The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 2-67

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เอกสารประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 2-67

ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 2-67

วาระที่ ๔ เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา ๔.๑ เรื่อง ขออนุมัติประกาศนียบัตรบัณฑิตแก่ผู้สำเร็จการศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต วิชาชีพครูครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ ด้วยสำนักทะเบียนและวัดผล มีบันทึกที่ อว ๘๐๐๙/๐๑๐ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เรื่อง ขอความเห็นชอบประกาศนียบัตรบัณฑิตแก่ผู้สำเร็จการศึกษาการหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต วิชาชีพครู จำนวน ๑๑๓ คน วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์วิทยาเขตนครสวรรค์ ส่วนงานจัดการศึกษา หลักสูตร บรรพชิต คฤหัสถ์ รวม วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์ ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู - ๑๑๓ ๑๑๓ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาเห็นชอบแล้ว สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบ และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ตามมาตรา ๑๙ (๓) แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๓) ✓ ๒ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ ✓ ๓ มติคณะกรรมการประจำวิทยาลัยครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ ✓ ๔ รายชื่อผู้สำเร็จการศึกษา ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ๔๘


๔๙


ที่ ส่วนงานจัดการศึกษา หลักสูตร บรรพชิต คฤหัสถ์ รวม หมายเหตุ 1 วิทยาเขตนครสวรรค์ ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู 0 113 113 0 113 113 สถิติผู้ส าเร็จการศึกษา เสนอขออนุมัติประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู ครั้งที่ 1/2567 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย **** รวมทั้งสิ้น รับรองตามนี้ (พระสุธีรัตนบัณฑิต, รศ.ดร.) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย 29 มกราคม 2567 รับรองตามนี้ (พระครูศรีสิทธิบัณฑิต, ดร.) ผู้อ านวยการส านักทะเบียนและวัดผล 29 มกราคม 2567 ๕๐


๔.๒ เรื่อง ขออนุมัติประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ คณะมนุษยศาสตร์ สำนักทะเบียนและวัดผล มีบันทึกที่ อว ๘๐๐๙/๐๑๓ ลงวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เรื่อง ขออนุมัติประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร ของคณะมนุษยศาสตร์ จาก ๒ หลักสูตร จำนวน ๓๘ รูปหรือคน ดังนี้ ส่วนงานจัดการศึกษา หลักสูตร บรรพชิต คฤหัสถ์ รวม คณะมนุษยศาสตร์ ๑. ประกาศนียบัตรจิตวิทยาการปรึกษาแนวพุทธ ๑ ๒๕ ๒๖ ๒. ประกาศนียบัตรพุทธจิตวิทยาประยุกต์ เพื่อพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ๒ ๑๐ ๑๒ รวม ๓ ๓๕ ๓๘ คณะกรรมการประจำคณะมนุษยศาสตร์ ในคราวประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พิจารณาเห็นชอบแล้ว สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบ และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ตามมาตรา ๑๙ (๓) แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๓) ✓ ๒ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ ✓ ๓ มติคณะกรรมการประจำคณะมนุษยศาสตร์ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๖ ๔ รายชื่อผู้สำเร็จการศึกษา ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… ๕๑


มติสภาวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ วันพฤหัสบดีที่ ๑ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ ประชุม ณ ห้องประชุม วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๔.๙ เรื่อง ขอความเห็นชอบหลักสูตรประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร ประกาศนียบัตรนำนวน ๒ หลักสูตร พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร, รศ.ดร. กรรมการและเลขานุการสภาวิชาการ เสนอว่า สำนัก ทะเบียนและวัดผล ได้มีบันทึกข้อความที่ อว ๘๐๐๙/๐๑๓ ลงวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เรื่อง ขอความ เห็นชอบหลักสูตรประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร จำนวน ๒ หลักสูตร ดังนี้ ๑. ประกาศนียบัตรจิตวิทยาการปรึกษาแนวพุทธ (ป.จภ.) ๒. ประกาศนียบัตรพุทธจิตวิทยาประยุกต์เพื่อพัฒนาศักยภาพมนุษย์ คณะกรรมการประจำคณะมนุษยศาสตร์ ในคราวประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้พิจารณาเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามความในมาตรา ๒๒ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๔๐ จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบและให้นำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติ รับรองตามนี้ (พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร, รศ.ดร.) รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ กรรมการและเลขานุการสภาวิชาการ ๕๒


ที่ ส่วนงานจัดการศึกษา หลักสูตร บรรพชิต คฤหัสถ์ รวม ประกาศนียบัตรจิตวิทยาการปรึกษาแนวพุทธ 1 25 26 พุทธจิตวิทยาประยุกต์เพื่อพัฒนาศักยภาพมนุษย์ 2 10 12 รวมจ านวนทั้งสิ้น 3 35 38 สถิติผู้ส าเร็จการศึกษา เสนอขออนุมัติประกาศนียบัตร ครั้งที่ 1/2567 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 1 คณะมนุษยศาสตร์ (พระครูปลัดโยธิน โชติธมฺโม) ผู้อ ำนวยกำรส่วนประเมินผลกำรศึกษำ ผู้จัดท ำข้อมูล รับรองตามนี้ (พระครูศรีสิทธิบัณฑิต,ดร.) ผู้อ ำนวยกำรส ำนักทะเบียนและวัดผล 29 มกรำคม 2567 หน้าที่ 1 ๕๓


๔.๓ เรื่อง ขออนุมัติหลักสูตรและโครงการเปิดสอนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา จาก ๔ ส่วนงาน จำนวน ๕ หลักสูตร ด้วยบัณฑิตวิทยาลัย มีบันทึกที่ อว ๘๐๐๑/๒๒๘ ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ และอว ๘๐๐๑/๑๕ ลงวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เรื่อง ขอความเห็นชอบหลักสูตรและโครงการเปิด สอนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา จาก ๔ ส่วนงาน จำนวน ๕ หลักสูตร ดังนี้ ๑. วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด ๑) หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต (ค.ม.) สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๗) ๒. คณะพุทธศาสตร์ ๒) หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาศาสนาเปรียบเทียบ (หลักสูตร ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๗) ๓. วิทยาลัยสงฆ์เชียงใหม่ ๓) หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๗) ๔. วิทยาลัยสงฆ์บาฬีศึกษาพุทธโฆส ๔) หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาบาลีพุทธศาสตร์ (หลักสูตร ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๗) ๕) หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๗) คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ และ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาเห็นชอบแล้ว สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบ และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ตามมาตรา ๑๙ (๖) แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๖) ✓ ๒ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ ✓ ๓ มติคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ๕๔


ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… ๕๕


๕๖


๕๗


๔.๔ เรื่อง ขออนุมัติหลักสูตรและโครงการเปิดสอนหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (๔ ปี) สาขาวิชาการสอนภาษาไทย (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๗) วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด ด้วยคณะครุศาสตร์ มีบันทึกที่ อว ๘๐๐๓/๓๐๒ ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เรื่อง ขอความเห็นชอบหลักสูตรและโครงการเปิดสอนหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (๔ ปี) สาขาวิชาการสอน ภาษาไทย (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๗) วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด คณะกรรมการประจำคณะครุศาสตร์ ในคราวประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พิจารณาเห็นชอบแล้ว สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบ และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ตามมาตรา ๑๙ (๖) แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๖) ✓ ๒ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ ✓ ๓ มติคณะกรรมการประจำคณะครุศาสตร์ครั้งที่ ๔/๒๕๖๖ ✓ ๔ เอกสารหลักสูตรฯ ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… ๕๘


๕๙


๔.๕ เรื่อง ขออนุมัติหลักสูตรและโครงการเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตร จาก ๒ ส่วนงาน จำนวน ๔ หลักสูตร ด้วยบัณฑิตวิทยาลัย มีบันทึกที่ อว ๘๐๐๑/๑๕ ลงวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ และคณะ สังคมศาสตร์มีบันทึกที่ อว ๘๐๐๕/๐๑๕ ลงวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เรื่อง ขอความเห็นชอบ หลักสูตรและโครงการเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตร จาก ๒ ส่วนงาน จำนวน ๔ หลักสูตร ดังนี้ ๑. บัณฑิตวิทยาลัย ๑) หลักสูตรประกาศนียบัตรจิตภาวนาเพื่อชีวิตและสังคม (ป.จภ.) บัณฑิตวิทยาลัย ๒. คณะสังคมศาสตร์ ๒) หลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) คณะสังคมศาสตร์ (ส่วนกลาง) ๓) หลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารท้องถิ่น (ป.บท.) วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี ๔) หลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์(ป.บส.) คณะสังคมศาสตร์ ณ วัดอินทาราม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม คณะสังคมศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ และ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ในคราวการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาเห็นชอบแล้ว สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาแล้ว มี มติเห็นชอบ และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ตามมาตรา ๑๙ (๖) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๖) ✓ ๒ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ ✓ ๓ มติคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย/คณะกรรมการประจำคณะสังคมศาสตร์ ✓ ๔ เอกสารหลักสูตรฯ ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. ๖๐


๖๑


๔.๖ เรื่อง ขออนุมัติรายงานผลการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตร และส่วนงาน ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ด้วยสำนักงานประกันคุณภาพ มีบันทึกที่ อว ๘๐๐๐.๑๐/๖๒๔ ลงวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เรื่อง ขอความเห็นชอบรายงานผลการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตร และส่วนงาน ปีการศึกษา ๒๕๖๕ คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พิจารณาเห็นชอบแล้ว สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ พิจารณาแลว ้ มีมติเห็นชอบ และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาให้ข้อเสนอแนะตามมาตรา ๑๙ (๑) แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และข้อ ๙ (๙) ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯว่าด้วยการ ประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๗ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๑) ✓ ๒ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๙ (๙) ✓ ๓ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๖ ✓ ๔ สรุปผลการตรวจประเมินหลักสูตร ประจำปี ๒๕๖๕ ✓ ๕ รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตร และส่วนงาน ประจำปี ๒๕๖๕ ✓ ๖ มติคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ๖๒


๖๓


๔.๗ เรื่อง ขออนุมัติรายงานผลการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับสถาบัน ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ด้วยสำนักงานประกันคุณภาพ มีบันทึกที่ อว ๘๐๐๐.๑๐/๖๒๔ ลงวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เรื่อง ขอความเห็นชอบรายงานผลการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับสถาบัน ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ในวันที่ ๑๘-๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ให้ส่วนงานรับทราบแล้ว คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พิจารณาเห็นชอบแล้ว สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๖ เมือวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ พิจารณาแลว มีมติเห็นชอบ และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ตามมาตรา ๑๙ (๑) แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และข้อ ๙ (๙) ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯว่าด้วยการ ประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๗ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๑) ✓ ๒ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๙ (๙) ✓ ๓ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๖ ✓ ๔ สรุปผลการตรวจประเมินหลักสูตร ประจำปี ๒๕๖๕ ✓ ๕ รายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับสถาบัน ประจำปี ๒๕๖๕ ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… ๖๔


๖๕


๔.๘ เรื่อง ขออนุมัติแผนพัฒนาคุณภาพ (Improvement Plan) จากผลการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับสถาบัน ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ ตามที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนา คุณภาพ (Improvement Plan) จากผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ เพื่อวิเคราะห์ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ทั้งจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนาและข้อเสนอแนะเพื่อการ พัฒนาและนำข้อเสนอแนะของผู้ตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายในมาวิเคราะห์และหาแนวทางการ พัฒนาตามตัวบ่งชี้ต่าง ๆ อันจะก่อให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง นั้น คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาเห็นชอบแล้ว สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบ และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ตามมาตรา ๑๙ (๑) แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และข้อ ๑๘ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยการ ประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๗ ความว่า “ให้คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษานำเสนอผลการ ประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก พร้อมทั้งแผนงานในการปรับปรุง และพัฒนาการศึกษาต่อสภา มหาวิทยาลัย เพื่อรับทราบ ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ” รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการ ประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๑) ✓ ๒ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ ๓ มติคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ ✓ ๔ ร่างแผนพัฒนาคุณภาพ (Improvement Plan) ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… ๖๖


๖๗


๔.๙ เรื่อง ขออนุมัติ ร่างข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยหลักธรรมาภิบาล พ.ศ. .... โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัย เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติมาตรฐานจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาและบุคลากรต้องปฏิบัติ หน้าที่ตามหลักธรรมาภิบาล จึงเสนอขออนุมัติร่างข้อบังคับมหาวิทยาลัย ว่าด้วยหลักธรรมาภิบาล พ.ศ. .... คณะกรรมการยกร่างข้อบังคับมหาวิทยาลัย ว่าด้วยหลักธรรมาภิบาล พ.ศ. .... ในคราวประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาเห็นชอบแล้ว สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบ และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ตามมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๒) ✓ ๒ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ ✓ ๓ มติคณะกรรมการยกร่างข้อบังคับฯ ๔ ร่างข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… ๖๘


๖๙


ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยธรรมาภิบาล พ.ศ. .... โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยธรรมาภิบาล ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติมาตรฐานจริยธรรม พ.ศ.๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติการ อุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาและบุคลากรต้องปฏิบัติหน้าที่ตามหลักธรรมาภิบาล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) และ (๑๑) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุม ครั้งที่ ..../๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ......................... พ.ศ. ๒๕๖๗ จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยธรรมาภิบาล พ.ศ. ....” ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการตรวจสอบภายใน พ.ศ. ๒๕๖๕ และให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้ “มหาวิทยาลัย” หมายความถึง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย “สภามหาวิทยาลัย” หมายความถึง สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ”นายกสภามหาวิทยาลัย” หมายความถึง นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย “กรรมการสภามหาวิทยาลัย” หมายความถึง กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย “อธิการบดี” หมายความถึง อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย “ธรรมาภิบาล” หมายความถึง หลักในการบริหาร การจัดการ การควบคุมดูแลกิจการต่าง ๆ อย่างมีคุณธรรมจริยธรรมและให้เป็นไปตามครรลองคลองธรรม ประกอบด้วย หลักประสิทธิภาพ หลักประสิทธิผล หลักการตอบสนอง หลักภาระรับผิดชอบ สามารถตรวจสอบได้ หลักโปร่งใสเปิดเผย หลักนิติธรรม หลักความ เสมอภาค หลักการมีส่วนร่วม หลักการกระจายอำนาจ และหลักคุณธรรมจริยธรรม “ศีลธรรม หมายถึง ความประพฤติที่ดีที่ชอบ การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย หรือข้อบัญญัติ ทางศาสนาพุทธที่กำหนดการปฏิบัติทางกายและวาจา เช่น ศีล ๕ ศีล ๘ เป็นต้น “จริยธรรม” หมายความถึง หลักแห่งความประพฤติที่ดีงาม ทั้งกาย วาจา ที่เกี่ยวข้องกับหลัก คำสอนของศาสนา และยังรวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ยอมกันว่าดีงามของสังคมโดยรวม เพื่อให้ตนเองและ สังคมรอบข้างมีความสุข สันติสุข ก่อให้เกิดความรักความสามัคคี “การตรวจสอบ” หมายความถึง การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลงานของ มหาวิทยาลัย เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีการบริหารจัดการที่ดีและมีประสิทธิภาพ มีอิสระ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “ความเสี่ยง” หมายความถึง โอกาสหรือเหตุการณ์ที่มีความไม่แน่นอน หรือสิ่งที่ทำให้ แผนงานหรือการดำเนินการอยู่ในปัจจุบันไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยก่อให้เกิดผลกระทบ หรือความ เสียหายต่อมหาวิทยาลัยในที่สุด “คณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรม” หมายความถึง คณะกรรมการธรรมาภิบาลและ จริยธรรมมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๗๐


๒ “คณะกรรมการตรวจสอบ” หมายความว่า คณะกรรมการตรวจสอบมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย “คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย “ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี หัวหน้า หน่วยงานที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ผู้ช่วยอธิการบดี รองคณบดีหรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่ เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขต ผู้อำนวยการกอง หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด “บุคลากร” หมายความว่า คณาจารย์ประจำ คณาจารย์ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ประจำ และเจ้าหน้าที่ ลูกจ้างในสังกัดมหาวิทยาลัย” “นิสิต” หมายความว่า นิสิตของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ข้อ ๕ บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งหรือมติอื่นใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ ข้อบังคับนี้แทน ข้อ ๖ ให้อธิการบดีรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้อธิการบดีมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดและการ วินิจฉัยของอธิการบดีให้ถือเป็นที่สุด และในกรณีที่เป็นปัญหาและอธิการบดีเห็นสมควร ให้อธิการบดีเสนอต่อสภา มหาวิทยาลัยเพื่อวินิจฉัย หมวดที่ ๑ บททั่วไป ข้อ ๗ สภามหาวิทยาลัย ผู้บริหารและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ หลักธรรมาภิบาลตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ข้อ ๘ ให้มีระบบควบคุมภายใน และระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและ ขจัดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ การทุจริตและประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่ ข้อ ๙ หลักธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัย มีดังต่อไปนี้ (๑) หลักประสิทธิภาพ หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด คุ้มค่า และบังเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม ทั้งนี้ ต้องมีการลดขั้นตอนและระยะเวลาในการปฏิบัติงานเพื่ออำนวย ความสะดวก และลดภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนยกเลิกภารกิจที่ล้าสมัยและไม่มีความจำเป็น (๒) หลักประสิทธิผล หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องมีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อ ตอบสนองความต้องการของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจให้บรรลุ วัตถุประสงค์ขององค์กร มีการวางเป้าหมายการปฏิบัติงานที่ชัดเจน สร้างกระบวนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ มีการจัดการความเสี่ยงและมุ่งเน้นผลการปฏิบัติงานเป็นเลิศ รวมถึงมีการติดตามประเมินผลและพัฒนาปรับปรุง การปฏิบัติงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง (๓) หลักการตอบสนอง หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องสามารถให้บริการได้อย่างมีคุณภาพ สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด สร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจ รวมถึงตอบสนองตามความ คาดหวังของผู้รับบริการได้อย่างเหมาะสม (๔) หลักภาระรับผิดชอบ สามารถตรวจสอบได้ หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องตอบคำถาม และชี้แจงได้เมื่อมีข้อสงสัย รวมทั้งมีการจัดวางระบบการรายงานความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่ กำหนดไว้ต่อสาธารณะเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและการให้คุณให้โทษ ตลอดจนมีการจัดเตรียมระบบการ แก้ไขหรือบรรเทาปัญหาและผลกระทบใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น (๕) หลักโปร่งใสเปิดเผย หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นและเชื่อถือได้ ตลอดจนวางระบบให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ดังกล่าวเป็นไปโดยง่าย ๗๑


๓ (๖) หลักนิติธรรม หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องใช้อำนาจของกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับในการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ด้วยความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ (๗) หลักความเสมอภาค หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องให้บริการอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มี การแบ่งแยก ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทาง เศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม และอื่น ๆ อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงโอกาสความเท่าเทียม กันของการเข้าถึงบริการสาธารณะด้วย (๘) หลักการมีส่วนร่วม หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้ง เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมการรับรู้ เรียนรู้ ทำความเข้าใจ ร่วมแสดงทัศนะ ร่วมเสนอปัญหา ทั้งนี้ต้องมีความ พยายามในการแสวงหาฉันทามติหรือข้อตกลงร่วมกัน (๙) หลักการกระจายอำนาจ หมายถึง ในการปฏิบัติราชการควรมีการมอบอำนาจและกระจาย ความรับผิดชอบในการตัดสินใจและการดำเนินการให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในระดับต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม (๑๐) หลักคุณธรรมจริยธรรม หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องมีจิตสำนึกความรับผิดชอบใน การปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปอย่างมีศีลธรรม คุณธรรม และตรงตามความคาดหวังของสังคม รวมทั้งยึดมั่นประมวล จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ หมวดที่ ๒ การแต่งตั้ง และวิธีการดำเนินงานของคณะกรรมการ ข้อ ๑๐ เพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและกลไกส่งเสริม ตรวจสอบ บังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้มีคณะกรรมการตามข้อบังคับนี้ ประกอบด้วย (๑) คณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรม (๒) คณะกรรมการตรวจสอบ (๓) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการแต่ละคณะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ ได้อีก แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าสองวาระมิได้ นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง ประธานกรรมการและกรรมการ พ้นจาก ตำแหน่งเมื่อ (๑) มรณภาพหรือตาย (๒) ลาออก (๓) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง (๔) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการในประเภทนั้น (๕) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (๖) เป็นบุคคลล้มละลาย (๗) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการ พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการให้ได้มา ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งแทน ภายใน ๙๐ วันนับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนอยู่ในตำแหน่ง เท่ากับ วาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่หากวาระการดำรงตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการ เหลืออยู่น้อย กว่า ๑๘๐ วัน จะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ ข้อ ๑๒ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรม คณะกรรมการตรวจสอบ และ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีความเป็นอิสระต่อกัน ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง คณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรม คณะกรรมการ ตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ต้องได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหนึ่งตำแหน่ง ในคณะกรรมการหนึ่ง คณะเท่านั้น ๗๒


๔ ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการตรวจสอบจัดให้มีการประชุมไม่น้อยกว่าปีละ ๔ ครั้ง สำหรับคณะกรรมการ ธรรมาภิบาลและจริยธรรม และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง อาจจัดประชุมตามที่เห็นสมควรก็ได้ ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งรายงานผลการดำเนินงานรวมถึงเสนอมาตรการและกลไกในการ ดำเนินการ ให้สภามหาวิทยาลัยทราบทุก ๖ เดือน เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการพบเห็นการกระทำที่อาจ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อมหาวิทยาลัย ให้รายงานโดยทันที และเมื่อสภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบ แล้วให้ เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ให้เลขานุการสภามหาวิทยาลัย ดำเนินการติดตามการรายงานผลการดำเนินงานตามวรรคหนึ่ง เพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย การประชุมของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้นำวิธีการประชุมที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ข้อ ๑๔ การประชุมของคณะกรรมการตามข้อบังคับนี้ต้องมีกรรมการอย่างน้อยเกินกึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่ประธาน กรรมการมอบหมายทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่ได้มอบหมาย ให้กรรมการที่มาประชุม เลือกกรรมการรูปหรือคนหนึ่งทำหน้าที่แทน การลงมติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้า คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด หากมีการอภิปรายหรือลงมติในเรื่องใดที่กรรมการผู้นั้นมีประโยชน์ได้เสียส่วนตนเกี่ยวข้องด้วย กรรมการผู้นั้นจะอยู่ในที่ประชุมไม่ได้ เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติอนุญาตให้อยู่ในที่ประชุม เพียงเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง อันจะทำความกระจ่างในเรื่องนั้น ข้อ ๑๕ ค่าตอบแทน ค่าเบี้ยประชุม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดจากการดำเนินการประชุมของ คณะกรรมการให้เป็นไปตามอัตราที่มหาวิทยาลัยกำหนด หมวดที่ ๓ คณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรม ข้อ ๑๖ ให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรมประกอบด้วยบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหนึ่งรูป เป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย จำนวนไม่ น้อยกว่าสามรูปหรือคน แต่ไม่เกินห้ารูปหรือคน เป็นกรรมการ (๓) รองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมาย จำนวนสองรูปหรือคน เป็นกรรมการ (๔) รองอธิการบดีที่กำกับดูแลงานด้านการบริหารบุคคล เป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ อาจแต่งตั้งบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในกองกลาง สำนักงานอธิการบดีจำนวนไม่เกินสองรูป หรือคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการด้วยก็ได้ ข้อ ๑๗ คณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรมที่ได้รับการแต่งตั้งตามข้อ ๑๖ จะต้องมีความรู้ ความสามารถด้านการส่งเสริมศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และมีประสบการณ์เพียงพอที่จะทำหน้าที่ในฐานะ กรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรม โดยอย่างน้อยหนึ่งรูปหรือคนต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีประสบการณ์ ด้านกฎหมายหรือด้านการบริหารงานบุคคล ข้อ ๑๘ คณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรม มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งเสริมผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักธรรมาภิบาลและรักษาจริยธรรมตามที่ มหาวิทยาลัยกำหนด (๒) ดำเนินการตรวจสอบกรณีมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมของ นายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัย และเสนอความเห็นต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณา ดำเนินการตามที่เห็นสมควร ๗๓


๕ (๓) ดำเนินการตรวจสอบกรณีมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมของ ผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษาและเสนอความเห็นต่ออธิการบดีเพื่อพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร กรณีผู้บริหาร บุคลากร เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย ให้เสนอความเห็นต่อสภามหาวิทยาลัย เพื่อพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร (๔) พิจารณาให้ความเห็นในการปรับปรุงและแก้ไขเพิ่มเติมประมวลจริยธรรมของนายกสภา มหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร บุคลากร และนิสิตให้มีความเหมาะสมโดยมีกลไกในการ ส่งเสริม ตรวจสอบ และการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำเสนอสภามหาวิทยาลัยกำหนดเป็นระเบียบ (๕) เสนอแนวทางหรือมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนจริยธรรมของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร บุคลากรและนิสิต ต่อสภามหาวิทยาลัย (๖) เสนอระเบียบหรือประกาศที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของคณะกรรมการธรรมาภิบาลและ จริยธรรม ต่อสภามหาวิทยาลัย (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรม รวมทั้งการมอบอำนาจให้คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลใดดังกล่าวทำการแทนแล้วรายงานให้คณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรมทราบ (๘) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย ข้อ ๑๙ ประมวลจริยธรรมของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร บุคลากร และนิสิตของมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามระเบียบที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด หมวดที่ ๔ คณะกรรมการตรวจสอบ ข้อ ๒๐ ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนหนึ่งรูปหรือคน เป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย จำนวนไม่ น้อยกว่าสองรูปหรือคน แต่ไม่เกินสี่รูปหรือคน เป็นกรรมการ (๓) ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายใน เป็นเลขานุการ ทั้งนี้ อาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจสอบภายใน จำนวนไม่เกินสองรูปหรือคน เป็น ผู้ช่วยเลขานุการก็ได้ ข้อ ๒๑ คุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วย (๑) มีความรู้ความเข้าใจและมีประสบการณ์เพียงพอที่จะทำหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการ ตรวจสอบด้วยความเป็นอิสระและเที่ยงธรรม (๒) มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะการดำเนินงาน การเงิน การบัญชี การบริหารจัดการความเสี่ยง การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับ มหาวิทยาลัย โดยสภามหาวิทยาลัยควรพิจารณาและกำหนดความรู้ความสามารถที่จำเป็นของคณะกรรมการ ตรวจสอบ เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบที่ได้รับการแต่งตั้งสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิผล (๓) กรรมการตรวจสอบอย่างน้อยหนึ่งรูปหรือคนต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมี ประสบการณ์ต้านการเงินการบัญชีหรือด้านการตรวจสอบภายใน (๔) สามารถอุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ โดยสภามหาวิทยาลัยอาจพิจารณาความ เหมาะสมของจำนวนคณะกรรมการตรวจสอบที่กรรมการตรวจสอบสามารถดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการ ตรวจสอบของหน่วยงานอื่นได้ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่กรรมการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล ข้อ ๒๒ คณะกรรมการตรวจสอบต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ไม่เคย ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดกระทำโดยประมาทหรือ ความผิดลหุโทษ ๗๔


๖ (๒) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นกรรมการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรค การเมือง และไม่เป็นข้าราชการประจำที่ดำรงตำแหน่งในกระทรวงเจ้าสังกัดของมหาวิทยาลัย (๓) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กำหนดนโยบายหรือระเบียบปฏิบัติหรือ มีอำนาจในการตัดสินใจด้านการบริหาร (๔) ไม่เป็นบุคลากร ลูกจ้าง หรือผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าจ้างหรือค่าตอบแทนประจำ และไม่ เป็นผู้มีส่วนร่วมในการบริหารงานของมหาวิทยาลัย โดยให้รวมถึงผู้ที่โอนย้าย ลาออก เกษียณอายุ หรือพ้น สภาพจากมหาวิทยาลัยภายในระยะเวลาสองปีก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ (๕) ไม่เป็นผู้มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ไม่ว่าในขณะดำรงตำแหน่ง หรือภายในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ (๖) ไม่เป็นบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ของคณะกรรมการ อธิการบดีผู้อำนวยการ สำนักงานตรวจสอบภายใน หรือผู้ตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัย ข้อ ๒๓ คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจดังนี้ (๑) เชิญผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย เพื่อให้ข้อมูลด้วยวาจา และชี้แจงเป็น ลายลักษณ์อักษรตามที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่าจำเป็นและเหมาะสม โดยผู้ที่ถูกเชิญมาให้ข้อมูล ให้ถือ เป็นหน้าที่ที่ต้องให้ความร่วมมือ หากผู้ใดละเลย เพิกเฉย หรือให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือบิดเบือน ซ่อนเร้นข้อมูลโดยมิชอบ หรือโดยไม่สุจริต ทำให้เกิดความเสียหายต่อมหาวิทยาลัย ให้ถือเป็นความผิดทางวินัย (๒) ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่ามีเรื่องที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน อาจมอบหมายให้สำนักงานตรวจสอบภายในเข้าตรวจสอบนอกเหนือจากแผนการตรวจสอบได้ (๓) ในกรณีจำเป็น ให้คณะกรรมการตรวจสอบโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย ว่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่แก่หน่วยรับตรวจและสำนักงานตรวจสอบ ภายในได้ (๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อช่วยทำหน้าที่ตามความเหมาะสม ข้อ ๒๔ คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้ (๑) จัดทำกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบให้สอดคล้องกับขอบเขตความรับผิดชอบใน การดำเนินงานของมหาวิทยาลัย โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย และมีการสอบทานความ เหมาะสมของกฎบัตรตังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (๒) สอบทานประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการควบคุมภายในกระบวนการ บริหารจัดการความเสี่ยงและกระบวนการกำกับดูแลที่ดี รวมถึงระบบบริหารจัดการความเสี่ยงต้านการทุจริต ของมหาวิทยาลัย และระบบการรับแจ้งเบาะแส (๓) สอบทานให้มหาวิทยาลัยมีการรายงานการเงินอย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ (๔) สอบทานการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน รวมทั้งข้อกำหนดอื่นของมหาวิทยาลัย (๕) สอบทานการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยให้มีการกำกับดูแลที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล อันประกอบด้วยหลักประสิทธิภาพ หลักประสิทธิผล หลักการตอบสนอง หลักภาระรับผิดชอบ สามารถ ตรวจสอบได้ หลักโปร่งใสเปิดเผย หลักนิติธรรม หลักความเสมอภาค หลักการมีส่วนร่วม หลักการกระจาย อำนาจ และหลักคุณธรรมจริยธรรม (๖) กำกับดูแลระบบงานตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัยให้มีความเป็นอิสระ เพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานในหน้าที่ ๗๕


๗ (๗) พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือมีโอกาสเกิดการทุจริตที่อาจมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัย (๘) ให้ข้อเสนอแนะการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนตำแหน่ง และประเมินผลงาน ของผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายในต่อสภามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ อาจให้อธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดี มอบหมายมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วยก็ได้ (๙) ประชุมหารือร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้สอบบัญชีที่สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินเห็นชอบเกี่ยวกับผลการตรวจสอบและเรื่องอื่น ๆ และอาจเสนอแนะให้สอบทานหรือ ตรวจสอบรายการใดที่เห็นว่าจำเป็น รวมทั้งเสนอค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีต่อสภามหาวิทยาลัย (๑๐) รายงานผลการดำเนินงานตรวจสอบต่อสภามหาวิทยาลัยและบุคคลภายนอก อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ ให้มีการเผยแพรในรายงานประจำปีทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย โดยประธาน กรรมการเป็นผู้ลงนาม และต้องมีเนื้อหาอย่างน้อยประกอบด้วย ความเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ความเสี่ยง และการบริหารจัดการความเสี่ยงต้านการทุจริตของมหาวิทยาลัย การควบคุมภายในด้านการเงิน รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบและการเข้าร่วมประชุมของกรรมการ ตรวจสอบแต่ละราย ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน อาจทำรายงานเสนอต่อ สภามหาวิทยาลัยเป็นกรณีพิเศษก็ได้ (๑๑) ประเมินผลการดำเนินงาน ปัญหาและอุปสรรคของสำนักงานตรวจสอบภายใน รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการพัฒนาระบบการตรวจสอบภายในและศักยภาพของผู้ตรวจสอบภายในต่อสภา มหาวิทยาลัยอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (๑๒) ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบและรายงานต่อสภามหาวิทยาลัย อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (๑๓) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดหรือสภามหาวิทยาลัยมอบหมาย หมวดที่ ๕ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ข้อ ๒๕ ให้มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงประกอบด้วยบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหนึ่งรูปหรือคน เป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย จำนวนไม่ น้อยกว่าสามรูปหรือคน แต่ไม่เกินห้ารูปหรือคน เป็นกรรมการ (๓) รองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมาย จำนวนสองรูปหรือคน เป็นกรรมการ (๔) รองอธิการบดีที่กำกับดูแลด้านการบริหารความเสี่ยง เป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ อาจแต่งตั้งบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในกองแผนงาน จำนวนไม่เกินสองรูปหรือคน เป็น ผู้ช่วยเลขานุการด้วยก็ได้ ข้อ ๒๖ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่ได้รับการแต่งตั้งตามข้อ ๒๕ จะต้องประกอบด้วยผู้มีความรู้ ความสามารถและมีประสบการณ์ในด้านการบัญชี การเงิน กฎหมาย และมีประสบการณ์ด้านบริหารความเสี่ยง หรือการบริหารต่อเนื่องเพียงพอที่จะทำหน้าที่ในฐานะกรรมการบริหารความเสี่ยง ข้อ ๒๗ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงตามข้อบังคับนี้ให้ ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยง สำหรับหน่วยงานของรัฐ และแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับหน่วยงานของรัฐ และแนวทางการ ๗๖


๘ บริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับหน่วยงานของรัฐ เรื่อง หลักการบริหารจัดการความเสี่ยง ระดับองค์กร และ นโยบายการบริหารความเสี่ยง ประจำปีงบประมาณของมหาวิทยาลัยที่ใช้บังคับอยู่ในวันหรือก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ ใช้บังคับ หรือที่ได้กำหนดขึ้นตามข้อบังคับนี้ (๒) กำหนดนโยบาย และแนวทางในการดำเนินการบริหารความเสี่ยงของมหาวิทยาลัย ดำเนินการค้นหา ระบุ วิเคราะห์ และจัดลำดับความเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยง (๓) เสนอระเบียบหรือประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สภา มหาวิทยาลัยอนุมัติ (๔) เสนอมาตรการจัดการความเสี่ยง จัดทำแผนการบริหารความเสี่ยงของมหาวิทยาลัยและ รายงานการควบคุมภายในเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย (๕) กลั่นกรองรายงานผลการบริหารความเสี่ยงก่อนเสนอสภามหาวิทยาลัยอย่างน้อยปีละหนึ่ง ครั้งต่อสภามหาวิทยาลัย เว้นแต่มีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนให้ประธานกรรมการเป็นผู้รายงานผล (๖) กำกับ ดูแล ติดตาม การจัดทำแผนประเมินผลและรายงานการบริหารความเสี่ยง ประเมินผลการดำเนินงาน และจัดทำรายงานผลการดำเนินงานตามแผนบริหารความเสี่ยง รวมทั้งกำหนดแนวทาง ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแผนบริหารความเสี่ยงเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งการมอบอำนาจให้คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลใดดังกล่าวทำการแทนแล้วรายงานให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทราบ (๘) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย หมวดที่ ๖ บทเฉพาะกาล ข้อ ๒๘ คณะกรรมการตรวจสอบที่ได้รับการแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันหรือก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ ใช้ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นใหม่ตามข้อบังคับนี้ การดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการตรวจสอบตามข้อบังคับนี้ ให้ปฏิบัติตาม ข้อบังคับว่าด้วยการตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่ใช้บังคับอยู่ใน วันหรือก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ หรือที่ได้กำหนดขึ้นตามข้อบังคับนี้ ข้อ ๒๙ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่ได้รับการแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันหรือก่อนวันที่ ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงขึ้นใหม่ตาม ข้อบังคับนี้ ข้อ ๓๐ การนับวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการตามข้อ ๑๑ ในคณะกรรมการธรรมาภิบาลและ จริยธรรม คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ให้นับวาระการดำรงตำแหน่ง ตาม ข้อบังคับนี้เป็นวาระแรก ประกาศ ณ วันที่ ................................ พ.ศ. .............. (พระพรหมวชิราธิบดี) นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๗๗


๔.๑๐ เรื่อง ขออนุมัติ ร่างประกาศมหาวิทยาลัย เรื่อง ข้อปฏิบัติในการเสนอขออนุมัติ ปรับปรุงแก้ไขอาจารย์ผู้รับผิดชอบและอาจารย์ประจำหลักสูตร พ.ศ. .... ด้วยกองวิชาการ มีบันทึกที่ อว ๘๐๐๐.๗/๖๓๖ ลงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ เรื่อง ขอความเห็นชอบ ร่าง ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง ข้อปฏิบัติในการเสนอขอ อนุมัติปรับปรุงแก้ไขอาจารย์ผู้รับผิดชอบและอาจารย์ประจำหลักสูตร พ.ศ. .... คณะกรรมการยกร่างประกาศมหาวิทยาลัย เรื่อง ข้อปฏิบัติในการเสนอขออนุมัติปรับปรุงแก้ไข สมอ. ๐๘ พ.ศ. .... ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พิจารณาเห็นชอบ แล้ว สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบ และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ตามมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๒) ✓ ๒ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ ✓ ๓ ร่างประกาศมหาวิทยาลัยฯ ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… ๗๘


ฉบับเดิม ๗๙


(ร่าง) ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง ข้อปฏิบัติในการปรับปรุงแก้ไขอาจารย์ผู้รับผิดชอบและอาจารย์ประจำหลักสูตร พ.ศ. … เพื่อให้การดำเนินขออนุมัติปรับปรุงแก้ไขอาจารย์ผู้รับผิดชอบและประจำหลักสูตร ของส่วนงานจัดการศึกษาทุกระดับ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ และนโยบาย ของมหาวิทยาลัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ................ เมื่อวัน...........ที่ ..... .............. พ.ศ. ........... จึงออกประกาศ ไว้ดังต่อไปนี้ ๑. ประกาศนี้ เรียกว่า "ข้อปฏิบัติในการปรับปรุงแก้ไขอาจารย์ผู้รับผิดชอบและอาจารย์ประจำ หลักสูตร พ.ศ. …" ๒. ให้ยกเลิก ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง ข้อปฏิบัติในการปรับปรุง แก้ไขอาจารย์ผู้รับผิดชอบและอาจารย์ประจำหลักสูตร พ.ศ. ๒๕๖๖ ๓. ให้ใช้ประกาศนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ๔. ให้เสนอขอปรับปรุงแก้ไขอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและอาจารย์ประจำหลักสูตรได้ปี การศึกษาละ ๓ ครั้ง ๔.๑ ครั้งที่ ๑ เสนอพิจารณาในสภามหาวิทยาลัยเดือน มกราคม ของทุกปี ๔.๒ ครั้งที่ ๒ เสนอพิจารณาในสภามหาวิทยาลัยเดือน พฤษภาคม ของทุกปี ๔.๓ ครั้งที่ ๓ เสนอพิจารณาในสภามหาวิทยาลัยเดือน ตุลาคม ของทุกปี ๕. ให้ส่วนจัดการศึกษาต้นสังกัด ตรวจสอบรายละเอียดเอกสารขออนุมัติปรับปรุงแก้ไขอาจารย์ ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและอาจารย์ประจำหลักสูตร รวมทั้งเอกสารประกอบให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนเสนอขอ อนุมัติ ๖. ให้คณะกรรมการประจำส่วนงานจัดการศึกษา ควบคุม ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบ ๗. ให้ส่วนงานจัดการศึกษาที่เสนอขออนุมัติ เข้าชี้แจงหลักการและเหตุผลต่อที่ประชุม ๘. ให้อธิการบดีรักษาการให้เป็นไปตามประกาศนี้ และในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม ประกาศนี้ ให้อธิการบดีเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดและให้ถือคำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด ประกาศ ณ วันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ (พระพรหมวชิราธิบดี) นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ฉบับใหม่ ๘๐


๔.๑๑ เรื่อง ขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการสำนัก สถาบัน ศูนย์ หรือวิทยาลัย ด้วยกองแผนงาน มีบันทึกที่ อว ๘๐๐๐.๖/๐๐๓๑ ลงวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เรื่อง ขอความเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการสำนัก สถาบัน ศูนย์ หรือวิทยาลัย มีวาระการดำรง ตำแหน่งจะครบ ๔ ปี วันที่ ๒๙ มกราคม และวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ นี้จำนวน ๑๐ ตำแหน่ง ประกอบด้วย ๑) ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ วิทยาเขตเชียงใหม่ ๒) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์เชียงใหม่ ๓) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ ๔) ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและวัดผล ๕) ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม ๖) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ ๗) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ระยอง ๘) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี ๙) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์อุทัยธานี ๑๐) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์สุราษฎร์ธานี ตามข้อ ๕ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ผู้อำนวยการ สถาบัน สำนัก ศูนย์ หรือวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้มีคณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดี หรือผู้ซึ่งอธิการบดีมอบหมาย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนสองรูป ซึ่งสภามหาวิทยาลัยคัดเลือก (๓) กรรมการสภาวิชาการ จำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภาวิชาการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คน เดียวกันตามข้อ ๕ (๒) ในกรณีที่ตำแหน่งผู้อำนวยการว่างลง การสรรหาตำแหน่งผู้อำนวยการในวิทยาเขตตามข้อ ๕ (๓) ต้องเป็นผู้แทนวิทยาเขตนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าหนึ่งรูปหรือคน สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณา คัดเลือกคณะกรรมการตามข้อ ๕ (๒)จำนวน ๔ รูปหรือคน เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย ๑) ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ วิทยาเขตเชียงใหม่ (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดีหรือผู้ซึ่ง อธิการบดีมอบหมาย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนสองรูป ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยคัดเลือก (๓) กรรมการสภาวิชาการ จำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภา วิชาการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คนเดียวกันตามข้อ ๕ (๒) ๑. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๒. รองอธิการบดีวิทยาเขตเชียงใหม่ ๓. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ๔. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ๘๑


๒) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์เชียงใหม่ (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดีหรือผู้ซึ่ง อธิการบดีมอบหมาย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนสองรูป ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยคัดเลือก (๓) กรรมการสภาวิชาการ จำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภา วิชาการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คนเดียวกันตามข้อ ๕ (๒) ๑. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๒. รองอธิการบดีวิทยาเขตเชียงใหม่ ๓. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ๔. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ๓) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดีหรือผู้ซึ่ง อธิการบดีมอบหมาย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนสองรูป ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยคัดเลือก (๓) กรรมการสภาวิชาการ จำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภา วิชาการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คนเดียวกันตามข้อ ๕ (๒) ๑. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๒. รองอธิการบดีวิทยาเขตสุรินทร์ ๓. รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ ๔. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ๔) ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและวัดผล (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดีหรือผู้ซึ่ง อธิการบดีมอบหมาย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนสองรูป ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยคัดเลือก (๓) กรรมการสภาวิชาการ จำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภา วิชาการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คนเดียวกันตามข้อ ๕ (๒) ๑. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๒. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ๓. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ๔. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ๕) ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดีหรือผู้ซึ่ง อธิการบดีมอบหมาย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนสองรูป ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยคัดเลือก ๘๒


(๓) กรรมการสภาวิชาการ จำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภา วิชาการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คนเดียวกันตามข้อ ๕ (๒) ๑. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๒. รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ ๓. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ๔. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ๖) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดีหรือผู้ซึ่ง อธิการบดีมอบหมาย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนสองรูป ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยคัดเลือก (๓) กรรมการสภาวิชาการ จำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภา วิชาการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คนเดียวกันตามข้อ ๕ (๒) ๑. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๒. รองอธิการบดีวิทยาเขตนครราชสีมา ๓. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ๔. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ๗) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ระยอง (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดีหรือผู้ซึ่ง อธิการบดีมอบหมาย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนสองรูป ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยคัดเลือก (๓) กรรมการสภาวิชาการ จำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภา วิชาการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คนเดียวกันตามข้อ ๕ (๒) ๑. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๒. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ๓. รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ ๔. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ๘) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดีหรือผู้ซึ่ง อธิการบดีมอบหมาย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนสองรูป ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยคัดเลือก (๓) กรรมการสภาวิชาการ จำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภา วิชาการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คนเดียวกันตามข้อ ๕ (๒) ๑. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๒. รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ ๓. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ๔. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ๘๓


และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ตามมาตรา ๑๙ (๑๓) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และข้อ ๕ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ผู้อำนวยการ สถาบัน สำนัก ศูนย์ หรือวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๑ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการ ประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๑๓) ✓ ๒ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการ สรรหา ผู้อำนวยการ สถาบัน สำนัก ศูนย์ หรือวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๑ ✓ ๓ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ ✓ ๔ องค์ประกอบคณะกรรมการสรรหาฯ ๙) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์อุทัยธานี (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดีหรือผู้ซึ่ง อธิการบดีมอบหมาย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนสองรูป ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยคัดเลือก (๓) กรรมการสภาวิชาการ จำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภา วิชาการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คนเดียวกันตามข้อ ๕ (๒) ๑. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๒. รองอธิการบดีวิทยาเขตนครสวรรค์ ๓. รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ ๔. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ๑๐) ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์สุราษฎร์ธานี (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดีหรือผู้ซึ่ง อธิการบดีมอบหมาย (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวนสองรูป ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยคัดเลือก (๓) กรรมการสภาวิชาการ จำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภา วิชาการคัดเลือก แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คนเดียวกันตามข้อ ๕ (๒) ๑. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๒. รองอธิการบดีวิทยาเขตนครศรีธรรมราช ๓. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ๔. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ๘๔


ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ๘๕


๘๖


๘๗


๘๘


๔.๑๒ เรื่อง ขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนพระไตรปิฎก ด้วยสถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มีบันทึกที่ อว ๘๐๖๗/๐๑๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๗ เรื่อง ขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนพระไตรปิฎก สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามความข้อ ๙ ของระเบียบมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยกองทุน พระไตรปิฎก พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงเสนอผู้มีรายชื่อต่อไปนี้ เป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนพระไตรปิฎก ดังนี้ ข้อ ๙ ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนพระไตรปิฎก ประกอบด้วย องค์ประกอบตามประกาศ ตำแหน่งหรือชื่อ (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดี หรือรอง อธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมาย ๑. อธิการบดี (๒) กรรมการ จำนวนห้ารูปหรือคน ได้แก่ รอง อธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดีหรือผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะ ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดย คำแนะนำของอธิการบดี ๑. รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ๒. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๓. รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ๔. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ๕. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่รูปหรือคน ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการบดี ๑. ดร.สมบูรณ์ วราห์บัณฑูรย์วิทย์ ๒. ดร.อรศิริ ไม้ทอง ๓. ดร.สุภาพรรณ เพิ่มพูน ๔. นางนงลักษณ์ ไชยเสโน (๔) กรรมการและเลขานุการ ได้แก่ ผู้อำนวยการ สถาบันพระไตรปิฎก ๑. ผู้อำนวยการสถาบันพระไตรปิฎก (๕) กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ คือผู้อำนวยการ ส่วนงานบริหาร และผู้อำนวยการส่วนวิชาการและวิจัย สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา ๑. ผู้อำนวยการส่วนงานบริหาร ๒. ผู้อำนวยการส่วนวิชาการและวิจัย สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา คณะกรรมการประจำสถาบันพระไตรปิฎกศึกษา ในคราวประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พิจารณาเห็นชอบแล้ว จึงเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติตามมาตรา ๑๙ (๑๓) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และข้อ ๙ ของระเบียบ มหาวิทยาลัย ว่าด้วยกองทุนพระไตรปิฎก พ.ศ. ๒๕๖๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา ๘๙


เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๑๓) ✓ ๒ ระเบียบมหาวิทยาลัย ว่าด้วยกองทุนพระไตรปิฎก พ.ศ. ๒๕๖๒ ✓ ๓ องค์ประกอบคณะกรรมการฯ ตามระเบียบมหาวิทยาลัย ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ๙๐


๔.๑๓ เรื่อง ขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการขอพระราชทานสมณศักดิ์ ประจำปี พ.ศ. .... เพื่อให้การพิจารณาการขอพระราชทานสมณศักดิ์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ และ นโยบายของมหาวิทยาลัย ตามข้อ ๖ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการขอ พระราชทานสมณศักดิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้มีคณะกรรมการพิจารณาการขอพระราชทานสมณศักดิ์ คณะหนึ่ง ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งในแต่ละปี ประกอบด้วย องค์ประกอบคณะกรรมการ ตำแหน่ง ๖.๑ ประธานกรรมการ ได้แก่ นายกสภา มหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นพระภิกษุที่นายกสภา มหาวิทยาลัยมอบหมาย นายกสภามหาวิทยาลัย หรืออุปนายกสภามหาวิทยลัย ๖.๒ รองประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบดี ๑. อธิการบดี ๖.๓ กรรมการผู้แทนสภามหาวิทยาลัยจากผู้ดำรง ตำแหน่งรองอธิการบดีจำนวนสองรูป ซึ่งสภา มหาวิทยาลัยแต่งตั้ง โดยคำแนะนำของ อธิการบดี ๑. รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ๒. รองอธิการบดีวิทยาเขตพะเยา ๖.๔ กรรมการผู้แทนสภาวิชาการจากผู้ดำรง ตำแหน่งรองอธิการบดีหรือคณบดีจำนวนหกรูป ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง โดยคำแนะนำของ อธิการบดี ที่มีใช่บุคคลเดียวกับข้อ ๖.๓ ๑. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ๒. รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ ๓. คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ๔. คณบดีคณะพุทธศาสตร์ ๕. คณบดีคณะครุศาสตร์ ๖. คณบดีคณะสังคมศาสตร์ ๖.๕ กรรมการและเลขานุการ ได้แก่ เลขานุการ สภามหาวิทยาลัย ๑. รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา สภาวิชาการ ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบ และให้เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ตามมาตรา ๑๙ (๑๓) แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และข้อ ๖ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยการขอ พระราชทานสมณศักดิ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม ๙๑


จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๑๓) ✓ ๒ มติสภาวิชาการ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ ✓ ๓ องค์ประกอบคณะกรรมการฯ ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..…….…………………… ๙๒


๙๓


๙๔


๔.๑๔ เรื่อง ขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน ด้วยกองคลังและทรัพย์สิน มีบันทึกที่ อว ๘๐๐๐.๔/๐๒๕๑ ลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ เรื่องขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการเงินและทรัพย์สิน แทนคณะกรรมการชุดเดิมซึ่งใกล้หมดวาระลงแล้ว เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามความในข้อ ๗ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัย ว่าด้วยการเงินและ ทรัพย์สิน พ.ศ. ๒๕๕๖ ความว่า “ให้มีคณะกรรมการการเงินและทรัพย์สิน” ประกอบด้วย องค์ประกอบคณะกรรมการ ตำแหน่งหรือชื่อ (๑) ประธานกรรมการ ได้แก่ อธิการบตี ๑. อธิการบดี (๒) ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการตาม (๓) หนึ่งรูปเป็นรองประธานกรรมการ (๓) กรรมการผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีหรือ คณบดีซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง จำนวนห้ารูปหรือคน โดยคำแนะนำของ อธิการบดี ๑. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ๒. รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ๓. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ๔. รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ ๕. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสภามหาวิทยาลัย แต่งตั้งจำนวนหกรูปหรือคน โดยคำแนะนำของอธิการบดี และในจำนวนนี้ จะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการเงินและ การบัญชีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ๑. รศ.ดร.วิไลศักดิ์ กิ่งคำ ๒. รศ.ดร.ภาณุวัฒน์ สุริฉัตร ๓. นายสุรพล เพชรวรา ๔. นางสาวนวลทิพย์ โกมลเมศ ๕. นางนงลักษณ์ ไชยเสโน ๖. ดร.สุทิศา จันทรบุตร (๕) กรรมการและเลขานุการ คือผู้ดำรงตำแหน่ง รองอธิการบดี ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง โดย คำแนะนำของอธิการบดี ๑. รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ให้ผู้อำนวยการกองคลังและทรัพย์สิน เป็น ผู้ช่วยเลขานุการ ๑. ผู้อำนวยการกองคลังและทรัพย์สิน จึงเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติตามมาตรา ๑๙ (๑๓) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และข้อ ๗ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัย ว่าด้วยการเงินและทรัพย์สิน พ.ศ. ๒๕๕๖ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารประกอบการประชุม จึงเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา ๙๕


เอกสารประกอบการพิจารณา เอกสารแนบ เอกสารในระบบ ที่ เรื่อง ✓ ๑ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๙ (๑๓) ✓ ๓ องค์ประกอบคณะกรรมการฯ ✓ ๔ ประวัติคณะกรรมการโดยสังเขปฯ ประเด็นเสนอเพื่อพิจารณา - เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ ผู้เสนอ : กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ข้อสังเกต……………………………………………………………..……………………………………….……………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… มติที่ประชุม………………………………………………………………………………..………………………………. ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………..…………………………………………… ๙๖


๙๗


Click to View FlipBook Version