วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 3
วิเคราะหมาตรฐานการเรียนรแู ละตวั ชว้ี ัด
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง 2560)
วชิ าพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3
นายณัฐพล มากสุข
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3
ตารางวเิ คราะหม าตรฐานการเรียนรูแ ละตวั ชีว้ ดั
รายวิชา วทิ ยาศาสตร รหสั วิชา ว23101 กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 3
มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรูแกนกลาง/สาระการเรยี นรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คณุ ลกั ษณะอัน สมรรถนะสำคัญ
พงึ ประสงค A ของผูเรียน C
ว 1.3 ม.3/1 อธิบาย • ลักษณะทางพนั ธกุ รรมของสงิ่ มชี วี ิตสามารถถา ยทอดจากรนุ อธิบาย สรา ง - ซ่ือสตั ยส ุจรติ - ความสามารถ
แบบจำลองที่ - มวี นิ ยั ในการสอ่ื สาร
ความสมั พนั ธระหวาง ยนี ดีเอน็ หน่ึงไปยงั อกี รุนหนึ่งได โดยมียีนเปนหนวยควบคุมลกั ษณะทาง ความสมั พนั ธ แสดงใหเหน็ - ใฝเ รียนรู
พนั ธุกรรม ระหวาง ยนี ความสัมพนั ธ - ความสามารถ
เอ และ โครโมโซม โดยใช ดีเอ็นเอ และ ระหวางยนี ในการคดิ
• โครโมโซมประกอบดว ย ดีเอ็นเอและโปรตีนขดอยใู น โครโมโซมได ดีเอน็ เอ และ
แบบจำลอง นวิ เคลยี ส ยืน ดีเอ็นเอ และโครโมโซมมคี วามสัมพนั ธก นั โดยบางสวน โครโมโซมได - ความสามารถ
ในการแกปญหา
ของดเี อน็ เอทำหนา ทเ่ี ปนยนี ท่กี ำหนดลกั ษณะของสง่ิ มีชีวิต
• สิ่งมีชวี ิตทมี่ ีโครโมโชม ๒ ชดุ โครโมโซมทเี่ ปนคูก ันมีการ
เรยี งลำดับของยีนบนโครโมโซมเหมือนกนั เรยี กวา ฮอมอโลกสั โครโมโซม
ยนื หนึ่งทอ่ี ยูบ นคูฮอมอโลกัสโครโมโซม อาจมรี ูปแบบแตกตา งกนั เรยี ก
แตล ะรปู แบบของยนี ทต่ี างกันนว้ี าแอลลลี ซึ่งการเขา คูกันของแอลลี
ลตาง ๆ อาจสงผลทำใหสงิ่ มชี ีวติ มีลักษณะท่แี ตกตา งกนั ได
• สิ่งมชี ีวติ แตละชนดิ มจี ำนวนโครโมโชมคงที่ มนุษยม ีจำนวน
โครโมโซม ๒๓ คู เปนออโตโซม ๒๒ คู และโครโมโชมเพศ ๑ คู เพศ
หญงิ มีโครโมโชมเพศเปน XX เพศชายมโี ครโมโชมเพศเปน XY
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3
มาตรฐานการเรยี นรู/ ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรูแ กนกลาง/สาระการเรยี นรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คุณลักษณะอนั สมรรถนะสำคัญ
พงึ ประสงค A ของผเู รยี น C
ว 1.3 ม.3/2 อธิบายการ • เมนเดลไดศึกษาการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของตน อธิบายการ ตคี วามหมาย - มวี ินัย - ความสามารถ
ถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ถั่วชนิดหนึ่ง และนำมาสูห ลักการพ้ืนฐานของการถายทอดลกั ษณะทาง ถา ยทอดลักษณะ ขอมลู ทไี่ ดจาก ในการส่อื สาร
จากการผสมโดพิจารณา พันธุกรรมของสงิ่ มชี ีวิต ทางพันธุกรรมและ การถายทอด - ใฝเรยี นรู
ลกั ษณะเดยี วท่แี อลลีลเดนขม การเกิดจีโนไทป ลกั ษณะทาง - ความสามารถ
แอลลีลดอ ยอยา งสมบูรณ • สิ่งมีชีวิตที่มีโครโมโซมเปน 6 ชุด ยืนแตละตำแหนงบนฮ และฟโ นไทปไ ด พันธุกรรมและ - มุงมน่ั ในการ ในการคิด
อมอโลกสั โครโมโชมมี ๒ แอลลลี โดยแอลลีลหน่งึ มาจากพอ และอีกแอล คำนวณ ทำงาน
ว 1.3 ม.3/3 อธิบายการเกดิ โน ลีลมาจากแม ซึ่งอาจมีรูปแบบเดียวกัน หรือแตกตางกันแอลลีลท่ี อตั ราสว นการ
ไทปแ ละฟโนไทปของลูกและ แตกตางกันนี้ แอลลีลหนึ่งอาจมีการแสดงออกขมอีกแอลลีลหนึ่งได เกดิ โนไทป
คำนวณอัตราสว นการเกดิ จีโน เรียกแอลลีลนั้นวาเปนแอลลีลเดน สวนแอลลีลที่ถูกขมอยางสมบูรณ และฟโ นไทป
ไทปแ ละฟโนไทปข องรนุ ลกู เรยี กวา เปนแอลลลี ดอย
• เมื่อมีการสรางเซลลสืบพันธุ แอลลีลที่เปนคูกันในแตละฮ
อมอโลกัสโครโมโซมจะแยกจากกันไปสูเซลลสืบพันธุแตละเซลล โดยแต
ละเซลลส บื พนั ธจุ ะไดร ับเพยี ง ๑ แอลลีล และจะมาเขาคูกับ
• แอลลีลที่ตำแหนงเดียวกันของอีกเซลลสืบพนั ธุหนึ่ง เมื่อเกิด
การปฏิสนธิ จนเกดิ เปน จีโนไทปแ ละแสดงฟโนไทปในรนุ ลกู
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3
มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรูแกนกลาง/สาระการเรียนรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คณุ ลกั ษณะอนั สมรรถนะสำคัญ
พึงประสงค A ของผเู รยี น C
ว 1.3 ม .3/4 อ ธ ิ บ า ย ค ว าม • กระบวนการแบงเซลลของสิ่งมีชีวิตมี ๒ แบบ คือ อ ธ ิ บ า ย ค ว า ม ส ั ง เ ก ต ค ว า ม - มวี นิ ัย - ความสามารถ
แตกตางของการแบงเซลลแบบ ไมโทซสิ และไมโอซสิ แตกตางของการ แตก ต าง ขอ ง - ใฝเรยี นรู ในการส่อื สาร
ไมโทซิสและไมโอซสิ แบงเซลลแบบไมโท
• ไมโทซิส เปนการแบงเซลลเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล ซสิ และไมโอซสิ ได การแบงเซลล - มงุ มั่นในการ - ความสามารถ
รางกาย ผลจากการแบงจะไดเซลลใหม ๒ เซลล ที่มีลักษณะ แบบไ มโทซิส ทำงาน ในการคิด
และจำนวนโครโมโซมเหมอื นเซลลต้งั ตน และไมโอซสิ ได
• ไมโอซิส เปนการแบงเซลลเพื่อสรางเซลลสืบพันธุ ผล
จากการแบงจะไดเซลลใหม ๔ เซลล ท่ีมจี ำนวนโครโมโซมเปน
ครึ่งหนึ่งของเซลลตั้งตน เมื่อเกิดการปฏิสนธิของเซลลส ืบพันธุ
ลูกจะไดรับการถายทอดโครโมโซมชุดหนึ่งจากพอและอีกชุด
หนงึ่ จากแม จึงเปนผลใหร ุนลูกมจี ำนวนโครโมโซมเทา กับรนุ พอ
แมแ ละจะคงทใ่ี นทุก ๆ รุน
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3
มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู กนกลาง/สาระการเรยี นรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คุณลกั ษณะอนั สมรรถนะสำคัญ
พึงประสงค A ของผเู รยี น C
ว 1.3 ม.3/5 บอกไดวาการ • การเปลี่ยนแปลงของยีนหรือโครโมโซม สงผลใหเกิด บอกสาเหตทุ ท่ี ำให การลง - ซ่ือสตั ยสุจริต - ความสามารถ
เปลี่ยน แปลง ของ ยีน หรือ การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต เชน เกิดโรคทาง ความเหน็ จาก - มวี ินยั ในการสื่อสาร
โครโมโซมอาจทำใหเกิดโรคทา โรคธาลัสซีเมียเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของยีน กลุมอาการ พันธกุ รรม และ ขอ มูล เพ่อื
พันธุกรรม พรอมท้ังยกตัวอยาง ดาวนเกิดจากการเปล่ียนแปลงจำนวนโครโมโซม ยกตัวอยางโรคทาง อธบิ ายการ - ความสามารถ
เปล่ยี นแปลง ในการคิด
โรคทางพนั ธุกรรม • โรคทางพันธุกรรมสามารถถายทอดจากพอแมไปสูลูก พันธุกรรม ของยนี หรือ
โครโซมทอ่ี าจ
ว 1.3 ม .3/6 ต ร ะ ห น ั ก ถึ ง ได ดังนั้นกอนแตงงานและมีบุตรจึงควรปองกันโดยการตรวจ ทำใหเ กิดโรค
ทางพนั ธกุ รรม
ประโยชนของความรูเรื่องโรค และวนิ จิ ฉัยภาวะเสี่ยงจากการถา ยทอดโรคทางพันธุกรรม
ทางพันธุกรรม โดยรูวากอน
แตงงานควรปรึกษาแพทยเพ่ือ
ตรวจและวินิจฉัยภาวะเสี่ยงของ
ลูกทอ่ี าจเกิดโรคทางพันธกุ รรม
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3
มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรูแกนกลาง/สาระการเรียนรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คุณลกั ษณะอนั สมรรถนะสำคัญ
พงึ ประสงค A ของผเู รยี น C
ว 1.3 ม.3/7 อธิบายการใช • มนุษยเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตตาม อธิบายหลักก าร ก า ร ล ง - ซ่ือสัตยสุจรติ - ความสามารถ
ประโยชนจากสิ่งมีชีวิตดัดแปร ธรรมชาติ เพื่อใหไดสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามตองการ เรียก สรางสิ่งมีชีวิตดัด ความเห็นจาก - มีวินยั ในการสื่อสาร
พันธุกรรมและผลกระทบที่อาจ ส่ิงมชี วี ิตนีว้ า ส่ิงมชี วี ิตดัดแปรพนั ธกุ รรม แปรพันธุกรรม การ ข อ ม ู ล เ พื่ อ
- ความสามารถ
มตี อมนษุ ยและสิ่งแวดลอ ม โดย ใชประโยชนและ อธิบายเกี่ยวกับ ในการคิด
ใชขอ มูลทีร่ วบรวมได ผลกระทบที่อาจมี ก า ร ส ร า ง
ต อ ม น ุ ษ ย แ ล ะ สิ่งมชี วี ติ ดัดแปร
ว 1.3 ม .3/8 ต ร ะ ห น ั ก ถึ ง • ในปจจุบันมนุษยมีการใชประโยชนจากสิ่งมีชีวิตดัด สงิ่ แวดลอม พันธุกรรม
ประโยชนและผลกระทบของ แปรพันธุกรรมเปนจำนวนมาก เชน การผลิตอาหาร การผลิต ประโยชนและ
สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่ ยารักษาโรค การเกษตร อยางไรก็ดี สังคมยังมีความกังวล ผลกระทบของ
อาจมตี อ มนุษยแ ละสง่ิ แวดลอ ม เกี่ยวกับผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่มีตอ สง่ิ มีชวี ติ ดดั แปร
โดยการเผยแพรความรทู ่ีไดจ าก สิง่ มีชวี ิตและสง่ิ แวดลอม ซึ่งยังทำการติดตามศึกษาผลกระทบ พ ั น ธ ุ ก ร ร ม ต อ
การโตแ ยง ทางวทิ ยาศาสตร ซึง่ ดงั กลา ว สังคมและ
มีขอ มูลสนับสนนุ ส่ิงแวดลอ ม
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปท ่ี 3
มาตรฐานการเรียนรู/ ตัวชี้วดั สาระการเรียนรแู กนกลาง/สาระการเรียนรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คณุ ลกั ษณะอัน สมรรถนะสำคัญ
พงึ ประสงค A ของผเู รียน C
ว 2.3 ม.3/10 สรางแบบจำลอง • คลื่นเกิดจากการสงผานพลังงานโดยอาศัยตัวกลาง อธบิ ายคลน่ื กล และ สังเกตและสราง - ซ่ือสตั ย - ความสามารถ
ที่อธิบายการเกิดคลื่นและ และไมอาศัยตัวกลาง ในคลื่นกล พลังงานจะถูกถายโอนผาน บรรยายสว น แบบจำลองการ - ใฝเรียนรู ในการสอ่ื สาร
บรรยายสวนประกอบของคลน่ื ตัวกลางโดยอนภุ าคของตัวกลางไมเคลื่อนทีไ่ ปกับคลื่น คลื่นที่ ประกอบของคลื่น เกดิ คลน่ื - ความสามารถ
- อยอู ยา ง ในการคิด
แผออกมาจากแหลงกำเนิดคลื่นอยางตอเนื่องและมีรูปแบบที่ รวมท้งั การถายโอน พอเพียง - ความสามารถ
ในในการ
ซ้ำกัน บรรยายไดดว ยความยาวคล่นื ความถี่ แอมพลจิ ูด พลงั งานของคล่ืน แกปญ หา
- ความสามารถ
ว 2.3 ม .3/11 อ ธ ิ บ า ย ค ล่ืน • คลื่นแมเหล็กไฟฟาเปนคลืน่ ที่ไมอาศัยตัวกลางในการ อ ธ ิ บ า ย ค ลื่ น สบื คนท่ี - มีวนิ ยั ในการสือ่ สาร
แมเหล็กไฟฟาและสเปกตรัม เคลื่อนที่ มีความถี่ตอเนื่องเปนชวงกวางมาก เคลื่อนที่ใน แมเหล็กไฟฟาและ เกีย่ วกับคลื่น - ใฝเรียนรู
- ความสามารถ
คลื่นแมเหล็กไฟฟาจากขอมูลท่ี สุญญากาศดวยอัตราเร็วเทากัน แตจะเคลื่อนที่ดวยอัตราเร็ว สเปกตรัมของคลื่น แมเ หล็กไฟฟา ในการคดิ
รวบรวมได ตางกันในตัวกลางอื่น คลื่นแมเหล็กไฟฟาแบงออกเปนชวง แ ม เ ห ล ็ ก ไ ฟ ฟ า สเปกตรมั ของ - ความสามารถ
ในการใช
ว 2.3 ม .3/12 ต ร ะ ห น ั ก ถึง ความถ่ีตาง ๆ เรียกวา สเปกตรมั ของคลน่ื แมเ หล็กไฟฟา แตละ พรอมยกตัวอยาง คล่ืน เทคโนโลยี
ประโยชนและอนั ตรายจากคลื่น ชวงความถี่มีชื่อเรียกตางกัน ไดแก คลื่นวิทยุไมโครเวฟ ก า ร ใ ช ป ร ะ โ ย ช น แมเ หล็กไฟฟา
แมเหล็กไฟฟาโดยนำเสนอการ อินฟราเรด แสงที่มองเห็น อัลตราไวโอเลต รังสีเอกซและรังสี และอันตรายจาก
ใชประโยชนในดานตาง ๆ และ แกมมา ซ่งึ สามารถนำไปใชป ระโยชนไ ด คลื่นแมเหล็กไฟฟา
อันตรายจากคล่ืนแมเ หล็กไฟฟา ในแตล ะชวงความถ่ี
ในชวี ติ ประจำวัน
วชิ า วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 3
มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชี้วดั สาระการเรียนรูแกนกลาง/สาระการเรียนรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คุณลักษณะอนั สมรรถนะสำคญั
พงึ ประสงค A ของผเู รยี น C
• เลเซอรเ ปนคล่นื แมเ หล็กไฟฟาทม่ี คี วามยาวคลน่ื เดียว
เปน ลำแสงขนานและมคี วามเขม สูง นำไปใชป ระโยชนใ นดา น
ตา ง ๆ เชน ดานการสื่อสารมีการใชเลเซอรส ำหรบั สง
สารสนเทศผานเสน ใยนำแสง โดยอาศัยหลักการการสะทอน
กลบั หมดของแสง ดานการแพทยใชในการผาตัด
• คลน่ื แมเ หลก็ ไฟฟา นอกจากจะสามารถนำไปใช
ประโยชนแ ลว ยงั มโี ทษตอมนุษยดว ย เชน ถามนุษยไ ดรับรงั สี
อลั ตราไวโอเลตมากเกินไป อาจจะทำใหเกดิ มะเร็งผิวหนงั หรือ
ถา ไดรงั สแี กมมาซึง่ เปนคล่นื แมเ หลก็ ไฟฟาที่มพี ลงั งานสูงและ
สามารถทะลุผา นเชลลและอวยั วะได อาจทำลายเน้อื เยือ่ หรอื
อาจทำใหเ สียชีวิตไดเ มือ่ ไดรับรงั สแี กมมาในปริมาณสูง
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3
มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู กนกลาง/สาระการเรยี นรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คณุ ลกั ษณะอัน สมรรถนะสำคัญ
พงึ ประสงค A ของผเู รียน C
ว 2.3 ม.3/13 ออกแบบการ • เมื่อแสงตกกระทบวัตถุจะเกิดการสะทอนซึ่งเปนไป อธิบายกฎการ สบื คน สังเกต - มวี ินัย - ความสามารถ
ทดลองและดำเนินการทดลอง ตามกฎการสะทอนของแสง โดยรังสีตกกระทบเสนแนวฉาก สะทอ นของแสง ในการสอ่ื สาร
ดวยวิธีที่เหมาะสมในการ รังสีสะทอนอยูในระนาบเดียวกันและมุมตกกระทบเทากับมมุ เขยี นแผนภาพ - ใฝเรียนรู
อธบิ ายกฎการสะทอนของแสง สะทอน ภาพจากกระจกเงาเกิดจากรังสีสะทอนตัดกันหรอื ตอ การเคลือ่ นที่ - ความสามารถ
ของแสง พรอม - มุงมน่ั ในการ ในการคิด
แนวรังสีสะทอนใหตัดกัน โดยถารังสีสะทอนตัดกันจริงจะเกิด ทั้งทดลองการ ทำงาน
ว 2.3 ม.3/14 เขียนแผนภาพ ภาพจริง แตถาตอแนวรังสีสะทอนใหไปตัดกัน จะเกิด - ความสามารถ
การเคลอ่ื นท่ีของแสง แสดงการ ภาพเสมอื น สะทอ นของแสง ในการใช
เกดิ ภาพจากกระจกเงา เทคโนโลยี
พรอ มท้งั
นำเสนอขอมูล
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3
มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรูแกนกลาง/สาระการเรียนรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คุณลกั ษณะอัน สมรรถนะสำคัญ
พึงประสงค A ของผเู รียน C
ว 2.3 ม.3/15 อธบิ ายการหักเห • เมือ่ แสงเดินทางผา นตวั กลางโปรง ใสท่แี ตกตา งกนั เชน อธิบายการหกั เห สืบคน สงั เกต - มีวินัย - ความสามารถ
ในการสอ่ื สาร
ของแสงเมื่อผานตัวกลาโปรงใส อากาศและน้ำ อากาศและแกว จะเกิดการหักเห หรืออาจเกิด ของแสงและการ เขยี นแผนภาพ - ใฝเรยี นรู
ที่แตกตางกัน และอธิบายการ การสะทอนกลับหมดในตัวกลางที่แสงตกกระทบ การหักเห กระจายแสงได การเคลอื่ นท่ี - ความสามารถ
กระจายแสงของแสงขาวเม่ือ ของแสงผานเลนสทำใหเกดิ ภาพทม่ี ีชนดิ และขนาดตา ง ๆ ของแสง พรอ ม - มุงม่นั ในการ ในการคิด
ทงั้ ทดลองการ ทำงาน
ผานปริซึมจากหลักฐานเชิง • แสงขาวประกอบดวยแสงสีตาง ๆ เมื่อแสงขาวผาน - ความสามารถ
ประจกั ษ สะทอนของแสง ในการใช
ปริซึมจะเกิดการกระจายแสงเปนแสงสีตาง ๆเรียกวา เทคโนโลยี
พรอมท้ัง
ว 2.3 ม.3/16 เขียนแผนภาพ สเปกตรัมของแสงขาว เมื่อเคลื่อนที่ในตัวกลางใด ๆ ที่ไมใช
การเคลื่อนที่ของแสงแสดงการ อากาศ จะมีอัตราเรว็ ตา งกันจงึ มกี ารหกั เหตางกัน นำเสนอขอ มูล
เกิดภาพจากเลนสบาง
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศึกษาปที่ 3
มาตรฐานการเรยี นรู/ ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู กนกลาง/สาระการเรยี นรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คุณลกั ษณะอัน สมรรถนะสำคญั
พึงประสงค A ของผเู รยี น C
ว 2.3 ม.3/17 อธิบาย • การสะทอ นและการหักเหของแสงนำไปใชอธบิ าย อธิบาย สืบคน นำเสนอ - มีวนิ ยั - ความสามารถ
ปรากฎการณท่เี กีย่ วกับแสงและ ปรากฏการณที่เกยี่ วกบั แสง เชน รงุ มิราจ และอธบิ ายการ ปรากฏการณที่ ในการคดิ
การทำงานของทัศนอปุ กรณ ทำงานของทัศนอุปกรณ เชน แวนขยายกระจกโคงจราจร เกยี่ วกบั การหักเห ขอมลู - ใฝเรยี นรู
จากขอ มลู ท่รี วบรวมได กลองโทรทรรศนก ลองจลุ ทรรศน และแวนสายตา และการสะทอ น ปรากฏการณท่ี - ความสามารถ
ของแสง และ เก่ยี วกับแสง - มุงม่ันในการ ในการใช
ว 2.3 ม.3/18 เขยี นแผนภาพ • ในการมองวัตถุ เลนสตาจะถกู ปรบั โฟกัส เพือ่ ใหเกิด อธิบายงการเกดิ และเขยี นการ ทำงาน เทคโนโลยี
การเคล่อื นท่ขี องแสง แสดงการ ภาพชดั ทจ่ี อตา ความบกพรอ งทางสายตาเชน สายตาส้นั และ ภาพของทัศน
เกิดภาพของทัศนอปุ กรณและ สายตายาว เปน เพราะตำแหนงท่เี กิดภาพไมไดอยทู ีจ่ อตาพอดี อปุ กรณ เกดิ ภาพของ - ความสามารถ
เลนสต า จึงตองใชเลนสในการแกไขเพือ่ ชวยใหมองเหน็ เหมอื นคน ในการใชทกั ษะ
สายตาปกติ โดยคนสายตาสนั้ ใชเลนสเวา สวนคนสายตายาว ทศั นอปุ กรณ ชีวิต
ใชเลนสน ูน
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 3
มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรูแกนกลาง/สาระการเรยี นรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คณุ ลักษณะอัน สมรรถนะสำคญั
พึงประสงค A ของผเู รยี น C
ว 2.3 ม.3/19 อธบิ ายผลของ • ความสวา งของแสงมผี ลตอดวงตามนุษย การใชสายตา อธิบายผลของความ สบื คน และใช - มีวินยั - ความสามารถ
ความสวา งที่มตี อ ดวงตาจาก ในสภาพแวดลอมท่มี คี วามสวา งไมเหมาะสมจะเปนอันตรายตอ สวางของแสงท่ีมตี อ อุปกรณวดั ในการคดิ
ขอมูลทไ่ี ดจากการสบื คน ดวงตา เชน การดูวัตถุในท่ีมคี วามสวางมากหรอื นอ ยเกนิ ไป ดวงตา ความสวา งของ - ใฝเรยี นรู
- ความสามารถ
ว 2.3 ม.3/20 วดั ความสวาง การจอ งดูหนาจอภาพเปนเวลานาน ความสวา งบนพ้ืนที่รับแสง แสงที่มผี ลตอ - มงุ มน่ั ในการ ในการใช
ของแสงโดยใชอ ปุ กรณวดั ความ ทำงาน เทคโนโลยี
สวา งของแสง มหี นว ยเปน ลกั ซ ความรเู กีย่ วกบั ความสวางสามารถนำมาใชจัด ดวงตา พรอ ม
- ความสามารถ
ความสวา งใหเ หมาะสมกับการทำกิจกรรมตา ง ๆ เชน การจดั ระบุหนวยของ ในการใชทกั ษะ
ชวี ติ
ความสวางท่เี หมาะสมสำหรับการอา นหนงั สือ การวดั
ว 2.3 ม.3/21 ตระหนกั ใน
คุณคาของความรเู ร่ือง ความ
สวา งของแสงที่มตี อดวงตา โดย
วิเคราะหส ถานการณป ญหา
และเสนอแนะการจัดความ
สวางใหเ หมาะสมในการทำ
กจิ กรรมตาง ๆ
วชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศึกษาปท ี่ 3
มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรูแกนกลาง/สาระการเรียนรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คุณลักษณะอัน สมรรถนะสำคญั
พงึ ประสงค A ของผูเรียน C
ว 3.1 ม.3/1 อธิบายการโคจร • ในระบบสรุ ยิ ะมดี วงอาทติ ยเปน ศนู ยก ลางโดยมีดาว อธิบายการโคจร สบื คน ทดลอง - มีวินยั - ความสามารถ
การโคจรของ - ใฝเรยี นรู ในการคิด
ของดาวเคราะหร อบดวงอาทิตย เคราะหและบริวาร ดาวเคราะหแ คระ ดาวเคราะหนอย ดาว ของดาวเคราะห ดาวเคราะห
รอบดวงอาทิตย - มุงม่ันในการ - ความสามารถ
ดว ยแรงโนมถวงจากสมการ หาง และอ่ืน ๆ เชน วตั ถุคอยเปอรโคจรอยูโดยรอบ ซง่ึ ดาว รอบดวงอาทิตย ดวยแรงโนม ทำงาน ในการใชท กั ษะ
เคราะห และวัตถเุ หลา นโ้ี คจรรอบดวงอาทติ ยดว ยแรงโนม ถว ง ถว ง พรอมทง้ั ชีวติ
= 1 2 ดวยแรงโนม ถวง นำเสนอขอมลู
2 - ความสามารถ
ในการใช
แรงโนมถวงเปนแรงดึงดดู ระหวางวัตถุสองวตั ถุโดยเปน สดั สวน จากสมการ เทคโนโลยี
กับผลคณู ของมวลท้งั สอง และเปนสดั สวนผกผนั กับกำลังสอง = 1 2
2
ของระยะทางระหวา งวัตถุทงั้ สอง แสดงไดโ ดยสมการ
= 1 2 เม่ือ F แทนความโนม ถวงระหวา งมวลท้ังสอง G
2
แทนคา นจิ โนม ถว งสากล 1 แทนมวลของวัตถุแรก 2แทน
มวลของวตั ถุทส่ี อง และ r แทนระยะหางระหวางวัตถุทงั้ สอง
วชิ า วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3
มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรูแ กนกลาง/สาระการเรียนรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คุณลักษณะอนั สมรรถนะสำคัญ
พงึ ประสงค A ของผเู รียน C
ว 2.3 ม.3/2 สรางแบบจำลองที่ • การที่โลกโคจรรอบดวงอาทติ ยในลักษณะที่แกนโลก อธบิ ายการเกดิ ฤดู การสืบคน - มวี นิ ัย - ความสามารถ
อธบิ ายการเกดิ ฤดู และการ เอียงกับแนวตงั้ ฉากของระนาบทางโคจรทำใหสวนตา ง ๆ บน และการเคลอื่ นที่ สังเกตและสราง - ใฝเรยี นรู ในการแกปญหา
เคลือ่ นที่ปรากฏของดวงอาทิตย โลกไดร ับปรมิ าณแสงจากดวงอาทติ ยแตกตา งกันในรอบป เกดิ ปรากฏของดวง แบบจำลองที่
อธบิ ายการเกดิ - มุง มน่ั ในการ - ความสามารถ
เปน ฤดูกลางวันกลางคนื ยาวไมเ ทากัน และตำแหนง การขึ้นและ อาทติ ย ฤดูของโลก ทำงาน ในการใชทักษะ
ตกของดวงอาทิตยท ขี่ อบฟา และเสน ทางการข้นึ และตกของ ชีวติ
ดวงอาทิตยเปล่ยี นไปในรอบป ซ่ึงสงผลตอ การดำรงชวี ิต
- ความสามารถ
ในการใช
เทคโนโลยี
วชิ า วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 3
มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรแู กนกลาง/สาระการเรยี นรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คณุ ลักษณะอัน สมรรถนะสำคญั
พงึ ประสงค A ของผูเรยี น C
ว 2.3 ม.3/3 สรา งแบบจำลองท่ี • ดวงจนั ทรโ คจรรอบโลก โลกและดวงจนั ทรโ คจรรอบ อธบิ ายการเกิด สืบคน สังเกต - มีวนิ ยั - ความสามารถ
อธบิ ายการเกิดขางข้ึน ขา งแรม ขา งขึ้นขางแรมและ สรา ง ในการแกป ญหา
การเปล่ยี นแปลงเวลาการขึ้น ดวงอาทิตย ดวงจันทรรบั แสงจากดวงอาทิตยครึง่ ดวง - ใฝเรยี นรู
และตกของดวงจันทร และการ ตลอดเวลา เมอ่ื ดวงจันทรโคจรรอบโลกไดหนั สว นสวา งมายัง เปลย่ี นแปลงเวลา แบบจำลองการ - ความสามารถ
เกิดนำ้ ขึ้นนำ้ ลง โลกแตกตางกัน จงึ ทำใหค นบนโลกสังเกตสวนสวางของดวง การขน้ึ และตกของ เกดิ ขา งขน - มุงม่ันในการ ในการใชท กั ษะ
จนั ทรแ ตกตา งไปในแตล ะวนั เกิดเปน ขางขึ้นขางแรม ขา งแรมและ ทำงาน ชวี ติ
ดวงจนั ทร
- ความสามารถ
• ดวงจันทรโ คจรรอบโลกในทิศทางเดยี วกันกับท่ีโลd ปรากฎการณนำ้ ข้ึน ความสมั พนั ธ ในการใช
หมนุ รอบตัวเอง จึงทำใหเ ห็นดวงจนั ทรขึน้ ชา ไปประมาณวันละ นำ้ ลง ดวงจนั ทรพ รอม เทคโนโลยี
๕๐ นาที นำเสนอขอ มูล
• แรงโนมถว งทีด่ วงจนั ทร ดวงอาทติ ยกระทำตอ โลกทำ
ใหเกดิ ปรากฏการณนำ้ ขน้ึ น้ำลง ซึ่งสง ผลตอ สิ่งแวดลอมและ
ส่ิงมชี ีวิตบนโลก วันทน่ี ้ำมีระดบั การขึ้นสูงสดุ และลงตำ่ สุดเรียก
วนั นำ้ เกิดสว นวันท่รี ะดบั น้ำมกี ารขนึ้ และลงนอยเรยี กวนั นำ้
ตาย โดยวนั น้ำเกิด น้ำตาย มคี วามสมั พันธกับขา งข้ึนขา งแรม
วชิ า วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3
มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู กนกลาง/สาระการเรยี นรู สาระสำคญั K กระบวนการ P คุณลกั ษณะอัน สมรรถนะสำคัญ
พงึ ประสงค A ของผูเรยี น C
ว 2.3 ม.3/4 อธบิ ายการใช • เทคโนโลยีอวกาศไดม ีบทบาทตอการดำรงชีวิต ของ อธบิ ายการใช สืบคน ขอมูล - มวี นิ ยั - ความสามารถ
ประโยชนข องเทคโนโลยอี วกาศ มนุษยใ นปจ จบุ ันมากมาย มนุษยไดใชประโยชนจ ากเทคโนโลยี ประโยชนและ ประโยชนแ ละ ในการแกป ญหา
และยกตวั อยา งความกา วหนา อวกาศ เชน ระบบนำทางดว ยดาวเทียม (GNSS) การตดิ ตาม ยกตัวอยา ง ยกตัวอยาง - ใฝเรยี นรู
ของโครงการสำรวจอวกาศ จาก พายสุ ถานการณไ ฟปา ดาวเทียมชวยภัยแลง การตรวจคราบ ความกา วหนา ของ ความกาวหนา - ความสามารถ
ขอ มูลที่รวบรวมได น้ำมันในทะเล เทคโนโลยอี วกาศ ของเทคโนโลยี - มุงมนั่ ในการ ในการใชท ักษะ
อวกาศและ ทำงาน ชวี ติ
นำเสนอขอมลู
• โครงการสำรวจอวกาศตาง ๆ ไดพัฒนาเพ่มิ พูนความรู - ความสามารถ
ในการใช
ความเขา ใจตอโลก ระบบสรุ ิยะและเอกภพมากขึน้ เปน ลำดบั เทคโนโลยี
ตัวอยางโครงการสำรวจอวกาศ เชน การสำรวจสิง่ มีชีวติ นอก
โลก การสำรวจดาวเคราะหนอกระบบสรุ ยิ ะ การสำรวจดาว
องั คารและบริวารอน่ื ของดวงอาทิตย