ปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะ
interaction in the solar system
สมุดเล่มเล็ก
ปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะ
โดย
ด.ช. กีรติ ศรีฉ่ำ เลขที่ 3
ด.ญ. ทักษพร ล้อมทองคำ เลขที่ 29
ด.ญ. บุษราคัม ชื่นพิมาย เลขที่ 36
ด.ญ. ปวริศา ศรีเดช เลขที่ 37
ด.ญ. วรพิชชา โกทา เลขที่ 40
ด.ญ. อนันท์ดา อดมาก เลขที่ 45
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3/4
สารบัญ
เนื้อหา หน้า
การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวง 1
อาทิตย์
การเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์ 2
การเกิดฤดูกาล 3
ข้างขึ้น ข้างแรม 4
การเกิดน้ำขึ้น น้ำลง 5
การโคจรของดาวเคราะห์ 1
รอบดวงอาทิตย์
ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะโคจรรอบดวงอาทิตย์ได้ เพราะมีแรงกระทำ
ระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ เป็นแรงดึงดูดระหว่างมวลของ ดวง
อาทิตย์ กับ ดาวเคราะห์ และเป็นแบบเดียวกันที่ดึงดูดระหว่างโลก กับ
วัตถุบนผิวโลกซึ่งเรียกว่า แรงโน้มถ่วง
เซอร์ไอแซก นิวตัน (Sir Isaac Newton)ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง และ ได้
เสนอกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน หรือ กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลไว้ว่า "วัตถุ 2 วัตถุใน
เอกภพจะออกแรงดึงดูดกันโดยสัดส่วนกับผลคูณของมวลทั้งสองและเป็ นสัดส่วนผกผัน
ยกกำลัง 2 กับระยะทางระหว่างจุดศูนย์กลางของวัตถุทั้งสอง"
สมการ F = แรงโน้มถ่วงระหว่างมวลทั้งสอง
มีหน่วยเป็นนิวตัน (N)
F= Gm1m2
G = ค่าคงตัวความโน้มถ่วงสากล มีค่าเท่ากับ
r2 6.67 x 10-11 N m2/ kg2
m1= มวลของวัตถุแรก มีหน่วยเป็นกิโลกรัม(kg)
m2= มวลวัตถุที่สอง มีหน่วยเป็นกิโลกรัม (kg)
r = ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของวัตถุทั้งสอง
มีหน่วยเป็นเมตร (m)
m1 m2
r เนื่องจากกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน
ที่ได้อธิบายไว้จึงกล่าวได้ว่าการ
โคจรของดาวเคราะห์และวัตถุอื่นๆ
ในระบบสุริยะรอบดวงอาทิตย์เป็ น
ไปตามกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน
การเคลื่อนที่ปรากฏ 2
ของดวงอาทิตย์
ข้อสังเกต!!!!! การขึ้นตกของดวงอาทิตย์ในแต่ละรอบ จะเห็นได้ว่าในตอน
เช้าดวงอาทิตย์จะโผล่ขึ้นมาทางขอบฟ้ าด้านทิศตะวันออก และในตอนเย็น
จะตกลับขอบฟ้ าในทิศตะวันตก ซึ่งสังเกตได้ว่าเป็นการเคลื่อนที่ปรากฏของ
ดวงอาทิตย์ ไม่ใช่การเคลื่อนที่แท้จริงเกิดจากดวงอาทิตย์
การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์เกิดจากโลกหมุนรอบตัวเองในขณะที่แกน
โลกเอียง 23.5 องศา พร้อมกับโคจรไปรอบๆดวงอาทิตย์โดยมีดวง
อาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ จึงกล่าวได้ว่า ทิศที่หมุนไปเป็นทิศ
ตะวันออก ทำให้ขณะโลกหมุนรอบตัวเองทิศจะติดไปกับผู้สังเกตที่อยู่บน
โลกตลอดเวลา หรือกล่าวได้ว่า ทิศจะติดไปกับโลกด้วยเช่นกัน
กลางวัน
1 เวลา 06.00 น. ผู้สังเกตจะเห็นดวงอาทิตย์
ขึ้นทางขอบฟ้ าตะวันออก
2 เวลา 12.00 น. ผู้สังเกตจะเห็นดวงอาทิตย์
อยู่เหนือศีรษะ
กลางคืน
3
เวลา 18.00 น. ผู้สังเกตจะเห็นดวงอาทิตย์
ตกทางขอบฟ้ าตะวันตก
เวลา 00.00 น. ผู้สังเกตจะไม่เห็น
4 ดวงอาทิตย์
3
การเกิดฤดูกาล
เป็ นระยะเวลาช่วงกลางวันกลางคืนไม่เท่ากันตลอดทั้งปี เพราะแกนโลกเอียงทำ
มุม 23.5 องศากับระนาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ส่งผลทำให้มีอุณหภูมิต่างกัน
ที่มา: Happy science by kru Bee แสงตกตั้งฉากหรือแสงตกตรง
บริเวณที่ได้รับแสงตกตั้งฉากหรือแสงตก
ตรง จะได้รับพลังงานแสงต่อหนึ่งหน่วย
พื้นที่มาก เป็นผลให้บริเวณนั้นมีอุณหภูมิสูง
กว่าบริเวณที่ได้รับแสงตกเฉียง
แสงตกเฉียง
บริเวณที่ได้รับแสงตกเฉียง จะได้รับ
พลังงานแสงต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่น้อย เป็น
ผลให้บริเวณนั้นมีอุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณที่
ได้รับแสงตกตั้งฉาก
วันครีษมายัน (Summer Solstice) แกนโลกด้านเหนือจะเข้าหาดวงอาทิตย์มากที่สุด ซึ่งทำให้ซีกโลก
เหนือทำให้เวลากลางวันยาวกว่าเวลากลางคืน ดังนั้นซีกโลกเหนือจะเกิดฤดูร้อน ซีกโลกใต้จะเกิดฤดูหนาว
วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) ซีกโลกเหนือได้รับปริมาณแสงจากดวงอาทิตย์ลดลง เมื่อเทียบ
กับวันครีษมายัน ดังนั้นซีกโลกเหนือจะเกิดฤดูใบไม้ร่วง ซีกโลกใต้จะเกิดฤดูใบไม้ผลิ
วันเหมายัน (Winter Solstice) แกนโลกด้านเหนือชี้ออกจากดวงอาทิตย์มากที่สุด ทำให้ซีกโลกเหนือ
จะมีเวลากลางวันสั้นกว่าเวลากลางคืน ดังนั้นซีกโลกเหนือจะเกิดฤดูหนาว ซีกโลกใต้จะเกิดฤดูร้อน
วันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) โลกเหนือได้รับปริมาณแสงจากดวงอาทิตย์มากกว่าวันเหมายัน ดัง
นั้นซีกโลกเหนือจะเกิดฤดูใบไม้ผลิ ซีกโลกใต้จะเกิดฤดูใบไม้ร่วง
ประเทศไทยตั้งอยู่ในคาบสมุทรอินโดจีนที่ขนาบด้วยมหาสมุทรอินเดียทะเลจีนใต้ซึ่งตก
อยู่ในอิทธิพลของลมมรสุมทำให้ 1 ปีประเทศไทยจะมีเพียง 3 ฤดู
1.ฤดูร้อน อยู่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม
2.ฤดูฝน อยู่ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนตุลาคม
3.ฤดูหนาว อยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
ข้างขึ้นข้างแรม 4
ปรากฏการณ์ ข้างขึ้น-ข้างแรม เป็นปรากฏการณ์ ที่เกิดจากดวงจันทร์โคจรรอบโลก
แล้วทำให้ผู้สังเกตที่อยู่บนโลก มองเห็นแสงที่เกิดจากการสะท้อน จากดวงอาทิตย์
แตกต่างกันไป เราเรียกปรากฏการณ์ ดังกล่าวว่า"ปรากฏการณ์ข้างขึ้น-ข้างแรม"
ปัจจุบัน เราทราบว่า ดวงจันทร์โคจรรอบโลกของเราด้วยระยะทางเฉลี่ยประมาณ
384,000 กม.ในทิศเดียวกับการหมุนของโลก ใช้เวลาประมาณ 27.3 วันต่อรอบ
ที่มา : shutterstock.com วันแรม 15 ค่ำ (New Moon):
เมื่อดวงจันทร์อยู่ระหว่างโลกกับ
ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์หันด้าน
เงามืดเข้าหาโลก ตำแหน่ง
ปรากฏของดวงจันทร์อยู่ใกล้กับ
ดวงอาทิตย์ แสงสว่างของดวง
อาทิตย์ ทำให้เราไม่สามารถ
มองเห็นดวงจันทร์ได้เลยเลย
เรียกว่า คืนเดือนมืด หรือ คืน
เดือนดับ
วันขึ้น 8 ค่ำ (First Quarter): เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งมุมฉากระหว่างโลก
กับดวงอาทิตย์ ทำให้เรามองเห็นด้านสว่างและด้านมืดของดวงจันทร์มีขนาดเท่ากัน
วันขึ้น 15 ค่ำ หรือ วันเพ็ญ (Full Moon): ดวงจันทร์โคจรมาอยู่ด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์
ดวงจันทร์หันด้านที่ได้รับแสงอาทิตย์เข้าหาโลก ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เต็มดวง
วันแรม 8 ค่ำ (Third Quarter): ดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในตำแหน่งมุมฉากระหว่างโลกกับ
ดวงอาทิตย์ ทำให้เรามองเห็นด้านสว่างและด้านมืดของดวงจันทร์มีขนาดเท่ากัน
การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง 5
น้ำขึ้น-น้ำลง เป็นปรากฏการณ์ ที่เกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์ โลก และดวง
จันทร์ ซึ่งเป็นผลมาจากแรงดึงดูดที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์กระทำต่อโลก
โดยดวงจันทร์จะมีอิทธิพลต่อโลกมากกว่าดวงอาทิตย์ เนื่องจากดวงอาทิตย์
อยู่ห่างจากโลกถึง 390 เท่า ขณะที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากกว่า แรงดึงดูด
ของดวงจันทร์จึงมีอิทธิพลทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงมากกว่าดวงอาทิตย์
แรงไทดัล (Tidal force) เป็นผลกระทบ ผลจากแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์และการ
ที่โลกหมุนรอบตัวเอง ทำให้ตำแหน่งที่ผู้
ที่เกิดจากแรงโน้มถ่วง แรงนี้เกิดขึ้นจากแรง พิจารณาอยู่บนผิวโลกตำแหน่งใด
โน้มถ่วงของวัตถุหนึ่งที่กระทำต่ออีกวัตถุ ตำแหน่งหนึ่งถูกพาผ่านจุดที่ระดับน้ำที่สูง
หนึ่งอย่างไม่สม่ำเสมอกันตลอดแนวเส้น ขึ้นทั้ง 2 ด้าน โดยจะเกิดปรากฏการณ์ น้ำ
ผ่านศูนย์กลาง ด้านที่อยู่ใกล้กับวัตถุที่สอง ขึ้นน้ำลงพร้อมๆกัน ทำให้ในแต่ละวันเรา
มากกว่าจึงได้รับแรงดึงดูดที่มากกว่า ขณะ จึงมองเห็นน้ำขึ้นและน้ำลง 2 ครั้งต่อวัน
ที่ด้านตรงกันข้ามจะถูกแรงดึงดูดน้อยกว่า
ซึ่งมีอิทธิพลต่อปรากฎการณ์ น้ำขึ้นน้ำลง
ภาพสถานที่เดียวกันถ่ายในช่วงเวลาน้ำขึ้นและน้ำลง
ที่มา: https://wattsupwiththat.com/2015/03/06/study-average-sea-levels-rising-but-tide-levels-have-undergone-little-change/
6
การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
น้ำเกิด (Spring tides)
เมื่อดวงจันทร์โลกและดวง ที่มา : https://www.aksorn.com › knowledgesheet-tide
อาทิตย์อยู่ในเส้นตรง
เดียวกันจะทำให้เกิดน้ำขึ้น
น้ำลงแตกต่างกันมากที่สุด
โดยน้ำขึ้นจะสูงมากส่วน
น้ำลงก็ต่ำมากเช่นกัน
น้ำตาย (Neap tides)
ที่มา : https://www.aksorn.com › knowledgesheet-tide เมื่อดวงจันทร์โลกและดวง
อาทิตย์ทำมุมตั้งฉากกันจะ
ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงแตกต่าง
กันน้อยที่สุดโดยน้ำขึ้นละน้อย
มาก ส่วนน้ำลงก็จะน้อยมาก
เช่นกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างข้างขึ้นข้างแรมกันน้ำขึ้นน้ำลง
ที่มา : Shutterstock
If I was your moon, would you be my stars?