The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ICU อายุรกรรม 2, 2023-08-06 10:21:47

WI Pneumonia

WI Pneumonia

1 แนวปฏิบัติการพยาบาลผูปวยโรคปอดอักเสบติดเชื้อในผูปวยวิกฤต กลุมภารกิจดานการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณมหาราช หนา : 11 หนา แนวปฏิบัติการพยาบาลเลขที่ : WI-NUR-ICU-003 ทบทวน :ทุกป เรื่อง: แนวปฏิบัติการพยาบาลผูปวยโรคปอดอักเสบติดเชื้อในผูปวยวิกฤต วันบังคับใช : 10 ม.ค.66 วันที่ปรับปรุง : 10 ม.ค.66 แผนก: กลุมงานการพยาบผูปวยหนักอายุรกรรม แผนกที่เกี่ยวของ :ผูปวยใน/กลุมภารกิจดานการพยาบาล ผูจัดทำ : 1.นางสาวโสภิตา พูลทรัพย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ผูรับผิดชอบ (นางสาวดวงพร อุนอนันต) หัวหนากลุมงานการพยาบาลผูปวยหนักอายุรกรรม ผูอนุมัติ ( นางมารยาท รัตนประทีป ) หัวหนาพยาบาล


2 แนวทางปฏิบัติการพยาบาลผูปวยโรคปอดอักเสบติดเชื้อในผูปวยวิกฤต 1.วัตถุประสงค: 1.เพื่อใหผูปวยโรคปอดอักเสบติดเชื้อไดรับการดูแลถูกตองตามมาตรฐานทางการพยาบาล 2.เพื่อใหพยาบาลวิชาชีพใหการพยาบาลผูปวยโรคปอดอักเสบติดเชื้อไดอยางครอบคลุมตามมาตรฐาน 2.ขอบเขต: แนวทางการปฏิบัตินี้ใชกับผูปวยโรคปอดอักเสบติดเชื้อทุกรายที่รับไวในหองผูปวยหนักอายุรกรรมตั้งแตระยะแรกรับจนถึงจำหนาย 3.คำนิยาม: โรคปอดอักเสบติดเชื้อ คือ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจสวนลางเกิดไดจากเชื้อแบคทีเรีย,เชื้อไวรัสหรือเชื้อรา โดนสวนใหญเกิดจากเชื้อ แบคทีเรียและไวรัส ทำใหเนื้อปอดเกิดการอักเสบมีหนอง alveoli หรือถุงลมที่อยูในปอดจะเต็มไปดวยของเหลวหรือหนอง ซึ่งรางกายจะ ไดรับเชื้อผานทางระบบทางเดินหายใจ


3 4.เอกสารอางอิง: พรศิริ พันธี. (2558). กระบวนการพยาบาล&แบบแผนสุขภาพ:การประยุกตใชทางคลินิก.พิมพครั้งที่16. กรุงเทพฯ : หางหุนสวน จำกัดพิมพอักษร. วิจิตรา กุสุมภ. (2556). การพยาบาลผูปวยวิกฤตแบบองครวม. พิมพครั้งที่5. กรุงเทพฯ : หางหุนสวนสามัญนิติบุคคล สหประชาพาณิชย. วิจิตรา กุสุมภและอรุณี เฮงยศมาก. (2560). การจัดการทางเดินหายใจและเครื่องชวยหายใจ.พิมพครั้งที่6. กรุงเทพฯ : หางหุนสวนสามัญนิติ บุคคล สหประชาพาณิชย. วิพร เสนารักษ. (2557). การวินิจฉัยการพยาบาล. พิมพครั้งที่18. ขอนแกน : หจก.ขอนแกนการพิมพ. ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล. (2557). ภาวะฉุกเฉินทางอายุรศาสตร. กรุงเทพฯ : บริษัท โฮลิติก พับลิชชิ่ง 5.หนาที่ความรับผิดชอบ: 1.พยาบาลวิชาชีพงานหองผูปวยหนักอายุรกรรมปฏิบัติตามแนวทางและวางแผนการพยาบาลดูแลผูปวยโรคปอดอักเสบติดเชื้อและ บันทึกอาการไดอยางถูกตองครอบคลุม 2.ผูชวยพยาบาล พนักงานชวยเหลือคนไข สามารถดูแลและชวยเหลือผูปวยไดอยางถูกตองและเหมาะสม 6.เปาหมาย: 1.ผูปวยโรคปอดอักเสบติดเชื้อทุกรายที่รับไวในหองผูปวยหนักอายุรกรรมไดรับการดูแลตามแนวปฏิบัติ=100% 2.เจาหนาที่สามารถปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติไดอยางถูกตองมากกวารอยละ 80


4 7.ตัวชี้วัด: ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดยอย เปาหมาย 1.ความปลอดภัยของผูปวย(เฉพาะโรค) 1.จำนวนผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยผิดพลาด/ลาชา 2.จำนวนผูปวยติดเชื้อ CAP 3.จำนวนผูปวยติดเชื้อHAP 4.จำนวนผูปวยติดเชื้อVAP 5.จำนวน ET-tube เลื่อนหลุด 6.Re-Intubation ภายใน 24 ชม. 1.รอยละ 0 2.รอยละ0 3.รอยละ0 4.รอยละ100 5.รอยละ0 6.รอยละ0 2.การไดรับขอมูลและการเรียนรู 1. รอยละของผูปวยหรือญาติไดรับขอมูลเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบติดเชื้อ 2. รอยละของผูปวยไดรับการเตรียมความพรอมกอนจำหนาย 1.รอยละ100 2.รอยละ100 3.ความสามารถในการดูแลตนเอง 1.อัตราการ Re-admit ของผูปวยโรคปอดอักเสบติดเชื้อ 1.รอยละ0 4.การเสริมพลัง ความพึงพอใจ 1. อัตราความพึงพอใจของผูปวยและญาติ 1.มากกวารอยละ85


5 แนวปฏิบัติการพยาบาลผูปวยโรคปอดอักเสบติดเชื้อในผูปวยวิกฤต การประเมินปญหา(ม.1) การวินิจฉัยทางการ พยาบาล(ม.2) การวางแผนการ พยาบาล(ม.3) การปฏิบัติการพยาบาล (ม.1,3,5,6,7,8,10,11) การประเมินผล(ม.6) ระยะแรกรับ 1. อาการทั่วไป เชน การ รูสติ ลักษณะการหายใจ สภาพผิวหนัง อาการบวม ซีด เปนตน และWarning sign ไดแก การหายใจ เหนื่อย เสมหะสีเหลืองหรือ เขียว มีปริมาณมากขึ้นหรือ มีกลิ่น มีไข ฟงเสียงปอดมี เสียงเสมหะมาก มีภาวะ พรองออกซิเจน เชน กระสับกระสายเพิ่มขึ้น เริ่มมีภาวะ cyanosis ตามอวัยวะสวนปลาย O2Sat < 96% -มีความพรองในการ แลกเปลี่ยน ออกซิเจนเนื่องจาก เนื้อที่แลกเปลี่ยน กาซของปอดถูก จำกัด เพื่อใหผูปวยไดรับ ออกซิเจนอยาง เพียงพอ -ประเมินระดับความรูสึกตัว -check V/S ทุก 1 ชม. ถาอุณหภูมิ มากกวา37.5 องศา ใหเช็ดตัวลดไข ถา อุณหภูมิมากกวา 38 องศา ใหยาลดไข ตามแผนการรักษา -วัด O2sat ประเมินออกซิเจนใน รางกายและ สังเกตอาการ กระสับกระสาย เขียวคล้ำบริเวณริม ฝปาก ปลายมือปลายเทาและเล็บ -ลางมือกอนและหลังใหการพยาบาล เพื่อปองกันไมใหมีการติดเชื้อเพิ่ม -รักษาความสะอาดของปากและฟน โดย เช็ดทำความสะอาดปาก และฟนให ทุก 4 ชั่วโมงและ prn -ระดับความรูสึกตัวไมลดลง -V/S ปกติ T 36.5-37.5 0 C RR 12-18 ครั้ง/นาที HR 60-100 bpm BP 90/60-120/80 mmHg -ไมมีภาวะ cyanosis คา O2satอยูในชวง 96- 100% -ไมมีอาการกระสับกระสาย เขียวคล้ำบริเวณริมฝปาก ปลายมือปลายเทาและเล็บ -ปอดขยายเทากันทั้ง 2 ขาง หายใจสม่ำเสมอ สัมพันธกับ เครื่องชวยหายใจ ไมหอบ เหนื่อย ฟงเสียงปอดปกติ -CXR ปกติ


6 การประเมินปญหา(ม.1) การวินิจฉัยทางการ พยาบาล(ม.2) การวางแผนการ พยาบาล(ม.3) การปฏิบัติการพยาบาล(ม. 1,3,5,6,7,8,10,11) การประเมินผล(ม.6) ระยะแรกรับ (ตอ) 2. สัญญาณชีพ การ แลกเปลี่ยนแกส ระบบ ไหลเวียน สัญญาณทาง ระบบประสาทและสมอง (ในกรณีผูปวยไมรูตัวหรือมี ปญหาในระบบประสาทและ สมอง ) 3.ประเมินผล CXR พบ infiltration 4. ในชวงแพรระบาดโรค โควิทใหจัดโซนผูปวยใหอยู ในหองแยกกอน เมื่อผล PCR/ATK ไมพบการติดเชื้อ ใหจัดผูปวยอยูในโซนทั่วไป ได -care Ventilator ใหทำงานมี ประสิทธิภาพ และon setting ตาม แผนการรักษา -ดูแลทางเดินหายใจใหโลงเสมอโดยการ ดูดเสมหะใหเมื่อไอหรือเมื่อมีเสียง เสมหะดวยหลักปราศจากเชื้อใช close suction เพื่อเปนการปองกัน contaminateที่จะทำใหเกิดการติดเชื้อ ในระบบทางเดินหายใจ และปองกัน การแพรกระจายเชื้อ


7 การประเมินปญหา(ม.1) การวินิจฉัยทางการ พยาบาล(ม.2) การวางแผนการ พยาบาล(ม.3) การปฏิบัติการพยาบาล(ม. 1,3,5,6,7,8,10,11) การประเมินผล(ม.6) ระยะตอเนื่อง 1. ติดตามเฝา ระวังประเมินอาการทั่วไป สัญญาณชีพ สัญญาณทาง ระบบประสาทและสมอง และตรวจรางกายโดยเนน ที่อวัยวะซึ่งสัมพันธกับ ปญหาและความตองการ หรือความเจ็บปวยของ ผูปวยทุก 15-20 นาที จน พนระยะวิกฤตตาม แนว ทางการดูแลผูปวยหนัก เพื่อรวบรวมขอมูลสำหรับ การประเมินความกาวหนา ของปญหาและความ ตองการไดรวดเร็วมาก ขึ้น -เสี่ยงตอการติดเชื้อ ในระบบทางเดิน หายใจเพิ่ม -เพื่อไมใหผูปวยเกิด การติดเชื้อทางเดิน หายใจเพิ่ม ประเมินการหายใจ อาการพรองออกซิเจน -ประเมินการเปลี่ยนแปลงลักษณะของ เสมหะ บันทึกลักษณะ /จำนวนเสมหะ และลักษณะการไอ -ฟงเสียงหายใจและเสียงผิดปกติเพื่อ ประเมินการคั่งคางของเสมหะในทางเดิน หายใจ -ดูแลทางเดินหายใจโลงเสมอ หาก ผูปวยไมสามารถไอขับเสมหะออกเองได ตองชวยเคาะปอด เพื่อใหเสมหะเคลื่อน ออกมาอยูที่ทางเดินหายใจสวนตน สามารถไอออกเองไดสะดวก -กรณีดูดเสมหะในทอหลอดลมคอใหใช close suction เพื่อเปนการปองกัน contaminateที่จะทำใหเกิดการติดเชื้อใน ระบบทางเดินหายใจและปองกันการ แพรกระจายเชื้อ -ระดับความรูสึกตัวไม ลดลง ไมมีอาการ กระสับกระสาย เขียวคล้ำ บริเวณริมฝปาก ปลายมือ ปลายเทาและเล็บ -ปอดขยายเทากันทั้ง 2 ขาง หายใจสม่ำเสมอ สัมพันธกับ เครื่องชวยหายใจ ไมหอบเหนื่อย - V/S ปกติ T 36.5-37.5 0 C RR 12-18 ครั้ง/นาที HR 60-100 ครั้ง/นาที BP 90/60-120/80 mmHg คาO2sat อยูในชวง 96-100% -ฟงเสียงปอดไมพบเสียง wheezing หรือ crepitation


8 การประเมินปญหา(ม.1) การวินิจฉัยทางการ พยาบาล(ม.2) การวางแผนการ พยาบาล(ม.3) การปฏิบัติการพยาบาล(ม. 1,3,5,6,7,8,10,11) การประเมินผล(ม.6) ระยะตอเนื่อง(ตอ) 2.ติดตาม รวบรวมขอมูลและ วิเคราะหผลการตรวจ ทางหองปฏิบัติการตางๆ เชน ผล CXR ผลการ เพาะเชื้อตางๆ เพื่อ เตรียมความพรอมใน การวินิจฉัยปญหา ทางการพยาบาลใน ปจจุบัน -รักษาความสะอาดของปากและฟน โดยเช็ดทำความสะอาดปากและฟนให ทุก 4 ชั่วโมงและ prn โดยใช 0.12% Chlorhexidine -ใหความชื้นแกทางเดินหายใจ โดยสูดไอน้ำ หรือทำใหอากาศชื้น (Humidifier) เพื่อชวย ใหเสมหะเหลวขับออกไดสะดวก -วัด V/Sทุก 1-2 ชม.และตามอาการ การเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ Temperature -ใหการพยาบาลโดยยึดหลัก Aseptic technique -จัดทาใหผูปวยรูสึกสุขสบาย หายใจ สะดวกที่สุด เชน นอนพักศีรษะสูง 450 เพื่อใหกระบังลมหยอนตัว ปอด ขยายตัวไดมากขึ้น -ใหยา Antibiotic ตามแผนการรักษา พรอม สังเกตภาวะแทรกซอนของยาที่ไดรับ -จำนวนเสมหะไมเพิ่มขึ้น/ เสมหะไมเปลี่ยนสี-ผลการ ตรวจจำนวนเม็ดเลือดแดง /เม็ดเลือดขาว ผลคา CO2 ในคาอิเล็คโตรไลท กาซใน เลือดแดง เปนปกติ -CXR ปกติ -ไมพบผลเพาะเชื้อใน เสมหะ


9 การประเมินปญหา(ม.1) การวินิจฉัยทางการ พยาบาล(ม.2) การวางแผนการ พยาบาล(ม.3) การปฏิบัติการพยาบาล(ม. 1,3,5,6,7,8,10,11) การประเมินผล(ม.6) ระยะตอเนื่อง(ตอ) เสี่ยงตอภาวะพรอง สารอาหารและน้ำ เนื่องจากรับประทาน อาหารไดนอยและ สูญเสียพลังงานจาก การมีไขสูง เพื่อใหผูปวยไดรับ สารน้ำและ สารอาหารเพียงพอ -ประเมินและบันทึกปริมาณสารน้ำที่เขา และออกจากรางกายอยางนอย ทุก 8 ชม. เพื่อประเมินอาการขาดน้ำ -สังเกตอาการของภาวะขาดน้ำ เชน ไข ชีพจรเตนเร็ว ผิวหนังแหง ริมฝปากแหง ตาลึกโบ ปสสาวะสีเข็ม ปสสาวะออกนอย -ดูแลใหสารน้ำทางหลอดเลือดดำใหครบ ถวยตามแผนการรักษา -ติดตามประเมินสภาพขาดน้ำของ ผูปวยจากการบันทึกฟอรมปรอท และติดตามผลซีรั่มอิเลคโตรลัยท albumin -ใหผูปวยพักผอนอยางเต็มที่ในระยะ ไขสูง เพื่อชวยลดการเผาผลาญ ความ รอนจากการเผาผลาญจะลดลงดวย -ไมมีอาการขาดน้ำและ สารอาหาร ผิวหนังไมแหง ริม ฝ  ปากไม  แห ง ไม มีไข ออนเพลียเล็กนอย -ลักษณะสีและปริมาณ ปสสาวะปกติ -ปริมาณน้ำที่รางกายไดรับ และสูญเสีย ออกจากรางกายอยูในภาวะ สมดุล -อิเล็คโตรไลทและอัลบูมินใน รางกายอยูในระดับปกติ -สัญญาณชีพโดยเฉพาะ อุณหภูมิและอัตราการหายใจ อยูในระดับปกติ


10 การประเมินปญหา(ม.1) การวินิจฉัยทางการ พยาบาล(ม.2) การวางแผนการ พยาบาล(ม.3) การปฏิบัติการพยาบาล(ม. 1,3,5,6,7,8,10,11) การประเมินผล(ม.6) ระยะตอเนื่อง(ตอ) -ใหอาหารตามแผนการรักษา โดย แบงอาหารใหครั้งละนอยแต บอยครั้ง เมื่อผูปวยเริ่มมีอาการดีขึ้น ควรใหอาหารโปรตีนสูงอยางนอย 1,200-1,500 แคลอรี่/วัน ระยะจำหนาย ประเมินปญหาและความ ตองการของผูปวยปอด อักเสบซ้ำกอนการจำหนาย เกี่ยวกับ 1)สภาพความพรอมดาน รางกาย จิตใจ อารมณ สังคมและจิตวิญญาณ 2)ความรูเกี่ยวกับโรคปอด อักเสบและภาวะเจ็บปวยที่ เปนอยู -ผูปวยและญาติขาด ความรู ความเขาใจ เกี่ยวกับโรคที่เปนอยู และการดูแลตนเอง -วิตกกังวลและกลัว เนื่องจากสภาพความ เจ็บปวย -เพื่อใหผูปวยและ ญาติมีความรูใน การดูแลตนเองและ เขาใจเกี่ยวกับโรค -เพื่อลดความวิตก กังวลของผูปวย และญาติ -เพื่อใหขอมูลผูปวย และญาติ สรางสัมพันธภาพที่ดีกับผูปวยและ ครอบครัว -ประเมินปญหาดานรางกาย จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ พรอมทั้งสังเกตสีหนา ทาทางที่แสดงถึงภาวะวิตกกังวล เชน รองไห ซึมเศรา กระวนกระวาย เปนตน -เปดโอกาสใหเขาเยี่ยมตามความ เหมาะสม เพื่อลดความวิตกกังวล -อธิบายอาการและแผนการรักษาให ทราบเปนระยะๆเพื่อลดความวิตกกังวล -เปดโอกาสใหซักถามปญหาขอสงสัย ตางๆ พรอมทั้งแสดงทาทีสนใจ -ผูปวยและญาติคลายสีหนา วิตกกังวล -ผูปวยและครอบครัวไดรับ ฟงขอมูลและใหความ รวมมือในการ รักษาพยาบาลดี


11 การประเมินปญหา(ม.1) การวินิจฉัยทางการ พยาบาล(ม.2) การวางแผนการ พยาบาล(ม.3) การปฏิบัติการพยาบาล(ม. 1,3,5,6,7,8,10,11) การประเมินผล(ม.6) ระยะจำหนาย(ตอ) การสังเกตอาการผิดปกติ ของการเจ็บปวยที่เกิดจาก การอักเสบติดเชื้อที่ปอดได ถูกตอง ความรูเกี่ยวกับการ ดูแลตนเอง ความสามารถ และทักษะในการดูแลตนเอง ของ ผูปวยและครอบครัว 3. บันทึกขอมูลการ ประเมินปญหาและความ ตองการของผูปวยที่ ถูกตอง ครบถวน -เปดโอกาสใหคุยอาการกับแพทยเจาของ ไขเพื่อรวมกันวางแผนการรักษา -ประสานงานกับทีมสหสาขาเพื่อรวม แกไขปญหาในรายที่มีปญหาซับซอน -ขอเบอรโทรศัพทกับครอบครัว และญาติเพื่อแจงอาการเปลี่ยนแปลง ของผูปวย -ใหเบอรโทรศัพทของหนวยงานแก ครอบครัวและญาติเพื่อใหติดตอ สอบถามอาการเปลี่ยนแปลง -เปดโอกาสใหผูปวยและครอบครัว ประกอบกิจกรรมตามความเชื่อทาง ศาสนาโดยไมขัดตอแผนการรักษา


Click to View FlipBook Version