The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการนิเทศทางการพยาบาล พนร.ok

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ICU อายุรกรรม 2, 2023-08-06 12:44:42

คู่มือการนิเทศทางการพยาบาล พนร.

คู่มือการนิเทศทางการพยาบาล พนร.ok

คู่มือ การนิเทศทางการพยาบาล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช พ.ศ.2566


2 คู่มือการนิเทศทางการพยาบาล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช หน้า : 48 หน้า แนวทางปฏิบัติการพยาบาลเลขที่ : SM – NUR - 008 ทบทวน : ทุกปี เรื่อง : คู่มือการนิเทศทางการพยาบาล วันบังคับใช้ : 9 พฤษภาคม 2566 วันที่ปรับปรุง : 5 พฤษภาคม 2566 แผนก : กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล แผนกที่เกี่ยวข้อง : ทุกหน่วยงานสังกัด กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ผู้จัดทำ : (นางสาวพรทิพย์ จันทาทิพย์) ผช.หัวหน้าพยาบาลด้าน QA ผู้ทบทวน ( นางธารกมล อนุสิทธิ์ศุภการ ) รองหัวหน้าพยาบาลด้านบริการ ผู้อนุมัติ ......................................................... ( นางมารยาท รัตนประทีป ) หัวหน้าพยาบาล


3 คํานํา คู่มือการนิเทศทางการพยาบาลฉบับนี้ จัดทําขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสําหรับผู้นิเทศทางการพยาบาล ใช้เป็นแนวทางในการนิเทศ โดยรวบรวมเนื้อหาจากตํารา วารสารงานวิจัย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนา การนิเทศทางการพยาบาล และประสบการณ์ในการนิเทศทางการพยาบาล ที่ได้ปฏิบัติจริงในหอผู้ป่วย เพื่อช่วยให้ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน อนึ่ง คณะผู้จัดทําขอขอบคุณผู้บริหารทางการพยาบาล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์ มหาราช ที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อช่วยให้คู่มือฯมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าคู่มือฉบับนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการให้บริการพยาบาลที่มีคุณภาพต่อไป พฤษภาคม 2566


4 สารบัญ หน้า การนิเทศทางการพยาบาล 4 ระบบการนิเทศในกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 8 การนิเทศทางการพยาบาลในเวลาราชการ 9 การนิเทศทางการพยาบาลนอกเวลาราชการ 11 การนิเทศการใช้กระบวนการพยาบาล 12 การนิเทศคุณภาพบริการพยาบาล 22 ภาคผนวก 33


5 การนิเทศทางการพยาบาล ความท้าทายของผู้บริหารทางการพยาบาลในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นเกี่ยวกับเรื่องการนิเทศทางการ พยาบาล ซึ่งเสียงสะท้อนจากผู้เยี่ยมสำรวจไม่ว่าจากสภาการพยาบาลแห่งประเทศไทยเองหรือสถาบันรับรอง คุณภาพโรงพยาบาลก็ตาม ที่ให้ข้อคิดเห็นต่อระบบนิเทศทางการพยาบาลโดยเฉพาะการนิเทศทางคลินิกของ องค์กรพยาบาลในโรงพยาบาลต่างๆว่า ยังไม่มีความชัดเจน ไม่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและไม่สามารถแสดง ผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ ในขณะที่ผู้บริหารทางการพยาบาลเองก็เรียกร้อง สอบถามกันว่า แล้วระบบนิเทศทางการ พยาบาลที่มีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ขององค์กรควรเป็นอย่างไร สามารถทำได้จริงหรือไม่ อย่างไร ด้วยเหตุนี้ในปี 2558 กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จึงได้ทำการ วิเคราห์สถานการณ์ระบบนิเทศที่มีอยู่ โดยวิเคราะห์เป้าหมายในอดีตเมื่อเทียบกับปัจจุบันซึ่งมุ่งสู่ความเป็นเลิศ ทางการพยาบาล ระบบนิเทศที่ปฏิบัติอยู่ครอบคลุมเพียงพอหรือไม่ รูปแบบการนิเทศแบบเดิมต้องปรับเปลี่ยน อะไรบ้าง และเครื่องมือในการนิเทศเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ หลังจากนั้นได้ดำเนินการพัฒนา รูปแบบการนิเทศเพื่อความเป็นเลิศทางการพยาบาลขึ้นโดยอ้างอิงจาก Suandok’s Nursing Supervision Model ของฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้บริหารทางการพยาบาลและพยาบาล วิชาชีพได้ใช้เป็นแนวทางในการนิเทศที่เหมาะสมและเพื่อพัฒนาระบบบริการพยาบาลให้มีคุณภาพระดับ มาตรฐานสากล มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กรโดยบูรณาการหลักแนวคิดต่างๆที่มีการ ปฏิบัติอยู่ในงานประจำ เข้ามาในกระบวนการนิเทศ ซึ่งจะทำให้ผู้นิเทศมีความมั่นใจ มีเครื่องมือในการนิเทศที่ หลากหลายและสามารถสอดแทรกเข้าไปในงานประจำได้ และที่สำคัญผลลัพธ์ของการนิเทศมีความชัดเจนอัน สะท้อนถึงคุณภาพของการดูแลผู้ป่วยที่ดีขึ้น วัตถุประสงค์ของการนิเทศเพื่อความเป็นเลิศทางการพยาบาล 1. เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการพยาบาลที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัยจากกระบวนการพยาบาลที่เป็นเลิศ 2. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรพยาบาลมีสมรรถนะในการปฏิบัติงานที่สูงขึ้น 3. เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร การนิเทศเพื่อความเป็นเลิศทางการพยาบาล หมายถึง กระบวนการให้การช่วยเหลือ สนับสนุนในการ บริหารจัดการงานของบุคลากร ที่สอดคล้องสมรรถนะและกระบวนการพยาบาลผู้ป่วย ซึ่งทำให้บุคลากร สามารถให้การดูแลผู้ป่วยได้อย่างครบวงจร เน้นงานวิจัยและการใช้ผลลัพธ์ของการวิจัย และสามารถถ่ายทอด องค์ความรู้ของการดูแลผู้ป่วยได้ โดยมีความร่วมมือกันปฏิบัติระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศอย่างเป็นขั้นตอน ตามกระบวนการ มีการปฏิบัติและพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งสามารถประเมินผลได้ทั้งเชิง กระบวนการและผลลัพธ์ของการนิเทศต่อความเป็นเลิศทางการพยาบาลผู้ป่วย แนวคิดหลักในการนิเทศ แนวคิดหลักในการนิเทศเพื่อความเป็นเลิศทางการพยาบาลเป็นการบูรณาการแนวคิด 3 ประการ ดังนี้ 1. แนวคิดพื้นฐานของการนิเทศทางการพยาบาล ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ ด้านการบริหาร


6 จัดการ (managerial supervision) เป็นการจัดการระบบการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ ด้านการ สนับสนุนให้การช่วยเหลือ (supportive supervision) เป็นการจัดการหรือบรรเทา ความเครียดที่เกิดจากการ ปฏิบัติงาน และด้านการให้คำแนะนำและความรู้ (educational supervision) เป็นการพัฒนาหรือธำรงรักษา ความรู้และทักษะต่างๆ ของบุคลากร แนวคิดนี้ถือเป็นแนวคิดพื้นฐานสำหรับผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ 2. แนวคิดความเป็นเลิศทางการพยาบาล (excellence in nursing) ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ ด้านการบริหารระบบบริการให้ครบวงจรต่อเนื่องและการสร้างเครือข่ายการดูแล ด้านการถ่ายทอดองค์ ความรู้และเทคโนโลยี ด้านการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรพยาบาล และด้านการทำวิจัยและพัฒนางาน แนวคิดนี้บูรณาการเข้ามาเพื่อยกระดับเป้าหมายของการนิเทศให้ขึ้นไปสู่การพัฒนาความเป็นเลิศทางการ พยาบาล โดยเป้าหมายครอบคลุมทุกองค์ประกอบที่กำหนดไว้ 3. แนวคิดการพัฒนาคุณภาพทางการพยาบาล (nursing quality improvement) ครอบคลุมมาตรฐานกระบวนการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่การเข้าถึงระบบบริการจนกระทั่งการดูแลอย่างต่อเนื่องที่บ้าน และโรงพยาบาลชุมชน ตลอดจนการนำเครื่องมือคุณภาพชนิดต่างๆเข้ามาใช้ในกระบวนการนิเทศ เช่น quality assurance, bed side review, peer review, document review, C3THER, adverse events review, incident review, proxy disease, clinical tracer, root cause analysis, FMEA, trigger tools, 12 ทบทวน เป็นต้น แนวคิดนี้มีเครื่องมือพัฒนาคุณภาพมากมายที่ผู้นิเทศสามารถเลือกและนำไปใช้ให้เหมาะสมกับ ประเด็นปัญหาที่ต้องการนิเทศได้ Excellence in Nursing Supervision for Excellence in Nursing Supervision Nursing Quality Improvement C3THER, Trigger tools, Clinical tracer, Proxy disease Management Supportive Education ภาพที่ 1 แสดงรูปแบบของการนิเทศเพื่อความเป็นเลิศทางการพยาบาล การนิเทศเพื่อสู่ความเป็นเลิศทางการพยาบาล ประกอบด้วยการนิเทศด้านบริหารจัดการ (Management Supervision) และด้านคลินิก (Clinical Supervision) โดยมี 3 ระดับคือ ระดับฝ่ายการ พยาบาล ระดับงานการพยาบาลและระดับหอผู้ป่วย โดยแต่ละระดับมีเป้าหมายและวิธีการนิเทศที่เน้นแตกต่าง กัน ดังแสดงในภาพที่ 2


7 Management Supervision Clinical Supervision ภาพที่ 2 แสดงระดับของการนิเทศทางการพยาบาล สำหรับบทบาทของการนิเทศด้านบริหารจัดการ (Management Supervision) และด้านคลินิก (Clinical Supervision) สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้ ดังแสดงในตารางที่ 1 ดังนี้ หัวข้อ Management Supervision Clinical Supervision วัตถุประสงค์ มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามนโยบาย เพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงาน ผลลัพธ์ การปฏิบัติตามรูปแบบ นโยบายและ แนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้ มีการเสริมสร้างความชำนาญงานทั้ง ความรู้ ทักษะและทัศนคติที่จำเป็น ซึ่งทำให้ปฏิบัติงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ระยะเวลาดำเนินการ ระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้นและระยะยาว รูปแบบการนิเทศ ขึ้นกับความต้องการขององค์กร ขึ้นกับภารกิจขององค์กรและการ ออกแบบ กระบวนการนิเทศ ทำให้นโยบายที่กำหนดไว้มีความ ชัดเจนและมีการนำนโยบาย/แนวทาง ไปปฏิบัติในทุกหน่วยงาน ทำการประเมินศักยภาพของ ผู้ปฏิบัติงานสามารถเรียนรู้ได้ตาม วัตถุประสงค์และทักษะที่จำเป็นได้ บทบาทของผู้นิเทศ 1. หัวหน้าพยาบาลและคณะกรรมการบริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล มีบทบาทเป็นผู้กำหนด นโยบาย (policy maker) ที่นำไปสู่การตอบสนองวิสัยทัศน์ พันธกิจและแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร 2. หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลทุกสาขาทั้ง 16 กลุ่มงาน มีบทบาทเป็นผู้จัดการด้านนโนบาย (policy


8 manager) โดยอำนวยการและกำกับติดตามผลลัพธ์ของกระบวนการดูแลผู้ป่วยและระบบที่สำคัญทั้งหมดใน งานการพยาบาลของตนเอง มีการปรับปรุงและพัฒนาผลลัพธ์ทางการพยาบาล เพื่อให้ตัวชี้วัดทางคลินิกดีขึ้น อย่างต่อเนื่อง 3.ผู้ตรวจการพยาบาล มีบทบาทในการบริหารจัดการด้านคลินิก (clinical management) โดย อำนวยการ ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพการดูแลทางคลินิกทั้งในเชิงกระบวนการและผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วย ในกลุ่มหอผู้ป่วยที่ตนเองรับผิดชอบรวมทั้งอำนวยการและกำกับติดตามผลลัพธ์ในระบบที่สำคัญที่ได้รับ มอบหมายให้ดูแล มีการปรับปรุงและพัฒนาผลลัพธ์ทางการพยาบาล เพื่อให้ตัวชี้วัดทางคลินิกดีขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง 4. หัวหน้าหอผู้ป่วย/หน่วยงาน, APN, NCM และพยาบาลวิชาชีพ มีบทบาทเป็นผู้ให้การดูแลผู้ป่วย และครอบครัวครอบคลุมตามกระบวนการดูแลอย่างต่อเนื่องครบวงจร (care process) โดยหัวหน้าหอผู้ป่วย/ หน่วยงาน มีบทบาทในการนิเทศ ติดตาม กำกับให้เป็นไปตามมาตรฐานหรือแนวทางที่กำหนดไว้ มีการปรับปรุง และพัฒนาผลลัพธ์ทางการพยาบาลในกลุ่มโรคสำคัญที่กำหนดไว้ของหอผู้ป่วย เพื่อให้ตัวชี้วัดทางคลินิกดีขึ้น อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ของการนิเทศ 1. ผลลัพธ์ต่อบุคลากร ได้แก่ สมรรถนะของผู้รับการนิเทศ ความพึงพอใจและความผูกพันต่อองค์กร การรับรู้ต่อวัฒนธรรมคุณภาพและความปลอดภัยขององค์กร 2. ผลลัพธ์ต่อผู้ป่วย ได้แก่ การประเมินคุณภาพการดูแลตามตัวชี้วัดทางคลินิกที่สำคัญของหน่วยงาน เช่น การติดเชื้อในโรงพยาบาล การพลัดตก/หกล้มและการบาดเจ็บที่เกิดจากการพลัดตก/หกล้ม การเกิดแผล กดทับในโรงพยาบาล ความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยและครอบครัว ความพึงพอใจของผู้รับบริการ เป็นต้น 3. ผลลัพธ์ต่อองค์กร ได้แก่ ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ นวัตกรรมหรืองานวิจัยทางการพยาบาล ผลกระทบของโครงการที่มีต่อชุมชน คลังความรู้ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนางาน เป็นต้น


9 พยาบาลวิชาชีพทุกคนทุกระดับมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการนิเทศงานบริการพยาบาล โดยจะ ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลตลอดจนให้การช่วยเหลือและชี้แนะ สอน หรือแก้ไขข้อขัดข้องอุปสรรคต่าง ๆ พร้อมทั้งประเมินผลคุณภาพบริการพยาบาลอย่างคร่าว ๆไปด้วยเพื่อดูแล และสนับสนุนให้พยาบาลทุกคนมีความมั่นใจในการทำงาน ระบบการนิเทศงาน จะดำเนินการนิเทศงานโดยพยาบาลวิชาชีพ ตามลำดับขั้น ดังนี้ 1. หัวหน้าพยาบาลรับผิดชอบนิเทศงานทั้งหมด ระบบการนิเทศในกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล พยาบาลเวรตรวจการ หัวหน้าเวร หัวหน้าทีม คุณภาพบริการพยาบาล ระบบบริการพยาบาล การประสานงาน อัตราก าลัง อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ ระบบการบันทึก อาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม พ ติกรรมบริการ การจัดการเรียนการสอนในคลินิก นอกเวลาราชการ ทุกเวร หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล ห น.หอผู้ป่วย ห น.หน่วยงาน ห น.ทีมในเวลาราชการ ทุกวัน ห น.พยาบาล หัวหน้ากลุ่มงานกา รพยาบาล ห น.หอผู้ป่วย ห น.หน่วยงาน ทุกเดือน


10 2. หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลทุกสาขา ดำเนินการนิเทศงานโดยการเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล ได้แก่การ เยี่ยมตรวจพิเศษ เยี่ยมตรวจหน่วยงานในความรับผิดชอบ และเยี่ยมตรวจตามหน้าที่ความรับผิดชอบใน หน่วยงานเฉพาะสาขางานที่รับผิดชอบ 3. หัวหน้าหอผู้ป่วย / หน่วยงาน ดำเนินการนิเทศด้านการบริหาร และนิเทศทางคลินิกเจ้าหน้าที่เฉพาะใน หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น หอผู้ป่วย ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ห้องคลอด เป็นต้น 4. พยาบาลวิชาชีพ ทำหน้าที่นิเทศการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ระดับรองลงไปเฉพาะในหน่วยงานที่รับ ผิด ชอบ เช่น นิเทศการปฏิบัติงานของผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยเหลือคนไข้และแม่บ้าน ตลอดจนนิเทศการให้ การรักษาพยาบาลของสมาชิกทีม เพื่อให้การรักษาพยาบาลของหน่วยงานดำเนินไปอย่างคล่องตัวและมี ประสิทธิภาพ 5. พยาบาลตรวจการ ดำเนินการนิเทศงานด้านการบริหาร และนิเทศทางคลินิกแก่เจ้าหน้าที่ทางการ พยาบาลทุกระดับในเวรตรวจการนอกเวลา และวันหยุดราชการ การนิเทศทางการพยาบาลในเวลาราชการ กิจกรรมของการนิเทศ การนิเทศทางการพยาบาลนั้น เป็นกระบวนการที่มีกิจกรรมหลายอย่าง ซึ่งเป็นเทคนิควิธีการที่ จะต้องนำมาใช้ในขั้นลงมือปฏิบัติ เช่น การประชุมปรึกษา การสอน การเยี่ยมตรวจ การให้คำแนะนำปรึกษา การแก้ปัญหา การสังเกต และการ่วมปฏิบัติงาน เป็นต้น ทั้งนี้แล้วแต่ผู้นิเทศจะเลือกใช้ตามความเหมาะสม ของสถานการณ์ แต่กิจกรรมที่สำคัญและใช้มากทีสุดก็คือ กิจกรรมการเยี่ยมตรวจ (Round) ซึ่งสามารถ แบ่งแยกได้ดังนี้คือ 1. การเยี่ยมตรวจของผู้บริหารทางการพยาบาล พยาบาลระดับบริหารมีขอบเขตหน้าที่ในการเยี่ยมตรวจทางการพยาบาลที่แตกต่างกันไป ดังนี้ 1.1 การเยี่ยมตรวจพิเศษ ( Grand round ) คือ การเยี่ยมตรวจเป็นทีม ประกอบด้วย - หัวหน้าพยาบาล - หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล - พยาบาลหัวหน้าหอผู้ป่วยในหน่วยงานนั้น ๆ โดยหัวหน้าพยาบาลมีบทบาทเป็นหัวหน้าทีม นำสมาชิกในทีมนิเทศดำเนินการเยี่ยมตรวจ โดยมี วัตถุประสงค์ที่จะควบคุม กำกับ ตรวจสอบ และไก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ 1.1.1 การจัดระบบการให้บริการพยาบาล 1.1.2 การจัดอาคารสถานที่ 1.1.3 อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ 1.1.4 เทคนิคการพยาบาล / คุณภาพการพยาบาล 1.1.5 การบันทึกรายงาน 1.1.6 การจัดอัตรากำลัง โดยกำหนดให้มีระยะการเยี่ยมตรวจอย่างน้อยหน่วยงานละ 1 ครั้ง / เดือน ใช้เวลาการเยี่ยมตรวจ ครั้งละประมาณ 30 - 45 นาที


11 1.2 การเยี่ยมตรวจหน่วยงานในความรับผิดชอบ ( Field round ) คือการเยี่ยมตรวจเป็นทีมในหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ประกอบด้วย - ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาล - หัวหน้างาน / หัวหน้าหอผู้ป่วย - หัวหน้าทีม โดยหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลมีบทบาทเป็นหัวหน้าทีม นำสมาชิกในทีมนิเทศดำเนินการ เยี่ยมตรวจหน่วยงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการติดตาม ตรวจสอบ ควบคุมกำกับ ในเรื่องของ 1.2.1 การจัดอัตรากำลัง 1.2.2 เทคนิคการให้บริการพยาบาล / คุณภาพการพยาบาล 1.2.3 การจัดระบบงานการให้บริการพยาบาล 1.2.4 การจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ 1.2.5 การจัดอาการสถานที่ สิ่งแวดล้อม 1.2.6 การบันทึกรายงาน 1.2.7 ศึกษาปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ตลอดจนแนวทางแก้ไขปรับปรุง โดยกำหนดให้มีระยะเวลาการตรวจเยี่ยมอย่างน้อยหน่วยงานละ 1 ครั้ง / 1 สัปดาห์ใช้เวลาเยี่ยม ตรวจครั้งละประมาณ 30 นาที หลักการปฏิบัติในการเยี่ยมตรวจของผู้บริหารทางการพยาบาล ประเภท Grand round คือ 1. วางแผนล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนการเยี่ยมตรวจ 2. จัดกำหนดการ วัน เวลาและสถานที่ (ตารางการนิเทศ) ผู้ร่วมการนิเทศ และผู้รับการนิเทศ ทราบ เพื่อการเตรียมข้อมูลล่วงหน้า และหากมีข้อขัดข้องไม่สามารถดำเนินการตามแผนนิเทศได้ต้องแจ้งให้ ทราบอีกเช่นกัน 3. การเยี่ยมตรวจ ต้องมีแบบบันทึกสาระสำคัญ ปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ ที่พบในขณะเยี่ยม ตรวจพร้อมทั้งวิธีการปฏิบัติและข้อเสนอแนะ เพื่อแก้ไขปัญหาขณะนั้น และเพื่อการดำเนินการที่ต่อเนื่อง 4. การเยี่ยมตรวจ ต้องทำร่วมกับหัวหน้าหน่วย / หัวหน้างาน หัวหน้าทีมหรือผู้ที่รับมอบหมาย ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่ปรากฏอย่าง ชัดเจนไม่ผิดพลาด 5. หลังจากการเยี่ยมตรวจแล้ว ทีมนิเทศสรุปและแจ้งผลการเยี่ยมตรวจให้ผู้รับการนิเทศทราบ 2. การเยี่ยมตรวจของหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล คือการเยี่ยมตรวจโดยหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลซึ่งจะดำเนินการเยี่ยมตรวจหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่ละสาขา ซึ่งจะเน้นนิเทศทางคลินิกเป็นส่วนใหญ่ โดยกำหนดการดำเนินการเยี่ยมตรวจทุกหน่วยงานตาม สาขาที่รับผิดชอบทุกวันเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1.1 การติดตาม ตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพบริการพยาบาล 1.2 ศึกษาปัญหา อุปสรรคและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน 1.3 เป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการจัดระบบบริการพยาบาล /บริหารหน่วยงาน 3. การเยี่ยมตรวจของพยาบาลหัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้าหน่วยงาน (Head Nurse Round )


12 คือ การเยี่ยมตรวจที่กระทำโดยพยาบาลหัวหน้าหอผู้ป่วย / หัวหน้าหน่วยงาน ดำเนินการเยี่ยม ตรวจในหน่วยงานที่รับผิดชอบ จะเน้นนิเทศทางคลินิกและด้านการบริหารจัดการ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 3.1 ตรวจสอบ ควบคุมกำกับงานด้านเทคนิคบริการพยาบาล และประสิทธิผลของการให้บริการ พยาบาลตามความสามารถของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ตลอดจนการจัดระบบงานภายในหน่วยงาน 3.2 ศึกษาปัญหาอุปสรรคและดำเนินการแก้ไข โดยกำหนดดำเนินการเยี่ยมตรวจภายในหน่วยงาน ที่รับผิดชอบเป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องทุกวัน 4. การเยี่ยมตรวจของพยาบาลวิชาชีพในหน่วยงาน ( Leader Nurse Round ) คือการเยี่ยมตรวจโดยพยาบาลวิชาชีพ เยี่ยมตรวจการปฏิบัติงานสมาชิกทีม มีวัตถุประสงค์เพื่อ 4.1 ตรวจสอบ ควบคุม กำกับการปฏิบัติงานของสมาชิกในทีมด้านเทคนิคบริการพยาบาล คุณภาพการให้บริการพยาบาล 4.2 ช่วยแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคบริการต่าง ๆ 4.3 เป็นที่ปรึกษา และให้ข้อเสนอแนะแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน โดยกำหนดการเยี่ยม ตรวจร่วมกับสมาชิกทีมเป็นระยะ ๆ ตามกิจกรรมการปฏิบัติงานแบบทีมการพยาบาล (Nursing Team) ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในแต่ละเวรอย่างต่อเนื่องทุกวัน การนิเทศทางการพยาบาลนอกเวลาราชการ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การบริการพยาบาลนอกเวลาราชการสามารถดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน และสนับสนุนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นอกเวลาราชการ จึง กำหนดให้มีผู้นิเทศทางการพยาบาล ( พยาบาลตรวจการ ) ในเวรบ่ายและเวรเช้าในวันหยุดราชการ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อ 1. การติดตาม ควบคุม กำกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ 2. การให้บริการรักษาพยาบาลนอกเวลาราชการในงานผู้ป่วยนอกและงานผู้ป่วยใน 3. ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานและแนะแนวทางแก้ไข 4. เป็นที่ปรึกษาให้การสนับสนุนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นอกเวลาราชการ การนิเทศทางการพยาบาลนอกเวลาราชการ รับผิดชอบนิเทศหน่วยงาน ในความรับผิดชอบ ของกลุ่มการพยาบาล ดังต่อไปนี้ 1. ผู้ป่วยนอก 2. อุบัติเหตุและฉุกเฉิน และศูนย์นำส่ง 3. ICU อายุรกรรม 1 4. ICU อายุรกรรม 2 5. ICU ศัลยกรรม 6. ICU Neuro Trauma 7. NICU 8. อายุรกรรมชาย 1 9. อายุรกรรมชาย 2


13 10. อายุรกรรมหญิง 3 11. อายุรกรรมหญิง 4 12. พิเศษสูติ 3 13. สงฆ์บน 14. พิเศษอายุรกรรม 5 15. พิเศษอายุรกรรม 7 16. พิเศษอายุรกรรม 8 17. ศัลยกรรมชาย 1 18. ศัลยกรรมชาย 2 19. ศัลยกรรมหญิง 20. พิเศษศัลยกรรม 21. ศัลยกรรมกระดูกชาย 22. ศัลยกรรมกระดูกหญิง 23. สามัญตา หู คอ จมูก 24. พิเศษศัลยกรรมกระดูก 25. พิเศษตา หูคอ จมูก 26. นรีเวช 27. สูติหลังคลอด 28. เด็ก 29. พิเศษเด็ก 30. ทารกป่วย 31. ห้องคลอด 32. ห้องผ่าตัด 33. งานวิสัญญีพยาบาล 34. ไตเทียม 35. หน่วยจ่ายกลาง การนิเทศการใช้กระบวนการพยาบาล นอกจากนี้ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช มีนโยบายการจัดระบบ บริการพยาบาล โดยใช้กระบวนการพยาบาล เป็นเครื่องมือที่สอดคล้องกับ สภาพยาบาลกําหนดไว้ ดังนี้ 1. ทุกแผนกการพยาบาลต้องนํากระบวนการพยาบาลมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยทุกราย 2. ในการกําหนดแผนการพยาบาล ปัญหาของผู้ป่วย เป้าหมายและขั้นตอนการดูแล ต้องเป็น พยาบาลเป็น ผู้รับผิดชอบ 3. แผนการพยาบาลต้องเป็นปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องตามปัญหาและความ ต้องการของผู้ป่วย โดยต้องมีการประเมินซ้ําทุก 7 วัน หรือต้องมีการตรวจสอบและ ปรับปรุงแก้ไข 4. มีการวางแผนการดูแลผู้ป่วยเฉพาะราย โดยร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ และต้องบันทึกผลการ วางแผนร่วมกันของทีมไว้ในเวชระเบียน (แบบบันทึกสหสาขาวิชาชีพ)


14 5. การดูแลรักษาที่ผู้ป่วยได้รับ ต้องครอบคลุมความต้องการของผู้ป่วย ความรุนแรงของโรค อาการของผู้ป่วย และมีการจัดลําดับความสําคัญ 6. ผู้ป่วยและครอบครัวต้องได้รับข้อมูล แผนการรักษา และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เกี่ยวกับการรักษา รวมถึงผลลัพธ์การดูแลที่ไม่คาดหวัง ตามนโยบายสิทธิผู้ป่วย การนิเทศกระบวนการพยาบาล เป็นการพัฒนาระบบการพยาบาลโดยผ่านรูปแบบและเครื่องมือในการนิเทศ นอกจากการกําหนดนโยบายแล้ว งานบริการพยาบาล ยังต้องมีการจัดระบบการนิเทศ กระบวนการพยาบาล เพื่อกํากับติดตามและสนับสนุน ให้บุคลากรปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว เพื่อการพัฒนาทั่วทั้งองค์กร 1. กระบวนการพยาบาล กระบวนการพยาบาลเป็นเครื่องมือที่สําคัญในการกําหนดกิจกรรมการพยาบาลที่สอดคล้อง กับการตอบสนองความต้องการและการแก้ปัญหาสุขภาพของผู้ใช้บริการให้ได้สูงสุดโดยใช้ศาสตร์และศิลปะ ทางการพยาบาล ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ การประเมินภาวะสุขภาพ การวินิจฉัยการพยาบาล การวางแผนการพยาบาล การปฏิบัติการพยาบาลและการ ประเมินผล การใช้กระบวนการพยาบาล 2. ขั้นตอนของกระบวนการพยาบาล การนํากระบวนการพยาบาลมาใช้ในการปฏิบัติการพยาบาลพยาบาลควรเข้าใจพื้นฐาน คุณลักษณะของกระบวนการพยาบาลให้ดีเสียก่อนว่า กิจกรรมในการดําเนินงาน แต่ละขั้นตอนของ กระบวนการพยาบาลเป็นการใช้องค์ความรู้ (Knowledge based) ทางวิทยาศาสตร์ ศาสตร์ทางการ พยาบาล และศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical thinking) สามารถคิด เป็นระบบ ตัดสินใจ (Decision-making) และการใช้เหตุและผล (Rational) ในการอ้างอิงได้อย่าง ถูกต้องตามหลักการแก้ปัญหา กระบวนการพยาบาล ใช้หลักของกระบวนการแก้ปัญหา (Problem- solving process) โดยมีเป้าหมาย เป็นตัวกําหนด (Goal-directed)ดังนั้นก่อนนํากระบวนการพยาบาล ไปใช้ควรทําเข้าใจใน กิจกรรมและ เป้าหมายในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการพยาบาล กระบวนการพยาบาลประกอบด้วย 5 ขั้นตอนดังนี้ 1)การประเมินผู้รับบริการ 2) การวินิจฉัยการ พยาบาล 3) การวางแผนการพยาบาล 4) การปฏิบัติการ พยาบาล 5) การประเมินผลการพยาบาล 2.1 การประเมินผู้รับบริการ (assessment) การประเมินผู้รับบริการ เป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการพยาบาล เป็นการแสวงหาและ พิจารณา เกี่ยวกับข้อมูลของผู้รับบริการ การดําเนินงานจะเริ่มต้นด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ผู้รับบริการ โดยอาศัยวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นระบบและมีมาตรฐาน วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ต้องอาศัยความสามารถในด้านต่าง ๆ เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์และการตรวจร่างกาย เมื่อรวบรวม ข้อมูลได้เพียงพอครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว นําข้อมูลมาจัดกลุ่มเป็นหมวดหมู่ที่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ข้อมูลที่ไม่มีความสัมพันธ์กับข้อมูลอื่น ๆ และไม่มีความสําคัญก็ควร ตัดทิ้งไป สําหรับกลุ่มข้อมูลที่มีความ สัมพันธ์กัน เมื่อจัดเรียงเป็นหมวดหมู่แล้วเรียกว่าข้อมูล พื้นฐาน (data base) การเก็บรวบรวมข้อมูล จําเป็นต้องอาศัยกรอบแนวคิด หรือความรู้เกี่ยวกับ ผู้รับบริการและการ พยาบาล (conceptual


15 framework of nursing) ที่ชัดเจน และต้องมีทักษะของ การเก็บรวบรวมข้อมูล ตลอดจนมีเครื่องมือ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล (assessment tool) 2.2 การวินิจฉัยการพยาบาล (nursing diagnosis) การวินิจฉัยการพยาบาลเป็นการตัดสินใจหรือการสรุปสภาพปัญหาสาเหตุ ซึ่งได้จากการวิเคราะห์ และแปลผลข้อมูล ต้องอาศัยความรู้ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล และการตัดสินใจของพยาบาล อย่างชัดเจน การวินิจฉัยการพยาบาลจะเริ่มต้น โดยการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้จากขั้นตอนการประเมิน ผู้รับบริการ การวิเคราะห์ข้อมูลจะเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลพื้นฐานกับ กรอบแนวคิดหรือความรู้เกี่ยวกับ ผู้รับบริการ การแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูลสามารถแปลผลได้ เป็น 2 ลักษณะ คือ 1) ข้อมูลพื้นฐาน (data base) ที่สอดคล้องกับข้อมูลจากกรอบแนวคิด หรือ ความรู้เกี่ยวกับผู้รับบริการที่เกี่ยวข้อง จะแสดงถึง ความปกติ หรือไม่มีปัญหา และ 2) ข้อมูลที่ไม่ สอดคล้องและมีการเบี่ยงเบนไปจากกรอบแนวคิด หรือความรู้ เกี่ยวกับผู้รับบริการที่เกี่ยวข้อง จะแสดงถึงความผิดปกติหรือมีปัญหา (problem) ประเภทของ ปัญหาอาจเป็น ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง (actual problem) หรือปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (potential problem) ผลการวิเคราะห์ และแปลผลข้อมูลจะได้มาซึ่งข้อวินิจฉัยการพยาบาลดังนั้นข้อวินิจฉัยการพยาบาล จะเป็นข้อความสรุป เกี่ยวกับ สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้รับบริการเฉพาะราย 2.3 การวางแผนการพยาบาล (planning) การวางแผนการพยาบาล เป็นการวางแผนกิจกรรมที่ใช้ในการแก้ปัญหาของผู้รับบริการ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายการพยาบาลที่กําหนด การวางแผนจะเริ่มต้นจากข้อวินิจฉัยการพยาบาล โดยการจัดลําดับความสําคัญของปัญหา ปัญหาที่มีความสําคัญจะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว การ กําหนดเป้าหมายการพยาบาล การกําหนดเกณฑ์การประเมินผลการพยาบาล การกําหนดกิจกรรม การพยาบาลเพื่อแก้ปัญหาและเขียนแผนการพยาบาล (nursing care plan) ลงในแบบฟอร์มแผนการ พยาบาลให้เป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน 2.4 การปฏิบัติการพยาบาล (implementation) การปฏิบัติการพยาบาลเป็นขั้นตอนของการนําแผนการพยาบาลที่เขียนขึ้นในขั้นตอน การดําเนินงานในขั้นตอนอาศัยความรู้และทักษะเกี่ยวกับเทคนิคการวางแผนไปปฏิบัติพยาบาล หรือกิจกรรม การพยาบาล (nursing intervention) และศิลปะของการปฏิบัติการพยาบาล และเมื่อได้ปฏิบัติกิจกรรม การพยาบาลตามที่กําหนดแล้ว พยาบาลจะต้องบันทึกผลการปฏิบัติการพยาบาลแต่ละครั้งลงใน บันทึกการ พยาบาล (nurse's note) ผลการปฏิบัติการพยาบาลจะบันทึกในรูปของพฤติกรรมของผู้รับบริการที่เปลี่ยน แปลงภายหลังได้รับการพยาบาล 2.5 การประเมินผลการพยาบาล (evaluation) การประเมินผลการพยาบาลเป็นขั้นตอนของการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพ ของกิจกรรมการพยาบาลที่ให้แก่ผู้รับบริการ หรือการตรวจสอบคุณภาพของกิจกรรมการพยาบาล


16 ที่มีต่อความสําเร็จในการแก้ปัญหาของผู้รับบริการ การประเมินผลการพยาบาลจะกระทําโดยการ เปรียบเทียบข้อมูลของพฤติกรรมผู้รับบริการ ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการได้รับการพยาบาล (actual outcome) กับพฤติกรรมคาดหวังที่กําหนดไว้ในเกณฑ์ประเมินผล (outcome criteria) การแปลผล ข้อมูลจะสรุปได้เป็น 3 ลักษณะ กล่าวคือ 1) พฤติกรรมของผู้รับบริการที่เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับการพยาบาล แสดงออก ในทิศทางเดียวกันกับพฤติกรรมที่กําหนดไว้ในเกณฑ์ประเมินผล แสดงว่าปัญหาได้รับการแก้ไขสมบูรณ์ 2) พฤติกรรมของผู้รับบริการที่เกิดขึ้นภายหลังจากได้รับการพยาบาลแสดงออกในลักษณะ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากการประเมินตั้งแต่ตอนแรกแสดงถึงปัญหา ยังไม่ได้รับการ แก้ไข จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรับปรุงแผนการพยาบาล 3) ในกรณีที่พบว่าพฤติกรรมของผู้รับบริการ ที่เกิดขึ้นขณะประเมินผลการพยาบาล แสดงถึงแนวโน้มของปัญหาใหม่ที่แตกต่างไปจากปัญหาเดิมต้องทําการประเมินผู้รับบริการและวางแผน การพยาบาลใหม่สําหรับปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่จะเห็นได้ว่าการนําเอา กระบวนการพยาบาลมาใช้ในการวางแผน การพยาบาลแก่ผู้รับบริการเฉพาะรายที่มีปัญหาเกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยนั้น เป็นการดําเนินงานต่อเนื่อง ตลอดเวลาตามสถานการณ์ในตัวบุคคล จึงนับว่าเป็นงานที่พยาบาลปฏิบัติตามบทบาทที่เป็นอิสระของพยาบาล และเป็นงานที่มีลําดับความยากสูง ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบแนวคิดหรือกรอบมโนทัศน์ของ บุคคลขั้นตอนต่างๆของกระบวนการพยาบาลและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นอย่างดี 3. การนิเทศการใช้กระบวนการพยาบาล เป็นการนิเทศการพยาบาลตามกระบวนการพยาบาลทั้ง 5 ขั้นตอน กล่าวคือ การประเมิน ผู้รับบริการ การวินิจฉัยการพยาบาล การวางแผน การปฏิบัติการพยาบาล และการประเมินผลการพยาบาล ซึ่งเป็นการ นิเทศบุคลากรทางการพยาบาล โดยมีการวางแผน กําหนดกิจกรรมของผู้นิเทศเน้นกระตุ้นให้ผู้รับการนิเทศ เกิดการพัฒนาตนเอง และมีความรับผิดชอบในงานของตน ด้วยการ ชี้แนะ แนะนํา สอนให้คําปรึกษา และ อํานวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน มีการประเมินผลการ นิเทศและปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนา อยู่ตลอดเวลาทั้งนี้เพื่อให้งานสําเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ วัตถุประสงค์การนิเทศการใช้กระบวนการพยาบาล 1) เสริมสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริการพยาบาลด้วยการสร้างบรรยากาศ ที่เอื้ออํานวยต่อการทํางานในเชิงสร้างสรรค์และสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ 2) การปรับปรุงวิธีการทํางานที่มุ่งสู่คุณภาพของการบริการพยาบาล โดยมีมาตรฐานการ ปฏิบัติการพยาบาลเป็นหลักปฏิบัติ 4) ช่วยเหลือ ดูแล สนับสนุนและกระตุ้นให้มีการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพและด้วยความรู้สึก สํานึกในความรับผิดชอบต่อการประกอบวิชาชีพการพยาบาล และปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ 5) รวบรวมข้อมูลและปัญหาต่าง ๆ ที่ได้จากการนิเทศซึ่งเป็นประโยชน์ในการ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และพัฒนางานการพยาบาลต่อไป กิจกรรมการนิเทศการใช้กระบวนการพยาบาลสําหรับพยาบาลในคลินิกนั้น ประกอบด้วย กิจกรรม


17 การนิเทศ 7 กิจกรรม ดังนี้ (พินรัฐ จอมเพชร, 2555) 1) การเยี่ยมตรวจ ทางการพยาบาล 2) การประชุม ปรึกษาทางการพยาบาล 3) การสอน 4) การให้คําปรึกษาแนะนํา 5) การแก้ปัญหา 6) การสังเกต และ7) การร่วมมือปฏิบัติงาน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 3.2.1 การเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล (nursing rounds) การเยี่ยมตรวจเป็นหน้าที่หลักของพยาบาล และเป็นวิธีสําคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ หัวหน้าหอผู้ป่วย หัวหน้าทีม หรือพยาบาลวิชาชีพได้ทราบสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในหอผู้ป่วย ใน สภาพที่เป็นจริงด้วยตนเอง ก่อนตรวจเยี่ยมผู้ป่วย ผู้นิเทศต้องวางแผนและกําหนดวัตถุประสงค์ให้ ชัดเจนว่าต้องการดูอะไรจะใช้เวลา เท่าไร และจะเยี่ยมตรวจกี่ครั้งในช่วงเวลาที่รับผิดชอบ โดยทั่วไปควรเยี่ยมก่อนและหลังปฏิบัติการพยาบาล (สุภาพร ดวงดี, 2559) วัตถุประสงค์ของการเยี่ยมตรวจ 1) การสร้างปฏิสัมพันธ์กับบุคคลค้นหาปัญหา ด้วยกันในสถานที่จริง หรือใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้พบกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ณ จุดนั้น ทันทีหรือถูกกําหนดเป็นวาระ ในแผนการนิเทศ 2) เป็นการรวบรวมข้อมูลจริงจากสถานที่บุคคลที่ เกี่ยวข้องให้เกิดความแม่นยํา และ หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันทีไม่เสียเวลา หรือข้อมูลไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อการวิเคราะห์สังเคราะห์ประเมิน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 3) สร้างโอกาสของการกระตุ้น ส่งเสริม และสนับสนุนงานโดยตรงของผู้ปฏิบัติ และผู้นิเทศการพยาบาลตามบทบาทของตน ปฏิบัติงานตาม หน้าที่รับผิดชอบ บทบาทของผู้นิเทศ และ 4) เป็นการสร้างโอกาสในการสร้างสัมพันธภาพ พลัง กายพลังใจ และพลังความคิดในการทํางานร่วมกัน ทั้งผู้นิเทศและผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานนั้น ๆ ทั้งด้านกายภาพและจิตสังคมให้เกิดการพัฒนางาน ที่มีประสิทธิภาพต่อไป (สุพิศ กิตติรัชดา, 2562) กิจกรรมการเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล แบ่งเป็นหลายประเภทในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะการเยี่ยม ตรวจผู้รับบริการ (patient rounds) หรือเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล (nursing care rounds) ซึ่งเน้นการดูแลผู้รับบริการ สามารถปฏิบัติได้หลายวิธีดังนี้ คือ 1) การเยี่ยมตรวจผู้ป่วยขณะ รับ-ส่งเวร (change - shift rounds) 2) การเยี่ยมตรวจอย่างรวดเร็ว (quick nursing rounds) เป็นการเยี่ยมตรวจ ผู้รับบริการบางประเภทอาจทําในช่วงเวลาใด ๆ ก็ได้ตามความต้องการ 3) การเยี่ยมตรวจกับทีมสุขภาพ (medical rounds/rounds with physicians) เป็น การเยี่ยมตรวจผู้รับบริการร่วมกับทีมผู้รักษาเพื่อรับรู้แผนการรักษาและร่วมกับทีมการรักษาในการ ดูแลรักษาตลอดทั้งผลของการรักษาที่ดําเนินการไปแล้ว วิธีปฏิบัติการเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล ประกอบด้วย 1) บทบาทผู้นิเทศการเยี่ยมตรวจ ผู้ปฏิบัติบทบาทผู้นิเทศได้แก่ ผู้ตรวจการ พยาบาล หัวหน้าหอผู้ป่วย หรือพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าหอผู้ป่วย ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้ หัวหน้าหอผู้ป่วยวางแผนการนิเทศการเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล โดยกําหนดวันที่จะปฏิบัติการ เยี่ยมตรวจทางการพยาบาลให้ชัดเจนว่าจะมีการปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าว เมื่อไหร่ เวลาไหน หัวหน้าหอผู้ป่วยมอบหมายงานให้มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้นิเทศการเยี่ยมตรวจ และผู้นําการเยี่ยมตรวจ รับทราบล่วงหน้าพร้อมการจัดตารางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในแต่ละเดือน โดยมีการหมุนเวียนการ


18 ปฏิบัติในบทบาทผู้นิเทศการเยี่ยมตรวจ ผู้นําการเยี่ยมตรวจและผู้ร่วมการเยี่ยมตรวจอย่างทั่วถึงภายหลัง จากมีการมอบหมายงานให้ปฏิบัติแล้วเมื่อใกล้ถึงกําหนดวันที่จะปฏิบัติการเยี่ยมตรวจ จะต้องมีการกระตุ้น ให้มีการปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมายตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้การปฏิบัติงาน บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ให้การสนับสนุนตามความเหมาะสมของสถานการณ์ที่พบในขณะปฏิบัติการนิเทศการเยี่ยมตรวจ โดยการ กระตุ้น จูงใจ การแนะนํา สอน ชี้แนวทาง ช่วยเสริมใน ส่วนที่ยังขาดให้การช่วยเหลือ แก้ไขวิธีปฏิบัติ หลังจากปฏิบัติการเยี่ยมตรวจแล้ว ต้องดําเนินการประเมินผลร่วมกันในสมาชิกทีม ที่ปฏิบัติการเยี่ยมตรวจ เพื่อปรึกษาหารือ และเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาคนและพัฒนางาน พร้อมทั้งการยกย่องชมเชย เป็นการให้ขวัญกําลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้นิเทศต้องมีแบบบันทึกสําหรับบันทึกสาระสําคัญ ปัญหาและอุปสรรค ต่างๆ ที่พบในขณะเยี่ยมตรวจ พร้อมทั้งวิธีปฏิบัติและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหา 2) บทบาทผู้นําาการเยี่ยมตรวจ ผู้ปฏิบัติบทบาทการเยี่ยมตรวจ ได้แก่พยาบาล วิชาชีพที่ได้รับ มอบหมาย ให้เป็นผู้นําการเยี่ยมตรวจ ซึ่งมีแนวทางการปฏิบัติดังนี้ - ในการปฏิบัติการเยี่ยมตรวจแต่ละครั้งให้เลือกผู้ป่วย 1 ราย ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วย ที่จะเยี่ยมตรวจจากแฟ้มประวัติ ซักถามข้อมูล จากผู้ป่วยและ/หรือญาติ (ถ้ามี) ให้คําแนะนํา ประเมินปัญหา เขียนข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล วางแผนการพยาบาลในแฟ้มประวัติผู้ป่วย เยียมตรวจ ได้ศึกษาจัดหาตำรา เอกสารที่เกี่ยวข้องกับที่จะศึกษามาไว้ที่หอผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ร่วมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ร่วมงานทราบ เพื่อร่วม กิจกรรมการเยี่ยมตรวจ โดยให้ ก่อนการเยี่ยมตรวจผู้นํา และผู้ร่วมการ เยี่ยมตรวจควรมีการประชุมปรึกษา เตรียมอุปกรณ์การเยี่ยมตรวจ ประกอบด้วย แฟ้มประวัติผู้ป่วย คาร์เด็กซ์ มีรายละเอียดของผู้ป่วย วัน เวลา สถานที่ที่จะเยี่ยมตรวจกัน ซักซ้อมความเข้าใจให้ตรงกัน ไปที่เตียงผู้ป่วย ผู้นําการเยี่ยมตรวจกล่าวแนะนําและขออนุญาตผู้ป่วยและญาติ ให้ทราบ วัตถุประสงค์ของการเยี่ยมตรวจ และรู้จักกับผู้ร่วมทีมการเยี่ยมตรวจเพื่อความเข้าใจอันดีและความ ร่วมมือในการพยาบาล ผู้นําการเยี่ยมตรวจนําเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประวัติผู้ป่วย ได้แก่ อาการสําคัญ อาการปัจจุบัน ผลการตรวจร่างกายโดยสรุป แผนการรักษาและปัญหาสุขภาพของผู้ป่วยหรือข้อวินิจฉัย ทางการพยาบาล เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมการเยี่ยมตรวจร่วมกันอภิปราย และเสนอความ คิดเห็นในแต่ละปัญหา ตลอดจนหาข้อสรุปเพื่อเป็นแนวทางในการพยาบาล เปิดโอกาสให้ผู้ป่วย และญาติได้ซักถามปัญหา ให้ความรู้แนะนําการปฏิบัติตัวแก่ผู้ป่วย ช่วยเสริมในส่วนที่ยังขาด สนับสนุนในสิ่งที่ปฏิบัติได้ดีอยู่แล้ว วางแผนการพยาบาลร่วมกันผู้ป่วยและญาติทราบ ผู้นําการเยี่ยมตรวจสรุปแผนการพยาบาล และขั้นตอน การปฏิบัติตัวให้เมื่อเสร็จการปฏิบัติการเยี่ยมตรวจแล้วให้ผู้นําการเยี่ยมตรวจประเมินผลโดยการประเมินตน เอง สมาชิกกลุ่ม และผู้นิเทศสรุปรายงานการเยี่ยมตรวจ ตามแบบฟอร์มที่กําหนด 3) บทบาทผู้ร่วมการเยี่ยมตรวจ ผู้ปฏิบัติบทบาทผู้ร่วมการเยี่ยมตรวจ ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ ที่อยู่ในทีมการพยาบาล ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติดังนี้ ผู้ร่วมการเยี่ยมตรวจต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ของการเยี่ยมตรวจต้องศึกษาหาความรู้ที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องที่จะทําการเยี่ยมตรวจก่อนปฏิบัติการเยี่ยมตรวจควรเข้าร่วมประชุมปรึกษากับผู้นําการเยี่ยมตรวจเพื่อ ซักซ้อมความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในขณะปฏิบัติการเยี่ยมตรวจจะต้องมีส่วนร่วมในการซักถามและแสดง


19 ความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อช่วยปรับปรุงแก้ไขการพยาบาลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการแสดงความคิดเห็น ต้องไม่แย่งกันพูด หรือพูดพร้อมกัน ควรพูดทีละคนเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และเป็นการพัฒนาการ เรียนรู้ของบุคลากรในทีมที่ร่วมการเยี่ยมตรวจ ใช้ภาษาที่ง่ายต่อความเข้าใจของ ผู้ป่วยและญาติควรหลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิค เข้าร่วมการประเมินผลหลังการปฏิบัติการเยี่ยมตรวจทุกครั้ง 3.2.2 การประชุมปรึกษาทางการพยาบาล (nursing conference) การประชุมปรึกษาทางการพยาบาลเป็นกิจกรรมที่จําเป็นและสําคัญต่อการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อ แนวทางปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการแต่ละรายที่ได้รับมอบหมาย โดยใช้เทคนิคการประชุมร่วมกัน เป็นกลุ่มเพื่อ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการวางแผนแก้ปัญหาโดยกําหนดเป็นกิจกรรมของการนิเทศการพยาบาล การประชุมปรึกษาทางการพยาบาล (nursing conference) โดยทั่วไปมี 7 อย่างดังนี้ 1) การประชุมปรึกษาในการชี้แนะแนวทาง (direction giving conference) หรือ การประชุมก่อนปฏิบัติการ (pre conference) เป็นการประชุมปรึกษาก่อนเริ่มปฏิบัติงานในแต่ละเวร เกี่ยวกับการมอบหมายการปฏิบัติงาน การปฏิบัติการพยาบาลเฉพาะอย่างโดยหัวหน้าหอผู้ป่วย หัวหน้างาน หรือหัวหน้าทีม เป็นการประชุมรายบุคคลมากกว่าการประชุมเป็นกลุ่มเป็นการเตรียมความพร้อม และ สร้างความเข้าใจงาน และผู้ป่วยอย่างถูกต้องก่อนลงมือปฏิบัติงานใช้เวลาประมาณ30 นาที 2) การประชุมปรึกษาเกี่ยวกับสาระสําคัญ (content conference) สมาชิกทุกคน ภายในกลุ่มต้องเตรียมเนื้อหา เพื่อร่วมอภิปราย ได้แก่ เนื้อหาเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยเนื้อหา เกี่ยวกับโรค โดยมีผู้นิเทศหรือหัวหน้ากําหนดมอบหมายให้รายบุคคลเตรียมมาเพื่อร่วมกันอภิปรายเป็นกลุ่ม และให้ข้อมูล เพิ่มเติมได้ เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรียนรู้ร่วมกันตามหัวข้อเฉพาะที่ผู้นิเทศมอบหมายหรือสมาชิกกลุ่มสนใจ ในขอบเขตวิชาชีพการพยาบาล ใช้เวลา 35-40 นาที 3) การประชุมปรึกษาทีมพยาบาล (nursing team conference) เป็นการประชุม ปรึกษาในทีมหรือหลายทีมร่วมกันเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการพยาบาลที่ให้กับผู้ป่วย ประกอบด้วย พยาบาล แพทย์และผู้รักษาด้านอื่น ๆ เพื่อผลของการดูแลปัญหาของผู้ป่วย 4) การประชุมปรึกษาข้างเตียงผู้ป่วย (bedside conference) เป็นการเปิดโอกาสให้ ผู้รับบริการมาร่วมการประชุมปรึกษาผลการพยาบาลด้วย 5) การประชุมปรึกษาของบุคลากรพยาบาล (nursing staff conference) เป็นการ ประชุมที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติการพยาบาลโดยตรง แต่เป็นการประชุมเพื่อหาข้อยุติในการบริหาร จัดการที่มีผลจากการให้บริการ เป็นการประชุมของทีมพยาบาลร่วมกับทีมให้บริการอื่น ๆ เช่น ทีม รักษา ทีมห้องปฏิบัติการ ทีมรังสี ทีมบริหารงานทั่วไป เพื่อกําหนดแนวทางปฏิบัติทางการพยาบาล 6) การประชุมปรึกษาการพยาบาล (nursing care conference) เป็นการประชุม ปรึกษากลุ่มพยาบาลเพื่ออภิปรายเกี่ยวกับการวางแผนการปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยช่วยเฉพาะราย การประชุมนี้มีผลกับการวางแผนการพยาบาลโดยตรง 7) การประชุมปรึกษาประเมินผลการปฏิบัติงาน (post conference) เป็นการประชุม ปรึกษาภายหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานเพื่อศึกษาความก้าวหน้าในการปฏิบัติงาน ปัญหาอุปสรรค วิธีการแก้ไข


20 ปัญหา เพื่อนําไปปรับปรุงการวางแผนการปฏิบัติงานต่อไป 3.2.3 การสอน (teaching) เป็นกิจกรรมนิเทศที่จัดให้กับบุคลากรในหน่วยงาน ส่วนมากเป็นการสอนทางคลินิก ผู้นิเทศควรแสวงหาและเผยแพร่ความรู้ใหม่ ๆ ทางการพยาบาล เพื่อประโยชน์ต่อมาตรฐานวิชาชีพ การสอนมีกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การสอนด้านการพยาบาล การสอนในการศึกษาผู้ป่วย รายบุคคล การแสดงบทบาทสมมติ การพยาบาลเฉพาะรายผู้ป่วย การ สัมมนา การสาธิต การอภิปรายกลุ่มเป็นต้น การสอนในการนิเทศการพยาบาลผู้นิเทศจะกําหนด เป็นแผนการสอน ไว้แล้ว หรือไม่มีการวางแผนขึ้นอยู่กับสถานการณ์และตามวัตถุประสงค์ของการสอนคือ เพื่อการทํางาน เป็นกลุ่ม หรือสร้างสัมพันธภาพมีส่วนร่วมในการทํางาน เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิบัติงาน สอนเทคนิค ในงานเฉพาะทางฝึกปฏิบัติเพื่อการปฏิบัติงานตามมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ และสอนด้านทฤษฎีเพื่อสร้าง ความมั่นใจในการปฏิบัติงานการสอนมี3 แบบผู้นิเทศสามารถเลือกวิธีการสอนตามความ เหมาะสม ได้ดังนี้ 1) การสอนเป็นกลุ่มสัมมนาใช้วิธีการวิเคราะห์อุบัติการณ์เฉพาะราย รายที่ต้องได้รับการแก้ไขด่วน และต้องทํางานเป็นทีมจึงจะประสบผลสําเร็จ 2) การสอนแบบสาธิตจากขั้นตอนการทํางานจริง 3) การสอน ขณะเยี่ยมตรวจ เป็น อุบัติการณ์ที่ต้องสอนทันทีเมื่อพบปัญหา 3.2.4 การแก้ปัญหา (problem - solving) การแก้ปัญหาที่ใช้ในการนิเทศการพยาบาล ใช้กระบวนการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ แบ่งเป็น 4 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 การกําหนดปัญหา (define the problem) ขั้นตอนที่ 2 การวางแผนเป้าหมายในการแก้ปัญหา และการทําเครื่องมือที่ เหมาะสม (planning tools and alperton development) ขั้นตอนที่ 3 การดําเนินการแก้ปัญหา (implementation) การแก้ปัญหาของผู้นิเทศการพยาบาลเป็นการแก้ปัญหา โดยการให้ข้อเสนอแนะ หรือดําเนินการตามกระบวน การนิเทศและขั้นตอนที่ 4 เป็นการประเมินผล (evaluation) เป็นขั้นตอนที่ต้องประเมินการแก้ปัญหา หรือสิ่งที่ดําเนินการแก้ปัญหาแล้วมีผลการแก้ปัญหาเป็น อย่างไรในประเด็นปัญหาที่เกิด ผู้รับการนิเทศ พยาบาลเข้าใจการแก้ปัญหาดังกล่าว และดําเนินการแก้ไขสิ่งที่เป็นปัญหานั้น ๆ และขณะเดียวกันผู้นิเทศ การพยาบาล ได้สรุปประเด็นที่แก้ไขว่าเป็นไปตามแผนการนิเทศการพยาบาลหรือไม่ ถ้าแก้ไม่ได้เพราะ เหตุใดนํามาบันทึกปัญหาที่เกิดและ ข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาต่อไป 3.2.5 การให้คําปรึกษาแนะนํา (counseling & guidance) เป็นกระบวนการที่อาศัย สัมพันธภาพที่ดีต่อกันระหว่างผู้ให้การปรึกษากับผู้รับการปรึกษาด้วยการสื่อสาร และเกิดความร่วมมือ ผู้นิเทศ การพยาบาลมีบทบาทให้คําปรึกษาจะเป็นผู้ช่วยเหลือที่ใช้แนวทางแก้ปัญหาแก่ผู้รับการปรึกษาเป็นกลุ่มหรือ รายบุคคล เพื่อให้ผู้รับการนิเทศได้ใช้ศักยภาพในการทําความเข้าใจสามารถค้นหาปัญหาที่แท้จริง สาเหตุ ของปัญหา และความต้องการแก้ปัญหา และสามารถหาวิธีการแก้ไขปัญหาได้ ในการให้คําปรึกษาแนะนํา จะมุ่งให้บุคคลสามารถตัดสินใจในการปฏิบัติ สิ่งที่ถูกต้องได้ด้วยตัวเอง เกิดความกระจ่าง ในปัญหาของตนเอง มากขึ้น 3.2.6 การสังเกต (Observation) การสังเกตเป็นการค้นหาพฤติกรรมของบุคคลในสิ่งที่ สามารถสังเกตได้ประกอบด้วย พฤติกรรมของมนุษย์ สถานการณ์สภาวะแวดล้อมในความเป็นอยู่ บรรยากาศ ในที่ทํางาน เป็นต้น ผู้นิเทศการพยาบาลเมื่อสังเกตการณ์ปฏิบัติงานจะต้องมีสมาธิต่อ เป้าหมายที่ต้องการ


21 สังเกต ทําให้เกิดความต่อเนื่องและได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ผู้สังเกตต้องมีประสาท สัมผัสที่ทํางานเป็นปกติ และมีความไวในกระบวนการต่อสิ่งที่สังเกต ต้องมีการแปลความหมายข้อมูลที่พบอย่างรวดเร็ว และถูกต้อง ไม่ลําเอียง 3.2.7 การมีส่วนร่วม (participation) การมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับการบริหารงาน เป็น การกระจายอํานาจของผู้นิเทศการพยาบาลกับผู้รับการนิเทศเป็นการร่วมปฏิบัติงานเป็นกิจกรรมที่ ใช้ในกลุ่ม บุคคล ให้เกิดความร่วมมือเพื่อให้งานที่ปฏิบัติเกิดความสําเร็จ การใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมมีผลด้าน จิตวิทยา จะทําให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความภาคภูมิใจในการทํางานของตน มีความรู้สึกเป็นเจ้าของเกิดพลังการ พัฒนางานที่ต้องการให้เกิดผลดีที่สุด สรุป การนิเทศกระบวนการพยาบาลจะประสบผลสําเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นกับองค์ประกอบ หลายๆส่วน ทั้งผู้นิเทศเอง และผู้รับการนิเทศที่จะต้องมีองค์ความรู้ และความเข้าใจในทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ พยาบาล มีทักษะ และทัศนคติที่ดีต่อการนิเทศกระบวนการพยาบาล ซึ่งได้แก่กรอบทฤษฎีระบบการรับรู้ การสื่อสารข้อมูล การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และที่สําคัญที่สุด คือการประเมินผลกระบวนการนิเทศ ที่จะต้องออกแบบวิธีการตรวจสอบการใช้กระบวนการพยาบาล เพื่อใช้ในการประเมินผลลัพธ์ของหน่วยงาน และองค์กรต่อไป วิธีการนิเทศการใช้กระบวนการพยาบาล จากการทบทวนเอกสาร วรรณกรรม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในองค์กรพยาบาล มีการอภิปราย และทบทวนวิธีการการนิเทศที่ใช้ในหน่วยงาน สามารถสรุปได้ดังนี้ 1. การประชุมก่อนปฏิบัติงาน (pre conference) เป็นการประชุมปรึกษาก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ในแต่ละเวร เพื่อมอบหมายงาน ชี้แนวทางปฏิบัติงาน การปฏิบัติการพยาบาลเฉพาะอย่าง เพื่อให้การดูแล ผู้ป่วยมีประสิทธิภาพ เหมาะสม และเพียงพอก่อนลงมือปฏิบัติงาน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งใน แต่ละเวรพยาบาลหัวหน้าทีม หรือหัวหน้าเวรจะต้องประชุมปรึกษากับบุคลากรพยาบาล ในความ รับผิดชอบ ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยก่อนการรับเวร-ส่งเวร พยาบาลหัวหน้าทีมการพยาบาล เดินตรวจเยี่ยมผู้ป่วย เพื่อศึกษา ข้อมูลเบื้องต้น แล้วมอบหมายงานให้แก่พยาบาลในแบบฟอร์ม มอบหมายงาน พยาบาลผู้ที่ได้รับมอบหมายงาน รับเวร - ส่งเวร หลังจากนั้นประเมินผู้ป่วยใน ความรับผิดชอบ และรวบรวมข้อมูลจากรายงานผู้ป่วย เพื่อประเมินปัญหาและวางแผนการพยาบาล ตามลําดับความสําคัญ และความเร่งด่วนของปัญหา พยาบาล ทุกคนในทีมการพยาบาลร่วมกันวางแผนการพยาบาลผู้ป่วย โดยผู้ร่วมทีมการพยาบาล นําเสนอข้อมูลผู้ป่วยใน ความรับผิดชอบและร่วมอภิปราย ตลอดจนหัวหน้าทีมให้ข้อเสนอแนะตัดสินใจวางแผนการพยาบาล และนําลงสู่ การปฏิบัติ 2. การประชุมประเมินผลหลังการปฏิบัติงาน (post conference) เป็นการประชุม ปรึกษา หลังการปฏิบัติงานในแต่ละเวร โดยในระหว่างเวร หัวหน้าทีมการพยาบาลเยี่ยมตรวจการปฏิบัติการ พยาบาลจากพยาบาลแต่ละคนในทีม ได้แก่ ข้อมูลผู้ป่วย ผลการปฏิบัติการพยาบาล และปัญหาต่างๆ จากนั้น ร่วมกันอภิปราย วิเคราะห์สถานการณ์ ระบุปัญหา วิธีการแก้ไขปัญหา ระบายความรู้สึก และพัฒนา


22 ระบบสนับสนุน เพื่อช่วยให้การปฏิบัติการพยาบาลมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หัวหน้าทีม สรุปการประชุมปรึกษา การเรียนรู้และสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม บันทึกประเด็นปัญหา อุปสรรคที่มีผลต่อคุณภาพการพยาบาล เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป และมีการส่ง ต่อข้อมูลให้แก่เวรถัดไป 2. การเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล (nursing care round) เป็นการประชุมภายในกลุ่มสมาชิก ทีมพยาบาล โดยผู้นิเทศหรือหัวหน้าหอผู้ป่วยกําหนดมอบหมายให้พยาบาลเตรียมข้อมูลเพื่อร่วมอภิปราย เป็นกลุ่ม มีการกําหนดวันที่จะทํากิจกรรมให้ชัดเจน หรือจัดตารางการเป็นผู้นําการเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล ให้รับทราบล่วงหน้า เพื่อให้มีการหมุนเวียนการปฏิบัติในบทบาทผู้นํา ผู้ร่วม ซึ่งสมาชิกภายในกลุ่มจะต้อง มีการร่วมอภิปรายและให้ข้อมูลเพิ่มเติม ตลอดจนหาข้อสรุปเพื่อเป็นแนวทางในการพยาบาล เปิดโอกาสให้ผู้รับ บริการและญาติได้ซักถามปัญหาวางแผนร่วมกันสนับสนุนในสิ่งที่ปฏิบัติได้ดีอยู่แล้ว ผู้นําการเยี่ยมตรวจ สรุปแผนการพยาบาลและการปฏิบัติตัวให้ ผู้รับบริการและญาติทราบ การทํา nursing care round จะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที โดยอาจใช้ กิจกรรม C3THER เป็นกรอบในการเยี่ยมตรวจทางการพยาบาล เพื่อทบทวนการดูแลผู้ป่วย หรือ ประเมินคุณภาพการดูแลผู้ป่วย การทบทวนการดูแลผู้ป่วยโดยใช้ C3THER ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ทบทวนการดูแล ผู้ป่วยขณะพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ถือเป็นกิจกรรมเรื่องแรก ของกิจกรรมทบทวน 12 เรื่อง ในบันไดขั้นที่ 1 ของการประกันคุณภาพโรงพยาบาล (HA) เพื่อหาโอกาสพัฒนา วิธีการที่ใช้ได้แก่ 1. ทบทวนข้างเตียง 2. Conference 3. Grand Round 4.Quality Round C3THER ประกอบด้วย 1) Communication มีข้อมูลอะไรบ้างที่ผู้ป่วย/ญาติควรทราบ ใครเป็นผู้ให้ข้อมูลนั้น บันทึกไว้ ที่ไหน มีข้อมูลสําคัญอะไรที่ต้องมีการส่งต่อ เพื่อให้ทีมสามารถดูแลผู้ป่วยรายนี้ได้อย่างต่อเนื่อง (เน้นการ สื่อสาร / ประสานงานเป็นหลัก) มีการประเมินผลการรับทราบข้อมูลหรือยัง 2) Continuity ผู้ป่วยรายนี้จะได้กลับบ้านเมื่อไรกลับในสภาพไหน กลับไปอยู่กับใคร ที่ไหน การเตรียมวางแผนจําหน่ายเป็นอย่างไร ข้อมูลที่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตผู้ป่วยหรือไม่ ต้องใช้อุปกรณ์อะไร หรือต้องส่งต่อสถานบริการใกล้บ้านหลังจําหน่าย 3) Team ต้องมีการปรึกษาวิชาชีพอื่นมาดูแลหรือไม่ เมื่อไร มีการประสานงานอย่างไร สห วิชาชีพวางแผนการดูแลอย่างไร มีแพทย์ต่างแผนกมาดูผู้ป่วยหรือไม่ ชื่ออะไร 4) Human Resource ในการดูแลผู้ป่วยรายนี้ ต้องใช้ความรู้อะไรบ้าง บุคลลากรมีความรู้ ความสามารถเพียงพอหรือไม่ ความรู้อะไรที่จําเป็นสําหรับผู้ป่วยรายนี้ 5) Environment สภาพแวดล้อมของผู้ป่วยมีความปลอดภัยหรือไม่ เช่น เสี่ยงต่อพลัดตกหกล้ม ได้รับการดูแลป้องกันเรื่องเตียง หรือติดป้ายสื่อสารหรือไม่, Equipment การดูแลเครื่องมือ ที่ใช้กับผู้ป่วย มีการเตรียม พร้อมให้สามารถใช้ได้ถูกต้องปลอดภัย และป้องกัน, Economic สถานะทางการเงิน จําเป็นต้องให้การช่วยเหลือหรือไม่ ประสานความช่วยเหลือกับใคร 6) Record มีการบันทึกครบถ้วนเพียงพอและเป็นประโยชน์แก่ทีมหรือไม่ การบันทึกที่ทีม


23 ต้องการเป็นอย่างไร เช่น ที่เตียงผู้ป่วย ในบันทึกทางการพยาบาล หรือระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ซึ่งใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้ 3. การประชุมปรึกษาการพยาบาล (nursing care conference) เป็นการประชุมปรึกษาถึงปัญหา ทางการพยาบาลของผู้รับบริการเฉพาะราย โดยหัวหน้าหอผู้ป่วยหรือผู้ที่ทําหน้าที่แทนหัวหน้า หอผู้ป่วย มอบหมายผู้รับผิดชอบ กําหนดวันเวลาที่ชัดเจน ผู้นําเสนอข้อมูลด้านต่าง ๆ ของผู้รับบริการให้สมาชิกทราบ ได้แก่ ข้อมูลการเจ็บป่วย อาการ/อาการเตือน ปัญหา / ความต้องการทางการพยาบาล โดยให้สมาชิก อภิปรายไปตามลําดับขั้นของการแก้ปัญหา เริ่มจาก ระบุปัญหา ทําความเข้าใจ กับปัญหาตั้งสมมติฐาน / ที่มาของปัญหา แสวงหาวิธีการแก้ปัญหา เลือกวิธีแก้ปัญหาโดยใช้หลักวิชาการ รวมทั้งวิธีประเมินผล ซึ่งทั้งหมดนําไปสู่แผนการพยาบาล โดยกลุ่มอาจเลือกอภิปรายเฉพาะปัญหาที่เร่งด่วน หรือปัญหาที่กลุ่ม สนใจก็ได้ และ สรุปสาระที่ได้จากการประชุมปรึกษา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดูแลต่อไป ใช้เวลาในการทํา กิจกรรมประมาณ 35-40 นาที การนิเทศคุณภาพบริการพยาบาล คุณภาพบริการพยาบาล แนวคิดการประกันคุณภาพการพยาบาล (QA) การประกันคุณภาพ (Quality Assurance : QA) เป็นกระบวนการที่ใช้ในการพัฒนาคุณภาพ งาน ซึ่ง แนวคิดดั้งเดิมจากต่างประเทศไม่ได้หมายรวมถึงการพัฒนาคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น วงการพัฒนา การตรวจสอบ ประเมินเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง มาตรฐานการบริการ มาตรฐานการปฏิบัติการ เกณฑ์ชี้วัดคุณภาพ I p t การบริหารจัดการ บุคลากร Fa l t es Pr ess กระบวนการให้บริการ ตามมาตรฐาน tp t t me บรรลุเป้าหมาย ปลอดภัย พอใจ ดูแลตนเองได้ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน


24 คุณภาพงานจึงเปลี่ยนจากแนวคิดการประกันคุณภาพ (Quality Assurance) มาใช้แนวคิดการ พัฒนาคุณภาพ อย่างต่อเนื่อง (Continuous Quality Improvement : CQI) สำหรับประเทศไทยนั้น สำนักการพยาบาลได้ ประยุกต์แนวคิดการประกันคุณภาพให้รวมถึงการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องด้วย ดังนั้น ความหมายของ QA ในที่นี้จึงหมายรวมถึง CQI ด้วย การประกันคุณภาพการพยาบาล หมายถึง กระบวนการดำเนินงานอย่างมีแบบ แผนและมีกิจกรรมที่เป็นขั้นตอน ต่อเนื่อง เป็นระบบในการวัดและประเมินคุณภาพบริการพยาบาล โดย บุคลากรที่ อยู่ภายในหน่วยงาน สถานบริการสาธารณสุขนั้น ทั้งด้านโครงสร้าง กระบวนการ และผลลัพธ์ เพื่อให้เป็นหลักประกันว่า หน่วยงานบริการพยาบาลและผู้ปฏิบัติการพยาบาลมีการปฏิบัติหรือจัดบริการ พยาบาลตาม มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ มีการแก้ไขข้อบกพร่องและการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อ รักษาไว้ซึ่งระดับคุณภาพตามที่วิชาชีพ องค์กรหรือหน่วยงานคาดหวัง (กองการพยาบาล, 2543) จาก ความหมายของการประกันคุณภาพการพยาบาล แสดงให้เห็นว่าเป็นการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น องค์ประกอบของการประกันคุณภาพการพยาบาลคือ 1. การดำหนดมาตรฐาน ระบบ แนวทาง (Plan) 2. การ ปฏิบัติตามมาตรฐาน (Do) 3. การวัดและประเมิน (Check) 4. การแก้ไขปัญหา ข้อบกพร่อง (Act) และการ ปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง (Continuous Quality Improvement) 1. การกำหนดมาตรฐาน ระบบ แนวทาง (Plan) สำนักการพยาบาลได้กำหนดมาตรฐานการพยาบาล ในโรงพยาบาลเพื่อให้องค์กรพยาบาล ของสถานบริการสาธารณสุขน าไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โดย สำนักการพยาบาลได้พัฒนาและ ปรับปรุงมาตรฐานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการ บริการสาธารณสุข การพัฒนา คุณภาพ และบริบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาล พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็น ฉบับปรับปรุงล่าสุด มาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาลนี้ ประกอบด้วย เนื้อหาจำแนก ตามลักษณะของงานการพยาบาล 10 งาน ดังนี้1) การบริหารการพยาบาล 2) การบริการพยาบาลผู้ป่วยนอก 3) การบริการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 4) การบริการพยาบาลผู้ป่วยใน 5) การบริการพยาบาล ผู้ป่วยหนัก 6) การบริการพยาบาลผู้ป่วยทางสูติกรรม 7) การบริการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด 8) การบริการ พยาบาลวิสัญญี9) การบริการพยาบาลด้านการปรึกษาสุขภาพ 10) การบริการพยาบาลป้องกันและควบคุม การติดเชื้อในโรงพยาบาล 11) งานตรวจรักษาพิเศษ 12) งานสุขภาพจิตและจิตเวช มาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาลดังกล่าวหน่วยงานบริการพยาบาลใช้เป็นแนวทางใน การ วิเคราะห์ระบบงานเพื่อหาโอกาสในการพัฒนา โดยการปรับปรุงหรือออกแบบระบบการปฏิบัติงาน หรือ แนวทางปฏิบัติงานระดับหน่วยงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานฯ ซึ่งอาจต้องมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ สื่อสาร ภายในองค์กรเพื่อให้ทุกคนเข้าใจระบบหรือแนวทางปฏิบัติงานที่ปรับปรุงหรือออกแบบใหม่ ระบบ การ ปฏิบัติงานหรือแนวทางปฏิบัติงานอาจได้แก่ นโยบาย ระบบงาน เช่น ระบบการประกันคุณภาพการ พยาบาล ระบบการดูแลผู้ป่วยรายกรณี ระบบการบันทึก ระบบสารสนเทศทางการพยาบาล ระบบการ บริหารความเสี่ยง รูปแบบการดูแลคุณภาพ คู่มือต่าง ๆ ทั้งคู่มือการบริหารงาน และคู่มือการปฏิบัติงาน แนวทางและมาตรฐาน การจัดระบบบริการและปฏิบัติการพยาบาล 2. การปฏิบัติตามมาตรฐาน (Do) หลังจากองค์กรพยาบาลได้กำหนดมาตรฐาน แนวทาง ระบบการ ปฏิบัติงานตามผลการวิเคราะห์ในระดับองค์กรและหน่วยงานบริการพยาบาลแล้ว จะต้องมีการนำมาตรฐาน ดังกล่าวสู่การปฏิบัติ โดยมีการถ่ายทอดในรูปแบบต่าง ๆ แก่กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การประชุมเชิง


25 ปฏิบัติการ การประชุม ชี้แจง การฝึกอบรม การสอนงาน และการนิเทศติดตามงาน เป็นต้น ทั้งนี้หากพยาบาล ภายในองค์กรมีความเข้าใจหลักการและความสำคัญของการประกันคุณภาพการพยาบาลและการปฏิบัติตาม มาตรฐานแล้ว จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานนำมาตรฐานไปสู่การปฏิบัติได้ง่ายขึ้น 3. การวัดและประเมิน (Check) การวัดและประเมินคุณภาพเป็นกระบวนการที่สำคัญ ซึ่งสะท้อนผล การปฏิบัติตาม มาตรฐานว่าผลการปฏิบัติดีเพียงใด และส่วนใดที่สามารถทำให้ดีขึ้น โดยใช้ตัวชี้วัดคุณภาพเป็น เครื่องมือ ทั้งนี้องค์กรพยาบาลและหน่วยงานบริการพยาบาลต่างๆ สามารถกำหนดตัวชี้วัดคุณภาพบริการ พยาบาล ของหน่วยงานให้ตรงตามเข็มมุ่งของแต่ละโรงพยาบาล และใช้ตัวชี้วัดคุณภาพการพยาบาลที่สำนัก การ พยาบาลกำหนดในหนังสือตัวชี้วัดคุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาลซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญ 10 ตัวชี้วัด (สำนักการพยาบาล, 2547) รวมทั้งเลือกใช้ตัวชี้วัดจากในหนังสือมาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาล พ.ศ. 2550 ซึ่งมี 4 มิติ คือ มิติที่ 1 ด้านประสิทธิผลตามพันธกิจ มิติที่ 2 ด้านคุณภาพการให้บริการ พยาบาล มิติที่ 3 ด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติการพยาบาล มิติที่ 4 ด้านการพัฒนาองค์กรพยาบาล นอกจากนี้การวัดและประเมินคุณภาพการพยาบาลนั้น องค์กรพยาบาลควรกำหนดให้หน่วยงาน บริการพยาบาลต่างๆ ใช้ระบบการวัดและประเมินเดียวกัน ทั้งนี้การวัดและประเมินคุณภาพ อาจเรียกสั้น ๆ ว่า การประเมินคุณภาพซึ่งมี 2 ประเภท คือ การประเมินคุณภาพตนเองหรือการประเมินคุณภาพภายใน และการ ประเมินคุณภาพภายนอก ทั้ง 2 ประเภทมีเป้าหมายเดียวกัน คือ มุ่งเน้นการ ประเมินระบบงาน และนำผลการ ประเมินมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อพัฒนางานบริการพยาบาลต่อไป สำหรับ ความแตกต่างสำคัญของการประเมิน คุณภาพภายในและภายนอก คือ ผู้ประเมินคุณภาพภายในเป็น บุคลากรภายในหน่วยงาน องค์กร ในขณะที่ผู้ ประเมินคุณภาพภายนอกเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานนอก องค์กร สำนักการพยาบาลได้พัฒนาระบบการ ประเมินคุณภาพการพยาบาลในการวัดและประเมิน คุณภาพ ให้องค์กรพยาบาลนำไปใช้ได้แก่ การประเมิน คุณภาพการพยาบาลภายใน การประเมินคุณภาพ การพยาบาลภายนอก และการตรวจประเมินรางวัลคุณภาพ การปฏิบัติการพยาบาลที่เป็นเลิศ ซึ่งนับว่า การประเมินคุณภาพการพยาบาลภายนอกและการตรวจประเมิน รางวัลคุณภาพการปฏิบัติการพยาบาลที่เป็นเลิศเป็นประเภทการประเมินคุณภาพภายนอก 4. การแก้ไขปัญหา ข้อบกพร่อง (Act) และการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง (Continuous Quality Improvement) หลังจากสรุปผลการประเมินคุณภาพขององค์กร หน่วยงานบริการพยาบาลแล้ว ทีมงาน ประกันคุณภาพการพยาบาลและพยาบาลจะนำผลดังกล่าวมาประชุมร่วมกันเพื่อหาโอกาสพัฒนา แก้ไข ปัญหา ข้อบกพร่องของระบบ กระบวนการปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานบริการพยาบาล ให้ ดียิ่งขึ้นและมุ่งสู่ความเป็นเลิศ ทั้งนี้ต้องนำผลลัพธ์ตัวชี้วัดคุณภาพการพยาบาลมาเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเพื่อศึกษาว่า องค์กร หน่วยงานทำได้ดีขึ้นแล้วหรือยัง นอกจากนี้ยังใช้วิธีการเทียบเคียง (Benchmarking) ทั้งนี้ระดับเทียบเคียง (Benchmark) นั้นมาจาก 2 ลักษณะ คือ 1) การเทียบเคียง คุณภาพ ภายในโรงพยาบาลโดยตัวชี้วัดเป็นตัวชี้วัดเดียวกันแต่ผลลัพธ์ตัวชี้วัดนั้นมาจากหน่วยงานบริการพยาบาลที่มี ลักษณะคล้ายกัน ซึ่งคณะกรรมการประกันคุณภาพการพยาบาลต้องเป็นผู้กำหนดตัวชี้วัดและ คู่เทียบ 2) การ เทียบเคียงคุณภาพที่กำหนดโดยภายนอกหรือบุคคลที่สาม ส าหรับการเทียบเคียงคุณภาพ การพยาบาลนั้น


26 สำนักการพยาบาลเป็นองค์กรที่รวบรวมผลการดำเนินการและจัดระบบให้มีการเทียบเคียงคุณภาพขององค์กร หน่วยงานบริการพยาบาล โดยออกแบบการเทียบเคียงไว้เป็น 2 ส่วน คือ เทียบเคียงระดับคุณภาพหรือระดับ ความสำเร็จ และเทียบเคียงผลลัพธ์ ซึ่งกำหนดเป็นตัวชี้วัดคุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาลระดับประเทศ แนวทางการดำเนินงานประกันคุณภาพและการปรับปรุงคุณภาพการพยาบาลใน โรงพยาบาลระดับ หน่วยงาน กองการพยาบาล (สำนักการพยาบาล) ได้พัฒนารูปแบบการดำเนินงานประกันคุณภาพ และการ ปรับปรุงคุณภาพการพยาบาลของงานบริการพยาบาลในโรงพยาบาล พร้อมทั้งเผยแพร่ให้กับหน่วยงานบริการ พยาบาลและกลุ่มการพยาบาลของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2543 แล้วนั้น และเพื่อ เป็นการทบทวนการดำเนินงานประกันคุณภาพการพยาบาล สำนักการพยาบาล จึงขอสรุปการดำเนินงาน ประกันคุณภาพและการปรับปรุงคุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาล การประกันคุณภาพและการปรับปรุง คุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาล ในที่นี้เรียกว่า การประกันคุณภาพการพยาบาล ซึ่งมี 3 ระยะ คือ 1) การกำหนดมาตรฐานและการปฏิบัติตามมาตรฐาน 2) การวัดและประเมินคุณภาพการพยาบาล 3) การปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การประกันคุณภาพการพยาบาล 3 ระยะนี้มาจากองค์ประกอบทั้ง 4 ของการประกันคุณภาพการ พยาบาลตามที่ได้กล่าวแล้ว โดยรวมองค์ประกอบการกำหนดมาตรฐานและการปฏิบัติตามมาตรฐานเป็นระยะ เดียวกัน ทั้งนี้3 ระยะของการประกันคุณภาพการพยาบาล ประกอบด้วย 10 ขั้นตอน โดยมีรายละเอียดดังนี้ (กองการพยาบาล, 2543) ระยะที่ 1 การกำหนดมาตรฐานและการปฏิบัติตามมาตรฐาน เป็นระยะของการกำหนด ประเด็น สำคัญที่หน่วยงานต้องการประกันคุณภาพ กำหนดมาตรฐานหรือแนวทางการดำเนินงาน รวมทั้ง สนับสนุนให้ ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือแนวทางนั้น ระยะนี้มีการดำเนินงาน 5 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 มอบหมายผู้รับผิดชอบ โดยมอบให้มีผู้รับผิดชอบในการ กำหนดมาตรฐานหรือแนวทาง ปฏิบัติ วัดประเมินและปรับปรุงคุณภาพการพยาบาลในแต่ละประเด็น ขั้นตอนที่ 2 กำหนดขอบเขตการบริการพยาบาล ทั้งนี้ สามารถกำหนดได้ตามลักษณะผู้ป่วย ผู้ใช้สิทธิ ของหน่วยงาน เช่น กลุ่มผู้ป่วยตามการวินิจฉัยโรค ตามปัญหาความต้องการการพยาบาล และการจำแนก ประเภทผู้ป่วย กำหนดตามสถานที่และเวลาที่ให้บริการหรืออาจกำหนดตาม ระบบการดูแล ขั้นตอนที่ 3 ระบุประเด็นสำคัญของการบริการพยาบาล และกำหนด มาตรฐานหรือแนวทางปฏิบัติ โดยการระบุเรื่องที่ต้องการประกันหรือปรับปรุงคุณภาพ เลือกจากเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง (High risk) เรื่องที่มี ปริมาณการปฏิบัติจำนวนมาก (High volume) เรื่องที่มีแนวโน้มที่จะ เกิดปัญหา (Problem prone) เรื่องที่มี ค่าใช้จ่ายสูง (High cost) ทั้งนี้ประเด็นสำคัญอาจเลือกจากหน้าที่ หลักทางคลินิกของพยาบาลวิชาชีพ หลังจาก นั้นจึงมากำหนดมาตรฐาน แนวทางปฏิบัติ ระบบงาน ทั้งนี้การพัฒนามาตรฐาน แนวทางปฏิบัติ ระบบงาน ต้องยึดตามหลักการทางวิชาการ องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องและทันสมัย จึงนำแนวทางนั้นไปสู่การปฏิบัติ โดย สื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติ ขั้นตอนที่ 4 กำหนดตัวชี้วัดคุณภาพการพยาบาลทั้งนี้สามารถเลือกมาจาก เกณฑ์ชี้วัดคุณภาพการ พยาบาลของหน่วยงาน ซึ่งปรากฏในหนังสือมาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาล ซึ่งกำหนดไว้ 4 มิติ (สำนัก


27 การพยาบาล, 2550) หรืออาจกำหนดเพิ่มเติมตามนโยบายของโรงพยาบาลหรือ องค์กร สำหรับตัวชี้วัดระดับ องค์กรอาจใช้ตัวชี้วัดคุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาล 10 ตัว ซึ่งกำหนด โดยสำนักการพยาบาล (สำนักการ พยาบาล, 2547) ขั้นตอนที่ 5 กำหนดเกณฑ์ระดับคุณภาพที่ยอมรับได้ โดยหากเป็นตัวชี้วัดที่ เลือกมาจากเกณฑ์ชี้วัด คุณภาพฯในหนังสือมาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาล ได้กำหนดเกณฑ์ระดับคุณภาพที่ยอมรับได้ แต่หาก เป็นตัวชี้วัดที่หน่วยงานกำหนดเพิ่มเติม คณะกรรมการประกันคุณภาพการพยาบาลต้องกำหนดเกณฑ์ระดับที่ ยอมรับได้และสูงกว่าผลการพัฒนาในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ระยะที่ 2 การวัดและประเมินคุณภาพการพยาบาล เป็นระยะของการประเมินผลการ ปฏิบัติงานการ พยาบาล โดยต้องเป็นกระบวนการที่เป็นระบบ เที่ยงตรง มีเป้าหมาย เพื่อค้นหาโอกาสใน การพัฒนางานไม่ใช่ ตรวจสอบจับผิดข้อบกพร่อง ในระยะนี้มี 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 6 เก็บรวมรวมและจัดการข้อมูล คณะกรรมการ และคณะทำงาน ประกันคุณภาพการ พยาบาลต้องประสานงานกับคณะทำงานสารสนเทศทางการพยาบาล ทั้งนี้ต้อง รวบรวม และจำแนกข้อมูลที่ ต้องจัดเก็บ แหล่งข้อมูล วิธีการเก็บ ประเภทของการรวบรวมข้อมูล (แบบปัจจุบัน แบบย้อนหลัง) เครื่องมือที่ ใช้ในการจัดเก็บ จำนวนกลุ่มตัวอย่างในการรวบรวมข้อมูล และผู้รับผิดชอบเก็บข้อมูล ขั้นตอนที่ 7 วิเคราะห์และประเมินผลคุณภาพการพยาบาล เป็นการวิเคราะห์หาสาเหตุของการพัฒนา คุณภาพการพยาบาล เพื่อนำไปสู่การวางแผน ป้องกันและแก้ไขปัญหา ทั้งนี้การวิเคราะห์อาจใช้วิธีการทางสถิติ เช่น x ± S.D. หรืออาจวิเคราะห์จากกราฟต่อเนื่องเพื่อดูระดับ ของปัญหาในแต่ละช่วงเวลา ระยะที่ 3 การปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ระยะนี้เป็นการก าหนดแผนการปรับปรุง งานและ ปฏิบัติตามแผนนั้น เพื่อแก้ไขปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน ทั้งนี้อาจมีการพัฒนาหรือกำหนด เป็นมาตรฐาน แนวทางปฏิบัติหรือระบบงานขึ้นมาใหม่ ระยะนี้มี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 8 แก้ไขข้อบกพร่องและปรับปรุงคุณภาพการพยาบาล โดย คณะกรรมการและคณะทำงาน ประกันคุณภาพการพยาบาลต้องร่วมกันจัดลำดับความสำคัญของปัญหา กำหนดเป้าหมายและแนวทางในการ แก้ไขปัญหา ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพ ทั้งนี้เป้าหมายของการ พัฒนาคุณภาพอาจใช้เกณฑ์ชี้วัดคุณภาพ ที่กำหนดในขั้นตอนที่ 4 และ 5 ขั้นตอนที่ 9 เฝ้าระวังและประเมินผลคุณภาพการพยาบาลต่อเนื่อง เป็น ขั้นตอนที่ต้องกำหนดเป็น ระบบการเฝ้าระวัง วิเคราะห์ข้อมูลจากสถานการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และแนวโน้ม ที่จะเกิดปัญหาเพื่อรายงาน สรุปผลการเฝ้าระวังและประเมินคุณภาพ ซึ่งขั้นตอนนี้คณะทำงานสารสนเทศ ทางการพยาบาลมีบทบาทใน การวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลร่วมกับคณะทำงานประกันคุณภาพการพยาบาล ขั้นตอนที่ 10 รายงานผลการประกันคุณภาพการพยาบาล เป็นขั้นตอนที่ คณะทำงานประกันคุณภาพ การพยาบาลเสนอการรายงานให้กับคณะกรรมการประกันคุณภาพการพยาบาลทุก 6 เดือน (เดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม) ซึ่งคณะกรรมการประกันคุณภาพการพยาบาล ต้องร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล ให้ข้อเสนอแนะ และร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนางานให้กับคณะทำงาน ระดับหน่วยงานเพื่อพัฒนาต่อเนื่อง ทั้งนี้ต้องมี การรายงานผลการประกันคุณภาพการพยาบาลในการประชุมคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลและสำนักการ พยาบาลด้วย การประกันคุณภาพการพยาบาล 3 ระยะ 10 ขั้นตอนดังกล่าว เป็นแนวทางการดำเนินงาน ของ


28 องค์กรพยาบาลและหน่วยงานบริการพยาบาล โดยองค์กรพยาบาลดำเนินการในภาพรวมงานการพยาบาลของ โรงพยาบาล สำหรับหน่วยงานดำเนินการเฉพาะในหน่วยบริการพยาบาล ทั้งนี้การดำเนินการ ดังกล่าวจะมี คณะกรรมการและคณะทำงานประกันคุณภาพการพยาบาล คณะทำงานสารสนเทศทางการพยาบาล และผู้ ปฏิบัติระดับหน่วยงาน ประสานการดำเนินงาน และเชื่อมโยงกับงานคุณภาพของโรงพยาบาล เนื่องจากการ ดำเนินการดังกล่าวเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นองค์กรพยาบาล ควรจัดระบบการประกันคุณภาพ เชื่อมโยงกับระบบการจัดการความเสี่ยง และระบบคุณภาพของโรงพยาบาล มีการวิเคราะห์และรายงานผล การดำเนินงานในระดับหน่วยงาน องค์กรพยาบาล และ ระดับโรงพยาบาล การประเมินคุณภาพการพยาบาลภายในโรงพยาบาล หลักการสำคัญของการประเมินคุณภาพการ พยาบาลภายในโรงพยาบาล จากกรอบแนวคิดของการประกันคุณภาพการพยาบาลและการปรับปรุงคุณภาพ อย่าง ต่อเนื่อง จะเห็นว่าการประเมินคุณภาพตนเองเป็นกระบวนการที่เป็นระบบ เพื่อติดตาม ตรวจประเมิน คุณภาพภายในองค์กร สะท้อนให้องค์กร หน่วยงานบริการพยาบาลทราบระดับความก้าวหน้าของการพัฒนา อีกทั้งโอกาสในการพัฒนาปรับปรุงงานให้ดีขึ้น ซึ่งสนับสนุนให้เกิดความต่อเนื่องของวงจรการประกันคุณภาพ การพยาบาลอีกด้วย การประเมินคุณภาพบริการพยาบาลภายในโรงพยาบาล หมายถึง การประเมินตนเองของ หน่วยงานร่วมกับการเยี่ยมตรวจเพื่อประเมินระหว่างหน่วยงานภายในกลุ่มงานการพยาบาล โดยเป็น กระบวนการที่อาศัยภาวะผู้นำ และการจูงใจเป็นเครื่องมือในการอำนวยการให้พยาบาลมีการปฏิบัติงาน อย่าง มีมาตรฐาน โดยการสะท้อนผลงานของหน่วยงานที่รับการประเมิน แล้วเหนี่ยวนำให้ผู้รับการประเมิน พร้อมที่ จะปรับปรุงงาน (สำนักการพยาบาล, 2547) วัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพการพยาบาลภายในโรงพยาบาล เพื่อ 1. ติดตามความก้าวหน้าของการพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลในหน่วยงานบริการพยาบาลและ ภาพรวมขององค์กรพยาบาล 2. วิเคราะห์ผลการพัฒนางาน จุดแข็งและโอกาสพัฒนา นำไปเป็นข้อมูลนำเข้า (Input) สำหรับการ วางแผนพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง 3. พิจารณาความเชื่อมโยงของทุกองค์ประกอบในระบบประกันคุณภาพของหน่วยงานบริการพยาบาล ในการตอบสนองพันธกิจ และเป้าหมายขององค์กร 4. นำผลการประเมินมากำหนดเป็นข้อเสนอแนะในการพัฒนาคุณภาพของหน่วยงานบริการพยาบาล ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งการค้นหานวัตกรรมหรือแนวปฏิบัติที่ดีขององค์กร องค์ประกอบสำคัญของการ ประเมินคุณภาพการพยาบาลภายในโรงพยาบาล ในการดำเนินงานประเมินคุณภาพการพยาบาลภายใน โรงพยาบาลนั้น เพื่อให้ผลของการ ประเมินสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องได้ ต้อง มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้ 1. ผู้ประเมินคุณภาพการพยาบาลภายในโรงพยาบาล 2. เครื่องมือการประเมินคุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาล 3. การรวบรวมข้อมูลเพื่อการประเมินคุณภาพ


29 1. ผู้ประเมินคุณภาพการพยาบาลภายในโรงพยาบาล ผู้ประเมินคุณภาพการพยาบาลภายในโรงพยาบาล มี บทบาทสำคัญในการรวบรวม ข้อมูลจากหลักฐานข้อเท็จจริงต่าง ๆ สะท้อนผลการปฏิบัติงาน โดยการให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะเพื่อ ปรับปรุงคุณภาพงานการพยาบาลของหน่วยงานที่ประเมิน ทั้งนี้ผู้ประเมินคุณภาพฯ ต้องมี ความรู้ความสามารถในงานการพยาบาลที่ประเมิน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีภาวะผู้นำ มีทักษะในการสื่อสารที่ดี และสามารถเสริมพลังอำนาจให้แก่ผู้รับการประเมิน ผู้ประเมินคุณภาพการพยาบาลภายในโรงพยาบาล ประกอบด้วย 1) ผู้ประเมินคุณภาพการพยาบาลในหน่วยงาน หรือทีมประกันคุณภาพ (Quality Assurance : QA) ภายในหน่วยงาน มีหน้าที่ในการวิเคราะห์ ประเมินตนเองโดยใช้มาตรฐานการพยาบาล ในโรงพยาบาล พ.ศ. 2550 และแบบประเมินคุณภาพงานการพยาบาลมาเป็นเกณฑ์และนำผลการประเมิน นั้นมาก าหนดเป็น แผนการพัฒนาคุณภาพงานในหน่วยงาน 2) ผู้ประเมินคุณภาพการพยาบาล องค์กรพยาบาล หมายถึง ทีมผู้นิเทศงาน QA ที่องค์กรพยาบาล แต่งตั้งให้เป็นผู้ประเมินคุณภาพการพยาบาล ซึ่งมีหน้าที่ยืนยันผลการประเมินตนเองของ แต่ละหน่วยงาน ที่สำาคัญ คือ หน้าที่ของการหาโอกาสในการพัฒนา เพื่อให้หน่วยงานที่รับการประเมินเกิดการพัฒนาปรับปรุง งานให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น 3) ผู้ประสานงานประเมินคุณภาพ หมายถึง เลขานุการคณะกรรมการ QA และหรือ คณะทำงาน สารสนเทศทางการพยาบาล ซึ่งมีหน้าที่ในการประสานความร่วมมือจัดระบบการประเมิน การรวบรวม วิเคราะห์ผล รายงานผล และนำผลมาวางแผนการพัฒนาต่อเนื่อง 2. เครื่องมือการประเมินคุณภาพการพยาบาลภายในโรงพยาบาล การประเมินคุณภาพการพยาบาลภายในโรงพยาบาลนั้น เป็นการประเมินผลการ ปฏิบัติงานตาม มาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาล พ.ศ. 2550 เนื้อหาภายในของมาตรฐานและ เครื่องมือ ที่ใช้ในการ ประเมินฯ หรือแบบประเมินคุณภาพการพยาบาลภายในนั้น สำนักการพยาบาลได้กำหนดไว้รวมทั้งหมด 11 งาน ประกอบด้วย การบริหารการพยาบาล การบริการพยาบาลผู้ป่วยนอก การบริการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุ และฉุกเฉิน การบริการพยาบาลผู้ป่วยใน การบริการพยาบาล ผู้ป่วยหนัก การบริการพยาบาลฝากครรภ์ การ บริการพยาบาลผู้คลอด การบริการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด การบริการพยาบาลวิสัญญี การบริการพยาบาลด้าน การปรึกษาสุขภาพ และการบริการพยาบาลป้องกัน และควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล การบริการตรวจ รักษาพิเศษ และการบริการพยาบาลสุขภาพจิตอละจิตเวช โดยมีมิติของการประเมิน 2 มิติ ได้แก่ มิติ กระบวนการ และมิติผลลัพธ์ 3. การรวบรวมข้อมูลเพื่อการประเมินคุณภาพ ข้อมูลที่นำสู่การตัดสินใจเพื่อวางแผน พัฒนาปรับปรุงคุณภาพ นั้น ต้องเป็นข้อมูลที่มา จากหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence based) ซึ่งผู้ประเมินคุณภาพการพยาบาล ต้อง เก็บรวบรวมข้อมูล จากแหล่งข้อมูลที่สำคัญ และน่าเชื่อถือ ได้แก่ เอกสารต่าง ๆ ซึ่งหมายถึงนโยบาย กฎระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ คู่มือ แนวทางการปฏิบัติงาน แผนการพัฒนางาน ผลการพัฒนาคุณภาพการพยาบาล รวมทั้ง รายงานต่าง ๆ นอกจากนั้นบุคคลยังเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญ ซึ่งหมายถึง บุคลากรทางการพยาบาล


30 บุคลากรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในโรงพยาบาล และผู้ป่วย ผู้ใช้บริการ ญาติผู้ป่วย ทั้งนี้ในการประเมินคุณภาพ การ พยาบาลนั้น ผู้ประเมินฯ ต้องประเมินตามความเป็นจริง ไม่มีอคติ หรือลำเอียงและต้องมีการตัดสินใจ ให้ คะแนนการประเมินโดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ สำหรับวิธีการรวบรวม ข้อมูลนั้น มาจาก 3 วิธีการ ดังนี้ 1. การทบทวนและวิเคราะห์เอกสาร ทั้งนี้ ผู้ประเมินฯ ต้องทบทวนและวิเคราะห์ เอกสาร โดยดูความ สมบูรณ์สอดคล้อง เชื่อมโยงกันของเอกสารต่าง ๆ ระบบและกลไกการดำเนินงาน ทั้งนี้ผู้ประเมินฯ ควรศึกษา และทำความเข้าใจเอกสารประกอบการประเมินคุณภาพฯ ล่วงหน้าก่อนลงประเมิน ในหน่วยงาน 2. การสัมภาษณ์ การสนทนา ทั้งนี้ผู้ประเมินฯ ต้องมีทักษะในการสื่อสารที่ดี เช่น การถามโดยใช้การ ตั้งคำถามที่ก่อให้เกิดการค้นหาปัญหา การสะท้อนข้อคิดเห็น และโอกาสของการพัฒนา ห้ามใช้คำถามที่ ก่อให้เกิดความอึดอัดและความขัดแย้ง การฟังโดยฟังอย่างตั้งใจ ไม่อคติหรือตีความ การ ให้กำลังใจ การ เสริมสร้างพลังอำนาจอย่างเหมาะสม 3. การสังเกต โดยสังเกตสภาพอาคารสิ่งแวดล้อม ความพร้อมของอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ ความ ปลอดภัย วิธีการปฏิบัติงานของบุคลากร บรรยากาศในการปฏิบัติงาน เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ประเมินฯ ต้องเชื่อมโยง ผลจากการสังเกตกับการทบทวนและวิเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์ การ สนทนา เพื่อให้ข้อมูลที่ได้มีความ สมบูรณ์ น่าเชื่อถือ แนวทางการดำเนินการ QA ในโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช 1. คณะกรรมการ QA ของกลุ่มงาน 2. คณะทำงาน QA ของหน่วยงาน 3. ผู้ประสานงาน วัตถุประสงค์ทั่วไปของการนิเทศงาน 1. ให้ผู้รับการนิเทศสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง 2. ช่วยให้ผู้รับการนิเทศค้นหาปัญหา อุปสรรค ที่จะทำให้งานไม่บรรลุเป้าหมาย 3. ช่วยเหลือสนับสนุนในการแก้ปัญหา 4. ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับการนิเทศ หลักสำคัญในการนิเทศเพื่อประเมินคุณภาพ เป้าหมายของการประเมินคุณภาพ : มุ่งประเมินระบบการบริหารการพยาบาลและการบริการ พยาบาลที่ให้แก่ผู้ป่วยและผู้ใช้บริการ การประเมินคุณภาพ เป็นกระบวนการที่ประกอบด้วย 1. การรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ จากแหล่งข้อมูล และโดยวิธีการที่เหมาะสม เชื่อถือได้ 2. เปรียบเทียบข้อมูลที่ได้กับมาตรฐานที่ยึดถือเป็นกรอบในการประเมิน 3. การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา คือ ความไม่สอดคล้องกับมาตรฐาน


31 4. การระบุระดับคุณภาพจากระดับความสอดคล้องกับมาตรฐานที่ใช้ประเมิน วัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพ การประเมินตนเอง เพื่อประเมินว่า “ขณะนี้หน่วยงานของเราทำได้ดีเพียงใด” “เราห่างไกลจากมาตรฐานเพียงใด” “เราเดินมาถูกทางหรือไม่” เพื่อให้เห็นโอกาสพัฒนา การประเมินจากภายนอก 1. เพื่อช่วยยืนยันผลการประเมินตนเองของหน่วยงาน 2. เพื่อกระตุ้นและชี้ให้เห็นช่องว่างที่ควรพัฒนาในแต่ละมาตรฐาน 3. เพื่อกระตุ้นให้ผู้รับการประเมินตระหนักและมองเห็นแนวทางในการพัฒนางานให้ดีขึ้น องค์ประกอบสำคัญของการประเมินคุณภาพ 1. ผู้ประเมิน 2. เครื่องมือและวิธีการประเมิน 3. มาตรฐานหรือเกณฑ์อ้างอิงที่ใช้ในการตัดสินใจ การประเมินคุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาล ผู้ประเมิน ระดับการประเมิน ทีมงานของหน่วยงาน การประเมินตนเอง ทีมคร่อมสายงาน ทีมข้ามหน่วยงาน การประเมินจากภายนอก คณะกรรมการ QA ทีมประเมินจากภายนอก ร.พ. การประเมินภายนอก ทีมนิเทศจังหวัด - เขต เครื่องมือที่ใช้ในการนิเทศงาน แบบประเมินคุณภาพบริการพยาบาล - การบริหารการพยาบาลของกลุ่มการพยาบาล


32 - การบริการพยาบาลของหน่วยงานย่อย 12 งาน มุ่งค้นหาหลักฐานหรือข้อมูลเชิงประจักษ์ (Objective Evidence) ที่จะบอกว่า “คุณภาพบริการพยาบาล” ของหน่วยที่รับการประเมินเป็นอย่างไร มีการวางแผนหรือออกแบบระบบการทำงาน หรือ กำหนดแนวทางการทำงาน หรือ มีการจัดการให้มีปัจจัยนำเข้าไว้อย่างเพียงพอ ที่จะนำมาตรฐานวิชาชีพมาปฏิบัติหรือไม่ (Approach) มีการปฏิบัติตามมาตรฐานหรือแนวทางที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน มีประสิทธิภาพเพียงพอและเหมาะสมที่จะบรรลุเป้าหมายคุณภาพตามที่กำหนด (Deploy) มีการวัดและประเมินผลลัพธ์หรือมีผลลัพธ์ที่แสดงถึงการบรรลุเป้าหมายขององค์กร/หน่วยงานหรือไม่ รวมทั้งมีการนำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงงานให้ดีขึ้นหรือไม่ (Result Evaluation + Quality Improvement) คุณภาพ ระดับ 1. มีการวางระบบหรือแนวทางที่เอื้อต่อการนำมาตรฐานวิชาชีพไปสู่การปฏิบัติ แต่ยังไม่มีการปฏิบัติตามระบบอย่างเป็นรูปธรรม 2. มีการวางระบบหรือแนวทางที่เอื้อต่อการนำมาตรฐานวิชาชีพไปสู่การปฏิบัติ และมีการปฏิบัติตามระบบ แต่ยังไม่มีผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม 3. มีการวางระบบหรือแนวทางที่เอื้อต่อการนำมาตรฐานวิชาชีพไปสู่การปฏิบัติ มีการปฏิบัติตามระบบและมีผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม 4. มีการวางระบบหรือแนวทางที่เอื้อต่อการนำมาตรฐานวิชาชีพไปสู่การปฏิบัติ มีการปฏิบัติตามระบบ มีผลลัพธ์อย่างชัดเจนและมีการประเมินผลเพื่อการดำเนิน การปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การวางแผนนิเทศประเมินคุณภาพ 1. กำหนดขอบเขตงานที่จะนิเทศ 2. กำหนดมาตรฐานที่จะใช้ในการประเมินคุณภาพ 3. เตรียมตัวผู้นิเทศ 4. กำหนดตารางการนิเทศ นิเทศ อะไร เมื่อใด โดยใคร ที่ไหน อย่างไร ใช้เครื่องมืออะไร 5. ดำเนินการนิเทศประเมินคุณภาพ


33 ขั้นตอนสำคัญในการประเมินคุณภาพ 1. การรวบรวมข้อมูลโดย- การถาม และการฟัง - การสังเกตอย่างมีเป้าหมาย - การอ่านและวิเคราะห์เนื้อหาในเอกสาร 2. เชื่อมโยงข้อมูลและเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่ใช้เป็นกรอบในการประเมิน 3. ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง 4. ให้ข้อเสนอแนะ สะท้อนให้เห็นจุดดีและประเด็นที่ควรพัฒนาในแต่ละมาตรฐาน สะท้อนข้อคิดเห็นตามหลักการ ไม่ยึดติดที่รูปแบบ ความรู้และทักษะที่จำเป็น 1. ความรู้มาตรการพยาบาลในโรงพยาบาลเกี่ยวกับมาตรฐานที่ใช้เป็นเกณฑ์ประเมิน 2. ทักษะในการรวบรวมข้อมูล - การฟัง การตั้งคำถาม - การสังเกต - การอ่านเอกสาร การรายงานผลการนิเทศ 1. สรุปผลการนิเทศในภาพรวม 2. รายงานจุดเด่นของหน่วยงาน 3. รายงานความไม่สอดคล้องที่ตรวจพบ 4. รายงานข้อสังเกตที่ตรวจพบ 5. รายงานผลการแก้ไขหรือปรับปรุงคุณภาพในกรณีที่เป็นการตรวจติดตาม


34 ภาคผนวก


35 กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช แบบประเมินคุณภาพบันทึกทางการพยาบาลผู้ป่วยใน/ผู้ป่วยหนัก HN ………………………...........Diag.........................................................................หอผู้ป่วย.......................................................... วันที่ประเมิน.................................................................ผู้ประเมิน.................................................................................................. ที่ ประเด็นการประเมิน มีครบถ้วน มีบางส่วน ไม่มี N/A 1 มีการระบุชื่อและตำแหน่งพยาบาลผู้ประเมินแรกรับและพยาบาลผู้บันทึกทุกครั้ง ทุกแห่ง 2 มีการลงชื่อพยาบาลผู้บันทึกด้วยลายมือชื่อที่อ่านออกชัดเจนทุกแห่ง 3 บันทึกวัน เดือน ปี ที่ประเมินอย่างชัดเจนทุกครั้ง ทุกแห่ง 4 มีการบันทึกทางการพยาบาลด้วยลายมือชื่อที่อ่านออก ชัดเจนทั้งฉบับ 5 การประเมินแรกรับ (Assessment) 5.1 มีการบันทึกอาการสำคัญ หรือปัญหาที่ผู้ป่วยต้องมาโรงพยาบาล ระยะเวลาที่เกิดอาการ 5.2 มีการบันทึกประวัติการ เจ็บป่วยปัจจุบัน 5.3 มีการบันทึกประวัติเจ็บป่วยในอดีต 5.4 มีการบันทึกอาการผู้ป่วยแรกรับพร้อมระบุปัญหา ครอบคลุมตามสภาวะของผู้ป่วย 6 มีการระบุปัญหาทางการพยาบาล (Nursing Diagnqsis) ที่สำคัญสอดคล้องกับอาการอาการแสดงด้าน ร่างกายและ หรือ ด้านจิตใจ อารมณ์สังคม และจิตวิญญาณ ตั้งแต่แรกรับจนกระทั่งจำหน่ายใน Focus list และ Nursing Focus note 7 กิจกรรมการพยาบาล (Nursing Intervention) 7.1 มีการระบุกิจกรรมการพยาบาล และ การดูแลกิจวัตรประจำวันที่สอดคล้อง ครอบคลุมอาการ หรือ ปัญหาที่สำคัญตามสภาวะของผู้ป่วย 7.2 มีการประเมินซ้ำ โดยการเฝ้าระวังอาการเปลี่ยนแปลงพร้อมระบุอาการและอาการแสดงที่ไม่ปกติหรือ รุนแรงที่ไม่ปกติหรือรุนแรงขึ้นอย่างเหมาะสม ทันเหตุการณ์ (early detection)และตัดสินใจ รายงานแพทย์ได้เหมาะสม รวดเร็วทันเวลา 7.3 มีการเฝ้าระวังอาการเปลี่ยนแปลงกรณีให้ยาที่มีความเสี่ยงสูง (HAD) 8 มีการระบุผลลัพธ์ของการให้การพยาบาล และ หรือ การรักษาของแพทย์ (Evaluation) 9 มีการบันทึกการให้ข้อมูล ความรู้ด้านสุขภาพ (Health information) สอดคล้องกับปัญหาความ เจ็บป่วย 10 การเตรียมความพร้อมผู้ป่วยเพื่อการดูแลตนเองต่อเนื่องที่บ้าน โดย 10.1 ระบุอาการและ ปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับข้อมูลความรู้และหรือการฝึกทักษะที่จำเป็นเป็นระยะ 10.2 มีกิจกรรมการให้ข้อมูล ความรู้และหรือการฝึกทักษะที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้ป่วย เพื่อเสริม พลัง (Empowerment) 11 การเตรียมผู้ป่วยก่อนจำหน่าย 11.1 ระบุอาการ อาการแสดงรวมทั้งผลการประเมินความพร้อมของผู้ป่วย และ ผู้ดูแล ก่อนจำหน่าย 11.2 คำแนะนำก่อนกลับบ้าน การดูแลต่อเนื่อง และการนัดตรวจครั้งต่อไป (ถ้ามี) 12 มีการบันทึกการดูแลต่อเนื่องภายหลังจำหนายจากโรงพยาบาล ในแบบบันทึกการจำหน่ายข้อ 6 13 มีการระบุข้อมูลอาการของผู้ป่วยที่รับและส่งต่อทั้งภายใน และภายนอกโรงพยาบาล รวมคะแนน ปรับปรุง พ.ค.66


36 กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช แบบประเมินคุณภาพการปฏิบัติการพยาบาลงานบริการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน/ผู้ป่วยนอก H.N. ………………………… DIAGNOSIS ……………………………………………. ผู้ประเมิน................................................................... วันที่ประเมิน ............................................. คำชี้แจง : แบบประเมินนี้เป็นแบบประเมินเพื่อศึกษาการนำกระบวนการพยาบาลไปใช้ในทางปฏิบัติ โดยใช้แหล่งข้อมูลจากแบบ บันทึก /รายงานผู้ป่วย และวิธีการตรวจสอบจากการ Auditing Chart โปรดทำเครื่องหมาย ลงในช่องการบันทึกตามความเป็นจริง อักษรย่อที่ใช้ในการบันทึก Y = มีการบันทึกถูกต้องครบถ้วน N = ไม่มีการบันทึก/มีการบันทึกแต่ไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน N/A = ไม่เกี่ยวข้องกับ Case ที่ประเมิน (Not Applicable) ที่ รายการประเมิน ผลการตรวจสอบ Y N N/A 1 พยาบาลวิชาชีพตรวจคัดกรอง จำแนกประเภทผู้ป่วย (Triage/Screening) อย่างถูกต้องทันทีที่ผู้ป่วยมาถึง / กรณีที่เจ้าหน้าที่อื่นเป็นผู้ตรวจคัดกรอง พยาบาลวิชาชีพเป็นผู้ตรวจสอบ 2 การบันทึกวิธีการนำส่งและอาการที่ผู้ป่วยมาถึงหน่วยงาน 3 กรณีผู้ป่วยฉุกเฉินมากหรือมีภาวะคุกคามชีวิต ได้รับการแก้ไขช่วยเหลือทันที 4 การซักประวัติอาการสำคัญที่นำมาโรงพยาบาล กรณีไม่สามารถซักประวัติได้ พยาบาลรวบรวมข้อมูลจากบันทึกรายงานการตรวจรักษาอื่นๆ เพื่อประเมิน ปัญหาของผู้ป่วย 5 การตรวจวัดสัญญาณชีพ สัญญาณอื่นๆ ที่จำเป็นตามปัญหาของผู้ป่วย เช่น สัญญาณทางระบบประสาท 6 การตรวจร่างกายขั้นต้น Focus ตามปัญหาของผู้ป่วย 7 การรายงานแพทย์ทันทีเมื่อพบข้อบ่งชี้ 8 การระบุปัญหาและจัดลำดับความสำคัญเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วย 9 การตรวจสอบคำสั่งการรักษาและจัดการให้ยาหรือปฏิบัติการรักษาพยาบาล ตาม Stat order ภายในเวลาที่กำหนด 10 การติดตามเฝ้าระวังอาการ/ปัญหาของผู้ป่วยและประเมินผลการพยาบาล เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง 11 ผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มได้รับการดูแลให้อยู่ในรถนอน/เตียงที่มีราว กั้นตลอดเวลา 12 กรณีผู้ป่วยเสี่ยงต่อการสูญหาย หลบหนี หรือทำร้ายตนเองได้มีการดูแลความ ปลอดภัยอย่างเหมาะสม 13 การระบุตัวผู้ป่วยตามวิธีปฏิบัติที่กำหนด 14 การช่วยเหลือบรรเทาอาการรบกวนผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ปรับปรุง พ.ค.66


37 15 การให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับอาการ และการช่วยเหลือรวมทั้งขอ ความ ร่วมมือ 16 การอธิบายเหตุผลและความจำเป็นกรณีที่ต้องส่งต่อ หรือรับไว้ในโรงพยาบาล 17 ผู้ป่วยที่รับไว้สังเกตอาการ (ER) /ผู้ป่วยที่ต้องสังเกตอาการ (OPD)ได้รับการ ดูแลด้านความสุขสบายและความปลอดภัย 18 การปฏิบัติการเตรียมความพร้อมผู้ป่วยก่อนส่งต่อ หรือย้าย หรือจำหน่ายจาก หน่วยงานเกี่ยวกับ 18.1 การดูแลทางเดินหายใจและการหายใจ 18.2 การดูแลระบบไหลเวียนโลหิต 18.3 การดูแลบาดแผลและส่วนที่หัก 18.4 การสอนการดูแลตนเองที่จำเป็น เช่น การใช้ยา การเฝ้าระวัง สังเกตอาการผิดปกติการนัดตรวจ หรือการขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาล 19 การประเมินสภาพความพร้อมผู้ป่วยก่อนส่งต่อ ย้าย หรือจำหน่ายจาก หน่วยงาน 20 การระบุ เวลา สถานที่และเหตุผลของการส่งต่อ ย้าย หรือจำหน่ายผู้ป่วยจาก หน่วยงาน 21 มีการบันทึกแบบ Focus charting ครบถ้วนตามปัญหาผู้ป่วยดังต่อไปนี้ 21.1 ระบุปัญหา (Focus) 21.2 ระบุการประเมินปัญหา (Assessment) 21.3 ระบุการให้การพยาบาล (Intervention) 21.4 ระบุการประเมินผลการพยาบาล (Evaluation)


38 กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช แบบประเมินคุณภาพการปฏิบัติการพยาบาลงานบริการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดและงานบริการพยาบาล วิสัญญี H.N. ………………………… DIAGNOSIS ……………………….………………………. ผู้ประเมิน................................................................... วันที่ประเมิน .................................................. คำชี้แจง : แบบประเมินนี้เป็นแบบประเมินเพื่อศึกษาการนำกระบวนการพยาบาลไปใช้ในทางปฏิบัติ โดยใช้แหล่งข้อมูลจาก แบบ บันทึก/รายงานผู้ป่วย และวิธีการตรวจสอบจากการ Auditing Chart โปรดทำเครื่องหมาย ลงในช่องการบันทึกตามความเป็น จริง อักษรย่อที่ใช้ในการบันทึก Y = มีการบันทึกถูกต้องครบถ้วน N = ไม่มีการบันทึก/มีการบันทึกแต่ไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน N/A = ไม่เกี่ยวข้องกับ Case ที่ประเมิน (Not Applicable) ที่ รายการประเมิน ผลการตรวจสอบ Y N N/A ระยะก่อนผ่าตัด 1 การรวบรวมเกี่ยวกับประวัติความเจ็บป่วย การตรวจร่างกายและแผนการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัด (OR/Anes.) 2 การตรวจสอบเอกสารการลงนามยินยอมผ่าตัด/อธิบายเหตุผลแก่ผู้ป่วยก่อนให้ ลงนามยินยอม (OR) 3 Pre-sedative/ Pre anesthesia Assessment ก่อนผ่าตัด (Anes.) 4 การเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยร่วมตัดสินใจเลือกวิธีการระงับความรู้สึกอย่างเหมาะสม (Anes.) 5 การกำหนดแผนการดูแลผู้ป่วยระหว่างรับการระงับความรู้สึกล่วงหน้าก่อน ผ่าตัด (Anes.) 6 การกำหนดแผนการดูแลผู้ป่วยระหว่างผ่าตัดล่วงหน้าก่อนผ่าตัด (OR/Anes.) 7 การสอน/อธิบาย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนให้การระงับความรู้สึก/ก่อนผ่าตัด (Anes.) 8 ระยะผ่าตัด การประเมินผู้ป่วยซ้ำก่อน Anesthesia induction (Anes.) 9 การจัดท่าผู้ป่วยเหมาะสมกับ Procedure (OR) ปรับปรุง 10 พ.ค.66


39 10 การระมัดระวังการบาดเจ็บจากการจัดท่า วาง Plate หรือการใช้เครื่องจี้ ไฟฟ้า (OR) 11 การ Keep warm แก่ผู้ป่วยตลอดเวลา (Anes) 12 การประเมินสภาพร่างกายและจิตใจ (กรณีผู้ป่วยยังรู้สึกตัว) ตลอดเวลาของการ ระงับความรู้สึก/การผ่าตัด (OR / Anes.) 13 การบันทึกการให้ยา เลือด สารน้ำ อย่าถูกต้อง ครบถ้วนระหว่างผ่าตัด (Anes.) 14 การตรวจนับอุปกรณ์/สิ่งของที่ใช้ในการผ่าตัด (OR) 15 ระยะหลังผ่าตัด การประเมินสภาพผู้ป่วยหลังสิ้นสุดการผ่าตัดทันที เกี่ยวกับ - สภาพแผลผ่าตัด (OR) - สภาพผิวหนังทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณที่วาง Plate และบริเวณที่ถูก ผูกรัด (OR) - สภาพการหายใจและระบบไหลเวียน (Anes.) 16 การดูแลทำความสะอาดร่างกาย/เช็ดคราบเลือดก่อนส่งผู้ป่วยออกจากห้อง ผ่าตัด (OR) 17 ระยะพักฟื้น การเฝ้าระวังอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดหลังผ่าตัด (Anes.) เกี่ยวกับ - การหายใจ - ระบบไหลเวียนโลหิต - ความรู้สึกตัวและการตอบสนอง - ความปวด 18 การแก้ปัญหาภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ที่เกิดขึ้นทันที(Anes.) 19 การประเมินความพร้อมของผู้ป่วยก่อนย้ายออกจากห้องพักฟื้น (Anes.) 20 การติดตามประเมินผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัด (OR/ANES.)


40 กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช แบบประเมินคุณภาพการปฏิบัติการพยาบาลงานบริการพยาบาลทางสูติกรรม H.N. ………………………… DIAGNOSIS ……………………………………………. ผู้ประเมิน................................................................... วันที่ประเมิน ............................................. คำชี้แจง : แบบประเมินนี้เป็นแบบประเมินเพื่อศึกษาการนำกระบวนการพยาบาลไปใช้ในทางปฏิบัติ โดยใช้แหล่งข้อมูลจาก แบบ บันทึก/รายงานผู้ป่วย และวิธีการตรวจสอบจากการ Auditing Chart โปรดทำเครื่องหมาย ลงในช่องการบันทึก ตาม ความเป็นจริง อักษรย่อที่ใช้ในการบันทึก Y = มีการบันทึกถูกต้องครบถ้วน N = ไม่มีการบันทึก/มีการบันทึกแต่ไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน N/A = ไม่เกี่ยวข้องกับ Case ที่ประเมิน (Not Applicable) ปรับปรุง 10 พ.ค.66


41 ลำ ผลการตรวจสอบ ดับที่ รายการประเมิน Y N N/A งานบริการฝากครรภ์ 1 การตรวจสอบความถูกต้องของตัวบุคคลผู้ใช้บริการตามแนวทางที่กำหนด กำหนด 2 การซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการประเมินสภาพทารกในครรภ์กรณีผู้ฝาก ครรภ์รายใหม่ 3 การประเมินปัญหาและความต้องการของหญิงมีครรภ์ ในแต่ละไตรมาสของการ ตั้งครรภ์ 4 การประเมินความก้าวหน้าของการตั้งครรภ์และสภาพทารกในครรภ์ในแต่ละ ไตรมาสของการตั้งครรภ์ 5 การประเมินภาวะเสี่ยง และดูแลผู้ฝากครรภ์กลุ่มเสี่ยงตามแนวทางปฏิบัติที่ กำหนด 6 การประสานงานและจัดการให้ผู้ฝากครรภ์แต่ละรายได้พบแพทย์/สูติแพทย์ตาม กำหนดเวลา 7 การประสานงานเพื่อตรวจรักษา/ Investigation เพิ่มเติมตามปัญหาและความ ต้องการ 8 การช่วยเหลือบรรเทาอาการรบกวน/ไม่สุขสบาย 9 การดูแลความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวตลอดระยะเวลาการรับบริการ 10 การอธิบายก่อนลงนามยินยอมรับการรักษาตามแนวทางปฏิบัติที่กำหนด 11 การให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองระหว่างตั้งครรภ์ ในแต่ละไตรมาส โดย วิธีการที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของหญิงตั้งครรภ์ 12 การให้บริการปรึกษาในรายที่มีความจำเป็น เช่น เพื่อช่วยเหลือการตัดสินใจ สนับสนุนการปรับตัว การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต ฯลฯ 13 การจัดโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพมารดา ทารกและการเตรียมตัวคลอดอย่าง ปลอดภัย 14 สนับสนุนการมีส่วนร่วมของสามี/ครอบครัว ในการดูแลสุขภาพหญิงมีครรภ์ 15 การให้ภูมิคุ้มกันถูกต้อง ครบถ้วนตามกำหนดเวลา 16 ประสานงาน/ให้ความช่วยเหลือด้านสังคม เศรษฐกิจ ตามความเหมาะสม 17 การรักษาความลับของผู้ใช้บริการตลอดระยะเวลาที่รับบริการ 18 การนัดตรวจครรภ์ สอดคล้องกับปัญหา และความต้องการของหญิงตั้งครรภ์ 19 การส่งต่อข้อมูลเพื่อความต่อเนื่องในการดูแล ระหว่างหน่วยบริการฝากครรภ์กับ ห้องคลอด หรือกรณีผู้ใช้บริการย้ายสถานที่ฝากครรภ์หรือไม่ได้มาคลอดที่ รพ.


42 20 การบันทึกในแบบบันทึกการฝากครรภ์ ครบถ้วน สมบูรณ์ งานบริการคลอด ระยะรอคลอด 21 การตรวจสอบความถูกต้องของตัวบุคคลผู้มาคลอดตามแนวทางที่กำหนด 22 การปฐมนิเทศผู้มาคลอด 23 การอธิบายก่อนลงนามยินยอมรับการรักษา 24 การประเมินปัญหา และความต้องการแรกรับ ตามแนวทางที่กำหนด 25 การวินิจฉัยความรุนแรง/เร่งด่วนของปัญหาและตัดสินใจแก้ไขช่วยเหลือเพื่อ บรรเทาอาการทันที 26 การติดตามเฝ้าระวังความก้าวหน้าของการคลอดและประเมินสภาพทารกใน ครรภ์ อย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่กำหนด - กรณีผู้คลอดทั่วไป - กรณีเร่งคลอด - กรณี High Risk Pregnancy 27 การติดตามประเมินความสุขสบายและความปวดอย่างต่อเนื่องตามแนวทางที่ กำหนด 28 การเฝ้าระวังสัญญาณชีพ ประเมินความต้องการและดูแลความเพียงพอของการ ได้รับน้ำ อาหารการขับถ่ายและการพักผ่อนอย่างต่อเนื่องระหว่างรอคลอด 29 การให้ความช่วยเหลือ บรรเทาอาการรบกวนระหว่างรอคลอดตามปัญหาและ ความต้องการของผู้มาคลอด 30 การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาคุกคาม โดยเฉพาะในกลุ่ม High Risk Pregnancy ระหว่างรอคลอด 31 การช่วยเหลือประคับประคองด้านอารมณ์และจิตใจ 32 การฝึกทักษะ การควบคุมอาการเจ็บครรภ์ ฝึกหายใจ และการเบ่งคลอด 33 การรายงานแพทย์ทันทีเมื่อมีข้อบ่งชี้ 34 การดูแลให้ยา และการรักษาตามแผนการรักษา 35 การย้ายผู้คลอดเข้าห้องคลอดทันเวลา 36 การเตรียมความพร้อมผู้คลอดสำหรับกรณีสูติศาสตร์หัตถการ 37 การประสานงาน/ให้การช่วยเหลือและดูแลผู้คลอดกรณีสูติศาสตร์หัตถการ


43 ลำ ผลการตรวจสอบ ดับที่ รายการประเมิน Y N N/A ระยะคลอด 38 การประเมินสภาพร่างกายผู้คลอดทารกในครรภ์ และดูแลความสุขสบาย ตลอด ระยะเวลาของการคลอด 39 การกระตุ้น/สนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้คลอด 40 การทำคลอดด้วยความระมัดระวังและถูกเทคนิค 41 การตรวจสอบความครบถ้วนของรก 42 การปฏิบัติการช่วยเหลือแก้ไขทันทีกรณีพบเศษรกค้าง หรือสงสัย 43 การประเมินการเสียเลือดและการหดรัดตัวของมดลูก 44 การปฏิบัติการช่วยเหลือแก้ไขทันทีกรณีผู้คลอดเสี่ยงต่อการตกเลือด 45 การดูแลความสุขสบายและความปลอดภัยภายหลังการคลอด 46 การประเมินสภาพทารกแรกเกิดตามวิธีปฏิบัติที่กำหนด 47 การแก้ไขภาวะคุกคามชีวิตทารกแรกเกิดทันที 48 การระบุตัวบุคคลทารกอย่างถูกต้อง 49 การทำความสะอาดร่างกายทารกและ Keep warm 50 กรณีไม่มีข้อห้าม ปฏิบัติตามแนวทางการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และ Early bonding ระยะหลังคลอด 2 ชั่วโมง 51 กรณีที่ต้องส่งต่อเพื่อคลอด ณ โรงพยาบาลอื่น - อธิบายเหตุผลและความจำเป็น - ช่วยเหลือ แก้ไข อาการคุกคาม/ปัญหา เพื่อลดความรุนแรงก่อนการส่งต่อ - ประสานงานเพื่อการส่งต่อ - ประเมินความพร้อมก่อนการส่งต่อ - ดำเนินการส่งต่อผู้คลอดอย่างปลอดภัย 52 การดูแลมารดา ทารก ในระยะ 2 ชั่วโมง หลังคลอด 53 การประเมินความพร้อมของมารดาและทารก ก่อนย้ายออกจากห้องคลอด 54 การส่งต่อมารดา และทารกไปยังหอผู้ป่วยหลังคลอดอย่างปลอดภัย 55 บันทึกการพยาบาล ถูกต้อง ครบถ้วน - บันทึกการพยาบาลแรกรับ - บันทึกการดูแลระหว่างรอคลอด - รายงานการคลอด - รายงานการตรวจร่างกายและการประเมินทารก - การช่วยเหลือและการดูแลมารดา-ทารก หลังคลอด ในระยะ 2 ชั่วโมง


44 แบบบันทึกผลการนิเทศทางการพยาบาล กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช (สำหรับหอผู้ป่วย/หน่วยงาน ผู้รับการนิเทศเป็นผู้บันทึก) หน่วยงาน........................................................วันที่..................................................................... คำชี้แจง โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านต่อการได้รับการนิเทศในครั้งนี้เพื่อรวบรวมความคิดเห็นนำมาพัฒนากระบวนการนิเทศใน ครั้งต่อไป ส่วนที่ 1 ระดับความพึงพอใจในการรับการนิเทศของหน่วยงาน (4 : พอใจมาก, 3 : พอใจ, 2 : ไม่พอใจ, 1 : ไม่พอใจมาก) ลำดับ รายการ 4 3 2 1 ความเห็น ข้อเสนอแนะ 1 ท่านทราบและเข้าใจวัตถุประสงค์ของการนิเทศ 2 ทีมนิเทศมีการประสานงานกับท่านก่อนเข้าเยี่ยม 3 ช่วงเวลาของการนิเทศเหมาะสม 4 ทีมนิเทศมีความเป็นกัลยาณมิตร 5 ทีมนิเทศให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาสำหรับท่าน 6 ท่านมีความพอใจในการได้รับการนิเทศครั้งนี้ ส่วนที่ 2 ข้อเสนอแนะ 2.1 คณะนิเทศ............................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... 2.2 วิธีการนิเทศ............................................................................................................................................ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 2.3 อื่น ๆ ....................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ด้วยความขอบคุณอย่างยิ่ง กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ปรับปรุง 10 พ.ค.66


45 แบบฟอร์มการทำ Nursing round กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช หอผู้ป่วย/หน่วยงาน.................................................................................... ............................................................................................... ข้อมูลทั่วไป ผู้ป่วย เพศ [ ] ชาย [ ] หญิงอายุ................ปี HN……………….………..…………….AN……………………………..………… Admission date……………………………………….……หอผู้ป่วย หน่วยงาน ..............................................................… Diagnosis…………………………………………………….…Operation……………………………………………………….…… Chief Complaint ……………………………………………………………….……………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………. Present Illness …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. Past History …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปอาการตั้งแต่แรกรับ …………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………..………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………… ปัญหาทางการพยาบาล …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


46 สรุปการดูแล โดยใช้ C3THER Care: …………………………………………………………………………………………………………………………..………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………… Communication: ….……………………………………………………………………………………………….…..………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… Continuity: ……………………………………………………………………………………………………..…………..………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………….…………..………………… Team: ………………………………………………………………………………………………………………..………..………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………….………..…………………… Human resource: ………………………………………………………………………………………….……………..………………………………………………... ……………………………………………………………………………………………………………………….………………..………………… Environment: ……………………………………………………………………………..……………….…………………..…………………. ……………………………………………………………………………………………………………………….…………………..……………… Equipment: ………………………………………………………………………..…………………….….…………………..…………………. …………………………………………………………………………………………………………………….……………………..……………… Record: ……………………………………………………………………………………………………………………….…………………..……………… …………………………………………………………………………………………………………………….……………………..……………… บทเรียนที่ได้รับ (สิ่งที่ทำให้การพยาบาลผู้ป่วยรายนี้ประสบความสำเร็จ) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


47 แบบฟอร์มการทำ Nursing round งานผู้ป่วยนอก กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช วันที่..................เดือน...........................พ.ศ. 2563 งานผู้ป่วยนอก ห้องตรวจ......................................................................... ข้อมูลทั่วไป ผู้ป่วย เพศ [ ] ชาย [ ] หญิงอายุ................ปี HN……………….………..…………………………………..………… Visit date……………………………………….…… ห้องตรวจ..................................................................................… Diagnosis………………………………………………Operation……………..………………………………………………………….… Chief Complaint ………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………….…………………………………………………………………………. Present Illness …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… Past History …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สรุปอาการปัจจุบัน …………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………..………………………………………………………………………………… ปัญหาทางการพยาบาล …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


48 สรุปการดูแล โดยใช้ C3THER Care: …………………………………………………………………………………………………………………………..………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………… Communication: …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… Continuity: …………………………………………………………………………………………………………………………….…………..………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… Team: …………………………………………………………………………………………………………………………….………..…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… Human resource: ……………………………………………………………………………………………………………………….………………..………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… Environment: ……………………………………………………………………………………………………………………….…………………..……………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… Equipment: …………………………………………………………………………………………………………………….……………………..……………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… Record: ……..……………………………………………………………………………………………….……………………..…………………. ……………………………………………………………………………………………………………………….…………………..……………… บทเรียนที่ได้รับ (สิ่งที่ทำให้การพยาบาลผู้ป่วยรายนี้ประสบความสำเร็จ) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………...……… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..….


49


Click to View FlipBook Version