฮอร์โมนไข่ STEM สะเต็มศึกษา เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ไม่เน้นการท่องจำ แต่เน้นการ ปฏิบัติจริง เป็นการนำความรู้ไปแก้ไขปัญหาในชีวิต หรือการนำความรู้ไปช่วยในการทำงาน เพื่อให้ นักศึกษาสามารถบูรณาการศาสตร์ทั้ง 4 ได้แก่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ความรู้ทางด้านวิศวกรรม และความรู้ด้านคณิตศาสตร์ รวมเข้าด้วยกันไปใช้ในชีวิตประจำวัน
19 ขั้นตอนการปฏิบัติ 1. ตอกไข่ไก่ 4 ฟองใส่ชามผสม ตีไข่ให้เข้ากัน 2. ใส่น้ำตาลทราย นมเปรี้ยว คนให้ละลายเข้า กันดี 3. เทใส่ขวดพลาสติก แล้วเขย่าให้เข้ากันอีก 1 รอบ 4.ปิดฝาแบบหลวม ๆ เพื่อไม่ให้เกิดแก๊สแรงดัน ภายในขวด 5.ตั้งวางไว้ในที่ร่ม หมักทิ้งไว้ 3 วัน ทุกๆ 1 วัน ให้เขย่าขวดอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้ อย่างทั่วถึงพอครบเวลา ก็จะได้ ฮอร์โมนไข่ พร้อมใช้งาน อัตราการใช้ เมื่อจะนำมาฉีดพ่นหรือรดน้ำ เพื่อบำรุงพืช ให้นำมาผสมกับน้ำเปล่า ในอัตราส่วน 1 ซีซี : น้ำ 1 ลิตร เสมอ เช่น ใส่ขวดฟ๊อกกี้ เพื่อบำรุงพืช ให้ผสมฮอร์โมนไข่ 1 ซีซี กับ น้ำ 1 ลิตร หรือ หากใส่บัวรด น้ำ เพื่อรดดินให้ชุ่มชื้น ให้ผสมฮอร์โมนไข่ 20 ซีซี : น้ำ 20 ลิตร เป็นต้น โดยหากต้องการฉีดพ่นทางใบ เพื่อเพิ่มความหวานกรอบให้กับผักชนิดนั้น ๆ แนะนำให้ ฉีดพ่นตอนช่วงเช้า ขณะที่แสงแดดอ่อน หรือ รำไรอยู่ จะดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ปากใบของพืชเปิดออก ทำให้รับสารอาหารได้ดีกว่า สำหรับการรดน้ำลงดิน สามารถรดเช้า – เย็น ได้ตามปกติ ซึ่งระยะเวลาใน
20 การให้ฮอร์โมนไข่นั้น ไม่ควรให้ถี่จนเกินไป ควรเว้นช่วงการให้ อย่างน้อย 1 ครั้ง / 3 – 5 วัน ก็พอ เพราะการให้อาหารบ่อย ๆ เกินไป ก็อาจส่งผลเสีย มากกว่าผลดีต่อตัวพืชได้ กิจกรรมสะเต็มฮอร์โมนนม ขั้นตอนการปฏิบัติ 1.ตัดกล่องนมจืด เทใส่ชามผสม แล้วใส่น้ำตาล ทราย นมเปรี้ยว คนให้ละลายเข้ากันดี 2. เทใส่ขวดพลาสติก แล้วเขย่าให้เข้ากันอีก 1 รอบ 3. ปิดฝาแบบหลวม ๆ เพื่อไม่ให้เกิดแก๊สแรงดัน ภายในขวด 4. ตั้งวางไว้ในที่ร่ม หมักทิ้งไว้ 3 วัน ทุก ๆ 1 วัน ให้เขย่าขวดอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้ อย่างทั่วถึงพอครบเวลา ก็จะได้ฮอร์โมนมพร้อมใช้งาน อัตราการใช้ เมื่อจะนำมาฉีดพ่นหรือรดน้ำ เพื่อบำรุงพืช ให้นำมาผสมกับน้ำเปล่า ในอัตราส่วน 1 ซีซี : น้ำ 1 ลิตร เสมอ เช่น ใส่ขวดฟ๊อกกี้ เพื่อบำรุงพืช ให้ผสม ฮอร์โมนนม 1 ซีซี กับ น้ำ 1 ลิตร หรือ หากใส่บัวรดน้ำ เพื่อรดดิน ให้ชุ่มชื้น ให้ผสมฮอร์โมนนมสด 20 ซีซี : น้ำ 20 ลิตร โดยหากต้องการฉีดพ่นทางใบ เพื่อเพิ่มความหวานกรอบให้กับผัก ชนิดนั้น ๆ แนะนำให้ฉีดพ่นตอนช่วงเช้า ขณะที่แสงแดดอ่อน หรือ รำไรอยู่จะดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ปากใบของพืชเปิดออก ทำให้รับสารอาหารได้ดีกว่า สำหรับการรดน้ำลงดิน สามารถรดเช้า – เย็น ได้ตามปกติ
21 กิจกรรมการทำเสวียนไม้ไผ่ จัดทำเสวียนไม้ไผ่เก็บใบไม้ ลดการ เผาเศษใบไม้ สกร.อำเภอสูงเนิน ได้นำหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ในการจัดการ สิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดภาวะมลพิษ ลดฝุ่น ละอองในอากาศ จึงได้จัดทำฐานการเรียนรู้ เสวียนไม้ไผ่สำหรับเก็บใบไม้ ลดการเผา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบริหารจัดการขยะภายในบริเวณ หน่วยงาน โดยช่วยกันเก็บกวาดเศษใบไม้แห้ง นำไปจัดทำเป็นปุ๋ยหมัก ใช้ประโยชน์ได้ดีกว่า การเผา ซึ่งก่อให้เกิดหมอกควัน และทำให้ อากาศเป็นพิษ ซึ่งการจัดทำเสวียนไม้ไผ่ ช่วย กักเก็บเศษวัสดุ เศษขยะสด รวมถึงเศษใบไม้แห้ง ไม้ไผ่ที่นำมาทำเสวียนก็สานเองได้แบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้ งบประมาณมาก รวมทั้งยังสร้างภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับหน่วยงาน และเป็นฐานการเรียนรู้ สำหรับนักศึกษาและประชาชน
22 3.1 ดำเนินการประเมินผลการจัดโครงการค่ายพัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้สมุดบันทึกการเรียนรู้ สังเกต สอบถาม และแบบประเมินความพึงพอใจ ออนไลน์ 3.2 ข้อมูลที่เป็นความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากแบบประเมินความพึงพอใจออนไลน์(Content Analysis) 3.3 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. ค่าเฉลี่ย (Arithmetic : x̅) 2. ค่าร้อยละ 3.4 คณะนิเทศ กำกับติดตามผลการดำเนินงาน 3.5 รายงานผลการดำเนินงานต่อผู้บริหารสถานศึกษา สรุปผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ผู้จัดทำโครงการฯจึงได้นำสารสนเทศ ที่ได้มาปรับปรุง พัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ จากการดำเนินโครงการ จึงได้ทำการประเมินโครงการนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์การประเมิน โครงการ ดังนี้ 1. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง 2. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถ ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง 1) ความพึงพอใจด้านเนื้อหา 2) ความพึงพอใจด้านกระบวนการ จัดกิจกรรมการอบรม 3) ความพึงพอใจด้านวิทยากร 4) ความพึงพอใจด้านการอำนวย ความสะดวก 1. เพื่อประเมินความพึงพอใจ 2. เพื่อประเมินผู้เข้าร่วม โครงการค่ายพัฒนาผู้เรียน การเรียนรู้ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง
23 ในการรายงานผลการประเมินโครงการค่ายพัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง วันที่ 22 มกราคม 2567 ณ สกร.อำเภอสูงเนินครั้งนี้ ได้ใช้เครื่องมือในการ ประเมินสรุปตามขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนนี้เป็นการวางแผนการดำเนินการ พบว่า มีการประชุมวางแผนร่วมกันระหว่างผู้บริหาร สถานศึกษา และคณะครูสกร.อำเภอสูงเนินทุกคนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำโครงการ ซึ่ง สอดคล้องกับความต้องการของนักศึกษา สกร.อำเภอสูงเนิน เป็นไปตามนโยบายกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และนำเสนอผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อพิจารณาเห็นชอบโครงการ หลังได้รับการอนุมัติโครงการ ผู้รับผิดชอบโครงการจึงได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน แต่ละกิจกรรมตามความ เหมาะสม แล้วสร้างความเข้าใจกับนักศึกษา เพื่อกำหนดแนวทางในการเข้าร่วมกิจกรรม และกำหนด ระยะเวลาในการดำเนินการ และวิธีประเมินผล ตามลำดับ การปฏิบัติงานตามแผนงานที่วางไว้โดยมีขั้นตอนในการดำเนินงาน คือ การบันทึกเสนอผู้บริหาร สถานศึกษาพิจารณาอนุมัติโครงการ พบว่า ได้รับการอนุมัติโครงการฯและให้ดำเนินการ และผลการ ดำเนินการ โครงการค่ายพัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในวันที่ 22 มกราคม 2567 ณ สกร.อำเภอสูงเนิน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา กศน. พบว่า นักศึกษา ให้ความร่วมมือ และมีความสนใจในการร่วมกิจกรรม การประเมินผลการจัดกิจกรรมตามดำเนินการ โครงการค่ายพัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในวันที่ 22 มกราคม 2567 ณ สกร.อำเภอสูงเนิน ดำเนินการดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่2 สอบถามข้อมูลด้านกระบวนการในการจัดกิจกรรม และการนำไปใช้ที่ตรงกับความ ต้องการ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่องาน มีลักษณะเป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scales) กำหนดระดับ ความคิดเห็นต่อเนื้อหาการจัดกิจกรรม 5 ระดับ แบ่งเป็นเนื้อหา ดังนี้
24 1) ความพึงพอใจด้านเนื้อหา 2) ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม 3) ความพึงพอใจด้านวิทยากร 4) ความพึงพอใจด้านการอำนวยความสะดวก เกณฑ์การให้คะแนน ในการกำหนดคะแนนของตัวเลือกสำหรับ แบบสอบถามที่เป็น แบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่าในตอนที่ 2 ผู้รับผิดชอบโครงการ ได้กำหนดคะแนนออกเป็น 5 ระดับ คือ ▪ ค่าเฉลี่ย 0.51 – 1.50 หมายถึง มีความคิดเห็นว่าเป็นกระบวนการที่ตรงกับความ ต้องการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่องานและมีความพึงพอใจน้อยที่สุด ▪ ค่าเฉลี่ย 1.51-2.50 หมายถึง มีความคิดเห็นว่าเป็นกระบวนการที่ตรงกับความ ต้องการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่องานและมีความพึงพอใจน้อย ▪ ค่าเฉลย 2.51- 3.50 หมายถึง มีความคิดเห็นว่าเป็นกระบวนการที่ตรงกับความ ต้องการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่องานและมีความพึงพอใจปานกลาง ▪ ค่าเฉลี่ย 3.51 -4.50 หมายถึง มีความคิดเห็นว่าเป็นกระบวนการที่ตรงกับความ ต้องการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่องานและมีความพึงพอใจมาก ▪ ค่าเฉลี่ย 4.51 - 5:00 หมายถึง มีความคิดเห็นว่าเป็นกระบวนการที่ตรงกับความ ต้องการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่องานและมีความพึงพอใจมากที่สุด ตอนที่3 นั้น ผู้รับผิดชอบโครงการ ได้กำหนดให้เป็นการแสดงข้อคิดเห็น /ปัญหา/อุปสรรคใน การเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ พัฒนา ปรับปรุง แก้ไขการดำเนินงานในครั้งต่อไป เป็นการนำข้อมูลผลการประเมินความพึงพอใจ ปัญหา/อุปสรรค และข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วม กิจกรรม มาปรับปรุง และวางแผนร่วมกัน เพื่อพัฒนาการดำเนินงานให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น สร้างความพึง พอใจให้มากขึ้น สร้างความคุ้มค่า หรือสร้างคุณค่าของผลงานให้สูงขึ้นโดยจะกำหนดในแผนปฏิบัติการ สกร.อำเภอสูงเนินต่อไป
25 1. แบบสอบถามความคิดเห็น นักศึกษา จำนวน 80 คน ได้ทำแบบประเมินความพึงพอใจออนไลน์ (Google Form) โครงการ ค่ายพัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้นักศึกษา 80 คน ตอบแบบ ประเมินความพึงพอใจออนไลน์ 80 ชุด คิดเป็นร้อยละ 100 โดยนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ เพศ จำนวน ร้อยละ ชาย 47 58.75 หญิง 33 41.25 อายุ จำนวน ร้อยละ 14 - 16 ปี 8 10 17 - 20 ปี 24 30 21 ปี ขึ้นไป 48 70 ระดับการศึกษา จำนวน ร้อยละ มัธยมศึกษาตอนต้น 29 36.25 มัธยมศึกษาตอนปลาย 51 63.75 ข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจปรากฏดังนี้คือ ผู้เข้าร่วมโครงการเป็น เพศชาย จำนวน 47 คน คิดเป็นร้อยละ 58.75 เพศหญิง จำนวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 41.25 และ ผู้เข้าร่วมโครงการที่มีอายุระหว่าง 14-16 ปี จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 10 มีอายุระหว่าง 17-20 ปี จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 30 มีอายุ 21 ปีขึ้นไป จำนวน 48 คน คิดเป็นร้อยละ 70 ระดับการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 36.25 มัธยมศึกษา ตอนปลาย จำนวน 51 คน คิดเป็นร้อยละ 63.75
26 ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมโครงการค่าย พัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้คือ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความ พึงพอใจมากที่สุด คือ เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย ค่าเฉลี่ย 4.88 ส่วนรองลงมาคือ เนื้อหาตรงตามความ ต้องการ ค่าเฉลี่ย 4.87 และ เนื้อหาตรงตามความต้องการ ค่าเฉลี่ย 4.82 ส่วนข้อที่ค่าเฉลี่ย ต่ำที่สุด เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.60 ประเด็นที่ประเมิน มากที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย ค่าเฉลี่ย ความหมาย ลำดับที่ 1.เนื้อหาตรงตามความ ต้องการ 70 (350) 10 (40) - - 4.87 มากที่สุด 2 2.เนื้อหาเพียงพอต่อ ความต้องการ 66 (330) 14 (56) - - 4.82 มากที่สุด 3 3.เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย 71 (355) 9 (36) - - 4.88 มากที่สุด 1 4.เนื้อหามีประโยชน์ต่อ การนำไปใช้ในการพัฒนา คุณภาพชีวิต 65 (325) 15 (60) 4.60 มากที่สุด 4
27 ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมโครงการค่าย พัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้คือ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึง พอใจมากที่สุด คือ การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ค่าเฉลี่ย 4.90 ส่วนรองลงมาคือ การจัด กิจกรรมเหมาะสมกับเวลา ค่าเฉลี่ย 4.87 ส่วนข้อที่ค่าเฉลี่ย ต่ำที่สุด วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสม กับวัตถุประสงค์คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.60 ประเด็นที่ประเมิน มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย ค่าเฉลี่ย ความหมาย ลำดับที่ 1.การเตรียมความพร้อม ก่อนอบรม 65 (325) 15 (60) - - 4.81 มากที่สุด 4 2.การออกแบบกิจกรรม เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 68 (340) 12 (248) - - 4.85 มากที่สุด 3 3.การจัดกิจกรรมเหมาะสม กับเวลา 70 (350) 10 (40) - - 4.87 มากที่สุด 2 4.การจัดกิจกรรมเหมาะสม กับกลุ่มเป้าหมาย 72 (360) 8 (232) - - 4.90 มากที่สุด 1 5.วิธีการวัดผล/ประเมินผล เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 65 (325) 15 (60) 4.60 มากที่สุด 5
28 ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมโครงการค่าย พัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงดังนี้คือ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึง พอใจมากที่สุด คือ วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ถ่ายทอด ค่าเฉลี่ย 4.87 ส่วนรองลงมาคือ วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม ค่าเฉลี่ย 4.65 ส่วนข้อที่ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด วิทยากรเปิด โอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.60 ประเด็นที่ประเมิน มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย ค่าเฉลี่ย ความหมาย ลำดับที่ 1.วิทยากรมีความรู้ ความสามารถในเรื่องที่ ถ่ายทอด 70 (350) 10 (40) - - 4.87 มากที่สุด 1 2.วิทยากรมีเทคนิคการ ถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม 68 (340) 12 (248) - - 4.85 มากที่สุด 2 3.วิทยากรเปิดโอกาสให้มี ส่วนร่วมและซักถาม 65 (325) 15 (60) - - 4.60 มากที่สุด 3
29 ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมโครงการค่าย พัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้คือ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึง พอใจมากที่สุด คือ การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ค่าเฉลี่ย 4.90 ส่วนรองลงมา คือ .สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก ค่าเฉลี่ย 4.85 ส่วนข้อที่ค่าเฉลี่ย ต่ำที่สุด การ บริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.60 - อยากให้มีกิจกรรมการเรียนรู้ ที่เน้นการฝึกทักษะในการปฏิบัติทุกครั้งที่จัดกิจกรรม - ต้องการให้จัดกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่ ประเด็นที่ประเมิน มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย ค่าเฉลี่ย ความหมาย ลำดับที่ 1.สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และ สิ่งอำนวยความสะดวก 68 (340) 12 (248) - - 4.85 มากที่สุด 2 2.การสื่อสาร การสร้าง บรรยากาศเพื่อให้เกิดการ เรียนรู้ 72 (360) 8 (232) - - 4.90 มากที่สุด 1 3.การบริการ การช่วยเหลือ และการแก้ปัญหา 65 (325) 15 (60) - - 4.60 มากที่สุด 3
30 ในการรายงานผลประเมินการจัดกิจกรรมโครงการค่ายพัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง วันที่ 22 มกราคม 2567 ณ สกร.อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ครั้งนี้ ได้ส่งแบบประเมินความพึงพอใจออนไลน์ (Google Form) ให้กลุ่มเป้าหมาย ที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 80 ชุด มีผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจออนไลน์ (Google Form) 80 ชุด คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถนำมาสรุปเป็นข้อมูลได้ดังนี้ ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมโครงการค่าย พัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ คือ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความ พึงพอใจมากที่สุด คือ เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย ค่าเฉลี่ย 4.88 ส่วนรองลงมาคือ เนื้อหาตรงตามความ ต้องการ ค่าเฉลี่ย 4.87 และ เนื้อหาตรงตามความต้องการ ค่าเฉลี่ย 4.82 ส่วนข้อที่ค่าเฉลี่ย ต่ำที่สุด เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.60 ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมโครงการค่าย พัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ คือ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความ พึงพอใจมากที่สุด คือ เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย ค่าเฉลี่ย 4.88 ส่วนรองลงมาคือ เนื้อหาตรงตามความ ต้องการ ค่าเฉลี่ย 4.87 และ เนื้อหาตรงตามความต้องการ ค่าเฉลี่ย 4.82 ส่วนข้อที่ค่าเฉลี่ย ต่ำที่สุด เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.60 ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมโครงการค่าย พัฒนาวิชาการสู่การเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ดังนี้คือ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึง พอใจมากที่สุด คือ การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา ค่าเฉลี่ย 4.63 ส่วนรองลงมาคือ การจัดกิจกรรม เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ค่าเฉลี่ย 4.61 ส่วนข้อที่ค่าเฉลี่ย ต่ำที่สุด การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.56
31 ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมโครงการค่าย พัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงดังนี้ คือ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึง พอใจมากที่สุด คือ วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ถ่ายทอด ค่าเฉลี่ย 4.87 ส่วนรองลงมาคือ วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม ค่าเฉลี่ย 4.65 ส่วนข้อที่ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด วิทยากรเปิด โอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.60 ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมโครงการค่าย พัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ คือ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึง พอใจมากที่สุด คือ การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ค่าเฉลี่ย 4.90 ส่วนรองลงมา คือ .สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก ค่าเฉลี่ย 4.85 ส่วนข้อที่ค่าเฉลี่ย ต่ำที่สุด การ บริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.60 - อยากให้มีกิจกรรมการเรียนรู้ ที่เน้นการฝึกทักษะในการปฏิบัติทุกครั้งที่จัดกิจกรรม - ต้องการให้จัดกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41 แบบสอบถามความคิดเห็น โครงการค่ายพัฒนาผู้เรียนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๗ ณ สกร.อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา คำชี้แจง ๑. แบบประเมินความพึงพอใจ มี ๓ ตอน ๒. โปรดแสดงเครื่องหมาย √ ในช่องว่างระดับความพึงพอใจตามความคิดเห็นของท่าน ตอนที่ ๑ ข้อมูลพื้นฐานของผู้ประเมินความพึงพอใจ เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง อายุ...........ปี วุฒิการศึกษา................................ ตอนที่ ๒ ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรม ข้อ รายการประเมินความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ หมาย มาก เหตุ ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ตอนที่ ๑ ความพึงพอใจด้านเนื้อหา ๑ เนื้อหาตรงตามความต้องการ ๒ เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ ๓ เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย ๔ เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตอนที่ ๒ ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม ๕ การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม ๖ การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ๗ การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา ๘ การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ๙ วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ตอนที่ ๓ ความพึงพอใจต่อวิทยากร ๑๐ วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ถ่ายทอด ๑๑ วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม ๑๒ วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม ตอนที่ ๔ ความพึงพอใจด้านการอำนวยความสะดวก ๑๓ สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก ๑๔ การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ๑๕ การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา ตอนที่ ๓ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่นๆ ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................................