ก คำนำ รายงานเล่มนี้จัดทําขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา การวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ ชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีที่ 2 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่อง กระบวนการวิเคราะห์ และออกแบบเชิงวัตถุ และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน ผู้จัดทําหวังว่า รายงาน เล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กําลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนํา หรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทําขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทํา
ข สารบัญ เรื่อง หน้า คํานํา ก สารบัญ ข ขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศ 1 สาเหตุที่ต้องพัฒนาระบบสารสนเทศ 2 ปัจจัยที่ต้องพัฒนาระบบสารสนเทศ 4 ขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศ 4 วงจรการพัฒนาระบบ 5 ผลที่ได้จากการวิเคราะห์และออกแบบระบบ 7 นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst : SA) 8 ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศ 8 แนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศ 9 แบบทดสอบ 11 บรรณานุกรม 13
1 หน่วยที่ 2 ขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศ 2.1 ขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศสามารถแบ่งออกเป็นระบบย่อยได้มากมาย เช่น ระบบประมวลผลข้อมูล ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ หรือระบบผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น ซึ่งระบบ สารสนเทศแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกันในการดำเนินงาน และการใช้ฐานข้อมูล จึงต้องได้รบการ พัฒนาขึ้นตามคุณสมบัติเฉพาะ อย่างไรก็ตามการพัฒนาระบบสารสนเทศจะมีลักษณะร่วมกันของการ ดำเนินงานที่เป็นระบบและต้องอาศัยความเข้าใจในขั้นตอนการดำเนินงาน การศึกษาเรื่องการพัฒนา ระบบ (System Development) จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่แต่เฉพาะบุคคลที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารสนเทศ แต่มีความจำเป็นสำหรับสมาชิกอื่นขององค์การที่ต้องเกี่ยวข้องในฐานะผู้ใช้ระบบ การพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นกระบวนการที่ใช้เทคนิคการศึกษา การวิเคราะห์ และการ ออกแบบระบบสารสนเทศขององค์การให้สามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบางครั้งจะเรียก วิธีการดำเนินงานในลักษณะนี้ว่า “การวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analysis and Design)” เนื่องจากผู้พัฒนาระบบต้องศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการ การไหลเวียนของข้อมูล ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำเข้า ทรัพยากรดำเนินงาน และผลลัพธ์ เพื่อทำการออกแบบ ระบบสารสนเทศใหม่ แต่ในความเป็นจริงการพัฒนาระบบมิได้สิ้นสุดที่การออกแบบ ผู้พัฒนาระบบ จะต้องดูแลการจัดหา การติดตั้ง การดำเนินงาน และกระประเมินระบบว่าสามารถดำเนินงานได้ตาม ต้องการหรือไม่ ตลอดจนกำหนดแนวทางในการพัฒนาระบบในอนาคต อย่างไรก็ดีจะใช้ทั้ง “การ พัฒนาระบบ” และ “การวิเคราะห์และออกแบบระบบ” ในความหมายที่ทดแทนกัน การพัฒนาระบบ สารสนเทศเป็นงานที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวข้องกับบุคลากรและส่วนประกอบขององค์การในหลายด้าน จึง ต้องมีแนวทางและแผนดำเนินงานที่เป็นระบบ เพื่อที่จะให้ระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นมีความสมบูรณ์ตรง ตามความต้องการและสร้างความพอใจแก่ผู้ใช้ แต่ถ้าระบบที่พัฒนาขึ้นมีปัญหารหรือขาดความ เหมาะสมก็อาจก่อให้เกิดผลเสียทั้งโดยตรงและทางอ้อมแก่ธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านค่าใช้จ่ายที่สูงและ ความเชื่อมั่นที่สูญเสียไป ขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศ มี 7 ขั้นตอน 1) เข้าใจปัญหา (Problem Recognition) 2) ศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) 3) วิเคราะห์ (Analysis) 4) ออกแบบ (Design)
2 5) สร้างหรือพัฒนาระบบ (Construction) 6) การปรับเปลี่ยน (Conversion) 7) บำรุงรักษา (Maintenance) 2.2 สาเหตุที่ต้องพัฒนาระบบสารสนเทศ การพัฒนาระบบแบบอ็อบเจกต์(Object-Oriented Methodology) ประกอบด้วยกลุ่มของวัตถุ (Class of Objects) ซึ่งทำงานร่วมกัน มีการจัดกลุ่มของข้อมูลและ พฤติกรรมหรือฟังก์ชันที่กระทำกับข้อมูลนั้นเป็นกลุ่มๆ ในรูปของอ็อบเจกต์เนื่องจากอ็อบเจกต์มี คุณสมบัติในการนำกลับมาใช้ใหม่ได้การพัฒนาโปรแกรมแบบอ็อบเจกต์จึงใช้เวลาในการพัฒนาน้อย กว่าวิธีอื่น
3 การพัฒนาระบบงานประยุกต์แบบรวดเร็ว (Rapid Application Development) เป็น ขั้นตอนในการพัฒนาระบบที่ใช้ระยะเวลาในการพัฒนารวดเร็วกว่าและคุณภาพดีกว่าวิธีพัฒนา ระบบงานแบบดั้งเดิม โดยมีการนำเครื่องมือซอฟต์แวร์มาช่วยในการพัฒนาระบบซึ่งมีขั้นตอนในการ พัฒนาระบบอยู่ 4 ขั้นตอนคือ 1) การกำหนดความต้องการ 2) การออกแบบโดยผู้ใช้ 3) การสร้างระบบ 4) การเปลี่ยนระบบหรือใช้ระบบ
4 2.3 ปัจจัยที่ต้องพัฒนาระบบสารสนเทศ การพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นงานใหญ่ที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านงบประมาณ ทรัพยากรของ องค์การ และระยะเวลา แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะช่วยให้การพัฒนาระบบประสบความสำเร็จคือ ผู้ใช้ระบบจะต้องให้ข้อมูลแก่ทีมงานพัฒนาระบบในด้านต่าง ๆ คือ สารสนเทศที่หน่วยงานต้องการผู้ใช้ ต้องการให้ระบบมีความสามารถอย่างไร และปัญหาหรือความไม่พอใจในระบบปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น ระบบปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ระบบปัจจุบันมีขั้นตอนใน การทำงานที่ยุ่งยากและซับซ้อน และระบบปัจจุบันมีการทำงานที่ผิดพลาดบ่อยครั้ง โดยที่การพัฒนา ระบบให้ประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัย ดังต่อไปนี้ 1) ผู้นำและผู้ใช้ระบบมีส่วนร่วมตลอดกระบวน 2) การวางแผนพัฒนาระบบถูกดำเนินการอย่างถูกวิธี 3) มีแนวทางที่แน่นอนในการออกแบบและทดสอบชุดคำสั่ง 4) เอกสารที่ใช้ประกอบในกระบวนการพัฒนาระบบมีความสมบูรณ์ 5) มีการวางแผนและการฝึกอบรมผู้ใช้ระบบที่ดี 6) มีการตรวจสอบหลักการติดตั้งระบบใหม่เป็นระยะ 7) มีการวางแผนให้มีกระบวนการในการบำรุงรักษาที่ง่าย 8) การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ 2.4 ขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศ 1 การกำหนดและเลือกสรรโครงการ (System Identification and Selection) ผลของการ พิจารณาของคณะกรรมการอาจเป็นไปได้ดังนี้ 1. อนุมัติโครงการ 2. ชะลอโครงการ 3. ทบทวนโครงการ 4. ไม่อนุมัติโครงการ 2.การเริ่มต้นและวางแผนโครงการ (System Initiation and Planning) จะเริ่มจัดทำโครงการ โดย จัดตั้งทีมงานพร้อมทั้งกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบ 1. การศึกษาความเป็นไปได้ 2. การพิจารณาผลประโยชน์หรือผลตอบแทนที่จะได้รับจากโครงการ 3. การพิจารณาค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนของโครงการ 4. การวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการพัฒนาระบบสารสนเทศ
5 3 การวิเคราะห์ระบบ (System Analysis) ในขั้นตอนนี้จะเกี่ยวกับการเก็บข้อมูล 1. Fact-Finding Technique 2. Joint Application Design (JAD) 3. การสร้างต้นแบบ 4 การออกแบบระบบ (System Design) การออกแบบแบ่งเป็น 2 ส่วน 1. การออกแบบเชิงตรรกะ (Logical Design) 2. การออกแบบเชิงกายภาพ (Physical Design) 5 การดำเนินการระบบ (System Implementation) ซึ่งจะครอบคลุมกิจกรรมดังต่อไปนี้ 1. จัดซื้อหรือจัดหาฮาร์ดแวร์ (Hardware) และซอฟต์แวร์ (Solfware) 2. เขียนโปรแกรมโดยโปรแกรมเมอร์ (Coding) 3. ทำการทดสอบ (Testing) 4. การจัดทำเอกสารระบบ (Documentation) 5. การถ่ายโอนระบบงาน (System Conversion) 6. ฝึกอบรมผู้ใช้ระบบ (Training) 6 การบำรุงรักษาระบบ (System Maintenance) เป็นขั้นตอนการดูและระบบเพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพในการทำงานโดยบุคลากรทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศมีหน้าที่ในส่วนนี้ การบำรุงรักษาระบบแบ่งได้ 4 ประเภท 1. Corrective Maintenance เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบ 2. Adaptive Maintenance เพื่อให้ระบบสามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น 3. Perfective Maintenance เพื่อบำรุงรักษาระบบให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. Preventive Maintenance เพื่อบำรุงรักษาระบบป้องกันข้อผิดพลาดที่จะเกิดวิธีการพัฒนา ระบบสารสนเทศ 2.5 วงจรการพัฒนาระบบ วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle : SDLC) คือ กระบวนการทาง ความคิดใน การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจและตอบสนองความต้องการของผู้ ใช้ได้ โดยระบบที่จะพัฒนานั้น อาจเริ่มด้วยการพัฒนาระบบใหม่เลยหรือนำระบบเดิมที่มีอยู่แล้วมา ปรับเปลี่ยน ให้ดียิ่งขึ้น ภายในวงจรนี้จะแบ่งกระบวนการพัฒนาออกเป็นระยะได้แก่ ระยะการ วางแผนระยะการวิเคราะห์ระยะการออกแบบและระยะการสร้างและพัฒนาโดยแต่ละระยะจะ ประกอบไปด้วยขั้นตอนต่างๆ แตกต่างกันไปตาม Methodology ที่นักวิเคราะห์นำมาใช้ เพื่อให้ เหมาะสมกับสถานะทางการเงินและความพร้อมขององค์กรในขณะนั้น
6 ขั้นตอนในวงจรพัฒนาระบบ ช่วยให้นักวิเคราะห์ระบบสามารถดำเนินการได้อย่างมีแนวทางและเป็น ขั้นตอน ทำให้สามารถควบคุมระยะเวลาและงบประมาณในการปฏิบัติงานของโครงการพัฒนาระบบ ได้ เป็นระบบที่ใช้งานได้ ซึ่งนักวิเคราะห์ระบบต้องทำความเข้าใจให้ดีว่าในแต่ละขั้นตอนจะต้องทำ อะไร และทำอย่างไร ขั้นตอนการพัฒนาระบบมีอยู่ด้วยกัน 7 ขั้น ด้วยกัน คือ 1. เข้าใจปัญหา (Problem Recognition) หน้าที่ : ตระหนักว่ามีปัญหาในระบบ ผลลัพธ์ : อนุมัติการศึกษาความเป็นไปได้ เครื่องมือ : ไม่มี บุคลากรและหน้าที่ความรับผิดชอบ : ผู้ใช้หรือผู้บริหารชี้แจงปัญหาต่อนักวิเคราะห์ระบบ 2. ศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) หน้าที่ : กำหนดปัญหา และศึกษาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปลี่ยนแปลงระบบ ผลลัพธ์ : รายงานความเป็นไปได้ เครื่องมือ : เก็บรวบรวมข้อมูลของระบบและคาดคะเนความต้องการของระบบ บุคลากรและหน้าที่ความรับผิดชอบ : ผู้ใช้จะมีบทบาทสำคัญในการศึกษารวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ จำเป็นทั้งหมดเกี่ยวกับปัญหาและคาดคะเนความต้องการของระบบและแนวทางการแก้ปัญหา 3. วิเคราะห์ (Analysis) หน้าที่ : กำหนดความต้องการของระบบใหม่ (ระบบใหม่ทั้งหมดหรือแก้ไขระบบเดิม) ผลลัพธ์ : รายงานข้อมูลเฉพาะของปัญหา เครื่องมือ : เทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูล, Data Dictionary, Data Flow Diagram, Process Specification, Data Model, System Model, Prototype, system Flowcharts บุคลากรและหน้าที่รับผิดชอบ : ผู้ใช้จะต้องให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีวิเคราะห์ระบบ ศึกษาเอกสารที่ มีอยู่ และศึกษาระบบเดิมเพื่อให้เข้าใจถึงขั้นตอนการทำงานและทราบว่าจุดสำคัญของระบบอยู่ที่ไหน และเตรียมรายงานความต้องการของระบบใหม่ 4. ออกแบบ (Design) หน้าที่ : ออกแบบระบบใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้และฝ่ายบริหาร ผลลัพธ์ : ข้อมูลเฉพาะของการออกแบบ(System Design Specification) เครื่องมือ : พจนานุกรมข้อมูล Data Dictionary, แผนภาพการไหลของข้อมูล (Data Flow Diagram), ข้อมูลเฉพาะการประมวลผล (Process Specification ), รูปแบบข้อมูล (Data Model), รูปแบบระบบ (System Model), ผังงานระบบ (System Flow Charts), ผังงานโครงสร้าง (Structure Charts), ผังงาน HIPO (HIPO Chart), แบบฟอร์มข้อมูลขาเข้าและรายงาน
7 บุคลากรและหน้าที่ :นักวิเคราะห์ระบบ ตัดสินใจเลือกคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์และ ออกแบบความปลอดภัยของระบบ 5. สร้างหรือพัฒนาระบบ (Construction) หน้าที่ : เขียนและทดสอบโปรแกรม ผลลัพธ์ : โปรแกรมที่ทดสอบเรียบร้อยแล้ว เอกสารคู่มือการใช้ และการฝึกอบรม เครื่องมือ : เครื่องมือของโปรแกรมเมอร์ทั้งหลาย Editor, compiler,Structure Walkthrough, วิธีการทดสอบโปรแกรม การเขียนเอกสารประกอบการใช้งาน บุคลากรและหน้าที่ :นักวิเคราะห์ระบบ วางแผนและดูแลการเขียนโปรแกรมหรือแก้ไขโปรแกรม ถ้า ซื้อโปรแกรมสำเร็จรูป 6. การปรับเปลี่ยน (Conversion) เป็นขั้นตอนในการนำข้อมูลเฉพาะเพื่อให้เป็นไปตามคุณลักษณะและรูปแบบต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ หลังจากเขียนโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว องทำการทดสอบโปรแกรม ตรวจสอบหาข้อผิดพลาดของ โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมา และสุดท้ายคือการติดตั้งระบบ โดยทำการติดตั้งตัวโปรแกรม ติดตั้งอุปกรณ์ พร้อมทั้งจัดทำคู่มือและจัดเตรียมหลักสูตรฝึกอบรมผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบใหม่สามารถใช้ งานได้ 7. บำรุงรักษา (Maintenance) เป็นขั้นตอนสุดท้ายของวงจรพัฒนา ระบบ (SDLC) หลังจากระบบใหม่ได้เริ่มดำเนินการ การบำรุงรักษาได้แก่ การแก้ไขโปรแกรมหลังจาก การใช้งาน สาเหตุที่ต้องแก้ไขระบบส่วนใหญ่มี 2 ข้อ คือ 1. มีปัญหาในโปรแกรม (Bug) และ 2. การดำเนินงานในองค์กรหรือธุรกิจเปลี่ยนไป 2.6 ผลที่ได้จากการวิเคราะห์และออกแบบระบบ การวิเคราะห์และออกแบบระบบคือ วิธีการที่ใช้ในการสร้างระบบสารสนเทศขึ้นมาใหม่ใน ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง หรือระบบย่อยของธุรกิจ นอกจากการสร้างระบบสารสนเทศใหม่แล้ว การวิเคราะห์ระบบช่วยในการแก้ไขระบบสารสนเทศเดิมที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นด้วยก็ได้ การวิเคราะห์ ระบบคือ การหาความต้องการ ( Requirements) ของระบบสารสนเทศว่าคืออะไร หรือต้องการ เพิ่มเติมอะไรเข้ามาในระบบและการออกแบบก็คือ การนำเอาความต้องการของระบบมาเป็นแบบ แผนหรือเรียกว่าพิมพ์เขียว ในการสร้างระบบสารสนเทศนั้นให้ใช้ในงานได้จริง ผู้ที่ทำหน้านี้ก็คือ นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ ( System Analysis : SA )
8 ผลที่ได้จากการวิเคราะห์และออกแบบระบบ การวิเคราะห์ระบบ เป็นการแยกปัญหาออกเป็นส่วน ๆ เพื่อสะดวกในการพิจารณาหรือ ตัดสินใจ จามความหมายของคำว่าวิเคราะห์ดังกล่าวนี้ จะเห็นว่า การวิเคราะห์ระบบงานไม่ใช่เรื่องที่ ยุ่งยากหรือเรื่องที่สลับซับซ้อนแต่ประการใด การวิเคราะห์ระบบช่วยในการแก้ไขระบบสารสนเทศเดิมที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นด้วยก็ได้ การวิเคราะห์ ระบบ คือ การหาความต้องการ (Requirements) ของระบบสรสนเทศว่าคืออะไร หรือต้องการ เพิ่มเติมอะไรเข้ามาในระบบ การออกแบบระบบ การออกแบบ หมายถึง การนำเอาความต้องการของระบบมาเป็นแบบแผน หรือ เรียกว่า พิมพ์เขียวในการสร้างระบบสารสนเทศให้ใช้งานได้จริง 2.7 นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst : SA) คือ บุคคลที่มีหน้าที่ในการออกแบบและพัฒนาระบบงานในระบบการประมวลผลข้อมูล ด้วย ระบบและวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ระบบงานบรรลุถึงเป้าหมายตามต้องการของผู้ใช้ระบบ เริ่มตั้งแต่การ วิเคราะห์ระบบข้อมูล การออกแบบระบบการปฏิบัติงานในการประมวลผลข้อมูล การสร้างขั้นตอน การปฏิบัติงาน การพัฒนาโปรแกรม และการเขียนเอกสารต่าง ๆ ประกอบการปฏิบัติงานของระบบ จากความหมายข้างต้น จะเห็นได้ว่านักวิเคราะห์ระบบงานเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบงานในการ วิเคราะห์และออกแบบระบบการประมวลผล นอกจากนั้นนักวิเคราะห์ระบบยังต้องรับผิดชอบงานใน ส่วนที่เกี่ยวกับการจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผู้ที่จะใช้ระบบแฟ้มข้อมูลหรือ ฐานข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลเดิมที่จะป้อนเข้าสู่ระบบ 2.8 ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศ 1) ความร่วมมือของผู้ใช้ระบบ ผู้ใช้ระบบควรมีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาระบบมาก ที่สุด เนื่องจากการพัฒนาระบบขึ้นมานั้นเป็นการพัฒนาให้ผู้ใช้ระบบได้นำระบบที่ตรงกับความต้องการไปใช้ งาน และส่วนใหญ่แล้วผู้ใช้ระบบจะทราบถึงข้อมูลต่างๆ และปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบเก่าอยู่แล้วดังนั้น ถ้าเราให้ผู้ใช้ระบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบตั้งแต่ต้นจนจบแล้วก็จะทำให้เราได้ระบบที่สมบูรณ์ ตรงตามความต้องการ และความพึงพอของผู้ใช้ระบบ 2) การวางแผนการดำเนินการระบบที่ดีนั้นควรจะมีการวางแผนในการดำเนินการเป็นขั้นตอน และมีแนวทางในการพัฒนาอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้ระบบที่สร้างขึ้นมานั้นด้วยความสมบูรณ์ 3) การพัฒนาอย่างรอบคอบในการออกแบบระบบ ตลอดจนในเรื่องของการนำฮาร์ดแวร์และ ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มาใช้งาน ทีมงานพัฒนาระบบจะต้องมีความรอบคอบในการทำงานค่อนข้างมาก 4) การทดสอบทีมงานพัฒนาระบบจะต้องมีการทดสอบโปรแกรมหรือระบบงานที่สร้างขึ้นมา อย่างรอบคอบ
9 5) การจัดทำ เอกสารคู่มือระบบงานที่พัฒนาขึ้นมาจะต้องมีเอกสารคู่มือการใช้งานอย่าง ละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อเอาไวอ้างอิงหรือเอาไวใช้ในการพัฒนาระบบในครั้งต่อไป 6) การเตรียมความพร้อม มีการวางแผนสร้างความเข้าใจและฝึกอบรมผู้ใช้ระบบเพื่อสร้างความ มั่นใจว่าผู้ใช้ระบบสามารถปฏิบัติงานกับระบบงานที่ได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ 7) การติดตั้งระบบ มีการเตรียมความพร้อมและการวางแผนในการฝึกอบรมผู้ใช้เป็นอย่างดี 8) การตรวจสอบและประเมินผล หลงัจากที่ได้ติดตั้งระบบเรียบร้อยแล้ว ควรมีการตรวจสอบ และประเมินผลระบบว่าตรงตามความต้องการของผู้ใช้หรือไม่ 9) การบำรุงรักษาระบบงานที่ดีนั้น นอกจากจะนำมาใช้งานไดอ้ย่างมีประสิทธิภาพแล้วปัจจัยที่ สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ควรนึกถึงก็คือควรจะมีการออกแบบให้มีการบำรุงรักษาในภายหลังด้วย 2.9 แนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศ โดยปกติแล้วระบบสารสนเทศที่ดำรงอยู่ภายในองค์กรจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากความเจริญเติบโตขององค์กรซึ่งอาจก่อให้เกิด ปัญหาในด้านต่างๆ นอกจากนี้ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอาจทำให้เกิดความต้องการใหม่หรือ เกิดความคิดในการพัฒนาและปรับปรุงระบบสารสนเทศขึ้นดังนั้นแนวทางในการพัฒนาระบบ สารสนเทศให้เกิดขึ้นภายในองค์กรเราจะสามารถจัดทำได้4 วิธีด้วยกัน 1) จัดทำขึ้นเองโดยอาศัยเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ องค์กรหรือหน่วยงานบางแห่งมีบุคลากรในวิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความรู้ ความสามารถมากพอและพร้อมที่จะพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ตนเองขึ้นมาใช้งานเอง ซึ่งการ พัฒนาระบบสารสนเทศขึ้นมาใช้งานเองนั้นจะมีข้อดีตรงที่ว่าระบบงานที่พัฒนาขึ้นจะตรงกับความต้อง ของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานจริง รายละเอียดต่างๆของหน่วยงานหรือองค์กรที่เป็นความลับจะไม่ ล่วงรู้ถึงบุคคลภายนอก 2) ว่าจ้างให้บริษัทที่ปรึกษาจัดทำระบบให้ วิธีการนี้คล้ายกับวิธิที่หนึ่ง คือจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่ศูนย์เหมือนกันและจะต้องเริ่มวิเคราะห์ ระบบงานเดิมเหมือนวิธีที่หนึ่ง แตกต่างกันตรงที่ว่าบุคลากรที่จะมาพัฒนาระบบงานจะเป็นคนของ บริษัทที่ปรึกษาซึ่งมีประสบการณ์ในระบบงานนั้น ในการเลือกพิจารณาว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาจัดทำ ระบบ 3) การซื้อซอฟท์แวร์สำเร็จมาใช้ การซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จมาใช้นับว่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับผู้ไม่มีบุคลากร คอมพิวเตอร์ และต้องการที่จะได้ระบบงานมาใช้โดยเร็ว ไม่ต้องรอเวลาเหมือนในกรณีจ้างบริษัท ซอฟต์แวร์ที่ ปรึกษามาพัฒนาระบบงานให้หรือจัดทำ ขึ้นเองโดยเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์
10 4) ผู้ใช้ทำขึ้นเอง การจัดทำซอฟต์แวร์ขึ้นใช้เองนี้จัดทา โดยบุคคลที่ไม่ได้เป็นนักคอมพิวเตอร์หรือ เป็นผู้ที่อยู่ใน วิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศแต่ต้องการที่จะผลิตซอฟต์แวร์และระบบงานใช้งานซึ่งระบบงานนั้นไม่มี ความสลับ ซับซ้อนมากนัก
11 คำถาม คำถาม (ปรนัย 5ข้อ) 1) การวิเคราะห์ระบบคือ เลือกคำตอบที่ชัดเจนที่สุด 1.การหาความต้องการของระบบสารสนเทศ 2.การหาคำตอบให้ระบบ 3.การคิดระบบสารสนเทศ 4.การสร้างระบบสารสนเทศ 2) ขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศมีกี่ขั้นตอน 1. 7. ขั้นตอน 2. 5 ขั้นตอน 3. 3 ขั้นตอน 4. 8 ขั้นตอน 3) โดยมีการนำเครื่องมือซอฟต์แวร์มาช่วยในการพัฒนาระบบซึ่งมีขั้นตอนในการพัฒนาระบบอยู่ กี่ขั้นตอน 1. 4 ขั้นตอน 2. 2 ขั้นตอน 3. 5 ขั้นตอน 4. 7 ขั้นตอน 4) ข้อใดไม่ใช่ทีมงานการพัฒนาระบบ 1.คณะกรรมการการดำเนินงาน 2.นักวิเคราะห์ระบบ 3.นักเขียนโปรแกรม 4.นักบัญชี 5)ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศ 1.ความร่วมมือของผู้ใช้ระบบ 2. การพัฒนาอย่างรอบคอบในการออกแบบระบบ 3. การเตรียมความพร้อม 4.การว่าจ้างให้บริษัทที่ปรึกษาจัดทำระบบให้
12 คำถาม (อัตนัย 2 ข้อ) 1)ขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศ "มีกี่ขั้นตอนอะไรบ้าง" 1.เข้าใจปปัญหา 2.ศึกษาความเป็นไปได้ 3.วิเคราะห์ 4.ออกแบบ 5.สร้างหรือพัฒนาระบบ 6.การปรับเปลี่ยน 7.บำรุงรักษา 2)การออกแบบระบบ (System Design) แบ่งออกเป็นกี่ส่วน อะไรบ้าง 1.การออกแบบเชิงตรรกะ 2.การออกแบบเชิงกายภาพ
13 บรรณานุกรม นายอำนาจ พันธ์ผูก. การพัฒนาระบบสารสนเทศ เข้าถึงเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 เข้าถึงได้จาก https://sites.google.com/site/ispmizziijex/kar-phathna-rabb-sarsnthes มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ราชภัฏสวนดุสิต. วิเคราะห์และออกแบบระบบ เข้าถึงเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 เข้าถึงได้จาก https://www.gotoknow.org/posts/378954 เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ. วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle : SDLC) เข้าถึงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 เข้าถึงได้จาก https://dol.dip.go.th/th/category/2019-02-08-08-57-30/2019-03-15-11-06-29 Miwz Kanyanat. นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst : SA) เข้าถึงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 เข้าถึงได้จาก https://medium.com/@miwzkanyanat/system-analyst ยุพวรรณ ตรีรัตน์วิชชา. แนวทางในการพัฒนาระบบสารสนเทศ เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2566 เข้าถึงได้จาก https://www.gotoknow.org/posts/197108