๔๓ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย หามาตรการทางสังคมในการเฝ้า ระวังและป้องกันปัญหาทาง สังคมค้นห าความเสี่ยงที่จะ ป ระสบกับปัญห าท างสังคม ผลกระทบของปัญหาทางสังคม สามารถปรับตัวและสามารถ แก้ไขปัญหาดูแลตนเองและ มีสัมพันธภาพที่เหมาะสมกับ บุคคลอื่น ตลอดจนท าหน้าที่ ทางสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ เ ช่ น ก า ร ดู แ ล ผู้ ป่ ว ย ก ลุ่ ม เปราะบาง การดูแลทางสังคม ของผู้ป่วย จิตเวช การดูแล ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ความรุนแรง ในครอบครัว การป้องกันปัญหา ในกลุ่มมารดาวัยรุ่น เป็นต้น การให้การปรึกษา หมายถึง ก ร ะ บ ว น ก า ร ร ะ ห ว่ าง ผู้ใ ห้ การปรึกษาที่ได้รับฝึกฝนในการ ช่วยเหลือแก่ผู้รับการปรึกษา ทั้งรายบุคคล กลุ่ม ครอบครัว เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มีทักษะต่อก า รเผชิญปัญห า การตัดสินใจ และแก้ไขปัญหา อย่างมีประสิทธิภาพ (Nystul, 2003) ๒.๔ การให้การปรึกษาทางสังคม สงเคราะห์ทางโทรศัพท์ / Online Application ครั้ง ๔๕ กระบวนการให้ค าปรึกษาทาง โทรศัพท์/Online Application โ ด ย นั ก สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ ใช้กระบวนการและวิธีการทาง สังคมสงเคร าะห์ ในก า รให้ ค า ป รึ ก ษ า โ ด ย อ า ศั ย สั ม พั น ธ ภ า พ ที่ ดี ร ะ ห ว่ า ง ผู้รับบริการและผู้ให้บริการและ ช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจปัญหา ตนเองพร้อมน าไปสู่การแก้ไข ปัญหา
๔๔ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๒.๕ ก า ร ใ ห้ ค า ป รึ ก ษ า ท าง สัง ค ม สงเค ร าะห์ โ ดย ร ะบบแพท ย์ ทางไกล (Telemedicine) ครั้ง ๔๕ เ ป็ น ก า ร ใ ห้ ค า ป รึ ก ษ า ที่ น า กระบวนการและวิธีการทางสังคม สงเคราะห์มาแก้ไขหรือบรรเทา ปัญห าท าง สังคม ของผู้ป่ ว ย ด้วยรูปแบบรายบุคคลกลุ่มและ ครอบครัว โดย อาศัยระบบ แ พ ท ย์ท างไ ก ลห รื อโ ท ร เ ว ช (telemedicine) ห รื อ ค ลิ นิ ก ออนไลน์ ในรูปแบบ สหวิชาชีพ และสหวิทยาการที่ ส่งต่อขอ ค า ป รึ กษ า ปั ญ ห า ท าง สัง ค ม ที่ได้รับผลกระทบจาการเจ็บป่วย ในโรงพยาบาลระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ และศูนย์แพทย์ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ๒.๖ การให้ค าปรึกษาทางเลือก (Option Counseling) ครั้ง ๔๕ การให้บริการปรึกษาทางเลือก ภายใต้กระบวนการและวิธีการ สังคมสงเคราะห์ ค้นหาต้นทุน ท าง สัง ค ม แ ล ะ ศั ก ย ภ า พ ที่ ผู้ ใ ช้ บ ริ ก า ร มี ใ ห้ ข้ อ มู ล แ ล ะ สนับสนุนข้อมูลที่รอบด้าน รวมถึง ท รัพย าก รต่ างๆ ที่เกี่ย วข้อง เพื่อให้ผู้ใช้บริการค้นพบทางออก และตัดสินใจและเลือกทางออก ด้วยตนเองได้อย่างสอดคล้องกับ เป้าหมายและวิถีชีวิตของตน ๒.๗ การให้การปรึกษาครอบครัว ครั้ง ๔๕ ใช้กระบวนการสังคมสงเคราะห์ และกระบวนการให้การปรึกษา กับผู้ป่วยและครอบครัวเพื่อให้ เกิดการเข้าใจปัญหาสาเหตุ ของ ปัญหาร่วมกันน าไปสู่การวางแผน ในการให้ความช่วยเหลือและ ครอบครัวเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ ดีขึ้นบุคคล มีก ารใช้ (Family Counseling)
๔๕ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๒.๘ การบ าบัดทางสังคมเฉพาะราย - Satir Model - CBT (Cognitive Behavior Therapy ) - PST(Problem solving therapy) - MBTC (Mindfulness-Based Therapy and Counseling) - MI (Motivational Interviewing) - Solution - Focused Brief Therapy - Narrative Therapy - Collaborative Language Systems Therapy ราย ๖๐ - ๙๐ เป็นการบ าบัด โดยกระบวนการ วิธีก า รและเทคนิค ท างสังคม สงเคราะห์ ด้วยการบ าบัดรักษา พูดคุยกับผู้ป่วยเป็น รายบุคคล ผู้บ าบัดรักษาวิเคราะห์สภาพปัญหา ส าเหตุของปัญห าและร่ วมกัน ในการแก้ไขปัญหาน าไปสู่การ วางแผนในการให้ความช่วยเหลือ มีการน าเครื่องมือทางสังคมมาใช้ ๒.๙ การบ าบัดทางสังคมรายกลุ่ม (ทั่วไป) ราย ๙๐ - ๑๘๐ นักสังคมสงเคราะห์เป็นหนึ่งในทีม สหวิชาชีพที่ให้การบ าบัดรักษา ที่ผ่านการอบรมและฝึกปฏิบัติทาง สังคมสงเคราะห์ มีการด าเนินการ แบบกระบวนการกลุ่มมีการสร้าง สัมพันธภาพวิเคราะห์สภาพปัญหา สาเหตุของปัญหาและร่วมกันในการ แก้ไขปัญหาโดยการใช้ Satir Model, CBT (Cognitive Behavior Therapy) , PST (Problem solving therapy), MBTC (Mindfulness Based Therapy and Counseling), MI (Motivational Interviewing), Matrix program ตามความเหมาะสม เป็นต้น ๒.๑๐ กลุ่มบ าบัดเฉพาะโรคเพื่อการฟื้นฟูสู่ สุขภาวะ ราย ๔๕ นักสังคมสงเคราะห์เป็นหนึ่งใน ทีมสหวิชาชีพที่ให้การบ าบัดรักษา ที่ผ่านการอบรมและฝึกปฏิบัติการ บ าบัดเฉพาะโรคเพื่อการฟื้นฟูสู่สุข ภาวะ โดยเป็นการบริการทาง สุขภาพจิตและการสนับสนุนเพื่อ ช่วยผู้ป่วยจิตเวชให้บรรลุเป้าหมาย ของแต่ละคนในการคืนสู่สุขภาวะ และช่วยลดการกีดกันทางสังคม ที่ผู้ป่วยจิตเวชต้องเผชิญ
๔๖ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๒.๑๑ การท าครอบครัวบ าบัด - Satir Model ราย ๖๐ - ๙๐ นักสังคมสงเคราะห์เป็นหนึ่งใน ทีมสหวิชาชีพที่ท าครอบครัวบ าบัด (Family Therapy) เป็นการบ าบัด ทั้ง ร า ย บุ ค ค ล คู่ ส ม ร ส แ ล ะ ครอบครัว โดยค านึงถึงระบบ ครอบครัว และผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน จิตใจ (Intra – psychic) และส่งผล ต่อปฏิสัมพันธ์ (Interactive) ที่ดี ต่อบุคคลในครอบครัวและผู้อื่น ตลอดจนสามารถเพิ่มความมี คุณค่าในตนเอง มีความรับผิดชอบ มีทางเลือกและมีความสอดคล้อง กลมกลืนภายในตนเอง ซึ่งเป็นการ เปลี่ยนแปลงอย่างถาวร ๒.๑๒ การเสริมพลังอ านาจ (Empowerment) ราย ๔๕ เป็นการเสริมสร้างความเป็นไปได้ ของบุคคลในการที่จะควบคุมชีวิต ของตนเองส่งเสริมการใช้อ านาจ ภายในตนเองให้เกิดความเข้มแข็ง เชื่อมั่นและเห็นคุณค่าในตนเอง เข้าใจสถานการณ์และปัญหาที่ ก าลังเผชิญอยู่ไม่ได้เกิดมาจาก พฤติกรรมส่วนบุคคลอย่างเดียว แต่ยังมีผลมาจาก แหล่งอ านาจ โครงสร้าง สถาบัน และระบบต่างๆ ในสังคม ที่เชื่อมโยงกันและเอื้อให้ เกิดความไม่เท่าเทียมกันการเสริม พลังอ านาจ จึงเป็นเสริมสร้างและ ฟื้นฟูความมั่นใจ ศักยภาพและ ปัญญา เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถ ตัดสินใจเลือกทางออกของตนเอง ได้อย่างเหมาะสมและสร้างความ เป็นธรรมให้กับตนเอง ครอบครัว และสังคมโดยรวม
๔๗ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๒.๑๓ การสนับสนุนทางสังคม (social Support) ครั้ง ๔๕ การจัดบริการทางสังคมสงเคราะห์ โดยนักสังคมสงเคราะห์ ให้บริการ ในรูปแบบของกา รสนับสนุน ๔ รูปแบบ คือ ๑) การสนับสนุนทางด้านอารมณ์ ๒) การสนับสนุนโดยการประเมิน เปรียบเทียบ การแสดงความรู้สึก การสะท้อนกลับ การเห็นพ้อง การให้การรับรอง หรือการยอมรับ ในสิ่งที่คนอื่นได้แสดงออกมา รวมถึงแรงสนับสนุนทางสังคม ซึ่งอาจเป็นการช่วยเหลือโดยตรง หรือโดยอ้อมก็ได้ ๓) การให้ข้อมูลข่าวสาร หมายถึง การให้ค าแนะน า การตักเตือน หารให้ค าปรึกษา และการให้ ข่าวสารที่สามารถน าไปใช้ในการ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ๔) การให้การสนับสนุนเครื่อง บริโภค อุปโภค หรือบริก า ร หมายถึงพฤติกรรมการให้ความ ช่วยเหลือใน รูปวัตถุ สิ่งของ แรงงาน เงิน เวลา เป็นต้น
๔๘ มาตรฐานการป้องกันและเฝ้าระวังปัญหาทางสังคมเป็นกระบวนการที่ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ทางสังคมสงเคราะห์ เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมของประชาชน ที่เชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพ เพื่อให้ทราบสถานการณ์ของปัญหาทางสังคมพร้อมทั้งคาดคะเนแนวโน้มและสาเหตุของปัญหาทางสังคม น าไปสู่การหามาตรการทางสังคมในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาทางสังคม โดยนักสังคมสงเคราะห์ ทางการแพทย์จะท าการสัมภาษณ์ ศึกษาวิเคราะห์ ผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน ในปัญหาทางสังคมที่เชื่อมโยง กับสุขภาพความเจ็บป่วยและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อค้นหาความเสี่ยงที่จะประสบกับปัญหาทางสังคม สาเหตุของปัญหา และผลกระทบของปัญหาทางสังคม เช่น การป้องกันปัญหาในกลุ่มมารดาวัยรุ่นการ ป้องกันการทอดทิ้งบุตร/ ผู้ป่วยในโรงพยาบาลการป้องกันปัญหาความรุนแรงในเด็กและสตรี และการป้องกัน อุบัติภัยของกลุ่มวัยรุ่นในท้องถนนการเสริมทักษะชีวิตและป้องกันภัยทางเพศ เอดส์ ยาเสพติด ฯลฯ วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อเป็นแนวทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี (Social Well-Being) ในผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน ๒. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา และลดความเสี่ยงในการถูกกระท าซ้ า ๓. เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้และมีทักษะในการป้องกันปัญหาได้ แนวทางปฏิบัติ ในการด าเนินงานป้องกันปัญหาทางสังคมในงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์จะเป็นการ ด าเนินการกับประชาชน ตามขั้นตอนของการเกิดโรคหรือปัญหาเป็น ๓ ขั้น ดังนี้ การป้องกันขั้นที่ ๑ ระดับปฐมภูมิ (Primary Prevention) เป็นการป้องกันในระยะ ที่ยังไม่เกิดโรคหรือปัญหา โดยการศึกษาข้อมูลทางสังคมของประชาชนกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือ มีโอกาสได้รับผลจากสิ่งแวดล้อมหรือเป็นผู้ด้อยโอกาสทางสังคม มาตรการป้องกันที่ส าคัญคือการส่งเสริม สุขภาพและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะโรค การรณรงค์ให้ความรู้การให้ค าแนะน าเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ เชื่อมโยงกับการจัดบริการทางสังคม ส าหรับผู้ด้อยโอกาสผู้ที่อยู่ในภาวะยากล าบาก ให้ได้รับบริการขั้นพื้นฐาน ตามความต้องการจ าเป็น การป้องกันขั้นที่ ๒ ระดับทุติยภูมิ (Secondary Prevention) เป็นการป้องกัน ในระยะที่เกิดอาการ เจ็บป่วยหรือ เกิดปัญหาทางสังคมขึ้นแล้ว เพื่อลดความรุนแรงและการแพร่กระจาย ของโรคหรือปัญหาจึงต้องมีการวินิจฉัย ประเมินสภาพปัญหาทาง สังคม จิตใจโดยเร็ว และเพื่อให้ ความช่วยเหลือในปัญหาเฉพาะหน้าหรือเร่งด่วนจัดบริการปรึกษาแนะน า ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่มารับบริการ ของโรงพยาบาล ตั้งแต่แรกรับ รวมถึงการวางแผนการติดตามดูแลต่อเนื่อง องค์ประกอบที่ ๓.๓ มาตรฐานการป้องกันและเฝ้าระวังทางสังคม (Social Prevention and Surveillance)
๔๙ การป้องกันขั้นที่ ๓ ระดับตติยภูมิ (Tertiary Prevention) เป็นการป้องกันมิให้ ผู้ใช้บริการที่ประสบปัญหาเผชิญกับความรุนแรงและความซับซ้อนของปัญหารวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ซ้ า หรือสูญเสียชีวิต โดยการช่วยเหลือให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายสนับสนุนส่งเสริมก าลัง กาย ก าลังใจ การประกอบอาชีพที่ตนเองถนัดการเข้ากลุ่มและกิจกรรมทางสังคมเพื่อช่วยพัฒนาทักษะ ทางด้านจิตใจและสังคมให้ผู้ป่วยสามารถดูแลช่วยเหลือตนเองอยู่ร่วมกับครอบครัวชุมชนได้ กิจกรรมในการป้องกันปัญหาทางสังคมมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ๑. ก าหนดลักษณะปัญหา กลุ่มเป้าหมายพื้นที่ด าเนินการวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล งบประมาณ ระยะเวลาด าเนินการ ผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้อง ๒. จัดท าแบบบันทึกข้อมูล และรายงานผลการปฏิบัติ ๓. วางแผนด าเนินการ ๔. คัดกรองกลุ่มเสี่ยง (High Risk Group) ๕. ด าเนินการเฝ้าระวังโดยการรณรงค์ให้ความรู้ จัดกิจกรรมเชิงป้องกันทางสังคม/ ให้บริการสวัสดิการสังคมแก่กลุ่มเสี่ยง/ กลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ ๖. บันทึกข้อมูลผู้ป่วยและกิจกรรม/บริการอย่างครบถ้วนต่อเนื่องเพื่อติดตาม การ เปลี่ยนแปลง ๗. ติดตามประเมินผลผู้ป่วย /โครงการโดยใช้การสัมภาษณ์ สอบถาม สังเกต เยี่ยมบ้าน หรือใช้ แบบสอบถาม ทั้งในส่วนของผู้ใช้บริการ ญาติ เพื่อนบ้าน ผู้น าชุมชนบุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๘. สรุปผลการด าเนินการ จัดท ารายงาน น าเสนอผลรายงานและเสนอแนวทางแก้ไข ควบคุมป้องกันปัญหา ผลลัพธ์ ๑. มีการค้นหาประชากรกลุ่มเป้าหมายและสาเหตุหรือปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม และสุขภาพ ๒. มีแผนงาน /โครงการ/ กิจกรรมในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาของประชากร กลุ่มเป้าหมาย ๓. กลุ่มประชากรเป้าหมายมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาด้านสุขภาพลดลง
๕๐ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๓. การป้องกันและเฝ้าระวังทางสังคม (Social Prevention and Surveillance) เป็นกระบวนการ ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมของประชาชน ที่เชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพเพื่อให้ทราบสถานการณ์ ของปัญหาทางสังคม พร้อมทั้งคาดคะเนแนวโน้มและสาเหตุของปัญหาทางสังคม น าไปสู่การหา มาตรการทางสังคมในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาทางสังคม ๓.๑ กิจกรรมระดับปฐมภูมิ(Primary Prevention) การส่งเสริมสุขภาพและ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะโรค -การรณรงค์ให้ความรู้ -การให้ค าแนะน าเกี่ยวกับ - การดูแลสุขภาพเชื่อมโยงกับการ จั ด บ ริ ก า ร ท าง สัง ค ม ส า ห รั บ ผู้ด้อยโอกาสผู้อยู่ในภาวะยากล าบาก ให้ได้รับบริการขึ้นพื้นฐานทีจ าเป็น ครั้ง ๑๘๐ เป็นการป้องกันในระยะที่ยังไม่เกิด โรคหรือปัญหา โดยการศึกษา ข้อมูลทางสังคมของประชาชนกลุ่ม ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือมี โอกาสได้รับผลจากสิ่งแวดล้อมหรือ เ ป็ น ผู้ ด้ อ ย โ อ ก า ส ท าง สัง ค ม มาตรการป้องกันที่ส าคัญ ๓.๒ กิจกรรม ระดับทุติยภูมิ (Secondary Prevention) - ด าเนินการเฝ้าระวัง โดยการ รณรงค์ให้ความรู้ - จัดกิจกรรมเชิงป้องกันทางสังคม - ให้บริการสวัสดิการสังคมแก่กลุ่ม เสี่ยง / กลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ ครั้ง ๑๘๐ เป็นการป้องกันในระยะที่เกิดอาการ เจ็บป่วยหรือ เกิดปัญหาทางสังคมขึ้น แล้ ว เพื่อลดคว ามรุนแ รงและ การแพร่กระจายของโรคหรือปัญหา จึงต้องมีการวินิจฉัย ประเมินสภาพ ปัญหาทาง สังคม จิตใจโดยเร็ว และ เพื่อให้ความช่วยเหลือในปัญหา เฉพาะหน้า หรือเร่งด่วน จัดบริการ ปรึกษาแนะน า ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่มา รับบริการของโรงพยาบาลตั้งแต่แรก รับ รวมถึงการวางแผนการติดตาม ดูแลต่อเนื่อง ๓.๓ กิจกรรมระดับตติยภูมิ (Tertiary Prevention) - บ ริก า รเฝ้ า ร ะวังและป้องกัน ปั ญ ห า สัง ค ม ใ น ชุ ม ช น / ใ น สถานศึกษา - บริการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วย เตรียมความพร้อมครอบครัวและ ชุมชน ครั้ง ๑๘๐ เป็นการป้องกันมิให้ผู้ใช้บริการ ที่ประสบปัญหาเผชิญกับความ รุนแรงและความซับซ้อนของปัญหา รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ า หรือสูญเสียชีวิต โดยการช่วยเหลือให้ ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ของร่างกาย สนับสนุน ส่งเสริม ก าลังกายก าลังใจการประกอบอาชีพ ที่เหมาะสมการเข้ากลุ่มและกิจกรรม ทางสังคมต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนา ทางด้านจิตใจและสังคมให้ผู้ป่วย สามารถ ดูแลช่วยเหลือตนเองอยู่ ร่วมกับครอบครัวชุมชนได้
๕๑ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๓.๔ การจัดท าแผนการดูแลทางสังคม ผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรงและอุบัติ ใหม่ ผู้ป่วยในภาวะวิกฤตฉุกเฉิน ผู้ป่วยเรื้อรังและผู้ป่วยระยะท้าย กิจกรรม ๙๐ - ๑๘๐ การประเมินสภาพความเป็นอยู่ของ ครอบของผู้ป่วยเรื้อรังและผู้ป่วย ระยะท้ายด้านสวัสดิการสังคม สาธารณูปโภคและความจ าเป็นขั้น พื้นฐานในการด ารงชีวิตประจ าวันใน การดูแลครอบครัวผู้ป่วยเรื้อรังและ ผู้ป่วยระยะท้ายในกลุ่มติดบ้าน ติด เตียง ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางสังคม ซับซ้อน ฯลฯ เช่น ประเมินสภาพที่อยู่ อาศัย รายได้ เศรษฐกิจประเด็นที่ ต้องท าแผน ครอบคลุม มิติกายจิต สังคมจิตวิญญาณมิติครอบครัว มิติ ทางเศรษฐกิจดังนี้ ๑) การพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ และรายได้ ๒) การจัดการหนี้สิน /ทรัพย์สิน ๓) การประกอบอาชีพและการ ท างาน (ลักษณะการประกอบอาชีพ) ๔) ลักษณะที่อยู่ ๕) การหาซื้อสินค้าและบริการ ๖) สัมพันธภาพในครอบครัว ๗) ภาระความรับผิดชอบต่อ ครอบครัวและผู้อื่น ๘) การเข้าถึงระบบสวัสดิการจาก รัฐ ๙) การเข้าถึงระบบสุขภาพของรัฐ ๑๐) การดูแลสุขภาพของตนเอง และครอบครัว ๑๑) อารมณ์และบุคลิกภาพ ๑๒) ความรู้สึกไม่สบาย ทั้งร่างกาย และจิตใจ ๑๓) ทัศนคติของบุคคล เกี่ยวกับ คุณค่าของมนุษย์และการเจ็บป่วยของ โรคฯลฯ ๑๔) พลังงานและแรงขับ แรงจูงใจ ในการดูแลตนเอง เข้มแข็งทางใจและ สิ่งสนับสนุนอื่น
๕๒ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๓.๕ การเยี่ยมและจัดท าแผนการดูแล ส่งเสริมสุขภาพ กาย จิต สังคม และฟื้นฟูผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงใน โรงพยาบาล กิจกรรม ๖๐ - ๙๐ การจัดท าแผนการเยี่ยมและวิเคราะห์ การให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีภาวะ พึ่ ง พิ ง เ กี่ ย ว กั บ มิ ติ ท า ง สั ง ค ม ใช้กระบวนการและวิธีการสังคม สงเคราะห์ และการประเมินสภาพ ความเป็นอยู่ของครอบครัวของผู้สูงอายุ ด้านความพร้อมด้านสาธารณูปโภคและ ความจ าเป็นขั้นพื้นฐานในการด ารงชีวิต ประจ าวันเพื่อการวางแผนการดูแล ส่งเสริมสุขภาพในกิจกรรมเชิงสังคมเพื่อ การดูแลผู้สูงอายุในระยะยาวรายบุคคล ในครอบครัว ชุมชน ๓.๖ จัดท าแผนการดูแลส่งเสริมสุขภาพ กาย จิต สังคม และฟื้นฟูผู้สูงอายุ ที่มีภาวะพึ่งพิงในในชุมชน กิจกรรม ๙๐ - ๑๘๐ การจัดท าแผนการดูแลส่งเสริมสุขภาพ กายจิตสังคมและฟื้นฟูผู้สูงอายุที่มีภาวะ พึ่งพิงในในชุมชนใช้กระบวนการและ วิธีการทางสังคมสงเคราะห์ชุมชน ๑) จัดท าแผนกิจกรรมการดูแล ร า ย บุ ค ค ล ( Social Care Plan) ของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ๒) จัดโปรแกรมหรือกิจกรรมการ ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับการให้บริการที่ส่งมาจาก หน่วยบริการเพื่อพิจารณา ๓) ประเมินวิเคราะห์เพื่อการ ให้บริการดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มี ภาวะพึ่งพิงเกี่ยวกับมิติทางสังคม ๔)วางแผนกิจกรรมทางสังคมในการ ดูแลและพัฒนาทักษะชีวิต โดยพิจารณา การท ากิจกรรมจากสภาพความเป็นอยู่ ของค รอบครั วของผู้สงอายุด้ าน สวัสดิการสังคม และสาธารณูปโภคและ ความจ าเป็นขั้นพื้นฐานในการด ารงชีวิต ประจ าวัน ๕) วางแผนการดูแลส่งเสริมสุขภาพ ในกิจกรรมเชิงสังคมเพื่อการดูแล ผู้สูงอายุในระยะยาวรายบุคคลใน ครอบครัว โดยชุมชน ตามสภาพปัญหา
๕๓ มาตรฐานการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม เป็นกระบวนการในการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม ของผู้ป่วยที่มีความเสื่อมหรือความบกพร่องทางสังคมเพื่อให้สามารถท าหน้าที่ทางสังคม สามารถใช้ชีวิต ได้ด้วยตนเองในครอบครัวและชุมชนได้เต็มศักยภาพแห่งตน กระบวนการที่ส าคัญในการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม ได้แก่ - การฟื้นฟูทักษะพื้นฐานการด ารงชีวิตเช่นพื้นฐานการดูแลตนเองในชีวิตประจ าวันทักษะ ทางสังคม ฯลฯ - การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม จิตใจรายบุคคล และครอบครัว - การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม จิตใจรายกลุ่ม เช่น กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน กลุ่มแก้ไขปัญหา ทางสังคม กลุ่มทักษะทางสังคม กลุ่มทักษะพื้นฐานในการท างาน ฯลฯ - สนับสนุนเครือข่ายทางสังคมให้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตสังคม วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคมของผู้ป่วยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ทางสังคมได้เต็มศักยภาพ แห่งตน ๒. เพื่อให้ครอบครัว ผู้ดูแลและชุมชนเกิดการยอมรับผู้ป่วยหรือผู้ประสบปัญหาทางสังคม พร้อมเสริมสร้างครอบครัวให้เกิดความรู้ ความสามารถในการดูแลและพัฒนาสมรรถภาพในผู้ป่วยและคนพิการ ๓. เพื่อสนับสนุนเครือข่ายทางสังคมให้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคมให้โอกาส แก่ผู้ป่วยและครอบครัวในการพัฒนาความสามารถแห่งตนได้ แนวทางปฏิบัติ ๑. ค้นหากลุ่มเป้าหมายและกลุ่มเสี่ยง ที่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดปัญหาทางสังคม ๒. ศึกษา ประเมินสมรรถภาพทางสังคมของผู้ป่วย และกลุ่มเป้าหมายทางสังคม ๓. วางแผนด าเนินการให้การส่งเสริมและฟื้นฟูตามสภาพปัญหา ๔. ด าเนินการให้การส่งเสริมและฟื้นฟูเพื่อให้เกิดการจัดบริการที่ครบวงจรทั้งทางการแพทย์/ จิตใจ ทางการศึกษา / ทางอาชีพและสังคม ๕. การให้บริการทางสังคม โดยการจัดหาทรัพยากรทางสังคม (Social Resources) ที่เหมาะสมกับ สภาพปัญหาและความต้องการของผู้ป่วย กลุ่มเป้าหมายทางสังคมและครอบครัว ตลอดจน ให้บริการด้านสวัสดิการต่างๆ เช่นกายอุปกรณ์และเครื่องช่วยความพิการค่ารักษาพยาบาลค่าพาหนะ ที่พัก เครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯเพื่อสนับสนุนให้ได้รับบริการทางการแพทย์อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ ๖. จัดกิจกรรมหรือกลุ่มบ าบัดเพื่อส่งเสริมพัฒนาทักษะในการด าเนินชีวิตให้อยู่ร่วมกับ ครอบครัวและสังคม ๗. เตรียมครอบครัวและชุมชนให้เกิดความเข้าใจและยอมรับพร้อมวางแผนและดูแลร่วมกัน ๘. ติดตามประเมินผล ผลลัพธ์ ๑. ผู้ป่วยได้รับการส่งเสริมทักษะทางสังคมและพัฒนาศักยภาพทางสังคม ๒. ผู้ป่วยมีทักษะทางสังคมเพิ่มขึ้น และสามารถพัฒนาการท าหน้าที่ทางสังคมได้ องค์ประกอบที่ ๓.๔ มาตรฐานการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม (Social Rehabilitation)
๕๔ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๔. การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม (Social Rehabilitation) เป็นกระบวนการในการฟื้นฟูสมรรถภาพ ทางสังคมของผู้ป่วยที่มีความเสื่อมหรือความบกพร่องทางสังคมเพื่อให้สามารถท าหน้าที่ทางสังคม ใช้ชีวิตด้วยตนเองในครอบครัวและชุมชนตามศักยภาพ ๔.๑ ฝึกทักษะทางสังคมโดยนักสังคม สงเคราะห์ทางการแพทย์ ๑) ทักษะการสร้างสัมพันธภาพ ๒) ทักษะการสื่อสาร ๓) ทักษะการจัดการ ๔) การควบคุมอารมณ์การ แสดงออก ๕) ทักษะการรับรู้ เข้าใจ ๖) ทักษะการดูแลสุขอนามัย ๗) ทักษะการดูแลบุคลิกภาพ ๘) ทักษะการบริหารจัดการเงิน และการดูแลสิ่งของมีค่า ๙) ทักษะในกา รพิทักษ์สิทธิ ตนเอง ๑๐) ทักษะการอยู่ร่วมกับบุคคล อื่นในสังคม ๑๑) ทักษะในการสร้างจิตส านึก ต่อสังคมและเผชิญหน้าและการ แก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่เหมาะสม ต่อการท างาน กิจกรรม ๖๐ - ๙๐ ก า ร ฝึ ก ทั ก ษ ะ ท า ง สั ง ค ม ใช้กระบวนการและวิธีการสังคม สงเคราะห์ โดยน ามาฝึกทักษะ ทางสังคมให้กับผู้ป่วยที่มีความ บกพร่องในด้านต่างๆ ๔.๒ เตรียมทักษะทางสังคมก่อนส่งไป สถานสงเคราะห์ กิจกรรม ๔๕ - ๖๐ เป็น ก า ร ส่งเ ส ริม แ ล ะพัฒน า ความสามารถและทักษะของ บุ ค ค ล แ บ บ ร า ย บุ ค ค ล โ ด ย นั ก สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ ใ ช้ กระบวนการฝึกทักษะทางสังคม และทักษะพื้นฐานการท างาน เพื่อให้รู้จักรับผิดชอบตามบทบาท หน้าที่ของตน รู้จักปฏิบัติต่อผู้อื่น สามารถแสดง / ตอบสนองใน สถานการณ์ที่เผชิญอยู่อย่างมี ประสิทธิภาพ ก่อนเข้ารับการ คุ้มครอง ณ สถานคุ้มครอง/ศูนย์ คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ฯลฯ
๕๕ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๔.๓ การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม รายบุคคล ครั้ง ๔๕ เป็นการให้บริการรายบุคคล โดย นักสังคมสงเคราะห์ใช้กระบวนการ ทางสังคมในการค้นหาศักยภาพของ ผู้ใช้บริการ เพื่อให้สามารถพึ่งพา ตนเองและปฏิบัติหน้าที่ในชุมชนได้ ๔.๔ การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคมราย กลุ่ม ครั้ง ๔๕ เป็นการให้บริการรายกลุ่ม โดย นักสังคมสงเคราะห์ใช้กระบวนการ ทางสังคมในการค้นหาศักยภาพของ ผู้ใช้บริการ เพื่อให้สามารถพึ่งพา ตนเองและปฏิบัติหน้าที่ในชุมชนได้ ๔.๕ การเตรียมความพร้อมด้านสังคม ผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน กิจกรรม ๔๕ การเตรียมความพร้อมด้านสังคม ผู้ป่วย ครอบครัว เครือข่าย และ ชุมชนหลังจ าหน่ายเพื่อให้ผู้ดูแล ครอบครัว และชุมชนการรับรู้ปัญหา สุขภาพของผู้ป่วยจิตเวชบทบาทการ ดูแลผู้ป่วย จิตเวชของผู้ดูแล ปัญหา อุปสรรคและความต้องการ ในการ ดู แ ล ก า ร เ ข้ า ถึง บ ริ ก า ร ด้ า น สาธ า รณสุข ก า ร ร้องขอคว าม ช่ ว ย เ ห ลื อ จ า ก ห น่ ว ย ง า น ที่เกี่ยวข้อง แหล่งประโยชน์ ต้นทุน ทางสังคมและทรัพยากรในชุมชนการ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมถึงจัดหา แหล่งสนับสนุนทางสังคมและความ ร่ ว ม มื อ ข อง ชุ ม ช น ต ล อ ด จ น เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ เครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยความ เข้าใจ ความคาดหวัง การยอมรับ การเจ็บป่วยของครอบครัวและชุมชน ต่อผู้ป่วย ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้อง ด้านการรักษา ด้านสวัสดิการสังคม การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชใน ครอบครัวและชุมชน สนับสนุน ครอบครัวให้มีแนวทางในการดูแล ผู้ป่วยและกระตุ้นชุมชนให้มีส่วนร่วม ในการดูแล ผู้ป่วยให้สามารถด าเนิน ชีวิตในชุมชนได้
๕๖ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๔.๖ การเตรียมความพร้อมก่อนและหลัง การประกอบอาชีพ และการมีงาน ท า ครั้ง ๙๐ การเตรียมความพร้อมเตรียมความ พร้อมก่อนและหลังการประกอบ อ าชีพ แล ะก า รมีง านท า โดย กระบวนการทางสังคม สงเคราะห์ ทางการแพทย์ และมีผู้สอนงาน (Job coach) ผู้สอนงาน (Job coach) หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมในการ ใช้เทคนิคต่างๆที่ช่วยให้คนพิการ เรียนรู้ การด าเนินงานตามความ ต้องการของนายจ้าง โดยเรียนรู้ ทักษะที่จ าเป็นในการได้รับการ ยอมรับในฐานะเป็นคนงานในที่ ท างานและในชุมชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงก า รป ร ะเมินผลง าน ที่ เกี่ยวข้องกับการพัฒนางาน การให้ การปรึกษา การสนับสนุน การ ฝึกอบรม การท่องเที่ยว และบริการ อื่นๆที่จ าเป็น ในการส่งเสริมและ สนับสนุนให้คนพิการรักษางานไว้ได้ การมีงานท า หมายถึง บุคคลที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป มีลักษณะอย่างใดอย่าง หนึ่ง ดังต่อไปนี้ ๑. ได้ท างานตั้งแต่ ๑ ชั่วโมงขึ้น ไปโดยได้รับค่าจ้าง เงินเดือน ผลก าไร เงินปันผล ค่าตอบแทน ที่มีลักษณะ อย่างอื่นส าหรับผลงานที่ท า ได้รับ ค่าตอบแทนเป็นตัวเงิน ๒ . ส า ม า ร ถพัฒ น า ตน เ อง จนกระทั่งช่วยเหลืองานบ้านหรือ ช่วยเหลืองานอื่นๆได้ เป็นต้น การประกอบอาชีพ หมายถึง การ ท ากิจกรรม การท างาน การประกอบ อาชีพ ที่ไม่เป็นโทษแก่สังคม และมี รายได้ตอบแทน โดยอาศัยแรงงาน ความรู้ ทักษะ อุปกรณ์ เครื่องมือ ที่ แตกต่างกันไป ซึ่งมี ๒ ลักษณะ คือ
๕๗ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๑. อาชีพอิสระ หมายถึง อาชีพ ทุกประเภทที่ด าเนินการด้วยตัวเอง แต่เพียงผู้เดียว หรือ เป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มปลูกผัก ค้าขาย งานประดิษฐ์ ต่างๆ เป็นต้น ๒. อาชีพรับจ้าง หมายถึง อาชีพ ที่ มี ผู้ อื่ น เ ป็ น เ จ้ า ข อง กิ จ ก า ร โดยตัวเอง เป็นผู้รับจ้างท างานให้ และได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าจ้างหรือ เงินเดือน (อ้างอิงจ ากหนังสือ คู่มือฟื้นฟู สมรรถภาพทางสังคมเพื่อการมีงาน ท าของผู้ป่วยจิตเวชส าหรับนักสังคม สงเคราะห์ พ.ศ.2562 โดยสมาคม นั ก สัง ค ม สง เ ค ร า ะ ห์ จิ ต เ ว ช ก ร ม สุ ข ภ า พ จิ ต ก ร ะ ท ร ว ง สาธารณสุข) ๔.๗ การบ าบัดฟื้นฟู จิตสังคมแบบรูณาการ (Psycho Social Intervention)ผู้ป่วย จิตเวชยุ่งยากซับซ้อน/ ผู้ป่วยยาเสพ ติด /โรคร่วม เช่น - CBT (Cognitive Behavior Therapy ) - Satir’s transformational therapy -สติบ าบัด (Mindfulness Based Therapy and Counseling : MBTC) -PST (Problemsolving therapy) - MBTC (Mindfulness-Based Therapy and Counseling) -Solution-Focused Brief Therapy - Narrative Therapy - Collaborative Language -Systems Therapy - MI (Motivational Interviewing ) - Matrix program ฯลฯ ครั้ง ๑๒๐ การบ าบัดฟื้นฟู จิตสังคมแบบรูณา การ (Psycho Social Intervention) เป็นการส่งเสริมให้ผู้ป่วยเรียนรู้ สาเหตุของการเจ็บป่วย การฝึก ทักษะและการป้องกันการเจ็บป่วย ซ้ า การฟื้นฟูสภาพ รวมทั้งการ เปลี่ยนแบบแผนการด าเนินชีวิตใหม่ ที่ส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งมีการให้ความรู้แก่ครอบครัว เกี่ยวกับสาเหตุของการเจ็บป่วย และวิ ธีก า รสนับสนุนให้ผู้ป่วย สามารถดูแลตนเองได้ การใช้ชีวิตใน สังคมได้ตามอัตภาพ โดยเทคนิค เฉพาะด้าน
๕๘ มาตรฐานการจัดการทรัพยากรทางสังคมและพิทักษ์สิทธิ์ เป็นการด าเนินงานในการแสวงหา ระดมทรัพยากร การประสาน จัดการทรัพยากรทางสังคม ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน รวมถึงการสร้าง เสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายทางสังคม เพื่อให้สามารถจัดหาความช่วยเหลือได้ตรงตามสภาพปัญหาและ ความต้องการจ าเป็นของผู้ใช้บริการครอบครัวและชุมชน เกิดทางเลือกในการให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมาย ครอบครัว อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยให้ผู้ใช้บริการ ครอบครัวและชุมชน ได้รับรู้สิทธิที่พึงมีพึงได้ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาระบบบริการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุข อย่างเสมอภาค นักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ มีบทบาทในการวางแผนจัดองค์กร ประสานงาน เตรียมการ จัดหา จัดการให้การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในสังคม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเสี่ยง และผู้ใช้บริการ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมให้การด าเนินงานขององค์กรหน่วยงานที่จัดบริการทางสังคมบรรลุตาม วัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งด าเนินการพิทักษ์สิทธิแก่ผู้ใช้บริการและครอบครัว วัตถุประสงค์ ๑. จัดหาทรัพยากรทางสังคมเพื่อตอบสนองความต้องการจ าเป็นตามสภาพปัญหาของผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชน ๒. สร้างเครือข่ายการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อการเชื่อมต่อที่ รวดเร็ว ๓. ส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน รู้จักใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรทาง สังคมให้สามารถร้องขอความช่วยเหลือหรือขอสนับสนุนบริการเพื่อเพิ่มโอกาสในการแก้ปัญหา ๔. เพื่อพิทักษ์สิทธิ อันพึงมีพึงได้ ของผู้ใช้บริการและครอบครัว แนวทางปฏิบัติ ๑. จัดหาทรัพยากรทางสังคมที่สามารถน ามาสนับสนุน ช่วยเหลือผู้ใช้บริการ กลุ่มเป้าหมาย ครอบครัวและชุมชน ๒. ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เพื่อเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้บริการ ทรัพยากรหรือบริการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓. สนับสนุนและประสานให้เกิดท าเนียบ เครือข่ายและแหล่งสนับสนุนการให้บริการทางสังคม ๔. จัดบริการปรึกษา แนะน าระเบียบด้านสิทธิประโยชน์ ขั้นตอนการใช้บริการแก่ผู้ใช้บริการ ครอบครัว ประชาชนทั่วไป บุคลากรในโรงพยาบาลและบุคลากรหน่วยงาน ๕. ด าเนินการประสานงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชนและเครือข่าย เพื่อคุ้มครองและ พิทักษ์ สิทธิประโยชน์ของผู้ป่วยที่มีปัญหาทางสังคม ให้เข้าถึงสิทธิด้านการรักษาพยาบาลและสวัสดิการ ได้แก่ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ,พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533, พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 , พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537, พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑, พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.๒๕๔๕, พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖, พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.๒๕๔๖, พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖, พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระท าด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.๒๕๕๐, พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.๒๕๕๐, พระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๕๑ และพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ.๒๕๕๓ ฯลฯ องค์ประกอบที่ ๓.๕ มาตรฐานการจัดการทรัพยากรทางสังคมและพิทักษ์สิทธิ์ (Social Resource Management and Advocacy)
๕๙ ผลลัพธ์ ๑. ผู้ป่วยได้รับการจัดการทรัพยากรทางสังคมที่ตอบสนองความต้องการตามสภาพปัญหา ๒. ผู้ให้บริการและผู้ป่วยมีเครือข่ายบริการทางสังคม ๓. เพื่อปกป้อง คุ้มครองและสนับสนุน ให้ผู้ป่วยได้รับรู้ ตระหนัก ในสิทธิอันพึงมีพึงได้ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๕. การพิทักษ์สิทธิ์และการจัดการทรัพยากรทางสังคม (Social Resource Management and Advocacy) เป็นการด าเนินงานในการแสวงหา ระดม ทรัพยากร การประสาน จัดการทรัพยากรทางสังคม ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน รวมถึงการสร้าง เสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายทางสังคม เพื่อให้สามารถจัดหาความช่วยเหลือตรงตามความเหมาะสม กับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้ใช้บริการ ครอบครัวและชุมชน เกิดทางเลือกในการให้บริการแก่ กลุ่มเป้าหมาย ครอบครัว อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยให้ผู้ใช้บริการ ครอบครัวและชุมชน ได้รับรู้ สิทธิที่พึงมีพึงได้ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาระบบบริการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขตาม สิทธิ ๕.๑ การพิทักษ์สิทธ์ผู้ป่วยตามกฎหมายที่ เกี่ยวข้องและการจัดกาทรัพยากร ทางสังคม (Social Resources Management and Advocacy) กิจกรรม ๔๕ - ๖๐ ก า ร จั ด ห า แ ล ะ ส่ง ต่ อ แ ห ล่ง ท รั พ ย า ก ร ท าง สัง ค ม แ ล ะ การสนับสนุนสวัสดิการสังคมโดย กระบวนการและวิธีการทางสังคม สงเคราะห์ ค านึงถึงปัจจัยพื้นฐาน ในก า รด า รงชีวิต ปัญห าและ ความต้องการของผู้ป่วยและ ค ร อบค รั ว ซึ่งค ร อบค ลุมทั้ง ๗ ด้าน ได้แก่ ๑) ด้านที่อยู่อาศัย ๒) ด้านการศึกษา ๓) ด้านอาชีพและรายได้ ๔) ด้านสาธารณสุข ๕) ด้านความมั่นคงปลอดภัย ๖) ด้านสันทนาการ ๗) ด้านบริการสังคม ในการคุ้มครองและพิทักษ์ สิทธิ์แก่ผู้รับบริการเพื่อให้สามารถ พึ่งพาตนเอง ท าหน้าที่ทางสังคม ได้ตามความเหมาะสม และท าให้ คุณภาพชีวิตของผู้รับบริการดีขึ้น
๖๐ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๕.๒ การจัดการรายกรณีด้านการดูแล ทางสังคม (Case Management) ราย ๑๘๐ หมายถึง วิธีการในการจัดบริการ ผู้โดยจัดก า ร ร ายกรณี จะท า หน้าที่ประเมินปัญหาและความจ า เป็นของผู้ใช้บริการและครอบครัว และด าเนินก ารตามแผนของ กิจกรรม/บริการ (การจัดการ ประสาน ติดตาม ประเมินผล การ พิทักษ์สิทธิ ฯลฯ) เพื่อตอบสนอง ความจ าเป็นและให้เกิดประโยชน์ สูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ (National Association of Social Worker, 2004, อ้างถึงในอภิญญา เวชยชัย, ๒๕๖๒) ขั้นตอนการจัดการรายกรณี ๑) ประเมินแรกรับ/คัดกรอง การประเมินสภาวะกายจิตสังคม (Bio-Psycho-Social Assessment) และการประเมินสภาวะครอบครัว (Family Assessment) ๒) การจัดท าแผนบริการ ก าหนดผู้ร่วมวางแผนการดูแล ระบุปัญหาหลักของผู้ใช้บริการ และเรียงล าดับความเร่งด่วน จั ด ท า แ ผ น ก า ร ใ ห้ บ ริ ก า ร จัดบ ริก า รก า รให้ก า รป รึกษ า บ าบัด ฟื้นฟู ก า รสงเค ร าะห์ คุ้มครอง การส่งเสริมป้องกัน การ ติดตามผล การยุติการให้บริการ ๓) การรายงานความก้าวหน้า การจัดการรายกรณี ประเมินและ ระบุปัญหา/โอกาสการเกิดปัญหา ก า รทบท วนห รือป ร ะเมินซ้ า การติดตามการประเมินผล ๔) การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ๕) การประเมินความต้องการ (Needs Assessment )
๖๑ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๕.๓ การจัดท าประชุมทีมสหวิชาชีพ (Case Conference) ครั้ง วิธีการในการจัดบริการ ซึ่งนักสังคม สงเคราะห์เป็นผู้ด าเนินการการจัด ป ร ะ ชุ ม ที ม ส ห วิ ช า ชี พ ต่ าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประสบปัญหา อาทิ แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ อาสาสมัคร ประจ าหมู่บ้าน ต ารวจ อัยการ นิติกร ผู้ใหญ่บ้าน/ก านัน เจ้าหน้าที่ คุ้มครองเด็ก นักจิตวิทยา/ นักสังคม สงเคราะห์/ นักพัฒนาสังคมของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อปรึกษา หารือรับฟัง รวบรวมความคิดเห็น หาทางออกและวางแผนในการ จัดการกับปัญหานั้น
๖๒ มาตรฐานการสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ชุมชน เป็นการปฏิบัติงานกับผู้ป่วยครอบครัว กลุ่ม และองค์กรในชุมชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาฟื้นฟูสมรรถภาพ จนผู้ป่วยสามารถอยู่ในครอบครัวและ ชุมชน ตลอดจนสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยนักสังคมสงเคราะห์ด าเนินการศึกษาปัญหาข้อมูลของชุมชนจัด กิจกรรมร่วมกับคนในชุมชน และร่วมมือกับสหวิชาชีพ จัดบริการทางสังคมและสร้างเครือข่ายทางสังคม จัดบริการทางสังคมในภาวะวิกฤต ภัยพิบัติต่างๆที่เกิดตามธรรมชาติ และภัยที่เกิดจากน้ ามือมนุษย์ ซึ่งท าให้ มีผลต่อการด ารงชีวิตและจิตใจการจัดบริการทางสังคม แก่ผู้ประสบภัยต่างๆ โดยพิจารณาตามความเร่งด่วน ของปัญหา เช่นการให้ความช่วยเหลือทางจิตใจแก่ผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและ ให้การบ าบัดฟื้นฟูใน ระยะต่อไปรวมทั้งการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยในชุมชน ตัวอย่างเช่น การท างานกับผู้ป่วยจิเวชในชุมชน โดยการสร้างการมีส่วนร่วมให้ชุมชนมีความรู้และมีทัศนคติที่ดีต่อผู้มีปัญหาสุขภาพจิต สามารถดูแลเฝ้าระวัง ปัญหาทางจิตสังคม ป้องกันการก าเริบซ้ า ส่งเสริมสุขภาวะทางสังคมในชุมชน เช่น อบรมผู้ดูแลคนพิการ ในชุมชน โครงการต าบลต้นแบบ ลดเหล้า ลดความรุนแรง ฯลฯ วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อลดความรุนแรงของปัญหาทางสังคมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ๒. เพื่อสร้างความเข้าใจและทัศนคติที่ดีของชุมชนต่อการให้โอกาสแก่ผู้ป่วยและดูแลผู้ป่วย/ ผู้มีปัญหาสุขภาพจิต/จิตเวช ๓. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของในชุมชนใน แนวทางการปฏิบัติ ๑. ศึกษาชุมชนและวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย ๒. วินิจฉัยปัญหาทางสังคมร่วมกับองค์กรชุมชน และจัดล าดับความส าคัญของปัญหา ๓. วางแผนด าเนินงานร่วมกับองค์กรในชุมชน ๔. ด าเนินงานตามแผนคือ การปฏิบัติงานตามแผนที่ได้ก าหนดไว้ การจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การเยี่ยมบ้านเพื่อติดตามผลการรักษา การเตรียมชุมชนเพื่อการรับรองและดูแลผู้ป่วยเมื่อกลับสู่ชุมชน การฟื้นฟูสมรรถภาพกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้สูงอายุคนพิการเด็กขาดสารอาหารและกลุ่มที่มีปัญหาด้านสังคม โดยการสนทนากลุ่มผู้น าชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในชุมชนเพื่อสร้างความรู้และปรับเปลี่ยนทัศนคติตลอดจน ก าหนดผู้รับผิดชอบในการดูแลผู้มีปัญหาสุขภาพ ผลลัพธ์ ๑. ผู้ป่วยได้รับการยอมรับ ความเข้าใจจากครอบครัวและชุมชน สามารถอยู่ในชุมชนได้ ลดการพึ่งพิงสถาบัน ๒. ผู้ป่วยและประชาชนได้รับบริการทางสังคมที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา ๓. มีการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของบุคคล กลุ่ม หรือชุมชน สามารถใช้ทรัพยากร ทางสังคมและปรับตัวอยู่ในชุมชนได้ องค์ประกอบที่ ๓.๖ มาตรฐานการสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ชุมชน (Community Medical Social Work)
๖๓ ภาระงานหลักและกิจกรรม ตามเวลามาตรฐานที่ให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ ล าดับ ภาระงานหลัก (Production Line) หน่วยนับ เวลา (นาที) ค าอธิบาย ๖. การสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ชุมชน (Medical Social Work Community and Social Network) เป็นการปฏิบัติงานกับ ผู้ป่วย ครอบครัว กลุ่ม และ องค์กรในชุมชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูสมรรถภาพ จนผู้ป่วยและครอบครัว อยู่ในครอบครัวและชุมชน ๖.๑ บริการสังคมสงเคราะห์ทาง การแพทย์ชุมชน - บริการทางสังคมและสร้าง เครือข่ายทางสังคม - บริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดย ชุมชน - บริการทางสังคมเคราะห์ใน เหตุการณ์ภัยพิบัติ - บริการดูแลระยะยาวในชุมชน ครั้ง ๑๘๐ ก า รจัดบ ริก า รท างสังคมแล ะ สนับสนุนให้เกิดเครือข่ายทางสังคม (social network) จั ด บ ริ ก า ร เชื่อมโยงระบบติดตามการดูแล ผู้ ป่ ว ย อ ย่ า ง ต่ อ เ นื่ อ ง จ า ก โรงพยาบาลสู่ครอบครัวและชุมชน ให้ผู้ป่วยสามารถด ารงชีวิตอยู่ใน ครอบครัวได้ ๖.๒ การเยี่ยมบ้านโดยนักสังคม สงเคราะห์ทางการแพทย์ ราย ๑๘๐ การเยี่ยมบ้านโดยใช้กระบวนการ สังคมสงเคราะห์ชุมชน จะมีการ ด าเนินการได้ใน ๓ ระยะ คือ ระยะแรกรับ ระยะระหว่างการ รักษา และระยะหลังจ าหน่าย เพื่อน ามาวิเคราะห์สภาพปัญหาและ คว ามต้องก า ร และน าไปว าง แ ผ น ก า ร ช่ ว ย เ ห ลื อ แ ล ะ ประกอบการวางแผนการรักษาและ การบ าบัดฟื้นฟู ๖.๓ ติดตามผลประเมินคุณภาพชีวิต และติดตามประเมินปัญหาทาง สังคม ป้องกันการเจ็บป่วยซ้ าของ ผู้ป่วยหลังจ าหน่าย กิจกรรม ๔๕ นั ก สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ ใ ช้ กระบวนการและวิธีการทางสังคม สงเคราะห์ติดตามผลและประเมิน คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต ข อง ผู้ ป่ ว ย ห ลัง จ าหน่าย ในครอบครัว /โรงเรียน / ชุ ม ช น / วั ด แ ล ะ ส ถ า น ประกอบการโดยใช้โปรแกรมการ ฟื้นฟูสภาพทางสังคม เพื่อฟื้นฟู สภาพผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทาง สังคมให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ และท าหน้าที่ทางสังคมได้
๖๔
๖๕ เกณฑ์ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ เป็นการประเมินขั้นตอน การปฏิบัติงาน ผลลัพธ์และประโยชน์ที่เกิดขึ้น ให้มีคุณภาพได้มาตรฐานที่ก าหนดไว้ กิจกรรมบริการ มี หมายถึง มีบริการตามเกณฑ์มาตรฐาน ไม่มี หมายถึง ไม่มีบริการกิจกรรม สถานที่ ผ่าน หมายถึง มีตามเกณฑ์มาตรฐาน ควรพัฒนา หมายถึง ต้องพัฒนาให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน เครื่องมืออุปกรณ์ มีครบ หมายถึง มีครบตามเกณฑ์ มีไม่ครบ หมายถึง มีบางส่วน/มีไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่มี หมายถึง ไม่มีอุปกรณ์ ระบบงาน ผ่าน หมายถึง มีระบบงานตามเกณฑ์มาตรฐาน ควรพัฒนา หมายถึง ไม่มีตามเกณฑ์ (ให้ระบุว่าข้อใดบ้าง) บุคลากร ผ่าน หมายถึง มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ควรพัฒนา หมายถึง ไม่มีตามเกณฑ์ (ให้ระบุว่าข้อใดบ้าง) ปริมาณ เพียงพอ หมายถึง ๑. ปฏิบัติงานตามกรอบอัตราก าลัง ๒. ปฏิบัติงานเต็มตามปริมาณงาน ไม่เพียงพอ หมายถึง ๑. อัตราก าลังไม่เพียงพอกับปริมาณงาน ๒. ปฏิบัติงานไม่เต็มตามกรอบอัตราก าลัง งบประมาณ เพียงพอ หมายถึง มีงบประมาณจัดสรรอุปกรณ์และการด าเนินงาน ตามโครงการได้ตาม เกณฑ์มาตรฐาน ไม่เพียงพอ หมายถึง มีงบประมาณไม่เพียงที่จะจัดสรรอุปกรณ์และ ด าเนินงานตามเกณฑ์มาตรฐาน บทท ี ่ ๔ เกณฑ์ประเมินมำตรฐำนกำรปฏิบัติงำน สังคมสงเครำะห์ทำงกำรแพทย์ ความหมายของค าที่ใช้ในเกณฑ์การประเมิน
๖๖ เกณฑ์ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ ลักษณะการปฏิบัติงาน ขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน การประเมินการปฏิบัติงาน หมายเหตุ มี ไม่มี ตาม เกณฑ์ ต่ ากว่า เกณฑ์ ควร พัฒนา ๑. กิจกรรมบริการ ๑) การท างานร่วมกันเป็นทีมระหว่างสาขา วิชาชีพต่าง ๆ โดยมีระบบการปรึกษาและส่งต่อ บุคลากรอื่นที่เกี่ยวข้อง ๒) มีการประเมินความเสี่ยง ประเมินความ ต้องการของผู้ใช้บริการ ในการป้องกันปัญหาทาง สังคมผู้ป่วย ๓) มีการค้นหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น(Intake and Fact Finding )ตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์ แล ะมีก า ร วินิ จฉัยปัญห าท างสังคม (Social diagnosis ) ตามตารางบัญชีปัญหาทางสังคม (Social Problem List) ๔) มีการดูแลทางสังคมของผู้ป่วยและมีการ แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ป่วย/ญาติ/ครอบครัวและ ทีมสหวิชาชีพ - มีการประสานงาน - มีการประเมินและวางแผนการดูแล - มีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้บริการ - มีกระบวนการที่จะช่วยให้ผู้บริการสามารถ กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วที่สุด - มีก า ร ร ะบบติดต ามผู้ รับบ ริ ก า รแ ล ะ ประเมินผล ๒. สถานที่ ๑) การให้บริการสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอ มีสถานที่ตั้งหน่วยบริการมี ความเหมาะสม สะดวกต่อการเข้าถึงบริการและ สะดวกต่อการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒) โครงสร้างทั่วไป ๓) โครงสร้างทางกายภาพและสิ่งอ านวยความ สะดวกมีความเหมาะสมและปลอดภัย เช่น ทางลาด ห้องน้ าส าหรับผู้พิการ
๖๗ เกณฑ์ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ลักษณะการปฏิบัติงาน ขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน การประเมินการปฏิบัติงาน หมายเหตุ มี ไม่มี ตาม เกณฑ์ ต่ ากว่า เกณฑ์ ควร พัฒนา ๔) มีพื้นที่บริการผู้ป่วย ๕) มีพื้นที่บริเวณพักคอยของผู้รับบริการ ๖) ห้องให้ค าปรึกษา พื้นที่ ๙ ตารางเมตร เป็น สัดส่วนมิดชิด พ้นสายตาและการได้ยินโดยบุคคล อื่น มีบรรยากาศ ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ๗) ในกรณีให้บริการในภาวะวิกฤตมีสถานที่ ให้บริการมีความเหมาะสม ความสะดวกเข้าถึง บริการได้ง่ายต้องมีความปลอดภัยและมีการรักษา ความลับ ๘) ห้องธุรการ (งานเอกสาร) ๙) พื้นที่ท างานของเจ้าหน้าที่ ๑๐) ห้องท างานหัวหน้ากลุ่มงาน ๑๑) ห้องน้ า ห้องสุขา ส าหรับเจ้าหน้าที่และ ผู้รับบริการ ๑๒) ห้องประชุมหรือห้องเอนกประสงค์ ๑๓ ) ห้ อง เ ก็บ ข อง ส าห รับบ ริ ก า ร ผู้ ป่ ว ย (นม เครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของรับบริจาค เครื่องนุ่งห่ม ฯลฯ) ๓. เครื่องมือและอุปกรณ์ มีหลักเกณฑ์และเค รื่องมือและอุปกรณ์ ที่จ าเป็นในการให้บริการซึ่งนักสังคมสงเคราะห์ มีส่วนร่วมในการจัดก าหนด ดังนี้ เครื่องมือในการปฏิบัติงาน ๑) เครื่องมือประเมิน วินิจฉัย และจัดการทาง สั ง ค ม (Social Diagnosis and Management Assessment) ตัวย่อ S.D.M.A. ๒) เครื่องมือประเมินความพร้อมของครอบครัว (Family Readiness Assessment : F.R.A.) ๓) เครื่องมือประเมินทักษะพื้นฐานในการท างาน และทักษะการปรับตัวทางสังคม (Prevocational and Social Skill Assessment : P.S.S.A.)
๖๘ เกณฑ์ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ลักษณะการปฏิบัติงาน ขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน การประเมินการปฏิบัติงาน หมายเหตุ มี ไม่มี ตาม เกณฑ์ ต่ ากว่า เกณฑ์ ควร พัฒนา ๔) เครื่องมือประเมินการดูแลสุขภาพจิตตนเอง (Mental Health Self Care Assessment : M.H.S.C.A.) ๕) แบบฟอร์มการส่งต่อข้อมูลทางสังคม ๖) เครื่องมือประเมินปัญหาทางสังคม ผู้ป่วย โรคอุบัติใหม่/โรคติดต่อร้ายแรง ๗) เครื่องมือแบบประเมินตนเองของผู้ป่วยที่ ได้รับผลกระทบจากการเจ็บป่วย ๘) โปรแกรมบันทึกข้อมูลสังคมสงเคราะห์ทาง การแพทย์ ON WEB ๙) เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ๑๐) คอมพิวเตอร์ ๑๑) กล้องถ่ายรูป ติดบัตรประจ าตัวผู้พิการและ บันทึกติดตาม/การเยี่ยมบ้าน ๑๒) อุปกรณ์เครื่องพิมพ์และถ่ายเอกสาร อุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน ๑) อุปกรณ์ฝึกทักษะการด ารงชีวิต เช่น การ อาบน้ า การแต่งกาย การรับประทานอาหาร รายบุคคล ๒) อุปกรณ์ฝึกทักษะพื้นฐานในการประกอบ อาชีพ รายบุคคล(pre - vocational training, Individual) ๓) อุปกรณ์ฝึกทักษะพื้นฐานในการประกอบอาชีพ แบบกลุ่ม(pre-vocational training, group) ๔) อุปกรณ์จัดท ากลุ่มกลุ่มบ าบัด เช่น ศิลปะ บ าบัด ฯลฯ ๕) วัสดุเครื่องอุปโภค/บริโภคและของใช้ที่ จ าเป็นในการด ารงชีพของผู้ใช้บริการ ๔. ระบบงาน ๑) มีการก าหนดเจตจ านงมุ่งหมาย ๒) บริหารงานภายใต้ความต้องการของผู้รับบริการ
๖๙ เกณฑ์ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ลักษณะการปฏิบัติงาน ขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน การประเมินการปฏิบัติงาน หมายเหตุ มี ไม่มี ตาม เกณฑ์ ต่ ากว่า เกณฑ์ ควร พัฒนา ๓) มีคู่มือ/แนวท างกา รปฏิบัติง านสังคม สงเคราะห์ทางการแพทย์เป็นลายลักษณ์อักษร ๔) )มีกระบวนการที่จะน าความรู้ที่มีหลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์มาเป็นพื้นฐานในการก าหนด แนวทางสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ในการดูแล ผู้ป่วยทางการดูแลทางสังคมผู้ป่วย คลินิก (Social Care & Clinical Practice guideline) ๕) มีการก าหนดโครงสร้างองค์กร สายบังคับ บัญชาและสายการประสานงานเป็นลายลักษณ์ อักษร ๕. บุคลากร นักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ ๑) วุฒิการศึกษา - สังคมสงเคราะห์ศาสตร์บัณฑิต สาขาทาง การแพทย์ - สังคมสงเคราะห์ศาสตร์บัณฑิต (ปริญญาที่สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ รับรอง) ๒) มีการก าหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ของบุคคลทุกระดับและการพัฒนาต่อเนื่อง ๓) มีการก าหนดแผนงานสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และภารกิจของหน่วยงาน ๔) มีการก าหนดระบบสื่อสาร ประสานงานกับ วิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง ๕) มีการก าหนดแผนพัฒนาของหน่วยงานทั้ง ระยะสั้นและระยะยาว ๖) มีระบบการคัดเลือกบุคลากรเข้าปฏิบัติงาน ตามคุณสมบัติและเกณฑ์ที่ก าหนดให้เหมาะสมกับ พันธกิจและเป้าหมายการให้บริการ ๗ ) ก า ร จั ดท า แ ผนท รัพ ย า ก รบุค คล เป็ น ลายลักษณ์อักษร
๗๐ เกณฑ์ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ (ต่อ) ลักษณะการปฏิบัติงาน ขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน การประเมินการปฏิบัติงาน หมายเหตุ มี ไม่มี ตาม เกณฑ์ ต่ ากว่า เกณฑ์ ควร พัฒนา ๗) มีแผนการเตรียมความพร้อมการเพิ่มพูน ความรู้และทักษะการส่งเสริมจริยธรรมเพื่อให้ บุคลากรสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีคุณภาพ ๘) มีการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร อย่างสม่ าเสมอ โดย เน้นผลการปฏิบัติงานเชิงบวก เพื่อส ร้ างค ว ามภ าคภูมิใจแล ะส่งเส ริมให้มี การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ๙) บุคลากรที่มีคุณสมบัติไม่ครบตามที่ก าหนด ไว้ในคุณสมบัติเฉพาะต าแหน่งหรือนักศึกษาฝึกงาน จ ะ ต้ อง ป ฏิ บั ติง า น ภ า ยใ ต้ ก า ร ก า กั บ ข อง นักสังคมสงเคราะห์ อัตราก าลัง นักสังคมสงเคราะห์ : ก าหนดจ านวนผู้ป่วย : เวลาท าการ ๑ วัน - นักสังคมสงเคราะห์ (เฉพาะบริการผู้ป่วยนอก) - นักสังคมสงเคราะห์ (เฉพาะบริการผู้ป่วย คลินิกพิเศษ/กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ) - นักสังคมสงเคราะห์ (เฉพาะบริการผู้ป่วยใน) - นักสังคมสงเคราะห์ (เฉพาะบริการสังคม สงเคราะห์ชุมชน) ๖. ปริมาณ - มีระบบการวัดผลครอบคลุมประเด็นส าคัญ และการประเมินผลโดยการติดตามเครื่องชี้วัด ส าคัญ เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติตาม แผน ๗. งบประมาณ - มีงบประมาณเพียงพอส าหรับจัดสรรอุปกรณ์ และการด าเนินงานตามโครงการได้ตามเกณฑ์ มาตรฐาน
๗๑ ภำคผนวก
๗๒ เครื่องมือปฏิบัติงาน สังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ เครื่องมือปฏิบัติงาน ร่วมกับสหวิชาชีพ อ้างจาก คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) โครงการพัฒนาและเสริมสมรรถนะกลไกและเครือข่ายการดูแลทางสังคม ของสหวิชาชีพเพื่อสนับสนุนระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ, ๒๕๖๕ รวมคู่มือปฏิบัติงาน สังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ อ้างจาก สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย, ๒๕๖๕ ที่ตั้ง กองบริหารการสาธารณสุขกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐
กองโรงพยาบาลภูมิภาค.“หนังสือมาตรฐานการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาล ทั่วไป”. ๒๕๔๒. คณะกรรมการพัฒนางานสวัสดิการสังคม รพศ./รพท. (๒๕๕๑). คู่มือและแนวทางการด าเนินงานสวัสดิการ สังคมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป. คณะกรรมการพัฒนางานสวัสดิการสังคมในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป และคณะ (๒๕๔๙). คู่มือ และแนวทางการจัดบริการสังคมในเหตุการณ์ภัยพิบัติส าหรับนักสังคมสงเคราะห์ในโรงพยาบาลศูนย์/ โรงพยาบาลทั่วไป และเครือข่าย. พิมพ์ครั้งที่ ๑. ฉลวย จุติกุล. (2544). แนวคิดการปฏิรูปการจัดบริการและการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์จิตเวชส าหรับ บุคคลปัญญาอ่อนในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพหมานคร : โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. นงลักษณ์ เอมประดิษฐ์. (2530). สังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์. พิมพ์ครั้งที่ 2.กรุงเทพหมานคร : โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. แนวทางการช่วยเหลือทางด้านสังคมเศรษฐกิจส าหรับผู้ป่วยวัณโรค กรมควบคุมโรค ส านักวัณโรค. (๒๕๕๙). พิมพ์ครั้งที่ ๑. นนทบุรี : กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ เรื่อง มาตรฐานการให้บริการของผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๖๔. (๒๕๖๔,มิถุนายน ๓๐). ราชกิจจานุเบกษา, ๑๓๘ (๑๔๔ ง), ๓๔ - ๓๗ พระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๕๖. (๒๕๕๖,มกราคม ๒๔). ราชกิจจานุเบกษา, ๑๓๐ (๘ ก), ๑ - ๑๖ พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐. (๒๕๕๐,ธันวาคม ๒๘). ราชกิจจานุเบกษา, ๑๒๔ (๑๐๐ ก), ๑๒/๒๘ มาตรฐานการประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิก Professional Standards for the Art of Healing in Clinical Psychology. (๒๕๕๗). พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพมหานคร : อาร์ตคลอลิไฟท์. ระพีพรรณ ค าหอม, บรรณาธิการ. (๒๕๖๔). คู่มือการปฏิบัติงานการดูแลทางสังคมระยะฟื้นฟูกับผู้ป่วย และ ผู้ได้รับผลกระทบโรคโควิด – ๑๙. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพมหานคร : จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์. ระพีพรรณ ค าหอม. (๒๕๕๖). หลักการและกระบวนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์จุลภาค. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, Health Systems Research Institute and สถาบันวิชาการเพื่อการคุ้มครอง ผู้บริโภคด้านสุขภาพ. "มาตรฐานโรงพยาบาล : แนวทางพัฒนาคุณภาพโดยมุ่งผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง." ๒๕๔๔. ส านักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (๒๕๔๖). “แนวทางการด าเนินงานสวัสดิการ สังคมเพื่อรองรับการปฏิรูประบบราชการและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ส านักอนามัยผู้สูงอายุกรมอนามัย (๒๕๕๘). คู่มือแนวทางการฝึกอบรมหลักสูตร Care Manager กระทรวง สาธารณสุข. (พิมพ์ครั้งที่ ๕). กรุงเทพมหานคร : ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนสุนันทา. อัญชลี ศิลาเกษและสมนึก อนันตวรวงศ์, บรรณาธิการ. (๒๕๖๔). “มาตรฐานการปฏิบัติงานส าหรับ นักสังคมสงเคราะห์จิตเวช” . พิมพ์ครั้งที่ ๑. National Association of Social Workers : NASW, (2005). Standards for Clinical Social work in Social Work Practice. บรรณานุกรม